ดู: 1383|ตอบกลับ: 47

{ เมืองเทียนซุย } โรงเตี๊ยมอู่หลาง

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2017-7-21 19:26:22 |โหมดอ่าน

โรงเตี๊ยมอู่หลาง
[ เ มื อ ง เ ที ย น ซุ ย ]




โรงเตี๊ยมประจำเมืองเทียนซุย เปิดกิจการโดยเถ้าแก่อู่ให้บริการที่พักและอาหารราคากันเอง
มีห้องพักให้บริการหลายระดับตั้งแต่ห้องเตียงเดี่ยวราคาถูก
และห้องพักรับรองขนาดใหญ่ที่สามารถเข้าพักได้ทั้งครอบครัว
รวมถึงยังมีบริการอาหารอร่อย ถูกใจ ใส่ใจสุขภาพ

จนที่นี่กลายเป็นที่ถูกอกถูกใจของนักเดินทาง ใส่ใจอาหารและสุขภาพของตนเอง
รับรองว่าคุ้มค่าคุ้มราคาที่จ่ายไปแน่นอน




เจ้าของโรงเตี๊ยมคนปัจจุบัน : อู่ ซัว (อายุ 37 ปี)
อุปนิสัย : ขี้เล่น ฉลาด เจ้าเล่ห์ ภายนอกดูเหมือนคนไม่ดี แต่ภายในเป็นคนจิตใจดีช่วยเหลือผู้อื่น




ชื่อกิจการ: โรงเตี้ยมอู่หลาง
เจ้าของกิจการ: อู่ ซัว
ประเภทร้าน: บริการอาหาร, สุรา-น้ำชา, ห้องพัก, ตกกลางคืนมี การฟ้อนรำ และ เสียงดนตรี ทั่วไป
เวลาเปิด-ปิดร้าน: เปิดตลอด 24 ชม.
ประทับตรา: ผู้ว่าเมืองเทียนซุย




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200

ดูบันทึกคะแนน

85

กระทู้

422

โพสต์

214748หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
2147483647
เงินตำลึง
2147483647
ชื่อเสียง
0
ความหิว
2147483516

ซู ซูปี้

ของขวัญจาก Admin
pet
โพสต์ 2017-7-25 00:47:47 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย KABUTO เมื่อ 2017-7-27 03:54

{ เควสเรื่องราว 2 } น้ำใจในแดนใต้


PART XV


     รถม้าจากอู๋โต่วเดินทางมาถึงเทียนซุยโดยใช่เวลานานกว่าปกติ ดูเหมือนว่าคนขับรถม้าจะท้องเสียเลยแวะเข้าข้างทางแทบจะตลอดเวลา คาบูโตะ ซูปี้ และบัณฑิตนิรนามมองหน้าปรึกษากันว่าจะเอาอย่างไรต่อหรือว่าจะเดินเท้าต่อกันดี แต่ดูจากสภาพแล้วไม่ไหว คาบูโตะเหนื่อยเกินไปและเขาเพิ่งจะช็อคกับเหตุการณ์ที่ร้านหมอที่ตอนนี้กลายเป็นร้านหมอร้าง ฝ่ายบัณฑิตหนุ่มก็ยังเจ็บขาจากบาดแผลงูกัด กว่าจะหายดีคงใช้เวลาให้เขาอยู่นิ่งๆ คงเป็นการดีที่สุด คนที่เหลือเรี่ยวแรงเยอะที่สุดคงเป็นซูปี้แต่เธอก็ยังเป็นเพียงเด็กหญิงตัวเล็กๆ ที่ไม่ได้มีแรงเดินมากนักและไม่อาจแบกสัมภาระขึ้นมาได้ ทั้งสามจึงได้แต่รอคนขับรถม้าทำธุระส่วนตัวไปขับรถม้าไป จากเวลาที่ควรจะเดินทางมาถึงภายในหนึ่งชั่วยามกลับกลายเป็นวันๆ

     เมื่อเดินทางมาถึงเทียนซุยบัณฑิตก็เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเรื่องรถม้าให้เอง สองพี่น้องบุญธรรมมองไปรอบๆ ตอนนี้พวกเขาได้มาเยือนซีเหลียงแล้วหากว่าเจียงหนานคือตะวันออกสุดของต้าฮั่นซีเหลียงก็เป็นดินแดนที่อยู่ทิศตะวันตกสุดของอาณาจักร ไม่ต้องไปให้ถึงเมืองสุดเขตแผ่นดินแค่นี้ก็นับว่าพวกเขามาไกลมากเลยทีเดียวในแง่ของระยะทาง ส่วนเงินในกระเป๋าก็ยังต้องหาอีกเยอะ อาจจะลองหาอะไรทำที่เทียนซุยดูก่อนเพื่อหาทุนเดินทางต่อไปยังฉางอันที่ว่าจะไปๆ ก็ไม่ได้ไปเสียที
     คาบูโตะประคองบัณฑิตหนุ่มและพาเขาไปพักยังโรงเตี๊ยมตามคำบอกของอีกฝ่าย ท่าทางว่าเขาน่าจะช่ำชองพื้นที่แถบนี้แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่แปลกอะไรพวกเขาสองพี่น้องเองต่างหากที่แปลกเพราะเป็นคนต่างถิ่น บัณฑิตคนนั้นเป็นผู้จ่ายค่าเข้าที่พักรวมถึงอาหารทั้งหมด นอกจากเป็นคนพื้นที่แล้วยังกระเป๋าหนาสุดๆ อีกต่างหาก ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นคุณชายจากบ้านไหนก็เป็นได้
     ในระหว่างทานอาหารทั้งสามทานอะไรได้ไม่มากนักแม้ว่าจะถูกเลี้ยงด้วยอาหารชั้นดีก็ตาม ภาพการตายของหมอยังคงติดตาทั้งสามอยู่จนทำให้กินอาหารไม่ลง เพียงแค่เห็นเนื้อสัตว์ก็รู้สึกอยากจะอาเจียนทั้งที่ปกติเนื้อจะเป็นสิ่งโปรดปรานสำหรับคาบูโตะและซูปี้แท้ๆ พวกเขาเพียงแต่เลือกทานหมั่นโถวและน้ำซุปร้อนๆ ให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายเท่านั้น หลังมื้ออาหารก็ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปอาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาดหลังจากที่เหน็ดหนื่อยหมักเหงื่อไคลมาเป็นเวลานาน

     "หาอะไรเล่นกันดีไหมขอรับ?" บัณฑิตหนุ่มเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบและบรรยากาศอึมครึมหลังจากอาบน้ำเสร็จ หลังเกิดเหตุสะเทือนขวัญก็ดูเหมือนว่าชายหนุ่มที่มักจะตื่นตัวตลอดเวลาซึมกระทือไปเลยเหมือนกัน
    "เอาสิคะพี่ชาย" ซูปี้อมยิ้มตอบไปพลางตรงเข้าไปเขย่าแขนคาบูโตะรบเร้าให้ตกลงเล่นด้วยโดยแสร้งทำตัวหน้ารักเป็นซูมี่อีกครั้งหลังจากที่เธอหลุดแอ๊บมาทั้งวัน "นะพี่จ๋า"
    "หะ.. โอ้ เอาสิ พวกเจ้าจะทำอะไรกันล่ะ?" คาบูโตะถูกเขย่าแขนจนตื่นจากภวังค์ เรื่องที่เขาครุ่นคิดนอกจากจะเรื่องหมอที่ตายไปแล้วยังหวนนึกไปถึงความทรงจำที่สะเปะสะปะภายในหัวอีก
     "เล่นเกมจับคู่ไพ่ดีไหมขอรับ?" บัณฑิตหนุ่มเสนอขึ้นมาแล้วโขยกเขยกไปลองเปิดลิ้นชักในห้องพักดู ปกติภายในโรงเตี๊ยมจะมีสำรับไพ่ทิ้งเอาไว้และก็เป็นอย่างที่คิดจริงๆ เขาถือมันออกมาวางที่ฟูกนอนสามผืนที่ปูเรียงกัน
     "ก็ได้ เล่นยังไงล่ะ?" คาบูโตะเอ่ยถาม ทั้งชีวิตเขาไม่ค่อยได้เล่นอะไรใช้หัวสมองมากนัก มากที่สุดก็เล่นซ่อนแอบกับน้องๆ ซึ่งก็แทบจะไม่ได้ใช้สมองอยู่ดี
     "แบบนี้ขอรับ คละไพ่ก่อนแล้วนำมาเรียงจากนั้นก็จับคู่ไพ่ที่เหมือนกันที่ไม่ถูกไพ่ตัวอื่นล้อมเอาไว้ขอรับ" เขาอธิบายพร้อมกับจัดเรียงไพ่ให้ดูเป็นตัวอย่าง
     "ก็ไม่น่ายากนะ เอาสิ" คาบูโตะรับคำมันไม่ยากนัก ใช่สมองนิดหน่อยแต่ใช้สายตามากกว่าในการรับคู่ไพ่ที่เหมือนกันไปหมด
     เกมที่เล่นไม่ได้แข่นขันเอาแพ้ชนะหรือกินเงินอะไร เพียงแต่ให้บรรยากาศผ่อนคลายลงเท่านั้น และการหันเหความสนใจมายังสิ่งใดสิ่งหนึ่งจะช่วยให้ลืมเรื่องที่เคยคิดมากมาตลอดอาจจะแต่ชั่วเวลาหนึ่งแต่ก็ดี บัณฑิตหนุ่มเริ่มเห็นความสนุกในแววตาของสองพี่น้องก็รู้สึกโล่งอก อย่างน้อยเขาก็บรรลุวัตถุประสงค์ของการเล่นเกมแล้วล่ะนะ
     "จริงสิ ข้าแนะนำตัวไปหรือยังนะ ข้าแซ่เปา ชื่ออวิ้นเฟย" บัณฑิตหนุ่มแนะนะตัวด้วยน้ำเสียงสุภาพ อยู่ด้วยกันมาแล้วเป็นวันๆ แต่ยังไม่ได้แนะนำชื่อรู้สึกว่าตนเองนั้นเสียมารยาทจริงๆ จนอยากจะเอาพัดเขกศีรษะตนเองเบาๆ เพราะว่าเขาได้ยินชื่อสองพี่น้องจากการที่ทั้งคู่สนทนาแล้วจึงทำให้ยิ่งลืมไปเสียสนิท
    "จริงดิ ข้าก็ยังไม่ได้แนะนำตัวเลยนี่หว่า ข้าคาบูโตะ" ชายหนุ่มผู้มีเรือนผมตัดสั้นที่บัดนี้ผ้าพันศีรษะไปพันอยู่กับข้อเท้าของบัณฑิตเงยหน้าขึ้นมาจากไพ่ มือหนาตบที่อกตัวเองดังป้าบบอกชื่อเสียงเรียงนามตนออกไปเสียงดังฟังชัด
     "หนูซูมี่ค่ะ" ซูปี้บอกชื่อน้องสาวคนเล็กออกไปด้วยรอยยิ้มใสบริสุทธิ์
     "นึกสงสัยมานานแล้ว ชื่อท่านแปลกประหลาดฟังดูไม่คุ้นหู เป็นชาวนอกด่านหรือขอรับ?" เปาอวิ้นเฟยเอ่ยถามออกไป เขาไม่นึกรังเกียจชาวนอกด่านอย่างคาบูโตะที่ช่วยชีวิตเอาไว้หรอก เพียงแต่นึกสงสัยจะเป็นชาวโหรวหราน หรือซงหนูก็ไม่คุ้นสำเนียงชื่อแบบนี้
    "ไม่รู้สิ ข้าความจำเสื่อม จำเรื่องก่อนหน้าสองปีที่แล้วไม่ได้เลยสักนิด ก็ได้ตาแก่พ่อของยัยนี่ช่วยชีวิตไว้แล้วรับข้ามาเลี้ยงดูนั่นแหล่ะ" คาบูโตะตอบไป เขาไม่คิดสนใจอดีตของตนเองเท่าไร แต่รำคาญภาพความทรงจำที่ไม่แจ่มชัดชวนปวดหัวมากกว่า "เรื่องบางเรื่อง ไม่รู้เข้ามันก็ดีกว่านะ" มือหนาที่กำลังจะหยิบไพ่จับคู่ชะงักเล็กน้อย นั่นสิ.. หากว่าเขาไม่รู้ไม่เห็นเรื่องที่โจรป่าคุยกันมันอาจจะทำให้เข้ารู้สึกดีขึ้นมากว่านี้นิดนึง
     "เช่นนั้นเองขอรับ แล้วพวกท่านมาจากไหนกันหรือ หน้าตาไม่ค่อยคุ้นหน้าเลยขอรับ"
    "อู๋จวิ้นน่ะ ก็แค่มาหางานทำที่เมืองหลวง" คาบูโตะตอบออกไปแล้วหยิบไพ่จับคู่ขึ้นมาเก็บไว้ ยังเหลือไพ่อีกหลายตัวแต่เหลือแต่ตัวที่ถูกล้อมไว้ทั้งนั้น มันเริ่มจะยากขึ้นมาแล้วจนเขาต้องขมวดคิ้วเพิ่งมอง แต่คงเป็นเรื่องง่ายสำหรับซูปี้ ในระหว่างที่ชายหนุ่มมัวแต่ขมวดคิ้วอยู่นั้นเด็กสาวก็เก็บไพ่ไปได้สองคู่ติดกัน
     "อู๋จวิ้น... ไกลเลยนะขอรับ ความจริงข้าก็กำลังจะเดินทางไปฉางอันเหมือนกัน" บัณฑิตหนุ่มเอ่ยขึ้น มันคงดีไม่น้อยหากได้เพื่อนร่วมทางไปจนถึงเมืองหลวง
     "โอ้ จริงสิ งั้นก็เดินทางไปพร้อมกันเลยไหมล่ะ?" ชายหนุ่มเอ่ยถามขึ้น เขายกมือขึ้นมากอดอกมองดูน้องสาวเล่นดีกว่าเพราะว่าตัวเขาเองเริ่มจะหัวไม่ทันแล้วสิ
     "ก็ได้นะขอรับ เช่นนั้นพรุ่งนี้เช้าก็ออกเดินทางกันเลยแล้วกันขอรับ" เปาอวิ้นเฟยเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้ม เพราะว่าการเดินทางเสียเวลามากหากชักช้าไปกว่านี้อาจจะไปสอบจองหงวนไม่ทัน
    "ได้เลย!" คาบูโตะรับคำด้วยรอยยิ้มกว้างอย่างที่เขาไม่ได้ยิ้มมานาน ในเมื่อร่วมทางไปด้วยกันมันก็ดีเพราะอีกฝ่ายก็เพิ่งจะหายเจ็บมาได้ไม่นานหากเป็นอะไรไประหว่างการเดินทางก็คงจะแย่
     เมื่อเล่นไพ่จับคู่จบตาพวกเขาทั้งสามก็เข้านอนเพื่อเตรียมเดินทางในตอนเช้า คาบูโตะแทบจะหลับไปในทันทีที่ศีรษะถึงหมอน ฟูกนอนของโรงเตี๊ยมมันช่างนุ่มสบายอย่างที่ไม่เคยสัมผัสที่ไหนมาก่อนแม้แต่ที่กระท่อมตระกูลซู แล้วยิ่งออกมาผจญเคราะห์กรรมแล้วแค่มีเสื่อก็นับว่าหรูแต่ส่วนมากจะไม่มี ทำเอาชายหนุ่มแทบจะไม่อยากตื่นมาเลยทีเดียว





คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +20 เงินตำลึง +1000 ชื่อเสียง +200 ความหิว +2 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 20 + 1000 + 200 + 2 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x9999
x9999
x9999

53

กระทู้

411

โพสต์

6หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
83844
เงินตำลึง
105814
ชื่อเสียง
17300
ความหิว
267

ใบรับรองภาษาฮั่น

คุณธรรม
427
ความชั่ว
0
ความโหด
30
ไก่บ้าน
เลเวล 1

ชิง หลิ่งอี้

ของขวัญจาก Admin
pet
โพสต์ 2017-10-11 09:56:03 | ดูโพสต์ทั้งหมด
93
          ระยะทางจากเมืองฉางอันไปถึงเมืองเทียนซุยห่างกันไม่มากเท่าไรนักแต่ทว่าอากาศโดยรอบกลับร้อนระอุไม่น้อยทั้งสี่จึงใช้เวลาเดินทางด้วยเท้ากว่าครึ่งวันเลยทีเดียวจึงถึงยังเมืองเทียนซุย โชคไม่ดีนักที่ระหว่างเดินทางด้วยอากาศที่ร้อนเช่นนี้จึงทำให้เด็กสาวลูกคุณหนูอย่างซ่งเหมยฮัวเกิดเป็นไข้แดดขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ เมื่อถึงยังที่หมายแล้วนักเดินทางทั้งสี่จึงตัดสินใจหาโรงเตี๊ยมกันก่อนเพื่อรักษาอาการป่วยของซ่งเหมยฮัวแล้วจึงค่อยออกตามหาเบาะแสภายในเมือง

          ทั้งสี่มาถึงยังโรงเตี๊ยมอู่หลาง ที่นี่มีห้องพักรับรองที่มีขนาดใหญ่จึงทำให้แม้จับจองห้องพักมาได้เพียงหนึ่งห้องก็สามารถที่จะนอนได้หลายคนภายในห้องเดียว
          "เฮ้อ ยัยหนูดันมาป่วยเป็นไข้แดดเสียได้" เจียนหลิวบ่นพึมพัมเสียงเบา ตอนนี้ชายหนุ่มอยากที่ออกตามหาเบาะแสจะแย่อยู่แล้วแต่มันก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้เพราะโรคภัยไข้เจ็บนั้นเป็นเรื่องธรรมดา

          "ข้าต้องขออภัยด้วยนะคะ..." ซ่งเหมยฮัวเอ่ยเสียงแผ่วเพราะพิษไข้

          "เจ้าอย่าเพิ่งพูดเลยพักผ่อนก่อนเถอะ" ซ่งหยางหมิงมองเด็กสาวผู้เป็นน้องด้วยความเป็นห่วง
          "ข้าขอไปเดินเล่นในเมืองรอแล้วกัน แต่อากาศร้อนชะมัด" เจียนหลิวรู้สึกเหนื่อยใจเล็กน้อย
          "เช่นนั้นข้ากับเจียนหลิวจะออกไปดูลาดเลาในเมือง ส่วนเจ้าอยู่ดูแลน้องสาวไปแล้วกัน" หลินเอ่ยเสนอแนะ

          "ฟังดูไม่เลว!" เจียนหลิวดีดนิ้วแล้วพยักหน้าหงึกหงักอย่างเห็นด้วย

          หลังจากนั้นหลินและเจียนหลิวจึงออกจากโรงเตี๊ยมอู่หลางเพื่อไปสำรวจรอบเมืองโดยให้สองพี่น้องตระกูลซ่งได้อยู่ดูแลกันไปพลางก่อน






คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -8 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -8 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
สุราไผ่เขียว
ฮั่นเสียทองเทวะ
เกราะทองคำ
รูปปั้นไป๋เหมียว
กระบี่ไม้
ตัวเบาพื้นฐาน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x2
x32
x15
x5
x25
x8
x2
x5
x28
x10
x1
x1
x1
x764
x1
x1
x6
x30
x6000
x100
x100
x5
x1
x5
x11
x50
x60
x2
x26
x128
x100
x50
x200
x5
x10
x110
x50
x280
x4
x84
x10
x10
x20
x15
x166
x20
x130
x682
x22
x74
x5000
x158
x22
x360
x1
x105
x259
x33
x5
x9999
x50
x30
x10
x34
x1
x5
x100
x1075
x50
x1
x3
x221
x10
x5
x20
x30
x20
x25
x35
x100
x25
x25
x10
x200
x3
x200
x150
x92
x120
x125
x400
x170
x20
x250
x20
x205
x50
x6
x115
x50
x640
x25
x1
x92
x7
x24
x20
x1
x1

85

กระทู้

422

โพสต์

214748หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
2147483647
เงินตำลึง
2147483647
ชื่อเสียง
0
ความหิว
2147483516

ซู ซูปี้

ของขวัญจาก Admin
pet
โพสต์ 2017-10-12 01:46:37 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย KABUTO เมื่อ 2017-10-18 00:19

{ เควสเรื่องราว 3 } บุญคุณ - ความแค้น

PART CXXIV


     ซูเทียนเหมินหรือนามเดิมคือคาบูโตะ รู้สึกคุ้นเคยกับโรงเตี๊ยมนี้เป็นอย่างมากและเมื่อนึกไปนึกมาเขาก็จำได้ลางๆ ว่าเคยมาพักที่นี่หลังจากที่ช่วยบัณฑิตหนุ่มคนหนึ่งจากการถูกงูกัดแล้วยังเจอเคราะห์ร้ายซ้ำซากที่ร้านหมออีกเมืองถูกโจรป่าฆ่าหมอตายอย่างน่าสยดสยอง แต่เขาไม่ควรคิดถึงเรื่องนั้นมากนักและใช้ภาษามือคุยกับเสี่ยวเอ้อห์เพื่อขอห้องพัก
     @LIN
     เทียนเหมินฟังที่หลินบอกว่าหลินเปิดห้องพักขนาดใหญ่อยู่ก่อนหน้าแล้วจึงเปิดแค่ห้องเล็กๆ ของตนเองกับเจ้าขาว สาเหตุที่เขาไม่ขอนอนร่วมกับคณะเดินทางของหลินเพราะกลัวว่าที่นอนจะไม่พอ แล้วอีกอย่างยังมีเจ้าขาวตามมาด้วยอีกตัวนึงคงเป็นการรบกวนอีกฝ่ายอยู่มาก แล้วเขาเองก็ต้องฝึกวิชาเดินลมปราณในที่สงบ การอยู่ท่ามกลางคนเยอะแยะอาจจะไม่เหมาะสมนัก
     @LIN
     แต่เมื่อได้ห้องมาแล้วเทียนเหมินก็ได้ไปที่ห้องของหลินก่อนเพื่อปรึกษาหารือเรื่องที่เจอกันมาเมื่อตอนหัวค่ำ
     @LIN   
     เมื่อได้พบซ่งหยางหมิงและซ่งเหมยฮั่วก็รู้ได้ว่าทางด้านของหลินยังอยู่กันครบและได้สหายใหม่มาเพิ่มด้วย ชายหนุ่มจึงยิ้มให้ทั้งสองเป็นการทักทายพร้อมกับชี้ที่คอและปากของตัวเองแล้วทำมือเป็นกากบาดเชิงว่าตอนนี้เขาพูดไม่ได้
     @LIN
     เทียนเหมินจำได้ว่าห้องพักขนาดใหญ่นี้มีเครื่องอำนวยความสะดวกอย่างไพ่นกกระจอกและเครื่องเขียนเอาไว้รองรับด้วย เขาจึงเดินไปหาของดังกล่าวในลิ้นชักโต๊ะเครื่องแป้งแล้วนำมันออกมาเขียนทักทายทุกคนด้วยตัวอักษรหวัดๆ ที่อ่านค่อนข้างยาก 'สวัสดี แล้วก็ขอบคุณพวกเจ้าที่ช่วยข้าออกมา'
     @LIN
     ชายหนุ่มจรดพู่กันแล้วเริ่มเขียนตัวอักษรยึกยือลงไปบนกระดาษ 'ก่อนอื่น เมื่อกี้ข้าไปดูดวงมาซินแสแนะนำให้ข้าเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น เทียนเหมิน เรื่องนี้หลินรู้แล้ว ถ้าหากมันดีจริงข้าก็จะเริ่มใช้ดู'
     @LIN
     เทียนเหมินเริ่มเขียนตอบคำถามของทุกคนเป็นข้อๆ 'ที่ข้ามีสภาพแบบนี้เพราะว่าได้ฝึกเคล็ดวิชาใจน้ำแข็งมา เลยทำให้ผมขาวและตัวเย็นเฉียบตลอดเวลา' เมื่อเขียนถึงตรงนี้ชายหนุ่มจึงยื่นมือออกไปให้ทุกคนได้สัมผัสว่าสิ่งที่เขาได้พูดไปเป็นความจริงแล้วเขียนต่อลงไปในกระดาษ 'ข้ามีม้วนวิชาอยู่กับตัว แต่พอฝึกแล้วก็พบทั้งข้อดีและข้อเสียเลยไม่รู้ว่าจะแนะนำให้เจ้าฝึกดีไหม เพราะผลข้างเคียงมันมีผลต่อชีวิต'
     @LIN
     เขาก้มหน้าเขียนต่อ 'แต่เรื่องฝึกวิชาเอาไว้ก่อน ดูเหมือนว่าจะได้เจอคนร้ายใหม่เพิ่มอีกแล้ว...' ชายหนุ่มพรูลมหายใจออกมาเป็นไอเย็นยะเยือกก่อนจะเขียนต่อ 'ตอนนั้นข้ากับเลี่ยงเหลียงตกหน้าผาลงมาแต่โชคยังดีที่ตัวไปติดอยู่บนชะง่อนหน้าผาแล้วก็เจอเคล็ดวิชา หลังจากฝึกวิชาสำเร็จทำให้หนีกันออกมาจากหน้าผากได้ ข้าไปตามหาซูปี้ที่บนยอดผาแต่ก็ไม่พบใครเลย เลยลงเขากลับไปยังว่านเฉิง'
     @LIN
     'ในตอนนี้ว่านเฉิงกลายเป็นเถ้าถ่าน แม่ทัพฮั่วช่วยเหลือชาวบ้านเกณฑ์ทหารช่วยสร้างค่ายลี้ภัย แต่เมื่อคืนก่อนเกิดไฟไหม้กองเสบียงตอนนั้นข้าไม่ได้อยู่กับเลี่ยงเหลียงจึงไปช่วยดับไฟคนเดียว แล้วบังเอิญไปพบคนชุดดำมีรอยสักกระต่ายอยู่หลังกองเพลิงเลยไล่ตามไปแล้วต่อสู้กัน ข้าชนะแต่ก็รู็ว่าคนร้ายไม่ใช่พรรคลมดำเพราะเจ้าขาว...' เขียนถึงตรงนี้เทียนเหมินชี้ไปที่สุนัขป่าหิมะที่มาด้วยกันแล้วเขียนต่อ 'เข้าไปเลียที่รอยสัก มันคงได้กลิ่นอะไรสักอย่าง เลยได้รู้ว่านั่นคือรอยสักปลอมที่ลบได้แล้วข้าก็ชิมไปด้วย ดูเหมือนที่รอยสักปลอมจะมียาสลบผสมอยู่เลยทำให้สลบแล้วพวกมันที่เหลือก็จับตัวไป'
     @LIN
     'ส่วนสิ่งที่ได้ยินมาจากคนร้ายก็คือ หนึ่ง... มันพูดถึงเด็กสาวคนหนึ่งไม่รู้ว่าใช่ซูปี้หรือเปล่าบอกว่าถูกพวกนั้นที่ข้าก็ไม่รู้ว่าเป็นพวกไหนจับตัวไปไม่รู้ว่าจะทำอะไรเธอหรือเปล่า' เทียนเหมินเขียนยิกๆ ลงในกระดาษจนเริ่มจะรู้สึกชินกับการสนทนาด้วยการเขียนเสียแล้ว
     @LIN
    'สอง.. มันบอกว่าพวกนั้นไม่รอให้เราทำงานเสร็จก่อนหรอก ถ้าไม่เสียเวลาเพราะจับข้ามา สาม.. มันบอกว่าหรือว่าข้าจะเป็นพวกนั้นและรู้ว่าพวกมันจงใจป้ายสี ตรงนี้ข้ามั่นใจว่าคนพวกนั้นน่าจะทำเรื่องชั่วเพื่อใส่ร้ายพรรคลมดำ และสุดท้ายพวกมันพยายามจะพาหาข้าไปนายใหญ่ที่มีชื่อว่าต่ง' เมื่อเขียนเสร็จเทียนเหมินก็ลากพู่กันวงกลมล้อมรอบตัวอักษรคำว่า 'ต่ง' ทันที
     @LIN
     เทียนเหมินเลิกคิ้วมองไปทางหลินและซ่งหยางหมิงที่ดูจะมีปฏิกิริยากับคำว่า 'ต่ง' จึงเลิกคิ้วถามแล้วเขียนตัวอักษรว่า 'ทำไม' ลงไปบนกระดาษทันที และรอเพื่อให้ทั้งสองเล่าเรื่องราวที่เคยรู้ให้ฟัง...
     @LIN



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -8 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -8 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x9999
x9999
x9999

53

กระทู้

411

โพสต์

6หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
83844
เงินตำลึง
105814
ชื่อเสียง
17300
ความหิว
267

ใบรับรองภาษาฮั่น

คุณธรรม
427
ความชั่ว
0
ความโหด
30
ไก่บ้าน
เลเวล 1

ชิง หลิ่งอี้

ของขวัญจาก Admin
pet
โพสต์ 2017-10-12 19:07:11 | ดูโพสต์ทั้งหมด
KABUTO ตอบกลับเมื่อ 2017-10-12 01:46
{ เควสเรื่องราว 3 } บุญคุณ - ความแค้น
PART CXXIII ...

97
         ทั้งสามบวกอีกหนึ่งตัวกลับมาถึงโรงเตี๊ยมอู่หลางอีกครั้ง จากนั้นคาบูโตะหรือซูเทียนเหมินจึงใช้ภาษามือคุยกับเสี่ยวเอ้อห์เพื่อขอห้องพัก
          "เจ้าจะพักกับเราก็ได้นะ" เจียนหลิวเอ่ยบอกเมื่อเห็นบุรุษอีกคนกำลังทำท่าจะสื่อสารเพื่อขอห้องพักจากเสี่ยวเอ้อ เขาเอ่ยถามหลินอีกรอบ "ใช่ไหม?"
          "ห้องใหญ่พอควร" หลินเอ่ยตอบ
          "หากเจ้าต้องการความเป็นส่วนตัวเราก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอกนะ ฮะๆ" เจียนหลิวเอ่ยต่อพลางเกาหัวแกรกๆ
          ซูเทียนเหมินตัดสินใจเปิดห้องเล็กๆของตนกับสุนัขของเขา อาจด้วยเหตุว่าเขาอาจต้องการฝึกฝนวิชาในที่สงบซึ่งเมื่ออยู่ท่ามกลางคนหมู่มากคงไม่เหมาะสมนัก แต่เมื่อได้ห้องมาแล้วเทียนเหมินก็ได้ไปที่ห้องของหลินก่อนเพื่อปรึกษาหารือเรื่องที่เจอกันมาเมื่อตอนหัวค่ำ

          "คาบูโตะจริงหรือ!? เป็นอย่างไรบ้างขอรับ?" ซ่งหยางหมิงตื่นตกใจปนยินดีไม่น้อยเมื่อได้เห็นหน้าคนที่ได้ข่าวว่าตกผาไปอีกครั้ง
          "พี่ชายปลอดภัยสินะคะ ดีจังเลย" ซ่งเหมยฮัวเอ่ย ตอนนี้เด็กสาวดีขึ้นจากพิษไข้แดดมากแล้วเมื่อได้ทราบข่าวของคนรู้จักก็ทำให้นางรู้สึกใจชื้นไม่น้อย
          "สหาย ที่ท่านพ่อว่าก็คือคาบูโตะนั่นเอง" ซ่งหยางหมิงพึมพัมเสียงเบาลูบคางครุ่นคิดจากสิ่งที่ได้ยินในฝัน
          เมื่อคาบูโตะหรือซูเทียนเหมินได้พบซ่งหยางหมิงและซ่งเหมยฮั่วก็รู้ได้ว่าทางด้านของหลินยังอยู่กันครบและได้สหายใหม่มาเพิ่มด้วย ชายหนุ่มจึงยิ้มให้ทั้งสองเป็นการทักทายพร้อมกับชี้ที่คอและปากของตัวเองแล้วทำมือเป็นกากบาดเชิงว่าตอนนี้เขาพูดไม่ได้
          "พูดไม่ได้งั้นเหรอคะ เกิดอะไรขึ้นกัน?" เมื่อได้เห็นท่าทางของอีกฝ่ายซ่งเหมยฮัวก็นึกกังวลและเห็นใจไม่น้อย
          ซูเทียนเหมินจำได้ว่าห้องพักขนาดใหญ่นี้มีเครื่องอำนวยความสะดวกอย่างไพ่นกกระจอกและเครื่องเขียนเอาไว้รองรับด้วย เขาจึงเดินไปหาของดังกล่าวในลิ้นชักโต๊ะเครื่องแป้งแล้วนำมันออกมาเขียนทักทายทุกคนด้วยตัวอักษรหวัดๆ ที่อ่านค่อนข้างยาก 'สวัสดี แล้วก็ขอบคุณพวกเจ้าที่ช่วยข้าออกมา'
          ทุกสายตาจับจ้องไปบนกระดาษที่ปรากฏตัวอักษรหวัดๆ และรอดูว่าชายหนุ่มกำลังจะสื่อสารอะไรต่อ
          ชายหนุ่มจรดพู่กันแล้วเริ่มเขียนตัวอักษรยึกยือลงไปบนกระดาษ 'ก่อนอื่น เมื่อกี้ข้าไปดูดวงมาซินแสแนะนำให้ข้าเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น เทียนเหมิน เรื่องนี้หลินรู้แล้ว ถ้าหากมันดีจริงข้าก็จะเริ่มใช้ดู'
          "เปลี่ยนชื่อแล้วงั้นหรือหรือ?" ซ่งหยางหมิงเอ่ยทักเมื่อเห็นข้อความในกระดาษ "เทียนเหมิน เป็นชื่อที่ความหมายดีนะขอรับ"
          "พี่ชายไปทำอะไรมาเหรอคะ เส้นผมจึงขาวโพลนเช่นนั้น" ซ่งเหมยฮัวเอ่ยถามอย่างใคร่สงสัย
          ซูเทียนเหมินเริ่มเขียนตอบคำถามของทุกคนเป็นข้อๆ 'ที่ข้ามีสภาพแบบนี้เพราะว่าได้ฝึกเคล็ดวิชาใจน้ำแข็งมา เลยทำให้ผมขาวและตัวเย็นเฉียบตลอดเวลา' เมื่อเขียนถึงตรงนี้ชายหนุ่มจึงยื่นมือออกไปให้ทุกคนได้สัมผัสว่าสิ่งที่เขาได้พูดไปเป็นความจริงแล้วเขียนต่อลงไปในกระดาษ 'ข้ามีม้วนวิชาอยู่กับตัว แต่พอฝึกแล้วก็พบทั้งข้อดีและข้อเสียเลยไม่รู้ว่าจะแนะนำให้เจ้าฝึกดีไหม เพราะผลข้างเคียงมันมีผลต่อชีวิต'
          "เป็นเช่นนี้เอง" ซ่งหยางหมิงเมื่อลองสัมผัสที่มือของคาบูโตะหรือซูเทียนเหมินก็พบว่าเย็นยะเยือกดุจน้ำแข็งจริงๆ "ว่าแต่เลี่ยงเหลียงไม่ได้อยู่ด้วยกันรึขอรับ?" เขาเอ่ยถามเมื่อไม่เห็นสหายเก่าอีกคน
          เขาก้มหน้าเขียนต่อ 'แต่เรื่องฝึกวิชาเอาไว้ก่อน ดูเหมือนว่าจะได้เจอคนร้ายใหม่เพิ่มอีกแล้ว...' ชายหนุ่มพรูลมหายใจออกมาเป็นไอเย็นยะเยือกก่อนจะเขียนต่อ 'ตอนนั้นข้ากับเลี่ยงเหลียงตกหน้าผาลงมาแต่โชคยังดีที่ตัวไปติดอยู่บนชะง่อนหน้าผาแล้วก็เจอเคล็ดวิชา หลังจากฝึกวิชาสำเร็จทำให้หนีกันออกมาจากหน้าผากได้ ข้าไปตามหาซูปี้ที่บนยอดผาแต่ก็ไม่พบใครเลย เลยลงเขากลับไปยังว่านเฉิง'
          ทุกคนพยักหน้ารับรู้จากข้อความที่ซูเทียนเหมินเขียนลงในกระดาษ
          'ในตอนนี้ว่านเฉิงกลายเป็นเถ้าถ่าน แม่ทัพฮั่วช่วยเหลือชาวบ้านเกณฑ์ทหารช่วยสร้างค่ายลี้ภัย แต่เมื่อคืนก่อนเกิดไฟไหม้กองเสบียงตอนนั้นข้าไม่ได้อยู่กับเลี่ยงเหลียงจึงไปช่วยดับไฟคนเดียว แล้วบังเอิญไปพบคนชุดดำมีรอยสักกระต่ายอยู่หลังกองเพลิงเลยไล่ตามไปแล้วต่อสู้กัน ข้าชนะแต่ก็รู็ว่าคนร้ายไม่ใช่พรรคลมดำเพราะเจ้าขาว...' เขียนถึงตรงนี้เทียนเหมินชี้ไปที่สุนัขป่าหิมะที่มาด้วยกันแล้วเขียนต่อ 'เข้าไปเลียที่รอยสัก มันคงได้กลิ่นอะไรสักอย่าง เลยได้รู้ว่านั่นคือรอยสักปลอมที่ลบได้แล้วข้าก็ชิมไปด้วย ดูเหมือนที่รอยสักปลอมจะมียาสลบผสมอยู่เลยทำให้สลบแล้วพวกมันที่เหลือก็จับตัวไป'
          "เป็นเช่นนี้เอง" ซ่งหยางหมิงพยักหน้าอ่าน
          'ส่วนสิ่งที่ได้ยินมาจากคนร้ายก็คือ หนึ่ง... มันพูดถึงเด็กสาวคนหนึ่งไม่รู้ว่าใช่ซูปี้หรือเปล่าบอกว่าถูกพวกนั้นที่ข้าก็ไม่รู้ว่าเป็นพวกไหนจับตัวไปไม่รู้ว่าจะทำอะไรเธอหรือเปล่า' เทียนเหมินเขียนยิกๆ ลงในกระดาษจนเริ่มจะรู้สึกชินกับการสนทนาด้วยการเขียนเสียแล้ว
          ทั้งหมดตั้งใจอ่านข้อความที่ค่อยๆปรากฏบนกระดาษแม้บางคนจะอ่านไม่ค่อยคล่องไม่ค่อยออกก็ตาม
          'สอง.. มันบอกว่าพวกนั้นไม่รอให้เราทำงานเสร็จก่อนหรอก ถ้าไม่เสียเวลาเพราะจับข้ามา สาม.. มันบอกว่าหรือว่าข้าจะเป็นพวกนั้นและรู้ว่าพวกมันจงใจป้ายสี ตรงนี้ข้ามั่นใจว่าคนพวกนั้นน่าจะทำเรื่องชั่วเพื่อใส่ร้ายพรรคลมดำ และสุดท้ายพวกมันพยายามจะพาหาข้าไปนายใหญ่ที่มีชื่อว่าต่ง' เมื่อเขียนเสร็จเทียนเหมินก็ลากพู่กันวงกลมล้อมรอบตัวอักษรคำว่า 'ต่ง' ทันที
          "ต่ง!??" ซ่งหยางหมิงดูตกใจหน้าซีดกับอักษรตัวนี้ไม่น้อยซึ่งสิ่งเดียวที่เขาคิดได้ก็คือชื่อของจอมโจรพยัคฆ์ที่โหดเหี้ยม
          "เจ้าก็คิดเช่นเดียวกับข้าอยู่ใช่ไหม?" หลินเอ่ยเสียงเรียบนิ่งแล้วครุ่นคิด
          ซูเทียนเหมินเลิกคิ้วมองไปทางหลินและซ่งหยางหมิงที่ดูจะมีปฏิกิริยากับคำว่า 'ต่ง' จึงเลิกคิ้วถามแล้วเขียนตัวอักษรว่า 'ทำไม' ลงไปบนกระดาษทันที และรอเพื่อให้ทั้งสองเล่าเรื่องราวที่เคยรู้ให้ฟัง...
          "บางทีอาจจะเป็นต่งอี้ จอมโจรพยัคฆ์ที่มีชื่อเสียงด้านความโหดเหี้ยมในแถบซีเหลียงก็เป็นได้ขอรับ" ซ่งหยางหมิงบอกเหงื่อพลั่กเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เมืองอู๋เว่ย
          "ต่งอี้ อสูรกายแห่งเหลียงโจวชายโฉดที่เขาร่ำลือกันน่ะรึ...?" เจียนหลิวเสริมแม้ว่าเขาจะไม่เคยได้พบเห็นมาก่อนแต่ชื่อเสียงของชายผู้นั้นนับว่ากระฉ่อนไปไกลมากทีเดียว
          "ข้ากับหลินเคยเห็นเขาโดยบังเอิญตอนบังเอิญหลงทางไปโผล่ยังเมืองอู๋เว่ยขอรับ" ซ่งหยางหมิงนึกรู้สึกสะพรึงไม่น้อย
          "ที่หุบเขาเหยาก้วยนั่นเอง" เมื่อได้ฟังที่ซ่งหยางหมิงอธิบายหลินจึงเริ่มนึกออกทันที "แล้วเราจึงได้ไปเจอฮูหยินหานที่นั่น" นางพูดถึงหญิงสาวอีกคนที่ได้พบเจอเมื่อนานมาแล้วเพราะจำได้ว่าหญิงสาวนามว่า หานเยว่ฉาน ผู้นั้นมีส่วนช่วยเหลือคาบูโตะหรือซูเทียนเหมิงออกมาจากคดีบางอย่างนั่นเอง


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +25 ความหิว -5 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 25 -5 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
สุราไผ่เขียว
ฮั่นเสียทองเทวะ
เกราะทองคำ
รูปปั้นไป๋เหมียว
กระบี่ไม้
ตัวเบาพื้นฐาน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x2
x32
x15
x5
x25
x8
x2
x5
x28
x10
x1
x1
x1
x764
x1
x1
x6
x30
x6000
x100
x100
x5
x1
x5
x11
x50
x60
x2
x26
x128
x100
x50
x200
x5
x10
x110
x50
x280
x4
x84
x10
x10
x20
x15
x166
x20
x130
x682
x22
x74
x5000
x158
x22
x360
x1
x105
x259
x33
x5
x9999
x50
x30
x10
x34
x1
x5
x100
x1075
x50
x1
x3
x221
x10
x5
x20
x30
x20
x25
x35
x100
x25
x25
x10
x200
x3
x200
x150
x92
x120
x125
x400
x170
x20
x250
x20
x205
x50
x6
x115
x50
x640
x25
x1
x92
x7
x24
x20
x1
x1

85

กระทู้

422

โพสต์

214748หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
2147483647
เงินตำลึง
2147483647
ชื่อเสียง
0
ความหิว
2147483516

ซู ซูปี้

ของขวัญจาก Admin
pet
โพสต์ 2017-10-12 22:17:06 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย KABUTO เมื่อ 2017-10-18 00:19

{ เควสเรื่องราว 3 } บุญคุณ - ความแค้น

PART CXXV


    'ต่งอี้... ชื่อนี้คุ้นๆ เหมือนเคยได้ยินมาจากไหน?' เทียนเหมินขมวดคิ้วเข้มสีดอกเลาเข้าหากันจนเป็นร่องลึกที่หว่างคิ้วระหว่างฟังการสนทนากับพรรคพวกของหลิน แล้วอยู่ๆ ก็นึกเอะใจขึ้นมาได้เรื่องร้านหมอที่อู๋โต่ว จากนั้นก็เขียนเล่าเรื่องราวที่เคยรับรู้มาให้ทุกคนได้อ่านทันที
     'หลังจากออกจากบ้านไม่นานข้าเคยไปที่อู๋โต่วแล้วก็มีเรื่องเกิดขึ้น หมอใจดีที่รักษาคนฟรีถูกคนที่ชื่อต่งฆ่าเพื่อล้างแค้นแทนใครสักคน ข้าจำไม่ได้ว่าเป็นคนเดียวกับต่งอี้ที่พวกเจ้ากำลังคุยกันอยู่ไหม ถ้าจำไม่ผิดมันเป็นโจรป่าตัวใหญ่หนวดเครารกรุงรังแต่กลับมีกระบี่สวยๆ เล่มหนึ่ง น่าจะเป็นของที่ขโมยมา ดีนะที่เขาไม่เห็นตัวข้า'
     @LIN
     เหมินเทียนพยักหน้าหงึกๆ เห็นด้วยว่าคนที่ชื่อต่งอี้นั้นเป็นอันธพาลที่เลวร้ายอย่างที่สุด หากว่าเขามีอิทธิพลมากในแถบนี้แล้วเกรงว่าเราก็ไม่ควรจะแกว่งเท้าหาเสี้ยนสอดมือเข้าไปยุ่งย่าม เหตุการณ์จะทุเลาลงได้หากพวกเขาหนีออกไปได้และเวลาผ่านไปพวกคนร้ายที่เขาประมือด้วยก็คงจะจำใบหน้าของเขาไม่ได้แล้ว สิ่งที่ควรทำคือออกไปจากเขียนเหลียงโจวโดยเร็วที่สุด
      ชายหนุ่มเขียนความคิดของตนลงไปในกระดาษจากนั้นจึงบอกวัตถุประสงค์ต่อไป 'เราไม่ควรอยู่เหลียงโจวนานนัก รีบหนีออกไปจากแถบนี้ดีกว่า ข้าต้องไปตามหาขบวนคาราวานของข้าอีกด้วย...' ชายหนุ่มชะงักมือเล็กน้อยก่อนจะเขียนต่อไป 'ข้ายังไม่ได้บอกว่าตอนนี้กำลังฝึกงานกับพ่อค้าขายอาวุธใช่ไหม?'
     @LIN
    'เลี่ยงเหลียงแนะนำให้ข้าทำงานพ่อค้าเพื่อจะหาเงินระหว่างทางที่ตามหาซูปี้ แต่ยังไม่ได้ทันเริ่มงานก็เกิดเรื่องซะก่อน และตอนนี้ข้าต้องรีบไปตามหาขบวนพ่อค้าขายอาวุธให้เจอ ไม่งั้นข้าตกงานแน่' เทียนเหมินเขียนยิกๆ ด้วยลายมือที่อ่านยากลงบนกระดาษก่อนจะชูให้ทุกคนดู
     @LIN
    'ข้าจะไปฉางอัน เมืองหลวงน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ไม่แน่ว่าคาราวานสินค้าอาจจะไปขายของที่เมืองหลวงก็ได้ แล้วพวกเจ้าเอาไงต่อ?' เทียนเหมินเขียนถามทุกคนแม้ไม่หวังจะให้ติดตามมาด้วยเพราะคิดว่าทางฝั่งหลินน่าจะมีธุระที่ต้องทำ แต่คงดีกว่าหากเกาะกลุ่มกันเหนียวแน่น
    @LIN
     'งั้นก็ดี พรุ่งนี้เช้าเราจะเดินทางไปฉางอันพร้อมกัน' เทียนเหมินเขียนข้อความสุดท้ายลงไปในกระดาษที่บัดนี้เต็มไปด้วยตัวอักษรมากมาย เขาหยิบกระดาษเหล่านั้นติดตัวไปด้วยหวังว่าจะได้เอาไว้ใช้งานระหว่างการเดินทางเพราะมีเรื่องที่ต้องพูดคุยสนทนากับคนอื่นอีกเยอะแยะ ทั้งซูปี้และเลี่ยงเหลียงที่มักจะเป็นปากและสมองแทนเขาต่างไม่อยู่ ในคราวนี้เขาจึงต้องคิดและพูดด้วยตนเอง
     ก่อนจะแยกกันไปพักเทียนเหมินได้นัดแนะเวลาเดินทางกับพวกของหลินว่าจะออกจากเทียนซุยในช่วงสาย เวลากลางวันและแสงอาทิตย์ที่ส่องสว่างน่าจะทำให้การเดินทางของพวกเขาปลอดภัยว่าเวลากลางคืนในถื่นดินแดนของศัตรูคนเถื่อน และเมื่อนัดแนะกันเสร็จเรียบร้อยแล้วชายหนุ่มผมขาวและเจ้าขาวขอแยกตัวจากพวกของหลินไปยังห้องนอนของตนเองเพื่อพักผ่อน

     เมื่อกลับมาถึงห้องพักของเทียนเหมินที่มีเตียงเดียวเขาก็เข้าไปในนั้นโดยไม่จุดโคมไฟเพื่อให้ความอบอุ่น อากาศที่เทียนซุยแม้กลางวันจะร้อนแต่กลางคืนนั้นหนาวเย็น อาจด้วยเพราะอยู่ใกล้กับทะเลทรายจึงทำให้อุณหภูมิของตอนกลางวันและกลางคืนแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ถามว่าเหมาะสมกับการฝึกวิชาหรือไม่ก็อาจจะทั้งเหมาะและไม่เหมาะ แม้อากาศจะหนาวเย็นแต่ยังก็ไม่เทียบเท่ากับถ้ำลับที่ผาหงส์ผ้า
     ชายหนุ่มนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงหลังตึงคอตั้งตรงมองไปด้านหน้า มือที่วางไว้บนหน้าผาหงายขึ้น สูดเอาอากาศเย็นเข้าสู่ร่างกายแล้วกักไว้ในปอดยาวนานนับนาทีจากนั้นจึงค่อยๆ ผ่อนไอร้อนที่มีอยู่เล็กน้อยในร่างกายออกช้าๆ พร้อมทั้งภาวนาจิตใจไปด้วย 'ตั้งจิตให้เตรียมพร้อม'
     และเมื่อกักเอาปราณเย็นเข้าไปได้มากพอถึงสิบครั้งแล้วเขาก็เริ่มทำสมาธิภาวนาขั้นต่อไป 'ใจนิ่ง ดังน้ำแข็ง แม้ฟ้าถล่ม ก็ไม่หวั่น ดวงจิต ไร้พัวพัน สุขกายสบายใจ' ท่องแบบนี้ในใจซ้ำไปซ้ำมาเรื่อยๆเพื่อให้มีสมาธิจดจ่ออยู่กับคำสอนของเคล็ดวิชา ในตอนนี้เขารู้สึกว่าจิตใจสงบนิ่งลงแล้วและร่างกายที่เย็นเฉียบก็แผ่ไอเย็นออกมาเบาๆ
     ใช้เวลาเดินลมปราณครึ่งชั่วยามแล้วลืมตาขึ้นมามอง เจ้าขาวที่มาด้วยนอนขดอยู่กับพื้นและหลับไปแล้วมันคงทั้งเพลียและหิวที่เฝ้าระวังภัยให้นายอยู่ตลอดเวลา เขาไม่รู้ว่ายาสลบนั้นมีผลต่อสัตว์หรือไม่ หรือว่ามันเองก็ฝืนทนร่างกายเฝ้าเขาไว้ตลอดทาง เอาไว้พรุ่งนี้เช้าคงหาอะไรดีๆ ให้มันทานได้



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -6 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -6 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x9999
x9999
x9999

53

กระทู้

411

โพสต์

6หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
83844
เงินตำลึง
105814
ชื่อเสียง
17300
ความหิว
267

ใบรับรองภาษาฮั่น

คุณธรรม
427
ความชั่ว
0
ความโหด
30
ไก่บ้าน
เลเวล 1

ชิง หลิ่งอี้

ของขวัญจาก Admin
pet
โพสต์ 2017-10-13 12:33:10 | ดูโพสต์ทั้งหมด
KABUTO ตอบกลับเมื่อ 2017-10-12 22:17
{ เควสเรื่องราว 3 } บุญคุณ - ความแค้น
PART CXXIV[ ...

98
          หลังจากที่หลินและซ่งหยางหมิงอธิบายเรื่องของต่งอี้ที่พวกเขาเคยพบเจอมาจากเมืองอู๋เว่ยเรียบร้อยแล้ว ดูเหมือนว่าซูเทียนเหมินจะกำลังครุ่นคิดอะไรบางอยู่คิ้วเข้มสีดอกเลาขมวดเข้าหากันจนเป็นร่องลึกที่หว่างคิ้วระหว่างฟังการสนทนากับพรรคพวกของหลิน ราวกับว่าชายหนุ่มนึกอะไรขึ้นได้เขารีบตวัดพู่กันเขียนข้อความที่จะสื่อลงในกระดาษทันที
          'หลังจากออกจากบ้านไม่นานข้าเคยไปที่อู๋โต่วแล้วก็มีเรื่องเกิดขึ้น หมอใจดีที่รักษาคนฟรีถูกคนที่ชื่อต่งฆ่าเพื่อล้างแค้นแทนใครสักคน ข้าจำไม่ได้ว่าเป็นคนเดียวกับต่งอี้ที่พวกเจ้ากำลังคุยกันอยู่ไหม ถ้าจำไม่ผิดมันเป็นโจรป่าตัวใหญ่หนวดเครารกรุงรังแต่กลับมีกระบี่สวยๆ เล่มหนึ่ง น่าจะเป็นของที่ขโมยมา ดีนะที่เขาไม่เห็นตัวข้า'
          "ไม่แน่อาจเป็นคนเดียวกันก็เป็นได้นะขอรับ" ซ่งหยางหมิงครุ่นคิดในสิ่งที่อีกฝ่ายบอกมา
          "เลวชะมัด นั่นมันจะโหดเหี้ยมเกินไปแล้ว" เจียนหลิวเมื่อได้ฟังแล้วก็รู้สึกเขม่นเจ้าคนที่ชื่อว่าต่งอี้ทันที แม้เขาจะเคยได้ยินเรื่องของคนคนนั้นมาบ้างแต่ก็ไม่คิดว่ามันจะเลวร้ายอย่างที่เขาลือกันถึงเพียงนี้
          ซูเทียนเหมินพยักหน้าหงึกๆ เห็นด้วยว่าคนที่ชื่อต่งอี้นั้นเป็นอันธพาลที่เลวร้ายอย่างที่สุด หากว่าเขามีอิทธิพลมากในแถบนี้แล้วเกรงว่าเราก็ไม่ควรจะแกว่งเท้าหาเสี้ยนสอดมือเข้าไปยุ่งย่าม เหตุการณ์จะทุเลาลงได้หากพวกเขาหนีออกไปได้และเวลาผ่านไปพวกคนร้ายที่เขาประมือด้วยก็คงจะจำใบหน้าของเขาไม่ได้แล้ว สิ่งที่ควรทำคือออกไปจากเขียนเหลียงโจวโดยเร็วที่สุด
          ชายหนุ่มเขียนความคิดของตนลงไปในกระดาษจากนั้นจึงบอกวัตถุประสงค์ต่อไป 'เราไม่ควรอยู่เหลียงโจวนานนัก รีบหนีออกไปจากแถบนี้ดีกว่า ข้าต้องไปตามหาขบวนคาราวานของข้าอีกด้วย...' ชายหนุ่มชะงักมือเล็กน้อยก่อนจะเขียนต่อไป 'ข้ายังไม่ได้บอกว่าตอนนี้กำลังฝึกงานกับพ่อค้าขายอาวุธใช่ไหม?'
          "นี่เจ้ากำลังฝึกงานอยู่หรอกรึ?" หลินเอ่ยถามเมื่อเห็นข้อความในกระดาษบอกเช่นนั้น แม้ว่านางจะอ่านตัวอักษรยังไม่คล่องเท่าไรแต่ก็พอที่จะจับความได้บ้าง
          'เลี่ยงเหลียงแนะนำให้ข้าทำงานพ่อค้าเพื่อจะหาเงินระหว่างทางที่ตามหาซูปี้ แต่ยังไม่ได้ทันเริ่มงานก็เกิดเรื่องซะก่อน และตอนนี้ข้าต้องรีบไปตามหาขบวนพ่อค้าขายอาวุธให้เจอ ไม่งั้นข้าตกงานแน่' ซูเทียนเหมินเขียนยิกๆ ด้วยลายมือที่อ่านยากลงบนกระดาษก่อนจะชูให้ทุกคนดู
          "เข้าใจล่ะ" หลินพยักหน้าพลางเอ่ยตอบ
          'ข้าจะไปฉางอัน เมืองหลวงน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ไม่แน่ว่าคาราวานสินค้าอาจจะไปขายของที่เมืองหลวงก็ได้ แล้วพวกเจ้าเอาไงต่อ?' ซูเทียนเหมินเขียนถามทุกคนแม้ไม่หวังจะให้ติดตามมาด้วยเพราะคิดว่าทางฝั่งหลินน่าจะมีธุระที่ต้องทำ แต่คงดีกว่าหากเกาะกลุ่มกันเหนียวแน่น
          "ไปฉางอันก็ไม่เลว" หลินเอ่ยตอบ แม้ว่าพวกเขาจะเพิ่งมาจากฉางอันก็ตาม แต่เมื่อไม่มีเบาะแสของพรรคภูติทมิฬลมดำตัวจริงก็คงไม่มีเหตุผลให้ต้องอยู่ที่เมืองเทียนซุยอีกต่อไป
          'งั้นก็ดี พรุ่งนี้เช้าเราจะเดินทางไปฉางอันพร้อมกัน' ซูเทียนเหมินเขียนข้อความสุดท้ายลงไปในกระดาษที่บัดนี้เต็มไปด้วยตัวอักษรมากมาย เขาหยิบกระดาษเหล่านั้นติดตัวไปด้วยหวังว่าจะได้เอาไว้ใช้งานระหว่างการเดินทางเพราะมีเรื่องที่ต้องพูดคุยสนทนากับคนอื่นอีกเยอะแยะ ทั้งซูปี้และเลี่ยงเหลียงที่มักจะเป็นปากและสมองแทนเขาต่างไม่อยู่ ในคราวนี้เขาจึงต้องคิดและพูดด้วยตนเอง
          ก่อนจะแยกกันไปพักซูเทียนเหมินได้นัดแนะเวลาเดินทางกับพวกของหลินว่าจะออกจากเทียนซุยในช่วงสาย เวลากลางวันและแสงอาทิตย์ที่ส่องสว่างน่าจะทำให้การเดินทางของพวกเขาปลอดภัยว่าเวลากลางคืนในถื่นดินแดนของศัตรูคนเถื่อน และเมื่อนัดแนะกันเสร็จเรียบร้อยแล้วชายหนุ่มผมขาวและเจ้าขาวขอแยกตัวจากพวกของหลินไปยังห้องนอนของตนเองเพื่อพักผ่อน

          หลังจากซูเทียนเหมิงปลีกตัวเพื่อกลับไปยังห้องของตนพร้อมกับสุนัขป่าของเขาที่ชื่อว่าเจ้าขาว หลิน เจียนหลิว ซ่งหยางหมิง และซ่งเหมยฮัว ยังอยู่ในห้องเช่นเดิมไม่ได้ออกไปไหน
          "ว่าแต่เจ้านกพิราบล่ะ?" เจียนหลิวเอ่ยถามถึงนกพิราบขาวที่ตนและหลินได้เจอตอนที่เผลอหลงไปยังทะเลทรายนอกเมือง
          "นกพิราบเหรอคะ?" ซ่งเหมยฮัวเลิกคิ้วถามผู้ถามอีกครั้งเมื่อไม่รู้ว่าคนถามกำลังพูดถึงนกพิราบที่ไหน
          "อยู่ในกรง" หลินเอ่ยตอบเจียนหลิวแล้วชี้ไปยังกรงนกที่อยู่ใกล้หน้าต่าง
          "อยู่นี่เอง~" เจียนหลิวลากเสียงยาวแล้วรีบแจ้นไปหานกพิราบขาวทันที ดูเหมือนว่าเขาจะถูกชะตากับมันไม่น้อย
          "พวกเจ้าเก็บนกมาเลี้ยงกันหรือ?" ซ่งหยางหมิงเอ่ยทัก เขาหัวเราะเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทางของเจียนหลิว
          "เราบังเอิญเจอมันเกือบพร้อมกันกับซูเทียนเหมิงน่ะ" เจียนหลิวบอกโดยมองนกในกรงไปด้วย
          "พิราบขาวรึขอรับ?" ซ่งหยางหมิงเอ่ยถามเพื่อความแน่ใจ แต่เมื่อดูก็พอที่จะทราบได้ว่าเพราะขนของมันสีขาวทั้งหมด
          "อย่างที่เห็นเจ้าเห็นล่ะ" เจียนหลิวเอ่ยตอบ
          "เราควรตั้งชื่อให้มันไหมนะ?" ซ่งหยางหมิงเสนอแนะแต่ตัวเขาเองก็ใช่ว่าจะนึกชื่อซะทีเดียว "ชื่ออะไรดี..."
          "เฟยอินดีไหมคะ" ซ่งเหมยฮัวแนะนำ
          "ฟังดูไม่เลวนี่ยัยหนู" เจียนหลิวเอ่ยเห็นดีเห็นงามด้วยกับชื่อนั้น "ขอบใจมากนะ"
          "ค่ะ ว่าแต่มันบาดเจ็บหรือคะคงต้องใช้เวลารักษาหลายวันเชียว" ซ่งเหมยฮัวสังเกตเห็นผ้าพันแผลที่ปีกของเจ้านกน้อยก็รู้สึกสงสารมัน
          "อืม.. ข้าชักง่วงแล้วสิ ขอตัวนอนก่อนละนะ" เจียนหลิวยกมือเอ่ยยิ้มๆก่อนหาที่นอนเหมาะๆล้มตัวลงนอนโดยไม่ใช้ฟูกเลยด้วยซ้ำ
          "เช่นนั้นรีบนอนกันเถอะ ราตรีสวัสดิ์" ซ่งหยางหมิงกล่าวแล้วจึงลุกไปดับไฟ

          พรุ่งนี้ต้องออกเดินทางแต่เช้าหากไม่รีบนอนอาจทำให้อ่อนเพลียเอาได้ ว่าแล้วทุกคนจึงแยกย้ายกันไปนอนเพื่อเก็บแรงไว้ใช้ในวันพรุ่งนี้

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +25 ความหิว -6 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 25 -6 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
สุราไผ่เขียว
ฮั่นเสียทองเทวะ
เกราะทองคำ
รูปปั้นไป๋เหมียว
กระบี่ไม้
ตัวเบาพื้นฐาน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x2
x32
x15
x5
x25
x8
x2
x5
x28
x10
x1
x1
x1
x764
x1
x1
x6
x30
x6000
x100
x100
x5
x1
x5
x11
x50
x60
x2
x26
x128
x100
x50
x200
x5
x10
x110
x50
x280
x4
x84
x10
x10
x20
x15
x166
x20
x130
x682
x22
x74
x5000
x158
x22
x360
x1
x105
x259
x33
x5
x9999
x50
x30
x10
x34
x1
x5
x100
x1075
x50
x1
x3
x221
x10
x5
x20
x30
x20
x25
x35
x100
x25
x25
x10
x200
x3
x200
x150
x92
x120
x125
x400
x170
x20
x250
x20
x205
x50
x6
x115
x50
x640
x25
x1
x92
x7
x24
x20
x1
x1

85

กระทู้

422

โพสต์

214748หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
2147483647
เงินตำลึง
2147483647
ชื่อเสียง
0
ความหิว
2147483516

ซู ซูปี้

ของขวัญจาก Admin
pet
โพสต์ 2017-11-19 17:06:38 | ดูโพสต์ทั้งหมด
PART CCXXX


     หลังจากทำงานมาทั้งวันก็ได้เวลาเติมพลังงานที่โรงเตี๊ยม ก็คงจะมีแค่เพียงโรงเตี๊ยมที่อู่หลางนี่กระมังที่มีอาหารธรรมดาๆ ขายไม่ใช่ตัวอะไรจากทะเลทรายปิ้งย่าง หากไม่มองหน้าสัตว์เปล่านั้นขณะกินมันก็อร่อยไม่เบา แต่หากเลือกได้ขออะไรที่ธรรมดาน่าจะสะดวกใจกว่า...
     เกวียนสินค้าถูกฝากเอาไว้กับคอกม้าของโรงเตี๊ยม แม้ว่าเถ้าแก่โรงเตี๊ยมหน้าตาท่าทางจะดูโกงๆ ไปบ้างแต่เมื่อได้สนทนาไปสักพักก็คิดว่าเขาน่าจะไว้ใจได้ และอีกอย่างหลังจากที่ได้ฝากของไปแล้วสามคืนแล้วมาตรวจนับก็ไม่มีอะไรที่สูญหาย ถ้าเถ้าแก่ไม่เส้นใหญ่มากก็ถือว่าระบบรักษาความปลอดภัยของโรงเตี๊ยมอู่หลางคงจะดีไม่เบา
     "ข้าขอเอาข้าวสวยสามถ้วย เจียวจือ ผัดผัก น้ำแกง แล้วก็พะโล้แล้วกัน" เทียนเหมินสั่งอาหารกับเสี่ยวเอ้อห์เหมือนๆ กับสามวันที่ผ่านมา "แล้วก็แบบนี้อีกชุดเอาไปส่งที่ห้องพักข้า"
     "ขอรับ" เสี่ยวเอ้อห์รับรายการอาหาร
    "นี่น้ำชาค่ะ" ถิงเอ๋อห์รินชาให้เทียนเหมินหลังจากที่เขาดื่มหมดไปแล้วถ้วยหนึ่ง
    "ขอบใจ" มือหนารับเอาถ้วยชาขึ้นมาค่อยๆ จิบช้าๆ แม้ว่ามันจะร้อนแต่ก็รู้สึกดีกว่าทนกับลำคอที่แห้งผาด จะว่าไปก็ไม่น่าเชื่อว่าเมื่อเดือนที่แล้วเขาเพิ่งหนีหัวซุกหัวซุนออกมาจากเหลียงโจว ไม่น่าเชื่อวันนี้เขากลับต้องเป็นฝ่ายกระโจนเข้าไปหาเสียเอง แต่ถ้าเลือกได้ขอแค่ผิวๆ ก็พอ ไม่ขอเจอหัวหน้าโจรตัวจริง
     ไม่นานนักอาหารที่สั่งไว้ก็มาส่งถึงโต๊ะ เทียนเหมินและถิงเอ๋อห์ต่างทานอาหารตรงหน้าด้วยความหิวโหย บางทีงานขายก็ทำให้กินข้าวไม่เป็นเวลา อย่างวันนี้พวกเขาทั้งสองก็ไม่ได้ทานมื้อกลางวันเพราะมัวติดพันลูกค้าที่มัวแต่เลือกกระบี่แล้วหาแบบที่ถูกใจไม่ได้เสียที แต่ยังดีที่เขาซื้อไป
     ระหว่างที่ทั้งสองกำลังทานอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อยกันอยู่นั้นหูอันว่องไวของถิงเอ๋อห์ก็ได้ยินกับบทสนทนาหนึ่งเข้า นางสะกิดให้เทียนเหมินร่วมแอบฟังด้วยกัน
     "ข้าไปเล่นพนันมา มือขึ้นสุดๆ วันหลังเจ้าไปด้วยกันมะ" ชายคนหนึ่งเอ่ยคุยกับชายอีกคนที่นั่งทานอาหารร่วมโต๊ะกัน
     "ไพ่นกกระจอกเร้อ เบื่อแล้วว่ะ ข้าไม่ค่อยมีดวงด้านนี้" ชายคนที่สองคุยโต้ตอบกลับมา ด้วยเรื่องการพนันธรรมดาๆ เทียนเหมินจึงไม่ได้ใส่ใจมากนัก เพราะที่ไหนๆ ก็มีกัน
     "ไม่ใช่ บ่อนที่ข้าไปอยู่นอกเมือง จุดพักม้าที่เป็นป้อมของทหาร บ่อนโพรงจิ้งจอก" แต่ท่าทางว่าเรื่องที่ได้แอบฟังนั้นจะมีเรื่องที่น่าสนใจมากกว่าเดิมเสียแล้ว
     "ป้อมของทหาร? ทหารเปิดบ่อนเองเลยหรอวะ แล้วมีอะไรน่าสนใจล่ะ?" ชายคนที่สองเอ่ยถามอย่างนึกสนใจ ซึ่งเทียนเหมินกับถิงเอ๋อห์เองก็เช่นกัน
     "ตีจิ้งหรีด ประลองงัดข้อ และก็พวกไพ่ทั่วๆ ไปนั่นแหล่ะ แต่เห็นว่าของเดิมพันบางครั้งก็เป็นสาวงามโหรวหรานด้วยนะเว้ย" ชายคนแรกอธิบายออกไปพลางปาดน้ำลายเมื่อพูดถึงสาวโหรวหรานที่มีใบหน้างามคมและเรือนกายอันแสนเย้ายวนใจ
     "เออ จะมาสนใจก็อย่างสุดท้ายนี่แหล่ะ น่าสนใจดีงั้นพรุ่งนี้พาข้าไปด้วยล่ะ" ชายคนที่สองก็ทำหน้าหื่นกามไม่แพ้กัน ตอบตกลงทันทีเมื่อมีเรื่องสตรีเข้ามาเอี่ยว
    "บ่อนโพรงจิ้งจอก..." เทียนเหมินขมวดคิ้วครุ่นพลางพึมพำออกมาเบาๆ
    "น่าสนใจนะคะ ทหารเป็นคนให้ความร่วมมือกับบ่อนอีกด้วย..." ถิงเอ๋อห์กุมคางอย่างใช้ความคิด "ข้าว่าเราน่าจะลองไปกันดูค่ะ"
    "ใช่ เจ้าคิดเหมือนข้าเป๊ะ งั้นหลังจากขายของหมดแล้วลองไปดูหน่อยแล้วกัน ถ้าได้หลักฐานมาก็น่าจะดี" เทียนเหมินตอบออกไป
     ทั้งสองเร่งมือทานอาหารกันให้เสร็จเรียบก่อนที่จะขึ้นไปนอกพักผ่อนกันที่ชั้นสองกับห้องที่เปิดเอาไว้



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -4 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -4 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x9999
x9999
x9999

75

กระทู้

844

โพสต์

3หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
11996
เงินตำลึง
5187
ชื่อเสียง
15782
ความหิว
74

ใบรับรองภาษาฮั่น

คุณธรรม
506
ความชั่ว
0
ความโหด
0
กวนอวี่ | 关羽
เลเวล 1

อวี้ เสี่ยวมี่

คุณชาย! โปรดอย่าก่อเรื่อง
pet
โพสต์ 2017-12-11 20:19:22 | ดูโพสต์ทั้งหมด
บุรุษหน้าสวยหากแต่ฝีปากจัดเสียจริง!

      หลังจากกลับมาที่โรงเตี้ยมอู่หลง พี่เฮ่าได้พาเทียนเหมินไปที่ถ้ำ… ส่วนถิงเอ๋อห์กับอาเค่อนั้นเธอไม่ทราบอะไรมากนักแต่ตอนนี้ผิงผิงได้หลับเต็มที่และอบอุ่นจากผ้าคุมกันทรายของเทียนเหมิน เด็กสาวร่างเล็กที่นอนห้องเดียวกับถิงเอ๋อห์นั้น… เธอมองซ้ายแลขวาก่อนจะเลือกที่เหมาะๆ เพื่อฝึกปราณ โดยการนั่งขัดสมาธิและเดินลมปราณตามปกติโดยหายใจเข้าสี่หายใจออกหนึ่งและกำหนดลมปราณทั้งร่างกายหลอมรวมไปที่ท้องน้อย ขับเคลื่อนลมปราณอยู่จุดๆ เดียว โคจรลมปราณเวียนขวา ผ่านจากท้องน้อยเคลื่อนคล้อยสู่ทวาร จากนั้นก็ขับเคลื่อนไหลเวียนไปทั่วทั้งร่างก่อนจะผ่านไปทางลำไส้ เลยไปจนช่องทวาร… ผิงผิงรู้สึกได้ว่ามันมันไม่ยอมผ่านและเธอต้องการปลดหนัก! เด็กสาวผ่อนลมหายใจก่อนจะรีบวิ่งห้องน้ำแล้ว…
      ปัง! ผิงผิงปล่อยหนักผ่านไปไม่นานเธอก็จัดการเรียบร้อยแล้วและกำลังจะเตรียมตัวออกไป...
      ปังๆๆๆ
      ปังงงงงงๆๆๆๆ
      “อะไรของเจ้า!” ผิงผิงตะโกนถามออกไป
      “...” @Fanlian น่ารำคาญเสียจริง
      ปัง! ผิงผิงเปิดประตูโดยดันใส่หน้าผู้ที่มาเคาะประตูอย่างแรงและแรงเธอก็มิใช่น้อยๆ  บานประตูกระแทกเข้าหน้าเขาอย่างจัง
      “....” @Fanlian
      เสียงของชายหนุ่มร้องออกมาผิงผิงแอบยิ้มเธอหารู้สึกผิดแต่อย่างไรไม่ ผิงผิงหันไปมองพบว่าเป็นบุรุษร่างสูงดวงหน้าหวานเอามากๆ เขาเพียงเอามือเรียวบีบที่ปลายจมูก สีหน้าแหยเกมองอีกคนด้วยความโกรธเคืองที่มีอยู่บ้างหากแต่ไม่ได้เข้ามาทำร้ายเธออย่างที่สายตานั้นบอกว่าเขาอยากจะทำ!
    “....” @Fanlian
    “ข้ามิต้องยกประตูทุ่มเจ้าหรอกพี่สาว! แต่ข้าจะทุ่มด้วยนี่แทน” ผิงผิงกระทืบลงบนฝาเท้าของชายหนุ่มทันที ก่อนจะเดินเลียงออกไปโดยมิสนเสียงร้องนั้น เพราะมันน่าหนวกหูเสียจริง ผู้ชายอะไรทำตัวไม่เหมือนผู้ชาย อาเค่อ ที่ดูอ่อนๆ ยังดีกว่าเป็นไหนๆ ผิงผิงเดินลงจากโรงเตี้ยมก่อนจะก้าวออกไปข้างนอกเพื่อมุ่งหน้าไปย่านการค้า


แสดงความคิดเห็น

ฝีกวิชาตัวเบาขั้นต้นวันที่ 7  โพสต์ 2017-12-11 20:25

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -14 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -14 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ขลุ่ยบุพเพ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x2
x2
x2
x4
x38
x60
x110
x57
x1
x1
x1
x13
x4
x5
x28
x40
x4
x3
x2
x1
x12
x20
x1
x16
x68
x42
x54
x30
x14
x40
x10
x74
x58
x2
x20
x416
x16
x6
x90
x444
x40
x86
x1
x80
x169
x98
x42
x90
x30
x15
x65
x1
x15
x32
x1
x20
x492
x755
x301
x209
x152
x72
x2
x35
x123
x529
x78
x10
x10
x10
x4
x47
x1
x64
x1
x100
x89
x50
x1612
x12
x6
x2
x69
x456
x2
x2
x398
x145
x386
x365
x20
x38
x86
x3
x120
x1
x8092
x38
x771
x4150
x867
x1301
x12
x17
x25
x171

16

กระทู้

295

โพสต์

6หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
299120
เงินตำลึง
108030
ชื่อเสียง
15377
ความหิว
734

ใบรับรองภาษาฮั่นป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV3)ใบรับรองเหมืองแร่จินไช่เหริน(รายสามปี)

คุณธรรม
169
ความชั่ว
0
ความโหด
147
ครึ่งแสน
เลเวล 1

ฟง ฟงเยี่ย

" ฟ่านเหลียนเกอเก่อ! "
pet
โพสต์ 2017-12-12 18:30:29 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Fanlian เมื่อ 2017-12-15 15:38

{ภัยสงคราม}
[ไช่ฟ่านเหลียน]

บทที่ 2 เส้นทางที่ต้องก้าวไป : เรียกแม่นางไม่ว่า เรียกพี่สาวไม่ยอม!


ด้วยความที่เมืองอู๋โต่วเป็นเมืองขนาดเล็ก ใช้เวลาไม่นานการเดินทางของหนึ่งคนกับอีกหนึ่งตัวก็ถึงเมืองเทียนซุย สภาพของเขาก็เหมือนเช่นเคยกับการเดินตัดผ่านมาสามเมืองคือร้อน เหนียวตัว หิวเนื้อ และต้องการเนื้อยิ่ง! ไม่ใช่กินแต่เห็ดจนหน้าจะเป็นเห็ด หรือ เห็นแต่นกของตัวเองจิกกินแต่ตะขบ… แต่คิดมาให้ผิงอันกินแต่ตะขบก็ดีไปอย่าง เขาจะได้ไม่เปลืองเงินชั่งเงินตำลึงที่มีในตัว ใบหน้างามผิมองไปรอบๆจนกระทั่งเห็นโรงเตี๊ยมไม่รอช้าเรียวขารีบเดินย่ำมาบริเวณด้านหน้าทันที

“ข้ากับ...” เรียวนิ้วชี้ไปทางนกพิราบขาว แล้วยิ้มบางๆให้แม่นางที่ด้านหน้า

“ใคร่อยากจะขอพักห้องธรรมดาขอรับ” พูดตกลงกันเสร็จเขาจึงแบกเอาทั้งสัมภาระและนกตัวน้อยไปที่ห้องพักในทันที วางของที่ปลายเตียง คีบเอาปิ่นหยกสลักออกจากเส้นไหมสีถ่านสลวยและปล่อยเส้นผมยาวยวงทิ้งตัวลงจนเหนือสะโพก ดวงตาสีน้ำตาลไหม้จ้องตนในกระจกราวกับคิดอะไรอยู่แต่แล้วก็เปลี่ยนใจ รีบเดินไปอาบน้ำทันควัน

มือเรียวหยิบตะขบเกือบสองกำมือวางใส่ภาชนัที่หาได้ในท้องนั้น ก่อนจะใช้นิ้วชี้เคาะหัวของผิงอันเบาๆ

“อยู่ที่นี่ อย่าไปไหนจนกว่าข้าจะกลับมานะผิงอัน”

“อูก...” (ขอรับ...) คล้ายจะหลับเต็มทนผิงอันเพียวขานรับแล้วหลับคร่อกอย่างหมดสภาพนกไปในทันที ส่วนไช่ฟ่านเหลียนก็ทำเพียงส่ายหน้าแล้วลงไปที่ด้านล่างโรงเตี๊ยมเพื่อสั่งอาหารเล็กๆน้อยๆทาน ระหว่างที่ทานดวงตาก็มองตามเด็กหญิงรูปร่างเล็กที่เข้าห้องน้ำชั้นล่างของโรงเตี๊ยมไป แต่ก็ไม่ได้ติดใจอะไรนัก จนกระทั่งเปลือกตากระตุกขึ้น

“เรื่องอะไรอีกล่ะทีนี้...” พึมพำช้าๆ ขณะเคี้ยวเอื้องเนื้อหมูในก๋วยเตี๋ยวกิน ตะเกียบไม้งามคีบผักเข้าปากและเส้น จนชั่วเพลาผ่านไปเค่อหนึ่ง เหตุก็เริ่มต้น…

ไช่ฟ่านเหลียนอยากเข้าห้องน้ำ…

ชายหนุ่มเพียงเดินไปยืนรอต่อแถวเข้าห้องน้ำกลับคนอื่นๆ ใบหน้างามเพียงคลี่ยิ้มบ้างเมื่อมีคนที่ยินรอด้วยกันยิ้มมาให้ แต่จริงๆที่ทุกคนยิ้มเป็นเพราะอดทนกับคนในห้องน้ำเสียมากกว่ากระมั้ง ผ่านไปชั่วเวลาเค่อหนึ่งก็ยังไม่มีใครออกมา ทุกคนต่างเปลี่ยนใจขึ้นไปใช้ห้องน้ำที่ห้องพักกันหมด มีเพียงไช่ฟ่านเหลียนที่ยังคงยืนรออยู่ ดวงตาสีน้ำตาลไหม้กลอกขึ้นฟ้า แล้วใช้มือเรียวเคาะเบาๆ

ก๊อก! ก๊อก!

“ท่าน...เมื่อไหร่จะเสร็จขอรับ” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นเพียงแผ่วเบา เพื่อต้องการจะเอ่ยกับคนภายในห้องเท่านั้นแต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีเสียงตอบรับอะไรมาเลย มือเรียวตัดสินใจเคาะอีกครั้งในทันควัน

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

และก็เช่นเดิมไม่มีเสียงตอบรับอะไรอีก ต่อมโมโหของชายหนุ่มเริ่มทำงานขึ้น มือของไช่ฟ่านเหลียนเริ่มจากเคาะจนกระทั่งทุบเบาๆให้เกิดเสียง

ปัง! ปัง!

ปัง! ปัง! ปัง!

“อะไรของเจ้า!” ในที่สุดเสียงจากคนในห้องน้ำก็ดังออกมาเสียที… แล้วก็เป็นเสียงเดียวกับแม่นางที่วิ่งเข้าห้องน้ำไปตอนที่เขายังกินก๋วยเตี๋ยวไม่เสร็จด้วยซ้ำ! จิตใจนางทำด้วยอะไรถึงสามารถนั่งเอื่อยอยู่ในห้องน้ำได้นานสองนาน โดยไม่รู้เลยว่าห้องน้ำนี้คนอื่นๆก็ต้องใช้ แถมยังมีหน้ามาบอกว่ามีอะไรอีก… ไช่ฟ่านเหลียนสุดจะทนกับพฤติกรรมของนางเสียจริง…

“แม่นางเข้าไปหาตะขาบหรือขอรับ หาถึงสวรรค์วิมานชั้นไหนแล้วถึงช้าจริง ไม่รู้หรือขอรับว่ามีคนต่ออยู่ นี่หากแม่นางไม่เปิด ข้าคงกระโดดถีบประตูเข้าไปดูแล้วว่ามันมีอะไร” ไช่ฟ่านเหลียนสบถออกมา พลางเหลือบมองคนที่เหลืออยู่ประปรายที่ไม่ยอมไปเข้าห้องน้ำที่อื่นเพราะคาดว่าคงไม่ได้พักที่นี่แต่เพียงมาหาอาหารรับประทานเท่านั้น

ปัง!

“โอ้ย!”

แต่พอหันกลับไปเท่านั้น บานประตูไม้ก็กระแทกเข้าที่จมูกโด่ง จนโลหิตสีแดงเข้มไหลซิบๆลงมา เขาเพียงเอามือเรียวบีบที่ปลายจมูก สีหน้าแหยเกมองอีกคนด้วยความโกรธเคืองที่มีอยู่บ้างหากแต่ไม่ได้ตรงปรี่เข้าไปหมายจะกระโดดถีบอย่างที่มาดไว้ เพราะคนตรงหน้าเป็นอิสตรี เขาจึงทำได้เพียงเม้มริมฝีปากสีพีชจนแน่น แล้วเอ่ยขึ้น

“เปิดแรงขนาดนี้ ยกประตูทุ่มข้าก็ได้นะขอรับ”

“ข้ามิต้องยกประตูทุ่มเจ้าหรอกพี่สาว! แต่ข้าจะทุ่มด้วยนี่แทน...”

สิ้นสุดเสียงพูดนางจึงกระทืบเท้าลงที่เท้าเขาเสียเต็มรัก ใบหน้าแหยแกอีกรอบ หลังจากโดนกระทืบเท้าใส่ด้วยแรงที่เขาคิดว่าไม่น่าใช่สตรี คิดว่าคงเป็นหมีถึกเสียมากกว่าใส่ก็ได้แต่ละมือจากจมูกแล้วกุมเท้าก่อน เจ็บใจที่โดนกระทืบเท้าใส่แล้วโดนสะบัดหนีแล้ว แต่ที่เจ็บใจกว่าคือนางเรียกเขาว่า พี่สาว! เกิดมาเคยโดนเรียกแม่นางว่าหนักเเล้ว เจอคำว่าพี่สาวไป ไช่ฟ่านเหลียนถึงกลับชะงักกึกมองตามหลังอิสตรีที่หามีความกุลสตรีไปในทันควัน

“พี่สาวงั้นหรือ… หึ! เดี๋ยวได้รู้ฤทธิ์พี่สาวแน่ ไอเด็กแสบ!”





“ชิ..” เขานั่งทรุดลง แม่นางที่อยู่ใกล้ๆเพียงบอกให้เขาไปนั่งพักเสียประเดี๋ยวส่วนคนอื่นเพียงช่วยเหลือเขาบ้างเท่านั้น ไช่ฟ่านเหลียนยิ้มกลับพลางกล่าวขอบคุณด้วยความซาบซึ้ง อย่างน้อยก็มีคนทำแผลให้และไม่ปล่อยเขาผ่านเลยไปเช่นเด็กมารยาทไม่มีเหมือนแม่นางน้อยปีศาจคนนั้น!

@Admin












คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -14 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -14 + 3

ดูบันทึกคะแนน

สวัสดี
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ทวนกรีดนภา
กราดิอุสโอธีมัส
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
คัมภีร์ละติน
ม้าตี๋หลูทมิฬ
หงอนคู่
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x3
x1
x6
x15
x15
x1
x6