ดู: 501|ตอบกลับ: 7

{ นอกเมืองจื่อถง } ผาร้อยบุปผา

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2017-7-20 20:01:48 |โหมดอ่าน

ผาร้อยบุปผา


สถานที่ที่มีทิวทัศน์งดงามแห่งหนึ่งในแถบแดนใต้ ผาแห่งนี้อยู่นอกชานเมืองของเมืองจื่อถง
จากบริเวณปลายสุดหน้าผาลงไปมีความสูงถึง 6 เมตรถึงพื้นดิน

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2017-7-20 20:22:50 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Hazan เมื่อ 2017-7-23 22:40





          เมื่อหลี่เซี้ยนเจ่อช่วยหญิงสาวขึ้นมาจากหน้าผาได้แล้ว แต่แล้วก็เกิดเหตุไม่คาดคิดเมื่อขาข้างหนึ่งของหญิงสาวถอยหลังได้ก้าวหนึ่งก็ทำให้เสียจังหวะการทรงตัว หลี่เซี้ยนเจ่อเห็นท่าไม่ดีจึงคว้าตัวหญิงสาวไว้และเป็นเหตุทำให้ทั้งคู่ต้องตกผาลงไปอีกครั้ง  หลี่เซี้ยนเจ่อในจังหวะที่ร่วงหล่นจากหน้าผาเขาจึงใช้แผ่นหลังของตัวเองรับแรงกระแทกโดยมีหญิงสาวนอนทับอยู่บนหน้าอกของเขา  หลี่เซี้ยนเจ่อหลับไปนานเท่าไหร่ไม่ทราบจนหญิงสาวที่เขาช่วยมาเอาแขนมาสะกิดที่ต้นแขนของเขา เขามองดูเธอแล้วมีแค่ฟกช้ำนิดหน่อย ส่วนตัวเขาเองดูเหมือนจะได้รับบาดแผลมาไม่น้อย เขาพยุงตัวเองลุกขึ้นมานั่งแล้วมองไปรอบๆสงสัยช่วงที่ตกลงมาคงมีพุ่มไม้พวกนั้นรองรับพวกเขาไว้ หลี่เวี้ยนเจ่อหันไปมองหญิงสาวที่ตนเพิ่งช่วยเหลือมาและก็เพิ่งตกลงมาด้วยกัน หลี้เซี้ยนเจ่อยื่นหน้าไปมองเธอใกล้ๆก็พบว่าทั้งหน้าตาและการแต่งตัวเหมือนชาวโหรวหรานที่เขาและเหม่ยหลินเคยพบที่ตลาดของเมืองอู๋เว่ย      "เธอฟังภาษาของเราออกไหม?" หลี่เซี้ยนเจ่อถามอย่างสัย เธอพยักหน้าแทนการพูด "สงสัยจะฟังได้แต่พูดไม่ได้สินะ" หลี่เซี้ยนเจ่อพึมพำกับตัวเอง เมื่อเป็นเช่นนั้นเขาก็พยุงตัวเองให้ลุกขึ้นยืนซึ่งหญิงสาวก็ทำแบบเดียวกัน
     "ข้าว่าเราควรเดินหาทางออกจากที่นี่กันเเถอะ" หลี่เซี้ยนเจ่อแม้รู้ว่านางพูดภาษาฮั่นไม่ได้ แต่ก็คิดว่านางคงฟังที่เขาพูดออกมารู้เรื่องนะ
        พวกเขาสองคนเดินออกค้นหาทางออกจากบริเวณหน้าผาด้วยหวังว่ามันคงสัญลักษณ์หรือเส้นทางใดเส้นทางหนึ่งที่จะนำพาพวกเขาสองคนออกไปจากที่นี่ได้ พวกเขาจึงเดินมาเรื่อยๆด้วยหวังว่าหากไร้ซึ่งทางออกก็น่าจะมีแหล่งที่พักให้กับพวกเขาได้พักผ่อนกันได้บ้าง การเดินทางเพื่อหาที่พักใช้เวลาอยู่ 30 นาที จึงเดินมาพบกับถ้ำแห่งหนึ่งบริเวณหน้าถ้ำมีดอกไม้หลากสีประดับอยู่ซึ่งไปน่าเชื่อว่าจะมีสถานที่แบบนี้อยู่ด้วย
     "แม่นาง ข่าคิดว่าพวกเราเดินเข้าไปพักในถ้ำแห่งนี้กันหน่อยดีไหม?" หลี่เซี้ยนเจ่อหันไปถามความเห็นจากหญิงสาว ซึ่งก็ได้รับคำตอบมาเป็นการพยักหน้า
        หลี่เซี้ยนเจ่อและหญิงสาวจึงเดินเข้าไปในถ้ำอย่างระมัดระวัง เมื่อเดินเข้ามาภายในถ้ำแล้วก็สังเกตุได้ว่ามีเถาวัลย์เลื้อยอยู่เต็มไปหมดภายในถ้ำแห่งนี้ อีกทั้งบริเวณภายในถ้ำก็มีพื้นที่ค่อนข้างกว้างขวางไม่น้อย หลี่เซี้ยนเจ่อหวังว่าจะพบใครสักคนในถ้ำแห่งนี้ แต่เมื่อเดินมาถึงใจกลางของถ้ำแล้วก็ยังไม่พบวี่แววของคนเลยสักคนเดียว เขาจึงเลือกนั่งลงตรงที่มีหินขนาดใหญ่ตั้งอยู่เพื่อใช้เป็นที่พิงหลัง ส่วนหญิงสาวก็นั่งลงตรงข้ามกับเขา เมื่อหลี่เซี้ยนเจ่อมองใบหน้าของหญิงสาวแล้วกลับไม่เห็นแววตาถึงความกลัวเลย แถมภายในถ้ำก็ยังมีกลิ่นหอมของดอกไม้ฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณถ้ำอีกด้วย หลี่เซี้ยนเจ่อมองสำรวจบาดแผลของตัวเองแล้วก็พบว่ามีแผลถลอกตามร่างกายอยู่พอสมควร เมื่อมีโอกาสได้นั่งพักแล้วเขาก็ควรจะทำบาดแผลของตัวเองเสียหน่อย เขาจึงฉีกชายเสื้อของตัวเองตามยาวจากนั้นก็ถกเสื้อลงจึงทำให้แขนด้านซ้ายของตัวเองเปลือยเปล่าลง จากนั้นเขาก็เอาชายเสื้อที่ฉีกมาทำการพันแผลด้วยความทุลักทุเล หลี่เซี้ยนเจ่อซึ่งกำลังพยายามพันแผลให้กับตัวเองอยู่ จู่ๆหญิงสาวก็เข้ามาช่วยทำแผลให้ การทำแผลของนางดูจะคล่องแคล่ว เมื่อทำแผลแขนซ้ายเสร็จ หญิงสาวก็ทำแบบเดียวกันกับที่แขนด้านขวาของหลี่เซี้ยนเจ่อ จนเมื่อเห็นว่าไม่มีแผลที่ส่วนอื่นแล้วหญิงสาวก็นั่งลงข้างๆหลี่เซี้ยนเจ่อ พวกเขาสองคนก็ยังคงนั่งเล่นอยู่ในถ้ำที่มีกลิ่นดอกไม้กระจายไปทั่วบริเวณถ้ำ
     "แม่นางเคยรักษาคนมาก่อนเหรอ?" หลี่เซี้ยนเจ่อหันไปถามหญิงสาวอย่างใคร่รู้ ซึ่งนางก็พยักหน้า
     "แล้วแม่นางเป็นชาวโหรวหรานด้วยรึเปล่า?"  หญิงสาวก็พยักหน้าตอบพร้อมกับยิ้มแย้ม หลี่เซี้ยนเจ่อเห็นนางยิ้มแล้วก็รู้สึกว่านางก็น่ารักแล้วก็สวยด้วย แต่เขาก็ไม่เคยอยู่กับหญิงสาวแบบใกล้ชนิดขนาดนี้มาก่อน มันเป็นครั้งแรกในชีวิตของเขาจริงๆ ตอนนี้นอกถามคำถามกับสตรีที่นั่งอยู่ข้างๆแล้ว เขาคงคิดว่าน่าจะเล่าอะไรให้นางได้ฟังบ้าง
      "แม่นางรู้ไหมว่าตั้งแต่ข้าออกจากบ้านมากับน้องสาวของข้าแล้ว ชีวิตของข้าก็มักจะเจอกับเรื่องที่ไม่คาดฝันมากมาย หนแรกก็ที่โรงเตี๊ยมที่เมืองเฉิงตู ข้าเกือบเอาชีวิตไม่รอดถ้าไม่มีคนมาช่วยไว้ได้ทัน จากนั้นข้ากับน้องสาวก็มาทำที่ร้านผ้าไหมของเถ้าแก่หวงแล้วก้ได้ไปเจอกับชาวโหรวหรานที่เหมือนกับแม่นางไง จนตอนนี้ข้าก็ได้ช่วยชีวิตคนแล้วก็ได้มานั่งคุยกับแม่นางในตอนนี้" หลี่เซี้ยนเจ่อเล่าประสบการณ์ให้ฟังที่ถึงแม้ว่าคนข้างๆจะพูดไม่ได้แต่อย่างน้อยก็ยังรับฟัง มาหวนคิดดูแล้วได้พุดคุยกับคนแปลกหน้าบ้างก็ไม่น้อย
หลี่เซี้ยนเจ่อหันไปสบตากับหญิงสาวในบรรยากาศที่มีกลิ่นของดอกไม้ ชั่วขณะหนึ่งที่สบตากันหลี่เซี้ยนเจ่อก็เกิดความรู้สึกชอบและอยากปกป้องหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้า เมื่อละสายตาแล้วหลี่เซี้ยนเจ่อก็พูดเหมือนให้สัญญากับสตรีตรงหน้าไปแล้ว
     "ไม่ต้องห่วงนะ ข้าสัญญาว่าจะพาเจ้าออกไปจากที่นี่และดูแลเจ้าไปจนกว่าเจ้าจะปลอดภัยจากอันตราย" หลี่เซี้ยนเจ่อพูดออกไปอย่างไม่รู้ตัว ซึ่งหญิงสาวที่ฟังแล้วก็อดที่จะซาบซึ้งไม่ได้ แล้วหลังจากนั้นพวกเขาก็ได้แต่นั่งเงียบกันต่อไป





คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1ความหิว -10 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin -10 + 2

ดูบันทึกคะแนน

...
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กราดิอุสทมิฬ
หลี่ซื่อชุนชิว
เทียนกุย
กำหนดลมหายใจ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x30
x2
x13
x1
x1
โพสต์ 2017-7-23 11:47:51 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Hazan เมื่อ 2017-7-24 22:06

        หลี่เซี้ยนเจ่อที่บาดเจ็บจากการตกหน้าผาลงมาและได้หญิงสาวชาวโหรวหรานช่วยทำแผลให้ ตอนนี้ดูเหมือนเขาเพิ่งจะฟื้นจากอาการบาดเจ็บ เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาแล้วเขาก็ยังเห็นหญิงสาวนั่งอยู่ข้างๆเหมือนเดิม เขาค่อยๆพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นมานั่งพร้อมกับสำรวจบาดแผลที่ตอนนี้เหมือนจะเริ่มหายดีบ้างแล้ว หญิงสาวมองหลี่เซี้ยนเจ่อด้วยแววตาที่เศร้าหมองจึงทำให้หลี่เซี้ยนเจ่อต้องรีบบอกออกไปก่อน
    "แม่นาง ข้าแค่บาดเจ็บเท่านั้นเอง แล้วนี่ข้าหลับไปนานแค่ไหนแล้ว?" หลี่เซี้ยนเจ่อหันหน้ามาถามพร้อมกับมองไปรอบๆบริเวณภายในถ้ำ
    "ท่านนอนหลับไปสองวัน ระหว่างที่ท่านนอนหลับข้าได้ยินว่าท่านพูดชื่อคน บางครั้งท่านมีสีหน้าเจ็บปวด บางครั้งท่านก็มีสีหน้ากังวล" หญิงสาวเริ่มเล่าเหตุการณ์ช่วงนี้หลี่เซี้ยนเจ่อนอนหลับไปได้สองวันเต็ม จากนั้นหญิงสาวก็ลุกขึ้นเดินไปหยิบอะไรบางอย่างมาให้หลี่เซี้ยนเจ่อได้ทานหลังจากที่ฟื้นขึ้นมาแล้ว
     "แม่นาง ไม่ทราบนี่คืออะไรกัน?" หลี่เซี้ยนเจ่อเมื่อเห็นของที่หญิงสาวนำมาให้ทานก็รู้ว่ามันไม่เหมือนอาหารที่เขาเคยกินมาก่อนเลยในชีวิต
     "ยำแมลง ที่นี่มีแต่แมลงข้าก็เลยจับเอามาทำเป็นอาหาร" หญิงสาวยื่นยำแมลงให้หลี่เซี้ยนเจ่อได้ทาน เมื่อหลี่เซี้ยนเจ่อรับมาทานก็รู้สึกว่ารสชาติดีพอสมควร จากนั้นหลี่เซี้ยนเจ่อก็ลุกขึ้นเพื่ออกสำรวจถ้ำอีกหน
     "ข้าว่าเราควรเริ่มสำรวจถ้ำนี้กันเถอะ" หลี่เซี้ยนบอกหญิงสาวก่อนที่จะออกเดินนำหน้าสำรวจ
        ถ้ำแห่งนี้ค่อนข้างกว้างใหญ่และมีพื้นที่ภายในถ้ำที่ไม่อาจจะคาดเดาได้ เมื่อตอนนี้ที่เข้ามาวันแรกแม้ว่ารู้ภายในถ้ำจะกว้างและใหญ่แต่หลี่เซี้ยนเจ่อก็ไม่คิดว่ามันมีทางเดินลึกเข้าไปอีก หลี่เซี้ยนเจ่อจึงต้องเดินอย่างระมัดระวังและต้องคอยระวังภัยให้กับผู้ที่เดินตามหลังมาด้วย การเดินสำรวจถ้ำเป็นไปได้ด้วยดี  เมื่อเดินลึกเข้ามาได้สักพักหลี่เซี้ยนเจ่อก็หยุดเดินแล้วมองสำรวจไปทั่วบริเวณภายในผนังถ้ำแห่งนี้  หลี่เซี้ยนเจ่อเดินเลียบไปตามผนังถ้ำโดยเขาใช้มือซ้ายวาดไปตามผนังถ้ำขณะเดินสำรวจ  จนมือซ้ายของหลี่เซี้ยนเจ่อมาสะดุดอะไรบางอย่างบนผนังของถ้ำ เมื่อหลี่เซี้ยนเจ่อและหญิงต่างมองตรงไปที่รอยนั้นก็พบว่ารอยที่อยู่บนผนังถ้ำมีลักษณะคล้ายประตู จึงทำให้ทั้งคู่สบตากันเหมือนเห็นความหวังขึ้นมา หลี่เซี้ยนเจ่อจึงใช้มือผลักออกไปเพื่อให้รอยบริเวณผนังถ้ำเกิดการเคลื่อนตัวแต่มันก็ไม่เกิดผล เขาจึงต้องยืนหยุดคิดว่ามันพอจะมีหนทางหรือวิธีการใดในการทำให้รอยนั้นเกิดการเคลื่อนตัว ยิ่งคิดสมองก็เหมือนจะไม่ตอบสนองต่อความรู้สึกนึกคิดของเขาเลย ถ้าหากเป็นเหม่ยหลินน้องสาวของเขาย่อมต้องคิดออกได้เร็วกว่าตัวของเขาแน่ๆ หลี่เซี้ยนเจ่อทั้งเดินและนั่งพลางคิดถึงวิธีต่างๆจนแล้วจนรอดมันก็ยังคิดไม่ออก เมื่อหลี่เซี้ยนเจ่อกำลังจะใช้มือคลำรอยตรงผนังถ้ำอีกครั้ง เขาก็ได้ยินเสียงเหมือนเสียงฝีเท้าและมือขึ้นจากด้านหลัง เมื่อเขาหันกลับไปดูก็พบว่าหญิงสาวกำลังทำท่าเต้นระบำอยู่ นางเต้นรำไปตามจังหวะและออกท่าทางร่ายรำ
หลี่เซี้ยนเจ่อเห็นก็อดชื่นชมในความสวยงามทั้งท่วงท่าการร่ายรำและลีลาในการออกจังหวะของหญิงสาวไม่ได้  หลังจากที่ดูการร่ายรำของหญิงสาวเสร็จแล้วหลี่เซี้ยนเจ่อจึงเห็นว่าเมื่อหมดหนและวิธีในการทำให้รอยเลื่อนบนผลังเกิดความเคลื่อนไหวไม่ได้ก็ควรจะกลับ จนเวลาล่วงเลยไปมากแล้วก็ควรที่จะกลับไปพักผ่อน        หลี่เซี้ยนเจ่อและหญิงสาวเดินย้อนกลับมาในเส้นทางเดิมจนมาถึงจุดที่พวกเขาพักผ่อนกัน ตัวเขาในใจนั้นรู้สึกเหนื่อยล้ามากส่วนหญิงสาวก็เดินไปนั่งตรงโขดหิน หลี่เซี้ยนเจ่อใช้เท้ากวาดหินตรงกลางถ้ำที่พวกเขาพักเพื่อใช้เป็นที่นอนในวันนี้ จากนั้นเขาก็กวักมือเรียกหญิงสาวให้มานอนด้วยกัน หญิงสาวเมื่อเห็นดังนั้นก็บังเกิดหน้าแดงชัด
     "แม่นาง ทำไมหน้าเจ้าแดงอย่างนั้น?" หลี่เซี้ยนเจ่อพลันเห็นหญิงสาวหน้าแดงก็ถามออกไป ส่วนหญิงสาวก็ตอบกลับมาแต่ตัวเขาก็ฟังไม่เข้าใจจนหยิงสาวต้องนั่งลงเขียนข้อความบางอย่างลงบนพื้น
    "ท่านผู้มีคุณทางบ้านข้า...ข้...ข้าถือว่าชีวิตเป็นของท่านแล้ว หากท่านต้องการสิ่งใดโปรดบอกข้าได้ทุกเมื่อ อีกทั้งเราอยู่ในถ้ำใต้ผาแห่งนี้เป็นเวลาสองคืนแล้ว ที่บ้านข้าเวลาชายหญิงเข้าเรือนหอจะพากันไปอยู่ถ้ำเป็นเวลาสองคืน...."  เมื่อหลี่เซี้ยนเจ่อเห็นข้อความดังกล่าวก็รู้สึกแปลกใจปนตกใจเล็กน้อย ตัวเขาไม่คิดว่าการที่ต้องช่วยหญิงสาวถือว่ามีบุญคุณกับใคร เจอคนเดือดร้อนเขาย่อมต้องช่วยเหลือ แต่สถานการณ์ในตอนนี้กลับทำให้หลี่เซี้ยนเจ่อต้องตัดสินใจเองอีกครั้ง การอยู่ที่นี่กับหญิงสาวแม้เป็นเรื่องดีแต่เขาก็ไม่เคยคิดเป็นอย่างอื่นเลยถึงแม้ว่ามันจะมีวูบเข้ามาบ้างก็เถอะ
     "แม่นาง การที่ข้าช่วยท่าน ข้าไม่ถือว่าเป็นบุญคุณอะไรเลย ขอแม่นางโปรดอย่าถือสาเลยนะ" หลี่เซี้ยนเจ่อเมื่ออ่านข้อความเสร็จก็ยิ้มแย้มส่งให้หญิงสาว "หากเจ้าอยากมาอยู่กับข้าจริงๆ ข้าก็ให้เจ้ามาอยู่ด้วย แต่จะให้ไปเป็นเพื่อนกับน้องสาวข้าก็แล้วกันนะ" หลี่เซี้ยนเจ่อกลัวว่าหญิงสาวจะรู้สึกไม่ดีจึงต้องรีบพูดเพื่อหาทางแก้ไข
     "วันนี้เราก็พักผ่อนกันที่นี่อีกคืนก่อนแล้วกัน เจ้านอนตรงนี้ ส่วนข้าจะไปนอนตรงโขดหิน" หลี่เซี้ยนจ่อยกพื้นที่บริเวณที่ตัวเองทำความสะอาดแล้วให้หญิงสาว ส่วนตัวเองก็ไปอาศัยนอนพิงเอาตามโขดหิน
   เมื่อหลี่เซี้ยนเจ่อหาจัดพักให้ตัวเองได้แล้วก็มองไปเห็นหญิงสาวนั่งอยู่คนเดียวและเหม่อมองอย่างเศร้าสร้อย เขาในใจไม่อย่างที่จะคิดเป็นอื่นถึงแม้ว่าธรรมเนียมบ้านของนางจะเป็นแบบนั้น เขาจะปล่อยใจตัวเองให้เป็นแบบนั้นไม่ได้ อย่างน้อยก็ให้นางได้เป็นเพื่อนกับเหม่ยหลิน ซึ่งผู้หญิงด้วยกันดูแลกันคงจะง่ายกว่าตัวเขา หลี่เซี้ยนเจ่อกำลังเอนหัวลงกับหินก็พลันเห็นว่าหญิงสาวก็ล้มตัวลงไปนอนกับพื้นแล้ว




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1ความหิว -2 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin -2 + 2

ดูบันทึกคะแนน

...
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กราดิอุสทมิฬ
หลี่ซื่อชุนชิว
เทียนกุย
กำหนดลมหายใจ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x30
x2
x13
x1
x1
โพสต์ 2017-7-24 13:00:48 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Hazan เมื่อ 2017-7-24 14:52

        หลี่เซี้ยนเจ่อตื่นขึ้นมาในเช้าอีกวันที่ตัวเขายังอยู่ในถ้ำสภาพเขาตอนนี้ผมบนหัวเริ่มไม่เป็นระเบียบ เขามองเห็นว่าหญิงสาวตื่นก่อนเขานานแล้วซึ่งดูเหมือนว่านางกำลังมองดูอะไรบางอย่าง วันนี้อาการบาดเจ็บของเขาเหมือนจะหายเป็นปรกติดีแล้วแต่เสื้อผ้าดูโทรมไปมากเสียหน่อย เขาลุกขึ้นยืนจากจุดที่ตัวเองนอนแล้วเดินตรงเข้าไปหาหญิงสาวจากนั้นเขาก็นั่งลงข้างๆหญิงสาวเพื่อเริ่มพูดอะไรบางอย่าง     "แม่นาง ข้ามาคิดดูแล้วรับเจ้าไว้เป็นภรรยาก็ได้ อย่างน้อยเหม่ยหลินก็มีเพื่อน ที่บ้านข้าก็จะได้ดูแลเจ้าให้สุขสบาย" หลี่เซี้ยนเจ่อพูดพลางยิ้มน้อยๆให้หญิงสาว เมื่อหญิงสาวได้ฟังก็มีแววประกายยินดีอยู่ในแววตา จากนั้นหลี่เซี้ยนเจ่อจึงคุกเข่าหันหน้าไปตรงผนังถ้ำแล้วยกมือขึ้นประสานเพื่อเอ่ยคำต่อดินฟ้าให้เป็นพยาน
     "ฟ้า ดิน โปรดเป็นพยานและรับฟังคำสัตย์ของข้าด้วย ข้าหลี่เซี้ยนเจ่อคนนี้จะขอรับหญิงสาวคนนี้ไว้เป็นภรรยา ข้าจะรักและซื่อสัตย์กับนาง ข้าจะดูแลหญิงสาวเสมอด้วยภรรยา ขอฟ้า ดิน จงเป็นพยานด้วย" เมื่อหลี่เซี้ยนเจ่อเอ่ยคำสัตย์เสร็จก็ก้มลงกราบลงไปกับพื้นแล้วหันหน้ามาหาหญิงสาวเพื่อขอคำตอบจากนางอีกครั้ง
     "แม่นาง ข้าจะขอรับท่านมาเป็นภรรยา ไม่ทราบว่าแม่นางจะรับข้าไว้หรือไม่?" หลี่เซี้ยนเจ่อคุกเข่าตรงหน้าหญิงสาวเพื่อรอฟังคำตอบ หญิงสาวแต่แรกเมื่อได้ฟังคำสัตย์ของชายตรงหน้าก็เหมือนในใจได้ตัดสินใจไปแล้ว มาตอนนี้นางก็ได้เห็นซึ่งการกระทำตั้งแต่ช่วยนางจากหน้าผา ใช้ตัวเองรับแรงกระแทก อีกทั้งไม่คิดแม้แต่จะล่วงเกินนาง เมื่อนางคิดไตร่ตรองแล้วก็ยิ้มพร้อมกับพยักหน้าเป็นการให้คำตอบแก่ชายตรงหน้าที่ผมเผ้าเริ่มยุ่งเหยิงขึ้นมาบ้างแล้ว หลี่เซี้ยนเจ่อเห็นดังนั้นก็จับมือหญิงสาวแล้วก็ตัดสินใจทำพิธีแต่งงานในถ้ำแห่งนี้
        พิธีแต่งงานที่ทั้งคู่ได้กระทำอยู่นี้ไม่มีบุคคลอื่นใดได้รับรู้และเป็นสักขีพยาน ไม่มีเสียงดนตรี ไม่มีสินสอด ไม่มีการแห่เกี้ยวใดๆทั้งสิ้น มีเพียงคนทั้งสองที่ต่างรับรู้ในกันและกันทำพิธีแต่งงานนี้อย่างเรียบง่ายมีสักขีพยายนคือฟ้า ดิน ดอกไม้ที่อยู่ในถ้ำ ฝูงนกที่บินผ่าน
พวกเขาทั้งคู่ก้มลงกราบไหว้ฟ้าดินพร้อมกันต่อจากนั้นก็หันหน้าเข้าหากันแล้วจึงสวมกอดกันเป็นอันเสร็จพิธี ส่วนห้องหอก็คือจุดที่พวกอยู่กันตั้งแต่วันแรกจนถึงตอนนี้ เขามาคิดดูอยู่ด้วยกันมาหลายวันเขายังไม่ได้รู้จักชื่อของหญิงสาวเลย     "ฮูหยิน ข้ายังไม่ได้รู้จักชื่อเจ้าเลย เจ้าชื่ออะไร? ข้าจะได้เรียกเจ้าถูก" หลี่เซี้ยนเจ่อจึงถามด้วยความใคร่รู้
     "ข้ากำพร้าพ่อแม่ตั้งแต่ยังเล็ก ข้าจึงไม่รู้ชื่อแซ่ของตัวเองจึงถูกคนอื่นเรียกข้าว่าเด็กไร้พ่อแม่มาตั้งเด็กจนโต" หญิงสาวพูดตอบอย่างเศร้าสร้อย เมื่อหลี่เซี้ยนเจ่อได้ฟังดังนั้นจึงคิดที่จะตั้งชื่อให้นางเพื่อที่จะได้มีชื่อและแซ่แล้วเขาก็จะได้เรียกนางได้ถูกด้วย หลี่เซี้ยนเจ่อจึงนั่งลงครุ่นคิดเพื่อที่จะหาชื่อที่เหมาะสมให้กับภรรยาคิดอยู่นาน จู่ๆก็มีดอกจำปีพัดมาจากทางข้างหน้าของถ้ำพอดี เขาจึงคิดออกแล้วก็ตั้งชื่อให้นางได้ทันที
     "ฮูหยิน ข้าคิดชื่อให้เจ้าได้แล้วละ ชื่อ "ไป๋หลาน" มีความหมายว่าดอกจำปี ส่วนแซ่เมื่อแต่งงานกันแล้วก็ใช้แซ่ "หลี่" ของข้า ชื่อ "หลี่ไป๋หลาน" " หลี่เซี้ยนเจ่อตั้งให้ทั้งชื่อบอกทั้งความหมายให้ภรรยาของตนได้รับทราบ ไป๋หลานเมื่อได้ทราบชื่อและแซ่ที่ชายตรงหน้าตั้งให้แล้วก็อดดีใจไม่ได้นางจึงได้แต่ยิ้มและพยักหน้าอย่างพึงพอใจ จากนั้นไม่นานไป๋หลานก็ลุกแล้วก็เดินมานั่งข้างหลังของหลี่เซี้ยนเจ่อนางถอดกว้านและปิ่นปักผมของผู้ที่ตอนนี้ได้เป็นสามีของนางแล้ว ไป๋หลานวางกว้านและปิ่นปักผมลงบนพื้นแล้วทำการจัดระเบียบทรงผมที่ยุ่งเหยิงของหลี่เซี้ยนเจ่อให้กลับมาเป็นระเบียบเรียบร้อยใหม่ หลี่เซี้ยนเจ่อก็ได้แต่นั่งนิ่งแล้วปล่อยให้ฮูหยินของตนทำไปตามใจชอบ ผ่านไปไม่นานไป๋หลานก็จัดการผมเสร็บเรียบร้อยจากนั้นก็ใส่กว้านกลับเข้าไปเหมือนเดิมและเสีบปิ่นปักผมลงไปอีกครั้งหนึ่งเป็นอันเสร็จเรียบร้อย เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้วพวกเขาทั้งสองคนก็ออกเดินสำรวจถ้ำใหม่อีกครั้ง
        หลี่เซี้ยนเจ่อและหลี่ไป๋หลานจึงเดินกลับไปตามเส้นทางเดิมอีกครั้งเพื่อที่จะออกตามหาทางออกไปจากถ้ำแห่งนี้  ทุกอย่างในการสำรวจถ้ำหลี่เซี้ยนเจ่อใช้วิธีเดียวกับที่สำรวจเมื่อวาน แต่มาวันนี้เขากลับพบว่ามีฝูงแมลงชุกชุมกว่าเมื่อวานมากหรือเพราะพวกเขาเดินเข้ามาลึกกว่าเดิม ไป่หลานที่เดิมตามหลังมาอย่างไม่ห่างก็ดูเหมือนว่าจะชอบดูฝูงแมลงเหล่านั้นมาก พวกเขาสองคนจึงเดินกันเข้ามาเรื่อยๆจนพบโขดหินมากมายบริเวณภายในถ้ำที่พวกเขาเดินเข้ามา หลี่เซี้ยนเจ่อจึงเดินออกไปสำรวจเพื่อหาทางออกไปจากถ้ำอีกครั้ง เมื่อเวลาผ่านไปได้สักระยะไป๋หลานก็กวาดตามองไปที่โขดหินอันหนึ่งที่มีหน้าเป็นสิงโตและเมื่อเพ่งมองก็พบว่ามีฝูงแมลงชอบไปเกาะกันตรงนั้น นางจึงเรียกให้หลี่เซี้ยนเจ่อหันไปดู
     "ท่านพี่ ข้าเห็นว่ามีฝูงแมลงชอบไปเกาะตรงบริวเณโขดหินรูปสิงโต" หลี่ไป๋หลานชี้ไปตรงโขดหินดังกล่าว หลี่เซี้ยนเจ่อจึงหันไปตามที่นางชี้จึงเดินเข้าไปใกล้ๆแล้วก้พบว่ามันคือกลไกลในการเปิดประตู หลี่เซี้ยนเจ่อจึงเข้าไปขยับกลไกลนั้นแล้วก็พบว่ามันใช้งานไม่ได้แล้ว

     
     


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1ความหิว -2 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin -2 + 2

ดูบันทึกคะแนน

...
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กราดิอุสทมิฬ
หลี่ซื่อชุนชิว
เทียนกุย
กำหนดลมหายใจ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x30
x2
x13
x1
x1

0

กระทู้

4

โพสต์

214748หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
2147291598
เงินตำลึง
2147483647
ชื่อเสียง
0
ความหิว
2147483113
โพสต์ 2017-7-24 19:20:02 | ดูโพสต์ทั้งหมด


ย้อนไปที่ตลาดเมืองจื่อถง แฟลชแบ็ค 30 นาทีก่อน....
   หลิวเหวินเขาเดินทางย้อนกลับมาขึ้นเหนือเพื่อไปยังฉางอัน เขาเหลือบลืมสนิทเลยว่าเร็วๆ นี้ พี่สาวฮองเฮาใกล้เสด็จไปแจกจ่ายเสบียงอาหารให้ชาวบ้านที่แถบเหอเป่ย ด้วยเกิดอุทกภัยตามริมแม่น้ำฮวงโหไหลท่วมที่นาชาวบ้าน อีกทั้งเกิดอุทกภัยฝูงแมลงปอมากัดกินพืชผลช้ำอีก ซึ่งแม้พี่สาวจะมีพี่ต้วนหงส์คอยคุ้มกันแล้ว แต่เขาก็มิวางใจจึงต้องเร่งรีบเดินทาง ระหว่างผ่านเมืองจือถงพบเด็กหญิงคนนึงที่กำลังจะถูกรังแกจากอันธพาลท้องถิ่น ดูเธอมีแววไม่น้อยแต่ฝีมือยังสะเปะสะปะ หากได้รับคำชี้แนะและสอนกำลังภายใน เธอจะต้องพัฒนาตัวเองได้แน่
   หลิวเหวินยืนดูอยู่ครู่หนึ่ง แต่ดูท่าหัวหน้าพวกนั้นที่เพิ่งปรากฎตัวจะมีวรยุทธ์สูงส่งนัก เห็นทีเด็กน้อยนี้จะไม่รอดหากเขาไม่ยื่นมือ บุรุษชุดขอทานตวัดไม้เท้าหยกสีเขียวยื่นเข้าไปรับกระบี่ที่หัวหน้านักเลงฟาดลงมาได้พอดิบพอดี
    "ใจเย็นก่อนสิพี่ชาย" หลิวเหวินพูดก่อนปัดกระบี่อีกฝ่ายอย่างง่ายดาย
    "แกเป็นใคร" หัวหน้านักเลงตะหวาด "อย่ามายุ่งเรื่องของข้า!!"
    "เห็นทีจะไม่ได้นะครับพี่ชาย" หลิวเหวินพูดก่อนเบี่ยงตัวหลบหมัดที่อีกฝ่ายปล่อยออกมา ทั้งสองต่อสู้กันอย่างว่องไวจนแทบกระพริบตามองไม่ทัน เขามองดูการเคลื่อนไหวอีกฝ่ายก่อนอมยิ้ม ในวินาทีแห่งช่องโหว่นั้น หลิวเหวินตวัดไม้เท้าหยกสีเขียวด้ามนั้นเสยคางอีกฝ่าย ก่อนกระแทกเข่าเข้าหน้าท้องอีกฝ่ายอย่างจังจนอีกฝ่ายจุกและล้มลง
    "ไม่เป็นไรแล้วล่ะเด็กน้อย ข้าไปก่อนนะ" หลิวเหวินพูดก่อนเก็บไม้เท้าและทำท่าจะเดินจากไป แต่เขาก็ต้องหยุดกับเสียงเรียกเด็กคนนั้น
    "ช้าก่อนท่านจอมยุทธ์ ท่านมีฝีมือสูงส่งนัก ข้าหลี่เหม่ยหลิน อยากขอช่วยเหลือท่านช่วยพี่ชายข้าที่ตกลงหน้าผาด้วยเถอะ" หลี่เหม่ยหลินพูดด้วยน้ำเสียงวิงวอนเขา หลิวเหวินพินิจมองใบหน้าอีกฝ่าย น้ำเสียงจริงใจ แม้พี่ชายเธอจะตกหน้าผาก็ยังมีความหวังสินะ.... เขาคิดในใจก่อนรับคำอีกฝ่าย
    "งั้นเจ้านำทางข้าไปเลย....." หลิวเหวินพูด ก่อนตัดสินใจเดินทางหญิงสาว


ปัจจุบัน....
   ทั้งสองเดินมาถึงผาร้อยบุปผาที่หลิวเหวินพอนึกได้ ถ้าเขาจำไม่ผิดตามที่ได้ศึกษามา ผาแห่งนี้เดิมเป็นเส้นทางที่ฮั่นเกาจู่ท่านทรงใช้แอบส่งทหารออกไปสู่เมืองฮั่นจง เพื่อตีตัวเมืองโดยตรง เส้นทางน่าจะอยู่บริเวณป่าแถบนั้น
    "แต่เราต้องพิสูจน์ก่อนว่าพี่ชายเจ้ายังมีชีวิตอยู่ไหม" หลิวเหวินพูดก่อนชี้แจง "ถ้าข้าสั่ง เจ้าตะโกนเรียกพี่ชายเลยนะ"
    "ค่ะ" หลี่เหม่ยหลินพยักหน้าก่อนขานรับ
    "ยืนนิ่งๆ" หลิวเหวินพูดเสียงดัง
   เขาร่ายรำกระบวนท่าเพื่อส่งเสียงพันลี้ ซึ่งใช้กำลังภายในมหาศาลมากบวกกับวิชาหูทิพย์ หากใช้สองสิ่งพร้อมกันจะกินแรงเขาไม่น้อย เขาวนรอบตัวหลี่เหม่ยหลินก่อนจี้จุดตามร่างกายนางต่างๆ เพื่อเปิดชีพจรให้เชื่อมต่อกับตัวเขาได้ ผ่านไปครู่ใหญ่ หลิวเหวินกลับมาประจำตำแหน่งด้านหลังก่อนผลักฝ่ามือไปอย่างแรงจนอีกฝ่ายร้องเจ็บออกมาแปบนึง และประทับฝ่ามือซ้ายบนแผ่นหลังอีกฝ่าย ก่อนยกขึ้นสองนิ้วชี้กลางและจิ้มบนหลังมือของเขา
   "เรียกพี่ชายได้" หลิวเหวินพูดด้วยเสียงหอบ
   "พี่ชาย พี่ชาย ท่านยังอยู่ไหม ถ้ายังอยู่ตอบหน่อย" เสียงเรียกที่เหมือนว่าไม่น่าได้ยินลงไปใต้หุบเขาได้ แต่หลิวเหวินคิดตามคำพูดอีกฝ่ายไปพร้อมกัน ความคิดของเขาจึงเหมือนกับว่าควบคุมร่างอีกฝ่ายให้พูดตามที่เขาต้องการ
   ",,,,,,,," @Hazan  เสียงมาจากด้านบน
   แม้หลี่เหม่ยหลินจะไม่ได้ยิน แต่เขาก็ถ่ายทอดคำพูดของพี่ชายนางเพื่อให้นางตอบเขา
   "ดีแล้ว ที่ท่านพี่ไม่เป็นไร" หลิวเหวินพูดในใจพร้อมกับที่นางเอ่ยปาก
   ",,,,,,,," @Hazan  เสียงมาจากด้านบน
   "พี่ชาย รอด้านล่างนั่นนะ ด้านล่างมีถ้ำ เดี๋ยวน้องช่วย รอสักครู่" หลี่เหม่ยหลินพูดโดยหลิวเหวินใช้ปากของนางพูด
   ",,,,,,,," @Hazan  เสียงมาจากด้านบน


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +20 เงินตำลึง +200 ชื่อเสียง +100 Point +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 20 + 200 + 100 + 10

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2017-7-24 19:47:09 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Hazan เมื่อ 2017-7-24 21:22

       หลี่เซี้ยนเจ่อเมื่อหมดหวังกับความหวังสุดท้ายแล้ว เขาก็เดินกลับไปนั่งที่โขดหินความหวังที่มาใหม่กับดับสูญลงในพริบตา เขามองไปยังหญิงสาวที่เพิ่งรับมาเป็นภรรยาและก็กวาดสายตามองไปรอบๆบริเวณถ้ำที่ตัวเองอยู่ หลี่เซี้ยนได้แต่คิดในใจว่าเมื่อตัวเขาและไป๋หลานต่างก็ติดอยู่ในถ้ำมาหลายวันจนเริ่มคุ้นชินกับความเป็นอยู่ในถ้ำไปแล้ว เขาไม่รู้เวลาข้างนอกไม่รับรู้ถึงความเป็นไปเหมือนได้ตัดขาดจากโลกภายนอกไปแล้ว หลี่เซี้ยนเจ่อเมื่อคิดอยู่สักพักก็เดินไปนั่งอยู่ข้างๆไป๋หลานแล้วก็เอียงหัวไปซบที่ไหล่พร้อมกับถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ไป๋หลานเห็นอาการของชายข้างตัวก็อดประหลาดใจไม่ได้ ได้แต่นั่งมองเฉยๆแล้วปล่อยให้เขาได้หลับไป นานเท่าไหร่พวกเขาทั้งคู่ไม่ไม่อาจทราบได้ จนเมื่อมีเสียงๆหนึ่งดังเข้ามาในถ้ำ           "พี่ชาย พี่ชาย ท่านยังอยู่ไหม ถ้ายังอยู่ตอบหน่อย" เสียงเรียกที่เหมือนว่าไม่น่าได้ยินลงไปใต้หุบเขาได้ แต่หลิวเหวินคิดตามคำพูดอีกฝ่ายไปพร้อมกัน ความคิดของเขาจึงเหมือนกับว่าควบคุมร่างอีกฝ่ายให้พูดตามที่เขาต้องการ
     "เหม่ยหลิน ข้าอยู่นี่" หลี่เซี้ยนเจ่อลุกขึ้นและวิ่งออกไปตามเสียงที่ตัวเขาคุ้นเคย
   แม้หลี่เหม่ยหลินจะไม่ได้ยิน แต่เขาก็ถ่ายทอดคำพูดของพี่ชายนางเพื่อให้นางตอบเขา
    "ดีแล้ว ที่ท่านพี่ไม่เป็นไร" หลิวเหวินพูดในใจพร้อมกับที่นางเอ่ยปาก   g/ Q, S" N% p. I5 m
    "ข้ายังสบายดี" หลี่เซี้ยนเจ่อตะโกนตอบกลับไป) V+ \; B$ F) _5 w. ?: c0 o# n
    "พี่ชาย รอด้านล่างนั่นนะ ด้านล่างมีถ้ำ เดี๋ยวน้องช่วย รอสักครู่" หลี่เหม่ยหลินพูดโดยหลิวเหวินใช้ปากของนางพูด
    "รีบๆหน่อยละ" หลี่เซี้ยนเจ่อตะโกนขึ้นไป        

        หลี่เซี้ยนเจ่อเมื่อได้สนทนาก็รู้ว่านั้นคือเสียงของเหม่ยหลินน้องสาวของเขา เขารู้สึกดีใจและรู้สึกได้ถึงความหวังที่กำลังจะมาช่วยพวกเขา ตอนนี้ระหว่างที่รอก็คงต้องหาอะไรทำไปพลางๆก่อน ซึ่งไม่นานไป๋หลานก็เริ่มเต้นระบำของชาวโหรวหรานขึ้นมาอีกหน

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 2

ดูบันทึกคะแนน

...
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กราดิอุสทมิฬ
หลี่ซื่อชุนชิว
เทียนกุย
กำหนดลมหายใจ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x30
x2
x13
x1
x1

1285

กระทู้

4605

โพสต์

71หมื่น

เครดิต

( º﹃º ) หิวปลาปิ้ง!! <''Xx&

เงินชั่ง
19578656
เงินตำลึง
175281
ชื่อเสียง
293797
ความหิว
3370

Super VIP PETใบรับรองภาษามิดการ์ดใบรับรองภาษาคาเมล็อตตราสำนักวังน้ำทิพย์ใบรับรองภาษาไต้หวันใบรับรองภาษาฮั่นใบรับรองภาษาละตินป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV4)

คุณธรรม
25856
ความชั่ว
8448
ความโหด
54170
หรงเย่า ♦ 榮耀
เลเวล 1

ซ่างกวน ฝูมี่

" ที่ต้องมีคือสติ "
pet
โพสต์ 2017-11-29 23:58:57 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ทัศนาเมฆาสง่างาม

+++++++++++++++++++++

          ชายหนุ่มชุดขาวนั่งขัดสมาธิอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ โดยมีเจาจวินเจ้าปีกลายเกาะบ่า เมื่อธุระที่เฉิงตูเสร็จสิ้น เสบียงอาหารของเขาก็แทบจะหมดสิ้นไปกับกลุ่มผู้ยากไร้ หลังจากคืนเจ้าม้าน้ำตาลที่เช่ามาด้วยเหตุสุดวิสัย หลิงเฮ่าก็กลับมาเดินเท้าอีกหนหนึ่ง

           จะมีม้าขี่อย่างแรกที่ควรมีคือ 'เงิน'

           ฮูก~ (ไม่เศร้านะตัวเอง)

           "หนนี้ต่างจากขามา อาจต้องใช้เวลาสักหลายวันหน่อย กว่าพวกเราจะกลับฉางอันได้"

            ฮู๊ก!....(อื้อ! เดี๋ยวเค้าบินเป็นเพื่อน)

            "ถ้ารอไม่ไหวล่ะก็นำไปก่อนเลย ไปหาถิงเอ๋อร์ หรือพ่อบ้านจวนซือหม่าก็ได้เขาคงเอ็นดูหาอะไรให้แกกินก่อน" บุรุษผมเงินยืดเส้นยืดสาย สูดอากาศที่ริมผาก่อนจะเตรียมพร้อมออกเดิน

             กุบกับ....

               

             "?????" คน

             "ฮูก!" ฮูก

             ฮี้!! ม้า

             อาชาตัวหนึ่งไม่ทราบที่มาปรากฎขึ้น ประกายสีขาวกระจ่างของแผงคอบาดตาเจาจวินยิ่ง เจ้าฮูกน้อยป้องปีกหลบราวกับร้องหาแม่

            ".....เทพไป๋เหมียวทรงโปรด! ท่านคงไม่ได้ส่งม้ามาให้ข้าน้อยใช่ไหม!!" หลิงเฮ่าพินิจดูเจ้าม้าประหลาดที่จู่ๆก็โผล่มา

            ไม่มีอาน....

            ไม่สวมเกือก....

            'ไม่มีเจ้าของรึนี่ ม้าป่า?'

            หลิงเฮ่าตะลึงไปพักหนึ่งก่อนเจ้าม้าแสนสวยจะเข้ามาใกล้ ดมฟุดฟิดที่กระเป๋าข้างตัวเขา
            ฮี้!~ (หนม!)
            ".........." เขายังมีซาลาเป่าเหลืออยู่ไม่กี่ลูก จึงหยิบขึ้นมาป้อนมัน กัว่าพออิ่มเจ้านี่ก็คงไป..
            ทว่าผิดคาด.... เดินออกมาไกลจากหน้าผาเข้าไปทุกที เจ้าม้าตัวนี้ก็ไม่มีท่าทีว่าจะจากไป ราวกับติดใจในรสชาติของซาลาเปา
           "ม้าบ้าอะไรชอบซาลาเปา"
           ฮี้~~! (หนมมม)
           "....อยากมาก็ตามมาแล้วกัน"
          ฮี้!
          "สีขาวแบบนี้ ท่าทางเวลาไม่ตะกละก็พอใช้ได้อยู่ เจ้าชื่อ อวิ๋นหยา แล้วกัน"
          มันเดินมาเอาหน้ายาวๆ ถูไถกับฝ่ามือเขาแทนคำตอบ หลิงเฮ่าจึงกล้าพอที่จะลองขึ้นขี่สมาชิกใหม่
          ฝีเท้าอวิ๋นหยาวิ่งได้เรียบ นิ่มสบายมากกว่าม้าที่เขาเคยเช่า แม้ว่าไม่สวมอานก็ตาม
         'ตกลงสงม้ามาให้จริงสิ?' ยิ่งคิดยิ่งงุนงง รึว่าเป็นเพราะเขาพึ่งทำทานครั้งใหญ่ไป สวรรค์เบื้องบนเลยเมตตา?
          แกว๊กก!!!
          นั่นตัวอะไรมาอีกล่ะ....
          ปีกสีน้ำตาลร่อนลงด้านขวาของหลิงเฮ่า เป็นนกฮูกอีกตัวหนึ่ง... เจาจวินบนไหล่เขาร้องทักทายทันที ทั้งยังใจดีแบ่งไหล่อีกข้างให้บินมาลงจอด...
         "เห...จดหมายงั้นรึ?"
         เมื่อคลี่ออกอ่านชายหนุ่มก็ต้องยกยิ้มออกมา ช่วงนี้แลดูเขาจะดวงสมพงษ์กับพี่น้องในค่ายเสียจริงนะ
- จดหมายที่ส่งให้พี่เฮ่า -
      สวัสดีเจ้าค่ะพี่เฮ่า ตอนนี้ข้าอยู่เมืองเซียพี พี่สบายดีหรือเปล่าเจ้าคะ? เมื่อพี่ได้รับจดหมายแล้ว พี่อย่าลืมหาหนอนสดๆ ให้เจ้าหมั่นโถวด้วยนะเจ้าค่ะ มันชอบกิน แต่ข้ามิรู้สายพันธ์มันจริงๆ ว่าเป็นนกชนิดไหน? หากพี่เฮ่าทราบ โปรดตอบกลับด้วยเจ้าค่ะ
- หลิง ผิงผิง -

           "อา....หมั่นโถวหมดแล้วเสียด้วยสิ... ซาลาเปาอวิ๋นหยาก็กวาดซะหมดเข่ง เหลือก็แต่..."
           หลิงเฮ่าหยิบกระบอกไม้ไผ่ขึ้นมา เขาเก็บพวกหนอนเอาไว้ใช้ตกปลา ที่ต้องปิดเอาไว้เพราะเจาจวินจอมตะกละชอบมาดอยกิน...
           หลังป้อนเจ้าหมั่นโถวไปได้ครึ่งกระบอก ชายหนุ่มก็เขียนจดหมายตอบกลับบนหลังม้า
- ถึง ผิงผิง -
พี่สบายดี
อื้ม.... ก็คือสบายดีนั่นล่ะ สุขภาพปกติ จิตใจก็ปกติ แปลกใจที่เรายังสืบหาที่อยู่พี่ได้ นี่เป็นหนแรกที่ได้รับจดหมายจากสหาย รู้สึกยินดีจริงๆ ตอนนี้น้องผิงทำอะไรอยู่หรือ? หมายถึงหนทางในชีวิตน่ะ.... พี่ยังคงพยายามที่จะเป็นนักกวีเช่นเดิม ลำนำบทแรกถูกเผยแผ่ออกไปแล้ว วันหนึ่งข้างหน้าน้องอาจจะมีโอกาสได้ฟัง ส่วนนกที่สงมา...เป็นสายพันธุ์เดียวกับเจาจวินของพี่พอดี มันคือ 'นกฮูก' น่ะ สายตายอดแย่ในเวลากลางวัน แต่พอกลางคืนแล้วคึกเป็นบ้า ทำพี่ปวดหัวหลายหนทีเดียว พี่ต้องไปทำธุระต่อแล้ว หวังว่าเราจะรักษาตัวให้ดี ระวังในการคบหาคน รอบคอบให้มากแล้วจะดีเอง
ด้วยความห่วงใย
- พี่เฮ่า -
            หลังผูกติดขาเจ้าหมั่นโถวเสร็จ เจาจวินบินไปส่งเพื่อนใหม่อยู่พักหนึ่ง ค่อยกลับมาสมทบกับหลิงเฮ่าเพื่อเดินทางต่อ
+++++++++++++++-++++++


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -11 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -11 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กระบี่จิ่วเทียน
รูปปั้นไท่ซ่างเหล่าจวิน
ชุดหลานม่านเหยา
ลูกกวางเงินไป๋จั๋ว
ตัวเบาขั้นสูง
ปราณคลุมวารีขั้นสูง
เพลงกระบี่คู่นก<br>ยวนยางหานเยว่ขั้นสูง
ชุดดำ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x40
x1
x4
x1
x1
x1
x11
x1
x1
x15
x2
x61
x26
x303
x1
x1
x6
x2
x2
x2
x10
x1
x1
x11
x40
x20
x1
x30
x2
x3
x89
x2
x4
x3
x24
x115
x6
x6
x2
x20
x15
x40
x3
x2
x3
x3
x3
x60
x28
x1
x2
x1
x1
x1
x1
x3
x1
x36
x2
x1
x70
x14
x40
x6
x1
x3
x5
x3
x310
x100
x100
x110
x125
x110
x161
x24
x32
x98
x125
x610
x240
x8
x120
x1
x7
x5
x20
x1617
x9999
x7
x1600
x8
x129
x11
x600
x1960
x600
x420
x2000
x41
x41
x26
x960
x740
x2202
x100
x21
x1800
x9
x1200
x1800
x903
x27
x39
x15
x100
x9
x18
x332
x1893
x203
x2025
x1304
x322
x2300
x2
x8100
x363
x87
x101
x5
x73
x143
x3274
x129
x303
x391
x2747
x2039
x20
x1670
x8
x500
x1754
x8
x1
x28
x4140
x2448
x9
x56
x7242
x50
x9999
x1803
x47
x3
x174
x15
x1041
x1
x1
x2665
x2
x1
x2425
x13
x25
x19
x681
x470
x581
x30
x128
x113
x38
x53
x6
x1180
x1502
x8209
x967
x200
x590
x200
x52
x51
x2365
x1
x1850
x2809
x4897
x452
x271
x6430
x9999
x568
x51
x70
x3981
x24
x15
x66
x179
x1000
x13
x3623
x2885
x924
x1383
x9999
x2466
x2990
x1955
x1836
x2470
x105
x9999
x485
x1102
x129
x30
x7549
x2087
x3824
x1570
x135
x2751
x4280
x3973
x2005
x3613
x1431
x524
x1837
x518
x200
x1198
x327
x3
x24
x9
x1440
x77
x50
x4674
x840
x2
x675
x9999
x2586
x2
x35
x2139
x3518
x7097
x385
x6114
x4370
x497
x862
x9999
x1759
x607
x10
x1010
x2495
x2940
x682
x95
x3
x20
x25
x25
x32
x9
x8298
x9316
x1807
x9999
x199
x24
x8029
x20
x5805
x21
x8
x1035
x257
x24
x9
x101
x31
x9
x807
x3805
x8
x30
x207
x847
x81
x2706
x2107
x125
x16
x1410
x2578
x2351
x3
x282
x3676
x2540
x296
x7884
x510
x394
x3856
x4920
x9999
x10
x2257
x2445
x5805
x7800
x3380
x1263
x24
x3330
x890
x70
x328
x141
x2816
x2114
x9999
x41
x4288
x9999
x9999
x9999
x3150
x1907
x107
x3200
x6
x3696
x36
x3223
x3929
x755
x1
x756
x1514
x481
x951
x4957
x2225
x4139
x5004
x9999
x4986
x9999
x3109
x2181
x2034
x3256
x4204
x2422
x558
x60
x1
x20
x1929
x3700
x713
x1
x4547
x6257
x67
x9999
x674
x1393
x889
x6346
x103
x3339
x817
x450
x101
x825
x274
x8
x178
x25
x9999
x1123
x2060
x3078
x195
x661
x454
x103
x1201
x1263
x9999
x3440
x1330
x1230
x889
x216
x9999
x1719
x9999
x129
x713
x2427
x2

190

กระทู้

1703

โพสต์

61หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
356054
เงินตำลึง
94620
ชื่อเสียง
264060
ความหิว
393

ป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV4)ป้ายวังหลังใบรับรองภาษาฮั่นใบรับรองภาษาละตินตราสำนักวังน้ำทิพย์ใบรับรองภาษาอังกฤษ

คุณธรรม
6543
ความชั่ว
1166
ความโหด
3402
ไข่ปริศนา(1)
เลเวล 1

เมิ่ง จื่อเหยา

ข้าไม่ได้เตี้ยบนหัวเจ้า
pet
โพสต์ 2018-1-22 00:38:28 | ดูโพสต์ทั้งหมด
{เร่รอนไปทั่วเเผ่นดิน}
[จาง ฝู]
บทที่ 18 ชมวิวบนผา
       หลังจากพักแรมกินอิ่มนอนหลับที่นอกเมืองเทียนซุยจางฝูและคณะจึงได้ออกเดินทางรวดเดียวจนมาถึงจือถงซึ่งเป็นเมืองในเขตปาสู่ และเริ่มออกเที่ยวในส่วนที่เธอยังเคยไปมาก่อนที่นั้นคือผาร้อยบุปผาซึ่งจัดเป็นสถานที่ชมวิวที่งดงามที่หนึ่งเลย ถึงแม้เส้นทางไปในการไปจะค่อนข้างอันตราไปสักหน่อยแต่สำหรับเธอแล้วถ้าแลกกับการได้ไปเห็นอะไรสวยๆมันก็ถือว่าคุ้มค่าที่จะเสี่ยงละนะ


       “เฟยเทียนทางมันแคบ เจ้ารออยู่ที่ทางขึ้นตรงนี้นะ”


       แปร๊นน(ได้เลยเจ้านาย)


       สิ้นเสียงตอบรับจางเจ้าช้างสีเผือก ร่างบางของจางฝุก็หันหลังเดินขึ้นไปตามเส้นทางเพื่อขึ้นยังผาร้อยบุปผา


        “มันชันใช่ได้เลยแหะ ไม่อยากคิดสภาพเลถ้าลื่นตกลงไปเนี่ย”จางฝูที่เดินขึ้นมาได้ระยะหนึ่งเอ่ยพร้อมกับยกแขนปาดเหงือบนในหน้าขาวนวลออก คาดคะเนจากสายตาเดินอีกไม่นานก็น่าจะถึงยอดผา แต่อาจเพราะพื้นที่แสนลาดชันนั้นไม่ง่ายต่อการเดิน การขึ้นไปจึงเป็นไปได้อย่างล้าช้าเอามากๆ


        ฟ่ออ(เจ้านายระวังด้วย)


        “เข้าใจแล้ว ข้านะจะค่อยๆเดินทีละก้าวๆ” จางฝูค่อยเดินก้าวอย่างมั่นคงขึ้นทางลาดชันนั้นอย่างช้าๆ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเพียงการเดินช้าแต่ว่ามันก็เพิ่มความปลอดภัยไม่ให้ร่วงลงไปนับหนึ่งใหม่ละนะ และในที่สุดความพยยายามของเธอก็สำเร็จเมื่อก้าวสุดท้ายของหญิงสาวเหยียบลงบนยอดหน้าผาสูง สายลมเย็นก็พลันพัดเข้ามาปะทะใบหน้าของหญิงสาว เส้นผมที่รวบไว้เพียงครึ่งศรีษะปลิวสยายไปตามแรงลมพัดจนผมเผ้ายุ่งไม่เป็นทรง


       ฟ่ออ(เจ้านายหัวไปโดนอะไรมา)ลู่จิวมองทรงผมเจ้านายสาวแล้วร้องออกมาพรางส่ายยหางไปมาอย่างเยาะเย้ย


       “เดี๋ยวปัดจับทำงูย่างสะหรอกลู่จิว” เธอหันไปว่าเจ้างูที่มีท่าทางดีใจที่กับสภาพหัวยุ่งเหยิงหน่อยๆก่อนจะจัดการรวมผมของตัวเองมามัดไว้หลวมๆ แล้วจึงเดินตรงไปนั่งก้อนหินก่อนนึงที่อยู่เกือบริมผา ดวงตาสีน้ำตาลกวาดมองพื้นป่าเบื้องหน้าจากมุมสูง


        “ช่างเป็นวิวที่หาดูยากจริงๆว่าไหมลู่จิว”


       ฟ่อออ(สวยมาเลยเจ้านาย) ลู่จิวที่ยืดตัวชูคอไปดูวิวอย่าสนใจร้องขึ้นมา ดวงตาสีน้ำตาลอมเหลืองขอมันสะท้อนภาพป่าเบื้องล่าง


       “ชอบสินะเนี่ย”เธอมองเจ้างุของเธอยิ้มๆพรางลูบหัวมันเบาๆแล้วดึงตัวมันเอาไว้ไม่ให้มันยื่นตัวออกไปมากนักเดี๋วจะพลาดร่วงตกผาเอา


      “จะว่าไปก็เจอลู่จิวที่เมืองนี่นี้นะ”


       ฟ่ออ(ใช่แล้วเจ้านาย)


       “เหมือนได้กลับบ้านเลยนะเนี่ย”


       ฟ่อออ(ขอรับเจ้านาย)


         สิ้นเสียงบนสนทนาระหว่างคนกับงูที่จบลงเหลือยไว้เพียง เสียงของสายลมที่พัดลอดผ่านซอกหินจนเกิดเป็นเสียงวีดแปลก จะว่าน่ากลัวก็น่ากลัว จะว่าดูน่าแปลกหูก็แปลก จางฝูเงยดวงอาทิตย์ที่เริ่มคล้อยลงต่ำ


       “กลับลงไปกันเถอะปานนี้เฟยเทียนเหงาแย่แล้ว”


       ฟ่ออ(ขอรับ)
   
@STAFF_Pixiu


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -15 Point +3 ย่อ เหตุผล
STAFF_Pixiu + 5 + 300 -15 + 3

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หญ้าเงินคราม
รูปปั้นเทพีวีนัส
ม้าเทพอูซุนขาวเทวะ
เคล็ดวิชาวารีสิ้นขั้นสูง
ชุดวังน้ำทิพย์
ตัวเบาขั้นสูง
แส้จิ่วเทียน
ปราณคลุมวารี
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x4
x30
x3
x1
x3
x6
x4