กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบอุปกรณ์พกพา | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์
ดู: 234|ตอบกลับ: 10

{ นอกเมืองซานตง - เขาไท่ซาน } น้ำตกสระมรกต

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2017-10-30 05:54:15 |โหมดอ่าน

{ น้ำตกสระมรกต - นอกเมืองซานตง }

น้ำตกเตี้ย ๆ ที่มีธารน้ำไหลลงมาจากภูเขาไท่ และจะไหลต่อไปเป็นธารน้ำสายเล็กๆ สู่เมืองซานตง
ตะไคร่ใต้น้ำเป็นพืชธรรมชาติพันธุ์พิเศษทำให้สระน้ำตกแห่งนี้มีสีเขียวประดุจดั่งมรกต

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 2

ดูบันทึกคะแนน

85

กระทู้

424

โพสต์

214748หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
2147483647
เงินตำลึง
2147483647
ชื่อเสียง
0
ความหิว
2147483556

ซู ซูปี้

ของขวัญจาก Admin
pet
 เจ้าของ| โพสต์ 2017-10-30 07:28:58 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย KABUTO เมื่อ 2017-10-30 07:31

{ เควสเรื่องราว 3 } บุญคุณ - ความแค้น

PART CLXXXI

     ยอดเขาสูงมักเป็นแหล่งกำเนิดของต้นน้ำลำธาร เทียนเหมินจึงมุ่งหน้าขึ้นสู่เขาไท่ (ไท่ซาน) อีกครั้ง เขาเคยมาที่นี่ครั้งหนึ่งด้วยอาการวิ่งสติแตก แต่คราวนี้แตกต่างออกไปเพราะว่าชายหนุ่มนั้นอยู่ในอารมณ์ที่สุขุมนุ่มลึก แม้จะมีเพลิงบางอย่างที่คุกรุนอยู่ในใจแต่เป็นไฟอันเย็นเฉียบดุจน้ำแข็ง เขาไม่อยากจะพูดอะไรออกมามากเพราะยังรู้สึกคลื่นเหียนกลิ่นเหม็นเน่าที่ติดอยู่ตามร่าง จึงได้แต่เดินนำ เว่ยเส้าเทียน ถิงเอ๋อห์ และอาเค่อขึ้นมายังเขาไท่อีกครั้งอย่างเงียบๆ ส่วนเจ้าฉูจู๋ร์เองก็วิ่งตามมาลิ้นห้อย ไล่จับนกจับแมลงกลางทางอย่างมีความสุขสนุกสนานตามประสาสัตว์
     "เสียงน้ำตกหรือเปล่าครับ?" อาเค่อพูดคำแรกออกมาหลังจากที่เขายังคงพะอืดพะอมกับความน่าสะอิดสะเอียนอยู่นาน หากพูดได้เช่นนี้อาการคงจะดีขึ้นหรือไม่ก็เริ่มจะชินแล้ว และเมื่อเด็กหนุ่มชาวโหรวหรานท้วงขึ้นก็ทำให้ทุกคนหยุดฟังเสียงน้ำไหล
     @Soup_Dumplings
     "จริงแฮะ" เทียนเหมินเงี่ยหูฟังก็เหมือนว่าจะได้ยินเสียงน้ำไหลจริงๆ ทั้งๆ ที่เมื่อขึ้นเขามาครั้งแรกเขากลับไม่ได้ยินเสียงน้ำตกที่แว่วมานี้เลย อาจเป็นเพราะยังอยู่ในอาการหน้ามืดตามัวหูดับก็เป็นได้
     "งั้นก็ไปกันเถอะค่ะ น่าจะมาจากทางไหนกันนะ?" ถิงเอ๋อห์ชะโงกหน้ามองหา พยายามฟังเสียงทิศทางของน้ำ
     @Soup_Dumplings
     "โอ้!" เทียนเหมินตอบรับเว่ยเส้าเทียนที่เหมือนจะวิเคราะห์ทิศทางของน้ำตกได้ และเดินตามชายหนุ่มร่างยักษ์ไปพร้อมด้วยพรรคพวกที่เหลือและสุนัขหนึ่งตัว
     พวกเขาพยายามคลำทางตามเสียงสายน้ำมาเรื่อยๆ จนได้ยินเสียงซู่ซ่าค่อยๆ ดังขึ้นทุกครั้งที่เดินเข้าไปใกล้

ซู่...

     @Soup_Dumplings
     และในที่สุดก็มาถึง เพราะว่าเป็นเวลาดึกดื่นพวกเขาจึงมองทางไม่ค่อยเห็นและไม่ได้นำโคมไฟมาด้วยจึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเพราะไม่รู้ว่าน้ำตกตรงหน้าเป็นน้ำตกแบบไหน และแหล่งน้ำที่ว่าลึกหรือตื้นเขินเพียงใด แสงจันทร์คืนค้างขึ้นทำให้พอเห็นทางอยู่บ้างและพบว่าด้านหน้าคือน้ำตกขนาดเล็กที่มีขั้นน้ำตกเตี้ยๆ ไหลตกลงมาในสระขนาดไม่ใหญ่มาก และมีธารน้ำเชื่อมต่อไหลผ่านน่าจะลำเลียงน้ำส่งไปยังซานตง
     @Soup_Dumplings
     อาเค่อที่ได้เห็นแหล่งน้ำก็ดีใจใหญ่เขาจะได้ลงไปแช่น้ำสักทีนึง ชายหนุ่มทำท่าจะวิ่งไปและถอดเสื้อผ้าและกางเกง แต่อยู่ๆ ก็ได้ยินเสียงถิงเอ๋อห์กรี๊ดออกมา
     "กรี๊ดดด นะ..นะ... เจ้าจะทำอะไร!!!" เด็กสาวหน้าแดงแจ๋ยยกมือขึ้นปิดหน้าแต่ดันแหวกนิ้วให้ดวงตามืองเห็นได้เสียอย่างนั้น
     "ลืมไปเลยว่ามีเจ้าอยู่ด้วย" อาเค่อรีบสวมใส่กางเกงกลับทั้งที่ปลดออกมาได้ครึ่งก้นแล้ว
     @Soup_Dumplings
    "ต้องลงไปแช่ทั้งชุดถึงจะล้างคราบเลือดออกได้" เทียนเหมินเอ่ยออกมาพลางขมวดคิ้วมองอาเค่อสลับกับถิงเอ๋อห์ ตอนนี้ปัญหาก็มีอยู่ที่บุรุษและสตรีไม่สมควรอาบน้ำด้วยกัน แต่หากแยกย้ายกันไปอาบคนละที่หากมีอุบัติเหตุล่ะก็เกรงว่าคงไม่อาจช่วยเหลือได้ ความจริงแล้วสุภาพสตรีควรได้รับสิทธิ์ในการอาบน้ำก่อนแต่หากคิดในอีกแง่มุมแล้วนางจะสะดวกใจที่จะอาบน้ำโดยที่มีบุรุษรออยู่ถึงสามคนอย่างนั้นหรือ
     "ถิงเอ๋อห์เจ้าต้องเลือกมาว่า จะลงไปอาบน้ำก่อนคนเดียวแล้วให้พวกข้ารอข้างบน หรือจะให้พวกผู้ชายลงไปอาบก่อนพออาบเสร็จให้พี่ชายเว่ยกับอาเค่อกลับไปต้มน้ำสมุนไพรที่โรงเตี๋ยม จากนั้นเจ้ากลับพร้อมข้า"
    "เอ๋!?" ถิงเอ๋อห์ที่ต้องเลือกยิ่งหน้าแดงเป็นลูกตำลึง นางทำอะไรไม่ถูกสำหรับสาวพรหมจรรย์แล้วไม่ว่าอย่างไหนก็ถือว่าน่าอายไม่ต่างกัน แต่ถ้าให้เลือกคนน้อยย่อมดีกว่าคนมากเป็นแน่ นางหันไปมองทางผู้เสนอความคิดก่อนรีบหลบสายตาชายผู้นั้น
     @Soup_Dumplings
     "ฮั่นแน่พี่ชายซู คิดทำอะไรถิงเอ๋อห์รึเปล่า" อาเค่อเอ่ยแซวออกมา แม้เขาจะคิดว่าเทียนเหมินคงไม่มีใจใฝ่เสน่หาต่อถิงเอ๋อห์ แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้เมื่อชายหนุ่มและหญิงสาวอยู่ในชุดเนื้อแนบน้ำกันสองต่อสอง
    "อาเค่อ..." เทียนเหมินคำรามชื่ออีกฝ่ายเสียงต่ำพลางขมวดคิ้วขึงขังทันที ก่อนที่จะเดินไปหาอาเค่อที่อยู่ริมสระอยู่แล้ว จากนั้นก็ยกขาถีบชายหนุ่มชาวโหรวหรานคนนั้นตกน้ำป๋อมแป๋ม
     "เหวอ!!" อาเค่อที่ตกน้ำร้องออกมาอย่างตกใจหลังจากที่รับความสดชื่นไปเต็มๆ เขารีบลุกขึ้นมาน้ำในสระสูงแค่เอวของเขาเท่านั้น "หนาวๆๆๆ" อาเค่อสะดุ้งกับอุณหภูมิของสายน้ำกลางดึกของฤดูใบไม้ร่วงจนต้องรีบแช่ลงไปทั้งตัวเพื่อให้อุ่นขึ้นยามอยู่ใต้น้ำ ฉูจู๋ร์เห็นอาเค่อถูกถีบร่วงก็คิดว่ากำลังเล่นน้ำกันอยู่ สุนัขป่าหิมะจึงกระโดดลงไปแช่น้ำตามอย่างสบายใจ
    "เอ่อ.. ข้ารออาบทีหลังก็ได้ค่ะ" เหมือนว่าเด็กสาวจะตอบออกมาช้าไป เพราะว่ามีคนที่ได้ลงไปแช่น้ำแล้วหนึ่งคน
    "งั้นข้าก็อาบบ้างล่ะ เฝ้าของให้ด้วย" เทียนเหมินเทของออกมาจากกระเป๋าใบเล็กที่พกของใช้ติดตัวมาเล็กน้อย หนึ่งในนั้นมีห่อกระดูกของแม่นางซู่รวมอยู่ด้วย มันไม่เปรอะเปื้อนอะไรเพียงแต่สิ่งที่ใช้บรรจุเปียกคราบเลือดไปหมดจนต้องนำลงไปซักล้าง
     "ค่ะ" ถิงเอ๋อห์ตอบรับพลางเดินไปนั่งกอดเข่าเฝ้าที่ก้อนหิน
     @Soup_Dumplings
     เทียนเหมินเดินลุยลงไปในน้ำ ความจริงเขาอยากจะกระโดดตูมลงไป แต่เห็นความลึกที่อาเค่อยืนขึ้นมาแล้วไม่ค่อยแน่ใจว่าหากกระโดดลงไปใบหน้าจะกระแทกหินหรือไม่ พบว่าข้างใต้เต็มไปด้วยตะไคร่น้ำและมันลื่นนิดหน่อย เขาพยายามทรงตัวดีๆ เดินลงไปในตำแหน่งที่ลึกกว่านั้นแล้วจึงจุมตนเองลงไปแช่ทั้งตัวให้คราบเลือดและหนอนที่ยังติดอยู่บางตัวหลุดออกไป
     "ฮ่า!" เขาโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำอย่างรู้สึกสดชื่น อุณหภูมิน้ำกลางฤดูใบไม้ร่วงไม่อาจทำอะไรชายหนุ่มที่มีร่างกายเย็นพอๆ กับน้ำแข็ง เขาวักน้ำลูบใบหน้าจนน้ำกระจายไปทั่ว จากนั้นก็ถอดผ้าโพกศีรษะออกมาซัก ล้างหัวหูให้สะอาดก่อนที่จะทำความสะอาดกระเป๋าใบนั้นให้ดีแล้วโยนมันทีเดียวก็ปลิวตกลงมาที่ฝั่ง
     ถิงเอ๋อห์ลุกขึ้นไปเก็บกระเป๋าใบนั้นมาสลัดเอาน้ำออกแล้วคว่ำตากเอาไว้ก่อน อย่างไรเสียคืนนี้คงไม่อาจทำให้กระเป๋าแห้งได้แน่ๆ อาจจะต้องขอตากที่โรงเตี๋ยมต่อ หรือไม่ถ้าเดินทางก็ตากไว้บนหลังม้า และเมื่อเธอหันไปมองทางสระน้ำก็เห็นหนุ่มได้ได้ถอดเสื้อออกมาซักล้างแล้ว "!!!!!" เด็กสาวรีบหันหน้าหนีทันทีแล้วพยายามทำเป็นไม่มองภาพตรงหน้าแม้ว่ามันจะเป็นของดีแค่ไหนก็ตาม (?)
     @Soup_Dumplings
     เทียนเหมินถอดชุดประจำออกมาขยี้น้ำและซักล้าง ออกแรงไม่มากคราบเลือดก็หลุดออกไปแม้จะยังได้กลิ่นคาวๆ อยู่บ้างก็ตามแต่ก็ถือว่าลดลงเยอะมากแล้วและเช่นเดิม เมื่อซักเสื้อเสร็จเขาก็เหวี่ยงมันขึ้นมาบนฝั่งก่อนที่จะย่อตัวลงไปแล้วทำอย่างนั้นกับกางเกงด้วย ถิงเอ๋อห์ที่นั่งปิดตาอยู่สะดุ้งโหยงเมื่อเสื้อเปียกๆ ของเทียนเหมินลอยมาตกอยู่ตรงหน้า ฝ่ายอาเค่อที่สวมชุดขนสัตว์มันทำความสะอาดยากอยู่นิดหน่อยเขาเลยพยายามขยี้มันแทบเป็นแทบตาย
     @Soup_Dumplings
     "จริงด้วยสินะ!" เทียนเหมินร้องอ๋อออกมาทันทีเมื่อเว่ยเส้าเทียนทวนเรื่องความฝันที่เจ้าเมืองสาวคนนั้นโยนดาบลงใบทะเลสาบ "เรื่องดำน้ำไว้ใจข้าได้เลย!" พูดจบแล้วชายหนุ่มก็ดำลงไปในน้ำที่ไม่ลึกมาก แต่ด้วยความมืดจึงทำให้เขามองไม่เห็นอะไรที่ใต้น้ำ ไม่มีแม้แต่แสงสะท้อนของโลหะที่สะท้อนกับแสงจันทร์ เขาดำผุดดำไหว้วนไปวนมารอบๆ สระอยู่นานแต่ต้องก็โผล่ขึ้นจากน้ำด้วยความผิดหวัง
     "ข้าไม่เจออะไรเลย คงไม่ใช่ที่นี่มั้ง" เขาลูบน้ำออกจากใบหน้าพลางนึกถึงความฝัน และก็น่าจะไม่ใช่ที่นี่จริงๆ เพราะว่าหนึ่ง... ในฝันนั้นไม่มีน้ำตก และสองทะเลสาบที่เขาเห็นในฝันนั้นอยู่ในป่าลึกและมันเป็นทะเลสาบที่ใหญ่และกว้างมากจนแทบจะมองไม่เห็นอีกฝั่งหนึ่ง
     @Soup_Dumplings   
     และเมื่อผู้ชายทุกคนทำความสะอาดตัวเองเสร็จเรียบร้อยแล้วพวกเขาก็ขึ้นมาจากน้ำแล้วทำตามแผน เว่ยเส้าเทียนกับอาเค่อกลับไปที่โรงเตี๊ยมเพื่อขอต้มน้ำสมุนไพร
     @Soup_Dumplings

     สุดท้ายเหลือเพียงแค่เทียนเหมินกับถิงเอ๋อห์ที่อยู่ด้วยกันสองต่อสอง ชายหนุ่มที่เพิ่งขึ้นมาจากน้ำโดยไร้เสื้อท่อนบนหาทำเล่ที่นั่งใกล้ๆ กับพุ่มดอกไม้ที่ให้กลิ่นหอม เขานึกบางอย่างขึ้นมาได้จึงหันไปบอกถิงเอ๋อห์ "ข้าต้องเดินลมปราณ ถ้าทนได้ข้าว่าเจ้าค่อยอาบตอนที่ข้าฝึกเสร็จแล้วดีกว่า"
     "อะ..ค่ะ" ถิงเอ๋อห์งงสักพักกับความหมายที่ชายหนุ่มต้องการสื่อ แต่เมื่อคิดไปมานางก็เข้าใจได้ทันทีว่าน้ำในสระน่าจะเย็นมากหากลงไปแช่ตอนนี้แล้วต้องรอเทียนเหมินฝึกวิชาอีกมีหวังได้หนาวตายกันพอดี นางจึงแค่เดินไปที่ริมน้ำแล้ววักน้ำขึ้นมาล้างหน้าล้างตาเท่านั้น
     เมื่อหาทำเลดีๆ ได้แล้วเทียนเหมินก็เข้าฌาณทำสมาธิทันทีโดยไม่รีรออะไรอีก ชายหนุ่มเริ่มจากการเดินลมปราณเย็นของเคล็ดวิชาใจน้ำแข็งก่อน กำหนดปราณธาตุเย็นไว้ที่ปลายจมูกกลั้นหายใจเอาไอเย็นเข้าไปนับหนึ่งถึงหนึ่งร้อยแล้วจึงปลดปล่อยพลังร้อนที่เผลอรับเข้าไปออกมา หายใจเข้าออกเย็นสบาย ท่องในใจไวัว่า 'หายใจเข้าออกผ่อนคลาย' และเมื่อกำหนดจิตได้ที่แล้วพลังไอเย็นก็แผ่ซ่านออกจากกาย
     ไม่มีเวลามากนักเขาเดินลมปราณเย็นชดเชยที่เสียไปเพียงครึ่งชั่วยามก็ทำการฝึกวิชาตัวเบาต่อ โดยโคจรลมปราณเวียนขวาผ่านท้องน้อยเคลื่อนคล้อยสู่ทวารแล้วดึงลมปราณนั้นเวียนกลับมาให้ไหลเวียนไปทั่วร่างอย่างเช่นที่ทำทุกวันติดต่อกันซึ่งวันนี้จะเป็นวันที่ห้า เขาเดินลมปราณตัวเบาซ้ำไปซ้ำมาจนครบหนึ่งชั่วยามในการฝึกวิชาทั้งสอง ความรู้สึกปวดท้องหนักยังคงไม่เสื่อมคลายเขารีบวิ่งเข้าป่าไปเพื่อถ่ายท้อง
     ถิงเอ๋อห์ที่รู้ดีว่านั่นคืออาการหลังฝึกกำลังภายในตัวเบาเสร็จนางจึงลงไปแช่ตัวในน้ำ แล้วใช้เวลาในการขัดสีฉวีวรรณมากกว่าคนอื่นหน่อย และยังต้องทำความสะอาดผมยาวๆ นั้นอีก เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มไม่อยู่แล้วนางจึงถอดปิ่นปักผมสยายผมยาวลงแช่น้ำ ฉูจู๋ร์ที่เล่นน้ำมานานมากว่ามาหาพร้อมกับเล่นแก้มของเด็กสาว นางกอดมันไว้แล้วฟัดขนที่กลับมาขาวสะอาดดังเดิม นางเกือบจะเผลอเล่นเพลินจนลืมทำความสะอาดเสื้อผ้า
     ถิงเอ๋อห์มองซ้ายขวายังไม่เห็นเทียนเหมินมา ท่าทางว่าเขาคงต้องรับศึกหนึกจึงหายไปนาน เด็กสาวค่อยๆ ถอดชุดของนางออกแล้วนำมาขยี้กับน้ำ แล้วสำรวจทุกส่วนว่าคราบเลือดหลุดออกไปหมดหรือยัง อันที่จริงจะพูดว่าเป็นชุดของนางก็ไม่เชิงเพราะว่านี่คือเสื้อผ้าของซูปี้ที่หายตัวไป น้องสาวของเทียนเหมินหน้าตาเป็นอย่างไรนางก็ไม่อาจทราบได้รู้แต่เพียงว่าเป็นเด็กที่ตัวเท่ากับนาง ไม่แน่ว่าอาจจะอายุเท่ากัน และเมื่อเรียบร้อยนางก็รีบสวมใส่ชุดดังเดิม
     เทียนเหมินกลับมาหลังจากที่ต่อสู้กับข้าศึกเสร็จเรียบร้อย รู้สึกว่าร่างกายของตัวเองเบาหวิวขึ้นถนัดตาเขาเลยพยายามกระโดดขึ้นไปให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ดูเหมือนว่าจะยังไม่สำฤทธิ์ผลเพราะมองความแตกต่างจากปกติแทบไม่เห็น
     ถิงเอ๋อห์รีบขึ้นมาจากน้ำเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มกลับมาแล้ว ชุดที่นางใส่เปียกลู่ไปกับเนื้อจนมองเห็นสัดส่วนของร่างกายสาวน้อยแรกแย้มได้อย่างชัดเจน
     "...." เทียนเหมินขมวดคิ้วจ้องมองนางจนเด็กสาวรู้สึกเขินอายอย่างหนักก่อนที่เขาจะยื่นเสื้อที่พอจะหมาดๆ แล้วให้นางได้สวมใส่ปิดบังสัดส่วนของร่างกายเอาไว้ ส่วนตนที่เป็นบุรุษจะเปลือยท่อนบนก็คงไม่แปลก แล้วอีกอย่างก็ไม่ได้หนาวอะไรด้วย "สวมซะ" เมื่อพูดจบเขาก็เดินไปเก็บสิ่งของลงกระเป๋าที่ยังไม่แห้งดีโดยไม่ได้สนใจอะไรสาวน้อยตรงหน้าอีก
     หยาดน้ำใสๆ ไหลปริมที่ขอบตาสุกสกาวของเด็กสาวนามถิงเอ๋อห์ นางไม่รู้ว่าตัวเองควรจะรู้สึกแย่ที่ส่วนไหนมากกว่ากันระหว่าง 'ถูกบุรุษเห็นเรือนร่างแล้ว' กับ 'ทำไมเขาไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลยล่ะ... หุ่นข้าไร้เสน่ห์ยั่วยวนขนาดนั้นเลยหรือ!?' และดูเหมือนว่าที่เด็กสาวเสียใจน่าจะเป็นอย่างหลังมากกว่า... นางพยายามกลั้นน้ำตาไม่ส่งเสียงร้ำไห้ออกมาแล้วสวมเสื้อสีเข้มของเทียนเหมินเอามาคลุมร่างกายจนปิดมิดชิด โดยฝ่ายชายที่ทำให้นางต้องหลั่งน้ำตาไม่รู้เรื่องอะไรเลยสักนิด...
     "เอาล่ะ เสร็จเรียบร้อย กลับกันเถอะ" เทียนเหมินสะพายกระเป๋าที่ใส่ของจนหมดแล้วพร้อมกับเหน็บดาบปลิดอาชาไว้ที่ผ้าคาดเอวก่อนจะเดินไปตบหลังถิงเอ๋อห์เบาๆ จากนั้นจึงออกเดินนำหน้าไป อาจจะช้าไปสักนิดแต่ทว่าทั้งคู่และหมาหนึ่งตัวก็กลับไปถึงโรงเตี๊ยมได้โดยสวัสดิภาพ



แสดงความคิดเห็น

ซูเทียนเหมิน ฝึกวิชาตัวเบาวันที่ 5  โพสต์ 2017-10-30 07:29

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -11 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -11 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x9999
x9999
x9999
โพสต์ 2017-11-26 19:15:38 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LuMifang เมื่อ 2017-11-26 19:16

พาร์ท 2 - ความโหดร้าย
(ซานตง 1)


                สองหนุ่มเดินทางจากฮองหงมาถึงซานตงแล้ว ระหว่างทางได้นั่งพักชมธรรมชาติพร้อมสนทนากันไปด้วย ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องของน้องอี้ที่มี่ฟางยังเป็นกังวลใจจนถึงตอนนี้อยู่นั่นเอง...
                "ที่ว่านี่เรื่องจริงหรือ?" เฟิ่งฮัวทำสีหน้าจริงจัง ชายหนุ่มมองไปที่มี่ฟางและจดหมายในมือนั่น
                "ขอรับ น้องอี้โดนจับตัวไปจริงๆโดยพรรคภูติทมิฬลมดำให้เป็นธิดาเทพ กำลังถูกให้ฝึกวิชาแปลกๆที่อาจทำให้น้องของข้าเปลี่ยนไป ไม่รู้ผิดชอบชั่วดี เรื่องนั้นข้ายังไม่แน่ใจว่าเป็นเรื่องจริงไหม แต่น้องอี้แทบไม่เคยพูดเล่นกับข้าเลยก็คงมีแต่ต้องเชื่อ"
                "เช่นนั้นที่เจ้ามาเล่าให้ข้าฟังเพราะต้องการความช่วยเหลือสินะ"
                "ขอรับ... ข้าต้องการแข็งแกร่งขึ้น แม้ว่าตนแทบจะไม่มีวิชาอะไรเลย แต่ข้าก็อยากจะพัฒนาตนเองให้ดียิ่งขึ้นกว่านี้"
                "ใยเจ้าบอกว่าตนไม่มีวิชา ข้าเองก็มีเรื่องจะถามเจ้าด้วย ที่โรงเตี๊ยมเมื่อคราวนั้น ทำไมสามารถใช้ผ้าที่พันอยู่ที่แขนเจ้าเปลี่ยนวิถีกระบี่ได้อย่างสมดุลถึงเพียงนั้น"
                "ข้า..." มี่ฟางหลุบตา "ถ้านึกถึงการร่ายรำมันก็ไม่ต่างกันเลยมิใช่รึ ข้าเพียงใช้สิ่งที่ข้ามีมาประยุกต์"
                "แต่นั่น..." เฟิ่งฮัวพยายามจะตอบว่าสิ่งที่อีกฝ่ายทำมันคล้ายท่าร่ายยิ่ง ถึงแม้ว่ามันจะไม่สมบูรณ์ก็ตาม "แล้วใครสอนวิธีนี้กับเจ้าหรือเปล่า?"
                ชายหนุ่มหลับตานึก "เคยมี... ตอนสมัยเด็กของข้า มีบุรุษเพนจร แต่งกายด้วยชุดขาวคล้ายนักพรตหรือขุนนางสักอย่าง เดินไปไหนมาไหนจะมีกู่เจิงพกติดตัว ข้ากับเขาเคยเล่นด้วยกันที่ศาลา สอนสิ่งต่างๆให้แก่ข้าทั้งดนตรี การขับร้อง ความรู้ และ...การร่ายรำ แต่เป็นเพียงการสอนแบบปูพื้นฐานให้มากกว่าเพื่อแลกกับการฟังดนตรีหรือนิทานจากคนคนนั้น"
                "บุรุษสีขาว..."
                "แต่เราก็รู้จักกันแค่ปีเว้นปี เขามักจะออกเดินทางไปทั่วยุทธจักรแล้วค่อยกลับมาสักหน กระทั่งเรารู้จักกันได้ราวๆ 5 ปี เขาก็ไม่กลับมาหาข้าอีก"
                "ข้า... เสียใจแทนเจ้าด้วย"
                "ไม่เป็นไรขอรับ ข้านั้นเคยชินเสียแล้ว แม้จะไม่ใช่ครอบครัวแต่นับว่าเป็นครอบครัว มีพบย่อมมีจาก มันเป็นเรื่องธรรมดาของชีวิต"
                เฟิ่งฮัวพยักหน้าและนับถือให้กับความใจแข็งเด็ดเดี่ยวของมี่ฟาง หากเป็นเขาคงออกตามหาไปแล้ว แม้จะสุดหล้าแค่ไหน
                "ท่านเฟิ่งฮัว ข้าพูดถึงเช่นนี้แล้ว ท่านมีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับการช่วยเหลือน้องข้าดีเล่า" แววตาสั่นระริกเล็กน้อย มี่ฟางพยายามรวบรวมหลายๆความคิด หลายๆข้อคิดเห็นของตัวเองและสหายใกล้ตัวมาวิเคราะห์ดู
                "ถ้าหากให้ช่วย ลำพังข้าคนเดียวคงจะทำได้ยาก แต่ถ้าหากเป็นอาจารย์ข้าที่สำนักฉวนเจินอาจช่วยเจ้าได้ ทว่าเจ้ายังต้องมีพื้นฐานบางอย่างเสียก่อน"
                 "พื้นฐานบางอย่าง?"
                 "เจ้ายังไม่มีความสามารถในการใช้กระบี่ใช่หรือไม่เล่า เจ้าน่ะมีกระบี่ไม้แต่จากที่ข้าดูเจ้าแทบไม่ได้ใช้มัน ถึงได้ใช้ก็เป็นการฟันแทงมั่วๆ"
                 "ก็ข้าแค่ใช้ป้องกันตัว"
                 "เช่นนั้นก็ถึงเวลาแล้วที่เจ้าต้องฝึกใช้ ระหว่างการเดินทางนี้ข้าจะเป็นคนสอนเจ้าเอง" เฟิ่งฮัวกล่าวพร้อมส่งรอยยิ้มบางๆให้ นั่นทำให้มี่ฟางรู้สึกมีความหวัง
                 "ข้าขออวยพรให้เจ้าประสบความสำเร็จนะลู่มี่ฟาง"
                 "ขอบคุณขอรับท่านเฟิ่งฮัว" ร่างสูงลุกขึ้น ประสานมือคารวะให้ด้วยสีหน้าเปี่ยมหวัง เฟิ่งฮัวก็ทำเช่นเดียวกัน ถ้าหากเขาไปส่งเฟิ่งฮัวที่สำนักฉวนเจิน และขอร่ำเรียนวิชาอาจจะสามารถช่วยเหลือน้องอี้ได้ก็เป็นได้
                    เมี๊ยววววววววววว~~~~~

@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +25 ความหิว -9 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 25 -9 + 3

ดูบันทึกคะแนน

ตังๆๆๆ
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
คัมภีร์ละติน
เกราะทองคำ
ขวานต้วนหยู้ว
ธนูใหญ่
กำหนดลมหายใจ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x50
x100
x1
x50
x50
x2
x50
x4
x10
x60
x50
x58
x7
x1
x9
x125
x20
x25
x2
x27
x15
x40
x13
x1
x90
x120
x3
x1
x42
x15
x19
x8
x25
x199
x447
x1
x14
x65
x20
x20
x333
x1
x1
x11
x9
x3
x2
x87
x24

71

กระทู้

746

โพสต์

8หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
48691
เงินตำลึง
5601
ชื่อเสียง
37615
ความหิว
452
คุณธรรม
326
ความชั่ว
24
ความโหด
51
เสวี่ยนอู่
ระดับ 1

จาง จู๋เวย

ไม่เป็นไรแน่หรอ
pet
โพสต์ 2018-1-18 18:06:08 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Zhangfu เมื่อ 2018-1-18 19:39

{เร่รอนไปทั่วเเผ่นดิน}

[จาง ฝู]

บทที่ 10 พักผ่อน



     หลังจากเดินทางออกจากเมืองจินหยางจางฝูและคณะเดินทางของเธอก็มาหยุดพักที่น้ำตกนอกเมืองซานตงและตัดสินใจที่จะตั้งที่พักสำหรับคืนนี้ สำหรับคนอื่นการได้นอนในโรงเตี้ยมหรือเตียงนิ่มๆคือการได้พักผ่อนแต่สำหรับเธอการได้นอนกลางป่าทามกลางธรรมชาตินั้นคือการพักผักที่ดีที่สุดสำหรับเธอแล้ว เพราะอะไรน่ะหรือ เพราะอย่างน้อยก็ไม่มีพวกขี้เมามากวนหรือมาโวยวายตอนนอนไง

      “จนกว่าจะพอเดินได้สะดวกต้องรบกวนพวกเจ้าหน่อยนะ”จางฝูเอ่ยขึ้นที่กำลังก่อไฟเพื่อให้แสงสว่างและความอบอุ่นในยามค่ำคืน โดยคนที่คอยหากิ่งไม้มาทำฟืนไม่ใช่ใครนอกจากเจ้างูลู่จิวแสนรู้ของเธอนี่แหละ อีกทั้งยังได้เฟยเทียนคอยช่วยหาผลไม้ป่ามาอีก ถ้าขาดพวกมันไปสักตัวเธอคงจะแย่

    ฟ่ออ(ยินดีเจ้านาย)

    แปร๊นน(ข้าจะดูแลเจ้านายจนกว่าจะหาย)

     เมื่อไฟเริ่มที่จะประทุเเรงขึ้นเธอไม่รอช้ารีบทำการปรุงอาหารสำหรับคืนนี้ทันที มันเป็นเมนูง่ายๆพวกหมูแห้งไก่แห้งที่ย่างกินได้ เธอไม่เคยเบื่อแม้ว่าจะต้องกินมันไปอีกนานแค่ไหนก็ตาม หลังจากที่จัดการกับอาหารทั้งหมดเป็นที่เรียบร้อยเวลาแห้งการกินยาก็กลับมาอีกครั้ง ในตอนนี้เธอว่าเธอน่าจะเริ่มชินกับรสขมของมันได้แล้วละมั้งนะ

      “ฮ่าา ข้าคงไม่ได้ประสาทรับรสพังเพราะยานี่ใช่ไหม” เธอวางถ้วยยาลงแล้วหันไปมองน้ำตกที่อยู่ถัดจากที่พักเธอไปเพียงเล็กน้อย ในตอนนี้เธอสามารถลุกขึ้นเดินไปแล้วแต่ก็เพียงแค่ระยะทางสั้นๆเท่านั้น แต่ก็พอที่เธอจะเดินไปที่น้ำตกได้

      ร่างบางของหญิงสาวค่อยทรุดตัวลงนั่งช้าที่ริมน้ำตกโดยอาศัยโขดหินที่อยู่ใกล้ๆนั้นเป็นที่เกาะเพื่อไม่ให้ตัวเองลื่นล้ม เธอค่อยเเกะผ้าพันข้อเท้าออกออ่างช้าๆตอนนี้ข้อเท้าของเธอไม่ได้บวมแล้วเพียงแต่ยังคงปวดและมีรอยสีเข้มจากอาการช้ำอยู่ เธอค่อยๆหย่อยขาของเธอลงน้ำ

       ความเย็นของน้ำทำให้หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อยก่อนที่เธอะค่อยใช้ผ้าผืนหนึ่งที่ติดตัวมานำลงไปชุบน้ำแล้วบิดหมาดๆก่อนนำมาเช็ดตามเนื้อตัวของตัวเองที่เหนียวเหนอะจากเหงื่อมาทั้งวัน ความเย็นของน้ำนั้นทำให้เธอผ่อนคลายลงได้บางไม่มากก็น้อย

       หลังจากที่เช็ดเนื้อเช็ดตัวเสร็จเธอก็ยังคงนั่งชมธรรมชาติรอบๆและดื่มด่ำกับบรรยากาศที่แสนเงียบสงบในสถานที่แห่งนี้ต่อไป เปลือกตาบางประดับด้วยขนตาแผหนาค่อยๆเหลือนปิดลงอย่างช้าๆ หูทั้งสองข้างของหญิงสาวเปิดรับฟังเสียงภายในบริเวณ เสียงของน้ำ เสียงของลมและแมลงกลางคืน ที่นี่็นับเป็นอีกที่ที่มีเสียงที่ไพเราะ  ‘ที่นี่อุดมสมบูรณ์มาก’

      ฟ่ออ(เจ้านาย พักผ่อนได้แล้ว)

       “จ้ารู้แล้ว ขอบใจนะลู่จิว” เธอลืมตาแล้วหันไปมองลู่จิวที่เลื้อยมาตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ร้องเรียกเจ้านายสาวเล็ก เธอหันไปยิ้มให้เจ้างูขอเธอก่อนจะค่อยๆยันตัวลุกขึ้นช้าๆแล้วเดินกระเผลกกลับที่ยังที่พักก่อนจะทรุดตัวลงนอนที่ข้างๆเฟยเทียน

       “ฝันดีเฟยเทียน ลู่จิว”เธอก่อนก่อนที่จะหลับตาลงแล้วเข้าสู่ห้วงนิทราไปในที่สุด





คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -15 Point +3 ย่อ เหตุผล
STAFF_Pixiu + 5 + 300 -15 + 3

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตัวเบาขั้นกลาง
กงจักรเฟิ่งหวง
กงจักรเฟิ่งหวง
ฮั่นเสียหม่า
จั่วซื่อจ้วน
กำหนดลมหายใจ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8
x10
x10
x10
x5
x1
x2
x1
x1
x5
x1
x1
x12
x2
x62
x1
x60
x10
x1
x13
x1
x1
x15
x2000
x6
x150
x50
x1000
x15
x6
x4
x3
x40
x5
x42
x31
x2
x3000
x110
x63
x15
x60
x15
x1
x114
x7
x8
x60
x1
x3
x40
x2
x69
x2
x3
x12
x3
x120
x60
x30
x4
x120
x50
x72
x1
x15
x45
x63
x3
x30
x14
x5
x68
x26
x6
x7
x102
x172
x4
x130
x4
x1
x30
x30
x78
x143
x70
x99
x44
x320
x184
x184
x8
x33
x6
x348
x2
x393
x5
x1508
x51
x295
x264
x200
x2100
x456
x72
x39
x5
x356
x76
x350
x236
x92
x82
x329
x310
x8
x60
x1
x3
x38
x152
x675
x477
x947
x630
x108
x4271
x218
x78
x421
x50
x3
x925
x23
x80
x1210
x3
x20
x23
x4755
x61
x798
x15
x2028
x50
x60
x9
x55
x25
x41
x81
x42
x9
x1

71

กระทู้

746

โพสต์

8หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
48691
เงินตำลึง
5601
ชื่อเสียง
37615
ความหิว
452
คุณธรรม
326
ความชั่ว
24
ความโหด
51
เสวี่ยนอู่
ระดับ 1

จาง จู๋เวย

ไม่เป็นไรแน่หรอ
pet
โพสต์ 2018-2-21 23:39:37 | ดูโพสต์ทั้งหมด
{เดินทางตามหาเป็ด}

[ฝึกวิชา กับสมุดบันทึก ]

   
      หลังจากเร่งออกเดินทางมาได้พักใหญ่ๆพวกของจางฝูตอนนี้ก็ได้เข้ามายังเขตเมืองซานตกเป็นที่เรียบร้อยซึ่งมันพอดีกับเวลาที่ใกล้มือแล้วเสียด้วยเธอจึงตั้งใจที่จะพักก่อกองไฟและค้างแรมที่บริเวณน้ำตกแห่งนี้ที่เธอเคยเดินทางมาหักแล้วเมื่อก่อนหน้าที่จะไปฝึกวิชา เธอจึงค่อยข้างที่จะรู้จักบริเวณน้ำตกแห่งนี้ดีและรู้ว่าทำเลตรงไหนเหมาะที่จะใช้เป็นที่พักค้างแรมในคืนนี้
    “เอาละคงพักที่นี่กันนะคืนนี้ พรุ่งค่อยว่ากันอีกที่ว่าจะเดินทางต่อหรือพักค้างแรมอีกวัน”เธอเอ่ยอย่างรวดเร็วก่อนที่จะพลิกตัวปีนลงมาจากหลังเฟยเทียนแล้วเอาของสัมภาระลงมาวางที่ใต้ต้นไม้แล้วเดินไปเก็บเศษกินไม้ในบริเวณนั้นมาก่อไฟเพื่อให้ความอบอุ่นในคืนอันหนาวเหน็บนี้ อีกทั้งเพื่อใช้ในการปรุงอาหารในคืนนี้อีกด้วย

     “คืนนี้อากาศเย็น ข้าจะทำซุปอุ่นๆให้กินแล้วกันนะ พวกเจ้าว่ายังไง”จางฝูเอ่ยพร้อมกับก้มมองบรรดาตัวแสบที่ยืนรอเธอทำอาหารให้ตาแป๋ว บางที่เธอก็อดคิดไม่ได้นะว่าเจ้าพวกนี้มันเสียสัณชาตญาณสัตว์ป่าไปแล้วก็เป็นได้

    ฟ่ออ(ข้าอยากกินเนื้อ)ลู่ฉีร้องแทรกขึ้นมาก่อนที่จะค่อยๆเลื้อยไปใกล้ๆห่อผ้าที่ใส่เนื้อตากแห้งไว้พร้อมกับหาวิธีที่จะมุดเข้าไปด้านในเพื่อหาของกิน จางฝูมองยิ้มก่อนที่จะอุ้มเจ้าลู่ฉีขึ้นมาไว้บนตักแล้วเอื้อมตัวไปหยิบห่อผ้ามาแกะปมที่ผูกไว้ออกแล้วหยิบเนื้อแห้งออกมาสองชิ้นก่อนจะยื่นให้เจ้าลูฉี่

   ฟ่ออ(ขอบคุณ)มองเงยหน้ามองเธอก่อนที่จะรีบกินเนื้อทั้งสองชิ้นอย่างหิวโหยก่อนที่มันจะเลื้อขึ้นมาคล่อเคลียที่ข้างแก้มของเธอแล้วเคลือนตัวลงไปนอนที่ห่อผ้าประจำของมันแล้วหลับไปอย่างรวดเร็ว

    “เอาละเริ่มทำอาหารกันเลยเถอะไฟลุกแล้ว”หลังจากที่รอไฟติดมาไ้สักระยะแล้ว จางฝูก็ลุกขึ้นเดินไปหยิบหม้อใบเล็กเดินไปตักน้ำที่ริมน้ำตกมาครึ่งหม้อก่นที่จะโยนเนื้อแห้งลงไปราวห้าถึงหกชิ้นพร้อมกับใส่เครื่องเทศสมุนไพรต่างๆลงไปแล้วปิดฝาหม้อเพื่อรอใให้มันเดือดเท่านั้น

    ในระหว่างที่รอเธอก็ไม่ยอมเสียเวลาไปเปล่ามือเรียงล้วงไปหยิบเจ้าสมุดบันทึกเจ้าปัญหาขึ้นมาเปิดอ่านและแกะขอความต่อโดยมีลู่จิ่วและฮุ่ยจือนั้นนอนมองอยู่ใกล้ๆอย่างไม่เข้าใจว่าทำไมเจ้านายสาวของพวกมันถึงได้สนใจเจ้าบันทึกเก่าๆเล่มนี้นัก ตั้งแต่ที่ได้มาก็เอาแต่ก้มหน้าก้มตาอ่านจนแทบไม่สนใจสิ่งใดเลย

    ฟ่ออ(เจ้านาย ซุปเดือดแล้ว)ลู่จิวเลื้อยขึ้นมาแทรกกลางระหว่างใบหน้ามนของเจ้านายสาวกับสมุดบันทึกแล้วใช้หางชี้ไปยังหม้อที่กำลังเดือดปุดๆอยู่ จางฝูมองตามไปเห็นก็พลันโยนสมุดบันทึกลงแล้วรีบปรี่ไปดูหม้อซุปพร้อมกับใช้ผ้ารองมือแล้วยกหม้อออกมาโดยทันที่

    “เกือบไปแล้วเรา ขอบใจนะลู่จิวที่เตือน”

    ฟ่ออ(มั่วแต่อ่านอะไรก็ไม่รู้ เจ้านายอ่ะ)ลู่จิวร้องอย่างไม่พอใจพร้อมกับใช้หางฟาดลงไปบนสมุดบันทึกซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างหงุดหงิด ซึ่งก็ทำให้หญิงสาวอดยิ้มออกมาไม่ได้ ดูท่าเธอคงต้อองหาเวลาอ่านตอนพวกมันหลับสะแล้วสินะเนี่ย ‘ตัวแสบ’

   เมื่อรอจนซุปเริ่มที่จะเย็นลงพอที่จะให้เจ้าแสดกินได้เธอจึงค่อยๆตักน้ำซุปและชื้อเมื้อใส่ถ้วยเล็กๆวางให้เจ้าเเสบทั้งสองตัวก่อนที่จักส่วนของตัวเองใส่ถ้วยแล้วมานั่งซดพร้อมทั้งคีบเนื้อมากินเพื่อไม่ให้ท้องมีแต่น้ำจนเกินไป ไม่นานนักซุปทั้งหมดก็หมดลงไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งบรรดาผู้ที่ซัดโฮกซุปไปในตอนนี้ก็พากันไปนอนสุ่มกันอยู่ข้างๆกองไฟเป็นที่เรียบร้อย

    เมื่อแน่ใจแล้วว่าเจ้าพวกตัวแสบนั้นหลับกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วจางฝูจึงค่อยๆลุกขึ้นเดินไปยังริบน้ำตกก่อนที่จะทรุดตัวนั่งลงขัดสมาธิเพิ่มที่จะเริ่มฝึกวิชาต่อ เพราะเธอขาดฝึกมานานมากเกินไปเสียแล้ว เธอค่อยเลือนมือไปวางหงานที่หน้าเข่าทั้งสองข้างพร้อมกับปรับลมหายใจอย่างช้าๆแล้วจึงค่อยหลับตาลงพร้อมเริ่มปรับลมหายใจเข้าออกอย่างช้าๆ เพื่อที่จะสัมผัสถึงลมอุ่นในร่างพร้อมกับเคลื่อนกระแสลมนั้นลงมายังจุดตันเถียนแล้วค่อยๆโคจรเคลื่อนให้ปราณเวียนขวาไปยังช่วงท้องน้อยและเคลื่อนต่อไปยังทวารและวนกลับมาที่จุดตันเถียน วนอยู่แบบนั้นชั่วครู่ เมื่อเธอเห็นว่าไม่ได้มีอาการปวดท้องแทรกขึ้นมาเหมือนทุกทีจึงค่อยกระจายลมปราณนั้นไปไหลไปทั่วทั้งร่างกายอย่างช้าๆ เธอทำอย่างนั้นไปช่ั่วครู่ก่อนที่จะค่อยๆผ่อนลมหายใจออกมาช้าๆก่อนจะลืมตาขึ้น แล้วค่อยๆขยับตัวนั่งด้วยท่าผ่อนคลายแล้วเงยหน้ามองดวงดาวบนท้องฟ้าแล้วหยิบเอาบันทึกเล่นนั้นขึ้นมาพิจารณาดูอีกครั้ง

   “ทำไมท่านถึงทิ้งสิ่งนี้ไปนะ บันทึกมันน่าจะสำคัญมากๆเลยไม่ใช่หรอก ไม่งั้นคงไม่เขียนมองขึ้นมา แล้วทำไมถึงทิ้งมันกันละ”เธอเอ่ยแล้วจ้องไปยังสมุดบันทึก เธอเองก็เป็นคนที่เขียนบันทึกแล้วรู้ว่าคนที่เขียนจะให้ความสำคัญกับบันทึกตัวเองขนาดนั้น ถ้าบันทึกของเธอเกิดหายไป เธอคงรู้สึกแย่เอามากๆและคงออกตามหามันจนกว่าจะเจอ

    “แล้วท่านจะตามหามันไหมนะ”


@STAFF_Pixiu

@Admin



แสดงความคิดเห็น

ฝึกตัวเบาขั้นพื้นฐาน 9/10  โพสต์ 2018-2-21 23:40

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -69 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -69 + 3

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตัวเบาขั้นกลาง
กงจักรเฟิ่งหวง
กงจักรเฟิ่งหวง
ฮั่นเสียหม่า
จั่วซื่อจ้วน
กำหนดลมหายใจ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8
x10
x10
x10
x5
x1
x2
x1
x1
x5
x1
x1
x12
x2
x62
x1
x60
x10
x1
x13
x1
x1
x15
x2000
x6
x150
x50
x1000
x15
x6
x4
x3
x40
x5
x42
x31
x2
x3000
x110
x63
x15
x60
x15
x1
x114
x7
x8
x60
x1
x3
x40
x2
x69
x2
x3
x12
x3
x120
x60
x30
x4
x120
x50
x72
x1
x15
x45
x63
x3
x30
x14
x5
x68
x26
x6
x7
x102
x172
x4
x130
x4
x1
x30
x30
x78
x143
x70
x99
x44
x320
x184
x184
x8
x33
x6
x348
x2
x393
x5
x1508
x51
x295
x264
x200
x2100
x456
x72
x39
x5
x356
x76
x350
x236
x92
x82
x329
x310
x8
x60
x1
x3
x38
x152
x675
x477
x947
x630
x108
x4271
x218
x78
x421
x50
x3
x925
x23
x80
x1210
x3
x20
x23
x4755
x61
x798
x15
x2028
x50
x60
x9
x55
x25
x41
x81
x42
x9
x1

37

กระทู้

594

โพสต์

23หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
74411
เงินตำลึง
267617
ชื่อเสียง
111035
ความหิว
92
คุณธรรม
464
ความชั่ว
0
ความโหด
9
ชีเชิงเยียน
ระดับ 1

ฮว่า เจียวซิน

นี่ไม่ป่วน เขาเรียกสีสัน!
pet
โพสต์ 2018-10-18 22:38:58 | ดูโพสต์ทั้งหมด


ไป๋ฟางหรง
บทที่ 114 : เริ่มอ่อนเพลีย


หลายวันมานี้ยิ่งเดินทางขึ้นเหนือเรื่อยๆทางยังกันดาร  อากาศยิ่งหนาวเหน็บ ยิ่งเขตปิงโจวเต็มไปด้วยเทือกเขาหุบเขาสลับซับซ้อน   ขบวนเลยเคลื่อนได้ช้าขึ้นมาก เพราะกว่าจะขึ้นเขาลงเขาได้แต่ละลูก ต้องค่อยๆลัดเลาะและระมัดระวังอุบัติเหตุมากที่สุด


ผ่านเลยเมืองเหอไน่มาจะเข้าเขตซานตง  ทหารลาดตระเวนแจ้งว่าสมควรเดินทางไปทางเขาไท่ซาน  หัวหน้าทหารองครักษ์ที่ติดตามมาในขบวนแจ้งว่าในเขตนี้ต้องระวังความปลอดภัยเพิ่มขึ้นหลายเท่า  ให้ตั้งค่ายพักที่สระมรกตก่อนเดินทางต่อไปเมืองจินหยาง


น้ำตกมรกตบนไท่ซานเป็นน้ำตกเตี้ยๆ พื้นสระเป็นสีมรกตราวอัญมณีเม็ดใหญ่เปล่งประกายระยิบระยับ ท่ามกลางพื้นหญ้าแห้งสลับหิมะเบาบางเป็นหย่อม


“ทรงระวังด้วยเพคะ” ไป๋ฟางหรงรีบเอ่ยเตือนจูอี้กงจู่ที่ดูอารมณ์ไม่ปกตินัก   ไป๋ฟางหรงได้ส่งนกพิราบไปหาเฮ่าเกอแล้ว แต่นกกลับบินกลับมาหาคนไม่เจอ ที่แรกองค์หญิงคิดไปว่าเฟยอวิ๋นเป็นนกพิราบที่ท่านลุงสั่งสอนไว้แล้วว่าห้ามส่งสาส์นถึงคนอื่นนอกจากท่านลุงเอง  แต่หลังขอยืมนกส่งสาส์นตัวอื่นในขบวนก็พบว่าไม่มีตัวไหนหาเสิ่นหลิงเฮ่าพบสักตัว


“ทรงใจเย็นก่อนนะเพคะ  ยิ่งน้ำแข็งเกาะพื้นบางๆจะยิ่งลื่นง่าย อ๊ะ--” เอ่ยเตือนได้เพียงกลางคันเสียงหวานก็หยุดชะงัก  ร่างบางทรุดนั่งลงหอบหายใจเร็ว


“ท่านป้า!!” จูอี้กงจู่เลิกเดินจ้ำรีบหันกลับมามองท่านป้าทันทีหลังได้ยินเสียง  เว่ยจางกงจู่และสืออี้กงจู่ที่อยู่บริเวณนั้นเองก็หันมา พบว่าร่างระหงของไป๋ฟางหรงทรุดนั่งบนพื้นลมหายใจกระชั้นก็ตกใจไม่แพ้กัน รีบเดินมาหา


“ท่านป้าเป็นอะไรไปเจ้าคะ? ล้มหรือ?” สืออี้กงจู่รีบถามด้วยความเป็นห่วง


“หม่อมฉันไม่เป็นอะไรเพคะ  แค่เมื่อครู่รู้สึกหน้ามืดนิดหน่อย…” ไป๋ฟางหรงส่ายหน้าเบาๆเพื่อไม่ให้วิตกกันไปใหญ่  จูอี้กงจู่ค่อยๆพยุงร่างบอบบางราวจะแตกหักได้แค่โดนลมแรงนิดหน่อย เริ่มเข้าใจท่าทีวิตกเป็นห่วงเกินเหตุของท่านลุงแล้ว “ขอบพระทัยเพคะ”


“ท่านป้าระวังด้วยเจ้าค่ะ ค่อยๆเดินนะ” เว่ยจางกงจู่เข้ามาช่วยประคองอีกแรง พาไป๋ฟางหรงไปนั่งพักในกระโจม


“ท่านป้าให้ท่านหมอมาตรวจหน่อยไหมเจ้าคะ” สืออี้กงจู่เสนอให้นางกำนัลช่วยหยิบยาสมุนไพรหอมมาให้คนหน้ามืดสูดดม


“ไม่เป็นอะไรเพคะ  เพราะเส้นทางกันดารลำบากและอากาศเปลี่ยน ก็มีคนในคณะไม่สบายหลายคนจนท่านหมอวุ่นพอแล้ว  หม่อมฉันไม่ได้มีไข้ตัวร้อนอะไร แค่ช่วงนี้รู้สึกนอนหลับยาก จึงเหนื่อยง่ายนิดหน่อยเท่านั้น” เสียงหวานตอบสีหน้าเริ่มดูดีขึ้นจริงๆ


“น้องสามก็อย่าวิ่งเล่นมาก คอยวิ่งตามจับเจ้า ท่านป้าจะเหนื่อยเกินไปนะ” เว่ยจางกงจู่เอ่ยบอกน้องสาว


“ท่านป้าพักให้มากนะเจ้าคะ  ทานอาหารบำรุงให้มากหน่อย แล้วหลังทานข้าวเสร็จก็พักให้มาก” องค์หญิงรองผู้เรียบร้อยเตือน


“ขอบพระทัยเพคะ” เสียงหวานเอ่ย “ทรงอย่าห่วงหม่อมฉันเลยเพคะ  สระน้ำสวยขนาดนี้ทรงออกไปเดินชมก่อนเถอะ”



#JX002


@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +30 เงินตำลึง +800 ชื่อเสียง +77 ความหิว -32 Point +30 ย่อ เหตุผล
Admin + 30 + 800 + 77 -32 + 30

ดูบันทึกคะแนน

........
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
คัมภีร์ละติน
ม้าเฟิ่งหวง
ขลุ่ยหยก
กระบี่เจ็ดดาว
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x100
x14
x200
x1000
x10
x10
x1
x2
x7
x18
x34
x30
x30
x10
x8
x1
x99
x2
x50
x25
x3
x500
x30
x1
x2
x100
x1
x3
x330
x20
x80
x1
x2
x9
x8
x1
x2
x10
x198
x160
x20
x5
x50
x2
x85
x50
x1
x640
x47
x1
x46
x97
x110
x1
x1
x24
x24
x10
x43
x48
x111
x1
x410
x28
x126
x97
x10
x600
x65
x110
x95
x66
x127
x118
x530
x172
x165
x569
x400
x1202
x600
x4
x310
x475
x1004
x568
x13
x9
x77
x11
x120
x5
x60
x3
x18
x11
x5
x2
x2
x15
x4
x13
x1
x95
x24
x5
x82
x5
x5
x10
x12
x1
x30
x14
x32
x1

37

กระทู้

594

โพสต์

23หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
74411
เงินตำลึง
267617
ชื่อเสียง
111035
ความหิว
92
คุณธรรม
464
ความชั่ว
0
ความโหด
9
ชีเชิงเยียน
ระดับ 1

ฮว่า เจียวซิน

นี่ไม่ป่วน เขาเรียกสีสัน!
pet
โพสต์ 2018-10-18 22:39:32 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย BaiFangRong เมื่อ 2018-10-19 06:32


ไป๋ฟางหรง
บทที่ 114 : เริ่มอ่อนเพลีย (2)


“สระน้ำเดินชมตอนไหนก็ได้ เรายังตั้งค่ายพักค้างคืนที่นี่นี่เจ้าคะ” องค์หญิงจอมซนบีบมือนุ่มของไป๋ฟางหรงเบาๆ “พี่ๆออกไปเดินเล่นก่อนก็ได้ เดี๋ยวข้าอยู่เป็นเพื่อนท่านป้าเอง”


“ไม่เป็นไรเพคะ ไม่ต้องห่วงหม่อมฉันหรอก” ไป๋ฟางหรงรีบเอ่ยขัด เพราะนางอาศัยรถม้าคันเดียวกับจูอี้กงจู่  มีหรือจะไม่รู้ว่าองค์หญิงน้อยทรงเบื่อหน่ายเพียงไร ยามนี้น่าจะอยากยืดเส้นยืดสายคว้ากระบี่ไปฝึกมากกว่า


“ข้าเองก็ไม่ได้อยากออกไปเดินมาก อยากปักผ้าให้เสร็จ ให้ข้าอยู่กับท่านป้าดีกว่า” สืออี้กงจู่ขันอาสา  พอเข้าใจว่าท่านป้าคิดเห็นอย่างไร “ท่านป้าอย่าปฏิเสธข้านะเจ้าคะ ข้าแค่อยากนั่งปักผ้าสงบๆเท่านั้น”


ไป๋ฟางหรงมององค์หญิงรองผู้เรียบร้อยด้วยสายตาขอบคุณพร้อมพยักหน้าเบาๆ “ทราบแล้วเพคะ”


จูอี้กงจู่ยังลังเลอยู่พักใหญ่  ด้วยกลัวว่าจะกลายเป็นนางทิ้งท่านป้าไว้ไม่ดูแล  จนไป๋ฟางหรงต้องยืนย้นอีกทีว่าสบายดีแล้ว และกำลังจะเขียนตอบจดหมายที่ได้รับมานั่นแหละ  คนถึงนอมไป ในกระโจมจึงเหลือแต่นางและสืออี้กงจู่เท่านั้น


สิออี้กงจู่ให้นางกำนัลไปหยิบผ้าที่ปักค้างไว้ ส่วนไป๋ฟางหรงก็ลุกขึ้นไปนั่งบนโต๊ะเจียนหนังสือ หยิบจดหมายที่ได้รับจากหลี่เจี่ยเจียระหว่างทางมาอ่าน


ใบหน้าหวานยิ้มสวยอ่อนโยนน่ามองในทุกบรรทัดของเนื้อหาที่เขียนจนสืออี้กงจู่ต้องถามขึ้นพร้อมรอยยิ้มไม่ต่างกัน


“จดหมายจากท่านลุงหรือเจ้าคะท่านป้า?”


ไป๋ฟางหรงส่ายหน้าน้อยๆ “เป็นจดหมายจากผู้ที่หม่อมฉันนับถือเป็นพี่สาวเจ้าค่ะ  จดหมายฉบับนี้ส่งมาแจ้งว่านางกำลังจะแต่งงาน แต่เจอกันครั้งหน้าคงได้กลายเป็นน้องสาวแล้ว  เพราะคนที่นางแต่งให้นับถือพี่ต้วนเป็นพี่…”


สืออี้กงจู่ยิ้มตาม “เป็นข่าวดีจริง! ว่าแต่ที่นางรู้จักสหายผู้น้องของท่านลุงนี่เป็นความบังเอิญหรือท่านป้าแนะนำเจ้าคะ?”


“เป็นความบังเอิญแท้ๆเลยเพคะ  ต่างไม่รู้ว่าเชื่อมโยงกัน ครั้งแรกที่พี่ต้วนพาหม่อมฉันไปเยี่ยมเยือนสหาย พบนางอยู่ด้วยยังตกใจว่าโลกนี้ช่างโลกกลมนัก  แท้จริงผู้คนที่พบกลับผูกพันเชื่อมโยงกันไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง” ไป๋ฟางหรงรำพึง พร้อมรอยยิ้มโล่งโจ “ชะตาของพี่สาวคนนี้พบความทุกข์ยากมาหลายครั้ง  เวลานี้นางได้พบกับความสุขของตนเองเสียทีหม่อมฉันก็ดีใจ”


“ดีจังนะเจ้าคะ  ข้าเองก็อยากพบกับคนคนนั้นบ้าง…” องค์หญิงรองเปรยเบาๆคล้ายพึมพำกับตนเอง  ไป๋ฟางหรงยิ้มก่อนเดินมานั่งข้างๆ แล้วกุมมือกงจู่ผู้แสนอ่อนหวานไว้


“หม่อมฉันเชื่อว่าสักวันจะทรงได้พบกับคนผู้นั้นเพคะ”


“ข้าอยากพบกับบุรุษที่ดีแบบเสด็จพ่อที่รักและให้เกียรติเสด็จแม่…” สืออี้กงจู่ตรัส เนตรดอกท้อมองท่านป้า


“องค์หญิงทั้งอ่อนหวานทั้งงดงามน่ารัก  บุรุษผู้นั้นย่อมต้องเป็นผู้ที่สามารถรัก ทะนุถนอม และให้เกียรติยกย่องพระองค์ จึงจะเป็นผู้ที่คู่ควรกับความรักของพระองค์”


สืออี้กงจู่ยิ้มอายๆ “ถึงตอนนั้นท่านป้าต้องช่วยหลานด้วยนะ…”


“แน่นอนอยู่แล้วเพคะ หม่อมฉันจะช่วยดูอีกแรง” ไป๋ฟางหรงหัวเราะ นัยน์ตาโศกก้มมองผ้าปักในมือ “ลายน่าเอ็นดูยิ่ง  แบบนี้...น่าจะทรงปักให้หยางซือกงจู่หรือเพคะ?”


“ท่านป้าตาคมนัก  ถูกแล้วเจ้าค่ะ...เราตั้งใจจะปักชุดให้น้องเล็ก  กะขนาดคัวคร่าวๆเผื่อน้องโตไว้ ถ้าใหญ่ไปค่อยแก้เข้าอีกรอบ” คนอ่อนหวานเรียบร้อยตอบ “ท่านป้าไม่เขียนจดหมายแล้วหรือเจ้าคะ?”


“เดี๋ยวเราก็ไปจินหยางกันแล้ว  วันพรุ่งนี้ตอนพักขบวนหม่อมฉันกะว่าจะขออนุญาตฮองเฮาออกไปเยี่ยมพี่สาวที่จวนจินยู่ปี้โหว” เอ่ยก่อนหัวเราะคิก “นางคงตกใจน่าดู”


“ที่แท้พี่สาวของท่านป้าเป็นคนจวนจินยู่ปี้โหว?” สืออี้กงจู่เลิกคิ้ว “แล้วท่านป้าก็ต้องพาน้องจูอี้ไปคนเดียวอีกแน่ๆ…ท่านป้าน่ะ สนิทแต่กับน้องสาว”


“โธ่...หม่อมฉันรักทุกพระองค์เท่ากันแหละเพคะ  แต่จูอี้กงจู่แก่นซนชอบเที่ยวเล่น หม่อมฉันเลยต้องใกล้ชิดหน่อย”



#JX002


@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง -30 เงินตำลึง +800 ชื่อเสียง +35 ความหิว -36 Point +30 ย่อ เหตุผล
Admin -30 + 800 + 35 -36 + 30

ดูบันทึกคะแนน

........
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
คัมภีร์ละติน
ม้าเฟิ่งหวง
ขลุ่ยหยก
กระบี่เจ็ดดาว
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x100
x14
x200
x1000
x10
x10