ดู: 145|ตอบกลับ: 4

{ เมืองจางเย่ } หอเริงราตรีจุ้ยหลิงหลง ♦ 醉玲瓏

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2019-10-4 23:06:08 |โหมดอ่าน





{ หอเริงราตรีจุ้ยหลิงหลง }








【หอเริงราตรีจุ้ยหลิงหลง】
『  ปลอบประโลมดวงใจของอิสตรีคือหน้าที่เหล่าบุรุษ 
หอสูงเรือนหมู่ท่ามกลางสายนทีและป่าท้ออันร่มรื่นดุจภาพความฝัน
ตั้งอยู่ชานเมืองจางเย่เพียงแค่แรกเห็น สามารถปัดเป่าความเหนื่อยล้า
การตกแต่งทั้งสวนหย่อมศาลา หอห้องอันวิจิตรปราณีตบรรจง
เพียงแค่ตะเกียบยังใช้หยก ป้านน้ำชาหลอมจากทองคำหรูหราฟู่ฟ่า
ทุกราตรีมีเสียงบรรเลงของงานเลี้ยง ทุกคืนมีเสียงหัวเราะประสาน
สถานที่ให้เหล่าหญิงสาวสามารถฝักตัวออกจากดักแด้กลายเป็นผีเสื้องาม
ไม่ว่าท่านจะถูกทิ้ง ถูกเท สามีปล่อยให้ว้าเหว่หรือคนรักไม่ได้ดั่งใจ
เหล่าบุรุษของหอพร้อมบริการรับรองเหล่าคุณหนู ด้วยใจและกาย
อีกทั้งที่แห่งนี้คนงานภายในหอไร้สัญญาต่อกัน พวกเขาต่างมาทำงาน
กับเถ้าแก่กู่ด้วยความเต็มใจและยินดีรับใช้เถ้าแก่กู่ตลอดชั่วอายุขัย



ชื่อกิจการ: หอเริงราตรีจุ้ยหลิงหลง
เจ้าของกิจการ : กู่เยว่ซา 
ประเภทร้าน: บริการทางเพศสำหรับแขกสตรี บริการอาหารสุราเลิศรสและงานแสดง
รับจัดเลี้ยง รับให้ความบันเทิงในรูปแบบต่างๆ ขอเพียงคุณขอมาเราจัดให้ 
เวลาเปิด-ปิดร้าน: 12.00 - 04.00 น. 
 #ประทับตรา: เจ้าเมืองจางเย่







อัตราค่าบริการ
หนุ่มระดับท็อปของหอ (ต่อ 3 ชั่วโมง) 800 
ชั่ง
หนุ่มเกรดดีมาก (ต่อ 3 ชั่วโมง) 500 ชั่ง
หนุ่มเกรดดี (ต่อ 3 ชั่วโมง) 300 ชั่ง
หนุ่มระดับมาตรฐาน (ต่อ 3 ชั่วโมง) 150 ชั่ง
หนุ่มบริสุทธิ์ (ต่อ 3 ชั่วโมง) 3000 ชั่ง
หนุ่มวัยเอาะ (วัย 8-10 ปี) 5000 ชั่ง 

ค้างคืนเพิ่ม
1000 ชั่ง
* เฉพาะในหอเท่านั้นไม่มีบริการนอกสถานที่ *
* รับประกันความพอใจหากพนักงานบริการไม่ดีสามารถเปลี่ยนคนใหม่ได้ทันที *





  《☆ ดาวเด่นของหอชายงาม ☆ 》 



 กู่ เยว่ซา
Cast : Lee Soo Hyuk
♦ เถ้าแก่หอจุ้ยหลิงหลง ♦ 
ผู้ก่อตั้งหอจุ้ยหลิงหลงที่มาเป็นปริศนา
ดวงตาของเขาบางครั้งกลายเป็นสีเลือด
เปลี่ยนสีหน้าได้ร้อยพันคาดเดาอารมณ์ยาก
ความรู้กว้างขวางมีข่าวลือเกี่ยวกับเขาไม่น้อย
บ้างก็ว่าเป็นคนจากองค์กรมืด รึ ฆาตกร
ที่แน่ๆ เขาช่ำชองงานบริการด้านระทึกใจ
เลือกรับแขกหนึ่งคนต่อราตรีเท่านั้น
ทั้งนี้เพื่อดูแลสตรีคนนั้นเป็นพิเศษ

"สงสัยเกี่ยวกับตัวข้า? ก็เข้ามาค้นหาดูสิ"
(เถ้าแก่หอบุรุษ:สายล่อลวงมอมเมา)
ค่าตัว/หนึ่งชั่วยามครึ่ง : 
3000 ชั่ง



 

ซ่ง เหลียนฉี

♦ คุณชายร่ำราตรี ♦ 
เกิดมาชาติตระกูลดีแต่เป็นผีพนันตัวยง
บ้านเกิดฉางอันลือชื่อเรื่องเสเพลตัวพ่อ
ความสุขของเขาคือสุราเลิศรสและนารี
รูปลักษณ์ดุจเทพบุตรรอยยิ้มเชิญชวน
ปีศาจราคะผู้ช่ำชองสารพัดวิธีเอาใจหญิง
เขาทำงานที่นี่ด้วยความบันเทิงเสมอ
หากเลือกเขาจะได้รับค่ำคืนอันรื่นเริงสุข
 "ตานี้ใครแพ้ผลัดกันถอดนะคนสวย!!"
(ชายงามยอดนิยม:สายปาร์ตี้-ผีพนัน)
ค่าตัว/หนึ่งชั่วยามครึ่ง : 
800 ชั่ง

 

สุ่ย ตงหลิว

♦ จอมยุทธ์ฉุดหัวใจ ♦ 
ยอดฝีมือแห่งหอจุ้ยหลิงหลงเขาใช้นามแฝง
จอมยุทธ์ผู้อบอุ่นและสุขุมลุ่มลึก มาดพี่ชาย
เขาไม่เคยระเบิดอารมณ์ระบายโทสะ
ปฎิบัติต่อสตรีอย่างให้เกียรติไม่ล่วงเกิน
แน่นอน..หากอยากให้เขาใกล้ชิดมากขึ้น
จะต้อง 'บอกขอ' อย่างตรงไปตรงมาเท่านั้น
เป็นที่นิยมมากในหมู่ชายงามประจำหอ
ด้วยความจริงใจและถนอมให้ที่พักพิง
สนทนาไม่เก่งแต่เป็นผู้ฟังที่ดีคนหนึ่ง
 "เด็กดี...แก้มเลอะหมดแล้ว หืม?"
(ชายงามยอดนิยม:สายพี่ชาย-อบอุ่น)
ค่าตัว/หนึ่งชั่วยามครึ่ง : 
800 ชั่ง
 

เป้ยเป้ย

♦ เทวดาน้อย ♦ 
เด็กชายผู้มีแววตาออดอ้อนเสมือนลูกหมา
ทำเหล่าสาวๆ ใจละลายด้วยความเป็น
ธรรมชาติใจการออดอ้อนออเซาะเอาใจ
แอบซุกซนขี้แกล้งบ้างเล็กน้อย โดยเฉพาะ
หากอยู่ดีดีมีของประหลาดอยู่ในถ้วยสุรา
ไม่ต้องสืบฝีมือของหมอนี่แน่นอน
 "ถึงผมจะต้อยแต่อร่อยนะพี่สาว"
(หนุ่มวัยเอ๊าะ:สายอ้อน)
ค่าตัว/หนึ่งชั่วยามครึ่ง : 
5000 ชั่ง
 

หยาง เจิน

♦ บทเพลงหวนทิวา ♦ 
ผู้มีใจรักในเสียงเพลงและอักษร
บ้านเกิดลั่วหยางรสนิยมเป็นเลิศ
ชื่นชอบธรรมชาติและการดื่มชา
สุภาพสง่างามมีรอยยิ้มอบอุ่น
และทนุถนอมสตรีดุจบุปผาในอุ้งมือ
เข้าทำงานที่นี่เพราะสุ่ยตงหลิว
ทั้งสองเป็นสหายสนิทดุจพี่น้องแท้ๆ
 "หากบทเพลงของข้าสามารถปลอบประโลมแม่นางได้.."
(ชายงามเกรดดีมาก:สายบัณฑิต-นักดนตรี)
ค่าตัว/หนึ่งชั่วยามครึ่ง : 
500 ชั่ง

 

ว่าน จื่อจวิน

♦ ท่านหมอป้อนรัก ♦ 
หมอชนบทภูธรผู้มุ่งมั่นว่าจะเปิดศูนย์
คอยรักษาผู้ยากไร้ไม่มีอันจะกินให้ฟรีๆ
ความตั้งใจดีแต่ไม่มีเงินทอง ท้ายสุดถูกตก
โดยเถ้าแก่กู่ให้กู้เงินไปเปิดโรงหมอ
ก่อนจะเจ๊งในเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือน ติดหนี้
ในระยะยาวต้องทำงานชดใช้ในหอบุรุษ
นอกจากรักษาคนแล้วพรหมจรรย์เขาก็ยัง
ถูกเถ้าแก่กู้นำไปประมูลออกหาเงินอีกด้วย
 "อ๊ะ!! ขออภัยขอรับข้าทำให้เจ็บหรอ?"
(หนุ่มบริสุทธิ์:สายโก๊ะ)
ค่าตัว/หนึ่งชั่วยามครึ่ง : 
3000 ชั่ง
 

หย่วนเฉิง

♦ เกล็ดหิมะหลงฤดู ♦ 
คุณชายตกยากที่ชีวิตรันทดผู้หนึ่ง
เป็นหนี้เถ้าแก่เพราะค้ำประกันแทนสหาย
เมื่ออีกฝ่ายหลบหนีจากตอนแรกที่ตั้งใจว่า
จะบวชตลอดชีวิตก็กลายเป็นต้องสึก
ออกมาทำงานในหอเริงราตรีพร้อมประคำ
เขายังเก็บบาตรหินไว้อยู่แม้ผมจะเริ่มยาว
ยังไม่เคยรับแขกแบบค้างคืนแต่ก็เป็นที่
เลื่องลือมากในฝีมือการสวดกล่อมนอน
 "ให้ข้ากล่อมแม่นางแทนได้หรือไม่?"
(หนุ่มบริสุทธิ์:สายคูล-สึกพระ)
ค่าตัว/หนึ่งชั่วยามครึ่ง : 
3000 ชั่ง
 

นายแปด(ปาเหย่)

♦ นกยูงฟ้อนหาง ♦ 
ชายผู้ไม่ยอมบอกชื่อจริงต่อใครทั้งนั้น
คนเรียกเขาว่านายแปดได้รับความเคารพ
เป็นอย่างมากจากบุรุษในหอคนอื่นๆ
ด้วยสาเหตุลึกลับ สนิทกับเถ้าแก่กู่มาก
เป็นอีกคนที่เลือกรับแขกตามความพอใจ
เวลาว่างๆ ชอบนั่งสนทนาเรื่องเสื้อผ้า
จะการแต่งหน้า แต่งผม แต่งกาย เลือกพัด
ทุกอย่างล้ำกว่าคนอื่นในหอหนึ่งก้าวเสมอ
เรียกได้ว่า เริ่ด เชิ่ด หยิ่ง ไม่ทิ้งลายตัวพ่อ
 "พวกเจ้าไม่เข้าใจ!! มันคือศิลปะ!!"
(ชายงามเกรดสูง:สายอินดี้-แฟชั่นนิสต้า)
ค่าตัว/หนึ่งชั่วยามครึ่ง : 
800 ชั่ง

 

อี้ฟ่าน

♦ หน้ากากมายา ♦ 
ชายผู้เงียบขรึมดุจภูผาศิลาหิน
น้อยครั้งที่เขาจะยิ้มแย้มร่าเริง
ทว่ากลับช่ำชองและชื่นชอบมายากล
ทั้งเปลี่ยนหน้าซ่อนของสารพัด
เสียงหัวเราะของผู้คนคือความสำเร็จของเขา
ช่างเอาใจด้วยวิธีแปลกใหม่เฉพาะตัว
ช่ำชองการใช้ 'มือ' เป็นพิเศษ
 "มาสิ..ข้าจะเสกความทุกข์ของเจ้าให้หายวับไป"
(ชายงามเกรดดีมาก:สายขรึม-นักมายากล)
ค่าตัว/หนึ่งชั่วยามครึ่ง : 
500 ชั่ง

 

เฉินเสียง

♦ เซียนดาวโจร ♦ 
คำว่าอย่าไว้ใจทางอย่าวางใจโจร
สำหรับสาวๆ ที่ชอบปราบม้าพยศ
คนของเถ้าแก่กู่ที่โผล่มารับงานบางครั้ง
รูปลักษณ์ยียวนกวนบาทา
วาจาเถรตรงไม่ชอบอ้อมค้อม
เขาไม่ค่อยอยู่ในหอบ่อยนักหรอก
ส่วนใหญ่จะออกไปทำ 'งานลับ' เสมอ
 "โทษที..พอดียังไม่ได้ล้างเลือดออกจากตัว"
(ชายงามเกรดดีมาก:สายมือสังหาร-จารชน)
ค่าตัว/หนึ่งชั่วยามครึ่ง : 
300 ชั่ง

 



 

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 Point +8 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 8

ดูบันทึกคะแนน

1201

กระทู้

4257

โพสต์

66หมื่น

เครดิต

( º﹃º ) หิวปลาปิ้ง!! <''Xx&

เงินชั่ง
1927906
เงินตำลึง
4653045
ชื่อเสียง
258374
ความหิว
1362

ใบรับรองภาษาคาเมล็อตตราสำนักวังน้ำทิพย์ใบรับรองภาษาไต้หวันใบรับรองภาษาฮั่นใบรับรองภาษาละตินป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV4)

คุณธรรม
21174
ความชั่ว
9092
ความโหด
47185
โฮ่วชื่อ ♦ 后赤
เลเวล 1

จวง ถิงซู่

" ระวังตัวบ้างน้องสาว "
pet
โพสต์ 2019-10-8 23:51:55 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LingHao เมื่อ 2019-10-9 01:58

สตรีมิใช่สนามอารมณ์
1559
สตรีประหลาดที่ไม่ดาษดื่น
            ฟิ้ว….

            เป็นเสียงลมพัดที่ชวนให้หวั่นไหวเสียนี่กะไร หลิงหลานกำลังยืนกุมด้ามพัดจีบอยู่ด้านหน้าทางเข้า ‘หอจุ้ยหลิงหลง’ อันเลื่องลือในหมู่สตรีแห่งเมืองจางเย่ งุนงงเล็กน้อยว่าตอนแรกตนตั้งใจจะไปค่ายหลี่กันแต่แล้วลงผิดป้ายเพราะละเมอตื่น มาแวะที่นี่เข้าจนได้.. ไหนๆ ก็มาแล้วฟังว่าบริการผ่อนคลายสุดพิเศษสำหรับสตรีมีเพียงที่นี่ที่เดียว

             เอาล่ะฮึบเข้าไว้ เข้าไปลองก่อนค่อยว่ากันถ้าหากแจ่มแมวไว้ค่อยแนะนำพี่สาวจางกับน้องอิงฮวา!!

             ล่วงเข้ายามเที่ยง เมื่อท้องร้องได้จ้อกนึงสวมหมวกไผ่ผ้าคลุมสีข่าวโปร่งมือขวากุมพัดจีบสลักลวดลายข้างเอวห้อยถุงหอม เครื่องแต่งองค์ล้วนปราณีตบรรจงประเภทมองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าคุณหนุผมเงินผู้นี้เข้าข่าย ‘เป๋าหนักมีกะตังค์’ บ่าวรับรองด้านหน้าก้าวเข้ามาเสนอตัวนำทางทันที เนื่องเพราะก่อนจะเข้าถึงหออาคารด้านในจะมีสะพานทอดยาวข้ามลำน้ำ

             “เชิญขอรับคุณหนู คงจะมาครั้งแรกเป็นแน่ปกติแล้วข้าน้อยจดจำใบหน้าของแขกได้ทุกคน.. เชิญ บ่าวจะนำทางไปยังหอรับรองขอรับ” หลิงหลานพยักหน้าให้เขา สังเกตคิ้วตาของคนผู้นี้ผ่านๆ ปากแดงฟันขาวประกายตาหัวไวไม่ธรรมดา ‘แม่เจ้าขนาดบ่าวหน้าประตูยังเลิศล้ำเพียงนี้!!’

             “รบกวนแล้ว.. ข้าเพียงประสงค์ทราบว่าที่แห่งนี้มี ‘บริการผ่อนคลายสุดพิเศษ’ สำหรับสตรีจริงหรือไม่ก็เลยลองมาตามคำคนเขาลือเท่านั้น”

             คนนำทางหัวเราะร่วนอย่างเป็นมิตร “เช่นนั้นแม่นางมาถูกที่แล้วขอรับ หอของเรานอกจากสุราอาหารณ์บรรยากาศเลิศรส ยังมียอดบุรุษในทุกสาขาแขนง จะบุ๋นบู๊ กวี ดนตรี หรือแม้แต่ปัญหาธรรมะก็ครบครัน เหล่าคุณชายสามารถร่วมสนทนาคลายความกังวลใจขจัดความว้าเหว่ สามารถบรรเทาความเหนื่อยล้าในชีวิตประจำวันให้แม่นางได้ อย่าว่าข้าน้อยโฆษณาเลยเพียงแต่หากแม่นางมาที่นี่เพื่อค้นหา ‘ผู้รู้สำเนียง’ รับรองว่าไม่ผิดหวังขอรับ”

            “อย่างนั้นเชียวหรือ.. ฟังดูคล้ายเรือนพักเพื่อความบันเทิง ช่างเป็นกิจการที่น่าสนใจอะไรอย่างนี้” ศึกษาดูงานสักหน่อย หลิงหลานลูบด้ามพัดไปมาเพื่อว่าถ้าเห็นแววรุ่งนางจะเปิดเองสักหอสองหอ!!

           กลีบท้อหลงฤดูคลี่คล้อยลอยผ่าน แต่ละย่างก้าวไม่จรจากกลิ่นหอมหวนอาคารไม้อันปราณีตปรากฎขึ้นในครรลองจักษุ สูงอิงกับไหล่เขาเบื้องหลังมองเห็นหุบเขาสายรุ้ง เบื้องหน้าคือลำธารใสดุจกระจก เมื่อฟังเสียงนกหลวนกู่ร้องโผผิน ก็จะเห็นเรือนน้อยใหญ่ในป่าไผ่ศาลาเก๋งลดหลั่นล้อมสวนป่า.. แต่ละเรือนมีชื่อตามพันธุ์ไม่ที่ปลูกเบญจมาศ ตู้เจวียน ดอกฉา หลันฮวาหลากสีงดงามอลังการราวกับจวนขุนนางหลวง ‘ว้าว..เหมือนก้าวเข้ามาอยู่ในอีกโลกหนึ่งแนะ’

           ศาลาเก๋งแต่ละหลังแว่วเสียงหัวเราะร่วนของเหล่าดรุณีและดนตรีไพเราะเพราะพริ้ง บุรุษรูปงามบ้างกำลังดีดพิณ เดินหมาก บ้างก็ร่ายรำเพลงดาบสร้างความสำราญ ราวกับภัตตาคารที่บริการจัดเลี้ยงส่วนตัวควบคู่ด้วยการแสดง หลิงหลานถูกนำไปที่หอใหญ่เห็นเด็กน้อยคนหนึ่งกำลังนั่งทำสมาธิห้อยหัวอยู่ ได้ยินเสียงฝีเท้านางก็กระเด้งโผล่งมาดักหน้า

           ดวงตาเขาใสแจ๋วดูแล้วอายุราวๆ สิบปี มองมาที่นางอย่างสนอกสนใจ “เห๋!! ลูกค้าใหม่ล่ะเหมือนที่หย่วนเฉินบอกเลย วันนี้จะมีแขกแปลกหน้า!! นี่ๆ พี่สาวชื่ออะไรน่ะ เราเป้ยเป้ยนะยินดีที่ได้รู้จัก"

            อาจเพราะเอ็นดูอีกฝ่ายนางเกือบตอบไปแล้วว่าตนคือใคร ทว่าหลิงหลานกำลังออกท่องเที่ยวไม่ต้องการให้ใครทราบเบาะแสตน ดังนั้นมองดอกไม้หนหนึ่งตอบกลับอย่างไม่อนาทรร้อนใจ “ฮวายวี่(ดอกไม้ในหุบเขา)… เรียกฮวาเจี่ยก็ได้จ้ะ”

            “โอ้ พี่สาวฮวานั่นเอง!! ยังไม่เคยมาล่ะสิเอาแบบนี้นะเป้ยเป้ยจะพาไปดูรอบๆ เที่ยงแล้วพี่สาวกินอะไรมารึยังฮะ? กุ้งหางหงส์ที่นี่อร่อยมากเลยนะ!! ยังมีติ่มซำของโปรดข้าล่ะ!...อ่า พูดแล้วหิวขึ้นมาเลย พี่สาวคนสวย พี่สาวฮวาที่ดียิ่งเลี้ยงข้าวเป้ยเป้ยหน่อยได้ไหมฮะ?” เด็กชายตัวน้อยในชุดผาวแดงเข้ามาส่งสายตาออดออนราวกับว่าการทำแบบนี้คือเรื่องปกติของเขา

           “เอ่อ…..” ดรุณีน้อยยังคงไม่ปลดหมวกไม้ไผ่ลงทุกคนจึงไม่เห็นสีหน้าและอารมณ์นาง

           “นะ น๊า… เดี๋ยวเป้ยเป้ยป้อนให้ จะแกะกุ้งให้พี่สาวด้วยนะคร้าบบ” อย่าดูถูกความใจกล้าของเป้ยเป้ยนั้นเป็นที่หนึ่งแห่งหอจุ้ยหลิงหลงเชียว พลันขยับกายเข้าไปคิดจะใช้ท่าไม้ตายกอดแขนถูแก้ม ทว่าด้านหลังกลับมีหนึ่งฝ่ามือที่ไวกว่าขยุ้มคอเสื้อเด็กนั่นไว้แล้วหิ้วขึ้นสูง


           “เตือนแล้วว่าอย่าริปะเหลาะแขกใหม่เอง ทำคุณหนูท่านนี้ลำบากใจขึ้นมาเจ้ารับผิดชอบไหวหรือ…?” น้ำเสียงติดจะหยอกเย้าทว่าทรงสเน่ห์ไม่ธรรมดาของบุรุษผู้มาใหม่ เขาสวมอาภรณ์สองชั้นสีตัดกันดำแดง ปล่อยผมหยักศกยาวระบ่าดูไม่สนกฎเกณฑ์ ทว่าที่ตราตรึงที่สุดคือดวงตาเขาทำเอาหลิงหลานเผลอก้าวถอยหลังไป ปฎิกิริยานี้แน่นอนว่าเคยเกิดขึ้นมาก่อนในบรรดาแขกสตรี

           “โอ๊ยๆๆ ทราบแล้วขอรับรีบปล่อยเถอะๆ คอจะหลุดแล้ว!” เป้ยๆดิ้นรนจนร่วงปุจากมือหนา จากนั้นยังไม่วายกระเซ้าหยอก “ดูท่าคุณหนูจะกลัวเถ้าแก่มากกว่านะเนี่ย อ๊าวยังไงกัน แบบนี้คนไล่แขกคงไม่ใช่ข้าแล้วล่ะนะฮ่ะๆๆ!”

             ‘เถ้าแก่’ หนุ่มเหยียดรอยยิ้มไม่นำพาต่อคำเหน็บแนมนั้น เสมือนว่าเขาคุ้นชินกับสายตาอยู่ผู้คนสองแบบหากไม่ ‘หวาดกลัว’ ก็ย่อมต้องเป็น ‘ปรารถนา’ หลงใหลในตัวเขาจนกว่าจะมอดไหม้ไปด้วยกัน หลิงหลานสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายการคุกคามที่คุ้นเคยบางอย่างจากบุรุษผู้นี้จึงเผลอก้าวถอยหลังไปอีกก้าว จากมุมมองของคนในหอมันก็เข้าใจได้ว่านาง ‘กลัว’ จริงๆ นั่นล่ะ ‘กลัวทำไมข้ายังไม่ทันทำอะไรนาง.. ตอนนี้น่ะยัง’

            “คุณหนูน้อย.. ก็ไม่อยากจะขัดหรอกนะแต่หากท่านถอยอีกก้าวจะบังเอิญชนกับแจกันลายครามชิ้นโปรดของข้าพอดี เครื่องปั้นนั้นสนนมูลค่าไม่ต่ำกว่าหมื่นชั่งเสียงเวลาแตกน่าจะไพเราะเป็นพิเศษ” ใบหน้าเขายังคงยิ้มแย้มทว่าประกายในดวงตาขู่ห้ามอย่างชัดเจน เถ้าแก่ไม่คิดที่จะขอให้นางเปิดเผยใบหน้าออกมาด้วยทราบดีว่าการเริงราตรีสำหรับสาวๆ บางคนก็ไม่ต้องการให้มีผลกระทบกับชีวิตประจำวัน ‘เมื่อครู่นางบอกชื่อฮวายวี่สินะ.. ฟังดูก็รู้ว่าด้นสด หึหึ..'

           “ขออภัย.. พอดีว่าพึ่งเคยมาเปิดหูเปิดตาไม่ค่อยชินเท่าไรน่ะเจ้าค่ะดูแล้วผู้คนที่นี่ช่างมีชีวิตชีวานัก” น้ำเสียงหวานเอ่ยตอบฟังดูน่ารักเดียงสายิ่ง จากนั้นคลี่พัดจีบบังใบหน้าตนเอง

           เมื่อสตรีร่างเล็กหยุดนิ่งแล้วมือเขาผายออกเชิญนางเข้าตัวอาคาร “ข้ากู่เยว่ซาเถ้าแก่ประจำหอแห่งนี้ ท่านมาถึงได้เวลาอาหารเที่ยงพอดี… เชิญ จุ้ยหลิงหลงขอต้อนรับ”

           หลิงหลานไม่ปฎิเสธเพราะตนมาเพื่อศึกษาดูงานและหาการผ่อนคลายโดยเฉพาะ หลังจากได้รับเชิญเข้าไปในห้องโถงรับประทานอาหารกว้าง ที่มีโต๊ะน้อยโต๊ะใหญ่ราวกับโรงเตี้ยม เหล่าบริกรล้วนหน้าตาจัดว่าล้ำเลิศจนไม่รู้ว่าจะจดจ้องใครดี และบรรดาสาวๆ หลากเชื้อชาติมากหน้าหลายคากำลังมีความสุขกับอาหารเครื่องดื่มหน้าตาหลากหลายนั่นอยู่.. สาวเจ้าเลือกหนึ่งโต๊ะด้วยการแนะนำของเถ้าแก่กู่ สั่งรายการมื้อกลางวันหนึ่งชุดเมื่ออาหารมาส่ง เครื่องคาวหวานครบครัน นางยกให้เป้ยเป้ยไปกึ่งสำรับ ส่วนขนมเล็กๆ อันปราณีตที่เฉพาะคนใส่ใจความกระจุ๋มกระจิ๋มของผู้หญิงเท่านั้นจะปรุงขึ้นมาได้วางอยู่ มือเล็กใช้ส้อมเงินจิ้มทานหนึ่งชิ้นนางก็ค้นพบสวรรค์ลับๆ ที่นี่เอง

            อาหารปาก… เลิศ! อาหารตา… เยี่ยม!! สวรรค์ ข้ากำลังอยู่บนสวรรค์!

            ตั้งแต่ต้นจนจบหลิงหลานมิได้เปิดเผยใบหน้า ดิ่มด่ำกับความผ่อนคลายเงียบๆเลือกเอาศาลาเก๋งที่มีดอกไหวโปรยปรายราวกับม่าน เลือกเอาขนมหวานสามสี่จานและที่นั่งตั่งเอนดูน่าสบายตัวหนึ่งแล้วมองเหล่ากระรอกขาววิ่งเล่นผ่านโพรงไม้ เที่ยงจรดเย็นล้วนนั่งโดยลำพัง วิ่งนี้ทำให้เหล่าบุรุษของหอจุ้ยหลิงหลงค่อนข้าง ‘ประหลาดใจ’ แขกสันโดษใช่ว่าไม่เคยมี ทว่าคุณหนูผู้นี้แปลกยิ่งกว่า นางสันโดษอย่างน่ารักยิ่ง

           เมื่อครู่นางกล่าวชมบุรุษนักมายากลผู้เงียบขรึมอย่างอี้ฟ่านว่า ‘รูปมืองดงามนักสมควรเป็นผู้มีพรสวรรค์’

            รึละจากการเฝ้ามองหมู่หงส์แหวกว่ายมาสั่งติ่มซำให้เป้ยเป้ย ‘เด็กกำลังโตกินมากสักหน่อยก็ไม่เป็นไร’

            ล่าสุดยามเย็นจะมีเสียงขลุ่ยหยกของหยางเจินขับกล่อมกังวน สาวน้อยยังเอ่ยอีกว่า ‘โบยบินข้ามลำธาร แม่น้ำดุจสายรัดหยกทอดคดเคี้ยวอยู่ริมเขา น่าเสียดายแสงอรุณเจิดจ้าเกินไป...แลไกลแลใกล้ไม่เห็นหนทาง อื้มรสนิยมของผู้บรรเลงดียิ่งตกรางวัล’

            มีคนนำถ้อยคำนี้ไปรายงานต่อหยางเจินพร้อมสินน้ำใจ เดิมทีเป็นเรื่องปกติหากผู้ฟังชื่นชอบในเสียงดนตรีแล้วให้รางวัล รอบนี้ฟังว่าเขาถึงกับหยุดบรรเลงแล้วเสาะหาว่า ‘คุณหนูแขกหน้าใหม่’ ผู้นี้เป็นใคร แม้แต่สุ่ยตงหลิวชายงามยอดนิยมเองพึ่งเคยเห็นสหายรักหยุดบรรเลงก่อนบทเพลงจะสิ้นสุดลง เรื่องนี้ผิดจากความเคยชินเมื่อสอบถามแล้วค่อยได้ความว่า

            “นางสามารถตีความบทเพลงของข้าได้เพียงได้ยิน นี่ไม่เรียกผู้รู้สำเนียงแล้วจะเป็นอะไร? พี่สุ่ย… เย็นแล้วคุณหนูผู้นี้ยังไม่กลับนั่นหมายความว่านางเป็น ‘แขกราตรี’ คิดว่านางจะเลือกใครในหมู่พวกเรา” หยางเจินในอาภรณ์ขาวปักลายต้นไผ่ดำเก็บขลุ่ยหยกแล้วกอดอกมองลงไปยังศาลาเก๋ง หลังม่านบางสีสดใสนั้นคล้ายจะมีเงาของดรุณีเอนหลังอยู่

             “แขกหน้าใหม่ผู้นั้นฟังว่านางไม่เรียกใครเข้าไปปรนนิบัติเลย อาจจะยังเขินอายอยู่ก็เป็นได้...” สุ่ยตงหลิวจอมยุทธ์หนุ่มที่ผันตัวมาจับอาชีพชายงามเอ่ยยิ้มๆ ก่อนจะระอาใจกับการพนันขันต่อของเหล่าพี่น้องร่วมหอ “ฟังว่าเป้ยเป้ยมีโอกาสมากที่สุด รอบนี้เหลียนฉีเป็นเจ้ามือท่านแปดประเดิมลงข้างเป้ยเป้ยร้อยชั่ง ส่วนเฉินเสียงกับอาคงไปลงอี้ฟ่านคนละหกสิบ”

            หยางเจินฟังแล้วร่นหัวคิ้ว “....พี่สุ่ยไปบอกเหลียนฉีเถอะ ข้าลงเถ้าแก่กู่สองร้อยชั่ง!”
      
            จอมยุทธ์หนุ่มเลิ่กลั่กขึ้นมาน้องชายก็เอากับพวกนั้นด้วยหรือ? “ได้..งั้นข้าตามเจ้าอีกร้อยชั่ง!”

            ‘แขกทิวา’ กับ ‘แขกราตรี’ มีความหมายต่างกันอย่างชัดเจน สำหรับหอจุ้ยหลิงหลางยามกลางวันพวกเขามีหน้าที่ให้ความสำราญ บริการทั้งอาหารเครื่องดื่มการแสดง เพื่อหล่าคุณหนูและนายหญิงที่ชื่นชอบการเปลี่ยนบรรยากาศ ทว่าเมื่ออาทิตย์ตกดินแขกที่รั้งอยู่ต่อนั้นมักจะเลือก ‘ชายงาม’ ที่พึงพอใจแล้วแบ่งปันค่ำคืนกับร่วมพวกเขาเพื่อเติมเต็มความต้องการทางกาย ปลอบโยนจิตใจกันเป็นการส่วนตัว

           ภาษาบ้านๆ คือ อยากกินข้าวก็มากลางวัน แต่หากอยากกินพวกพี่ให้น้องมากลางคืน

           เมื่อรัตติกาลมาเยือนหลิงหลานที่เริ่มหนาวขึ้นมาเพราะศาลาเก๋งมันโล่งสี่ทิศไร้กำแพงก็แว่วเสียงเรียกให้ตื่นขึ้น เป็นเถ้าแก่กู่นั่นเองเขาลงทุนออกมารับเพราะนางคือ ‘แขกราตรี’ แล้วยังมาเป็นหนแรกเสียด้วย แม้ยังไม่ได้เห็นใบหน้าค่าตาแต่ด้วยเส้นเกศาเงิน การแต่งกายและการหว่านจ่ายเงินราวกับเบี้ยนั้นบ่งบอกว่า ‘รวย’ ตนก็ไม่เหนียวท่าทีจะบริการเป็นพิเศษสักหน่อย

           “หลับอยู่ที่นี่เหมือนจะไม่เหมาะตามข้ามา... บริการผ่อนคลายอย่างพิเศษเริ่มต้นขึ้นแล้ว ในฐานะที่มาเป็นครั้งแรกไม่ทราบคุณหนูฮวามี ‘เพื่อนเล่น’ ในอุดมคติอยู่หรือเปล่า เป็นคนแบบใด หน้าตา ท่าทาง วิธีการพูดการจาบอกมาได้เลย”

            “เพื่อนเล่นหรือเจ้าคะ? ไม่ทราบว่าเถ้าแก่ท่านหมายถึงอะไร” หลิงหลานเดินตามเถ้าแก่กลับเข้าไปยังอาคารหลัก ค่อยพบว่าไม่ได้มืดมิดอย่างที่คิด มีแสงสลัวของเทียนไขและโคมสีแดงฉานสองฝั่งทางเดิน ประกอบกับแผ่นหลังบุรุษร่างสูงตรงหน้าเร้าความรู้สึกลึกลับและตื่นเต้นลุ้นระทึก อาจเพราะมัวแต่มองรอบๆรองเท้าพลันสะดุดกึกนางหวีดเสียงแหลม “ว้าย!!”

            “อ้อ.. เข้าใจยากไปรึถ้าอย่างนั้น บุคคลแบบไหนที่อยู่ด้วยแล้วรู้สึกสบายใจที่สุดแบบนี้คำถามคงง่ายขึ้น?” กู่เยว่ซาหันกลับมาประคองร่างเล็กไว้ได้ทัน ก่อนส่งยิ้มเปี่ยมเสน่ห์ดุจเคลือบพิษให้นาง “ที่นี่เรารับประกันความพึงพอใจ ตอบสิ ชอบแบบไหนข้าจะได้จัดคนมาปรนนิบัติท่านถูก?”

            ปรนนิบัติ? คงเหมือนตอนที่มีคนมานวดใหนางในบ่อน้ำพุร้อนมั้ง??

            ร่างเล็กถอยออกไปก้าวหนึ่งอย่างพิจารณาถ้าจะนวนคงต้องคนแรงแขนดี เมื่อครุ่เถ้าแก่ช่วยประคองตนแรงเขาไม่น้อยเลยนะนั่นไหนจะแผงอกหนาๆ เผลอกระแทกคางยังรู้สึกชา หลิงหลานจดจ้องอีกฝ่ายมองขึ้นมองลงหลายหน “อืม… ถ้าจะให้รุ้สึกพอใจได้ก็คงต้อง..”

            “สนใจข้าหรือ? ไม่เปลี่ยนใจแน่นะ… เวลาแบบนั้นข้าออมแรงไม่ค่อยอยู่เสียด้วย หึหึ” ตอนแรกยังคิดว่านางกลัวเขา ทว่าสตรีผมเงินใจกล้ากว่าที่คิด ตอนนี้เถ้าแก่จึงได้แต่ยืนกอดอกส่งสายตาคมคายเจือเย้ายวน ‘พี่ดุนะน้องไหวหรือ?’




            กระทั่งมีเสียงเรียงจากทางด้านหลังผู้ที่เดินมาสวมอาภรณ์ขนเตียวสีดำ เครื่องหน้ารูปเมล็ดแตงแววตาร้ายกาจไม่เบา ทั่วร่างส่อเค้าความโลภอย่างปีศาจเป็นซ่งเหลียนฉีนั่นเอง เขาคือเจ้ามือแน่นอนว่าไม่อยากให้ใครทายได้แต้มไป ตอนนี้สุ่ยตงหลิวกับหยางเจินลงข้างเถ้าแก่กู่ไว้สามร้อยชั่งเรื่องอะไรจะยอมให้สองคนนั้นกินเรียบ “เถ้าแก่!! ด้านนั้นทางพี่น้องเรารอจนจะหลับอยู่แล้วนะขอรับ”

              “อ่อ..หรอ” ก็ให้รอไปสิ… กู่เยว่ซายังคงรอคำยืนยันจากลูกค้าหน้าใหม่

             “เถ้าแก่…ท่าน!!” ท่านกะเหมาอีกแล้วสินะแล้วจะเรียกพวกข้ามาทำงานทำไมเนี่ย! เหลียนฉีหันไปชักชวนด้านแขกแทนไม่วายเอ่ยกระทบกระทั่ง “คุณหนู.. พี่น้องข้าอยากทำความรู้จักกับท่านนะ เราไม่ลองไปสนทนากันที่สว่างๆ กว่านี้สักหน่อยล่ะ รู้ไหมว่ามืดๆ แบบนี้ปีศาจร้ายชอบออกอาละวาดมาล่อลวงคนงามกันทั้งนั้นล่ะ”

             กู่เยว่ซาไม่นำพาเช่นเคย แน่นอนฉลาดพอจะฟังออกว่า ‘ปีศาจร้ายล่อลวงคน’ นั่นหมายถึงใคร

             “เห๊! อ๊าว ข้าทำให้ผู้อื่นต้องรอหรือเจ้าคะเช่นนั้นรบกวนคุณชายช่วยนำทางเถิด” หลิงหลานค่อนข้างมือใหม่อยุ่มากกับการเที่ยวสถานเริงรมย์เหล่านี้ นางทราบเพียงว่าพวกเขาช่างเป็นมิตรดีแท้ อยุ่รอทำความรู้จักตนด้วยเยี่ยมๆ หลังจากร่างเน่งน้อยเข้ามาถึงอาคารโถงกลาง ก็พบว่ามีบุรุษมากมายนั่งเล่นบ้างอ่านตำรา บ้างเดินหมาก บ้างก็ฟุ่บงีบอยุ่บนตั่งยาว.. ดูเป็นธรรมชาติสุดๆ ล้วนมีแต่บุรุษจนนางเกร็งตัวลีบ

             “เลือกได้เลยแม่นาง พวกเรากำลังลุ้นกันอยู่ว่าใครกันจะได้เป็น ‘เพื่อนคุย’ ให้ท่านในค่ำคืนนี้” ซ่งเหลียนฉียึดหน้าที่เถ้าแก่กู่ชั่วคราว โดยที่อีกฝ่ายก็ไม่ได้ว่ากะไรยืนกอดอกพิงเสาเงียบๆ ใช้สายตานายพญาบอกเด็กๆ ว่า ‘เวลางานรีบดึงดูดบุปผาเร็วเข้า’ นางจะเลือกคนไหนเงินส่วนนายหน้าเข้ากระเป๋าเขาอยู่แล้ว

             “อ...เอ่อ” หลิงหลานเลิ่กลั่กเหงื่อตกสาวตาที่หันมาจับจ้งอตนราวกับทะลุม่านผ้าโปร่งได้ บางคนส่งยิ้มให้บางคนหันหน้าเมิน บ้างถึงกับ..สวดมนต์อยู่!! อะไร..สวดมนต์ใส่งั้นหรอ!! “จะให้เลือกจากคุณชายมากหมายเหล่านี้ทุกคนล้วน เอ่อ ล้ำเลิศ.. ข้ารู้สึกเสียมารยาทเจ้าค่ะ ถ้างั้นขออณุญาตใช้วิธีเลือกอีกแบบแทนได้ไหม?”

            “เบื่อแบบเดิมๆ หรือ งั้นก็ลองว่ามาสิคุณหนูฮวา” กู่เยว่ซาเอ่ยตอบ จากนั้นมองร่างสีเงินเข้ามาสะกิดให้เขาก้มลง นางจึงกระซิบข้างหู…


@Admin


แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ --8 ความโหด โพสต์ 2019-10-9 14:25
คุณได้รับ --30 คุณธรรม โพสต์ 2019-10-9 14:25
คุณได้รับ +20 ความชั่ว +10 ความโหด โพสต์ 2019-10-9 14:24

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -42 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -42 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
รูปปั้นเทพีวีนัส
รูปปั้นฮั่นเสียหม่าต้าซิ่ง
เซ็กเธาว์
ฮาร์ปแห่งฮาเธอร์
หน้ากากยักษ์ม่วง
ตัวเบาขั้นสูง
ปราณคลุมวารีขั้นสูง
เพลงกระบี่คู่นก<br>ยวนยางหานเยว่ขั้นสูง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x5
x1
x30
x30
x100
x50
x50
x50
x1
x11
x4
x4
x61
x2
x55
x410
x130
x12
x100
x30
x2
x1
x10
x7
x54
x1600
x9999
x6
x1600
x8
x30
x5
x800
x1960
x600
x350
x2000
x40
x35
x26
x960
x740
x2400
x100
x16
x1800
x9
x1200
x1800
x1100
x28
x20
x15
x102
x11
x1000
x15
x122
x1900
x203
x2130
x1300
x331
x2500
x3
x8100
x363
x89
x98
x3
x73
x150
x3071
x126
x302
x461
x2842
x2270
x5
x1580
x8
x598
x1800
x3
x313
x9
x27
x2220
x2320
x9
x50
x4988
x49
x9999
x1801
x34
x3
x122
x135
x16
x1040
x1
x1
x2165
x1
x1
x2425
x13
x5
x4
x786
x570
x597
x15
x84
x88
x16
x41
x5
x1180
x1500
x13
x970
x17
x500
x160
x44
x44
x2365
x1
x1830
x2719
x3100
x3118
x107
x350
x252
x4405
x9999
x566
x51
x42
x4036
x24
x16
x47
x182
x32
x2
x1000
x1012
x15
x3063
x236
x2900
x254
x1301
x9999
x2451
x2840
x1172
x1794
x2320
x152
x75
x989
x485
x1106
x129
x25
x5624
x1815
x3772
x1158
x86
x2398
x3581
x3857
x2005
x3488
x1026
x500
x1124
x428
x140
x950
x229
x3
x24
x4
x1310
x77
x35
x3234
x570
x2
x336
x116
x9999
x2351
x2
x37
x2183
x3000
x5400
x7097
x353
x3748
x4270
x414
x695
x9999
x1759
x420
x10
x1006
x2145
x2940
x456
x89
x1
x19
x25
x25
x31
x9
x4258
x9189
x1807
x9999
x199
x24
x5451
x20
x5805
x18
x8
x874
x256
x26
x9
x101
x31
x7
x781
x3805
x6
x30
x199
x635
x80
x2804
x2121
x110
x15
x1410
x2558
x2200
x3
x279
x3676
x2570
x217
x7899
x509
x389
x3656
x2890
x9025
x10
x2245
x2439
x5805
x7750
x3120
x1141
x20
x2475
x871
x70
x328
x141
x2816
x2114
x9999
x40
x3862
x9999
x9999
x9999
x3235
x1865
x107
x3200
x4
x3696
x33
x3235
x3929
x710
x1
x756
x1546
x201
x901
x4263
x2162
x2700
x5004
x9999
x3575
x2012
x3079
x2080
x1855
x3256
x4179
x3272
x698
x60
x1
x20
x1909
x2307
x713
x1
x4267
x5642
x67
x9999
x672
x1243
x918
x2700
x103
x2929
x523
x515
x82
x697
x258
x8
x156
x17
x9999
x1123
x2070
x2301
x180
x651
x449
x81
x1201
x929
x9999
x3250
x1107
x1260
x670
x169
x9999
x1501
x9999
x129
x713
x2224
x2

1201

กระทู้

4257

โพสต์

66หมื่น

เครดิต

( º﹃º ) หิวปลาปิ้ง!! <''Xx&

เงินชั่ง
1927906
เงินตำลึง
4653045
ชื่อเสียง
258374
ความหิว
1362

ใบรับรองภาษาคาเมล็อตตราสำนักวังน้ำทิพย์ใบรับรองภาษาไต้หวันใบรับรองภาษาฮั่นใบรับรองภาษาละตินป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV4)

คุณธรรม
21174
ความชั่ว
9092
ความโหด
47185
โฮ่วชื่อ ♦ 后赤
เลเวล 1

จวง ถิงซู่

" ระวังตัวบ้างน้องสาว "
pet
โพสต์ 2019-10-9 18:06:32 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LingHao เมื่อ 2019-10-9 18:29


สตรีมิใช่สนามอารมณ์
1560
ราตรีนี้ให้พี่กล่อมน้องนอน
            “บ้าจริง!! วิธีเลือกยังงี้ก็มีด้วยหรอตกลงนางเป็นคนแบบไหนกันแน่เนี่ย!!” ซ่งเหลียนฉีมองแต้มพนันของตนที่มลายหายวับไป ทุกเป้าเลือกมาล้วนว่าวหมด!! ผลการพนันแทบจะเป็นโมฆะถ้าไม่ติดว่าวินาทีสุดท้ายมีคนลง ‘ม้ามืด’ อย่างเถ้าแก่กู่กินเรียบไปอีกงาน

            เหลียงเฉินอดีตพระที่พึ่งสึกมาหมาดๆ ถอนหายใจว่าผิดศีลๆ แล้วเดินแยกกลับไปห้องตนเอง

             เป้ยเป้ยวิ่งเข้าไปสอบถามถึงกลเม็ดในการเดิมพัน “เถ้าแก่ขอรับๆ ท่านรู้ได้ยังไงว่าพี่สาวฮวาจะเลือกสองคนนั้น? นางมาครั้งแรกด้วยแม่นประหนึ่งเทพยดาเกินไปแล้ว!!”

             “หึ.. มีอะไรน่าสนใจกันว่างมากนักก็เอาเวลาไปคิดเรื่องมีสาระไป!” กู่เยว่ซาลูบหีบเงินชั่งอย่างพึงพอใจ วิธีที่นางใช้ไม่ใช่อะไรที่คนธรรมดาทั่วไปจะเข้าใจได้ต้องเป็นผู้ที่มีความชำนาญเฉพาะทางเท่านั้นจึงสามารถแก้ไข และบังเอิญว่าในจุ้ยหลิงหลงมีแค่ ‘สุ่ยตงหลิว’ กับ ‘หยางเจิน’ คู่นี้เท่านั้นตรงกับโจทย์ทดสอบนางพอดี เลือกแบบค้างคืนทั้งคู่เสียด้วยเอาไว้พรุ่งนี้ค่อยไปถามว่าหลังม่านโปร่งนั้น คือสตรีเช่นใดกันแน่ งดงามรึอัปลักษณ์ เฉลียวฉลาดหรือแค่อวดรู้
.
.
.
            “วิธีของคุณหนูฮวาตอนแรกพวกเรายังคิดว่าหาคนไปแสดงกายกรรมเสียอีก” ภายในห้องส่วนตัวที่ชั้นสาม บุรุษชุดครามพาแขกของเขาในค่ำคืนนี้นั่งลงข้างโต๊ะกลม ยิ้มแย้มอย่างชวนสนทนาว่า “ท่านปล่อยปิ่นออกไปปักยอดไม้สูงหกสิบจั้ง ให้พวกเราแก้โจทย์หกคนแต่บอกว่าผู้ที่เก็บลงมาคืนได้จะต้องเหยียบพื้นดินไม่เกินสองก้าว ฮะๆๆ นอกจากคนที่ชำนาญวิชาตัวเบาขั้นสูงแล้วเกรงว่าไม่สามารถทำได้”


            “นั่นสิ สุดท้ายพี่สุ่ยท่องเมฆาขึ้นไปเก็บจนได้ในหอของเรานอกจากพี่สุ่ยก็คงมีแค่เฉินเสียงนั่นล่ะ” ที่ด้านข้างตามมาด้วยสหายสนิทในอาภรณ์ขาวปักต้นไผ่ ทั้งสองต่างก็ฉงนใจที่คืนแรกนางเลือกบริการพิเศษถึงสองคน แต่กลับยินดีเรื่องที่พวกตนสนิทสนมกันอยู่แล้วให้ปรนนิบัติสตรีคนเดียวกันเป็นเรื่องแปลกใหม่น่าตื่นเต้นไม่น้อย “ยังมีโจทย์อีกทางเลือกพวกข้าสี่คนให้ทำ วาดหลันฮวาสีแดงและสีน้ำเงินซ้ายขวาอย่างละดอก...เว้นตรงกลาง ฮ่ะๆ แม่นางคงเป็นผู้ที่มีใตรักในงานศิลป์เป็นแน่”

             บุรุษอาภรณ์ขาวเลือกวาดหลันฮวาผลิบานสีม่วงไว้ตรงกลาง สองดอกนั้นคือระยะแตกกิ่งกับดอกตูม สีแดงผสมน้ำเงินจึงเป็นม่วงโจทย์นี้จะว่าง่ายก็ไม่ง่าย ผู้สามารถร่ำเรียนศิลปะการวาดได้ย่อมมีชาติตระกูลที่ไม่เลว พึ่งพาพรสวรรค์อย่างเดียวมิได้ ทฤษฎีการผสมสีต้องฝึกหัดทดลองด้วยตัวเองจึงชำนาญ สีสันแพงยิ่งกว่าข้าวเสียอีกดังนั้นเขาจึงไม่แปลกใจเลยถ้าสตรีผู้นี้จะเป็นคุณหนูลูกผู้ดี


            “ทำให้คุณชายทั้งสองขบขันแล้ว.. พอดีตัวข้านิยมผู้ที่มีความสามารถเป็นพิเศษจะได้สนทนาถูกคอ” นางพึ่งทราบนามของคุณชายสองท่านที่ตนบังเอิญใช่ ‘บททดสอบ’ สุ่มหยิบเลือกมา ผู้ที่หน่วยก้านดีทั่วร่างเปี่ยมไปด้วยพละกำลังทว่าท่าทีสุภาพอ่อนโยน แววตาทอประกายซื่อสัตย์ภักดีนี่ด็คือ ‘สุ่ย ตงหลิว’ ชายงามยอดนิยมแห่งหอจุ้ยหลิงหลง ส่วนบุรุษชุดขาวท่วงท่าการเดินเหินสง่างามลุ่มลึกผู้นี้คือ ‘หยาง เจิน’ เจ้าของเสียงขลุ่ยหยกเมื่อตอนเย็น เขาทั้งคู่ดูเป็นกันเองกว่าที่คิดในขณะที่นางยังเลือกไม่ได้ว่าให้ใครจะนวดคลายเส้นให้ตน อาหารชุดหนึ่งเข้ามาจัดเรียงบนโต๊ะแล้ว รับประทานไปสนทนาสร้างความผ่อนคลายบางครัง้ทั้งสองคีบกับมาวางใส่จานนาง บ้างก็ลงมือเลาะเนื้อออกจากกระดูกแล้วคีบป้อน

            “คุณหนูฮวาทานเช่นนี้คงลำบาก ไม่ปลดผ้าคลุมออกเล่าให้ข้ากับน้องหยางได้ปรนนิบัติท่านเต็มที่ดีไหมขอรับ?” สุ่ยตงหลิวคีบป้อนนางด้วยท่าทีสุภาพ ทว่าเจตนาให้หญิงสาวถอดหมวกไผ่ผ้าคลุมออกเสียที พอสามารถเห็นสีหน้าแววตาแล้วจะได้สร้างความสนิทสนมง่ายขึ้น

            “..................อ๊ะ!!” หลิงหลานลืมตัวแตะม่านโปร่งแล้วก็ครุ่นคิดว่า เวลานวดคงต้องถอดของพวกนี้ละมั้ง
            หยางเจินช่วยสมทบอีกแรงมือดึงเอาขลุ่ยขยกมาหมุนเล่น “นั่นสิขอรับคุณหนูฮวา เอาแบบนี้ดีไหมหากท่านไม่ยอมปลดม่านคลุมลงหยางโหม่วจะบรรเลงให้เพลง จนกว่าคุณหนูจะพอใจ?”

            หญฺงสาวหัวเราะคิกคักพนักงานชายของหอแห่งนี้ช่างสรรหาวิธีมาหยอกล้อผู้คน หลิงหลานแง้มม่านผ้าคลุมเพียงให้เห็นปลายคาเล็กริมฝีปากหยักจิ้มลิ้ม กล่าวว่า “ได้สิ พวกท่านทำให้ข้าพอใจได้หนึ่งครั้งผ้าคลุมนี้ก็จะเลื่อนขึ้นที่ละชุ่น”

         
   "หืม.. ฟังดูน่าสนุกนัก"
            บุรุษทั้งสองเบนสบตากัน ดูท่าจะเป็นแม่นางน้อยที่ขี้เล่นไม่เบาจากนั้นพวกเขาหยักรอยยิ้มว่าไม่มีปัญหา เพียงแค่เห็นผิวพรรณขาวละเอียดดั่งหิมะทั้งคู่พอจะทราบแล้วว่าผู้ที่อยู่หลังม่านสลัวไม่พ้นเป็นดรุณีสะคราญโฉม เสียงขลุ่ยหยกเจือแววสดใสรื่นเริงทึบกว่าขลุ่ยไม้ไผ่ ทว่าให้กลิ่นอายของความสุขุมเยือกเย็นแทรกผ่านด้วย ผ่านไปได้ราวสามบเพลงหลิงหลานค่อยยอมปลดหมวกไผ่ผ้าคลุมลง เมื่อนั้นแสงเทียนในห้องก็สั่นไหววูบ..ดุจเอียงอาย

             ‘นี่หรือคือแขกของพวกเราในคำคืนนี้… ไม่น่าเชื่อว่ารูปโฉมระดับนางจะต้องจ่ายเงินซื้อความสำราญเอง’ หยางเจินสองตาเป็นประกายวาบวับ ดรุณีเพริศแพร้ว! เป็นเทพธิดาที่เพริศแพร้วองค์หนึ่ง!

             ประกายเงินยวงดั่งแสงจันทร์ล้อมทั่วร่าง ดวงหน้านางแววหวานสองตาดุจคบเพลิงอำพันเจิดจรัส กระชากเอาวิญญาณผู้ที่พิศมองให้เคลิ้บเคลิ้มลุ่มหลง นิ้วเล็กขาวผ่องริมฝีปากสีกลีบกุหลาบชุ่มชื้นวิธีเคาะปลายนิ้วลงริมฝีปากดูซุกซนนัก น่าจับมาฟัดให้หายหมั่นเขี้ยว “...ข้ามีความปรารถนาหนึ่งที่อยากให้บรรลุเป็นจริง ไม่ทราบคุณชายทั้งสองจะยื่นมือเข้าช่วยเหลือได้หรือไม่?”

            “คุณหนูโปรดบอก… เพื่อให้แขกพึงพอใจสูงสุดแล้วพวกเรายินดีปรนนิบัติทุกอย่าง” กลืนน้ำลาย ไม่คิดว่านางจะมีสเน่ห์ถึงเพียงนี้ ไหนจะเรือนร่างเว้าคอดนูนในส่วนที่ควรนูน ทำให้นึกถึงแจกันทรงเพรียวชิ้นโปรดในห้องเถ้าแก่กู่ อดคิดไม่ได้ว่าคืนนี้หากบรรจงโอบกอดนางก็เป็นกำไรที่ทำอาชีพนี้แล้ว

            สุ่ยตงหลิวเองพึ่งออกจากภวังค์ความฝัน เมื่อสตรีร่างเล็กกระพริบตาจดจ้องเขากลับหยักรอยยิ้มกระดิกนิ้ว “ข้าอยากดูพวกท่านสองคนอาบน้ำด้วยกันฉันท์พี่น้อง ได้ไหม?”

            “ฮะๆ นึกว่าเรื่องอะไร.. น้องหยางเรียกอาคงนำถังน้ำเข้ามาเถอะ” สุ่ยตงหลิวหัวเราะร่วน ชักชวนน้องชายอย่างปลอดโปร่ง

            แม้จะเป็นคำขอที่ประหลาดไปสักหน่อย ทว่าบุรุษในหอจุ้ยหลิงหลงเป็นประเภทเงินมาผ้าหลุดอยุ่แล้ว พวกเขาเพียงยักไหล่ว่าเรื่องเล็กน้อยก่อนจะเริ่มปลดอาภรณ์อย่างมีศิลปะและเอกลักษณ์เฉพาะตัว เรื่องนี้เถ้าแก่กู่อบรมอย่างดี.. ทำให้สตรีพึ่งพอใจต้องดึงสเน่ห์ออกจากภายในสู่ภายนอก ต่อให้หนังหน้าเรียกแขกแต่กระทำการป่าเถื่อนรึนุ่มนิ่มเกินก็เสียของเปล่าๆ

จ๋อม...แจ๋ม…

           ครู่เดียวไอน้ำร้อนชื้นดั่งหมอกควันไปครึ่งห้อง จอมยุทธ์หนุ่มหลังจากเปลื้องอาภรณ์จนเหลือแค่จางเกงชั้นใน เขามีรูปร่างกำยำสันทัดลอนเนื้อเรียงตัวสวยกล้ามหน้าท้องแปดลูกที่ชื้นวาวไปด้วยหยดน้ำ ส่องสะท้อนแสงประทีบวูบไหว แต่ละเส้นสายสมชายชาตรี ร่องรอยดาบกระบี่พาดประปรายราวกับรอยจารประวัติศาสตร์ของผู้กล้า ปอยผมถูกเขารวบไปด้านหลังเสียหมดราวกับรู้ใจว่าท่านแขกประสงค์จะชื่นชมสิ่งใด หลิงหลานคลี่พัดจีบบังครึ่งใบหน้า รู้สึกขบริมฝีปากสะกัดกลั้นเสียงได้ยากเย็นนัก ‘อ๊าาาา!! เห็นเม็ดถั่วแดงด้วย!!’

          “คุณหนูชมแต่พี่สุ่ย.. ไม่เอ็นดูหยางโหม่วบ้างเลยหรือขอรับ” อีกด้านหนึ่งมีบุรุษพึ่งเงยศรีษะขึ้นมาจากผิวน้ำ หยาดความชื้นพร่างพราวตามกรอบหน้า จมูกเป็นสันโด่งช่วงคิ้วเข้มสุภาพคมคาย เหยางเจินคลี่ยิ้มขาวกระจ่าง แพขนตาตรงยาวเรียงตัวหยอกล้อกับหยาดน้ำที่จะหยดแหล่มิหยดแหล่ เมื่อประสานเข้ากับประกายแสงดูราวกับเขามีเพชรประดับที่หางตา

           มือถูกยื่นออกเอ่ยเชิญชวน “ลงมาด้วยกันสิขอรับ..ข้าจะช่วยถูหลังให้”

           ‘แค่เห็นพวกเจ้าอาบน้ำด้วยกันข้าก็สุขล้ำจนอกละเอียดแล้ว...’ นางบอกให้พวกเขาเข้าใกล้กันอีกหน่อย โอบแผ่นหลังกันสักน้ำ หลิงหลานรู้สึกเลือดลมสูบฉีดขณะบุรุษงดงามทั้งคู่ ‘แสดงความรักสนิทสนมกัน’ หัวใจนางเต้นรุนแรงจนต้องเปิดกระปุกยาบำรุงแล้วกรอกใส่ปาก เคี้ยวกลืนกรวมๆ สูดหายใจเฮือกซ่อนใบหน้าแดงจัดไว้หลังพัดจีบ

            “เจ้าว่าเป็นไปได้ไหมที่นางเป็นแขกหน้าใหม่ยังไม่รู้ ‘บริการพิเศษ’ ของพวกเรา? เถ้าแก่บอกว่าสตรีมักจะเขินอายไม่กล้าเป็นฝ่ายเริ่มก่อนดังนั้น…” สุ่ยตงหลิวกระซิบถามน้องชายขณะที่อีกฝ่ายเข้ามาอิงไหล่เขาตามคำขอของแขก

            “นั่นสิพี่สุ่ย… เช่นนั้นเพื่อให้นางมีความสุขพวกเราจึงต้องเป็นฝ่ายโน้มน้าวและสร้างความสนิทใจ” หยางเจินกระพริบตาหันกลับไปมองสตรีผมเงินที่ตอนนี้ขดตัวเองเป็นก้อนกลมบนตั่งนุ่ม พัดในมือนางสั่นระริกรัวๆ ใบหน้าแดงราวกับมะเขือเทศสุกปลั่ง ช่าง..น่ารักจริงๆ ดูเดียงสาอยู่มาก และก็เป็นหน้าที่ของพวกเขาอีกเช่นกันที่จะมอบ ‘ความสุข’ ให้แก่อีกฝ่าย

            “ใกล้อีกนิดๆ เถ้าแก่ที่นี่ใช้อะไรคัดพนักงานกันหนอ.. ช่าง ทำให้ลูกค้าเช่นข้าปวดใจนัก อา.. อาหารตา พวกเจ้าคืออาหารตาอย่างแท้จริง!!” ปิดจมูกกันกำเดาพุ่งอยากกรี้ดลั่นหอ แม่เมื่อครู่เขาเกือบจูบกันต่อหน้าหนู แม่! หนูฟิน ฟินตายไปเลยค่าา

            “เวลาไม่ช้าแล้วให้พวกเรากล่อมคุณหนูเข้านอนดีไหม?” พวกเขาแช่น้ำจนเริ่มเย็นก็ยังไม่มีทีท่าว่านางจะปล่อยให้ขึ้นมา สุ่นตงหลิวเสนอขั้นต่อไปของความใกล้ชิดซึ่งหลิงหลานก็พยักหน้าหงึกๆ ตอบทั้งสองฝ่าย

            หลังจากนั้นทั้งคู่ขึ้นจากน้ำสวมเพียงเสื้อนอนตัวบางเบา แทบจะปิดบัง ‘เม็ดถั่วแดง’ กลางหน้าอกไม่ได้ด้วยซ้ำ เห็นเป็นจุดลางไรชวนให้จิ้นไปไหนต่อไหน หยางเจินรับหน้าที่กล่อมด้วยบทเพลง ขณะสุ่ยตงหลิวให้หญิงสาวเอนกายตามสบายหนุนตักที่แน่นหนันของเขาแล้วเฝ้าลูบผมชวนอีกฝ่ายสนทนา บางครั้งเล่านิทานให้ฟังราวกับแขกผู้นี้คือเด็กตัวน้อยๆ น้ำเสียงเขาทุ้มละมุน จังหวะจะโคนกำลังดีวิธีใช้ลูบหัวก็เบามือนักหลิงหลานตัวอ่อนเป็นสำลี โดนกล่อมเสียจนวางแนวป้องกันกลับมาเป็นแกะน้อยกลิ้งไปมา

             สองบุรุษผู้ชำนาญการหยักรอยยิ้มเมื่อสามารถทำให้หญิงสาวเกิดความไว้วางใจได้แล้ว เลื่อนสายตาสบกันหนหนึ่งเป็นสัญญาณก่อนหยางเจินเก็บขลุ่ยหยกแล้วเดินเข้ามาย่อกายลงข้างตั่งนุ่ม

            ‘ฮ้า… สมเป็นสถานที่ผ่อนคลายจิตใจของหญิงสาวจริงๆ’ นางหลับตาพริ้มด้วยความสงบสุข มีคนคอยเอาใจพะเน้าพะนอ ทั้งยังไม่ขัดตันช่างเป็นสุขอะไรยังงี้.. ทว่าขณะกำลังเคลิ้มหลับนั้นเองก็สัมผัสได้ถึงความอุ่นชื้นบริเวณนิ้วมือ

            “หืม...คุณชายกำลังทำอะไรเจ้าคะ?” ปรือตาขึ้นมาเห็นหยางเจินกำลังละเมียดละไมขบเม้มอยู่บริเวณนั้น เมื่อนางทักเขาก็ยังไม่ยอมหยุดคลี่ลิ้นออกแล้วอมนิ้วชี้ของนางไว้ในปาก ดุนลิ้นอย่างหยอกล้อ สัมผัสร้อนผ่าวไม่ได้เกิดขึ้นที่เดียวทว่าสุ่ยตงหลิวผู้ที่ให้นางหนุนตักเองก็โอบกอดเอวเล็กไว้จากด้านหลัง ลูบประโลมปลอบไม่ให้นางเกิดความขลาดกลัว

           “ไม่เป็นไรคุณหนูฮวา นี่คือบริการพิเศษจากทางหอ.. ไม่ต้องกังวลน้องหยางอ่อนโยนมากทีเดียวรับรองทนุถนอมท่านอย่างดีเพื่อความสุขในค่ำคืนนี้” จอมยุทธ์หนุ่มคลี่ยิ้มอ่อนโยนเชยคางหญิงสาวขึ้นก่อนลงกระซิบข้างใบหู จุมพิตพรมลงแผ่วเบาตามลำคอขาวเนียน แม้ไม่ทิ้งร่องรอย กลับทิ้งไอร้อนกรุ่นวาบหวิว

          “แขกราตรีคืนแรกมักจะเป็นเรื่องยากเสมอ ข้ากับน้องหยางรู้สึกเป็นเกียรติมากที่คุณหนูเลือกพวกเรา...ทุกอย่างจะต้องเรียบร้อยวางโปรดใจได้เลย”   

           “อ...อื้ม เดี๋ยวก่อน พวกท่านมิใช่..จะนวดให้หรอกหรือ?” หลิงหลานตั้งตัวไม่ติดขึ้นมาเมื่อเห็นว่าบุรุษชุดขาวเริ่มปลดปมเสื้อของเขาออกแล้วเลิกชายกระโปรงนางลูบเฟ้นมาตามปลีน่อง สมองกระหึ่มขึ้นมา...การผ่อนคลายของสตรีเดี๋ยวนะ..หรือว่า!!

           “ท่านชอบให้นวดก่อนหรือ? ได้สิเพื่อสร้าความสุขให้แก่ท่านพวกเราบางคนก็เรียนวิธีการนวดเสริมสุขภาพมาบ้าง… พี่สุ่ยให้เป็นหน้าที่ท่านนะ” หยางเจินไม่ได้หยุดมือในทันที ทว่าฝ่ามือเขายังคงกดคลายไปตามเรือนร่างใต้ร่มผ้า นางมีผิวที่ให้สัมผัสเป็นเลิศจริงๆ ราวกับดินเหนียวยังไม่ได้ปั้นขึ้นรูป กดแล้วยวบหยุ่นปล่อยแล้วเด้งกลับคืนสภาพเดิมเสียงหวานที่ครางแผ่วเมื่อครู่ อดคิดไม่ได้ว่า ‘นี่เป็นเรือนร่างที่เกิดมาเพื่อปั่นป่วนจิตใจบุรุษชัดๆ’  

           ขณะที่จอมยุทธ์หนุ่มเริ่มนวดไปตามแผ่นหลังของหญิงสาว เรี่ยวแรงกำลังดีพอจะช่วยให้ผ่อนคลายได้อยู่หรอก เพียงแต่สตรีผมเงินเองก็สับสนนัก ‘ตกลงบริการพิเศษนี่คือนวดหรือนาบกันคะ?’

           “...อ..อ๊ะ เดี๋ยวก่อน หยุดก่อน!” ชักจะไม่ถูกต้องแล้ว!!

           “หืม.. ทำไมหรือขอรับ รึว่าพี่สุ่ยยังนวดได้ไม่ดีนัก?  อ่อ...จริงสินี่ก็ดึกแล้ว” ฝีมือการนวดกดจุดคลายเส้นของสุ่ยตงหลิวถือเป็นอันดับสองรองจากเถ้าแก่เลยนะ เพราะแบบนี้พี่ชายเขาถึงเป็นที่นิยมในหมู่แขก หยางเจินคิดพลางก็เข้าใจว่าสงสัยนางอยากให้เริ่มบริการพิเศษแล้วจึงเคลื่อนกายเข้าไปทาบริมฝีปากเข้าหาใบหน้าจิ้มลิ้มนั่น ‘ถือว่ากำไรล่ะ.. ปรนนิบัติโฉมสะคราญเช่นนี้ถึงฟรีก็ยอม’

          หลิงหลานเห็นใบหน้าล้ำเลิศก้มลงมาใกล้กระทันหัน ในสมองเกิดเสียงหึ่งๆ ดังขึ้นมารีบเสยมือดันคางอีกฝ่ายออก ‘ตกอกตกใจหมด!! ตกลงว่าบริการพิเศษนี้คือ..การร่วมหออย่างนั้นหรือ!!’

           “ข...ขอโทษด้วย ข้าคิดว่า.. คิดว่าที่นี่เป็นกิจการอาบนวดเพื่อสุขภาพ ข้า.. ข้าขอตัวก่อน!!” สาวเจ้าดีดตัวลุกโพล่งเลิ่กลั่กขึ้นมาทันที ถอยกรูดติดมุมห้อง ให้นางหลับนอนกับบุรุษแปลกหน้าแบบสติดีอยู่ชีวิตนี้แค่หนเดียวก็พอแล้วล่ะ ประสบการณ์ไม่ค่อยดีเท่าไรเกี่ยวกับการโดนลากไปกินกลางทะเลสาบ! อย่างน้อยก็ต้องสนิทสนมกันก่อนเซ่!!

          “หืม.. เช่นนั้นเองหรือ? ข้ากับน้องหยางคงไม่ได้ทำอะไรให้คุณหนูไม่พอใจใช่รึไม่?” บุรุษทั้งสองนั่งงงหันหน้ามองกัน และที่สำคัญคือหากเขาสร้างความสุขแก่อีกฝ่ายไม่สำเร็จ นั่นหมายถึงจะไม่ได้รับเบี้ยเลี้ยงจากเถ้าแก่ ค้างคืนหมื่นชั่งเชียวนะ!! มีงานอะไรทำเงินได้มากขนาดนี้กันล่ะ…

           "นั่นสิแม่นาง ความสุขทางกายก็ถือว่าเป็นการเสริมสุขภาพอย่างหนึ่ง.. หากสะสมไว้ไม่ได้ผ่อนคลายทำให้เกิดโรคภัยตามมา จิตใจก็หม่นหมอง" หยางเจินเสริมอีกหนึ่งประโยค นี่คือสาเหตุที่เขามาทำงานก็เพื่อช้วยให้เหล่าสตรีที่น่าสงสารมีความสุข และได้ผ่อนคลายจากกฎเกณฑ์ที่รุมเร้า..

           “ไม่.. ไม่ใช่ คืออันที่จริง ร่างกายข้าไม่ค่อยสะดวกน่ะ” หลิงหลานไม่รู้จะพูดอะไรดี.. นางกังวลว่าพวกเขาจะกระทบเป็นอันตรายต่อบุตรในครรภ์นาง ร่างเล็กขดตัวสั่นอยู่หลังฉากกั้นกลางห้อง “ไม่ปิดบังคุณชายทั้งสองตอนแรกตั้งใจมาที่นี่ เพราะได้ยินว่าสามารถคลายความกังวลและพักหย่อนจิตใจได้ก็เลยมา ข้าไม่ทราบจริงๆ ว่ามีบริการ...เอ่อเสพสุขทางกายด้วย”

            ‘ร่างกายไม่สะดวก’ ทว่าฟังแล้วทั้งคู่ไม่ได้นึกถึงเรื่องตั้งครรภ์เลยเข้าใจว่านาง ‘มีรอบเดือน’ เสียอย่างนั้น ทั้งสองโล่งอกทันทีหลังจากได้ฟังเหตุผล ทีแรกยังกังวลว่าเผลอทำบางสิ่งที่ไม่เป็นที่พอใจแก่แขกหน้าใหม่รึเปล่า

            “อ่อ… ถ้าเพราะเรื่องนั้นไม่มีปัญหาหรอกขอรับ ในเมื่อคุณคุณไม่สะดวกในการรับบริการพิเศษวันนี้.. อันที่จริงพวกเรายังสามารถช่วยหย่อนใจด้วยวิธีอื่นๆ อีกมาก” หยางเจินกลัดกระดุมเข้าที่เดิมอยู่ในสภาพเรียบร้อยสง่างาม รอยยิ้มสมเป็นมืออาชีพไม่มีวี่แววคุกคามเลยแม้แต่น้อย “ขอเพียงคุณหนูสั่งว่าต้องการให้พวกเรารับใช้อย่างไรก็พอขอรับ”

           หลิงหลานค่อยยอมเปิดใบหน้าโผล่แค่ดวงตาออกมาจากฉากกันลม “...อ..เอ๋? ถึงจะให้ช่วยเป็นหมอนข้างก็ได้หรือ?”

           นางมีความเดียงสาในแววตา ดูขลาดกลัวพวกเขาเสียด้วย สุ่ยตงหลิวหัวเราะเสียงเบาจากนั้นพยักหน้า “แน่นอนว่าได้!! คุณหนูเลือกข้ากับน้องหยางแล้วบุรุษของหอจุ้ยหลิงหลงน่ะ ไม่ได้มีไว้แค่ชมเล่นหรอกนะจนกว่าท่านจะได้รับความสุขจนคุ้มทุกชั่งที่เสียไป สามารถให้พวกเราทำสิ่งไหนก็ล้วนได้หมด”

          กฎของหอมีอยู่ไม่กี่อย่าง… หนึ่งในนั้นคือตามใจและห้ามฝืนบังคับแขกเป็นอันขาด จิตใจของสตรีละเอียดอ่อนอย่างน้อยก่อนจะทำอาชีพนี้จนเป็นมือหนึ่ง เขาต้องแยกให้ออกว่าอันไหนปฎิเสธเพื่อให้รุกคืบ หรือปฎิเสธเพราะไม่ต้องการหน้าที่มีเพียงอย่างเดียว ‘เพื่อความสุขของผู้ที่มาเยือน’

          หยางเจินก้าวก้าวไปหาอีกฝ่ายแล้วส่งมือประคอง “พื้นเย็นนะขอรับขึ้นบนนี้มาเถอะ คุณหนูฮวาคงง่วงแย่แล้วพวกเราจะทำหน้าที่ ‘หมอนข้าง’ ให้สุดความสามารถเลย”   

          ด้านหลิงหลานโดนหิ้วไปอย่างงๆ วางลงตรงกลางเตียงอย่างงงๆ ซ้ายมีสุ่ยตงหลิวพร้อมเจือรอยยิ้มเอ็นดู ขวามีบุรุษผู้สุภาพเอาใจใส่อย่างหยางเจินนอนขนาบข้างอยุ่.. หัวใจเต้นรัวด้วยความระทึก เอะ รึว่านี่คือความสุขที่หญิงหม้ายคนนั้นบอก? ก็ไม่เลวนี่นา อย่างน้อยค่ำคืนฤดูใบไม้ร่วงก็ไม่ต้องนอนหนาวเพียงลำพัง คนตัวเล็กคลี่ยิ้มน้อยๆ มองเงาของแสงเทียนนอกม่านมุ้ง

          “ตอนนี้พวกเราคือหมอนข้างของท่านแล้ว..คุณหนู” สุ่ยตงหลิวกล่าวพลางกุมมือนางขึ้นมาแตะข้างแก้มเขา

          ด้านขวาหยางเจินเองก็ไม่น้อยหน้าใช้น้ำเสียงอ่อนโยนถามขึ้นว่า “ปกติแล้วท่านนอนได้เรียบร้อยยิ่งเช่นนี้เสมอหรือ? ‘หมอนข้าง’ มีไว้กอดนะขอรับ อย่ากังวลหยางโหม่วไม่ปล่อยให้คุณหนูตกเตียงเด็ดขาด”

          “...งั้น ข้ากระทบถูกพวกเจ้าได้หรือ?” กระพริบตาปริบๆ เจือแววไม่มั่นใจ

          “ขอรับคุณหนูได้แน่นอน” แทนการตอบที่ดีที่สุดชายหนุ่มทั้งสองเขยิบเข้ามาใกล้นางอีกนิดห่างเพียงหนึ่งฝ่ามือกั้น ราวกับยั่วยุให้นางสัมผัสพวกเขาเพิ่มขึ้นอีกสักหน่อย

           หลิงหลานหัวเราะคิกคักจากนั้นค่อยยื่นมือออกไปอย่างกล้าๆ กลัวๆ แตะลงบนแผงอกของสุ่ยตงหลิวก่อน ค่อยๆ ลูบไล้ซ้ำไปมาจนจอมยุทธ์หนุ่มรุ้สึกเลือดลมสูบฉีด เสียงหายใจผ่อนหนักขึ้นและร้อนระอุทว่าพยายามเก็บกลั้นไว้จนมุมปากกระตุก ส่งสายตาให้น้องชายช่วยเหลือแก้สถานการณ์ หยางเจินไม่วายกลั้นหัวเราะหึหึ ‘สมน้ำหน้าใครใช้ให้ท่านอย่างมีรูปร่างที่ดึงดูดสตรีปานนั้น!’

          “ฮื่ม… คุณหนูฮวา ท่านแกล้งผู้น้อยแล้ว..อื้มม” มีหญิงงามขนาดนี้มาอยู่ใกล้ชิดจนได้กลิ่นหอมกรุ่นจากกายสาว ไหนจะมือเล็กเฝ้าลูบไล้ ถ้าหากเขาไม่มีปฎิกิริยาตอบสนองเลยก็คงบรรลุอรหันต์ไปแล้วล่ะ!!

            “อุ๊บ.. คิก ขออภัยๆ คุณชายสุ่ยช่างรูปงามจริงๆ” เห็นเขามีสีหน้าอดกลั้นจนแววตาเข้มขึ้นหลายระดับ หยอกล้อฝั่งซ้ายจนพอใจแล้วหลิงหลานค่อยหันไปทางด้านขวา ร่างกายของบัณฑิตไม่ค่อยมีกล้ามเนื้อมากนัก แต่ก็ทราบว่าอีกฝ่ายรักษาหุ่นเป็นอย่างดี สูงเพรียวโครงกระดูกเรียงตัวงดงามเหมาะเจาะ แผ่นหลังเรียบลื่นไร้ริ้วรอยราวกับเครื่องกระเบื้องเคลือบ จากสายตากระเซ้าราวกับอิจฉาพี่ชายข้างซ้ายนั้นทำให้ดรุณีผมเงินเข้าใกล้อีกฝ่ายเป็นพิเศษ นางนอนลูบติ่งหูของหยางเจินรู้สึกมันคล้ายแผ่นแผ้งทำขนมทังหยวนเหลือเกิน

           หยางเจินขนลุกไปหมดทั้งตัวเพราะนั่นคือจุดอ่อนของเขาพอดี นางเดี่ยวบีบเดี๋ยวลูบบางครั้งยกนิ้วแตะริมฝีปากตามรอยหยักของรูปปากเขา บางส่วนที่นอนสนิทก็เริ่มผงาด บัณฑิตหนุ่มรีบหลับตาข่มอารมณ์ กุมมืออีกฝ่ายไว้แล้วจุมพิตอุ้งมือแสนซนนั้นเบาๆ ครางเสียงแหบพร่า “...คุณหนูฮวา ชอบของหยางโหม่วหรือขอรับ”

          “ใช่.. นิ่มมากเลย คิก ตอนเด็กๆ เจ้าคงเป็นคนว่านอนสอนง่ายนะ” ถูกใจคนที่หู.. แบบนี้ก็มีด้วยวุ้ย

          โอบซ้ายกอดขวา.. อ่า!! นี่ล่ะเวลาสุขของชีวิต!!
               
จ่าย สุ่ยตงหลิว 800 ชั่ง
หยางเจิน 500 ชั่ง
ค้างคืนสองคน 2000 ชั่ง
รวม 3,300 ชั่ง โอน





แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ --15 คุณธรรม --8 ความโหด โพสต์ 2019-10-9 18:51
คุณได้รับ +5 คุณธรรม +15 ความชั่ว +20 ความโหด โพสต์ 2019-10-9 18:51
คุณได้รับ +165 ความโหด โพสต์ 2019-10-9 18:51
(( 800+500+1000+1000 รวมทั้งสิ้น 3300 ชั่ง ))  โพสต์ 2019-10-9 18:45

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +25 ความหิว -542 Point +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 25 -542 + 10

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
รูปปั้นเทพีวีนัส
รูปปั้นฮั่นเสียหม่าต้าซิ่ง
เซ็กเธาว์
ฮาร์ปแห่งฮาเธอร์
หน้ากากยักษ์ม่วง
ตัวเบาขั้นสูง
ปราณคลุมวารีขั้นสูง
เพลงกระบี่คู่นก<br>ยวนยางหานเยว่ขั้นสูง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x5
x1
x30
x30
x100
x50
x50
x50
x1
x11
x4
x4
x61
x2
x55
x410
x130
x12
x100
x30
x2
x1
x10
x7
x54
x1600
x9999
x6
x1600
x8
x30
x5
x800
x1960
x600
x350
x2000
x40
x35
x26
x960
x740
x2400
x100
x16
x1800
x9
x1200
x1800
x1100
x28
x20
x15
x102
x11
x1000
x15
x122
x1900
x203
x2130
x1300
x331
x2500
x3
x8100
x363
x89
x98
x3
x73
x150
x3071
x126
x302