ดู: 709|ตอบกลับ: 21

{ นอกเมืองฉางอัน - หุบเขาอู่ไถ } ถ้ำโบราณไร้นาม

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2017-10-28 18:47:05 |โหมดอ่าน

{ นอกเมืองฉางอัน - ถ้ำโบราณไร้นาม }

ถ้ำที่ไม่มีอะไรพิเศษนอกจากซากของประตูโบราณ ถูกซ่อนไว้ภายในหุบเขาอู่ไถ
เป็นถ้ำที่มักถูกมองข้ามเพราะมีลักษณะเหมือนกับถ้ำตามธรรมชาติอื่นๆ


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 2

ดูบันทึกคะแนน

24

กระทู้

140

โพสต์

1หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
385
เงินตำลึง
40970
ชื่อเสียง
6909
ความหิว
103

ใบรับรองภาษาฮั่น

ซูซาคุ
เลเวล 1
โพสต์ 2017-10-28 20:50:17 | ดูโพสต์ทั้งหมด
บทที่22:การฝึกฝนลมปราณครั้งแรก อันแสนลุ่มๆดอนๆ(การฝึกลมปราณวันที่1)

หลังจากที่เดินตามชายคนนั้นมานานพอสมควร ดูเหมือนว่าสถานที่ ที่ชายคนนั้น
บอกว่าเป็นสถานที่ สงบๆคุยกัน นี้เล่นเดินนำมาถึงถ้ำในหุบเขาเลยทีเดียว

อากิโกะมองทั้งสองคนที่เดินเข้าไปในถ้ำ แล้วแต่ เธอยังไม่เดินเข้าไปเธอหยุดยืนอยู่นอกถ้ำแล้วพูดกับซูซาคุในอ้อมแขนของเธอว่า

"ซูซาคุ..ข้าคิดว่าข้ากับสหายเฉียงหรงอาจจะต้องฝึกในถ้ำและนอนในถ้ำนี้เป็นเวลา4วันแน่นอน เพราะฉะนั้น เจ้าไปหากินแถวๆนี้รอข้าก่อนนะ เดียวข้ากลับมาข้าจะเรียกเจ้าอีกที" อากิโกะพูดไปขณะค่อยๆปล่อยเจ้าไก่ฟ้าของเธอลงกับพื้นทันที แล้วก้มมองมันเล็กน้อย

"กระต๊าก!" เจ้าไก่ฟ้าร้องและพยักหน้าเหมือนตอบรับ รับทราบ ก่อนที่มันจะบินต่ำเพื่อไปหาอะไรกินๆแถวๆนั้น ตามคำสั่งของเจ้านายของมันในทันที

"เอาละ เท่านี้ไม่ต้องกังวนแล้วละนะ" หลังจากพูดจบอากิโกะก็ยิ้มอย่างโล่งอกแล้วเดินเข้าไปในถ้ำในทันที

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ภายในถ้ำของหุบเขาอู่ไถ

หลังจากเดินเข้ามาแล้ว ดูเหมือนว่าเธอจะเห็นเฉียงหลงสหายของเธอกำลังนั่งคุกเข่าอยู่

"เจ้าไปไหนมางั้นรึ แม่นางถึงมาช้าเพียงนี้" ชายคนนั้นถามเพราะเห็นว่าอากิโกะมาช้า

"ต้องขออภัยที่มาช้าคะ..ข้าไปปล่อยให้สัตว์เลี้ยงของข้าให้ไปหากินแถวนั้นก่อนค่อยเข้ามา" อากิโกะพูดจบจึงเดินไปข้างๆเฉียงหรง แต่นั่งไม่ห่างกันสักเท่าไรแล้วทำการนั่งคุกเข่าเช่นกัน เพือรอฟังคำสอนจากชายคนนั้น

"มิเป็นไร เรื่องของเจ้า จัดการไปเรียบร้อยแล้ว เอาละ พวกเจ้านั่งคุกเข่าพร้อมแล้วสินะ ข้าจะได้เข้าเรื่องเลย" ชายคนนั้นพูดสลับกับมองพวกเธอทั้งคู่

"เจ้าคะ..เชิญท่านพูดเลยคะ" อากิโกะพูดไปขณะนั่งคุกเข่าอยู่แบบนั้น

“ในเส้นทางนี้เมื่อก้าวเท้าแล้ว ยากจะถอยหลังกลับเพราะบุญคุณความแค้นจะคงอยู่ตลอดไป ทุกย่างเท้าของเจ้าล้วนเต็มไปด้วยอันตราย การฝึกฝนกำลังภายในเพื่อเอาชีวิตรอดในยุทธภพนั้นยากลำบากยิ่งกว่าฝึกพลังกาย แต่ทั้งสองควรไปอย่างสัมพันธ์กัน กำลังภายในเป็นหลัก และ กำลังกายเป็นรอง”
“เอาล่ะ พวกเจ้าดูมีพื้นฐานกำลังภายในที่ดี ข้าจะสอนการเดินลมปราณขั้นพื้นฐานก่อน แต่ว่าการเรียนลมปราณขั้นพื้นฐานนั้นถ้าเกิดพวกเจ้าเจอยอดฝีมือที่ใช้กำลังภายในที่เฉพาะเจาะทางหรือกำลังภายในอื่นๆ ก็ยากจะปะทะ เนื่องจากลมปราณกำหนดลมหายใจนี้เป็นเพียงพื้นฐานผู้ฝึกยุทธ์เท่านั้นเพื่อเปิดทางสู่วิชาตัวตัวเบา แต่ไม่ใช่ลมปราณที่เหมาะแก่ต่อสู้เท่าที่ควรหากต้องพบเจอยอดฝีมือ”
“ก่อนอื่นฟังให้เข้าหู และเก็บไว้จำให้ดี เและทำตาม”

“นั่งสมาธิสงบจิตใจเสียก่อน หายใจตามปรกติ 2 นาที ถ้าเหนื่อยมาจากงาน หรือเพิ่งเดินทางมาถึง เมื่อเริ่มรู้สึกสบายก็แสดงว่าพร้อมจะฝึกต่อไปแล้ว…. จากนั้นให้วางฝ่ามือหงายขึ้นทั้งสองบนหน้าเข่าซ้ายและขวา”
“หายใจเข้าสี่ หายใจออกหนึ่ง คือ หายใจเข้าติดต่อกันให้ครบสี่ครั้งโดยไม่ออก ทำแบบนี้วนไป 100 รอบ”
“ทำใจให้สงบแล้วค่อยๆหลับลง หุบปากแล้วใช้ปลายลิ้นคํ้า แตะเบาๆ ที่เพดาน”

  • “รวมจิตเป็นหนึ่ง แล้วจึงหายใจเข้าค่อยๆ ลึกขึ้น จากนั้นถอนหายใจลึกเข้าจนสุดแรง จากลมหายใจหยาบให้ค่อยๆ ปรับให้ละเอียดมากขึ้น จากการหายใจตื้นก็ให้ค่อยๆ ลึกขึ้น จากการหายใจสั้นก็ค่อยๆ ยาวขึ้น เพิ่มขึ้นตามลำดับอย่างช้าๆ"
    “จากนั้นให้นำลมหายใจที่เข้ามาในร่าง ค่อยๆ กดให้ต่ำลงไปจนกว่าจะเลยสะดือลงไป 3 นิ้วเป็นตำแหน่งที่ตั้งของจุดตันเถียน”

    “จำไว้ การนำล่องลมหายใจให้ต่ำนี้ ห้ามเจตนากดหรือใช้แรงบีบเกร็งกล้ามเนื้อให้ดันลมหายใจตำลงไป แต่พึงใช้จิตสำนึก ความรู้สึกของจิตใจไปจับที่กองลม จึงสมมุติว่าเห็นกองลมที่หายใจเข้านั้นเป็นกลุ่มลมสีขาวกำลังถูกนำผ่านรูจมูก ผ่านหลอดลม ผ่านปอดแล้วผ่านช่องท้องและลงตํ่าจนถึงท้องน้อย ซึ่งเป็นที่ตั้งจุดตันเถียน เมื่อลมหายใจถึงจุดตันเถียน แล้วก็ค่อยๆ ปล่อยลมหายใจออก ช่วงที่ลมหายใจเข้าและออก จะต้องฝึกให้ใช้ระยะเวลายาวเท่าๆ กัน จิตใจก็จะค่อยๆ สงบลงมา”


“ข้อสำคัญ หากยังมีเสียงอยู่แสดงว่าผิด ต้องเริ่มฝึกใหม่ตั้งแต่ศูนย์ นั่นคือ หายใจไม่มีเสียง ไม่ใจร้อนรีบเร่ง การหายใจเป็นไปอย่างมั่นคง เชื่องช้า ต่อเนื่องไม่ขาดช่วง ละเอียดนิ่มนวล ลึก ยาว และต้องหายใจแล้วไม่รู้สึกลำบากและเหนื่อย ประสาทผ่อนคลายความตึงเครียด จิตใจสงบว่างเปล่า จึงเป็นการถูกต้อง”

“เมื่อฝึกลมหายใจผ่านไประยะเวลาหนึ่งจะรู้สึกว่าลมหายใจเข้านั้น มีกระแสลมพัดจากเบื้องบนลงสู่เบื้องล่างจนถึงจุดตันเถียน  เหตุที่รู้สึกว่ามีกระแสลมนั้นก็เพราะว่าเวลาถอนหายใจเข้านั้น กล้ามเนื้อซี่โครงจะหดตัวดึงกระดูกซี่โครงให้ยกขึ้นและบานออก ทรวงอกจะพอกโตขึ้นช้าๆ ท้องน้อยก็จะค่อยๆ หดเข้า ช่วงนี้ปอดก็จะขยายพองตัวออกดูดอากาศดีเข้าเต็มที่”

“หลังจากฝึกไปได้ระยะเวลา พวกเจ้าจะรู้สึกว่าบริเวณจัดตันเถียนร้อนผ่าว ราวกับมีลมอุ่นหมุนเวียนในท้องน้อย นั่นคือลมปราณนั่นเอง”

“กำหนดจิต ขับเคลื่อนลมปราณอย่างค่อยๆ ให้หมุนเวียนทะลวงจุดชีพจรทั้งร่างกาย จำเอาไว้การเปิดจุดเจ้าต้องเปิดจากบนลงล่างและค่อยเป็นค่อยไป ขับเคลื่อนทะลวงอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่เช่นนั้นหากผิดพลาดอวัยวะเจ้าอาจตาย สมองเสื่อม สมองแตก หรือเป็นหมันไปตลอดกาล ในขั้นตอนนี้ธาตุไฟจะเข้าแทรกง่าย พวกเจ้าต้องใช้จิตขับเคลื่อนลมปราณ ห้ามเร่งห้ามรุนแรง”

“โคจรลมปราณจากบนลงล่าง จากซ้ายไปขวา เวียนบรรจบมาที่จุดตันเถียน และ วนช้ำย้อนกลับ ทำเช่นนี้ไป 100 รอบ”

“เอาล่ะก่อนอื่นพวกเจ้าก็เริ่มฝึกได้ และจำไว้หาดติดขัดพวกเจ้าต้องเริ่มใหม่ตั้งแต่ศูนย์มิเช่นนั้นหากดึงดันไปต่อพวกเจ้าจะธาตุไฟเข้าแทรก”

"เข้าใจแล้วคะ" อากิโกะที่คุกเข่าฟังอยู่ก็คำนับรับทราบ ข้างๆเฉียงหรงก่อนที่จะเดินไปหามุมฝึกในทันที
"เอาละ ต้องเริ่มจากสมาธิสินะ" อากิโกะค่อยนั่งลงทำสมาธิตามที่ชายคนนั้นบอก เริ่มแรกเธอ ก็ทำเหมือนกับตอนที่เธอฝึกเองโดยการทำสมาธิสงบใจเป็นเวลา2นาที ตามที่ชายคนนั้นบอก และหลังจากนั่งมาสักพั

'อื้ม..ร่างกายเบาสบายมากเลย..แบบนี้คงสบายๆเอาละเริ่มฝึกต่อตามที่ท่านจอมยุทธ์นั้นบอกดีกว่า' หลังจากทีอากิโกะคิดในใจจนจบเธอก็
ทำการวางฝ่ามือหงาย ขึ้นแล้ววางบนเหน้าข่าทั้งสองข้างซ้ายและขวา

"เอาละต่อไป คือหายใจเข้า4 หายใจออก1" ในระหว่างที่อากิโกะพูดในใจจนจบเธอก็เริ่มทำการหายใจเข้าทันที แต่ทว่า

"อึ๊ก!?" อากิโกะที่สูดหายใจแรกเข้าไปครั้งแรกนั้น เธอเริ่มสัมผัสได้ว่ามีอะไรบางอย่างมวนในท้องของเธอจนเธอ
หลุดจากการทำสมาธิแล้วนั่งกุมท้องตัวเอง พร้อมทำหน้าปวดอย่างหนัก

"อึ๊ก อั๊ก! ปวดท้องหนักมากคะ" อากิโกะพูดขึ้นขณะพยามๆลุกขึ้นขณะกดท้องตัวเอง

ชายคนนั้นที่มองเฉียงหรงฝึกอยู่นั้นเมื่อเห็นอากิโกะลุกขึ้น ก็พูดขึ้นราวกับรู้สิ่งที่อากิโกะเจอในการฝึกจึงพูดว่า

"โอะโอ..ข้าลืมบอกไปการเดินลมปราณ ครั้งแรกพวกเจ้าอาจจะต้องเจอภาวะปวดท้องขั้นรุนจนต้องไปถ่ายหนักเพราะลมปราณไม่ยอมขับเคลื่อนไปทั่วร่าง
เพียงแต่ลมปราณ ไปกระจุกอยู่ที่บริเวณทวานหนัก บางส่วนก็ไปกระจุกอยู่ที่ลำไส้ เลยทำให้ลำไส้ปั่นป่วนจนต้องวิ่งไปขับถ่ายละนะ"

"ว่าไงนะ เจ้าคะ!?" อากิโกะทำหน้าตกใจขณะฟังที่ชายคนนั้นอธิบายอาการ ของการเดินลมปราณครั้งแรกสลับกับไปมองเฉียงหรง ที่ดูเหมือนจะแอบสะดุ้ง
ตอนชายคนนั้นอธิบาย แต่ดูเหมือน ก่อนที่เธอจะห่วงสหายร่วมฝึกของเธอ อากิโกะก็กุมท้องตัวเองแน่นมาก เพราะอาการอยากขับถ่าย มันรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

"เฉียงหรง..ข้าไม่รู้ว่าเจ้าทนได้นานแค่ไหนแต่ข้าทนไม่ไหวแล้ว.." อากิโกะกัดฟันกรอดแล้ว เดินกุมท้องตัวเองรีบเดินออกจากถ้ำไปในทันที เพื่อไปหาที่ขับถ่าย ของเสียที่เกิดจากการเดินลมปราณครั้งแรกในทันที --------------------
10-20นาทีต่อมา

หลังจากที่อากิโกะ ไปถ่ายหนักมาแล้วเธอก็มีอาการเหนื่อยอ่อนเล็กน้อย แล้วเดินไปนั่งพิงผนังถ้ำเพื่อพักสักพัก

ฝึกครั้งแรกก็เจออาการถ่ายหนักเล่นงานเลยเหรอนั้น ดูเหมือนว่าเส้นทางการฝึกจะ ไม่ง่ายซะแล้ว

หลังจากที่เธอพักจนพอใจแล้ว อากิโกะ ก็เริ่มฝึกใหม่ตั้งแต่เริ่มทันที แต่พอฝึกอีกรอบดูเหมือนว่า

จะเจออาการติดๆขัดๆ ในการฝึก จนกระทั้งไปถึงขั้นตอนการฝึกด้วยลมหายใจเธอก็ เกิดอาการแบบเดิมอีก
แล้วต้องออกไปถ่ายอีก3-4รอบ จนเจ้าตัวฝึกต่อไม่ไหว

“เอาเป็นว่า เจ้าพอแค่นี้ก่อนแล้วกัน ไปพักเถอะ ขืนฝึกต่อ ธาติไฟได้เข้าแทรกเจ้าแน่”

“ร..รับทราบคะ..” หลังจากได้รับคำแนะนำปนคำสั่งอากิโกะ ก็เดินไปที่มุมๆหนึงของถ้ำแล้วถอดกระเป๋าสัมภาระมาหนุนแทนหมอน แล้วหลับตาลงนอนหลับไปทันที เพื่อพักผ่อน และทิ้งให้เฉียงหรงฝึกคนเดียวต่อไป


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 ชื่อเสียง +20 ความหิว -22 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 20 -22 + 2

ดูบันทึกคะแนน

ผิดไปข้อ1
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กลยุทธ์ซุนปิน
ง้าวมรกต
ม้าวายุทมิฬ
มีดบิน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x12
x7
x30
x4
x5
x3
x18
x19
x1
x4
x29
x30
x3
x5
x3
x30
x21
x79
x124
x109
x11
x46
x4
x86
x2
x2
x2
x14
x15
x1
โพสต์ 2017-10-28 23:29:08 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Qiangrong เมื่อ 2017-10-29 19:20

สือ เฉียงหรง

[ บทที่ 3 : สู่เส้นทางแห่งจอมยุทธ (2) ]


          หลังจากที่เฉียงหรงจ้างให้ทางโรงเตี๊ยมช่วยดูแลม้าของเธอแทนค่าที่พักอีกสองคืนที่เหลือเป็นเวลาสามถึงสี่วันก่อนที่จะรีบยกเต้าหู้ทอดและชาที่สั่งมาตามอีกสองคนที่นำหน้าไปแล้วด้วยความเร่งรีบ ดูเหมือนว่าม้าของอากิโกะเองเธอก็ฝากเถ้าแก่ดูแลให้เช่นเดียวกับเธอ แต่เธอดันหิ้วไก่ที่โผล่มาจากไหนไม่รู้ไปด้วย

          อาหารฉุกเฉินเรอะ…

          เริ่มเดินนานเข้า เธอชักเริ่มสงสัย… ไอ้สถานที่สงบๆ ที่เธอฟังตอนแรกนั้นเธอเข้าใจว่าอาจจะเป็นจวนของใครบางคน แต่พอเดินนานเข้าแล้วผ่านประตูเมืองไป เธอชักเริ่มตะหงิดใจ จนสุดท้ายแล้ว จุดหมายปลายทางของเธอก็อยู่ที่…

          ถ้ำ… ในภูเขาที่อยู่นอกเมืองไกลๆ เลย…

          “ตามข้ามาข้างในเลย”

          ชายคนนั้นบอกก่อนที่เธอจะเดินตามเข้าไปด้วยความแอบกังวลเล็กน้อยว่าเขาจะหลอกเธอมาปล้นหรือเปล่า เธอจึงแอบเตรียมพร้อมกำทวนไว้แน่น แต่พอเข้ามาแล้วจอมยุทธชุดขาวก็นั่งลงนิ่งสงบในถ้ำนั้น แล้วชี้ให้เธอมานั่งด้วย

          เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรแล้ว เธอจึงนัั่งลงตามที่จอมยุทธผู้นั้นสั่ง

          “แล้วสหายเจ้าล่ะ?”

          เขาถามเธอ เมื่อหันไปข้างๆ เธอก็พบกับความว่างเปล่า

          อ่าว…

          แต่ไม่นาน อากิโกะก็เดินเข้ามาในถ้ำพร้อมๆ กับจอมยุทธที่ถามขึ้นมา

          "เจ้าไปไหนมางั้นรึ แม่นางถึงมาช้าเพียงนี้"

          "ต้องขออภัยที่มาช้าคะ..ข้าไปปล่อยให้สัตว์เลี้ยงของข้าให้ไปหากินแถวนั้นก่อนค่อยเข้ามา"

          ดูเหมือนว่าเจ้าไก่ที่สหายใหม่ของเธอนำมาด้วยจะถูกปล่อยเอาไว้ข้างนอก

          "มิเป็นไร เรื่องของเจ้าก็จัดการไปเรียบร้อยแล้ว เอาละ พวกเจ้านั่งคุกเข่าพร้อมแล้วสินะ ข้าจะได้เข้าเรื่องเลย"

          "เจ้าคะ..เชิญท่านพูดเลยคะ"

          เฉียงหรงพยักหน้าตามคำของอากิโกะ พร้อมกันนั้น จอมยุทธผู้นั้นก็เริ่มเอ่ยปาก...

          “ในเส้นทางนี้เมื่อก้าวเท้าแล้ว ยากจะถอยหลังกลับเพราะบุญคุณความแค้นจะคงอยู่ตลอดไป ทุกย่างเท้าของเจ้าล้วนเต็มไปด้วยอันตราย การฝึกฝนกำลังภายในเพื่อเอาชีวิตรอดในยุทธภพนั้นยากลำบากยิ่งกว่าฝึกพลังกาย แต่ทั้งสองควรไปอย่างสัมพันธ์กัน กำลังภายในเป็นหลัก และ กำลังกายเป็นรอง”

          นั่นเป็นเรื่องที่เธอพอจะรู้มาบ้างคราวๆ แล้ว เป็นหลักการที่ใครๆ ก็พูดได้แต่กระทำจริงนั้นกลับยากเข็ญ เธอชำเลืองมองอากิโกะที่นั่งนิ่งตั้งใจฟังไม่ไหวติงแล้วเธอจึงพยักหน้าตอบจอมยุทธผู้นั้นว่าเธอได้รับทราบข้อมูลและพร้อมแล้วเช่นกัน

          “เอาล่ะ พวกเจ้าดูมีพื้นฐานกำลังภายในที่ดี ข้าจะสอนการเดินลมปราณขั้นพื้นฐานก่อน แต่ว่าการเรียนลมปราณขั้นพื้นฐานนั้นถ้าเกิดพวกเจ้าเจอยอดฝีมือที่ใช้กำลังภายในที่เฉพาะเจาะทางหรือกำลังภายในอื่นๆ ก็ยากจะปะทะ เนื่องจากลมปราณกำหนดลมหายใจนี้เป็นเพียงพื้นฐานผู้ฝึกยุทธ์เท่านั้นเพื่อเปิดทางสู่วิชาตัวตัวเบา แต่ไม่ใช่ลมปราณที่เหมาะแก่ต่อสู้เท่าที่ควรหากต้องพบเจอยอดฝีมือ”

          เธอพยักหน้ารับ แม้ว่าเธอจะไม่ค่อยเข้าใจที่เขาบอกก็ตาม แต่เธอก็พยักหน้ารับ คาดว่า ในอนาคตนั้นเธออาจสามารถจำได้ขึ้นใจไปโดยง่าย

          “ก่อนอื่นฟังให้เข้าหู และเก็บไว้จำให้ดี และทำตาม”

          จอมยุทธนั้นพูดอยู่นาน แม้จะเชื่องช้าและหยุดเป็นระยะให้พวกเธอได้ตามทันแต่เธอก็ยังรู้สึกได้ถึงข้อมูลอันมากล้น

          “เอาล่ะก่อนอื่นพวกเจ้าก็เริ่มฝึกได้ และจำไว้หาดติดขัดพวกเจ้าต้องเริ่มใหม่ตั้งแต่ศูนย์มิเช่นนั้นหากดึงดันไปต่อพวกเจ้าจะธาตุไฟเข้าแทรก”

          ““เข้าใจแล้ว/ค่ะ””

          หลังจากนั้น เขาก็สั่งให้พวกเธอที่นั่งคุกเข่าอยู่เปลี่ยนเป็นท่าขัดสมาธิ เฉียงหรงเริ่มทำการฝึกโดยทบทวนจากคำสอนอันยาวเหยียดของจอมยุทธ

          ‘นั่งสมาธิสงบจิตใจเสียก่อน หายใจตามปรกติ 2 นาที ถ้าเหนื่อยมาจากงาน หรือเพิ่งเดินทางมาถึง เมื่อเริ่มรู้สึกสบายก็แสดงว่าพร้อมจะฝึกต่อไปแล้ว…. จากนั้นให้วางฝ่ามือหงายขึ้นทั้งสองบนหน้าเข่าซ้ายและขวา’

          เฉียงหรงทำตาม เธอค่อยๆ หายใจตามปกติเข้าออกให้รับรู้ลมหายใจ ให้ร่างกายผ่อนคลายจากการฝึกหนักที่เพิ่งผ่านมาเมื่อไม่กี่ชั่วยามนี้ ต้องใช้เวลาเกือบครึ่งก้านธูปเลยทีเดียวกว่าเธอจะพร้อม ซึ่งนานกว่าสองนาทีที่ว่ามาพอสมควร

          จากนั้น เธอหายเหนื่อยและรู้สึกพร้อมแล้ว เธอก็หงายฝ่ามือขึ้นตามคำของจอมยุทธ เธอชำเลืองมองดูอากิโกะที่อยู่ในท่าเดียวกันกับเธอและสงบนิ่งยิ่งนัก

          ‘หายใจเข้าสี่ หายใจออกหนึ่ง คือ หายใจเข้าติดต่อกันให้ครบสี่ครั้งโดยไม่ออก ทำแบบนี้วนไป 100 รอบ’

          เข้าสี่…ต้องทำแบบนี่เปล่าหว่า?

          “ฮึก ฮึก ฮึก ฮึก”

          “ข้าบอกให้หายใจเข้าติดต่อกัน มิใช่หายใจเข้าเป็นจังหวะสี่ครั้ง”

          เธอโดนจอมยุทธชุดขาวบ่นใส่ในขณะที่เธอสูดลมหายใจเข้าไปติดต่อกันสี่ครั้งแทนที่จะหายใจยาวสี่จังหวะ

          “มันไม่เหมือนกันหรอ?”

          “ไม่เหมือนกัน ให้หายใจเข้าติดต่อกันโดยนับจังหวะหายใจปกติสี่ครั้ง ดูข้าให้ดีๆ”

          เฉียงหรงมองไปยังจอทยุทธที่หายใจยาวขึ้นปอด ก่อนที่จะหายใจออกในจังหวะที่สั้นกว่า เห็นดังนั้นแล้วเธอก็เข้าใจและทำตาม เมื่อเธอทำถูกต้องแล้ว จอมยุทธจึงพยักหน้าแล้วปล่อยให้พวกเธอทั้งสองหายใจเข้าออกเช่นนี้เป็นระยะเวลากว่าหนึ่งร้อยครั้ง

          “อึ๊ก!?”

          จู่ๆ ในตอนที่เธอกำลังจะเริ่มหายใจนั้น อากิโกะที่ดูจะเริ่มเร็วกว่าเธอได้มีอาการผิดปกติขึ้นจนร้องเสียงหลงออกมา

          “อึ๊ก อั๊ก! ปวดท้องหนักมากค่ะ!”

          "โอะโอ..ข้าลืมบอกไปการเดินลมปราณ ครั้งแรกพวกเจ้าอาจจะต้องเจอภาวะปวดท้องขั้นรุนจนต้องไปถ่ายหนักเพราะลมปราณไม่ยอมขับเคลื่อนไปทั่วร่าง เพียงแต่ลมปราณไปกระจุกอยู่ที่บริเวณทวานหนัก บางส่วนก็ไปกระจุกอยู่ที่ลำไส้ เลยทำให้ลำไส้ปั่นป่วนจนต้องวิ่งไปขับถ่ายละนะ"

          “ว่าไงนะเจ้าคะ!?”

          อากิโกะที่นั่งข้างกายเธอทำหน้าตกใจหันมามองหน้าข้ากับมองหน้าจอมยุทธสลับกัน มือของเธอที่เคยหงายบนตักทั้งสองข้างมิอาจนิ่งเฉยกลายมาเป็นกุมหน้าท้องของเธอด้วยความทรมานแทน

          ทำไมท่านไมบอกตั้งแต่ทีแรกละโว้ย!? นี่ข้าต้องเจออาการเดียวกันกับอากิโกะเลยเรอะ!?

          เธอตะโกนก้องในใจ เหงื่อกาฬของเธอนั้นเริ่มไหลพรากเมื่อนึกถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นกับตัวเองในอนาคตอันแสนใกล้นี้

          “เฉียงหรง… ข้าไม่รู้ว่าเจ้าทนได้นานแค่ไหน แต่ข้าทนไม่ไหวแล้ว...”

          ข้าขอโทษสหาย ข้ายังไม่ได้เริ่มเลย...

          อากิโกะพูดได้เพียงแค่นั้นเธอก็กุมหน้าท้องตัวเองด้วยสีหน้าทรมานออกจากถ้ำไป หญิงสาวรู้สึกมากจนเหงื่อกาฬทั้งหลายปริแตกออกมา สีหน้าของเธอเองก็เปลี่ยนจากสีขาวหิมะกลายเป็นสีซีดเผือดดั่งน้ำนมไปแล้ว…

          “ท่าน…”

          เฉียงหรงหันมาขอความเห็นจอมยุทธผู้นั้น

          “อย่าเสียสมาธิ”

          เมื่อได้ฟังดังนั้น เธอจึงได้แต่กลั้นน้ำตาเอาไว้ภายในจิตใจแล้วกำหนดลมหายใจดังคำที่สั่งสอน เข้ายาวสี่ครั้ง ออกหนึ่งครั้ง ในครั้งแรกนั้นเธอทำได้โดยไม่รู้สึกติดขัดใดๆ ก็รู้สึกเบาใจไปบ้าง แต่ในครั้งที่ห้านั้น เธอก็รู้สึกกระสั่นกระส่ายเฉียบพลัน…

          ม… มันมาแล้ว!?

          เฉียงหรงกัดฟันแน่นพยายามจะฝืนกำหนดลมหายใจต่อ แต่ก็ถูกจอมยุทธชุดขาวห้ามไว้ได้ทันแล้วไล่ให้เธอไปขับถ่ายด้านนอกเสีย

          “...”

          จอมยุทธนั้นไม่พูดพร่ำอะไรได้แต่มองเธทั้งสองคนหายลับไป



          ประมาณยี่สิบนาทีต่อมา อากิโกะก็กลับมาพักผ่อนภายในถ้ำด้วยความเหนื่อยอ่อน แล้วเริ่มดำเนินการฝึกต่อไป ในครั้งนี้เธอทำได้ดีกว่าเดิมและสามารถทำได้นานขึ้นแล้ว…

          แต่เมื่อเฉียงหรงถ่ายเสร็จกลับมา อากิโกะก็วิ่งออกจากถ้ำไปอีกรอบ…

          ภาพเช่นนี้ปรากฏขึ้นได้ประมาณสี่รอบ อากิโกะก็เหมือนมีสภาพดังเช่นซากศพเดินได้ก็มิปาน เรี่ยวแรงที่เคยมีอยู่หายไปไม่มีเหลือ ในขณะที่เฉียงหรงได้ฝึกความอดทนมาก่อนหน้านี้แล้วยังคงสามารถฝึกต่อไปได้อีกเล็กน้อย

          “เอาเป็นว่าเจ้าพอแค่นี้ก่อนแล้วกัน ขืนฝึกต่อ ธาตุไฟได้เข้าแทรกเจ้าแน่”

          “ร… รับทราบค่ะ...”

          จอมยุทธชุดขาวบอกกับอากิโกะเช่นนั้นแล้วเธอก็ใช้สัมภาระที่เธอแบกมาด้วยเป็นหมอนหนุนสลบเหมือดไปในทันทีที่ข้างผนังถ้ำในขณะที่เฉียงหรงยังคงฝึกต่อไปอยู่

          ซักแปปนึงก็ร่วงหมดแรงไปอีกรายโดยมีสภาพไม่ต่างกับหญิงสาวในชุดดำเลย...


แสดงความคิดเห็น

ฝึกการเดินลมปราณขั้นพื้นฐาน วันที่ 1/4  โพสต์ 2017-11-3 18:18

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 ชื่อเสียง +20 ความหิว -22 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 20 -22 + 2

ดูบันทึกคะแนน

ปั่นนนนน!!
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หมีศึก
ตัวเบาขั้นกลาง
กราดิอุสทมิฬ
กุหลาบสีทอง
คัมภีร์ละติน
ปราณชีพจรกุญแจทอง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x20
x4
x9
x4
x14
x4
x10
x3
x15
x10
x6
x219
x10
x4
x8
x5
x1
x1
x18
x175
x390
x12
x60
x1632
x5
x198
x309
x270
x63
x418
x540
x3
x500
x3
x3
x2000
x100
x15
x115
x100
x100
x100
x300
x8
x25
x2
x4
x2000
x43
x5
x22
x10
x10
x35
x25
x15
x40
x20
x22
x10
x102
x1127
x11
x4
x10
x76
x39
x101
x47
x220
x1
x1
x100
x1
x211
x50
x10
x84
x93
x49
x3
x66
x23
x15
x25
x5
x1
x30
x20
x100
x1
x25
x14
x244
x32
x16
x1
x1
x1
x1

24

กระทู้

140

โพสต์

1หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
385
เงินตำลึง
40970
ชื่อเสียง
6909
ความหิว
103

ใบรับรองภาษาฮั่น

ซูซาคุ
เลเวล 1
โพสต์ 2017-10-29 17:58:24 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย AKIKOMINAMOTO เมื่อ 2017-10-29 18:12

บทที่23:เริ่มคุ้นชินในการเดินลมปราณ(ฝึกลมปราณวันที่2)

หลังจากนอนสลบไม่ได้สติอยู่นานในที่สุดอากิโกะ ก็ได้สติและลุกขึ้นมาแน่นอน ว่าเธอเห็นจอมยุทธ์ ชุดขาวคนเดิมที่ฝึกพวกเธอเมื่อไว เขาดูเหมือนจะนั่งทำสมาธิอยู่
คงเป็นตั้งแต่เมื่อคืนตอนเธอกับเฉียงหรงสลบละมั่ง

"ตื่นแล้วงั้นรึ แม่นาง" จอมยุทธ์ชุดขาวถามอากิโกะขึ้นโดยยังหลับตาทำสมาธิอยู่

"ช..ใช้แล้วคะ..ได้นอนพักสักนิดก็ดูดีขึ้นมากเลยละคะ" อากิโกะตอบไป ขณะพยักหน้าให้จอมยุทธ์ชุดขาวที่นั่งสมาธิอยู่

"งั้นก็..ถ้าตื่นแล้วเจ้าทานอาหารอะไรให้เรียบร้อย เพราะวันนี้การฝึกวันที่2 พวกเจ้าจะได้ฝึกการจนถึงยามเย็น" จอมยุทธ์ชุดขาวอธิบายอากิโกะแล้วลืมตาขึ้นแล้วสทนากับหญิงสาวชุดดำ

"เข้าใจแล้วคะ" อากิโกะพยักหน้าแล้วหยิบกระเป๋าสัมภาระขึ้นมาเปิดออกแล้วหยิบขนมฮว่าเกาออกมา2ชิ้นและนมแพะชามหนึงออกมาแล้วเดินเอาไปให้
เฉียงหรง สหายของเธอที่นอนอยู่ แล้วพรางพูดขึ้นว่า

"เช้านี้พวกเรา คงต้องฝึกกันอีกนานนะเฉียงหรง ข้าเอาขนมฮว่าเกา2ชิ้นมาให้และนมแพะ1ชามวางไว้ ข้างๆ เจ้าแล้ว ถ้าหิวก็ลุกมากินซะละ"

หลังจากพูดจบอากิโกะ ก็กลับไปที่กระเป๋าตัวเองอีกคตรั้งแล้วไปหยิบขนมฮว่าเกาออกมา2ชิ้นและนมแพะอีก1ชาม เพื่อมาทานเป็นอาหารเช้า เงียบๆคนเดียวอยู่แบบนั้นเงียบๆและดื่มนมแพะในชามตามไปด้วยหลังทานขนม ฮว่าเกา

-----------------------------------------------
20นาทีต่อมา

หลังจากที่ทั้งอากิโกะและสหายของเธอ ทานอาหารเช้าเรียบร้อย แล้วทั้งคู่ก็เริ่มต้นการฝึกอีกรอบในทันที โดยการฝึกขั้นตอนแรกนั้นเธอได้ทำการทำสมาธิ
แบบเมื่อวาน แต่ในครั้งนี้ดูเหมือนอากิโกะ จะเริ่มจับเคล็ดในการฝึกได้แล้ว เลยทำให้เธอ ผ่านขั้นตอนการหายใจตามปกติ ในวันนี้ไปได้โดยง่าย

"โอะ..ไม่เลวนี้แม่นาง..ดูเหมือนเจ้าจะจับเคล็ดได้ในวันที่2แล้วสินะ" จอมยุทธ์ชุดขาวมองดูการฝึกของอากิโกะ แล้วพูดชมเชยเป็นการทดสอบดูว่า
หญิงสาวชุดดำตรงหน้าเขา เสียสมาธิในการฝึกรึเปล่า..แต่ผลปรากฏคือ

"......." อากิโกะก็ยังหายใจเข้าออก อยู่แบบนั้นจนครบ2นาที โดยไม่ไหวติงและได้เริ่มขั้นตอน ต่อไปก็คือการวางฝ่ามือหงายขึ้น บนเข่า ทั้งสองข้างซ้ายและขวาและทำการฝึกลม หายใจเข้าออก ตามที่จอมยุทธ์ชุดขาวสอนเมื่อวาน เธอหายใจยาวขึ้นปอด ก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมาสั้นกว่า

"ในตอนนี้ พวกเจ้าเองก็เริ่มฝึกได้โดยไม่มีอะไรติดขัด แสดงว่าการเดินลมปราณเริ่มดีขึ้น..ถึงข้าสัมผัสได้ว่าลมปราณในกายของพวกเจ้าทั้งสองยังไม่ไปทั่วร่างกายแต่ก็ไม่ได้กระจุกตัว อยู่ส่วนใดส่วนหนึงแบบเมื่อวาน" จอมยุทธ์ชุดขาวพูดด้วยความพอใจสักพักก่อนจะหันไปพูด อะไรบางอย่างกับเฉียงหรง ดูเหมือนว่า
จากที่ฟังผ่านๆน่าจะเป็นการสอนและแนะเคล็ดลับ บางอย่างให้เฉียงหรง แต่ก็แอบกวนการฝึกเธอไปด้วยละนะ

หลังจากนั้นอากิโกะ ก็ฝึกการหายใจ เข้าสี่ ออกหนึ่งอยู่แบบนั้น จนเวลาผ่านไปสองก้านธูป อากิโกะ ก็หายใจมาจนถึงรอบ100

"ดีมาก พวกเจ้าทั้งคู่เริ่มจักเคล็ดในขั้นตอนนี้ได้ แล้ว เอาละข้าจะให้เจ้าเริ่มขั้นต่อไปได้เลย" จอมยุทธ์ ชุดขาวคนนั้นพูดอย่างพอใจขณะ มองหญิงสาวทั้งสองสลับกันไป

"ทำใจให้สงบแล้วค่อยๆหลับตาลง หุบปากและใช้ปลายลิ้นแตะเบาๆที่เพดานในช่องปากนะ ไม่ใช้เพดานถ้ำ" จอมยุทธ์ชุดขาว ปล่อยมุขฝืดออกมา1มุข
จนอากิโกะเผลไหล่สั่นเพราะกำลัง กลั่นขำอยู่ จนจอมยุทธ์ชุดขาวเห็นอากิโกะ แบบนั้น จึงพูดขึ้นว่า

"แค่เจอข้าใช้วาจาหลอกล่อ เจ้าก็ติดกลับซะแล้วแม่นาง กลับไปฝึกขั้นตอนแรกใหม่" จอมยุทธ์ชุดขาวเมื่อ เห็นว่าสมาธิของอากิโกะยังไม่นิ่งพอ เลยไล่ให้อากิโกะ ไปฝึกตั้งแต่ ขั้นตอนแรกใหม่ทั้งหมด

"เฮ้อ..คะ" อากิโกะตอบด้วยความเซ็ง แล้วกลับไปฝึกเริ่มตั้งแต่0 เป็นขั้นตอนแรกใหม่ทั้งหมด จนกระทั้งเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว

-----------------------------------
ยามเย็น ใกล้พลบค่ำ

หลังจากที่โดนไล่ให้ไปเริ่มตั้งแต่0ใหม่ อากิโกะต้องทำสมาธิใหม่ หายใจเข้าสี่ ออกหนึ่งใหม่ กว่าจะเริ่มขั้นตอนต่อไป ก็กินเวลานานมาก นั้นเพราะสมาธิเธอ
ดันมาตกม้า ตอนมุขฝืดของจอมยุทธ์ชุดขาวคนนี้

"อื้ม..เจ้าช้ากว่าสหายของเจ้าไปนิดนะ แม่นาง เอาละ ทำตามขั้นตอนต่อไปได้แล้ว" จอมยุทธ์ชุดขาวบอกเธอ เพื่อให้เธอได้ฝึกตามสหายของเธอที่เร็ว กว่าเธอขึ้นมากว่าเมื่อวาน

อากิโกะ หลับตาลงหุบปากและใช้ปลาลิ้นที่เพดานปากของเธอดู แน่นอนขั้นตอนนี้ มันง่ายขึ้นมานิด

"เอาละ ขั้นตอนต่อไปก็คือ “รวมจิตเป็นหนึ่ง แล้วจึงหายใจเข้าค่อยๆ ลึกขึ้น จากนั้นถอนหายใจลึกเข้าจนสุดแรง จากลมหายใจหยาบให้ค่อยๆ ปรับให้ละเอียดมากขึ้น จากการหายใจตื้นก็ให้ค่อยๆ ลึกขึ้น จากการหายใจสั้นก็ค่อยๆ ยาวขึ้น เพิ่มขึ้นตามลำดับอย่างช้าๆ"

อากิโกะที่ฟังแบบนั้น ก็เริ่มทำตามที่จอมยุทธ์ชุดขาวบอกมาทันที หลังจากได้ลองทำดูแล้วเธอจะสัมผัสได้ว่าการหายใจของเธอเริ่มสบายขึ้น เหมือนกับการหายใจสูดเอาก้อนเมฆเข้าปอดยังไงอย่างงั้น

เมื่อเห็นว่าทั้งสอง ทำอย่างตั้งใจในขั้นตอนนี้แล้วตนจึงจะเริ่มอธิบายตอ

"จากน---" ก่อนที่จะพูดจนจบ ดูเหมือนว่าจอมยุทธ์ชุดขาวคนนั้น จะรับรู้อะไรบางอย่างจากนอกถ้ำเมื่อฟังเสียงดู แล้วดูเหมือนจะเป็นเสียงนกป่า ที่ดังมาก สงสัยถึงช่วงเวลาใกล้พลบค่ำ

"เอาละ การฝึกในวันนี้จบลงแล้ว ดูเหมือนพวกนกป่าเริ่มกลับรังกันแล้วแสดงว่าใกล้เวลา กลับรังของมันแล้ว ข้าว่าพวกเจ้าควรออกไปหาอะไรกินได้แล้วละนะ"

"แต่ว่า..พวกเรายังไม่ถึงครึ่งทางของกา--------"

โคลก! เสียงท้องของอากิโกะ ร้องขึ้นก็แน่นะสิ เธอยังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เที่ยงเลย ไม่แปลกที่ท้องเธอจะร้อง

"แม่นางสตรี ผมดำ ข้าก็บอกไปแล้วตั้งแต่ฝึกวันแรกแล้วว่า ทุกขั้นตอน ต้องค่อยเป็นค่อยไป ห้ามเร่งห้ามรุนแรง เข้าใจไม" จอมยุทธ์ ชุดขาวตอบด้วยเสียงจริงจังขณะมองอากิโกะ

"ข..เข้าใจแล้วคะ" อากิโกะพูดขณะก้มหน้าลงเล็กน้อย

"เอาละ การฝึกเดินลมปราณในวันที่2จบลงแล้ว พวกเจ้าสองคนออกไปหาอะไรกินกันได้แล้วละ" หลังจากพูดจบจอมยุทธ์ชุดขาว ก็เดินกลับไปนั่งสมาธิของตนตามเดิมในทันที

"เออ...เฉียงหรง..เจ้าหิวไม ข้าว่าพวกเราออกไปหาอะไรกินกันดีไม?" อากิโกะพุดไปขณะถามสหายร่วมฝึกของเธอไปด้วย

"......................"@Qiangrong





คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 ชื่อเสียง +20 ความหิว -18 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 20 -18 + 2

ดูบันทึกคะแนน

ผิดไปข้อ1
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กลยุทธ์ซุนปิน
ง้าวมรกต
ม้าวายุทมิฬ
มีดบิน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x12
x7
x30
x4
x5
x3
x18
x19
x1
x4
x29
x30
x3
x5
x3
x30
x21
x79
x124
x109
x11
x46
x4
x86
x2
x2
x2
x14
x15
x1
โพสต์ 2017-10-29 19:19:34 | ดูโพสต์ทั้งหมด
สือ เฉียงหรง

[ บทที่ 3 : สู่เส้นทางแห่งจอมยุทธ (3) ]


          โครก~

          เฉียงหรงค่อยๆ ตื่นขึ้นมาหลังจากที่ตนได้กลิ่นของกินอะไรบางอย่าง เปลือกตาของเธอค่อยเผยอขึ้นพร้อมๆ กับมือที่ยันตัวเธอเองลุกขึ้นมานั่ง และก็พบกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า

          ฮว่าเกาสองชิ้นกับนมแพะอีกชาม…

          "เช้านี้พวกเรา คงต้องฝึกกันอีกนานนะเฉียงหรง ข้าเอาขนมฮว่าเกา2ชิ้นมาให้และนมแพะ1ชามวางไว้ ข้างๆ เจ้าแล้ว ถ้าหิวก็ลุกมากินซะละ"

          เสียงของสตรีนางหนึ่งพูดขึ้นมาในขณะที่เธอกำลังลุกขึ้น ในคราแรกนั้นเฉียงหรงยังไม่สามารถปะติดปะต่อเรื่องราวได้ด้วยเหตุที่ว่าเธอเพิ่งตื่น แต่เมื่อลองทบทวนเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานแล้ว เธอก็เข้าใจกระจ่าง

          อ่า… อากิโกะนี่เอง

          “เจ้านี่น้ำใจงามซะจริงนะ”

          เธอพูดขึ้นโดยมีสตรีสีดำยักไหล่เบาๆ ก่อนที่จะเริ่มลงมือค่อยๆ กัดกินฮว่าเกาทั้งสองชิ้น

          ขนมฮว่าเกานั้นเป็นขนมที่จะมีให้กินเฉพาะในเทศกาลฉงหยางเท่านั้น ทำด้วยแป้ง โรยด้วยธัญพืช ข้างในมีผลไม้รสเปรี้ยวๆ หวานๆ อยู่ แม้ว่าในหมู่บ้านของเธอจะมีให้กินเช่นกัน แต่ก็มิได้อร่อยเท่าของที่ทำในเมืองใหญ่

          เมื่อกินได้สักระยะหนึ่งเธอก็ต้องซดเอานมแพะเป็นน้ำล้างคอไปด้วยเพราะแป้งนั้นมีความเหนียวและนุ่ม ติดคอได้โดยได้

          เธอค่อยๆ ทบทวนการฝึกฝนเมื่อวานที่ทำให้พวกเธอทั้งคู่ต้องทรมานกับอาการปวดท้องรุนแรง เธอสังเกตว่ายิ่งฝึกนานขึ้น อาการก็เริ่มเบาลงจนคล้ายกับจะหายไป ในวันนี้พวกเธออาจสามารถไปยังขั้นตอนต่อไปได้แล้ว

          “ข้ามอิ่มละ ปะอากิโกะ ฝึกต่อๆ”

          เมื่อทานเสร็จแล้ว เธอก็เร่งสะกิดให้อากิโกะรีบรับประทานเนื่องจากเธอนั้นกินอย่างสุภาพเรียบร้อยทำให้การกินนั้นช้าไปด้วย เมื่อทั้งคู่ทานเสร็จแล้วก็นั่งขัดสมาธิข้างกันฝึกต่อไป

          เป็นดังเช่นที่เธอคิด ในวันที่สองเมื่อเธอทั้งคู่ได้รับการพักผ่อนและอาหารอย่างเต็มที่แล้วนั้น สมาธิที่ใช้ในการควบคุมลมหายใจก็ดีขึ้นเป็นอย่างมาก การหายใจเข้าออกเริ่มเป็นไปด้วยความสงบมากขึ้น คล้ายกับการไหลเวียนของสายลมตามธรรมชาติ เข้าอย่างเป็นระบบ ออกอย่างเป็นระบบ มิมีสิ่งใดติดขัด

          "โอะ..ไม่เลวนี้แม่นาง..ดูเหมือนเจ้าจะจับเคล็ดได้ในวันที่สองแล้วสินะ"

          จอมยุทธชุดขาวพูดขึ้นมาเมื่อเห็นพวกเธอทั้งสองทำได้ดีขึ้น กระนั้น พวกเธอทั้งสองก็มิได้มีผู้ใดขยับเขยื้อนมีปฏิกิริยากับคำพูดนั้นแม้แต่น้อย เพียงแค่รับรู้และกำหนดลมหายใจต่อไปจนกระทั่งครั้งทั้งสองนาทีนั่นเอง

          เมื่อถึงขั้นตอนต่อไป ทั้งเฉียงหรงและอากิโกะก็เริ่มปรับเปลี่ยนไปเป็นการกำหนดลมหายใจเข้าสี่จังหวะ ออกหนึ่งจังหวะดังเช่นที่เคยฝึกไปเมื่อวาน เฉียงหรงรู้สึกได้ว่าในครานี้เธอสามารถหายใจได้สะดวกมากยิ่งขึ้นโดยไม่มีอะไรมาแทรกซ้อน

          "ในตอนนี้ พวกเจ้าเองก็เริ่มฝึกได้โดยไม่มีอะไรติดขัด แสดงว่าการเดินลมปราณเริ่มดีขึ้น… ถึงข้าสัมผัสได้ว่าลมปราณในกายของพวกเจ้าทั้งสองจะยังไม่ไหลเวียนไปทั่วร่างกายแต่ก็ไม่ได้กระจุกตัวอยู่ที่ส่วนใดส่วนหนึงแบบเมื่อวาน"

          จอมยุทธชุดขาวพูดขึ้นมา ก่อนที่เขาจะหันมาทางเฉียงหรง

          “การควบคุมลมปราณของเจ้านั้นนับว่าดีกว่าสหายหายของเจ้า แต่ข้าสัมผัสได้ว่ามีอะไรบางอย่างกำลังรบกวนลมปราณของเจ้าเล็กน้อย แม้จะมิมีอะไรน่าเป็นห่วงมากนัก แต่เจ้าต้องเดินลมปราณด้วยความระมัดระวัง ห้ามเสียสมาธิเป็นอันขาด”

          เฉียงหรงนั้นยังคงนั่งนิ่งและกำหนดลมหายใจเช่นเดิม คำของจอมยุทธผู้นี้แม้จะคล้ายคลึงกับการรบกวนสมาธิ แต่เธอก็สามารถรับรู้ได้โดยมิเสียสมาธิไปเสียก่อน จนกระทั่งหายใจได้ทั้งหนึ่งร้อยครั้งถ้วนแล้ว ก็เข้าสู่การฝึกขั้นต่อไป นับเป็นเวลาได้ประมาณสองก้านธูปพอดิบพอดีจากนาฬิกาทรายเธอเฉียงหรงเอามาตั้งไว้ตั้งแต่ต้น

          "ดีมาก พวกเจ้าทั้งคู่เริ่มจักเคล็ดในขั้นตอนนี้ได้ แล้ว เอาละข้าจะให้เจ้าเริ่มขั้นต่อไปได้เลย"

          เข้าเว้นจังหวะครู่หนึ่ง

          "ทำใจให้สงบแล้วค่อยๆหลับตาลง หุบปากและใช้ปลายลิ้นแตะเบาๆ ที่เพดานในช่องปาก ไม่ใช่ไปแตะที่เพดานถ้ำนะ"

          เฉียงหรงรับทราบและกระทำตามโดยใช้ลิ้นของตนแตะเบาๆ ที่เยื่อบุผนังด้านบนเพดานปากของตน กระนั้น จู่ๆ อากิโกะที่อยู่นั่งข้างเธอกลับมีอาการสั่นจากอะไรบางอย่าง

          "แค่เจอข้าใช้วาจาหลอกล่อ เจ้าก็ติดกับซะแล้วแม่นาง กลับไปฝึกขั้นตอนแรกใหม่"

          ดูเหมือนเมื่อสักครู่นี้เขาจะเล่นมุขอะไรบางอย่าง เฉียงหรงที่มีสมาธิกำลังจดจ่ออยู่นั้นมิทันได้ประมวลผลคำพูดนั้นจึงมิได้เข้าใจว่ามันเป็นมุขตลกหรืออะไร อากิโกะที่ถูกสั่งให้ไปฝึกฝนใหม่นั้นได้แต่ตอบไปกลับไปด้วยความหนักใจ

          "เฮ้อ..คะ"

          หลังจากนั้นจอมยุทธก็ได้สั่งให้เฉียงหรงไปเริ่มต้นใหม่ด้วยแล้วใช้วาจาต่างๆ ยุยงให้ทั้งเธอและอากิโกะเสียสมาธิ ในหลายๆ ครั้งนั้น มุขตลกของจอมยุทธชุดขาวก็มิได้ฝืดเสียตลอดไป สามารถส่งให้ทั้งเธอและอากิโกะล้มลงไปนอนหัวเราะอยู่บนพื้นได้ ซึ่งก็จบด้วยการถูกปลายกระบี่เคาะหัวทั้งคู่

          เป็นแบบนี้วนซ้ำไปจนกระทั่งเย็น ผู้ฝึกยุทธทั้งสองก็มิได้เสียสมาธิโดยง่ายอีกต่อไปแม้ว่าจอมยุทธชุดขาวจะยุยงเพียงใดก็ตาม เขาเห็นดังนั้นแล้วจึงลอบยิ้มแล้วดำเนินขั้นต่อไปทันที

          "อื้ม..เจ้าช้ากว่าสหายของเจ้าไปนิดนะแม่นาง เอาล่ะ ทำตามขั้นตอนต่อไปได้แล้ว"

          เขาพูด

          "ขั้นตอนต่อไปก็คือ รวมจิตเป็นหนึ่ง แล้วจึงหายใจเข้าค่อยๆ ลึกขึ้น จากนั้นถอนหายใจลึกเข้าจนสุดแรง จากลมหายใจหยาบให้ค่อยๆ ปรับให้ละเอียดมากขึ้น จากการหายใจตื้นก็ให้ค่อยๆ ลึกขึ้น จากการหายใจสั้นก็ค่อยๆ ยาวขึ้น เพิ่มขึ้นตามลำดับอย่างช้าๆ"

          จอมยุทธชุดขาวได้เว้นระยะครู่หนึ่งเพื่อให้พวกเธอได้ทำตาม เฉียงหรงนั้นได้สูดเอาสายลมเข้าไปในปอดเฮือกใหญ่ แล้วหายใจออกจนสุดแรง จากนั้นเธอก็ค่อยๆ ปรับการหายใจของเธอให้แผ่วเบาแต่นุ่มลึกยิ่งขึ้น ในมโนภาพของเธอนั้นเธอเสมือนเห็นตัวเองกำลังลอยเคว้งอยู๋ในห้วงสีดำ ร่างกายเสมือนแกว่งไปมาแล้วค่อยๆ นิ่งขึ้นที่ละขั้น

          "จากนั—"

          พรึ่บๆๆ!

          เสียงกระพือปีกจำนวนมากดังลอดออกมาจากภายนอกถ้ำจนจอมยุทธชุดขาวต้องหันกลับไปมอง ในช่วงเวลานี้ดูเหมือนว่าเหล่านกต่างๆ ก็ได้บินกลับเข้ารังแล้ว เมื่อรับทราบดังนั้น เขาจึงหันมากำชับทั้งสองคนต่อ

          "เอาละ การฝึกในวันนี้จบลงแล้ว ดูเหมือนพวกนกป่าเริ่มกลับรังกันแล้วแสดงว่าใกล้เวลา กลับรังของมันแล้ว ข้าว่าพวกเจ้าควรออกไปหาอะไรกินได้แล้วละนะ"

          "แต่ว่า..พวกเรายังไม่ถึงครึ่งทางของกา—"

          “แม่นางสตรีผมดำ ข้าก็บอกไปแล้วตั้งแต่ฝึกวันแรกแล้วว่า ทุกขั้นตอน ต้องค่อยเป็นค่อยไป ห้ามเร่งห้ามรุนแรง เข้าใจไม"

          อากิโกะที่ทำท่าจะขัดนั้นถูกขัดเสียเอง

          "ข..เข้าใจแล้วคะ"

          “เอาน่าสหาย ท่านจอมยุทธไม่หนีไปไหนหรอก”

          เธอตบไหล่ให้กำลังใจอากิโกะ สิ่งที่จอทยุทธพูดมานั้นก็เป็นความจริง พวกเธอเองก็เริ่มเหนื่อยล้าจากการกำหนดลมหายใจจนชำนาญมาทั้งวันแล้ว ดังนั้นจงสมควรแก่เวลาที่จะพักได้แล้ว

          "เอาละ การฝึกเดินลมปราณในวันที่สองจบลงแล้ว พวกเจ้าสองคนออกไปหาอะไรกินกันได้แล้วละ"

          เขาทำมือสะบัดไปมาเชิงไล่

          "เออ...เฉียงหรง..เจ้าหิวไหม? ข้าว่าพวกเราออกไปหาอะไรกินกันดีไหม?"

          “ข้าว่าก็ดีนะ ไปที่โรงเตี๊ยมแล้วรีบกลับมาเถอะ”

          เธอว่าพร้อมกับลุกขึ้นเปิดน้ำเต้าสุราของเธอจิบเล็กน้อยแล้วเดินหน้านำอากิโกะออกจากถ้ำทันที



แสดงความคิดเห็น

ฝึกการเดินลมปราณขั้นพื้นฐาน วันที่ 2/4  โพสต์ 2017-11-3 18:18

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 ความหิว -18 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 -18 + 2

ดูบันทึกคะแนน

ปั่นนนนน!!
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หมีศึก
ตัวเบาขั้นกลาง
กราดิอุสทมิฬ
กุหลาบสีทอง
คัมภีร์ละติน
ปราณชีพจรกุญแจทอง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x20
x4
x9
x4
x14
x4
x10
x3
x15
x10
x6
x219
x10
x4
x8
x5
x1
x1
x18
x175
x390
x12
x60
x1632
x5
x198
x309
x270
x63
x418
x540
x3
x500
x3
x3
x2000
x100
x15
x115
x100
x100
x100
x300
x8
x25
x2
x4
x2000
x43
x5
x22
x10
x10
x35
x25
x15
x40
x20
x22
x10
x102
x1127
x11
x4
x10
x76
x39
x101
x47
x220
x1
x1
x100
x1
x211
x50
x10
x84
x93
x49
x3
x66
x23
x15
x25
x5
x1
x30
x20
x100
x1
x25
x14
x244
x32
x16
x1
x1
x1
x1

24

กระทู้

140

โพสต์

1หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
385
เงินตำลึง
40970
ชื่อเสียง
6909
ความหิว
103

ใบรับรองภาษาฮั่น

ซูซาคุ
เลเวล 1
โพสต์ 2017-10-30 18:58:13 | ดูโพสต์ทั้งหมด
บทที่27:ลมปราณเริ่มเดินเข้าที่(ฝึกลมปราณวันที3)

หลังจากที่ราตรีที่ยาวนานผ่านไปในที่สุดเช้าวันใหม่ของการฝึกเดินลมปราณก็มาถึง หลังจากที่ได้พักผ่อนเต็มที่แล้วอากิโกะค่อยๆลุกขึ้นนั่งพร้อมลุกขึ้นบิดตัวเองเล็กน้อย
จนกระทั้งเจ้าตัวหันไปเจอกับจอมยุทธ์ ชุดขาวที่นั่งmkoอาหารเช้าอยู่

"ว่าไงแม่นางสตรีผมดำตื่นแล้วงั้นรึ" จอมยุทธ์คนนั้นพูดไปขณะนั่งทานเต้าหู้ผัดเผ็ดอยู่

"แน่นอนคะ..วันนี้ฝึกวันที่3พวกข้าต้องเตรียมตัวเสมอ เพราะทานเองยังสอนพวกข้าค้างไว้อยู่" อากิโกะพูดไปขณะสบตามองจอมยุทธ์ชุดขาวคนนั้นเล็กน้อย
ก่อนที่เธอจะเดินไปที่กระเป๋าสัมภาระ ของเธอแล้วไปหยิบขนมฮว่าเกาออกมาสองชิ้นและนมแพะ1ชามเอา ไปวางให้เฉียงหรงที่ดูเริ่มตื่นแล้ว

"ขอโทษทีนะ สหายเฉียงหรง เช้านี้ก็ทนกินเจ้านี้ไปก่อนละ เพราะวันนี้คงต้องฝึกอีกยาวเช่นเคย" หลังจากอากิโกะพุดจบ เธอก็เดินกลับไปที่กระเป๋าสัมภาระของเธอ
แล้วหยิบขนมฮว่าเกา2ชิ้นและนมแพะอีก1ชามออกมา กินแบบเมื่อวานเงียบๆคนเดียว

"พวกเจ้าค่อยๆกินไปละ ไม่ต้องรีบ เพราะยังไงวันนี้ข้าก็จะฝึกให้พวกเจ้าจนถึงเวลาเย็น ยามพวกนกป่ากลับรังก็ถือว่าเป็นเวลาที่สิ้นสุดการฝึก" จอมยุทธ์ชุดขาวมองพวกอากิโกะและพูดไปด้วยเล็กน้อย ก่อนที่จะก้มไปกินเต้าหู้ผัดเผ็ดในจานต่อไป เงียบๆ

-----------------------------------------------------------------------------
20นาทีต่อมา

หลังจากอากิโกะและสหายของเธอเฉียงหรง ทานอาหารเช้าจนเรียบร้อยแล้ว ทั้งคู่นั่งอยู่ในท่าทำสมาธิเรียบร้อย เพื่อฟังจอมยุทธ์ชุดขาวชี้แนะขั้นต่อไป หลังจากที่พวกเธอผ่านขั้นตอนการทำสมาธิและการปรับลมหายใจ จนเรียบร้อยและทั้งคู่ยังหลับตาอยู่ในท่าทำสมาธิ

"เอาละ..ต่อไปข้าจะพูดขั้นต่อไปที่ ข้าพูดค้างไว้เมื่อวาน เอาละพวกเจ้าฟังให้ดีนะ" จอมยุทธชุดขาวพูดขึ้นขณะมองทั้งสองสาว เมื่อเห็นว่าพวกนางทำสมาธิดีแล้ว
จอมยุทธ์ ก็เริ่มพูดต่อ

"จากนั้น นำลมหายใจที่เข้ามาในร่าง ค่อยๆกดให้ต่ำลงไปจนกว่าจะเลยสะดือลงไปซํก3นิ้ว เป็นตำแหน่งที่ตั้งของจุดตันเถียน

หลังจากจอมยุทธ์คนนั้นพูดจบ อากิโกะสูดลมหายใจเข้ามาในร่างจนเต็มปอดและหายใจออกสุดแรง ก่อนจะค่อยๆปรับลมหายใจในร่างให้แผ่วเบาและนุ่มลึกขึ้น ก่อนจะเริ่มขั้นตอนที่จอมยุทธ์คนนั้นบอกเธอ ค่อยๆกดลมหายใจให้ต่ำลงตามที่จอมยุทธืคนนั้นอธิบายไป

เมื่อเห็นว่าทั้งสองทำได้ดีแล้ว จอมยุทธ์ชุดขาวจึงเริ่มอธิบายลำดับต่อไป

“จำไว้ การนำล่องลมหายใจให้ต่ำนี้ ห้ามเจตนากดหรือใช้แรงบีบเกร็งกล้ามเนื้อให้ดันลมหายใจตำลงไป แต่พึงใช้จิตสำนึก ความรู้สึกของจิตใจไปจับที่กองลม จึงสมมุติว่าเห็นกองลมที่หายใจเข้านั้นเป็นกลุ่มลมสีขาวกำลังถูกนำผ่านรูจมูก ผ่านหลอดลม ผ่านปอดแล้วผ่านช่องท้องและลงตํ่าจนถึงท้องน้อย ซึ่งเป็นที่ตั้งจุดตันเถียน เมื่อลมหายใจถึงจุดตันเถียน แล้วก็ค่อยๆ ปล่อยลมหายใจออก ช่วงที่ลมหายใจเข้าและออก จะต้องฝึกให้ใช้ระยะเวลายาวเท่าๆ กัน จิตใจก็จะค่อยๆ สงบลงมา”

หลังจากที่จอมยุทธ์คนนั้นอธิบายจนจบ ในมโนสำนึกของอากิโกะก็ได้เห็นกลุ่มลมสีขาวกำลังถูกนำผ่านรูจมูก ผ่านหลอดลม ผ่านปอด ผ่านช่องท้องและเธอเห็นมันต่ำจนถึงท้องน้อย ในระหว่างที่สูดลมหายใจเข้าและออกตามที่จอมยุทธ์ ท่านนั้นอธิบายไป และพอถึงขั้นตอนปล่อยลมหายใจเท่านั้นละ

"หืม แม่นานสตรีผมดำ เจ้าเกือบดีแล้ว แต่เจ้าต้องกลับไปเริ่มใหม่ตั้งแต่ต้น" จอมยุทธ์ชุดขาวพูดไปขณะมองอากิโกะ ที่ทำหน้าอย่างมีคำถามว่าตนผิดตรงไหน

"ทำหน้าแบบนั้น เจ้าจะถามข้าสินะว่า เจ้าทำผิดตรงไหน" จอมยุทธ์มองอากิโกะที่พยักหน้าในคำถามนั้น แล้วพรางถอนหายใจออกมาแล้วพุดขึ้นว่า

"เอาละฟังนะแม่นาง ทั้งสอง ข้อสำคัญ หากยังมีเสียงอยู่แสดงว่าผิด ต้องเริ่มฝึกใหม่ตั้งแต่ศูนย์ นั่นคือ หายใจไม่มีเสียง ไม่ใจร้อนรีบเร่ง การหายใจเป็นไปอย่างมั่นคง เชื่องช้า ต่อเนื่องไม่ขาดช่วง ละเอียดนิ่มนวล ลึก ยาว และต้องหายใจแล้วไม่รู้สึกลำบากและเหนื่อย ประสาทผ่อนคลายความตึงเครียด จิตใจสงบว่างเปล่า จึงเป็นการถูกต้อง”

จอมยุทธ์คนนั้น พูดจบจึงพูดกับ อากิโกะ เล็กน้อยว่า

"แม่นางขั้นตอนการ สูดลมหายใจเข้าและออกดีแล้ว แต่เจ้ามาเร่งเอาตอนผ่อนลมหายใจออกจนเกิดเสียง เพราะฉะนั้น กลับไปฝึกใหม่ตั้งแต่เริ่ม" จอมยุทธ์ชุดขาวพูดเสียงเข้มงวดกับอากิโกะ และค่อยหันไปพูดกับเฉียงหรงเรื่องการ ผ่อนลมหายใจกับนางต่อทันที

และหลังจากนั้นอากิโกะก็กลับไปฝึกตั้งแต่เริ่มพอผ่านขั้นตอน แรกๆมาได้แล้ว หลังจากมาถึงขั้นตอนล่าสุด เธอผ่อนลมหายใจช้าเกิดไปบ้าง เร็วไปบ้าง และดังไปบ้าง
และก็เป็นภาพ ที่จอมยุทธ์ชุดขาวไล่นางกลับไปฝึกอยู่แบบนั้น เป็น10-20รอบจนถึงยามเย็น

---------------------------------------------------------------------------------------------------
ยามเย็นใกล้พลบค่ำ

หลังจากที่ทั้งคู่โดนไล่กลับไปฝึกขั้นตอนแรกอยู่นาน เป็น10-20รอบ หลังจากผ่อนลมหายใจพราดอยู่บ่อยครั้ง เมื่อทั้งสองจับเคล็ดได้แล้วทั้งคู่ ก็เริ่มผ่อนลมหายใจออกมาแ่วเบาๆราวกับไม่มีเสียงลมหายใจออกมาจากการผ่อน ของพวกนาง และท่าทางของพวกนางก็สงบขึ้นและนิ่งขึ้น ราวกับว่าพวกนางได้ลบตัวตน ของจอมยุทธ์ชุดขาวคนนั้น
ให้หายไปและเหมือนรู้สึกถึงลมบางอย่างที่ไหลอยู่ตามส่วนต่างๆของร่ายกายของพวกเธอ

"ยอดเยี่ยมมาก วันที่3ในการฝึก ดูเหมือนว่าลมปราณในกายของพวกเจ้าทั้งคู่จะเริ่มเข้าที่กันแล้วไม่ตีกันมั่วหรือไปกระจุกตัวกันเหมือนวันแรกๆ" จอมยุทธ์ชุดขาวพูดด้วยเสียงที่พอใจมาก กับ การพัฒนาการของลูกศิษย์ ทั้งสองของเขา และเมื่อเห็นว่าทั้งคู่ เริ่มเข้าที่แล้ว จอมยุทธ์ชุดขาวคนนั้นก็เริ่มอธิบายขั้นต่อไปทันที

"เมื่อฝึกลมหายใจ-------" ยังไม่ทันที่เขาจะอธิบาย ขั้นต่อไป ก็ได้มีเสียงกระพือปีกจำนวนมากนอกถ้ำและเสียงเล้านกป่าร้องจำนวนมาก เป็นสัญญาณบงบอกว่ายามเย็น
ใกล้พรบค่ำมาถึงแล้ว

"เฮ้อ..ดูเหมือนว่าการฝึกของวันที่3จะจบแล้วในวันนี้ เอาละ พวกเจ้าลืมตาขึ้นได้แล้ว หมดเวลาฝึกแล้ว"

หลังจากจอมยุทธคนนั้นพูดจบอากิโกะค่อยๆลืมตาขึ้นแล้วลุกขึ้นบิดตัว ไปมาแก่เมื่อยเล็กน้อย ก่อนจะหันไปพูดกับเฉียงหรงว่า

"วันนี้ พวกเราก็ผ่านการฝึกมาได้อีกวันแล้วสินะ เฉียงหรง ใกล้ครึ่งทางแล้วละนะว่าไม?" อากิโกะพูดไปขณะยักไหล่ให้สหายของเธอเฉียงหรงไปด้วย
แล้วพรางยิ้มอย่างสบายๆ

"เอาละใกล้ค่ำแล้วพวกเจ้าจะไปหาอะไรกินก็รีบไปซะ" จอมยุทธ์ชุดขาวคนนั้นพูดจบก็เดินออกจากถ้ำไป เพื่อลงไปหาอะไรกินบ้างละนะ หลังอยู่ฝึกทั้งสองมานาน
และปล่อยให้สองสาว คุยกันในถ้ำต่อไป



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 ชื่อเสียง +20 ความหิว -8 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 20 -8 + 2

ดูบันทึกคะแนน

ผิดไปข้อ1
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กลยุทธ์ซุนปิน
ง้าวมรกต
ม้าวายุทมิฬ
มีดบิน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x12
x7
x30
x4
x5
x3
x18
x19
x1
x4
x29
x30
x3
x5
x3
x30
x21
x79
x124
x109
x11
x46
x4
x86
x2
x2
x2
x14
x15
x1
โพสต์ 2017-10-30 22:39:09 | ดูโพสต์ทั้งหมด
สือ เฉียงหรง

[ บทที่ 3 : สู่เส้นทางแห่งจอมยุทธ (5) ]


          ในเช้าวันต่อมา เฉียงหรงตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาหารตรงหน้าเธออีกครั้งหนึ่ง ซึ่งมันก็คือขนมฮว่าเกากับนมแพะที่อากิโกะเตรียมไว้ให้นั่นเอง

          “ขอโทษนะสหายเฉียงหรง เช้านี้ก็ทนกินเจ้านี่ไปก่อนล่ะ เพราะวันนี้คงต้องฝึกอีกยาวเช่นเคย”

          คือ ข้าไม่ใช่ขอทานนะ…

          เฉียงหรงอยากร้องไห้ดังๆ ในใจกับสิ่งที่เพื่อนของเธอทำให้ แน่นอนว่าเธอเองก็ยินดีที่อากิโกะแบ่งปันอาหารให้ แต่เธอเองก็ตะขิดตะขวงใจเช่นกันที่ตนมิได้มีอะไรตอบแทนเลย ดังนั้นเธอจึงควักอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเธอ

          “เจ้าก็กินเต้าหู้ผัดเผ็ดของข้าไปด้วยแล้วกันสหาย”

          เธอยิ้มพลางยื่นเต้าหู้ผัดเผ็ดที่เธอแอบสั่งเสี่ยวเอ้อเอาไว้แล้วห่อใส่กระเป๋าออกมากินข้างนอก อย่างน้อยๆ มีอะไรกินมากกว่าขนมพวกเธอก็จะมีพลังงานมากขึ้น

          “ตอนแรกข้าจะแบ่งสุราให้เจ้านะ แต่ข้าเกรงว่าเมาแต่หัววันท่าจะไม่ดี เอาของที่มันอยู่ท้องหน่อยก็ดี”

          จากนั้นพวกเธอทั้งสองคนก็กินอาหารเช้ากันอย่างเงียบๆ โดยที่มีจอมยุทธชุกขาวดูอยู่ไม่ห่างและแจ้งให้พวกเธอทราบว่าการฝึกวันนี้ก็ต้องดำเนินไปทั้งวันเช่นเดิม

          เมื่อพวกเธอกินเสร็จแล้ว สองสหายก็ทบทวนสิ่งที่เรียนรู้ไปมื่อวานแล้วทำสมาธิให้ดีขึ้นโดยที่เฉียงหรงเอานาฬิกาทรายตั้งไว้ข้างๆ ตัวเช่นเดิม เมื่อทรายไหลลงมาจนถึงก้นแก้วแล้ว พวกเธอก็สามารถหายใจได้ครบหนึ่งร้อยครั้งพอดิบพอดี

          “เอาล่ะ… ต่อไปข้าจะพูดถึงขั้นตอนต่อไปที่ข้าพูดค้างเอาไว้เมื่อวาน พวกเจ้าฟังให้ดีนะ”

          เขาพูดขึ้นโดยที่พวกเธอยังคงหลับตานิ่ง รับฟังสิ่งที่จอมยุทธชุดขาวจะพูดและเอาลิ้นของตนกดพี่เพดานปากเบาๆ

          “นำลมหายใจเข้ามาในร่ง ค่อยๆ กดให้ต่ำลงไปจนกว่าจะเลยสะดือสักสามนิ้ว นั่นคือจุดตันเถียนของพวกเจ้า”

          เมื่อเขากล่าวขึ้น พวกเธอจึงค่อยๆ ทำตาม เฉียงหรงหอบหายใจเข้าเฮือกหนึ่งแล้วจึงค่อยๆ ปรับระดับความละเอียดให้ละเอียดขึ้นทีละขั้นจนลมหายใจที่แผ่วเบานั้นคล้ายดั่งเม็ดทรายที่ไหลผ่านช่องแคบของนาฬิกราทรายที่หงายตั้งขึ้นอีกครั้งหนึ่ง

          ในคราแรก เธอไม่เข้าใจว่าเธอจะสามารถกดลมหายใจของตนให้ต่ำลงได้อย่างไรในเมื่อปอดของตนถูกจำกัดไว้เพียงนั้น แต่เมื่อเธอคิดว่าจะควบคุมแล้ว สิ่งที่ไหลเวียนในร่างกายตามความคิดของเธอกลับมิใช่ลมหายใจที่เป็นรูปธรรม แต่เป็นพลังปราณที่หลั่งไหลไปทั่วร่างกายเธอดังคราที่เธอคาบคุมลมหายใจเข้าออกต่างหาก

          เมื่อเธอเริ่มเข้าใจถึงการควบคุมกระแสลมปราณภายในร่างแล้ว เธอจึงชักนำเอากระแสเหล่านั้นให้ไหลต่ำลงไปเรื่อยๆ ที่ละเล็ก ทีละน้อย จนเธอรู้สึกได้ถึงการรวมตัวกันที่บริเวณท้องน้อยของตน

          นี่คงจะเป็นจุดตันเถียนมิผิดแน่…

          “จำไว้ การนำล่องลมหายใจให้ต่ำนี้ ห้ามเจตนากดหรือใช้แรงบีบเกร็งกล้ามเนื้อให้ดันลมหายใจตำลงไป แต่พึงใช้จิตสำนึก ความรู้สึกของจิตใจไปจับที่กองลม จึงสมมุติว่าเห็นกองลมที่หายใจเข้านั้นเป็นกลุ่มลมสีขาวกำลังถูกนำผ่านรูจมูก ผ่านหลอดลม ผ่านปอดแล้วผ่านช่องท้องและลงตํ่าจนถึงท้องน้อย ซึ่งเป็นที่ตั้งจุดตันเถียน เมื่อลมหายใจถึงจุดตันเถียน แล้วก็ค่อยๆ ปล่อยลมหายใจออก ช่วงที่ลมหายใจเข้าและออก จะต้องฝึกให้ใช้ระยะเวลายาวเท่าๆ กัน จิตใจก็จะค่อยๆ สงบลงมา”

          ในระหว่างนั้นเอง จอมยุทธชุดขาวก็อธิบายถึงลักษณะของการไหลเวียนที่พึงกระทำ ซึ่งสิ่งที่เขาอธิบายนั้นค่อนข้างตรงกับที่มโนจิตของเธอสามารถเข้าใจได้เลยทีเดียว ในครานี้ เธอมโนภาพให้ชัดเจนยิ่งขึ้น คิดให้ลมปราณใสๆ ไร้ตัวตนเป็นดังสายลมสีขาวแผ่วเบาที่ไหลเวียนแทน

          เฉียงหรงค่อยๆ ปลดปลอยลมหายใจของตนออกมา ลมปราณสีขาวเหล่านั้นก็ถอดถอนจากจุดตันเถียนไหลเวียนกลับออกสู่ธรรมชาติ และ…

          ฟืด~

          เสียงอะไรบางอย่างดังขึ้นข้างเธอ

          “หืม? แม่นางสตรีผมดำ เจ้าเกือบดีแล้ว แต่เจ้าต้องกลับไปเริ่มใหม่ตั้งแต่ต้น”

          เฉียงหรงที่ค่อยๆ ปล่อยลมจนหมดนั้นหยุดการฝึกของตนเองลงเมื่อจอมยุทธชุดขาวสั่งหยุดสหายของตน เธอหันไปมองหน้าอากิโกะที่แสดงสีหน้าอันเต็มไปด้วยความสงสัย

          “ทำหน้าแบบนั้น เจ้าจะถามข้าล่ะสิว่าเจ้าทำผิดตรงไหน”

          ข้าเองก็อยากรู้เช่นกัน…

          “เอาละฟังนะแม่นางทั้งสอง ข้อสำคัญคือ หากยังมีเสียงอยู่แสดงว่าผิดจึงต้องเริ่มฝึกใหม่ตั้งแต่ศูนย์ นั่นคือ หายใจไม่มีเสียง ไม่ใจร้อนรีบเร่ง การหายใจเป็นไปอย่างมั่นคง เชื่องช้า ต่อเนื่องไม่ขาดช่วง ละเอียดนิ่มนวล ลึก ยาว และต้องหายใจแล้วไม่รู้สึกลำบากและเหนื่อย ประสาทผ่อนคลายความตึงเครียด จิตใจสงบว่างเปล่า จึงเป็นการถูกต้อง”

          เฉียงหรงพยักหน้าโดยมิได้พูดอะไร การฝึกฝนของเธอนั้นดูจะก้าวหน้าไปได้มากกว่าอากิโกะพอสมควร นี่อาจเป็นเพราะนางอาจจะยังคงมีความกังวลใจอะไรบางอย่างซุกซ่อนอยู่ในจิตใจก็เป็นได้… นางเป็นชาวต่างแดน การอยู่ในที่ต่างถิ่นอาจทำให้นางกดดันโดยมิรู้ตัวก็เป็นได้

          ในขณะที่เฉียงหรงกำลังจะเอ่ยปากขึ้นนั้น เธอก็ถูกขัดด้วยจอมยุทธชุดขาว

          “แม่นาง ขั้นตอนการสูดลมหายใจเข้าและออกของเจ้านั้นดีแล้ว แต่เจ้ามาเร่งเอาตอนผ่อนลมหายใจออกจนเกิดเสียง เพราะฉะนั้น กลับไปฝึกใหม่ตั้งแต่เริ่ม”

          ก่อนที่เขาจะหันกลับมาหาเธอ

          “ส่วนเจ้านั้นนับว่าเจ้าสามารถจับหลักการได้รวดเร็วยิ่ง ทุกอย่างราบรื่นเป็นไปได้ด้วยดี หากแต่เจ้ากลับมาหยุดมองสหายเจ้าเสียโดยมิได้ฝึกฝนต่อ นี่เจ้ายังมีสมาธิไม่พอสินะแม่นาง? กลับไปฝึกใหม่”

          คือ… ข้าแค่จะรอเพื่อน…

          นั่นทำให้พวกเธอทั้งคู่ต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง เฉียงหรงทำการกลับนาฬิกาทรายของเธอแล้วปล่อยให้เม็ดทรายร่วงหล่นสู่เบื้องล่างอีกครั้ง เมื่อถึงขั้นตอนควบควบคุมการไหลเวียนของลมปราณ พวกเธอก็ค่อยๆ ใจปล่อยให้ปราณไหลตามกระแสไปตามธรรมชาติ เข้าอย่างเป็นธรรมชาติ และออกอย่างเป็นธรรมชาติ ฝึกฝนไปประมาณยี่สิบกว่าครั้งจนถึงช่วงเย็น

          “ยอดเยี่ยมมาก วันที่สามในการฝึก ดูเหมือนว่าลมปราณในกายของพวกเจ้าทั้งคู่จะเริ่มเข้าที่กันแล้วไม่ตีกันมั่วหรือไปกระจุกตัวกันเหมือนวันแรกๆ”

          จอมยุทธชุดขาวกล่าวชมเชย ซึ่งพวกเธอก็รับเอาไว้ด้วยอย่างดี จนเมื่อเขากำลังจะเข้าสู่ขั้นตอนต่อไปนั้น ก็เกิดปรากฏการณ์คล้ายกับเมื่อวานคือเขาถูกขัดด้วยเสียงของเหล่าปักษากลับรังภายนอกถ้ำ

          เดจาวู…

          จากนั้นพวกเขาก็ไล่พวกเธอให้ไปพักผ่อนเอาแรงเช่นเดิมโดยมีอากิโกะที่ลุกขึ้นมายืดเส้นยืดสายเป็นคนแรก

          “วันนี้พวกเราผ่านการฝึกฝนมาได้อีกวันแล้วสินะเฉียงหรง ใกล้ครึ่งทางแล้วล่ะนะ ว่าไหม?”

          เธอถามขึ้น ซึ่งเธอก็คิดว่าเช่นนั้น แต่ว่าเส้นทางการฝึกฝนนั้นยังอีกยาวไกล…

          “ถ้าหัดเดินล่ะก็ใช่ แต่ข้าว่าหลังจากนี้พวกเราจะเจอของหนักอีกเยอะแน่ สหายข้า...”

         เฉียงหรงยิ้มบางๆ ก่อนที่จะหยิบเอาสุราข้างเอวของเธอมาจิบๆ แก้อยากและกระหาย แล้วก็หยิบเอาเต้าหู้ผัดเผ็ดขึ้นมาอีกสองจาน จานหนึ่งให้เธอเองและอีกจานหนึ่งให้อากิโกะ จากนั้นจึงเทสุราเกาเหลียงในน้ำเต้าใส่จานนมแพะที่กินหมดแล้วยื่นให้เธอ

          “มือเย็นข้าเลี้ยงเอง หวังว่าเจ้าจะมิได้คออ่อนหรอกนะ”

          เหมือนคนตรงหน้าเจ้า...

          เธออยากร้องไห้ดังๆ ต่อฟ้าดินจริงๆ เหตุใดสวรรค์จึงให้เธอชื่นชอบสุรา แต่กลับทำให้เธอมิสามารถดื่มด่ำไปกับสุได้โดยมิเกิดเรื่องกันแน่เล่า…

          การพูดคุยและการกินอาหารดำเนินต่อไปอีกสักพักใหญ่ๆ สองสาวจึงเอาสัมภาระของตนมาหนุนพิงและหลับไหลไป...



แสดงความคิดเห็น

ฝึกการเดินลมปราณขั้นพื้นฐาน วันที่ 3/4  โพสต์ 2017-11-3 18:17

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -8 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -8 + 3

ดูบันทึกคะแนน

ปั่นนนนน!!
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หมีศึก
ตัวเบาขั้นกลาง
กราดิอุสทมิฬ
กุหลาบสีทอง
คัมภีร์ละติน
ปราณชีพจรกุญแจทอง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x20
x4
x9
x4
x14
x4
x10
x3
x15
x10
x6
x219
x10
x4
x8
x5
x1
x1
x18
x175
x390
x12
x60
x1632
x5
x198
x309
x270
x63
x418
x540
x3
x500
x3
x3
x2000
x100
x15
x115
x100
x100
x100
x300
x8
x25
x2
x4
x2000
x43
x5
x22
x10
x10
x35
x25
x15
x40
x20
x22
x10
x102
x1127
x11
x4
x10
x76
x39
x101
x47
x220
x1
x1
x100
x1
x211
x50
x10
x84
x93
x49
x3
x66
x23
x15
x25
x5
x1
x30
x20
x100
x1
x25
x14
x244
x32
x16
x1
x1
x1
x1
โพสต์ 2017-10-31 07:41:57 | ดูโพสต์ทั้งหมด
สือ เฉียงหรง

[ บทที่ 3 : สู่เส้นทางแห่งจอมยุทธ (6) ]


          “ครั้งนี้เจ้าตื่นเช้ากว่าสหายเจ้านะแม่นาง”

          เมื่อเฉียงหรงตื่นขึ้นมาเธอก็ถูกต้อนรับด้วยเสียงของจอมยุทธชุดขาว เมื่อเธอมองไปขางๆ เธอก็พบกับสหายของเธอ อากิโกะ มินาโมโตะ นอนหลับลึกอยู่

          “ก็วันนี้มันมีงานเทศกาลของพวกตะวันตกนี่นา ข้าอยากรีบฝึกแล้วอยากรีบไปเที่ยวน่ะ”

          เธอหาวอีกฟอดใหญ่ แท้จริงแล้วเมื่อสองวันก่อนที่เธอและอากิโกะลงไปทานอาหารที่ในเมือง เธอได้ยินข่าวคราวว่าจะมีงานเทศกาลของพวกตะวันตกจัดขึ้นที่นั้น เธอเองที่มีควยามสนใจพวกนั้นเป็นทวนเดิมย่อมไม่พลาดงานที่จัดขึ้นปีละครั้งเช่นนี้อยู่แล้ว

          แม้ว่าเธอจะไม่รู้ว่าเป็นงานอะไรก็เถอะ

          “เช่นนั้นเจ้าก็จงสำเร็จกาตฝึกฝนขั้นแรกเสียให้ได้ก่อนเย็น แล้วข้าจะอนุญาตให้เจ้าและสหายเจ้าไปข้างนอกได้ เข้าใจนะ?”

          “ได้ๆ … ว่าแต่ทำไมท่านถึงรู้ว่าข้าเป็นสตรีได้ล่ะ?”

          เธอสงสัย เพราะส่วนมากแล้วผู้คนมักมองไม่ออกว่าเธอเป็นสตรีแต่เข้าใจผิดว่าเป็นบุรุษตลอด จะมีก็แต่จอมยุทธท่านนี้ที่ดูจะมั่นใจมากว่าเธอเป็นสตรี

          แม้ว่าจะเดาๆ ได้แล้วก็เถอะว่าต้องมีพลังยุทธมาเกี่ยวข้องแน่ ซึ่งเธอก็เดาได้ไม่ผิด

          “ไม่ยาก เพราะเจ้านั้นถูกเติมเต็มไปด้วยพลังหยินอย่างไรล่ะ พลังรูปแบบนี้เป็นพลังที่พบได้มากที่สุดในสตรีเพศ มีควมนุ่มลึกพริ้วไหว หนาวเย็น เจ้ามีพลังนี้อยู่เต็มเปี่ยม ฉะนั้นแล้วมิมีทางที่เจ้าจะเป็นบุรุษไปได้แน่นอน”

          เขาเว้นครู่หนึ่ง

          “ในตอนนี้พวกเจ้ารีบหาอะไรเติมท้องของเจ้าซะ แล้วรีบกลับมาฝึก”

          เขาพูด ซึ่งเธอก็ไม่ขัด เธอเอาเต้าหู้ผัดเผ็ดขึ้มาให้อากิโกะที่ตื่นแล้วทาน ก่อนที่เธอจะทานด้วยเช่นเดียวกัน เมื่อนาฬิกาทรายของเฉียงหรงไหลครบหนึ่งรอบ พวกเธอก็เริ้มต้นการฝึกฝนทันที

          ใช้เวลาครู่หนึ่ง ทั้งคู่ท่สามารถจับเคล็ดได้แล้ว สามารถผ่านการฝึกฝนไปจนถึงขั้นกำหนดลมหายใจไปยังจุดตันเถียนได้อย่างไม่ยากเย็น นั่นทำให้จอมยุทธเริม่ต้นการฝึกขั้นต่อไปทันที

          “พวกเจ้าน่าจะสามารถรูเสึกถึงลมร้อนที่จุดตันเถียนของเจ้าได้แล้ว นั่นคือลมปราณของพวกเจ้า ในครานี้ พวกเจ้าจงกำหนดจิตให้ลมปราณนั้นไหลไปทะลวงยังจุดเส้นประสาทต่างๆ ของพวกเจ้าซะ ค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป”

          เข้าพูดขึ้น ซึ่งพวกเธอก็ค่อยๆ ทำตาม

          “ในขั้นตอนนี้ พวกเจ้าต้องระวังเปนอย่างมาก ทะลวงจุดให้ละเอียดที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ มิเช่นนั้นสมองของเจ้าอาจเสื่อง อัมพาต สมองแตก หรือเป็นหมันตลอดไปได้ ฉะนั้น หากติดขัดแล้วล่ะก็ พวกเจ้าจงหยุดเสีย ถอนลมปราณของเจ้าออกแล้วเริ่มต้นใหม่ซะ”

          เมื่อได้ยินคำว่าเป็นหมัน เธอก็รู้สึกขนลุกขึ้นมาทันที แม้ว่าเธอจะมิได้พิสมัยในเรื่องกามารมณ์เท่าไรนัก แต่การไร้ซึ่งผู้สืบสกุลนั้น หากเกิดขึ้นแล้ว เห็นทีเธอคงมิสามารถเอาหน้าหนาๆ ของตนไปเสนอต่อบิดาและมารดาของตนบนสวรรค์ได้แน่

          เฉียงหรงค่อยๆ กำหนดจิตขับเคลื่อนปราณของตนให้ทะลวงจุดไปทีละเล็กทีละน้อย เธอก็รู้สึกถึงความร้อนที่ไหลเวียนภายในกายได้ ในคราแรกเธอมิได้รับรู้ว่าจุดเส้นประสาทของเธออยู่จุดใดกันแน่ เธอจึงไหลเวียนปราณให้ครบทั่วร่างโดยมิได้ทะลวงจุดใดๆ ก่อน

          แต่เมื่อเธอพบจุดที่มีการสะสมปราณคล้ายดังก้อนอะไรแข็งๆ ที่ปราณมิสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างเต็มประสิทธิภาพแล้ว เธอก็เข้าใจได้ในทันทีว่าจุดเหล่านี้คือจุดที่เธอต้องทะลวง

          เฉียงหรงค่อยๆ เหนี่ยวนำเอาพลังปราณของตนไหลเวียนที่จุดเหล่านั้นที่ละจุดๆ ยิ่งนานเข้าเธอยิ่งสัมผัสได้ว่าการเหนี่ยวนำนั้นเป็นไปได้ง่ายได้ยิ่งขึ้น เธอจึงใช้สมาธิอย่างสูงที่สุดค่อยๆ ขัดเกลาเจ้าก้อนอะไรบางอย่างนี้ให้กลมมนและสลายไปดังสายธารา

          “สตรีผมน้ำตาล เจ้าต้องใช้สมาธิยิ่งกว่านี้ จุดที่เจ้าสลายไปนั้นยังคงเหลือเศษก้อนอุดตันอยู่ ไหลเวียนปราณของเจ้ากลับไปแล้วเริ่มต้นใหม่เสีย แล้วก็ เมื่อจำทำได้แล้ว ให้หมุนเวียนปราณในร่างเจ้าให้ครบทั้งหนึ่งร้อยรอบ เข้าใจไหม?”

          “ข้าเข้าใจแล้ว”

          สิ้นคำนั้นเฉียงหรงเองก็ได้แต่ถอนให้ใจ เธอชกนำปราณของเธอกลับไปไหลเวียนภายในกายของเธอตามเดิมโดยมิได้กำหนดให้หลอมทำลายจุดอุดตันนั้นต่อไป เมื่อถอนหมดแล้วเธอจึงเอนกายพักผ่อนเสียก่อนจึงเริ่มต้นใหม่

          ใช้เวลาครึ่งวันกว่าๆ ในที่สุดพวกเธอก็สามารถทะลวงจุดต่างๆ ในร่างกายของพวกเธอได้ครบทั้งหนึ่งร้อยรอบ จอมยุทธชุดขาวจึงอนุญาตให้พวกเธอพักได้เร็วกว่ากำหนด

          “ในวันพรุ่งนี้ข้าจะสวนพวกเจ้าในเรื่องของวิชาตัวเบา พวกเจ้าต้องใช้พลังปราณของเจ้าอย่างเต็มที่ ดังนั้นวันนี้พวกเจ้าไปพักแล้วจะทำอะไรก็ทำไป”

          เธอพยักหน้าก่อนที่จะควักเอาเต้าหู้ผัดเผ็ดขึ้นมาอีกสองจนส่งให้ทั้งเธอเองและทั้งอากากิโกะ กินกันได้กว่าสองก้านธูป เธอก็ชักชวนสหายของเธอไปเที่ยวแวะเทศกาลที่จะจัดในค่ำคืนนี้

          “อากิโกะ ในคืนนี้จะมีเทศกาลอะไรบางอย่างที่ถนนชาวตะวันตก เจ้าสนใจมากับข้าปะ?”



แสดงความคิดเห็น

ฝึกการเดินลมปราณขั้นพื้นฐาน วันที่ 4/4  โพสต์ 2017-11-3 18:17

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -22 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -22 + 3

ดูบันทึกคะแนน

ปั่นนนนน!!
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หมีศึก
ตัวเบาขั้นกลาง
กราดิอุสทมิฬ
กุหลาบสีทอง
คัมภีร์ละติน
ปราณชีพจรกุญแจทอง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x20
x4
x9
x4
x14
x4
x10
x3
x15
x10
x6
x219
x10
x4
x8
x5
x1
x1
x18
x175
x390
x12
x60
x1632
x5
x198
x309
x270
x63
x418
x540
x3
x500
x3
x3
x2000
x100
x15
x115
x100
x100
x100
x300
x8
x25
x2
x4
x2000
x43
x5
x22
x10
x10
x35
x25
x15
x40
x20
x22
x10
x102
x1127
x11
x4
x10
x76
x39