ดู: 24|ตอบกลับ: 1

{ นอกเมืองผิงหยวน } ริมแม่น้ำหวงเหอ

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2019-9-9 23:06:28 |โหมดอ่าน


ริมแม่น้ำหวงเหอ

{ นอกเมืองผิงหยวน }









【ริมแม่น้ำหวงเหอ】
『ธารน้ำเหลืองเชี่ยวกรากยากจะหยั่ง』
ลำน้ำแห่งความวิปโยคที่เชื่อกันว่าไม่สามารถคาดเดาได้ตั้งแต่โบราณ
แม้แต่คนเรือที่เชี่ยวชาญก็ยังมีพลาดกันได้เมื่อข้ามผ่านในทุกวัน
ตั้งอยู่นอกเมืองผิงหยวนเป็นสถานที่หนักหนาสุดในการเผชิญ 'อุทกภัย'







คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 Point +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 10

ดูบันทึกคะแนน

122

กระทู้

1313

โพสต์

19หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
227321
เงินตำลึง
998006
ชื่อเสียง
57475
ความหิว
1107

ตราสำนักวังน้ำทิพย์ใบรับรองภาษาฮั่นใบรับรองภาษาละตินป้ายวังหลังป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV3)

คุณธรรม
5237
ความชั่ว
528
ความโหด
1841
เสวี่ยนอู่
เลเวล 1

เมิ่ง จื่อเหยา

ข้าไม่ได้เตี้ยบนหัวเจ้า
pet
โพสต์ 2019-9-9 23:10:59 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Zhangfu เมื่อ 2019-9-10 22:29

[พบเจอคู่กกรณีเก่า]

      “จางฝู  ขุนพลจี๋เดี๋ยวพวกเจ้าบอกพวกทหารให้เตรียมจัดขบวนเตรียมเดินทางกันต่อได้ แต่ก่อนจะเดินทางต่อเราอยากไปจะไปดูแถบลุ่มแม่น้ำสักหน่อยว่าจะมีความเสียหายมากน้อยขนาดไหน เพราะดูเหมือนที่นี่ชาวบ้านที่เดือนร้อนจะมีมากเหลือเกิน”ฮองเฮาเอ่ยยตรัสบอกกับจางฝูและเฟยเทียนที่ยืนคุมกันพระนางเดินขึ้นรถม้าอยู่ หลังจากที่ขบวนเสด็จและกลุ่มของเจ้าเมืองผิงหยวนนั้นทำการแจกจ่ายเสบียงแก่ชาวบ้านที่ลำบากจนเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

      “เพคะฮองเฮา/พะยะค่ะฮองเฮา” จางฝูและเฟยเทียนยกมือปกรับคำสั่งพร้อมกันก่อนที่เฟยเทียนนั้นจะเดินแยกไปจัดเเถวขบวนด้านหน้าเเถวเพื่อเดินทางมุ่งหน้าไปยังด้านนอกเมืองตามคำตรัสของฮองเฮาส่วนจางฝูนั้นก็แยกตัวไปเดินตรวจดูความเรียบร้อยรอบๆรถม้าและพวกทหารที่อยู่ใกล้รถม้าว่ามีคนแปลกหน้าที่ไหนแปลกหน้าเข้ามาหรือไม่ ตลอดเวลาหลายวันที่เดินทางมาเธอจดจำใบหน้าของพวกทหารและขันทีนางกำนันที่ติดตามขบวนมาได้เกือบหมดนั้นก็เพื่อความรอบคอบหากว่าไม่จดจำไว้เกิดมีคนแฝงตัวเข้ามาก็คงลำบาก

     การจัดขบวนไม่นานก็เสร็จสิ้นพร้อมขบวนที่เคลื่อนออกจากเมืองผิงหยวนออกไปโดยทันทีซึ่งหลังจากที่เดินขบวนออกมาได้ไม่นานก็มาถึงบริเวณลุ่มแม่น้ำก็พบว่าบริเวณริมฝั่งแม่น้ำที่เป็นที่อยู่อาศัยของพวกชาวบ้านเมืองผิงหยวนบ้างส่วนที่ทำอาชีพทำไร่ทำนา และประมงอยู่ที่บริเวณริมน้ำซึ่งเป็นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักอย่างมาก

      แม้ปริมาณน้ำจะลดลงไปมากแล้วแต่ความเสียหายนั้นกลับไม่ได้ลดลงไปเลย จางฝูลุกขึ้นลงไปยืนที่พื้นพรางมองดูบริเวณที่ก่อนหน้านี้เคยเป็นไร่นาของพวกชาวบ้านที่นี้เหลือเพียงที่ดินป่าวที่มีแต่ต้นข้าวที่เฉาตายจากเหตุการณ์น้ำท่วมหนัก บ้านเรือนต่างถูกกระแสน้ำพัดถล่มหลงเหลือไว้เพียงเศษซากแผ่นไม้เท่านั้น

    “ช่างเป็นภัยพิบัดที่ร้ายแรงจริงๆ”เสียงกล่าวตรัสของฮองเฮาเอ่ยดังขึ้นพร้อมพระนางที่เดินลงจากรถม้ามาโดยมีซุ่ยหมิงนั้นคอยช่วยประคองพระนางให้เดินลงมาจากรถม้าแล้วทอดพระเนตรมองดูความเสียหายเบื้องหน้าด้วยแววตาเป็นทุกข์ ไม่อยากจะคิดเลยว่าพวกชาวบ้านนั้นต้องลำบบากกันขนาดไหนและสูญเสียสิ่งใดไปบ้าง

     “ขุนพลจี๋ ขุนพลกงซุนคงต้องรบกวนพวกเจ้านำกำลังทหารไปช่วนจัดการพื้นที่พวกนี้ให้อย่างน้องก็พอให้พวกชาวบ้านกลับมาทำการเกษตรได้ทีนะ”

     “พะยะคะ/พะยะคะ”

     หลังคำสั่งออกไปพวกเฟยเทียนก็พาทหารจำนวนหนึ่งเดินทางไปจัดการพื้นที่ไร่นาที่เสียหายตามคำสั่งฮองเฮาโดยพระนางนั้นจะขอเดินดูอยู่บรเวณรอบๆโดยมีซุ่ยหมิง จางฝู เมิงจื่อเหยา เกอหูซวงและโม่อวิ๋นเซิงคอยเดินดูแลอารักขาใกล้ๆ

     “กรี๊ดดดด!!!   ช่วยด้วยใครก็ได้”

      ระหว่างที่ฮองเฮากำลังเดินดูบริเวณรอบๆอยู่นั้นกก็มีเสียงร้องขอความช่วยเหลือดังขึ้นเมื่อหันกลับไปมองก็พบกับชาวบ้านกลุ่มดเล็กที่ถูกคนที่น่าจะเป็นคนไม่ดีไล่ตามอยู่ จางฝูเม่ื่อหันไปมองตามเสียงก็พบกลับกลุ่มคนแต่กายด้วยชุดสีม่วงที่หมวกพวกมันมีสัญลักษณ์ไหเหล้ากับดาบไขว้อยู่ทำให้รู้ได้ทันทีว่าเป็นคนของพวกเมาเซียนคู่กรณีเก่าของเธอที่ไม่ได้เจอะเจอกันมาชาติกว่า

     “จางฝูคุณชายเกอคงต้องรบกวนพวกท่านช่วยพวกชาวบ้านจะได้รึไม่”

      “เพคะฮองเฮา”จางฝูป้องมือรับก่อนหันไปมองเมิ่งจื่อเหยาเป็นเชิงให้อีกฝ่ายคอยดูแลฮองเฮาแทนระหว่างตนออกไปจัดการพวกคู่กรณีเก่า ก่อนที่นางจะใช้ตัวเบากระโจนออกนำไปทางพวกเมาก่อน ก่อนแส้จิ้วเทียนในมือของเธอจะถูกชักออกมาแล้วตวัดดพุ่งไปรัดขาชายพรรคเมาที่กำลังจะพุ่งไปจับตัวหญิงชาวบ้านก่อนกระตุกแส้ในมือดึงร่างของมันให้เสีจังหวะล้มกลิ้งไปกับพื้น ทำให้พวกที่เหลือพากันหันไปมองแขกไม่ได้รับเชิญด้วยความตกใจ

      “เจ้าเป็นใคร”

      “มารดาเจ้ากระมัง”จางฝูเอ่ยกล่าวก่อนปราณคลุมวารีที่แผ่ออกมารอบๆกายพร้อมกับร่างบางที่ดีดตัวให้ลอยขึ้นไปในอากาศก่อนหยดน้ำรอบกายจะค่อยหมุนควงเป็นเกลียวแหลมแล้วพุ่งเข้าใส่พวกเมาเซียน

      “หลบเร็ว”หนึ่งในพวกเมาเซียนร้องตะโกนออกมาและเตรียมพุ่งตัวหลบหากแต่ก็ไม่สามารถหลบได้เมื่อคลื่นกระบี่จากเก๋อหูซวงพุ่งเข้ามาขวางเอาไว้ก่อนร่างสูงของศิษย์เอกสำนักหัวซานจะพุ่งเข้าไปต่อสู้กับพวกคนพรรคเมาเซียนอย่างดุเดือดโดยมีจางฝูค่อยทำหน้าที่ใช้ปราณวารีและกงจักรไท่หยางในการก่อตัวและโจมตีในทีเผลอ

     “อึก อ้ากกก”ร่างของชายพรรคเมาเซียนผู้หนึ่งถูกจางฝูใช้วรยุทธ์สำนักวังน้ำทิพย์ซัดเข้าที่กลางอกส่งปราณหยินเข้มข้นเข้าสู่ร่างของชายผู้นั้นเพื่อขัดขวางการเดินลมปราณทำให้ร่างนั้นกระเด็นถอยไปหลายก้าวก่อนจะกระอักเลือดออกมา

   “วรยุทธ์พิศดารอะไรกันไม่เคยเห็นมาก่อน”ชายหนึ่งในคนพรรคเมาเซียนที่มองอยู่อีกฝั่งเอ่ยหลังจากเห็นวรยุทธ์เเละเคล็ดวิชาที่จางฝูใช้และปราณไอปราณหยดน้ำแบบนี้ออกมาก่อน ส่วนทางอีกคนก็ดันเป็นเก๋อหูซวงศิษย์เอกหัวซานอีกแบบนี้แค่ลำพังพวกตนที่เป็นเพียงลูกพรรคระดับล่างย่อมรับมือได้ยากแน่

    ระหว่างที่ทั้งจางฝุและเก๋อหูซวงยังคงไล่ต้อนพวกคนพรรคเมาเซียนอยู่นั้นจู่ก็มีหมัดปราณหนึ่งพุ่งมาทางจางฝุทำให้เธอต้องรีบใช้ตัวเบาดีดตัวลอยขึ้นเพื่อหนีการโจมที่ที่พุ่งเข้ามาก่อนจะพบว่าเป็นฝีมือของกลุ่มของคนพรรคเมาอีกสี่คนที่วิ่งตรงมายังพวกตนและดดูท่าฝีมือคนพวกนี้จะไม่ใช่เล่นๆ

    “ไม่คิดว่าออกปล้นของชาวบ้านรอบนี้จะเจอของดีทั้งฮองเฮา กับคนรักขงชายผู้มีเบาะแสเก้าอิมช่างเป็นที่โชคดีจริงๆ”หนึ่งในสตรีพรรคผู้หนึ่งกล่าวเอ่ยขึ้นมาก่อนพวกคนพรรคเมาเซียนอีกสี่คนนัั้นจะมายืนเผชิญหน้ากับพวกจางฝูก่อนหญิงผู้นนั้นเหลือบไปมองยังด้านหลังที่มีฮองเฮายืนอยู่ภายใต้การอารักขาของโม่อวิ๋นเซิงและเมิ่งจื่อเหยา

    “อย่าได้ฝันเลย ข้าไม่ปล่อยพวกเจ้าแตะต้องพระนางแม้แต่ปลายเส้นผม”เก๋อหูซวงร้องกล่าวพร้อมกระชับกระบี่ในมือแน่ก่อนจะดีดตัวพุ่งเข้าหาสตรีที่ดูจะเป็นหัวหน้าของกลุ่มพรรคเมาเซียนนี้ทันที เพลงดาบของสำนักถูกตวัดกวัดไกวออกมาอย่างดงามและคล่องแคล่ว หากแต่สองต่อหกก้นับว่ายังเสียเปรียบอยู่ดี

     ปึก!!!

      แผ่นหลังของจางฝูและเก๋อหูซวงหันชนกันเพื่อคอยระวังหลังให้แก่อีกฝ่ายหลังจากที่สู้กันมาได้ไม่นานและถูกพวกเมาเซียนทั้งสิบคนล้อมเอาไว้ ยังดีที่มันเลือกที่จะจัดการกับพวกเธอก่อนแล้วจึงค่อยไปจัดการกับฮองเฮาที่หลัง

    “พวกนี้คงเป็นพวกศิษย์แถวหน้า เป็นแบบนี้ต่อไปเราจะเสียเปรียบนะ”เก๋อหูซวงเอ่ยกล่าวออกมาพรางยกกระบี่ขึ้นมาอยู่ในท่าเตรียมหากพวกนั้นพุ่งเข้ามาอีก

   “แม้จะยังไม่เคยใช้แต่ลองดูไม่เสียหาย”

    “ห่ะ แม่นางจางฝุเจ้าพูดอะไร ข้าไม่เข้าใจ”เก๋อหูซวงกล่าวททวนพรางเหลือบตาไปมองสตรีด้านหลังด้วยความไม่เข้าใจ

    “ทวงเวลาให้ที่ ถ้าข้าบอกให้หลบก็หลบสะ” จางฝูเอ่ยก่อนจะดีดตัวด้วยความเร็วพุ่งเข้าหายคนของพรรคเมาเสียนที่ก่อนหน้าถูกเธอวัดปราณคลุมวารีใส่ทำให้ยามนี้การเดินลมปราณของอีกฝ่ายค่อนข้างติดขัดและเสียเปรียบอยู่ไม่น้อย วรยุทธ์ท่าผีเสื้อกลางวายุภูกใส่ออกมาเมื่อร่างบางต่อยหมัดที่เคลือบด้วยปราณคลุมวารีใส่ร่างนั้นจะกระเด็นปลิวไปกระแทกต้นไม้สลบไป และถือจังหวะนั้นใส่วรยุทธ์ของสำนักทันที

     ‘บุปผาบานใต้มือ’จางฝรวมปราณคลุมวารีไว้รอบกายพร้อมฝ่ามือที่กวาดวาดไปในอากาศอย่างพวิ้นไหวอ้อนช้อยราวกำลังร่ายรำ รอบกาก็ค่อยปรากฎไอน้ำที่เพิ่มหน้าขึ้นจนไม่น่าจะเรียกว่าไอน้ำได้  “คุณชายเก๋อ” เสียงตะโกนของจางฝูดังขึ้นพร้อมกระบี่ในมือเก๋อหูซวงที่ตวัดฟาดปราณกระบี่ออกไปเพื่อตรึงร่างของพวกคนพรรคเมาเซียนก่อนร่างสูงของชายหนุ่มจะกระโดดวูบหลบไป

      คลื่นน….

       ตูมมมม!!!!

       ปราณวารีและวรยุทธ์ถูกจางฝูรวมประสายนก่อรจะซัดออกจากฝ่ามือไปพร้อมๆกันก่อเกิดเป็นคลื่นปราณวารีขนาดใหญ่เกือบสามเมตรโถมเข้าใส่ร่างของคนของพรรคเมาเซียนที่ยืนกันปราณดาบนั้นอยู่อย่างจัง

     อ้ากกกกก!!!!

    กรี๊ดดดดดดด!!!!

     “แฮ่กๆ แฮ่กๆ”ร่างของจางฝูหลังจากใช่ท่าบุปผาใต้มือพร้อมกับเคล็ดคลุมวารีที่รวมปราณกว่าครึ่งในร่างกายสร้างไอน้ำที่หนาเเน่นพอที่จะกลายเป็นคลื่นน้ำซัดใส่พวกเมาเซียน ก็แลกมากับการยืนหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนแม้จะยังไม่ได้หมดแรงแต่การซัดปราณออกไปเมื่อครู่ก็กินแรงเธออยู่ใช่ย่อย แต่อย่างน้อยๆมันก็คุ้มค่าาเพราะหลังจากที่พวกเมาเซียนนั้นถูกคลื่นน้ำซัดใส่นอกจากจะบาดเจ็บภายใน การเดินลมปราณในร่างปั่นป่วนเป็นโอกาสให้เก๋อหูซวงจัดการฟาดกระบี่ใส่สิ้นใจไปกว่าสี่คน รวมกับที่เธอจัดการไปตอนแรกก็เป็นห้าคน

     “แม่นางจางฝูเจ้าไม่เป็นไรนะ ยังไหวใช่ไหม”เก่อหูซวงอาศัยจังหวะที่พวกศัตรูยังไม่ฟื้นตัวพุ่งไปหาจางฝูเพื่อช่วยประคองและดูอาการของอีกฝ่าย ดูเหมือนว่าท่าที่นางใช้ไปเมื่อครู่จะกินแรงมากจะให้กการต่อสู้ยืดเยื้อยไปกว่านี้ไม่ได้

      “ข้ายังไหวอยู่”จางฝูเอ่ยตอบแล้วหันมองพวกพรรคเมาเซียนที่ยังคงเหลือรอดอยู่ที่เริ่มจับกลุ่มเข้ามาล้อมพวกตยเอาไว้อีกครั้ง แม้จะเสียไปห้าก็ยังเหลือห้าอย่างไรก็ยังคงได้เปรียบยิ่งอีกฝ่ายหนึ่งมีคนที่สภาพอ่อนแรงลงแล้วด้วยนั้นการเอาชนะได้คงอยู่ไม่ไกล

      “พวกเราร่วมมือกันอย่างไรก็ต้องจับนังชุดเขียวกับฮองเฮาไว้”คนผู้หนึ่งในพรรคเมาเซียนเอ่ยพร้อมกบร่างของพวกมันทั้งห้าที่พุ่งทะยานเข้ามาต่อสูกับพวกจางฝูอีกครั้ง และในครั้งนี้พวกจางฝูเสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัดแม้จะยังพอรับมือได้ แต่เพราะจำนวนคนที่มากกว่าแต่เรี่ยวแรงที่ใกล้หมดทำให้ทั้งจางฝูและเก่อหูซวงได้แผลมาหลายเเห่ง

       “พวกแกไม่รอดแน่ ฮ่าๆ”

       “ก้มลง!!!!”ชายพรรคเมาเซียนเอ่ยกล่าวหัวเราะออกมาด้วยความสะใจ แต่เพียงไม่นานก็มีเสียงใครบางคนตะโกนดังขึ้นมาจากทางด้านหลังจางฝูและเก่อหูซวงไม่ต้องรอดูว่าคือสิ่งใดร่างบางและร่างสูงของจางฝูและเก่อหูซวงพลันก้มหลบลงอย่างรวดเร็วก่อนที่ลูกธนูที่ยิ่งออกมาจากหน้าไม้หลาดอกพุ่งเข้าใส่พวกเมาเซียนนั้นอย่างจัง

     เมื่อทั้งสองหันไปมองก็พบว่าเป็นชายแปลกหน้าหกคนในมือของพวกเขามีหน้าไม้และเร่งระดมยิ่ง้ข่าใส่พวกเมาเซียนนั้นอย่างไม่หยุดพักจนสองในสามนั้นถูกลกธนูปักอกเสียชีวิตได้ ส่วนที่เหลือก็ใช้ตัวเบาถีบตัวกระโดดหนีไปทันที

    ทันทีที่พวกเมาเซียนนั้นพากันหนีไปแล้วฮองเฮา โม่อวิ๋นเซิงและเมิ่งจื่อเหยาก็พากันวิ่งไปหาจางฝูตามหลังมาด้วยชายแปลกหน้าทั้งหกคนที่เป็นมือหน้าไม้ก็พากันวิ่งมาดูพวกเธอด้วยความเป็นห่วง ก่อนเป็นฮองเฮาที่ปลีตัวเข้ามาช่วงพยุงจางฝูที่ดูยามนี้เป็นคนที่น่าจะบาดเจ็บมากที่สุดขึ้นโดยที่มีเมิ่งจื่อเหยาช่วยด้วยอีก

     “คนพวกนั้นเป็นใครหรือ”เก่อหูซวงหันมองชายหกคนที่ยืนอยู่ด้านหลังพร้อมเอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัย

    “พวกเขาเป็นคนของตะกูลข้าเอง ก่อนหน้ากลัวเกิดเหตุร้ายจึงส่งจดหมายไปแจ้งพ่อบ้าน ให้ส่งคนทั้งหกมาช่วยคุมกัน โชคดีที่มาทันพอดี”โม่อวิ๋นเซิงเอ่ยกล่าวแล้วหันมองไปมองคนทั้งหกที่ตะกูลเขาส่งมาก่อนจะหันมองทางแม่นางจางฝูที่มองจ้องไปทางคนทั้งหกด้านหลังอย่างไม่ไว้ใจนัก ‘เป็นสตรีที่ขี้ระแวงยิ่งนัก’

    “ต้องขอบคุณความรอบคอบของคุณชายโม่จริง ไม่ได้พวกเขาก็ไม่รู้จะเป็นเช่นไรพวกเมาเซียนรับมือได้อยากจริงๆ”เก่อหูซวงเอ่ยกล่าวพร้อมยกมือขึ้นมือขึ้นคำนับแก่ คุณชายโม่และคนที่เหลืออีกหกคนด้านหลัง

    “ปล่อยเรื่องขอบคุณไว้ก่อนเถอะ คุณชายเก่อ แม่นางจางฝูพวกเจ้าไปพักกันก่อนดีรึไม่”ฮองเฮากล่าวตรัสออกมาแล้วมองไปยังจางฝูที่ดูไม่ค่อยสู้ดีนัก

     “แต่…”จางฝูกล่าวออกมาก่อนหันมองฮองเฮา

    “ข้าเห็นด้วยกับฮองเฮานะ จางฝูเจ้าพักเถอะ เรื่องอารักขาข้าจะดูให้เอง”เมิ่งจื่อเหยาเอ่ยยกล่าวออกมาก่อนตัดสินใจพยุงจางฝูเดินไปยังรถม้าเพื่อให้หญิงสาวพักด้วยตนเองเพราะหากให้นางแก้ตัวคงดื้อไม่ยอมไปพักแน่ๆ

@Admin

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +5 คุณธรรม +5 ความโหด โพสต์ 2019-9-10 00:42
คุณได้รับ +37 คุณธรรม โพสต์ 2019-9-10 00:41

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -837 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -837 + 5

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตัวเบาขั้นสูง
เคล็ดวิชาวารีสิ้นขั้นสูง
หนามคู่เป่าเหลียน
ชุดวังน้ำทิพย์
ผ้าคลุมวารี
กงจักรไท่หยาง
คัมภีร์ละติน
ปราณคลุมวารี
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x4
x90
x5
x215
x5
x266
x1
x1
x2
x50
x1
x50
x1
x1
x1
x1
x4
x25
x1
x1
x100
x100
x55
x1
x15
x15
x2
x38
x2
x50
x5
x500
x8
x5
x120
x120
x120
x120
x10
x22
x165
x271
x19
x10
x146
x364
x1
x25
x316
x1
x108
x48
x116
x43
x120
x540
x113
x1
x30
x112
x166
x784
x2
x2
x220
x318
x170
x158
x1898
x1264
x150
x193
x27
x30
x17
x29
x16
x115
x806
x5
x1164
x10
x140
x1
x4
x11
x1
x2
x116
x206
x68
x2675
x6
x6
x111
x1
x26
x140
x400
x8
x150
x65
x500
x12
x2
x3
x150
x4
x40
x121
x2
x500
x146
x709
x400
x60
x95
x80
x7
x42
x80
x3
x30
x3
x1
x3
x117
x2
x10
x7
x4
x115
x65
x100
x1
x45
x1085
x4
x118
x14
x35
x2377
x102
x204
x5
x110
x4
x2
x696
x1651
x90
x64
x99
x44
x254
x259
x6
x28
x13
x478
x3
x563
x5
x1468
x121
x522
x279
x540
x580
x659
x54
x34
x129
x352
x1019
x209
x92
x81
x279
x310
x8
x60
x1
x3
x185
x141
x669
x503
x925
x660
x131
x2071
x2330
x521
x40
x3
x211
x24
x180
x1210
x20
x50
x444
x4498
x960
x1490
x35
x20
x41
x81
x377
x1

ข้อความล้วน|อุปกรณ์พกพา|

Copyright © 2001-2012 | The Legend of Wulin  สงวนลิขสิทธิ์ | GMT+7, 2019-9-22 18:02

ขึ้นไปด้านบน