ดู: 80|ตอบกลับ: 1

{ แคว้นซูเล่อ } จวนเจ้ากรมรัษฎากร | สกุลคาเคอ

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2019-8-9 22:30:47 |โหมดอ่าน





จวนเจ้ากรมรัษฎากร | สกุลคาเคอ


{ แคว้นซูเล่อ }








【จวนเจ้ากรมรัษฎากร】
สร้างตามอย่างที่นิยมของชาวฮั่น ถูกปรับปรุงให้ให้ดูทันสมัยขึ้น
เป็นที่อยู่ของตระกูลคาเคอ ที่จงรักภักดีต่อราชสำนักซูเล่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
ต่อต้าข่านคนปัจจุบัน สมัยก่อนยังไม่กินตำแหน่งขุนนางก็คือเจ้าสัวใหญ่
ผู้นำกองคาราวานออกค้าขายทั่วซีอวี้ เส้นสายมากมาย รู้จักผู้คนหลายหน้า
ด้านหน้าจวนมีป้ายปรมาภิทัยลายพระหัตถ์ข่านซูเล่อ มอบเป็นเกียรติแก่ตระกูล




เจ้าของจวน
ขุนนางรัษฎากร
คาเคอ จุ้น
อุปนิสัย : สุภาพสง่างาม ละเอียดรอบคอบนับถือคุณธรรมน้ำมิตร
เป็นบุรุษรักษาสัจจะวาจายิ่งชีพ รักศักดิ์ศรีมาากกว่าชีวิต












คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 Point +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 10

ดูบันทึกคะแนน

1248

กระทู้

4431

โพสต์

62หมื่น

เครดิต

( º﹃º ) หิวปลาปิ้ง!! <''Xx&

เงินชั่ง
1908203
เงินตำลึง
175936
ชื่อเสียง
267795
ความหิว
3126

ใบรับรองภาษามิดการ์ดใบรับรองภาษาคาเมล็อตตราสำนักวังน้ำทิพย์ใบรับรองภาษาไต้หวันใบรับรองภาษาฮั่นใบรับรองภาษาละตินป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV4)

คุณธรรม
24194
ความชั่ว
8456
ความโหด
51961
ปลาทองจวนอ๋อง♦หวั่งเหยียน
เลเวล 1

จวง ถิงซู่

" ระวังตัวบ้างน้องสาว "
pet
โพสต์ 2019-8-10 23:54:30 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LingHao เมื่อ 2019-8-11 18:18


ปกรณัมพิธีกรรมโบราณ
1354
{ พิธีกรรมเก่าแก่ 10,000 ปี 30 }
ข่านซูเล่อเป็นคนเช่นไร

               ‘นังหนู.. จะว่าไปข้าออกเดินทางกับเจ้ามาหลายเดือนแล้ว ก็พึ่งมีคราวนี้ได้กลับบ้านเกิด ขอบใจนะที่พามา’ สุนัขป่าอัคคีกระดิกหางหวอยๆ รับซี่โครงแกะย่างจากนายสาว หนึ่งคนหนึ่งหมาเดินไปแทะไป ไม่ได้สนใจสายตาคนนอกเท่าไร อีกอย่างหลิงหลานอาศัยว่าตนสวมหน้ากากปิดบังใบหน้าครึ่งหนึ่งแล้วไม่มีปัญหา

               “พี่เป็นสหายร่วมเป็นตายกับข้ามาหลายครั้งแน่นอนว่าต้องพามาด้วย เสียดายก็แต่หงลู่ต้องคอยอยู่เป็นเพื่อนเกิ้นหยาง” ดรุณีผมเงินคิดพลางก็เหลือบมองด้านคุณหนูลี่ ตนโอ้เอ้เวลาท้องหิว ช่วยอีกฝ่ายถามหาคฤหาสน์สกุลคาเคอตามร้านค้าอาหาร ได้เคบับมาสองห่อแบ่งให้สามีกับพี่ลี่ ส่วนเถ้าแก่สาวยังคงเอร็ดอร่อยกับซี่โครงแพะย่างจนปากมันแผล่บ ฝ่ายสามีเรียกมือปราบมาสอบถาม ‘ดูเหมือนทางเหยียนหลางจะได้เรื่องบ้างแล้วนะ...’

               ครู่หนึ่งบุรุษผมขาวค่อยเดินกลับมารวมกลุ่ม “มือปราบเมื่อครู่บอกคฤหาสน์อยู่ห่างจากย่านการค้าไปไม่ไกล ไล่เดินตามถนนสายหลักเห็นป้ายก็จะรู้”

               “เช่นนั้นไปกันเถอะหากเยี่ยมเยียนมืดค่ำคงจะไม่เหมาะสม” สตรีผมม้ายกหมวกไผ่ผ้าคลุมขึ้นสวม ออกเดินไปตามถนนสายหลังพร้อมเคบับในมือ ‘อื้ม..รสเข้มข้นอร่อยดีจริงๆ น้องหลานหิวแล้วไม่ลืมคนใกล้ชิด เด็กดีๆ’

               หลิงหลานเดินต๊อกแต่กพยักหน้ารับจากนั้นฉีกโครงแกะซีกหนึ่งยื่นไปตรงหน้าสามี “ท่านพี่ข้าป้อนนะ”

               “อื้ม….” นั่นล่ะสีหน้าเรียบเฉยของบุรุษผมขาวพอจะมีกระแสแห่งอารมณ์ขึ้นมาบ้าง

               เดินทางกันราวครึ่งเค่อก็พิสูจน์ได้ว่าที่มือปราบคนนั้นกล่าวมิได้ผิดเลย จวนขุนนางรัษฎากรแห่งแคว้นนี้มีเอกลักษณ์จริงๆ นอกเสียจากเรือนจั่วคล้ายชาวฮั่นแล้ว ยังมีป้ายแผ่นไม้สลักจากอักษรเขียนมือ ลายพระหัตถ์ลงปรมาภิทัยเจ้าแคว้นซูเล่อถึงจะไม่มีตราขุนนาง แต่ก็ใช้แบบนี้ได้ด้วย? เจ๋งไปเลย

               ลี่ญ่าฮุ่ยเปิดผ้าคลุมหน้าเดินเข้าไปสอบถาม “รบกวนแจ้งไต้เท้า สหายท่านโม่ซุ่นมาขอพบเพื่อสนทนาเรื่องในอดีต”

                “ได้ขอรับแม่นางโปรดรอสักครู่” ผู้เฝ้าประตูเดินเข้าไปด้านใน ส่วนหลิงหลานกำลังอมยิ้มมองป้ายลายพระหัตถ์ ริมฝีปากจิ้มลิ้มอมยิ้มเดียงสาพบว่าเห็นอักษรเสมือนเห็นตัวคน ‘ตวัดเริ่มเข้มสม่ำเสมอจนถึงปลาย หนักแน่นมั่นคงแฝงกลิ่นอายนักรบ แบ่งช่องอย่างอิสระเสรีไม่ยึดติดกฎเกณฑ์’ ส่วนผู้เป็นสามีเห็นนางจ้องอยู่นานแล้วเข้าใจว่าชอบไม้ที่ใช้ทำ คงจะอยากเอาไปสร้างเป็นเครื่องเรือนจึงมิได้ติดใจอะไร

                รอไปได้สักครึ่งเค่อผู้เฝ้าประตูคนเดิมก็กลับมาประสานมือตอบ “ไต้เท้ากำลังพบแขกสำคัญ ไม่อาจรับรองแม่นางได้ในเวลานี้ขอรับ เชิญแม่นางทั้งสองและคุณชายเข้าไปรอที่ศาลาในจวนก่อน”

                 “อ้อ! ได้สิ พวกเราไม่ติดธุระที่อื่นอยู่แล้วขอรบกวนด้วยนะ” ลี่ญ่าฮุ่ยเดินนำทั้งสองตามบ่าวเข้าไป โดยที่หลิงหลานขอนำโฮ่วชื่อติดตามไปด้วย ด้านบ่าวคล้ายจดจำสุนัทป่าแดงดำได้ลางๆ ว่านี่มิใช่ตัวที่เคยวิ่งตามท่านข่านหรอกหรือ? จึงมิกล้าเข้าขวางปล่อยพวกนางตามสบาย พวกเขาได้รับการรับรองในสวนหย่อมถึงเรียกว่าสวนทว่าพื้นที่สีเขียวน้อยนัก

                สาวใช้นำชานมแบบพิเศษของชาวนอกด่านมาให้พวกเขา หลิงหลานอยากทราบเรื่องราวจึงรั้งตัวไว้สนทนากัน ส่วนมากที่สอบถามคือเรื่องดินฟ้าอากาศ ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวซูเล่อแตกต่างหรือเปลี่ยนแปลงไปทางไหนบ้าง เลียบๆ เคียงๆ ถามถึงผู้ปกครองของเขาอย่างแนบเนียน คุยทีคุยยาวสาวใช้สัมผัสได้ว่าสตรีชาวฮั่นผมเงินผู้นี้เอาใจใส่ไม่ใช่แค่สักถามไปอย่างนั้น จึงเต็มที่ในการให้ข้อมูล เห็นแววเทิดทูนท่านข่านแล้วคันปากอยากเล่า

                 “ครั้งล่าสุดท่านข่านไปเยือนแดนฮั่นก็ได้ยินพวกบ่าวชายคุยกันว่าพัฒนาสัมพันธไมตรีเป็นอย่างดีเจ้าค่ะ ทั้งยังได้นำองค์ความรู้ ผู้เชี่ยวชาญด้านแขนงต่างๆ กลับมาพัฒนาบ้านเกิด… ท่านทรงงานเหน็ดเหนื่อย แม่ทัพหญิงตู๋กู่เองก็มุ่งมั่นที่จะปกป้องแคว้นพวกเราแม้ไม่ถึงขั้นสุขสบาย แต่ก็อยู่รอดปลอดภัยเพราะท่านข่านทรงปรีชา”

                ญาญ่าไม่ค่อยทราบตื้นลึกหนาบาง พยักหน้าส่งๆ เรื่องเจ้าแคว้นต่างๆ อันที่จริงตนคงไม่มีโอกาสได้พบ “ฟังแล้วเป็นคนที่มีความสามารถมากเลยนะ”

                “นอกจากความสามารถ ยังถือเป็นบุรุษที่น่าสนใจท่านหนึ่ง” หลิงหลานกล่าวไปตามที่คิดเนื่องจากตนเคยมีโอกาสได้พบแม้เป็นระยะเวลาสั้นๆ แต่จากประสบการณ์อยู่ร่วมกับผู้ครองแคว้นมาไม่ต่ำกว่าสองราย สามารถจับจุดโดดเด่นได้พอสมควร สีหน้านางอ่อนหวานนักยามอธิบายขยายความ “ท่านข่านมีลักษณะของมหาบุรุษตามตำรา ข้าไม่แปลกใจเลยว่าทรงสามารถกระทำเรื่องยากที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ การรวบรวมชนเผ่าว่ายากแล้ว ปกครองหลังจากนั้นให้มั่นคงผาสุขยากยิ่งกว่า ชาวซูเล่อนับว่าสั่งสมบุญมามากได้ผู้ปกครองที่เมตตา...ทรงปัญญาทั้งยังเก่งกาจ”

                สาวใช้ยิ้มปลาบปลื้มเมื่อแขกสาวชมนายเหนือหัวตน “ท่านดู.. พูดราวกับเคยพบท่านข่านของพวกเรา”

                “อันที่จริง.. พี่โฮ่วชื่อก็เป็นท่านผู้นั้นประทานให้” สตรีผมเงินชี้ไปทางโฮ่วชื่อที่กระดิกหางเชิดหน้าฟังอยู่ จากนั้นจิบชานมพวงแก้มเปลี่ยนเป็นแดงระเรื่อ นึกถึงคราวงานเลี้ยงที่คฤหาสน์สกุลไป๋ตนทำเริ่มเปิ่นไปเยอะเชียว “บุรุษที่โดดเด่นถึงเพียงนั้นได้พบสักครั้งก็ยากที่จะลืมเลือน”

                'โฮ่ๆๆ นังหนูเจ้าเริ่มรู้สึกเสียดายขึ้นมาแล้วใช่ไหมล่ะ!! ข้าบอกแล้วไม่ควรรีบเลือก...' สุนัขป่าหัวเร่อหยอกล้อโดยที่นายสาวไม่ได้ว่าอะไรเข้าใจนิสัยสุนัขดี

                ลี่ญ่าฮุ่ยเห็นบุรุษผมขาวนั่งหลับตาฟังอยู่เงียบๆ มานาน “คุณชายเหยียนท่านเป็นไรหรือ? ชานมทำให้ท้องอืดได้ง่ายยังสบายดีใช่ไหม?”

               จางเหยียนลู่เปิดดวงตาขึ้นหรี่ลงมองยังสุนัขป่าอัคคีไม่ตอบคำของคุณหนูลี่ หากจำไม่ผิดคำอย่าง ‘โดดเด่น เก่งกาจ มากปัญญา’ หลานเอ๋อร์ยังไม่เคยใช้กับตน ‘ฮูหยินดูเทิดทูนชื่นชมบุรุษอื่นให้ฟังอยู่แบบนี้ ข้ายังมีอารมณ์จิบชาอยู่ก็บ้าแล้ว’

             ไม่นานนักก็ได้รับแจ้งว่าไต้เท้าคาเคอกลับมายังจวนแล้ว พ่อบ้านเดินมาเชิญทั้งสามไปที่โถงพร้อมท่านสุนัขป่ากิติมศักดิ์ หลิงหลานเรียกสาวใช้ขยันพูดมาด้วยกันหลังทราบว่าใต้เท้าติดส่งต้าข่าน โถงรับแขกมีบริเวณกว้างขวาง เคื่องเรือนไม่สะดุดตาเน้นความเรียบง่าย เบาะนั่งบุขนสัตว์กลิ่นอายชาวนอกด่านอย่างแท้จริง

             ด้วยอยู่ว่างๆ ชานมมีขนมเซาปิ่งมีระหว่างนั่งรอก็สนทนาว่ากันต่อ

             “นอกจากท่านข่านเฉินผานแล้วก็ยังมีอีกหนึ่งสตรีที่ต้องขนานนามคู่.. แม่ทัพหญิงตู๋กู่ ทุกท่านคงพอจะได้ยินมาบ้างถึงกิติศัพท์ความห้าวหาญภักดี? ศึกห้าปีก่อนปราบชงหนูร่วมกับแม่ทัพเว่ย เรื่องราวค่ายเด็กกำพร้าเริ่มต้นขึ้นก็เพราะสตรีเหล้กคนนี้ เดิมแรกหลิงหลานแปลกใจนักสำหรับชาวฮั่นเองการมีสตรีในสนามรบ บ่งบอกถึงความไร้สามารถของบุรุษ เหล่าปราชญ์ลัทธิหยูคงไม่เห็นดีเป็นงามเป็นแน่.. ถึงอย่างนั้นซูเล่อกลับสามารถทำได้”

              ชานมที่กำลังอุ่นๆ คล้ายทำให้เถ้าแก่สาวเปิดปากง่ายขึ้น หลิงหลานหัวเราะเบาๆ คล้ายว่าขบขัน “แปลกที่ต้าฮั่นเราจอมยุทธ์หญิงมากฝีมือมีมากมาย ทั้งผู้อาวุโสเนี่ยนหนูเจียว จอมยุทธ์หนี่เถี่ย ท่านหลี่หลิงนู กลับไม่เคยได้ยินเรื่อง ‘แม่ทัพหญิง’ ปรากฎมาก่อน ท่านว่าข่านซูเล่อสามารถมองเห็นในสิ่งที่ปราชญ์ชาวฮั่นมองข้ามไปรึไม่?”  

              “เจ้าเสียดายแทนล่ะสิ? สตรีฮั่นแค่รู้หน้าที่ปรนนิบัติสามีเลี้ยงลูกพอแล้วมั้ง” คุณหนูลี่เหลือบมองสามีของสหาย กระตุกรอยยิ้มพลางหาวเบาๆ ให้นั่งนิ่งนานๆ มันชักจะง่วง “อย่างน้อยบุรุษที่พอจะใจกว้างยอมรับเรื่องความเท่าเทียมได้ก็หายากจริงนั่นล่ะ เจอแล้วเจ้าจะประทับใจก็ไม่แปลก”

              เจี้ยบน้อยลูบปอยผมตนเองไม่ได้พยักหน้าทว่ายิ้มอยู่ “ข้าชื่นชมผู้ที่ใช้สติปัญญาในการทำงานมิใช่ขยันเอาความคร่ำครึมาถ่วงหลังเจ้าค่ะ”

              ‘พูดได้ดีนังหนู!! ทั้งสองเป็นสหายร่วมรบแต่หาคนที่เข้าใจได้ยากเหลือเกิน โดยมากบุรุษอยู่กับสตรีจะถูกมองในทางที่ไม่ดี ขนาดชาวซูเล่อด้วยกันเห็นอยู่ว่ามีผลงานก็ยังปฎิเสธเพราะคำว่าไม่เหมาะสมคำเดียว’ โฮ่วชื่อบ่นขรมทว่ามีเพียงหลิงหลานที่ได้ยินแล้วส่งยิ้มเรียบๆ

              “.............” จางเหยียนลู่นั่งหลับตานิ่งเช่นเดิมจนทุกคนคิดว่าเขาเข้าฌาณทำสมาธิไปแล้ว

               “ที่แท้แม่นางหลิงหลานชื่นชมท่านข่านของเราเพราะเหตุนี้เอง จริงอยู่ว่าท่านข่านพยายามผลักดันแม่ทัพตู๋กู่ในราชสำนัก ทว่าหากมิใช่เพราะเป็นเชื้อสายแม่ทัพใหญ่ภักดี ‘ตู๋กู่เฮ่า เหวิน’ ตระกูลเก่าแก่มีความเป็นมายาวนานแล้วกระแสต่อต้านก็ดุจคลื่นใต้น้ำ ทุกวันนี้ยังมีหลายคนที่ไม่ยอมรับ” สาวใช้คนดียังคงจ้อต่อเรื่อยๆ ลี่ญ่าฮุ่ยฟังพลางก็สัปหงกไปพลาง เหลือก็แต่หลิงหลานที่ยังคงตั้งอกตั้งใจเก็ยข้อมูล ไม่ได้ทันมองสามีนางที่ลืมตาทุกครึ่งเค่อขึ้นมาจ้องตนเลย

                “ขออภัยที่ทำให้ทุกท่านต้องรอ.. คงเป็นสหายของท่านโม่ซุ่นส่งมาสินะ”

                 เวลาผ่านไปราวหนึ่งชั่วยามในที่สุกคาเคอจุ้นก็มาพบหน้าแขกชุดที่สองได้เสียที เริ่มจากการแนะนำตนเอง แนะนำกันไปมายาวยืดแล้ว ทั้งสามก็เปิดประเด็นเข้าเรื่องเพื่อไม่ให้เสียเวลา ลี่ญ่าฮุ่ยสะกิดถามก่อน ว่าตนรู้จักกับท่านโม่มานานแล้วแต่ระยะหลังสุขภาพของสหายไม่สู้ดีจึงให้ตัวแทนมานำกุญแจทางเข้า ไปสำรวจซากโบราณสถานแทน

                 “อืม… ในที่สุดก็จะมีคนไปสำรวจซากโบราณสถานแห่งนั้นสักที หลังจากข้ากับพี่เฮ่าเหวินค้นพบกุญแจ เราก็เก็บรักษามาตลอด เพื่อรอมอบให้ท่านโม่ซุ่นตอนที่เขาพร้อมเดินทาง น่าเสียดาย..น่าเสียดาย” คาเคอจุ้นภาพลักษณ์คล้ายบัณฑิตที่เคร่งขรึม ถึงอย่างนั้นยามที่เขาอธิบายเรื่องราวความเป็นมากลับไว้ท่าทีอยู่มาก หลังจากเดินไปที่ชั้นหนึ่งสือเลื่อนกล่องหลากหลายขนาดอยู่พักใหญ่ก็นำแผ่นศิลารุปหน้าสัตว์ศิลาออกมา ทว่ามันมีแค่ครึ่งเดียว “อันตรายเกินกว่าจะเก็บในสภาพสมบูรณ์ ข้าและพี่เฮ่าเหวินแบ่งกันคนละครึ่งซีกเพื่อเก็บรักษา นี่ก็สี่สิบปีแล้วที่ท่านพี่เฮ่าเหวินจากไปส่วนซีกนี้ท่านพ่อของข้า คาเค่อ จั้ง ดูแลรักษาปัจจุบันได้สืบทอดมายังข้าต่อเพื่อส่งต่อให้ท่านโม่”

               หลิงหลานรับเอาแผ่นศิลามาตรวจสอบดู “มีความโบราณและเรื่องเล่ายาวนานนัก ดูเหมือนเรื่องซากโบราณสถานพวกท่านสามตระกูลจะพยายามเข้าไปสำรวจนานแล้ว.. ท่าโม่อายุไม่น่าถึงสี่สิบปีคาดเดาว่านายท่านโม่รุ่นก่อน และบิดาของไต้เท้ารู้จักกัน”

                “แม่ทัพตู๋กู่เฮ่าเหวินสิ้นแล้ว เช่นนั้นก็หมายความว่าพูดเราต้องไปเอาอีกครึ่งหนึ่งที่แม่ทัพตู๋กู๋ซินอี้?” ลี่ญ่าฮุ่ยรินน้ำชาให้ตนเองก่อนถามขึ้นเมื่อจับใจความได้

                ไต้เท้าคาเคอพยักหน้าว่าถูกต้องตามนั้น “ตอนนี้แม่ทัพตู๋กูไปราชการทั้งสามท่านสามารถไปหาท่านแม่ทัพได้ที่แคว้นอูซุน กล่าวเล่าเรื่องซากโบราณและท่านโม่ซุ่นนางจะทราบเอง”

                 “คราวนี้รบกวนท่านไต้เท้าแล้วหลิงหลานขอขอบคุณมาก” ทั้งสามกล่าวอำลาเมื่อได้ข้อมูลและของที่จำเป็น เดิมทีคิดสนทนาต่อทว่าเห็นแววเหนื่อยล้าในดวงตาของเจ้าบ้าน เมื่อครู่ต้อนรับต้าข่านหลายชั่วโมงคงสนทนางานกันยาว จึงไม่อยุ่รบกวนอีกเลือกไปตั้งหลักพักผ่อนในโรงเตี้ยมเสียก่อน
  
@Admin

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +1 คุณธรรม +3 ความชั่ว +8 ความโหด โพสต์ 2019-8-11 13:20
คุณได้รับ +80 ความโหด โพสต์ 2019-8-11 13:20

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -36 Point +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -36 + 10

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
คทาจูเทอร์น่า
หมวกคลุมจูเทอร์น่า
ลูกแก้วแห่งน้ำพุ
ธงจูเทอร์น่า
ผ้าคลุมจูเทอร์น่า
ตัวเบาขั้นสูง
ปราณคลุมวารีขั้นสูง
เพลงกระบี่คู่นก<br>ยวนยางหานเยว่ขั้นสูง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x2
x20
x15
x16
x80
x2
x1
x1
x1
x2
x30
x10
x1
x1
x2
x1
x1
x1
x1
x3
x1
x14
x2
x1
x3
x9
x40
x5
x1
x2
x1
x5
x8
x3
x280
x70
x100
x80
x80
x80
x131
x22
x32
x4
x78
x1
x125
x710
x310
x8
x100
x2
x1
x7
x5
x24
x1600
x9999
x7
x1600
x8
x129
x10
x700
x1960
x600
x420
x2000
x40
x37
x26
x960
x740
x2231
x100
x21
x1800
x9
x1200
x1800
x983
x28
x22
x15
x102
x10
x1000
x15
x134
x1891
x170
x2025
x1300
x320
x2300
x3
x8100
x363
x84
x100
x3
x73
x141
x3272
x128
x302
x411
x2743
x2019
x20
x1610
x8
x516
x1801
x5
x300
x9
x28
x2665
x2374
x9
x52
x6185
x50
x9999
x1801
x43
x3
x79
x15
x1040
x1
x1
x2265
x1
x1
x2425
x13
x21
x18
x786
x570
x582
x30
x128
x7
x30
x44
x5
x1180
x1501
x13
x970
x297
x630
x300
x48
x45
x2365
x1
x1840
x2769
x3100
x3749
x132
x258
x252
x4905
x9999
x563
x51
x42
x3344
x23
x16
x53
x181
x80
x1000
x129
x14
x3223
x234
x2900
x407
x1327
x9999
x2451
x2890
x1302
x1806
x2370
x57
x75
x2099
x485
x1107
x129
x30
x6182
x1875
x3804
x1270
x91
x2418
x3611
x3865
x2005
x3598
x1150
x527
x1268
x456
x160
x1000
x263
x3
x24
x6
x1360
x77
x50
x3542
x620
x2
x466
x116
x9999
x2361
x2
x37
x2189
x3343
x5400
x7097
x374
x4439
x4270
x444
x747
x9999
x1759
x520
x10
x1006
x2257
x2940
x505
x90
x2
x18
x25
x25
x32
x9
x4258
x9235
x1807
x9999
x199
x24
x5738
x20
x5805
x19
x8
x915
x256
x25
x9
x101
x31
x8
x789
x3805
x7
x30
x203
x680
x81
x2804
x2121
x110
x15
x1410
x2558
x2400
x3
x280
x3676
x2570
x227
x7899
x509
x391
x3674
x2930
x9999
x10
x2251
x2441
x5805
x7800
x3120
x1241
x24
x2675
x859
x70
x328
x142
x2816
x2114
x9999
x40
x4099
x9999
x9999
x9999
x3255
x1875
x107
x3200
x4
x3696
x34
x3235
x3929
x722
x1
x756
x1546
x645
x931
x4415
x2192
x3228
x5004
x9999
x4044
x9999
x3079
x2084
x1855
x3256
x4179
x3272
x728
x61
x1
x20
x1919
x2568
x713
x1
x4417
x5882
x67
x9999
x673
x1243
x968
x2792
x103
x2957
x553
x515
x100
x825
x258
x8
x157
x35
x9999
x1123
x2070
x2528
x180
x651
x454
x93
x1201
x1059
x9999
x3310
x1261
x1230
x670
x200
x9999
x1501
x9999
x129
x713
x2227
x2

ข้อความล้วน|อุปกรณ์พกพา|

Copyright © 2001-2012 | The Legend of Wulin  สงวนลิขสิทธิ์ | GMT+7, 2020-1-19 04:03

ขึ้นไปด้านบน