ดู: 665|ตอบกลับ: 29

{ เมืองอู๋จวิ้น } ท่าเรือใหญ่อู๋จวิ้น

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2017-10-24 21:16:06 |โหมดอ่าน

ท่าเรือใหญ่ไช่จวิ้น
[ เ มื อ ง อู๋ จ วิ้ น ]





ท่าเรือขนาดใหญ่เป็นสถานที่เทียบท่าของทั้งเรือสินค้า เรือโดยสาร และเรือประมง
โคจรเส้นทางเดินเรือไปตามเส้นทางแม่น้ำแยงซี และสามารถเดินเรือออกไปทางทะเลตะวันออกได้
แต่ทว่ายังไม่เคยมีผู้ได้เดินเรือออกนอกเขตปะการังเลยสักครั้ง
จากคำบอกเล่าของชาวประมงว่ากันว่ามีพายุปีศาจคอยกลืนกินเรือที่ล้ำเส้นทางออกไปไม่เคยมีผู้ใดรอดกลับมาได้

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 2

ดูบันทึกคะแนน

ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2019-10-10 16:03:35


{ เส้นทางแม่น้ำหวงเหอ }
เปิดบริการเส้นทางรถ แพท 2.5
** ท่านสามารถเลือกลงกลางทางได้ โดยเขียนโรล ป่านอกเมือง หรือ ทะเลทรายนอกเมืองที่ลง **



สายเรือหวงเหอ : อู๋จวิ้น - ฉางอัน / ลั่วหยาง / ท่าเหวินเซ่อ /
ท่าลี่หยาง / ท่าไป๋เม่า / ท่าอิงกู้ / ท่าหลิงหยง / ท่าจีเป่ย / ท่าเหลียนเซ่า
สถานีเป้าหมาย: ท่าเรือใหญ่ เมืองท่าแถบแม่น้ำหวงเหอ
ราคาต่อเที่ยว: 3,000 ชั่ง




{ เส้นทางการเดินเรือ - แม่น้ำฉางเจียง }
เปิดบริการเส้นทางรถ แพท 2.5
** ท่านสามารถเลือกลงกลางทางได้ โดยเขียนโรล ป่านอกเมือง หรือ ทะเลทรายนอกเมืองที่ลง **


สายที่ 1 : อู๋จวิ้น - ท่าซูโจว / ท่าเหอผิง
สถานีเป้าหมาย: ท่าเรือใหญ่ เมืองท่าซูโจว / ท่าเหอผิง
ราคาต่อเที่ยว: 5 ชั่ง


สายเจียงหนาน : อู๋จวิ้น -
ท่าเจี้ยนเฉิง / ท่าอวี้ไท่ / ท่าอวี้หยุน / ท่าไห่โข่ว / ท่าหม่าเจียง / ท่าไฉหรง / ท่าไฉ่ซ่าง
สถานีเป้าหมาย: ท่าเรือใหญ่ เมืองท่าแถบเจียงหนาน
ราคาต่อเที่ยว: 7 ชั่ง


สายจิงโจว : อู๋จวิ้น - ท่าหยูลู่ / ท่าเกิ่งเฟิ่ง / ท่าซื่อปี้ / ท่าหยวนหง / ท่าเหยียนเถียน / ท่าอวี้เมิ่ง / ท่าเกาเหลียง
สถานีเป้าหมาย: ท่าเรือใหญ่ เมืองท่าแถบจิงโจว
ราคาต่อเที่ยว: 15 ชั่ง



สายกุ้ยหยาง : ท่าเหอผิง - เมืองกุ้ยหยาง / เมืองฉางซา
สถานีเป้าหมาย: ท่าเรือใหญ่ เมืองกุ้ยหยาง / เมืองฉางซา
ราคาต่อเที่ยว: 30 ชั่ง




{ เส้นทางการเดินเรือ - ขึ้นเหนือ }
เปิดบริการเส้นทางรถ แพท 2.5
** ท่านสามารถเลือกลงกลางทางได้ โดยเขียนโรล ป่านอกเมือง หรือ ทะเลทรายนอกเมืองที่ลง **


สายที่ 1 : อู๋จวิ้น - หมู่บ้านฮุ่ยเจ๋อตง / ท่าเหลียนหยู
สถานีเป้าหมาย: ท่าเรือใหญ่ หมู่บ้านฮุ่ยเจ๋อตง / เมืองท่าเหลียนหยู
ราคาต่อเที่ยว: 300 ชั่ง


สายที่ 2 : อู๋จวิ้น - เมืองป๋อไห่ / ท่าเทียนจิน / ท่าวั่งผิง
สถานีเป้าหมาย: ท่าเรือใหญ่ เมืองป๋อไห่ / เมืองท่าเทียนจิน / ท่าวั่งผิง
ราคาต่อเที่ยว: 1,100 ชั่ง



สายที่ 3 : อู๋จวิ้น - เกาะจู
สถานีเป้าหมาย: ท่าเทียบเรือเกาะจู
ราคาต่อเที่ยว: 3,000 ชั่ง+ภาษีขึ้นเกาะจากเจ้าเกาะ





←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x1
x1
x23
โพสต์ 2018-1-2 13:57:25 | ดูโพสต์ทั้งหมด
วันทำงาน ณ ท่าเรือใหญ่อู๋จวิ้น
     เสียงฝีเท้าของม้าที่ควบดังม้าแต่ไกล นำพาชายหนุ่มผู้มีหนวดเครางามมายังท่าเรือใหญ่ของแดนใต้ ภายใต้เสื้อคลุมสีน้ำเงินปกคอขนกระต่ายยังคงไว้ซึ่งคุณชายผู้ที่มาจากครอบครัวมีฐานะ เมื่อมาถึงบริเวณท่าเรือใหญ่หลี่เซี้ยนเจ่อลงจากหลังม้าแล้วก็ผูกบังเหียนม้าไว้ยังราวไม้ด้านข้าง
     ท่าเรือใหญ่อู๋จวิ้นถือท่าเรือที่มีขนาดใหญ่และจัดได้ว่าเป็นท่าเรือหลักของแดนเจียงหนาน เรือสำเภาน้อยใหญ่ที่บรรทุกสินค้ามามักมาจอดเทียบท่าที่ท่าเรือแห่งนี้ หลี่เซี้ยนเจ่อเดินเข้ามายังบริเวณท่าเรือที่คราคร่ำได้ด้วยชาวเมืองที่มาเดินดูสินค้าตามเรือต่างที่เข้ามาเทียบท่า เมื่อมองดูแล้วก็เรือประมงที่ออกหาปลาอยู่เพียงไม่กี่ลำ เพราะมันเป็นช่วงฤดูหนาวคนจึงไม่ค่อยนิยมออกเดินเรือไปหาปลามากนัก
     หลี่เซี้ยนเจ่อเดินพลางสำรวจเรือต่างๆทั้งซ้ายและขวา จนเดินมาถึงสุดปลายทางของทางเดิน เสียงคลื่นของน้ำจากแม่น้ำแยงซีเกียงที่กระทบเข้ามายังบริเวณท่าเรือชวนให้ผู้คนอยากออกไปล่องทะเลยิ่งนัก เมื่อชมดูคลื่นกระทบฝั่งจนเป็นที่พอใจแล้ว หลี่เซี้ยนเจ่อก็หมุนตัวเดินกลับไปยังบริเวณด้านบนของท่าเรือใหญ่
     หลี่เซี้ยนเจ่อเดินขึ้นมาถึงบริเวณด้านบนของท่าเรือใหญ่แล้ว เขาก็เดินยังส่วนที่พักของพวกชาวเรือ เพื่อขอนั่งลงจดบันทึกสำหรับวันนี้ เมื่อเดินเข้ามายังด้านในก็ได้ยินเสียงพูดคุยของชาวเรืออย่างไม่ขาดสาย หลี่เซี้ยนเจ่อเลือกนั่งลงที่มุมด้านในสุดแล้วก็เดินสมุดบันทึกเตรียมจดลงไป
   " วันนี้ได้เดินทางมาเพื่อตรวจดูความเป็นอยู่ของชาวเมืองและคนต่างเมืองที่ท่าเรือเรือใหญ่อู๋จวิ้น เมื่อมาถึงและได้เดินลงไปสำรวจและตรวจตราด้วยตัวเองแล้ว จึงพบว่ามีเรือโดยสารมาเทียบท่าจำนวน 3 ลำ ทั้งหมดเป็นเรือโดยสารขนาดกลาง มีเรือประมงออกเรือเพียง 2 ลำ นอกจากนั้นเป็นเรือขนสินค้าที่เข้ามาจอดเทียบท่าเพื่อนำสินค้ามาถ่ายเท เพื่อทำการวางขายที่ตลาดในเมือง"
   หลี่เซี้ยนเจ่อทำการตรวจทานอีกครั้งแล้วก็ปิดสมุดบันทึก การได้มาทำงานที่เจียงหนานทำให้พบและได้ยินเรื่องราวต่างๆมากมายกว่าที่นครหลวงมากนัก จนเมื่อจะลุกขึ้นกลับก็ได้ยินการคุยของชาวเรือชวนให้ต้องชะงักฟัง
   "พวกเจ้ารู้อะไรไหม? ช่วงหน้าหนาวแบบนี้ไม่ค่อยมีใครอยากออกทะเลกันหรอก มีพวกคนบ้าเท่านั้นที่ทำแบบนั้น"
   "ทำไมเจ้าถึงว่ามีแต่คนบ้าที่ทำแบบนั้น"
   "พวกเจ้านะไม่รู้อะไร คนที่ออกเรือในช่วงนี้มักจะไม่ได้อะไรกับมาแม้แต่ปลาสักตัวก็ยังไม่ได้ ลือกันว่าใต้ผืนน้ำนั้นมีปิศาจคอยจ้องทำร้าย ใครก็ตามที่ไปยังเขตของมัน"
   "จริงเหรอ?"
   "ใช่ มันมีแต่ความเลวร้าย และผลร้ายที่น่ากลัว"
     หลังจากที่นั่งฟังมาได้สักพักหลี่เซี้ยนเจ่อก็ได้แต่ทำหน้าขมวดคิ้วกับเรื่องเล่าและคำล่ำลือ ซึ่งตัวเองก็ไม่รู้ว่าจริงหรือเท็จกันแน่ แต่หลี่เซี้ยนเจ่อก็ทำการจดบันทึกเพิ่มในลงไปในสมุดบันทึก
   "วิถีชีวิตของชาวเรือ: ช่วงฤดูหนาวชาวเรือไม่นิยมออกเดินเรือประมงหาปลา ด้วยเพราะมีคำล่ำลือถึงปิศาจและสัตว์ร้ายใต้ในแม่น้ำ"
หลี่เซี้ยนเจ่อลงบันทึกสุดท้ายของวันทำงานในวันนี้ แล้วก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินออกไปจากบริเวณที่พักของชาวเรือ เมื่อมาถึงที่พักม้าหลี่เซี้ยนเจ่อปลดบังเหียนที่ผูกไว้กับราวไม้ออก จากนั้นก็เก็บสมุดบันทึกและพู่กันใส่ลงไปในกระเป๋าหนังอานม้า หลี่เซี้ยนเจ่อกระโดดขึ้นหลังม้าแล้วก็ควบม้ากลับจวนของตัวเอง
@Admin


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +20 เงินตำลึง +400 ชื่อเสียง +50 ความหิว -15 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 20 + 400 + 50 -15 + 3

ดูบันทึกคะแนน

...
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กราดิอุสทมิฬ
หลี่ซื่อชุนชิว
เทียนกุย
กำหนดลมหายใจ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x3
x13
x1
x1
โพสต์ 2018-1-7 17:32:37 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Hazan เมื่อ 2018-1-7 22:55

   วันทำงาน ณ ท่าเรือใหญ่อู๋จวิ้น

     มันคือวันธรรมดาอีกวันหนึ่งที่ หลี่เซี้ยนเจ่อมักจะออกเดินมาเล่นไปตามสถานที่ต่างๆในอู๋จวิ้น ความธรรมดาสามัญมักจะทำให้เจอกับเรื่องที่ไม่คาดคิดเสมอ การได้พบเจอผู้คนและได้ฟังเรื่องราวในแต่ละวัน จึงทำให้หลี่เซี้ยนเจ่อไม่ต้องฟุ่งซ่านกับเรื่องราวที่ผ่านมา
     วันนี้เขาเลือกที่จะขี่ม้าออกมาที่ท่าเรือใหญ่ของเมือง เนื่องจากเมื่อวานได้ฟังว่าสินค้าที่มากับเรือสำเภาไม่ค่อยเป็นที่นิยม หลี่เซี้ยนเจ่อจึงอยากมาสำรวจสักหน่อย การได้มายังสถานที่ที่ชุมนุมด้วยผู้คน เรื่องราวทั้งหลายในใต้หล้าคนทั้งหลายล้วนต้องประสบพบเจอ

     หลี่เซี้ยนเจ่อผูกสายบังเหียนม้าไว้ที่ราวไม้ เสร็จแล้วก็หยิบสมุดบันทึกพร้อมพู่กันออกมาจากกระเป๋าหนังบนอานม้า เขาสอดสมุดบันทึกไว้ในอกเสื้อ พู่กันที่สอดไว้ด้วยแท่งไม้เก็บไว้ในแขนเสื้อ เมื่อเหลียวหันมามองจึงพบว่ามีเพียงคนงานในบริเวณท่าเรือ ส่วนคนที่มาจับจองดูสินค้านั้นบางตาอย่างเช่นได้ชัด หลี่เซี้ยนเจ่อแม้เป็นขุนนางแต่ก็ไม่ค่อยนิยมชมชอบเครื่องประดับหรือสินค้าที่มองไม่เห็นถึงความจำเป็น ชาวเมืองที่ไม่ใช่ชนชั้นคหบดีหรือครอบครัวที่มั่งคั่ง แม้ยากได้ของเหล่านี้ก็ทำได้เพียงแค่มองดูเท่านั้น ส่วนผู้มั่งคั่งทั้งหลายหากไม่เจอสิ่งชองที่ถูกใจก็ไม่ซื้อเลย เมื่อเหตุเป็นเช่นนี้ของทั้งหลายจึงขายไม่ค่อยได้กำไร
     เมื่อเดินเข้ามาบริเวณท่าเรือจึงพบว่ามีสินค้าต่างๆวางเรียงรายอยู่เป็นไปหมด สินค้าประเภทเครื่องเทศก็เตรียมขนเข้าไปขายยังย่านการค้า บรรดาคนงานท่าเรือก็ขนของและสินค้ากันอย่างขะมักเขม้น หลี่เซี้ยนเจ่อมองดูสินค้าและสังเกตุสิ่งต่างๆรอบตัวไปด้วย จนเดินมาถึงบริเวณที่จอดเรือของขาวประมงก็หยุดยืนดูอย่างสนใจ
   "นี่เจ้าจะออกเรือไปหาปลาอีกแล้วเหรอ?"
   "บ้านข้าก็ไม่ค่อยมีกับข้าวให้กิน ข้าก็ต้องออกปลาแบบนี้แหละ"
   "แล้วเจ้าไม่กลัวปิศาจใต้น้ำนั้นรึ"
   "แต่ข้ากลัวอดตายมากกว่า"
     หลี่เซี้ยนเจ่อยืนฟังการพูดคุยอย่างคนที่เริ่มจะเข้าใจวิถีชีวิตของชาวบ้านมากขึ้น เมื่อยากไร้ก็ต้องดิ้นรนมากกว่าคนอื่น เมื่อมั่งมีก็เสพสุขวาสนาไม่มีสิ้น เขาพ่นลมหายใจออกมาแล้วก็ขยับตัวออกมาเดินต่อไปยังจุดอื่น ถัดมาก็เป็นแหล่งถ่ายสินค้าลงจากเรือสำเภา เลยออกไปก็เป็นจุดจอดเรือสำเภาโดยสาร ระหว่างทางที่เดินดูสินค้าและข้าวของเครื่องใช้ก็ได้ยินเสียงพูดคุยกันตลอด
   "ของพวกนี้ขายไม่ค่อยออกเลย ไม่รู้จะขนมาที่นี่ทำไม?"
   "คงไม่เป็นที่นิยมจริงๆละมั้ง แจกันลายคราม รูปปั้นเสือ"
   "แล้วขุนนางท้องถื่นที่นี่ไม่คิดจะซื้อไปประดับไว้ที่จวนของพวกเขาบ้างเลยเหรอ?"
   "ข้าได้ยินมาว่ามีขุนนางหนุ่มที่มาทำงานอยู่ที่นี่ หน้าตาและรูปร่างหล่อเหลาไม่เบา คิดว่าเขาก็น่าจะซื้อบ้างแหละ"
   "ขุนนางหนุ่มที่เจ้าพูดถึง ข้าว่าคงนิยมชมชอบสตรีมากกว่าละมั้ง"
   "งั้นท่านก็ให้เพื่อนของท่านที่ทำการค้าด้วยกัน ชวนมาเปิดกิจการหอโคมเขียวที่นี่ดูสิ"
   "ความคิดเจ้าเข้าท่าดี ข้าจะลองเก็บไปคิดดู ไม่แน่ว่าหากเพื่อนข้ามีลูกสาวสวย ข้าจะลองแนะนำให้กับขุนนางหนุ่มคนนั้น เผื่อจะถูกตาต้องใจ"
     หลี่เซี้ยนเจ่อที่บังเอิญได้ยินทุกคำพูดก็อดยิ้มและส่ายหน้าไม่ได้ ตอนนี้สำหรับเขาคงเพียงพอแล้วกับการมาดูความเป็นอยู่ของชาวบ้าน เขาจึงเดินย้อนกลับขึ้นไปยังด้านบนของบริเวณท่าเรือ หลี่เซี้ยนเจ่อหยิบสมุดบันทึกออกมาจากอกเสื้อวางลงบนอานม้า จากนั้นก็หยิบพู่กันจากแขนเสื้อ และเทพู่กันออกจากกระบอกไม้ขนาดเท่าพู่กัน จากนั้นก็เริ่มลงมือบันทึก
   "วิถีประชาราษฎ์: วันนี้ออกมาเดินสำรวจบริเวณท่าเรือใหญ่ จึงพบว่าการออกประมงเพื่อหาปลายังมีอยู่ แต่ผู้คนที่มาเลือกสินค้าแถบท่าเรือมีจำนวนน้อยลง สินค้าประเภทตกแต่งบ้านอย่าง แจกัน สร้อยไข่มุก รูปปั้น คนไม่ค่อยซื้อกัน เนื่องด้วยเป็นสินค้าที่มีราคาแพง ส่วรสินค้าประเภทเครื่องเทศก็ได้เตรียมเข้าไปขายยังด้านตลาดการค้าในเมือง"
     เมื่อทำการจดบันทึกเสร็จแล้ว หลี่เซี้ยนเจ่อก็นำสมุดบันทึกและพู่กันเก็บใส่เข้าไปในกระเป๋าหนังอานม้า ปลดเชือกหนังบังเหียนออกจากราวไม้ จากนั้นก็กระโดดขึ้นบนหลังม้า แล้วก็กระตุกบังเหียนควบออกจากบริเวณท่าเรือใหญ่ มุ่งหน้ากลับสู่จวนที่พัก
@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +20 เงินตำลึง +400 ความหิว -16 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 20 + 400 -16 + 3

ดูบันทึกคะแนน

...
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กราดิอุสทมิฬ
หลี่ซื่อชุนชิว
เทียนกุย
กำหนดลมหายใจ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x3
x13
x1
x1

49

กระทู้

661

โพสต์

23หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
443
เงินตำลึง
4429
ชื่อเสียง
114559
ความหิว
-188

ใบรับรองภาษาฮั่น

คุณธรรม
628
ความชั่ว
0
ความโหด
0

ฮว่า เจียวซิน

นี่ไม่ป่วน เขาเรียกสีสัน!
pet
โพสต์ 2018-1-25 16:46:01 | ดูโพสต์ทั้งหมด
[ไป๋ฟางหรง]
บทที่ 35: ลี้ภัยที่อู๋จวิ้น



           ไม่อยากเชื่อว่าตอนนี้หญิงสาวมาถึงอู๋จวิ้นแล้ว  ไป๋ฟางหรงถอนหายใจ   เพียงตั้งใจจะออกไปช่วยเด็กทางเหนือ  ทำไปทำมาถูกพามาอู๋จวิ้นเสียอย่างนั้น
เอาเถิด… นางถอนหายใจอุ้มเจ้าลูกหมีขาว  เดินตามเหล่าผู้ติดตามลงจากเรือ  ท่าเรือใหญ่อู๋จวิ้นมีคนหลากหลายเชื้อชาติ  ทั้งพ่อค้าแม่ค้า ทั้งข้าวของหายากทั่วทุกสารทิศ  ผู้คนเดินขวักไขว่กันมีชีวิตชีวา  อากาศชื้นๆแบบเมืองติดทะเล  และบรรยากาศบางอย่างทำให้หญิงสาวตัดสินใจเลิกกังวลในเรื่องที่นางข้องเกี่ยว ...ถือว่ามาท่องเที่ยวก็แล้วกัน



การเตรียมพร้อมก็สมกับท่านอ๋อง  แม้แต่รถม้ามาพาไปโรงเตี๊ยมก็ได้เตรียมพร้อมแล้ว



“เชิญคุณหนู” ผู้คุ้มกันที่บัดนี้ได้จัดการกับสภาพทรุดโทรมของตนเรียบร้อยผายมือเชิญหญิงสาวขึ้นรถม้า  

ร่างระหงส์ขึ้นไปในรถอย่างว่าง่าย

“อยากไปเที่ยวที่ไหนก่อนไหมลี่ซือ?” เสียงหวานเอ่ยกับสาวใช้ของตนเบาๆ

“เจ้าคะ..? เอ่อ...คุณหนูไม่อยากพักก่อนหรือ?” ลี่ซือกระพริบตากลมโตปริบๆ

“ก็ท่านพ่ออยากให้ข้าพักผ่อนอยู่อู๋จวิ้นสักพักมิใช่หรือ?” ไป๋ฟางหรงถอนหายใจ “มีเวลาพักถมไป…ช่างเถิด”

“โธ่...คุณหนู” ลี่ซือที่คลุกคลีกับคุณหนูของตนมาพักใหญ่เริ่มรู้ใจผู้เป็นนาย “ท่านอ๋องเป็นห่วงคุณหนูมากนะเจ้าคะ  กลัวว่าท่านจะได้รับอันตรายจึงให้คุณหนูมาที่นี่”



นางเพียงยิ้มบางไม่กล่าวสิ่งใด

ลี่ซือเอ๋ยลี่ซือ...เจ้ารู้ว่าข้าไม่สบายใจ  แต่เจ้าไม่รู้ใจท่านอ๋องแม้เพียงนิด


@STAFF_Pixiu



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -7 Point +5 ย่อ เหตุผล
STAFF_Pixiu + 10 + 500 -7 + 5

ดูบันทึกคะแนน

........
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ดมกลิ่น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8000
x100
x14
x9000
x30
x5
x8
x1
x2
x25
x30
x2
x3
x1
x2
x2
x1
x10
x2
x1
x1
x46
x1
x1
x10
x1
x28
x97
x10
x65
x1202
x600
x4
x568
x13
x9
x77
x4
x120
x5
x60
x3
x18
x11
x2
x15
x3
x13
x1
x95
x24
x4
x82
x5
x4
x10
x12
x1
x30
x14
x32
x1

6

กระทู้

43

โพสต์

8708

เครดิต

เงินชั่ง
2111
เงินตำลึง
16110
ชื่อเสียง
4103
ความหิว
230

ใบรับรองภาษาฮั่น

โพสต์ 2018-1-25 19:52:55 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ทำงานวันที่ 3

อี้ หยางหลงตื่นมาพร้อมความสดชื่น เขาบิดขี้เกียจเล็กน้อยก่อนจะลุกขึ้นมาออกกำลังกายยามเช้า ทำสมาธิ เพื่อตั้งสติ ก่อนที่วันนี้เขาจะเดินทาง



---เมื่อวาน---



"อาหลง พรุ่งนี้เจ้าต้องไปหาปลาที่ท่าเรืออู๋จวิ้นนะ วันนี้นอนให้เร็วหน่อยนะ" เถ้าแก่บอกกับเขาก่อนจะเข้านอน



"ได้จ้ะเถ้าแก่ เดินทางไปทางตะวันออกใช่ไหมจ้ะ "



"ใช่ แต่การเดินทางคงจะนานหน่อย เพราะเจ้าไม่มีพาหนะ เจ้าคงต้องเดินไปนะ"



"เอ่อ แล้วเถ้าแก่ไม่มีม้าหรืออะไรให้ข้าหรือจ้ะ"



"ไม่มีหรอก เจ้าคงต้องไปหาเอาเอง แต่ว่าม้า หรือช้างก็แพงเอาเรื่องอยู่นะ ข้าว่าเจ้าเก็บเงินเอาไว้ดีกว่า"



"ได้จ้ะเถ้าแก่"



"เดินทางปลอดภัย" เถ้าแก่กล่าวทิ้งท้าย

-----------------------------------------------------------------------

วันเดินทางวันแรก (แฟลชแบ็ค)



"ฮึ้บ เอาล่ะ พร้อมแล้ว นานๆทีจะได้เดินทางอีกเสียที" เขากล่าวทั้งที่สภาพตนเองมีแต่ของเต็มไปหมด ที่สำคัญเลยคือเขาต้อแบกแหไปเอง ถึงจริงๆจะไปหาเอาข้างหน้าก็ได้ แต่เขารู้สึกติดใจแหอันนี้มากกว่า เหมือนกับว่ามันใช้ถูกมือเขาอย่างไรอย่างนั้น



"เถ้าแก่ พี่หมิงเทียน ข้าไปก่อนนะ" เขาลาเถ้าแก่และรุ่นพี่ที่ยืนส่งเขาอยู่หน้าโรงเตี๊ยม



"เดินทางดีๆล่ะเจ้าตัวยุ่ง ข้าไม่ได้ไปด้วยนะ ดูแลตัวเองดีๆ" รุ่นพี่หมิงเทียนเอ่ย



"ข้าก็ขอให้เจ้าเดินทางปลอดภัย หาปลากลับมาให้ได้เยอะๆล่ะ" เถ้าแก่อวยพร



"งั้นข้าไปก่อนนะจ้ะ สวัสดีจ้ะ" เขาโค้งให้กับทั้งสองก่อนจะเริ่มเดินทางไปเรื่อยๆ ทางตะวันออก

------------------------------------------------------------------------------------------


ปัจจุบัน (วันที่ 20 ของการเดินทาง)



"เห้อ ในที่สุด ข้าก็มาถึงเสียที" เขาเอ่ยอย่างโล่งอกเมื่อเช้านี้ในที่สุดเขาก็เดินทางมาถึงท่าเรือของเมืองอู๋จวิ้นเสียที หลังจากที่เขาไม่ได้พักผ่อนมาสามวันสามคืนเพื่อเร่งเดินทางมายังที่แห่งนี้ ตอนแรกเขาคิดว่าเมืองติดกันคงจะแค่ใกล้ๆ เพียงอาทิตย์เดียวก็คงถึง แต่ไม่เลย กว่าเขาจะหลุดสถานที่แต่ละสถานที่ออกมาได้ ทั้งเจอคนพลุกพล่าน ไหนจะเจอขโมยที่มาขอโมยเงินของเขาบางส่วนไปอีกตอนเขางีบหลับข้างทาง ตอนนี้เขาแทบจะหมดแรงอยู่แล้วจึงแวะกินข้าวข้างทางเสียก่อน



"ลุงจ้ะ ขอข้าวกับต้มซุปให้ข้าที่หนึ่งจ้ะ" เขาสั่งร้านอาหารข้างทางที่ก่อนจะถึงท่าเรือของเมืองอู๋จวิ้น ระหว่างรอ เขาก็มองดูผู้คนสัญจรผ่านไปมา ที่นี่เป็นท่าเรือใหญ่เสียจริง มีคนพลุ่กพล่านมากมาย เห็นทีน่าจะเป็นที่ๆจับปลาได้เยอะเป็นแน่



"เอ้า ของเจ้าได้แล้ว" ลุงนำอาหารมาให้แล้วเขาก็ลงมือจัดการอย่างรวดเร็วก่อนที่จะรีบไปล่องเรือเพื่อไปจับปลา

---------------------------------------------------------------------------------------------


กลางแม่น้ำ



"เห้อ คนมากหน้าหลายตาเหลือเกินที่มาจับปลาที่นี่ แล้วนี่จะเหลือปลาให้ข้าจับไหมเนี่ย" หยางหลงบ่นขณะที่มองไปรอบๆก็มีแต่คนมาออกหาปลาเหมือนเขา ที่นี่ดูชุกชุมต่างจากที่ก่อนมากนัก



"เอาเถอะ ข้าต้องตั้งสมาธิก่อน ไม่ได้หลับไม่ได้นอนเลย สงสัยต้องนั่งให้นานเสียหน่อย"

เขาบอกกับตนเองก่อนจะวางไม้พายแล้วลงนั่งสมาธิเป็นเวลาร่วม 15 นาที จนนึกว่าเขาหลับไปแล้ว

หลังจากนั่งสมาธิ เขาก็ดูจะสดชื่นขึ้นเล็กน้อย หลังจากนั้นเขาจึงเริ่มกระบวนการตั้งท่าเหวี่ยงแห เริ่มจากการแบ่งแหเป็นส่วนๆ ส่วนนึงพาดไว้ที่แขนด้านขวาเช่นเดิม ตอนนี้เขาสามารถใช้แหได้อย่างชำนาญแล้ว จึงสามารถทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้น แต่ยังคงต้องใช้สมาธิมากอยู่



เขาเหวี่ยงแหออกไปเป็นรัศมีครึ่งวงกลมสุดแรง ก่อนที่แหจะแตกตัวเป็นวงกลมออกไปไกล เขานั่งรอสักพัก ก่อนจะสาวแหขึ้นมา ครั้งที่เขามาที่แม่น้ำค่อนข้างลึก เขาจึงดัดแปลงแหให้มีขอบที่หนักขึ้น และมีสายลากจากตรงกลางของแหเพื่อที่จะสาวขึ้นมา เขาค่อยๆสาวแหอย่างช้าๆ เพราะเกรงว่าแหจะขาดอีกทั้งแหยังหนักกว่าที่เขาคิดไว้ตอนแรกเสียอีก เห็นทีจะได้ปลาเยอะเป็นแน่



และก็อย่างที่เขาคาดคิดปลาที่ติดแหขึ้นมานั้นมีจำนวนมาก และเป็นปลาตัวค่อนข้างใหญ่เลยทีเดียว ยังไม่นับปลาเล็กปลาน้อยที่ติดขึ้นมา การหาปลาที่แม่น้ำใหญ่มันดีเช่นนี้นี่เอง หลังจากเขาคิดได้ดังนั้นก็รีบลากแหขึ้นมาแล้วล่องเรือกลับไปที่ท่าเรือ ก่อนจะเดินหาที่พักแถวนั้นต่อไป....







คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +200 ความหิว -19 Point +3 ย่อ เหตุผล
STAFF_โรลทำงาน + 10 + 200 -19 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
คัมภีร์ขงจื้อ
ม้าสีหมอก
กระบี่
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x70
x3
x15
x11
x2
x20
x15
x42
x46
x19
x30
x63
x65
x20
x40
x45
x11
x1

49

กระทู้

661

โพสต์

23หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
443
เงินตำลึง
4429
ชื่อเสียง
114559
ความหิว
-188

ใบรับรองภาษาฮั่น

คุณธรรม
628
ความชั่ว
0
ความโหด
0

ฮว่า เจียวซิน

นี่ไม่ป่วน เขาเรียกสีสัน!
pet
โพสต์ 2018-1-26 14:36:57 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย BaiFangRong เมื่อ 2018-1-26 14:47

[ไป๋ฟางหรง]
บทที่ 38: โอ้ ทะเลแสนงาม



          ไม่รู้ว่าคุณชายเว่ยแห่งเรือนไผ่หยกอะไรที่ว่าไปก่อกรรมใดไว้  กรรมที่ว่าจึงมาตกอยู่กับนาง   เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายก็ตามตื้อยิ่งนัก  วิ่งกันยาวมาจนจะถึงท่าเรือก็ยังไม่ลดละ   พวกจอมยุทร์มีตัวเบากำลังภายในก็ไร้ปัญหาหรอก   แต่นางเป็นเพียงคุณหนูในห้องหอ ให้มาวิ่งเล่นแบบนี้เกินไป


อีกนิดจะเป็นลมแล้วนะ

“อาซัน…” คุณหนูเจ้าจะตายแล้ว—

“...” ฝ่ายผู้ติดตามได้ยินก็คาดเดาได้ว่านายของตนไม่ไหวแล้วจึงดึงร่างเพรียวขึ้นอุ้ม “...ล่วงเกินนายท่านแล้ว”


ไป๋ฟางหรงกวาดสายตามองเรือสำเภาน้อยใหญ่  ผู้คนเห็นพวกนางวิ่งหนีตายตามด้วยชายชุดดำหน้าตาถมึงทึงก็แตกตื่นเร่งแหวกทาง  

“อาซัน! ไปเรือลำนั้นเลย!!” คนถูกอุ้มชี้ไปทางเรือสำเภาลำหนึ่งที่กำลังจะออกจากท่า

ผู้ติดตามเร่งใช้ตัวเบากระโดดขึ้นเรือได้อย่างสะอาดหมดจด

“เดี๋ยวสิ...รอก่อน!” นางที่ปลอดภัยรีบห้ามคนเดินเรือให้นั้งรอขุนนางที่คนลากมาพบความวายป่วงด้วยก่อน

ไม่คิดว่านอกจากขุนนางหลี่เซี่ยนเจ่อจะขึ้นมาแล้ว  จอมยุทธ์ทั้งหลาย ทั้งมือสังหาร ทั้งผู้ติดตามอีกสองคนจะตามมาทันและสะกิดเท้าใช้ตัวเบากระโดดตามมาด้วย

“....” คนถูกล่าและผู้ล่ากลับมาพร้อมหน้าพร้อมตากันอีกครั้งโดยครั้งนี้มีสักขีพยานเป็นผู้โดยสารที่ส่งสายตาขอร้องให้ไปตีกันไกลๆ


“นายท่าน! ขึ้นเรือเล็กเร็วเข้า!!”


ท่านอี้ที่อุตส่าห์ตามมาได้ทั้งยังต่อสู้ติดพันหันไปทางเรือเล็กลำหนึ่งที่คว่ำอยู่ไม่ไกล

“....” @Hazan

อาซันใช้กำลังภายในเพียงใช้ปลายเท้าดีดเรือเล็กที่คว่ำอยู่ลำนั้นมันก็พลิกลอยออกนอกสำเภาไปอยู่บนน้ำ  แล้วอุ้มนายกระโดดลงไป  ตามด้วยผู้ติดตามทั้งสองและใต้เท้าหลี่

“....” @Hazan

แต่ลงเรือก็ใช่ว่าจะรอดเพราะชาวยุทธ์เหล่านั้นล้วนมีวรยุทธ์   ทุกคนยกเว้นคุณชาย(?)ผู้บอบบางจึงช่วยกันหยิบไม้พาย พายเรืออย่างแข็งขัน


“ไอ้ลูกหมาเว่ยหยาง กลับมาให้บิดาเอาชีวิตเดี๋ยวนี้—!!!” เสียงตะโกนอย่างโกรธเกรี้ยวลอยตามสายลม

คุณชายผู้ไปคล้ายชาวบ้านโดยบังเอิญหายใจ  ในที่สุดก็หลุดพ้นแล้ว  ดวงตาโศกกวาดมองรอบข้าง  พบเพียงทะเลแสนงามและฟ้าสีครามสดใส

“นี่เราอยู่ที่ไหนกัน..???”




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +50 ความหิว -18 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 50 -18 + 5

ดูบันทึกคะแนน

........
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ดมกลิ่น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8000
x100
x14
x9000
x30
x5
x8
x1
x2
x25
x30
x2
x3
x1
x2
x2
x1
x10
x2
x1
x1
x46
x1
x1
x10
x1
x28
x97
x10
x65
x1202
x600
x4
x568
x13
x9
x77
x4
x120
x5
x60
x3
x18
x11
x2
x15
x3
x13
x1
x95
x24
x4
x82
x5
x4
x10
x12
x1
x30
x14
x32
x1
โพสต์ 2018-1-26 15:46:09 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ไม่รู้ว่าคุณชายเว่ยแห่งเรือนไผ่หยกอะไรที่ว่าไปก่อกรรมใดไว้  กรรมที่ว่าจึงมาตกอยู่กับนาง   เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายก็ตามตื้อยิ่งนัก  วิ่งกันยาวมาจนจะถึงท่าเรือก็ยังไม่ลดละ   พวกจอมยุทร์มีตัวเบากำลังภายในก็ไร้ปัญหาหรอก   แต่นางเป็นเพียงคุณหนูในห้องหอ ให้มาวิ่งเล่นแบบนี้เกินไป
อีกนิดจะเป็นลมแล้วนะ
   “อาซัน…” คุณหนูเจ้าจะตายแล้ว—
   “...” ฝ่ายผู้ติดตามได้ยินก็คาดเดาได้ว่านายของตนไม่ไหวแล้วจึงดึงร่างเพรียวขึ้นอุ้ม “...ล่วงเกินนายท่านแล้ว”
   ไป๋ฟางหรงกวาดสายตามองเรือสำเภาน้อยใหญ่  ผู้คนเห็นพวกนางวิ่งหนีตายตามด้วยชายชุดดำหน้าตาถมึงทึงก็แตกตื่นเร่งแหวกทาง  
   “อาซัน! ไปเรือลำนั้นเลย!!” คนถูกอุ้มชี้ไปทางเรือสำเภาลำหนึ่งที่กำลังจะออกจากท่า
   ผู้ติดตามเร่งใช้ตัวเบากระโดดขึ้นเรือได้อย่างสะอาดหมดจด
   “เดี๋ยวสิ...รอก่อน!” นางที่ปลอดภัยรีบห้ามคนเดินเรือให้รั้งรอขุนนางที่คนลากมาพบความวายป่วงด้วยก่อน
ไม่คิดว่านอกจากขุนนางหลี่เซี้ยนเจ่อจะขึ้นมาแล้ว  จอมยุทธ์ทั้งหลาย ทั้งมือสังหาร ทั้งผู้ติดตามอีกสองคนจะตามมาทันและสะกิดเท้าใช้ตัวเบากระโดดตามมาด้วย
   “....” คนถูกล่าและผู้ล่ากลับมาพร้อมหน้าพร้อมตากันอีกครั้งโดยครั้งนี้มีสักขีพยานเป็นผู้โดยสารที่ส่งสายตาขอร้องให้ไปตีกันไกลๆ
   “นายท่าน! ขึ้นเรือเล็กเร็วเข้า!!”
   ท่านอี้ที่อุตส่าห์ตามมาได้ทั้งยังต่อสู้ติดพันหันไปทางเรือเล็กลำหนึ่งที่คว่ำอยู่ไม่ไกล
   หลี่เซี้ยนเจ่อที่วิ่งตามาติดๆก็ช่วยสกัดกลุ่มมือสังหาร ด้วยตัวเองห่างหายจากการฝึกซ้อมไปนาน จึงได้แต่ใช้สิ่งของรอบตัวในการต่อสู่กับกลุ่มมือสังหาร
“พวกเจ้ารีบไปลงเรือกันก่อน เดี๋ยวข้าตามไปทีหลัง” หลี่เซี้ยนเจ่อหันมาบอกกลุ่มของคุณชายชุดขาว
ซึ่งหลี่เซี้ยนเจ่อสู้ไปพลาง หลบไปพลาง จากนั้นหลี่เซี้ยนเจ่อซึ่งเห็นเรือเล็กจอดอยู่ไม่ไกล
อาซันใช้กำลังภายในเพียงใช้ปลายเท้าดีดเรือเล็กที่คว่ำอยู่ลำนั้นมันก็พลิกลอยออกนอกสำเภาไปอยู่บนน้ำ  แล้วอุ้มนายกระโดดลงไป  ตามด้วยผู้ติดตามทั้งสองและใต้เท้าหลี่
หลี่เซี้ยนเจ่อเห็นดังนั้นก็กระโดดตามลงไป
แต่ลงเรือก็ใช่ว่าจะรอดเพราะชาวยุทธ์เหล่านั้นล้วนมีวรยุทธ์   ทุกคนยกเว้นคุณชาย(?)ผู้บอบบางจึงช่วยกันหยิบไม้พาย พายเรืออย่างแข็งขัน
“ไอ้ลูกหมาเว่ยหยาง กลับมาให้บิดาเอาชีวิตเดี๋ยวนี้—!!!” เสียงตะโกนอย่างโกรธเกรี้ยวลอยตามสายลม
คุณชายผู้ไปคล้ายชาวบ้านโดยบังเอิญหายใจ  ในที่สุดก็หลุดพ้นแล้ว  ดวงตาโศกกวาดมองรอบข้าง  พบเพียงทะเลแสนงามและฟ้าสีครามสดใส
   “นี่เราอยู่ที่ไหนกัน..???”
   "ตอนนี้เราอยู่กลางทะเลลึก นอกฝั่งเจียงหนาน" หลี่เซี้ยนเจ่อหยิบไม้พายขึ้นมาพายเรือ
     นับตั้งแต่หลี่เซี้ยนเจ่อมาอยู่เจียงหนาน ล้วนพบเจอเหตุการณ์สารพัดแบบ เขามารับราชการในตำแหน่งขุนนางฝ่ายพลเรือน แล้วทำไมชีวิตต้องมาเจอกับเหตุการณ์ที่เหมือนส่งตัวเองไปรบในสงครามกัน ถึงตอนนี้เขาต้องมาร่วมชะตากรรมเดียวกับคนที่เพิ่งรู้จักได้เพียงวันเดียว ที่ตอนนี้เขาต้องมาพายเรืออยู่กลางทะเลลึกของเจียงหนาน
@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +111 ความหิว -18 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 111 -18 + 3

ดูบันทึกคะแนน

...
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กราดิอุสทมิฬ
หลี่ซื่อชุนชิว
เทียนกุย
กำหนดลมหายใจ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x3
x13
x1
x1

6

กระทู้

43

โพสต์

8708

เครดิต

เงินชั่ง
2111
เงินตำลึง
16110
ชื่อเสียง
4103
ความหิว
230

ใบรับรองภาษาฮั่น

โพสต์ 2018-1-26 20:35:51 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ทำงานวันที่ 4

หลังจากที่เขาตื่นนอนมาท่ามกลางเสียงจ้อกแจ้กของท่าเรือ เมื่อคืนเขาหลับไปบนเรือนั่นแหละ เขาบิดขี้เกียจด้วยความปวดเมื่อยเล็กน้อย ก่อนจะลุกขึ้นมาดูชาวบ้านชาวเมืองเขาเริ่มเปิดตลาดขายปลากันแล้ว มันช่างเป็นสิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจเสียจริง



หยางหลงเดินตลาดยามเช้าด้วยความสดใส ก่อนจะกลับไปจัดการปลาที่เขาได้มาเมื่อวาน ก่อนอื่นเลย จะมีปลาบางจำพวกที่เริ่มส่งกลิ่นเหม็นคลุ้ง เขาจำต้องแยกปลาชนิดนี้ออกเสียก่อน



"โอย เหม็นเหลือเกิน นี่แค่คืนเดียวนะเนี่ย"



เขาจัดการเอาปลาที่ส่งกลิ่นเหม็นเน่าออกใส่แยกกระสอบ กระสอบหนึ่งไว้ที่ท้ายเรือ ก่อนจะเริ่มคัดแยกปลาประเภทต่างๆออก คัดทั้งขนาดและชนิดของปลา ปลาเล็กปลาน้อยก็เตรียมเอาไว้ตากแดด



กว่าจะแยกประเภทของปลาเสร็จก็เที่ยงวันแล้ว เขาจึงหาอาหารแถวนี้กินประทังชีวิตไปก่อน ได้แก่ซาลาเปา3-4 ลูก ก็ถือว่าพอรอดไปอีกมื้อหนึ่ง



หลังจากที่เขาจัดการกับปากท้องตัวเองเสร็จแล้วเรียบร้อย เขาจึงเริ่มทำบัญชีแบบง่ายๆ ที่เขาแอบเห็นเถ้าแก่ทำมา แล้วจัดการเอากระสอบปลาเน่าไปทิ้ง



"เฮ้อ" เขาถอนหายใจ กว่าจะทำอะไรเสร็จก็ปาเข้าไปตอนเย็นเสียแล้ว เขาจึงทำการรวบรวมปลาที่ตัวใหญ่พอสมควรไปส่งขายให้แก่พ่อครัว หลังจากนั้นก็กลับมาที่ท่าเรือ เพื่อนอนหลับพักผ่อน เตรียมตัวทำงานวันพรุ่งนี้ต่อไป....





คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +200 ความหิว -18 Point +3 ย่อ เหตุผล
STAFF_โรลทำงาน + 10 + 200 -18 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
คัมภีร์ขงจื้อ
ม้าสีหมอก
กระบี่
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x70
x3
x15
x11
x2
x20
x15
x42
x46
x19
x30
x63
x65
x20
x40
x45
x11
x1

6

กระทู้

43

โพสต์

8708

เครดิต

เงินชั่ง
2111
เงินตำลึง
16110
ชื่อเสียง
4103
ความหิว
230

ใบรับรองภาษาฮั่น

โพสต์ 2018-1-27 23:40:45 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ทำงานวันที่ 5

หลังจากตื่นมาจากการนอนบนเรือวันที่สองของการทำงานที่ท่าเรืออู๋จวิ้น เขาลุกขึ้นมาอย่างสดชื่น แล้วบิดขี้เกียจอย่างสบายใจ



"เฮ้อ เช้าแล้วหรอเนี่ย หาไรกินก่อนดีกว่า"



เขาเดินไปตลาดปลาก่อนเพื่อจะซื้อปลามาสัก 2-3 ตัว กลับมาทาเกลือแล้วย่างกินบนเรือ

กลิ่นปลาอันหอมฉุยทำให้ล่อลวงแมวแถวนั้นมาหาเขา มีแมวตัวหนึ่งสีดำเดินเข้ามาหาเขา



"เมี๊ยววว" มันเดินมาคลอเคลียแล้วร้องเสียงออดอ้อน



"หืม เจ้าอยากกินงั้นหรอ อ่ะ ข้าแบ่งให้" เขาฉีกเศษปลาบางส่วนให้กับเจ้าแมวหวังว่ามันจะไปหลังจากที่ได้ของกินสมใจอยาก



แต่ไม่เป็นเช่นนั้น แมวตัวน้อยนี้กลับติดเขาอย่างกับอะไรดี ไล่ตะคอกใส่เท่าไหร่ก็ไม่ไป



"เฮ้ ปลาหมดแล้ว เจ้าไปได้แล้วเจ้าแมวน้อย" เขาถือไม้มาตีมันเบาๆ เพียงแค่จะไล่มันไป



"เมี๊ยววว" แมวน้อยเถียงกลับ เขาจึงเลิกสนใจมันคิดว่าเดี๋ยวถ้ามันเบื่อเดี๋ยวมันก็คงไปเอง



"แล้วแต่เจ้าแล้วกันนะเจ้าเหมียว"


------------------------------------------------------------------------------------------------------------

หลังจากที่จัดการภารกิจเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็มีชายผู้หนึ่งเดินเข้ามาหาอี้ หยางหลง



"เจ้าหน้าใหม่รึ ข้าไม่เคยเห็นเจ้ามาก่อนเลย"



"ใช่จ้ะ ข้าเพิ่งมาได้วันสองวันนี้เอง มาทำงานให้เถ้าแก่ที่โรงเตี๊ยมถังฟงจ้ะ"



"หน่วยก้านเจ้าไม่เลวนะ มา ไปหาปลากับข้า ข้าอยากจะลองดูฝีมือเจ้าสักหน่อย



"ได้จ้ะ" หลังจากนั้นเขาและคนที่เพิ่งรู้จักกันที่น่าจะเป็นรุ่นพี่ก็ออกเรือไปกันกลางแม่น้ำ







"โอเค มาแค่ตรงนี้แหละ ตรงนี้มีปลาค่อนข้างชุมหวังว่าเจ้าจะได้ปลากับไปเยอะพอสมควร"



"ได้เลย งั้นข้าจะเหวี่ยงแหแล้วนะ" เขาจัดการตั้งท่าเหวี่ยงแหอย่างที่เคยอย่างชำนาญ เมื่อเริ่มใช้บ่อยขึ้นเรื่อยๆ เขาเหวี่ยงแหแตกไปกลางแม่น้ำ ก่อนจะรอสักพักแล้วสาวขึ้นมา ก็พบว่าได้ปลามามากมายอย่างที่รุ่นพี่บอกจริงๆ อี้หยางหลงถึงกับหันไปกล่าวขอบคุณ



"ขอบคุณนะจ้ะ ที่บอกข้าเรื่องตำแหน่งหาปลาที่ดี ถ้ายังไง ข้าจะแบ่งปลาส่วนนึงให้ท่านพี่นะ"



"อ๋อ ไม่เป็นไร ที่เรือข้ามีปลามากมายเพียงบพอแล้ว เจ้าเก็บไว้เถอะ"



"ขอบคุณจ้ะ" หลังจากร่ำลากันเสร็จก็แยกย้ายกลับไปที่พัก เขาก็จัดแจงแยกปลาเช่นเดิม และทำบัญชีเฉกเช่นเมื่อวาน ก่อนจะนอนหลับพักผ่อนไป






คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +200 ความหิว -19 Point +3 ย่อ เหตุผล
STAFF_โรลทำงาน + 10 + 200 -19 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
คัมภีร์ขงจื้อ
ม้าสีหมอก
กระบี่
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x70
x3
x15
x11
x2
x20
x15
x42
x46
x19
x30
x63
x65
x20
x40
x45
x11
x1
โพสต์ 2018-2-7 23:41:54 | ดูโพสต์ทั้งหมด
     รถม้าคันงามที่ขับโดยนายสารถีที่เป็นบ่าวคนสนิทคือจือเฉี่ยว ซึ่งพ่อบ้านหลี่ได้กำชับว่าให้ดูแลและติดตามใต้เท้าหลี่อย่างใกล้ชิด หลี่เซี้ยนเจ่อในมาดคุณชายของคหบดีสวมชุดลายพยัคฆ์สีเขียวเข้ม สวมเสื้อคลุมสีแดงเพลิงปักด้วยลายเกลียวคลื่นเมฆ และยังสวมหมวกครอบศีรษะมีสายยาวลงมาถึงหน้าอกทั้งสองข้าง ในมือถือพัด ก้าวลงมาจากรถม้า  
รถม้าจอดที่ด้านบนของท่าเรือใหญ่
     หลี่เซี้ยนเจ่อที่ออกตรวจท้องที่คราวใดล้วนอยู่ในมาดของคุณชายผู้มีฐานะอยู่สม่ำเสมอ ผู้ที่เดินตามหลังคือบ่าวคนสนิทนามจือเฉี่ยว คนที่ไม่ค่อยพูดอะไรให้มากความ และมักจะทำตามคำสั่งของผู้เป็นนายสำเร็จทุกครั้ง คราวที่หลี่เซี้ยนเจ่อนอนป่วยรักษาตัวจากผลกระทบเนื่องจากตากหิมะอยู่ข้างนอกนานเกินไป จือเฉี่ยวผู้นี้บืนเฝ้าที่ด้านหน้าประตูมิได้ห่าง
     ขณะนี้หลี่เซี้ยนเจ่อเดินลงมาเดินสำรวจบริเวณด้านล่างของท่าเรือใหญ่ ภายหลังจากที่ห่างหายจากการมาเยือนที่นี่เป็นเวลานาน เขาเดินชมสิ่งของต่างๆที่ได้ลำเลียงลงมาจากเรือสำเภาตลอดสองฝั่ง บนมือก็หมุนพัด ด้านอีกฝากหนี่งของท่าเทียบเรือ หลี่เซี้ยนเจ่อ
หยุดมองผู้โดยสารที่ต่างทยอยลงมาจากเรือสำเภาโดยสารขนาดกลาง ซึ่งด้านหลังของเขาก็ได้ยินเสียงชาวประมงกำลังตะโกนเรื่องการจับปลาในแม่น้ำแยงซีเกียง
   "ที่นี่ดูคึกคักและวุ่นวายนะครับ คุณชาย"
   "ใช่ มันก็เป็นเช่นนี้เสมอมา แล้วเป็นความวุ่นวายที่ข้าชอบมากเสียด้วย"
   "คุณชาย หากข้าจะขอถามสักเรื่องจะได้ไหมครับ"
   "เชิญเจ้าพูดมาได้เลย"
   "สตรีที่ชื่อเซวียอะไรนั้น ข้าไม่เห็นคุณชายเอ่ยถึงอีกเลย ทำไมเหรอครับ"
   "ข้าปล่อยให้มันลอยหายไปกับสายลม เหมือนดั่งเราเดินเข้าหอคณิกาไง จือเฉี่ยว"
   "ดูเหมือนคุณชายจะไม่แยแสเลยน่ะครับ"
   "เจ้าจะให้ข้าแยแสงั้นเหรอ ถ้าเป็นแม่นางไป๋ค่อยน่าใส่ใจหน่อย"
        สองนายบ่าวที่สนทนากันระหว่างเดินทางกลับ ต่างก็พูดคุยกันซึ่งดูไม่เหมือนขุนนางเลย จนเมื่อเดินมาถึงเกือบจะสุดทางแล้ว และทั้งสองคนก็กำลังจะกลับขึ้นไปด้านบน จู่ๆก็มีชายวัยไล่เลี่ยกับบิดาของหลี่เซี้ยนเจ่อเดินมาสะกิดแขน จนทำให้หลี่เซี้ยนเจ่อต้องกลับหันไปมอง ซึ่งเขาก็พบว่าชายวัยกลางคนมากับลูกสาวและคนติดตาม
   "ขอโทษที คุณชายท่านนี้….เอ่อ….."
   "ไม่เป็นไร แล้วท่านเป็นใครกัน"
   "เอ่อ…..ข้าแซ่หลิว นามว่าซู"
   "ข้าแซ่หลี่ ชื่อเซี้ยนเจ่อ"
   "คุณชายใช่ใต้เท้าหลี่สินะ"
   "ใช่ ข้าเอง ถ้าท่านมีเรื่องจะร้องก็ไปที่ว่าการเจ้าเมือง"
   "ข้าไม่ได้มีเรื่องจะร้องเรียน คืออย่างนี้ ข้าทราบว่าใต้เท้าหลี่มาทำงานที่นี่หลายปีแล้ว อีกทั้งก็ยังไม่มีฮูหยิน เอ่อ…..นี่ลูกสาวข้าชื่อหลิวเว่ย อายุก็ 18 ปีพอดี ถ้าหากใต้เท้าหลี่ไม่รังเกียจ"
   "อืม…..แล้วทำไมเจ้าถึงมาแนะนำลูกสาวของเจ้าให้กับข้ากันละ คงไม่ได้มีจุดประสงค์อื่นแอบแฝงมาด้วยหรอกใช่ไหม"
   "ป่าว ป่าวเลย ใต้เท้า ข้าเป็นพ่อค้าขายผ้า เปิดร้านอยู่ในเมือง หลายวันก่อนได้ยินมาว่ามีพ่อค้าสองคนมาเดินที่ท่าเรือ แล้วทำการติดต่อซื้อสินค้าไปขายที่นครหลวงหลายรายการ รู้สึกจะว่าจ้างรถม้าให้ขนส่งไปเยอะหมือนกัน ลูกสาวข้าคนนี้ที่แนะนำให้กับใต้เท้าก็เผื่อหากสนทนาหรือเป็นที่ชอบใจ   ข้าก็ยินดียกให้"
   "งานข้าก็ยุ่งๆด้วย เลยไม่ค่อยมีเวลาหาคนรู้ใจเลย ยามว่างข้าก็แทบไม่มีเลย แล้วข้าจะลองกลับไปคิดดูก็แล้วกัน"
        ซึ่งหลังจากนั้นหลี่เซี้ยนเจ่อก็คาราวะแล้วก็เดินขึ้นมาด้านบนโดยมีจือเฉี่ยวตามหลัง เมื่อเดินมาถึงยังรถม้าแล้ว เขาก็สะพัดพลางถอนหายใจออกมา
   "ทีนี้นายท่านจะทำยังไงครับ คุณหนูไป๋พ่อของใต้เท้าก็จัดการให้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว นี่ยังมาแม่นางหลิวที่พ่อค้าขายผ้าพามาแนะนำให้อีก เสน่ห์แรงไม่เบาเลยนะครับ เกรงว่าต่อไปภายหน้า จวนของใต้เท้าคงมีสาวๆเดินเต็มบ้านแน่ๆ"
   "หึ…..หยิบสมุดจดบันทึกกับพู่กับมาให้ข้าหน่อย"
        หลี่เซี้ยนเจ่อที่ยืนฟังบ่าวคนสนิทแสดงความเห็นพร้อมกับแซวในที อดที่จะส่ายหน้าให้กับตัวเองไม่ได้
   "นี่ครับใต้เท้า สมุดจดกับพู่กัน"
"วันนี้ออกตรวจที่ท่าเรือใหญ่ ผลการสำรวจและตรวจตราพบว่า มีผู้คนจำนวนมากเริ่มมาเที่ยวเจียงหนาน ซึ่งได้มีเรือโดยสารมาจอดเทียบท่าคราวละ 2 ลำ สินค้าที่ลำเรียงลงมาที่ท่าเรือก็เริ่มมีมากขึ้น ประชาชนเริ่มออกมาซื้อของกันมากขึ้น"
"จือเฉี่ยว เรากลับจวนกันเถอะ"
        จือเฉี่ยวพยักหน้ารับทราบ เมื่อหลี่เซี้ยนเจ่อทำการจดบันทึกแล้วเสร็จก็ขึ้นเข้าไปนั่งด้านในรถม้า จากนั้นรถม้าก็ค่อยๆแล่นออกจากท่าเรือใหญ่

@STAFF_โรลทำงาน



แสดงความคิดเห็น

ไม่ตั้งใจทำงาน  โพสต์ 2018-2-8 00:07

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 2เงินชั่ง +20 เงินตำลึง +400 ชื่อเสียง -25 ความหิว -20 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin -25
STAFF_โรลทำงาน + 20 + 400 -20 + 3

ดูบันทึกคะแนน

...
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กราดิอุสทมิฬ
หลี่ซื่อชุนชิว
เทียนกุย
กำหนดลมหายใจ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x3
x13
x1
x1

ข้อความล้วน|อุปกรณ์พกพา|

Copyright © 2001-2012 | The Legend of Wulin  สงวนลิขสิทธิ์ | GMT+7, 2019-11-18 09:53

ขึ้นไปด้านบน