กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบอุปกรณ์พกพา | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์
ดู: 405|ตอบกลับ: 9

{ เมืองเยว่สุย } ย่านการค้า

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2017-10-24 16:20:36 |โหมดอ่าน
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ไม่ระบุชื่อ เมื่อ 2017-10-24 17:32

ย่านการค้าเมืองเยว่สุย

ย่านการค้าเมืองเยว่สุย สถานที่ที่ขายสินค้าพื้นเมืองทางใต้มากมาย
เช่น ไม้หวาย งาช้าง หรือแม้กระทั้งช้างเป็นๆ

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 2

ดูบันทึกคะแนน

61

กระทู้

548

โพสต์

19หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
194378
เงินตำลึง
1719085
ชื่อเสียง
90402
ความหิว
580

ป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV2)ใบรับรองเหมือง(ซานกั๋วเหริน)/รายสามเดือนใบรับรองเหมือง(เขาหลงเหมิน)/รายสามเดือน

คุณธรรม
213
ความชั่ว
0
ความโหด
166
ทอมโม่
เลเวล 1

กงซุน หลัน

ข้าก็มีบทนะคะ!!
pet
โพสต์ 2017-10-25 00:36:51 | ดูโพสต์ทั้งหมด
- เควสเรื่องราว 1-
ทำงานวันที่ 3.5
     ยูตะที่หลังจากจ้างคนงาน และเกวียนขนสินค้ามาเป็นที่เรียบร้อยแล้วเขาก็เริ่มออกเดินทางมุ่งตรงไปยังเมืองเยว่สุย ระหว่างการเดินทางยูตะก็ได้นอนอ่านหนังสือที่เขาได้รับมาจากนายช่างไปด้วยเพื่อเป็นการฆ่าเวลาที่ดี
     “ไอ้นี่มันสนุกกว่าที่คิดไว้เยอะเลยนะเนี้ย” ยูตะพึมพัมออกมาระหว่างที่อ่าน
     “เราจะถึงกันแล้วนะครับ” คนงานคนนึงกล่าวขึ้นกับเขา
     “ได้เลย” ยูตะตอบกลับไป
     หลังจากการเดินทางไม่นานพวกเขาเหล่าคนงานและยูตะ ก็เดินทางมาถึงเมืองเมืองเยว่สุยจนได้ แล้วพวกเขาก็จะไม่รีรอที่จะมุ่งต่อไปยังศูนย์การค้าในทันที่
     “เฮ้ยเจ้าหนู ที่นี่ไม่ที่เด็กเล่นนะ ถ้าจะไม่ซื้อะไรจะไปไหนก็ไป” เสียงพ่อค้าคนนึงดังขึ้น
     “เอาจริงๆ ผมก็มาซื้อของและครับ” ยูตะกล่าวตอบกลับไป
     “หะ คนอย่างเจ้าเนี้ยนะ จะมาซื้ออะไรนะ ข้าไม่มีของเล่นเด็กขายหรอกนะ” พ่อค้าคนนั้นยังคงพูดดูถูกต่อไป
     “อ้า…….จริงๆ แล้วผมมารับสินค้าที่นายช่างหลิ่ว ซู่เฟิง สั่งไว้นะครับ” ยูตะรีบๆกล่าวจุดประสงค์ออกมา เพื่อที่จะได้รีบๆ ออกจากร้านพ่อค้าปากเสียนี่สักที่
     “หืม เจ้าหนูอย่างเจ้างั้นรึ ไหนของดูเครื่องยืนยันหน่อยสิ” พ่อค้านั้นยังไม่เชื่อมากนัก
     “นี่ครับ” ชายหนุ่มที่เริ่มจะหัวร้อนหน่อยๆ ก็ยืนเอกสารที่ได้รับมาไป
     “อืม…..งาช้างจำนวน 3000 งา  หวายจำนวน 1000 มัด, และช้างจำนวน 5 โขลง อืมๆ…..ดูถ้าจะของจริง…….เอ้า สิ้นค้าทั้งหมดนั้นอยู่โกดังข้างหลังร้านนั้น เอาคนงานไปขนซะ แล้วก็รีบไป ข้ายังมีลูกค้าคนอื่นๆรออยู่อีกเยอะ” พ่อคนนั้นยังคงพูดแบบเดิม
    “ครับ” ชายหนุ่มตอบรับส้นๆ ก่อนที่รีบนำคนงานไปขนสินค้าในทันที่ พร้อมกับคิดในใจว่าก็ไม่ได้อยากอยู่นานอยู่แล้วละ
     หลังจากที่ยูตะยืนคุมการขนสินค้าจนเสร็จสิ้นเรียบร้อย เขานั้นก็รู้สึกได้เลยว่าการไปช่วยงานกับพ่อค้าคาราวานที่ผ่านมานั้นทำให้เขาได้เรียนรู้อะไรเยอะขึ้นจริงๆ ทำให้ทำงานแบบนี่สบายขึ้นมากเลย
     “ขนสินค้ามาทั้งหมดแล้วครับ” คนงานคนนึงเดินมารายงาน
    “ดีมาก งั้นเรามาตรวจเช็กสินค้ารอบสุดท้ายก่อนเดินทางกลับกันเถอะ” ยูตะกล่าวขึ้นกับคนงานก่อนที่จะเริ่มไปตรวจดูสินค้ารอบสุดท้าย
     “งาช้างจำนวน 3000 งา  หวายจำนวน 1000 มัด, และช้างจำนวน 5 โขลง เรียบร้อย” เมื่อตรวจดูสินค้านั้นมีครบตามจำนวนที่สั่งมาแล้วนั้นเขาก็ ไม่รีรอที่จะออกเดินทางและมุ่งหน้ากลับไปยังเมืองจื่อถงในทันที


แสดงความคิดเห็น

จ่ายเงินจำนวน 1500 ชั่งให้กับคนงานเพื่อช่วยขนส่งกลับเมืองจื่อถง  โพสต์ 2017-10-25 00:48

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง -1500 เงินตำลึง +300 ความหิว -9 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin -1500 + 300 -9 + 3

ดูบันทึกคะแนน

今でもあなたはわたしの光
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตัวเบาขั้นกลาง
กำหนดลมหายใจขั้นสูง
กุหลาบสีทอง
ดาบปี้อี้
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x7
x2
x15
x10
x10
x130
x710
x1687
x4184
x10
x9999
x100
x100
x30
x50
x2
x1
x5
x9999
x41
x1
x2
x15
x48
x6
x8
x3
x6670
x7
x67
x20
x120
x48
x34
x9999
x7060
x9999
x4093
x3880
x1760
x2
x2
x9999
x30
x30
x20
x2
x30
x80
x1860
x4
x1
x317
x50
x30
x1050
x2
x900
x18
x162
x115
x368
x148
x6
x4
x5
x2
x15
x9999
x20
x374
x5044
x65
x37
x1
x140
x20
x309
x163
x10
x268
x3749
x1727
x188
x24
x2
x75
x230
x5073
x19
x50
x19
x4
x20
x1
x1
x1
x106
x19
x1
โพสต์ 2018-7-16 14:53:50 | ดูโพสต์ทั้งหมด

            หมั่นโถวขนาดพอดีคำถูกกัดจนเกิดรอยแหว่งอย่างชัดเจนขุนพลหนุ่มที่เริ่มทนไม่ไหวกับการไปเดินอย่างไร้จุดหมายที่ป่าเขาก็เอ่ยบอกกับทหารทั้งสี่ให้ตามเขามายังในตัวเมืองประตูเมืองที่ปิดลงเหมือนกับว่าปิดกั้นไม่ให้คนนอกได้เข้าพวกเขาตัดสินใจปีนมันเข้ามาเพื่อให้กลมกลืนกับชาวบ้านที่นี่ที่สุด ชายหนุ่มที่กำลังเคี้ยวหมั่นโถวพลางมองดูอีกสี่คนที่มองมาทางตนเหมือนกับว่าเริ่มจะหมดความน่านับถือสายตามองสหายอีกสี่ก่อนจะสั่งอาหารแห้งกับแม่ค้าเพิ่มโดยไม่สนใจสายตากลุ่มนั้นเลย

            “เหมือนแค่มาเที่ยวเลยนะ

            “ข้าเหนื่อยใจละขอตัวไปอีกทางละกัน” ทหารอีกสองนายตัดสินใจเดินแยกเพื่อหาข้อมูลอื่นๆเพิ่มเติมอ่างไรก็ตามเข้ามาถึงในตัวเมืองเยว่สุยแล้วยิ่งเข้าใกล้ชาวเตี๋ยนมากยิ่งขึ้นเหวินเหวินที่มองตามก่อนจะหยิบอาหารแห้งเข้าปากเคี้ยวไปพลาง

            “ไม่ไปบ้างหรอ?” เอ่ยถามกับเพื่อนทหารอีกสองที่อยู่ด้วยกัน ชายหนุ่มที่ถูกดันหลังให้เริ่มออกสำรวจภูมิศาสตร์ได้แล้วเข้าไปในซอยแคบๆขณะที่ปากยังเคี้ยวอาหารอยู่เหวินเหวินที่รีบผละตัวออกจากการถูกดันจัดชุดชาวบ้านที่ยืมมาเล็กน้อยก่อนจะเดินทำทั้งสองเข้าไปตามตรอกซอยต่างๆ

            เพียงเวลาไม่นานเกินกว่าที่จะเคี้ยวอาหารในปากหมดเสียงซอยฝีเท้าวิ่งดังเข้ามาใกล้ๆเรื่อยๆจนได้รับรู้ถึงการกระแทกไหล่อย่างจังจนของในมือหล่นลงพื้นเหวินเหวินที่มองตามบุคคลใส่ชุดทหารวิ่งผ่านไปอย่างรีบร้อนออกไปยังย่านการค้าที่เขาพึ่งจะผ่านมา

            ขุนพลหนุ่มเกือบจะโวยออกไปแต่ถูกเพื่อนอีกสองคนห้ามเอาไว้ก่อนเขาที่ถูกลากออกไปตามแอบดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับทหารที่วิ่งหน้าตาตื่นอยู่ไม่ไกลจากจุดที่ทหารผู้นั้นหยุดยืนต่อหน้าชายร่างแกร่งคนหนึ่งคล้ายกับว่ากำลังจะรายงานอะไรสักอย่างที่สำคัญ

            “เรียนท่านแม่ทัพซือทัพฮั่นมาตั้งค่ายห่างจากเมืองไป 800 ลี้ขอรับ

            เพียงประโยคแรกที่ทหารคนนั้นรายงานออกไปเหวินเหวินที่ลอบฟังพร้อมกับอีกสองคนไม่คิดว่าการตั้งค่ายลับๆจะถูกรู้ได้ไวเพียงนี้คงต้องหาวิธีกลับไปบอกทุกคนในค่าเรื่องการเตรีมพร้อมให้เข้มงวดขึ้นแล้วกระมั้ง

            “มันตั้งค่ายที่ไหน

            “ในป่าขอรับ

            “เยี่ยม!!” ผู้ถูกเรียกว่าแม่ทัพซือโพล่งขึ้นมาก่อนจะเริ่มคิดหาวิธีต่อจากนี้ เหวินเหวินที่ถอนหายใจเบาๆก่อนจะหันไปมอสหายอีกสองคน เขาที่กำลังจะเอ่ยปากพูดแต่กลับถูกห้ามไม่ให้เอ่ยคำใดออกไปก่อนในตอนนี้สายตาสี่คู่จับจ้องไปยังการสนทนาจากการแอบฟังเขม็งราวกับว่าต้องการใช้สมาธิอย่างสูง

            “เจ้านำทหารสามพันท้ารบแล้วแสร้างแพ้ถอยไปทางตะวันตกใช้เส้นทางนอกเมือง” แม่ทัพซือเอ่ยกับทหารที่มารายงานตนก่อนจะเอ่ยประโยคต่อไป“นำทหารขี่เสือไปสามพันซุ่มระหว่างเส้นทาง

            “ส่วนข้าจะนำทหารสองพันไปรอพวกมันที่บึงมรณะร่างกายพวกมันต่างกับร่างกายชาวเตี๋ยนอย่างเราที่ไร้ภูมิคุ้มกันหากตกลงไปในบึงร่างเหลวไม่เหลือแม้แต่กระดูก

            แม่ทัพซือเอ่ยสั่งการทหารอย่างรวดเร็วเหวินเหวินที่ได้ยินทุกประโยคกัดฟันแน่นในหัวพลางคิดหาแผนการที่จะทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้นสำหรับทหารชาวฮั่น

            “ทำตามแผน”

            สิ้นคำสั่งของแม่ทัพทหารนายนั้นก็วิ่งออกไปจากจุดนั้นทันทีแม่ทัพที่คิดแผนการมองออกไปยังผู้คนที่เป็นชาวบ้านเล็กน้อย ก่อนจะเดินออกไปอีกทาง

            เหวินเหวินที่ถูกเพื่อนทหารอีกคนดึงไปเผชิญหน้าเพื่อขอคำสั่งจากเขาว่าควรจะทำอย่างไรต่อไปดีใบหน้าขุนนางหนุ่มที่เริ่มขมวดคิ้วเพราะเริ่มคิดไม่ตกจนทำให้ทั้งคู่เริ่มที่จะใช้ความคิดของตัวเองเข้าแทนที่

            “เดี๋ยวพวกข้าจะไปแจ้งทุกคนในค่ายเอง เสือไวต่อกลิ่นมาก หากใช้โคลนเพื่อลดกลิ่นก็คงจะได้”ทหารที่มาด้วยกับเขาเอ่ยก่อนจะรีบออกไปจากบริเวณย่านการค้าและปีนออกทางกำแพงลงเหมือนเดิมเหวินเหวินที่ออกจากซอยเพื่อไปหาทหารอีกสองคนทั่งอยู่น่านการค้าสายตาสองคู่ที่มองมาทางเขาแบบสงสัยเมื่ออยู่ๆถูกเรียกตัวกะทันหัน

            ตอนนี้ไม่มีเวลาคิดอะไรมากแล้วล่ะ

            “ตามข้ามา”เหวินเหวินเอ่คำสั่งเด็ดขาดกับทหารอีกสองนาย เขาที่ลอบมองแผ่นหลังแม่ทัพซือที่อยู่ห่างออกไปไม่มากก่อนจะลอบตามเขาไปยังที่หนึ่ง

            คาดเดาเอาไว้ว่าคงจะเป็นบึงมรณะถึงแม่ทัพซือจะกล่าวถึงสรรคุณ แต่เขาที่มาถึงขั้นนี้แล้วไม่สามารถถอยได้หรอก

            หวังว่าสองคนที่ไปส่งข่าวให้คนในค่ายจะมีปลอดภัยต่อการเดินทางไปส่งข่าวนะ



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +25 ความหิว -19 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 25 -19 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กระบี่ล้ำค่า
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x324
x107
x80
x100
x259
x9999
x64
x384
x10
x9
x27
x50
x20
x8
x1
x5
x30
x1
x100
x100
x50
x30
x30
x13
x13
x3
x8000
x9999
x8000
x35
x35
โพสต์ 2018-7-18 18:50:15 | ดูโพสต์ทั้งหมด

            เป็นเรื่องปกติที่การเดินทางไปมาโดยทำเวลาให้รวดเร็วทั้งการต้องลงมือต่อสู้จนเลือดอาบท่วมตัว ทำให้ขุนพลหนุ่มเหนื่อยหอบออกมาอย่างเห็นได้ชัดเขาที่นำทหารมายังที่ย่านการค้าแห่งนี้เสียงกรีดร้องของประชาชนทั่วไปที่ไม่รู้เรื่องราวต่างหนีตายจ้าละหวั่นจนเกิดความโกลาหลขนาดย่อมในย่านการค้าเมืองเยว่สุยแห่งนี้

            กำจัดทหารทั้งหมดในย่านการค้าแห่งนี้ให้สำเร็จก็จะเข้าใกล้ชัยชนะไปอีกขั้นหนึ่ง

            หวังเอาไว้ว่าทหารที่เขาแบ่งไปทางประตูตะวันตกและใต้จะช่วยทุ่นแรงให้กำจัดทหารเตี๋ยนได้ไวยิ่งขึ้น

            เหนื่อยเป็นบ้าแต่จะทำอย่างไรได้

            เมื่อเข้าบุกแล้วต้องทำให้เสร็จสิ้นนั่นคือสิ่งที่เขาพึงรู้

            จำนวนทหารของเขาที่แบ่งจนใกล้เคียงทหารเตี๋ยนในย่านแห่งนี้ไม่เป็นผลต่อการเสียเปรียบหรือได้เปรียบต่อพลของเขาเลยการต่อสู้ยิ่งมากยิ่งบ้าเลือดมากยิ่งขึ้นเหวินเหวินที่มีความจำเป็นต้องยึดทั้งเมือง พึ่งจะได้เรียนรู้ว่ามันต้องมีการสละเลือดเนื้อและชีวิตของแต่ละฝ่ายบ้าง

            ความคิดตั้งแต่แรกเริ่มว่าการสู้รบฝั่งเราจะเสียหายได้น้อยที่สุดแทบจะโละทิ้งไปได้เลย

            ตอนนี้ขอให้เขาอยู่รอดปลอดภัยและได้รับชัยชนะกลับไปก็พอ

            เสียงกรีดร้องของทหารเตี๋ยนเคล้ากับเสียงกรีดร้องของทหารฝั่งเขาดังเข้าหูจนแยกไม่ออกว่าเป็นเสียงอะไรกันแน่เหวินเหวินที่แทงเข้าไปกลางลำตัวของทหารเตี๋ยนคนสุดท้ายเขาใช้มือเช็ดเลือดที่เปื้อนหน้าเล็กน้อย

            ชุดขุนพลที่สวมใส่อยู่ช่วยป้องกันอาวุธได้บางส่วนแต่สำหรับเขามันคือเกราะอย่างดีที่จะไม่ทำให้ได้รับบาดเจ็บไปมากกว่านี้

            “พลทหารห้าร้อยนายตามข้ามาที่เหลือขอให้เฝ้าอยู่ที่นี่ เราจะตามไปยึดชิงเยว่สุยจากทหารเตี๋ยน

            เหวินเหวินเอ่ยออกมาเมื่อเห็นว่ามีแต่พวกเขาแล้วชายหนุ่มเอ่ยให้กระจายกำลัง ก่อนจะวิ่งนำไปตามประตูเมืองต่างๆเพื่อสะสางที่เหลือให้หมด

            เสียงพลทหารทั้งห้าร้อยนายที่ตามเขามาติดๆชายหนุ่มที่ยังมองมุ่งตรงไปข้างหน้า แม้จะวิ่งอยู่จนเริ่มเหนื่อยหอบแต่เวลาพักเหนื่อยเขามีมากมายหลังจากนี้

            หลังจากที่ทุกอย่างมันจบลง

            “ข้าเชื่อใจพวกเจ้านะศึกครั้งนี้ชัยชนะเป็นของเราแน่นอน อยากให้พวกท่านที่ร่วมต่อสู้กันมาอดทนอีกสักหน่อย” เหวินเหวินกล่าวขณะยังวิ่งนำเพื่อไม่ให้บรรยากาศตึงเครียดเกินไป ชัชนะที่จะได้รับมาสำหรับเขามันดูเหมือนจะเข้าใกล้แต่ก็ยังไม่แน่นอนว่าเขาจะได้รับชัยชนะจริงๆไหม “ข้าไม่อยากเสียพี่น้องร่วมรบไปมากกว่านี้อีกแล้วขอให้พวกเจ้าจงระวังตัวให้ดีขณะที่ประจันหน้ากับทหารเตี๋ยน

            เหวินเหวินที่วิ่งนำจนมาถึงประตูเมืองใต้ก่อนเขาที่นำเหล่าทหารเข้าสมทบกับทหารที่มาก่อนหน้านี้เพื่อเข้าสู้กับทหารเตี๋ยนที่เฝ้าหน้าประตูเมืองแห่งนี้กองทัพของฮั่นที่บุกเจาะเข้ามาด้านในได้แล้ว ย่อมไม่มีข้อเสียเปรียบในการต้องปีนเข้าเหมือนประตูเมืองตะวันออกที่พวกเขาต้องต่อสู้กับฝนธนูและหินก่อนหน้านี้

            ทันทีที่เข้ามาถึงก็ไม่รอช้าที่จะเข้าไปร่วมสู้ทหารที่เพิ่มจำวนขึ้นก็ย่อมได้เปรียบกว่าเสมอเหวินเหวินที่นำในการสู้รบเพื่อยึดครองในที่แห่งนี้ เริ่มรู้สึกว่ามือสองข้างที่ประคองทวนเอาไว้เริ่มปวดหนึบจากการเหวี่ยงไปมาเป็นเวลานาน

            เพียงไม่นานที่บุกเจาะประตูเมืองใต้จนสามารถยึดได้แล้วเหวินเหวินที่ใช้ทวนค้ำตนเองเพื่อพักเหนื่อยเล็กน้อย ก่อนจะมองตรงไปยังทางข้างหน้า

            จุดมุ่งหมายที่จะไปต่อ

            “เฝ้าประตูเมืองแห่งนี้ไว้นอกนั้นตามข้าไปยังประตูเมืองทิศตะวันตก” เอ่ยออกก่อนพุ่งตัววิ่งนำเหล่าทหารที่เลือกตามเขามาไปยึดประตูเมืองทิศตะวันตกต่อ

            เป้าหมายหลักๆคือต้องกำจัดทหารเตี๋ยนไปให้หมด

            ความคิดนี้ที่ทำให้ชายหนุ่มเริ่มแสยะยิ้มกับความคิดของตัวเองที่เหมือนกับว่าจะบ้าเลือดขึ้นไปทุกทีคราแรกที่มาตั้งค่ายเขามีความคิดแค่เพียงว่าต้องได้รับชัยชนะเพียงอย่างเดียว

            ผิดกลับครั้งนี้ที่ต่างไล่ต้อนทหารเตี๋ยนเข้ายึดชิงทุกส่วนเพื่อให้ได้รับชัยชนะที่สมบูรณ์แบบ

            เหวินเหวินที่มาถึงประตูเมืองทิศตะวันตกไม่รอช้าก็นำทหารทั้งหมดเข้าสมทบทันทีเขาที่รู้สึกว่าใบหน้าเริ่มเปรอะเลือดใหม่อีกครั้งหลังจากที่ปาดเพื่อทำความสะอาดไปไม่นานขณะที่อยู่ในสงครามเขาที่เหวี่ยงทวนเข้าหาศัตรูโดยไม่มีคำว่าปราณีใดๆต่อจากนี้

            รู้ตัวอีกทีก็เข้ายึดประตูเมืองทิศตะวันตกได้ในเวลาอันรวดเร็ว

            อาจจะเพราะก่อนหน้านี้ทหารที่เขาสั่งการให้นำมาที่นี่ก่อนได้ช่วยในการแบ่งเบาภาระก่อนจะมาถึงก็ได้

            เหวินเหวินเอ่ยสั่งการให้ทหารบางส่วนเฝ้าที่ประตูเมืองเอาไว้เขามองทหารที่เหลือก่อนจะบิดเกร็งกล้ามเนื้อเพื่อผ่อนคลายอาการเกร็งจากการต่อสู้มาตั้งแต่ตอนอยู่ที่ค่าย

            “จุดหมายสุดท้ายประตูเมืองทิศเหนือ

            ประตูเมืองที่เขาไม่ได้เอ่ยสั่งให้ทหารแยกไปจัดการให้แบ่งเบาภาระให้กับเขาเหวินเหวินจับทวนให้ถนัดมือก่อนจะออกตัวนำทหารที่เหลือไปยังประตูเมืองทิศเหนือ

            เหนื่อยอีกหน่อยผลลัพท์ที่จะได้มาก็จะทำให้หายเหนื่อยได้อย่างดี

            ขอแค่เขาอู่รอดปลอดภัยจนถึงวินาทีสุดท้ายของสงครามนี้

            เวลาเพียงไม่นานที่เดินทางมาถึงประตูเมืองทิศเหนือเหวินเหวินที่หยุดยืนมองทหารที่เฝ้าหน้าประตูชาวเตี๋ยนก่อนจะยกมือขึ้นและชี้ตรงไปข้างหน้าเป็นการสั่งการรบด้วยสัญญาณมือชายหนุ่มที่พุ่งเข้าไปประจันหน้ากับทหารเตี๋ยนโดยไม่กลัวตายอีกต่อไปต่างใช้แรงทั้งหมดที่มีเพื่อให้ทุกอย่างมันจบลงให้เป็นผลพอใจกับฝั่งของเขามากขึ้น

            ขุนพลหนุ่มผ่านการต่อสู้มามากมายจนลืมอาการเหนื่อยไปชั่วขณะเขาที่จัดการทหารเตี๋ยนคนสุดท้ายสำหรับประตูเมืองทิศเหนือได้แล้วดูเหมือนว่าจะได้รับชัยชนะมา แต่ก็เหมือนลางสังหรณ์ที่มีอยู่ยังค้างคาในใจ

            ยังเหลือที่ไหนอีกนะ

            เหวินเหวินคิดก่อนจะกระชับทวนในมือแน่นทั้งๆที่คิดว่ายึดประตูเมืองทิศเหนือแล้วจะสะสางปัญหาได้มากแต่ตอนนี้ความรู้สึกในใจของเขามันกำลังร้องเตือนว่า

            ยังไม่พอแค่นี้



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -166 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -166 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กระบี่ล้ำค่า
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x324
x107
x80
x100
x259
x9999
x64
x384
x10
x9
x27
x50
x20
x8
x1
x5
x30
x1
x100
x100
x50
x30
x30
x13
x13
x3
x8000
x9999
x8000
x35
x35
โพสต์ 2018-7-20 21:54:57 | ดูโพสต์ทั้งหมด

            ขอพักให้หายเหนื่อยเพียงครู่หนึ่งเท่านั้น

            คิดไว้ว่าอย่างนั้นแต่สุดท้ายก็ไม่ได้พักอยู่ดีชายหนุ่มที่มองออกไปยังกลุ่มชาวบ้านเตี๋ยนยังหนีกันจ้าละหวั่นจากการสู้รบเมื่อครู่ คาดว่าจะเป็นการหนีตาย มีบ้างที่แอบเข้ามาดูเหตุการณ์แต่โดยรวมแล้วถือว่าวุ่นวายอย่างที่เขาไม่เคยพบมาก่อน

            ชาวบ้านฮองหงยังรวมตัวกันเป็นระเบียบขณะที่สู้รบเลย ชาวเตี๋ยนนี่มันเตี๋ยนจริงๆ

            อาจะคิดว่าคงจะไม่รอดแน่ๆทหารเตี๋ยนในเมืองถูกกวาดเรียบซะขนาดนี้ อย่างพวกเขาจะเหลืออะไร

            เสียงผู้คนที่ดังขึ้นจากความแตกตื่นจนทำให้เหวินเหวินเริ่มรู้สึกว่าควรจะได้พักก็ไม่ได้พักเสียทีเขาที่ตัดสินใจเด็ดขาดโดยไม่ผ่านกระบวนการคิดอย่าถี่ถ้วนโพลงตะโกนออกไปให้ทุกคนได้ยินทั่วกัน

            “หยุด!!!

            สิ้นเสียงร้องตะโกนมีทั้งคนที่หยุดตามคำสั่งของเขาและมีบ้างที่ยังคงแตกตื่นพามหนีออกไปจากบริเวณนี้ชายหนุ่มมองไปยังชาวบ้านที่ยังคงมีสีหน้าไม่ไว้ใจเขาอยู่บ้าง

            ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรก็มาบุกฆ่าคนของพวกเขาถึงที่นี่เชียว

            “ขอให้พวกท่านอย่าได้หวาดกลัวไปพวกข้าไม่ได้มีความคิดที่จะมาเพื่อทำร้ายพวกท่าน” ขุนพลหนุ่มหยุดพูดไปพลางมองรอบๆเพื่อสังเกตปฏิกิริยาชาวบ้านต่อจากนี้

            แม้จะมีชาวบ้านทั่งแสดงอาการไม่ไว้ใจเขาแต่ก็มีบ้างที่แสดงอาการหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัดครั้นว่าจะเดินเข้าไปหาเพื่อปลอบเป็นรายคน ยิ่งก้าวเข้าไปหา พวกเขายิ่งถอยหนี

            “กลัวหรือ?

            เด็กสาวชาวเตี๋ยนที่เขาเอ่ยถามออกไปพยักหน้าเงียบๆร่างกายที่สั่นเทาเมื่อได้เห็นบุรุษชุดขุนพลฮั่นอาบไปด้วยเลือดทั่วตัวยิ่งทำให้เขาสั่นกลัวเมื่อได้รู้ว่าทั้งหมดนั้น ไม่ใช่เลือดของเจ้าของร่างเลย

            สีแดงเลือดเป็นสีที่เธอเกลียดและกลัวที่สุด

            ภาพการสังหารการรบต่อหน้าเธอยังติดตา แม้แต่หลับตาหนีก็ยังไม่สามารถล้างมันออกไปได้

            เหวินเหวินมองไปยังชาวบ้านอื่นๆรวมถึงเชลยศึกชาวฮั่นที่ได้ช่วยออกมาแล้วไม่รู้ว่าควรจะปลอบอย่างไรให้ทุกคนในที่นี้รู้สึกดีจากเหตุการณ์ที่ผ่านมา

            ยิ่งเป็นทหารฮั่นที่ต้องปลอบชาวเตี๋ยนแล้ว

            คงจะต้องปั้นยิ้มอย่างที่เคยๆทำมาชายหนุ่มที่อยู่ๆก็ปรับอารมณ์กลายเป็นเหวินเหวินคนเดิมคลี่ยิ้มออกมาอย่างเป็นมิตรแก่ทุกไคนเพื่อสร้างความไว้ใจให้แก่กลุ่มของตนเอง

            “พวกข้าได้รับคำสั่งมาว่าที่นี่มักจะถูกรังแกเสมอ พวกข้ามาเพื่อปกป้องพวกท่านนะ…

            “จากนี้ ข้าอยากให้พวกท่านอยู่ในบริเวณนี้และยอมทำตามคำสั่งพวกข้าเพียงครู่ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตของพวกท่าน

            ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นก่อนจะมองไปยังเด็กสาวผู้นั้นแล้วเงหน้าขึ้นเพื่อมองหน้าชาวบ้านเตี๋ยนทุกคนที่อยู่ในที่แห่งนี้

            “แต่ขอสัญญาด้วยเกียรติของทหารฮั่น พวกข้าจะไม่ทำร้ายชาวบ้านเตี๋ยนที่ไม่รู้เรื่องใดๆเด็ดขาด” พูดออกไปก่อนจะยิ้มให้แม้สภาพร่างกายจะค่อนข้างขัดกับรอยยิ้มก็ตาม ซากศพทหารที่ยังอยู่บริเวณนี้ก็ยังไม่ถูกเก็บกวาดให้เรียบร้อยดีจากย่านการค้าที่เคยเงียบสงบกลับกลายเป็นตลาดเลือดเพียงชั่วพริบตา



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -19 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -19 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กระบี่ล้ำค่า
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x324
x107
x80
x100
x259
x9999
x64
x384
x10
x9
x27
x50
x20
x8
x1
x5
x30
x1
x100
x100
x50
x30
x30
x13
x13
x3
x8000
x9999
x8000
x35
x35
โพสต์ 2018-7-23 19:48:01 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย WenWen เมื่อ 2018-7-23 19:49


        @มี่อิง  (โรลสถานการณ์ หรือสร้างสถานการ์ก่อนเหวินมาก็ได้นะครับ)

        กว่าทุกอย่างจะเสร็จสิ้นก็ค่อนข้างกินพลังชีวิตขุนพลหนุ่มไปมากกว่าที่คิดเอาไว้ หลังจากที่จัดการทุกอย่างเสร็จแล้ว เหวินที่เดินมาพร้อมกับทหารทั้งชาวฮั่นและเตี๋ยนเพื่อรวมตัวกันที่ย่านการค้าศูนย์รวมผู้คนที่นี่ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเล็กน้อย

        หากนับรวมตอนนี้แล้ว เขาก็มีทหารเพิ่มขึ้นอีกเจ็ดพันคน รวมแล้วกำลังพลร่วมหมื่นชีวิตที่ตอนนี้อยู่ใต้อำนาจของเขา

        มีมากพอที่จะบุกลงคุนหมิงต่อได้ แต่สภาพร่างกายของเหวินเหวินตอนนี้ไม่เอื้ออำนวยต่อการที่จะทำสิ่งใดต่อทั้งสิ้น

        ชาวบ้านที่อยู่ในย่านการค้าแห่งนี้ก็ยังคงไม่ไว้ใจพวกเขามากเท่าไหร่นัก ยิ่งได้รู้ว่าเมืองเยว่สุยกลับไปตกอยู่ในมือของฮั่นแล้ว ความหวาดผวายิ่งหนักขึ้นกว่าเดิม ชายหนุ่มที่มองท่าทีของชาวบ้านได้แต่ลอบถอนหายใจออกมาบางๆ ในฐานะของผู้นำเขาก็คงจะนิ่งเฉยกับอาการหวาดกลัวที่เกิดขึ้นใหม่ของชาวบ้านไม่ได้

        ไม่ใช่คนใจไม้ไส้ระกำถึงขนาดที่ว่าจะทำลายจิตใจของชาวเตี๋ยนแล้วปล่อยทิ้งเอาไว้ให้รักษากันเอง

        “พวกเจ้ากลัวอะไรกันหรือ?ในเมื่อพวกข้าสัญญาว่าจะไม่ทำร้ายพวกเจ้าแล้ว พวกข้าย่อมไม่ผิดสัญญาหรอก” เอ่ยขณะที่หันมองชาวบ้านที่ต่างจับจ้องมาทางตนเป็นตาเดียว เขาที่รู้ว่าอาจจะไม่ค่อยเป็นที่น่าไว้ใจสักเท่าไหร่ แต่การพยายามสร้างความน่าเชื่อถือแก่พวกเขาว่าการที่เมืองตกอยู่ภายใต้ฮั่นย่อมให้ชีวิตที่ดีกว่าแน่นอน

        “จากนี้หากพวกเจ้าไม่ก่อความวุ่นวาย และอยู่อย่างสงบตามเดิม” หยุดพูดพักหนึ่งเพื่อมองปฏิกิริยาของชาวเตี๋ยนที่มีต่อตน “...ภายใต้ฮั่น

        “จะไม่มีชาวฮั่นคนไหนดูถูกพวกเจ้าหรอก

        เหมือนจะสื่อสารกับชาวบ้านเตี๋ยนรู้เรื่อง สายตาที่ค่อนข้างหวาดกลัวผ่อนลงเป็นแค่ความระแวงเท่านั้น ชายหนุ่มที่จนใจที่จะเกลี้ยกล่อมชาวบ้าน ทั้งร่างกายที่ต้องการพัก แต่ก็ยังเหลือภารกิจในการเดินทางกลับอีก

        ก่อนจะไปก็ไม่อยากให้ฮ่องเต้รอคำตอบเรื่องศึกจากเขานานนัก

        “ฝากเจ้า กลับไปรายงานฝ่าบาทก่อน ว่าพวกข้ายึดเยว่สุยสำเร็จแล้ว ส่วนหลังจากนี้ พวกข้าจะเร่งตามไปที่ฉางอันอีกที” เอ่ยกล่าวกับทหารที่ยืนอยู่ข้างๆ จนอีกฝ่ายหันมามองเขาก่อนจะโค้งรับคำสั่งแล้วรีบนำออกไปทันที

        “ขอรับ!

        “เดี๋ยว!!” เอ่ยขัดกับทหารคนนั้นก่อนจะโยนถุงผ้าที่ห่อหัวขุนพลเตี๋ยนให้อีกฝ่าย “เอาไปเป็นหลักฐานก็ดีนะ”

        มองทหารที่ร่วมรบจนเหลือรอดมาออกห่างไปจนสุดสายตา ค่อยหันกลับมาสนใจทหารส่วนที่เหลือที่นี่แทน ครั้นจะให้ยกทัพกลับฉางอันทั้งหมด ก็ไม่ใช่ความคิดที่เข้าท่าสักเท่าไหร่ หากเป็นอย่างนั้น ยิ่งเปิดช่องโหว่ให้ชาวเตี๋ยนได้กลับมาครองเมืองเหมือนเดิมเป็นแน่

        “หากกลับไปโดยไม่มีทหารดูแลที่นี่พวกก่อกวนย่อมกลับมาอีกครั้งแน่ๆ” พูดจบก็เหล่ตามองทหารเตี๋ยนที่ยอมแพ้ต่อพวกเขา “จะเชื่อใจได้แน่หรือ

        เอ่ยถามไปอย่างนั้นแต่ไม่ต้องการคำตอบ เหวินเหวินที่มองทหารเตี๋ยนพลางเอ่ยการวางแผนในการแยกทหารส่วนหนึ่งให้ดูแลเมืองนี้ต่อไป

        “ทหารห้าพันนาย ข้าฝากให้พวกเจ้าเฝ้ารักษาเมืองนี้ต่อแทนข้าด้วย

        “ส่วนที่เหลือเดินทัพกลับฉางอัน” เหวินเหวินที่เอ่ยจบก็ตั้งท่าว่าจะเดินนำเหล่าทหารออกไป เขาที่ชะงักเล็กน้อยเมื่อหันมองเด็กสาวที่เธอเคยบอกเขาก่อนหน้านี้ว่าเหลือเพียงตัวคนเดียว หากทิ้งไว้ที่เมืองแห่งนี้ ก็เป็นอะไรที่ไม่ค่อยดีต่อเด็กสาวสักเท่าไหร่

        เสียงเท้าสาวก้าวเข้าหาเด็กสาวยาวๆจนถึงตัว ชายหนุ่มนั่งลงเพื่อคุยกับเธอได้สะดวก ถึงสถานที่ที่เขากำลังจะไป และสถานที่ที่เธอควรจะเจอมากกว่าต้องมาอยู่ที่เมืองที่ให้ความทรงจำเลวร้ายแก่ตัวเธอ

        “แม่นางอยากจะอยู่ที่นี่หรือไปที่ไหนหรือไม่ หากเป็นเมืองคุนหมิง ตอนนี้มันอันตราย ข้าอยากให้แม่นางกลับฮั่นมากกว่าจะอยู่ที่เมืองนี้

        เหวินเหวินจ้องตาหลันมี่อิงเพื่อรอคำตอบจากสาวน้อยตรงหน้า เขาที่คลี่ยิ้มออกมาเพื่อให้เธอลดความหวาดกลัวต่อลักษณะภายนอกที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบสีชาต

        @มี่อิง  (น้องบอกว่าไม่รู้จะไปทางไหน หรือบอกให้เสนอสถานที่ดีๆก็ได้นะครับ)

        “พวกข้าจะขึ้นฉางอัน หากยังไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน ลองลงฉางอันไหม ที่นั่นข้ามั่นใจว่าจะปลอดภัยต่อแม่นางแน่ๆ” ความมั่นใจที่เกิดขึ้นมาจากการไว้ใจเพื่อนร่วมงานที่เกือบจะกลายเป็นเพื่อนสนิทตน ทำให้เขาสามารถแนะนำเมืองฉางอันได้อย่างเต็มปากเต็มคำ ถึงแม้จะเป็นนครที่เต็มไปด้วยชาวฮั่นแต่สภาพแวดล้อมโดยรวมในฉางอันย่อมดีกว่าเป็นไหนๆ

        @มี่อิง (อันนี้น้องยอมให้พากลับฉางอัน ด้วยเหตุผลใดๆก็ตาม ตามคาร์ของน้องได้เลย)

        มือเปื้อนเลือดลูบหัวเด็กสาวเบาๆอย่างลืมตัว ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มตัว พลางบิดขี้เกียจไปก่อนมองชาวบ้านที่เหลือไปด้วย

        “พวกข้าจะกลับฉางอัน หากท่านใดประสงค์ที่จะกลับไปด้วย หรือเป็นทางผ่าน มากับพวกข้าได้นะขอรับหากไม่มั่นใจที่จะเดินทางกลับด้วยตัวเอง

        เอ่ยจบก็พาหลันมี่อิงเดินไปกับเขา เพื่อพาเธอขึ้นไปยังบนม้าของตนเพื่ออำนวยความสะดวกแก่เธอ ไม่ให้เหนื่อยจากการลงเดินเอง

        ชาวบ้านจำนวนไม่น้อยไม่มากเลือกที่จะเดินทางกลับพร้อมทัพทหารเพื่อให้ตนเองมั่นใจว่าปลอดภัยมากยิ่งขึ้น นั่นเป็นจำนวนที่เหวินเหวินพอจะมั่นใจว่าเขาพร้อมจะส่งทุกคนลงเมืองที่ชาวบ้านต้องการได้

        หากอย่างนั้น ต้องแวะที่ย่านการค้าที่เป็นศูนย์รวมคนในแต่ละเมือง ทุกเมืองแล้วกระมัง

        @มี่อิง(น้องอยากทำอะไรต่อจากนี้ทำได้เลยนะครับ)



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +77 ความหิว -18 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 77 -18 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กระบี่ล้ำค่า
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x324
x107
x80
x100
x259
x9999
x64
x384
x10
x9
x27
x50
x20
x8
x1
x5
x30
x1
x100
x100
x50
x30
x30
x13
x13
x3
x8000
x9999
x8000
x35
x35

17

กระทู้

298

โพสต์

12หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
9693
เงินตำลึง
173630
ชื่อเสียง
56824
ความหิว
358
คุณธรรม
0
ความชั่ว
0
ความโหด
0
หรั่นหลัน
เลเวล 1

ติง โหยว

"คนไม่ดีต้องถูกลงโทษ!!"
pet
โพสต์ 2018-10-1 17:16:43 | ดูโพสต์ทั้งหมด
โรลอิสระ
                  หลังจากที่พักทานอาหารอยู่นอกเมืองจื่อถง สตรีทั้งสองจึงนั่งรถม้าเข้าสู่เมืองเยว่สุยในเวลาต่อมา ลู่เอินฝากรถม้าไว้นอกย่านการค้า ก่อนจะพาติงโหยวเดินชมตลาดของเยว่สุย นางเองก็พึ่งเคยมาที่นี่เป็นครั้งแรก แม้คาราวาลจะไม่เยอะนัก แต่ข้าวของกลับแปลกตา แม้ไม่ใช่พวกอัญมณีดูหรูหรา หรือผ้าไหมจากตะวันตก แต่สินค้าที่เกี่ยวกับสัตว์มีมากมาย มีอย่างหนึ่งที่นางสนใจคือเสื้อผ้าสำหรับสวมใส่ในฤดูหนาวของที่นี่ล้วนทำจากขนสัตว์ ราคาค่อนข้างแพงแต่สวยงามมาก นางมองอาภรณ์เหล่านั้นไม่วางตา ในขณะที่ติงโหยวสนใจพวกงาช้าง หรือเขากวางมากกว่า
                  "พี่โหยว ท่านอยากมาเยว่สุยมิใช่รึ พอมาถึงแล้วเป็นอย่างไรบ้าง"
                  "สินค้าของที่นี่ช่างถูกใจข้านัก"
                  พอเห็นว่าคนที่เอ่ยปากอยากมาพอใจกับสถานที่แห่งนี้ ลู่เอินก็ระบายยิ้มเบาบาง หญิงสาวเดินดูผ้าคลุมไหล่ที่ทำจากขนจิ้งจอกหิมะด้วยความสนใจ แม่ค้าที่ยืนขายของอยู่เห็นลู่เอินแต่งตัวดีก็เข้ามาต้อนรับ นางสนทนากับอีกฝ่ายอยู่สองสามประโยค แม้จะโดนอีกฝ่ายใช้คำพูดชมเชยอย่างไร นางก็หาได้สนใจไม่ เพียงแต่สิ่งเดียวที่ทำให้ลู่เอินยืนอยู่ในร้านของแม่ค้าปากมากเช่นนี้ได้ มีเพียงสินค้าที่มีคุณภาพเกินกว่าจะละสายตา

                  "ของเหล่านี้เป็นใครตัดเย็บรึ"
                  "ย ย่อมเป็นของที่สตรีชาวเยว่สุยตัดเย็บเจ้าค่ะ"
                  ดวงตาคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อย นางเพียงถามว่าใครตัดเย็บ เหตุใดต้องทำตัวประหลาดด้วย "เช่นนั้นข้าขอซื้อตัวนี้"
                  นางยกเสื้อคลุมหนึ่งขึ้นมา ก่อนที่แม้ค้าจะรับไปพับให้นางอย่างรู้งาน ลู่เอินแอบสงสัยไม่ได้ว่าทำไมท่าทีตอนถามว่าใครตัดเย็บถึงได้ดูประหลาดนัก หรือเป็นของโจร? ลู่เอินลืมคิดถึงเรื่องนี้ไป ความจริงเนื้อผ้าดูดีกว่าราคาขายมากนัก ดูไม่ใช่ของที่จะขายในตลาดเล็กๆแบบนี้
                  หลังจากแม่ค้าเดินจากไปไม่นาน นางก็นำเสื้อคลุมใส่ในถุงผ้ามามอบให้ลู่เอินพร้อมกับรับเงินจากนาง หญิงสาวเดินดูของอีกไม่กี่อย่างก็พบติงโหยวที่เดินมาพอดี
                  "พี่โหยว เดินจนพอใจแล้วกระมัง"
                  "ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก แต่ข้าว่าเราไปหาที่พักกันเถอะ ข้าอยากกินข้าวแล้ว"
                  ลุ่เอินยิ้มมองก่อนจะจับมือติงโหยวเดินไปที่รถม้า แถวเมืองเยว่สุยสำหรับนางแล้วดูไม่ค่อยปลอดภัยนัก คืนนี้ไปพักที่เมืองเฉิงตูอาจจะดีกว่า

@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +35 ความหิว -28 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 35 -28 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กำหนดลมหายใจขั้นสูง
หลี่ซื่อชุนชิว
ฮั่นเสียทองเทวะ
กราดิอุส
ปิ่นล้ำค่า
ตัวเบาพื้นฐาน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x15
x7
x2
x80
x1
x30
x20
x1000
x1
x20
x1
x3
x15
x1
x9
x4
x1
x20
x45
x7
x35
x1
x3
x1
x2
x1
x3
x2
x1
x1
x30
x1
x2
x300
x45
x16
x757
x30
x50
x25
x1
x10
x2
x6000
x91
x2
x4
x1
x2
x2
x49
x13
x8
x59
x2
x10
x17
x200
x99
x130
x175
x100
x100
x60
x2
x20
x41
x50
x1520
x1
x100
x25
x700
x39
x24
x105
x1
x97
x55
x13
x1
x76
x20
x3086
x3
x9
x66
x30
x75
x150
x150
x108
x33
x2
x25
x41
x40
x32
x200
x100
x100
x212
x22
x4
x1
x62
x1041
x1021
x355
x30
x10
x30
x18
x77
x9
x81
x54
x50
x102
x56
x83
x76
x68
x211
x134
x134
x136
x11
x94
x44
x125
x319
x470
x150
x110
x75
x250
x340
x2
x19
x671
x60
x111
x48
x1

26

กระทู้

744

โพสต์

42หมื่น

เครดิต

ก็มาดิครับ

เงินชั่ง
6077
เงินตำลึง
1080589
ชื่อเสียง
152603
ความหิว
789

ตราหุบเขาปีศาจ

คุณธรรม
915
ความชั่ว
835
ความโหด
1856
คาเนซิส ดิ ลาสเครีย(ราคะ)
เลเวล 1

โจว เจ๋อข่าย

"ข้างดงามแล้วหรือยัง"
pet
โพสต์ 2018-10-4 09:37:13 | ดูโพสต์ทั้งหมด
[ สตรีผู้นั้น (1) ]

      ร่างสูงสง่าร่างกายสมส่วนเดินเข้ามาในย่านการค้าเมืองเยว่สุยที่มีผู้คนมาจับจ่ายใช้ส้อยการอย่างหนาแน่น เขาเดินดูของขายที่วางรายเรียงอยู่บนแผง ทั้งงาช้าง หรือแม้กระทั่งช้างตัวเป็นๆ เส้าเทียนไม่ใช่คนที่ชื่นชมของป่าที่ต้องฆ่าสัตว์เพื่อนำของมาขาย ใบหน้าคมคายขมวดคิ้วเป็นปมกับพวกชอบทรมานทารุณสัตว์

      “.....” บุรุษมือปราบเหลือซื้อของใช้ที่เป็นประโยชน์ เฟยเฟยนกขาบตัวน้อยบินเกาะไหล่กว้างข้างซ้าย เขาล้อมยิ้มมองอย่างอ่อนโยน มือหนาค่อยๆลูบหัวน้อยๆของเฟยเฟย

      ระหว่างทางที่เส้าเทียนกำลังเดินอยู่ มีสตรีร่างบอบบางเดินผ่านมา ด้วยความที่เผลอมองนางจึงทำให้ของในมือที่ถืออยู่จึงตกหล่น ร่างสูงย่องตัวลงก้มเก็บของที่พื้น

    “......” หญิงสาวที่รู้สึกเหมือนมีคนจ้องมอง แต่นางก็ไม่สนใจอะไร คงเป็นพวกที่ชอบหยอกล้อนางด้วยความแปลกประหลาดของนางที่มีวิญญาณไป๋หู่สิงสถิตย์อยู่ เดินถือตะกร้าของไปต่อ

      เมื่อเขาเก็บของที่ตัวเองเผลอทำตกหล่นเสร็จเรียบร้อย ก็ลุกขึ้นยืนเพื่อที่จะกลับออกจากที่นี่ ทว่านัยน์ตาสีดำคมกริบเหลือบเห็นหินแร่แวววาวที่มีชายแก่ขายอยู่ และดูเหมือนว่าจะพึ่งมีคนซื้อตัดหน้าเขาไปเสียก่อนแล้ว “เฮ้อ” ถอนหายใจ สักพักเส้าเทียนก็ได้ยินเสียงเด็กหนุ่มตะโกนผ่านหน้าเขา

      “...ตัวประหลาด ฮาฮ่าๆๆๆ” เด็กหนุ่มคนนึงแหกปากส่งเสียง

     ตัวประหลาด(?) เขาจ้องหน้าอีกฝ่ายอย่างไม่สบอารมณ์

    หญิงสาวเมื่อได้ยิน นางก็ก้มหน้าเดินไปต่อราวกับพยายามให้ออกจากตรงนั้นอย่างรวดเร็ว นางเองก็ไม่อยากเป็นแบบนี้แต่นางก็ไม่อาจปฏิเสธได้ ตามที่พี่บุญธรรมที่ท่านพ่อฝากฝังให้ดูแลนางเล่าก่อนตาย วิญญาณไป๋หู่เป็นวิญญาณที่เคยสิงเสือขาวตัวนึงที่ทำร้ายคนในหมู่บ้าน ท่านพ่อจึงออกล่าทำให้มันทิ้งร่างเดิมมาสิงร่างนางในตอนแรกเกิด

     ครั้งแรกเขาคิดว่าเด็กหนุ่มพวกนี้ด่าว่าเขาเป็นตัวประหลาด แต่เมื่อสังเกตุเห็นปฏิกิริยาของดรุณีผู้นั้น ก็กระจ่างในทันที และกลุ่มคนที่ยังไม่มีท่าทีที่จะหยุดด่าทอนาง เมื่อเห็นว่านางไม่สนใจก็เกิดความหัวร้อน โมโห เด็กหนุ่มร่างโปร่งเดินก้าวขาฉับๆไปเพื่อที่กระชากผมของนาง แต่ด้วยความที่เส้าเทียนยืนอยู่เขาไม่ใช่พระอิฐพระปูนที่เห็นสตรีกำลังโดนกลั่นแกล้งอยู่เบื้องหน้าแล้วจะไม่ช่วยเหลือ

      ผัวะ

      ร่างสูงใช้ตัวเบาพุ่งไปที่นางตรงด้านหลังในระยะสั้นๆก็จะจับมือร่างโปร่งที่จะกระชากผมหญิงสาว "จะทำอะไร?" จ้องมองอย่างเย็นชา "เกิดเป็นบุรุษกลับกลั่นแกล้งสตรีน่าอายแทนมารดาผู้ให้กำเนิด" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยวาจาตักเตือนในแบบฉบับของตัวเอง

    หรูหยงเดินก้มหน้าต่อไป นางไม่รู้หรอกนะทำไมจู่ๆ คนพูดก็เงียบไป

    “พี่ชายท่านไม่รู้เหรอนางเป็นนางเสือร้าย!” เด็กหนุ่มบอกอีกฝ่าย “ปล่อยข้าๆ ข้าไม่ยุ่งก็ได้ แต่ระวังท่านจะโดนเสือกินนะ!”

     "หื้ม" เสือร้ายหันควับมองนางที่เดินก้มหน้า "เสือร้ายแล้วอย่างไร หยุดพูดจาดูถูกนางได้แล้ว ข้าไม่ชอบคนพูดจาดูถูกผู้อื่นเยี่ยงพวกเจ้าเด็กน้อย" เขานึกถึงไป๋เหยียนเฟยสหายของเขาที่ต้องอยู่อย่างหลบๆซ่อนๆ "อีกอย่างนางเคยทำอันตรายสร้างความเดือดร้อนให้พวกเจ้ารึ กลับบ้านไปอ่านตำราหาความรู้ไป!"

    “ถึงไม่เคย แต่สักวันนางต้องทำแน่ นางเป็นนางเสือ เสือย่อมกินคน!” เขากล่าวตอบชายหนุ่มตรงหน้าที่ดูเหมือนมาจากต่างถิ่น คงเป็นพวกชาวฮั่นที่คร่ำครือตำราสินะ “ข้าไม่ยุ่งกับพวกเจ้าแล้ว พวกเจ้าตายก็อย่ามาโทษข้าไม่เตือน” เขากล่าวก่อนพากันเดินหนีไปจากตรงนั้น

ยักไหล่ให้กับเหล่าเด็กเมื่อวานซืน ก่อนจะรีบเดินตามนางไป "แม่นางไม่เป็นอะไรใช่ไหม" เขาถามก่อนสบตานางด้วยแววตาอ่อนโยนด้วยความจริงใจ ทำไมเขารู้สึกมีท่าทีอ่อนโยนกับสตรีตรงหน้าทั้งที่ไม่ใช่สัตว์เลี้ยงของตน

“ท่าน…?” โม่หรูหยงเมื่อได้ยินเสียงบุรุษเรียก นางค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองคนมาดักหน้าทีละนิดก่อนมองซ้ายขวา “ท่านมีธุระใดกับข้าหรือเปล่า”

    "ไม่มี" เขาเอ่ยตอบออกไปอย่างตรงไปตรงมา "ข้าแค่เห็นพวกเด็กน้อยในเมืองนี้พูดจาให้ร้ายแม่นาง" เส้าเทียนบอกเหตุผลที่ตัวเองเดินตามนางมา   ก่อนจะมองตระกร้าที่นางถือ ในนั้นมีเครื่องปรุง วัตถุดิบหลากอย่าง เส้าเทียนเห็นส่วนใหญ่ในตระกร้าจะเป็นวัตถุดิบที่เกี่ยวกับพืชผักชะส่วนใหญ่ "ให้ข้าช่วยเดินเป็นเพื่อนไหม เพื่อมีใครมาทำร้ายข้าจะได้ช่วยแม่นาง" เพราะดูท่าคนที่นี่จะไม่ค่อยชอบนางสักเท่าไหร่

    “คุณชายท่านคงมาจากต่างเมืองสินะ” โม่หรูหยงกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ยิ้มมิตรไมตรีก่อนก้มหน้าลงกล่าวถามด้วยน้ำเสียงปนเศร้า “พวกเขาไม่ได้บอกท่านหรือว่าข้าเป็นตัวอัปมงคล….”

      "อืม ข้าไม่เชื่อหรอกว่าแม่นางเป็นตัวอัปมงคล" ร่างสูงหลุดหัวเราะออกมา แต่เส้าเทียนได้ยินเสียงหวานที่เอ่ยปนด้วยความเศร้า "ข้าก็เป็นคนดวงซวยนะ ...ไปที่ไหนก็ชอบเจ็บตัวตลอด" เขาพยายามพูดให้นางหายเศร้า มือหนาหยิบพู่ประดับขึ้นมาก่อนจะยื่นให้นาง "ข้าให้... เคยได้ยินว่าพู่ประดับเป็นเหมือนเครื่องราง อืม งั้นแม่นางรับไว้เป็นเครื่องรางเถิด"

    “คุณชายทำไมท่านต้องทำดีกับข้าด้วย” โม่หรูหยงเงยหน้าขึ้นมองพู่ประดับในมืออีกฝ่ายก่อนมองแววตาอีกฝ่ายด้วยสงสัย นอกจากคนที่หมู่บ้านชิงเฉิงก็ไม่มีใครเคยทำดีกับนางเลยตั้งแต่จำความได้ หลังจากสูญเสียพี่จ้านเมื่อสองปีก่อน “สิ่งนี้ล้ำค่ามาก คุณชายให้แบบนี้จะดีเหรอคะ”

    "นั่นสิ" เขาขมวดคิ้วเป็นปม เพราะสงสารก็ไม่ใช่ "คงเพราะถูกชะตารึกระมัง รับไว้เถิดข้ารู้สึกว่าพวกเราต้องได้เจอกันอีกแน่ๆ" เส้าเทียนเอ่ยเสียงทุ้มต่ำอย่างเป็นกันเอง "อ่า..นี่ใกล้เวลาที่สหายข้าจะตื่นแล้ว ..ขอตัวไปก่อน" เขามองใบหน้าหญิงสาวสักพัก ก่อนจะขึ้นหย่งฟางม้าฮั่นเสียทองแล้วควบออกไปโดยฉับพลัน

    “ขอบคุณเจ้าค่ะ คุณชายนิรนาม” โม่หรูหยงกล่าวก่อนมองอีกฝ่ายจากไปอย่างรวดเร็ว นางก็เดินกลับกระท่อมที่ซานเมืองต่อไป
มอบ พู่ประดับ

@Admin

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับความสัมพันธ์กับ ร่างสิงสถิตย์ไป๋หู่: โม่ หรูหยง เพิ่มขึ้น 50 โพสต์ 2018-10-4 14:12

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +35 ความหิว -31 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 35 -31 + 5

ดูบันทึกคะแนน

เซราฟหรือเซเรฟ?
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กระจกหมื่นทิวา
โล่หวงจู้(เก๊)
ผ้าปิดตา
ตัวเบาขั้นสูง
หลี่ซื่อชุนชิว(450)
ฝ่ามือพิษงูทวาร
ปราณทานตะวัน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x88
x8
x5
x224
x3044
x1
x49
x2376
x900
x300
x107
x51
x3
x40
x99
x75
x4
x60
x2
x100
x10
x10
x12
x1
x9999
x10
x186
x100
x100
x8
x2
x15
x4
x12
x4
x32
x112
x832
x73
x2
x279
x2
x1292
x2698
x1
x9999
x1
x54
x37
x1315
x6
x610
x15
x20
x151
x7
x11
x130
x11
x5
x2
x5
x237
x175
x2
x720
x2
x3
x254
x500
x24
x88
x13
x4
x390
x15
x5
x35
x56
x25
x13
x4
x270
x449
x4557
x10
x7241
x16
x325
x14
x17
x240
x221
x472
x9
x68
x11
x36
x54
x1
x1105
x6
x7
x84
x743
x6934
x139
x755
x808
x195
x802
x9999
x458
x6
x3490
x3072
x2472