ดู: 101|ตอบกลับ: 4

{ เมืองเจียงหลิง } สวนพฤกษชาติฮวาถง

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2019-6-21 23:50:16 |โหมดอ่าน





สวนพฤกษชาติฮวาถง

{ เมืองเจียงหลิง }







【สวนพฤกษชาติฮวาถง】
『 แว่วเสียงลิงกังปริศนา กลางบุปผาลานตา 』
ริมทะเลสาบที่ผันน้ำจากแม่น้ำฉางเจียงมีสวนบุปผากั้นกลาง 
ศาลาหลังน้อย พอให้คนผ่านทางได้อาศัยพักคลายร้อน และชื่นชมทิวทัศน์
มีบุปผาสีสันประหลาด สีบานเย็นไล่ไปจนม่วงเข้มส่งกลิ่นหอมหวน
รอบๆ เต็มไปด้วยต้นตู้เจวียนฮวาหลากสีสัน และยังมีฝูงกวางดาว
ออกวิ่งกระโดดโลดเต้นเป็นที่น่ารักน่าเอ็นดู









คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 Point +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 10

ดูบันทึกคะแนน

983

กระทู้

3639

โพสต์

69หมื่น

เครดิต

( º﹃º ) หิวปลาปิ้ง!! <''Xx&

เงินชั่ง
795408
เงินตำลึง
141033
ชื่อเสียง
216101
ความหิว
3027

ตราสำนักวังน้ำทิพย์ใบรับรองภาษาไต้หวันใบรับรองภาษาฮั่นใบรับรองภาษาละตินป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV3)

คุณธรรม
17600
ความชั่ว
8168
ความโหด
31035
เยว่หมิง ♦ 夜明
เลเวล 1

จวง ถิงซู่

" ระวังตัวบ้างน้องสาว "
pet
โพสต์ 2019-6-22 19:50:16 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LingHao เมื่อ 2019-6-22 20:03


กาลเวลาพิสูจน์คน
1332
กระดูกหนาใจข้าบาง

              ออกจากร้านเครื่องประดับไค่ฉีพร้อมของขวัญจำนวนไม่น้อยที่เฮ่อหลันม่อหร่านให้คนจัดส่งไปซุ่ยเมิ่งเซียนหลิน จากนั้นพาเข้าร้านอาภรณ์เลือกตัวที่งดงามปราณีตที่สุดโดยไม่เกี่ยงราคา เครื่องเรือนต่างๆ ก็ไม่วาย ไหนจะตลับแป้งชาดเดินออกร้านนี้เข้าร้านนั้น เวียนหัวไปหมด นึกนับถือในใจปกติเจ้าสัวผู้นี้คงไม่ค่อยใช้จ่ายเป็นแน่พานางมาถลุงเอาๆ ยังกับของแจกฟรี แม้ว่าจะเป็นเพียงละครตบตาฉากหนึ่งที่นางและเขาต่างร่วมกันแสดง ทว่าหลิงหลานกลับค้นพบความจริงที่น่าอัศจรรย์ข้อหนึ่งว่า ‘ของที่บุรุษผู้นี้มอบให้ในหนึ่งวัน ยังมากกว่าสิ่งที่บุรุษผู้อื่นมอบให้ข้าในเวลาห้าปีที่ผ่านมาเสียอีก’

               แม้มิใช่คนโลภทว่ายังมองออก.. บุรุษผู้นี้ใช้จ่ายอย่างปลอดโปร่งมากเท่าไร
               กลับยิ่งรู้สึกว่าเรื่องที่เขากำลังทำอยู่นั้นต้องไม่ธรรมดา

                หลิงหลานรวบรวมความกล้าในการสอบถามกิจการของที่บ้านเขาเป็นอย่างไร ราบรื่นดีหรือทำไมเพียงแค่ติดต่อคู่ค้าถึงต้องปิดบังหาละครมาตบตาขนาดนี้? ทั้งหมดทั้งมวลนั้นนายท่านเฮ่อหลันใช้รอยยิ้มเรียบๆ ตอบว่า “ล้วนไม่เกี่ยวข้องกับเจ้ายิ่งรู้น้อยเท่าไรยิ่งดี แต่วางใจได้กิจที่ข้าทำไม่ผิดกฎหมายบ้านเมือง”

                “........แล้วไปข้าเพียกังวลเรื่องเสี่ยงคุกตาราง” หญิงสาวทราบว่าต่อปากต่อคำกับเขาไปตนยิ่งเสียเปรียบเปล่าๆ ช่วงเวลาที่ทั้งสองเดินเล่นชมสินค้านางจึงน่ารักเรียบร้อย ว่าง่ายเป็นอย่างยิ่ง

                เสมือนสงบศึกชั่วคราวปรองดองโดยง่าย

                เฮ่อหลันม่อหร่านก็มิใช่บุรุษใจจืดใจดำแสดงบทเอาใจใส่สตรีที่ ‘หลงใหล’ ได้อย่างเข้าบทบาท ลมแรงสักหน่อยก็รับเสื้อคลุมจากคนสนิทมาห่อตัวให้ ของชิ้นไหนเห็นนางจดจ้องนานสักนิด ก็หยิบลงมาถามไถ่ราคา ยามทานอาหารคีบเนื้อเป็ดชิ้นใหญ่สุดหลังเป็นเงางามที่สุดใส่จานให้นาง พูดก็พูดเถิด...เอาใจใส่ในระดับบุตรของลูกทั้งสองไม่เคยทำให้เลย

                หลังทานอาหารจนอิ่มหนำ… ก็ได้เวลาหย่อนใจ
                เผิงจื่อหันหัวรถมุ่งไปยังสวนพฤกษชาติฮวาถง หน้านี้ดอกตู้เจวียนกำลังผลิบาน

                “อา…. น่ารักจังข้าพึ่งทราบว่าในเมืองนี้เลี้ยงกวางเอาไว้ด้วย!” หลิงหลานชะเง้อมองจากรถม้า พบเหล่ากวางดาววิ่งกระโดดโลดเต้นตามทางก็ยิ้มร่าราวกับเด็กน้อยได้ขนม ชายหนุ่มเห็นดังนั้นมิได้ห้ามปรามนาง บอกคนสนิทหยุดรถม้าที่ตรงหน้าพวกเขาจะเดินชมทิวทัศน์

                “แปลกนักที่เจ้าไม่ทราบ.. ที่ผ่านาหรือว่าดองตัวเองอยู่แต่ในเหลาไม่เคยออกมาเที่ยวชมตัวเมืองเจียงหลิง?” มือหนายื่นส่งให้พลางรับร่างน้อยก้าวลงจากรถ เมื่อเดินเคียงข้างสตรีอ่อนหวานชดช้อย บุรุษองอาจสุขุม. .เหล่าชาวบ้านและผู้ที่มองมาล้วนชมเปาะว่าสมกันราวกับภาพวาดบทกวี

              หลิงหลานหยุดเล่นกับเจ้าสี่ขาตาหวานวิ่งกระดุ้งทั้งหลายบ่อยครั้ง นางอารมณ์ดีขึ้นทันตาเมื่อคิดว่าหากเด็กๆ มาด้วยคงจะชื่นชอบเป็นแน่

              “....อันที่จริงข้าเดินทางไกลบ่อยครั้งพึ่งได้กลับมาเมืองนี้” เนตรคู่กลมกระพริบปริบเมืองเลื่อนสายตาไปพบทะเลสาบ ผิวน้ำราบเรียบดุจกะจกเงาเหล่าหงส์ฟ้าว่ายวนดูรื่นเริง “มีแม่น้ำฉางเจียงแล้วยังมีทะเลสาบอีกด้วย? ว้าว..มนุษย์เราช่างสร้างสรรค์เสียจริง”

                ม่อหร่านระหวางเดินมาคล้ายัมผัสได้ว่ามีสายตาหลายคู่จ้องมองพวกเขาในที่ลับ คิดจะสลัดหนีแบบแนบเนียนก็เรียกร่างบางเดินไปยังทะเลสาบด้วยกัน “อากาศร้อนเช่นนี้อยู่กลางน้ำคงสนชื่นขึ้น ซู่ซู่มาเถอะ ทะเลสาบไม่ได้มีไว้แค่ชื่นชมหรอกนะ”

                 ด้วยสารถีกลายมาเป็นคนถ่อเรือม่อเหยี่ยพานางรำน้อยล่องนาวากลางทะเลสาบ
                 ความเย็นฉ่ำของสายน้ำ ชื่นชมเหล่าหงส์ฟ้าได้ในระยะใกล้ชิด.. ผ่อนคลายสบายอารมณ์

                 เจ้าสัวหนุ่มคอยตักเตือนสาวน้อย ไม่ให้มัวเล่นกับเหล่าหงส์จนใกล้กาบเรือมากเกินไปจนพลัดตกลงไปเสียก่อน ระหว่างล่องนาวาชื่นชมบรรยากาศทั้งสองสนทนากันหลายเรื่องล้วนเป็นสิ่งที่หลิงหลานไม่เคยทราบมาก่อนในเมืองเจียงหลิง นางคล้ายลูกเจี้ยบที่พึ่งออกจากไข่อีกหน… ฟังเขาเล่าเรื่องตลาดทั้งกลางแจ้งและที่ลับ การย้อมแมวขายมิได้ทำเพียงสินค้าแต่ยังมีกระทั่งย้อมเอาเจ้าสาวที่เคยผ่านการแต่งงานมาแล้วไปแต่งให้กับสกุลอื่น ขอเพียงทางฝ่ายนั้นมีจ่าย เกิดผู้ค้าผู้ซื้อก็เกิดการซื้อขาย นางได้เปิดหูเปิดตาแล้วจริงๆ

                  ฟังพลางนั่งเคี้ยวไก่ทอดฝีมือตนเองไปพลางบันเทิงยิ่ง ท้ายสุดม่อหร่านเป็นฝ่ายถาม “ข้าเล่าให้เจ้าฟังตั้งหลายเรื่องราว.. ถึงคราวนี้ตาเจ้าเปิดปากเล่าบ้างแล้ว”

                  “แล้วม่อเหยี่ยท่านอยากฟังเรื่องใด?”

                  นาวาลอยลำโคลงเคลงกลางสายธาร เจ้าสัวหนุ่มหรี่ตาเงาของใครบางคนหลังต้นไม้วูบไหวอย่างประหลาด “เหตุผลของเจ้า…… ทำไมต้องเป็นอย่างตอนนี้ทั้งที่สามารถเป็นตัวของตนเองได้”

                  “ไม่นึกว่าท่านใส่ใจจะฟังด้วย” ใบหน้าหวานอมยิ้มวางกระดูกไก่ในมือลง

                  “อาจพอแก้เบื่อในเวลานี้ได้” เขาชูไหสุราในมือเพื่อรอกับแกล้ม

                 “ไม่น่าฟังนักหรอก.. ดีไม่ดีการท่องเที่ยวนี้จะพาลเสียรสชาติ” สาวเจ้าถอนหายใจ “รึท่านคิดว่าเรื่องราวของสตรีตัวเล็กๆ ธรรมจะเป็นเรื่องสะเทือนฟ้าสะเทือนดินควรค่าแก่การเสียเวลาฟัง?”

                  “ทุกเรื่องราวย่อมมีความน่าสนใจในตัวมันเองอยู่ที่ว่าใครเป็นผู้เล่า และใครเป็นผู้ฟัง” เฮ่อหลันม่อหร่านโน้มน้าวนางด้วยความใจเย็น แม้สายตาไม่ได้ละไปจากเงาร่างในน้ำ ตนมิได้ตาฝาดคล้ายจะมีคนตามพวกเขามาจริงๆ ชายหนุ่มหยักรอยยิ้ม “เอาไว้ข้าจะตัดสินว่าสนุกรึไม่สนุก”

                หลิงหลานเอนหลังลงกอดหมอนอิงสายาเลื่อนมองเมฆาบนท้องฟ้าเริ่มเล่าด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “เช่นนั้นข้าเพียงกล่าวลอยๆ ท่านคิดว่าลมพัดผ่านหูเสียก็ได้…. ระหว่างท่องเที่ยวอย่างสบายใจเช่นตอนนี้เคยมีอยู่หนหนึ่งข้าถูกกลุ่มโจรจับตัวไป พวกนั้นบอกว่าสตรีเช่นข้าคือสินค้าชั้นดี.. นำไปขายทอดตลาดกลายเป็นทาส มีคนเอาปลอกคอมาสวมทั้งยังตีตรวน บอกว่าจากนี้ไปชีวิตไม่ใช่ของข้าแต่เป็นของเจ้านาย วันหนึ่งยังถูกขังไว้ในห้องเก็บฟืนที่กำลังลุกไหม้”

               “...อย่างไรนะ? เจ้าเคยเป็นทาส” ปั้นสุราในมือชายหนุ่มกระตุกไป

               หลิงหลานหันไปทางเขากล่าวอย่างรวดเร็ว

              “ไม่นานเท่าไร แท้จริงไม่สาหัสอันใดสุดท้ายข้าก็สามารถคลำทางกลับบ้านได้อยู่ดี” จากนั้นแหงนหน้ามองท้องฟ้าอีกครั้ง “เพียงแต่ตอนถูกเคี่ยวกรำอยู่แดนไกล ข้าเคยคิดว่าเหตุไฉนเวียนมาถึงคราวตนเองบ้างแล้วเป็นอย่างนี้ เหล่าพี่สาวเคยเล่าถึงกาลก่อนพวกนางถูกคนใจร้ายจับไปขัง ก็มีสามีนางไปช่วยออกมา พวกนางบางคนยังถูกใส่ร้ายป้ายสีต่างๆ นาๆ ท้ายสุดเหล่าชายคนรักผู้เก่งกล้าก็ล้างมลทินให้ทั้งหมด อา...ดูอย่างนี้แล้วทุกครั้งเหล่าพี่สาวของข้าล้วนมีบุรุษสักคนให้พึ่งพิงคอยช่วยเหลือ ท่านว่าเป็นเพราะพวกนางใช้โชคของข้าจนหมดแล้ว ดังนั้นทุกครั้งที่ข้าเผชิญอันตรายจึงได้อยู่ลำพังตลอดใช่รึไม่?”

             น้ำเสียงนางราบเรียบอย่างยิ่งฟังไม่ออกถึงอารมณ์ปวดร้าวเสียใจแม้แต่น้อย

             “ทุกครั้ง? ฟังเหมือนเจ้าข้ามขอบเหวมาหลายหนล้วนยังร่างไม่แหลกสลายไปถือว่าอดทนอยู่บ้างจริงๆ” เจ้าสัวหนุ่มดื่มให้แก่นางอย่างนับถือ

              หลิงหลานยังคงแหงนหน้าพึมพำ “มีสตรีสูงศักดิ์ผู้หนึ่งเคยถามข้าว่า ‘รักเขาที่เป็นเขา หรือเพียงเพราะต้องการให้อยู่ข้างกาย’ อืม..ข้าตอบไม่ได้หรอก เวลาที่อันตรายถึงขั้นต้องจ่ายด้วยชีวิตกาลก่อนก็เคยมีมาหลายครั้ง หากไม่เคยผ่านเรื่องเหล่านั้น ข้าคงไม่สามารถอดทนผ่านการเคี่ยวกรำของการเป็นทาสมาได้หรอก เนื่องจากในเหลามีเพียงข้าที่เดียงสาเยาว์วัยความจริงสามัยนั้นยังคงถูกเลี้ยงจนสำออยยิ่ง ต่อมามีใจรักแก่บุรุษผู้หนึ่ง...เจอเรื่องลำบากลำบนมาบ้างจึงเปลี่ยนเป็นค่อนข้างที่จะเข้มแข็ง”

              แต่ก่อนเจ็บเพียงเล็กน้อยนางก็ร้องโอดโอยแล้ว ประสาอะไรกับอยู่กลางภูเขาไฟกลางดงคมหอกคมดาบ การรักเขาเปลี่ยนแปลงนางทีละน้อย “โอ๊ะ… จะบอกว่าไม่มรใครมาช่วยก็คงมิได้เช่นกัน ดูอย่างล่าสุดแส่หาเรื่องจนบาดเจ็บชายผู้นั้นมาช่วยข้า ถึงแม้จะทิ้งข้าไว้บนถนนกลางทางก็เถิด เดิมทียังเห็นว่าไม่มีอะไรดอก… บาดเจ็บภายใน มีด ดาบ ธนูบาดเนื้อหนัง คนทั่วไปใครก็ทนได้ไม่ถึงห้าวันกระมั้ง ข้ากลับอดทนผ่านมาได้แล้ว ทั้งยังเดินออกจากทะเลเพลิงหน้าตาเฉย ข้าทั้งดีใจ ภูมิใจอย่างยิ่ง”

              เฮ่อหลันม่อหร่านจดจ้องนางอย่างลึกซึ้งครู่หนึ่งค่อยวางสุรา หยิบป้านชามารินให้นางด้วยตนเองยื่นส่งให้ “จากนั้นเล่า? อนุมานได้สินะว่า ‘บุรุษผู้หนึ่ง’ ที่เจ้าเอ่ยถึงก็คือคนเดียวกับ ‘ชายผู้นั้น’

               “จากนั้น?” หลิงหลานรับถ้วยชาทว่ามิไดจิบ ตอบอย่างแช่มช้า “จากนั้นก็ไม่มีอะไร… บุรุษแสวงหาอุดมการณ์สตรีเสาะหาความมั่นคง กลับสำนึกเสียใจได้ตอนนี้เกรงว่าสายเสียแล้ว เรื่องบางเรื่องสิ้นสุดตรงคำว่าขึ้นบรรทัดใหม่บนหน้ากระดาษของข้าทั้งว่างเปล่าและไม่มีนามของเขาอยู่”

               ม่อหร่านกลับฟังแล้วรู้สึกถึงแววรันทดใจได้แผ่วจาง “....ยิ่งผูกพันกลับยิ่งเจ็บปวด เกรงว่าน้ำหนักของเขาในใจเจ้าคงมิใช่เพียงแค่นามเดียว”

                ดรุณีน้อยยกมือขึ้นวางลงบนดวงตา

                “ชายผู้นั้น เหตุไฉนยามที่ข้าต้องการเขาอย่างยิ่ง เขาล้วนแต่บังเอิญไม่อยู่หนอ? มีวูบหนึ่งที่คิดเช่นนี้ กาลก่อนยามพบกับอันตรายเขามิได้ปรากฎกาย ข้าเฝ้าบอกกับตนเองว่าเป็นเพราะข้าบังเอิญอยู่ห่างจากเขาเกินไป ห่างไกลจนสายตาคู่นั้นไม่ทันสังเกตเห็น ข้าเฝ้าหาสารพัดเหตุผลมาหลอกให้ตนเองเชื่อมั่น และเชื่ออย่างงมงาย… ท้ายสุดแล้วคงเป็นเพราะที่ผ่านมายังผิดหวังได้ไม่พอ”

                 เจ้าสัวหนุ่มเงียบไปเนิ่นนานคล้ายว่าเรื่องเล่าหนนี้แปรภาพแห่งสีสันกลายเป็นทิวทัศน์ขาวดำ เห็นนางพยายามกระพริบดวงตาอย่างอยากลำบากก็นึกเวทนาในใจ “เจ้ายังเยาว์นักต่อไปจะได้พบคนที่ดีกว่านี้”

                 “ท่านคงพูดถูก.. ต่อไปข้าจะได้พบคนที่ดีกว่านี้” นางพยักหน้าตามอย่างเลื่อนลอย

                  “เจ้าอยากจะได้พบคนแบบใด?” เรียวปากม่อหร่ายอมยิ้มเล็กน้อย

                  หลิงหลานครุ่นคิด “...ข้ามิได้สำออยปานนั้นยังพอดูแลตนเองได้อยู่บ้าง  แต่ข้าเองก็หวังจะได้พบผู้ที่ยามมีภัยก็จะมาช่วยเหลือ ผู้ที่ช่วยข้าแล้วไม่ทิ้งไว้ส่งเดช ผู้ที่ยามข้าเจ็บหรือป่วยไข้จะอยู่เคียงข้างช่วยปลอบโยนกันสักนิด”

                  ชายหนุ่มเลิกคิ้วกระตุ้นถาม “แล้วเจ้าไม่เคยคิดจะได้พบผู้ที่จะไม่ทำให้ต้องเจอเรื่องอันตรายอีกบ้างเลยเหรอ?”
                   หลิงหลานนิ่งเงียบไปไม่ได้ตอบอันใดบางที หัวใจของนางครึ่งหนึ่งมอบให้ใครบางคนไปแล้วเรียกกลับคืนช่างยากเย็น เจ้าสัวทางนั้นพิจารณานางพลางถอนหายใจ “เอาแต่แหงนหน้ามองฟ้าตลอดเวลาแบบนี้ หรือมีใครเคยบอกเจ้าว่าขอเพียงแหงนหน้าไว้น้ำตาก็จะไม่ไกลออกมา? นั่นน่ะโกหกทั้งเพ เจ้าอดกลั้นอะไร กำลังอดทนให้ใครดูอยู่หรือ?”

                  ทะเลสาบฝูงหงส์ขาวว่ายเวียนวนสายลมพัดพาความฉ่ำชื้นจากลำน้ำฉางเจียง หลิงหลานจดจ้องหมูาเมฆาบนฟ้าเนิ่นนาน ท้ายสุดน้ำตาสองสายไหลลงมาจากหางตา จากเสียงสะอื้นแผ่วเบา อีกเนิ่นนานในที่สุดก็ร้องไห้โฮออกมา ร้องไห้… เสียใจอย่างหนัก

                  'ทุกครั้งที่ตกอยู่ในอันตรายข้าล้วนต้องการให้เขาอยู่ข้างกาย ต้องการเขาอย่างยิ่ง...' หลิงหลานร่ำไห้นานเท่าใดไม่ทราบท้ายสุดผล่อยหลับไปดว้ยความเหนื่อยอ่อน

                   ม่อหร่านวางถ้วยชาลงใช้มือที่ยังอุ่นอยู่นั้นตบบ่านางเบาๆ อย่างปลอบเท่าที่ทำได้ เขายังเห็นเงาคนสีเข้มนั่นอีกครั้งที่แท้มิได้ตาฝาด ทว่าอีกฝ่ายตามพวกเขาด้วยเหตุใดก็ยากจะทราบ ชายหนุ่มนำเสื้อคลุมห่อตัวผู้ที่ร่ำไห้จนหลับพิงบ่าเขาไว้ ยังไม่จำเป็นต้องรีบร้อนกลับฝั่ง.. อย่างน้อยก็จนว่านางจะรู้สึกดีขึ้น
      
@Admin


แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ --10 คุณธรรม +5 ความชั่ว +3 ความโหด โพสต์ 2019-6-22 19:59
คุณได้รับ +45 คุณธรรม +90 ความโหด โพสต์ 2019-6-22 19:59

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +25 ความหิว -42 Point +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 25 -42 + 10

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
รูปปั้นเจ้าแม่หนี่วา
มุกอัคคี
เซ็กเธาว์
กู่ฉินมนตรานภาลัย
เพลงกระบี่คู่นก<br>ยวนยางหานเยว่ขั้นสูง
ปราณคลุมวารี
ตัวเบาขั้นสูง
เกราะทองเทวะ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x13
x136
x1
x7
x1
x100
x1
x1
x6
x3
x2
x2
x1
x33
x1
x699
x1
x1
x2
x100
x11
x1
x2
x1
x1
x25
x5
x2
x1
x1
x260
x50
x5
x15
x20
x2
x3
x10
x5
x880
x3
x4334
x60
x156
x80
x70
x430
x2
x18
x165
x1
x120
x500
x500
x1421
x22
x2
x51
x35
x1250
x9999
x8
x5
x41
x4
x658
x4
x4
x15
x2
x1
x44
x2
x30
x99
x6
x685
x207
x620
x699
x67
x9999
x16
x600
x952
x116
x2060
x40
x75
x621
x485
x854
x100
x4
x1402
x368
x4024
x374
x53
x824
x1823
x1753
x205
x4157
x59
x494
x392
x688
x2
x223
x92
x70
x121
x1
x6
x1
x970
x79
x35
x1616
x120
x1
x141
x4
x9999
x898
x2
x20
x227
x1251
x4200
x3837
x7
x1959
x1200
x164
x464
x9999
x899
x193
x1
x310
x612
x2270
x412
x48
x10
x2
x7
x7
x14
x21
x9
x18
x6329
x77
x5485
x199
x12
x4079
x9
x8
x3212
x5
x9
x579
x199
x7
x9
x101
x15
x6
x227
x1715
x6
x16
x70
x453
x58
x3
x100
x5
x13
x5
x138
x1
x3
x1
x1478
x500
x86
x5239
x401
x284
x2614
x1654
x9621
x9
x2
x224
x3293
x5250
x910
x925
x7
x204
x798
x90
x300
x50
x556
x2000
x9999
x11
x1820
x9999
x9999
x2212
x1100
x389
x67
x1110
x1
x1418
x30
x1935
x1012
x230
x1
x256
x516
x467
x201
x755
x1663
x1756
x2405
x9999
x2017
x3002
x1239
x2990
x319
x1941
x2259
x1822
x8
x43
x1
x29
x1759
x1335
x63
x1
x7765
x4590
x67
x9999
x70
x223
x438
x1868
x61
x1761
x194
x300
x18
x246
x168
x8
x60
x30
x9999
x3
x350
x1318
x122
x31
x263
x9
x1
x345
x9999
x2465
x657
x10
x20
x8
x100
x9999
x110
x4584
x111
x713
x176
x2
โพสต์ 2019-7-27 23:51:33 | ดูโพสต์ทั้งหมด
[สตรีแม่บ้านเมาส์มอย]

       จางฝูหลังผ่านงานใหญ่อย่างให้รางวัลคนขยันฝึกอย่างซุนเจียงก็ปล่อยอีกฝ่ายนอนพักนอนเล่นต่อในห้อง ส่วนตัวเธอก็ลุกไปอาบน้ำแต่งตัวโดยเลือกชุดที่ค่อนข้างที่จะปิดมิชิดสักหน่อยเพราะคนหัวเขียวตัวดีดันฝากรอยไว้เสียเต็มลำคอราวกลัวคนไม่รู้ว่านางนั้นมีสามีแล้ว จางฝูถอนหายก่อนจะเดินออกจากห้องไปเพื่อจัดการหน้าที่ที่ต้องไปจัดการทำต่อคือไปรอรับเมิ่งจื่อเหยาที่เธอส่งจดหมายเรียกให้มาพบกันหลังจากทิ้งเขาไว้ถ้ำเหมันต์พร้อมกับข้าวของเเละสัตว์เลี้ยงที่ไม่รู้ว่าเป็นเช่นไรกันบ้าง ซึ่งเมื่อกะคร่าวๆ เขาคงจะมาถึงในวันนี้ และสถานที่ที่นัดนั้นคือสวนพฤกษชาติในเมือง ยามนี้เธอเดินเปิดหน้าสะบัดผมไม่สนอะไรแล้วขนาดมารหมาป่าตัวร้ายจัดๆยังจับปล่อยมาแล้วกะอีเเค่มีล่อเท้ามาเพื่อก็คงไม่ต่างกัน


หลาน


       เพราะโดนกวนแต่เช้าจนสุดท้ายก็ไม่ได้ทานอะไรมาเลย ระหว่างที่เธอเดินไปยังสวนหญิงสาวจึงตัดสินใจแวะซื้อของกินเล่นอย่างขนมหม่าซูมาด้วยเพื่อกินรองท้องระหว่างรออาเมิ่งเดินทางมานั้นเอง หลังจากได้ของกินสิ่งต่อไปที่หญิงสาวมองหาก็คือสถานที่สำหรับรอ พอดีดวงตาคู่สีน้ำตาลดันเหลือบเป็นร่างคุ้นตาที่เพียงมองใกล้ๆก็แทบจะจำได้ทันทีว่าคือผู้ใด ด้วยสีผมที่เด่นสะท้านแผ่นดินยิ่งจดจำได้ง่ายยิ่ง ไม่รอช้าเท้าก้าวย้ำเข้าไปหาผู้ที่นั่งอยู่ก่อนทันที


       “ แมงมุม  แมงมุมตัวใหญ่เท่าแขนเกาะอยู่บนหัวเจ้า มันจะกัดเจ้าแล้ววว!!!!!”


      หลาน


       “มันอยู่ อยู่ ไม่อยู่นานแล้ว ข้าเย้าเจ้าเล่น ฮ่าๆๆๆๆ”จางฝูที่ยืนขำมองท่าทีของอีกฝ่ายลงไปนั่งกอดท้องขำอยู่ที่พื้นอย่างบันเทิงใจ ไม่ว่ากี่ครั้งๆ มุขเดิมๆนี่ก็ใช้ได้ตลอดจริงๆ


       หลาน


       “ผีก็เจอมาแล้ว เสือก็เจอมาแล้ว แมงมุนตัวเท่าเม็ดแตงจะกลัวไปไยน้องหลาน”จางฝูเอ่ยพร้อมกับปาดน้ำตาที่เล็ดอยู่ที่หางตาออกพรางเดินไปทรุดตัวนั่งที่ม้านั่งฝั่งตรงของของหลิงหลาน แล้วเลื่อนหยิบเอาจดหมายขึ้นมาอ่านก็ถึงกับตาโต


      “!!!!! หลิงหลาน เจ้าจะแต่งกับใคร ข้ารู้จักไหม ไยรวดเร็วปานนี้!!!”


       หลาน


      “ว่าง!! จริงๆก็มี พอดีนัดอาเมิ่งไว้ที่นี่น่ะ แต่ช่างมันเถอะ ไหนเจ้าเล่ามาสิ”จางฝูได้ยินก็หูผึงรอฟังเรื่องเล่าของน้องสาวตัวดีที่พึ่งจะแยกกันไม่กี่วันกลับมาบอกว่าจะแต่งงานเสียแล้ว


     หลาน

     “......”จางฝูที่ได้ถึงกับไปไม่เป็นเมื่อได้ยินสิ่งที่อีกฝ่ายเล่าออกมาที่แท้ได้อาจารย์เพราะไปเป็นทาสนั้นนับเป็นเรื่องที่ดี ดีก็บ้าแล้ว!!! เจี๊ยบน้อยผู้นี้รู้ตัวรึป่าวว่าตัวเองพึงรอดพ้นเงื้อมมือมัจุราชมาแบบเชียดชิว ดีเท่าใดแล้วที่ไม่ได้เจอเศรษฐโรคจิตจับไปข่มเหงรังแกน่ะ


      หลาน


    “แต่เล้วอะไร หลานเจ้าเว้นวรรคไม่ถูกตอน”จางฝูเอ่ยพรางเท้าคางนั่งฟังอีกฝ่ายเล่าอย่างใจจดใจจ่อ เป็นทาสที่นางถูกพาตัวไป คงนำไปเป็นสาวรับใชมิใช้ทาสนักสู้แบบที่เธอและเจี๋ยเฟยไปเจอมาสินะ แบบนั้นก็คงจะน่าปลอดภัยกว่า


     หลาน


     ปึง!!!!!


     “ชายชั่ว!!! เลว เลวจริง!!!”จางฝูถึงกับตบโต๊ะปึงอย่างไม่พอใจเมื่อฟังมมาจนถึงตรงนี้ ถึงจะเป็นพ่อของหลานสองคนก็ตามทีเถอะแต่เป็นคนเป็นเพียงสิ่งของนี่มันเกินไปจริง  เป็นคนแม้เป็นสตรีก้มีหัวใจนะ เจอหน้าแม่อยากจะสัดสักหมัดสองหมัด “หลาน คนเลวป่านนั้นเจ้ายังจะไปเเต่งกับมันอีกหรือ แล้วไยไม่แต่งเสียก่อนปล่อยเจ้าเลี้ยงลูกสองคนมาจนป่านนี่ถึงพึ่งมีสมองคิดรับผิดชอบ!!!”

      หลาน


      “อืม….ก็นับว่ายังมีดีอยู่บ้าง แต่ๆมันหักลบกันไม่ได้ หลานเจ้าใจอ่อนเกินไปแล้วนะ ต้องรู้จักใช้ไม้แข่งบ้าง ถึงเราเป็นสตรี แต่ให้บุรุษมาข่มตลอดมิได้เข้าใจไหม”จางฝูเอ่ยแล้วหยิบเอาขนมหม่าซูออกมาวางแบบนโต๊ะแล้วหยิบเอามากินชิ้นหนึ่ง


       หลาน


    ขนมหม่าซูที่เคี้ยวอยู่กลิ้นหลุนๆออกจากปากราวมีชีวิตหลังจากที่ได้ฟังเรื่องต่างแล้วพบว่าเรื่องราวที่สาวน้อยเบื้องหน้าไปเจอนนี้จะเชื่อเกี่ยวโยงไปถึงซูนเจียงสามีเธอที่ป่านนี้นอนซุกหมอนอยู่ที่ห้องด้วยซ้ำร้ายยังเป็นกบฎถูกเขาถีบลงน้ำทะเลมาจนความจำเสื่อมเสียอย่างนั้น “จริงรึเนี่ย ข้าควรจะบอกซุนเจียงรึไม่ว่าแท้จริงแล้วเขามาจากที่ไหนเนี่ย”


      หลาน


     “.....”จางฝูเม้มปากเเน่น นิ่งเงียบไม่รู้จะกล่าวสิ่งใด สิ่งที่ผู้สร้างเคยบอกกับเธอเรื่องที่ห้ามมิให้ซุนเจียงมาเจอกับคนเบื้องหน้า ก่อนหน้าเคยสงสัยเพราะสาเหตุใดแต่ยามนี้เธอเข้าใจอย่างถ่องแท้เลยในจุดๆนี้ ความเเค้นจากการสูญเสียครอบครัวและทุกสิ่งทุกอย่างไปเป็นเรื่องที่ทำใจได้ยากการลืมเลื่อนไปแบบนั้นน่าจะดีกว่า “ยังดีที่อย่างน้อยเขาก็ยังไม่โดดเดียวเกินไป”


     จางฝูเพียงถอนหายใจออกมาเล็กน้อย “หลานข้าเองก็มีเรื่องจะจะบอกเจ้าให้ทราบ”


     หลาน


     “รู้ประเพณีบ้านข้าใช่หรือไม่ จริงแล้วหลังจากที่เจ้ากับซุนเจียงเจอกับเมื่อรอบก่อนนั้นที่อวี้ซาง ข้ากับเขาเราเเต่งงานกันไปแล้ว”จางฝูเอ่ยพร้อมยกมือขึ้นลูบหน้าน้อยๆมองไปยังหลิงหลานดูว่านางจะมีปฎิกิริยาอย่างไรเมื่อเธอดันไปแต่งกับกบฎหัวเขียวที่เธอเรามาก่อนหน้าเสียแล้ว


      ฟิ้วววว


     หลาน


    “.......”จางฝูมองหลิงหลานแล้วก็ได้แต่นิ่งเงียบมองอย่างไม่รู้จะพูดกล่าวอะไรต่อ ปล่อยให้บรรยากาศโดยรอบเหลือเพียงเสียงลมและเสียงนกร้องเล่นไล่กันในสวมเพียงเท่านั้น


      หลาน


     “ข้าจะพาเขาไป คงจะไม่เป็นอะไรละมั้งนะ”จางฝูเอ่ยพรางยิ้มแห้งๆ แล้วมองไปยังสตรีน้อยที่นั่งอยู่เบื้องหน้า “แต่คงยังให้เขาเจอเจ้าไม่ได้นะ กลัวว่าอารมณ์เขาจะยังไม่คงที่เท่าใด”


      หลาน

    “หืม...คนผู้นนั้นเองก้กลับใจได้เพราะสตรีน้อยขี้กลัวเช่นเจ้าสินะ อืมม..ก็นับว่าเป็นเรื่องดี แต่เรื่องที่ข่มเหงเจ้าหลิงหลาน ศิษย์พี่ก็ยังยอมให้ไม่ได้อยู่ดีอย่างน้อยๆก็ต้องมีบทลงโทษกันบ้าง”จางฝูเอ่ยพรางยิ้มบ้างออกมา พรางนึกไปถึงเหตุการณ์ที่กลุ่มคนปริศนาโผล่มาที่เฉินหลิวทำให้เธอสามารถจับกุมคนฆ่าสหายของเธอได้ นับว่าเป็นคนดีอยู่บ้าง


      หลาน


      “บุรุษโหดเหี้ยมปานใด มีลูกสาวย่อมเชื่องเป็นแมว อยู่ติดบ้านเพราะหวงลูก นั้นแหละบุรุษ หลานถ้าข้าว่างจากที่บ้านจะไปช่วยเจ้าเตรียมงานแน่นอน”


      “จางฝู!!! ข้ามาแล้ววว ถึงสักที เจ้าหายไปไหน ตอนนั้นไหนว่าไปเปลี่ยนเสื้อแล้วสุดท้ายทำไมทิ้งข้าไว้ที่ถ้ำเล่า รู้ไหวที่นั้นหนาวจนจะขาดใจตาย อ่ะ...สวัสดีหลิงหลาน”เมิ่งจื่อเหยาที่กระโดดพรวดลงจากหลังม้าวิ่งตรงมายังศาลาที่พวกจางฝูนั่งอยู่พร้อมกับเจ้าเสวี่ยนอู๋ที่เกาะอยู่บนหัวชายตัวเล็กกระโดดเข้าอ้อมแค่มะม๊าของมัน


    หลาน


      “โชคดีนะ”หลังหลิงหลานเดินจากไปจางฝูก็หันไปมองดูคนพึ่งมาพรางถอนหายใจ “มาช้าจริง ไปกลับบ้านกันได้แล้ว”จางฝูเอ่ยก่อนจะยันตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินนำออกไปจากสวนโดยมีเมิ่งจื่อเหยานั้นค่อยจูงม้าเดินตามหลังหญิงสาวไป


@Admin
@LingHao


แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +8 คุณธรรม โพสต์ 2019-7-28 01:10
คุณได้รับ +42 คุณธรรม +5 ความโหด โพสต์ 2019-7-28 01:10

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +25 ความหิว -24 Point +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 25 -24 + 10

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ชุดฝึกยุทธ์
หนามคู่เป่าเหลียน
คัมภีร์วิชาวารีสิ้น
กงจักรไท่หยาง
ปราณคลุมวารี
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x18
x1
x6
x1
x1
x50
x1
x8
x1
x1
x70
x1
x1
x1
x1
x4
x25
x1
x1
x1
x100
x100
x5
x1
x2
x15
x15
x2
x50
x5
x50
x5
x500
x8
x5
x120
x120
x120
x120
x10
x26
x105
x213
x14
x10
x134
x204
x1
x25
x178
x1
x84
x48
x66
x48
x120
x436
x113
x1
x30
x100
x152
x784
x2
x2
x168
x302
x130
x158
x3320
x1002
x150
x169
x29
x30
x17
x29
x17
x111
x685
x5
x4164
x10
x140
x1
x4
x22
x1
x2
x161
x204
x62
x2255
x6
x6
x93
x1
x26
x110
x400
x8
x150
x65
x500
x10
x3
x3
x110
x4
x40
x71
x2
x500
x146
x557
x310
x60
x95
x80
x7
x30
x80
x3
x30
x3
x1
x3
x117
x2
x10
x6
x4
x105
x65
x100
x1
x45
x1081
x3
x118
x14
x35
x4257
x102
x192
x5
x110
x4
x2
x626
x1338
x90
x64
x99
x44
x254
x259
x6
x28
x13
x478
x3
x563
x5
x1468
x106
x499
x279
x450
x580
x591
x40
x34
x129
x352
x883
x209
x92
x81
x279
x310
x8
x60
x1
x3
x167
x141
x669
x503
x896
x660
x128
x2071
x2330
x521
x40
x3
x191
x14
x180
x1210
x20
x50
x444
x3595
x960
x1490
x35
x20
x41
x81
x377
x1

983

กระทู้

3639

โพสต์

69หมื่น

เครดิต

( º﹃º ) หิวปลาปิ้ง!! <''Xx&

เงินชั่ง
795408
เงินตำลึง
141033
ชื่อเสียง
216101
ความหิว
3027

ตราสำนักวังน้ำทิพย์ใบรับรองภาษาไต้หวันใบรับรองภาษาฮั่นใบรับรองภาษาละตินป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV3)

คุณธรรม
17600
ความชั่ว
8168
ความโหด
31035
เยว่หมิง ♦ 夜明
เลเวล 1

จวง ถิงซู่

" ระวังตัวบ้างน้องสาว "
pet
โพสต์ 2019-7-28 00:30:39 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LingHao เมื่อ 2019-7-28 00:32

ยุทธจักรกว้างใหญ่มีที่ไปแน่นอน
1394
{ พญามารที่ลอยน้ำมา 10 }
ระเห็จออกมาเม้ามอย

              สวนบุปชาติกลางฤดูร้อนยังคงร่มรื่นใจดั่งเช่นเคย หลิงหลานหลังนำน้ำชาไปให้อี้ฟู่และอี้เหนียง ก็เกิดเรื่องราวขึ้นประมาณหนึ่งในซุ่ยเมิ่งเซียนหลิน พ่อบุญธรรมคล้ายว่าจะไม่พอใจอย่างยิ่งที่ถูกข้ามหน้าข้ามตา นางแม้เป็นห่วงและคิดช่วยพูดทว่าชายคนรักกลับแตะที่บ่าแล้วหยักรอยยิ้มให้ ‘วันนี้เจ้าบอกจะไปซื้อผ้าที่ร้านใช่รึไม่? ไปทำธุระเถอะทางด้านนี้ข้าจะจัดการเอง’ นางเชื่อในตัวเขาดังนั้นร่างเน่งน้อยจึงขึ้นหลังสิงโตออกมาหาของเตรียมไว้ใช้สำหรับงานแต่งเอง

              อันที่จริงถึงคนในเหลาไม่พอ เหยียนหลางสอบถามแล้วจะนำคนของสหายมาช่วยในวันถัดไป นางก็กันงานบางส่วนที่เกี่ยวข้อกับอาภรณ์วิวาห์ไว้อยากลงมือทำเสียเอง ไหนจะหมอนมุ้งของใช้ส่วนตัวให้คนอื่นเลือกใช่ว่าไม่ดี ก็แค่อาจไม่ถูกใจเขาทั้งสอง

             ดูเหมือนหางานโดยใช่เหตุ ที่จริงสาวเจ้าทั้งตื่นเต้น...และว่างจัด

             ดรุณีน้อยซื้อผ้าแพรแดงและลูกปัดทองมาหลายรูปแบบ เตรียมทำชุดวิวาห์ส่วนมงกุฎหงส์ยังต้องรอสั่งทำ คาดว่าเสร็จมาส่งก่อนวันงานแน่นอน อาจเพราะเกรงว่ากลับไปเวลานี้ทางฝั่งอี้ฟู่อี้เหนียงจะยังตกลงกันไม่เสร็จสิ้น บรรยากาศมาคุอยู่เป็นแน่ สาวเจ้าลูบแผงคอหงลู่ให้มันพาไปยังสถานที่สงบๆ พักผ่อนคลายอารมณ์รอเวลา


          ยอมละสายตากางเหล่ากวางดาวที่น่าขย้ำหงลู่พานายหญิงมายังศาลาใจกลางสวนพฤกษชาติ กลิ่นมวลดอกไม้หลากสีสันชวนให้สดชื่นในยามเที่ยงวันแดดอาจร้อนไปบ้าง อาศัยไอชื้นจากทะเลสาบเพิ่มความชุ่มชื้นได้มากทีเดียว

          “จริงสินะ… ยังมีจดหมายหลายฉบับที่ต้องเขียนไปเชื้อเชิญมิตรสหายหากพวกเขามาทันเวลาได้ร่วมอวยพรแบ่งปันบรรยากาศมงคลนี้ก็คงจะดี” ในศาลาที่ยังร้างผู้คนหลิงหลานตั้งใจว่าจะถือโอกาสเขียนจดหมายเชิญรวดเดียวเสียเลย ไล่เรียงจากลำดับที่นึกขึ้นได้มือคู่ขาวตวัดพู่กันเขียน ‘พี่สาวจางก่อนแล้วกันพึ่งแยกกันไป.. เห็นนางว่าจะมายังเจียงหลิงพอดี’

ถึงพี่สาวจาง
         ศิษย์พี่คนดีไม่ทราบว่าตอนนี้ท่านเดินทางมาถึงเจียงหลิงแล้วรึไม่ หากพอมีเวลาแวะเวียนมาที่ซุ่ยเมิ่งเซียนหลินสักหน่อยเถิด น้องใคร่แจ้งข่าวมงคล วันที่ 30 เดือน 7 โปรดอย่าให้รอเก้อตำแหน่งเพื่อนเจ้าสาวไม่อาจขาด จะเตรียมชุดตัวสวย อาหารรสเลิศที่สุด น้ำชาชั้นดีที่สุด มาร่วมฉลองกับศิษย์น้องผู้นี้นะเจ้าคะ
หลิงหลาน
           

         “แมงมุม  แมงมุมตัวใหญ่เท่าแขนเกาะอยู่บนหัวเจ้า มันจะกัดเจ้าแล้ววว!!!!!” เสียงหนึ่งตะโกนแผดลั่น

          “...เอ๊ะ!! แมงมุมงั้นหรอ!!” ผู้เขียนสานส์ได้ยินเสียงไม่ไกลจากตัวร้องเตือนขึ้นพู่กันในมือพลันกระดอนออกไปอีกทาง เสียงหวีดร้องลั่นกระโดดขึ้นยืนบนที่นั่งแล้วกอดเสาไม้อย่างแน่นหนา กวาดสายตาตื่นภัยไปทั่วพื้น “ไหนๆๆ มันอยุ่ไหน ไปอยู่ตรงไหนแล้ว!!”

“มันอยู่ อยู่ ไม่อยู่นานแล้ว ข้าเย้าเจ้าเล่น ฮ่าๆๆๆๆ” จางฝูที่ยืนขำมองท่าทีของอีกฝ่ายลงไปนั่งกอดท้องขำอยู่ที่พื้นอย่างบันเทิงใจ ไม่ว่ากี่ครั้งๆ มุขเดิมๆ นี่ก็ใช้ได้ตลอดจริงๆ

         ลูกเจี้ยบน้อยสีเงินแทบจะซุกมุดแขนตัวเองอยุ่รอมร่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคยก็ผลุบหัวออกมาส่งสายตาใสแป๋ว “เอ๋!! พี่สาวจางงง!! ท่านล่ะก็เกิดหลอกจนคนเขาหัวใจวายชักแด่กๆ ตรงนี้ขึ้นมาจะทำอย่างไรเจ้าคะ!!”

         กระพริบตาด้วยท่าที ‘เหี้ยมหาญ’ ดุจกระรอกออกศึกอยู่พักนึงค่อยนึกขึ้นได้ถึงจดหมายของตนที่พึ่งเขียนเสร็จ นางก้าวลงจากเสาแล้วนั่งเช่นเดิมชี้ๆ ไป “อ่าพอดีเลยแบบนี้ข้าไม่ต้องเดินไปส่งแล้วสิ… บนโต๊ะๆ ของพี่สาวแหละ”

        “ผีก็เจอมาแล้ว เสือก็เจอมาแล้ว แมงมุนตัวเท่าเม็ดแตงจะกลัวไปไยน้องหลาน” จางฝูเอ่ยพร้อมกับปาดน้ำตาที่เล็ดอยู่ที่หางตาออกพรางเดินไปทรุดตัวนั่งที่ม้านั่งฝั่งตรงของของหลิงหลาน แล้วเลื่อนหยิบเอาจดหมายขึ้นมาอ่านก้ถึงกับตาโต

         “!!!!! หลิงหลาน เจ้าจะแต่งกับใคร ข้ารู้จักไหม ไยรวดเร็วปานนี้!!!”

         เจี้ยบน้อยทำตาโต “เอ้า.. จริงสินะข้ายังไม่เคยได้เล่าให้พี่ฟังเลย เรื่องค่อนข้างยาวพี่สาวพอมีเวลาไหม? จู่ๆ มาที่นี่ต้องมีธุระที่อื่นอีกรึไม่?”

         “ว่าง!! จริงๆก็มี พอดีนัดอาเมิ่งไว้ที่นี่น่ะ แต่ช่างมันเถอะ ไหนเจ้าเล่ามาสิ” จางฝูได้ยินก็หูผึงรอฟังเรื่องเล่าของน้องสาวตัวดีที่พึ่งจะแยกกันไม่กี่วันกลับมาบอกว่าจะแต่งงานเสียแล้ว

           สตรีมักกระตือรือร้นกับเรื่องจ้อจี้ โดยเฉพาะเวลามีใครสักคนในกลุ่มเปิดกระทู้ขึ้นมาว่า ‘มีเรื่องจะพูด หรือ มีอะไรจะเล่า’ ด้านหลิงหลานพยักหน้าหงึกๆ เปลี่ยนการวางเท้าพิงหลังให้อยู่ในอิริยาบทที่สบายเพราะเรื่องที่นางเล่านั่นค่อนข้างย้อนรำลึกกันพอสมควร

           “เรื่องนี้เริ่มขึ้นตั้งแต่ห้าปีก่อนช่วงที่ข้าหายไปจากฮั่น ระหว่างท่องเที่ยวอย่างสบายใจกับพี่จวง มีอยู่หนหนึ่งข้าถูกกลุ่มโจรสลัดจับตัวไปแถวอู๋จวิ้น พวกนั้นบอกว่าสตรีเช่นข้าคือสินค้าชั้นดี.. นำไปขายทอดตลาดกลายเป็นทาส ราคาสามถึงสี่แสนกระสอบข้าว ตลกดีไหม? มีคนเอาปลอกคอมาสวมทั้งยังตีตรวน บอกว่าจากนี้ไปชีวิตไม่ใช่ของข้าแต่เป็นของเจ้านาย วันหนึ่งยังถูกขังไว้ในห้องเก็บฟืนที่กำลังลุกไหม้ ให้เรียนร่ายรำฝึกภาษาของพวกเขา ฝึกมารยาท อ่อ.. อาจารย์เซวียนหยวนเองก็มาจากที่นั่น เกาะไต้หวัน" น้ำเสียงเจี้ยบน้อยฟังดูธรรมชาติอย่างยิ่ง เหมือนนิทานทั่วไป

          “......” จางฝูที่ได้ถึงกับไปไม่เป็นเมื่อได้ยินสิ่งที่อีกฝ่ายเล่าออกมาที่แท้ได้อาจารย์เพราะไปเป็นทาสนั้นนับเป็นเรื่องที่ดี ดีก็บ้าแล้ว!!! เจี๊ยบน้อยผู้นี้รู้ตัวรึป่าวว่าตัวเองพึ่งรอดพ้นเงื้อมมือมัจุราชมาแบบเฉียดชิว ดีเท่าใดแล้วที่ไม่ได้เจอเศรษฐีโรคจิตจับไปข่มเหงรังแกน่ะ

          “เดิมที่ท่านอาจารย์เซวียนเป็นชายคนแรกที่จูบข้า.. ตอนนั้นเข้าใจว่าโดนกัดแถมยังเป็นใต้น้ำอีก เพื่ออะไร ต่ออากาศหายใจ? ไม่รู้สิ ทั้งเขายังขอข้าแต่งงาน หลิงหลานยังเยาว์นักไม่รู้จักทั้งเรื่องราวสายลมจันทรา ความรักชายหญิงสนแต่ว่าต้องออกจากเกาะนั้นให้ได้กลับมาหาทุกคน ไม่สามารถให้สัญญาแก่ใครได้ ครั้งเป็นทาสถูกบังคับเห็นพวกเขาเป็นนายใจยังนึกหวาดกลัวไม่มีความเป็นมิตร….แต่แล้ว” หลิงหลานหยุดเล่ามือน้อยลูบไปที่ชายแขนเสื้อนำของสองชิ้นออกมาจ้องมอง หนึ่งคือปิ่นทองดอกหลันฮว่าขาวและถุงผาแพรปักลวดลายทะเลสาบใต้แสงจันทร์

          “แต่เล้วอะไร หลานเจ้าเว้นวรรคไม่ถูกตอน” จางฝูเอ่ยพรางเท้าคางนั่งฟังอีกฝ่ายเล่าอย่างใจจดใจจ่อ

         ดรุณีผมเงินหยักยิ้มรับนางกลึงปิ่นที่มีรอยสลักเป็นนามของคนทั้งสอง “จากนั้น.. เจ้านายก็ให้ข้าร่ายรำในงานเลี้ยงใหญ่ก่อนจะถูกห่อตัวส่งไปเป็นของกำนัล ของขวัญต่อผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่ง ใช่แล้วล่ะไม่ต่างอะไรจากสิ่งของเปลี่ยนมือไปมา ไม่มีสิทธิ์ร้องขออะไรเพราะเป็นเพียงทาส ข้าตกเป็นของคนผู้นั้น.. เขาก็คือบิดาลูกทั้งสอง

        ปึง!!!!!

        “ชายชั่ว!!! เลว เลวจริง!!!” จางฝูถึงกับตบโต๊ะปึงอย่างไม่พอใจเมื่อฟังมมาจนถึงตรงนี้ ถึงจะเป็นพ่อของหลานสองคนก็ตามทีเถอะแต่เป็นคนเป็นเพียงสิ่งของนี่มันเกินไปจริง  เป็นคนแม้เป็นสตรีก้มีหัวใจนะ เจอหน้าแม่อยากจะสัดสักหมัดสองหมัด “หลาน คนเลวปานนั้นเจ้ายังจะไปเเต่งกับมันอีกหรือ แล้วไยไม่แต่งเสียก่อนปล่อยเจ้าเลี้ยงลูกสองคนมาจนป่านนี่ถึงพึ่งมีสมองคิดรับผิดชอบ!!!”
        
         "ข้าบอกแล้วว่าเรื่องมันยาว.. อันที่จริงเล่าแค่หนึ่งวันอาจไม่จบด้วยซ้ำเพราะหลังจากนั้นเกิดเรื่องราวขึ้นมากมาย”

         หลิงหลานคลี่ยิ้มลำบากใจขั้นนี้นางไม่สามารถพูดอะไรแก้ต่างแทนอีกฝ่ายได้เลยจริงๆ มือน้อยพลิกปิ่นไปมา “ตอ