ดู: 147|ตอบกลับ: 4

{ เมืองเจียงหลิง } สวนพฤกษชาติฮวาถง

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2019-6-21 23:50:16 |โหมดอ่าน





สวนพฤกษชาติฮวาถง

{ เมืองเจียงหลิง }







【สวนพฤกษชาติฮวาถง】
『 แว่วเสียงลิงกังปริศนา กลางบุปผาลานตา 』
ริมทะเลสาบที่ผันน้ำจากแม่น้ำฉางเจียงมีสวนบุปผากั้นกลาง 
ศาลาหลังน้อย พอให้คนผ่านทางได้อาศัยพักคลายร้อน และชื่นชมทิวทัศน์
มีบุปผาสีสันประหลาด สีบานเย็นไล่ไปจนม่วงเข้มส่งกลิ่นหอมหวน
รอบๆ เต็มไปด้วยต้นตู้เจวียนฮวาหลากสีสัน และยังมีฝูงกวางดาว
ออกวิ่งกระโดดโลดเต้นเป็นที่น่ารักน่าเอ็นดู









คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 Point +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 10

ดูบันทึกคะแนน

1117

กระทู้

3999

โพสต์

58หมื่น

เครดิต

( º﹃º ) หิวปลาปิ้ง!! <''Xx&

เงินชั่ง
794010
เงินตำลึง
7217817
ชื่อเสียง
245181
ความหิว
1546

ใบรับรองภาษาคาเมล็อตตราสำนักวังน้ำทิพย์ใบรับรองภาษาไต้หวันใบรับรองภาษาฮั่นใบรับรองภาษาละตินป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV3)

คุณธรรม
18134
ความชั่ว
8282
ความโหด
39201
โฮ่วชื่อ ♦ 后赤
เลเวล 1

จวง ถิงซู่

" ระวังตัวบ้างน้องสาว "
pet
โพสต์ 2019-6-22 19:50:16 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LingHao เมื่อ 2019-6-22 20:03


กาลเวลาพิสูจน์คน
1332
กระดูกหนาใจข้าบาง

              ออกจากร้านเครื่องประดับไค่ฉีพร้อมของขวัญจำนวนไม่น้อยที่เฮ่อหลันม่อหร่านให้คนจัดส่งไปซุ่ยเมิ่งเซียนหลิน จากนั้นพาเข้าร้านอาภรณ์เลือกตัวที่งดงามปราณีตที่สุดโดยไม่เกี่ยงราคา เครื่องเรือนต่างๆ ก็ไม่วาย ไหนจะตลับแป้งชาดเดินออกร้านนี้เข้าร้านนั้น เวียนหัวไปหมด นึกนับถือในใจปกติเจ้าสัวผู้นี้คงไม่ค่อยใช้จ่ายเป็นแน่พานางมาถลุงเอาๆ ยังกับของแจกฟรี แม้ว่าจะเป็นเพียงละครตบตาฉากหนึ่งที่นางและเขาต่างร่วมกันแสดง ทว่าหลิงหลานกลับค้นพบความจริงที่น่าอัศจรรย์ข้อหนึ่งว่า ‘ของที่บุรุษผู้นี้มอบให้ในหนึ่งวัน ยังมากกว่าสิ่งที่บุรุษผู้อื่นมอบให้ข้าในเวลาห้าปีที่ผ่านมาเสียอีก’

               แม้มิใช่คนโลภทว่ายังมองออก.. บุรุษผู้นี้ใช้จ่ายอย่างปลอดโปร่งมากเท่าไร
               กลับยิ่งรู้สึกว่าเรื่องที่เขากำลังทำอยู่นั้นต้องไม่ธรรมดา

                หลิงหลานรวบรวมความกล้าในการสอบถามกิจการของที่บ้านเขาเป็นอย่างไร ราบรื่นดีหรือทำไมเพียงแค่ติดต่อคู่ค้าถึงต้องปิดบังหาละครมาตบตาขนาดนี้? ทั้งหมดทั้งมวลนั้นนายท่านเฮ่อหลันใช้รอยยิ้มเรียบๆ ตอบว่า “ล้วนไม่เกี่ยวข้องกับเจ้ายิ่งรู้น้อยเท่าไรยิ่งดี แต่วางใจได้กิจที่ข้าทำไม่ผิดกฎหมายบ้านเมือง”

                “........แล้วไปข้าเพียกังวลเรื่องเสี่ยงคุกตาราง” หญิงสาวทราบว่าต่อปากต่อคำกับเขาไปตนยิ่งเสียเปรียบเปล่าๆ ช่วงเวลาที่ทั้งสองเดินเล่นชมสินค้านางจึงน่ารักเรียบร้อย ว่าง่ายเป็นอย่างยิ่ง

                เสมือนสงบศึกชั่วคราวปรองดองโดยง่าย

                เฮ่อหลันม่อหร่านก็มิใช่บุรุษใจจืดใจดำแสดงบทเอาใจใส่สตรีที่ ‘หลงใหล’ ได้อย่างเข้าบทบาท ลมแรงสักหน่อยก็รับเสื้อคลุมจากคนสนิทมาห่อตัวให้ ของชิ้นไหนเห็นนางจดจ้องนานสักนิด ก็หยิบลงมาถามไถ่ราคา ยามทานอาหารคีบเนื้อเป็ดชิ้นใหญ่สุดหลังเป็นเงางามที่สุดใส่จานให้นาง พูดก็พูดเถิด...เอาใจใส่ในระดับบุตรของลูกทั้งสองไม่เคยทำให้เลย

                หลังทานอาหารจนอิ่มหนำ… ก็ได้เวลาหย่อนใจ
                เผิงจื่อหันหัวรถมุ่งไปยังสวนพฤกษชาติฮวาถง หน้านี้ดอกตู้เจวียนกำลังผลิบาน

                “อา…. น่ารักจังข้าพึ่งทราบว่าในเมืองนี้เลี้ยงกวางเอาไว้ด้วย!” หลิงหลานชะเง้อมองจากรถม้า พบเหล่ากวางดาววิ่งกระโดดโลดเต้นตามทางก็ยิ้มร่าราวกับเด็กน้อยได้ขนม ชายหนุ่มเห็นดังนั้นมิได้ห้ามปรามนาง บอกคนสนิทหยุดรถม้าที่ตรงหน้าพวกเขาจะเดินชมทิวทัศน์

                “แปลกนักที่เจ้าไม่ทราบ.. ที่ผ่านาหรือว่าดองตัวเองอยู่แต่ในเหลาไม่เคยออกมาเที่ยวชมตัวเมืองเจียงหลิง?” มือหนายื่นส่งให้พลางรับร่างน้อยก้าวลงจากรถ เมื่อเดินเคียงข้างสตรีอ่อนหวานชดช้อย บุรุษองอาจสุขุม. .เหล่าชาวบ้านและผู้ที่มองมาล้วนชมเปาะว่าสมกันราวกับภาพวาดบทกวี

              หลิงหลานหยุดเล่นกับเจ้าสี่ขาตาหวานวิ่งกระดุ้งทั้งหลายบ่อยครั้ง นางอารมณ์ดีขึ้นทันตาเมื่อคิดว่าหากเด็กๆ มาด้วยคงจะชื่นชอบเป็นแน่

              “....อันที่จริงข้าเดินทางไกลบ่อยครั้งพึ่งได้กลับมาเมืองนี้” เนตรคู่กลมกระพริบปริบเมืองเลื่อนสายตาไปพบทะเลสาบ ผิวน้ำราบเรียบดุจกะจกเงาเหล่าหงส์ฟ้าว่ายวนดูรื่นเริง “มีแม่น้ำฉางเจียงแล้วยังมีทะเลสาบอีกด้วย? ว้าว..มนุษย์เราช่างสร้างสรรค์เสียจริง”

                ม่อหร่านระหวางเดินมาคล้ายัมผัสได้ว่ามีสายตาหลายคู่จ้องมองพวกเขาในที่ลับ คิดจะสลัดหนีแบบแนบเนียนก็เรียกร่างบางเดินไปยังทะเลสาบด้วยกัน “อากาศร้อนเช่นนี้อยู่กลางน้ำคงสนชื่นขึ้น ซู่ซู่มาเถอะ ทะเลสาบไม่ได้มีไว้แค่ชื่นชมหรอกนะ”

                 ด้วยสารถีกลายมาเป็นคนถ่อเรือม่อเหยี่ยพานางรำน้อยล่องนาวากลางทะเลสาบ
                 ความเย็นฉ่ำของสายน้ำ ชื่นชมเหล่าหงส์ฟ้าได้ในระยะใกล้ชิด.. ผ่อนคลายสบายอารมณ์

                 เจ้าสัวหนุ่มคอยตักเตือนสาวน้อย ไม่ให้มัวเล่นกับเหล่าหงส์จนใกล้กาบเรือมากเกินไปจนพลัดตกลงไปเสียก่อน ระหว่างล่องนาวาชื่นชมบรรยากาศทั้งสองสนทนากันหลายเรื่องล้วนเป็นสิ่งที่หลิงหลานไม่เคยทราบมาก่อนในเมืองเจียงหลิง นางคล้ายลูกเจี้ยบที่พึ่งออกจากไข่อีกหน… ฟังเขาเล่าเรื่องตลาดทั้งกลางแจ้งและที่ลับ การย้อมแมวขายมิได้ทำเพียงสินค้าแต่ยังมีกระทั่งย้อมเอาเจ้าสาวที่เคยผ่านการแต่งงานมาแล้วไปแต่งให้กับสกุลอื่น ขอเพียงทางฝ่ายนั้นมีจ่าย เกิดผู้ค้าผู้ซื้อก็เกิดการซื้อขาย นางได้เปิดหูเปิดตาแล้วจริงๆ

                  ฟังพลางนั่งเคี้ยวไก่ทอดฝีมือตนเองไปพลางบันเทิงยิ่ง ท้ายสุดม่อหร่านเป็นฝ่ายถาม “ข้าเล่าให้เจ้าฟังตั้งหลายเรื่องราว.. ถึงคราวนี้ตาเจ้าเปิดปากเล่าบ้างแล้ว”

                  “แล้วม่อเหยี่ยท่านอยากฟังเรื่องใด?”

                  นาวาลอยลำโคลงเคลงกลางสายธาร เจ้าสัวหนุ่มหรี่ตาเงาของใครบางคนหลังต้นไม้วูบไหวอย่างประหลาด “เหตุผลของเจ้า…… ทำไมต้องเป็นอย่างตอนนี้ทั้งที่สามารถเป็นตัวของตนเองได้”

                  “ไม่นึกว่าท่านใส่ใจจะฟังด้วย” ใบหน้าหวานอมยิ้มวางกระดูกไก่ในมือลง

                  “อาจพอแก้เบื่อในเวลานี้ได้” เขาชูไหสุราในมือเพื่อรอกับแกล้ม

                 “ไม่น่าฟังนักหรอก.. ดีไม่ดีการท่องเที่ยวนี้จะพาลเสียรสชาติ” สาวเจ้าถอนหายใจ “รึท่านคิดว่าเรื่องราวของสตรีตัวเล็กๆ ธรรมจะเป็นเรื่องสะเทือนฟ้าสะเทือนดินควรค่าแก่การเสียเวลาฟัง?”

                  “ทุกเรื่องราวย่อมมีความน่าสนใจในตัวมันเองอยู่ที่ว่าใครเป็นผู้เล่า และใครเป็นผู้ฟัง” เฮ่อหลันม่อหร่านโน้มน้าวนางด้วยความใจเย็น แม้สายตาไม่ได้ละไปจากเงาร่างในน้ำ ตนมิได้ตาฝาดคล้ายจะมีคนตามพวกเขามาจริงๆ ชายหนุ่มหยักรอยยิ้ม “เอาไว้ข้าจะตัดสินว่าสนุกรึไม่สนุก”

                หลิงหลานเอนหลังลงกอดหมอนอิงสายาเลื่อนมองเมฆาบนท้องฟ้าเริ่มเล่าด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “เช่นนั้นข้าเพียงกล่าวลอยๆ ท่านคิดว่าลมพัดผ่านหูเสียก็ได้…. ระหว่างท่องเที่ยวอย่างสบายใจเช่นตอนนี้เคยมีอยู่หนหนึ่งข้าถูกกลุ่มโจรจับตัวไป พวกนั้นบอกว่าสตรีเช่นข้าคือสินค้าชั้นดี.. นำไปขายทอดตลาดกลายเป็นทาส มีคนเอาปลอกคอมาสวมทั้งยังตีตรวน บอกว่าจากนี้ไปชีวิตไม่ใช่ของข้าแต่เป็นของเจ้านาย วันหนึ่งยังถูกขังไว้ในห้องเก็บฟืนที่กำลังลุกไหม้”

               “...อย่างไรนะ? เจ้าเคยเป็นทาส” ปั้นสุราในมือชายหนุ่มกระตุกไป

               หลิงหลานหันไปทางเขากล่าวอย่างรวดเร็ว

              “ไม่นานเท่าไร แท้จริงไม่สาหัสอันใดสุดท้ายข้าก็สามารถคลำทางกลับบ้านได้อยู่ดี” จากนั้นแหงนหน้ามองท้องฟ้าอีกครั้ง “เพียงแต่ตอนถูกเคี่ยวกรำอยู่แดนไกล ข้าเคยคิดว่าเหตุไฉนเวียนมาถึงคราวตนเองบ้างแล้วเป็นอย่างนี้ เหล่าพี่สาวเคยเล่าถึงกาลก่อนพวกนางถูกคนใจร้ายจับไปขัง ก็มีสามีนางไปช่วยออกมา พวกนางบางคนยังถูกใส่ร้ายป้ายสีต่างๆ นาๆ ท้ายสุดเหล่าชายคนรักผู้เก่งกล้าก็ล้างมลทินให้ทั้งหมด อา...ดูอย่างนี้แล้วทุกครั้งเหล่าพี่สาวของข้าล้วนมีบุรุษสักคนให้พึ่งพิงคอยช่วยเหลือ ท่านว่าเป็นเพราะพวกนางใช้โชคของข้าจนหมดแล้ว ดังนั้นทุกครั้งที่ข้าเผชิญอันตรายจึงได้อยู่ลำพังตลอดใช่รึไม่?”

             น้ำเสียงนางราบเรียบอย่างยิ่งฟังไม่ออกถึงอารมณ์ปวดร้าวเสียใจแม้แต่น้อย

             “ทุกครั้ง? ฟังเหมือนเจ้าข้ามขอบเหวมาหลายหนล้วนยังร่างไม่แหลกสลายไปถือว่าอดทนอยู่บ้างจริงๆ” เจ้าสัวหนุ่มดื่มให้แก่นางอย่างนับถือ

              หลิงหลานยังคงแหงนหน้าพึมพำ “มีสตรีสูงศักดิ์ผู้หนึ่งเคยถามข้าว่า ‘รักเขาที่เป็นเขา หรือเพียงเพราะต้องการให้อยู่ข้างกาย’ อืม..ข้าตอบไม่ได้หรอก เวลาที่อันตรายถึงขั้นต้องจ่ายด้วยชีวิตกาลก่อนก็เคยมีมาหลายครั้ง หากไม่เคยผ่านเรื่องเหล่านั้น ข้าคงไม่สามารถอดทนผ่านการเคี่ยวกรำของการเป็นทาสมาได้หรอก เนื่องจากในเหลามีเพียงข้าที่เดียงสาเยาว์วัยความจริงสามัยนั้นยังคงถูกเลี้ยงจนสำออยยิ่ง ต่อมามีใจรักแก่บุรุษผู้หนึ่ง...เจอเรื่องลำบากลำบนมาบ้างจึงเปลี่ยนเป็นค่อนข้างที่จะเข้มแข็ง”

              แต่ก่อนเจ็บเพียงเล็กน้อยนางก็ร้องโอดโอยแล้ว ประสาอะไรกับอยู่กลางภูเขาไฟกลางดงคมหอกคมดาบ การรักเขาเปลี่ยนแปลงนางทีละน้อย “โอ๊ะ… จะบอกว่าไม่มรใครมาช่วยก็คงมิได้เช่นกัน ดูอย่างล่าสุดแส่หาเรื่องจนบาดเจ็บชายผู้นั้นมาช่วยข้า ถึงแม้จะทิ้งข้าไว้บนถนนกลางทางก็เถิด เดิมทียังเห็นว่าไม่มีอะไรดอก… บาดเจ็บภายใน มีด ดาบ ธนูบาดเนื้อหนัง คนทั่วไปใครก็ทนได้ไม่ถึงห้าวันกระมั้ง ข้ากลับอดทนผ่านมาได้แล้ว ทั้งยังเดินออกจากทะเลเพลิงหน้าตาเฉย ข้าทั้งดีใจ ภูมิใจอย่างยิ่ง”

              เฮ่อหลันม่อหร่านจดจ้องนางอย่างลึกซึ้งครู่หนึ่งค่อยวางสุรา หยิบป้านชามารินให้นางด้วยตนเองยื่นส่งให้ “จากนั้นเล่า? อนุมานได้สินะว่า ‘บุรุษผู้หนึ่ง’ ที่เจ้าเอ่ยถึงก็คือคนเดียวกับ ‘ชายผู้นั้น’

               “จากนั้น?” หลิงหลานรับถ้วยชาทว่ามิไดจิบ ตอบอย่างแช่มช้า “จากนั้นก็ไม่มีอะไร… บุรุษแสวงหาอุดมการณ์สตรีเสาะหาความมั่นคง กลับสำนึกเสียใจได้ตอนนี้เกรงว่าสายเสียแล้ว เรื่องบางเรื่องสิ้นสุดตรงคำว่าขึ้นบรรทัดใหม่บนหน้ากระดาษของข้าทั้งว่างเปล่าและไม่มีนามของเขาอยู่”

               ม่อหร่านกลับฟังแล้วรู้สึกถึงแววรันทดใจได้แผ่วจาง “....ยิ่งผูกพันกลับยิ่งเจ็บปวด เกรงว่าน้ำหนักของเขาในใจเจ้าคงมิใช่เพียงแค่นามเดียว”

                ดรุณีน้อยยกมือขึ้นวางลงบนดวงตา

                “ชายผู้นั้น เหตุไฉนยามที่ข้าต้องการเขาอย่างยิ่ง เขาล้วนแต่บังเอิญไม่อยู่หนอ? มีวูบหนึ่งที่คิดเช่นนี้ กาลก่อนยามพบกับอันตรายเขามิได้ปรากฎกาย ข้าเฝ้าบอกกับตนเองว่าเป็นเพราะข้าบังเอิญอยู่ห่างจากเขาเกินไป ห่างไกลจนสายตาคู่นั้นไม่ทันสังเกตเห็น ข้าเฝ้าหาสารพัดเหตุผลมาหลอกให้ตนเองเชื่อมั่น และเชื่ออย่างงมงาย… ท้ายสุดแล้วคงเป็นเพราะที่ผ่านมายังผิดหวังได้ไม่พอ”

                 เจ้าสัวหนุ่มเงียบไปเนิ่นนานคล้ายว่าเรื่องเล่าหนนี้แปรภาพแห่งสีสันกลายเป็นทิวทัศน์ขาวดำ เห็นนางพยายามกระพริบดวงตาอย่างอยากลำบากก็นึกเวทนาในใจ “เจ้ายังเยาว์นักต่อไปจะได้พบคนที่ดีกว่านี้”

                 “ท่านคงพูดถูก.. ต่อไปข้าจะได้พบคนที่ดีกว่านี้” นางพยักหน้าตามอย่างเลื่อนลอย

                  “เจ้าอยากจะได้พบคนแบบใด?” เรียวปากม่อหร่ายอมยิ้มเล็กน้อย

                  หลิงหลานครุ่นคิด “...ข้ามิได้สำออยปานนั้นยังพอดูแลตนเองได้อยู่บ้าง  แต่ข้าเองก็หวังจะได้พบผู้ที่ยามมีภัยก็จะมาช่วยเหลือ ผู้ที่ช่วยข้าแล้วไม่ทิ้งไว้ส่งเดช ผู้ที่ยามข้าเจ็บหรือป่วยไข้จะอยู่เคียงข้างช่วยปลอบโยนกันสักนิด”

                  ชายหนุ่มเลิกคิ้วกระตุ้นถาม “แล้วเจ้าไม่เคยคิดจะได้พบผู้ที่จะไม่ทำให้ต้องเจอเรื่องอันตรายอีกบ้างเลยเหรอ?”
                   หลิงหลานนิ่งเงียบไปไม่ได้ตอบอันใดบางที หัวใจของนางครึ่งหนึ่งมอบให้ใครบางคนไปแล้วเรียกกลับคืนช่างยากเย็น เจ้าสัวทางนั้นพิจารณานางพลางถอนหายใจ “เอาแต่แหงนหน้ามองฟ้าตลอดเวลาแบบนี้ หรือมีใครเคยบอกเจ้าว่าขอเพียงแหงนหน้าไว้น้ำตาก็จะไม่ไกลออกมา? นั่นน่ะโกหกทั้งเพ เจ้าอดกลั้นอะไร กำลังอดทนให้ใครดูอยู่หรือ?”

                  ทะเลสาบฝูงหงส์ขาวว่ายเวียนวนสายลมพัดพาความฉ่ำชื้นจากลำน้ำฉางเจียง หลิงหลานจดจ้องหมูาเมฆาบนฟ้าเนิ่นนาน ท้ายสุดน้ำตาสองสายไหลลงมาจากหางตา จากเสียงสะอื้นแผ่วเบา อีกเนิ่นนานในที่สุดก็ร้องไห้โฮออกมา ร้องไห้… เสียใจอย่างหนัก

                  'ทุกครั้งที่ตกอยู่ในอันตรายข้าล้วนต้องการให้เขาอยู่ข้างกาย ต้องการเขาอย่างยิ่ง...' หลิงหลานร่ำไห้นานเท่าใดไม่ทราบท้ายสุดผล่อยหลับไปดว้ยความเหนื่อยอ่อน

                   ม่อหร่านวางถ้วยชาลงใช้มือที่ยังอุ่นอยู่นั้นตบบ่านางเบาๆ อย่างปลอบเท่าที่ทำได้ เขายังเห็นเงาคนสีเข้มนั่นอีกครั้งที่แท้มิได้ตาฝาด ทว่าอีกฝ่ายตามพวกเขาด้วยเหตุใดก็ยากจะทราบ ชายหนุ่มนำเสื้อคลุมห่อตัวผู้ที่ร่ำไห้จนหลับพิงบ่าเขาไว้ ยังไม่จำเป็นต้องรีบร้อนกลับฝั่ง.. อย่างน้อยก็จนว่านางจะรู้สึกดีขึ้น
      
@Admin


แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ --10 คุณธรรม +5 ความชั่ว +3 ความโหด โพสต์ 2019-6-22 19:59
คุณได้รับ +45 คุณธรรม +90 ความโหด โพสต์ 2019-6-22 19:59

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +25 ความหิว -42 Point +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 25 -42 + 10

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ปราณคลุมวารีขั้นสูง
รูปปั้นเจ้าแม่หนี่วา
หน้ากากยักษ์ม่วง
มุกอัคคี
กระบี่ถานเซี่ย
เพลงกระบี่คู่นก<br>ยวนยางหานเยว่ขั้นสูง
ตัวเบาขั้นสูง
อี้ฝงเทียน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x96
x3
x1
x1
x44
x10
x1
x3
x5
x1
x100
x7
x20
x1
x1
x2
x5
x2
x670
x78
x1
x10
x44
x10
x5
x120
x7
x7
x2
x2
x11
x60
x8
x1
x535
x130
x4
x14
x1813
x4
x330
x4
x2
x5
x3
x7
x36
x1
x690
x1
x1
x225
x1
x2
x1
x25
x5
x2
x3
x8
x1150
x70
x4
x15
x66
x21
x2
x5
x5
x880
x13
x1083
x48
x242
x210
x250
x160
x1
x17
x165
x1
x130
x500
x500
x2263
x3
x140
x31
x2325
x9999
x8
x9
x41
x28
x938
x10
x4
x17
x2
x19
x2
x30
x190
x9
x809
x203
x600
x884
x83
x4910
x6
x670
x952
x110
x2130
x57
x15
x599
x485
x861
x100
x5
x2196
x487
x3999
x578
x51
x830
x2003
x1859
x205
x4241
x58
x691
x392
x905
x233
x116
x140
x201
x3
x6
x2
x1040
x77
x35
x2028
x170
x1
x196
x4
x9999
x940
x2
x20
x239
x1340
x4200
x3837
x39
x2960
x1200
x330
x536
x9999
x899
x325
x1
x280
x683
x2275
x351
x49
x10
x1
x7
x7
x14
x21
x9
x218
x6645
x177
x7675
x199
x12
x4430
x9
x1
x3012
x6
x8
x708
x200
x8
x9
x101
x15
x6
x312
x1730
x6
x16
x79
x543
x59
x4
x115
x3
x15
x6
x138
x5
x3
x3
x2470
x480
x124
x5239
x403
x287
x2798
x2158
x4903
x10
x2
x228
x3293
x5250
x910
x970
x8
x1323
x794
x90
x300
x54
x551
x2000
x9999
x11
x2488
x9999
x9999
x2272
x945
x393
x67
x1110
x4
x1410
x31
x1924
x2098
x240
x1
x256
x463
x1330
x251
x1049
x1689
x2137
x3416
x9999
x2289
x2544
x1249
x2023
x391
x1938
x2304
x1722
x128
x42
x1
x22
x1759
x1505
x63
x1
x4365
x5499
x67
x9999
x122
x423
x438
x1942
x102
x1835
x232
x305
x58
x377
x208
x8
x80
x11
x9999
x93
x400
x1533
x162
x51
x289
x40
x1
x353
x9999
x2625
x890
x60
x70
x149
x9999
x101
x6683
x111
x713
x206
x2

126

กระทู้

1364

โพสต์

23หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
225068
เงินตำลึง
1062551
ชื่อเสียง
65250
ความหิว
11

ตราสำนักวังน้ำทิพย์ใบรับรองภาษาฮั่นใบรับรองภาษาละตินป้ายวังหลังป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV3)

คุณธรรม
5768
ความชั่ว
415
ความโหด
1961
ภูตปริศนา (วัยทารก)
เลเวล 1

เมิ่ง จื่อเหยา

ข้าไม่ได้เตี้ยบนหัวเจ้า
pet
โพสต์ 2019-7-27 23:51:33 | ดูโพสต์ทั้งหมด
[สตรีแม่บ้านเมาส์มอย]

       จางฝูหลังผ่านงานใหญ่อย่างให้รางวัลคนขยันฝึกอย่างซุนเจียงก็ปล่อยอีกฝ่ายนอนพักนอนเล่นต่อในห้อง ส่วนตัวเธอก็ลุกไปอาบน้ำแต่งตัวโดยเลือกชุดที่ค่อนข้างที่จะปิดมิชิดสักหน่อยเพราะคนหัวเขียวตัวดีดันฝากรอยไว้เสียเต็มลำคอราวกลัวคนไม่รู้ว่านางนั้นมีสามีแล้ว จางฝูถอนหายก่อนจะเดินออกจากห้องไปเพื่อจัดการหน้าที่ที่ต้องไปจัดการทำต่อคือไปรอรับเมิ่งจื่อเหยาที่เธอส่งจดหมายเรียกให้มาพบกันหลังจากทิ้งเขาไว้ถ้ำเหมันต์พร้อมกับข้าวของเเละสัตว์เลี้ยงที่ไม่รู้ว่าเป็นเช่นไรกันบ้าง ซึ่งเมื่อกะคร่าวๆ เขาคงจะมาถึงในวันนี้ และสถานที่ที่นัดนั้นคือสวนพฤกษชาติในเมือง ยามนี้เธอเดินเปิดหน้าสะบัดผมไม่สนอะไรแล้วขนาดมารหมาป่าตัวร้ายจัดๆยังจับปล่อยมาแล้วกะอีเเค่มีล่อเท้ามาเพื่อก็คงไม่ต่างกัน


หลาน


       เพราะโดนกวนแต่เช้าจนสุดท้ายก็ไม่ได้ทานอะไรมาเลย ระหว่างที่เธอเดินไปยังสวนหญิงสาวจึงตัดสินใจแวะซื้อของกินเล่นอย่างขนมหม่าซูมาด้วยเพื่อกินรองท้องระหว่างรออาเมิ่งเดินทางมานั้นเอง หลังจากได้ของกินสิ่งต่อไปที่หญิงสาวมองหาก็คือสถานที่สำหรับรอ พอดีดวงตาคู่สีน้ำตาลดันเหลือบเป็นร่างคุ้นตาที่เพียงมองใกล้ๆก็แทบจะจำได้ทันทีว่าคือผู้ใด ด้วยสีผมที่เด่นสะท้านแผ่นดินยิ่งจดจำได้ง่ายยิ่ง ไม่รอช้าเท้าก้าวย้ำเข้าไปหาผู้ที่นั่งอยู่ก่อนทันที


       “ แมงมุม  แมงมุมตัวใหญ่เท่าแขนเกาะอยู่บนหัวเจ้า มันจะกัดเจ้าแล้ววว!!!!!”


      หลาน


       “มันอยู่ อยู่ ไม่อยู่นานแล้ว ข้าเย้าเจ้าเล่น ฮ่าๆๆๆๆ”จางฝูที่ยืนขำมองท่าทีของอีกฝ่ายลงไปนั่งกอดท้องขำอยู่ที่พื้นอย่างบันเทิงใจ ไม่ว่ากี่ครั้งๆ มุขเดิมๆนี่ก็ใช้ได้ตลอดจริงๆ


       หลาน


       “ผีก็เจอมาแล้ว เสือก็เจอมาแล้ว แมงมุนตัวเท่าเม็ดแตงจะกลัวไปไยน้องหลาน”จางฝูเอ่ยพร้อมกับปาดน้ำตาที่เล็ดอยู่ที่หางตาออกพรางเดินไปทรุดตัวนั่งที่ม้านั่งฝั่งตรงของของหลิงหลาน แล้วเลื่อนหยิบเอาจดหมายขึ้นมาอ่านก็ถึงกับตาโต


      “!!!!! หลิงหลาน เจ้าจะแต่งกับใคร ข้ารู้จักไหม ไยรวดเร็วปานนี้!!!”


       หลาน


      “ว่าง!! จริงๆก็มี พอดีนัดอาเมิ่งไว้ที่นี่น่ะ แต่ช่างมันเถอะ ไหนเจ้าเล่ามาสิ”จางฝูได้ยินก็หูผึงรอฟังเรื่องเล่าของน้องสาวตัวดีที่พึ่งจะแยกกันไม่กี่วันกลับมาบอกว่าจะแต่งงานเสียแล้ว


     หลาน

     “......”จางฝูที่ได้ถึงกับไปไม่เป็นเมื่อได้ยินสิ่งที่อีกฝ่ายเล่าออกมาที่แท้ได้อาจารย์เพราะไปเป็นทาสนั้นนับเป็นเรื่องที่ดี ดีก็บ้าแล้ว!!! เจี๊ยบน้อยผู้นี้รู้ตัวรึป่าวว่าตัวเองพึงรอดพ้นเงื้อมมือมัจุราชมาแบบเชียดชิว ดีเท่าใดแล้วที่ไม่ได้เจอเศรษฐโรคจิตจับไปข่มเหงรังแกน่ะ


      หลาน


    “แต่เล้วอะไร หลานเจ้าเว้นวรรคไม่ถูกตอน”จางฝูเอ่ยพรางเท้าคางนั่งฟังอีกฝ่ายเล่าอย่างใจจดใจจ่อ เป็นทาสที่นางถูกพาตัวไป คงนำไปเป็นสาวรับใชมิใช้ทาสนักสู้แบบที่เธอและเจี๋ยเฟยไปเจอมาสินะ แบบนั้นก็คงจะน่าปลอดภัยกว่า


     หลาน


     ปึง!!!!!


     “ชายชั่ว!!! เลว เลวจริง!!!”จางฝูถึงกับตบโต๊ะปึงอย่างไม่พอใจเมื่อฟังมมาจนถึงตรงนี้ ถึงจะเป็นพ่อของหลานสองคนก็ตามทีเถอะแต่เป็นคนเป็นเพียงสิ่งของนี่มันเกินไปจริง  เป็นคนแม้เป็นสตรีก้มีหัวใจนะ เจอหน้าแม่อยากจะสัดสักหมัดสองหมัด “หลาน คนเลวป่านนั้นเจ้ายังจะไปเเต่งกับมันอีกหรือ แล้วไยไม่แต่งเสียก่อนปล่อยเจ้าเลี้ยงลูกสองคนมาจนป่านนี่ถึงพึ่งมีสมองคิดรับผิดชอบ!!!”

      หลาน


      “อืม….ก็นับว่ายังมีดีอยู่บ้าง แต่ๆมันหักลบกันไม่ได้ หลานเจ้าใจอ่อนเกินไปแล้วนะ ต้องรู้จักใช้ไม้แข่งบ้าง ถึงเราเป็นสตรี แต่ให้บุรุษมาข่มตลอดมิได้เข้าใจไหม”จางฝูเอ่ยแล้วหยิบเอาขนมหม่าซูออกมาวางแบบนโต๊ะแล้วหยิบเอามากินชิ้นหนึ่ง


       หลาน


    ขนมหม่าซูที่เคี้ยวอยู่กลิ้นหลุนๆออกจากปากราวมีชีวิตหลังจากที่ได้ฟังเรื่องต่างแล้วพบว่าเรื่องราวที่สาวน้อยเบื้องหน้าไปเจอนนี้จะเชื่อเกี่ยวโยงไปถึงซูนเจียงสามีเธอที่ป่านนี้นอนซุกหมอนอยู่ที่ห้องด้วยซ้ำร้ายยังเป็นกบฎถูกเขาถีบลงน้ำทะเลมาจนความจำเสื่อมเสียอย่างนั้น “จริงรึเนี่ย ข้าควรจะบอกซุนเจียงรึไม่ว่าแท้จริงแล้วเขามาจากที่ไหนเนี่ย”


      หลาน


     “.....”จางฝูเม้มปากเเน่น นิ่งเงียบไม่รู้จะกล่าวสิ่งใด สิ่งที่ผู้สร้างเคยบอกกับเธอเรื่องที่ห้ามมิให้ซุนเจียงมาเจอกับคนเบื้องหน้า ก่อนหน้าเคยสงสัยเพราะสาเหตุใดแต่ยามนี้เธอเข้าใจอย่างถ่องแท้เลยในจุดๆนี้ ความเเค้นจากการสูญเสียครอบครัวและทุกสิ่งทุกอย่างไปเป็นเรื่องที่ทำใจได้ยากการลืมเลื่อนไปแบบนั้นน่าจะดีกว่า “ยังดีที่อย่างน้อยเขาก็ยังไม่โดดเดียวเกินไป”


     จางฝูเพียงถอนหายใจออกมาเล็กน้อย “หลานข้าเองก็มีเรื่องจะจะบอกเจ้าให้ทราบ”


     หลาน


     “รู้ประเพณีบ้านข้าใช่หรือไม่ จริงแล้วหลังจากที่เจ้ากับซุนเจียงเจอกับเมื่อรอบก่อนนั้นที่อวี้ซาง ข้ากับเขาเราเเต่งงานกันไปแล้ว”จางฝูเอ่ยพร้อมยกมือขึ้นลูบหน้าน้อยๆมองไปยังหลิงหลานดูว่านางจะมีปฎิกิริยาอย่างไรเมื่อเธอดันไปแต่งกับกบฎหัวเขียวที่เธอเรามาก่อนหน้าเสียแล้ว


      ฟิ้วววว


     หลาน


    “.......”จางฝูมองหลิงหลานแล้วก็ได้แต่นิ่งเงียบมองอย่างไม่รู้จะพูดกล่าวอะไรต่อ ปล่อยให้บรรยากาศโดยรอบเหลือเพียงเสียงลมและเสียงนกร้องเล่นไล่กันในสวมเพียงเท่านั้น


      หลาน


     “ข้าจะพาเขาไป คงจะไม่เป็นอะไรละมั้งนะ”จางฝูเอ่ยพรางยิ้มแห้งๆ แล้วมองไปยังสตรีน้อยที่นั่งอยู่เบื้องหน้า “แต่คงยังให้เขาเจอเจ้าไม่ได้นะ กลัวว่าอารมณ์เขาจะยังไม่คงที่เท่าใด”


      หลาน

    “หืม...คนผู้นนั้นเองก้กลับใจได้เพราะสตรีน้อยขี้กลัวเช่นเจ้าสินะ อืมม..ก็นับว่าเป็นเรื่องดี แต่เรื่องที่ข่มเหงเจ้าหลิงหลาน ศิษย์พี่ก็ยังยอมให้ไม่ได้อยู่ดีอย่างน้อยๆก็ต้องมีบทลงโทษกันบ้าง”จางฝูเอ่ยพรางยิ้มบ้างออกมา พรางนึกไปถึงเหตุการณ์ที่กลุ่มคนปริศนาโผล่มาที่เฉินหลิวทำให้เธอสามารถจับกุมคนฆ่าสหายของเธอได้ นับว่าเป็นคนดีอยู่บ้าง


      หลาน


      “บุรุษโหดเหี้ยมปานใด มีลูกสาวย่อมเชื่องเป็นแมว อยู่ติดบ้านเพราะหวงลูก นั้นแหละบุรุษ หลานถ้าข้าว่างจากที่บ้านจะไปช่วยเจ้าเตรียมงานแน่นอน”


      “จางฝู!!! ข้ามาแล้ววว ถึงสักที เจ้าหายไปไหน ตอนนั้นไหนว่าไปเปลี่ยนเสื้อแล้วสุดท้ายทำไมทิ้งข้าไว้ที่ถ้ำเล่า รู้ไหวที่นั้นหนาวจนจะขาดใจตาย อ่ะ...สวัสดีหลิงหลาน”เมิ่งจื่อเหยาที่กระโดดพรวดลงจากหลังม้าวิ่งตรงมายังศาลาที่พวกจางฝูนั่งอยู่พร้อมกับเจ้าเสวี่ยนอู๋ที่เกาะอยู่บนหัวชายตัวเล็กกระโดดเข้าอ้อมแค่มะม๊าของมัน


    หลาน


      “โชคดีนะ”หลังหลิงหลานเดินจากไปจางฝูก็หันไปมองดูคนพึ่งมาพรางถอนหายใจ “มาช้าจริง ไปกลับบ้านกันได้แล้ว”จางฝูเอ่ยก่อนจะยันตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินนำออกไปจากสวนโดยมีเมิ่งจื่อเหยานั้นค่อยจูงม้าเดินตามหลังหญิงสาวไป


@Admin
@LingHao


แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +8 คุณธรรม โพสต์ 2019-7-28 01:10
คุณได้รับ +42 คุณธรรม +5 ความโหด โพสต์ 2019-7-28 01:10

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +25 ความหิว -24 Point +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 25 -24 + 10

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตัวเบาขั้นสูง
เคล็ดวิชาวารีสิ้นขั้นสูง
หนามคู่เป่าเหลียน
ม้าเทพอูซุน
กงจักรไท่หยาง
คัมภีร์ละติน
ปราณคลุมวารี
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x1
x90
x2
x80
x1
x2
x395
x215
x5
x398
x1
x1
x2
x50
x1
x27
x1
x1
x1
x1
x4
x25
x1
x1
x66
x100
x55
x1
x15
x15
x2
x38
x2
x40
x5
x500
x8
x4
x71
x70
x70
x70
x15
x55
x165
x331
x21
x10
x146
x520
x1
x23
x328
x1
x120
x90
x116
x51
x120
x638
x113
x1
x30
x114
x182
x140
x2
x2
x258
x350
x190
x158
x3265
x1466
x150
x217
x29
x30
x17
x4
x14
x120
x884
x4
x1164
x10
x140
x1
x4
x13
x1
x2
x116
x206
x68
x3385
x6
x6
x127
x1
x26
x140
x400
x8
x150
x60
x500
x14
x2
x3
x180
x4
x40
x121
x2
x500
x146
x696
x430
x60
x105
x80
x7
x42
x80
x3
x30
x3
x1
x3
x117
x2
x10
x7
x4
x125
x63
x100
x1
x45
x1089
x4
x118
x6
x33
x3217
x102
x220
x5
x109
x4
x2
x746
x1930
x90
x64
x19
x29
x254
x259
x6
x28
x13
x478
x3
x563
x5
x1468
x117
x502
x244
x560
x580
x632
x74
x34
x129
x346
x1095
x207
x92
x81
x179
x306
x8
x60
x1
x3
x185
x127
x619
x422
x950
x660
x136
x2071
x2330
x521
x40
x3
x1039
x24