ดู: 125|ตอบกลับ: 7

{ เมืองเฉินหลิว } ประตูเมืองตะวันตกว่านโซ่ว

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2019-6-9 15:45:14 |โหมดอ่าน


ประตูเมืองตะวันตกว่านโซ่ว

{ เมืองเฉินหลิว }


ประตูทิศตะวันตกเมืองเฉินหลิว หน้าด่านสู่เฉินหลิวเมืองเอกด้านเศรษฐกิจบ่อนและผ้าไหม
จะได้พบกับเมืองใหญ่แห่งภูมิภาคกวนจง ไม่เป็นรองสวีซางศูนย์กลางการค้าแดนจงหยวน
ประตุเมืองแห่งนี้สร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมที่มั่นคงแข็งแกร่ง ผสมอิฐและหินภูเขาสลักลวดลายงดงาม
ท่านเจ้าเมืองคอยสั่งให้ดูแลอย่างเข้มงวดปกติมีนายด่านคอยตรวจตราเสมอ








คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 Point +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 10

ดูบันทึกคะแนน

120

กระทู้

1300

โพสต์

21หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
226848
เงินตำลึง
703501
ชื่อเสียง
57250
ความหิว
1871

ตราสำนักวังน้ำทิพย์ใบรับรองภาษาฮั่นใบรับรองภาษาละตินป้ายวังหลังป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV3)

คุณธรรม
5100
ความชั่ว
535
ความโหด
1813
เสวี่ยนอู่
เลเวล 1

เมิ่ง จื่อเหยา

ข้าไม่ได้เตี้ยบนหัวเจ้า
pet
โพสต์ 2019-6-9 15:48:05 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Zhangfu เมื่อ 2019-6-9 21:12

[การร่วมมือกันที่เหนือความคาดหมาย]

     เฟิงมี่เดินเคียงข้างโยวเมิ่งมาเป็นเวลากว่าชั่วยามท่ามกลางเสียงกรีดร้องและทรมาณของชาวบ้านที่ไม่รู้เรื่องรู้ราว ภาพคืนวันเก่าๆที่เมืองลูเจียนพลันย้อนกลับเข้ามาในมโนความคิด ไม่น่าเมืองเฉินหลิวเองก็คงมีสภาพไม่ต่างกันแน่ๆ แต่ยามนี้เธอทำได้เพียงแค่หลับหูหลับตาเดินมุ่งหน้าตามชายหนุ่มผู้นี้ต่อไปโดยที่ช่วยอะไรพวกชาวบ้านมิได้เลย มันเจ็บปวด ริมฝีปากบางขบเม้มกันจนช้ำเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ไม่ให้เธอลงมือจนทุกอย่างมันเเย่เกินไป ไม่นานนักเฟิงมี่และโยวเมิงก็เดินกันมาจนถึงบริเวณกำแพงเมืองก่อนที่โยวเมิ่งนั้นจะพาเธอนั้นเดินขึ้นไปยังด้านบน


    เมื่อขึ้นมาคนผู้เเรกที่เฟิงมี่ได้เห็นคือชายผู้หนึ่งที่แต่งตัวดูภูมิฐานคล้ายพวกอำมาตร์ขุนนางใหญ่ในวัง  เส้นผมสีดำแซมขาวรวบตึงประดับหมวกลายเมฆขลิบขอบทองดูมีอำนาจและตัวตนลึกลับอยางมากกำลังยืนแสยะยิ้มทอดสายตามองไปยังเหล่าชาวบ้านจำนวนหนึ่งที่ยอมก้มหัวจำนน ส่วนอีกผู้นหนึ่งคือชายวัยประมาณหกสิบกว่าอยู่ในชุดที่มีตราประจำพรรคเมฆาประดับอยู่คาดว่าผู้นี้แหละคือหวังจงหยินที่เมื่อห้าปีเข้ามาป่วนงานแต่งของเธอและเจี๋ยเฟย ส่วนอีกคนคงไม่พ้นเป็นโยวเจาเป้าหมายของเธอ


   “อาเมิ่งในที่สุดเจ้าก็มาเสียที ดูสินี่ละอำนาจ นี่ละคือการอยู่เหนือทุกสิ่ง”โยวเจาเอ่ยทักลูกชายของตนที่พึ่งมาถึง ริมฝีปากเเสยะยิ้มมองเมืองเฉินหลิวที่นองไปด้วยเลือดอย่างหยิ่งทะนง ก่อนที่ดวงตาคู่นั้นจะตวัดมามองยังเฟิงมี่ที่บุตรชายโอบกอดเอาไว้พลางเลิ่กคิ้วมอง “สตรีผู้นี้คือใคร อาเมิ่ง”


    “ท่านพ่อ นางชื่อเฟิงมี่เป็นสาวงามที่ได้เจอมา เมื่อคราวที่เราได้ครองเมือง ข้าอยากให้นางเป็นชายาข้าท่านพ่อ” โยวเมิ่งเอ่ยพร้อมกระชับเเขนโอบกอดร่างบางของเฟิงมี่ให้เเน่นขึ้น ส่วนดยวเจานั้นมีเพียงแค่เลิ่กคิ้วขึ้นมามองเล็กน้อย เพราะบุตรชายเขาปกติเห็นเพียงหยอกล้อหญิงสาวเอาควาสำราญยังมิเคยเห็นบุตรชายผู้นี้ของตนพูดจาจริงจังเฉกเช่นนี้มาก่อน ซ้ำแม่นางเฟิงมี่เองก็มีใบหน้างดงามชวนหลงไหลยิ่งมิเเปลกที่บุตรชายเขานั้นจะต้องตาต้องใจนางจนถึงขนาดอยากได้มาเป็นชายา

     “เฟิงเออร์คนดีคารวะท่านสิท่าน ท่านเป็นบิดาข้าอีกไม่นานก็จะเป็นบิดาเจ้าด้วย ส่วนอีกท่านคือท่านประมุขพรรคเมฆาที่เก่งกาจหวังจงหยิน”


     เฟิงมี่เหยียดยิ้มหวานส่งให้โยวเมิ่งก่อนที่นางนั้นจะขยับตัวแล้วยกมือขึ้นคำนับแก่คนเบื้องหน้าทั้งสองด้วยท่าทีน้อบนอม อ่อนหวาน “เฟิ่งมี่คารวะท่าพ่อ คารวะท่านประมุขเจ้าค่ะ”


     จริตจก้าน กริยาที่ดูอ่อหวานแต่ก็เเฝงได้ด้วยความเย้ายวนในแบบที่บุรุษมิอาจต้านทานและวาจาที่ไพเราะ ที่เอ่ยกล่าวออกมาทำให้โยวเจาถึงกับพยักหน้าอย่างเข้าใจว่าเหตุใดสตรีผู้นี้จึงสามารถจับมัดบุตรชายเสเพลของเขาได้อย่างอยู่มัดนัก ต่างกับคุณหนู ผู้ดีตามตะกูลใหญ่ต่างๆที่หาได้มีไม่ โยวเจาพยักหน้าแล้วมองดูสตรีนามเฟิงมี่ด้วยท่าทางเอ็นดูต่างกับหวังจงหยินนั้นที่ถึงแม้ยกมือขึ้นรับคารวะหากแต่ดวงตากลบจดจ้องร่างบางตรงหน้าอย่างคาดเดาไม่ออก ใบหน้านั้นของนางคือจางฝูภรรยาของหลินเจี๋ยเฟยแห่งฉางซา แต่เหตุใดนางจึงมาอยู่ที่นี่ในยามนี้ ซ้ำยังไม่มีท่าทีสนใจพวกชาวบ้านที่กำลังเดือดร้อนต่างจากจางฝูที่เป็นชาวยุทธ์ไร้สังกัดทำงานช่วยทางการปราบปรามคนช่วยที่ข่มเหงชาวบ้าน เรียกว่าเมืองใดเกิดเรื่องร้ายนางแทบจะพุ่งตัวไปตลอดแต่ยามนี้กลับนิ่งเฉยมองดูผู้คนถูกฆ่าตายอย่างไม่คิดยืนมือเข้าช่วย


     “ท่านประมุขหวังจ้องเฟิงเออร์ของข้ามิวางตาเชียวข้ารู้ว่านางงดงาม แต่จดจ้องเช่นนี้ข้าหึงหวงนะ”โยวเมิ่งเอ่ยออกมาเมื่อเห็นประมุขของพรรคเมฆาจดจ้องสตรีของเขามานานแล้วพร้อมกับดึงเอาร่างของเฟิงมี่นั้นเข้าไปโอบกอดเอาไว้


     “ขออภัยคุณชาย นางงดงามสมกับท่านจริงๆ”ประมุขหวังเอ่ยก่อนที่ตอนนั้นจะมีคนในชุดดำที่มีรอยสักกระต่ายเดินเข้ามาพร้อมยกมือขึ้นรายงาน   


      "ท่านประมุขเมฆา กำลังเสริมจากภูตทมิฬลมดำมาถึงแล้ว"คนชุดดำที่ดูจะเป็นสตรีเอ่ยออกมา เพียงน้ำเสียงนั้นกลับคุ้นหูเฟิงมี่เป็นอย่างมากจนบอกไม่ถูกว่าเธอเคยได้ยินเสียงนี้มาจากที่ใด แต่อย่างน้อยตอนนี้มันก็ทำให้เธอได้รู้ว่าการกวาดล้างเฉินหลิวนี้ไม่ได้มีเพียงพรรคเมฆาที่ม่วนร่วมแต่พรรคมารอย่าภูติทมิฬลมดำก็เข้ามามีส่วนร่วมด้วย พวกมันทั้งคู่ร่วมมือกันงานนี้เห็นทีไม่ใช่เพียงงานเล็กๆอย่างลอบจับเสียแล้ว


     "พวกข้าบอกแล้วว่าเวลานี้เฉินหลิวยึดง่ายที่สุดและทำเลเหมาะสมตั้งเป็นแหล่งเสบียงในจงหยวน"สตรีชุดดำนั้นเอ่ยขึ้นอีกพรางเหลือบมองมาทางเฟิงมี่และโยวเมิ่งเล็กน้อย


     "ดีมาก ท่านผู้คุมกฎขวา เสร็จงานนี้ข้าจะตอบแทนท่านจ้าวยุทธภพแน่นอน"หวังจงหยินเอ่ยขึ้นแล้วมองดูกองกำลังที่กำลังเข้ามาเพิ่มเรื่อยๆ


     "ท่านประมุขพวกเราก็หวังเช่นนั้น"สตรีชุดดำนั้นเอ่ยก่อนจะยกธงสัญลกษณ์พรรคขึ้นเป็นสัญญาณพร้อมกับกองคนในพรรคภูตทมิมลมดำที่ที่บุกเข้าสู่เมืองเฉินหลิวร่วมมือสมทบกับคนของพรรคเมฆาต่อสู้กับพวกทหารและมือปราบในเมืองที่กำลังเสียเปรียบ ระหว่างที่คนทั้งห้ากำลังยืนดูการต่อสุ้บนกำแพงเมืองอยู่นั้นก็มีคนอีกผู้หนึ่งร่อนทะยานตัวลงมายืนด้านหลังหวัจงหยิน เขาเป็นชายหนุ่มรูปร่างกำยำใบหน้าครึ่งหนึ่งมีหน้ากากปิดทับเอาไว้


    “ท่านพ่อ กองธงทองของน้องสามได้รุกคืบเข้าเขตกลางเมืองแล้ว กองธงไม้ของน้องสี่สี่ได้นำคนไปสกัดกั้นที่ประตูตะวันออกและกองธงดินของข้าได้ยึดครองทางเหนือเรียบร้อย กองธงน้ำเองก็แจ้งมาว่าครองใต้เรียบร้อยครับ"หวังจงหยินได้ฟังก็ยิ่งยิ้มปริออกมา การยึดเมืองเฉินหลิวครั้งนี้ช่างง่ายดายยิ่งอีกไม่นานก็สำเร็จ

     "เยี่ยม เหอจวิ้นกลับไปบัญชาการต่อ คืนนี้เราจะเอาเฉินหลิวมาเป็นของพวกเราเมฆา!!"


      เฟิงมี่ยิ่งเมื่อได้ฟังรายงานสถานะการณ์ในใจเธอยิ่งร้อนรุมจนแทบคุ้มไม่อยู่ต้องมีชาวบ้านอีกกี่ร้อนกี่พันที่ต้องมาบาดเจ็บล้มตายเพียงเพราะความทะเยอทะยานของกลุ่มคนไม่กี่กลุ่ม แต่ที่หน้าเจ็บใจกว่าคือเธอไม่สายมารถลงมือทำอะไรได้เลยสักอย่างๆ กำลังพลที่จะต่อกรก็มีน้อยลงทุกที อีกเพราะการโจมตียามวิกาลเช่นนี้ไม่มีทางที่คนของทางการจะส่งข่าวของกำลังเสริมจากเหมืองหลวงหรือเมืองอื่นๆได้ทันแน่ถึงแม้ส่งข่าวได้แต่เวลาก็ไม่มีเธอเพียงคนเดียวยื้อเวลามากขนาดนั้นไม่ได้…

    การเข่นฆ่ายังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง เสียงร้องโหยหวนร้องขอชีวิตจากคนทะเยอทะยานที่เห็นแก่ตัวนี้ดังก้องไปทั่วทั้งบริเวณประตูตะวันตก โดยมีเสียงหัวเราะที่บ้าคลั่งของโยวเจาดังก้องขึ้นพร้อมกับร่างของโยวเจาที่เดินไปยังริมขอบกำแพงประตูเมืองจ้องมองชาวบ้านที่ไร้สิ้นไม้ตอกก้มลงคำนับตนราวตัวมันเป็นกษัตริย์ และเมืองมองไปยังประตุเมืองทางทิศอื่นๆก็พบว่าทุกทิศนอกจากที่ที่เฟิงมี่อยู่นั้นล้วนแล้วเต่มีแสงสีส้มส่องประกายอยู่ ‘พวกมันเผาประตู…’

     “โอ้ ท่านโยวเจาดูสิทางประตูทางออกจากเมืองทั้งสามล้วนแต่ถูกเผาแล้วไม่นานคนในเมืองจะต้องมารวมตัวที่ประตูทางออกเดียวที่นี่ ใครที่ไม่ยอมก้มหัวข้าจะเด็ดหัวมันเอง”หวังจงหยินเอ่ยกล่าวออกมายิ่งทำให้โยวเจานั้นยิ้มกริ่มออกมาด้วยความพึงพอใจ ยึดเมืองมันช่างง่ายยิ่งนัก

      “เฟิงเออร์ดูสิ ราวดอกไม้สีเพลิงใหญ่และงดงามกับลุกโชนอยุ่เลย”โยวเมิ่งเอ่ยออกมาพร้อมยกมือชี้ไปยังทิศประตูทางออกทั้งสามทางที่สาดส่องประกายสีส้มอย่างบันเทิงใจก่อนจะหันก้มมองมายังคนงามของมันในอ้อมแขน ก่อนสังเกตุได้ว่าใบนางของนางซีดเผือดไปเล็กน้อย “เฟิงเออร์หน้าเจ้าซีดๆนะคนงามเจ้าเป็นอะไรรึป่าว”


      คำถามของโยวเมิ่งที่ดังขึ้นเรียกให้คนอื่นๆให้มามองทางเฟิงมี่ที่ยื่นอยู่ เฟิงมี่เพียงฝืนยิ้มออกมาแล้วซบหน้าเข้าอ้อมอกของโยวเมิ่ง “ข้ามิคุ้นกับการเห็นเลือดมากมายขนาดนี้นองพื้นเช่นนี้จึงรู้สึกเวียนหัว แถมคลื่นไส้เจ้าค่ะ”

      คำตอบของเฟิงมี่ทำเอาโยวเมิ่งและบิดาของมันยิ้มออกมาอย่างนึกเอ็นดูสตรีงามผู้นี้ก่อนที่โยวเมิ่งนั้นจะยกมือขึ้นโอบกอดพรางลูบหัวปลอบเฟิงมี่ของเขาเบาๆ “คนงามของข้า อย่างกลัวไปเลย ไม่นานมันก็จะจบเราจะมีอำนาจ ร่ำรวย มีเเต่คนยกย่องสรรเสริญ ของเพียงเจ้าทนอีกสักนิดคนดี”

      “ข้าจะทนเจ้าค่ะ”เฟิงมี่เอ่ยขึ้นแม้ในใจเธอนั้นอยากจะหลุดออกจากตรงนี้ลงไปช่วยชาวบ้านเสียเดี๋ยวนั้นภารกิจอะไรนั้นเธอไม่อยากสนใจแล้ว ที่สำคัญคือรักษาชีวิตคน

       ไม่นานนักกลุ่มชาวบ้านที่ยังเหลือรอดชีวิตอู่ก็วิ่งมารวมกัวกันที่บริเวณกำแพงประตูเมืองที่พวกเฟิงมี่อยู่จริงดังที่หวังจงหยินได้กล่าวไว้ ก่อนที่หวังจงหยินนั้นจะเดินก้าวกระโดดขึ้นไปยืนบนสันกำแพงพร้อมเอ่ยออกมา


      “ชาวบ้านทั้งหลายข้ามีทางเลือกให้พวกเจา หากพวกเจ้าอยากมีชีวิตรอดต่อไปก็จงก้มหัวแก่พวกข้า แล้วพวกข้าจะไว้ชีวิต หากผู้ไม่คิดยอมจำนนก็จงก้าวเดินออกมาข้ามิบังคับ”เสียงพูดดังไปทั่วทั้งบริเวณพร้อมกับกลุ่มชาวบ้านบางส่วนที่พากันก้มหัวยอมจำนน ไม่มีใครที่อยากตาย ทุกคนล้วนมีคนสำคัญต้องปกป้อง ต้องเอาตัวรอด เฟิงมี่ทำได้เพียงหลุบตาลงอย่างไม่อยากมองภาพเบื้องหน้า ฟังดูอย่างไรก็เป็นเพียงคำโกหกพวกที่ไม่ยอมสุดท้ายก็จะถูกสังหารจนตายเยี่ยงผักปลาไร้ค่าอยู่ดี

    แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีคนบ้างส่วนที่ไม่ยอมก้มหัว คนพวกนั้นส่วนใหญ่เป็นพวกบัณฑิตที่หยิ่งในศักดิ์ศรีและพวกผู้เฒ่าผู้แก่ที่ไม่คิดเสียดายชีวิตหากต้องตายไปและใจของพวกเขาจะไม่ยอมจำนนให้แก่พวกกบฎปล้นชาติเพราะหากต้องอยู่ภายใต้คนสันดารไม่ต่างการเดรัจฉานอย่างไรก็คงอยู่มิสู้ตายอยู่ดี หวังจงหยินมองดูเหล่าคนที่ไม่ยอมจำนนก่อนหันไปส่งสัญญาณพร้อมกับคนของพรรคเมฆาที่พุ่งเข้าไปสังหารเหล่าคนพวกนั้นราวผักปลา โลหิตสีเเดงสะกระเซ็นไปทั้งบริเวณ ยามนี้หลงเหลือไว้เพียงความหวาดกลัวและฝันร้ายของพวกชาวบ้าน



@Admin

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +10 คุณธรรม +8 ความโหด โพสต์ 2019-6-9 17:21

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +35 ความหิว -44 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 35 -44 + 5

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตัวเบาขั้นสูง
เคล็ดวิชาวารีสิ้นขั้นสูง
หนามคู่เป่าเหลียน
ชุดวังน้ำทิพย์
ม้าเทพอูซุน
กงจักรไท่หยาง
คัมภีร์ละติน
ปราณคลุมวารี
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x2
x9
x15
x5
x9
x40
x5
x215
x5
x221
x1
x1
x1
x50
x1
x1
x50
x1
x1
x1
x1
x4
x25
x1
x1
x100
x100
x55
x1
x2
x15
x15
x2
x38
x2
x50
x5
x500
x8
x5
x120
x120
x120
x120
x10
x22
x165
x253
x15
x10
x146
x364
x1
x25
x308
x1
x106
x48
x66
x41
x120
x498
x113
x1
x30
x112
x166
x784
x2
x2
x208
x312
x160
x158
x1409
x1176
x150
x185
x27
x30
x17
x29
x16
x114
x801
x5
x1164
x10
x140
x1
x4
x11
x1
x2
x101
x206
x68
x2090
x6
x6
x101
x1
x26
x140
x400
x8
x150
x65
x500
x12
x2
x3
x140
x4
x40
x71
x2
x500
x146
x709
x400
x60
x95
x80
x7
x42
x80
x3
x30
x3
x1
x3
x117
x2
x10
x6
x4
x115
x65
x100
x1
x45
x1085
x4
x118
x14
x35
x2077
x102
x204
x5
x110
x4
x2
x696
x1575
x90
x64
x99
x44
x254
x259
x6
x28
x13
x478
x3
x563
x5
x1468
x121
x514
x279
x530
x580
x659
x54
x34
x129
x352
x975
x209
x92
x81
x279
x310
x8
x60
x1
x3
x165
x141
x669
x503
x900
x660
x131
x2071
x2330
x521
x40
x3
x211
x24
x180
x1210
x20
x50
x444
x4346
x960
x1490
x35
x20
x41
x81
x377
x1

1034

กระทู้

3771

โพสต์

62หมื่น

เครดิต

( º﹃º ) หิวปลาปิ้ง!! <''Xx&

เงินชั่ง
834908
เงินตำลึง
203506
ชื่อเสียง
220668
ความหิว
1876

ใบรับรองภาษาคาเมล็อตตราสำนักวังน้ำทิพย์ใบรับรองภาษาไต้หวันใบรับรองภาษาฮั่นใบรับรองภาษาละตินป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV3)

คุณธรรม
17901
ความชั่ว
8289
ความโหด
33795
เยว่หมิง ♦ 夜明
เลเวล 1

จวง ถิงซู่

" ระวังตัวบ้างน้องสาว "
pet
โพสต์ 2019-6-9 23:31:24 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LingHao เมื่อ 2019-6-9 23:42


ไขปริศนาราชันอัคคี
1264
ตื่นมาอีกทีใต้หล้าก็วุ่นวาย
           อาการร้อนวูบตามเรือนกายลามไปทั่วร่าง ซินซู่หวาทราบแล้วว่ามีบางคนเล่นตุกติดกับเครื่องดื่มแก้วนั้นแน่ๆ เพีนงแต่ไม่เข้าใจเรื่องที่อีกฝ่ายปองร้ายตนทำไม? เท่าที่จำได้ในอดีตหรือปัจจุบันดรุณีน้อยพึ่งเคยพบเถาลี่เป็นครั้งแรก ‘รึว่าจะไม่ใช่เพื่อนของพี่สาวจางกันนะ? แต่เล่นฝากข้าเอาไว้ก็คิดว่าไว้วางใจได้สิ’

           มาลองคิดๆดูคณะโคจรลมปราณสกัดต้านพิษร้อนประหลาดไม่ให้ลามกำเริบขึ้นอีก หลิงหลานได้ข้อสันนิฐฐานมาหนึ่งประการ นั่นก็คือ ‘เฟิงมี่’ เห็นทีจะเป็นนามแฝงล่ะแน่ แล้วทำไมที่ว่าต้องใช้นามแฝงสนทนากับสองคนนั้นทั้งจ้งลู่และเถาลี่ ก็พอคาดเดาได้ว่าไม่ไว้วางใจ

           ‘ในการประลองผู้ที่ประมาทคือผู้ที่เพลี่ยงพล้ำ’ บุรุษผมแดงเคยแนะนำตนไว้ ไม่รู้จักจำเอง หนนี้โดนทำร้ายนับว่าเสียค่าโง่.. ไม่ปล่อยให้มีหนที่สองง่ายๆ แน่นอน!!

อ๊ากกก!!! โครม!!!

            ‘แล้วนั่นเสียงเอะอะอะไรกัน… ดังกว่าในบ่อนอีก?’ คิ้วเรียวขมวดมุ่น พบว่าอาการร้อนรุ่มหายไปแล้วค่อยลืมตาขึ้น

           นางจมดิ่งอยุ่ในสมาธิขั้นอุปจารจึงตัดสรรพเสียงโดยรอบออกทั้งหมด เวลาผ่านไปร่วมสองชั่วยาม เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้งก็ต้องประหลาดใจว่าบ่อนใหญ่ประจำเมืองเวลานี้ผู้คนวิ่งพล่านสับสนอลหม่าน บ้างถูกชาวยุทธ์ไม่ทราบพรรคสังกัดเข้าสังหาร ร้องครวญครางกันเป็นที่น่าอเน็จอนาถ กลิ่นคาวเลือดยังไม่เท่าไรแต่ไอ้กลิ่นเถ้าเขม่าควันไฟนั่นมันอะไร? หญิงสาวลุกขึ้นชะเง้อคอออกไปทางหน้าต่าง ฝอยเลือดกระเซ็นเต็มหน้าพาให้พรั่นพรึงนัก

              “อ้ากก!! ช่วยด้วยย!!”

             “ใครขัดขืนฆ่าให้หมดคำสั่งท่านประมุข ปล้น ฆ่า!! อย่าให้หนีไปได้!! ฆ่าา!!”

              “เหยยย ไฟไหม ทะเลเลือดด นี่อะไรกันฟะเนี่ยยย” เหล่าคนชุดดำที่มีตราธงพรรคเมฆาวิ่งไล่ล่าชาวบ้านเมืองเฉินหลิว ทั่วทิศก็มีแต่เสียงอาวุธปะทะเนื้ออวัยวะขาดใส้ไหลกระจายลงกลางถนน นางคล้ายเคยเห็นภาพเช่นนี้มาก่อนเมื่อไรกัน...สงครามกลางเมืองของไต้หวัน? เงื่อเย็นๆ ไหลซึมแผ่นหลังเห็นทีจะอยุ่เฉยไม่ได้เสียแล้ว พวกถ่อยวางเพลิงไปทั่วยังมัวลอยชายอยู่ได้เป็นลูกเจี้ยบปิ้งเกรียมแน่แท้!!

              “เสวี่ยนอู๋มาเร็ว!! แม่เจ้าน่ะทิ้งเจ้าแล้ว รีบมากับข้าก่อนจะกลายเป็นแอ๊วปิ้ง!!” มือเรียวคว้าหางเจ้าลูกจิ้งจอกขนฟู หิ้วไปด้วยเมื่อพบว่ามันนอนหายใจหอบแฮ่กอยุ่ใกล้ๆ

               “ถอยโว้ยยย หลบหน่อยแม่จะแล่นนน!!” สาวเจ้าใช้วิชาตัวเบากระโดดวูบเดียวขึ้นไปบนหลังคา จากภาพมุมสูงเพื่อกำหนดเส้นทางการหนี ทว่าภาพเบื้องหน้าทั้งทะเลเพลิงและสิ่งที่เห็นทำให้ไม่เชื่อสายตาตนเองสักเท่าไร ‘คุณพระสงฆ์ คุณพระธรรม ข้าหลับไปแปปเดียวเฉินหลิวเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นกันเนี่ย!!!’

              ประตุเมืองทั้งฝั่งเนือใต้และตะวันออกล้วนจมอยู่ในทะเลเพลิง เสียงกรีดร้องของผู้ใดไม่ทราบแผดลั่นต่อเนื่อง คูเมืองอาบย้อมเป็นสีโลหิตกระทั่งอาชาไร้คนควบขี่ยังออกวิ่งพล่านอลหม่านโกลาหลยิ่ง 'นรกชัดๆ'

                ยังมีพวกพรรคกระต่ายไม่กินแครอต นางจำได้ ไอ้พวกชุดดำทำตัวแบ๊วด้วยการสักกระต่ายที่ต้นแขน
                แต่นิสัยบรรลัยชั่ว!! มากันเป็นดงลงกันเป็นกอง!!

               เหล่าชาวยุทธ์ถือธงของพรรเมฆาวิ่งกระจายกันออกไล่ล่าผู้คนราวกับเกมกีฬา จับบุรุษได้ก็เชือดคอกระซวกท้อง หากคว้าได้สตรีล่ะก็..โชคร้ายยิ่งกว่าหาไม่ลากเข้าพงหญ้าก็กระชากอาภรณ์จนร่างเปลืยเปล่า จากนั้นกระทำเยี่ยงสัตว์ป่าสมสู่เหยื่อมันกลางถนนแบบนั้นเลย เถ้าแก่สาวเบ้ปากภาพตรงหน้าไร้อารยธรรมไม่เจริญหูเจริญตาเลยสักนิด

                ต้องรีบหนี… หากจำไม่ผิดที่บ่อนต้องฝากอาวุธนางลองลงไปด้วยเสียหน่อยว่ามีอะไรที่ใช้ได้บ้าง กระโจนสองหนลงไปที่ส่วนพักผู้คุมข้าวของหลายอย่างโดนปล้นสะดมภ์ ทว่าจักรสีทองและแส้ทรงประหลาดห้อยป้ายชื่อ ‘เฟิ่งมี่’ ยังอยู่ ดรุณีนอยสงสัยในใจ มิใช่พี่สาวจางออกไปแล้วหรือ? ช่างมันอลหม่านแบบนี้ทิ้งของไว้กลับมาเอาคงยาก นางหยิบไปให้เลยก็แล้วกัน

              ระหว่างทางวิ่งออกมาผิวปากเรียกพี่โฮ่วชื่อ ไม่คาดยังดึงดูดหมาป่านอกด่านอีกตัวหนึ่งมาด้วย เหมือนจะชื่อหย่งฝูหมาของพี่สาวจาง ยังมีอินทรีกับม้าดำลักษณะดีตัวหนึ่ง ซู่หวาผิวปากเรียกซุ่นเจี๋ยนอาศัยเจ้าหมีขาวเกรงว่าหนีไม่ทันโดนบั่นคอก่อนแน่..

               กลั้นใจขี่อาชาทั้งที่ตนเองไม่ชินเลยลำบากนะ มันลำบาก!!!

              ทั้งหมดพร้อมใจกันมุ่งหน้าไปยังประตูตะวันตกที่ยังเหลืออยู่ หลิงหลานไม่คิดมากกระชับดาบมรกตในมือแน่น เจอคนนางถีบคน เจอเด็กรึสตรีนางก็ช่วยเท่าที่ไหว

             “ช่วย...ช่วยบุตรสาวข้าด้วยได้โปรด!!” นี่ก็เป็นอีกเสียงของชายวัยกลางคนที่แก้วตาโดนแกงค์พรรคเมฆาลากเข้าพงไม้ไป

             “ท่านต้องเลือกแล้ว ข้าดเข้าไปช่วยได้แต่จำนวนหนึ่งต่อสี่.. บอกก่อนนะท่านลุงข้าย้อนกลับมาช่วยท่านไม่ทัน” นางปรายตามองยังกอหญ้าสูงข้างทาง ที่บัดนี้มีรองเท้าคู่เล็กข้างหนึ่งตกอยุ่ เสียงกรีดร้องและความสั่นไหวของพงหญ้า ไม่ต้องบอกก็รุ้ว่าพวกมันกำลัง ‘ทำ’ อะไร

            “ฮึก… ฮูหยินตายไปแล้วหวั่นเอ๋อร์เปรียบเสมือนชีวิตข้า หากนางตายข้าก็ไม่ขออยู่!!” ลุงเริ่มร่ำไห้ครวญคราง ส่วนสตรีเถ้าแก่ขมวดคิ้วเป็นปม ช่วยน่ะช่วยได้แต่ถ้าให้เลือกด้านซ้ายมีรถม้าไฟลุกพ่วงสี่ชีวิตด้านใน นางมิสู้เหวี่ยงเชือกออกไปช่วยทางนั้นจะคุ้มกว่าไหม?

             “ลุง!! ตั้งสติเดี๋ยวจับเชือกให้แน่นไม่ว่ายังไงห้ามปล่อย!!” สิ้นความคิดหญิงสาวไม่รอให้อีกฝ่ายงงว่าเชืออันใด เหวี่ยงบ่วงเชือกในมือไปเกี่ยวเพลารถอีกด้านก็ยัดใส่มือชายวัยกลางคน ฝากพี่โฮ่วชื่อช่วยกันดึง ส่วนตนกระโจนเข้าไปในพงหญ้าไล่ทุบหัวสี่ลามกเรียงตัว ดรุณีในพงหญ้าตัวสั่นระริกคล้ายตื่นตระหนกสุุดขีด โดยเฉพาะเมื่อมือที่ขาดของเจ้าโจรปล้นสวาทร่วงลงใส่ตักนาง

             "กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!" ตามระเบียบดรุณีปกติ เจอภาพสยดสยองก็ต้องร้องเป็นธรรมดา
             "ร้องหาอะไรไม่อยากตายก็รีบลุกเร็วเข้าพ่อเจ้าคอยอยู่นู่น!!!" หนึ่งสตรีที่ไม่ปกติเตะแขนที่ตนฟันขาดออกไป ส่งมือให้อีกฝ่ายแล้วพากันวิ่งพร้อมผู้รอดชีวิตไปยังประตูเมืองตะวันตก นางยักลูกนิ้งจอกใส่อกเสื้อเว้นที่ให้มันหายใจส่วนปากก็ตะโกนว่า

              "วิ่งเข้า!! วิ่ง!! เพื่อชีวิตพวกเจ้า!!"

             คนฉลาดไม่ทำอะไรเกินตัว ใครอยู่ไกลเกินไปนางช่วยลำบากก็จะสวดมนต์ให้ภายหลัง





แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +30 คุณธรรม +20 ความชั่ว +28 ความโหด โพสต์ 2019-6-9 23:36

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -142 Point +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -142 + 10

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
รูปปั้นเจ้าแม่หนี่วา
หน้ากากยักษ์ม่วง
มุกอัคคี
เซ็กเธาว์
ธนูเจย์วิน
เพลงกระบี่คู่นก<br>ยวนยางหานเยว่ขั้นสูง
ปราณคลุมวารี
ตัวเบาขั้นสูง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x4
x1
x10
x20
x40
x25
x30
x20
x90
x9
x5
x9
x1
x1
x6
x3
x8
x1
x18
x205
x40
x2
x13
x1007
x2
x150
x1
x5
x4
x2
x15
x41
x1
x699
x1
x1
x3
x145
x1
x2
x1
x25
x5
x2
x4
x1
x290
x50
x5
x15
x36
x11
x2
x7
x5
x880
x3
x3334
x52
x88
x110
x100
x360
x2
x18
x165
x1
x120
x500
x500
x1826
x55
x70
x31
x1615
x9999
x8
x9
x41
x4
x690
x4
x4
x16
x2
x36
x2
x30
x144
x5
x695
x202
x620
x780
x77
x9999
x46
x630
x952
x126
x2090
x51
x390
x537
x485
x854
x100
x4
x1768
x404
x3999
x434
x51
x828
x1843
x1755
x205
x4167
x58
x580
x392
x764
x223
x104
x140
x180
x3
x6
x1
x1000
x76
x35
x1882
x120
x1
x189
x4
x9999
x918
x2
x20
x234
x1413
x4200
x3837
x7
x2534
x1200
x188
x486
x9999
x899
x251
x1
x330
x618
x2270
x264
x50
x10
x2
x7
x7
x14
x21
x9
x98
x6329
x77
x6285
x199
x12
x4195
x9
x5
x3212
x6
x9
x571
x199
x7
x9
x101
x15
x6
x212
x1715
x6
x16
x75
x462
x60
x4
x105
x5
x13
x5
x138
x2
x3
x1
x1478
x500
x115
x5239
x402
x285
x2642
x1874
x7769
x9
x2
x224
x3293
x5250
x910
x965
x7
x274
x802
x90
x300
x50
x556
x2000
x9999
x11
x2101
x9999
x9999
x2227
x1040
x389
x67
x1110
x1
x1418
x30
x1927
x1012
x234
x1
x256
x500
x707
x201
x847
x1673
x1875
x2405
x9999
x2154
x2852
x1239
x3002
x311
x1941
x2284
x1722
x408
x43
x1
x30
x1759
x1463
x63
x1
x7565
x4819
x67
x9999
x120
x273
x438
x1922
x61
x1769
x232
x301
x58
x252
x188
x8
x70
x31
x9999
x33
x400
x1586
x152
x41
x268
x30
x1
x345
x9999
x2510
x800
x70
x60
x10
x131
x9999
x110
x5570
x111
x713
x176
x2

120

กระทู้

1300

โพสต์

21หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
226848
เงินตำลึง
703501
ชื่อเสียง
57250
ความหิว
1871

ตราสำนักวังน้ำทิพย์ใบรับรองภาษาฮั่นใบรับรองภาษาละตินป้ายวังหลังป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV3)

คุณธรรม
5100
ความชั่ว
535
ความโหด
1813
เสวี่ยนอู่
เลเวล 1

เมิ่ง จื่อเหยา

ข้าไม่ได้เตี้ยบนหัวเจ้า
pet
โพสต์ 2019-6-10 01:46:42 | ดูโพสต์ทั้งหมด
   [สงคราม]

     คนแล้วคนเล่าที่ถูกบันคอ ศีรษะกระเด็นอย่างไร้ปราณีหากแต่คนด้านบนกำแพงกลับมองเหยียดลงมาราวกำลังบดบี้เเมลงไร้ค่า ความเลือดเย็นของคนสามารถเกิดขึ้นได้เพื่อความสนองความทะเยอทะยานเพียงนี้ช่างน่าสะอิดสะเอียนยิ่งนัก เฟิงมี่เริ่มรู้สึกรนจนแทบทนไม่ได้จนเมื่อมือดาบที่ไล่บันคอผู้ไม่ยอมจำนนเดินก้าวไปหาบัณฑิตที่กำลังจะเป็นรายต่อไป คมดาบสีเงินวาววับสะท้อนแสงไฟ ร่างของเฟิงมี่แถบพุ่งทะยานออกไปเพียงแต่สิ่งที่เร้วกว่ากลับเป็นลูกธนูลูกหนึ่งที่พุ่งทะยานผ่านช่องประตูที่เปิดออกกว้างเข้ามา เสียบทะลุเข้าที่กลางหัวเพรชฆาตผู้นั้นอย่างงแม่นยำราวจับวางพร้อมกับร่างนั้นที่สิ้นลมแล้วล้มลงแน่นิ่งไป


     กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!!

     “เฟิงมี่ของข้าเจ้าไม่เป็นไรนะ” อีกฝ่ายโอบกอดหญิงสาวแน่นด้วยการปลอบประโลมสาวน้อยในอ้อมกอด “ขวัญเอ๋ยขวัญมานะที่รักของข้า” เสียงชายหนุ่มกระซิบข้างหู


     “...”เฟิงมี่ได้เเต่เพียงหรี่ตามองโยวเมิ่งนั้นอยย่างรำคาญแต่ก็ทำอะไรมากมิได้


      “นั้นมันอะไร ใครบังอาจ!!!”หวังจงหยินที่ยืนอยู่บนสันกำแพงเอ่ยตะโกนออกมาพร้อมกับคนทั้งหมดบนกำแพงที่พากันหันไปมองยังทิศที่ลูกธนูพุ่งมาก่อนพบกับกลุ่มกองกำลังในชุดสีแดงแปลกตาที่มิใช่กองกำลังของตนยืนรวมพลกัันอยู่ที่ด้านนอกของเมือง