ดู: 82|ตอบกลับ: 7

{ เมืองเฉินหลิว } ประตูเมืองตะวันตกว่านโซ่ว

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2019-6-9 15:45:14 |โหมดอ่าน


ประตูเมืองตะวันตกว่านโซ่ว

{ เมืองเฉินหลิว }


ประตูทิศตะวันตกเมืองเฉินหลิว หน้าด่านสู่เฉินหลิวเมืองเอกด้านเศรษฐกิจบ่อนและผ้าไหม
จะได้พบกับเมืองใหญ่แห่งภูมิภาคกวนจง ไม่เป็นรองสวีซางศูนย์กลางการค้าแดนจงหยวน
ประตุเมืองแห่งนี้สร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมที่มั่นคงแข็งแกร่ง ผสมอิฐและหินภูเขาสลักลวดลายงดงาม
ท่านเจ้าเมืองคอยสั่งให้ดูแลอย่างเข้มงวดปกติมีนายด่านคอยตรวจตราเสมอ








คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 Point +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 10

ดูบันทึกคะแนน

96

กระทู้

1088

โพสต์

18หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
79414
เงินตำลึง
686588
ชื่อเสียง
49631
ความหิว
1868

ป้ายวังหลังป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV2)

คุณธรรม
2141
ความชั่ว
573
ความโหด
1139
ไข่ปริศนา(4)
เลเวล 1

จาง จู๋เวย

ไม่เป็นไรแน่หรอ
pet
โพสต์ 2019-6-9 15:48:05 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Zhangfu เมื่อ 2019-6-9 21:12

[การร่วมมือกันที่เหนือความคาดหมาย]

     เฟิงมี่เดินเคียงข้างโยวเมิ่งมาเป็นเวลากว่าชั่วยามท่ามกลางเสียงกรีดร้องและทรมาณของชาวบ้านที่ไม่รู้เรื่องรู้ราว ภาพคืนวันเก่าๆที่เมืองลูเจียนพลันย้อนกลับเข้ามาในมโนความคิด ไม่น่าเมืองเฉินหลิวเองก็คงมีสภาพไม่ต่างกันแน่ๆ แต่ยามนี้เธอทำได้เพียงแค่หลับหูหลับตาเดินมุ่งหน้าตามชายหนุ่มผู้นี้ต่อไปโดยที่ช่วยอะไรพวกชาวบ้านมิได้เลย มันเจ็บปวด ริมฝีปากบางขบเม้มกันจนช้ำเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ไม่ให้เธอลงมือจนทุกอย่างมันเเย่เกินไป ไม่นานนักเฟิงมี่และโยวเมิงก็เดินกันมาจนถึงบริเวณกำแพงเมืองก่อนที่โยวเมิ่งนั้นจะพาเธอนั้นเดินขึ้นไปยังด้านบน


    เมื่อขึ้นมาคนผู้เเรกที่เฟิงมี่ได้เห็นคือชายผู้หนึ่งที่แต่งตัวดูภูมิฐานคล้ายพวกอำมาตร์ขุนนางใหญ่ในวัง  เส้นผมสีดำแซมขาวรวบตึงประดับหมวกลายเมฆขลิบขอบทองดูมีอำนาจและตัวตนลึกลับอยางมากกำลังยืนแสยะยิ้มทอดสายตามองไปยังเหล่าชาวบ้านจำนวนหนึ่งที่ยอมก้มหัวจำนน ส่วนอีกผู้นหนึ่งคือชายวัยประมาณหกสิบกว่าอยู่ในชุดที่มีตราประจำพรรคเมฆาประดับอยู่คาดว่าผู้นี้แหละคือหวังจงหยินที่เมื่อห้าปีเข้ามาป่วนงานแต่งของเธอและเจี๋ยเฟย ส่วนอีกคนคงไม่พ้นเป็นโยวเจาเป้าหมายของเธอ


   “อาเมิ่งในที่สุดเจ้าก็มาเสียที ดูสินี่ละอำนาจ นี่ละคือการอยู่เหนือทุกสิ่ง”โยวเจาเอ่ยทักลูกชายของตนที่พึ่งมาถึง ริมฝีปากเเสยะยิ้มมองเมืองเฉินหลิวที่นองไปด้วยเลือดอย่างหยิ่งทะนง ก่อนที่ดวงตาคู่นั้นจะตวัดมามองยังเฟิงมี่ที่บุตรชายโอบกอดเอาไว้พลางเลิ่กคิ้วมอง “สตรีผู้นี้คือใคร อาเมิ่ง”


    “ท่านพ่อ นางชื่อเฟิงมี่เป็นสาวงามที่ได้เจอมา เมื่อคราวที่เราได้ครองเมือง ข้าอยากให้นางเป็นชายาข้าท่านพ่อ” โยวเมิ่งเอ่ยพร้อมกระชับเเขนโอบกอดร่างบางของเฟิงมี่ให้เเน่นขึ้น ส่วนดยวเจานั้นมีเพียงแค่เลิ่กคิ้วขึ้นมามองเล็กน้อย เพราะบุตรชายเขาปกติเห็นเพียงหยอกล้อหญิงสาวเอาควาสำราญยังมิเคยเห็นบุตรชายผู้นี้ของตนพูดจาจริงจังเฉกเช่นนี้มาก่อน ซ้ำแม่นางเฟิงมี่เองก็มีใบหน้างดงามชวนหลงไหลยิ่งมิเเปลกที่บุตรชายเขานั้นจะต้องตาต้องใจนางจนถึงขนาดอยากได้มาเป็นชายา

     “เฟิงเออร์คนดีคารวะท่านสิท่าน ท่านเป็นบิดาข้าอีกไม่นานก็จะเป็นบิดาเจ้าด้วย ส่วนอีกท่านคือท่านประมุขพรรคเมฆาที่เก่งกาจหวังจงหยิน”


     เฟิงมี่เหยียดยิ้มหวานส่งให้โยวเมิ่งก่อนที่นางนั้นจะขยับตัวแล้วยกมือขึ้นคำนับแก่คนเบื้องหน้าทั้งสองด้วยท่าทีน้อบนอม อ่อนหวาน “เฟิ่งมี่คารวะท่าพ่อ คารวะท่านประมุขเจ้าค่ะ”


     จริตจก้าน กริยาที่ดูอ่อหวานแต่ก็เเฝงได้ด้วยความเย้ายวนในแบบที่บุรุษมิอาจต้านทานและวาจาที่ไพเราะ ที่เอ่ยกล่าวออกมาทำให้โยวเจาถึงกับพยักหน้าอย่างเข้าใจว่าเหตุใดสตรีผู้นี้จึงสามารถจับมัดบุตรชายเสเพลของเขาได้อย่างอยู่มัดนัก ต่างกับคุณหนู ผู้ดีตามตะกูลใหญ่ต่างๆที่หาได้มีไม่ โยวเจาพยักหน้าแล้วมองดูสตรีนามเฟิงมี่ด้วยท่าทางเอ็นดูต่างกับหวังจงหยินนั้นที่ถึงแม้ยกมือขึ้นรับคารวะหากแต่ดวงตากลบจดจ้องร่างบางตรงหน้าอย่างคาดเดาไม่ออก ใบหน้านั้นของนางคือจางฝูภรรยาของหลินเจี๋ยเฟยแห่งฉางซา แต่เหตุใดนางจึงมาอยู่ที่นี่ในยามนี้ ซ้ำยังไม่มีท่าทีสนใจพวกชาวบ้านที่กำลังเดือดร้อนต่างจากจางฝูที่เป็นชาวยุทธ์ไร้สังกัดทำงานช่วยทางการปราบปรามคนช่วยที่ข่มเหงชาวบ้าน เรียกว่าเมืองใดเกิดเรื่องร้ายนางแทบจะพุ่งตัวไปตลอดแต่ยามนี้กลับนิ่งเฉยมองดูผู้คนถูกฆ่าตายอย่างไม่คิดยืนมือเข้าช่วย


     “ท่านประมุขหวังจ้องเฟิงเออร์ของข้ามิวางตาเชียวข้ารู้ว่านางงดงาม แต่จดจ้องเช่นนี้ข้าหึงหวงนะ”โยวเมิ่งเอ่ยออกมาเมื่อเห็นประมุขของพรรคเมฆาจดจ้องสตรีของเขามานานแล้วพร้อมกับดึงเอาร่างของเฟิงมี่นั้นเข้าไปโอบกอดเอาไว้


     “ขออภัยคุณชาย นางงดงามสมกับท่านจริงๆ”ประมุขหวังเอ่ยก่อนที่ตอนนั้นจะมีคนในชุดดำที่มีรอยสักกระต่ายเดินเข้ามาพร้อมยกมือขึ้นรายงาน   


      "ท่านประมุขเมฆา กำลังเสริมจากภูตทมิฬลมดำมาถึงแล้ว"คนชุดดำที่ดูจะเป็นสตรีเอ่ยออกมา เพียงน้ำเสียงนั้นกลับคุ้นหูเฟิงมี่เป็นอย่างมากจนบอกไม่ถูกว่าเธอเคยได้ยินเสียงนี้มาจากที่ใด แต่อย่างน้อยตอนนี้มันก็ทำให้เธอได้รู้ว่าการกวาดล้างเฉินหลิวนี้ไม่ได้มีเพียงพรรคเมฆาที่ม่วนร่วมแต่พรรคมารอย่าภูติทมิฬลมดำก็เข้ามามีส่วนร่วมด้วย พวกมันทั้งคู่ร่วมมือกันงานนี้เห็นทีไม่ใช่เพียงงานเล็กๆอย่างลอบจับเสียแล้ว


     "พวกข้าบอกแล้วว่าเวลานี้เฉินหลิวยึดง่ายที่สุดและทำเลเหมาะสมตั้งเป็นแหล่งเสบียงในจงหยวน"สตรีชุดดำนั้นเอ่ยขึ้นอีกพรางเหลือบมองมาทางเฟิงมี่และโยวเมิ่งเล็กน้อย


     "ดีมาก ท่านผู้คุมกฎขวา เสร็จงานนี้ข้าจะตอบแทนท่านจ้าวยุทธภพแน่นอน"หวังจงหยินเอ่ยขึ้นแล้วมองดูกองกำลังที่กำลังเข้ามาเพิ่มเรื่อยๆ


     "ท่านประมุขพวกเราก็หวังเช่นนั้น"สตรีชุดดำนั้นเอ่ยก่อนจะยกธงสัญลกษณ์พรรคขึ้นเป็นสัญญาณพร้อมกับกองคนในพรรคภูตทมิมลมดำที่ที่บุกเข้าสู่เมืองเฉินหลิวร่วมมือสมทบกับคนของพรรคเมฆาต่อสู้กับพวกทหารและมือปราบในเมืองที่กำลังเสียเปรียบ ระหว่างที่คนทั้งห้ากำลังยืนดูการต่อสุ้บนกำแพงเมืองอยู่นั้นก็มีคนอีกผู้หนึ่งร่อนทะยานตัวลงมายืนด้านหลังหวัจงหยิน เขาเป็นชายหนุ่มรูปร่างกำยำใบหน้าครึ่งหนึ่งมีหน้ากากปิดทับเอาไว้


    “ท่านพ่อ กองธงทองของน้องสามได้รุกคืบเข้าเขตกลางเมืองแล้ว กองธงไม้ของน้องสี่สี่ได้นำคนไปสกัดกั้นที่ประตูตะวันออกและกองธงดินของข้าได้ยึดครองทางเหนือเรียบร้อย กองธงน้ำเองก็แจ้งมาว่าครองใต้เรียบร้อยครับ"หวังจงหยินได้ฟังก็ยิ่งยิ้มปริออกมา การยึดเมืองเฉินหลิวครั้งนี้ช่างง่ายดายยิ่งอีกไม่นานก็สำเร็จ

     "เยี่ยม เหอจวิ้นกลับไปบัญชาการต่อ คืนนี้เราจะเอาเฉินหลิวมาเป็นของพวกเราเมฆา!!"


      เฟิงมี่ยิ่งเมื่อได้ฟังรายงานสถานะการณ์ในใจเธอยิ่งร้อนรุมจนแทบคุ้มไม่อยู่ต้องมีชาวบ้านอีกกี่ร้อนกี่พันที่ต้องมาบาดเจ็บล้มตายเพียงเพราะความทะเยอทะยานของกลุ่มคนไม่กี่กลุ่ม แต่ที่หน้าเจ็บใจกว่าคือเธอไม่สายมารถลงมือทำอะไรได้เลยสักอย่างๆ กำลังพลที่จะต่อกรก็มีน้อยลงทุกที อีกเพราะการโจมตียามวิกาลเช่นนี้ไม่มีทางที่คนของทางการจะส่งข่าวของกำลังเสริมจากเหมืองหลวงหรือเมืองอื่นๆได้ทันแน่ถึงแม้ส่งข่าวได้แต่เวลาก็ไม่มีเธอเพียงคนเดียวยื้อเวลามากขนาดนั้นไม่ได้…

    การเข่นฆ่ายังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง เสียงร้องโหยหวนร้องขอชีวิตจากคนทะเยอทะยานที่เห็นแก่ตัวนี้ดังก้องไปทั่วทั้งบริเวณประตูตะวันตก โดยมีเสียงหัวเราะที่บ้าคลั่งของโยวเจาดังก้องขึ้นพร้อมกับร่างของโยวเจาที่เดินไปยังริมขอบกำแพงประตูเมืองจ้องมองชาวบ้านที่ไร้สิ้นไม้ตอกก้มลงคำนับตนราวตัวมันเป็นกษัตริย์ และเมืองมองไปยังประตุเมืองทางทิศอื่นๆก็พบว่าทุกทิศนอกจากที่ที่เฟิงมี่อยู่นั้นล้วนแล้วเต่มีแสงสีส้มส่องประกายอยู่ ‘พวกมันเผาประตู…’

     “โอ้ ท่านโยวเจาดูสิทางประตูทางออกจากเมืองทั้งสามล้วนแต่ถูกเผาแล้วไม่นานคนในเมืองจะต้องมารวมตัวที่ประตูทางออกเดียวที่นี่ ใครที่ไม่ยอมก้มหัวข้าจะเด็ดหัวมันเอง”หวังจงหยินเอ่ยกล่าวออกมายิ่งทำให้โยวเจานั้นยิ้มกริ่มออกมาด้วยความพึงพอใจ ยึดเมืองมันช่างง่ายยิ่งนัก

      “เฟิงเออร์ดูสิ ราวดอกไม้สีเพลิงใหญ่และงดงามกับลุกโชนอยุ่เลย”โยวเมิ่งเอ่ยออกมาพร้อมยกมือชี้ไปยังทิศประตูทางออกทั้งสามทางที่สาดส่องประกายสีส้มอย่างบันเทิงใจก่อนจะหันก้มมองมายังคนงามของมันในอ้อมแขน ก่อนสังเกตุได้ว่าใบนางของนางซีดเผือดไปเล็กน้อย “เฟิงเออร์หน้าเจ้าซีดๆนะคนงามเจ้าเป็นอะไรรึป่าว”


      คำถามของโยวเมิ่งที่ดังขึ้นเรียกให้คนอื่นๆให้มามองทางเฟิงมี่ที่ยื่นอยู่ เฟิงมี่เพียงฝืนยิ้มออกมาแล้วซบหน้าเข้าอ้อมอกของโยวเมิ่ง “ข้ามิคุ้นกับการเห็นเลือดมากมายขนาดนี้นองพื้นเช่นนี้จึงรู้สึกเวียนหัว แถมคลื่นไส้เจ้าค่ะ”

      คำตอบของเฟิงมี่ทำเอาโยวเมิ่งและบิดาของมันยิ้มออกมาอย่างนึกเอ็นดูสตรีงามผู้นี้ก่อนที่โยวเมิ่งนั้นจะยกมือขึ้นโอบกอดพรางลูบหัวปลอบเฟิงมี่ของเขาเบาๆ “คนงามของข้า อย่างกลัวไปเลย ไม่นานมันก็จะจบเราจะมีอำนาจ ร่ำรวย มีเเต่คนยกย่องสรรเสริญ ของเพียงเจ้าทนอีกสักนิดคนดี”

      “ข้าจะทนเจ้าค่ะ”เฟิงมี่เอ่ยขึ้นแม้ในใจเธอนั้นอยากจะหลุดออกจากตรงนี้ลงไปช่วยชาวบ้านเสียเดี๋ยวนั้นภารกิจอะไรนั้นเธอไม่อยากสนใจแล้ว ที่สำคัญคือรักษาชีวิตคน

       ไม่นานนักกลุ่มชาวบ้านที่ยังเหลือรอดชีวิตอู่ก็วิ่งมารวมกัวกันที่บริเวณกำแพงประตูเมืองที่พวกเฟิงมี่อยู่จริงดังที่หวังจงหยินได้กล่าวไว้ ก่อนที่หวังจงหยินนั้นจะเดินก้าวกระโดดขึ้นไปยืนบนสันกำแพงพร้อมเอ่ยออกมา


      “ชาวบ้านทั้งหลายข้ามีทางเลือกให้พวกเจา หากพวกเจ้าอยากมีชีวิตรอดต่อไปก็จงก้มหัวแก่พวกข้า แล้วพวกข้าจะไว้ชีวิต หากผู้ไม่คิดยอมจำนนก็จงก้าวเดินออกมาข้ามิบังคับ”เสียงพูดดังไปทั่วทั้งบริเวณพร้อมกับกลุ่มชาวบ้านบางส่วนที่พากันก้มหัวยอมจำนน ไม่มีใครที่อยากตาย ทุกคนล้วนมีคนสำคัญต้องปกป้อง ต้องเอาตัวรอด เฟิงมี่ทำได้เพียงหลุบตาลงอย่างไม่อยากมองภาพเบื้องหน้า ฟังดูอย่างไรก็เป็นเพียงคำโกหกพวกที่ไม่ยอมสุดท้ายก็จะถูกสังหารจนตายเยี่ยงผักปลาไร้ค่าอยู่ดี

    แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีคนบ้างส่วนที่ไม่ยอมก้มหัว คนพวกนั้นส่วนใหญ่เป็นพวกบัณฑิตที่หยิ่งในศักดิ์ศรีและพวกผู้เฒ่าผู้แก่ที่ไม่คิดเสียดายชีวิตหากต้องตายไปและใจของพวกเขาจะไม่ยอมจำนนให้แก่พวกกบฎปล้นชาติเพราะหากต้องอยู่ภายใต้คนสันดารไม่ต่างการเดรัจฉานอย่างไรก็คงอยู่มิสู้ตายอยู่ดี หวังจงหยินมองดูเหล่าคนที่ไม่ยอมจำนนก่อนหันไปส่งสัญญาณพร้อมกับคนของพรรคเมฆาที่พุ่งเข้าไปสังหารเหล่าคนพวกนั้นราวผักปลา โลหิตสีเเดงสะกระเซ็นไปทั้งบริเวณ ยามนี้หลงเหลือไว้เพียงความหวาดกลัวและฝันร้ายของพวกชาวบ้าน



@Admin

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +10 คุณธรรม +8 ความโหด โพสต์ 2019-6-9 17:21

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +35 ความหิว -44 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 35 -44 + 5

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หมวกไผ่ผ้าคลุม
ม้าเทพอูซุน
ตัวเบาขั้นสูง
กงจักรไท่หยาง
แส้จิ่วเทียน
คัมภีร์ละติน
ปราณคลุมวารี
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x4
x5
x1
x30
x30
x30
x30
x10
x8
x18
x104
x3
x10
x104
x172
x1
x25
x118
x1
x68
x32
x46
x28
x120
x3
x98
x89
x1
x20
x66
x60
x784
x1
x2
x114
x202
x150
x129
x5088
x552
x150
x113
x9
x30
x20
x29
x1
x115
x466
x1
x9264
x10
x110
x1
x4
x9
x1
x2
x131
x186
x62
x3085
x6
x3
x45
x1
x1
x90
x1400
x8
x150
x65
x1000
x9
x3
x3
x40
x4
x40
x71
x2
x1500
x120
x414
x135
x60
x95
x100
x7
x26
x90
x3
x39
x3
x20
x1
x3
x80
x2
x60
x29
x4
x100
x50
x100
x1
x15
x1075
x3
x30
x68
x35
x30
x2742
x102
x180
x5
x115
x4
x2
x360
x886
x77
x64
x99
x44
x254
x259
x6
x30
x12
x348
x4
x563
x5
x1468
x86
x295
x264
x417
x780
x456
x32
x39
x133
x352
x652
x209
x92
x73
x329
x310
x8
x60
x1
x3
x127
x141
x669
x503
x838
x660
x128
x3071
x2330
x521
x20
x3
x1162
x28
x130
x1210
x6
x35
x3444
x2680
x3960
x4990
x9
x35
x20
x41
x81
x377
x1

838

กระทู้

3274

โพสต์

46หมื่น

เครดิต

( º﹃º ) หิวปลาปิ้ง!! <''Xx&

เงินชั่ง
1167220
เงินตำลึง
23656
ชื่อเสียง
191818
ความหิว
734

ป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV2)

คุณธรรม
15300
ความชั่ว
8223
ความโหด
23325
เยว่หมิง ♦ 夜明
เลเวล 1

จวง ถิงซู่

" ระวังตัวบ้างน้องสาว "
pet
โพสต์ 2019-6-9 23:31:24 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LingHao เมื่อ 2019-6-9 23:42


ไขปริศนาราชันอัคคี
1264
ตื่นมาอีกทีใต้หล้าก็วุ่นวาย
           อาการร้อนวูบตามเรือนกายลามไปทั่วร่าง ซินซู่หวาทราบแล้วว่ามีบางคนเล่นตุกติดกับเครื่องดื่มแก้วนั้นแน่ๆ เพีนงแต่ไม่เข้าใจเรื่องที่อีกฝ่ายปองร้ายตนทำไม? เท่าที่จำได้ในอดีตหรือปัจจุบันดรุณีน้อยพึ่งเคยพบเถาลี่เป็นครั้งแรก ‘รึว่าจะไม่ใช่เพื่อนของพี่สาวจางกันนะ? แต่เล่นฝากข้าเอาไว้ก็คิดว่าไว้วางใจได้สิ’

           มาลองคิดๆดูคณะโคจรลมปราณสกัดต้านพิษร้อนประหลาดไม่ให้ลามกำเริบขึ้นอีก หลิงหลานได้ข้อสันนิฐฐานมาหนึ่งประการ นั่นก็คือ ‘เฟิงมี่’ เห็นทีจะเป็นนามแฝงล่ะแน่ แล้วทำไมที่ว่าต้องใช้นามแฝงสนทนากับสองคนนั้นทั้งจ้งลู่และเถาลี่ ก็พอคาดเดาได้ว่าไม่ไว้วางใจ

           ‘ในการประลองผู้ที่ประมาทคือผู้ที่เพลี่ยงพล้ำ’ บุรุษผมแดงเคยแนะนำตนไว้ ไม่รู้จักจำเอง หนนี้โดนทำร้ายนับว่าเสียค่าโง่.. ไม่ปล่อยให้มีหนที่สองง่ายๆ แน่นอน!!

อ๊ากกก!!! โครม!!!

            ‘แล้วนั่นเสียงเอะอะอะไรกัน… ดังกว่าในบ่อนอีก?’ คิ้วเรียวขมวดมุ่น พบว่าอาการร้อนรุ่มหายไปแล้วค่อยลืมตาขึ้น

           นางจมดิ่งอยุ่ในสมาธิขั้นอุปจารจึงตัดสรรพเสียงโดยรอบออกทั้งหมด เวลาผ่านไปร่วมสองชั่วยาม เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้งก็ต้องประหลาดใจว่าบ่อนใหญ่ประจำเมืองเวลานี้ผู้คนวิ่งพล่านสับสนอลหม่าน บ้างถูกชาวยุทธ์ไม่ทราบพรรคสังกัดเข้าสังหาร ร้องครวญครางกันเป็นที่น่าอเน็จอนาถ กลิ่นคาวเลือดยังไม่เท่าไรแต่ไอ้กลิ่นเถ้าเขม่าควันไฟนั่นมันอะไร? หญิงสาวลุกขึ้นชะเง้อคอออกไปทางหน้าต่าง ฝอยเลือดกระเซ็นเต็มหน้าพาให้พรั่นพรึงนัก

              “อ้ากก!! ช่วยด้วยย!!”

             “ใครขัดขืนฆ่าให้หมดคำสั่งท่านประมุข ปล้น ฆ่า!! อย่าให้หนีไปได้!! ฆ่าา!!”

              “เหยยย ไฟไหม ทะเลเลือดด นี่อะไรกันฟะเนี่ยยย” เหล่าคนชุดดำที่มีตราธงพรรคเมฆาวิ่งไล่ล่าชาวบ้านเมืองเฉินหลิว ทั่วทิศก็มีแต่เสียงอาวุธปะทะเนื้ออวัยวะขาดใส้ไหลกระจายลงกลางถนน นางคล้ายเคยเห็นภาพเช่นนี้มาก่อนเมื่อไรกัน...สงครามกลางเมืองของไต้หวัน? เงื่อเย็นๆ ไหลซึมแผ่นหลังเห็นทีจะอยุ่เฉยไม่ได้เสียแล้ว พวกถ่อยวางเพลิงไปทั่วยังมัวลอยชายอยู่ได้เป็นลูกเจี้ยบปิ้งเกรียมแน่แท้!!

              “เสวี่ยนอู๋มาเร็ว!! แม่เจ้าน่ะทิ้งเจ้าแล้ว รีบมากับข้าก่อนจะกลายเป็นแอ๊วปิ้ง!!” มือเรียวคว้าหางเจ้าลูกจิ้งจอกขนฟู หิ้วไปด้วยเมื่อพบว่ามันนอนหายใจหอบแฮ่กอยุ่ใกล้ๆ

               “ถอยโว้ยยย หลบหน่อยแม่จะแล่นนน!!” สาวเจ้าใช้วิชาตัวเบากระโดดวูบเดียวขึ้นไปบนหลังคา จากภาพมุมสูงเพื่อกำหนดเส้นทางการหนี ทว่าภาพเบื้องหน้าทั้งทะเลเพลิงและสิ่งที่เห็นทำให้ไม่เชื่อสายตาตนเองสักเท่าไร ‘คุณพระสงฆ์ คุณพระธรรม ข้าหลับไปแปปเดียวเฉินหลิวเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นกันเนี่ย!!!’

              ประตุเมืองทั้งฝั่งเนือใต้และตะวันออกล้วนจมอยู่ในทะเลเพลิง เสียงกรีดร้องของผู้ใดไม่ทราบแผดลั่นต่อเนื่อง คูเมืองอาบย้อมเป็นสีโลหิตกระทั่งอาชาไร้คนควบขี่ยังออกวิ่งพล่านอลหม่านโกลาหลยิ่ง 'นรกชัดๆ'

                ยังมีพวกพรรคกระต่ายไม่กินแครอต นางจำได้ ไอ้พวกชุดดำทำตัวแบ๊วด้วยการสักกระต่ายที่ต้นแขน
                แต่นิสัยบรรลัยชั่ว!! มากันเป็นดงลงกันเป็นกอง!!

               เหล่าชาวยุทธ์ถือธงของพรรเมฆาวิ่งกระจายกันออกไล่ล่าผู้คนราวกับเกมกีฬา จับบุรุษได้ก็เชือดคอกระซวกท้อง หากคว้าได้สตรีล่ะก็..โชคร้ายยิ่งกว่าหาไม่ลากเข้าพงหญ้าก็กระชากอาภรณ์จนร่างเปลืยเปล่า จากนั้นกระทำเยี่ยงสัตว์ป่าสมสู่เหยื่อมันกลางถนนแบบนั้นเลย เถ้าแก่สาวเบ้ปากภาพตรงหน้าไร้อารยธรรมไม่เจริญหูเจริญตาเลยสักนิด

                ต้องรีบหนี… หากจำไม่ผิดที่บ่อนต้องฝากอาวุธนางลองลงไปด้วยเสียหน่อยว่ามีอะไรที่ใช้ได้บ้าง กระโจนสองหนลงไปที่ส่วนพักผู้คุมข้าวของหลายอย่างโดนปล้นสะดมภ์ ทว่าจักรสีทองและแส้ทรงประหลาดห้อยป้ายชื่อ ‘เฟิ่งมี่’ ยังอยู่ ดรุณีนอยสงสัยในใจ มิใช่พี่สาวจางออกไปแล้วหรือ? ช่างมันอลหม่านแบบนี้ทิ้งของไว้กลับมาเอาคงยาก นางหยิบไปให้เลยก็แล้วกัน

              ระหว่างทางวิ่งออกมาผิวปากเรียกพี่โฮ่วชื่อ ไม่คาดยังดึงดูดหมาป่านอกด่านอีกตัวหนึ่งมาด้วย เหมือนจะชื่อหย่งฝูหมาของพี่สาวจาง ยังมีอินทรีกับม้าดำลักษณะดีตัวหนึ่ง ซู่หวาผิวปากเรียกซุ่นเจี๋ยนอาศัยเจ้าหมีขาวเกรงว่าหนีไม่ทันโดนบั่นคอก่อนแน่..

               กลั้นใจขี่อาชาทั้งที่ตนเองไม่ชินเลยลำบากนะ มันลำบาก!!!

              ทั้งหมดพร้อมใจกันมุ่งหน้าไปยังประตูตะวันตกที่ยังเหลืออยู่ หลิงหลานไม่คิดมากกระชับดาบมรกตในมือแน่น เจอคนนางถีบคน เจอเด็กรึสตรีนางก็ช่วยเท่าที่ไหว

             “ช่วย...ช่วยบุตรสาวข้าด้วยได้โปรด!!” นี่ก็เป็นอีกเสียงของชายวัยกลางคนที่แก้วตาโดนแกงค์พรรคเมฆาลากเข้าพงไม้ไป

             “ท่านต้องเลือกแล้ว ข้าดเข้าไปช่วยได้แต่จำนวนหนึ่งต่อสี่.. บอกก่อนนะท่านลุงข้าย้อนกลับมาช่วยท่านไม่ทัน” นางปรายตามองยังกอหญ้าสูงข้างทาง ที่บัดนี้มีรองเท้าคู่เล็กข้างหนึ่งตกอยุ่ เสียงกรีดร้องและความสั่นไหวของพงหญ้า ไม่ต้องบอกก็รุ้ว่าพวกมันกำลัง ‘ทำ’ อะไร

            “ฮึก… ฮูหยินตายไปแล้วหวั่นเอ๋อร์เปรียบเสมือนชีวิตข้า หากนางตายข้าก็ไม่ขออยู่!!” ลุงเริ่มร่ำไห้ครวญคราง ส่วนสตรีเถ้าแก่ขมวดคิ้วเป็นปม ช่วยน่ะช่วยได้แต่ถ้าให้เลือกด้านซ้ายมีรถม้าไฟลุกพ่วงสี่ชีวิตด้านใน นางมิสู้เหวี่ยงเชือกออกไปช่วยทางนั้นจะคุ้มกว่าไหม?

             “ลุง!! ตั้งสติเดี๋ยวจับเชือกให้แน่นไม่ว่ายังไงห้ามปล่อย!!” สิ้นความคิดหญิงสาวไม่รอให้อีกฝ่ายงงว่าเชืออันใด เหวี่ยงบ่วงเชือกในมือไปเกี่ยวเพลารถอีกด้านก็ยัดใส่มือชายวัยกลางคน ฝากพี่โฮ่วชื่อช่วยกันดึง ส่วนตนกระโจนเข้าไปในพงหญ้าไล่ทุบหัวสี่ลามกเรียงตัว ดรุณีในพงหญ้าตัวสั่นระริกคล้ายตื่นตระหนกสุุดขีด โดยเฉพาะเมื่อมือที่ขาดของเจ้าโจรปล้นสวาทร่วงลงใส่ตักนาง

             "กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!" ตามระเบียบดรุณีปกติ เจอภาพสยดสยองก็ต้องร้องเป็นธรรมดา
             "ร้องหาอะไรไม่อยากตายก็รีบลุกเร็วเข้าพ่อเจ้าคอยอยู่นู่น!!!" หนึ่งสตรีที่ไม่ปกติเตะแขนที่ตนฟันขาดออกไป ส่งมือให้อีกฝ่ายแล้วพากันวิ่งพร้อมผู้รอดชีวิตไปยังประตูเมืองตะวันตก นางยักลูกนิ้งจอกใส่อกเสื้อเว้นที่ให้มันหายใจส่วนปากก็ตะโกนว่า

              "วิ่งเข้า!! วิ่ง!! เพื่อชีวิตพวกเจ้า!!"

             คนฉลาดไม่ทำอะไรเกินตัว ใครอยู่ไกลเกินไปนางช่วยลำบากก็จะสวดมนต์ให้ภายหลัง





แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +30 คุณธรรม +20 ความชั่ว +28 ความโหด โพสต์ 2019-6-9 23:36

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -142 Point +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -142 + 10

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ปราณคลุมวารี
มุกอัคคี
หน้ากากยักษ์ม่วง
กระบี่ถานเซี่ย
รูปปั้นเจ้าแม่หนี่วา
ปีกเฟิ่งหวง
เพลงกระบี่คู่นก<br>ยวนยางหานเยว่ขั้นสูง
ตัวเบาขั้นสูง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x5
x5
x5
x1
x7378
x35
x2
x41
x40
x40
x40
x1
x8
x165
x1
x120
x500
x500
x491
x1
x9
x1
x2
x5
x5
x30
x250
x9999
x4
x5
x1
x41
x4
x382
x2
x3
x5
x3
x2
x8
x2
x20
x39
x7
x165
x92
x620
x18
x292
x29
x4140
x2
x610
x1002
x82
x1980
x25
x7
x485
x515
x853
x100
x3
x832
x188
x4024
x124
x35
x742
x1771
x1709
x205
x4237
x74
x188
x364
x597
x2
x45
x60
x70
x107
x1
x5
x1
x990
x77
x20
x1130
x120
x1
x122
x4
x9999
x898
x2
x17
x275
x867
x4200
x3837
x5
x858
x1230
x60
x437
x9999
x899
x20
x74
x1
x190
x510
x2770
x289
x32
x10
x2
x6
x7
x14
x22
x9
x90
x5707
x77
x3010
x199
x12
x3793
x9
x18
x3312
x3
x9
x544
x203
x7
x9
x141
x16
x6
x202
x715
x6
x16
x60
x387
x59
x3
x100
x5
x12
x2
x3
x138
x1
x3
x1
x1478
x100
x56
x5439
x406
x339
x2508
x840
x9999
x2
x8
x2
x283
x3793
x5350
x910
x812
x10
x249
x795
x110
x300
x50
x299
x2100
x9999
x11
x1068
x9999
x9563
x2162
x1225
x389
x67
x1110
x1
x1418
x30
x1963
x928
x225
x1
x267
x556
x777
x151
x599
x1716
x1620
x2435
x9999
x2336
x3638
x1329
x2918
x339
x1941
x2224
x2092
x58
x43
x1
x29
x1759
x1049
x33
x1
x7964
x4465
x67
x300
x70
x98
x388
x1812
x60
x1619
x187
x300
x18
x244
x167
x8
x65
x30
x9999
x5
x360
x955
x164
x25
x31
x251
x18
x1
x281
x7693
x2422
x540
x10
x20
x5
x99
x9999
x10
x120
x2873
x111
x713
x176
x2

96

กระทู้

1088

โพสต์

18หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
79414
เงินตำลึง
686588
ชื่อเสียง
49631
ความหิว
1868

ป้ายวังหลังป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV2)

คุณธรรม
2141
ความชั่ว
573
ความโหด
1139
ไข่ปริศนา(4)
เลเวล 1

จาง จู๋เวย

ไม่เป็นไรแน่หรอ
pet
โพสต์ 2019-6-10 01:46:42 | ดูโพสต์ทั้งหมด
   [สงคราม]

     คนแล้วคนเล่าที่ถูกบันคอ ศีรษะกระเด็นอย่างไร้ปราณีหากแต่คนด้านบนกำแพงกลับมองเหยียดลงมาราวกำลังบดบี้เเมลงไร้ค่า ความเลือดเย็นของคนสามารถเกิดขึ้นได้เพื่อความสนองความทะเยอทะยานเพียงนี้ช่างน่าสะอิดสะเอียนยิ่งนัก เฟิงมี่เริ่มรู้สึกรนจนแทบทนไม่ได้จนเมื่อมือดาบที่ไล่บันคอผู้ไม่ยอมจำนนเดินก้าวไปหาบัณฑิตที่กำลังจะเป็นรายต่อไป คมดาบสีเงินวาววับสะท้อนแสงไฟ ร่างของเฟิงมี่แถบพุ่งทะยานออกไปเพียงแต่สิ่งที่เร้วกว่ากลับเป็นลูกธนูลูกหนึ่งที่พุ่งทะยานผ่านช่องประตูที่เปิดออกกว้างเข้ามา เสียบทะลุเข้าที่กลางหัวเพรชฆาตผู้นั้นอย่างงแม่นยำราวจับวางพร้อมกับร่างนั้นที่สิ้นลมแล้วล้มลงแน่นิ่งไป


     กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!!

     “เฟิงมี่ของข้าเจ้าไม่เป็นไรนะ” อีกฝ่ายโอบกอดหญิงสาวแน่นด้วยการปลอบประโลมสาวน้อยในอ้อมกอด “ขวัญเอ๋ยขวัญมานะที่รักของข้า” เสียงชายหนุ่มกระซิบข้างหู


     “...”เฟิงมี่ได้เเต่เพียงหรี่ตามองโยวเมิ่งนั้นอยย่างรำคาญแต่ก็ทำอะไรมากมิได้


      “นั้นมันอะไร ใครบังอาจ!!!”หวังจงหยินที่ยืนอยู่บนสันกำแพงเอ่ยตะโกนออกมาพร้อมกับคนทั้งหมดบนกำแพงที่พากันหันไปมองยังทิศที่ลูกธนูพุ่งมาก่อนพบกับกลุ่มกองกำลังในชุดสีแดงแปลกตาที่มิใช่กองกำลังของตนยืนรวมพลกัันอยู่ที่ด้านนอกของเมือง


    “พวกเจ้าเป็นใคร ไสหัวกลับไปชะพวกชาวยุทธ์ปลายแถว!!" หวังจงหยินตะโกนด้วยความโมโห นึกไม่ถึงจะมีพวกหน้าไหนไม่รู้มาขัดขวาง โยวเจาเองก็มองไปยังกลุ่มคนพวกนั้นที่เข้ามาขัดขวางงานสำคัญของตน


     "ข่มเหงผู้คน ย่ำยีชาวบ้าน เศษเเดนมนุษย์สมควรตาย!!" เสียงเข้มของบุรุษผมแดง ในหน้ากากจิ้งจอกอัคคีดังลั่นขึ้นประสานกับเสียงพันลี้ทำให้ทุกคนได้ยินชัดเจน


     “เทพสวรรค์มาช่วยเราแล้ว” ชาวบ้านหลายคนโห่ร้องด้วยความดีใจ เมื่อเห็นจำนวนคนเบื้องหน้าประตูท่ามกลางแสงอาทิตย์สะท้อนสีแดงจากธงปลิวไสวไปมา


    “เรารอดแล้ว ลูกแม่ สวรรค์เห็นใจส่งเทพนักรบลงมาช่วย” มารดาเด็กน้อยวัยห้าขวบที่นั่งโอบกอดลูกข้างๆ หลิงหลานปลอบประโลมลูกน้อยในอ้อมแขนที่สั่นกลัว

     "พวกแกเป็นใครฟะ!!?"


      "จำไว้ พวกเจ้าจะได้แจ้งยมบาลถูกว่าเป็นกองทัพธรรมใดส่งพวกเจ้ามาชดใช้กรรม เราคือ กองกำลังเก้าอัคคี" สิ้นคำบุรุษผมแดงตะโกนเหล่ากลุ่มคนชุดเเดงที่ถูกเรียกว่ากลุ่มกองกำลังเก้าคีก็ส่งเสียงร้องเฮ้ดังกึกก้อง


            เฟิงมี่ที่ยามนี้โดนเจ้าโยวเมิ่งที่รวบโอบเอาไว้มองจ้องไปยังกลุ่มกองกำลังปริศนาไม่ว่างตา เธอไม่ได้เดินทางท่องยุทธ์มเอาตัวเองไปพัวพันมานาน จึงไม่รุ้ว่ากลุ่มกองกำลังพวกนี้เป็นพวกไหนแต่ที่รู้ยามนี้ กับสิ่งที่เจ้าบุรุษผมแดงตะโกนบอกมา อย่างๆน้อยก็ไม่ได้มาเข้าร่วมกับไอ้เจ้าพวกพรรคกลางเก๊ของหวังจงหยินละนะ บุรุษผมแดงที่ดูจะเป็นผู้นำยกธงโบกสบัดไปมาเป็นสัญญาณก่อนขบวนคนในชุดสีแดงนั้นจะเริ่มแปรเเถวขบวนเตรียมเข้าสู้


     “กองธงชิงหลง กองธงไป๋หู่ แปรขบวน ตั้งแถว” สิ้นคำตะโกนกองนั้นก็เริ่มปรับรูปแบบเเถวการยืนเป็นรูปวงรี


      "กองธงจูเชว่ กองธงไป๋หลง ตั้งโล่ห์ แปรแถวซ้าย ขวา" โล่เหล็กถูกยกตั้งขึ้นเพื่อเป็นด่านปราการสำหรับใช้ป้องกันพร้อมกองธงดังกว่านั้นแยกตัวออกทั้งซ้ายและขวาตามคำสั่งของผู้นำ


     "กองธงฉีหลิน ตั้งคันธนูพร้อม กองธงเสวียนหู่ ตั้งขบวนทวนงูยาว กองธงชิงเสอสนับสนุน" สิ้นคำบัญชาการเสร็ตสิ้นการจัดทัพโดยที่มีหวังจงหยินมองดูอยู่ด้านบนกำแพงด้วยความโมโห ชายแก่ไม่ทนรอสั่งกองกำลังของพรรคตนร่วมตัวบุกเข้าต่อสู้โจมตีกองกำลังเก้าอัคคีนั้นทันที่ กาีปะทะของทั้งสองทัพเริ่มตนขึ้นพร้อมกับสีหน้าของโยวเมิ่งและโยวเจายิ่งเคร่งเครียดกับการปะทะที่นอกเหนือเเผนที่วางไว้


      เฟิงมี่เริ่มมองเห็นโอกาสที่จะใช้จับตัวคนเลวทั้งสองเพียงแต่ยามนี้เธอต้องมีอาวุธเสียก่อน ดวงตาสีน้ำตาลกวาดมองหันไปมองในจังหวะที่บุรุษทั้งสามกำลังลุ้นผลการปะทะอยู่ ก่อนดวงตาของเธอจะเหลือบไปเห็นเฟิงอวิ๋นกำลังบินวนเวียนอยู่ด้านล่างใกล้ๆกับร่างคุ้นตาในหมู่คนกับกงจักรสีทองและเเส้ของเธอในมือ ‘เจี๊ยบน้อยสีเงิน ข้ารักเจ้า’

    “นายหญิงงง!!” เสียงของเฟิงอวิ๋นดังขึ้นพร้อมด้วยอาวุธของเธอที่ถูกเจ้าอินทรีเเสนรู้เหวี่ยงโยนลงมาให้ เธอใช้จังหวะนั้นฉวยผลักร่างของโยวเมิ่งออกจนร่างของหนุ่มเจ้าสำราญนั้นล้มลงไปกองที่พื้น


      “อัก...เฟิงเออร์เจ้าทำอะ….”ร่างคุณชายเจ้าสำราญนั้นล้มลงกับพื้นมองดูสตรีที่อ่อนหวานท่าทางบอบบางที่ไม่นาจะมีแรงผลักเขาล้มลงได้อย่างตกตะลึงนัยนืตาที่จ้องมองมาอย่างหยาดเยิ้มพลันเปลี่ยนเป็นเเข็งกระด้างพร้อมกับร่างของเฟิงมี่ที่ใช้ตัวเบาถีบตัวขึ้นไปใบอากาศคว้าเอากงจักรและแส้ของตน   กลับมาถือไว้แล้วพุ่งเจ้าโจมตีใส่โยวเจาที่หันกกลับมามองทางลูกชายตัวเองอย่างตกใจแต่ก็ยังพอมีสติที่จะดึงเอาดาบขึ้นมารับคมใบมีดจากแส้ของเฟิงที่สะบัดใส่ได้อย่างทันท่วงที


      เคร้งงง


      “เจ้า!!!”


       “ทนมานานแล้ว ถึงคราเจ้าจะต้องตามข้าไปรับโทษเสียที ไอ้ฆาตกร!!!”จางฝูสะบัดคราบเฟิงมี่สาวนักดนตรีออกกลับมาเป็นจางฝูที่เก็บความแค้นของผู้ที่บังอาจสังหารสหายเธอเสียที


    “เจ้าเป็นใครกันแน่!!!”โยวเจาร้องถามออกมาพร้อมยกดาบขึ้นตั้งท่าเตรียมพรางหรี่ตามองไปยังสตรีที่ลูกชายเขาพามาด้วยท่าทีสับสน


     “ข้า...คือสหายของสตรีที่เจ้าส่งคนไปสังหารเพื่อชิงตำราภูษาสวรรค์นั้นไง วันนี้ข้าจะเอาเลือดเจ้าไปเซ่นหลุมศพนาง!!!”สิ้นคำรอบกายจางฝูก็พลันปรากฎปราณหยดน้อยลอยหมุนวนอยู่รอบตัวก่อนที่ร่างบางนั้นจะถีบตัวพุ่งเข้าใส่ร่างของโยวเจาด้วยความเร็วสุดของเธอ กงจักรไท่หยางในมือทอเเสงเล็กน้อยก่อนที่มันจะพุ่งทะยานออกไปฟาดฟันกับดาบของโยวเจาที่ยกขึ้นต้าน แต่ก็ต้องคอยกระโดดหลบแส้หน้าตาประหลาดในมือหญิงสาวที่สะบัดฟาดออกมาเป็นระยะไหนจะไอหยดน้ำแปลกๆที่เดี๋ยวพุ่งเข้าใส่เดี๋ยวกลายเป็นไอน้ำบดบังวิสัยในการมองเห็นของเขาอีก


      “หึที่แท้ก็เเก้แค้นให้เพื่อนไม่ต้องห่วงเดี๋ยวข้าจะส่งเจ้าตามไปอยู่กับเพื่อนเจ้าเอง”โยวเจาตะโกนออกมาพร้อมกับร่างของเขาที่พุ่งเข้าใส่พร้อมคมดาบที่ตวัดฟันใส่ร่างบางที่เคลื่อนไหววูบไปมาอย่างน่ารำคาญ ไหนจะลูกธนูจากไหนไม่รู้ที่ค่อยยุ่งพุ่งมาขวางยามที่เข้าเริ่มได้เปรียบอีกฝ่านอีก


      การต้นสู้ผ่านไปกว่าเค่อพร้อมกับร่างของโยวเจายามนี้ที่เปียกชุมไปด้วหยาดน้ำที่เกิดจากเคล็ดคลุมวารีส่งผลให้การเดินลมปราณของเข้านั้นพลันติดขัดไปหมด ปราณหยินที่เเทรกเข้ามาพร้อมหยาดวารีเข้าสู้เส้นลมปราณจะปราณหยางในกายเริ่มปั่นป่วนจนยากควบคุม อีกทั้งบาดเเผลจากลูกธนูที่เสียบอยู่ตามร่างกายกว่าห้าดอกในจุดสำคัญทั้งนั้น จางฝูเองก็มีสภาพที่ไม่ต่างกันนัก บาดแผลที่ได้รับจากคมดาบนั้นมีมาก ซ้ำเธอยังใช้คลุมวารีอย่างต่อเนื่องจนยามนี้ปราณในร่างเหือดแห้งไปกว่าครึ่ง


    “เจ้าไม่รอดหรอก ยอมจำนนตามข้ากลับไปรับโทษที่เมืองหลวงดีๆเถอะ”จางฝูเอ่ยกล่าวขึ้นมาดวงตาสีน้ำตาลวาววับมองจับจ้องร่างของโยวเจาที่เเทบจะหมดสภาพสู้แล้วนั้นให้ยอมเเพ้ งานครั้งนี้คือจับเป็นวึ่งมันยากกว่าจับตายหลายเท่านัก




@Admin


แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +35 คุณธรรม +15 ความโหด โพสต์ 2019-6-10 09:01

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +50 ความหิว -745 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 50 -745 + 5

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หมวกไผ่ผ้าคลุม
ม้าเทพอูซุน
ตัวเบาขั้นสูง
กงจักรไท่หยาง
แส้จิ่วเทียน
คัมภีร์ละติน
ปราณคลุมวารี
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x4
x5
x1
x30
x30
x30
x30
x10
x8
x18
x104
x3
x10
x104
x172
x1
x25
x118
x1
x68
x32
x46
x28
x120
x3
x98
x89
x1
x20
x66
x60
x784
x1
x2
x114
x202
x150
x129
x5088
x552
x150
x113
x9
x30
x20
x29
x1
x115
x466
x1
x9264
x10
x110
x1
x4
x9
x1
x2
x131
x186
x62