ดู: 27|ตอบกลับ: 1

{ เมืองจางเย่ } ย่านการค้าจรัสทราย

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2019-5-5 22:09:55 |โหมดอ่าน

ย่านการค้าจรัสทราย

{ เมืองจางเย่ }


ย่านการค้าอันคึกคักจอแจแห่งเมืองจางเย่ มีให้ท่านทุกอย่างตั้งแต่เครื่องเทศชั้นเลิศ 
เครื่องเทศเฉพาะของแถบทะเลทราย ขึ้นชื่อในเรื่องผลิตภัณฑ์จากนอกด่านมีจำหนายทุกร้าน 
ตั้งแต่อาหารเมนูเนื้อห่อแป้งหลากรส พาหนะทนแล้งทนร้อนอย่างอูฐ
ทว่าการสัญจรอาจลำบากสักหน่อยทางเกวียนผ่านได้ช่องเดียว ระบบระบายน้ำย่ำแย่
มีฝุ่นทรายไหลคลุ้งเสมอในหน้ามรสุม จะเลือกซื้ออาหารก็เลือกร้านให้ดี







คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 Point +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 10

ดูบันทึกคะแนน

761

กระทู้

3030

โพสต์

45หมื่น

เครดิต

( º﹃º ) หิวปลาปิ้ง!! <''Xx&

เงินชั่ง
1528067
เงินตำลึง
57840
ชื่อเสียง
183347
ความหิว
1631

ป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV2)

คุณธรรม
12483
ความชั่ว
8138
ความโหด
17566
หมาป่าอัคคี
เลเวล 1

จื่อหลัว

"ต้าเกอ...เล่นกันเถอะ"
pet
โพสต์ 2019-5-5 22:33:35 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LingHao เมื่อ 2019-5-6 16:27

♦ เรื่องราวที่ 4 การรอคอยอันยาวนาน ♦
หงส์ซ่อนมังกรหลับใหล

1157

{ อิเว้นท์เรื่องราวที่สี่ 13 }
ข้าเป็นสตรีที่มีแผล


            สัตว์นรกแต่ขุมไหนทิ้งนางไว้กลางทะเลทรายโดยไม่เหลือม้าให้ขี่สักตัว…
            บาดเจ็บ ไม่มีน้ำ ไม่มีอาหาร เหลือก็แต่สุราจากศพเมาเซียนทั้งสาม

            “...ดื่มตอนสุราท้องว่างได้เป็นตับแข็งพอดี” หลิงหลานถอนหายใจอีกไม่กี่ชั่วยามจะอรุณรุ่งแล้ว เพื่อ่วยเหลือบัญฑิตอิ๋งจูเหว่ย ที่ญาติก็ไม่ใช่เรียกว่าสหายยังตะขิดตะขวงใจ ตนต้องแยกจากจวงถิงซู่ล่อคนพรรเมาซียนที่วิ่งตามผู้ชาย มาวิ่งตามผู้หญิงแทนจนเกือบแห้งเป็นผีคาผืนทราย ‘อย่างน้อย.. ก็ยังถือว่าโชคดีมีคนมาช่วยทันเวลาล่ะนะ พวกของพี่จวงป่านนี้น่าจะถึงเมืองแล้วรีบไปตามหาดีกว่า ทำให้เป็นห่วงต้องโดนบ่นอีกแน่เลย’

             ด้วยปกติแล้วหญฺงสาวเป็นคนมองโลกในแง่ดี ต่อให้ตอนนี้ทั้งตัวจะไม่เหลือสารรูปที่ดูดีนางก็ยังเข้าไปรื้อค้นศพที่เหลือ เจออะไรพอใช้ได้สำหรับคนเป็นแน่นอนว่าดอยมาจนเกลี้ยง เหลือแต่เสื้อผ้าให้พวกนั้นใส่ไว้กันอุจาดตา ‘ดอยของศพคนที่จะฆ่าเราไม่ถือว่าชั่วร้าย คนเป็นต้องการอาหารมากกว่าคนตาย’ คิดพลางนั่งกัดขนมหม่าซู แม้ว่าที่ห่อยังมีรอยเลือดจางๆ

              หลังผ่านสงครามและการฆ่าฟันนับสิบหน จิตนางแข็งขึ้นมากอย่างน้อยก็กลัวคนตายน้อยกว่าคนเป็น

              หลังท้องอิ่มจัดการล้างหน้าล้างตาที่โอเอซิสหยาดน้ำค้าง จุ่มดาบมรกตอย่างแปลกใจว่าตอนชุลมุนเมื่อครู่ ชายลึกลับปรากฎตัวปุ้บก็คล้ายว่าดาบนี้จะเรืองแสงขึ้นรำไร ตอนนี้กลับมาปกติแล้วดรุณีเน่งน้อยพยายามบอกตนเองว่าตาฝาดไป จากนั้นเดินเตร็ดเตร่อยุ่พักใหญ่ฉีกแถบผ้าพันแผลที่แขนซ้ายไว้ลวกๆ นางพบหมาป่าขาวตัวใหญ่… หลังการล่อด้วยเนื้อแห้งเจ้านี่ยอมให้ขึ้นขี่ จึงมุ่งหน้าไปทิศทางเดิมเพื่อเข้าเมืองจางเย่เป็นลำดับถัดไป

              เข้ามาถึงในช่วงรุ่งสางประตุเมืองปิดแล้วคนหน้ามนค่อนข้างรู้สึกเฉา “เจ้าขาวแบบนี้เอาอย่างไรกันต่อดีล่ะเรา เงินข้าไม่มีนะ เนื้อก็หมด.. ไปหานายอื่นดีไหม?”

โบร๋วววว

             เจ้าหน้าขนตัวขาวไม่ยอมไปมันเอาหัวอันใหญ่โตดุนๆ หลังหญิงสาว คล้ายอยากบอกว่าอย่าไล่กันสิ ห้ามทิ้งกันด้วย ส่วนด้านหลิงหลานนั้นทราบว่าตนสามารถดันทุรังใช้วิชาตัวเบาไต่กำแพงข้ามเมืองไปได้ คิดดูอีกครั้งก็ไม่อยากทำให้ผู้อื่นตื่นตกใจ ทั้งลอบเข้าเมืองมีความผิดตนโดนลงโทษเรื่องเล็ก หากทำเหล่าพี่ๆ ทหารยามผู้เหน็ดเหนื่อยถูกกล่าวโทษเกรงว่าจะไม่เหมาะ

              ซนได้พอประมาณและไม่ควรทำคนอื่นเดือดร้อนเพื่อความสบายของตนเอง

              เมื่อไม่มีทางเลือกอื่นนางหามุมหลบกระแสลมและแนวรังสีแดด หลิงหลานกอดคอหมาป่าหลับหน้าประตุเมืองรอจนทหารามมาเขี่ยปลุก.. เงินเกือบทั้งหมดนางเอาไว้บนหลังช้าง ไม่มีทางเลือกนอกจากกัดขนมหม่าซูแล้วฝืนต่อไปด้วยอาการขาดน้ำ ‘คนเยอะสุดคนไม่พ้นย่านการค้า พี่จวงชอบเนื้อย่างลองไปดูร้านเนื้อสักสามสี่ที่คงจะมีเบาะแสบ้าง’ หญิงสาวกระชับหน้ากากจิ้งจอกให้เข้าที่ ปีกสีแดงสะดุดตาบางทีก็มีประโยชน์ตอนพลัดหลงกับสหายนี่เอง

               ราวกับบ่งบอกว่า ‘เฮ้ยทุกคนชั้นอยู่ทางนี้!!’
               หลัวว่าพวกพ้องจะสังเกตุเห็นตน เร็วๆ หน่อยตอนนี้คอแห้งจะแย่แล้ว

              “เร่เข้ามาจ้าเร่เข้ามา เนื้อแพะย่างร้อนๆสูตรหมักนมสดทั้งนุ่มและหอมมัน ไม่มีที่ใดเหมือน!!” เสียงแม่ค้าเร่ขายของเปิดแผงแต่หัววัน กลิ่นหอมทำเอาคนหิวเนื้อได้แต่ยืนตาลาย

              หลิงหลานแวะไปด้านนั้นที ด้านนี้ทีถามเรื่องเดียกวันว่า “พบเห็นชาวยุทธ์ผมหยักศกนำรถม้ากับช้างเข้ามาในเมืองบ้างไหม พวกเขาไปทางไหน” และก็เช่นเคยว่าได้บ้างไม่ได้บ้าง ตามประสาเมืองที่คนพลุ่งพล่าน มีผู้พบเห็นบ้างไม่ได้ใส่ใจบ้างเรื่องปกติ

               สอบถามตามร้านค้ามีคนพบจวงถิงซู่อยู่บ้างเพราะรุปลักษณ์ต่างจากคนอื่น พี่สาวนางสวมเกราะทองคำสะดุดตา แถมพาช้างเข้ามาในย่านการค้า คืนการทั้งสองพักในโรงเตี้ยมแต่ตอนนี้เสี่ยวเอ้อรืไม่พบตัวแล้ว เห็นทีคงออกมาหาอะไรทานในช่วงสายและเป็นไปได้ว่า ฝ่ายนั้นก็ตามสืบข่าวสมาชิกหายหัวอย่างตนเช่นกัน หลิงหลานออกเดินหาและทำตัวเป็นจุดเด่นบางครั้งโดยความจำเป็น ทั้งหมดนี้ก็เพื่อตามหาพวกพ้อง นางรุ้สึกว่าแผลที่แขนซ้ายเริ่มจะปวดขึ้นมาเมื่อไร้ยาคุณภาพดีที่ปกติพกบนหลังช้าง หยาดเหงื่อใสผุดปรายทั้งความร้อนและพิษบาดแผล กลิ่นหอมกล้วยไม้หยกกำจายเพิ่มความโดดเด่นให้คนหันตามแหล่งกำเนิดของกลิ่นดอกไม้ป่า

              "ท่านแม่ๆ ได้กล่นไหมฮะ หอมจังเหมือนจนมเลย" เด็กน้อยตากลมโตผิวสีคนนึงคาดว่าเป็นลูกของชาวนอกด่านหันมาทิศที่สตรีผมเงินยืนอยุ่

              "นั่นสิ ข้าเองก็ได้กลิ่น ราวกับแป้งของพวกธิดาขุนนางอย่างนั้นล่ะ" หลายคนเริ่มหยุดแล้วหันหาต้นตอ ส่วนเจ้าตัวที่ไม่รุ้เรื่องยังคงพิงหมาป่าตัวโตไม่สนใจอะไรทั้งนั้นนอกจากตามหาคน

              'เฮ้อ.. พี่จวง คุณชายอฺ่งไปอยุ่ที่ไหนกันนะรีบออกมาให้ข้าเจอตัวสักทีเถอะ เที่ยงวันแล้ว ข้าหิว...หิวข้าว กระหายน้ำ คงไม่ปล่อยน้องคนนี้แห้งตายใช่ไหม?' ร่างเน่งน้อยพยายามหาที่ร่มเงาพักชั่วคราวเพื่อแก้ผ้าพันแผลออกมาดู บางทีหากทำแผลไม่สะอาดตนเกรงว่ามีเศษฝุ่นทรายเข้า แบบนั้นแล้วคงรุกลามเกิดเรื่องใหญ่เอาได้ จำใจใช้น้ำที่เหลือเพียงน้อยนิดล้างบาดแผลขมริมฝีปากไม่ให้ร้องออกมาเพราะความเจ็บปวด วูบหนึ่งนั้นรู้สึกบาดเจ็บเล็กน้อยแล้วอยุ่ลำพัง นัยน์ตากลมโตกลอกไปมาละเหี่ยใจเทียบกับเจ็บหนักแต่มีคนคอยช่วยทำแผลรู้สึกอุ่นใจต่างกันเยอะทีเดียว

               ความอัปรีย์ของเมืองทะเลทรายนั้นดังเช่นว่าผู้คนพลุ่งพล่านมากทั้งมิจฉาชีพและเรื่องวุ่นวาย สารพัดกองคาราวานต่างถิ่นที่เข้ามาค้าขาย ใครกันจะรุ้ได้บ้างเล่าว่าอูฐตัวไหนอาจนำโรคร้ายมาแพร่ระบาด เด็กคนใดนำฝีและตุ่มหนองแช่ลงตาน้ำพุ ชาวเมืองดื่มเข้าไปอร่อยเชียวล่ะ ระบบสุขอนามัยย่ำแย่เพราะน้ำมันหายากมูลค่าสูง คนที่อาบน้ำบ่อยๆ เห็นทีจะมีแค่คหบดีที่ร่ำรวย

               “เฮ้อ อยากอาบน้ำจังน้า… แต่หิวน้ำมากกว่าเจ้าขาวว่ายังไงล่ะ? ระหว่างหิวน้ำกับอาบน้ำถ้าเจอพี่จวงแล้วอยากทำอะไรก่อนดี” หลิงหลานหิวโหยและเริ่มโรยแรงไม่ค่อยอยากขยับตัวเท่าใด แต่ก็ทราบดีว่าการนั่งอยู่เฉยๆ ไม่ได้ช่วยให้สหายทั้งสองตามหานางเจอ ปีกสีแดงฉานขยับอีกครั้งเมื่อเจ้าของเดินเคียงข้างหมาป่าไดร์วูฟตัวโต เจ้าขาวส่งเสียงโบร๋วตอบนางทุกคำ คอยแยกเขี้ยวขู่ทุกคนที่เข้ามาใกล้เจ้านาย ‘...หายไปอยุ่ไหน รู้ไหมมีคนตามอยู่ หวังว่าไม่ถูกพวกพรรคชีเปลือยจับตัวไปอีกนา’

                ข้อดีของเมืองชายแดนนั้นพอมีอยู่บ้าง ทะเลทรายมักมีหุบเขาตั้งอยู่ เต็มไปด้วยสินแร่และอัญมณีล้ำค่า การบีบอัดของชั้นดินทำปฎิกิริยาแปลกประหลาดท้ายสุดแล้วสร้างหินมีค่า เช่นเพชรและพลอยหลากสีออกมาเป็นรายได้หลักของชาวเมือง หลิงหลานทำได้เพียงดมกลิ่นเนื้อย่าง มือประคองขนมหม่าซูที่ยังไม่สิ้นรอยเลือดเจ้าของเก่าขึ้นกัดยิ่งเคี้ยวก็ฝืดคอเพระานางไม่มีน้ำกิน

               ‘หากท้ายสุดชาวไต้หวันรู้ว่าอดีตสนมเจาหวา ขนมหม่าซูติดคอตายในต้าฮั่นคงขายหน้าบรรลัย’ ใบหน้าอ่อนใสเอียงคิด ‘ไม่หรอก.. ถึงตอนนั้นพวกเขาคงลืมข้าไปแล้วเสียล่ะมากกว่า’

                เสียงขโมงโฉงเฉงเมื่อแม่ค้าเอาซี่แกรงขึ้นมาย่างเนื้อ สาดฮวาเจียวและยี่หร่าจนหอมฟุ้งเจ้าหมาป่ามองน้ำลายไหลย้อย เจ้านายมันก็น้ำลายสอ หลิงหลานพยายามเดินโต้แดดท้าลมและฝุ่นทราย มุมปากมีเศษแป้งติดกระนั้นเครื่องหน้าส่วนล่างยังคงจิ้มลิ้มพริ้มเพรา นางดูราวกับคุณหนูตัวน้อยหลงกับทางบ้านในเทศกาล แน่นอนว่าตอนนี้ไม่มีเทศกาลและปีกกับหน้ากากที่สตรีผมเงินสวมค่อนข้างเด่นกระแทกตา

                “....รึยังเด่นไม่พอนะ” หากการมีสี่กรแปดขาทำให้ตนตามหาพวกพ้องไวขึ้น เชื่อเถอะว่านางทำได้คงทำไปแล้ว เสียงลำใส้อาละวาดครืดคราดบ่งบอกว่าถึงเวลาเติมอาหารพยาธิกำลังจะพิโรธ หลิงหลานแสบใส้ลำคอแห้งผากเหนื่อยเหลือเกินเพราะปวดบาดแผลนางจึงนอนหลับไม่เต้มอิ่ม สายตาพร่าเลือนเต็มทีหาเพื่อนก็ไม่เจอ ‘...ตอนนี้ไม่ต้องพี่จวงก็ได้ขอน้ำสักบ่อ ขนมสักถาด ข้าวสักโต๊ะหรือหลายๆ โต๊ะ ให้ข้าแลกกับซุ่ยเมิ่งเซียนหลินทั้งหอก็ยอม!!’

                ระหว่างเดินลากขาต้วมเตี้ยมเป็นเต่ากระดองเงินไปมาอยุ่นั้น จู่ไก็มีกลุ่มยาจกฝีเท้าเงียบเชียบรุดเข้ามาใกล้สามสี่คน พวกนี้ลอบสังเกตหญิงสาวมาพักใหญ่แล้วทั้งการแต่งกายประประกายผมสีเงินแปลกตา ทั้งสี่ลอบส่งสายตารู้กันก่อนตีวงล้อมเข้าหา เจ้าหมาป่าขาวขู่คำรามเสียงดังพวกนี้ก็ไม่กลัว ส่งยิ้มให้แก่ดรุณีตรงกลาง

                “น้องสาวคนงามมาทำอะไรแถวนี้คนเดียว ต้องการความช่วยเหลือไหมจ๊ะ พวกพี่เป็นถึงศิษย์พรคกระยาจกที่โด่งดังเชียวนะมาด้วยกันเถอะ” ชายสวมชุดพรตสกปรกขาดวิ่นทว่าผิวพรรณกลับสะอาดสะอ้านดูไม่เหมือนขอทานเอ่ยขึ้น หลิงหลานมองตามเสียงเห็นหน้าคนเหล่านั้นส่อประกายบางอย่างก็เพียงกระพริบตาไม่ตอบอะไร

                 อีกฝ่ายเห็นนางนิ่งแถมไม่หนี เจ้าหมาป่าเองก็ขุ่อย่างไม่ลดละจึงเข้าเกี้ยวพาต่อ “มากับพวกเราเถอะน้องสาวคนดี… รับรองว่าจะปกป้องคุ้มครองชนิดริ้นไม่ให้ไต่ไรไม่ได้ตอมเลยทีเดียว…” เจ้าตาตี่ชุดขาดวิ่นอีกคนเข้ามากระแซะ ไม่ปิดบังสายตาหื่นกระหายน้ำเสียงติดตลกยียวนกว่าคนก่อน ‘ผมเงินที่หายากรึจะเป็นชาวนอกด่าน.. น่าสนใจมากจริงๆ ดูทรวดทรงนี่สิแม่เจ้าโว้ยแค่คิดฝันยังไม่เคยพบเห็นขนาดนี้ เยี่ยมยอดๆ’

                  “ข้าหิวน้ำ” หลิงหลานตอบเสียงแห้งพอสมควร “แล้วก็ไม่มีเงินด้วย หากพวกพี่ท่านกำลังต้องการจะปล้นคนละก็ ผิดตัวแล้วเจ้าค่ะ..ลาก่อน”

                  หญิงสาวตอบเพียงเท่านี้แน่นอนว่าพวกเขาไม่ยอมโดยง่าย หนึ่งในสิ่งส่งน้ำเต้ามาให้บอกว่าเป็นน้ำ มือคู่เนียนรับไปแต่สิ้งแรกที่ทำคือคุยกับสุนัขป่าว่าได้น้ำแล้ว ให้มันกิ่นก่อน เจ้าขาวดมๆ บริเวณฝาก่อนพยักหน้าหลิงหลานเทน้ำใส่อุ็งมือให้มันได้เลียดับกระหายก่อนตนเองจะกระดกจนหมด ไม่ลืมคลำตามชายแขนเสื้อแกะเอาเพชรเม็ดหนึ่งยื่นส่งให้คนเหล่านั้น “ขอบคุณมากเจ้าค่ะ ข้ามีเพียงเท่านี้หวังว่าพวกพี่ท่านจะพอรับทดแทนค่าน้ำได้”

                  คนหนึ่งรับไปก็ยิ่งรุ้สึกว่าหญิงสาวน่าสนใจ ถูกห้อมล้อมจนแทบมิดทั้งยังบุรุษจดจ้องขนาดนี้ยังไม่มีสีหน้าสะดุ้งสะเทือน ชักอยากเห็นเสียเหลือเกินว่าใต้หน้ากากจิ้งจอกหิมะนั่นจะซ่อนโฉมดรุณีงามล้ำเพียงใดเอาไว้ ชายขอทานเก๊ชุดนักพรตมั่นใจในฝีมือตนเองว่าต่อให้ทาการมายุ่งก็สามารถจัดการได้จึงอุกอาจ ยื่นมือเข้าใกล้หวังปลกหน้ากากหญิงสาวออก “อากาศร้อนนรกเพียงนี้น้องสาวทรมานตัวเองไปทำไม พี่จะช่วยนะคนงาม”

                  เรื่องอะไรจะยอม ขอบคุณส่วนขอบคุณแต่ถ้าคิดรังแกละก็อีกเรื่อง!!

                  หลิงหลานถอยฉากหลบจนชนคนด้านหลัง ความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อทำให้ทั้งสี่ดูแตกต่างจากขอทานธรรมดาที่อดอยากและผ่ายผอม ‘อะไรกันนี่… ดูเหมือนว่าชิงชุดมาสินะ แล้วพวกเขาเป็นใครต้องการอะไรจากข้ากันแน่?’ นางจดจำได้ว่าขอทานสมควรเป้นอย่างไร ที่แน่ๆไม่น่าดูอยู่ดีกินดีจนอวบอ้วนเหมือนคนที่สาม

               “ข้ายังมีธุระต่อเกรงว่าไม่อาจอยู่สนทนา ต้องขออภัยพวกท่านด้วยจริงๆ เจ้าค่ะ เอาไว้กลับถึงบ้านแล้วจะวานท่านเจียนหลิวช่วยส่งของขออภัยมาที่จางเย่” หลิงหลานจำได้ในบันทึกของเสิ่นหลิงเฮ่ามีชื่อของหัวหน้าพรรคกระยาจกสาขาหรูหนานชื่อว่าเจียนหลิว ถ้าพวกนี้คือของจริงจะดีร้ายควรให้เกียรติสหายรึคนที่รุ้จักเจียนหลิวอยุ่บ้าง และที่นางคิดก็ถูกต้อง.. คนพวกนี้ไม่รู้จักเจียนหลิวท่าทีเหิมเกริมยิ่งกว่าเก่า

              คนที่เป็นหัวโจกในอาภรณ์พรตเก่าขาดยื่นแขนเข้ามาใกล้เรื่อยๆ เมื่อพลาดจากหนากากก็ลดลงต่ำ เจตนาจดจ้องยังทรวงอกอิ่มที่อาภรณ์บังความอลังการไม่มิดตรงนั้น “มากับพวกพี่ดีกว่าน่าน้องสาวรับรองว่าจะพาไปที่ดีดี หึหึ ชนิดที่ว่าเจ้าคิดว่าเป็นสวรรค์เชียวล่ะ”

               เห็นทีจะไม่มีทางเลือกอื่นเล่นล้อมกันสี่ทิศ หลิงหลานสูดลมหายใจเข้าหลับตาโคจรลมปราณแล้วดีดเท้าใช้วิชาตัวเบาตีลังกาออกนอกวงอย่างรวดเร็ว พร้อมกันนั้นตะโกนสุดเสียง “ช่วยด้วยโจรลามก!! อย่าเข้ามานะ!!”

                ทว่าคนพาลก็คือคนพาลอยู่วันยังค่ำยังไม่ทันที่เรียวขานางออกพ้นไปจากวงก็ถูกมือผีไม่รู้ผีไม่เห็นของสักรายหนึ่งดึงเอาไว้ "จะรีบไปไหนล่ะเหอะๆ ก็บอกให้มาด้วยกันไง!!" หญิงสาวดิ้นขลุกขลั่กหมาป่าไดร์วูฟเห็นเจ้านายหมาดๆ มีอันตรายทีนี้ก็อาละวาดกัดดะจนถูกเตะกระเด็น หลิงหลานขมวดคิ้วว่าวันดวงซวยอะไรกัน เจอเรื่องถี่ๆ กำลังเอื้อมมือแตะดาบมรกตมาฟันแขนที่จับอยู่นี่สักข้าง ทว่าชาวกระยาจกเก๊ไวกว่ารีบสกัดจุดจนหญิงสาวคอพับหมดสติไป...

                  ออกจากหอบูรพาทำเนียบครั้งแรก ช่วยคนสั่งสมความดีสร้างกุศล
                  ผลบุญคือโดนกลุ่มขอทานกำมะลอลักพาตัว.. เอาล่ะสวรรค์ท่านนั่งเล่นไพ่นกกระจอกกันอยู่รึไง!!



แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +8 คุณธรรม +6 ความชั่ว +6 ความโหด โพสต์ 2019-5-5 22:41

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +35 ความหิว -42 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 35 -42 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หน้ากากยักษ์ม่วง
กระบี่ถานเซี่ย
รูปปั้นเจ้าแม่หนี่วา
ปิ่นเหมยกุ้ย
เพลงกระบี่คู่นก<br>ยวนยางหานเยว่ขั้นสูง
ตัวเบาขั้นสูง
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
พยัคฆ์หงลู่
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9
x1
x3
x2
x7
x5
x30
x300
x9999
x1
x9
x1
x41
x1
x4
x144
x1
x3
x2
x1
x2
x7
x2
x14
x42
x3
x40
x390
x36
x210
x18
x165
x28
x3650
x50
x2
x70
x202
x76
x1456
x7
x23
x453
x40
x883
x100
x3
x225
x168
x4022
x82
x29
x322
x1516
x1211
x205
x5357
x81
x49
x364
x472
x3
x30
x48
x70
x95
x1
x5
x1
x440
x80
x2475
x20
x700
x120
x1
x111
x4
x9999
x396
x2
x17
x264
x574
x4200
x3837
x5
x770
x230
x70
x421
x1002
x899
x38
x109
x1
x170
x8
x5170
x270
x45
x10
x2
x6
x7
x14
x22
x9
x390
x5657
x174
x1990
x199
x12
x3874
x9
x23
x3312
x3
x9
x518
x204
x7
x9
x147
x16
x6
x198
x715
x6
x16
x56
x361
x59
x3
x101
x5
x12
x2
x3
x142
x1
x3
x1
x513
x130
x25
x529
x456
x339
x2294
x550
x6335
x2
x7
x5
x283
x4312
x4350
x540
x743
x9
x264
x799
x110
x300
x50
x602
x600
x9999
x11
x780
x9999
x7224
x5914
x1260
x400
x67
x126
x1
x1468
x30
x1996
x958
x213
x50
x1
x267
x647
x383
x151
x397
x1698
x1060
x1935
x7931
x1734
x3442
x1364
x2890
x652
x1022
x1699
x1706
x324
x42
x1
x29
x1259
x959
x33
x1
x6734
x4345
x67
x300
x70
x98
x388
x802
x60
x577
x172
x300
x18
x244
x157
x8
x65
x30
x9999
x105
x260
x558
x164
x25
x31
x251
x848
x101
x281
x4945
x1958
x470
x10
x20
x25
x99
x9783
x10
x120
x2341
x111
x758
x176
x2

ข้อความล้วน|อุปกรณ์พกพา|

Copyright © 2001-2012 | The Legend of Wulin  สงวนลิขสิทธิ์ | GMT+7, 2019-5-22 10:52

ขึ้นไปด้านบน