ดู: 74|ตอบกลับ: 2

{ เมืองเยี่ยเฉิง } จวนผู้ว่าเมืองเยี่ยเฉิง | สกุลกง

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2019-4-21 23:17:21 |โหมดอ่าน
 




 จวนผู้ว่าเมืองเยี่ยเฉิง | สกุลกง   


{ เ มื อ ง เ ยี่ ย เ ฉิ ง }







【 จวนผู้ว่าเมืองเยี่ยเฉิง | สกุลกง 】

『เอาตัวรอดเป็นยอดดี』



จวนเจ้าเมืองเยี่ยเฉิง สกุลกง เป็นสถานที่ว่าราชการของเจ้าเมืองเยี่ยเฉิงและที่อยู่อาศัยของเจ้าเมืองและครอบครัว หากประชาชนผู้ใดมีเรื่องร้องเรียนสามารถตีกลองร้องทุกข์ได้ที่ด้านหน้าจวน



                 【 ผู้ว่าเมืองเยี่ยเฉิง 】

กง ฉางปี้ : ผู้ว่าเมืองเยี่ยเฉิง อุปนิสัย: พูดน้อย ต่อยหนัก เอาตัวรอดเป็นยอดดี เขาพร้อมทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น หากสิ่งนั้นยังไม่ใช่สิ่งที่กระทบต่อประชาชนของเขานั้น เขาไม่ใช่เจ้าเมืองที่ดี แต่ก็ไม่ใช่เจ้าเมืองที่เลวร้ายด้วยเช่นเดียวกัน




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 Point +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 10

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2019-4-21 23:36:40 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Baoling เมื่อ 2019-4-22 06:15


{เดอะเป่าหลิง อินชาวไร่ ภาค 5 : ชีวิตนี้ของข้า แล้วรักนี้ล่ะ? เป็นของใคร}
{ ตอนที่ 54 : ข้ามาขอรบกวน }

        หลังจากนั้นเป่าหลิงก็เดินทางเพื่อที่จะเข้าตัวเมืองเยี่ยเฉิง เธอก็คิดไม่ออกเหมือนกันว่าจะไปตามหาได้มากกว่านี้หรือว่าจะไปตามหายังไงนอกจากทางภาครัฐ เป่าหลิงนั้นไม่ค่อยแน่ใจเท่าไรนัก ว่าเธอจะพอทำได้ดีหรือปล่าว? เด็กสาวนั้นสุดลมหายใจก่อนที่จะขี่ม้าเข้าที่เมืองเยี่ยเฉิง เด็กสาวนั้นสวมใส่ชุดของนางเหมือนเดิม.. คิดว่าน่าจะเป็นชุดของสตรีชั้นสูง..แต่ใครส่งมาเธอไม่รู้ได้..      

        เป่าหลิงนั้นเดินทางต่อไปอีกหน่อยเพื่อที่จะเข้าเมืองเยี่ยเฉิงตามแผนที่ เด็กสาวนั้นรู้ดีว่านางนั้นควรที่จะสวมใส่ที่ปกปิดใบหน้าของนาง เพราะเป่าหลิงนั้นยังไม่ใช่สตรีที่แต่งงานหรือว่าออกเรือนแล้ว หากเป็นเช่นนั้นก็ควรที่จะใส่มันไว้นั้นเอง ไม่นานนัก มือบางของเธอก็ต้องชักเข้าหาตัวเพื่อที่จะให้ม้าเจ้ากรรม หรือก็คือเฟิ่งหวงเทวะในการที่จะหยุด.. ไม่นานนักหรอก?..      

        เมืองที่นางต้องไปตรวจสอบนั้นจะมีอีกประมาณ หลายเมือง..ตอนนี้เริ่มที่เมืองทั้งหมดของทางจี้โจวแล้วค่อยไปโยวโจวแล้วกัน.. เป่าหลิงนั้นคิดไว้เช่นนั้นก่อนที่จะเดินทางเข้ามาด้านในเมือง โดยที่เธอก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน เป่าหลิงนั้นเดินไปยังจุดพักม้าที่อยู่ใกล้ที่สุด ก่อนที่จะกล่าวถาม.. “ท่านชายเจ้าคะ..ไม่ทราบว่าทางไปจวนเจ้าเมืองเยี่ยเฉิงนั้นเดินทางไปทางใดหรือเจ้าคะ?” เป่าหลิงนั้นกล่าวถาม?      

        “หืม? แม่นางจะไปที่จวนเจ้าเมืองเยี่ยเฉิงหรือ?..อ้อ.. อยู่ทิศตะวันตกน่ะ..เดินทางไปตามถนนตะวันตก ก็เพียงพอแล้ว แต่ไม่ใช่จวนที่ใหญ่ที่สุดนะ นั้นของเจ้าสัวภายในเมืองนี้น่ะ” ชายคนนั้นกล่าวบอก เป่าหลิงเมื่อได้ยินก็พยักหน้าแล้วยิ้มพลางขอบคุณทางชายคนนั้นอย่างสุภาพ “ขอบคุณท่านชายมากเจ้าค่ะ” เป่าหลิงนั้นกล่าวเช่นนั้น ก่อนที่จะเดินทางไปยังจวนเจ้าเมืองเยี่ยเฉิง เมื่อเดินทางมาตามที่อีกฝ่ายพูดไม่นานก็ถึงจวนเจ้าเมืองเยี่ยเฉิง..      

        ดูเหมือนว่าจะเข้าทางประตูใหญ่ไม่ได้สินะ?  เอ๋ะ? มีช่องสำหรับติดต่อด้วย เป่าหลิงนั้นจึงเดินไปก่อนที่จะคลียิ้มเล็กน้อย… เด็กสาวนั้นเดินเข้าไปอย่างเงียบๆ รอคิวการพบเจอเจ้าหน้าที่ ที่ช่วยเหลือ เมื่อถึงคราวเธอ เธอก็ได้ไปนั่งสำหรับติดต่อประสานงาน      

        “ว่าอย่างไรแม่นางน้อย มีอะไรให้เราช่วยหรือ?”      

        “เอ่อ..เจ้าค่ะ คือว่า ข้ามาหาข้อมูลเจ้าค่ะ ที่นี้น่าจะมีทะเบียนราฏ ข้าอยากจะสอบถามว่าตระกูลใดมีบุตรสาวชื่อเป่าหลิงบ้างน่ะเจ้าค่ะ อายุประมาณ..เอ่อ..มากกว่าสิบขวบปีขึ้นไป..” เป่าหลิงนั้นกล่าวเช่นนั้น เมื่อทางเจ้าหน้าที่ได้ยินก็เลิกคิ้ว..      

        “ตามหาคนอีกแล้วหรือ..สักครู่นะ..เจ้าไปรอตรงโน่น เดี๋ยวให้เด็กใช้ไปหามาให้” ชายคนนั้นบอก ก่อนที่จะเดินไปบอกกับเหมือนเด็กรับใช้ประจำที่นี้ หรือเจ้าหน้าที่ฝึกหัดว่าให้ไปหามาด้วย...นั้นเอง..      




        เป่าหลิงนั้นนั่งอยู่อย่างงั้นอย่างเงียบงัน ท่ามกลางความเงียบที่เธอนั้นควรที่จะมี นัยต์ตาสีม่วงดอกพวงครามนั้นจับจ้องไปรอบๆ แม้ว่าจะเห็นอะไรนั้นเป็นลางๆ แต่ทว่าเธอก็ไม่ได้คิดอะไรเพิ่มเติมมากกว่านี้หรอก ส่วนด้านข้างของเด็กสาวนั้นมีร่างของผีเสื้อมายาตัวน้อยที่กำลังบินอยู่นั้นเอง เป่าหลิงนั้นนั่งอยู่อย่างเงียบๆอยู่นาน..

        มีใครต่อใครหลายคนนั้นเดินผ่านเธอไปเรื่อยๆ ก่อนที่จะมีคนนั้นเดินเข้ามาหาคิดว่าน่าจะเป็นเจ้าหน้าที่นั้นเอง “ขออภัยขอรับ แม่นางคือคนที่มาถามหาคนที่ชื่อเป่าหลิงใช่หรือไม่ขอรับ?” ชายคนนั้นเข้ามาถาม.. ก่อนที่เป่าหลิงนั้นจะพยักหน้า “เอ่อ..เจ้าค่ะ ข้ามาสอบถามเรื่องสัมมโนครัวประชากรน่ะเจ้าค่ะ” เธอกล่าวบอก..

       “เช่นนั้นเชิญทางนี้ขอรับ ดูเหมือนว่าแม่นางต้องไปพบกับทางท่านผู้ว่าเมืองเยี่ยเฉิง ท่านกงฉางปี้” ชายหนุ่มนั้นกล่าวบอกเช่นนั้นก่อนที่เป่าหลิงนั้นจะเดินตามอีกฝ่ายไปยังห้องรับรองการทำงานของทางท่านผู้ว่านั้นเอง เด็กสาวนั้นเห้นท่านผู้ว่าลางๆ ชายคนที่นำทางเธอมานั้นก็เดินออกไป ก่อนที่ชายหนุ่มที่เป็นท่านผู้ว่านั้นจะเหลือบมองเด็กสาวท่าทางแปลกๆ ที่กำลังยืนจ้องมองตนเองอยู่อย่างงงๆอย่างงั้นไป..

        “เชิญเถิดแม่นาง..ข้าขอแนะนำตน ข้าเป็นผู้ว่าเมืองเยี่ยเฉิง นามกงฉางปี้ ไม่ทราบว่าวันนี้ เห็นว่าแม่นางต้องการดูสัมมโนครัวประชากรใช่หรือไม่ขอรับ?” ชายหนุ่มนั้นกล่าวถามทางเธอ แต่น่าจะเป็นชายวัยกลางคนประมาณซือหม่าเซียนเสียมากกว่า

        “เอ่อเจ้าค่ะ ข้าต้องขออภัยด้วยท่านผู้ว่า..” เป่าหลิงกล่าว ก่อนที่จะค่อยๆถอดหมวกไม้ไผ่ผ้าใบของตนเองออกอย่างมีมารยาท แต่ทว่านางกลับใส่ผ้าผืนบางปกปิดใบหน้าอีกชั้นหนึ่ง เห็นแต่เพียงดวงตาสีม่วงดอกพวงครามสวยของนาง.. มองเพียงเท่านี้ชายหนุ่มก็รับรู้ได้เลยว่านางน่าจะเป็นอิสตรีที่มีความงามเป็นหนึ่ง..

       “ไม่ต้องเป็นกังวนแม่นาง..” เขากล่าว เมื่อทางเป่าหลิงนั้นท่าทางคงกังวนกับการเปิดเผยใบหน้าของตนเอง ส่วนเด็กสาวเมื่อเห็นดังนั้นก็ค่อยๆคลียิ้มบาง “เจ้าค่ะ..คือ ข้าเป็นคนทำเรื่องขอเอง ท่านมีอะไรหรือปล่าวเจ้าคะ? หรือว่า ข้าไม่ควรทำเช่นนี้?” เป่าหลิงกล่าวถาม

        “เอ่อ..ไม่ใช่ว่าทำไม่ได้หรอกขอรับ.. แต่ทว่า ปกติแล้วการดูสัมโนครัวประชากร นั้นจะต้องมีเหตุจำเป็น ปกติก็คือครอบครัวนั้นจะมาถามหาเอง แต่ทว่าแม่นาง กลับถามหาชื่อคนไม่ใช่กับทางประชากร หรืออะไร..ทำให้ข้าจำเป็นที่จะต้องตรวจสอบน่ะขอรับ ปกติแล้วเราก็ช่วยเหลือ แต่เราเองก็ต้องปกป้องสิทธิ์ของประชากรคนอื่นด้วยเช่นเดียวกัน” ท่านผู้ว่านั้นอธิบายแก่เด็กสาว “ที่ข้าอยากจะถาม คือเหตุใดแม่นางถึงอยากจะทราบ มีเหตุอันใดหรือไม่?”

        “เช่นนั้นเอง….เอ่อ..อาจจะอธิบายยากเล็กน้อยนะเจ้าคะ” เป่าหลิงกล่าวยิ้มๆ ก่อนที่จะถอนหายใจเล็กน้อย...ก่อนที่เธอนั้นจะเล่าเรื่องและอธิบายแก่ชายหนุ่มวัยกลางคนนั้นให้ฟัง ท่าทางของเขานั้นเมื่อได้ยินเรื่องราวก็ไม่ได้ดูตกใจเท่าไรนัก..

        “เช่นนั้นเองหรือ แม่นางเป่าหลิงความจำเสื่อม ทำให้จำอะไรไม่ได้ แล้วก็กำลังตามหาบ้านของตนเองอยู่...น่าสงสารจริงๆ..” เขานั้นกล่าวเช่นนั้นก่อนที่จะถอนหายใจ พลางคิดอะไรบางอย่าง บางทีก็มีการช่วยเหลืออยู่ด้วยที่เป็นแบบอื่น และแล้วทางท่านเจ้าเมืองนั้นก็คิดอะไรบางอย่างได้นั้นเอง.. “จริงสิแม่นาง..ข้าขอดูใบผ่านทางของแม่นางหน่อยได้ไหม?” เขานั้นกล่าวถาม..

        เป่าหลิงนั้นเอียงคอมอง ใบผ่านทางอะไรกัน.. “เอ่อ..สักครู่นะเจ้าคะ” เป่าหลิงนั้นกล่าว ก่อนที่เธอจะหยิบกระเป๋าของตนเองออกมา พลางพลิกของไปมากุ๊กกั๊กๆๆ อยู่นาน ก่อนที่นางจะมีม้วนกระดาษอยู่สองม้วนนั้นเอง.. “เอ่อ..นี้ใช่ไหมเจ้าคะ?” นางส่งม้วนกระดาษหนังสัตว์นั้นส่งให้.. ชายหนุ่มวัยกลางคนนั้นก็รับมาดู

       “ใบนี้เป็นของใบแรงงาน..ส่วนนี้..อ้อ…..นี้ไง ข้าพบแล้ว” เขากล่าวยิ้มๆ ก่อนที่จะกางแล้วให้ทางเป่าหลิงดู “นี้ไงขอรับแม่นางเป่าหลิง ภูมิลำเนาเมืองเซี่ยพี ธิดาของเจ้าสัวจงหยาเต้า..” เขานั้นอธิบายให้ทางเป่าหลิงได้เข้าใจ ก่อนที่เด็กสาวนั้นจะอ้าปากค้างไปเล็กน้อย ..เพราะว่าเธอไม่คิดเลยว่าการหานั้นมันจะง่ายขนาดนี้ เอาง่ายๆคือเธอคิดอะไรไม่ออกเลยด้วยซ้ำไป..

        “ข้าไม่นึกเลยว่ามันจะมาเขียนอยู่ตรงนี้” เป่าหลิงนั้นกล่าวแบบเอียงอาย แถมมันดันอยู่กับตัวเธอตลอดเวลาอีกต่างหาก…

        “ไม่เป็นไรขอรับแม่นาง ไม่แปลกหรอกเพราะว่าแม่นางจำอะไรไม่ได้ นี้โชคดีนะขอรับที่แม่นางยังพอจำชื่อของตนเองได้ หากแม่นางอยากจะรู้อะไร ลองไปถามที่เมืองเซี่ยพีน่าจะดีกว่านะขอรับ?” เขานั้นกล่าวบอกเช่นนั้น ก่อนที่จะคลียิ้มให้ทางเป่าหลิง ส่วนเด็กสาวนั้นก็พยักหน้าพลางคลียิ้มหวานพลางขอบคุณคนตรงหน้านั้นด้วย..

        “หากข้าไม่ได้ท่าน ข้าคงไม่รู้จะทำอย่างไร นอกจากเดินทางหาไปเรื่อยๆ จริงๆเจ้าค่ะ” เป่าหลิงกล่าวยิ้มๆ ส่วนทางท่านเจ้าเมืองนั้นก็บอกว่าไม่เป็นอะไร.. “ไม่ต้องเป็นกังวนไปแม่นาง..แต่หากแม่นางอยากจะทราบจริงๆ เผื่อว่าทางใบผ่านทางนั้นอาจจะช่วยเหลือไม่ได้ ตอนนี้ทางคนของข้ากำลังหาอยู่.. เพราะข้าเหมือนเคยได้ยินชื่อ เป่าหลิง อยู่อย่างไรก็ไม่แน่ใจนัก? ขอให้แม่นางนั้นรอสักครู่จะได้หรือไม่?” ท่านผู้ว่าเมืองนั้นกล่าวบอก

       “เอ๊ะ? จริงหรือเจ้าคะ?..เช่นนั้นข้าก็ขอขอบคุณจริงๆเจ้าค่ะท่านผู้ว่า” เด็กสาวนั้นกล่าวยิ้มๆ เธอนั้นนั่งอยู่อย่างเงียบๆ … ระหว่างนั้นก็หาอะไรคุยไปบ้าง เห็นว่าทางชายหนุ่มนั้นจะค่อนข้างสนใจเด็กสาวอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว ...ไม่รู้เพราะคารมหรือว่ารอยยิ้มอันสดใสของเธอที่ค่อนข้างจะเป็นใจ..และช่างดึงดูด…

       ไม่นานนักก็มีคนเข้ามา ดูเหมือนว่าน่าจะเป็นงานอะไรบางอย่าง..หรือไม่ก็เจ้าหน้าที่ แต่ชุดนั้นดูไม่คุ้นเลย เป่าหลิงนั้นค่อยๆขยับกายออกไป ระหว่างที่ท่านผู้ว่ากำลังพูดคุยกับเขาอยู่..

@Admin


แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +21 คุณธรรม +32 ความชั่ว +22 ความโหด โพสต์ 2019-4-22 12:13

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +25 ความหิว -33 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 25 -33 + 5

ดูบันทึกคะแนน

https://xn--12cn8be2ck0h5b.com/source/plugin/levsign/statics/images/e3.jpgดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x60
x15
x22
x36
x20
x10
x775
x500
x13
x104
x2118
x191
x73
x1038
x12
x2
x373
x664
x5
x5
x110
x120
x9999
x15
x82
x260
x624
x85
x395
x3789
x5803
x2700
x1
x1
x1
x48
x98
x6
x192
x143
x78
x4
x835
x2
โพสต์ 2019-4-22 19:56:15 | ดูโพสต์ทั้งหมด
{เดอะเป่าหลิง อินชาวไร่ ภาค 5 : ชีวิตนี้ของข้า แล้วรักนี้ล่ะ? เป็นของใคร}
{ ตอนที่ 55 : ไม่ทันระวังตน }

        ท่านเจ้าเมืองนั้นหลังคุยธุระกับชายคนนั้นเข้าก็เดินไปสำรวจชั้นอะไรบางอย่าง.. ระหว่างนั้นก็มีชายที่น่าจะเป็นเจ้าหน้าที่เดินเข้ามาพร้อมกับม้วนไม้ไผ่..แล้วเดินออกไป…

        “อ้าว..นี้ไงขอรับ..ว่าแล้ว ว่าทำไมคุ้นๆ.. ชื่อนี้ อา..นี้ขอรับแม่นาง” เขานั้นหันมาก่อนที่จะส่งให้ทางเป่าหลิงเอง.. “อะไรหรือเจ้าคะ?” นางกล่าวถาม..

        “อา..นี้เป็นประกาศตามหาแม่นางเป่าหลิง จากจวนนายอำเภอฝูเฝิง ใต้เท้ากัวกับฮูหยินตกใจมาก ที่ได้ยินว่าสะใภ้หนีออกจากบ้านไป หลานชายพวกท่านเลยออกตามหา ส่วนท่านก็ส่งจดหมายให้แวดวงเจ้าเมืองช่วยดูลาดเลาให้” ทางเจ้าเมืองเยี่ยเฉิงนั้นกล่าวบอกกับทางเป่าหลิงเช่นนั้น ก่อนที่เด็กสาวจะยิ้มแห้งๆ…

        “เหมือนมีแค่ฉบับเดียวนะขอรับที่ตามหาคนหาย แม่นางลองเดินทางไปอำเภอฝูเฝิงสอบถามใต้เท้ากัวดูดีกว่าขอรับ พวกเขาน่าจะจำหน้าสะใภ้ได้ ถ้าเป็นแม่นางจริงๆ ก็ยินดีด้วย ใต้เท้ากัวเป็นขุนนางซื่อสัตย์ ช่วยเหลือชาวฝูเฝิงด้วยความเมตตาเสมอมา” เขาอธิบายต่อ

        “คิดว่าคงไม่ใช่ข้าหรอกเจ้าค่ะ ความจริงข้าน้อยก็พอได้ข่าวมาบ้างนะเจ้าคะ แต่ไม่ว่าจะเป็นอายุ คิดว่าคงไม่อาจทราบได้.. เพราะเห็นว่านางนั้นอายุคงประมาณ 20 กว่า แต่ข้าน้องน่าจะพึ่ง 14 เจ้าค่ะ” เป่าหลิงนั้นกล่าวยิ้มๆ “นั้นสินะขอรับ..เช่นนั้นก็ลองติดต่อที่เมืองเซี่ยพีดูนะขอรับ” เขากล่าวยิ้มๆ ก่อนที่ทางเป่าหลิงนั้นจะกำลังขอบคุณอีกฝ่าย ร่างของผีเสื้อน้อยนามฝ้าเฉี่ยก็บินมาวนๆรอบๆกายของนาง.. “อ้าว นั้นมันผีเสื้อมายานี้..เป็นของแม่นางน้อยหรือขอรับ?”

        “เจ้าค่ะ เขาเป็นสหายของข้าเอง” เป่าหลิงกล่าวยิ้มๆ โดยที่ไม่ได้รับรู้เลยว่าตนเองนั้นกำลังพบเจออันตรายอะไรหรือไม่… เพราะว่านางนั้นไม่ได้ยินเสียงของมันกระมัง? 'เป่าหลิงเจ้าได้ยินข้าไหม ชื่อนี้เป็นชื่อที่นายท่านตั้งให้ตั้งแต่สมัยเจ้าเกิด ตอนสลับเจ้ามาร่างนี้นายท่านก็เรียกเจ้าเหมือนเดิมตลอดมา เจ้ารีบออกจากเยี่ยเฉิงดีกว่าแถวนี้อันตรายอิทธิพลมืดเยอะ' ด้วยความเป็นห่วงเด็กสาว ฝ้าเฉี่ยจึงพูดบอก… แต่ดูเหมือนว่านางนั้นจะไม่ได้รับรู้อะไรเลยด้วย..

       “เช่นนั้นข้าขอตัวก่อนนะเจ้าคะ” เป่าหลิงกล่าวยิ้มๆ พลางเดินออกไปจากตรงนี้อย่างเงียบๆ เด็กสาวเดินออกมาด้านหน้าของทางจวนผู้ว่า เพื่อที่จะเตรียมใส่หมวกไม้ไผ่ผ้าใบตามเดิม แต่แรงลมนั้นทำให้หมวกไม้ไผ่ผ้าใบของนางนั้นหลุดมือไป.. รวมถึงผ้าที่ใบหน้าของนางนั้นก็ค่อยๆหลุดล่องลอยไป..

        ทันทีที่เหล่าผู้คนตรงนั้นเห็นก็เงียบและจับจ้องเด็กสาวกันเป็นตาเดียวว่านางนั้นช่างงามเลิศเหลือเกิน หลายๆคนต่างมีความคิดโสมมมาอยู่ในตนเอง.. ความต้องการอยากได้และครอบครอง..ราวกับว่าความงามนั้นคือหลุมพรางแห่งมารร้ายที่คอยให้เหล่าผู้คนนั้นต่างแย่งชิงเพื่อให้ได้มา.. ก่อนที่เป่าหลิงจะไม่ได้รับรู้ถึงสายตาที่จับจ้อง..

        เด็กสาวได้แต่เพียงวิ่งไล่เพื่อนำหมวกไม้ไผ่ผ้าใบของตนเองกลับมาเท่านั้น……

        นางเป็นใครกัน?
        นางมาจากไหนกัน?
        เหตุใดถึงงามเลิศได้ถึงเพียงนั้น





แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +2 คุณธรรม +3 ความโหด โพสต์ 2019-4-22 20:03

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -14 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -14 + 5

ดูบันทึกคะแนน

https://xn--12cn8be2ck0h5b.com/source/plugin/levsign/statics/images/e3.jpgดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x60
x15
x22
x36
x20
x10
x775
x500
x13
x104
x2118
x191
x73
x1038
x12
x2
x373
x664
x5
x5
x110
x120
x9999
x15
x82
x260
x624
x85
x395
x3789
x5803
x2700
x1
x1
x1
x48
x98
x6
x192
x143
x78
x4
x835
x2

ข้อความล้วน|อุปกรณ์พกพา|

Copyright © 2001-2012 | The Legend of Wulin  สงวนลิขสิทธิ์ | GMT+7, 2019-7-16 06:15

ขึ้นไปด้านบน