ดู: 86|ตอบกลับ: 4

{ เมืองผิงหยาง } จวนผิงหยางโหว

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2019-4-15 02:34:20 |โหมดอ่าน


จวนผิงหยางโหว

{ เมืองผิงหยาง }





ขนาบข้างด้วยขุนเขาและธารน้ำตกคือที่ตั้งของ จวนที่ได้รับพระราชทานตามบรรดาศักดิ์ผิงหยางโหว
อาคารบรรจงสร้างอย่างปราณีตเน้นประโยชน์ใช้สอยควบคู่ไปกับความกลมกลืนตามธรรมชาติ
แผ่นหินสีทรายปูลาด กำแพงขาวกระเบื้องดำดูตัดกันเป็นภูมิทัศน์แดนลุ่มน้ำชายฝั่งทะเล
บ่าวไพร่ในจวนนับร้อยชีวิตต่างภาคภูมิใจในงานของตน ได้รับใช้เชื้อพระวงศ์และเจ้านายผู้เมตตา
เมื่อก้าวผ่านซุ้มประตูผู้คนมักทอดถอนใจกับทิวทัศน์งดงามล้ำค่าของโจวนโหวแห่งนี้



ผิงหยางโหว 

เฉา เซียง ประวัติเพิ่มเติม

อุปนิสัย สุภาพบุรุษผู้อ่อนโยนให้เกียรติผู้อื่นอยู่เสมอ เรื่องส่วนรวมมาก่อนตนเอง ยิ้มแย้มอบอุ่นอัธยาศัยดี เมื่อต้องการสิ่งใดจะไม่แสดงออกอย่างตรงไปตรงมา และจะค่อยเผยทีละน้อยผ่านการกระทำ ยึดมั่นในคำสัตย์ ทั้งสาบานและคำมั่นต้องทำให้สำเร็จสมบูรณ์จึงวางใจได้ แม้คงแก่เรียนแต่ก็มิใช้หนอนหนังสือที่อุดอู้อยู่กับตำรา ชื่นชอบการขี่ม้าลาดตระเวนทั่วเมืองผิงหยาง ในสายตาเขาความสงบสุขรุ่งเรื่องของใต้หล้าคือเรื่องของทุกคน 





 


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 Point +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 10

ดูบันทึกคะแนน

96

กระทู้

1088

โพสต์

18หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
79544
เงินตำลึง
688588
ชื่อเสียง
49646
ความหิว
1820

ใบรับรองภาษาละตินป้ายวังหลังป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV2)

คุณธรรม
2143
ความชั่ว
581
ความโหด
1154
ไข่ปริศนา(4)
เลเวล 1

จาง จู๋เวย

ไม่เป็นไรแน่หรอ
pet
โพสต์ 2019-4-21 15:36:51 | ดูโพสต์ทั้งหมด
[ถึงจวนผิงหยางโหว]

      นายแห่งจวนผิงหยางรับสารทางทหารที่แจ้งถึงการมาของแม่ทัพไท่หมินและคณะล่วงหน้าแล้วถึงสองวัน เพื่อการรับรองโดยไร้ขอบกพร่องผิงหยางโหวได้ตระเตรียมเรือนพักและเรียกตัวพ่อครัวชื่อดังของเมือง กำชับเหล่าบ่าวไพร่สั่งวัตถุดิบทั้งสุราอาหารเพื่อจัดเลี้ยงวีรบุรุษน้อยนามกระฉ่อน ฟังจากคนนำสารว่าครั้งนี้มีสหายของมารดาบุญธรรมผิงหยางกงจู่เดินทางร่วมมาด้วย


     ขึ้นชื่อว่าสหายของมารดา เท่าที่ทราบคือจอมยุทธ์หญิงผู้ได้รับสมญาพระราชทานว่า 'หนี่เถี่ย' เคยมีพระคุณช่วยเหลือมารดาบุญธรรมผู้เปรียบเสมือนแม่บังเกิดกล้าของเขาย่อมต้องให้การต้อนรับเป็นอย่างดี


      เมื่อได้รับรายงานว่าเรือของแม่ทัพไท่หมินแล่นมาเทียบท่าแต่ทว่าระหว่างทางเกิดพายุขึ้น มีผู้ได้รับบาดเจ็บระหว่างเดินทาง ผิงหยางโหวเฉาเซียงไม่รอช้าสั่งให้คนนำรถม้าไปรับพวกเขามายังจวน


      นายแห่งจวนโหวตรวจสอบการเตรียมพร้อมต้อนรับจากพ่อบ้านจนแน่ใจแล้วว่าไม่มีสิ่งใดบกพร่อง ก็เหลือเพียงรอคอยจนคณะเดินทางพร้อมทหารนับมาถึงเมืองในปกครอง สำหรับเหล่าบุรุษชาตินักรบนับพันชีวิตตนได้จัดหาค่ายนอกเมืองไว้ให้ค้างแรมแล้ว เหตุที่ว่าจวนโหวแม้จะกว้างขวางแต่จับผู้ชายตัวโตเป็นพันมาใส่คงจะแออัดพิลึก


     ไม่ถึงครึ่งชั่วยามโฉมหน้าของแม่ทัพไท่หมินและทหารที่เป็นฉากหลังนับพันก็มาปรากฎอยู่เบื้องหน้าของขบวนต้อนรับหยางโหว “ท่านแม่ทัพ จอมยุทธ์หนี่เถีย เหล่าทหารหาญเดินทางไกลครั้งนี้ลำบากแล้วมรสุมในทะเลช่างเอาแน่เอานอนไม่ได้ ดีที่พระบารมีองค์ฮ่องเต้ช่วยคุ้มครองทุกท่านยังมาถึงจุดหมายในที่สุด ข้าผิงหยางโหวเฉาเซียงยินดีต้อนรับหากขาดเหลือสิ่งใดเพียงออกปากมิต้องเกรงใจ ผู้มีพระคุณของท่านแม่บุญธรรม คือผู้มีพระคุณของข้าเช่นกัน”


    รถม้าคันโต ประดับธงตราผิงหยางโหวเคลื่อนผ่านเส้นทางสัญจรที่พวกชาวบ้านใช้เดินทางไปมมาระหว่างท่าเรือและตัวเมือง มุ่งสู่เขตตัวเมืองชั้นในอันเป็นที่ตั้งของจวนผิงหยางโหวด้วยความเร็วในระดับหนึ่งซึ่งไม่เร็วหรือช้าไปเพื่อเป้นการไม่ให้กระทบกระเทือนกับแผลของผู้โดยสารมาด้วยอย่างจางฝู แต่ถึงการเดินทางจะล้าช้าไปบ้างอย่างน้อยๆ จางฝู ไป๋หลง ถิงเออร์ ซุนเจียงและกับลูกสัตว์เลี้ยงของเธอก็เดินทางมาจนถึงจวนผิงหยางโหวได้อย่างปลอดภัยดีละนะ


     “พี่สาวค่อยๆน้าา”ถิงเออร์ที่นั่งมาในรถม้าด้วยนั้นเอ่ยกล่าวขึ้นแล้วช่วยพยุงจางฝูให้ลุกขึ้นยืนเเละเดินลงจากรถม้าอย่างระมัดระวังที่สุดเท่าที่นางนั้นจะทำได้ พอลงไปจนถึงด้านล่างซุนเจียงที่ขี่เจ้าต้าเสวี่ยตามมานั้นก็รีบเข้ามาช่วยถิงเออ์พยุงจางฝูอีกข้างทันที


     เมื่อมาถึงอย่างจวนก็พบการต้อนรับของพ่อบ้านที่นำบ่าวไพร่ออกมาเรียงเป็นทิวแถวให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวงอย้างเป็นระเบียบเรียบร้อย ผิงหยางโหวสั่งตามหมอมาดูแลรักษานายทหารและผู้บาดเจ็บ นายแห่งจวนผิงหยางในอาภรณ์ขาวปักดิ้นเงินงามสง่ามอบรอยยิ้มต้อนรับอย่างอบอุ่น ผายมือเชื้อเชิญแขกผู้มาเยือนด้วยท่าทีสุภาพไม่ไว้ตัว


      “ยินนามไม่สู้ได้ยลด้วยตา การศึกที่ชิงไห่ท่านแม่ทัพไท่หมินสร้างคุณูปการต่อบ้านเมืองแล้ว เฉาเซียงขอนับถือๆ เพื่อการนี้ข้าได้จัดงานเลี้ยงสังสรรค์ต้อนรับทุกท่านไว้ เชื้อเชิญเหล่าขุนนางมาร่วมด้วย หวังว่าท่านแม่ทัพ จอมยุทธ์หญิงจะไม่บ่ายเบี่ยง” ขณะออกเดินนำแม่ทัพน้อย สายตาเขาตกไปที่สตรีร่างแบบบางมีผ้าพันแผลที่ท้องภายใต้การประคองของดรุณีท่าทางสดใสอีกคนคาดเดาด้วยตำแหน่งการยืน หนึ่งในสองคนนี้สักรายคงเป็นจอมยุทธ์หนี่เถี่ย “...แต่หากต้องการพักผ่อน ข้าจะให้พ่อบ้านพาแม่นางไปยังเรือนพัก อีกสักครู่เรียกท่านหมอไปดูแลดีรึไม่?”


    “นั้นย่อมเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว พี่สาวต้องพักผ่อน”ถิงเออร์ร้องตอบออกมาเเทน เพราะยามนี้อย่าว่าเเต่งานเลี้ยงเลย ยืนทรงตัวก็จะไม่ไหวอยู่แล้ว อ่างไรก็ต้องให้หมอมาดูอาการอีกสักครั้ง เพราะตอบอยู่บนเรือวัตถุดิบอุปกรณ์อะไรก็ไม่ค่อยจะมี ทำได้ก็เพียงรักษาอาการบาดเจ็บเบื้องต้นไปเท่านั้น


    “ถิงเออร์ มีมารยาทหน่อย”จางฝูเอ่ยปรามขึ้นมาก่อนจะหันไปมองแล้วยิ้มบางส่งให้ให้แก่ผิงหยางโหวผู้ซึ่งที่เเท้ก็เป็นเป็นบุตรชายบุญธรรมมของผิงหยางกงจู่ “ขอบคุณคุณชาย ข้าอยากจะพักสักหน่อย”


     ผิงหยางโหวพยักหน้าตอบรับด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง เพียงใช้แววตาสั่งการพ่อบ้านวัยกลางคนก็ประสานมือรับคำอย่างนอบน้อม "ทราบแล้วขอรับท่านโหว... แม่นางทั้งสองเชิญทางด้านนี้"


     พ่อบ้านผู้เจนจัดในการดูแลเรื่องราวของจวนผิงหยางโหวย่อมมิใช่บ่าวใบ้บื้อ สายตาของเขาเฉียบคมพอจะมองความสำคัญของจอมยุทธ์หญิงทั้งสองออก เมื่อครู่สายตาคำสั่งค่อนข้างจริงจังเรือนพักที่ว่าย่อชั้นดีที่สุดในจวนโหว สองเท้าก้าวนำไปยังสวนไผ่เป็นทางเดินปูด้วยหินเรียบ ไม่ถึงอึดใจค่อยพบเรือนขนาดกลางริมสระน้ำใสสะอาดดูร่มรื่นและเหาะสำหรับการพักฟื้น "นี่คือหนึ่งในเรือนที่นายท่านสั่งให้สร้างตามอย่างทางใต้ขอรับ ด้านในมีทิวทัศน์ขุนเขาจำลองและแมกไม้ร่มรื่นเหมาะอย่างยิ่งในยามต้องการผ่อนคลายความคิดจิตใจ"


     “เป็นการตกแต่งที่ดีนะ”จางฝูเอ่ยพึมพัมบาพรางมองดูทิวทัศน์จำลองที่ตั้งอยู่ทางด้านข้างของทางเดิน ก่อนที่พวกนางนั้นจะเดินไปหยุดอยู่ที่เบื้องหน้าบานประตูบานหนึ่งซึ่งคงเป็นพักสำหรับเธอ


       พ่อบ้านผายมือไปยังประตูจวนแล้วนำไปยังห้องนอน เปิดหน้าต่างออกเล้กน้อยเพื่อให้อากาศบริสุทธิ์เข้ามาด้านใน ก่อนจะประสานมือกล่าวกับจางฝู "เรือนนี้อยู่ห่างจากส่วนงานเลี้ยงไกลจากเสียงอึกทึก ผู้น้อยจะไปตามท่านหมอมาช่วยดูอาการของแม่นางท่านนี้ อีกสักครู่สาวใช้จะนำอาหารรสอ่อนมาให้ หากมีสิ่งใดขาดเหลือสามารถแจ้งต่อพวกนางได้เลยขอรับ"


      “ขอบคุณมากเจ้าค่ะ”จางฝูเอ่ยพรางยิ้มออกมาก่อนจะได้ถิงเออร์นั้นช่วยพยุงพาเดินเข้าไปยังด้านในที่มีเตียงหลังใหญ่หลังหนึ่งตั้งอยู่ จางฝูค่อยทรุดตัวลงนั่งพร้อมกับเอนกายลงนอนพักและผ่อนลมหายใจออกอย่างเหนื่อยๆ “เห็นทีงานเลี้ยงที่จะจัดข้าคงไปไม่ไหว ถิงเออร์เจ้าไปแทนข้าแล้วกันนะ”


     “ห่ะ ข้า...จะดีหรือพี่สาวเขาจัดต้อนรับพี่สาวกับไป๋หลงนี่”ถิงเออร์ที่ได้ฟังก็ร้องถามออกมาแล้วย้ายตัวเองเดินไปหยิบเอากาน้ำรินใส่แก้วมายื่นให้แก่จางฝูดื่ม


      “หรือเจ้าจะให้พี่ไปนั่งหน้าซีด แผลฉีกในงานหือ..” จางฝูเอ่ยพรางหรี่ตามองน้องสาวตัวน้อยเบื้องหน้า พรางยิ้มในใจอย่างรู้ทันว่าสาวน้อยตรงหน้าเธอผู้นี้อยากจะเข้าไปเล่น ไปกินในงานเลี้ยงขนาดไหน


     “ก็ได้เจ้าค่ะ ข้าจะไม่ทำให้ชื่อเสียงพี่สาวต้องดูเเย่เจ้าค่ะ”


@Admin


แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +3 คุณธรรม +3 ความโหด โพสต์ 2019-4-21 17:29

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +35 ความหิว -22 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 35 -22 + 5

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หมวกไผ่ผ้าคลุม
ม้าเทพอูซุน
ตัวเบาขั้นสูง
กงจักรไท่หยาง
แส้จิ่วเทียน
คัมภีร์ละติน
ปราณคลุมวารี
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x30
x30
x30
x30
x10
x8
x18
x104
x3
x10
x104
x172
x1
x25
x118
x1
x68
x32
x46
x28
x120
x3
x98
x89
x1
x20
x66
x60
x784
x1
x2
x114
x202
x150
x129
x5088
x552
x150
x113
x9
x30
x20
x29
x1
x115
x466
x1
x9264
x10
x110
x1
x4
x9
x1
x2
x131
x186
x62
x3085
x6
x3
x45
x1
x1
x90
x1400
x8
x150
x65
x1000
x9
x3
x3
x40
x4
x40
x71
x2
x1500
x120
x414
x135
x60
x95
x100
x7
x26
x90
x3
x39
x3
x20
x1
x3
x80
x2
x60
x29
x4
x100
x50
x100
x1
x15
x1075
x3
x30
x68
x35
x30
x2742
x102
x180
x5
x115
x4
x2
x360
x886
x77
x64
x99
x44
x254
x259
x6
x30
x12
x348
x4
x563
x5
x1468
x86
x295
x264
x417
x780
x456
x32
x39
x133
x352
x652
x209
x92
x73
x329
x310
x8
x60
x1
x3
x127
x141
x669
x503
x838
x660
x128
x3071
x2330
x521
x20
x3
x1162
x28
x130
x1210
x6
x35
x3444
x2680
x3960
x4990
x9
x35
x20
x41
x81
x377
x1

96

กระทู้

1088

โพสต์

18หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
79544
เงินตำลึง
688588
ชื่อเสียง
49646
ความหิว
1820

ใบรับรองภาษาละตินป้ายวังหลังป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV2)

คุณธรรม
2143
ความชั่ว
581
ความโหด
1154
ไข่ปริศนา(4)
เลเวล 1

จาง จู๋เวย

ไม่เป็นไรแน่หรอ
pet
โพสต์ 2019-4-21 22:19:01 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Zhangfu เมื่อ 2019-4-21 22:52

[พามาดูดาวรึพามาฆ่า]

     หลังจากที่ท่านหมอที่ผิงหยางโหวส่งคนไปตามมาทำการรักษาให้จนเสร็จเป็นที่เรียบร้อย ประจวบสาวฝช้ผู้หนึ่งของจวนที่ทางโหวคงส่งมาเพื่อให้มาเรียบเชิญท่านจอมยุทธ์หนี่เถี่ยอย่างจางฝูนั้นให้เดินทางไปรวมงานเรียงต้อนรับที่ทางโหวได้เกริ่นบอกไปตั้งแต่มาถึงจวนครั้งแรก จางฝูที่เห็นก็เพียงยิ้มๆบางเล็กน้อยยแล้วหันไปมองถิงเออร์ที่นั่งอยู่ข้างๆก่อนจะพยักหน้าเเล้วยิ้มให้บ้างๆ


    “ถิงเออร์เรื่องนี้ ฝากเจ้าเดื่มกินเเทนพี่สาวคนนี้ด้วยแล้วกันนะ บอกคนอื่นๆไม่ต้องเป็นห่วน ข้าจะนอนพักไม่ซนลุกขึ้นมานั่งเล่น”จางฝูเอ่ยแล้วค่อยๆขยับตัวเอนนอนราบลงกับพื้นเตียงโดยมีถิงเออร์ค่อยช่วยพยุงก่อนที่นั่งจะยืนตัวแล้วยิ้มส่งกลับมาให้เธอ “อีกอย่างผิงหยางโหวผู้นี้ก็เป็นถึงบุตรบุญธรรมผิงหยางกงจู่ เจ้าต้องรักษามารยาทนะ”


      “เจ้าค่ะพี่สาว ข้าเข้าใจแล้ว จะไม่ซนและทำตัวดีๆ”ถิงเออร์เอ่ยก่อนที่นางจะหันหลังเดินออกไปจากห้องโดยที่มีจางฝูนั้นยิ้มบางมองตามหลังไปก่อนที่เธอนั้นจะเหลือบสายตามามองออกไปยังด้านนอกหน้าต่างที่อยู่ใกล้ๆกับเตียงก่อนจะค่อยปิดเปลือกตาลงเพื่อพักผ่อนเสียที่ เเม้ว่าก่อนหน้านี้เธอจะหลับมาตั้งเเต่เดินทางอยู่บนเรือหรือบนรถม้า แต่ต่อนอนมามากเท่าใด เธอก็ยังง่วงอยู่ดี หรือมันอาจจะเกี่ยวกับยาที่ท่านหมอให้กิน หรือบางทีอาจจะเป้นความเหนื่อยล้าที่มีมาตลอดการเดินทางนั้นก็ได้ ‘อ่าาา… เป็นการเดินทางที่เหนื่อยเหลือเกิน’ จางฝูขบคดก่อนที่สติของเธอนั้นจะหลุดลอยไปเพราะความง่วงโดยมีเสียงของใบไม้ที่ถูกสายลมยามค่ำคืนนั้นพัดปลิวขับกล่อมไปนั้นเอง


       เพียงแต่ขณะที่จางฝูนั้นกำลังจมดิ่งลงสู่ห้วงความฝันอยู่นั้นก็มีอันตะสะดุ้งได้สติขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงเปิดประตูพร้อมเสีงของฝีเท้าของใครบางคนที่ย่องเดินเข้ามายังด้านในห้อง ซึ่งหากเเป็นถิงเออร์นางคงพรวดพลาดเข้ามาแล้วมิได้ย่องราวตีแมวเช่นนี้ จางฝูที่ได้สติยังคงแกล้ง


       บุรุษร่างสูงระมัดระวังตัวอย่างยิ่งยวดภายใต้แสงดาราจันทราเห็นเพียงเงาอันปราดเปรียว สองเท้าเหยียบย่างอย่างแผ่วเบาด้วยเกรงจะทำให้สตรีผู้พำนักอยุ่ในห้องทั้งสองตื่นจากการหลับไหล เข้ามาใกล้ได้สักระยะเงามืดนั้นก็หยุดยืนเลิกคิ้วขึ้นคล้ายว่าผ่อนคลายความตึงเตรียดลง แสงจัทร์นวลขาวส่องกระทบลงมายังใบหน้าด้านข้างของจอมยุทธุ์หนี่เถี่ย ในเวลานี้ตะแคงหลับขดตัวอยู่ราวกับดรุณีน้อยไร้การป้องกัน ‘ดูเหมือนว่าจะยังพักผ่อนอยู่สินะ’


      นัยน์ตาชายหนุ่มวาวแสงในที่มืด จับจ้องแต่ไม่อาจแตะต้องอีกฝ่ายเพียงได้เห็นว่าบาดแผลได้รับการเอาใจใส่ มีคนคอยอยู่เฝ้าเป็นเพื่อนก็ไม่รุ้ว่าทำไมตนยังรั้นย่องเข้ามาเพื่อได้เห็นด้วยตา ว่านางยังอยู่ดี เสียงทุ้มคล้ายพึมพำกับตัวเอง “เฮ้อ.. ไม่เป็นไรก็ดีแล้วล่ะนะเจ้าน่ะ”


      มือที่กำด้ามมีดอยู่ผลันคลายออกเมื่อได้ยินเสียงพึมพัมของคนผู้หนึ่งแม้ว่าเสียงนั้นจะเบามากจนแทบไม่ได้ยินก็ตามแต่ก็สัมผัสไปถึงเสียงที่ไร้ซึ่งการคุกคามก่อนที่เปลือกตาบางใต้แพรขนตาค่อยขยับเเละเปิดขึ้นอย่างช้าๆมองดูว่าเป็นผู้ใดที่เดินเข้ามายังภายในห้อง ก่อนจะพบว่าคนที่เข้ามาในห้องนั้นกลับเป็นคนหัวเขียวที่น่าจะอยู่ในงานเลี้ยงกับคนอื่นๆนั้นกำลังยืนมองมายังเธออยู่ “งานเลี้ยงเลิกแล้วหรือ ซุนเจียง”


     ร่างสูงชะงักเล็กน้อยเมื่ออีกฝ่ายหันมามอง ดวงตาคู่ใสจับจ้องตนบ่งบอกว่ามิได้หลับอย่างที่คิด ชายหนุ่มตอบรับเสียงเบาเกี่ยวกับงานเลี้ยงตนไม่ค่อยมีความสนใจเท่าไร ตอนแรกก็มิใช่ตัวเด่นดังวีรบุรุษที่มีผู้คนอยากเห็นหน้าค่าตาอะไรเทือกนั้นอยู่แล้ว “ไม่มีอะไรน่าสนใจเลยออกมาก่อน จางฝูเจ้ารีบนอนไหม?”


    “ข้าหลับไปพักหนึ่งแล้ว ตื่นเพราะได้ยินเสียงเปิดประตู เจ้ามีอะไรหรือ”จางฝูเอ่ยถามขึ้น ขณะที่ตัวเธอนั้นก็ยังคงนอนตะแคงตัวมองอีกฝ่ายอยู่อย่างสงสัย ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ก็ถูกจู่ฟูเยี่ยนลากไปเที่ยวสังสรรค์นู่นนี่ตลอด เธอนึกว่าตัวของคนหัวเขียวผู้นี้จะชอบงานเลี้ยงงานเฮฮาสังสรรค์เสียอีก


     "อ่อ... ทำให้ตื่นจนได้สินะ" เขาหยักรอยยิ้มบางคล้ายรู้สึกผิดอยู่บ้าง เห็นสีหน้านางไม่ได้ซีดเซียวอย่างเมื่อตอนแรกก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้ "ถ้ายังไม่ง่วงล่ะก็อยากออกไปนั่งรับลมข้างนอกด้วยกันหน่อยไหม?"


     “อืม ได้ไปสูดอากาศด้านนอก หน่อยก็คงจะดีไม่น้อย”จางฝูเอ่ยออกมาแล้วจึงค่อยพยุงตัวลุกขึ้นมาอย่างลำบากโดยได้ซุนเจียงค่อยช่วยพยุงให้ลุกขึ้นมานั่งอย่างช้าๆ แล้วผ่อนลมหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง “ไปเถอะ”


     ชายหนุ่มเอื้อมแขนไปประคองไหล่กลมมนของร่างบาง พยายามอย่างมากที่จะหลบเลี่ยงปอยผมนุ่มลื่นนั้นทว่าเมื่ออีกฝ่ายก้มหน้าลง กลุ่มผมดุจไจไหมสีหมึกก็ลงมาปัดเคลียไหล่ รู้สึกจั๊กจี้จนหลบตาวูบหนึ่งเขาพาจางฝูค่อยๆ เดินไปยังผืนหญ้าด้านนอกเรือน มีสวนหินและน้ำตกจำลองดูร่มรื่น แม้จะล่วงเข้ายามราตรีแล้วแต่ทิวทัศน์ด้านนอกยังคงงดงามตระการตา ชายหนุ่มพานางเดินลัดเลาะไม่กี่สิบเก้าสังเกตเห็นว่าใบหน้าเล็กมีเหงื่อผุดปราย ‘ถึงจะเป็นสตรีเหล็กอย่างไรในเวลาบาดเจ็บก็ยังมีเหนื่อยล้าสินะ’


    “ไปพักด้านนั้นกันก่อนเถอะ” ซุ่นเจียงชี้ไปตรงผืนหญ้านุ่มๆ สีเขียวอ่อนต้องแสงจันทร์และสายลมจนดูพลิ้วไหวดุจร่ายรำ ทว่ายังไม่ทันได้เดินไปยังจุดหมายจางฝูคล้ายเสียจังหวะในการก้าวไม่ทันช่วงขาของชายหนุ่ม ความเหลื่อมล้ำทำให้ขาขัดกัน “...!!??”


     ร่างของจางฝูแฉลบไปด้านข้างครั้นจะปล่อยให้คนเจ็บจูบดินก็ไม่งามซุนเจียงรีบพลิกตัวหญิงสาวขึ้น ส่วนตัวเขาโดนแรงเหวี่ยงนั้นลงไปก้นจั้มเบ้าแทน ทว่าความมึนทำให้ไหลตามน้ำนอนราบลงไปกับพื้นหญ้าเสียเลย “....ฮึ่บ!! แบบนี้ก็สบายดีเหมือนกันนะ”


     เพราะช่วงขาที่มันยาวกว่ากันมากนัก อีกทั้งตัวของเธอเองก็ยังบาดเจ็บอยู่ขยับตัวได้ไม่ถนัดนั้นจึงไม่เเปลกที่จะเสียงจังหวะ ขาที่ก้าวออกไปราวกับเรียวแรงหายจนะเกอบทรุดล้มลงไปกองที่พื้นดีที่คนข้างดันไหวตัวทันฉวยจับพลิกตัวเธอเพื่อกันไม่ให้ล้มส่วนตัวเองก็ลงไปนัง่และนอนกองอยู่ที่พื้นแต่ดูท่าอีกฝ่ายนั้นคงจะลืมไปมั้งว่าตัวเธอเองก็ใช่ว่าจะมีเเรงพยุงตัวมากนักเมื่อยามนี้นั้นบนร่างกายเธอมันมีรูโดนไม้เสียบทิ้งอยู่บนร่าง ร่างบางของจางฝูเซวูบไปมาก่อนที่ทรุดร่วงลงไปกองอยู่ที่พื้นไม่ต่างจากอีกฝ่ายแต่ที่เเย่กว่านั้นคือเเผลมันกระเทือนเสียเจ็บจนน้ำตาซึม ‘เอาตูออกมาดูดาวผ่อนคลายหรือเอาออกมาฆ่าฟระ ไอ้หัวสาหร่ายนี่’

      “อย่าพึ่งขยับกระทันหัน.. เอ่อ เจ้านอนอยู่แบบนี้ก่อนคงดีกว่า” อีกฝ่ายเห็นท่าทีดังนั้นจะลุกหนีก็ไม่ทันเสียแล้ว อีกทั้งร่างสูงซ้อนแขนขึ้นมารองด้านหลังหัวตนเองอย่างแก้เก้อ ค่อยๆ เอนกายอย่างแบ่งที่ให้คนตัวเล็กได้นอนบนพื้นหญ้า พลางชี้ขึ้นไปยังท้องฟ้าที่ดารดาษไปด้วยแสงดาว “ดูสิ.. คืนนี้เหมือนว่าพวกดาวจะแข่งกันส่องแสงเป็นพิเศษนะ”


      จางฝูมองดูท่าทีของคนผิดที่ตีเนียนอล้วส่ายหัวไปมาเล็กน้อย อย่างนึกเซ็งก่อนที่จะค่อยๆล้มตัวลงนอนกองหอบหายใจเพื่อคลายความเจ็บอยู่ที่พื้น จนเมื่ออาการเจ็บเริ่มทุเลาลงจึงเงยหน้ามองขึ้นไปยังด้านบนท้องฟ้ายามราตรีตามที่ซุนเจียงได้บอกไปซึ่ง วันนี้นับว่าเป็นวันทที่ท้องฟ้ายามราตรีนั้นเปิดโล่งมากทีเดียวอีกทั้งดวงจันทร์คืนนี้ยังหลบเร้นกายไปในความมือจึงไม่แปลกที่แสงของดวงดาวในวันนี้จะยิ่งเเจ่มชัดขึ้นมากนัก


    “ดูนั่นสิ กระจุกดาวเรียงกันอย่างกับราชสีห์… พ่อบุญธรรมเคยบอกข้าว่าบางครั้งเมื่อคนเราจากไปในทะเลก็จะกลายเป็นดวงดาว คอยเฝ้ามองมิตรสหายและลูกหลานของพวกเขาจากที่ห่างไกล” ท้องฟ้าโปร่งเมืองผิงหยางเองก็ติดกับทะเลส่วนมากชาวเรือคุ้นชินกับการใช้ดวงดาวนำทางอยู่แล้ว เป็นเรื่องที่เข้าใจได้หากจะมีตำนานรึความเชื่อที่เกี่ยวพันไปถึงเหล่ากระจุกแสงบนท้องฟ้าสักเรื่องสองเรื่อง “จางฝู เจ้าคิดว่าไง? หากผู้คนกลายเป็นดาวแล้วทำไมต้องเรียงกันเป็นรูปราชสีห์ด้วย ทำไมไม่เป็นรูปคนแบบนั้นคงเข้าใจง่ายกว่า”


     “เรื่องนั้นข้าก็ไม่เคยคิดด้วยสิ”จางฝูเอ่ยออกมาพร้อมดวงตาสีน้ำตาลที่หม่นลงเล็กน้อย “แต่ข้าเชื่อว่าคนที่จากไปแล้วทุกคนกำลังเฝ้ามอง เฝ้าดูเเละคอยชี้นำทางเราอยู่บนนั้น”จางฝูเอ่ยขึ้นเสียงเบา ‘และหวังว่าทุกคนที่อยู่บนนั้นจะสบายดี’


@Admin



แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +3 คุณธรรม โพสต์ 2019-4-21 23:19

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +25 ความหิว -18 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 25 -18 + 5

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หมวกไผ่ผ้าคลุม
ม้าเทพอูซุน
ตัวเบาขั้นสูง
กงจักรไท่หยาง
แส้จิ่วเทียน
คัมภีร์ละติน
ปราณคลุมวารี
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x30
x30
x30
x30
x10
x8
x18
x104
x3
x10
x104
x172
x1
x25
x118
x1
x68
x32
x46
x28
x120
x3
x98
x89
x1
x20
x66
x60
x784
x1
x2
x114
x202
x150
x129
x5088
x552
x150
x113
x9
x30
x20
x29
x1
x115
x466
x1
x9264
x10
x110
x1
x4
x9
x1
x2
x131
x186
x62
x3085
x6
x3
x45
x1
x1
x90
x1400
x8
x150
x65
x1000
x9
x3
x3
x40
x4
x40
x71
x2
x1500
x120
x414
x135
x60
x95
x100
x7
x26
x90
x3
x39
x3
x20
x1
x3
x80
x2
x60
x29
x4
x100
x50
x100
x1
x15
x1075
x3
x30
x68
x35
x30
x2742
x102
x180
x5
x115
x4
x2
x360
x886
x77
x64
x99
x44
x254
x259
x6
x30
x12
x348
x4
x563
x5
x1468
x86
x295
x264
x417
x780
x456
x32
x39
x133
x352
x652
x209
x92
x73
x329
x310
x8
x60
x1
x3
x127
x141
x669
x503
x838
x660
x128
x3071
x2330
x521
x20
x3
x1162
x28
x130
x1210
x6
x35
x3444
x2680
x3960
x4990
x9
x35
x20
x41
x81
x377
x1

96

กระทู้

1088

โพสต์

18หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
79544
เงินตำลึง
688588
ชื่อเสียง
49646
ความหิว
1820

ใบรับรองภาษาละตินป้ายวังหลังป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV2)

คุณธรรม
2143
ความชั่ว
581
ความโหด
1154
ไข่ปริศนา(4)
เลเวล 1

จาง จู๋เวย

ไม่เป็นไรแน่หรอ
pet
โพสต์ 2019-4-22 01:06:33 | ดูโพสต์ทั้งหมด
[จุมพิศใต้แสงดาว]

      ฟ้าพรางพรายเต็มไปด้วยแสงดาวมากมาย จางฝูและซุนเจียงที่นอนมองดูดาวกันอยู่และจิตนาการรูปร่างของกลุ่มดาวแต่ละตัวอยู่ด้วยกันอย่างสนุกสนานเสียจนตัวของจางฝูนั้นเรียกได้ว่าลืมอาการบาดเจ็บของตัวเองไปชั่วขณะเลยก็ว่าได้ อีกทั้งอากาศที่เย็นสบายกำลังดีขับกับเสียงของน้ำตกจำลองภายในสวนพาให้ทั้งสองคนที่นอนดูดาวพูดคุยกันอยู่ เพลิดไปกับบรรยากาศจนลืมเวลาไปเลย และไม่รู้ว่ายามนี้ๆนั้นล่วงเลยไปจนยามไหนแล้ว


     “ดาวดวงนั้นลากไปยังงี้แล้วเหมือนกับรูปหงส์กำลังจะบินเลย”จางฝูเอ่ยออกมาอย่างมีความสุข นานแล้วที่เธอไม่ได้มานอนดูดาวอยางสงบใจอยู่เช่นนี้ ดวงตาสีน้ำตาลพราวระยับสะท้อนเเสงดาวอย่างมีความสุขโดยไม่ได้สังเกตร่างสูงของบุรุษอีกผู้หนึ่งที่ทิ้งตัวนอนอยู่ด้านข้างเลยว่า ยามนี้เขานั้นไม่ได้จ้องมองไปยังดวงดาวที่เธอว่า หากแต่กำลังจับจ้องมาที่ใบหน้าด้านข้างของเธอเเทน


    แพขนตายาวที่สั่นกระพริบเบาๆ ใบหน้านวลผ่องภายใต้เเสงดาวและเเสงจากโคมไฟไกลๆที่เเขวนอมูเส้นผมสีดำนิลเเผ่สยายจนเต็มผืนหญ้าสีเขียวอ่อน รอยยิ้มมีความสุขที่ประทับไว้บนใบหน้าของร่างบางข้างๆ พาเอาหัวใจของร่างสูงสั่นสะท้านขึ้นมา ด้วยความรู้สึกที่มิอาจบรรยายได้ มันมิใช่แบบครั้งก่อนที่สั่นกลัวหรือตื่นเต้นแต่เป็นความรู้สึกที่ตัวเขาเองนั้นไม่สามารถพูดบอกมาเป็นประโยคได้ ราวคนต้องมนต์ทั้งมือและร่างกายสูงของเขาขยับไปหาร่างบางข้างๆ และยัดกายขึ้นเงยหน้ามองดูใบหน้าตรงของอีกฝ่ายอย่างชัดๆ


       จางฝูที่เห็นคนข้างๆที่ขยับและยัดกายขึ้นมองมายังเธอก้เลื่อนละสายตาจากหมู่ดาวนับแสนล้านกลับมามองยังบุรุษผมเขียวเบื้องหน้า นัยน์ตาทั้งสองสีเลื่อนมาสบกันก่อนที่จางฝูนั้นจะเลิ่กคิ้วขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อมือหนาของซุนเจียงเอื้อมมาเกลี่ยเส้นผมของเธอและจับมันมาทัเอาไว้ที่ข้างหู แต่แล้วดวงตาสีน้ำตาลของนางที่ยังคงฉายแววสงสัยอยู่นั้นก้ต้องเบิกกว้างเมื่อใบหน้าของอีกฝ่ายนั้นลดต่ำลงมาใกล้มากกว่าปกติ


     “ซุน…..”ไม่ทันให้จางฝูได้เอ่ยชื่ออีกฝ่ายจนจบริมฝีปากหยักเรียวของซุนเจียงก็ปิดประทับลงมาที่ริมฝีปากอวบอิ่มของเธอ แม้มันจะไม่ได้เป็นจูบที่ว๊าบวามมากจนเกินไปนักแต่มันกลับให้ความรู้สึกหวานละมุนจนตัวเธอนั้นมิอาจผลักไสร่างสูงด้านบนให้ออกไปได้ และค่อยปิดเปลือกตายอมรับจุมพิศนั้นอย่างเต็มใจ และตอบรับจุมพิศจากอีกฝ่ายโดยมือที่วางอยู่ที่พื้นของเธอนั้นค่อยเอื้อมขยับขึ้นไปเกาะที่ไหล่กว้างของอีกฝ่ายเช่นกันกับมือหนาที่เอื้อมสอดเข้ามาประคองรองที่ใต้ศีรษะของเธออย่างช้าๆ


     ราวเวลาหยุดลงไป พร้อมกับริมฝีปากของซุนเจียงที่ผละออกเล็กน้อยก่อนที่ดวงตาสีอรุณนั้นจะเบิกกว้างขึ้นอย่างได้สติเเละพึงระลึกได้ว่าตัวเขาเองนั้นเผลอทำอะไรบางอย่างที่เป็นการล่วงเกินอีกฝ่ายมากเกินไป จึงรีบผละลุกถอยออกจากร่างบางของจางฝูอย่างตกใจ จางฝูเองก็คล้ายได้สติรีบยกมือขึ้นมากุมปิดปากของตัวเองแล้วหันหน้าหนีไปอีกทางอย่างเขินอายโดยมีอาการร้อนวุบที่ใบหน้าตามมาด้วยอาการหัวใจของเธอที่มันเต้นระส่ำอย่างผิดจังหวะ ‘บ้าจริง ข้า..ข้าจูบกับซุนเจียงไป จูบกับ..’ จางฝูเอ่ยกับตนเองและค่อยหันกลับไปมองซุนเจียงที่นั่งหน้าเเดงเถือกล่ามไปถึงหูข้างๆ


       “ขะ...ข้า...ข้าไม่ตั้งใจล่วงเกิน ข้า…”ซุนเจียงที่เห็นจางฝูหันกลับมานั้นก็เอ่ยบอกออกไปอย่างละลั่มละลักอย่างเขินอาย และทำตัวไม่ถูก


      “มะ..ไม่เป็นไร ข้าว่าเรา ดูดาวต่อเถอะ”จางฝูเอ่ยเปลี่ยนเรื่องแล้วเบนสายตากลับขึ้นไปมองบนท้องฟ้าด้านบน เเม้ว่าสมาธิเกือบทั้งหมดของเธอนั้นจะจดจ่อไปยังร่างสูงของซุนเจียงที่ทรุดตัวลงนอนมองดาวอยู่ข้างๆนั้นเเทนที่จะเป็นท้องฟ้าก็ตามที


       “จางฝู ข้าขอบคุณแทนทุกคนในหมู่บ้านมากนะที่เจ้ายอมเหนื่อยเพื่อพวกเราขนาดนี้”ซุนเจียงเอ่ยออกมาแม้ว่าเสียงที่เอ่ยออกมานั้นจะสั่นไปบางเพราะอาการเขินอายอยู่บ้างก็ตามที


      “ข้าไม่ลำบากอะไรหรอก เจ้าไม่ต้องคิิดมากหรอก”จางฝูเอ่ยออกมาแล้วเหลือบไปมองบุรุษข้างๆแล้วรีบเบนกลับไปมองท้องฟ้าเบื้องบนอีกครั้งเมื่อดวงตาของเธอและเขานั้นดันไปสบมองกันอีกครั้งอย่างไม่ตั้งใจ เพียงแต่ในขณะที่จางฝูนั้นกำลังมองจ้องขึ้นไปบนท้องฟ้าเบื้องบนเพื่อตั้งสติและเพื่อเเก้เขินนั้น เธอก็ต้องร้องออกมาอย่างตกใจเมื่อมันมีบางอย่างที่เเปลกประหลาดเกินไปลอยผ่านสายตาเธอและซุนเจียงไป
    "......!!!"
     "....!!!"
    ร่างสีขาวสะอาดผ่องตัดกับความมือของท้องฟ้ายามราตรี ขนที่ดูนุ่มสลวยนั้นปลิวพริ้วไหวไปตามสายลม หางสีขาวสะบัดไปมาอย่างอ่อยอิงก่อนที่ร่างสีขาวนั้นจะค่อยๆลอยหายเขาไปในกลีบเมฆดำยามราตรี


    “เจ้า ซุนเจียงเห็นเหมือนข้าใช่ไหม”จางฝูร้องถามอีกฝ่ายขึ้นมาเพื่อย้ำความเเน่ใจในสิ่งที่เธอเห็นเมื่อครู่


     “อืม แมวสีขาว ลอยหายเข้าไปในกลีบเมฆ”ซุนเจียงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเลือนลอยอย่างไม่อยากที่จะเชื่อสิ่งที่เห็นมากับตาเมื่อครู่ก่อนทั้งคู่นั้นจะยกมือขึ้นมาขยี้ตาของตัวเองเพื่อเรียกสติและมองขึ้นไปบนท้องฟ้าอีกครั้ง เพียงแต่คราวนี้นั้นไม่ใช่ร่างของเเมวสีขาวที่ลอยอยู่บนฟ้าแต่กลับเป็นกลุ่มดดาวประหลายที่เมื่อลองโยงเส้นดูแล้วบังเกิดกลายเป็นข้อความที่ทำเอาทั้งจางฝูและซุนเจียงนั้นถึงกับหน้าเเดงก่ำราวผลมะเขือเทศสุกอย่างไรอย่างนั้น และคำๆนั้นก้อ่านว่า

“天长地久” (เทียน ฉาง ตี้ จิ่ว) (ชั่วฟ้าดินสลาย)

      “เป็นกลุ่มดาวที่แปลกจังเนอะ”ซุนเจียงเอ่ยออกมาพรางยกมือขึ้นมาเกาหัวตัวเองเบาๆแล้วเหลือบมองไปยังร่างบางของจางฝูที่นอนหน้าเเดงก่ำอยู่ข้างๆก่อนที่เขานั้นจะค่อยๆขยับตัวเข้าไปหาใกล้ๆ “ถ้าง่วงก็บอกนะ ข้าจะพาเจ้าไปพัก”


     “อะ..อืม ไว้ข้าจะบอกนะ”จางฝูเอ่ยเสียงเบาแล้วยกมือขึ้นมาลูบแก้มของตัวเองที่ร้อนเห่ออย่างกับไปนั่งตากไฟอยู่หน้าเตาไฟในครัวมาอย่างไรอย่างนั้น


@Admin


แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับความสัมพันธ์กับ ซุน เจียง เพิ่มขึ้น 300 โพสต์ 2019-4-22 01:13
คุณได้รับ +3 คุณธรรม +8 ความชั่ว +10 ความโหด โพสต์ 2019-4-22 01:13

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -24 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -24 + 5

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หมวกไผ่ผ้าคลุม
ม้าเทพอูซุน
ตัวเบาขั้นสูง
กงจักรไท่หยาง
แส้จิ่วเทียน
คัมภีร์ละติน
ปราณคลุมวารี
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x30
x30
x30
x30
x10
x8
x18
x104
x3
x10
x104
x172
x1
x25
x118
x1
x68
x32
x46
x28
x120
x3
x98
x89
x1
x20
x66
x60
x784
x1
x2
x114
x202
x150
x129
x5088
x552
x150
x113
x9
x30
x20
x29
x1
x115
x466
x1
x9264
x10
x110
x1
x4
x9
x1
x2
x131
x186
x62
x3085
x6
x3
x45
x1
x1
x90
x1400
x8
x150
x65
x1000
x9
x3
x3
x40
x4
x40
x71
x2
x1500
x120
x414
x135
x60
x95
x100
x7
x26
x90
x3
x39
x3
x20
x1
x3
x80
x2
x60
x29
x4
x100
x50
x100
x1
x15
x1075
x3
x30
x68
x35
x30
x2742
x102
x180
x5
x115
x4
x2
x360
x886
x77
x64
x99
x44
x254
x259
x6
x30
x12
x348
x4
x563
x5
x1468
x86
x295
x264
x417
x780
x456
x32
x39
x133
x352
x652
x209
x92
x73
x329
x310
x8
x60
x1
x3
x127
x141
x669
x503
x838
x660
x128
x3071