ดู: 130|ตอบกลับ: 4

{ นอกเมืองหรูหนาน } เขาสามยอด

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2019-4-10 03:26:42 |โหมดอ่าน



3| | |  น อ ก เ มื อ ง ห รู ห น า น  | | |4

เขาสามยอด















เขาสามยอด


เขาปริศนาที่มีทิวเขาสามลูกเรียงไล่ระดับกันสูงกลางต่ำดั่งเช่นชื่อเรียก มีทางเข้าซับซ้อน บนเขามีค่ายกลกับดักเก่าสลับซับซ้อนเพื่อป้องกันผู้บุกรุกแต่ไม่มีใครทราบว่ากับดักเหล่านี้เคยมีที่มาอย่างไร บางครั้งเมฆหมอกลงหนาเป็นอุปสรรคในการเดินป่า สัตว์มีพิษ และสัตว์ป่าดุร้ายมากมายอาศัยอยู่ นับว่าเป็นสถานที่อันตรายแห่งหนึ่งที่ชาวเมืองหรูหนานทุกคนล้วนไม่มีใครกล้าย่างกรายเข้าไป 













คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 Point +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 10

ดูบันทึกคะแนน

53

กระทู้

411

โพสต์

6หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
83918
เงินตำลึง
106554
ชื่อเสียง
17300
ความหิว
251

ใบรับรองภาษาฮั่น

คุณธรรม
406
ความชั่ว
0
ความโหด
9
ไก่บ้าน
เลเวล 1

ชิง หลิ่งอี้

ของขวัญจาก Admin
pet
โพสต์ 2019-4-10 05:42:05 | ดูโพสต์ทั้งหมด
- 39 -

[ บทที่ 2 ] ฉากที่ 32





          รอบข้างยังคงรายล้อมไปด้วยแมกไม้ทว่ายิ่งใกล้จุดหมายรอบข้างยิ่งทวีความวังเวงขึ้นทุกที คนทั้งสองตรงไปยังทิศตะวันตกสามร้อยลี้ที่ซึ้งเป็นที่ตั้งของหุบเขาสามยอด ระหว่างทางนั้นเอง จู่ๆ เสียงโครกครากร้องประท้วงของกระเพาะที่เริ่มหิวโหยก็ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่มีเพียงเสียงฝีเท้าย่างก้าว
         
“.....ท่านอาจารย์หิวบ้างหรือไม่ กองทัพย่อมเดินด้วยท้อง...ข้าพอมีเสบียงติดตัวอยู่เล็กน้อย” หญิงสาวหยุดเดินเอ่ยถามอีกฝ่ายแก้เก้อ ที่แท้เป็นเสียงมาจากนางเอง! หลินแทบอยากเอามือปิดหน้า ณ ตอนนั้น
          อีกฝ่ายเกือบหลุดหัวเราะพยายามกลั้นไว้
“จริงด้วยแฮะ ตั้งแต่มาถึงหรูหนานพวกเราก็ยังไม่ได้กินอะไรกันเลย เร่งรีบนักจนลืมหิวเชียว”
          เมื่ออีกฝ่ายเห็นด้วยหญิงสาวจึงควานหาเสบียงในถุงย่ามอยู่ครู่หนึ่งจึงหยิบขึ้นมาหนึ่งอย่าง เป็นอาหารที่คิดว่าไม่น่าจะเป็นอุปสรรคในการรับประทานนัก เช่นในสถานการณ์กึ่งเร่งรีบเช่นนี้
          “เจอแล้ว เป็นขนมหม่าซู”
          “ข้าขอสักสิบชิ้นเลยแล้วกัน” เหมือนจะกล่าวเล่นๆ แต่หลิวเหวินพูดจริง ด้วยเรื่องยุ่งยากจึงเพิ่งรู้ตัวว่าหิวขนาดนี้
          “ศิษย์ให้อาจารย์ยี่สิบชิ้นเลยยังได้” ว่าจบจึงหยิบขนมหม่าซูส่งให้อาจารย์ทีละชิ้นกระทั่งครบยี่สิบชิ้น
          “จริงหรือเนี่ย! ขอบใจเจ้ามากจริงๆ”  
          ทั้งสองเดินไปเติมอาหารลงท้องไปแต่ไม่หยุดยั้งทั้งสองเท้า ยังคงเดินไปจนกระทั่งพบทางที่คาดว่าน่าจะเป็นทางขึ้นเขา ด้านบนมีป้ายไม้เก่าสลักเป็นคำว่า เขาสามยอด ด้านหลังเป็นเขาสูงตั้งตระหง่าน รู้ชัดแล้วว่าต้องเป็นที่นี่อย่างแน่นอน นี่เป็นเพียงแค่ทางเข้าแต่กลับแผ่ไอทมิฬประหลาดให้ขนหัวลุกอย่างไม่น่าเชื่อ
          เคี้ยวขนมหม่าซูหยับๆ กลืนลงคอหนึ่งคำ หลิวเหวินจึงหันมาเอ่ยถามศิษย์ “เจ้าพร้อมนะ”
          ดวงตาสีนิลจดจ้องทางเบื้องหน้า หญิงสาวไม่เอ่ยตอบเพียงแต่พยักหน้าขึ้นลงบ่งบอกอีกฝ่าย
          ทั้งสองคนย่างกรายเข้ามายังทางขึ้นเขาสามยอด บรรยากาศรอยข้างค่อยๆ เย็นลงอย่างรู้สึกได้ เสียงสัตว์เล็กสัตว์น้อยค่อยๆ เงียบลง หลงเหลือเพียงเสียงฝีเท้าสองคู่ก้าวขึ้นไปยังทางเบื้องหน้า หมอกหนาเริ่มลงบดบังทัศนการมองเห็นจึงต้องคอยเดินอย่างระมัดระวังทาง ทว่าระวังทางไม่ทันระมัดระวังตัว ในตอนนั้นเองมีสิ่งหนึ่งกระโดดตัดหน้าโฉบเอาถุงย่ามที่หลินพกติดตัวไว้ไปต่อหน้าต่อตา!
          “เอ๊ะ!? หยุดนะ” หญิงสาวรีบมองตามเงาดำๆ ปราดเปรียวของหัวขโมยที่หายไปในหมอกควันพลันรีบวิ่งตามไป
          “เดี๋ยว! เกิดอะไรขึ้น?” หลิวเหวินร้องถามรีบวิ่งตามไปอีกคน
          “ขออภัยท่านอาจารย์ ข้าต้องไปเอาของที่ถูกขโมยไปคืนมาสักครู่” ว่าจบหลินรีบตามเงาหัวขโมยไปทันที หญิงสาวไม่สามารถปล่อยให้ถุงย่ามใบนั้นถูกเอาไปได้ ข้างในนั้นมีของที่สำคัญต่อนางอยู่หลายสิ่ง!
          ไม่ช้าพ้นเมฆหมอกมาจึงเห็นหัวขโมยตัวน้อยได้ชัดเจนขึ้น เป็นแมวดาวตัวหนึ่งคาบเอาถุงย่ามของหลินไป มันหันกลับมามองดูคนข้างหลังก่อนกระโดดหนีไปอีกสามก้าว
          “หัวขโมยก็คือแมวน้อยตัวนั้นเองรึ?” หลิวเหวินตามมาถึงทีหลังเอ่ยกล่าวพลางหัวเราะหึยกยิ้ม “ดูซิคนกับแมวใครจะเร็วกว่ากัน”
          ทั้งสองวิ่งไล่ตามแมวดาวหัวขโมยไปเพื่อจะเอาของคืน แม้ซัดฝ่ามือใส่มันก็หลบหลีกได้อย่างคล่องแคล่วนัก คิดจะจับสัตว์ป่าในป่ามิใช่เรื่องง่ายเลย มันยังคงวิ่งหนีไปกระโจนเข้าพุ่มไม้อย่างรวดเร็ว หญิงสาวไม่ล้มเลิกง่ายๆ นางต้องเอาถุงย่ามของนางกลับคืนมา หลินวิ่งเข้าพุ่มไม้ตามเจ้าแมวขี้ขโมยไปแต่พบว่านี่เป็นกับดัก นางตกลงไปดัง ตุบ!
          “อูยย…”
          หลินตกลงมาในหลุมดินที่เหมือนถูกขุดไว้เป็นกับดักแต่มิใช่เสียทีเดียว ด้านบนถูกบังไว้ด้วยพุ่มไม้ทว่าเกิดขึ้นจากธรรมชาติสร้าง หลุมนี้ไม่ลึกมากนึกสามารถปีนขึ้นไปได้ง่ายๆ แต่คนที่เผลอตกลงมาย่อมเจ็บตัวอยู่ไม่น้อย!
          “เป็นอะไรมากหรือไม่!?” เสียงตะโกนดังขึ้นมาจากด้านบน เป็นเสียงผู้เป็นอาจารย์
          “อาจารย์... ศิษย์ไม่เป็นไร” หลินตะโกนตอบอีกฝ่ายพลันลุกขึ้นปัดฝุ่นออกจากอาภรณ์ มองรอบๆ ไม่เห็นร่องรอยของแมวขี้ขโมยตัวนั้นแล้ว แม้จะหาของไม่เจอแต่คงต้องตัดใจแล้ว นางมีสิ่งที่สำคัญกว่านี้รออยู่… “ศิษย์จะรีบขึ้นไปเดี๋ยวนี้”
          หญิงสาวกำลังหาทางปีนหลุมบ้าบอนี้ขึ้นไปทว่ามีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาในความมืดสลัว
          “เมี๊ยว~”
          “เจ้าแมว!?” ดวงตาสีรัตติกาลในความมืดกวาดสายตาหาเจ้าของเสียงพลันกล่าว “ออกมาเดี๋ยวนี้นะ ข้ากำลังรีบ คืนของมาให้ข้าทีเถอะ”
          ดวงตาเจ้าหัวขโมยสะท้อนแสงในที่มืด ปากของมันคาบสิ่งที่ขโมยมาเอาไว้ทั้งยังเดินลึกเข้าไปอีกทว่าคล้ายบอกให้อีกคนตามมันมาอย่างไรอย่างนั้น เงาปราดเปรียวของแมวดาวค่อยๆ หายไปในความมืด หญิงสาวรีบเดินตามมันไปไม่ลึกนักจึงพบร่างของใครอีกคน
          “เมี๊ยววว~~”
          แมวดาววางของที่ขโมยมาลงกับพื้นแล้วเปลี่ยนไปเดินรอบกายร่างของผู้บาดเจ็บอีกคนแทน ดวงตาสีรัตติกาลในความมืดเมื่อปรับเห็นคนตรงหน้าก็ต้องตกตะลึงว่าเหตุใดเขาจึงอยู่ที่นี่
          “นายพรานชิง!?” หลินรีบเข้าไปดูร่างคนเจ็บที่นอนอยู่ “เหตุใดถึง…เกิดอะไรขึ้น?”
          “ไม่คิดว่าวิธีนี้จะได้ผล...” ชิงหลิ่งอี้ในสภาพบาดเจ็บทั้งร่างกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนล้า เขาเล่าต่อ “ข้าแอบหนีออกมาพร้อมกับคนอื่นอีกจำนวนหนึ่งแต่พวกมันรู้ตัวแล้ว ข้ารีบหาทางหลบซ้อนแต่บาดเจ็บจึงไม่มีแรงออกไปบอกข่าวให้พวกเจ้า โชคดีที่ได้แมวเชื่องตัวนี้”
          ชิงหลิ่งอี้อธิบายเป็นสิ่งที่แทบไม่น่าเชื่อเอาเสียเลยว่าเจ้าหัวขโมยตัวนี้เป็นเพื่อนกับเขา? แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ หลินเอ่ยถามต่อทันที “แล้วคนอื่นๆ?”
          ชิงหลิ่งอี้ส่ายหน้าเป็นคำตอบ เขาเองก็ไม่รู้ “ข้าแยกกับคนอื่น ไม่รู้พวกเขาเป็นอย่างไร”
          “เดินไหวหรือไม่” หลินเอ่ยถาม แม้ว่าหลุมนี้จะไม่ลึกมากแต่สำหรับคนเจ็บก็ยากที่จะปีนขึ้นไป
          “ไม่ต้องห่วง เจ้ารีบไปเถอะ เสี่ยวปิงจะช่วยนำทางให้ได้...” ชิงหลิ่งอี้กล่าว หากเขาไปด้วยมีแต่จะถ่วง ตอนนี้แม้แต่เรี่ยวแรงขยับมือยังไม่มี แค่เอ่ยปากพูดก็เต็มกลืนแล้ว
          เสี่ยวปิงคงเป็นแมวน้อยตัวนั้น...หลินแม้ไม่อยากทิ้งให้สหายต้องอยู่ที่นี่แต่นางก็ต้องจำใจ หากพาเขาไปด้วยก็มีแต่ต้องเจ็บซ้ำอีกรอบจริงหรือไม่ “ก็ได้...นายพรานชิงรอที่นี่ ข้าจะรีบกลับมา”
          “ระวังด้วย ที่แห่งนี้มีค่ายกลซับซ้อนมาก” เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนแรงแทบหมดแรงกล่าวแล้ว “เสี่ยวปิง….จะนำไปยังทางที่ปลอดภัยที่สุด….”
          “เข้าใจแล้ว อดทนไว้รอข้ากลับมา”
          ร่างปราดเปรียวของแมวดาวกระโดดขึ้นครั้งเดียวก็ถึงปากหลุม หญิงสาวรีบตามเจ้าแมวน้อยไปทันที ก่อนออกไปก็มอบเสบียงให้ชิงหลิ่งอี้สองสามอย่างเพราะเขาคงมิได้มีอะไรตกถึงท้องมาหลายวันแล้วจึงหาทางปีนขึ้นไปด้านบน

          ฟุ่บ!
          แมวดาวโผล่ออกมาจากพุ่มไม้ที่โดดลงไปเมื่อครู่ คนที่ยืนรออยู่เห็นไม่ใช่คนจึงเอ่ยถาม “เจ้าแมวน้อยตัวแสบ ของที่ขโมยมาไปไหนแล้ว เจ้าขึ้นมาตัวเดียวรึไง แล้วพี่สาวอีกคนเล่า?”
          “ศิษย์มาแล้ว ขออภัยที่ให้รอ” อีกคนปีนหลุมตามขึ้นมาทั้งผมเผ้ารุงรัง “อาจารย์ แมวตัวนี้จะนำทางเราไป”
          หลิวเหวินเลิกคิ้วแปลกประหลาดใจ “เห...เกิดเรื่องอะไรขึ้นข้างล่างกัน พวกเจ้าลงไปครู่เดียวก็คุยกันรู้เรื่องแล้วรึ”
          “เรื่องมันยาวท่านอาจารย์ เรารีบตามเจ้านี่ไปแล้วศิษย์จะเล่าให้ฟังระหว่างทาง”
          หญิงสาวจัดแจงตัวเองหยิบถุงย่ามที่เกือบเข้าใจผิดว่าถูกขโมยไปเมื่อครู่มาสะพายไว้ตามเดิม แล้วทั้งสองจึงตามเจ้าแมวดาวผู้นำทางตัวนั้นไป



มอบขนมหม่าซูให้หลิวเหวิน x20 , เหล้าเก๊กฮวย x2
มอบขนมหม่าซูให้ชิงหลิ่งอี้ x10 , นมแพะ x10





แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับความสัมพันธ์กับ ชิง หลิ่งอี้ เพิ่มขึ้น 50 โพสต์ 2019-4-10 13:56
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ หลิว เหวิน { ยาจกอุดร } เพิ่มขึ้น 25 โพสต์ 2019-4-10 13:56

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +35 ความหิว -96 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 35 -96 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
สุราไผ่เขียว
ฮั่นเสียทองเทวะ
เกราะทองคำ
รูปปั้นไป๋เหมียว
กระบี่ไม้
ตัวเบาพื้นฐาน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x2
x32
x15
x5
x25
x8
x2
x5
x28
x10
x1
x1
x1
x764
x1
x1
x6
x30
x6000
x100
x100
x5
x1
x5
x11
x50
x60
x2
x26
x128
x100
x50
x200
x5
x10
x110
x50
x280
x4
x84
x10
x10
x20
x15
x166
x20
x130
x682
x22
x74
x5000
x158
x22
x360
x1
x105
x259
x33
x5
x9999
x50
x30
x10
x34
x1
x5
x100
x1075
x50
x1
x3
x221
x10
x5
x20
x30
x20
x25
x35
x100
x25
x25
x10
x200
x3
x200
x150
x92
x120
x125
x400
x170
x20
x250
x20
x205
x50
x6
x115
x50
x640
x25
x1
x92
x7
x24
x20
x1
x1

53

กระทู้

411

โพสต์

6หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
83918
เงินตำลึง
106554
ชื่อเสียง
17300
ความหิว
251

ใบรับรองภาษาฮั่น

คุณธรรม
406
ความชั่ว
0
ความโหด
9
ไก่บ้าน
เลเวล 1

ชิง หลิ่งอี้

ของขวัญจาก Admin
pet
โพสต์ 2019-4-10 22:20:27 | ดูโพสต์ทั้งหมด
- 40 -

[ บทที่ 2 ] ฉากที่ 33


          ร่างเล็กปราดเปรียวของแมวดาวมุ่งตรงไปยังหนทางข้างหน้านำทางคนทั้งสอง หลิน และอาจารย์ไล่ตามฝีเท้าของมันไป สัญชาตญาณประสาทสัมผัสของสัตว์ป่ามักจะรับรู้ถึงอันตรายรอบข้างฉับไวกว่าคนอย่างเราเสมอ มันพาพวกเขาไปยังทางที่มีอันตรายน้อยที่สุด แต่ลู่ทางของสัตว์ที่ตัวเล็กกว่าคนอยู่หลายเท่าจึงพาผู้ตามเข้าสู่เส้นทางพิศดารอยู่ไม่น้อย
          ผู้นำทางตัวน้อยหยุดที่หุบเหวเบื้องหน้า ตรงข้ามเป็นผาอีกฟากที่ดูเหมือนจะต้องข้ามผ่านไป มีเพียงท่อนไม้หนึ่งท่อนที่พาดผ่านสองผาเป็นสะพานจากธรรมชาติที่แค่ดูก็น่าหวาดเสียวแล้ว ส่วนเบื้องล่างเป็นเงาดำมืดสีดำทมิฬมองไปไร้ก้นเหวไม่เห็นเบื้องล่าง หากตกลงไปคงไม่พ้นตาย!
          เจ้าแมวดาวเพียงกระโดดก้าวด้วยอุ้งเท้าเบาอย่างแมวเดินก็ข้ามไปถึงอีกฝั่งได้อย่างสบายแล้ว มันหันมามองคนทั้งสองที่อยู่อีกฟากอยู่ครู่หนึ่งคล้ายบอกว่าให้เลิกใจเสาะแล้วข้ามมาได้แล้ว
         
“เผลอร่วงลงไปได้ซี้แหงแก๋แน่…” หลิวเหวินชะโงกหน้าดูเบื้องล่างครั้งหนึ่งพลางพ่นลมหายใจขยับร่างกายยืดเหยียดเส้นสายคลายความเกียจคร้าน
         
“มีเพียงทางเดียวสินะ” หลินเหลียวมองต้นไม้พาดผ่านสองฝั่งเพียงท่อนเดียวพึมพัม มันก็ออกจะมีความเสี่ยงอยู่หน่อยๆ “ท่านอาจา--”
          หญิงสาวกำลังจะเอ่ยถามความคิดเห็นจากอีกฝ่ายทว่าหันกลับมาเขาหายไปแล้ว! ยาจกหนุ่มดีดตัวขึ้นจากพื้นผสานตัวเบากระโดดเพียงครั้งเดียวก็ไปถึงยังอีกฝั่งอย่างสวยงาม ไม่พอตะโกนกลับมาเรียกอีกฝ่าย
          “เจ้าก็รีบข้ามมาได้แล้ว!”
          หลินกลืนน้ำลายคงคออึกใหญ่ ร้ายกาจ…ที่แท้วิชาตัวเบานี่มีประโยชน์เสียจริง! แต่นางเพิ่งได้เพียงแค่ขั้นต้น ขั้นกลางก็ยังฝึกไม่สำเร็จ หากรั้นที่จะลองเสี่ยงใช้คงมิได้ลงจอดข้ามไปถึงอีกฝั่งอย่างสวยงามเช่นผู้เป็นอาจารย์เป็นแน่ 'ได้ดิ่งพสุธาน่ะสิ..' นางครุ่นคิดเห็นจะมีเพียงวิธีเดียว…
          ไม่ว่าทางไหนก็เสี่ยงลงเหวด้วยกันทั้งนั้น เพียงต้องเลิอกใช้ทางที่มีความเสี่ยงน้อยกว่า หากถามถึงวิชาตัวเบาข้ามผ่านคงต้องเป็นอันปัดตกไป นางยังไม่เก่งตัวเบาถึงขั้นนั้น หญิงสาวเดินมาหยุดตรงหน้าสะพานจากท่อนไม้หนึ่งท่อนไม่เล็กไม่ใหญ่ที่ทอดผ่านสองฝั่ง วิธีนี้คงจะดีที่สุด
          หลินพยายามตั้งสมาธิให้นิ่งไม่คิดถึงเบื้องล่าง หลับตาสูดลมหายใจเข้าหนึ่งครั้งพรั่งพรูลมหายใจออกหนึ่งคราให้ปลอดโปร่งโล่งสบายพลันก้าวเท้าขวาไปบนสะพานมรณะ แขนทั้งสองข้างกางออกถ่วงให้สมดุล เมื่อเท้าทั้งสองข้างอยู่ท่อนไม้ เสียงเอียดอาดก็ดังขึ้นเบาๆ หลินพยายามจดจ่อสมาธิบนสะพานน่าหวาดเสียวนี้ไม่รู้ว่าแข็งแรงมากน้อยเพียงใดจึงต้องค่อยๆ ข้ามผ่านไปทีละก้าว ในก้าวสุดท้ายเหมือนฟ้ากลั่นแกล้งเผลอลื่นตะไคร่เขียว ดีที่มือไวเกาะกุมรากไม้อีกฟากฝั่งไว้ได้ทัน! ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เหมือนชีวิตสั้นลงสิบปี
          “เกือบไปแล้วเชียว” อาจารย์กล่าวพลางยื่นมือมาให้อีกฝ่าย “รีบขึ้นมาเร็วเข้า”
          หญิงสาวถอนหายใจอีกครั้งรีบดึงมืออีกคนแล้วปีนขึ้นไป เกือบต้องมาจบชีวิตอย่างอนาถในที่แบบนี้เสียแล้ว…
          ปัดเศษดินออกจากผ้าผ่อนสองครั้งจึงกล่าว “ขอบคุณอาจารย์ เรารีบไปกันเถอะ”

          แมวดาวเริ่มนำทางอีกครั้ง คนทั้งสองก็ติดตามไปไม่ห่าง คราวนี้มุดช่องทางแคบไหนจะเข้าถ้ำ จนในที่สุดก็เดินมาถึงตีนเขา ผู้นำทางหยุดแล้วขู่ฝ่อจนคนตามต้องเดินหน้ามาดูใกล้ๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น...
          ที่นี่พบร่องรอยห่อเสบียงอาหารอยู่หลายที่คาดว่าน่าจะมีคนอยู่ไม่ไกลนี้ ไม่น่าใช่เพียงคนสองคนอีกด้วย ทั้งยังไม่อาจคาดเดาได้ว่าจะเป็นศิษย์พรรคกระยาจกที่ถูกจับมาหรือจะเป็นฝ่ายพรรคเมาเซียน หรือว่านี่จะเป็นกับดัก?
          “ระวังตัวด้วย นี่ไม่ค่อยน่าไว้ใจนัก” หลิวเหวินกล่าวพลางมองไปโดยรอบแต่ไม่มีร่องรอยของผู้ใด
          เมื่อแน่ใจว่าปลอดภัยมิใช่กับดัก ศิษย์อาจารย์จึงค่อยๆ สำรวจดูรอบๆ อย่างถี่ถ้วนอีกครั้ง อาหารเหล่านี้เหมือนจะค้างอยู่มานานกว่าสองวันแล้วมิใช่เร็วๆ นี้อย่างแน่นอน ย่อมแปลว่าคนที่เคยมาพักที่นี่ได้ไปที่อื่นนานแล้ว เช่นนี้พวกเขาคงต้องหาเบาะแสใหม่… ทว่าอยู่ๆ เสี่ยวปิงเจ้าแมวน้อยก็ส่งเสียงร้องขึ้นมาคล้ายว่าพบบางอย่าง
          “ม๊าววว” เสี่ยวปิงร้องก่อนหันมาทางเศษอาหารที่หล่นตามทาง มันน่าจะเป็นการจงใจทิ้งร่องรอยไว้มากกว่าบังเอิญ?
          “ดีมากเจ้าแมวน้อย” หลิวเหวินกล่าวชื่นชมพลางลูบหัวมันหนึ่งที
          พวกเขาเดินตามเศษหมั่นโถวไปเลียบป่าเริ่มขึ้นสูงถึงยอดเขา ไอหมอกเริ่มลงบางเบาแต่ไม่เป็นอุปสรรค บรรยากาศรอบข้างมืดสลัวรายล้อมด้วยต้นไม้สูงใหญ่ เหล่าสัตว์มีพิษเช่นงูเริ่มออกหากิน เสียงขู่ฝ่อของอสรพิษร้ายดังอยู่เป็นระยะๆ แต่ยังไม่ปรากฏตัวให้เห็นจึงต้องระมัดระวังในการเดิน สัตว์พวกนี้แม้มีพิษร้ายแต่ก็ไม่ทำร้ายใครก่อนหากว่าไม่ถูกบุกรุกอาณาเขตของมัน
          ดวงตาเรืองแสงสีทองในที่มืดสลัวจ้องนิ่งงันราวกับใช้สมาธิ ใบหูของเจ้าแมวดาวกระดิกเล็กน้อยคล้ายรับรู้ถึงบางสิ่งกำลังจะมาจึงรีบเคลื่อนย้ายตัว เจ้าแมวดาวตัวนี้เก่งกว่าสุนัขเสียอีกกระมังเนี่ย… คนทั้งสองเห็นดังนั้นจึงรีบตามมันไป หลิวเหวินก็เริ่มรู้สึกได้ว่ามีใครกำลังมาทางนี้ ไม่ใช่เพียงสี่ห้าคนเสียด้วย พลันมีดบินพุ่งโฉบเฉี่ยวปักต้นไม้บ่งบอกถึงการปรากฏตัวของอีกฝ่าย
          คนกว่ายี่สิบในชุดอาภรณ์สีม่วงแถบน้ำเงินปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าหลิน และหลิวเหวิน สัญลักษณ์ไหสุราไขว้กับดาบเด่นชัดอยู่บนอาภรณ์ของพวกมัน
          พรรคเมาเซียน!?
          ไม่เพียงเท่านั้นพวกมันแต่ละคนยังจับศิษย์พรรคกระยาจกที่ยืนนิ่งราวกับถูกสกัดจุดไว้เป็นตัวประกัน หนึ่งในนั้นมีเจียนหลิวรวมอยู่ด้วย เห็นพี่น้องในพรรคต้องลำบากมีหรือประมุขพรรคอย่างหลิวเหวินจะยอม!
          “พวกแกต้องการอะไร ปล่อยพี่น้องพรรคกระยาจกซะ!”
          อีกฝ่ายไม่มีผู้ใดกล่าวตอบโต้ก่อนที่เสียงฝีเท้าของใครอีกหนึ่งคนจะตรงมาทางนี้ คนพรรคเมาเซียนหลบหลีกทางก่อนปรากฏร่างดรุณีงดงามนางหนึ่งในอาภรณ์สีเดียวกันทว่าวาบหวิวเสียจนชายใดหากได้มองเป็นต้องหวั่นไหว อาภรณ์ด้านบนแหวกลึกเห็นทรวงอกอิ่มอวบวับๆ แวมๆ องค์เอวอรชรงดงามท่ามกลางพรรคพวกบุรุษเพศ คนผู้นี้ดูต่างจากคนอื่นๆ หรือว่าเป็นหัวหน้า?
          สาวงามอันตรายหัวเราะหึๆ อย่างชอบใจ “โห...นี่หรือยาจกอุดร น่ากินไม่เบาเลยนี่...พ่อรูปหล่อยอมแพ้เถอะ ถ้าไม่อยากให้ศิษย์ของท่านตาย”
          “เจ้าถือสิทธิ์อะไรมาทำเช่นนี้กับพี่น้องพรรคกระยาจก หากไม่รีบปล่อยพวกเขา ข้าจะไม่เกรงใจ” ประมุขพรรคกระยาจกหลิวเหวินกล่าวด้วยเสียงกึกก้องยอมไม่ได้
          “แย่จิงน๊า~” เสียงหวานเอื้อนเอ่ยหัวเราะคิกคักคำหนึ่งพลางลูบไล้ใบหน้าศิษย์พรรคกระยาจกคนหนึ่งที่ถูกจับไว้อย่างยั่วยวน “หากท่านคิดต่อสู้กับพวกเรา ศิษย์กระยาจกจะถูกปลิดชีพทันที”
          “หึ!” ประมุขหนุ่มเค้นหัวเราะในลำคอ
          “ปล่อยพวกเขาเดี๋ยวนี้ อย่าหาว่าไม่เตือน!” หลินกล่าวพลันเปลือยกระบี่ออกจากฝักได้เพียงไม่เกินครึ่งด้ามทว่าผู้เป็นอาจารย์ยกมือปรามนางไว้
          “คนอื่นก็วางอาวุธสิ ได้ยินไหม!!” อีกฝ่ายแผดน้ำเสียงหวาน
          ในเมื่อไม่สามารถเลือกอะไรได้เลยหญิงสาวจึงจำต้องวางกระบี่ในมือลงตามที่อีกฝ่ายสั่งแล้วยืนนิ่งไร้อาวุธแต่โดยดี ไม่ช้าม้วนเชือกก็ถูกโยนมาทางหลิน
          “แม่สาวน้อยมัดยาจกอุดรสิ เอาแน่นๆ นะ อย่าคิดตุกติก” อีกฝ่ายกล่าวแย้มยิ้มออกคำสั่ง
          หลินจ้องอีกฝ่ายอย่างเอาเรื่องแต่หากอยากให้ทุกคนรอดก็ต้องทำตามแต่โดยดี มือเรียวหยิบเชือกเส้นนั้นที่ถูกส่งมามัดผู้เป็นอาจารย์ไว้ตามคำสั่งอย่างช่วยไม่ได้ แต่ทว่านับว่าเป็นโอกาสดี? สายตาทั้งคู่สบกันอยู่ครู่หนึ่งระหว่างที่เงื่อนเชือกกำลังถูกมัด ผู้เป็นอาจารย์คล้ายจะบอกอะไรบางอย่างแก่นาง?
          อาจารย์ส่งสายตาไปด้านซ้ายคล้ายต้องการบ่งบอกบางสิ่ง ดวงตาสีรัตติกาลของหญิงสาวเหลือบมองตามไปแต่มิได้หันหน้าตามให้ถูกสงสัยจึงเห็นบุรุษผู้หนึ่งซ่อนอยู่แอบส่งสัญญาณมาทางนี้โดยศัตรูไม่ทันรู้ตัวเช่นกัน
          'ชิงหลิ่งอี้!? เขามาได้อย่างไร?'
          ชิงหลิ่งอี้แอบซุ่มอยู่ไม่ไกลนัก เขายังบาดเจ็บอยู่แต่ได้เสบียงอาหารจากหลินเรี่ยวแรงจึงกลับมา ชิงหลิ่งอี้แอบสะกดรอยตามทั้งสองโดยไม่ให้รู้ตัวแล้วจึงมาถึงที่นี่ ดูเหมือนตอนนี้พวกเขากำลังลำบาก พรานป่าชิงหลิ่งอี้กำลังคิดแผนช่วยเหลือ พรานป่าใช้สายตาคมดุจเหยี่ยวหาเหยื่อสังเกตโดยรอบอย่างละเอียดยิบ ที่แห่งนี้มีกับดักซ่อนอยู่หลายจุดโดยไม่มีผู้ใดรู้ตัวมาก่อนว่าตอนนี้พวกเขากำลังตกอยู่ในค่ายกลลึกลับปริศนาที่เป็นของยอดเขาแห่งนี้มาช้านานแล้ว แต่ผู้ชำนาญป่าอย่างเขาดูออก
          พรานป่าเมื่อคำนวณคาดการณ์ละเอียดถี่ถ้วนแล้วจึงหยิบเศษผ้าขึ้นมาเขียนด้วยโลหิตของตนเองแล้วชูขึ้นให้อีกฝ่ายอ่าน
          คนถูกมัดพยักหน้าเป็นอันทราบส่วนหลินก็พร้อมดำเนินการตามแผนอย่างแยบยล







แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +5 คุณธรรม โพสต์ 2019-4-11 01:18

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +35 ความหิว -44 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 35 -44 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
สุราไผ่เขียว
ฮั่นเสียทองเทวะ
เกราะทองคำ
รูปปั้นไป๋เหมียว
กระบี่ไม้
ตัวเบาพื้นฐาน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x2
x32
x15
x5
x25
x8
x2
x5
x28
x10
x1
x1
x1
x764
x1
x1
x6
x30
x6000
x100
x100
x5
x1
x5
x11
x50
x60
x2
x26
x128
x100
x50
x200
x5
x10
x110
x50
x280
x4
x84
x10
x10
x20
x15
x166
x20
x130
x682
x22
x74
x5000
x158
x22
x360
x1
x105
x259
x33
x5
x9999
x50
x30
x10
x34
x1
x5
x100
x1075
x50
x1
x3
x221
x10
x5
x20
x30
x20
x25
x35
x100
x25
x25
x10
x200
x3
x200
x150
x92
x120
x125
x400
x170
x20
x250
x20
x205
x50
x6
x115
x50
x640
x25
x1
x92
x7
x24
x20
x1
x1

53

กระทู้

411

โพสต์

6หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
83918
เงินตำลึง
106554
ชื่อเสียง
17300
ความหิว
251

ใบรับรองภาษาฮั่น

คุณธรรม
406
ความชั่ว
0
ความโหด
9
ไก่บ้าน
เลเวล 1

ชิง หลิ่งอี้

ของขวัญจาก Admin
pet
โพสต์ 2019-4-12 16:21:48 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LIN เมื่อ 2019-4-17 12:12

- 41 -

[ บทที่ 2 ] ฉากที่ 34


          ‘หากให้สัญญาณให้คนที่ถูกมัดถอยหลังหนึ่งก้าว’
          หญิงสาวเอ่ยทวนแผนการของสหายในใจ เมื่อจัดการมัดอาจารย์ตามคำสั่งอีกฝ่ายแต่โดยดีแล้วจึงหันกลับมาอย่างเป็นปกติ
          “ว่าง่ายดีนี่~” เสียงหวานกล่าว สตรีพรรคเมาเซียนเคลื่อนกายเข้ามาหาคนทั้งสอง
          จังหวะนั้นชิงหลิ่งอี้ให้สัญญาณมือ หลิวเหวินรีบถอยหลังหนึ่งก้าวตามแผนพลันเกิดกับดักโซ่เหล็กผุดขึ้นจากผืนดินคล้องขาหญิงสาวพรรคเมาเซียนไว้อย่างรวดเร็ว
          “อะไรกัน!?” เจ้าของร่างอรชรเสียหลักล้มตกตะลึงเพราะขาถูกตรึงไว้มิได้ทันตั้งตัวก่อนเอ่ยน้ำเสียงหวานแฝงโทสะ “พวกเจ้ากล้ามาก ข้าเตือนแล้วนะ เด็กๆ ลงมือได้!!”
          “โอ๊ะโอ ช้าก่อนพี่สาว พวกข้าเปล่านะๆ” อีกฝ่ายกำลังจะลงมือแต่ถูกน้ำเสียงทุ้มเอ่ยห้ามปรามขึ้นมา หลิวเหวินกล่าว “พวกเจ้าไม่รู้รึไงว่าเขาแห่งนี้มันซับซ้อน มีกับดักซ่อนอยู่ที่ไหนบ้างก็ไม่รู้”
          “ใช่แล้ว เจ้าก็เห็นว่าพวกเรายังมิได้ลงมือสักอย่าง อาจารย์ข้าก็ถูกมัดแบบนี้” ศิษย์เอ่ยเสริมผู้เป็นอาจารย์
          “หึ คิดรึว่าสามารถตบตาข้าได้” มีหรือนักแสดงมือหนึ่งอย่างนางจะเสียรู้ให้อีกฝ่าย ริมฝีปากเย้ายวนยกยิ้มหวานใช้เพียงฝ่ามือเดียวก็ตัดโซ่เก่าๆ ที่ตรวนขาตนเองขาดสะบั้น เอื้อนเอ่ยเสียงเย็น “ลงมือ!”
          พลันลูกธนูปริศนาพุงมาอย่างไว ไม่พอปรากฏแมวดาวตัวแสบกระโดดเข้ามาป่วนขีดข่วนหน้าคนพรรคเมาเซียนไปหลายคนสร้างความอลหม่าน ในจังหวะชุลมุนหลินเตะส่งกระบี่ที่ตกอยู่ข้างตัวขึ้นกลางอากาศ มือขวาคว้าไว้อย่างมั่นคงรวดเร็วก่อนตวัดจิ่งเทียนเฉือนเอาเงื่อนที่พันธนาการร่างอาจารย์ไว้หนเดียวขาดดังฉับ!
          พ้นจากพันธนาการหลิวเหวินพลิกฝ่ามือทั้งสองข้างตวัดออกเพียงหนึ่งรอบเกิดเป็นลมปราณแกร่งกร้าวที่ถูกรวบรวมไว้พลันถูกส่งออกคล้ายลมพายุซัด เพียงครั้งเดียวเท่านั้นคนพรรคเมาเซียนที่ห้อมล้อมอยู่โดยรอบอาณาบริเวณหงายล้มกันไปไม่เป็นท่าไม่เว้นแม้แต่ศิษย์พรรคกระยาจกที่ถูกจับไว้เป็นตัวประกัน ในจังหวะนั้นหลินก็ถูกแรงลมปราณรุนแรงผลักให้เกือบเซล้มไปด้วยแต่กระบี่ปักพื้นไว้ทันจึงพอทรงตัวได้
          หลิวเหวินรีบใช้โอกาสนี้เข้าหาตัวศิษย์พรรคกระยาจกที่อยู่ใกล้ที่สุดคลายจุดที่ถูกสะกัดไว้อย่างรวดเร็วหลายคน หลินเห็นดังนั้นจึงรีบเข้าไปช่วยอาจารย์คลายจุดให้คนที่เหลือด้วยในขณะที่ฝ่ายพรรคเมาเซียนยังไม่ทันตั้งตัวได้ทัน
          “ขอบคุณท่านประมุขฯ” ศิษย์พรรคกระยาจกกล่าวเป็นเสียงเดียวกัน

          “ข้าขอโทษที่ไม่ทำตามสัญญา ไม่ได้รอเจ้ากับท่านประมุขกลับมาก่อน เจียนหลิวเอ่ยกล่าวรู้สึกผิดต่อสหาย แต่ทำอย่างไรได้ในเมื่อพวกมันบุกมาถึงที่จีงมีแต่ต้องไปเท่านั้น
          “เรื่องนั้นช่างมันก่อน หลินกล่าว เรื่องที่ผ่านแล้วให้ผ่านไปในตอนนี้พวกเขาต้องรีบคิดแผนรับมือกับศัตรูตรงหน้าก่อน
          ศิษย์พรรคกระยาจกหลังถูกปล่อยเป็นอิสระรีบกลับมาตั้งหลักอีกด้าน ประมุขพรรคกระยาจกยืนอยู่หน้าพวกเขาส่วนผู้เป็นศิษย์ยืนอยู่ด้านขวาอีกที อีกฝ่ายแม้เสียท่าทว่าใช้เวลาเพียงชั่วครู่เดียวก็กลับมาตั้งตัวได้ ณ ตอนนี้พรรคเมาเซียนและพรรคกระยาจก ทั้งสองฝ่ายกำลังเผชิญหน้ากัน!

          ชั่วอึดใจเดียวการต่อสู้ระหว่างพรรคฝ่ายธรรมะอธรรมได้เปิดฉากขึ้นโดยมีเขาสามยอดแห่งนี้เป็นลานต่อสู้ ด้วยจำนวนคนในแต่ละฝ่ายเกือบเท่ากันจึงจับคู่ดูเชิงกันได้อย่างสูสี ฝ่ายพรรคเมาเซียนถนัดวรยุทธเพลงหมัดฝ่ามือไม่ใช้อาวุธทว่าออกการโจมตีหนักหน่วง ยิ่งหากมีสุรารสเลิศมาช่วยส่งเสริมจึงเรียกกระบวนท่าเหล่านี้ว่า ฝ่ามือร่ำสุรา เพลงหมัดเมา เป็นกระบวนท่าประจำพรรค แต่เดิมพรรคเมาเซียนขึ้นชื่อเรื่องสุราที่มอมเมาได้แม้กระทั่งเซียน นี่จึงเป็นที่มาของชื่อพรรค
          ฝ่ายพรรคกระยาจกกระบวนท่าฝ่ามือ อาวุธส่วนมากใช้กระบอง หรือแล้วแต่ความถนัดของแต่ละบุคคล ทว่าถูกจับเป็นตัวประกันเมื่อครู่จึงถูกปลดอาวุธลง แต่โดยพื้นฐานแล้ววรยุทธของพรรคล้วนเป็นกระบวนท่าฝ่ามือ ทั้งสองฝ่ายจึงเรียกได้ว่าสามารถประมือกันได้อย่างสูสียังไม่มีฝ่ายใดเป็นรอง ทว่านี่เพียงแค่เริ่มต้น
          ชิงหลิ่งอี้บาดเจ็บยังไม่หายไม่อาจออกไปช่วยต่อสู้ได้จึงช่วยสังเกตการและซุ่มโจมตีอยู่ที่จุดเดิม ส่วนเสี่ยวปิงแมวดาวตัวแสบไม่พลาดที่จะร่วมสนุกสร้างความปั่นป่วนอลหม่านให้ศัตรูเสียสมาธิ เล็บของมันขีดขวนใบหน้าคนพรรคเมาเซียนมาแล้วไม่ต่ำกว่าแปดคน!
          การตะลุมบอนครั้งใหญ่เริ่มขึ้นเมื่อทั้งสองฝ่ายเปิดศึก ต่อสู้ดวลฝ่ามือกันอย่างชุลมุนวุ่นวาย หลินแม้มิได้เกี่ยวข้องกับพรรคก็เข้าวงร่วมต่อสู้ด้วย กระบี่ของนางเฉือดเฉือนทิ่มแทงแต่มิได้หมายเอาชีวิต ทว่าอีกฝ่ายเป็นถึงพรรคเมาเซียนย่อมมิอาจเอาชนะได้แต่โดยง่าย มีหลายครั้งที่หญิงสาวเกือบเสียท่าแต่อย่างน้อยก็สามารถโจมตีอีกฝ่ายได้สองสามกระบี่
          หลิวเหวินหยิบไม้เท้าประจำตัวประมุขพรรคสีเขียวมรกตดุจหยกล้ำค่าที่ข้างเอวขึ้นมาทว่ามันหาได้สร้างขึ้นจากหยกไม่ มันคือไม้ไผ่สีเขียวหยกทำขึ้นจากไม้ไผ่เก้าปล้องสีเขียวที่หายาก แข็งเหมือนหยกแกร่งดั่งเหล็กกล้า เป็นสัญลักษณ์ของประมุขพรรคกระยาจก เรียกว่า ไม้เท้าตีสุนัข กวัดแกว่งหมุนควงเพียงไม่กี่ครั้งก็กระแทกกระทั้นฝ่ายตรงข้ามให้กระเด็นออกไปจนสามารถหลุดจากวงล้อมพรรคเมาเซียนได้ไม่ยาก
          ดรุณีงดงามแห่งพรรคเมาเซียนยืนดูอยู่ด้านหลังมิได้ร่วมต่อสู้เห็นทีต้องลงมือแล้ว ใช้วิชาตัวเบาพุ่งเข้าไปประจันหน้ายาจกหนุ่มประมุขพรรค
         
"คู่ต่อสู้ของท่านคงต้องเป็นข้าจึงจะเหมาะสม" เสียงละมุนหวานเอื้อนเอ่ย ความจริงนางคร้านที่จะเป็นผู้ลงมือด้วยตนเองแต่เห็นทีคงไม่ได้การ ตีสีหน้าเศร้าเย้ายวนเอื้อนเอ่ยน้ำเสียงออดอ้อน "อย่าลงมือกับข้าแรงนักล่ะ"
          ครานี้การต่อสู้ระหว่างประมุขพรรคกระยาจกกับโฉมงามแห่งพรรคเมาเซียนจึงเริ่มขึ้น สตรีผู้นี้ดูเหมือนต่างชั้นอย่างโดดเด่นจากคนอื่นในพรรคโดยสิ้นเชิง หากมิใช่หัวหน้าพรรคก็ต้องเป็นคนระดับสูง ท่าทางออดอ้อนเมื่อครู่ทว่าเมื่อลงมือกลับมีฝีมือร้ายกาจอย่างที่หลิวเหวินคาดไว้ไม่มีผิด อีกฝ่ายบรรเลงฝ่ามือร่ำสุราโจมตีเข้าหาแต่หลิวเหวินสามารถหลบหลีกฝ่ามือได้ทุกกระบวนท่า โจมตีกลับด้วยฝ่ามือกระบวนท่าพริ้วไหวเปลี่ยนเป็นฝ่ายรุกบ้าง โฉมงามพรรคเมาเซียนสกัดฝ่ามือด้วยฝ่ามือเกิดเป็นแรงปะทะวูบหนึ่งแยกทั้งสองฝ่ายออกจากกันครู่หนึ่ง
          รอบข้างยังคงเป็นการต่อสู้ชุลมุนวุ่นวายของศิษย์พรรคกระยาจกและพรรคเมาเซียน แต่ทว่าสำหรับยอดฝีมือ ยามนี้ทั้งสองคนราวกับเหลือเพียงแค่พวกเขาที่แลกหมัดแลกฝ่ามือกัน
          "ประเสริฐนัก สมแล้วที่เป็นยาจกอุดรที่เลื่องชื่อ" อีกฝ่ายกล่าวยิ้มหวาน
          หลิวเหวินหัวเราะหึหนึ่งคำ "กล่าวชมเกินไปแล้ว"
          พลันเข้าโต้ตอบกันด้วยวรยุทธ์อีกครั้ง พรรคกระยาจกพรรคเมาเซียนทั้งสองฝ่ายผลัดกันรุกผลัดกันตั้งรับ การต่อสู้ดำเนินถึงสองเค่อ ฝ่ายหลินเรียกได้ว่าแม้อีกฝ่ายจะเหนือชั้นกว่าแต่นางไม่ยอมแพ้หากว่ากระบี่เล่มนี้ยังอยู่ในมือ จิ่งเทียนตวัดฟันทิ่มแทงสร้างรอยแผลให้อีกฝ่ายอยู่บ้างแต่นางไร้วรยุทธเคล็ดวิชาแม้มีอาวุธในมือแต่ย่อมเป็นฝ่ายเสียเปรียบจึงพลาดท่าถูกฝ่ามือกระแทกใส่หนึ่งครั้งกระเด็นเข้าพุ่มไม้ไป โดยภาพรวมเมื่อบุปผาพรรคเมาเซียนเห็นว่าฝ่ายตนพละกำลังเริ่มถดถอยลงจึงส่งสัญญาณเรียกศิษย์คนอื่นๆ กลับมา
          ใบหน้างดงามยกยิ้ม “เล่นสนุกมามากพอแล้ว เห็นทีพวกเราคงต้องขอตัวแล้วล่ะนะ” กล่าวจบเหล่าพรรคเมาเซียนจึงพากันถอยทัพลงเขาอย่างรวดเร็วหายไปเพียงชั่วพริบตาเดียว ฝ่ายพรรคกระยาจกเห็นดังนั้นแต่มิได้ไล่ตามลงไป นับเป็นเรื่องดีที่สามารถไล่ต้อนอีกฝ่ายให้หนีไปได้
          เห็นอีกฝ่ายถอยไปแล้ว นับว่าโชคดีที่หลินมิได้รับบาดเจ็บมากนัก ฝ่ามือจากศัตรูมิได้กระแทกถูกจุดสำคัญ มือสวยเช็ดเลือดที่มุมปากก่อนปักจิ่งเทียนลงพื้นช่วยพยุงตนเองให้ลุกขึ้นแล้วจึงเข้าไปรวมกับคนอื่นๆ
          “ท่านประมุข คนที่เหลือถูกจับไว้หลังเขาขอรับ” ศิษย์พรรคกระยาจกผู้หนึ่งรีบวิ่งมาบอกทันที
          “ต้องรีบไปช่วยพวกเขาก่อนพวกที่เฝ้าถ้ำจะรู้เรื่อง” ศิษย์พรรคกระยาจกอีกคนกล่าวเสริม
          “รีบนำทางไป” หลิวเหวินกล่าว แม้เพิ่งจบการต่อสู้ไปแต่เขาดูไม่เหนื่อยเท่าไรนักแน่นอนว่าตอนนี้ไม่มีเวลาเพียงพอให้นั่งพัก
          “ข้าจะนำทางไปเอง” เจียนหลิวอาสาจากนั้นไม่รีรอรีบสืบเท้านำทางไปยังสถานที่ที่คนอื่นๆ ถูกจับไว้
          ทว่าคนนำทางยังไม่ทันย่างเดินเกินสามก้าวกลับถูกเสียงทุ้มเอ่ยแทรก หลิวเหวินกล่าว “เจียนหลิวเจ้าไม่ต้อง เจ้ารีบพาคนอื่นกลับไปศูนย์ก่อน และส่งข่าวไปทุกสาขาให้เฝ้าระวังภัยเข้มงวดรอบๆ บริเวณ เป็นไปได้อย่าไปไหนลำพัง”
          เจียนหลิวหยุดชะงักแต่ก็รับปากแต่โดยดี “เช่นนั้น...รับทราบขอรับท่านประมุข” เขากล่าวก่อนจำต้องมอบหน้าที่คนนำทางให้คนอื่นแทน “เหรินจิ้น เจ้าช่วยนำทางพวกเขาที”
          “ขอรับ” กงเหรินจิ้นกล่าว “ทางนี้ขอรับ”
          หลินมิได้เอ่ยคำรีบตามกงเหรินจิ้นและอาจารย์ไปทันที ส่วนชิงหลิ่งอี้เมื่อกลับมาจึงค่อยมารับเขาทีหลัง ทั้งสามเร่งฝีเท้าสืบเท้าเดินจ้ำไปไม่กี่ลี้ก็เห็นถ้ำใหญ่แห่งหนึ่ง ที่หน้าถ้ำมีบุรุษผู้หนึ่งยืนอยู่พอดีกับคนของพรรคเมาเซียนใช้วิชาตัวเบาหนีไปอย่างทุลักทุเล ชายปริศนาผู้นั้นเมื่อได้ยินเสียงคนมาจึงเหลียวมองแวบหนึ่ง
          ทั้งสามคนไม่อยากเชื่อสายตาเมื่อเห็นคนตรงหน้าคือประมุขพรรคกระยาจก!? ในเมื่อหลิวเหวินยืนอยู่ตรงนี้แล้วบุรุษผู้นั้นเป็นใครกัน หลินและกงเหรินจิ้นสลับมองคนด้านข้างกับคนด้านหน้าที่คล้ายคลึงราวกับคนเดียวกัน จะบอกว่ายาจกอุดรผู้นี้มีฝาแฝดอย่างนั้นหรือ? พวกเขาเหมือนแม้กระทั่งเสื้อผ้าที่สวมใส่ อย่าว่าแต่คนอื่นตอนนี้หลิวเหวินก็รู้สึกฉงนไม่น้อยไปกว่าใคร!
          ไม่รอให้หายสงสัย อีกฝ่ายรีบใช้ตัวเบาเหาะเหินไปทันทีปล่อยให้คนที่เหลือฉงนงงงวยไปตามกัน พริบตาก่อนร่างยาจกอุดรตัวปลอมหนีหายไปสายตาคมของหลินสังเกตเห็นบางอย่าง.... กระบี่สีเขียวมรกตที่ข้างเอวคนผู้นั้นดูคล้ายกับกระบี่สำนักเดียวกับพี่สาวโม่อวิ๋นซีนัก แม้มิได้บอกหลินว่านางมาจากสำนักใดแต่คล้ายกับนางเคยบอกว่าพี่น้องคนอื่นก็ใช้กระบี่เช่นนี้ หากคิดเอาว่าโม่อวิ๋นซีปลอมตัวมาคงไม่น่าใช่กระมัง...?
          หากไม่ใช่พี่สาวโม่แล้วคนผู้นั้นเป็นใคร?
          “เดี๋ยวสิ เจ้าเป็นใครกันถึงกล้าปลอมตัวเป็นท่านประมุข!” กงเหรินจิ้นตะโกนไล่หลังคนที่หายไปไม่ทิ้งฝุ่น
          “อย่าถือสาเลย อย่างน้อยเขาก้ช่วยพี่น้องของเราไว้” หลิวเหวินกล่าวพลางบุ้ยหน้าให้เห็นว่าคนข้างในยังปลอดภัย ทั้งสามรีบเข้าหาคนที่เหลือพอดีกับพวกเขาก็พากันออกมา
          ศิษย์พรรคกระยาจกเมื่อครู่เองก็ใคร่สงสัยไม่ต่างกัน ทุกคนล้วนมิได้พร้อมใจกันตาฝาดเห็นประมุขพรรคกระยาจกสองคนแน่นอน หากคนที่หนีไปคือตัวปลอมพวกเขาจึงรู้แล้วว่าคนที่มาช่วยมิใช่ประมุขพรรคตัวจริง รีบเข้าไปไถ่ถามผู้มาใหม่
          “นี่มันเรื่องอะไรกัน เกิดอะไรขึ้นขอรับท่านประมุข แล้วเอ่อ..ท่าน?” ศิษย์พรรคกระยาจกคนหนึ่งโผลงถามเลิ่กลักมองคนตรงหน้าสลับกับทางที่คนเมื่อครู่เหาะหนีไปแล้ว
          “ข้าก็ไม่รู้” หลิวเหวินส่ายหน้า “แต่พวกเจ้าไม่เป็นไรก็นับว่าเป็นเรื่องดีแล้ว”
          “พวกพรรคเมาเซียนจับพวกเรามาขังหลายวันมีแผนร้ายกาจอันใดก็ไม่ทราบ ขอบคุณท่านประมุขที่มาช่วย”
          “ตอนนี้พวกเจ้าไม่ต้องกังวลแล้ว แต่จากนี้ต้องระวังตัวให้มาก พวกเรากำลังถูกจับตามอง...” หลิวเหวินเอ่ยเตือนเปรยๆ เกี่ยวกับคำทำนายประหลาดนั่น เห็นทีจนกว่าจะถึงงานชุมนุมพรรคครั้งนี้จะต้องระวังให้มาก!
          “พวกเรานับว่าโชคดีที่ถูกช่วยไว้เมื่อครู่ คงต้องขอบคุณท่านประมุขตัวปลอมด้วยแล้ว!” หนึ่งในศิษย์พรรคกระยาจกกล่าวขึ้นเรียกเสียงหัวเราะให้กับทุกคนไม่น้อย
          “เช่นนั้นพวกเจ้ารีบกลับไปยังสาขาหรูหนานเถิด ข้าให้เจียนหลิวล่วงหน้าไปแจ้งข่าวแก่สาขาอื่นแล้ว ช่วงนี้ให้ระวังตัวเป็นพิเศษ”
          “ขอรับท่านประมุข” ศิษย์พรรคกระยาจกกล่าวน้ำเสียงขึงขัง
          หลิวเหวินพยักหน้าหนึ่งทีก่อนหันมาเอ่ยกับศิษย์ “หลิน ส่วนเจ้าหลังฝึกตัวเบาขั้นสูงแล้วไปพบข้าที่เหลียนเซ่า ข้าอยู่ช่วยชาวบ้านที่นั่นคงไม่ได้เดินทางไปทั่วสักพัก”
          “ศิษย์ทราบแล้ว” หลินกล่าวรับ นางต้องรีบฝึกตัวเบาให้สำเร็จแล้วรีบไปพบอาจารย์อีกครั้งให้จงได้!
          “เช่นนั้นลากันตรงนี้ พวกเจ้ารักษาตัวด้วย”
          “ท่านประมุขโปรดถนอมตัว”
          “โปรดถนอมตัว”
          ศิษย์พรรคกระยาจกกล่าวประสานมืออำลา ผู้เป็นศิษย์กล่าวอำลาแล้วประสานมือคำนับ หลังอำลากันแล้วยาจกอุดรจึงใช้ตัวเบาจากไปธุระที่หรูหนานจึงเป็นอันเสร็จสิ้น คนที่เหลืออยู่ทั้งหลินและศิษย์พรรคกระยาจกจึงรีบกลับสาขา ส่วนหลินกลับไปรับชิงหลิ่งอี้แล้วจึงค่อยตามไป


@Admin




แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับความสัมพันธ์กับ ชิง หลิ่งอี้ เพิ่มขึ้น 50 โพสต์ 2019-4-19 20:05
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ หลิว เหวิน { ยาจกอุดร } เพิ่มขึ้น 50 โพสต์ 2019-4-19 20:04
คุณได้รับ +15 คุณธรรม โพสต์ 2019-4-17 14:15
คุณได้รับ +7 คุณธรรม +3 ความโหด โพสต์ 2019-4-12 16:47

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +257 ความหิว -263 Point +13 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 257 -263 + 13

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
สุราไผ่เขียว
ฮั่นเสียทองเทวะ
เกราะทองคำ
รูปปั้นไป๋เหมียว
กระบี่ไม้
ตัวเบาพื้นฐาน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x2
x32
x15
x5
x25
x8
x2
x5
x28
x10
x1
x1
x1
x764
x1
x1
x6
x30
x6000
x100
x100
x5
x1
x5
x11
x50
x60
x2
x26
x128
x100
x50
x200
x5
x10
x110
x50
x280
x4
x84
x10
x10
x20
x15
x166
x20
x130
x682
x22
x74
x5000
x158
x22
x360
x1
x105
x259
x33
x5
x9999
x50
x30
x10
x34
x1
x5
x100
x1075
x50
x1
x3
x221
x10
x5
x20
x30
x20
x25
x35
x100
x25
x25
x10
x200
x3
x200
x150
x92
x120
x125
x400
x170
x20
x250
x20
x205
x50
x6
x115
x50
x640
x25
x1
x92
x7
x24
x20
x1
x1

137

กระทู้

1425

โพสต์

22หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
773462
เงินตำลึง
1068213
ชื่อเสียง
69821
ความหิว
731

ป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV4)ป้ายวังหลังใบรับรองภาษาฮั่นใบรับรองภาษาละตินตราสำนักวังน้ำทิพย์ใบรับรองภาษาอังกฤษ

คุณธรรม
6178
ความชั่ว
318
ความโหด
2337
ภูตปริศนา (วัยทารก)
เลเวล 1

เมิ่ง จื่อเหยา

ข้าไม่ได้เตี้ยบนหัวเจ้า
pet
โพสต์ 2019-10-17 22:32:01 | ดูโพสต์ทั้งหมด
[คนต้องสงสัยกับกระสอบมอซอ]

      หลังจากที่เดินตามรอยมาเรื่องพวกจางฝูก็รู้สึกว่า รอยลากนี้มันพาพวกเธอเดินออกมาจนเกือบจะพนเขตหมู่บ้านแล้วและหากยังเดินต่อไปนั้นที่ที่พวกเธอจะไปถึงนั้นคือเขตเมืองหรูหนานที่พวกเธอมาถึงก่อนจะเดินทางมาที่อยู่บ้านแล้ว จะเว้นก็แต่รอยลากนี้ไม่ได้ใช้เส้นทางที่มุ่งเข้าไปทางในเมืองหรูหนานแต่เป็นเส้นทางที่จะพาไปยังเขาสามยอดที่อยู่ในเขตเมืองหรูหนาน บางทีที่นั้นอาจจะเป็นแหล่งกลบดานของเจ้ามารหมาป่านั้นก็เป็นได้


      “รอยนี้มันคงไม่พาไปถึงยอดเขาหรอกนะ”เมิ่งจื่อเหยาเอ่ยออกมาพรางมองยังรอยลากใกล้ที่ลากผ่านดินเป็นรอยขึ้นเสียชัดแม้จะผ่านพวกก่อหญ้าเล็กแต่กลับทิ้งรอยใหญ่ไว้ให้เดินตามแบบนี้ ของที่ลากนี้คงต้องหนักพอตัว พอมานึกดูก็ชักอยากรู้แล้วว่าพรานตู้ที่ถูกหิ้วไปเนี่ยตัวขนาดไหนมันถึงได้ทิ้งรอยไว้มากขนาดนี้


    “ดูจากรอยแล้ว จะให้ลากขึ้นเขาไปหากเป็นปีศาจอย่างที่ว่าก็อาจจะเป็นได้ก็ได้”จางฝูหันไปกล่าวกับเมิ่งจื่อเหยานั้นทำเอาคนร่างเล็กนั้นถึงกับเบ๊หน้าออกมาอย่างไม่ชอบใจนัก ขาเขานั้นสั้นกว่าชาวบ้านเวลาเดินก้ต้องก้าวเยอะ เหนื่อก็เหนื่อยเร็วกว่า เพราะงั้นหากเดินทางไปพร้อมคนอื่นๆตัวเขาจึงชอบที่จะขี่ม้าไปมากกว่า เพราะว่าการเดินเท้านั้นเขาเสียเปรียบเห็นๆ


       “แต่มันไม่แปลกไปหน่อยเหรอ ปีศาจทำไมต้องมาหาลากเอาคนที่อยู่ไกลถึงหมู่บ้านละทั้งๆที่เขานั้นมันอยู่ใกล้หรูหนานมากกว่าเเท้ๆ”เจี๋ยเฟยที่เดินเคียงข้างฮูหยินตัวเองอยู่เอ่ยขึ้นมาด้วยความสงสัย ทำไมต้องลำบากมาหาเหยื่อไกลทั้งๆที่หรูหนานอยู่ใกล้กว่าแทมคนก็เยอะกว่าหมู่บ้านเล็กๆนั้นต้องเยอะ


      “ข้ากลับคิดว่าที่หาเหยื่อจากหมู่บ้านเล็กนั้นเป็นเพราะว่า มันค่อนข้างที่จะปลอดภัย อีกอย่างหมู่บ้านเฟยก็คนนั้นแถมเป็นหมู่บ้านสันโดดที่อยู่กลางป่าคงไม่มีพวกคนจากทางการมาวุ่นวายเยอะหากหมู่บ้านนั้นจะกลายเป็นหมู่บ้านร้างไป”จางฝูเอ่ยออก นั้นก็อาจนับได้ว่าเป็นเหตุผลที่ฟังดูจะสมเหตุสมผลมากที่สุด อีกทั้งพวกมารปีศาจให้เดาอายุก็ต้องมากกว่าพวกเธอเป็นไหนๆความคิด หรือการวางแผนของมันก็คงยากที่ใครต่อใครจะคาดเดาได้


       หลังจากที่เดินทางมานานในที่สุดรอยลากนั้นก็นำพวกจางฝูให้เดินทางมาที่เขาสามยอดจริงๆและที่เบื้องหน้าของพวกจางฝูนั้นก้ดูเหมือนว่าจะเจอเข้ากับเจ้าของที่สร้างรอยลากขนาดใหญ่ที่ไว้บนพื้นที่เธอตามหากันมาเสียแล้ว เมื่อเบื้องหน้าของคนทั้งสามคือร่างสูงของชายผู้หนึ่งที่มีความสูงมากกว่าสองเมตร ร่างกายบึกบึนใหญ่ราวคนนอกด้าน ร่างกายคลุมทับด้วยเสื้อขนสัตว์แปลกตานัก ในมือของเขานั้นมีถุงกระสอบหนังสัตว์ขนาดใหญ่มากๆซึ่งใหญ่ขนาดที่สามารถยัดร่างของจางฝูเข้าไปได้ทั้งตัว


     พวกจางฝูดูก็ทราบได้ว่านั้นคือผู้สร้างรอยลากที่เธอตามหา เพียงแต่ที่คิดผิดคือคนผู้นั้นหาใช่มารหมาป่าที่เธอกำลังตามตัวแต่ว่า ถึงจะไม่รู้ว่าคนผู้นี้เป็นใครแต่พฤติกรรมของเขาก็น่าสงสัยเป็นอย่างมากเช่นกัน ดูท่าแล้วเรื่องนี้ชักห่างไกลหรือไม่เกี่ยวกับเจ้ามารหมาป่าที่เธอหาเสียแล้วสิ


     “เจ้าร่างใหญ่นั้น คือปีศาจที่พวกชาวบ้านพูดถึงหรือ ข้าว่าดูไม่เหมือนนะ”เมิ่งจื่อเหยาเอ่ยถามขึ้นมาพรางมองดูไปยังร่างสูงที่ลากกระสอบหนังสัตว์เก่าๆ สีม่อไปตามเส้นทางรกชันในเขตป่าลึกด้วยท่าทีทุรักทุเร


        “ข้าก็คิดเหมือนเจ้า”เจี๋ยเฟยที่มองดูอยู่เอ่ยออกมาก่อนที่ทั้งสองคนนั้นจะหันกลับมามองยังจางฝูที่เป็นตัวตั้งตัวตีในการเดินตามรอยลากนั้นมา ซึ่งยามนี้แม้แต่เธอเองก็มีสีหน้าที่กึ่งๆผิดหวังหน่อยๆ ที่พามาเจอกับใครก็ไม่รู้แถมไม่ใช่เป้าหมายหลักของพวกเขาแต่เเรกด้วย


       “ข้าว่าลองตามไปดูก่อน หากไม่ใช่มาก็ดีไปแต่ก็อยากรู้เช่นกันว่าของที่อยู่ในกระสอบมันคือสิ่งใด แล้วเหตุใดจึงต้องลับๆล่อๆเช่นนั้น” ไม่เพียงจางฝูที่สงสัย แต่บุรุษทั้งสองต่างก็นึกสงสัยอยู่เหมือนกันก่อนที่ทั้งสามนั้นจะเร่งเดินตามร่างสูงใหญ่ที่เดินลับสายตาไป


      ดูจากการเคลื่อนไหวแล้วของร่างสูงนั้นแล้วค่อนข้างเชื่องช้าจึงคงเป็นการยากที่จะหลบพ้นสายตาจากพวกจางฝู ร่างสูงนั้นเดินลากกระสอบไปจนถึงบริเวณตีนเขา จางฝูและพวกเจี๋ยเฟยที่ตามมาจึงเตรียมที่จะพุ่งเข้าไปล็อคตัวอีกฝ่ายเพื่อสอบถาม


     แกร๊บ…

      “ฮึ!!! ฮืออออ…..”


       เมิ่งจื่อเหยาที่เผลอไปเหยียบกิ่งไม้จนเกิดเสียง ทำให้ร่างสูงนั้นหันกลับมามองด้วยความตกใจก่อนที่ร่างสูงนั้นจะทิ้งมือจากกระสอบแล้วโกยแนบหนีไปโดยทันที และแถบไม่สนใจถุงกระสอบที่ลากมาด้วยตอนแรกแม้เเต่สักนิด


    “เจ้าบ้าเมิ่ง!!!”จางฝูหันไปร้องด่าคนผิดก่อนเธอและเจี๋ยเฟยจะใช้ตัวเบาในกระพุ่งตามตามร่างสูงสองเมตรที่วิ่งโกยแนบหนีไปอย่างไม่คิดชีวิต “อาเมิ่งเจ้าเฝ้าถุงไว้”

      “กะ..ก็ได้”เมิ่งจื่อเหยาร้องรับก่อนกระโจนไปยืนที่พื้นเพื่อเฝ้าถุงกระสอบสภาพม่อซ่อนั้นเอาไว้ เพราะไม่รู้ว่าเจ้าร่างสูงนั้นยังมีพวกอยู่หรือไม่ และกันไม่ให้ใครที่อาจเผลอผ่านมาเจอหิ้วเจ้าถุงประหลาดนี่ไป ไม่แน่ว่านี่อาจเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญก็ได้


       “ฝูเออร์วิ่งเช่นนั้นไม่เป็นไรแน่นะ”เจี๋ยเฟยเอ่ยหันมาเอ่ยถามพร้อมหันไปมองฮูหยินของตนที่วิ่งเต็มความเร็วอย่างเป็นห่วง จากประสบการณ์ลูกสาวเขารู้จากท่านแม่ว่าสตรีเดินมากๆจะคลอดง่าย แต่วิ่งเช่นนี้มันนับด้วยรึไม่ เขาอยากส่งจดหมายไปถามมารดาตนนัก


      “ไม่เป็นไรหรอกน่า จับเขาให้ได้ข้าจะดีใจมาก”จางฝูเอ่ยตัวก่อนเร่งฝีเท้าให้ไว้ขึ้นเพื่อไล่ตามร่างสูงที่วิ่งหนีอยู่เบื้องหน้าดูจากความคล่องตัวในการหลบซ้ายขวาคนผู้นี้คงชำนาญทางมากเเน่ๆ


@Admin


แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +5 คุณธรรม +8 ความโหด โพสต์ 2019-10-17 22:38
คุณได้รับ +10 ความโหด โพสต์ 2019-10-17 22:38

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -96 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -96 + 5

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตัวเบาขั้นสูง
เคล็ดวิชาวารีสิ้นขั้นสูง
หนามคู่เป่าเหลียน
ม้าเทพอูซุน
ไข่มุกราตรี
คัมภีร์ละติน
ปราณคลุมวารี
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x5
x177
x43
x800
x2
x17
x25
x80
x100
x50
x600
x200
x3
x8
x4
x160
x1
x400
x3
x100
x3
x600
x600
x200
x90
x30
x220
x3
x59
x600
x400
x200
x5
x400
x1200
x75
x3
x30
x600
x4
x100
x1185
x2
x200
x200
x28
x4
x600
x40
x2
x10
x60
x58
x4
x250
x19
x600
x32
x40
x200
x100
x800
x204
x3
x600
x712
x200
x16
x200
x21
x600
x4
x1000
x400
x800
x30
x600
x40
x4
x5
x29
x400
x74
x1
x4
x1680
x1
x3
x435
x735
x57
x975
x3
x5
x6
x70
x2
x133
x1
x1
x3
x1
x4
x225
x2
x1
x136
x300
x75
x1
x15
x15
x2
x49
x6
x651
x410
x1500
x132
x218
x261
x260
x260
x400
x215
x70
x325
x360
x30
x110
x346
x720
x1
x23
x536
x4
x350
x90
x266
x257
x520
x923
x129
x1
x22
x714
x390
x2
x2