ดู: 18|ตอบกลับ: 3

{ เมืองอวี้ซาง } ศาลาจางหลู่ฝู

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2019-3-24 16:10:16 |โหมดอ่าน





ศาลาจางหลู่ฝู

{ เมืองอวี้ซาง - ย่านการค้า }








【ศาลาจางหลู่ฝู】
กลางย่านการค้าเมืองอวี้ซางมีสวนน้ำแห่งหนึ่ง สถานที่พักผ่อนหย่อนใจ
นอกจากสระน้ำกระจ่างสีเขียวมรกตแล้ว ยังมีศาลาพักผ่อนหย่อนใจ
เป็นเก๋งสี่ฤดูขนาดกว้างพอจะบรรจะได้พร้อมกันร่วมสิบคน
นับว่าเป็นที่หลบร้อนชั้นดี แต่ไม่สามารถหลบเหล่าพ่อค้าประหลาด
ที่มักมาเสนอขายอะไรแปลกๆ ที่นี่ ก็แล้วแต่วาสนาละนะ









คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 Point +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 10

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2019-3-24 18:53:07 | ดูโพสต์ทั้งหมด
[เรื่องจริงหรือไม่]

         ผ่านไปกว่าชั่วยามแล้วแต่ยังคงไร้วี่แววของสหายของจู่ฟูเยี่ยนที่จะมา ดังนั้นจางฝูจึงขอตวออกไปเดินเล่นที่ด้านนอก เพราะหนึ่งอย่างเลยคือเธอทนกับกลิ่นสุราที่อบอวนอยู่ในห้องและเหลาสุราแห้งนี้ไม่ไหวแล้วนั้นเอง จู่ฟู่เยี่ยนก็ได้ฟังก็เพียงงพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจก่อนที่จางฝูนั้นจะขอตัวเดินออกจากห้องไปโดยที่มีซุนเจียงนั้นค่อยตามไปด้วย


    “ไม่อยู่ดื่มต่อเป็นเพื่อคุณชายจู่ฟู่เยี่ยนเล่า”จางฝูหันไปเอ่ยถามกับซุนเจียงที่เดินลงบันไดตามหลังเธอมา


     “มันเริ่มๆ มึนๆ ถ้าออกไปเดินเล่นสักหน่อยน่าจะดีกว่า”ซุนเจียงเอ่นพรางโคร่งศีรษะไปมา จางฝูที่ได้ฟังก็เพียงส่ายหัวไปมาเล็กน้อย ก็นี่ละนะ อยากลองเป็นไงสุดท้ายก็เมาแอร๊ แม้ว่าเจ้าสุราที่ดื่มไปนักมันจะจัดว่าเป็นสุราเก๊กฮวยที่มีฤิทธฺ์เบาและกลิ่นไม่แรงมากก็ตาม


     จางฝูเเละซูนเจียงเดินออกจากเหลาสุรามุ่งสู่บริเวณย่านการค้าที่คึกคักโดยที่ตัวเธอนั้นไม่ลืมที่จะเอาหมวกผ้าคลุมมาใส่ปกปิดตัวเองไว้ ก็อย่างที่รู้ว่าในเมืองนี้ยังจัดว่าเป็นเขตของเจ้าพวกพรรคมารนั้น และเรื่องของเธอคงโดนประกาศไปจนทั่วทั้งพรรคแล้วกระมังในยามนี้ อย่างน้อยๆก็ต้องป้องกันเอาไว้ ก่อนที่เธอจะหันไปมองชายหัวเขียวที่เดินเซนิดอยู่ข้างๆ “ไหวไหมนั้น ข้าว่าเจ้าควรหาที่นั่งพักมากกว่าข้านะ”


      “แบบนั้นก็ดี”ซุนเจียงเอ่ยก่อนที่เขานั้นจะถูกจางฝูจับลากไปนั่งพักอยู่ที่ศาลาใกล้ๆกับย่านการค้า ส่วนตัวของเธอก็เดินไปหาซซื้อซูปหรือน้ำแกงอุ่นๆให้คนหัวเขียวดื่มเผื่อว่ามันจะช่วยคลายอาการเมาไปได้บ้าง


      “เช่นนั้นก็นั่งรออยู่นี่อย่าไปไหนมั่วซั่วละ”จางฝูเอ่ยพรางหันหลังเดินหายเข้าไปในหมมู่ผู้คนที่เดินไปมาในย่านการค้า


     @หลาน


      “พวกเจ้าก็จะมานั่งพักหรอ….นั่งเถอะ”ซุนเจียงหันไปมองผู้มาใหม่อีกสองคนที่มีสีหัวเเจ่มจ้าสะท้องเเสงเเดดชวนเเสบตาพร้อมกับยัดตัวขยับทีว่างให้กับอีกสองคน ก่อนที่เขาจะหันกลับไปบมองตรงเข้าไปในหมู่ผู่คนในย่านการค้า เพื่อเฝ้ารอสหายที่ผละตัวออกไปซื้อของอยู่เงียบๆ อีกทั้งยังรสขมปร่าของสุราที่ติดอยู่ที่ลิ้นและอาการมึนหัวที่เหมือนกับโดนใครก็ไม่รู้จับหัวเขาโยกไปโยกมาอยู่อย่างนั้นแหละเขาจึงตัดสินใจเลือกที่จะหลับตาลงเพื่อคลายอาการเวียนหวนั้นลงบ้าง


       @หลาน


            ซุนเจียงที่นั่งหลับตาอู่พลันลืมตาขึ้นมาแล้วมองไปยังชายแปลกหน้าหัวสีทองที่เดินมาหยุดตรงหน้า หากแต่สีผมนั้นมันไม่ได้ทำให้ตัวเขาสนในไปมากกว่าคำพูดที่บอกว่ามีคนหน้าคล้ายตน ซึ่งบางทีมันอาจจะเป็นเบาะแสที่ว่าตัวเขาเป็นใครก็ได้ “ข้ามาจากหมู่บ้านอู่เจิ้น แต่ก่อนหน้านั้นข้าไม่รู้ เจ้าบอกรู้จักคนที่เหมือนข้า หรือเจ้ารู้จักข้า เข้าบอกชื่อได้ไหม”


     @หลาน


    “ซุนเจียง เป็นไงดีขึ้นบ้างรึไม่ อ้าวคุณชายเซวียน หลิงหลานพวกเจ้ายังอยู่ที่เมืองนี้หรอกหรือ”จางฝูที่เดินกลับเข้ามาในศาลาร้องถามขึ้นเมื่อกลับมาพาคนเมาแล้วพบว่าที่ตรงนั้นยังมีคนคุ้นหน้าคุ้นตาอีกสองคนกำลังยืนพูดคุยกันอยู่ พร้อมกับเธอที่เดินเอาถ้วนไม้เล็กๆที่ใส่น้ำแกงสร่างเมาไปยื่นส่งให้คนหัวเขียวดื่ม “เอาดื่มสะจะได้หายมึน”


        “ขอบคุณ”ซุนเจียงหันกลับมามองจางฝูพร้อมกับรับเอาถ้วยน้ำแกงในมอจางฝูไปเป่าแล้วยกขึ้นดื่มจิบช้าๆ พรางเบนสายตามไปมองชายหญิงหัวสีสว่างอีกสองคนที่ดูเหมือนจะเป็นคนรู้จักของจางฝู


         @หลาน


     “เจี๋ยเฟยมิได้มาด้วยหรอก อยู่ที่บ้านน่ะคุณชายเซวียน”จางฝูเอ่ยตอบยิ้มๆ ก่อนจะหันไปมองลูกเจี๊ยบน้อยที่ดูท่าทางเเปลกๆขณะที่มองมายังเธอับชายหัวเขียวที่นั่งซดน้ำซุปอยู่ข้างๆ “ก็ทำงานน่ะ หลิงหลานงานยังไม่เสร็จเลย ส่วนซุนเจียงก็....เขาไง”จางฝูเอ่ยพรางชี้นิ้วไปที่คนหัวเขียวที่เงยหน้าขึ้นมาจากถ้วยน้ำแกงและค่อมหัวให้แก่สตรีผมเงินเล็กน้อย


       “ข้าซุนเจียง เพื่อนเจ้าหรอเจ้าหรือจางฝู”ซุนเจียงเอ่ยแนะนำตัวแล้วหันกลับมาถามคนข้างๆแล้ววางถ้วยน้ำแกงลงที่ม้านั่งข้างตัว “พวกเขาเหมือนรู้จักข้าเลย”


      “หืมม….พวกเจ้ารู้จักเขาหรือ”จางฝูเลิ่กคิ้วขึ้นเล็กน้อยมองไปยังคนอีกสองงคนที่เหลือ


     @หลาน


     “อูยาว่านเถียนหรือ”จางฝูทวนชื่อที่หลิงหลานพึ่งเอ่ยออกมาพรางหันไปมองคนหัวเขียวข้างๆ ที่เพียงแค่มองสบตากลับมาด้วยใบหน้าซื่อก่อนจะส่ายหัวไปมาช้าๆ ‘มันความจำเสื่อมหนักขนาดไหนกันเนี่ย’


     “ไม่คุ้นเลยหรือ”


      “ไม่เลยอย่างที่บอก ข้าจำได้เเค่พ่อบุญธรรมช่วยข้ามาแล้วก็ตั้งชื่อให้ข้าใหม่เท่านั้น”ซุนเจียงเอ่ยด้วยสีหน้าที่เศร้าหมองลงไป เพพราะขนาดที่ว่าได้เจอกับคนที่เหมือนจะรู้จักตัวเขาแล้ว ได้ฟังชื่อก็แล้ว แต่ในหัวเขามันก็ไม่มีปฏิกิริยา หรือสัญญาณอะไรสักอย่างที่จะบ่งบอกว่านั้นอาจจะเป็นตัวเขาเลยสักนิด  


      @หลาน


       “ยินดีที่ได้รู้จักทั้งสองคนเลย ยังไงด็เรียกข้าว่าซุนเจียงเถอะตลอดมานี้ก็ใช้ชื่อนี้จนชินไปแล้ว”ซุนเจียงเอ่ยพร้อมกับยิ้มบางออกแล้วยกเอาถ้วยน้ำแกงขึ้นมาดื่มจดหมด


       “ก็นะ ได้รู้เท่านี้ก็พอจะมีเบาะแสแล้ว อย่างไรสักวันเจ้าก็จำได้เองอย่าพึ่งรีบร้อนเลย”จางฝูเอ่ยยิ้มก่อนจะหันไปมองหลิงหลานที่คลายท่าทีเป็นลูกเจี๊ยบขี้ระแวงเลิกพองขนทำตัวกลมแล้วกับมาเป็นเเม่เจี๊ยบน้อยสีเงินเช่นเดิมเเล้ว “จริงสิ หลิงหลาน ช่วงนี้ข้าว่าเจ้าอย่าพึ่งมาเดินเที่ยวเล่นเมืองนี้บ่อยๆจะดีกว่านะ”


     @หลาน


      “เรื่องเกี่ยวกับงานที่ข้ามาทำนี้แหละ พอดีว่าคนที่ขโมยรูปเจ้าไปมันมีเส้นสายวนเวียนอยู่ในเมืองนี้ด้วยน่ะ ก็แค่อยากให้เจ้าไปห่างเมืองนี้เสียหน่อยในช่วงนี้”จางฝูเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจังพรางยกมือขึ้นไปลูบคอตัวเองที่ยังคงมีร่องรอยช้ำอยู่เพียงแต่เเค่มีเส้นผมปิดบังเอาไว้เท่านั้น และการที่พวกมันเอารูปของเจี๊ยบน้อยตัวนี้ไปดีไม่ดีอาจเป็นเป้าหมายต่อไปของพวกมันจะหิ้วหอบเอาขึ้นเขาไปก็ได้


       @หลาน


      “ก็เพราะว่างานยังไม่เสร็จอย่างไรเล่าคุณชายเซวียน เนอะซุนเจียง”จางฝูเอ่ยพรางหันไปถามอีกคนที่เพียงพยักหน้าตามน้อยๆ       

     @หลาน


     “ลูกเจี๊ยบน้อยแบบเจ้าข้ากลัวว่าจะโดนงานข้าหิ้วไปมากกว่า เอาเป็นให้เจ้าไปให้ห่างเมืองนี้ดีกว่า เพราะเรื่องนี้ข้าก็ไม่สามารถดูเเลปกป้องเจ้าไปนะหลิงหลาน”จางฝูเอ่ยแล้วทอดสายตามองดูลูกเจี๊ยบน้อยที่เเปลงร่างกลายมาเป็นลูกลิงเกาะเเขนเธออยู่แทน


      “อืม จางฝูยังโดนตีเสียยับเลย เหมือนผักเปื่อยๆที่อยู่ในหม้อต้ม”ซุนเจียงเอ่ยหน้าตามพรางนึกไปถึงตอนที่สู้กันแล้วเห็นสภาพของอีกฝ่ายที่เรียกว่าเหมือนกับ ผักเปื่อยๆในหม้อตอนที่พ่อบุญธรรมเขาเคยต้มจับฉ่ายให้กินเลย


     “ไม่พูดก็ไม่ได้ว่าเจ้าเป็นใบ้นะ ซุนเจียง”คนโดนติเพียงแค่ไหว่ไหล่เล็กน้อยแล้วหันไปมองดูวิวต้นไม้รอบๆศาลาที่พวกเขานั่งพักกันอยู่


     @หลาน


     “ก็ได้ๆ ไว้ข้าจะส่งข่าวหาเจ้าบ่อยๆ ดีรึไม่”จางฝูว่าพรางยกมือขึ้นลูบหัวหลิงหลานซึ่งให้ความรู้สึกเหมือนตอนที่ลูกหัวลูกสาวอยู่อย่างไรอย่างนั้น ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นไปยิ้มให้กับคุณชายเซวียน “เช่นนั้นก็ต้องฝากนางให้ท่านดูแลแล้วละเจ้าคะ”


      “เอาละ ข้าว่าข้ากับซุนเจียงออกมานานแล้วป่านนี้คนอื่นที่ร่วมงานข้าคงรอแล้ว ข้าคงต้องไปแล้วละ เจ้าเองก็รีบออกเดินทางออกจากเมืองนี้ไปเร็วสะละ”จางฝูว่าพร้อมกับยัดตัวลุขึ้นมายืนมองหลิงหลาน เหมือนกันกับซุนเจียงที่หยิบเอาถ้วยน้ำแกงที่หมดแล้วขึ้นมาถือแล้วลุกขึ้นมายืนอยู่ข้างๆ


       “ข้าไปก่อนนะ เดินทางปลอดภัยนะหลิงหลาน คุณชายเซวียนก็ด้วยนะ” จางฝูกล่าวยิ้มพร้อมกับยกมือประสานค่อมหัวไปทางคนหัวทอง ซุนเจียงที่เห็นก็รีบประสานมือตามแล้วค่อมหัวให้ทางคุณชายเซวียนกับหลิงหลานทันที ก่อนที่พวกเขาทั้งคู่จะหันหลังเดินจากศาลาแห่งนี้ไปและมุ่งหน้ากลับไปยังเหลาสุราที่พวกจู่ฟู่เยี่ยนนั่งรออยู่ทันที ซึ่งป่านนี้ก็ม่รู้ว่าสหายคนที่ว่านั้นจะมาถึงรึยัง

     @หลาน




ยัดน้ำแกงซางเมาใส่ปากพี่เขียว


@Admin
@LingHao


แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับความสัมพันธ์กับ เซวียนหยวน อี้เฟย เพิ่มขึ้น 10 โพสต์ 2019-3-24 21:04
คุณได้รับ +8 คุณธรรม +12 ความชั่ว +20 ความโหด โพสต์ 2019-3-24 21:01

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +25 ความหิว -62 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 25 -62 + 5

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
แส้จิ่วเทียน
คัมภีร์ละติน
ปราณคลุมวารี
ตัวเบาขั้นกลาง
ฮั่นเสียทองเทวะ
กงจักรเฟิ่งหวง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8
x8
x46
x1
x10
x9
x11
x6
x100
x15
x2
x60
x40
x1
x83
x20
x33
x34
x16
x784
x1
x2
x62
x62
x70
x130
x2224
x359
x150
x59
x31
x30
x10
x22
x6
x107
x252
x3
x9264
x10
x110
x1
x3
x4
x1
x9
x131
x1
x66
x62
x1
x1425
x6
x2
x31
x1
x1
x45
x1300
x6
x150
x50
x1000
x7
x8
x3
x3
x40
x4
x40
x71
x2
x1500
x120
x290
x75
x60
x65
x1
x114
x7
x20
x90
x1
x3
x39
x2
x49
x2
x3
x74
x3
x109
x60
x30
x4
x91
x50
x100
x1
x15
x1118
x3
x30
x35
x68
x60
x12
x1527
x102
x172
x5
x117
x4
x2
x168
x343
x77
x139
x64
x99
x44
x320
x204
x259
x6
x40
x13
x348
x4
x563
x5
x1468
x71
x295
x264
x241
x2080
x456
x10
x39
x125
x352
x464
x209
x92
x84
x329
x310
x8
x60
x1
x3
x108
x141
x669
x473
x796
x630
x126
x271
x3198
x521
x30
x3
x1044
x55
x80
x1210
x11
x5
x35
x3444
x1157
x3900
x1990
x20
x16
x40
x20
x41
x81
x347
x1

713

กระทู้

2816

โพสต์

40หมื่น

เครดิต

( º﹃º ) หิวปลาปิ้ง!! <''Xx&

เงินชั่ง
2330310
เงินตำลึง
261576
ชื่อเสียง
174279
ความหิว
660

ป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV2)

คุณธรรม
8492
ความชั่ว
7463
ความโหด
8899
ไข่น้ำแข็ง
เลเวล 1

จวง ถิงซู่

" น้องหลานระวังตัวด้วย "
pet
โพสต์ 2019-3-24 19:35:15 | ดูโพสต์ทั้งหมด

โชคชะตามักมากับคำว่าเคราะห์
1104
โข่งเขียวที่ลอยคอมาเหมือนกัน

          ป่านอกเมืองอวี้ซางยังคงร่มรื่นและเปี่ยมไปด้วยบรรยากาศแปลกๆเช่นเคย หลิงหลานเดาไม่ออกว่ากลิ่นอับๆ เสมือนเนื้อเน่าที่นางมักจะสัมผัสได้อยุ่เสมอ เป็นเพราะเหล่าพรานป่าล่าสัตว์แล้วลืมเอาซากไปหรืออย่างไร ทำได้แต่เพียงไม่สนใจและเดินทางต่อ…

          “อาจารย์… ปกติท่านมักรอบคอบเสมอนับว่าหาได้ยากที่จะหลงลืมอะไรสักคราว” ดรุณีผมเงินบนหลังเสือดำกุ่ยเล่อเปรยขึ้นเบาๆ พวกตนต้องย้อนกลับทางเก่าจนได้ "หนนี้เรียกได้ว่าผิดวิสัยนะเจ้าคะ"

          จ้าวเกาะไต้หวันหัวเราะเสียงเบาสัพหยอกเข้าหนหนึ่ง “ก็เวลานั้นมัวแต่พะวงถึงอาการป่วยของเจ้า คนข้างตัวไม่ยอมกินไม่ยอมนอนจะมีแก่ใจคิดเรื่องอื่นได้หรือ?”

         หลังผ่านงานมงคงวิวาห์ของแม่นางหวังไปที่เมืองสวี่ซาง เดิมทีพวกเขาคิดจะเดินทางกลับไปเมืองเจียงหลิง กลายเป็นว่าเซวียนหยวนอี้เฟยหลังเสร็จสิ้นการฝึกในช่วงเช้าก็กะกิดลูกศิษย์สาวว่าเห็นแหวนน้าวศรของเขารึไม่ นั่นคือแหวนประจำตำแหน่งประมุขเผ่าปกติจะสวมไว้ที่นิ้วหัวแม่มือชายหนุ่มเสมอ ช่วยกันหาไปๆ มาๆ ค่อยนึกขึ้นได้ว่าเขาถอดออกเก็บไว้ในลิ้นชักโรงเตี้ยมหงหูเตี๋ยก่อนออกจากอวี้ซาง

         เคราะห์ดีว่าแหวนนั้นสลักจากเขากวางดูไม่มีาคาค่างวดแค่ลวดลายค่อนข้างแปลก… เถ้าแก่จึงเก็บไว้ เมื่อพวกเขามารับก็ได้คืนอย่างรวดเร็ว… จะรีบตีกลับขึ้นเหลียงโจวไปดำเนินการเรื่องสร้างหอก็กระไรอยู่ ทั้งสองจึงออกมาเดินตรวจสอบสินค้าที่ย่านคึกคักของเมืองอวี้ซาง หลิงหลานเข้าออกส่วนมากก็แผงลอยร้านอาหารตรงกันข้ามกับบุรุษผมทองที่สนใจพวกสมุนไพร ใช้เวลาราวครึ่งเค่อเดินกันจนเหงื่อเริ่มผุดซึมชายหนุ่มนำผ้เนื้อละเอียดมาซับเหงื่อให้กับร่างบาง

         “ตอนใต้อากาศร้อนกว่าที่จิงโจว? เดินนานแล้วพวกเราไปหาที่นั่งพักกันสักหน่อยดีกว่า”

         “ก็ดีเจ้าค่ะ หาที่เย็นๆ คงต้องผ่อนคลายสักหน่อยก่อนจะหายใจไม่ทัน.. นั่นไงเหมือนตรงกลางจะเป็นสวนนะ” หลิงหลานชี้ไปยังพื้นที่คนเบาบางตา ก่อนเดินนำเข้าไปพบว่าเป็นสวนหย่อมจริงๆ มีทั้งสระน้ำและศาลานั่งพักไม่มีอะไรยอดเยี่ยมไปกว่านี้อีกแล้ว ‘เว้นจะมีขนมหวานสักจาน ชาสักกาล่ะก็แจ่มแจ๋ว’

          ร่างเน่งน้อยในอาภรณ์สีชมพูกลีบบัวเดินเข้าสู่ศาลาก่อน แมกไม้บดบังภาพด้านในต้องใช้มือคอยปัด และแล้วก็พบว่าด้านในมีคนจับจองที่นั่งอยู่ก่อนแล้ว เสียงหวานเอ่ยอย่างขออนุญาต “โอ๊ะ ไม่ทราบว่ามีคน… หากไม่รังเกียจพวกเราขอนั่งพักด้วยนะเจ้าคะ”




            จนเมื่อเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายพบบุรุษผมเขียวระบ่าตาซ้ายสวมที่คาดปิดไว้ เครื่องหน้าศิลาสลักแบบนี้ ไหนจะแผลเป็นจุดเดียกวันอีก หญฺงสาวก็ชะงักไป ‘ผี? วิญญาณ? คนผู้นี้? นอกจากหงเจี้ยนกับชางหยูอย่าบอกนะว่ายังมีพวกหน้าเหมือนกันอยู่อีก...’ นางตะลึงไปมือก็ปล่อยกิ่งไม้ไม่ทันระวังว่าดีดถูกท่านอาจารยืด้านหลัง ส่วนเซวียนหยวนอี้เฟยหลบได้อย่างเฉียดฉิวนึกสงสัยว่าทำไมนางไม่ยอมเดินไปสักทีก็ถามไถ่

           “หลาน…? มีอะไรหรือ?” มือหนาแตะลงไหล่เบาๆ เจ้าตัวก็ยังนิ่งเขาจึงก้าวเข้ามาดูด้วยตาตนเอง ใครจะคาดคิดว่าผ่านไปห้าปีจะเจอสหายเก่าที่คิดว่าลงไปคุยกับสาหร่ายใต้ทะเลไปแล้ว โผล่มานั่งเป็นเจ้าที่กลางศาลาได้ ‘ถูกชางหยูซัดตกแอ่งปีศาจเขามิใช่ตายไปแล้วหรือ ประหลาดจริง?’

           เจ้าเกาะไต้หวันคนปัจจุบันยังสังเกตได้ว่ามีบางสิ่งบางอย่างแปลกไป หากเป็นสหายเก่าจริงๆ เห็นตนเข้าอย่างน้อยก็ต้องมีความเปลี่ยนแปลงทางสีหน้าบ้าง นี่คล้ายไม่รู้จักกันจึงลองเรียกดู
             “....ว่านเถียน?!”

          “พวกเจ้าก็จะมานั่งพักหรอ….นั่งเถอะ” ชายหัวเขียวปริศนาหันมองผู้มาใหม่อีกสองคน พร้อมกับยัดตัวขยับทีว่างให้กับอีกสองคน ก่อนที่เขาจะหันกลับไปบมองตรงเข้าไปในหมู่ผู่คนในย่านการค้า คล้ายว่ากำลังรอใครสักคน ยิ่งเขาหลับตาลงก็ยิ่งคล้ายอดีตประมุขเผ่าอูยาที่ 'ตายไปแล้ว'

          บุรุษผมเขียวคล้ายไม่รู้จักพวกเขาทั้งบรรยากาศรอบตัวก็ดูผ่อนคลายลง มิใช่ชายที่เก็บสั่งสมความแค้นล้างเผ่ามานับสิบปีแบบเก่าก่อน ทว่าเซวียนหยวนอี้เฟยสัมผัสได้ถึงความหม่นหมองของสตรีผมเงินด้านข้างที่เริ่มจะแผ่ออกมาทางสีหน้า เขาขมวดคิ้วพลางคิด ‘จริงสินะ.. ครั้งเกิดการปฎิวัติด้วยคำสั่งของว่านเถียนกำจัดสายเลือดชนต่างชาติ ซาปิงสหายของนางเองก็ตกเป็นเหยื่อด้วย’

           “....ทำไมถึงยังนั่งเฉยแบบนี้ได้อยู่อีกเขาทำเหมือนว่าไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น!!” หลิงหลานพูดรวดเดียวทั้งประโยคอย่างฉับไว ทำท่าคล้ายจะเดินเข้าไปหาคนที่นั่งอยู่ก่อนแต่อาจารย์นางคว้าไหล่เอาไว้ทัน ส่ายหน้าพลางห้ามปราม “หากจะบอกว่าหน้าเหมือนกันมันคงมีหรอกคนที่ตาเสียข้างเดียวกันแล้วยังหัวสีนี้น่ะ”

          “ช้าก่อน… ข้าว่าเขามีบางอย่างแปลกๆ ไป หากรู้จักพวกเรายังจะนั่งหน้าเป็นแบบนี้ได้อยู่อีกหรือ?” บุรุษผมทองพยายามชี้ให้สังเกต แม้มือจะโดนปัดออกมาแล้วก็ตาม “ลองพูดกับเขาดูก่อนบางทีห้าปีที่ผ่านมานี้ หลายสิ่งเปลี่ยนแปลงเขาอาจไม่ใช่คนเดิมแล้วก็ได้”

          ‘หมายถึงคนเดิมที่ทำท่านเกือบตาย หรือคนเดิมที่คลั่งแค้นจนแยกมิตรศัตรูไม่ออกกันล่ะ?’

          ใบหน้าหวานทอแววหม่นหมองความสูญเสียเมื่อห้าปีก่อนไม่อาจเรียกกลับคืนมาได้ นางทราบ เพียงแต่จะให้ทำเหมือนกับว่าไม่เคยมีสิ่งใดเกิดขึ้นต่อหน้าคนที่เป็นต้นเหตุการตายของสหาย นางทำไม่ได้จริงๆ หรือเปลี่ยนกันจะให้ชัดกระี่จอมทัพออกมากระซวกเจ้าหัวสาหร่ายตรงนี้ตอนนี้ นางก็ทำไม่ลงจริงๆ นั่นล่ะ

         “อย่างไรเขาก็เคยเป็นสหายเก่าก่อนของท่านนี่นะอาจารย์ ข้ายังยืนอยู่ตรงนี้ก็เพื่อซาปิงที่ตายไปเช่นกัน เอาเถิดท่านจะทำอะไรก็ทำ!”

          บุรุษผมทองบีบมือเล็กของนางเบาๆ ก่อนผละออกมาแล้วคลี่รอยยิ้มสุขุมตามเดิม ก้าวมาหยุดอยู่ตรงหน้าผู้ที่นั่งนิ่งตั้งแต่เมื่อครู่ “เมื่อครู่ขอโทษที่ลูกศิษย์ข้าเสียมารยาท คุณชายมีใบหน้าละม้ายคล้ายคนที่พวกเรารู้จักนัก เหมือนกระทั่งสีผมและแผลเป็นที่ดวงตา ไม่ทราบท่านมาจากที่ใดหรือ?”

           ชายผมเขียวที่นั่งหลับตาอยู่พลันลืมตาขึ้นมาแล้วมองไปยังชายแปลกหน้าหัวสีทองที่เดินมาหยุดตรงหน้า หากแต่สีผมนั้นมันไม่ได้ทำให้ตัวเขาสนในไปมากกว่าคำพูดที่บอกว่ามีคนหน้าคล้ายตน ซึ่งบางทีมันอาจจะเป็นเบาะแสที่ว่าตัวเขาเป็นใครก็ได้ “ข้ามาจากหมู่บ้านอู่เจิ้น แต่ก่อนหน้านั้นข้าไม่รู้ เจ้าบอกรู้จักคนที่เหมือนข้า หรือเจ้ารู้จักข้า เข้าบอกชื่อได้ไหม”

            “อ่อที่แท้เป็นเช่นนั้นเอง….” เซวียนหยวนอี้เฟยลองเข้ามาใกล้ก็แล้วคล้ายฝ่ายนั้นยังจดจำตนไม่ได้เลย ข้อนี้แปลกมากแต่อาจเป็นไปในทิศทางที่ดี?

           ฟังคำตอบแล้วประกอบกับสีหน้าที่ดูสับสนมึนงงไม่คล้ายคนโกหก จ้าวเกาะไต้หวันหันสบตากับลูกศิษย์สาว ‘คล้ายว่าเจ้านี่จะความจำเสื่อมไม่ก็ป่วยหนักมาก’ ก่อนบอกอีกฝ่ายว่าขอตัวสักครู่แล้วไปสนทนากันอยู่สองคนใต้ต้นไม้ ว่าควรทำอย่างไรต่อในเมื่ออีกฝ่ายกลายเป็นเช่นนี้ไปแล้ว





แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +55 คุณธรรม +55 ความโหด โพสต์ 2019-3-24 21:02

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +50 ความหิว -162 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 50 -162 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หน้ากากพุทธะ
หน้ากากจิ้งจอกหิมะ
ตำราข่านผู้ยิ่งใหญ่
ดาบราชันย์ทุ่งหญ้า
ปิ่นเหมยกุ้ย
ปีกปักษา
เพลงกระบี่คู่นก<br>ยวนยางหานเยว่ขั้นสูง
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x15
x4
x100
x4
x17
x160
x10
x25
x18
x115
x14
x3425
x30
x50
x4
x30
x308
x28
x6
x24
x1310
x4
x47
x39
x40
x910
x100
x1
x2
x61
x109
x4022
x32
x14
x7
x1167
x1097
x105
x5507
x93
x116
x364
x231
x3
x5
x30
x32
x70
x95
x1
x5
x4
x320
x81
x570
x20
x280
x120
x1
x95
x4
x9999
x156
x1
x2
x13
x263
x439
x4200
x4447
x5
x419
x230
x80
x386
x9999
x899
x9
x146
x1
x150
x222
x5770
x259
x45
x10
x2
x5
x100
x7
x14
x22
x8
x390
x5441
x174
x1160
x199
x12
x3811
x9
x33
x3312
x2
x9
x484
x203
x5
x9
x147
x16
x5
x196
x715
x6
x16
x54
x326
x61
x3
x71
x7
x13
x2
x3
x142
x1
x3
x2
x513
x410
x16
x544
x456
x339
x1968
x342
x2667
x1
x2
x6
x5
x283
x4312
x4350
x420
x724
x9
x304
x745
x110
x300
x50
x676
x600
x9999
x14
x497
x9999
x5022
x904
x1245
x531
x67
x126
x1
x1468
x31
x2102
x974
x213
x50
x1
x187
x757
x393
x151
x191
x1692
x992
x2059
x109
x7991
x1608
x3449
x1164
x2874
x736
x1266
x1668
x1706
x348
x20
x1
x29
x1259
x715
x33
x1
x7934
x4045
x67
x300
x70
x73
x412
x784
x60
x465
x150
x300
x18
x169
x157
x8
x65
x30
x9999
x105
x260
x282
x164
x35
x31
x2
x251
x334
x1
x273
x3409
x1910
x272
x10
x20
x25
x99
x9529
x10
x120
x1556
x111
x758
x176
x2

713

กระทู้

2816

โพสต์

40หมื่น

เครดิต

( º﹃º ) หิวปลาปิ้ง!! <''Xx&

เงินชั่ง
2330310
เงินตำลึง
261576
ชื่อเสียง
174279
ความหิว
660

ป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV2)

คุณธรรม
8492
ความชั่ว
7463
ความโหด
8899
ไข่น้ำแข็ง
เลเวล 1

จวง ถิงซู่

" น้องหลานระวังตัวด้วย "
pet
โพสต์ 2019-3-24 19:53:37 | ดูโพสต์ทั้งหมด

โชคชะตามักมากับคำว่าเคราะห์
1105
Made in Taiwan
         ระหว่างที่ทั้งสองกำลังปรึกษาว่าควรทำอย่างไรต่อไปกับบุรุษผมเขียวหัวเป็ดผู้นี้ดีนั้น ไม่ทันไรร่างอันปราดเปรียวของจอมยุทธ์หนี่เถี่ยก็โผล่มาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย หลิงหลานประหลาดใจพอสมควรด้วยคิดว่าสหายตนออกจาเมืองอวี้ซางไปนานแล้ว "พี่สาวจาง??"
        “ซุนเจียง เป็นไงดีขึ้นบ้างรึไม่ อ้าวคุณชายเซวียน หลิงหลานพวกเจ้ายังอยู่ที่เมืองนี้หรอกหรือ” จางฝูที่เดินกลับเข้ามาในศาลาร้องถามขึ้นเมื่อกลับมาพาคนเมาแล้วพบว่าที่ตรงนั้นยังมีคนคุ้นหน้าคุ้นตาอีกสองคนกำลังยืนพูดคุยกันอยู่ พร้อมกับเธอที่เดินเอาถ้วนไม้เล็กๆที่ใส่น้ำแกงสร่างเมาไปยื่นส่งให้คนหัวเขียวดื่ม “เอาดื่มสะจะได้หายมึน”

        “ขอบคุณ” ผู้ที่ถูกเรียกว่าซุนเจียงหันกลับมามองจางฝูพร้อมกับรับเอาถ้วยน้ำแกงในมอจางฝูไปเป่าแล้วยกขึ้นดื่มจิบช้าๆ พลางเบนสายตามไปมองชายหญิงหัวสีสว่างอีกสองคนที่ดูเหมือนจะเป็นคนรู้จักของจางฝู

           “ฮะๆ สวัสดีแม่นางจางฝูคราวนี้คุณชายหลินสามีท่านมิได้มาด้วยหรือ?” ทั้งสองยิ้มทักทายแต่เซวียนหยวนอี้เฟยเป็นคนกล่าวถามก่อน ดูท่าความสัมพันธ์ของทั้งสองจะไม่ได้ผิวเปินแค่คนผ่านทาง นึกแล้วก็น่าสงสัยอยู่จริงๆ นั่นล่ะ

           น้องนางกวางน้อยสีเงินเสียอีกที่งงตึ้บวิ่งกันยังไงมาชนกันอีกรอบ “พี่สาวจางข้อนั้นข้าควรถามมากกว่านา ที่จริงเราพึ่งย้อนกลับอวี้ซางเพราะลืมของน่ะเจ้าค่ะ สองสามวันก่อนยังอยู่แถบกวนจงอยู่เลย.. ท่านล่ะทำไมยังอยู่ที่นี่กับ… ซุนเจียง? เขาคือใครหรือ?”

           ‘อยู่กับใครไม่อยู่ดันมาอยู่กับพี่สาวจาง ไปพบกันได้อย่างไรนะ’ หลิงหลานมองภาพเบื้องหน้าทราบแล้วล่ะว่าทั้งสองนั้นมาด้วยกัน เพียงแต่นี่ฟ้าแกล้งหรือสวรรค์สาปส่ง ใจคอจะให้พวกเขาวนเวียนมาพบกันซ้ำคนเดิมใกล้ตัวกันรัวๆ เลยใช่ไหม

           “เจี๋ยเฟยมิได้มาด้วยหรอก อยู่ที่บ้านน่ะคุณชายเซวียน” จางฝูเอ่ยตอบยิ้มๆ ก่อนจะหันไปมองลูกเจี๊ยบน้อยที่ดูท่าทางเเปลกๆ ขณะที่มองมายังเธอับชายหัวเขียวที่นั่งซดน้ำซุปอยู่ข้างๆ “ก็ทำงานน่ะ หลิงหลานงานยังไม่เสร็จเลย ส่วนซุนเจียงก็เขาไง” จางฝูเอ่ยพรางชี้นิ้วไปที่คนหัวเขียวที่เงยหน้าขึ้นมาจากถ้วยน้ำแกงและค้อมหัวให้แก่สตรีผมเงินเล็กน้อย

           “ข้าซุนเจียง เพื่อนเจ้าหรอเจ้าหรือจางฝู” ซุนเจียงเอ่ยแนะนำตัวแล้วหันกลับมาถามคนข้างๆแล้ววางถ้วยน้ำแกงลงที่ม้านั่งข้างตัว “พวกเขาเหมือนรู้จักข้าเลย”

           “หืมม….พวกเจ้ารู้จักเขาหรือ” จางฝูเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยราวกับสงสัยมองไปยังคนอีกสองคนที่เหลือ

           “อันที่จริงข้ารู้จักคนหน้าตาแบบนี้ที่ชื่อ ‘อูยาว่านเถียน’ แต่ไม่รู้จักคนที่ชื่อซุนเจียงเจ้าค่ะ” นางเป็นคนตรงไปตรงมา หลิงหลานถามมาก็ตอบตามตรงไม่ถือว่าปกปิดอะไรเพียงแต่พูดไม่หมดก็เท่านั้น เมื่อครู่ท่านอาจารย์บอกแล้วว่าบางทีนี่อาจเป็นโชคดีในคราวเคราะห์ ผ่านมาห้าปีอีกฝ่ายไม่เพียงรอดตายแต่ยังเกิดปาติหาริย์ทำให้ลืมเรื่องราว ความแค้นที่ฝังใจจนกัดกร่อนตัวตนเขาไปได้ และให้โอกาสเริ่มต้นใหม่

           ‘ว่านเถียนน่ะ... แต่แรกก็มิใช่คนเลวร้ายเพียงแค่ต้องแบกรับทุกสิ่งทั้งความหวังของเผ่า และหนี้เลือดจากครอบครัว’ เมื่อครู่เซวียนหยวนอี้เฟยพยายามโน้มน้าวและก็ดูเหมือนจะได้ผล

         “อูยาว่านเถียนหรือ” จางฝูทวนชื่อที่หลิงหลานพึ่งเอ่ยออกมาพรางหันไปมองคนหัวเขียวข้างๆ ที่เพียงแค่มองสบตากลับมาด้วยใบหน้าซื่อก่อนจะส่ายหัวไปมาช้าๆ “ไม่คุ้นเลยหรือ”

        “ไม่เลยอย่างที่บอก ข้าจำได้เเค่พ่อบุญธรรมช่วยข้ามาแล้วก็ตั้งชื่อให้ข้าใหม่เท่านั้น” ซุนเจียงเอ่ยด้วยสีหน้าที่เศร้าหมองทำเอาหลิงหลานและบุรุษผมทองประหลาดใจเข้าไปใหญ่ ด้วยว่านเถียนที่พวกเขารุ้จักมักจะวางหน้านิ่งเรียบ ไม่ก็เก็บกดเสียจนรัเบิดมีด้วยหรือแสดงกิริยาเดียงสาเหมือนเด็กแบบนี้?

            ‘อย่างไรซะถ้าตอนนี้เขาไม่ใช่พญากาเขียวคนเก่า ข้าเองก็ไม่มีธุระอะไรกับเขา.. ก็เหมือนคนเดิมตายไปแล้วล่ะมั้ง’ หลิงหลานมองโลกในแง่ดี ถึงอย่างนั้นก็ยังห่วงพี่สาวจางว่าถ้าเกิดวันหนึ่งอีกฝ่ายจดจำเรื่องราวในอดีตได้แล้ว ชายผู้นี้จะกลับไปสู่เส้นทางหายนะอีกไหม

            “เรื่องราวของคนผู้นั้นที่เรารุ้จักอาจจะใช่หรือไม่ใช่ นั้นเป็นเพียงอดีตที่สำคัญตอนนี้คือปัจจุบัน เจ้าได้เริ่มต้นใหม่แล้วใช้ชีวิตให้คุ้มค่าเถอะ จริงสิลืมแนะนำตัว… ข้าเซวียนชาวไต้หวัน” บุรุษผมทองคลี่รอยยิ้มแย้มสุภาพ เครื่องหน้าเขาสุขุมทั้งร่างเปี่ยมไปด้วยสง่าราศีแม้ในตอนประสานมือยังดูไม่ต้อยต่ำ

           หลิงหลานถอนหายใจพลางลดการป้องกันลงกลับมาเป็นดรุณีเน่งน้อยเป็นมิตรเช่นเดิม ค้อมศีรษะกล่าว “ข้าหลิงหลาน.. ยินดีที่ได้รู้จักอีกครั้งเจ้าค่ะ”

            “ยินดีที่ได้รู้จักทั้งสองคนเลย ยังไงด็เรียกข้าว่าซุนเจียงเถอะตลอดมานี้ก็ใช้ชื่อนี้จนชินไปแล้ว” ซุนเจียงเอ่ยพร้อมกับยิ้มบางออกแล้วยกเอาถ้วยน้ำแกงขึ้นมาดื่มจดหมด

             “ก็นะ ได้รู้เท่านี้ก็พอจะมีเบาะแสแล้ว อย่างไรสักวันเจ้าก็จำได้เองอย่าพึ่งรีบร้อนเลย” จางฝูเอ่ยยิ้มก่อนจะหันไปมองหลิงหลานที่คลายท่าทีเป็นลูกเจี๊ยบขี้ระแวงเลิกพองขนทำตัวกลมแล้วกับมาเป็นเเม่เจี๊ยบน้อยสีเงินเช่นเดิมเเล้ว “จริงสิ หลิงหลาน ช่วงนี้ข้าว่าเจ้าอย่าพึ่งมาเดินเที่ยวเล่นเมืองนี้บ่อยๆจะดีกว่านะ”

          “บางเรื่องต้องค่อยเป็นค่อยไปแม่นางจางฝูตัดสินใจถูกแล้ว” เซวียนหยวนอี้เฟยพยักหน้ากล่าว

          ทั้งสองรับคำว่าตกลงเรียกซุนเจียงก็ซุนเจียงไม่สืบสาวเรื่องราวต่อจากนี้อีก แต่จะคอยติดตามข่าวสารเงียบๆ หลิงหลานนั้นยังลังเลว่าควรบอกต่อพี่สาวจางดีไหม เห็นดูแลบุรุษผมเขียวหัวเป็ดราวกับดูแลเด็กในโอวาทก็งุนงง ตั้งใจว่าเอาไว้ทีหลังเจอกันคราวหน้าค่อยหาโอกาสเหมาะๆ บอกแล้วกัน

          “เอ๋ เกิดเรื่องอะไรขึ้นที่นี่หรือเจ้าคะ? มีสิ่งใดที่พวกเรามองข้ามไปหรือเปล่าสองสามวันก่อนแวะพักยังปกติดีอยู่เลย” นิ้วชี้น้อยยกขึ้นแตะเรียวปากล่างพลางครุ่นคิด หรือว่าจะเกี่ยวกับกลิ่นประหลาดนอกเมืองอวี้ซางที่ตนพบเจอ

         “เรื่องเกี่ยวกับงานที่ข้ามาทำนี้แหละ พอดีว่าคนที่ขโมยรูปเจ้าไปมันมีเส้นสายวนเวียนอยู่ในเมืองนี้ด้วยน่ะ ก็แค่อยากให้เจ้าไปห่างเมืองนี้เสียหน่อยในช่วงนี้” จางฝูเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจังพรางยกมือขึ้นไปลูบคอตัวเองที่ยังคงมีร่องรอยช้ำอยู่เพียงแต่เเค่มีเส้นผมปิดบังเอาไว้เท่านั้น และการที่พวกมันเอารูปของเจี๊ยบน้อยตัวนี้ไปดีไม่ดีอาจเป็นเป้าหมายต่อไปของพวกมันจะหิ้วหอบเอาขึ้นเขาไปก็ได้

         เหมือนว่าได้กลิ่นอันตรายจากคำว่า ‘งาน’ ของจอมยุทธ์หญิงท่านนี้ คนที่ขโมยรูปนางไปพวกกระต่ายไม่กินผัก พรรคภูติทมิฬลมดำอย่างนั้นหรือ? ร่างเน่งน้อยขมวดคิ้วมุ่นนึกอย่างไรก็นึกไม่ออกว่าภาพเหมือนตนไปเกี่ยวข้องอะไรกับคนกลุ่มนี้ด้วย

          “เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงหรอกแม่นาง.. หลังได้ของคืนพวกเราก็ต้องใจว่าจะกลับไปที่หอชุมนุมแล้วล่ะ ยังมีงานก่อสร้างรออยู่อีกมาก… ว่าแต่พวกท่านไม่เป้นอะไรแน่นะทำไมถึงยังรั้งรออยุ่อวี้ซาง ทั้งที่ทราบว่ามันอันตราย?” เซวียนหยวนอี้เฟยคิดแล้วยิ่งสงสัย แม้ว่าซาบซึ้งน้ำใจที่อีกฝ่ายช่วยกล่าวเตือนพวกเขา

           “ก็เพราะว่างานยังไม่เสร็จอย่างไรเล่าคุณชายเซวียน เนอะซุนเจียง” จางฝูเอ่ยพรางหันไปถามอีกคนที่เพียงพยักหน้าตามน้อยๆ      

           หลิงหลานเองไม่ได้เห็นต่างจากอาจารย์ตนมากนักด้วยมีธุระรออยู่ เพียงแต่หากอันตรายจริงดังว่าไม่ทราบก็แล้วไป ตอนนี้ทราบแล้วจะให้ทิ้งเพื่อนแล้วหนีเอาตัวรอดไม่ใช่วิสัยของนางด้วยสิ ร่างน้อยเข้าไปเกาะแขนอีกฝ่ายเอียงคอถามด้วยท่าทีเป็นห่วง ลองเลียบเคียงถามดู “พี่สาวจาง… หากมีเรื่องที่ข้าพอช่วยเหลือได้ไม่ต้องเกรงใจนะเจ้าคะบอกมาได้เลย”

        “ลูกเจี๊ยบน้อยแบบเจ้าข้ากลัวว่าจะโดนงานข้าหิ้วไปมากกว่า เอาเป็นให้เจ้าไปให้ห่างเมืองนี้ดีกว่า เพราะเรื่องนี้ข้าก็ไม่สามารถดูเเลปกป้องเจ้าได้เสมอไปนะหลิงหลาน” จางฝูเอ่ยแล้วทอดสายตามองดูลูกเจี๊ยบน้อยที่เเปลงร่างกลายมาเป็นลูกลิงเกาะเเขนเธออยู่แทน

        “อืม จางฝูยังโดนตีเสียยับเลย เหมือนผักเปื่อยๆ” ซุนเจียงเปรียบเปนยตามสิ่งที่เขาเห็น ดวงตาเดียงสาวาจาโข่งเกินตัวทำเอาจางฝูหันมามองตาเขียว

         “ไม่พูดก็ไม่ได้ว่าเจ้าเป็นใบ้นะ ซุนเจียง” คนโดนติเพียงแค่ไหว่ไหล่เล็กน้อยแล้วหันไปมองดูวิวต้นไม้รอบๆ ศาลาที่พวกเขานั่งพักกันอยู่

         “แต่ว่าข้าเป็นห่วงพวกพี่นี่นา…” ชีวิตชาวยุทธ์ราวกับแขวนอยู่บนเส้นด้าย ไม่กระทืบเขาก็โดนเขากระทืบ หลังฟังวาจาคนผมเขียวยิ่งห่วงขึ้นเป็นสามสี่เท่า “อย่างไรก็อย่าลืมส่งข่าวคราวมาหานะเจ้าคะนั่นเป็นวิธีเดียว ที่จะทราบว่าพวกท่านยังปลอดภัย”

         “แค่ก… อื้ม.. ไม่ต้องห่วงแม่นางจางฝูมีข้าอยู่ย่อมไม่ปล่อยให้นางเผชิญอันอันตรายอย่างเด็ดขาด” น้ำเสียงทุ้มราวกับให้คำมั่นดวงตาคู่ครามจับจ้องอย่างเอ็นดูไปยังสตรีผมเงิน จูเชว่ชางหยูพูดถูก ไม่ว่าเมื่อใดสายตาของเขามักติดตามคนผู้หนึ่งเสมอ

         เห็นการสัพหยอกไปมาของทั้งสองแล้วเซวียนหยวนอี้เฟยเพียงรู้สึกเหมือนกลืนแมลงวันลงไป ‘ว่านเถียนเจ้าเองก็มีวันเวลาแบบนี้ด้วยสินะ’ จะขำก็ขำไม่ออกเพราะภาพความอำมหิตมันยังติดตา ปัจจุบันอีกฝ่ายเสมือนเด็กโข่งหัวเขียวพูดจาอะไรแบบนี้ก็เป็นด้วย… ตนไม่ชิน ไม่ชินเลยจริงๆ ให้ตายเถอะ

          “ก็ได้ๆ ไว้ข้าจะส่งข่าวหาเจ้าบ่อยๆ ดีรึไม่” จางฝูว่าพรางยกมือขึ้นลูบหัวหลิงหลานซึ่งให้ความรู้สึกเหมือนตอนที่ลูกหัวลูกสาวอยู่อย่างไรอย่างนั้น ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นไปยิ้มให้กับคุณชายเซวียน “เช่นนั้นก็ต้องฝากนางให้ท่านดูแลแล้วละเจ้าคะ”

           “เอาละ ข้าว่าข้ากับซุนเจียงออกมานานแล้วป่านนี้คนอื่นที่ร่วมงานข้าคงรอแล้ว ข้าคงต้องไปแล้วละ เจ้าเองก็รีบออกเดินทางออกจากเมืองนี้ไปเร็วสะละ” จางฝูว่าพร้อมกับหยัดตัวลุขึ้นมายืนมองหลิงหลาน เหมือนกันกับซุนเจียงที่หยิบเอาถ้วยน้ำแกงที่หมดแล้วขึ้นมาถือแล้วลุกขึ้นมายืนอยู่ข้างๆ มีท่าทีราวกับพร้อมอำลาจากไปได้ทุกเมื่อ

          “ข้าไปก่อนนะ เดินทางปลอดภัยนะหลิงหลาน คุณชายเซวียนก็ด้วยนะ” จางฝูกล่าวยิ้มพร้อมกับยกมือประสานค่อมหัวไปทางคนหัวทอง ซุนเจียงที่เห็นก็รีบประสานมือตามแล้วค่อมหัวให้ทางคุณชายเซวียนกับหลิงหลานทันที

           จ้าวเกาะไต้หวันประสานมือตอบเริ่มคุ้นกับธรรมเนียมชาวฮั่นขึ้นมาทีละน้อย "แม่นางจางฝู คุณชายซุนเจียงถนอมรักษาตัวด้วยไว้พบกันใหม่"

          "เวลาไม่ช้าแล้วจริงๆ พี่สาวจางเดินทางระมัดระวังนะเจ้าคะ ข้าจะรอรับข่าวจากท่านอย่างใจจดใจจ่อเลยล่ะ!! หากแวะผ่านเหลียงโจวใต้ก็แวะค้างแรมที่หอได้เสมอนะ" หลิงหลานโบกมืออำลาสหายที่ช่วงนี้พบกันบ่อยครังทำให้รู้สึกใกล้ชิดกันขึ้นมามากขึ้นกว่าเดิม ก่อนจะเหลือเพียงพวกเขาก็เริ่มสนทนากันว่าจะออกจากอวี้ซางด้วยทางบกหรือทางน้ำกันต่อ

(มีด้านบนอีกโรล พอดีเกิน 50k)
ใช้รูปปั้น หัวเขียวๆ






แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับความสัมพันธ์กับ ซุน เจียง เพิ่มขึ้น 25 โพสต์ 2019-3-24 21:04
คุณได้รับ +55 คุณธรรม +55 ความโหด โพสต์ 2019-3-24 21:04

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +25 ความหิว -38 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 25 -38 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หน้ากากพุทธะ
หน้ากากจิ้งจอกหิมะ
ตำราข่านผู้ยิ่งใหญ่
ดาบราชันย์ทุ่งหญ้า
ปิ่นเหมยกุ้ย
ปีกปักษา
เพลงกระบี่คู่นก<br>ยวนยางหานเยว่ขั้นสูง
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x15
x4
x100
x4
x17
x160
x10
x25
x18
x115
x14
x3425
x30
x50
x4
x30
x308
x28
x6
x24
x1310
x4
x47
x39
x40
x910
x100
x1
x2
x61
x109
x4022
x32
x14
x7
x1167
x1097
x105
x5507
x93
x116
x364
x231
x3
x5
x30
x32
x70
x95
x1
x5
x4
x320
x81
x570
x20
x280
x120
x1
x95
x4
x9999
x156
x1
x2
x13
x263
x439
x4200
x4447
x5
x419
x230