กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบอุปกรณ์พกพา | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์
ดู: 1195|ตอบกลับ: 46

{ เมืองเฉิงตู } ศาลเจ้าร้าง

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2017-10-20 06:06:28 |โหมดอ่าน

ศาลเจ้าร้าง

ศาลเจ้าร้างที่ดูเหมือนจะไม่มีคนอยู่ แต่ใครจะรู้ว่าบางทีมันอาจจะเป็นสถานที่อยู่ของเหล่าผู้คนที่ไม่มีที่มาที่ไปก็ได้ สภาพของมันดูดีเกินกว่าที่จะเรียกว่าร้างถึงมันจะร้างจริงๆก็เถอะ แต่ก่อนมันเคยเป็นศาลที่มีคนเข้ามาดูแล แต่ตอนนี้ผู้คนที่ดูแลนั้นได้ล้มหายตายจากกันไป จะมีแค่เพียงบางสิ่งบางอย่างที่กำลัง….เคลื่อนไหวอยู่




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 2

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2017-10-20 11:41:09 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LinJieoya เมื่อ 2017-10-20 12:45

เควส Comrade
ปกป้อง

          เธอที่กำลังเดินอยู่กับพี่สามอยู่ที่ตลอดนั้น พวกเธอเลือกดูข้าวของเล็กๆน้อยๆบ้างพอเป็นพิธี คุยกันบ้างพอเป็นพิธี ก่อนที่เธอจะเหลือบไปเห็นกลุ่มชายกลุ่มหนึ่งที่ดูท่าทางน่าสงสัย แถมทิศทางการเดินทางของพวกเขาก็ยังหน้าสงสัยอีกต่างหาก?

          เหล่าชายฉกรรจ์ นั้นเดินเข้าไปยังตรอกซอกซอยในตลาด แต่เธอนั้นก็ได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจของตัวพระชายาเอง

          “เจ้าเป็นอะไรหรือน้องพี่?...เจ้าดูกังวน??” พี่สามของเขาถามด้วยความสงสัย ที่เห็นว่าอยู่ๆน้องสาวของตนนั้นก็ได้เงียบลงไปอย่างเฉยๆ แถมยังทำท่าหน้ากลัวเป็นยักษ์ปักหลั่นเสียด้วย.. เหมือนกับว่ากำลังเครียดเรื่องอะไรสักเรื่องอยู่เลย

          “ไม่มีอะไรหรอกแค่พี่ถ้าแค่คิดกังวลอะไรไปนิดหน่อย ถ้าว่าเราไปหาเด็กๆพวกนั้นกันหน่อยดีกว่าไหม ถ้ารู้สึกกังวลอะไรนิดหน่อยมันอาจจะไม่เกี่ยวกับข้าก็ได้ แต่ข้าก็เป็นห่วงเด็กๆพวกนั้น” หญิงสาวหยุดริมฝีปากไปนิดหน่อย ก่อนที่จะทำหน้ากังวนแล้วจับไปที่แขนของพี่ชายของเธอ

          “ท่านพี่จะว่าอะไรข้าไหม? หากข้านั้นอยากจะไปดูเหล่าเด็กๆพวกนั้นอีกครั้ง??” เธอถามอีก
         “แล้วแต่น้องพี่จะปราถนา เจ้าชอบเป็นห่วงคนอื่นเสมอจริงๆ”
          “ท่านพี่ช่างรู้ใจข้า”

        มันเป็นเรื่องราวก่อนที่เธอจะเดินมายังศาลเจ้าร้างแห่งหนึ่งถ้าจำได้ว่าหล่อเด็กๆเคยเล่าให้เธอฟังเพราะชอบที่จะมาเล่นที่นี่อยู่บ่อยๆ และแล้วเธอก็เห็นเหล่าเด็กๆที่กำลังเล่นกันอย่างสนุก อยู่ 3-4 คน เป็นกลุ่มเดียวกับที่เข้ามาหาเธอบ่อยๆ

        “อะ..นั้นมันพี่สาวพระชายากับพี่ชายนี้!?”
        “ท่านมาที่นี้ได้ยังไง?..ท่านจะมาเล่นกับพวกข้าหรอ?”

        เราเด็กๆ ต่างกรูกันเข้ามาหาพระชายาทางพูดคุยด้วยความสนิทสนม และแน่นอนหญิงสาวที่เริ่มรู้สึกต้องใจก็ค่อยๆถอนหายใจก่อนที่จะย่อตัวลงพลางพูดคุยกับเหล่าเด็กๆ อย่างสนุกสนาน

        “ข้าไม่ได้มาที่นี้เพราะจะมาเล่นกับพวกเจ้าหรอกนะ..ข้าแค่ตะหงิดใจแปลกๆ แต่ช่างเถอะ พวกเจ้าเล่นกัน..!!!!”

        “ตึง!!!”
       “ดูสิว่าเราเจออะไร!!”

        เสียงของของแข็งที่ถีบประตูไม้ของศาลเจ้าร้างนั้นดังขึ้น ก่อนที่ภาพที่เธอเห็น คือสิ่งที่ทำให้เธอต้องรู้สึกตกตะลึง พลางถอยกรู กอดเด็กๆ แล้วดันไปด้านหลัง ส่วนพี่สามของเธอนั้นก็ขมวดคิ้วพลางเด้งตัวเข้ามาดักปกป้องน้องสาวและเหล่าเด็กๆไว้ …

        ชายหนุ่มนั้นขมวดคิ้ว รวมถึงใบหน้าของเด็กๆที่เริ่มงงงวยแต่มีเด็กบางคนที่กำลังจะร้องไห้อยู่มะรอมมะร่อ..

        “พวกเจ้าเป็นใคร” เสียงเข้มโทนซาสึเกะคุง(แค่กๆ) พูดขึ้น เขาจ้องเขม่งไปที่กลุ่มของเหล่าชายฉกรรจ์ นับ 10 คนที่เดินเข้ามาภายในลานของศาลเจ้าร้างแห่งนี้ พวกเขาไม่ได้พูดอะไรแต่เพียงแค่กวาดสายตามองไปรอบรอบ

        “หืม???...คงไม่ต้องบอกหรอกมั้ง?”หนึ่งในพวกนั้นพูดขึ้นก่อนที่จะค่อยค่อยถอดเสื้อคลุมของพวกเขาออกมาเปิดเผยอให้เห็นชุดเกราะหวาย ก่อนที่เราสหายของเหล่าชายฉกรรจ์ที่ไม่น่าไว้ใจจะค่อยๆถอดตามมา

        “....เหล่าทหารชาวเตี๋ยน ตอนใต้ปาสู่..งะ..งั้นหรอ?” เสียงหวานของพระชายาเซียวไต้อ๋องพูดขึ้นก่อนที่เธอจะเริ่มค่อยๆดันเราเด็กๆให้ไปอยู่ด้านหลังส่วนเธอก็มาอยู่ด้านหน้าเด็กๆและอยู่ด้านหลังพี่ชายของเธอเอง

        “ว้าว..ดูเหมือนว่าเราจะได้เจอของดีกันแล้วล่ะเกลอเอ่ย..”
        “พระชายาหลินเฟยของเซียวไต้อ๋องแห่งปาสู่มาทำอะไรที่นี้กันล่ะจ๊ะ” หนึ่งในพวกนั้นพูดอีกครั้ง
        “เห็นได้ข่าวว่า งามหยดแรกแย้มประหนึ่งมู่ตั๋นบานผลิ เสียงขับขานดังไก่ฟ้า การร่ายรำงดงามออดอ้อนอรชร ท่าทางจะเป็นเรื่องจริง หึหึ..!!!”

        “พวกท่านยังมีวาทะศิลป์กันอยู่หรอกหน่อยรือ ไม่น่าเชื่อ” หญิงสาวพูดขึ้น เธอขมวดคิ้ว พลางเริ่มมีเหงื่อเม็ดเล็กที่เริ่มผุดออกมาจากผิวของตัวเธอเอง.. คนพวกนี้ต้องการอะไรกันแน่?? นี้มันอะไรกัน?
       “หากท่านชายผู้มีวาทะศิลป์นั้นไม่มีเหตุอันใดเกี่ยวข้องกับที่นี้..ข้าว่า ข้าควรเชิญพวกท่านทั้งหลายออกไปเสียไม่ดีกว่าหรือเจ้าคะ?” เธอพูดอีกครั้ง เพราะเหมือนว่าตอนนี้ท่านพี่ของเธอจะไม่ไว้วางใจพวกเขาแล้ว ...แน่สิ จะไว้ใจได้อย่างไร
        แต่อย่างไรเสีย ไหนจะเด็กๆเสียอีกเล่า มันช่างลำบากลำบนในการที่จะดูแลหากเป็นแบบนี้เป็นเธอและพี่ชายนั้นล่ะ ที่จะต้องพ่ายให้กับเหล่าทหารชาวเตี๋ยนกลุ่มนี้

        “เหอะ!! ไปให้โง่ ถ้าได้พระชายาอย่างเจ้า! ..พวกข้าจะได้ใช้พระชายาข่มขู่เจ้าอ๋องโง่นั่นได้!! หึหึ!!! ว้ายๆ ก่อนข่มขู่คงต้องข่มขืนเสียละกระมั้ง!!” สิ้นเสียงของชายโฉดชั่วนั้น พวกเพื่อนของมันก็ได้หัวเราะอย่างสะใจ ประหนึ่งตัวร้ายในหนังภาคค่ำ ช่างน่าสะอิดสะเอียนเหลือเกิน..

        “ใครใช่ให้ออกมานี้โดยไม่มีพวกทหารเล่า!!”
        “ช่ายยย...ท่านก็รู้ว่าปาสู่ตอนนี้เป็นยังไง จะมีชีวิตตายวันตายพรุ่งก็ยังไม่รู้เลยยย!!”

        “หุบปากที่มีวาจาจาบจ้วงข้าเดี๋ยวนี้นะ!!!!” พระชายาบัลดานโทสะของเธอ กำมือแน่น จนพี่ชายของเขานั้นต้องจับมือเธอไว้ให้มั่น ก่อนที่เขานั้นจะรับรู้ได้ถึงการโดนโจมตีอย่างกระทันหัน!!

        วรยุทธ์ในเรื่องทวนของเขานั้นเป็นเลศ ทำให้สามารถต่อกรกับเหล่านายทหารได้อย่างสูสี แม้จะโดนรุมโจมตีอย่างหนักหน่วง

        “พลักกก”
        “โอ๊คคค”

        เวลาผ่านไปได้ไม่นาน ดูเหมือนว่าพวกนั้นจะหัวหม้อขึ้นโดยการเล็งไปที่พระชายาและเหล่าเด็กๆ พวกมันนั้นเล็งโจมตีพระชายาด้วยดาบ และอุปกรณ์การรบทั้งหลาย จะให้แรงของหญิงสาวไปสู่พวกมันนั้นก็ใช้ที่
        แต่พระนางก็นำขว้านทองที่ฮองเฮาทรงประทานให้มานั้นออกมา ตอบรับกับดาบและโล่ของพวกเขา

        แต่การต่อสู้นั้นเต็มไปด้วยความยากลำบากเพราะยังคงมีเด็กๆอยู่ด้านหลังเธอ จนเหมือนประดาบประแรงกันไปพอหอมปากหอมคอ พวกเธอจึงโดนล้อมหน้าหลัง

        จนถึงตอนนี้ทั้งเธอและเด็กๆ ก็ต่างตกอยู่ในวงล้อมของศัตรู……
         ทำอย่างไรดีกันนะ!!


        เมื่อหญิงสาวนั้นอยู่ในวงล้อมของศัตรู แต่ก็ไม่ใช่ว่าเธอนั้นจะอยู่เฉยๆ เธอพยายามที่จะปกป้องและสู้สุดกำลังใจขาดดิ้น ขวานทองที่เคยได้รับจากองค์ฮองเฮากวาดแกว่งไปอย่างไม่มีจุดสิ้นสุด รวมถึงเธอที่พยายามจะกันเหล่าเด็กๆไม่ให้อยู่ในวงล้อมของเหล่าชายฉกรรจ์ชาติชั่วพวกนี้

       รวมถึงท่านพี่สามของเธอด้วย ท่านพี่พยายามที่จะต่อสู้ให้เข้ามาแล้วเข้าใกล้เธอ แต่เรื่อยๆพวกทหารเหล่านั้น มีกำลังที่มากกว่าทำให้เป็นไปอย่างยากลำบาก การต่อสู้ที่ยาวนานนานเรื่องๆ จนเมื่อถึงจุดสิ้นสุด      
       เมื่อหญิงสาวเริ่มที่จะมีกำลังที่จะอ่อนแรง จากนั้นคอขาวระหงที่เหมือนกับหยวกกล้วยของเธอนั้นโดนจ่อไปด้วยกระบี่ของเหล่าทหารเตี๋ยนแน่นอนว่า เหล่าเด็กๆเองก็โดนเหมือนกันมันช่างน่าอันตรายอย่างยิ่ง

       “ฮึย!! ฤทธิ์มากนักนะ!!! วางอาวุธลงซะไม่งั้นเจ้าคงจะรู้ว่าพระชายาจะเป็นอย่างไรต่อไป!!!” เหล่าทหารเปลี่ยนไปพูดกับพี่ชายของเธอ เขาหันไปทางพี่ชายที่กำลังสู้อยู่อย่างเป็นต่อ เมื่อชายหนุ่มหันมาประสบพบเจอกับน้องสาวของตน ที่กำลังเจอกระบี่แหลมคมที่คอขาวระหงจนเขานั้นจะต้องหยุดการต่อสู้ไปชั่วขณะหนึ่ง

       “บอกให้วางลงยังไงละวะ ไม่ฟังหรอ!!!” หล่อทหารเปลียนพูดอีกทีก่อนที่จะกระชับมือที่ถือกระบี่จ. ของเธอให้ใกล้ยิ่งขึ้น

       “เคร้งงง!!”

       เสียงของทวนเงินที่กระทบลงบนพื้น ทำให้รับรู้ว่าท่านที่ของเธอนั้นปล่อยอาวุธสุดที่รักของเขา ลงด้วยความเป็นห่วงน้องสาวอย่างเขา เขาไม่มีทางเลือกนอกจากที่จะวางอาวุธก่อนที่ เหล่าทหารชายชาติชั่วที่ดูเหมือนว่าจะเป็นหัวหน้าเขากำลังนำกระบี่จ่อที่คอขาวระหงของเธอจะพยักหน้าเป็นเชิงกับลูกน้องเพื่อที่จะให้เหล่าลูกกระจ๊อกทั้งหลายเอากระบี่ไปจ่อคอชายผู้มีวรยุทธ์อย่างเขาเพื่อกันการขัดขืนหรือเล่นตุ๊กติก

       จากการประเมินของหญิงสาวแล้วเธอมีความรู้สึกว่ามันเป็นไปได้ยากหากที่จะคิดหนีสถานการณ์นี้หากมีแค่เธอกับพี่ชายก็ยังพอที่จะหนีได้แต่ไหนจะเหล่าเด็กๆอีกอีกอย่างอีกฝ่ายเป็นถึงชายฉกรรจ์ที่มีอาวุธครบมือแถมยังมีกำลังพลมากกว่าคงยากที่จะต่อก็

       การที่จำต้องให้อีกฝ่ายนั้นยอมจำนนก็ไม่มีทางที่จะเป็นไปได้นอกจากเสียแต่ว่า…

       “พวกเจ้าหยุดได้แล้ว เล่นงานเหล่าเด็กๆหรือชายผู้นั้นคิดหรือ?? ว่ามันจะมีอะไรที่จะดีขึ้น หากเจ้ายอมปล่อยเหล่าเด็กๆและชายผู้นั้นไป เราจะยอมให้พวกเจ้าจับตัวเราไปแต่โดยดี นี่เป็นข้อแลกเปลี่ยน….”

       “เจ้าอาจพูดว่าข้าไม่มีสิทธิ์ต่อรอง แต่ข้าก็มีสิทธิ์ของการเจรจาการต่อรองเหมือนกัน พวกเจ้าลองคิดให้ดีๆนี่ก็เป็นแผ่นดินปาสู่ปล่อยพวกเขาไป แล้วนำเราไปแทน”





คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -11 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -11 + 3

ดูบันทึกคะแนน

ดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กราดิอุสศิลา
โลหิตมาร
วิจารณ์ซางยาง
เกราะทองคำ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x4
x20
x1000
x10
x16
x2
x70
x300
x300
x200
x1
x1
x40
x2
x512
x2
x50
x1
x2280
x1000
x130
x9999
x5000
x1000
x90
x1
x6
x2
x2485
x2
x4
x330
x2
x50
x1000
x14
x40
x3
x5
x2
x2
x20
x3
x17
x80
x5
x4
x2
x65
x50
x2
x3
x5
x33
x2
x3
x50
x3
x75
x4
x3
x220
x105
x30
x4
x265
x32
x20
x57
x10
x14
x4
x18
x115
x100
x73
x84
x258
x50
x50
x8
x4
x2
x119
x750
x191
x10
x629
x300
x70
x48
x8200
x5020
x2
x6
x40
x1000
x835
x14
x675
x14
x1457
x171
x64
x2180
x52
x1025
x372
x220
x262
x140
x393
x91
x430
x181
x170
x110
x136
x998
x576
x91
x390
x12
x99
x1
โพสต์ 2017-10-20 23:24:32 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LinJieoya เมื่อ 2017-10-20 23:58

ช่วยเหลือพี่น้อง
บท ไม่น่าหาเรื่องเลย..

         เหล่าทหารเตี๋ยนนั้นจ้องมองเธอ ที่พูดด้วยน้ำเสียงค่อนข้างที่จะเชือดเฉือน หญิงสาวพูดด้วยความใจเด็ดเดี่ยว ก่อนที่จะถอนหายใจแล้วจ้องมองอีกคนด้วยสายตาไม่ไหวติง ทหารที่เป็นหัวหน้านั้นค่อยๆจ้องมองเธอก่อนที่จะแสยะยิ้ม

         “หากเป็นเช่นนั้นแล้วพระชายาโปรดมากับเราดีๆนะขอรับ” เขาเริ่มเปลี่ยนท่าที เป็นพูดกับเธอดีๆแต่แล้วเจ้าลูกน้องสมองหมาปัญญานิ่มของเขาก็ได้เริ่มพูดปากสุนัขไม่รับประทาน

         “เราไม่พานางไปข่มขืนก่อนจะกระทำชำเราย่ำยีบีฑาให้สาแก่ใจเราะท่าน?? บอกเลยข้าจองด้านบน เอ๋งงง!!!” ก่อนที่นายทหารผู้ซึ่งมีความคิดสกปรกหยาบช้าพูดจบ ก็โดนเพื่อนด้วยกันนั้นเขกกบาลให้สักทีสองทีก่อนที่พวกเขาจะพูดดุกันไป

        “แหกขี้ตาดูไอ้เสร่อเอ้ยย นั่นพระชายา!!! นางยังมีประโยชน์อยู่ ลองคิดดูสิวะ!! ว่าถ้าเกิดท่านผู้นำได้นางไปเป็นตัวต่อรองกับไอ้อ๋องหน้าละอ่อนสมองโง่นั่นมันจะเกิดผลดีแค่ไหน เราก็จะได้ปูนบำเหน็จกันจนถึงขนาด”

         “เออจริงด้วยพี่ข้าพึ่งนึกได้” เหล่านายทหาร 2 คนที่กำลังเล่นมุขตลกเป็นมุก 3 ช่านั้นพูดคุยกันไปมา ก่อนที่พวกเขาจะเริ่มเรียกพวก แล้วแยกเธอออกมาจากเหล่าเด็กๆและพี่ชายของเธอ ดวงตาของเธอนั้นเว้าวอนจ้องมองพี่ของตนพร้อมกับเด็กๆประหนึ่งประมาณว่าตนเองนั้นไม่เป็นอะไรให้พวกเจ้าได้ดูแลตัวเองดีๆเพียงแค่นั้นก็พอ

         แหมช่างนางเอกเหลือเกิน...ขอใจจริงหน่อยสิ #ผิด

         หลังจากนั้นเหล่าทหารเตี๋ยนทั้งหลาย ก็ได้เชิญเธอให้ขึ้นรถม้าเพื่อเตรียมเดินทางลงทางใต้ โดยมีพี่ชายและเด็กๆของเธอตามมาด้วย นั้นได้สร้างความเคลือบแคลงใจให้กับหญิงสาวพอสมควรเธอขมวดคิ้วก่อนที่จะหันไปถาม

         “พวกเจ้าคิดจะพาพวกเด็กๆและชายคนนั้นไปด้วยหรือ”

         “เราต้องมีหลักประกัน ว่าพระชายาจะไม่หนีหรือจะไม่มีใครมาช่วยพระชายาได้ เพราะฉะนั้นพวกข้าจะปล่อยเมื่อถึงเขตเมืองแล้ว”

         หญิงสาวเมื่อได้รับรู้ก็เริ่มมีความรู้สึกว่ารอยหยักในหัวสมองของคนเกือบ 10 คนคงน่าจะมาอยู่กับหัวสมองคนคนเดียวซึ่งก็คือคนหัวหน้าคนนี้ช่างดูรอบคอบเสียเหลือเกิน หรือว่าจะไม่ใช่แค่นายทหารหัวหมู่นายกองธรรมดากันนะ

         เมื่อเด็กๆและเธอนั้นโดนแยกจากกันทำให้เธอนั้นแทบไม่รับรู้ความเป็นไปของพวกเด็กๆเหล่านั้นพร้อมทั้งพี่ชายของเธอเลยด้วย ถึงอยากจะช่วยก็คงช่วยไม่ทัน ตอนนี้เธอเริ่มรับรู้แล้วว่าสถานการณ์ในป่าสู่ค่อนข้างที่จะเรียกได้ว่าเข้าขั้นวิกฤต

         ไม่นึกเลยว่าจะมีทหารเตี๋ยนเข้ามาสอดแนมมากมายถึงขนาดนี้ มันยิ่งจะทำให้เธอนั้นเป็นห่วงพระสวามีมากยิ่งขึ้นเป็นเท่าตัวโอ้ละหนอดวงเดือนเอยได้โปรดขอให้พระสวามีของเธอนั้นปลอดภัยด้วยเถอะ

         วมถึงบุตรบุญธรรมที่เธอเพิ่งรับเข้ามาอยู่ในอ้อมอกอารีย์ก็ต้องแยกจากกันอีกแล้วเธอคงจะต้องหวังได้เพียงแค่ว่าไม่นานเท่าไหร่ไม่นานหรอกที่เธอจะต้องอยู่ที่บ้านป่าเมืองเถื่อนเช่นนั้น

         ใช่ไหม??

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -8 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -8 + 3

ดูบันทึกคะแนน

ดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กราดิอุสศิลา
โลหิตมาร
วิจารณ์ซางยาง
เกราะทองคำ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x4
x20
x1000
x10
x16
x2
x70
x300
x300
x200
x1
x1
x40
x2
x512
x2
x50
x1
x2280
x1000
x130
x9999
x5000
x1000
x90
x1
x6
x2
x2485
x2
x4
x330
x2
x50
x1000
x14
x40
x3
x5
x2
x2
x20
x3
x17
x80
x5
x4
x2
x65
x50
x2
x3
x5
x33
x2
x3
x50
x3
x75
x4
x3
x220
x105
x30
x4
x265
x32
x20
x57
x10
x14
x4
x18
x115
x100
x73
x84
x258
x50
x50
x8
x4
x2
x119
x750
x191
x10
x629
x300
x70
x48
x8200
x5020
x2
x6
x40
x1000
x835
x14
x675
x14
x1457
x171
x64
x2180
x52
x1025
x372
x220
x262
x140
x393
x91
x430
x181
x170
x110
x136
x998
x576
x91
x390
x12
x99
x1

72

กระทู้

745

โพสต์

10หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
64
เงินตำลึง
5884
ชื่อเสียง
51137
ความหิว
211
คุณธรรม
460
ความชั่ว
3
ความโหด
27
อาเต่า
ระดับ 1

หลิง เสวี่ยหลาน

"เจ้าป่วนไหน ข้าไปด้วย!"
pet
โพสต์ 2017-12-5 18:14:08 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ผิงผิง เมื่อ 2017-12-6 00:12

พี่ชาย...


     ผิงผิงกับเสี่ยวเหอเดินกันจนมาถึงศาลเจ้าร้าง... เสี่ยวเหอนั้นเดินนำไปโดยที่ผิงผิงชะงักเท้า เพราะตอนฝึกงานเธอเคยเจอผีมาก่อนและอดที่จะกลัวไม่ได้จริงๆ เสี่ยวเหอพบว่าผิงผิงมิได้ตามตนจึงหันกลับมามองพลางร้องเรียก
     "พี่สาว?"
     "เสี่ยวเหอ มิมีผีจริงๆ นะ?" ผิงผิงอดที่จะถามอีกครั้งไม่ได้ ก็ดูสิ บรรยากาศมันน่าหวาดกลัวแค่ไหน
     "จริงๆ ขอรับ ข้างในมีแต่เด็กๆ พวกอาลี่มักมาเล่นด้วย" เสี่ยวเหอกล่าว ผิงผิงจึงเดินเข้าไป เมื่อเดินเข้าไปภายในศาลเจ้าร้างนั้นก็พบเด็กๆ มากมาย... จริง มากกว่าที่ที่พวกเสี่ยวเหออยู่เสียอีก ตอนแรกเธอคิดว่าพวกเขาจะผอมกว่านี้แต่ดูเหมือนว่าจะมีคนใจดีค่อยดูแลอยู่สินะ ผิงผิงไม่เห็นพวกอาลี่อยู่ในกลุ่มเด็กพวกนี้ ก่อนที่สายตาจะไปพบกับร่างสูง... ร่างหนึ่งที่หันหลังเล่นกับเด็กๆ อยู่ เหมือนเขาจะรับรู้อยู่แล้วว่าข้างนอกมีคนอื่นเพราะเขาหันมาหลังจากผิงผิงหยุดยืนมอง...
     "สะ... สวัสดีขอรับ" ผิงผิงเกือบเผลอหลุดปากว่า เจ้าค่ะ เธอไม่เห็นรู้เลยว่าที่นี่นอกจากเด็กๆ แล้วจะมีผู้ใหญ่อยู่ด้วย! ก็... คนตรงหน้าสูงกว่าพี่เฮ่าที่เธอเคยพบอีก รอบตัวเขามีเหลาเด็กๆ
    "สวัสดีขอรับ"
     "พี่อี้" เสี่ยวเหอร้องทักทายก่อนจะเดินเข้าไปหาเขา ผิงผิงโค้งเล็กน้อยก่อนจะมองหาร่างของพวกอาลี่... "พวกอาลี่เล่า...." ผิงผิงพึมพำ
     "พวกเขาออกไปด้านหลัง ข้าจะไปตามให้" พี่อี้ของเสี่ยวเหอเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ่มๆ ผิงผิงเอ่ยขอบคุณเบาๆ เด็กสาวอยากพบสตรีมากกว่าบุรุษ!
    "เสี่ยวเหอ เขาเป็นใคร?" ผิงผิงเดินมาหาเสี่ยวเหอพลางถาม
    "พี่อี้ขอรับ พี่เขาค่อยดูแลเด็กๆ ที่นี่"
     "งั้นเหรอ..." ผิงผิงรับคำ ก่อนนั่งลงที่มุมหนึ่ง มีเด็กๆ ที่ตอนแรกแอบดูผิงผิงเพราะเป็นคนแปลกหน้าจึงมิกล้าเข้าใกล้ แต่เมื่อเสี่ยวเหอแนะนำพวกตนจึงเดินมารุมล้อมผิงผิง เด็กสาวยิ้มร่าก่อนจะเล่นกับเด็กๆ คงเพราะขนาดตัวใกล้ๆ กัน พวกเขาจึงคิดว่าผิงผิงอายุไล่ๆ กับพวกเขาเอง
    "คิคิ"
    "อย่าหัวเราะข้าเซ่" ผิงผิงเอ่ยก่อนจะเอียงตัวหลบมือน้อยๆ ที่พยายามจะจับแก้มเธอ เพราะเมื่อครู่มีเด็กคนหนึ่งจับแก้มเธอแล้วนุ่มนิ่มมากจนอยากจับอีก ผิงผิงเอียงตัวหลบไปมาไม่ระวังจนหัวไปโขกกับผนัง...
     โป๊ก
     "โอ๊ย... เจ็บๆ" ผิงผิงกุมหัวตนเองก่อนจะถูไปมาเพื่อให้หายเจ็บ ส่วนเด็กคนนั้นเหมือนจะทำให้ผิงผิงเจ็บ "ข้ามิเป็นไรๆ เอางี้ ข้ามีซาลาเปาให้พวกเจ้า" ผิงผิงกล่าว ก่อนจะเอาซาลาเปาที่ไปซื้อมาออกจากห่อกระดาษให้เด็กๆ พวกเขารับไปกัดกินคำโต ผิงผิงเองก็กินด้วยกันกับพวกเขา ส่วนเสี่ยวเหอนั้นเห็นบอกว่าจะออกไปตามพวกอาลี่อีกคน....
     "ซาลาเปาอร่อยจังเจ้าค่ะ"
     "ยังอุ่นๆ อยู่เลย"
     "เจ้าใจดีจัง เจ้าเป็นเด็กที่บ้านเสี่ยวเหอเหรอ?"
     "ใช่แล้ว พวกเจ้าอีกมากๆ นะ ยังมีอีก" ผิงผิงกล่าวก่อนจะยื่นซาลาเปาไปให้เด็กคนอื่นๆ ที่ขอเพิ่ม โดยไม่ได้สังเกตสิ่งรอบตัว...
    "อ๊ะ...." ผิงผิงที่งับซาลาเปาอยู่หันไปทางประตูพลางพบว่า พี่อี้ของเสี่ยวเหอกลับมาแล้วและกำลังมองพวกเธออยู่ เขายิ้มขำๆ แต่ผิงผิงคิดว่ารอยยิ้มนั้นน่าจะเป็นของเด็กๆ ที่เขาดูแลอยู่มากกว่า ผิงผิงจึงรีบกินซาลาเปาในมือให้หมดก่อนจะลุกขึ้นเมื่อเห็นพวกอาลี่กลับมาแล้ว เธอจึงเดินไปหา
     "กลับบ้านกัน"
    "ขอโทษขอรับที่พวกเราเล่นเพลินจนลืมเวลา" อาลี่ขอโทษเบาๆ
     "ถ้าเจ้ามาเล่นจนกลับค่ำๆ อีก ท่านพ่อคงสังกักบริเวณเจ้า" เสี่ยวเหอดุอาลี่ก่อนจะหันมารับซาลาเปาจากผิงผิง เธอยื่นซาลาเปาอุ่นๆ ให้พวกอาลี่ ที่ยังอุ่นได้เพราะเธอเดินลมปราณแค่ส่วนเฉพาะเท่านั้น จึงทำให้ไม่ปวดท้องถ่ายหนัก... ผิงผิงเงยหน้ามอง พี่อี้ของเสี่ยวเหอก่อนจะส่งซาลาเปาให้ชายหนุ่ม
    "เจ้าทานสักหน่อย"
    "ขอบคุณขอรับแม่นาง" ซืออี้โหวตอบอีกฝ่ายก่อนเก็บใส่ปิ่นโตไม้ที่นำมาแจกเด็กๆ ด้วยความอิ่มใจอยู่เขายังคงไม่หิวเท่าไหร่นัก ผิงผิงสะดุ้งเล็กน้อย ก็เธออยู่ในชุดของบุรุษ แถมไม่ได้เอ่ยคำว่า เจ้าค่ะ เขารู้ได้อย่างไร?
    "ขะ... ข้า... มิเป็นไร... เจ้าดูแลเด็กๆ คงจะหิวบ้าง มีคนกล่าวว่า กองทัพต้องเดินด้วยท้อง แต่ท้องต้องเดินด้วยอาหาร" ผิงผิงติดอ่างและเกือบหลุดถามไปว่า รู้ได้อย่างไรว่าข้าเป็นสตรี! สีหน้าผิงผิงแทบแสดงออกมาหมดว่ากำลังคิดอะไรอยู่
    "กลิ่นแป้งหอมจากตัวเจ้ายังไงล่ะแม่สาวน้อย บุรุษที่ไหนกันทาแป้ง" พี่อี้ของเสี่ยวเหอไข้ข้อสงสัยของผิงผิง กลิ่งแป้งหอม? ผิงผิงคิดในใจพลางทำจมูกฟุดฟิดแต่ลืมไปว่าตนเองนั้น... จมูกด้าน
     "เด็กๆ พวกนี้เองก็ไม่ต่างกับข้าเมื่อก่อนและที่สำคัญ เด็กพวกนี้ล้วนเป็นกลุ่มเด็กๆ ที่ท่านแม่บุญธรรมข้าอุปการะ ตอนนี้ท่านไม่อยู่ข้าจึงต้องมาช่วยดูแลพวกเขา" พี่อี้ของเสี่ยวเหอเอ่ย ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง... ผิงผิงคิดในใจ เพราะเธอกับเขาก็ไม่น่าจะต่างกันเท่าไรตรงจุดนี้เพราะอีกฝ่ายนั้นมีพ่อแม่บุญธรรม ตนเองนั้มีท่านแม่แต่มิรู้ว่าตอนนี้เป็นเช่นไรตั้งแต่พวกชงหนูโจมตี...
     "ตัวเจ้าเองก็ยังเด็กนี่หน่า เอางี้เจ้าก็อยู่นี่ด้วยก็ได้นะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ข้าได้นำอาหารมาเผื่อ" พี่อี้ของเสี่ยวเหอพูดขึ้นก่อนมองดูเด็กสาวร่างเล็ก ผิงผิงนั้นเงยหน้ามองชายหนุ่มหลังจากนิ่งไปเพราะความคิดของตนเอง
     "มิเป็นไรเจ้าค่ะ ข้าพักกับพวกเสี่ยวเหอที่บ้านลุงช่างไห่ ตรงตลาด" ผิงผิงเอ่ยด้วยรอยยิ้มนิดๆ เธอเริ่มลดความประมาทลง แต่อาจจะให้พูดแบบปกตินั้นยังคงยากเพราะถึงจะเติบโตมาในค่ายทหารที่มีแต่บุรุษ แต่ชายหนุ่มตรงหน้าให้ความรู้สึกแปลกๆ ออกไป...
    "อ่อที่แท้สาวน้อยตรงนี้มีญาติสินะ ข้านึกว่าเจ้ากำพร้าเสียอีก" ซืออี้โหวพูดขึ้นก่อนยิ้มกลั้นขำ "ข้าดีใจนะที่เจ้าอายุแค่นี้ก็รู้จักแบ่งปันช่วยเหลือผู้อื่นแล้ว อย่าเหลวกลางคันชะล่ะ" ผิงผิงอยากบอกว่าตนนั้นก็ไม่ต่างจากกำพร้า... แต่ยังไงเธอก็นับถือท่านลุงช่างไห่เป็นญาตินิ     "พรุ่งนี้ข้าจะตามพวกอาลี่มาเล่นที่นี่เจ้าค่ะ" ผิงผิงกล่าว พลางแอบเขี่ยเท้าไปมาบนพื้นอย่างใช้ความคิด... ผิงผิงนั้นมีนิสัยเสียคือคิดอะไรก็มักจะแสดงออกไปทางสีหน้าหมด เก็บงำไม่มิด แต่ถ้าโกหกหน้าจะตายมาก...
     "ยินดีเสมอ เด็กเหล่านี้ล้วนน่าสงสาร พ่อแม่ต้องอดอยากจนตายด้วยการทุจริตของเหล่าขุนนางในปาสู่ที่ครองอำนาจ ช่วยกันปิดบังเรื่องนี้จากราชสำนัก" ซืออี้โหวพูดขึ้นพลางเป็นห่วงพ่อบุญธรรม เขาตั้งใจฝึกฝนเพื่อปกป้องพ่อบุญธรรมจากบรรดาขุนนางอาวุโสพวกนี้
     "ขะ... ข้าขอเรียกท่านว่า พี่ชาย ได้รึไม่เจ้าคะ?" ผิงผิงรวบรวมความกล้าที่จะเอ่ยขอออกไป ถึงแม้เธอจะอายุ 16 แต่ตัวเล็กไม่สูงขึ้นเลย อีกอย่าง ฝ่ายนั้นก็ตัวสูง แถมดูเป็นผู้ใหญ่อย่างไรก็ต้องอายุมากกว่าเธออยู่แล้ว
     "ได้สิสาวน้อย" ซืออี้โหวพูดขึ้นก่อนลูบศีรษะอีกฝ่ายอย่างเอ็นดู ผิงผิงตัวเกร่งขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ แต่อีกแล้ว เธอไม่กัดมืออีกฝ่าย เพราะหากเป็นปกติ... บุรุษใดที่แตะตัวเธอจะโดนเธอกัด เขาเหมือนพี่เฮ่า...
     "ข้า ผิงผิง มีแซ่ตัวเดียวว่า หลิง เจ้าค่ะ" ผิงผิงเพิ่งนึกได้ว่าตนเองยังมิได้แนะนำตัวกับอีกฝ่าย การแนะนำตนเองนั้นเป็นมารยาทอันดับแรกเธอลืมที่เถ้าแก่สอนไปได้อย่างไร! อยากเขกหัวตนเองเสียจริง ผิงผิงทำหน้าตาตลกๆ ออกมาจนเสี่ยวเหอที่แอบดูอดขำไม่ได้
    "ยินดีที่ได้รู้จัก ผิงผิง" ซืออี้โหวกล่าวตอบอีกฝ่ายก่อนคำนับตามมารยาท "เจ้านี่ก็ดูตลกนะ ฮ่าๆ"
    "ขะ... ข้ามิได้ตลกเสียหน่อยนะเจ้าคะ" ผิงผิงกล่าวด้วยใบหน้าแง่งอนน้อยๆ พลางแก้มป่อง เธอลืมตัว... ท่าทางเช่นนี้มักจะเป็นกับพวกพี่ๆ ในค่ายทหาร
    "พี่อี้ นี่ก็ดึกมากแล้ว พวกข้าขอกลับก่อนนะขอรับ พรุ่งนี้พวกเราจะมาเที่ยวเล่นใหม่" เสี่ยวเหอที่มองดูท้องฟ้าข้างนอกเมื่อพบว่าดึกแล้วจึงเดินเข้ามาขอเอ่ยแทรกอย่างมีมารยาท ผิงผิงเห็นดังนั้นจึงนึกขึ้นได้.... "จริงด้วย..."
     "พวกเราขอตัวกลับก่อนนะขอรับ พี่อี้ ทุกคน" เสี่ยวเหอเอ่ยด้วยรอยยิ้มก่อนจะพาพวกอาลี่เดินออกไปจากศาลเจ้า
     "แล้วพบกันพรุ่งนี้นะเจ้าค่ะ พี่ชาย ทุกคน" ผิงผิงลาซืออี้โหวแล้วก็เด็กๆ เธอตั้งใจว่าพรุ่งนี้จะเอาขนมมาให้พวกเด็กๆ ด้วย
     "โชคดีผิงผิง.." ซืออี้โหวโบกมือส่งอีกฝ่าย ก่อนจะอำลาเด็กๆ กลับจวน
     ก่อนจะวิ่งตามหลังพวกเสี่ยวเหอไป.... เมื่อเดินมาได้สักพักนึ่ง... "เสี่ยวเหอ สงสัยข้าคงได้นอนกับพวกเจ้าแล้ว"

     "เพราะพี่สัญญากับพี่อี้ใช่รึไม่?"
    "เปล่า ข้าสัญญากับทุกคนต่างหากเล่า มีสหายเพิ่มดีออกจะตายไป" ผิงผิงยิ้มขำก่อนจะเดินฮัดเพลงเบาๆ ตามหลังเด็กๆ ไปจนกลับถึงบ้านท่านลุงช่างไห่ เมื่อท่านลุงทราบก็หัวเราะชอบใจก่อนจะให้ผิงผิงนอนรวมกับพวกเสี่ยวซู ซึ่งเด็กสาวไม่คิดมากแต่เธอเหมือนจะลืมอะไรไปสักอย่าง...

     ใช่ ผิงผิงเธอลืมจวี่จื่อ ตอนนี้มันคงงอนไปเสียแล้ว....
และต้องไปตามง้ออีกยาว เป็นวัวที่ปกติเรียบร้อยแต่งอนที น่าปวดหัว




แสดงความคิดเห็น

ได้รับความสัมพันธ์จากการชวนสนทนาหลังมอบของขวัญ +5  โพสต์ 2017-12-5 19:51
ได้รับความสัมพันธ์จากการมอบของขวัญให้ [ซือ อี้โหว] +8  โพสต์ 2017-12-5 18:23

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +50 ความหิว -14 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 500 + 50 -14 + 5

ดูบันทึกคะแนน

ทำไมมันเช็กชื่อไม่ได้ฟะ!
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตัวเบาขั้นกลาง
หลอมจิตรวมหนึ่ง
ฮั่นเสียหม่า
กลยุทธ์ซุนจื่อ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x20
x3
x2
x31
x1
x2
x37
x2
x30
x1
x40
x100
x9
x35
x50
x170
x4
x4
x1
x30
x19
x17
x50
x150
x2
x2
x26
x10
x145
x386
x365
x20
x12
x88
x1
x65
x45
x1
x8
x9
x5
x155
x4092
x38
x51
x50
x583
x25
x85
x170
x12
x20
x25
x51
x57
x31
x1

10

กระทู้

93

โพสต์

8851

เครดิต

เงินชั่ง
2253
เงินตำลึง
5558
ชื่อเสียง
3976
ความหิว
44
ปิงปิง
ระดับ 1
โพสต์ 2017-12-6 11:05:42 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LinLiLi เมื่อ 2017-12-6 13:04

[ศาลเจ้าที่มีชีวิต]



             หลังจากที่ไปส่งห่อยาที่จวนเซียวไตอ๋องเสร็จเรียบร้อยแล้ว ร่างบางก็ยังมีเวลาที่จะสามารถเดินสำรวจโดยรอบเมืองเฉิงตูได้อยู่ และตามธรรมเนียมของตัวเอง เธอมักจะไปศาลเจ้า เพื่อสักการะบูชาเทพเจ้าประจำเมืองนั้นๆ ก่อนทุกครั้ง และในตอนนี้เองที่เด็กสาวบังเอิญไปพบเจอศาลเจ้าร้าง จะว่าดูเก่าก็เก่า แต่ไม่ได้โบร่ำโบราณขนาดนั้น เหมือนมีร่องรอยของการดูแลทำความสะอาดอยู่บ้าง ด้วยความสงสัยว่าอาจจะเป็นเหมือนศาลเจ้าร้างที่เนินดาวตกเมืองเจียงโจว ทำให้ขาของเด็กสาวเดินเข้าเข้าไปทันทีอย่างไม่ลังเล


             ในตอนนั้นเองเธอได้ยินเสียงเจื้อยแจ้วดังมาจากภายใน มือบางค่อยๆ แง้มประตูออก ดวงตาเรียวระหงส์สบเข้ากับเด็กจำนวนหนึ่งที่อยู่อาศัยภายในศาลเจ้าร้างแห่งนี้ ลี่หลี่เม้มริมฝีปากทันใด เป็นอย่างที่เธอคิดจริงๆ ด้วย และขณะนั้นเองก็มีใครบางคนเห็นร่างของเธอเข้า


             "นั่นใครน่ะ!" เสียงของเด็กคนหนึ่งร้องขึ้น มือชี้มาทางที่เธอ ก่อนจะวิ่งไปหลบหลังคนที่ดูเป็นผู้ใหญ่กว่า


              "เดี๋ยวก่อน.." ลี่หลี่รีบร้องบอกทันใด ก่อนจะออกไปเผยตัวให้เห็น "ข้าไม่ได้มาร้ายนะ... ข้าชื่อ หลิน ลี่หลี่ ข้าเพียงแต่ได้ยินเสียงเด็ก เลยเข้ามาดู... อ่ะ.. ข้า ข้ามีอาหารด้วยนะ!"


              ลี่หลี่นำอาหารออกมา ก็คิดไว้ว่าก่อนเดินทางมาส่งห่อยา ไปเตรียมอาหารมาไว้จำนวนมาก ตื่นขึ้นมาจับปลาตั้งแต่เช้า ทำอาหารเองเหมือนสมัยที่อยู่จินหยาง ไปซื้อวัตถุดิบ มาทำเกี๊ยวซ่า เผื่อให้คนยากไร้ ไม่คิดว่าจะเจอที่ศาลเจ้าร้างเมืองเฉิงตู แล้วได้ให้อาหารที่เตรียมมาไว้จริงๆ


              "ได้โปรดอย่ากลัวข้าเลย ข้าเพียงอยากจะช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนเท่านั้น" ลี่หลี่พยายามยิ้ม แสดงมิตรไมตรี ก่อนที่ท่าทางกลัวๆ ในความเป็นคนแผลกหน้าของเธอในตอนแรกจะค่อยๆ หายไป เด็กๆ ต่างน้ำลายสอกับอาหารที่เธอตระเตรียมมากันยกใหญ่ และเริ่มเดินมารับอาหารของเธอไปทานกันด้วยความเอร็ดอร่อย


               ก่อนที่คนที่ดูโตที่สุเจะเดินเข้ามา และโค้งคำนับให้จนลี่หลี่ต้องรีบโค้งตอบ


               "ขอบคุณท่านมากที่ช่วยบริจาคอาหารมาให้..."


               "ไม่เป็นไรหรอก ข้าทำด้วยความเต็มใจ มันเป็นความต้องการของข้าที่อยากจะช่วยเหลือผู้คนอื่นๆ ที่กำลังลำบาก ไม่ต้องคิดมากหรอก"


               "เด็กพวกนั้น...กำพร้า แล้วก็ยังยากไร้ แต่ทุกวันนี้โชคดีเพราะมีคนใจดีมากมายที่คอยช่วยเหลือ อย่างเช่นท่าน..."


               "ใช่แล้ว! พี่สาวใจดีมากเลย อาหารก็อร่อย!" เด็กคนหนึ่งพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มแฉ่ง "ตอนเย็นพี่อี้ก็จะมาด้วย พี่ชายเขาเองก็ใจดีเหมือนกัน มาเล่นกับพวกเราแทบทุกวันเลย!"


               "พี่อี้?"


               "พี่อี้โหวฮะ!"


               เอ๊ะ....? หรือจะหมายถึง ซือ อี้โหวกันนะ?


               เด็กสาวคิดถึงความบังเอิญนี้ แต่ยังไงเสีย อี้โหวเป็นคนที่ชอบช่วยเหลือผู้อื่น ไม่แปลกที่เขาจะมาช่วยเหลือเด็กยากไร้ที่ศาลเจ้าแห่งนี้ เป็นเวลาพอเหมาะพอดีที่เธออยากจะเจอเขา แล้วก็ถามอะไรบางอย่างด้วย...


              คงมีแต่ต้องอยู่ที่นี่ไปก่อน รอให้เขามาสินะ...


               "ถ้างั้น ระหว่างนี้ที่พี่อี้ยังไม่มา พี่สาวจะเล่นกับพวกเจ้าเองนะ!"


                "เย่!!!"


                เหล่าเด็กๆ ตะโกนด้วยรอยยิ้มอย่สงสนุกสนาน ในขณะที่ลี่หลี่ก็พลอยอมยิ้มไปด้วยเช่นเดียวกัน และปล่อยให้เด็กๆ ทานอาหารกันให้เสร็จก่อน ก่อนที่ตัวเองจะเข้าไปเล่น ชวนพูดคุยสัมเพเหระกับเหล่าเด็กๆ ด้วยความสนุกสนาน


บริจาค : ปลานึ่งบ๊วย x1 เจียวจือx10

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +50 ความหิว -14 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 50 -14 + 3

ดูบันทึกคะแนน

วันที่ห้า
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
บันทึกซางยาง
ทวนยาว
ช้างเผือก
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x1
x100
x1
x50
x50
x50
x100
x22
x1000
x1
x19
x19
x10
x110
x16
x50
x58
x1
x1
x10
x5
x24
x25
x20
x15
x22
x7
x1

38

กระทู้

272

โพสต์

1หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
270
เงินตำลึง
21368
ชื่อเสียง
8227
ความหิว
80
เจียวจือ
ระดับ 1
โพสต์ 2017-12-6 16:35:13 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ขายของโดยบังเอิญ




      หลังจากเดินทางฝึกวิชาในป่าสำเร็จแล้วก็แวะเข้ามาศาลเจ้าร้างเพื่อพักดื่มเสียหน่อย บริเวณศาลเจ้าก็สะอาดตาดีแถมร้างอยู่แล้วก็ไม่น่ามีคนเข้ามาด้วย สถานที่สงบชัดๆ เหวินซ่างเดินไปวางแผงหายใกล้ๆก่อนจะนั่งลงที่ข้างบันไดของศาลเจ้าพลางหยิบสุราออกมาจิบ “ฮ้า~ ดีจังเลยน้า”


       @LinLiLi


       เขาได้ยินเสียงแง้มประตูมาจากข้างหลังจึงไปดูก็พบกับหญิงสาวคนนึงกำลังมองมาทางนี้ เขายิ้มให้ก่อนจะวางไหสุราลง “สวัสดีครับ คุณเป็นคนดูแลที่นี้หรือ?”


      @LinLiLi


       “งั้นเหรอ ข้าก็นึกว่าเป็นคนศาลเจ้ามาไล่ซะอีก ฮ่าๆๆ” เหวินซ่างหัวเราะออกมาก่อนจะเก็บไหสุรา “อ่อ ข้าชื่อเหวินซ่างนะ เป็นคนหาบเร่ขายชาอยู่” ชายหนุ่มลุกขึ้นก่อนจะแนะนำตัวให้หญิงสาวคลายความกังวลใจ


        @LinLiLi


       “มีสิครับ~ ชาตอนนี้ก็มีชาปี่หลัวกับชาผู่เอ้อห์อย่างละ100ตำลึง ส่วนชาหลงจิ่งอยู่ที่80ตำลึง ทั้งสามอย่างข้ามีอย่างละ20ถุง” เขามือไปทางแผงหาบของตนเอง “นอกจากนั้นก็มีขนมเยี่ยเป็ง80ตำลึง ข้ามีอยู่80ชิ้น แล้วก็ปลานึ่งบ๊วย200ตำลึงครับ”


        @LinLiLi


        “ค..ครับ! ทั้งหมดก็122ชั่งครับ” เหวินซ่างสะดุ้งขึ้น ปกติคนแถวนี้มีเงินทองขนาดนี้เลยหรือ? ชายหนุ่มเก็บความสงสัยไว้แล้วเอาของใส่ถุงให้เรียบร้อย “เดี้ยวข้ารวมสินค้าให้นะ จะได้ถือง่ายหน่อย” เมื่อเหวินซ่างรวบรวมถุงชาทั้งหมดไว้ในถุงเดียวกันแล้วก็ลุกขึ้นก่อนจะเดินไปส่งให้ถึงมือ

        @LinLiLi

         “ขอบคุณครับ” เหวินซ่างรับเงินมาแล้วตรวจสอบดู “ครบครับ ไม่ทราบว่าแม่นางอาคัญอยู่เหมืองนี้เหรอครับ? คือว่า..หาเจอกันอีกข้าจะได้ลดราคาให้น่ะ” เหวินซ่างยิ้มให้ ถ้ามีคนมาเหมาขนาดนี้ก็ยินดีลดให้เต็มที่เลย

     @LinLiLi   

      “ขอบคุณนะครับ ท่านหลินลี่หลี่ แล้วเจอกันไหม” เหวินซ่างโค้งให้เล็กน้อยก่อนจะกลับไปแบกแผงหาบของตนแล้วเดินจากไปจากศาลเจ้าพร้อมกับคู่หูทั้งสี่ที่ตามกันมาข้างหลัง










คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +15 เงินตำลึง +1000 ความหิว -14 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 15 + 1000 -14 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตัวเบาขั้นกลาง
บันทึกลับ #2
ทวนเฟิ่งอวิ๋น
กำหนดลมหายใจ
มีดบิน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x10
x10
x100
x100
x1
x12
x10
x11
x20
x10
x10
x15
x5
x49
x49
x5
x9
x20
x5
x5
x15
x8
x49
x1
x1
x19
x1
x5
x7
x10
x9
x30
x1
x1

10

กระทู้

93

โพสต์

8851

เครดิต

เงินชั่ง
2253
เงินตำลึง
5558
ชื่อเสียง
3976
ความหิว
44
ปิงปิง
ระดับ 1
โพสต์ 2017-12-6 16:52:11 | ดูโพสต์ทั้งหมด
              หลังจากเล่นกับพวกเด็กๆ มาอยู่หลายชั่วโมง พูดคุยเรื่องสัมเพเหระ เล่าเรื่องราวสนุกๆ ที่เคยพบพานมาให้ฟัง เหล่าเด็กๆ ก็แสดงท่าทีว่าเริ่มเหนื่อย แล้วก็กระหายน้ำ ในตอนนั้นเองลี่หลี่จึงอาสาบอกว่าจะไปซื้อน้ำมาให้ แม้ว่าคนที่ดูโตที่สุดที่ช่วยดูพวกเด็กๆ จะบอกว่าไม่เป็นไรก็ตาม แต่ลี่หลี่ก็อยากจะซื้อมาให้พวกเด็กๆ ได้ทานกันอยู่ดี เพราะเธอคงทนเห็นพวกเด็กๆ ที่กำลังหิวน้ำอยู่ไม่ได้
              
              ลี่หลี่จึงติดสินใจเดินออกจากศาลเจ้า เธอค่อยๆ แง้มประตูศาลเจ้าออกมา ก่อนจะพบกับชายหนุ่มที่นั่งดื่มสุรา เด็กสาวเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้ากลับไปเป็นเหมือนเดิมอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เขาจะหันมามอง ยิ้มให้ แล้ววางไหสุราลง


              “สวัสดีครับ คุณเป็นคนดูแลที่นี่หรือ?” @wenshang


              “เอ่อ… เปล่าเจ้าค่ะ” เด็กสาวพูดตอบออกไปเช่นนั้นก่อนยิ้มบ้าง เธอไม่แน่ใจว่าจะพูดออกไปดีหรือไม่ว่าภายในศาลเจ้านั้นมีอะไรบ้าง เนื่องด้วยว่ากลัวเขาเป็นคนของพวกขุนนางไม่ดีที่โกงกินบ้านเมือง จึงได้แต่เงียบไปแบบนั้นจนดูผิดสังเกต


              “งั้นเหรอ ข้าก็นึกว่าเป็นคนศาลเจ้ามาไล่ซะอีก ฮ่าๆๆ” ชายหนุ่มหัวเราะออกมาก่อนจะเก็บไหสุรา พลางลุกขึ้นแล้วเอ่ยคำแนะนำตัว “อ่อ ข้าชื่อเหวินซ่างนะ เป็นคนหาบเร่ขายชาอยู่” @wenshang


              “โอ๊ะ…” ร่างบางเผลอส่งเสียงร้องออกมา ในใจนึกบังเอิญเสียจริงที่อยู่ดีๆ พ่อค้าขายชาก็มาอยู่ตรงหน้า จึงยิ้มหวานแสดงมิตรไมตรีไปในทันที “พอดีเลย คือข้า… เอ่อ กระหายน้ำ เจ้าขายชาอย่างไรล่ะ? หรือมีอย่างอื่นไหม? ข้าอยากจะซื้อ”


              “มีสิครับ~ ชาตอนนี้ก็มีชาปี่หลัวกับชาผู่เอ้อห์อย่างละ100ตำลึง ส่วนชาหลงจิ่งอยู่ที่80ตำลึง ทั้งสามอย่างข้ามีอย่างละ20ถุง” เขามือไปทางแผงหาบของตนเอง “นอกจากนั้นก็มีขนมเยี่ยเป็ง80ตำลึง ข้ามีอยู่80ชิ้น แล้วก็ปลานึ่งบ๊วย200ตำลึงครับ” @wenshang


              “ข้า…” ร่างบางทำสีหน้าครุ่นคิด นึกคำนวณจำนวนคนอยู่ในหัว ก่อนที่จะตอบออกไปโดยไม่ได้สนจำนวนเงิน “ข้าเอาหมดนั่นเลยเจ้าค่ะ… เอ่อ พอดีครอบครัวข้าค่อนข้าง… เป็นครอบครัวใหญ่”


              “ค..ครับ! ทั้งหมดก็122ชั่งครับ” ร่างสูงทำท่าทางเหมือนกับว่าตกใจ ก่อนที่เขาจะรีบเอาของใส่ถุงให้เรียบร้อย เสร็จแล้วจึงเดินมาส่งให้เธอถึงมือ “เดี๋ยวข้ารวมสินค้าให้นะ จะได้ถือง่ายหน่อย” @wenshang


              “ขอบคุณเจ้าค่ะ” เด็กสาวกล่าว และในขณะที่เขากำลังเตรียมสินค้าให้ ร่างบางก็เอื้อมไปหยิบจำนวนเงินให้เรียบร้อย ก่อนจะยื่นถุงเงินไปให้อีกฝ่าย “นี่เจ้าค่ะ 122 ชั่ง ไม่ขาดไม่เกิน ท่านจะลองตรวจสอบดูก่อนก็ได้เจ้าค่ะ”


             “ขอบคุณครับ” เขารับเงินมาแล้วตรวจสอบดู “ครบครับ ไม่ทราบว่าแม่นางอาศัยอยู่เหมืองนี้เหรอครับ? คือว่า..หาเจอกันอีกข้าจะได้ลดราคาให้น่ะ” @wenshang


              “อันที่จริง ช่วงนี้ข้าทำงานอยู่ที่โรงหมอเมืองเจียงโจวเจ้าค่ะ วันนี้ข้าเพียงแค่นำห่อยามาส่ง แล้วก็แวะมาดู...เอ่อ… ครอบครัว” ลี่หลี่พูดก่อนจะยิ้มบาง “ไว้ถ้าเจอกันใหม่ ข้าจะช่วยอุดหนุนใหม่นะเจ้าคะ ข้าชื่อหลิน ลี่หลี่เจ้าค่ะ”


              “ขอบคุณนะครับ ท่านหลินลี่หลี่ แล้วเจอกันใหม่” คู่สนทนาโค้งให้เล็กน้อยก่อนจะกลับไปแบกแผงหาบของตนแล้วเดินจากไปพร้อมกับคู่หู่ของเขา ลี่หลี่ไม่ทันได้พูดอะไรนอกจากโค้งตัวคำนับลงให้เท่านั้น เด็กสาวพยายามถือของที่หนักอึ้งในมือ เมื่อเห็นว่าเขาเดินจากไปแล้ว เธอก็เดินไปเปิดประตูกลับเข้าไปยังภายในศาลเจ้าร้างอีกครั้งหนึ่ง เห็นพวกเด็กๆ ที่มีแววตาท่าทางที่ดูดีใจเมื่อเธอกลับมา


              ชวนให้เด็กสาวรู้สึกอมยิ้ม เธออยากจะเห็นภาพความสุขแบบนี้ไปนานแสนนาน


              ใช่... รอยยิ้มต่างหากที่คู่ควรกับพวกเขา ไม่ใช่น้ำตา


              "พี่สาวกลับมาเร็วจังเลย"


              "พอดีข้าบังเอิญเจอพ่อค้าที่มาขายของแถวนี้พอดีน่ะจ้ะ" เด็กสาวตอบกลับพร้อมกับยิ้มหวาน เธอค่อยๆ หยิบชาที่ซื้อออกมาให้พวกเด็กๆ "เอ้า ข้าซื้อชารสเลิศมา คอแห้งกันไม่ใช่หรือ แต่ว่าพี่สาวไม่ได้เด็กดื้อทานหรอกนะ ค่อยๆ ต่อคิวกันมานะ"


              "ค่ะ/ครับพี่สาว!"
บริจาค: ชาหลงจึ่ง x20

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +75 ความหิว -9 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 75 -9 + 3

ดูบันทึกคะแนน

วันที่ห้า
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
บันทึกซางยาง
ทวนยาว
ช้างเผือก
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x1
x100
x1
x50
x50
x50
x100
x22
x1000
x1
x19
x19
x10
x110
x16
x50
x58
x1
x1
x10
x5
x24
x25
x20
x15
x22
x7
x1

10

กระทู้

93

โพสต์

8851

เครดิต

เงินชั่ง
2253
เงินตำลึง
5558
ชื่อเสียง
3976
ความหิว
44
ปิงปิง
ระดับ 1
โพสต์ 2017-12-6 17:38:18 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LinLiLi เมื่อ 2017-12-6 20:24


            
หลังจากที่ซื้อน้ำชาหลงจึ่งมาให้กับพวกเด็กๆ ที่กระหายน้ำได้ทานกันเสร็จ พวกเขาก็ดูจะค่อยๆ หยุดซนกันไปสักพักตามประสาเด็ก คงเพราะว่าในวันนี้ เธอพาเด็กๆ พวกนี้เล่นกันอยู่ตั้งหลายอย่าง และส่วนใหญ่งานเหนื่อยก็ตกลงที่เธอเสมอ แต่ถึงกระนั้น เพื่อความสุขของเด็กๆ ลี่หลี่ก็ยอมทำ เพราะอย่างน้อยก็ทำให้พวกเขามีรอยยิ้มออกมาให้เห็นได้ แถมมิหนำซ้ำ พวกเขาก็อยู่ในช่วงวัยกำลังโต ควรมีเวลาสำหรับเด็ก แต่ถึงกระนั้น พวกเขาก็ไม่ใช่เด็กดื้อ ถ้าบอก ถ้าสอนพวกเขา พวกเขาก็ฟัง ดังนั้นจึงทำให้ลี่หลี่รู้สึกเอ็นดูเหล่าเด็กๆ พวกนี้อยู่ไม่ใช่น้อย
            
            และหลังจากที่เด็กๆ ทานชากันเสร็จนั้นเอง ก็ต่างมานั่งกันเป็นวงกลม โดยมีลี่หลี่ที่อยู่ตรงกลาง เธอบอกไว้ว่า จะเล่านิทานให้ฟัง เหล่าเด็กๆ ทำสีหน้าอยากรู้อยากเห็น ก่อนที่จะคะยั้นคะยอขอให้เธอเล่า


            "กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว..." เด็กสาวค่อยๆ เกริ่นอย่างช้าๆ "มีเด็กหญิงคนหนึ่ง เธอเสียพ่อไปตั้งแต่ยังจำความไม่ได้ เด็กหญิงคนนั้นอาศัยอยู่กับแม่ตามลำพัง เธอช่วยเหลือแม่ทุกๆ อย่างที่สามารถทำได้ ไม่ว่าจะแบกของ หุงหาอาหาร งานหนักแค่ไหนก็ทำโดยไม่ปริปากบ่น แม้ว่าแม่จะบอกว่าไม่เป็นไร แต่เธอก็ยังทำ เธอบอกว่า... เธอทำเพื่อครอบครัว... ถึงแม้ว่าจะเป็นอย่างนั้น แต่เธอก็มีความสุขดีในทุกๆ วัน ....แต่จนกระทั่งวันหนึ่งที่ไม่เหมือนเดิม เธอกลับมาที่บ้าน หลังจากที่ออกไปช่วยทำงานด้านนอกเสร็จ และนอนพักผ่อนกับแม่ เธอก็สะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก..."


            เรื่องราวพวกนี้.... เธอจำได้แม่น


            "มีกองทัพโจรที่บุกรุกรานเข้ามาทำลายหมู่บ้านของเธอจนหมดสิ้น เธอรีบไปปลุกแม่ให้ตื่น แล้วพาแม่หนีไปในทันใด แต่ทว่า ในตอนนั้นเอง ก็มีโจรใจโฉดที่เข้ามาขวางกั้นเอาไว้ ทั้งสองตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก ตอนที่โจรกำลังจะลงมือทำร้าย ด้วยความรักของคนเป็นแม่ แม่พุ่งตัวเข้าไปบดบังวิถีมีดนั้นไว้...."


            แววตาของเธอเต็มไปด้วยความเศร้าสร้อย


            "แม่ของเด็กหญิงสละชีวิตตัวเองเพื่อปกป้องเธอเอาไว้ เธอช่วยแม่ตัวเองไม่ได้ และแม่ของเด็กคนนั้นสั่งเสียก่อนตาย ว่าให้เด็กคนนี้แข็งแกร่งขึ้น และจงมีชีวิตรอด..... ในตอนนั้นเองที่โจรกำลังจะพุ่งเข้ามาทำร้ายเด็กหญิงอีกคน ก็มีทหารที่โผล่มาช่วยเด็กหญิงคนนั้นได้ทันเวลา"


            แม้ความเป็นจริงแล้วพวกทหารจะมาทีหลัง... หลังจากที่เธอนึกโกรธจนสติหลุด แล้วสุดท้ายในตอนที่โจรนั้นทำเป็นเล่นกับเธอก่อนจะฆ่า เธอก็ใช้จังหวะนั้นกัดมือของเขาจม แล้วคว้ามีดมาแทงร่างของเขาเสียเอง


            ใช่... มือของเธอมีสีแดง


           "เด็กหญิงคนนั้นมีชีวิตที่น่าเศร้า แต่หลังจากที่เธอถูกช่วยไว้ เธอก็ยึดหลักคำสอนของแม่เสมอมา แม้จะอยู่ในช่วงเวลาที่เศร้า แต่เธอก็จะนึกถึงแม่เสมอ พยายามที่จะแข็งแกร่งขึ้นให้ได้ เธอจะต้องไม่ยอมแพ้... ถึงแม้จะท้อ ก็หยุดพัก แต่เธอไม่เคยถอย เพื่อที่จะปกป้องตัวเองให้ได้ เพื่อที่จะไม่สูญเสียใครไป เพื่อที่จะปกป้องคนที่ตัวเองรัก"


            เจ้า… ต้องเข้มแข็งขึ้นนะ


            "และความเป็นจริงแล้ว เด็กผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ตัวคนเดียว เธอได้รู้จักสหายเพิ่มมากยิ่งขึ้น... มีชีวิตที่ดีขึ้น... มีรอยยิ้ม มีความสุขมากขึ้น... และนอกจากนั้น แม่.... แม่ก็ไม่ได้ไปไหนเลย แม่ยังอยู่ข้างๆ เด็กคนนั้นเสมอ อยู่ตรงนี้.... ภายในหัวใจ"


            เด็กสาวยกมือขึ้นกุมหน้าอกไว้ แล้วยิ้มบางให้กับเหล่าเด็กๆ


            "ดังนั้น นิทานเรื่องนี้สอนให้พวกเจ้ารู้ว่า เจ้าจะต้องไม่ยอมแพ้ แม้ชีวิตนี้พบเจอเรื่องอะไรมาบ้าง แล้วความพยายามของเจ้าจะสำเร็จในสักวัน" เด็กสาวพูดตัดจบนิทาน ก่อนที่เหล่าเด็กๆ จะขานรับเสียงครับ/ค่ะ และในตอนนั้นเองที่เด็กสาวได้ยินเสียงอะไรบางอย่างที่ผิดแปลก หางตาเรียวระหงส์หันไปมองเห็นใครบางคนใกล้ๆ กับทางเข้า


            นั่นมัน......

            “ท่านซือ อี้โหว?” เด็กสาวส่งเสียงด้วยท่าทีตกใจเล็กน้อย ปนกับความเขินอาย ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายได้ยินที่เล่าให้พวกเด็กๆ ฟังเมื่อสักครู่หรือไม่ “เอ่อ… ท่านมาตั้งแต่เมื่อไหร่หรือเจ้าคะ ขอข้าอภัยด้วยที่ไม่ทันสังเกตเห็น”

            “ข้ามาตั้งแต่กองทัพโจรทำลายหมู่บ้านแล้วล่ะ พอดีเห็นเจ้ากับเด็กๆ กำลังสนุกเลยไม่อยากขัด” ซืออี้โหวยักไหล่ยิ้มให้อีกฝ่าย “ว่าแต่เจ้ามาที่นี่ได้ยังไงกัน(?)”

            “!!!” ลี่หลี่รู้สึกหน้าชาขึ้นทันทีเมื่อเขาบอกออกมาแบบนั้น แต่เด็กสาวก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ “เมื่อเช้าข้านำห่อยามาส่งที่จวนเซียวไตอ๋องเจ้าค่ะ เวลาเหลือ ข้าก็บังเอิญมาเจอที่นี่เข้า ได้ยินเสียงแว่วๆ ก็เลยเข้ามาดู เห็นพวกเด็กๆ อยู่ในศาลเจ้า ข้าพกอาหารมาในตอนนั้นพอดี ก็เลยแบ่งให้พวกเด็กๆ แล้วก็เล่นด้วยจนถึงตอนนี้นี่แหละเจ้าค่ะ”

            ตนเองรู้สึกดีจริงๆ ที่ตลอดเช้าเขาหมกตัวอ่านตำราอยู่ในห้อง ซึ่งเขายังไม่อยากเปิดเผยตัวตนสักเท่าไหร่

            “เจ้าเองก็คงเป็นเหมือนเด็กพวกนี้สินะ” ซืออี้โหวถามขึ้นก่อนมองอีกฝ่าย “นิทานที่เจ้าเล่า ราวมาจากตัวเจ้าหรือไม่ก็เจ้าเคยพบเจอ นัยน์ตาของเจ้าดูเหมือนจะเศร้า”

            “....” @ผิงผิง

            “...” @ผิงผิง

            “ไงผิงผิง เจ้ามาตามนัดจริงๆสินะ ข้าก็นึกว่าเจ้าแค่พูดเล่นชะอีก” ซืออี้โหวหันไปทักทาย ก่อนมองเสี่ยวเหอ “เจ้าเป็นไงบ้างเสี่ยวเหอ” เด็กชายมิได้พูดอะไรเพราะมีคนแปลกหน้าอยู่แต่ผิงผิงนั้นไม่ใช่แต่เธออยากทักทายสตรีตรงหน้าก่อน

            “สวัสดีจ้ะ ข้าหลิน ลี่หลี่” ลี่หลี่ยิ้มรับทักทายคนที่เดินเข้ามาใหม่ด้วยรอยยิ้ม ในใจคิดว่าสองคนเบื้องหน้าคงเป็นคนที่คอยมาดูแลพวกเด็กๆ เหมือนกับท่านซืออี้โหว

            “....” @ผิงผิง

            ซืออี้โหวมองอีกฝ่ายที่เดินผ่านตนเข้าไปทักทายลี่หลี่ ดูเหมือนสายตาเขาจะสังเกตไปเห็นแผลบนฝ่ามือ

            “ดูเจ้าเด็กคนนี้สิซุกซนจริงๆ” ซืออี้โหวเดินไปคว้าข้อมืออีกฝ่าย “ไปทำแผล” เขาพาไปนั่งลงข้างๆ ลี่หลี่ ก่อนหยิบห่อผ้าออกมาจากใต้เสื้อ

            “ข้ามักพกมันเสมอน่ะ เผื่อเจอคนบาดเจ็บที่พอช่วยได้จะได่ช่วยเหลือ แผลบางอย่างอาจปล่อยไว้นานอาจติดเชื้อได้” ซืออี้โหวตอบอีกฝ่าย

            “อยู่นิ่งๆ แค่นี้ไม่แสบหรอก” เขาค่อยๆ นำยาสมานแผลมาทาบนฝ่ามืออีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา ผิงผิงพยายามชักมือหนีแต่สู้แรงของซื่ออี้โหวไม่ได้

            “....” @ผิงผิง

            “แผลเป็น เจ้าจะขายไม่ออกเอานะ” ซืออี้โหวยิ้มกรุบกริบก่อนทาต่อโดยไม่สนใจเสียงอีกฝ่าย

            “ยาสมานแผลนี่ท่านหมอที่จว….” ซืออี้โหวหยุดพูดก่อนแก้คำพูด “ยาตัวนี้ของหมอในหมู่บ้านข้าเอง มันแสบนิดเดียวไม่เหมือนยาสมานแผลปกติหรอกนะ ดังนั้นเจ้าอดทนหน่อยล่ะ หรือจะเอาแผลเป็น”

            “ลี่หลี่ ช่วยไปต้มน้ำหน่อยได้ไหม” ซืออี้โหวหันไปยิ้มทางลี่หลี่ที่นั่งเล่นกับเด็กๆ อยู่

            “ได้สิเจ้าคะ” ลี่หลี่พยักหน้ารับ ก่อนที่จะบอกขอตัวจากพวกเด็กๆ รีบไปหยิบภาชนะมาต้มน้ำตามที่อี้โหวบอก

@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +50 ความหิว -14 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 50 -14 + 3

ดูบันทึกคะแนน

วันที่ห้า
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
บันทึกซางยาง
ทวนยาว
ช้างเผือก
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x1
x100
x1
x50
x50
x50
x100
x22
x1000
x1
x19
x19
x10
x110
x16
x50
x58
x1
x1
x10
x5
x24
x25
x20
x15
x22
x7
x1

72

กระทู้

745

โพสต์

10หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
64
เงินตำลึง
5884
ชื่อเสียง
51137
ความหิว
211
คุณธรรม
460
ความชั่ว
3
ความโหด
27
อาเต่า
ระดับ 1

หลิง เสวี่ยหลาน

"เจ้าป่วนไหน ข้าไปด้วย!"
pet
โพสต์ 2017-12-6 20:11:17 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ผิงผิง เมื่อ 2017-12-7 17:29

ใครว่าเขาคือพี่ชายที่แสนอ่อนโยน!




     ผิงผิงที่วันได้ แบก สตรีคนนั้นไปส่งโรงหมอแล้วก็รีบตรงดิ่งกลับมาที่เฉินตูทันที โดยเธอเอาขนมมาฝากเด็กๆ ที่บ้านท่านลุงช่างไห่ และบอกว่าจะแบ่งอีกส่วนไปให้เด็กๆ ที่ศาลเจ้าร้างด้วย
    “เจ้านำเสื้อผ้าพวกนี้ไปให้เด็กๆ ด้วยสิ” ท่่านลุงช่างไห่กล่าวก่อนจะนำเสื้อผ้าบางส่วนมาให้ ผิงผิงรับมาก่อนจะยิ้มรับ พลางมองไปที่เสี่ยวเหอ
     “เสี่ยวเหอ เดี๋ยวเราไปแวะร้านขายเสื้อผ้าสำเร็จรูปก่อนไปแล้วกันเนอะ” ผิงผิงกล่าวด้วยรอยยิ้มกับสหายน้อย จะว่าไปเธอเองก็ลืมถามอายุ… แต่ช่างมันเถอะ
     “พี่ผิง วันนี้พี่ดูไม่ร่าเริงเลย” เสี่ยวเหอตั้งข้อสังเกต ผิงผิงนั้นปิดสีหน้าตนเองไม่เคยมิดอยู่แล้ว เธอถอนหายใจก่อนจะลูบผมเสี่ยวเหอเบาๆ “ข้าห่วงพี่ชาย ข้าไม่ได้ข่าวคราวเขาเลย”
    “พี่ชาย?”
     “พี่ชายร่วมค่ายน่ะ ข้าเป็นเด็กกำพร้าเหมือนกัน… ข้าเป็นเด็กนอกด่านทะเลทราย” ผิงผิงกล่าวยิ้มๆ ก่อนจะพาเสี่ยวเหอไปซื้อเสื้อผ้าสำหรับหน้าหนาว โดยไว้บนหลังจวี่จื่อ ส่วนหมั่นโถวนั้นให้มันบินตามมา ผิงผิงเดินกับเสี่ยวเหอ โดยที่จวี่จื่อเดินตาม
    “พี่สาว…” เสี่ยวเหอทำท่าจะเรียกแต่ผิงผิงหันมาก่อน
     “งั้นวันนี้เรามาเล่นกันให้สนุกเลยเนอะ!” ผิงผิงกล่าวด้วยรอยยิ้มร่า ทั้งสองเดินทางจนมาถึงศาลเจ้าร้าง
     “พี่อี้โหว” เสี่ยวเหอร้องเรียกมาแต่ไกล ผิงผิงเดินตามมาโดยที่ในมือหอบเสื้อผ้าสำเร็จรูปมาด้วย เธอมองเข้าไปในศาลเจ้าพบว่านอกจากเด็กๆ และ พี่ชายอี้โหวแล้วก็มีสตรีคนหนึ่งอยู่ด้วย… ผิงผิงมองด้วยความสงสัย
    “สวัสดีเจ้าค่ะ พี่ชาย พี่สาว ทุกคน” ผิงผิงกล่าวทักทายสตรีตรงหน้าด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะเดินเข้ามาพร้อมกับเสี่ยวเหอ
     “ไงผิงผิง เจ้ามาตามนัดจริงๆสินะ ข้าก็นึกว่าเจ้าแค่พูดเล่นชะอีก” ซืออี้โหวหันไปทักทาย ก่อนมองเสี่ยวเหอ ข้าเคยพูดเล่นเสียที่ไหน...
     “เจ้าเป็นไงบ้างเสี่ยวเหอ” เด็กชายมิได้พูดอะไรเพราะมีคนแปลกหน้าอยู่แต่ผิงผิงนั้นไม่ใช่แต่เธออยากทักทายสตรีตรงหน้าก่อน
    “สวัสดีจ้ะ ข้าหลิน ลี่หลี่” ลี่หลี่ยิ้มรับทักทายคนที่เดินเข้ามาใหม่ด้วยรอยยิ้ม
     “ข้าผิงผิงเจ้าค่ะ ส่วนเด็กคนนี้ เสี่ยวเหอ” ผิงผิงแนะนำสหายตัวน้อยข้างกาย เด็กชายยิ้มทักทายแต่ไม่พูดอะไรมาก “พี่ชาย พี่สาว ข้านำเสื้อผ้าจากท่านลุงช่างไห่มาให้เด็กๆ ด้วยเจ้าค่ะ ท่านลุงฝากมา” ผิงผิงกล่าวก่อนจะยื่นเสื้อผ้าสำเร็จรูปที่อยู่เต็มอ้อมแขนให้ทั้งสองช่วย ส่วนเสี่ยวเหอนั้นเหลือบมองผิงผิงแวบหนึ่ง
     ซืออี้โหวมองอีกฝ่ายที่เดินผ่านตนเข้าไปทักทายลี่หลี่ ดูเหมือนสายตาเขาจะสังเกตไปเห็นแผลบนฝ่ามือ
    “ดูเจ้าเด็กคนนี้สิซุกซนจริงๆ” ซืออี้โหวเดินไปคว้าข้อมืออีกฝ่าย
     “ไปทำแผล” เขาพาไปนั่งลงข้างๆ ลี่หลี่ ก่อนหยิบห่อผ้าออกมาจากใต้เสื้อ ผิงผิงพยายามขืนตัวเองไม่ไปตามแรงดึงของซื่อโหว "ไม่ทำๆ ไม่เอา" ผิงผิงร้องตะโกนจนเด็กคนอื่นๆ หันมามองหัวเราะคิกคักส่วนเสี่ยวเหอนั้นถอนหายใจ...
     “ข้ามักพกมันเสมอน่ะ เผื่อเจอคนบาดเจ็บที่พอช่วยได้จะได่ช่วยเหลือ แผลบางอย่างอาจปล่อยไว้นานอาจติดเชื้อได้” ซืออี้โหวเอ่ยกับผิงผิงที่เริ่มดิ้นไปมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้วยังไม่หยุด
    “อยู่นิ่งๆ แค่นี้ไม่แสบหรอก” เขาค่อยๆ นำยาสมานแผลมาทาบนฝ่ามืออีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา ผิงผิงพยายามชักมือหนีแต่สู้แรงของซื่ออี้โหวไม่ได้
    “แสบๆ พอๆ” เธอแทบน้ำตาไหล ยอมมีแผลดีกว่าโดนยา! ก่อนจะแยกเขี้ยวใส่ซืออี้โหว
       “แผลเป็น เจ้าจะขายไม่ออกเอานะ” ซืออี้โหวยิ้มกรุบกริบก่อนทาต่อโดยไม่สนใจเสียงของผิงผิง "ขายไม่ออกก็ช่า--- โอ๊ยยย"
     “ยาสมานแผลนี่ท่านหมอที่จว….” ซืออี้โหวหยุดพูดก่อนแก้คำพูด “ยาตัวนี้ของหมอในหมู่บ้านข้าเอง มันแสบนิดเดียวไม่เหมือนยาสมานแผลปกติหรอกนะ ดังนั้นเจ้าอดทนหน่อยล่ะ หรือจะเอาแผลเป็น” ซืออี้โหวเอ่ยพลางทายาไปด้วยก่อนจะหันไปทางลี่หลี่
     “ลี่หลี่ ช่วยไปต้มน้ำหน่อยได้ไหม” ซืออี้โหวหันไปยิ้มทางลี่หลี่ที่นั่งเล่นกับเด็กๆ อยู่
        “ได้สิเจ้าคะ” ลี่หลี่พยักหน้ารับ รีบไปหยิบภาชนะมาต้มน้ำตามที่อี้โหวบอก
     “ก็มันแสบ… อีกอย่างข้ามิสนหรอกว่าจะขายออกหรือไม่” ผิงผิงทำหน้าดื้อ ดวงตาแทบจะน้ำตาไหล
     “พ่อแม่เจ้าคงเสียใจแย่ ถ้าลูกสาวต้องขึ้นคานชั่วชีวิต” ซืออี้โหวพูดขึ้นก่อนจะฉีกชายเสื้อมาเช็คคราบยาที่เลอะตามข้อมือ “รอน้ำร้อนจากลี่หลี่ก่อนนะ เดี๋ยวล้างแผลเสร็จต้องทาอีกรอบ” ซืออี้โหวเอ่ย ผิงผิงมองตามมือหนาที่เช็ดคราบยา... อ่อนโยนจัง...
     “ข้าไม่มีท่านพ่อ มีแต่ท่านแม่... ” ผิงผิงก้มหน้าลง เธอไม่ชอบให้ใครเอ่ยเรื่องพวกนี้เพราะมันจี้จุดเธอมาก ซืออี้โหวเคาะศีรษะอีกฝ่ายเบาๆ “เจ้าไม่มีพ่อแม่ หรือเกิดมาจากกอไม้ไผ่รึ(?)”
     "มิใช่"

@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +50 ความหิว -14 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 50 -14 + 5

ดูบันทึกคะแนน

ทำไมมันเช็กชื่อไม่ได้ฟะ!
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตัวเบาขั้นกลาง
หลอมจิตรวมหนึ่ง
ฮั่นเสียหม่า
กลยุทธ์ซุนจื่อ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x20
x3
x2
x31
x1
x2
x37
x2
x30
x1
x40
x100
x9
x35
x50
x170
x4
x4
x1
x30
x19
x17
x50
x150
x2
x2
x26
x10
x145
x386
x365
x20
x12
x88
x1
x65