ดู: 919|ตอบกลับ: 36

[ เมืองเซี่ยพี ] จวนผู้ว่าเมืองเซี่ยพี่

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2017-10-19 00:15:04 |โหมดอ่าน
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ไม่ระบุชื่อ เมื่อ 2019-3-13 01:03




 จวนผู้ว่าเมืองเซี่ยพี   


{  เ มื อ ง เ ซี่ ย พี  }






【 จวนผู้ว่าเมืองเซี่ยพี 】

『 幸福并不取决于你是谁 拥有什么 
 而是取决你是怎么想 的 』


สถานที่ว่าราชการและตัดสินคดีความต่างๆของเจ้าเมืองตระกูลหลี่ ด้านหลังยังเป็นจวนที่พักพิงของคนเชื้อสายตระกูลหลี่กับบ่าวรับใช้ในจวน ช่วงนี้เจ้าเมืองจะติดราชการเดินทางต่างเมืองบ่อย


ผู้ที่มาพบจะเจอเสมียนผู้ช่วยหรือไม่ก็บุตรสาวคนโตหรือพี่ใหญ่หลี่หยุนลู่ปฏิบัติหน้าที่แทน และก็ยังมีบุตรีคนเล็ก หลี่ หลิงนู ของเจ้าเมืองได้ออกเดินทางสู่ยุทธภพนานนับปีแล้ว ได้ข่าวว่าได้ถึงเป็นกวีของราชสำนักหลวง


 

╔═══ ครอบครัวสกุลหลี่ ═══╗ 


หลี่ เหว่ยหวง สถานะ :: อยู่บ้าน
หลี่ฮูหยิน สถานะ :: อยู่บ้าน
บุตรีคนโต หลี่ หยุนลู่ สถานะ :: อยู่บ้าน
บุตรชายคนโต หลี่ ซางบา สถานะ :: อยู่บ้าน
บุตรีคนเล็ก หลี่ หลิงนู สถานะ :: ออกเดินทาง


╚═══════════════╝ 










คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +300 เงินตำลึง +800 ชื่อเสียง +200 Point +7 ย่อ เหตุผล
Admin + 300 + 800 + 200 + 7

ดูบันทึกคะแนน

120

กระทู้

903

โพสต์

27หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
53747
เงินตำลึง
59783
ชื่อเสียง
117174
ความหิว
850

ป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV2)

คุณธรรม
2777
ความชั่ว
325
ความโหด
897
หงเฟิง
เลเวล 1

เหอ ซูมี่

สงบใจไว้นะเจ้าคะ...
pet
โพสต์ 2017-10-19 04:32:36 | ดูโพสต์ทั้งหมด
เริ่มเดินทาง


ที่เมืองเซี่ยพี่ เมืองหนึ่งในพื้นที่กวนจง เมืองที่มีผู้คนขวักไขว่ไปมามากมายไม่ว่าจะย่านการค้าหรือถนน พื้นที่ต่างๆในเมือง
มองเข้าไปในพื้นที่จวนของเจ้าเมืองเซี่ยพี่แห่งนี้ อาจจะพูดได้ว่าเป็นบ้านของตระกูลหลี่เลยก้ได้
เพราะมีตระกูลหลี่ทำราชการที่นี่มาแล้วถึง3ชั่วอายุคน ภายในบ้านก้มีคนในตระกูล ขุนนางรับใช้ คนรับใช้ คนงาน
ตระกูลหลี่แห่งเมืองเซี่ยพีมีทายาท 3 คน มีบุตรีคนโต ลูกชายคนกลาง และบุตรีคนเล็ก
ซึ่งพี่ๆของตระกุลล้วนมีความสามารถโดดเด่นไม่แพ้กัน มักจะให้ช่วยงานต่างๆภายในบ้านและงานราชการบางอย่างด้วย
แต่บุตรีคนเล็กคนนี้เอง หลี่หลิงนู มีความสามารถไม่สูงเทียบเท่ากับพี่ๆของเธอเลย เธอมักจะถูกเมินบ่อยๆ จนกระทั่งเธอเองมักจะออกไปเดิน
ทางนอกเมือง เพื่อเรียนรู้สิ่งๆต่างภายนอกบ้านด้วยตัวเอง แต่พอกลับมามักจะถูกกล่าวใส่โทษประจำ ซึ่งตอนแรกๆเธอก็โกรธ
หลังๆมาจึงไม่ใส่ใจ หรือชินแล้ว จนทางบ้านนั้นไม่ไหวกับพฤติกรรมของเธอ จึงยอมเลิกราไปแต่โดยดี


มาถึงวันหนึ่งยามเที่ยงวัน หลี่หลิงนูนั่งอยู่บนห้องตัวเอง มองบรรยากาศภายนอกหน้าต่างเห็นหลังคาบ้านเรือนและโรงเตี๊ยมกับผู้คนมากมายด้านล่าง
"........."
เธอจ้องมองออกไปแบบเบื่อหน่าย ราวกับว่าเหมือนเซ็งๆอย่างไงอย่างงั้น


"ท่านพ่อก้ไม่มาต่อว่าเราอย่างเคย มันช่างน่าเบื่อ..."
เธอลุกผละจากหน้าต่างบานใหญ่ไปนั่งที่เก้าอี้ใกล้กับโต๊ะที่อยู่มุมห้อง


"ที่ผ่านมา ข้าก้ไปเที่ยวแทบทุกซอกทุกมุมในเมืองแล้ว....
แล้วภายนอกเมืองมันจะกว้างใหญ่แค่ไหนกันนะ...
...ชักอยากรู้แล้วสิ.."


เด็กสาวเอามือเขี่ยโต๊ะเล่นๆทำท่าทางเหมือนจินตนาการว่าได้ออกไปท่องโลกภายนอก
บวกกับ ได้ไปเห็นมีผู้ใช้วรยุทธไปในการท่องยุทธภพ สร้างชื่อเสียงและช่วยเหลือผู้คนมากมาย
ฟังแล้วดูเท่จริงๆ เธอเองก้อยากทำได้บ้าง ถึงแม้...ร่างกายตัวเองจะไม่ครบสมประกอบก้ตาม


ลึกๆแล้ว เธอไม่อยากเป็นตัวถ่วงของตระกูลด้วย ที่ผ่านๆมามักจะโดนดูถูกอยู่บ่อยๆ ว่าทำอะไรไม่เป็น ยังสร้างความเดือดร้อน
ดังนั้นต้องทำอะไรสักอย่าง


"ต้องไปขอร้องท่านพ่อดู..."
เธอเงยหน้าแล้วลุกขึ้นราวกับคิดอะไรบางอย่างออก เธอเดินไปเปิดประตูห้องก้าวขาออกมาหลังจากที่เงียบๆในห้องมาทั้งวัน




"โอ๊ะ คุณหนูขอรับ ในที่สุดก้ออกมาจากห้องสักทีขอรับ " เสียงของคนรับใช้ที่เดินผ่านมาเห็นจึงเอ่ยทักขึ้น คนใช้คนนี้คุ้นหน้าตากันดีเพราะทำงานที่มานาน
ถึงขนาดท่านพ่อยังเอ็นดูด้วย


เธอหันไปมองด้วยสีหน้าเรียบๆ อ๋อ...ลุงคนรับใช้นี่เองนึกว่าใคร เธอคิดว่าน่าจะถามว่าท่านพ่ออยู่ที่บ้านไหม
"ท่านพ่ออยู่ที่บ้านรึเปล่า?"
เธอถามออกไปต่อคนรับใช้ที่พบเจอกันเมื่อครู่




"ท่านเจ้าเมืองหลี่ไม่อยู่ขอรับคุณหนู คาดว่าจะกลับยามบ่ายขอรับ" คนรับใช้ให้การณ์แบบตรงไปตรงมา


"..........." เธอได้รับรู้แล้วก้ไม่ว่าอะไร ทำได้เพียงสีหน้านิ่งๆตอบ
"งั้นเหรอ อืมๆ....เข้าใจแล้ว" เธอกล่าว ก่อนจะเดินผ่านคนรับใช้แล้วเดินลงบันไดที่อยู่กลางบ้านไปชั้นล่าง เพื่อไปหาหมั่นโถวทาน




"อืม... ปกติคุณหนูไม่ค่อยถามหาท่านเจ้าเมืองนี่นา เอ.. แต่ช่างมันเถอะ" คนรับใช้คนนั้นพูดพึมพำ ก่อนจะเลิกคิดแล้วไปทำงานอย่างอื่นต่อ


หลี่หลิงนูนั่งรอที่โต๊ะอาหารจนถึงเวลาคล้อยบ่าย จนกระทั่งมีเสียงผู้คนดังมาจากบริเวณหน้าบ้าน
นั่น เสียงของท่านพี่กับท่านพ่อแน่นอน กลับมากันแล้วสินะ
พ่อเจ้าเมืองหลี่เดินกลับเข้ามาในบ้านพร้อมกับพี่ๆของเธอ สีหน้าพ่อดูภูมิใจพอสมควรเมื่อมีมีเหล่าพี่ๆอยู่ข้างกาย
สายตาเบื่อหน่ายข้างเดียวของเธอจ้องมองภาพเหล่านั้นแบบเงียบๆ จนกระทั่งพ่อหันมาสบตากับเธอ สีหน้าของท่านพ่อนั้นปกติแต่หุบยิ้มลงเล็กน้อย
แต่ก้ไม่ได้สนใจอะไรเธอนัก จากนั้นพ่อก็เดินเข้าห้องทำงานไป
เธอหันกลับไปทานหมั่นโถวตรงหน้าต่อ ระหว่างนั้นก้นึกๆคิดๆ ถ้าเราเก่งแบบพี่ๆ ท่านพ่อก้น่าจะภูมิใจ...




"หลิงนู?" เสียงหนึ่งเอ่ยทักหลิงนูขึ้น เป็นเสียงของพี่สาวคนโต หลี่หยุนลู่เอง พี่สาวเดินเข้ามาหาเธอที่อยู่โต๊ะอาหาร


"ท่านพี่...?" เธอหันมามอง ในปากยังงับหมั่นโถวอยู่ "มีอะไรเหรอ..?"


"วันนี้ไม่ไปข้างนอกอย่างเคยหรอกหรือ? ดีแล้วล่ะ รู้มั้ยพี่เป็นห่วง" เธอเอ่ยอย่างเป็นมิตร ยิ้มให้
ซึ่งคนในบ้านนี้คงมีพี่คนโตกับแม่ที่ใจดีและยังเป็นห่วงหลิงนูอยู่เสมอแม้เธอจะทำตัวแย่ยังไงก้ตาม


"อือ...วันนี้เบื่อๆ ไม่อยากไปไหน"
"ว่าแต่ ท่านพ่อกลับมาแล้วใช่ไหมท่านพี่...เหนื่อยมากไหม?" หลิงนูถามกลับ ดีมาก้ดีตอบ และยังคุ้นเคยกันดีในฐานะพี่น้อง


"ใช่ ...ท่านพ่อกลับเข้าห้องทำงานไปแล้ว เจ้าน่าจะเห็นนะ"
"ไม่หรอก ท่านพ่อแค่ไปเมืองใกล้เคียง ไม่ได้ไปทำงานหนักหนาอะไรหรอก" เธอตอบคำถาม คุยอย่างเป็นกันเองกับหลิงนู


ทั้งคู่คุยสัพเพเหระกันครู่หนึ่ง ก่อนที่พี่สาวจะแยกจากเธอไปหลังบ้านเพื่อฝึกร่ายรำอาวุธต่อ
หลิงนูเองเมื่อทานอิ่มแล้ว มองเข้าไปในห้องทำงานที่ท่านพ่อเข้าไปทำงาน ซึ่งตอนนี้เธอยังไม่อยากรบกวนอะไรนัก
เลยกลับขึ้นไปบนห้องเพื่อสงบใจ นึกเรื่องที่จะพูดแก่บิดาในตอนเย็นนี้
ซึ่งเธอนึกออกแล้วว่าจะทำยังไง ในเมื่อไม่กวดขันเธออีกต่อไปแล้ว...




เวลาผ่านไปประมาณพลบค่ำ
หลิงนูลุกขึ้นจากเตียงในห้องของตนเอง เดินลงไปยังห้องทำงานของพ่อ ซึ่งพ่อก้ยังนั่งทำงานอยู่ แต่เหมือนกำลังพักจากการทำงาน ทำให้สามารถเข้าพบได้
"ท่านพ่อ..." เธอเปิดประตูห้องทำงานพ่อเข้ามามองท่านพ่อที่นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน


"มีอะไร...หลิงนู" เจ้าเมืองหลี่หรือท่านพ่อของหลิงนูเอ่ยขึ้นด้วยเสียงเรียบๆ
"วันนี้เจ้าไม่คิดจะหนีไปข้างนอกอีกรึ..."
"ข้าไม่ห้ามหรอกนะ เพราะห้ามอย่างไรก้ไม่ฟัง.."
เจ้าเมืองหลี่พูดออกมา


"ก้จริง ท่านพ่อ วันนี้ข้าไม่ออกไป .." เธอเดินมานั่งลงเก้าอี้ตัวหนึ่งในห้องทำงานเพื่อสนทนาด้วยกันได้สะดวก
"เพราะข้ากำลังคิดบางอย่างอยู่..."
คำเอ่ยนี้ ทำให้เจ้าเมืองหลี่สงสัย


"คิดอะไรอยู่งั้นรึ.." เจ้าเมืองหลี่หลิบจอกที่เพิ่งรินเหล้าเมื่อครู่ยกดื่ม รอฟังคำตอบจากเธอ


"ท่านพ่อ...ข้า ข้าอยาก.. เอ่อ.."
เธอรวบรวมความกล้า จะบอกสิ่งที่ตนเองต้องการออกไป แม้จะพูดติดๆขัดๆ แต่ก้พูดออกไป


"ข้าอยาก...ออกไปท่องยุทธภพนอกเมือง ออกไปท่องโลกกว้าง"
เธอเอ่ยออกไปจนได้


คำขอนี้ ทำให้เจ้าเมืองหลี่เบิกตาโตเล็กน้อย แต่ยังอยู่ในสีหน้าเรียบเฉย


"ท่านพ่อ...ท่านน่าจะ..เห็นแล้วนะว่าข้าน่ะ.. หลบออกจากบ้านจนท่านพ่อไม่อยากเตือนข้าแล้ว..."
"แต่ท่านพ่อรู้มั้ยว่า..ข้าไม่ได้ออกไปเฉยๆ ข้าออกไปสะสมความรู้ตามที่ต่างๆในเมือง หาวิชาเอาตัวรอด ที่สำคัญข้าเห็นผู้ใช้วรยุทธด้วย
ข้าอยากทำแบบนั้นได้บ้าง ท่านพ่อ"
"ท่านพ่อ..ถึงข้าเองจะไม่สมประกอบเหมือนคนทั่วไปก็ตาม แต่ข้าไม่อยากให้ท่านพ่อต้องมาเอือมระอากับคนอย่างข้านะท่านพ่อ
ข้าเองอยากทำให้ท่านพ่อภูมิใจบ้าง เพราะงั้น..."
หลิงนูเอ่ยประปรายมากมายด้วยเหตุผลต่างๆนาๆว่าอยากออกไปนอกบ้าน


"พูดจบรึยัง"
เสียงของเจ้าเมืองหลี่พูดขึ้น ทำให้หลิงนูชะงักหยุดพูดไป


"ถ้าพูดจบแล้ว ก้ออกไปซะ" เจ้าเมืองหลี่ยกจอกสุราขึ้นซด มองหลิงนูด้วยสีหน้าเรียบเฉย
มันทำให้หลิงนูรู้สึกว่าเหมือนท่านพ่อไม่ได้ฟังที่พูดเลย ท่าทางไร้อารมณ์นั่นเหมือนกับว่าเป็นการฟังเด็กมาพูดบ่นๆเพ้อๆ


เธอนิ่งไปพร้อมกับท่าทางสั่นกลัว
"มะ..ไม่มีแล้วค่ะ... ขอตัวค่ะท่านพ่อ..."
เธอลุกขึ้นเดินเปิดประตูออกจากห้องทำงานพ่อไป


เธอคิดว่าเหมือนมาบ่นความเพ้อฝันของตัวเองให้พ่อฟัง ซึ่งพ่อก้ไม่น่าจะสนใจหรอก เลยเดินขึ้นห้องตัวเองไปนอนเสียดีกว่า
เธอนอนเฉยๆแต่ยังไม่หลับจนกลางดึก ก้คิดวางแผนว่าจะไปข้างนอกอีก ทีนี้จะไปให้ถึงนอกเมืองเลย หลังจากวางแผนไว้แล้วก้พลอยหลับไป




วันรุ่งขึ้น
หลิงนูตื่นเช้าอย่างเคย ทำธุระส่วนตัวเรียบร้อย แต่ตัวกะทัดรัดเพื่อเตรียมไปนอกบ้านอย่างเคย ยังไม่น่ามีใครรู้หรอก แม้แต่คนรับใช้ในบ้านเราก้ห้ามเราไม่ได้
เธอทำธุระจนกระทั่งถึงเวลาสายๆ จากนั้นจึงเริ่มก้าวขาออกจากบริเวณบ้าน


"เดี๋ยว"
เสียงหนึ่งเอ่ยขึ้นมาจากในบ้าน เสียงเรียกนั้นรั้งหลิงนูไว้ได้ราวกับจับเธอได้ว่าเธอจะหนีออกไปอย่างเคย
เสียงนั่นไม่ใช่ใครอื่น เป็นเสียงเจ้าเมืองหลี่ พ่อของเธอเอง
หลิงนูหันกลับมามองด้วยความตกใจ
"ทะ...ท่านพ่อ..."


เจ้าเมืองหลี่เดินมาหาหลิงนู พร้อมกับถืออะไรบางอย่างมาด้วย
เธอคงเตรียมใจโดนลงดทษไว้แล้ว แต่เอ ที่ผ่านมาไม่เคยเห็นท่านพ่อเรียกแบบนี้มาก่อน ต้องมีอะไรแน่


"เจ้าจะไปท่องยุทธภพจริงๆใช่ไหม หลิงนู" ท่านพ่อเอ่ย
หลิงนูแปลกใจ คราวนี้มาแปลก ท่านพ่อไม่เคยเอ่ยแบบนี้มาก่อน แต่ด้วยสัญชาติญาณความอยากจึงตอบไป
"นะ..แน่นอนค่ะ!" หลิงนูตอบอย่างมั่นใจ


"ถ้างั้น...." เจ้าเมืองหลี่พูดยังไม่ทันจบ ก็หยิบถุงใส่เงินตำลึงใบน้อย กับถุงผ้าอันนึงให้
"เอานี่ไป มันจำเป็นต่อเจ้า"


เธอแปลกใจ แล้วเปิดข้างในดู มันเป็นถุงใส่เงิน กับถุงผ้าที่ใส่ของจำเป็นไว้จำนวนหนึ่ง
"ท่านพ่อ...นี่มัน.."


"ข้ารู้ ว่าเจ้าอยากไปข้างนอกเมืองแค่ไหน" เจ้าเมืองหลี่พูดตัดคำพูดหลิงนูแบบเงียบสนิท
"ข้าก้ไม่ห้ามแล้วไง เจ้าอยากจะไปที่ๆเจ้าฝันก้ไป"


หลิงนูฟังแล้ว ถึงกับอึ้ง
"ข้าไม่ได้หมายความว่าเจ้าไร้ประโยชน์หรอกนะ เพียงแต่ถ้าเจ้าไม่ชอบที่นี่ ร่ำเรียนวิชาในบ้านไม่ได้
แต่เจ้ากลับเรียนรู้สิ่งวิชาต่างๆนอกบ้านได้ดีกว่าซะอีก เพราะงั้น ข้าก้เลยคิดว่า ถ้าหากเจ้าออกไปเรียนรู้ด้วยตัวเจ้าเอง มันน่าจะดีกว่า
เจ้าเองก็ไม่ใช่เด็กแล้ว ข้าคิดแบบนี้เพราะสังเกตเจ้ามาสักพักแล้ว"
"แล้วก้เมื่อคืน ข้าพูดแรงไปหน่อย หวังว่าเจ้าจะไม่โกรธนะ"
เจ้าเมืองหลี่่ย่อตัวลงมาเอามือวางบนหัวลูกสาวคนเล็กตรงหน้า


หลิงนูฟังแล้ว ความรู้สึกมันคับแน่นหน้าอกไปหมด ราวกับจะทะลักออกมา
ท่านพ่อที่เย็นชากับเธอมาตลอด ในที่สุดก้เข้าใจความรู้สึกของเธอ แล้วยอมปล่อยไปจนได้
"...... ....ท่านพ่อ...."
"...ข้านึกว่าท่านพ่อจะโกรธข้า จับข้ากักบริเวณซะอีก...."


เธอเก็บถุงเงินกับหิ้วห่อผ้าที่ท่านพ่อให้มา เธอเงยหน้าขึ้นมา สีหน้าของเธอนั้นดูดีใจ มีน้ำตาคลอเล็กน้อย
ราวกับเธอดีใจมาก


"ท่านพ่อ.. ข้าจะออกไปท่องยุทธภพ ฝึกตัวเองให้เก่งขึ้น ข้าจะนำชื่อเสียงมาให้ตระกูล ข้าจะไม่ทำให้ท่านพ่อผิดหวัง!"
เธอปฏิญาณกับพ่อ


"เอาเลย ข้าจะรอดู หลิง---"


เจ้าเมืองหลี่ยังพูดไม่ทันจบ เด็กสาวหลิงนูหิ้วห่อผ้าพร้อมกับวิ่งไปก่อนซะแล้ว


"ให้ตายสิลูกคนนี้ อยากจะไปขนาดนั้นเชียว
อย่าเพิ่งถอดใจซะล่ะ ถ้าไม่ไหวก็กลับมา แค่นั้นนะหลิงนู.."
ท่านพ่อบอกทิ้งท้าย


มองดูบุตรีของบ้านออกไปเริ่มท่องยุทธภพ สิ่งที่เธอฝันได้เริ่มออกทำตามความฝันแล้ว...


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +30 เงินตำลึง +500 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 30 + 500 + 2

ดูบันทึกคะแนน

11112222
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
จื่อซิงหม่า
ไหเฟิงจิ่วจ้าน
ผ้าคลุมซู่ฮว่ากวง
ตัวเบาขั้นสูง
พัดหวงไจ้
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
หลี่ซื่อชุนชิว
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x7
x10
x208
x43
x5
x76
x12
x84
x6
x1
x40
x28
x6
x2
x8
x8
x18
x8
x10
x13
x10
x168
x1
x12
x54
x120
x1
x300
x30
x176
x805
x90
x350
x5
x60
x3
x10
x4
x588
x5
x267
x108
x386
x501
x1
x8999
x1
x10
x29
x68
x149
x6
x59
x3
x40
x142
x680
x2
x255
x15
x55
x219
x2
x1600
x7
x98
x3
x105
x5750
x78
x49
x1
x59
x5
x3
x25
x10
x48
x12
x1
x450
x5
x1
x175
x458
x5052
x87
x25
x6
x50
x7
x8
x8
x62
x2
x6
x5
x52
x6
x2980
x16
x221
x13
x238
x24
x408
x408
x39
x130
x221
x292
x254
x68
x54
x121
x209
x9999
x1
x190
x7
x2
x183
x7
x10
x3549
x30
x505
x79
x1
x590
x147
x4
x133
x225
x219
x267
x131
x152
x9
x5012
x5139
x136
x17
x213
x477
x303
x381
x205
x1700
x134
x360
x7
x1457
x387
x220
x73
x162
x37
x1
x129
x11
x10
x515
x146
x326
x230
x60
x56
x650
x1041
x91
x477
x162
x421
x31
x121
x19
x29
x442
x19
x102
x18
x354
x147
x19
x25
x20
x39
x1245
x4977
x20
x163
x1
x138
x91
x20
x8
x10
x24
x5
x124
x198
x18
x34
x161
x8
x17
x76
x208
x1
x1
x1397
x1

23

กระทู้

149

โพสต์

1หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
1203
เงินตำลึง
126088
ชื่อเสียง
8782
ความหิว
206
เซ็น
เลเวล 1

ยายะ

pet
โพสต์ 2017-10-30 00:43:24 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Melonpang เมื่อ 2017-10-30 00:59

เรื่องราวที่สามสิบห้า - [ เริ่มทำงานในฐานะเสมียน ]






     " ที่นี้ขอรับ "

     ชายที่เป็นคนรับใช้นั้นได้พาหมิงเย่เสวียเดินตรงเข้าไปภายในจวนมาจนถึงห้องๆนึง
     เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็พบว่าภายในห้องนั้นประกอบไปด้วย ตู้และโต๊ะเขียนหนังสือที่เต็มไปด้วยเอกสารจำนวนมาก

     " กรุณารออยู่ที่นี้ก่อนนะขอรับ "

     หลังจากสิ้นเสียง ชายผู้นั้นก็เดินรุดหน้าออกไปในทันทีราวกับตอนนี้กำลังเป็นช่วงเวลารีบเร่ง
     ความจริง พอนางลองมาทบทวนดีๆแล้ว หลังจากที่เดินผ่านจวนมาเมื่อครู่ก็พบว่าทุกๆชีวิตที่อยู่ภายในจวนนั้นมีท่า
ทีรีบเร่งกันเป็นอย่างมาก เป็นสภาพที่ดูเหมือนกำลังจัดเตรียมงานเทศกาลสำคัญทว่ากลับมีเส้นตายเป็นยามรุ่งสาง...
     จะว่าไป การที่รีบเร่งออกไปเช่นนั้นก็คงหมายความว่าภายในจวนยามนี้กำลังขาดคนงานดังที่ป้ายประกาศบอกไว้
จริงๆละนะ

     ---ย้อนกลับไป นับตั้งแต่ได้เจอผู้อาวุโสชินแสลึกลับ รวมทั้งได้คัมภีร์มาไว้กับตัว นางก็ครุ่นคิดมาตลอด
     แม้การท่องเที่ยวไปทั่วจะทำให้ได้พานพบเรื่องราวต่างๆ แต่หากพอใจกับเพียงแค่นั้น เป้าหมายของนางก็มิอาจจะ
เป็นจริงได้
     ที่สำคัญสำหรับนางตอนนี้คือประสบการณ์ความรู้ --นั่นทำให้นางตัดสินใจที่จะหา 'งาน' ที่สามารถทำให้นางได้เรียนรู้
ถึงเรื่องราวต่างๆที่นางไม่เคยได้ทำ
     และจากคำแนะนำของชินแสอาวุโสท่านนั้น ผลสรุปก็คือจวนผู้ว่าที่นางยืนอยู่ ณ.ปัจจุบันนี่--...

     หมิงเย่เสวีย เพราะว่ายังไม่รู้ว่าตนต้องทำสิ่งใด จึงเริ่มมองสอดส่องไปรอบๆห้องที่เต็มไปด้วยเอกสารแห่งนี้

     " ...นี่-- "

     หลังจากมองเพียงผ่านๆตา นางก็พอจะระบุข้อความในกระดาษทั้งหมดนั้นได้     มันคือรายรับ-จ่ายคร่าวๆภายใน
จวนแห่งนี้
     และพอลองตั้งใจสอดส่องเข้าไปอีกหน่อย ก็เป็นข้อมูลเชิงลึกต่างๆที่นางคิดว่ามันน่าจะเป็นข้อมูลที่ค่อนข้างสำคัญ
ทีเดียว

     " ....ต้องรีบขนาดไหนถึงได้ให้คนนอกเช่นข้ามารออยู่ที่นี้ได้... "

     หวังว่าคงไม่ได้เห็นข้อมูลลับอะไรที่จะทำให้หัวของนางหลุดออกจากศีรษะใช่ไหม? หมิงเย่เสวีย นางคิดแบบนั้น
เล่นๆในใจ

     อย่างไรก็ตาม...

     " ...ไหนๆก็ไหนๆ ...คงจะไม่เป็นอะไรหากข้าจะเริ่มทำเลย "

     แม้ว่าปกตินางจะชอบทำตัวเอือยๆมากกว่ากระตือรือร้นที่จะทำอะไร ทว่าในสถานการณ์ที่นางสงบจิตใจไม่ได้ นางก็
ไม่สามารถทำตัวเอือยเฉือยตามปกติได้
     และดูเหมือนในห้องนี้จะมี 'จุดประสงค์' ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้นางเข้ามาอยู่ที่นี่อยู่แล้วด้วย เช่นนั้นก็คงไม่เป็นไรหาก
นางจะถือวิสาสะเริ่มทำมันเลย
     หมิงเย่เสวีย หลังจากที่นางกำหนดเป้าหมายได้แล้ว นางก็ค่อยๆเคลื่อนตัวไปยังกองเอกสารจำนวนมหึมาด้านหน้าช้าๆ..





     ไม่นานนักหลังจากนั้น ก็ได้มีบุคคลกลับมายังห้องเอกสาร ทว่ากลับไม่ใช้ชายหนุ่มคนรับใช้เมื่อครู่ แต่กลับเป็นสาวงาม
ที่ดูให้ความรู้สึกผึงผายและไว้ใจได้
     เมื่อพบผู้มาใหม่ หมิงเย่เสวีย นางจึงหยุดมือทุกการกระทำ แล้วก็หันกลับมาประสานมือเล็กๆให้กับสตรีตรงหน้า ซึ่งฝ่าย
ตรงข้ามเองก็ผงกหัวกลับมาเช่นกัน

     " ขออภัยด้วยที่ทำให้เจ้าต้องรอ...ช่วงเวลานี้ ที่แห่งนี้ค่อนข้างขาดแรงงานสำหรับดูแลเรื่องต่างๆมากเลย ..เอาละ นาม
ของข้าก็คือ ' หลี่หยุนลู่ ' --เจ้าสามารถเรียกข้าว่าพี่หยุนลู่ก็ได้นะ "

     สตรีตรงหน้าเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มเป็นมิตร สำหรับผู้ที่มักจะตื่นคนเช่นนางแล้ว สตรีด้านหน้านั้นช่วยสร้างความผ่อนคลาย
ให้กับตัวนางมากเลยทีเดียว

     " อาจจะกระทันหันไปหน่อย แต่หากเจ้ารับคำร้องของทางเราแล้ว ตัวเจ้าเองก็คงจะทราบถึงหน้าที่ๆต้องทำแล้วสินะ
เพราะฉะนั้นจากนี้ ข้าจะขอทดสอบความสามารถในการทำงานของเจ้าสักเล็กน้อย --แน่นอนว่าถ้าไม่ผ่านก็คงจะให้เจ้าดู
แลหน้าที่ในส่วนนี้ไม่ได้....อา ไม่ต้องเกร็งไปหรอกนะ มันไม่ใช่งานที่ยากมากมายอะไรหรอก เจ้าก็มั่นใจในตนเองอยู่บ้าง
จึงรับคำร้องใช่ไหมละ? "

     จากนั้นนางก็ตีสีหน้าจริงจังแล้วก็เริ่มเข้าเรื่องทันทีโดยมิให้เสียเวลาเปล่า
     หลี่หยุนลู่นั้น จากการพูดคุยของนาง ก็ทำให้หมิงเย่เสวียพบว่า เธอผู้นี้นั้นเป็นผู้ที่ค่อนข้างมีมนุษย์สัมพันธ์ดีมากๆเลย
ทีเดียว อีกทั้งยังแฝงไปด้วยความเข้มงวด ทว่าก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกประหม่า ---จะว่าสมเป็นผู้ใหญ่คนนึงก็ว่าได้

     ' หลี่ หยุนลู่... '

     หมิงเย่เสวียทวนชื่อนั้นซ้ำในใจ
     คำร้องที่นางรับนั้นประทับตราเจ้าเมืองเซียพีแห่งนี้ รึก็คือ ' หลี่ เว่ยหวง '
     จากการสังเกตสตรีด้านหน้าโดยละเอียดแล้ว น่าจะมีอายุอานามราวยี่สิบสองถึงยี่สิบสามขวบปี ...ไม่ห่างจากตัวนางมาก

     ' เช่นนั้นก็คงเป็นลูกสาว...หรือหลานกระมัง '

     แม้จะคิดแบบนั้น แต่หมิงเย่เสวีย นางก็ไม่ได้แปลกใจอะไรที่ไม่ได้พบกับเจ้าเมือง
     ในสถานการณ์ขาดบุคลากรเช่นนี้ การจะส่งตัวแทนมานั้นก็ไม่นับว่าแปลก
     ชายคนรับใช้เมื่อครู่ยังพานางมาทิ้งไว้ที่นี้ก่อนจะไปเรียกหลี่หยุนลู่ผู้นี้มาทีหลังเลย

     " ข้า....ชื่อของข้าคือ หมิง...เย่เสวีย... ท่านสามารถเรียกข้าเช่นไรก็ได้.... "

     นางค่อยๆตอบกลับไปช้าโดยไม่ได้สบตาตรงๆ.... --จะอย่างไร นางก็ต้องใช้เวลาสักพักในการสนทนากับผู้คนที่
ไม่คุ้นเคยอยู่ดี

     " หมิงเย่เสวีย...อืม งั้นพี่สาวจะเรียกเจ้าว่าน้องสาวเย่เสวียละกันนะ "

     หลี่หยุนลู่ตอบกลับมาด้วยรอยยิ้มและสายตาอ่อนโยน ก่อนที่จะเดินเข้ามายังกองเอกสารเบื้องหลังของนางพร้อมๆ
กับควานหาเอกสารบางอย่าง
     น้องสาวเย่เสวีย......กับผู้ที่ไม่เหลือคนในครอบครัวอย่างนางแล้ว คำเรียกนั้นทำตัวนางรู้สึกอบอุ่นพอสมควรจนเผลอ
หลุดยิ้มออกมาเลย

     " .....แปลกจังนะ "

     หลังจากที่ปล่อยให้หลี่หยุนลู่คว้านหาเอกสารอยู่ครู่นึง นางก็ปั้นสีหน้าลำบากใจออกมาเล็กน้อยพร้อมกับพึมพำเช่น
นั้นออกมา
     หมิงเย่เสวียที่เห็นดังนั้น นางก็นึกขึ้นมาได้แล้วก็รีบเอ่ยปากออกไปว่า

     " ขอ-..ขออภัยด้วยค่ะ ทางนั้นเป็นเอกสารของวัตถุดิบจำพวกอาหารสด... "
     " หืม? ...อา..จริงด้วย "
     " ส่วนทางนี้เป็นจำนวนประชากรเข้าออก-...อาวุธคงคลัง...ข้าจัดเรียงแยกพวกมันตามกลุ่มแล้ว ...เอ่อ ...ข้าไม่ได้
ทำอะไรผิดไปใช่รึเปล่าคะ...? "

     หลี่หยุนลู่มองไปยังกองเอกสารอีกครั้ง ก่อนที่นางจะพบว่า กองเอกสารที่กองๆกันในทีแรกนั้นมีความเปลี่ยนแปลง
ไปอย่างที่บอกจริงๆ
     หากดูผ่านๆก็คงดูไม่ออก ทว่าเอกสาร 'เกือบทั้งหมด' ในห้องนั้นได้ถูกเรียงกันเป็นแถวๆอย่างเป็นระเบียงแล้วจริงๆ
     หลี่หยุนลู่กวาดสายตามองคร่าวๆก่อนจะยกมือขึ้นมาจับปลายคางของนาง
     ทันใดนั้น นางก็หลี่สายตาลงเล็กน้อยแล้วก็เดินไปยังกองเอกสารกองนึง ก่อนจะหยิบขึ้นมาไล่ดูด้วยสายตาจริงจัง
     ในชั่วขณะนั้นเอง หมิงเย่เสวียที่เห็นหลี่หยุนลู่อ่านเอกสาร 'กองนั้น' ก็รู้สึกใจเต้นโครมคราม

     ' ...หรือว่าครั้งนี้...ข้าจะด่วนใจเร็วเกินไปหน่อย...? '

     นางลอบคิดเช่นนั้นในใจก่อนจะยืนหอตัวเล็กลงเหมือนกับสัตว์ตัวเล็กๆ
     หลี่หยุนลู่นั้น โดยที่ยังไม่ละสายตาจากเอกสาร นางก็ได้เอ่ยขึ้นมาว่า

     " ....เจ้าพึ่งจะมาถึงที่นี้เมื่อครู่นี่เองใช่หรือไม่ "
     " อะ...ค-..ค่ะ... "
     " ...-หืม "

     หมิงเย่เสวียผงกหัวตอบกลับไปอย่างว่าง่าย ในขณะที่กำลังรู้สึกราวกับว่าหัวใจมันกำลังจะกระโดดโล้ดเต้นออกมา
นางก็ต้องถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกจากประโยคที่หลี่หยุลู่กล่าวต่อมาว่า

     " ....อื้ม --ดีมาก พวกเราตกลงจะจ้างน้องสาวเย่เสวีย...ไม่สิ จะไม่ปล่อยให้ไปทำงานให้ผู้อื่นแน่ "

     หลี่หยุนลู่กล่าวเช่นนั้นออกมา ก่อนที่จะยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจกับเอกสารกระดาษไผ่ในมือของตน

     " เช่นนั้น...การทดสอบ.. "
     " อ่า -เรื่องนั้นไม่จำเป็นแล้วละ "

     สตรีด้านหน้าของนางเอ่ยด้วยรอยยิ้มพลางโบกเอกสารในมือของตนไปมา

     " น้องสาวเย่เสวียผ่านหมดแล้วละ ---มากกว่าที่คาดหวังไว้เสียอีก "
     " แต่นั่นมันเพียงแค่รายรับรายจ่าย... "
     " หน้าที่ๆจะให้เจ้าทำในวันนี้ก็คือคำนวนรายรับรายจ่ายเนี่ยแหละ --เพราะว่าหาผู้ที่คำนวนเป็นกับผู้อ่านเขียนเป็น
ค่อนข้างยาก การที่มีผู้ที่สามารถอ่าน เขียนและคำนวนได้มาช่วยในยามนี้ได้น่ะ นับว่าโชคดีมากเลยละ "

     หลี่หยุนลู่ตอบกลับมาง่ายๆ ก่อนที่จะเดินเข้ามาใกล้ๆ

     " จะว่าไป -น้องสาวเย่เสวียมีที่พักหรือยัง? "
     " อา..ค่ะ..ข้าคิดว่าจะพักที่โรงเตี้ยมซุ่นฉั่ว "
     " ไม่ต้องแล้วละ หากไม่รังเกียจละก็มาพักที่จวนนี้เสียเลยสิ มันจะสะดวกกับทางเจ้าและทางข้ามากกว่านะ "

     หลี่หยุนลู่กล่าวพลางหยิบซองบางอย่างในชุดของนางออกมา

     " นี่เป็นค่าตอบแทนเล็กๆน้อยๆสำหรับวันนี้ อาจจะไม่มากนัก แต่ถ้าน้องสาวเย่เสวียขาดเหลืออะไรก็บอกข้าหรือ
พวกคนรับใช้ในบริเวณนี้ได้นะ "

     หลังจากรับซองนั้นไว้แล้ว นางก็เดินตามหลี่หยุนลู่ออกมาจากห้องเอกสาร





     " เจ้าสามารถใช้ห้องนี้ได้นะ "
     " ขอบพระคุณมากค่ะ "

     หมิงเย่เสวียโค้งหัวให้กับหลี่หยุนลู่
     แม้จะไม่ได้หรูหราอะไรเป็นพิเศษ แต่ก็ยังมีทุกสิ่งทุกอย่างที่จำเป็นสำหรับใช้ในชีวิตประจำวันอย่างครบถ้วน
     และที่สำคัญคือ ---มันเป็นที่พักฟรี
     ไม่สิ จะเรียกว่าฟรีก็ไม่ถูกนัก ควรเรียกว่าเป็นสถานที่ๆทำให้นางสามารถที่จะทำงานได้ตลอดเวลาเลยต่างหาก
     แน่นอนว่านางก็ไม่ได้ปฏิเสธใดๆ เพราะหน้าที่ของนางคือการทำธุรกรรมทางด้านหนังสือและข้อมูลเชิงลายลัก-
ษณ์อักษร ...เช่นนั้นการพักอยู่ที่จวนนี้ก็จะสะดวกกับหน้าที่การงานมากกว่าไปๆมาๆที่โรงเตี้ยมจริงๆ
     ทางด้านม้าวายุทมิฬของนางก็ได้ผูกไว้ที่คอกม้าของจวนผู้ว่าด้านหลังโซนที่พักนี่แล้ว...อีกทั้งยังมีคนคอยดูแล
มันให้ นอกจากนั้นพอมองลงไปก็ยังสามารถพบเห็นได้ตลอดเวลาก็นับว่าเบาใจไปมาก

     " เดิมทีแล้ว --นี้เป็นห้องของน้องสาวคนเล็กของข้าน่ะนะ.. เด็กคนนั้นออกจากบ้านไปนานแล้ว.. แต่ห้องนี้ก็ยัง
คงคอยทำความสะอาดอยู่ตลอด น้องสาวเย่เสวียไม่ต้องกังวลแล้วก็พักให้สบายได้เลย "

     หลี่หยุนลู่กำชับก่อนจะลอยเผยสีหน้าเศร้าๆออกมาให้เห็นเล็กน้อย

     " ขอบพระคุณมากค่ะ ท่านหลี่หยุนลู่ "
     " นี่แน่ะ --ข้าบอกแล้วไงว่าเรียกว่าข้าว่า 'พี่สาวหยุนลู่' ก็ได้น่ะ "
     " อะ........ค่ะ....พะ--..พี่สาวหยุนลู่ "

     หลี่หยุนลู่พยักหน้าน้อยๆทีนึงเมื่อเห็นการตอบรับของเย่เสวีย ก่อนที่นางจะยิ้มมาให้

     " เช่นนั้น หลังจากนี่ก็คงต้องรบกวนเจ้าแล้วละ --ฝากตัวด้วยนะจ้ะ "
     " ..ข..ข้าจะพยายามค่ะ! "

     หลังจากที่เสร็จเรื่องทั้งหมด หลี่หยุนลู่ก็จากไป
     ในยามนี้ หมิงเย่เสวีย นางได้รับการอธิบายที่สถานที่ต่างๆในจวนขุนนางแห่งนี้คร่าวๆและจำได้อย่างขึ้นใจแล้ว
ว่าสถานที่ไหนคืออะไร เป็นอย่างไร ห้ามเข้าไปยังเขตไหนบ้าง
     ภาระหน้าที่ในฐานะเสมียนนี่ ---จะต้องทำโดยไม่ให้ขาดตกบกพร่อง




แสดงความคิดเห็น

ทำงานอย่างรวดเร็วด้วยเทคนิคจากบันทึกลับเซียวเหอ เท่ากับ ทำงาน 4 วัน   โพสต์ 2017-10-30 01:01

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +40 เงินตำลึง +1000 ความหิว -8 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 40 + 1000 -8 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หวยหนานจื่อ
กำหนดลมหายใจ
บันทึกลับ #3
ธนูใหญ่
ม้าวายุทมิฬ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x23
x10
x25
x40
x92
x4
x10
x40
x114
x56
x10
x75
x170
x12
x30
x15
x6
x60
x200
x20
x60
x40
x3
x10
x10
x48
x8
x1
x4020
x10
x20
x28
x15
x38
x10
x30
x20
x1
x1
x1
x90
x20
x50
x100
x4
x8
x30
x115
x120
x8
x110
x160
x1
x38
x1

23

กระทู้

149

โพสต์

1หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
1203
เงินตำลึง
126088
ชื่อเสียง
8782
ความหิว
206
เซ็น
เลเวล 1

ยายะ

pet
โพสต์ 2017-10-30 23:01:04 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Melonpang เมื่อ 2017-10-30 23:58

เรื่องราวที่สามสิบหก - [ ข้าถูกไล่ออกหรือคะ!? ]




     " .......โอ้ "

     เสียงที่เอ่ยขึ้นมาให้ความรู้สึกแปลกใจนั้นเป็นของ หลี่หยุนลู่ หญิงสาวผู้มีท่าทีองอาจผึงผายไม่แพ้บุรุษผู้ใด
อีกทั้งยังแฝงไปด้วยแววตาที่อ่อนโยนให้ความรู้สึกสบายใจในทุกการกระทำของนาง
     ทว่า สตรีที่งดงามหมดจดผู้นั้นกำลังทำสีหน้าปั้นยากอยู่ในขณะนี้...

     " น้องสาวเย่เสวีย...จริงอยู่ว่าข้าเคยกล่าวไว้ว่า 'ทำตามอย่างที่เจ้าสะดวก' เลยก็จริง ...แต่ "

     หลี่หยุนลู่ นางเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนที่จะหันสายตามองไปรอบๆแล้วก็เผยรอยยิ้มที่ดูลำบากใจออกมา

     " ...--เล่นนำเอกสารทั้งหมดจากห้องเอกสารมากองในห้องนี้แทนมันก็... "

     นางหัวเราะแห้งๆออกมา
     ณ.สถานที่ในปัจจุบัน หลังจากที่หมิงเย่เสวียได้รับหน้าที่แล้วถูกบรรจุเข้ามาทำงานให้กับจวนขุนนางเมืองเซียพี
แห่งนี้ในฐานะเสมียน นางก็ได้รับข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการทำงานและการอยู่อาศัยภายในสถานที่แห่งนี้มาคร่าวๆจาก
หลี่หยุนลู่ผู้นี้ หรือก็คือได้รับการอธิบายมาจากลูกสาวของเจ้าเมืองเซียพีคนปัจจุบันโดยตรง ซึ่งนั้นทำให้นางรู้ข้อมูล
เชิงลึกตื้นหนาบางได้ดีขึ้น
     และในตอนนี้ ห้องที่หมิงเย่เสวียมา 'ยืม' ใช้เป็นที่หลับนอนนั้น ดูเหมือนว่าจะเป็นห้องของบุตรีคนเล็กของตระกูล
หลี่แห่งนี้ นามหลี่หลิงนู
     และยามนี้ สภาพของมันก็ได้แปรเปลี่ยนกลายเป็น'ห้องเอกสารที่สอง'ไปเสียแล้ว

     ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะกระจก ภายในตู้ไม้ที่ไร้ซึ่งเสื้อผ้าหรือกระทั่งสามในสี่ส่วนของเตียงนอน ก็เต็มไปด้วยเอกสารและ
ม้วนกระดาษซึ่งบรรจุข้อมูลต่างๆของจวนผู้ว่าแห่งนี้ไม่ว่าจะเป็นรายรับ-รายจ่าย การนำเข้าสิ่งของต่างๆไม่ว่าจะเป็น
ของสด วัตถุดิบ วัสดุอุปกรณ์ หรือแม้กระทั่งเรื่องเล็กๆน้อยๆอย่างรายชื่อคนเข้า-ออกจวนแห่งนี้ในแต่ละวันนั้นก็ล้วน
กองอยู่ภายในห้องนอนแห่งนี้เสียทั้งสิ้น

     ' สมาธิยอดเยี่ยมจริงๆ... '

     หมิงเย่เสวียเข้ามาทำงานในจวนได้ราวๆสามสี่วันแล้ว และนั้นทำให้หลี่หยุนลู่เข้าใจในตัวของเด็กสาวผู้ที่นางเรียก
เธอว่า 'น้องสาวเย่เสวีย' หรือบางทีช่วงนี้ก็เผลอเรียก 'เย่เอ๋อ' ไปบ้าง ขึ้นมาสองถึงสามเรื่อง
     หนึ่งในเรื่องที่ได้ทราบมาก็คือ เสมียนตัวน้อยที่ภายนอกดูเหมือนจะอายุเพียงแค่สิบห้าถึงสิบหกขวบปีนี้นั้น แท้จริง
แล้วกลับมีอายุถึงยี่สิบเอ็ดขวบปีแล้ว ห่างกับตัวนางเพียงแค่สามขวบปีเท่านั้นเอง
     ส่วนเรื่องอื่นๆที่ได้รับรู้มาอีก ก็คือ น้องสาวเย่เสวียนั้น ยามที่ตั้งใจอ่านตำราหรือคำนวนอะไรบางอย่างอยู่ในหัวนั้น
ก็แทบจะไม่รับรู้ต่อสิ่งรอบข้างโดยสิ้นเชิงเลย

     ' ไหนๆก็ไหนๆแล้ว --ข้าเห็นว่ายังมีข้อมูลที่ยังไม่ถูกจัดระเบียบอยู่เป็นจำนวนมาก และยังมีข้อมูลคนละชนิดกันที่
ปะปนไปยังกลุ่มอื่นๆ และนั่นจะส่งผลกระทบกับหน้าที่ของข้าค่ะ...เพราะฉะนั้นให้ข้าจัดการมันทั้งหมดเลยได้หรือไม่
คะ ท่าน-...พี่หยุนลู่ '

     เหมือนว่าเร็วๆมานี้ นางจะกล่าวมาเช่นนั้น

     ' ข้าคิดว่า...การเดินทางไปๆมาๆระหว่างห้องเอกสารกับห้องของข้านั้นมันค่อนข้างเสียเวลา ...ข้าขอนำบางส่วน
ไปจัดการให้เสร็จสิ้นที่ห้องเลยนะคะ '

     ว่ามาแบบนั้น

     ' เพราะว่าห้องเอกสารจะลงกุญแจหลังจากที่พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปภายในสองชั่วยาม ข้าจึงไม่สามารถสะสาง
เอกสารบางส่วนให้เสร็จสิ้นได้ภายในช่วงเวลานั้น เพราะฉะนั้นข้าขออนุญาตนอนหลับในห้องเอกสารเลยได้หรือไม่คะ? '

     แล้วก็ว่ามาแบบนั้น

     ' พื้นที่ภายในห้องเอกสารคับแคบเกินไป....ไม่เหมาะสมจะเก็บลายลักษณ์อักษรที่สำคัญๆเช่นนี้ไว้ได้ค่ะ เพราะว่า
ข้อมูลใหม่ๆนั้นจะเพิ่มขึ้นอยู่ทุกวันๆ แต่ที่พื้นแห่งนี้ไม่ได้เพิ่มขึ้นตาม เช่นนั้นแล้วข้าขอนำส่วนที่สำคัญๆไปไว้ที่ห้องข้า
ได้ไหมคะ? '

     แล้วก็ว่ามาอย่างนั้น
     จนกระทั่งสุดท้ายแล้ว เอกสารราวเก้าในสิบส่วนก็ย้ายมาไว้ในอดีตห้องนอนของหลิงนูจนแทบจะไม่มีที่ยืน
     น่าแปลกมาก แม้ว่าจะมีเอกสารเยอะแยะมากมายเช่นนี้ ทว่ามันก็ตั้งอยู่ในจุดที่เรียบร้อยและหยิบค้นได้ง่ายกว่าที่เห็น
อีกทั้งยังมีเหลือที่ให้เดินผ่านอย่างสะดวก
     หากให้เปรียบเปรยก็ไม่ต่างอะไรกับเขาวงกตเล็กๆ

     " น้องสาวเย่เสวีย...ถึงเจ้าจะทำงานอย่างหนัก ทว่าข้าก็ไม่สามารถเพิ่มค่าตอบแทนให้เจ้าได้หรอกนะ "

     จะอย่างไร แม้ข้าจะอยากขึ้นค่าจ้างให้กับสาวน้อยแสนขยันมากความสามารถผู้นี้ก็ตาม ทว่านั่นก็เป็นสิทธิ์ขาดของ
ท่านพ่อเท่านั้นสำหรับการตัดสินในเรื่องเงินๆทองๆ
     และพอพูดออกไปแบบนั้น นางก็ตอบกลับมาว่า

     " ....มิได้....ข้าเพียงแค่รู้สึกว่าไม่อาจจะปล่อยมันไว้ได้เพียงเท่านั้นค่ะ... "

     พูดออกมาสั้นๆเช่นนั้นโดยไม่ละสายตาจากกระดาษไผ่ตรงหน้า
     หมิงเย่เสวียที่กำลังนั่งแหมะอยู่ที่พื้นห้องนั้น กำลังมีสมาธิคร่ำเคร่งจนน่ากลัว อีกทั้งยังไม่หยุดขยับมือที่กำลังตวัด
ปลายพู่กันเขียนอักษรและตารางต่างๆที่เต็มไปด้วยอักษรที่ข้าไม่เคยเห็นมาก่อน และเมื่อถามนาง  ข้าก็ได้รับคำตอบ
มาอีกว่า

     " ....ข้าเรียกมันว่า 'ตารางสูตรคูณ...' --มันสามารถช่วยให้ข้าคำนวนตัวเลขจำนวนมากได้ในระยะเวลาที่สั้นและรวด
เร็วยิ่งขึ้น..และแน่นอนว่าข้าเช็คความถูกต้องมาหลายปีแล้ว มันไม่ผิดอย่างแน่นอน... "

     ตอบกลับมาเช่นนั้น
     ดูท่าว่าตระกูลของข้าจะได้รับบุคลากรชั้นยอดเข้ามาเสียแล้ว




     เช้าตรู่ของวันนึง หลังจากที่พระอาทิตย์ค่อยๆขึ้นมาแทนที่พระจันทร์แล้ว ชั่วขณะที่หลี่หยุนลู่กำลังจะออกจาก
ห้องของนางเพื่อไปฝึกซ้อมเช้า ซึ่งเป็นกิจวัตรประจำวันของนางนั้น

ป๊อก

     " เอี๊ยะ! "

     เสียงเล็กๆน่ารักก็ดังขึ้นหลังจากที่นางพลักประตูห้องออกไป
     เมื่อนางชะโงกหัวไปมองว่ามีสิ่งใดมากีดขวางอยู่ภายนอกประตูหน้าห้องของนางนั้น

     " น้องสาวเย่? "

     เรือนผมสีน้ำตาลอ่อนในชุดผ้าบางเปิดไหล่สีเขียวมรกต และภายนอกที่ไม่ต่างอะไรกับเด็กสาวอายุสิบห้าขวบปี
     ไม่ผิดแน่ เป็นหมิงเย่เสวียนั่นเอง

     " มีอะไรงั้นหรือ? มารอข้าแต่เช้าเชียว มีเรื่องอะไรให้ข้าช่วยงั้นหรือ? "
     " มะ-..ไม่ใช่เช่นนั้นหรอกค่ะ..เอ่อ.. "

     หลี่หยุนลู่ยิ้มรับสาวน้อยตรงหน้าของนาง
     พอผ่านมาหลายวันเข้า ดูท่าว่าน้องสาวเย่เสวียผู้นี้จะเริ่มชินและปรับตัวได้มากขึ้น ซึ่งนับว่าดีกว่าตอนเข้ามายัง
จวนแห่งนี้ใหม่ๆ ที่แทบจะไม่กล้าสบตาใครแม้แต่คนรับใช้อยู่มาก
     หมิงเย่เสวีย เพราะส่วนสูงที่ห่างกัน นางนั้นจ้องมองช้อนตาขึ้นก่อนจะค่อยๆกล่าวออกมาด้วยท่าทีเอียงอายว่า

     " ----ข้าหาเอกสาร 'ส่วนของพรุ่งนี้' ไม่เจอค่ะ... "
     " .......หา? "

     เพราะเพิ่งตื่นนอนหรือจะอย่างไรก็ไม่ทราบได้ ทว่าหลี่หยุนลู่นั้นไม่อาจจะทำความเข้าใจกับคำพูดของหมิงเย่เสวีย
ไปได้ชั่วขณะ

     " ส่วนของพรุ่งนี้.....มันก็เป็นเรื่องของวันพรุ่งนี้สิจ้ะ..? "
     " เอ๊ะ...? ..................อะ "

     หมิงเย่เสวียนั้นทำสีหน้าฉงนไปชั่วครู่ ก่อนที่สีหน้าเรียบเฉยอันเป็นเอกลักษณ์ของนางนั้นจะค่อยๆฉาบไปด้วยสี
แดงราวกับลูกตำลึง

     " ข-..ข-..ขออภัยด้วยค่ะ! ...จ..จริงด้วยสิ....ทำไมข้าถึงตื่นเช้ามาถามอะไรแปลกๆเช่นนี้....ฮะ ...หวาวาวา.... ///// "

     พอลองมองดูท่าทีตื่นตระหนกเล็กๆนั้น หลี่หยุนลู่ นางก็รู้สึกเอ็นดูขึ้นมา
     แต่พอลองมาคิดๆดูแล้ว ....สรุปคือน้องสาวเย่นั้นจัดการเคลียร์ข้อมูลที่ยุ่งเหยิงคั่งค้างมาหลายเดือนเสร็จทั้งหมด
แล้วเช่นนั้นหรือ?
     นี่พึ่งจะผ่านมาเพียงไม่กี่วันหลังจากที่นางเข้ามาทำหน้าที่เองนะ
     ทว่า หากสะสางไปหมดแล้วเช่นนั้นจริง หลี่หยุนลู่ก็ว่าจะไปตรวจสอบดู และหากทุกอย่างเรียบร้อยแล้วจริงๆ ก็คงจะ
ต้องให้เสมียนตัวน้อยผู้นี้พักผ่อนสบายๆในจวนนี้แล้วละ
     การใช้แรงงานคนก็ต้องมีขีดจำกัดของมัน แน่นอนว่าผู้ที่ทำงานหนัก อย่างไรก็ต้องมีค่าตอบแทนที่สมน้ำสมเนื้อ
     ' เช่นนั้นเจ้าก็พักสบายๆได้เลยนะ ' ---ขณะที่หลี่หยุนลู่กำลังจะพูดเช่นนั้นออกไป หมิงเย่เสวียก็เอ่ยขึ้นมาก่อนว่า

     " เช่นนั้น.....วันนี้ข้าควรจะทำอะไรดีหรือคะ? "

     พอได้ยินคำถามเช่นนั้น หลี่หยุนลู่ นางก็ผงะไปเล็กๆ
     สาวน้อยผู้นี้ยังต้องการทำงานอีกหรือ?
     ปริมาณ 'งาน' ที่เด็กสาวตรงหน้าทำไปมันมากกว่ากว่าที่จะจัดการได้ในไม่กี่วันแล้วเสียด้วยซ้ำ และหากจะทำให้เสร็จ
หมดจดจริงๆก็ต้องใช้ผู้มีความสามารถสามถึงสี่คนค่อยๆแบ่งกันทำไปเรื่อยๆราวหนึ่งถึงสองสัปดาห์ถึงจะแล้วเสร็จ
     นอกเหนือจากนั้นก็ยังมีเรื่องที่น้องสาวเย่ผู้นี้ทำเกินกว่าหน้าที่อีก และหลังจากที่หลี่หยุนลู่ลองไปตรวจดูบ้างในบางครั้ง
ก็พบว่าปริมาณเอกสารคั่งค้างนั่นได้ลดหายไปและถูกแทนที่ด้วยการจัดเรียงเป็นระเบียบเรียบร้อยจนน่ากลัว
     พอลองคิดเช่นนี้ หลี่หยุนลู่ก็เริ่มสงสัยว่าสาวน้อยคนนี้นั้นได้พักผ่อนบ้างรึเปล่า
     ลองนึกย้อนไป ---ไม่ว่าจะเดินไปหาในช่วงเวลาไหนก็ตาม หลี่หยุนลู่ก็นึกขึ้นมาได้ว่านางมักจะพบหมิงเย่เสวียอยู่ใน
ลักษณะที่กำลังนั่งจัดเรียง แบกเอกสาร และจดอะไรบางอย่างยิกๆตลอดเวลา

     " ....? เช่นนั้นให้ข้าไปทำงานในครัวหรือกวาดลาน... อ๊าย!? "

     เสียงเพี๊ยะ! ดังขึ้นเบาๆ
     หมิงเย่เสวียที่โดนหลี่หยุนลู่ดีดหน้าผากโดยไม่ทราบสาเหตุก็ได้แต่มองคนตรงหน้าของนางด้วยท่าทีฉงน

     " เอาละๆ...ดูเหมือนว่าข้าจะเข้าใจเจ้าขึ้นมาหน่อยแล้วละ "
     " เข้าใจข้า....หรือคะ? "

     หมิงเย่เสวียทวนคำพูด แต่หลี่หยุนลู่ นางเมินคำพูดของเย่เสวียไป จากนั้นก็เดินกลับเข้าไปภายในห้องของนาง ไม่นาน
นัก นางก็เดินออกมาจากห้องพร้อมๆกันกับฟักทองแกะสลักรูปร่างประหลาดซึ่งมีขนาดไม่ใหญ่มากนักลูกนึงออกมา
     พอมองสีหน้าที่ดูเคร่งครึมขึ้นหลายส่วนผิดกับรอยยิ้มอ่อนโยนที่มักจะประดับอยู่บนใบหน้าเสมอๆของหลี่หยุนลู่แล้ว
หมิงเย่เสวีย นางก็รู้สึกกดดันขึ้นมาเล็กๆ

     " ในฐานะที่ข้านั้นมีอำนาจสูงสุดรองลงมาจากท่านเจ้าเมือง ข้าขอสั่งพักงานเจ้าเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ "

     หลี่หยุนลู่ นางนั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจและให้ความรู้สึกเด็ดขาดแบบไม่อาจปฏิเสธได้แบบที่หมิงเย่เสวียไม่เคย
ได้ยินมาก่อน
     และหลังจากที่รู้สึกว่าสมองนั้นว่างเปล่าไปชั่วขณะนึง ตัวนางที่ย่อยข้อมูลในประโยคนั้นในสมองเรียบร้อยแล้วนั้น ก็--

     " เอ๊ะ.....เอออออออ๋〜〜!!!!!? "




แสดงความคิดเห็น

ทำงานอย่างรวดเร็วด้วยเทคนิคจากบันทึกลับเซียวเหอ เท่ากับ ทำงาน 4 วัน   โพสต์ 2017-10-30 23:27

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +40 เงินตำลึง +1000 ความหิว -11 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 40 + 1000 -11 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หวยหนานจื่อ
กำหนดลมหายใจ
บันทึกลับ #3
ธนูใหญ่
ม้าวายุทมิฬ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x23
x10
x25
x40
x92
x4
x10
x40
x114
x56
x10
x75
x170
x12
x30
x15
x6
x60
x200
x20
x60
x40
x3
x10
x10
x48
x8
x1
x4020
x10
x20
x28
x15
x38
x10
x30
x20
x1
x1
x1
x90
x20
x50
x100
x4
x8
x30
x115
x120
x8
x110
x160
x1
x38
x1

23

กระทู้

149

โพสต์

1หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
1203
เงินตำลึง
126088
ชื่อเสียง
8782
ความหิว
206
เซ็น
เลเวล 1

ยายะ

pet
โพสต์ 2017-10-31 20:22:55 | ดูโพสต์ทั้งหมด

เรื่องราวที่สามสิบเจ็ด - [ ......นี่แกอีกแล้วหรอ? ]




     " สุดท้ายก็ได้เจ้านี่มาสินะเจ้าคะ "
     " อื้อ "

     ภายในห้องพัก(ที่กลายเป็นห้องเอกสารที่สองไปแล้ว)นั้น หมิงเย่เสวียกำลังนั่งแหมะอยู่ที่ขอบเตียง โดยที่ข้างๆนั้น
มีเด็กสาวร่างเล็กยืนอยู่
     ในมือของเย่เสวียนั้นมีฟักทองแกะสลักที่แกะสลักเป็นรูปหน้าคน(หรือปิศาจ)ที่ไม่ได้ให้ความรู้สึกน่ากลัวอะไรเลยอยู่
ลูกนึง ขนาดของมันนั้นใหญ่พอๆกับกระเป๋าเดินทางใบเล็ก

     หลังจากที่โดนพักงาน(ด้วยข้อหาโหมงานหนักเกินไป)แล้ว หมิงเย่เสวียในตอนนี้ก็กลายเป็นคนว่างงานชั่วคราวไป
ในทันที
     ดูเหมือนว่าปริมาณงานที่นางทำไปจะพอๆกับการทำงานของคนๆนึงในสิบหกวัน --นางจึงได้รับวันหยุดแกมบังคับมา
ถึงสิบหกวันด้วยกัน
     แม้ว่านางจะกล่าวว่าตนนั้นมีวิธีการทำงานที่เป็นระบบมากกว่าคนอื่นๆเลยทำให้ทุกอย่างดูเรียบง่ายและรวดเร็วในไม่กี่
วันก็ตามก็ตาม แต่หลี่หยุนลู่ก็ยืนกรานว่านางต้องพักผ่อน สุดท้ายจึงจบอยู่ที่คำสั่ง 'ห้ามให้น้องสาวเย่เสวียทำงานแม้แต่
จะฝากไปยกสำรับข้าวก็ตาม' ขึ้นมา
     
     " หากว่าน้องสาวเย่อยากจะทำงานอะไรสักอย่างจริงๆละก็....อ่า จริงสิ "

     และเพราะว่ารู้ว่าการให้หมิงเย่เสวียอยู่เฉยๆถึงสิบหกวันจริงๆมันคงเป็นไปไม่ได้ หลี่หยุนลู่จึงนำฟักทองแกะสลักรูปร่าง
หัวคนยื่นมาให้ พร้อมกับกล่าวว่า

     " ที่ฉางอัน พี่สาวได้ยินมาว่าจะมีการจัดงานเทศกาลของชาวตะวันตก ถ้าอย่างไรก็ไปเที่ยวที่นั้นสิ หากน้องสาวเย่ไป
ภายในคืนวันพรุ่งนี้ ก็คงจะกลับมาที่จวนนี้ได้ภายเวลาไม่กี่สัปดาห์ละนะ "
     
     สัมผัสได้ถึงความอ่อนโยนและความเอาใจใส่ของหลี่หยุนลู่ หมิงเย่เสวีย นางจึงเผลอพยักหน้ารับคำไป
     
     " แล้ว--...เจ้า 'ฟักทอง' นี้มันเอาไว้ใช้ทำอะไรงั้นหรือเจ้าคะ? "

     ยายะเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าสงสัยและอยากรู้อยากเห็น หมิงเย่เสวียเห็นดังนั้นแล้วจึงตอบนางกลับไปว่า

     " ข้า...ไม่ค่อยแน่ใจ...แต่รู้สึกจะเป็นวัฒนธรรมตะวันตกที่เรียกว่า 'กาชา' ... "
     " 'กาชา' ...งั้นหรือเจ้าคะ "
     " อื้ม... มันคือวัฒนธรรมที่จะใส่สิ่งของบางอย่างไว้ในสิ่งๆนึง ....จากนั้นก็นำมันไปขาย...ให้ผู้ที่ซื้อไปนั้นไปลุ้นเอาเอง
ว่าตนเองจะเปิดออกมาแล้วได้อะไร "
     
     พอฟังที่หมิงเย่เสวียกล่าว ยายะก็ขมวดคิ้วเล็กๆ

     " อ้าว...งั้นถ้าคนขายใส่เศษขยะหรือใส่เศษเกลือเอาไว้ มันจะไม่เป็นการเอาเปรียบกันงั้นหรือเจ้าคะ? "
     " ไม่หรอก...คิดว่า...จะต้องมีบอกชนิดของสิ่งของที่อยู่ข้างในด้วยบางส่วน...ละมั้ง? ....ยังไงก็ตาม ถ้าซื้อมันแล้วเปิด
หน้าร้าน ณ.ตอนนั้นเลย แต่กลับได้ของไร้ค่าละก็ ...คิดว่าคงขายไม่ออกหรอก.... "
     " นั่นสินะเจ้าคะ.... "

     .............

     " คิดว่ามันมีอะไรอยู่ในฟักทองนี่หรือเจ้าคะ? "
     " ....ไม่รู้สิ...ดูเหมือนว่าท่าน...พี่หยุนลู่ก็ไม่ทราบเหมือนกัน "

     หลี่หยุนลู่นั้น นางบอกกับเย่เสวียว่าตนได้ฟักทองมาเมื่อไม่นานมานี้จากพ่อค้าที่มาทำการค้าขาย และมันก็มีรูปร่างเช่น
นี้ตั้งแต่แรกแล้ว

     " ........งั้นลองเปิดเลยนะ? "
     " เจ้าค่ะ "

     เมื่อหมิงเย่เสวียและยายะเห็นพ้องต้องกัน หมิงเย่เสวียจึงยื่นฟักทองไปให้ยายะ

โพล๊ะ!

     เมื่อยายะรับฟักทองไป นางก็เงื้อมือ ทุบ ฟักทองลงไปด้วยมือเปล่า.......
     และสิ่งที่ออกมานั่นก็คือ

     " .....อะ......โครงกระดูกเจ้าค่ะ "

     วินาทีเดียวกับที่ยายะเอ่ยจบ หมิงเย่เสวียก็เป็นเป็นลมล้มพับไปในทันที



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +25 ความหิว -11 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 25 -11 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หวยหนานจื่อ
กำหนดลมหายใจ
บันทึกลับ #3
ธนูใหญ่
ม้าวายุทมิฬ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x23
x10
x25
x40
x92
x4
x10
x40
x114
x56
x10
x75
x170
x12
x30
x15
x6
x60
x200
x20
x60
x40
x3
x10
x10
x48
x8
x1
x4020
x10
x20
x28
x15
x38
x10
x30
x20
x1
x1
x1
x90
x20
x50
x100
x4
x8
x30
x115
x120
x8
x110
x160
x1
x38
x1

23

กระทู้

149

โพสต์

1หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
1203
เงินตำลึง
126088
ชื่อเสียง
8782
ความหิว
206
เซ็น
เลเวล 1

ยายะ

pet
โพสต์ 2017-11-4 14:37:57 | ดูโพสต์ทั้งหมด


เรื่องราวที่สามสิบเก้า - [ โรคระบาด? ]



     เวลาในทุกวันนั้นช่างเรียบง่าย
     อาจจะมีผู้ที่คิดว่า การใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยอย่างไร้ประโยชน์ไปวันๆนั้นมันช่างไร้ค่าก็จริง ทว่าก็มีไม่น้อยเลยทีเดียว
ที่คิดว่าการ ความสุขสงบที่ไม่มีเหตุร้ายเกิดขึ้นเลยนั้นเป็นสมบัติที่หาที่เปรียบมิได้
     อย่างน้อย สาวน้อยที่นั่งต้มสมุนไพรเงียบๆด้วยสีหน้าเรียบเฉยผู้นี้ก็คิดเช่นนั้น

     " ........ "

     โดยไม่ได้ขยับเขยื้อนร่ายกายแม้แต่น้อย นางนั้นจ้องมองหม้อต้มยาตรงหน้าด้วยสีหน้าที่ไม่แสดงอารมณ์ใดๆออก
มาเลยทั้งสิ้น
     เพราะว่าน้ำที่ใช้เป็นน้ำที่รองมาจากฝน จึงได้ทิ้งค้างคืนก่อนจะนำมาใช้ และกะอุณหภูมิตามความความเคยชิน
โดยไม่มีกรรมวิธีไหนที่ขาดตกบ่งพร่องแม้แต่น้อย
     แต่ถึงอย่างนั้น นางก็ยังมองทุกกระบวนการและทุกความเปลี่ยนแปลงโดยไม่กล้าจะละเลย

     " ....อืม "

     หลังจากที่แน่ใจว่าได้อุณหภูมิที่เหมาะอย่างที่ตั้งใจไว้แล้ว นางก็หยิบสมุนไพรที่เตรียมไว้ขึ้นมา
     แน่นอนว่าทำความสะอาดล้างสิ่งสกปรกที่ติดมาไว้แล้ว และไม่ได้ล้างน้ำซ้ำแล้วซ้ำอีกหลายๆน้ำ เพราะถ้าทำเช่น
นั้นจะทำให้สูญเสียสารออกฤทธิ์บางส่วนไปกับน้ำที่ล้าง ทำให้ผลของสมุนไพรใดๆนั้นลดลง

     " ...... "

     ที่เหลือก็แค่การนั่งดูมันไปเรื่อยๆโดยไม่ให้คลาดสายตาเพียงเท่านั้น


     " ขอบคุณมากนะน้องสาวเย่ "

     เสียงที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นและสบายใจที่ช่วงนี้เริ่มจะคุ้นเคยขึ้นทุกวันๆนั้นเป็น หลี่หยุนลู่ เจ้านายของนางในปัจจุบัน
     ยามนี้ หมิงเย่เสวียนั้นยืนอยู่ในห้องทำงานของเจ้าเมือง หรือก็คือห้องของ หลี่ เหว่ยหวง นั่นเอง ทว่าเพราะหลี่เหว่ย
หวงนั้นกำลังจัดการความเรียบร้อยบางอย่างที่นางไม่รู้อยู่ นางจึงไม่ได้พบกับเขา แต่กลับพบหลี่หยุนลู่ที่กำลังนั่งรักษา
การอยู่แทน

     " ไม่หรอกค่ะ...จะอย่างไร...วัตภุดิบก็เป็นของทางจวนแห่งนี้ ไม่ใช่ของข้า....ข้าเพียงแค่ใช้ความรู้น้อยนิดปรุงขึ้นมา
เท่านั้น "
     " ถ่อมตัวเหมือนเดิมเลยนะ... "

     หลี่หยุนลู่ยิ้มออกมาด้วยท่าทีอ่อนใจ ก่อนที่นางจะมองลงมายังกระปุกไม้ไผ่ในมือของตน
     ในเมืองเซียพีนั้นแม้จะเทียบไม่ได้กับเมืองหลวงฉางอัน แต่จำนวนของผู้อยู่อาศัยนั้นก็ไม่ใช่น้อยๆ เพราะฉะนั้นจึงมี
มักจะปัญหาเกิดขึ้นอยู่ตลอดแทบจะไม่เว้นวัน
     ในหลายๆส่วนของเมือง ปัญหาต่างๆที่ไม่อาจจะหาทางแก้ไขได้นั้น ทั้งหมดก็จะถูกนำมาตัดสินที่จวนแห่งนี้ ไม่ว่าจะ
เป็นเหตุร้ายอย่าง ทำร้ายร่างกาย ลักทรัพย์ปล้นชิง ความบาดหมางของกลุ่มคนหลายๆประเภท
     และเรื่องอื่นๆนอกเหนือจากเรื่องข้างต้น ก็ยังมีภาวะความอดอยาก คนไร้บ้าน และ --ผู้บาดเจ็บและผู้เจ็บไข้ได้ป่วย

     อย่างหลังสุดนั้น นับว่าเป็นปัญหาอย่างมากสำหรับเมืองเซียพีในยามนี้

     เมืองแห่งนี้มีโรงยาอยู่ แต่ผู้ที่มีความรู้ด้านการรักษาหรือการแพทย์นั้นกลับน้อยนิด
     แม้ความสามารถจะไม่น่าเกลียด แต่ก็ยังเรียกไม่ได้อย่างเต็มปากว่ามีความสามารถสมเป็นผู้ที่ช่วยดึงผู้คนจากเส้นขีด
ของความตายได้
     ด้วยเหตุนั้น หากมีผู้ป่วยหรือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บร้ายแรงแล้ว ก็ทำได้แต่รักษาผิวเผิน บรรเทาเฉพาะหน้าเสียห้าส่วนจาก
นั้นจึงทำได้แค่พึ่งผลบุญอีกเสียห้าส่วนเท่านั้น

     " พี่สาวไม่นึกเลยนะว่า แท้จริงแล้วน้องสาวเย่เสวีย นอกจากจะรอบรู้ในเรื่องของภาษาและการคำนวนแล้ว ยังเป็น
หมอยามากความสามารถด้วย "
     " ท่านพี่หยุนลู่ ...ข้าไม่ใช่หมอยาหรอก...ข้าเพียงแค่มีความรู้เล็กน้อยเท่านั้น... "
     " พูดแบบนั้นอีกแล้ว "

     หลี่หยุนลู่นั้นเผยยิ้มอ่อนโยนออกมา จะอย่างไร สาวน้อยเสมียนผู้นี้ก็นับว่าช่วยผ่อนแรงไปได้มากเลยทีเดียว
     มีคำร้องเกี่ยวกับการรักษาโรคขึ้นมาในช่วงนี้ และดูเหมือนจะเป็นโรคระบาดที่ไม่เคยพบเสียด้วย
     แม้ว่าจะมีคนเสียชีวิตอยู่ที่วันอยู่แล้วก็ตาม แต่นั้นไม่ใช่กับโรคระบาดแน่ๆ
     การลดความเสี่ยงของผู้เสียชีวิตและเพิ่มขวัญกำลังใจของผู้คนคือหน้าที่ของเจ้าเมืองและบุตรีของเจ้าเมืองเช่นนาง
เพราะฉะนั้น การที่มีผู้ที่มีความสามารถรับมือในปัญหาที่นางไม่ถนัดนั้น สำหรับหลี่หยุนลู่แล้ว นั่นเป็นสมบัติที่ล้ำค่าเสีย
ยิ่งกว่าทองเสียอีก

     " อย่างไรก็ตาม....การที่มีผู้ป่วยชนิดเดียวกันเพิ่มขึ้นในแต่ละวันกระทันหันแบบนี้ ข้าเองก็ชักสงสัยแล้วว่ามันเป็นโรค
ระบาดชนิดใดกัน "

     หลี่หยุนลู่กล่าวออกมาด้วยสีหน้าเป็นกังวล พลางมองไปยัง'คำร้อง'ที่วางอยู่เต็มโต๊ะทำงาน
     หากเป็นอะไรที่ร้ายแรง ก็จำเป็นต้องเชิญหมอมืออาชืพที่มีความสามารถเข้ามาจริงๆ
     ความเสี่ยงของโรคระบาดที่ไม่รู้จักนั้นน่ากลัวนัก และแน่นอนว่านางจะไม่นำความปลอดภัยของชาวเมืองมาเสี่ยง
โดยเด็ดขาด หากเป็นท่านพ่อของนาง เขาก็คงจะกล่าวเช่นนี้เหมือนกัน

     " .......อือ "

     หมิงเย่เสวีย นางเองก็มองไปยัง 'อาการ' ที่ถูกเขียนลงในคำร้องพวกนั้นด้วยสายตาพิจารณาเช่นกัน
     จะอย่างไร นางก็ถูกนับว่าได้ทำเกินหน้าที่มาสักพักใหญ่ๆแล้ว แม้ว่านางจะมายืนอ่านเอกสารเรื่องที่ไม่ได้เกี่ยวข้อง
อะไรกับหน้าที่ของนางก็นับได้ว่าไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรสำหรับคนที่นี้แล้ว

     " ...ท่านพี่หยุนลู่ "
     " จ้ะ? "
     " คนนี้....เป็นผู้อาศัยอยู่ที่จวนสินะคะ "
     " ...? ....อ้า...สูหานน่ะหรือ "

     หลี่หยุนลู่ตอบกลับเมื่อเห็นหมิงเย่เสวียชี้ไปที่คำร้องใบนึงในมือของนาง

     " ข้าขออนุญาตไปพบกับเขา....ได้ไหมคะ? "



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -11 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -11 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หวยหนานจื่อ
กำหนดลมหายใจ
บันทึกลับ #3
ธนูใหญ่
ม้าวายุทมิฬ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x23
x10
x25
x40
x92
x4
x10
x40
x114
x56
x10
x75
x170
x12
x30
x15
x6
x60
x200
x20
x60
x40
x3
x10
x10
x48
x8
x1
x4020
x10
x20
x28
x15
x38
x10
x30
x20
x1
x1
x1
x90
x20
x50
x100
x4
x8
x30
x115
x120
x8
x110
x160
x1
x38
x1

23

กระทู้

149

โพสต์

1หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
1203
เงินตำลึง
126088
ชื่อเสียง
8782
ความหิว
206
เซ็น
เลเวล 1

ยายะ

pet
โพสต์ 2017-11-4 22:46:55 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Melonpang เมื่อ 2017-11-4 22:51

เรื่องราวที่สี่สิบ - [ แก้ไขปัญหาเรื่องโรคระบาด ]



     " ทางนี้ขอรับ "

     เสียงนั้นเป็นของคุณลุงคนรับใช้ท่านนึง รู้สึกว่าเขาจะชื่อ เปา สูหาน
     นับว่าเป็นคนรับใช้ที่อยู่มาอย่างยาวนานตั้งแต่ท่านเจ้าเมืองรุ่นก่อนจนถึงท่านหลี่ เหว่ยหวง --เจ้าเมืองคนปัจจุบัน
     เมื่อพบหน้ากัน หมิงเย่เสวีย นางก็จำได้ว่า เขาคือคนรับใช้ชายที่นำนางมายังห้อง(ที่เคยเป็นห้อง)เอกสารเมื่อครั้ง
แรกที่นางมายังจวนเจ้าเมืองแห่งนี้นั่นเอง
     " เกี่ยวกับคำร้องเรื่องโรคระบาดที่ว่า....ท่านเปาเป็นคนรับเอาไว้...สินะคะ... "
     " ขอรับ เป็นกระผมเอง "
     ชายที่มีอายุรุ่นราวคร่าวลุงจ๋า เปา สูหาน นั้นพยักหน้ารับคำพูดของนาง
     เพราะว่าท่านเปานั้น ทำงานรับใช้เจ้าเมืองแห่งนี้มาช้านานแล้ว แม้จะเป็นเพียงคนใช้ ทว่าความไว้วางใจที่ได้รับ
จากคนที่นี้นั่น ก็ยังนับว่าเหนือกว่าตัวนางที่พึ่งเข้ามาทำหน้าที่ได้เพียงครึ่งเดือนมาก จึงมีเรื่องบ่อยครั้งที่เขาผู้นี้จะเป็น
ผู้รับคำร้องแทนยามที่ท่านเจ้าเมืองหรือท่านพี่หยุนลู่ไม่ว่างที่จะตรวจสอบ
     " ท่านเปาที่รับคำร้องมา...ท่านได้พบกับ'ผู้ป่วย'โดยตรง...หรือเปล่าคะ "
     " ขออภัยด้วยขอรับ ทว่าผู้ที่มายื่นคำร้องในเวลานั้นเป็นเพียงชายหนุ่มผู้นึงเท่านั้นขอรับ เห็นว่าเขาต้องการยาไป
รักษาให้น้องสาวที่ป่วยอยู่ "
     " น้องสาว...งั้นหรือคะ? "
     เมื่อฟังคำตอบของท่านลุงคนรับใช้ตรงหน้า หมิงเย่เสวียก็มีสีหน้าครุ่นคิดเล็กๆ ก่อนที่จะถามต่อไปอีกว่า
     " เช่นนั้นแล้ว....พอจะจำรูปพรรณสัณฐานของชายหนุ่มคนนั้นได้รึเปล่าคะ?.... "
     " รูปพรรณสัณฐานงั้นรึขอรับ?... "
     เปา สูหาน นั้นทำสีหน้าครุ่นคิด ก่อนที่จะเลิกคิ้วขึ้นเล็กๆ
     " เขาเป็นชายหนุ่มที่ดูสุขภาพดี ผมสีดำสนิทใส่ชุดชาวไร่.....อา! ใช่แล้วขอรับ จะว่าไปชายผู้นั้นตอนที่ยื่นคำร้อง
มา ข้าสังเกตเห็นผื่นเล็กๆที่ฝ่ามือของเขาและก็ตามนิ้วด้วย "
     " ...ผื่น?...หรือคะ?......แล้วมีอะไรอย่างอื่นอีกหรือเปล่าคะ? "
     " อย่างอื่นก็....เขาดูอ่อนเพลียมากๆละมั้งขอรับ "
     " หืม...... "
     หมิงเย่เสวียนั้นนึกย้อนไปยังความทรงจำหลายๆชิ้นส่วนในหัวของเธอ ก่อนที่จะพยักหน้าขึ้นลงเล็กๆ
     " เอ่อ...ข้าพอจะช่วยอะไรได้หรือไม่ขอรับ? "
     เปา สูหานนั้นเอ่ยออกมาด้วยสีหน้ากังวลเล็กๆ เมื่อเห็นดังนั้น เย่เสวีย นางจึงยิ้มบางๆแล้วตอบกลับไปด้วยน้ำเสียง
เรียบๆอันเป็นเอกลักษณ์ว่า
     " ก็ยังไม่แน่ใจได้จนกว่าจะได้เห็นจริงๆ....แต่ว่าช่วยได้มาก.....เลยละค่ะ "
     กล่าวเช่นนั้น จากนั้นนางก็เดินกลับไปยังห้องของตน ก่อนที่จะหยิบจัดของลงในกระเป๋าเดินทางของนาง
     " ....เอาละ "
     หลังจากที่เตรียมตัวเรียบร้อยแล้ว นางก็เดินออกจากห้องไป

     เป้าหมายของนางคือภายในเมืองเซียพี





     หลังจากที่กลับมาถึงภายในห้องนอนที่ยามนี้พร้อมใจกันถูกเหล่าผู้อาศัยในจวนแห่งนี้เรียกขานกันว่า 'ห้องวงกตเอกสาร'
ไปแล้วนั่น หมิงเย่เสวียก็เดินซิกแซกไปมาอย่างชำนาญแล้วตรงไปนั่งที่ปลายขอบเตียงด้วยท่าทีสงบ
     นางค่อยๆปลดสัมภาระลงที่พื้นข้างๆเตียงนอนจากนั้นก็ถอนหายใจออกมาสั้นๆเผื่อคลายความเหนื่อยล้าลงเล็กๆ
     " ทางนั้นผลเป็นอย่างไรบ้าง.. "
     นางกล่าวขึ้นโดยไม่ได้หันไปมองสิ่งใด ทว่ายามนั้นกลับมีเสียงเล็กๆลอยตอบกลับมาตามสายลมว่า
     " เจ้าค่ะ...ผู้ที่ป่วยในคำร้องส่วนมากจะเป็นเด็กเล็กในขณะที่เหล่าหญิงสาวและชายหนุ่มวัยฉกรรจ์จะพบเป็นส่วนน้อย.. "
     " แล้วสถานภาพละ? "
     " ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็น 'เด็กตามบ้านที่มีฐานะปานกลางไปจนถึงร่ำรวยเล็กน้อย' เจ้าค่ะ ในขณะที่เหล่าเด็กๆผู้ยากไร้จะมี
แค่จำนวนเล็กๆ และเด็กๆที่อยู่รวมกลุ่มกับคนไร้บ้านนั้นแทบจะไม่มีผู้ใดป่วยเป็นโรคที่ว่านี้เลยเจ้าค่ะ "
     " .....ชัดเจนดี....ขอบคุณที่เหนื่อยค่ะ ยายะ "
     " มิได้เจ้าค่ะ นายท่าน "
     หมิงเย่เสวียหันไปยิ้มขอบคุณให้กับเงามืดส่วนนึงที่ริมกำแพงห้อง ซึ่งในตอนนั้นก็มีร่างเล็กๆโผล่ออกมาพร้อมกับยิ้มมา
ให้นางเช่นกัน
     " เช่นนั้น --นายท่านหาวิธีแก้ไขได้แล้วงั้นหรือเจ้าคะ? "
     " อื้อ....ได้ไปเห็นมาคร่าวๆแล้วละ "
     พอได้ยินคำตอบของนายท่านของนาง ยายะก็เผยให้เห็นสีหน้าชื่นชมและเลือมใสออกมา
     " เช่นนั้นต้องทำอะไรงั้นหรือเจ้าคะ? หากสามารถหาส่วนผสมสำหรับยา หรือสมุนไพร หรือให้เข้าไปชิงมาจากบ้านของ
ผู้ใดก็ได้นะเจ้าคะ เพียงแค่ท่านสั่งมาคำเดียว "
     " ห้ามขโมยของนะ........อื้อ วิธีที่จะรักษาโรคนั่นได้ก็คือ... "
     " คือ.... "
     หมิงเย่เสวียนั้นเว้นช่วงไว้เล็กน้อย ขณะที่ยายะนั้นเฝ้ามองและลุ้นคำตอบ

     " ไม่จำเป็นต้องทำอะไรทั้งนั้น "

     นางนั้นเอ่ยออกมาอย่างเรียบง่าย ด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยดังเช่นปกติ


     " หมายความว่า...มันเป็นโรคระบาดที่ไม่ร้ายแรงถึงชีวิตงั้นหรือจ้ะ? "

     น้ำเสียงที่บ่งบอกได้ถึงความแปลกใจนั้นเป็นของหลี่หยุนลู่
     ยามเช้าวันต่อมา หลังจากที่นางฝึกซ้อมเช้าซึ่งเป็นกิจวัตรประจำวันเสร็จนั้น นางก็พบว่าเสมียนตัวน้อยของนางนั้นได้มา
ยืนดักรอที่หน้าห้องทำงานของท่านพ่อเหว่ยหวงอีกครั้ง

     " ค่ะ..หลังจากเมื่อวานนั้นแล้ว ข้าเองก็ได้ไปตรวจสอบผู้ป่วยในเมืองมากว่าสามสิบคนแล้วค่ะ...แน่ใจได้เลยว่ามันไม่มี
ปัญหาใดๆ.....อ่า...แน่นอนว่าข้าไม่ได้ติดโรคระบาดมาหรอกนะคะ "

     หมิงเย่เสวียกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่านั้นกลับทำให้หลี่หยุนลู่เลิ่กคิ้วของนางขึ้นเล็กๆ
     ในหลายวันมานี้ มียารักษาและยาทาหลายตัวที่น้องสาวเย่เสวียผู้นี้ปรุงขึ้นมาจากสมุนไพรหลากหลายชนิดที่บางอย่าง
นางเองก็ยังไม่รู้จักและไม่เคยได้ยินแม้แต่ชื่อเหมือนกัน และเพราะว่าอยู่ทำงานด้วยกันมาพอสมควร หลี่หยุนลู่นั้นได้ตัดสิน
ว่าน้องสาวผู้นี้นั้นเชื่อใจได้
     เพราะเช่นนั้น หากน้องสาวผู้นี้กล่าวว่าตนนั้นไม่ได้ติดโรคระบาดมา นางก็ย่อมเชื่ออยู่แล้วโดยไม่มีข้อสงสัย ทว่า...

     เดินทางไปพบผู้ป่วยโรคระบาดด้วยตัวเอง?

     นั่นเป็นความกล้าเช่นใดกัน
     ต่อให้เป็นหมอยา ทว่าอย่างน้อย การไปพบผู้ป่วยที่เป็นโรคระบาดนั้น ก็ไม่ควรที่จะมีสีหน้านิ่งเฉยถึงเพียงนี้ แล้วยิ่ง
มันเป็นโรคระบาดที่ถูกระบุว่า 'ไม่เคยพบมาก่อน' อีกด้วย

     " ในเมืองหลายๆเมืองที่ข้าผ่านมา...มันเป็นโรคที่เกิดขึ้นประปรายตลอดปี แต่จะเพิ่มมากขึ้นในหน้าฝน ซึ่งอากาศมัก
เย็นและชื้น โดยทั่วไปโรคนี้มีอาการไม่รุนแรงแต่ติดต่อกันได้ผ่านทางเข้าจากปากสู่ปากโดยตรง ซึ่งมาจากการสัมผัสสิ่ง
ของที่มีเชื้อไวรัสติด....มันเป็นอะไรที่คล้ายๆกับพิษที่อยู่ตามสิ่งของและตามอากาศน่ะค่ะ.....ผู้ติดเชื้อจะมีไข้ต่ำๆ อ่อน-
เพลีย ต่อมาอีกราวๆ 1-2 วัน อาจจะมีอาการเจ็บปากและไม่ยอมทานอาหาร เนื่องจากมีตุ่มแดงที่ลิ้น เหงือก และกระพุ้ง
แก้ม...ตุ่มนี้จะกลายเป็นตุ่มพองใส ซึ่งบริเวณรอบๆจะอักเสบและแดง ต่อมาตุ่มจะแตกออกเป็นแผลหลุมตื้นๆ จะพบตุ่ม
หรือผื่นที่ฝ่ามือ นิ้วมือ ฝ่าเท้า และอาจพบที่ก้นด้วย .....อาการจะทุเลาลงและหายเป็นปกติภายใน 7-10 วัน เพราะฉะนั้น
สิ่งที่ทำได้ก็คือการรักษาไปตามอาการในช่วงเวลานั้นๆก็เพียงพอแล้วค่ะ...... "

     หมิงเย่เสวียนั้นพูดขึ้นรัวๆ ด้านหลี่หยุนลู่ที่จู่ๆก็ได้รับข้อมูลจำนวนมากก็รู้สึกหน้าชาไปเล็กๆ

     " เอ่อ...สรุปก็คือ ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิตสินะจ้ะ? "
     " ....อาจจะทำให้ใช้ชีวิตประจำวันลำบากขึ้นเล็กน้อย..แต่ก็....ค่ะ....ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต "

     โดยไม่พูดเปล่า หมิงเย่เสวียนั้นยื่นกระดาษไผ่ที่เขียนรายละเอียดถึงโรคดังกล่าวและวิธีบรรเทาโดยละเอียดยื่นแน่บ
มาให้กับนางอีกด้วย
     เมื่อได้ยินคำยืนยันของเย่เสวียรวมทั้งข้อมูลในกระดาษไผ่แบบผ่านๆ หลี่หยุนลู่ก็เป่าปากออกมาเล็กๆ
     " ....เจ้าไม่ใช่หมอยาจริงๆหรือ "
     พอได้ยินคำกล่าวนั้นแล้ว หมิงเย่เสวีย นางนั้นหลบสายตาช้าๆก่อนที่จะพูดเสียงเบาด้วยใบหน้าที่ขึ้นสีแดงระเรือขึ้น
เล็กๆว่า

     " ข้า.....ไม่ใช่หมอยาหรอกค่ะ......ข้ายังไม่มีความสามารถถึงขั้นนั้น..... "

     พูดจบแล้ว นางก็หันหลังเดินต๊อกๆหายไปโดยไม่เปิดโอกาศให้หลี่หยุนลู่กล่าวอะไรต่อ
     หลี่หยุนลู่ที่เห็นท่าทางแบบนั้นของเย่เสวียก็อมยิ้มขึ้นมาเล็กๆ

     " ...ฟุฟุ.....ไม่ซื่อตรงเอาเสียเลยนะ.........หือ? "

     หลังจากที่เย่เสวียนั้นเดินหายไป หลี่หยุนลู่ก็พบว่า กระดาษที่อยู่ในมือของนางนั้นยังมีเอกสารแน่บอีกจำนวนนึง
     นอกจากกระดาษไม้ไผ่ที่เขียนถึงโรคติดต่อแล้ว ในปึกชุดเดียวกันนั้นยังมีกระดาษไม้ไผ่อีกราวๆ 4-5 แผ่นแน่บมาด้วย

     " รายการซื้อยาสมุนไพร...จำนวนที่ใช้ไป...จำนวนคงเหลือ...แล้วก็งบเบิกถอน........งั้นรึ "

     ดูเหมือนว่าจะเป็นรายการการใช้จ่ายที่ใช้ไปในส่วนของเมื่อวานนี้อย่างละเอียด
นอกจากค่าใช้จ่ายเรื่องสมุนไพรแล้ว ยังมีข้อมูลด้านการเงินคงเหลือของคลังทองส่วนกลางอีกด้วย และจากการมอง
ผ่านๆตัวหนังสือเล็กๆที่ประหยัดเนื้อที่กระดาษราวกับจะใช้เนื้อที่ให้คุ้มที่สุดนั้น หลี่หยุนลู่ก็พบหมายเหตุ*เล็กๆไว้ริมๆของ
กระดาษอีกด้วย

     ' จากการคำนวนและใช้จ่ายตามจำนวนผู้ป่วย 'จริง' ในคำร้องแล้ว นี่เป็นผลลัพท์ที่ประหยัดค่าใช้จ่ายของจวนเจ้าเมือง
ได้มากที่สุดแล้วค่ะ '

     นั่นเป็นตัวอักษรที่ตัวเล็กและประนีต...ที่ให้ความรู้สึกสมเป็น 'นาง' ดี

     " ...เอาเวลาไหนไปจัดการของพวกนี้กันเนี่ย? "

     สุดท้าย หลี่หยุนลู่ก็ยิ้มออกมาอย่างอ่อนใจ พลางเก็บเอกสารพวกนั้นทั้งหมดและเดินเข้าห้องทำงานไป


แสดงความคิดเห็น

ทำงานอย่างรวดเร็วด้วยเทคนิคจากบันทึกลับเซียวเหอ เท่ากับ ทำงาน 4 วัน   โพสต์ 2017-11-4 23:09

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +40 เงินตำลึง +1000 ความหิว -8 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 40 + 1000 -8 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หวยหนานจื่อ
กำหนดลมหายใจ
บันทึกลับ #3
ธนูใหญ่
ม้าวายุทมิฬ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x23
x10
x25
x40
x92
x4
x10
x40
x114
x56
x10
x75
x170
x12
x30
x15
x6
x60
x200
x20
x60
x40
x3
x10
x10
x48
x8
x1
x4020
x10
x20
x28
x15
x38
x10
x30
x20
x1
x1
x1