ดู: 2055|ตอบกลับ: 59

{ นอกเมืองฉางอัน } เขาอู่ไถ

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2017-10-15 13:28:40 |โหมดอ่าน


『 五台山 』
ภูเขาอู่ไถ

{   น อ ก เ มื อ ง ฉ า ง อั น   }




【  อู่ไถซาน - เมืองฉางอัน  】

ท่ามกลางท้องฟ้าสีคราม เมฆขาวเรียงตัวซ้อนกันเป็นชั้นๆ ส่วนเทือกเขาเขียวด้านล่างก็สานตัวเรียงกันไป คล้ายกับงานฝีมือถักทอชั้นเยี่ยม ที่มีเจ้าของผลงานเป็น ผู้ให้กำเนิดโลกใบนี้ เทือกเขาสูงตระหง่านที่อยู่ใกล้ๆ กับเมืองฉางอัน ถือเป็นหนึ่งในภูเขาศักดิ์สิทธิ์ ที่นักพรตและปราชญ์ชอบปลีกวิเวกมาแสวงหาความสันโดษและศึกษาหลักธรรม และนั้นคือ ภูเขาอู่ไถซาน มันถูกโอบล้อมไว้ด้วยภูเขายอดตัด 5 ลูก ซึ่งมีสันฐานราบเรียบประดุจลาน จึงได้ชื่อว่าอู่ไถซาน (มีความหมายว่าภูเขาลาน 5 ลูก)





คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 2

ดูบันทึกคะแนน

คลังกระทู้ที่เกี่ยวข้อง:

85

กระทู้

422

โพสต์

214748หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
2147483647
เงินตำลึง
2147483647
ชื่อเสียง
0
ความหิว
2147483516

ซู ซูปี้

ของขวัญจาก Admin
pet
โพสต์ 2017-10-16 01:01:03 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย KABUTO เมื่อ 2017-10-18 00:28

{ เควสเรื่องราว 3 } บุญคุณ - ความแค้น

PART CXXXIV

     ... 1.00 น. ...
     หลังจากเข้าที่พักแล้วเทียนเหมินให้ซ่งหยางหมิงทำธุระส่วนตัวและพักผ่อนไปส่วนตัวเองนั้นขอตัวออกมาทำธุระด้านนอกโดยพกเพียงกริชเล่ออี้ติดตัวกับถุงเงินเผื่อว่าต้องใช้ระหว่างทาง โดยมีเจ้าขาวสุนัขป่าที่แสนซื่อสัตย์ติดตามมาด้วย
     ธุระของเขามีอยู่สองประการ... หนึ่งคือการเดินลมปราณที่ต้องทำเป็นประจำติดต่อกันทุกวันเพื่อให้ร่างกายคงความเย็นอย่างต่อเนื่อง และสองเขารู้สึกสนใจการปีนเขาเพื่อตะโกนคำอธิษฐานที่มีมากมายเป็นกระบุงและหวังว่าเขาอู่ไถ (อู่ไถซาน) ที่อยู่นอกเมืองจะเป็นสถานที่เหมาะสมสำหรับการฝึกวิชา
     แต่เมื่อออกมาจากห้องพักชายหนุ่มก็พบกับ อิซุมิ ยูตะ ที่ออกมาจากห้องเช่นเดียวกันตอนนี้ชายผู้นั้นเป็นทั้งเพื่อนร่วมชาติที่แม้เขาจะจำไม่ได้ว่ายามาไทเป็นอย่างไร และยังเป็นสหายร่วมการเดินทาง
     "เจ้าออกมาเดินเล่นรึ?" เทียนเหมินเอ่ยถามออกมาเมื่อพบกับอีกฝ่าย
     @YutaIzumi
     "ข้ากะจะไปที่เขาอู่ไถน่ะ มีเรื่องที่ต้องทำที่นั่น" ชายหนุ่มกล่าวออกไปเมื่อทางด้านนั้นถามมา
     @YutaIzumi
     "ก็ไม่ใช่ซะทีเดียว แต่ก็กะจะไปตะโกนขอพรตามที่ฟังมาด้วยล่ะนะ งั้นก็ไปด้วยกัน" เทียนเหมินเอ่ยชวนอีกฝ่ายทันทีที่อยากจะไปที่เดียวกัน โดยมองไปยังห้องของหลินแต่คิดว่านางคงจะเหนื่อยมาทั้งวันเลยไม่ได้ชวน
     @YutaIzumi
     ชายหนุ่มทั้งสองที่ต่างเป็นชาวยามาไทด้วยกันเดินออกจากโรงเตี๊ยมและออกไปนอกประตูเมืองฉางอัน มุ่งหน้าเข้าป่าเขาไปเรื่อยๆ ระหว่างทางก็เปิดบทสนทนาเป็นระยะเพื่อไม่ให้เงียบเหงาจนเกินไป
    "ข้าจำเรื่องที่เกี่ยวกับยามาไทไม่ได้เลย" เทียนเหมินกล่าวชวนคุยเกี่ยวกับบ้านเกิด แม้ว่าเขาเคยตัดใจไม่อยากรู้เรื่องชาติกำเนิดของตัวเองแล้วและได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น 'ซูเทียนเหมิน' ดั่งเช่นชาวต้าฮั่นทั่วไปแล้วแต่อยู่ๆ ก็ได้มาพบพานกับคนจากยามาไทเข้าจนได้ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องบังเอิญหรือว่าฟ้าดินจงใจ แต่นั่นก็ทำให้สะกิดคำถามในใจโดยคติ 'เรื่องบางเรื่องไม่รู้มันก็จะดีกว่า' ที่เขายืดถือมานานยากจะต้านไหว "นอกจากอยู่อีกฟากหนึ่งของทะเลทางตะวันออกแล้วเป็นไงบ้าง?"
     @YutaIzumi
     เขาพยักหน้าระหว่างที่อิซุมิเล่าเกี่ยวกับดินแดนบ้านเกิดไปพลางก็จินตนาการตาม "เอาจริงๆ ข้าเองก็ยังจำไม่ได้เลยว่าทำไมมาโผล่ที่ต้าฮั่น"
     @YutaIzumi
     "อาฮะ พ่อบุญธรรมข้าเล่าว่าไปเก็บข้าได้ที่กลางทะเลดูเหมือนว่าเรือที่ข้าโดยสารมาจะแตกมั้ง" เทียนเหมินเล่าเรื่องเคราะห์กรรมที่ตนเองนั้นได้พานพบแม้จะจำเรื่องก่อนหน้านั้นไม่ได้เลยก็ตาม
     @YutaIzumi
     "จริงดิ เจ้าก็เรือแตกเหมือนกันสินะ" ชายหนุ่มขมวดคิ้วสีขาวพลางคิดว่าชาวยามาไทจะประสบอุบัติเหตุทางน้ำกันหมดทุกคนเลยหรืออย่างไร "หรือว่าเรือที่เจ้าและข้าขึ้นมาจะเป็นลำเดียวกัน? แบบนั้นก็น่าจะมีชาวยามาไทคนอื่นที่ต้าฮั่นอีกน่ะสิ..."
     @YutaIzumi
     "งั้นรึ... " เมื่อได้ฟังที่อิซุมิเล่าเขาก็พยักหน้ารับไม่แน่ว่าตัวเขาเองอาจจะได้เจอชาวยามาไทคนอื่นๆ บ้างเช่นกัน แล้วคนเหล่านั้นจะใช่ครอบครัวของเขาหรือไม่ชายหนุ่มได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจ
     @YutaIzumi
    "แต่ไม่น่าเชื่อนะว่าเจอเจ้าที่ซานตงแล้วจะได้มาพบเจอเจ้าที่นี่อีก" อย่างที่เขาเคยคิดว่าอาจจะเป็นลิขิตของสวรรค์เพราะขนาดหลินเองยังได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง อิซุมิก็เช่นกัน ทั้งที่แผ่นดินฮั่นแสนกว้างใหญ่ไพศาลมีเพียงคนเดียวที่เขายังไม่ได้พบนั่นก็คือซูปี้.. ทำให้เขาได้แต่พรูลมหายใจเย็นๆ ออกมา
     @YutaIzumi
    "ท่าทางจะผ่านเรื่องราวมาเยอะสินะ" เทียนเหมินฟังเรื่องราวการเดินทางของอิซุมิที่มาอยู่ต้าฮั่นนับว่าชายผู้นี้ผ่านอะไรมาหลายอย่าง เทียบกับเขาแล้วอาจจะหนักหนาสาหัสกว่าด้วยซ้ำสมแล้วที่ฮ่องเต้ทรงพระราชทานตำแหน่งให้แค่อีกฝ่ายไม่ได้รับไว้เท่านั้น
     @YutaIzumi
    "ข้ารึ? ก็ไม่มีอะไรมากบิดาบุญธรรมข้าเป็นชาวประมงวันๆ ก็พาข้าออกเรือหาปลาเลี้ยงน้องสาวที่ยังเล็กอยู่อีกสามคน แต่ก็ต้องออกจากบ้านมาเพราะเรือถูกเจ้าหนี้ยึด กะจะออกมาหางานทำที่ฉางอันสักหน่อยแต่ดันมีเรื่องราวเกิดขึ้นเยอะแยะเลยไม่ได้ทำสักที... เรื่องก็อย่างที่หลินเล่าในวังนั่นแหล่ะ พอข้าแยกจากนางก็เจอคนร้ายที่ว่านเฉิงจับตัวไปเหลียงโจวอีกดีนะที่เจอหลินอีกครั้งแล้วนางช่วยข้าออกมาแล้วก็หนีกันมาฉางอันแล้วก็เจอกับเจ้า อืม... แต่จะว่าไประหว่างทางมีเรื่องแปลกๆ เกิดขึ้นด้วยแฮะ..." เทียนเหมินเล่าเรื่องการเดินทางของตัวเองมาบ้างพลางกุมคางคิด
     @YutaIzumi
     "ก็ระหว่างทางเจ้าขาวดันไปคุ้ยเอาโครงกระดูกคนมาเรียงกันน่ะสิแล้วโครงกระดูกนั้นดันชี้ไปทางฉางอัน ทุกคนลงความเห็นว่าเจ้าของร่างอาจจะอยากไปฉางอันก็ได้ กำลังคิดอยู่ว่าพอตอนกลางวันจะเอาไปฝังที่สุสาน..." เทียนเหมินเล่าเรื่องแปลกประหลาดที่เพิ่งพบเจอมาให้กับอิซุมิได้ฟังโดยทำท่าสยองไปด้วยในใจแอบคิดว่า 'หรือคืนนี้จะไม่กลับห้องแล้วปล่อยให้ซ่งหยางหมิงนอนกับห่อโครงกระดูกดี?'
     @YutaIzumi
     "หะ? เจ้าสนใจ จะเอาไปทำไม???" ตอนนี้ใบหน้าของชายหนุ่มเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม แปลกใจนักที่ชายหนุ่มตรงหน้าอยากจะซื้อโครงกระดูกโครงนั้นต่อเสียเฉยๆ
     @YutaIzumi
     "ก็ได้ๆ ถ้าเจ้าต้องการ งั้นกลับไปแล้วค่อยไปเอา" เทียนเหมินบอกพลางคิดว่าก็ดีเหมือนกันจะได้เลิกสยองขวัญเสียทีว่าจะมีวิญญาณติดตามหรือเปล่า ใจหนึ่งก็คิดว่าโครงกระดูกชี้ไปที่ฉางอันเพื่อให้เอาโครงนั้นไปให้กับ อิซุมิ ยูตะ ผู้นี้จริงหรือ?
     @YutaIzumi
    "ถึงแล้วแฮะ เดินคุยกันไปทำให้ไม่เหนื่อยเลยจริงๆ" รู้ตัวอีกทีชายหนุ่มทั้งสองก็เดินขึ้นมาจนถึงยอดเขาอู่ไถเสียแล้ว อาจด้วยเพราะอากาศกลางฤดูใบไม้ร่วงที่เย็นจนหนาวทำให้เขาไม่ได้เหงื่อมากนัก ร่างกายของเทียนเหมินคุ้นเคยกับธาตุหยินจึงไม่ทำให้ชายหนุ่มสะทกสะท้านหากเป็นอากาศร้อนๆ สิคงมีผลกระทบกับเขาอยู่มากโข เขามองลงไปยังเบื้องล่างเห็นเมืองฉางอันอยู่ไกลลิบๆ ไม่คิดว่าตนเองนั้นจะสามารถเดินขึ้นเขาได้ไวขนาดนี้
     @YutaIzumi
     "งั้นมาเริ่มตะโกนขอพรกันเลย" เทียนเหมินหลับตาสูดอากาศเย็นเข้าไปให้ปอดชุ่มฉ่ำก่อนจะลืมตาขึ้นแล้วยกมือขึ้นป้องปากตะโกนขอพรลงมาจากขุนเขาสูงตระหง่าน "ขอให้ซูปี้ปลอดภัย!!!"
     @YutaIzumi
     "ขอให้ข้าได้ตัวซูปี้กลับมาก่อนกลับไปบ้าน!!!"
     @YutaIzumi
     "ขอให้ตาแก่เลิกเหล้าได้และอายุยืนๆ!!!"
     @YutaIzumi
     "ขอให้หาเงินซื้อเรือได้เร็วๆ!!!"
     @YutaIzumi
     "ขอให้ซูฮวาไม่ต้องรับภาระหนักมาก!!!"
     @YutaIzumi
     "ขอให้ซูมี่เลิกเป็นเด็กขี้แย"
     @YutaIzumi
     "ขอให้ว่านเฉิงซ่อมแซมเสร็จเร็วไว!!!"
     @YutaIzumi
     "ขอให้ได้เจอกองคาราวานกับเลี่ยงเหลียงไวๆ!!!"
     @YutaIzumi
     "แล้วก็!! ขอให้ทุกคนที่ข้ารู้จักพบแต่เรื่องดีๆ!!!"
     @YutaIzumi
     เสียงคำขอดังสะท้อนก้องกังวาลไปทั่วขุนเขาหวังว่าทวยเทพ เจ้าแม่หนี่วา เง็กเซียน และเทพองค์อื่นๆ จะช่วยทำให้คำขอของพวกเขาสมปรารถนา เจ้าขาวเองเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มทั้งสองตะโกนคำอธิษฐานมันก็หอนใหญ่ราวกับว่าจะร่วมขอพรไปด้วยอีกตัว "บรู๊ววววว"
     "เดี๋ยวข้ามีอีกเรื่องที่ต้องทำบนเขา ถ้าอยากกลับเจ้าลงไปก่อนก็ได้" เทียนเหมินกล่าวออกมาด้วยเสียงแหบพร่าจากการตะเบ็งคอตะโกนคำขอพร การฝึกเดินลมปราณนั้นใช้เวลานานพอสมควรไม่แน่ว่าอิซุมิอาจจะอยากกลับไปพักผ่อนแล้ว
     @YutaIzumi
     "งั้นก็ตามใจ" เมื่อได้ยินคำของอีกฝ่ายชายหนุ่มร่างสูงเดินปลีกออกมาจากจุดนั้น

     เขาเดินหาพุ่มไม้ป่าสีขาวบริสุทธิ์ที่มีกลิ่นหอมฟุ้งยามราตรีที่จะช่วยผ่อนคลายความเหนื่อยล้าและบรรเทาจิตใจจากทุกข์ให้เป็นสุขได้ เจ้าขาวตรงเข้าไปล้มตัวเกือกกลิ้งจนตัวของมันเต็มไปด้วยกลิ่นหอมของดอกไม้ชนิดนั้น จะว่าไปเขาเองก็ยังไม่ได้ตั้งชื่อให้มัน มันเป็นสุนัขเพศเมีย ผู้หญิงชอบดอกไม้และดูเหมือนว่าตัวมันเองก็จะชอบด้วย ถ้าหากว่าเขาตั้งชื่อมันตามดอกไม้ที่กำลังเกือกกลิ้งอยู่ล่ะก็... "เจ้าขาว ชื่อ 'ฉูจู๋ร์' (ดอกเดซี่) เป็นไง?"
    "โฮ่ง!" มันหยุดกลิ้งแล้วหันมาเห่าตอบอย่างรู้สึกยินดีที่ได้ชื่อเสียทีหนึ่ง
     "หึหึ งั้นจากนี้ข้าจะเรียกเจ้าว่าฉูจู๋ร์" เทียนเหมินยิ้มบางๆ แล้วลงไปนั่งกลางทุ่งดอกฉูจู๋ร์ที่ยังคงเบ่งบานอยู่กลางหุบเขา ค่อยๆ หลับตาลงทำสมาธิหงายฝามือขึ้นเหนือเข่าแล้วสูดลมหายใจเข้าลึกนับหนึ่งถึงร้อยเพื่อกักเอาความเย็นเข้าไว้ตัวก่อนที่จะผ่อนเอาไอร้อนที่เผลอสูดเข้าไปออกมา พร้อมทั้งภาวนาจิต 'ตั้งจิตให้เตรียมพร้อม' และเมื่อกักเอาปราณเย็นเข้าไปได้มากพอถึงสิบครั้งแล้วเขาก็เริ่มทำสมาธิภาวนาขั้นต่อไป 'ใจนิ่ง ดังน้ำแข็ง แม้ฟ้าถล่ม ก็ไม่หวั่น ดวงจิต ไร้พัวพัน สุขกายสบายใจ' ท่องแบบนี้ในใจซ้ำไปซ้ำมาเรื่อยๆ เพื่อให้มีสมาธิจดจ่ออยู่กับคำสอนของเคล็ดวิชา
     การฝึกวิชาเดินลมปราณบนเขาอู่ไถนั้นดียิ่งเพราะยิ่งสูงอากาศยิ่งหนาวเย็นจึงทำให้ชายหนุ่มจิตใจเยือกเย็นขึ้นกว่าปกติและร่างกายของเขาเย็นจัดจนไอเย็นที่แผ่ออกมาห้อมล้อมตัวเขาไว้เกิดเป็นม่านหมอกสีขาว สีผมและคิ้วที่เคยขาวโพลนค่อยๆ กลับมาเป็นสีน้ำตาลเข้มดังปกติจากการฝึกวิชาติดต่อกันชั่วระยะหนึ่งและสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวย




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +30 เงินตำลึง +700 ความหิว -18 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 30 + 700 -18 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x9999
x9999
x9999

61

กระทู้

543

โพสต์

18หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
734
เงินตำลึง
1206
ชื่อเสียง
91202
ความหิว
346

ใบรับรองภาษาฮั่นป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV3)

คุณธรรม
126
ความชั่ว
0
ความโหด
79
ทอมโม่
เลเวล 1

กงซุน หลัน

ข้าก็มีบทนะคะ!!
pet
โพสต์ 2017-10-16 03:50:34 | ดูโพสต์ทั้งหมด
KABUTO ตอบกลับเมื่อ 2017-10-16 01:01
{ เควสเรื่องราว 3 } บุญคุณ - ความแค้น
PART CXXXII ...

- เควสส่งอาหาร -
เพื่อนคนใหม่ 5

      ... 1.00 น. ...
     ณ เวลากลางดึกชายหนุ่มที่เข้าพักในห้องตัวเองเรียบร้อยแล้วก็จัดการสัมภาระของตัวเอง อยากดีแต่เขาก็ไม่ได้จัดอะไรมากมาย เพราะว่าเดียวก็ต้องออกเดินทางต่อแล้ว และเขาก็อยากจะที่รีบเข้านอนพักผ่อนร่างกายให้มากที่สุดด้วย แต่พอเขาล้มตัวลงนอนบนที่นอนเขาก็พบว่า
    (..................นอนไม่หลับอะ) ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ ที่เขาจะคิดได้หรืออาจะเป็นเพราะช่วยนี่เขาเจอเรื่องวุ่นวายเเยอะเกินไปกันนะ ไม่ว่าเขาจะผลิดซ้ายผลิดขวาเขาก็ยังข่มตาหลับไม่ลง
    "ไม่นอนก็ได้(วะ)" หลังจากที่ตัดใจเรื่องนอนไปแล้วเขาก็ลุกขึ้นมาออกไปเดินเล่นนอกห้องแทน โดยไม่ลืมที่จะหยิบกระบี่เล่มใหม่ที่เขาได้มาพกติดตัวไปด้วย เมื่อเขาออกเดินเล่นได้สักพักนึง เขาก็ได้ยินเสียงใครสักคนเรียกขึ้น
     "เจ้าออกมาเดินเล่นรึ?" เมื่อยูตะหันตามเสียงไปก็พบกับเทียนเหมินที่เอ่ยถามออกมา
     "ก็ทำนองนั้นและ นายละมีเรื่องอะไรงั้นรึ นอนไม่หลับเหมือนกันหรอ" ยูตะถามกลับไปเมื่อเห็นอีกฝ่ายก็เดินออกมาเหมือนกัน
     "ข้ากะจะไปที่เขาอู่ไถน่ะ มีเรื่องที่ต้องทำที่นั่น" ชายหนุ่มกล่าวออกไปเมื่อทางด้านนั้นถามมา
     "เรื่องที่ต้องทำ?? ฝึกวิชางั้นรึ?? ไปด้วยสิฉันอยากดู" ชายหนุ่มลองเดาออกมาดู
     "ก็ไม่ใช่ซะทีเดียว แต่ก็กะจะไปตะโกนขอพรตามที่ฟังมาด้วยล่ะนะ งั้นก็ไปด้วยกัน" เทียนเหมินเอ่ยชวนยูตะทันทีที่อยากจะไปที่เดียวกัน โดยมองไปยังห้องของหลินด้วย
     "งั้นก็ไปกันเถอะ" แล้วยูตะก็ออกปากชวนเริ่มเดินไป
     ชายหนุ่มทั้งสองที่ต่างเป็นชาวยามาไทด้วยกันเดินออกจากโรงเตี๊ยมและออกไปนอกประตูเมืองฉางอัน มุ่งหน้าเข้าป่าเขาไปเรื่อยๆ ระหว่างทางก็เปิดบทสนทนาเป็นระยะเพื่อไม่ให้เงียบเหงาจนเกินไป
    "ข้าจำเรื่องที่เกี่ยวกับยามาไทไม่ได้เลย" เทียนเหมินกล่าวชวนคุยเกี่ยวกับบ้านเกิด
    "นอกจากอยู่อีกฟากหนึ่งของทะเลทางตะวันออกแล้วเป็นไงบ้าง?"
    "ที่นั้น ก็เรียกได้ว่าค่อนข้างต่างจากที่มากละนะ บ้านเรื่อนต่างๆ ยังทำด้วยไม้อยู่เลยเมื่อเทียบกับที่นี่ละก็ เรียกได้ว่าล้าหลังกว่ามากที่เดียว" ยูตะเรื่มเล่าเรื่องเกียวกับบ้านเกิดตัวเองให้ฟัง
     เทียนเหมินพยักหน้าระหว่างที่เขาเล่าเกี่ยวกับดินแดนบ้านเกิดไปพลางก็จินตนาการตาม
     "เอาจริงๆ ข้าเองก็ยังจำไม่ได้เลยว่าทำไมมาโผล่ที่ต้าฮั่น"
    "เจ้าจำอะไรไม่ได้เลยอย่างงั้นหรอ" ยูตะกล่าวขึ้นด้วยความสงสัย
     "อาฮะ พ่อบุญธรรมข้าเล่าว่าไปเก็บข้าได้ที่กลางทะเลดูเหมือนว่าเรือที่ข้าโดยสารมาจะแตกมั้ง" เทียนเหมินเล่าเรื่องเคราะห์กรรมที่ตนเองนั้นได้พานพบ
     "เรือแตก......อ้า.......เรือแตกสินะ........ ข้าเองก็เหมือนกัน" ชายหนุ่มพูดออกมาพร้อมกับทำหน้าไม่อยากจะนึกถึงตอนั้นอีกแล้ว

     "จริงดิ เจ้าก็เรือแตกเหมือนกันสินะ" ชายหนุ่มขมวดคิ้วสีขาว
      "หรือว่าเรือที่เจ้าและข้าขึ้นมาจะเป็นลำเดียวกัน? แบบนั้นก็น่าจะมีชาวยามาไทคนอื่นที่ต้าฮั่นอีกน่ะสิ..."
     "ก็มีความเป็นไปได้อยู่นะ ยังไม่นับเรือลำอื่นๆก่อหน้าพวกเราอีก อย่างคุณลุงที่ช่วยเหลือฉันมาก็เป็นชาวยามาไทเหมือนกัน" ยูตะเริ่มพูดจากการคาดเดาของเขา
     "งั้นรึ... " เมื่อได้ฟังที่อิซุมิเล่าเขาก็พยักหน้ารับ   

    "ก็ประมาณนั้นและนะ แต่ฉันคิดว่าดูจากช่วงเวลาแล้วเราน่าจะนั้งเรื่อคนละลำกันละมั้ง" เขายังคงคาดเดาต่อไปเกียวกับเรื่องทางเรือ ทางน้ำ
     "แต่ไม่น่าเชื่อนะว่าเจอเจ้าที่ซานตงแล้วจะได้มาพบเจอเจ้าที่นี่อีก"  เทียนเหมินพูดพร้อมกับพรูลมหายใจเย็นๆ ออกมา
    "อ้าใช้ มันบังเอิญมากเลยละนะ ฉันเองก็ไม่คิดเหมือนกันว่าจะได้พบนายอีก สงสัยอาจจะเป็นโชคชะตานำพาให้เรามาพบกัน" ชายหนุ่มกล่าวออกมาถึงเรื่องโชตชะตา ก็ทำให้เขาพาลไปนึงหญิงสาวคนนึง โดยที่เขาหวังว่าจะได้พบเธออีกรึเปล่านะ
    "ท่าทางจะผ่านเรื่องราวมาเยอะสินะ" เทียนเหมินฟังเรื่องราวการเดินทางของเขาแล้วก็พูดขึ้นพร้อมกับทำหน้าเหมือนคิดอะไรบางอย่าง
    "ก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก ว่าแต่นายละชีวิตความเป็นอยู่ที่แผ่นนี่เป็นยังไงบ้าง" ยูตะถามเรื่องของฟังตรงกันข้ามบ้าง หลังจากที่เขาเล่าเรื่องของัตวเองไปซะเยอะแล้ว
    "ข้ารึ? ก็ไม่มีอะไรมากบิดาบุญธรรมข้าเป็นชาวประมงวันๆ ก็พาข้าออกเรือหาปลาเลี้ยงน้องสาวที่ยังเล็กอยู่อีกสามคน แต่ก็ต้องออกจากบ้านมาเพราะเรือถูกเจ้าหนี้ยึด กะจะออกมาหางานทำที่ฉางอันสักหน่อยแต่ดันมีเรื่องราวเกิดขึ้นเยอะแยะเลยไม่ได้ทำสักที... เรื่องก็อย่างที่หลินเล่าในวังนั่นแหล่ะ พอข้าแยกจากนางก็เจอคนร้ายที่ว่านเฉิงจับตัวไปเหลียงโจวอีกดีนะที่เจอหลินอีกครั้งแล้วนางช่วยข้าออกมาแล้วก็หนีกันมาฉางอันแล้วก็เจอกับเจ้า อืม... แต่จะว่าไประหว่างทางมีเรื่องแปลกๆ เกิดขึ้นด้วยแฮะ..." เทียนเหมินเล่าเรื่องการเดินทางของตัวเองมาบ้างพลางกุมคางคิด
    "เรื่องแปลกๆ อย่างงั้นรึ??" ยูตะพูดพร้อมกับเอียงคอถามออกมา
     "ก็ระหว่างทางเจ้าขาวดันไปคุ้ยเอาโครงกระดูกคนมาเรียงกันน่ะสิแล้วโครงกระดูกนั้นดันชี้ไปทางฉางอัน ทุกคนลงความเห็นว่าเจ้าของร่างอาจจะอยากไปฉางอันก็ได้ กำลังคิดอยู่ว่าพอตอนกลางวันจะเอาไปฝังที่สุสาน..." เทียนเหมินเล่าเรื่องแปลกประหลาดที่เพิ่งพบเจอมาให้กับเขาได้ฟังโดยทำท่าสยองไป
     "หะ เจ้ามีโครงกระดูกคนด้วยอย่างงั้นหรอ จะว่าอะไรมั้ยถ้าฉันจะขอซื้อต่อซะหน่อย" ชายหนุ่มพูดเรื่องแปลกประหลาดออกมาได้หน้าตาเฉย
     "หะ? เจ้าสนใจ จะเอาไปทำไม???" ตอนนี้ใบหน้าของเทียนเหมินนั้นเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม
    "พอดี........ฉันมีเรื่องที่ต้องใช้โครงกระดูกจำนวนมากละนะ ได้โปรดฉันให้ราคาดีเลยนะ" ชายหนุ่มยังคงดึงดันที่จะซื้อให้ได้อยู่
     "ก็ได้ๆ ถ้าเจ้าต้องการ งั้นกลับไปแล้วค่อยไปเอา" แล้วเทียนเหมินกก็ยอมบอกตกลงในที่สุด
    "ขอบใจนายมากจริงๆ " ยูตะกล่าวตอบกลับไป
    "ถึงแล้วแฮะ เดินคุยกันไปทำให้ไม่เหนื่อยเลยจริงๆ" รู้ตัวอีกทีชายหนุ่มทั้งสองก็เดินขึ้นมาจนถึงยอดเขาอู่ไถเสียแล้ว
    "จริงด้วยแปปเดียวเองมาถึงยอดเขาซะแล้ว" ชายหนุ่มกล่าวขึ้นอย่างเห็นด้วย เพราะว่าเขานั้นก็รู้สึกได้เลยการเดินขึ้นเขาครั้งนี่ไม่เหนือยอย่างที่คิดไว้
     "งั้นมาเริ่มตะโกนขอพรกันเลย" เทียนเหมินหลับตาสูดอากาศเย็นเข้าไปให้ปอดชุ่มฉ่ำก่อนจะลืมตาขึ้นแล้วยกมือขึ้นป้องปากตะโกนขอพรลงมาจากขุนเขาสูงตระหง่าน "ขอให้ซูปี้ปลอดภัย!!!"
     "ฉันจะต้องแข็งแกร่งขึ้น!!!"
     "ขอให้ข้าได้ตัวซูปี้กลับมาก่อนกลับไปบ้าน!!!"
     "ขอให้ไม่เจ็บตัวอีกแล้ว!!"
     "ขอให้ตาแก่เลิกเหล้าได้และอายุยืนๆ!!!"
     "ไม่อยากนอนพะงาบๆอีกแล้ว!!"
     "ขอให้หาเงินซื้อเรือได้เร็วๆ!!!"
     "ขอให้เจอเรื่องดีๆบ้าง!!"
     "ขอให้ซูฮวาไม่ต้องรับภาระหนักมาก!!!"
     "ขอให้เจอเคล็ดวิชาบ้างเถอะ!!"
     "ขอให้ซูมี่เลิกเป็นเด็กขี้แย"
     "ฉันอยากฝึกวิชาตัวเบาแล้ว!!!"
     "ขอให้ว่านเฉิงซ่อมแซมเสร็จเร็วไว!!!"
    "ขอให้ได้อาวุธดีๆ !!!"
     "ขอให้ได้เจอกองคาราวานกับเลี่ยงเหลียงไวๆ!!!"
    "ขอให้ตาลุงนั้นร่างแข็งแรงด้วยเถอะ!!"

     "แล้วก็!! ขอให้ทุกคนที่ข้ารู้จักพบแต่เรื่องดีๆ!!!"
    "และก็ ฉันจะไม่เป็นกระสอบทรายอีกต่อไป!!!"
     เสียงคำขอดังสะท้อนก้องกังวาลไปทั่วขุนเขาหวังว่าทวยเทพ เจ้าแม่หนี่วา เง็กเซียน และเทพองค์อื่นๆ จะช่วยทำให้คำขอของพวกเขาสมปรารถนา เจ้าขาวเองเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มทั้งสองตะโกนคำอธิษฐานมันก็หอนใหญ่ราวกับว่าจะร่วมขอพรไปด้วยอีกตัว "บรู๊ววววว"
     "เดี๋ยวข้ามีอีกเรื่องที่ต้องทำบนเขา ถ้าอยากกลับเจ้าลงไปก่อนก็ได้" เทียนเหมินกล่าวออกมาด้วยเสียงแหบพร่าจากการตะเบ็งคอตะโกนคำขอพร
     "ไม่เป็นไรฉันรอได้ เดินลงไปคนเดียวมันยังไงๆ ก็ไม่รู้"
     "งั้นก็ตามใจ" เมื่อได้ยินคำของอีกฝ่ายชายหนุ่มร่างสูงเดินปลีกออกมาจากจุดนั้น
     "อย่าไปไกลนักละ~" ชายพูดไล่หลังเพื่อนร่วมทางของเขาที่ปลีกตัวปทำอะไรสักอย่าง ที่ใจนึงเขาก็อยากจะไปแอบดู อีกใจนึงก็คิดว่ามันน่าจะไปรบกวนการได้.......แต่ว่าสุดท้ายแล้วเขาตัดใจจากการแอบดู แล้วนั้งมองวิวทิวทัศน์จากบนเขาลงมาอย่างสบายๆ อารมณ์

     (หวังว่ารอรอบนี่คงจะไม่เกิดเรื่องอะไรอีกนะ.....) นั้นคือสิ่งที่ชายหนุ่มแอบคิดในใจ


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +30 เงินตำลึง +700 ความหิว -14 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 30 + 700 -14 + 3

ดูบันทึกคะแนน

今でもあなたはわたしの光
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x30
x12
x8
x5
x11
x6
x2
x8
x20
x25
x71
x6
x10
x60
x35
x12
x25
x40
x520
x710
x10
x9999
x107
x375
x2
x5
x8
x7
x20
x120
x30
x30
x2
x4
x1
x50
x90
x1247
x2
x900
x18
x162
x125
x499
x148
x6
x20
x482
x311
x37
x163
x10
x2
x400
x19
x50
x4
x20
x1
x1
x19
x1

85

กระทู้

422

โพสต์

214748หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
2147483647
เงินตำลึง
2147483647
ชื่อเสียง
0
ความหิว
2147483516

ซู ซูปี้

ของขวัญจาก Admin
pet
โพสต์ 2017-10-16 03:55:41 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย KABUTO เมื่อ 2017-10-18 00:29

{ เควสเรื่องราว 3 } บุญคุณ - ความแค้น

PART CXXXV


     กว่าที่เทียนเหมินจะเดินลมปราณเสร็จเรียบร้อยเวลาก็ล่วงเข้าใกล้ยามสี่เต็มที และเมื่อชายหนุ่มลืมตาขึ้นมาเขาก็เห็นว่า อิชุมิ ยูตะ นั้นงีบหลับอยู่จึงเดินเข้าไปปลุก แต่ก่อนหน้าต้องปลุกฉูจู๋ร์ที่ขึ้นนอนขดบนตักซึมซับความเย็นตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่ทราบตัวของมันก็ไม่ใช่จะเบาๆ เลยด้วย "ฉูจู๋ร์ตื่นได้แล้ว" และเมื่อเขย่าตัวมันเจ้าสุนัขป่าสีขาวก็ขยับตัวงัวเงียพร้อมกับหาวหวอดออกมาแล้วลุกออกจากตักมายืนข้างๆ ทำให้เทียนเหมินสามารถลุกขึ้นยืนได้เสียที
     "เฮ้! อิซุมิ" ชายหนุ่มยกมือหนาที่เย็นเฉียบราวกับน้ำแข็งขึ้นเขย่าตัวของอิซุมิที่กำลังงีบรอระหว่างที่เขากำลังฝึกวิชา
     @YutaIzumi
     "ข้าทำธุระเสร็จแล้ว กลับไปนอนที่โรงเตี๊ยมกัน" เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายตื่นขึ้นมาแล้วก็ปล่อยมือออกมา
     @YutaIzumi
     "ที่มันเย็นแบบนี้น่ะรึ..." เทียนเหมินก้มลงมองมือของตัวเองที่ยังคงมีไอน้ำแข็งหลงเหลืออยู่ "เพราะการฝึกวิชาเจ้าคงเห็นแล้ว"
     @YutaIzumi
    "ถ้าอยากจะฝึกข้าช่วยสอนได้ แต่แนะนำว่าไม่ดีกว่า เพราะสุขภาพเจ้าจะไม่เหมือนเดิม ต้องคอยหาที่เย็นๆ เดินลมปราณทุกวัน ห้ามรับเอาพลังร้อนเข้าร่างกาย จะให้ไออุ่นสาวๆ ก็ทำไม่ได้" ชายผิวคล้ำที่กลับมาผมสีน้ำตาลอีกครั้งเอ่ยออกมาพร้อมกับยักคิ้วหลังกล่าวเรื่องเครียดๆ แล้วตบท้ายด้วยมุกตลกที่เป็นความจริงจนขำไม่ออก
     @YutaIzumi
     "นั่นแหล่ะ ถ้าไม่ใช่เพราะเหตุการณ์เฉพาะหน้าไม่ฝึกวิชานี้จะดีกว่า แต่ก็แล้วแต่อะนะว่าจะรับข้อเสียที่มีมากมายนั่นไหวหรือเปล่า" เทียนเหมินกล่าวออกมาพลางยักไหล่ ถ้าให้เลือกได้เขาก็ไม่อยากจะทำให้ร่างกายเป็นแบบนี้ ราวกับความเป็นมนุษย์ของเขาได้สูญหายไปครึ่งหนึ่ง ยากจะมีคนยอมรับได้แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เขาจะสนใจนัก ในนาทีนั้นเพื่อให้หนีออกไปจากชะง่อนหน้าผาได้ไม่ว่าต้องทำอย่างไรเขาก็จะทำ
     @YutaIzumi
     ชายหนุ่มทั้งสองได้ลงมาจากเขาอู่ไถด้วยกันและอยู่ๆ พวกเขาก็ได้ยินเสียงประหลาดดังขึ้นมากลางป่าเขาที่วิเวกวังเวงชวนน่าขนหัวลุก...
    "เจ้าได้ยินเสียงอะไรไหม?" เทียนเหมินเงี่ยหูฟังเสียงลึกลับกลางป่าจะว่าเสียงของสัตว์ก็ไม่ใช่หรือเสียงมนุษย์ก็ไม่เชิง
     @YutaIzumi
     "ไม่น่าใช่ ข้าคุ้นเคยกับลมพายุดีแต่ว่า..." เสียงดังกล่าวลอยหวีดหวิวเข้ากระทบโสติประสาทอีกครั้ง "เนี่ย.. เหมือนว่าจะดังมาจากทางนั้น"
     "โฮ่ง!!" และทันที่เทียนเหมินชี้นิ้วบอกทางต้นเสียงฉูจู๋ร์ก็เห่าออกมาทันที
     @YutaIzumi
     "!!?!!" ไม่เพียงแต่อิซุมิที่ตกใจตัวของชายหนุ่มเองก็ตกใจจนสะดุ้งโหยงขึ้นมาที่อยู่ๆ เจ้าขาวก็เห่าขึ้น หัวใจแทบจะลงไปกองอยู่ตาตุ่มจนต้องก้มลงไปโกยขึ้นมาไว้ที่เดิม
     @YutaIzumi
    "นั่นสิ... รีบกลับกันดีกว่า..." เทียนเหมินเห็นด้วยกับคำพูดของอิซุมิแต่ไม่ทันเสียแล้วเพราะฉูจู๋ร์มันออกวิ่งพร้อมกับเห่าไปทางต้นเสียง "เฮ้ย!" เมื่อเห็นสุนัขของตัวเองวิ่งไปทางนั้นชายหนุ่มก็รีบวิ่งไปตามมันทันทีปล่อยให้อิซุมิยืนอยู่ตรงนั้น
     @YutaIzumi
    "โฮ่งๆๆ" ฉูจู๋ร์วิ่งนำจนพาให้เทียนเหมินมาหยุดอยู่ที่หน้าจวนร้างกลางเขาอู่ไถ ชายหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่เมื่อมองจวนร้างที่ดูน่าสยดสยองที่เบื้องหน้า ก่อนจะเห็นอิซุมิวิ่งตามมา
     @YutaIzumi
     เสียงหวีดหวิวที่ว่าดังมาจากภายในจวนร้างจริงๆ คราวนี้ฉูจู๋ร์มันไม่ได้เห่าแล้วแต่ทำท่าอยากจะเข้าไปให้ได้ด้วยสัญชาติญาณของสัตว์ป่าล่าเหยื่อในเวลากลางคืน
     "ฉูจู๋ร์หยุดเดี๋ยวนี้!" เทียนเหมินเอ็ดสุนัขของตนเองที่จ้องจะเข้าไปด้านในไม่เลิกจนมันครางหงิงๆ แต่ก็ทำท่าอยากจะเข้าไปด้านในอยู่ 'เรื่องบางเรื่องไม่รู้มันก็ดีกว่า...' คติที่เขายึดถือดังขึ้นภายในใจอีกครั้งแต่ทำอย่างไรได้เมื่อใจของฉูจู๋ร์มันเรียกร้องกว่าและยิ่งตะกุยตะกายเมื่อชายหนุ่มจับตัวมันไว้
     @YutaIzumi
    "ฮึ่ม! เป็นอะไรของมันเนี่ย หรือว่าจะลองเข้าไปดูจะได้รู้ๆ ไปเลยว่ามีอะไรในนั้นกันแน่" เทียนเหมินคำรามเสียงต่ำในคอเบาๆ ถ้าอิซุมิเห็นด้วยก็ตกลงตามนั้น
     @YutaIzumi
    "งั้นเข้าไปสำรวจพร้อมกัน.. แต่ระวังด้วยไม่รู้เสียงจะเกี่ยวกับพวกชุดม่วงที่เจอตอนเย็นหรือเปล่า" ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่เอ่ยออกมาเขาดับไฟตะเกียงที่ส่องสว่างแม้ว่ามันจะมืดแต่ก็น่าจะปลอดภัยกว่าหากด้านในนั้นมีผู้ร้ายอยู่ ใช้แสงจันทร์นำทางก็น่าจะเพียงพอซึ่งเขาหวังอย่างนั้น
     @YutaIzumi
     เทียนเหมินปล่อยตัวฉูจู๋ร์ออกมันออกเดินนำและใช้จมูกสุนัขนำทางหากมีภาษิตที่ว่า 'เดินตามผู้ใหญ่หมาไม่กัด' แต่ในสถานการณ์นี้ได้แปรเปลี่ยนเป็น 'เดินตามหมาไม่โดนกับดัก' มากกว่า ใบไม้ที่แห้งกรอบตกลงมาปกคลุมเต็มพื้นโจรจึงยากยิ่งที่จะเดินอย่างไร้เสียงแต่ชายหนุ่มก็พยายามเดินให้เบาที่สุดในตอนนี้รู้สึกว่าเขานั้นทำตัวเหมือนกับโจรเพียงแต่ไม่ได้มาขโมยอะไร แล้วก้มต่ำลอดได้ประตูจวนร้างที่หักพังเข้าไปยังด้านใน
     ภายในจวนค่อนข้างกว้างใหญ่บ่งบอกฐานของผู้เคยเป็นเจ้าของ แต่ว่าใครเล่ามาปลูกจวนในป่าในเขาอย่างนี้ และทำไมมันถึงถูกปล่อยทิ้งร้างแต่นั่นก็ยังไม่น่าสงสัยเท่า 'มีอะไรอยู่ภายในจวนกันแน่!?'
     @YutaIzumi



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -8 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -8 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x9999
x9999
x9999

61

กระทู้

543

โพสต์

18หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
734
เงินตำลึง
1206
ชื่อเสียง
91202
ความหิว
346

ใบรับรองภาษาฮั่นป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV3)

คุณธรรม
126
ความชั่ว
0
ความโหด
79
ทอมโม่
เลเวล 1

กงซุน หลัน

ข้าก็มีบทนะคะ!!
pet
โพสต์ 2017-10-16 04:45:49 | ดูโพสต์ทั้งหมด
KABUTO ตอบกลับเมื่อ 2017-10-16 03:55
{ เควสเรื่องราว 3 } บุญคุณ - ความแค้น
PART CXXXIV ...

- เควสส่งอาหาร -
เพื่อนคนใหม่ 6
     ชายหนุ่มที่รอเพื่อนของเขานั้นฝึกวิชาอยู่ก็นั่งกอด อกจจะหลับอยู่แล้ว
    (บ้างที่ก็คิดนะว่ามันไม่น่าจะนานขนาดนี่) ชายหนุ่มแอบบ่นอุบอิบคิดในใจขณะที่รอแบบจะหลับแหล่ไม่หลับแหล่ แต่แล้วเขาก็หลับไปในที่สุด

     "เฮ้! อิซุมิ" ชายหนุ่มยกมือหนาที่เย็นเฉียบราวกับน้ำแข็งขึ้นเขย่าตัวของเขาที่กำลังงีบรอระหว่างที่เขากำลังฝึกวิชา
    "เย็น!!!" ชายหนุ่มสะดุ้งโหยงขึ้นด้วยความเย็นที่ฝ่ามือของเพื่อนร่วมทางเขา ที่เข้ามาอย่างไม่ทันตั่งตัว
     "ข้าทำธุระเสร็จแล้ว กลับไปนอนที่โรงเตี๊ยมกัน" เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายตื่นขึ้นมาแล้วก็ปล่อยมือออกมา
     "หะ หืม อ้อได้ๆ ขอเวลาแปปนึงนะ วี้ด~~~~~~" ชายหนุ่มพูดก่อนที่จะผิวปากเรียกคู่หูเขา ชุนชุนมารุลงมาเกาะที่ไหล่ของเขาอย่างพอดิบพอดี
     "กลับกันเถอะ ชุนชุนมารุ" เขาหันไปพูดกับเจ้านกสีขาวของเขา
     "เอาละฉันพอพร้อมแล้วกลับกันเถอะ ว่าแต่ทำไมมือของนายถึงได้เย็นแบบนั้นละ" แล้วยูตะก็ถามขึ้นด้วยความสงสัยถึงที่มาที่ไปของความเย็นที่มาทำให้เขาตื่นขึ้น
     "ที่มันเย็นแบบนี้น่ะรึ..." เทียนเหมินก้มลงมองมือของตัวเองที่ยังคงมีไอน้ำแข็งหลงเหลืออยู่ "เพราะการฝึกวิชาเจ้าคงเห็นแล้ว"
     "ฝึกวิชา นายหมายถึงพวกกำลังภายในอย่างงั้นหนะหรอ" ยูตะทำตาเป็นประกายเมือได้ยินดังนั้น
     "ถ้าอยากจะฝึกข้าช่วยสอนได้ แต่แนะนำว่าไม่ดีกว่า เพราะสุขภาพเจ้าจะไม่เหมือนเดิม ต้องคอยหาที่เย็นๆ เดินลมปราณทุกวัน ห้ามรับเอาพลังร้อนเข้าร่างกาย จะให้ไออุ่นสาวๆ ก็ทำไม่ได้" ชายผิวคล้ำที่กลับมาผมสีน้ำตาลอีกครั้งเอ่ยออกมาพร้อมกับยักคิ้วหลังกล่าวเรื่องเครียดๆ แล้วตบท้ายด้วยมุกตลกที่เป็นความจริงจนขำไม่ออก
     "อุก....ข้อเสียเยอะใช้เล่นนะเนี้ย......." ชายหนุ่มพูดพร้อมกับเอามือลูบคางตัวเองเล็กน้อย
     "นั่นแหล่ะ ถ้าไม่ใช่เพราะเหตุการณ์เฉพาะหน้าไม่ฝึกวิชานี้จะดีกว่า แต่ก็แล้วแต่อะนะว่าจะรับข้อเสียที่มีมากมายนั่นไหวหรือเปล่า" เทียนเหมินกล่าวออกมาพลางยักไหล่
    "ได้อย่างเสียอย่าง อย่างงั้นสิน่า~" ชายหนุ่มพูดออกมาพร้อมกับทำหน้าเสียดายเล็กน้อย

     ชายหนุ่มทั้งสองได้ลงมาจากเขาอู่ไถด้วยกันและอยู่ๆ พวกเขาก็ได้ยินเสียงประหลาดดังขึ้นมากลางป่าเขาที่วิเวกวังเวงชวนน่าขนหัวลุก...
    "เจ้าได้ยินเสียงอะไรไหม?" เทียนเหมินเงี่ยหูฟังเสียงลึกลับกลางป่าจะว่าเสียงของสัตว์ก็ไม่ใช่หรือเสียงมนุษย์ก็ไม่เชิง
     "เสียงลมละมั้ง แถวนี่บนป่าบนเขาลมจะแรงก็ไม่แปลก" ชายหนุ่มตอบกลับไปด้วยท่าทางสบายๆ
     "ไม่น่าใช่ ข้าคุ้นเคยกับลมพายุดีแต่ว่า..." เสียงดังกล่าวลอยหวีดหวิวเข้ากระทบโสติประสาทอีกครั้ง "เนี่ย.. เหมือนว่าจะดังมาจากทางนั้น"
     "โฮ่ง!!" และทันที่เทียนเหมินชี้นิ้วบอกทางต้นเสียงฉูจู๋ร์ก็เห่าออกมาทันที
     "!!!!!!" จากชายหนุ่มที่ยืนอย่างสบายๆ ก็สะดุ้งโหยงโดดตัวลอยอีกรอบ จนทำให้นกเพื่อนเขาที่อยู่ที่ไหล่ถึงกบกระพือปีกบินกันเลยที่เดียว แล้วเขาก็เอามือกุมที่หัวใจตัวเองไว้ บางที่เขาก็นึกว่าหัวใจเขาอาจจะวายไปแล้วก็ได้
     "!!?!!" ไม่เพียงแต่เขาที่ตกใจตัวของเทียวเหมินเองก็ตกใจจนสะดุ้งโหยงขึ้นมาที่มาเหมือนกัน
     "เรา......รีบกลับกันดีมั้ย......" ชายหนุ่มพูดขึ้นเสียงสั่นเล็กน้อยหลังจากที่ได้ยินเสียงหมาเห่าขึ้น อย่างน่าสะพรึง
     "นั่นสิ... รีบกลับกันดีกว่า..." เทียนเหมินเห็นด้วยกับคำพูดของอิซุมิแต่ไม่ทันเสียแล้วเพราะฉูจู๋ร์มันออกวิ่งพร้อมกับเห่าไปทางต้นเสียง "เฮ้ย!" เมื่อเห็นสุนัขของตัวเองวิ่งไปทางนั้นชายหนุ่มก็รีบวิ่งไปตามมันทันทีปล่อยให้อิซุมิยืนอยู่ตรงนั้น
     "เดียวรอด้ว---เฮ้ย แกก็เอากับเขาด้วยหรอ!" ไม่เพียงแต่เจ้าหมาของเทียนเหมินที่ออกวิ่งไปเท่านั้น เจ้าชุนชุนมารุ ก็ออกบินตามเจ้าหมานั้นไปด้วย จึงทำให้ชายหนุ่มไม่มีทางเลือกจำใจต้องวิ่งตามไปด้วยอีกคน
    "โฮ่งๆๆ" ฉูจู๋ร์วิ่งนำจนพาให้เทียนเหมินมาหยุดอยู่ที่หน้าจวนร้างกลางเขาอู่ไถ ชายหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่เมื่อมองจวนร้างที่ดูน่าสยดสยองที่เบื้องหน้า ก่อนจะเห็นอิซุมิวิ่งตามมา
     "อืม........" ชายหนุ่มพูดไม่ออกบอกไม่ถูกเมือเห๋นสภาพจวนร้างข้างหน้าตน ที่สุดแสนจะสยดสยอง และชวนหน้าขนลุกเป็นที่สุด
     เสียงหวีดหวิวที่ว่าดังมาจากภายในจวนร้างจริงๆ คราวนี้เจ้าหมานั้นมันไม่ได้เห่าแล้วแต่ทำท่าอยากจะเข้าไปให้ได้ด้วยสัญชาติญาณของสัตว์ป่าล่าเหยื่อในเวลากลางคืน
     "ฉูจู๋ร์หยุดเดี๋ยวนี้!" เทียนเหมินเอ็ดสุนัขของตนเองที่จ้องจะเข้าไปด้านในไม่เลิกจนมันครางหงิงๆ แต่ก็ทำท่าอยากจะเข้าไปด้านในอยู่มันเรียกร้องกว่าและยิ่งตะกุยตะกายเมื่อชายหนุ่มจับตัวมันไว้
     "แกเองก็อยากเข้าไปด้วยอย่างหรอ" ชายหนุ่มหันไปถามเจ้านกของเขาที่บินลงเกาะไหล่ของเขาอีกครั้ง
     "กรู้~!" มันตอบกลับมาเสียงใส
    "ฮึ่ม! เป็นอะไรของมันเนี่ย หรือว่าจะลองเข้าไปดูจะได้รู้ๆ ไปเลยว่ามีอะไรในนั้นกันแน่" เทียนเหมินคำรามเสียงต่ำในคอเบาๆ
    "ก็.......เข้าไปดูซะหน่อยก็ไม่เสียหายละมั้งมาถึงขนาดนี่แล้ว" ชายหนุ่มกล่าวขึ้น พร้อมกับพยักหน้าเล็กน้อย
    "งั้นเข้าไปสำรวจพร้อมกัน.. แต่ระวังด้วยไม่รู้เสียงจะเกี่ยวกับพวกชุดม่วงที่เจอตอนเย็นหรือเปล่า" ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่เอ่ยออกมาเขาดับไฟตะเกียงที่ส่องสว่างแม้ว่ามันจะมืดแต่ก็น่าจะปลอดภัยกว่าหากด้านในนั้นมีผู้ร้ายอยู่ ใช้แสงจันทร์นำทางก็น่าจะเพียงพอซึ่งเขาหวังอย่างนั้น
    "ได้ ไม่มีปัญหา" ชายหนุ่มกลับตอบรับแต้โดยดี
     เทียนเหมินปล่อยตัวฉูจู๋ร์ออกมันออกเดินนำและใช้จมูกสุนัขนำทาง ใบไม้ที่แห้งกรอบตกลงมาปกคลุมเต็มพื้นโจรจึงยากยิ่งที่จะเดินอย่างไร้เสียงแต่ชายหนุ่มก็พยายามเดินให้เบาที่สุดในตอนนี้รู้สึกว่าเขานั้นทำตัวเหมือนกับโจรเพียงแต่ไม่ได้มาขโมยอะไร แล้วก้มต่ำลอดได้ประตูจวนร้างที่หักพังเข้าไปยังด้านใน
     ยูตะที่เห็น เทียนเหมินเดินนำหน้าเข้าไปแล้วเขาก็ไม่รีรอที่จะเดินตามเข้าไปอย่างช้าๆ ติดตามไป เขาพยายามเดินไม่ให้เกิดเสียงเช่นเดียวกันแต่ก็ดูเหมือนจะทำได้จากจำนวนใบไม้แห้งพวกนั้น
     ภายในจวนค่อนข้างกว้างใหญ่บ่งบอกฐานของผู้เคยเป็นเจ้าของ แต่ว่าใครเล่ามาปลูกจวนในป่าในเขาอย่างนี้ และทำไมมันถึงถูกปล่อยทิ้งร้างแต่นั่นก็ยังไม่น่าสงสัยเท่าว่าภายนั้นมีอะไรอยู่กันแน่
    "แกห้ามร้องอะไรไม่เข้าท่าอีกเข้าใจมั้ย" แล้วยูตะก็ไม่ลืมจะหันไปพูดกับชุนชุนมารุ เพื่อไม่ให้เหตุการณ์ที่ทุ้งหญ้ามันซ้ำรอยอีกรอบ

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -7 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -7 + 3

ดูบันทึกคะแนน

今でもあなたはわたしの光
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x30
x12
x8
x5
x11
x6
x2
x8
x20
x25
x71
x6
x10
x60
x35
x12
x25
x40
x520
x710
x10
x9999
x107
x375
x2
x5
x8
x7
x20
x120
x30
x30
x2
x4
x1
x50
x90
x1247
x2
x900
x18
x162
x125
x499
x148
x6
x20
x482
x311
x37
x163
x10
x2
x400
x19
x50
x4
x20
x1
x1
x19
x1

85

กระทู้

422

โพสต์

214748หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
2147483647
เงินตำลึง
2147483647
ชื่อเสียง
0
ความหิว
2147483516

ซู ซูปี้

ของขวัญจาก Admin
pet
โพสต์ 2017-10-16 10:48:12 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย KABUTO เมื่อ 2017-10-18 00:29

{ เควสเรื่องราว 3 } บุญคุณ - ความแค้น

PART CXXXVI


     เมื่อเหยียบย่างเข้ามาภายในจวนร้างกลางเขาอู่ไถที่แสนวิเวกวังเวงยิ่งต้องเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น ก่อนที่จะลงน้ำหนักเท้าย้ำผ่านพื้นแต่ละก้าวยิ่งต้องคอยระมัดระวังเผื่อว่าที่ด้านใต้กองใบไม้แห้งจะมีกับดัก เพียงแต่ว่าไม่เป็นเช่นนั้นชายหนุ่มทั้งสองสามารถเดินเข้ามาในจวนได้อย่างสบายๆ เขาอาจจะระแวงมากไปเพราะก่อนหน้าเคยเกิดเรื่องต่างๆ นานามากมายในชีวิต
     มือหยาบกร้านค่อยๆ ดันบานประตูเข้าไปให้เปิดออก เพราะอากาศชื้นทำให้ไม้ที่เก่าคร่ำคราบวมขึ้นและเปิดออกได้ยากแต่ก็ไม่ยากไปกว่าแรงของบุรุษ เสียงเอี๊ยดอ๊าดฝืดเคืองที่บานพับประตูไม้ที่ชำรุดทรุดโทรมดังขึ้นยิ่งทวีความน่าขนหัวลุกมากกว่าเดิม ภายในนั้นทั้งมืดและอับชื้นจากน้ำค้างภายในป่าแสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาทางบานหน้าต่างที่เปิดโล่งพอจะช่วยให้เห็นทางได้บ้าง
     และเมื่อทั้งสองเข้ามาภายในจวนกันหมดก็มองเห็นว่าส่วนที่พวกเขากำลังยืนอยู่คือห้องโถงใหญ่ของจวน....

ปัง!!

    "!!?!!!" บานหน้าต่างที่เคยเปิดกว้างบานหนึ่งถูกลมแรงตีพัดกระแทกจนดังสนั่นเป็นการต้อนรับ ด้วยบรรยากาศหลอนๆ และหน้าต่างที่ถูกลมพัดทำให้ลูกผู้ชายอกสามศอกอย่างเทียนเหมินสะดุ้งได้ไม่ยากเลย แต่ถึงกระนั้นเขาก็ไม่ถึงกับสติแตกมือที่ว่างอยู่จับกริชที่เหน็บเอวไว้แน่นเสมือนหาที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ
     @YutaIzumi
     
แอ๊ดดดด...

     สิ้นเสียงบานหน้าต่างกระแทกไปไม่ทันไรหน้าต่างที่อีกฟากก็ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดแปลกๆ เมื่อถูกกระแสลมพัดผ่านและมันค่อยๆ เลื่อนปิดอย่างเชื่องช้าด้วยความฝืดของสนิมที่เกาะกินบานพับ หน้าต่างที่ถูกเปิดอยู่ถูกปิดไปสองบานยิ่งทำให้ภายในจวนร้างยิ่งมืดไปกว่าเดิมและมองอะไรแทบจะไม่เห็น
    "สงสัยว่าคงต้องจุดโคมใหม่แล้ว" เทียนเหมินพูดขึ้นทั้งที่ในตอนแรกเขาเป็นคนเสนอให้ดับโคมเองแท้ๆ โชคดีที่ยังพอมีหินจุดไฟอยู่บ้างเขาจึงนำมาจุดให้แสงสว่างนำทาง
     @YutaIzumi
     และทันทีที่จุดโคมไฟเสร็จฉูจู๋ร์ก็ออกวิ่งอีกครั้ง...
    "เฮ้ย! จะไปไหนอีก!!!" เจ้าของสุนัขป่าฉายโคมไปทางที่เจ้าขาววิ่งไปแว้บๆ ดูเหมือนว่ามันจะเข้าไปยังห้องถัดไปของจวนร้าง "ฮึ่ม... งั้นไปดูกัน" ชายหนุ่มส่งเสียงคำรามต่ำๆ ในลำคอบอกชายหนุ่มอีกคนที่มาด้วยกัน
     @YutaIzumi
     และเมื่อเข้าไปดูในห้องที่ฉูจู๋ร์นำทางไปก็พบว่าห้องนั้นคือห้องนอนขนาดใหญ่ มีเตียงวางอยู่กลางห้อง และมีเครื่องมือทรมานเหมือนที่เทียนเหมินเคยเจอที่คุกใต้ดินจวนเจ้าเมืองฉางอันตอนที่เขาไปติดคุกฟรี มันเอาไว้ใช้ทรมานนักโทษมากมาย รวมไปถึงมีบางชิ้นแปลกๆ เป็นแท่งไม้ขนาดใหญ่วางนอนอยู่กลางห้องและมีท่อนไม้บางๆ เสียบไว้ตรงฝั่งซ้าย ฝั่งขวาเป็นรูปแกะสลักหน้าคน
     "นี่มัน... บ้าอะไรวะ!?" เทียนเหมินส่องโคมไฟดูทั่วทั้งห้องนอนที่เต็มไปด้วยเครื่องมือทรมาณนานาชนิดทั้งแบบที่รู้จักและก็ไม่รู้จัก แต่ที่แน่ๆ สิ่งที่อยู่ตรงหน้าทำให้ชายหนุ่มรู้สึกว่าน้ำลายเหนียวจนกลืนไม่ลงคอ
     @YutaIzumi
     เจ้าขาวออกเดินนำไปอีกครั้งออกจากห้องนอนไปยังสวนหย่อมกลางจวน มันเป็นสวนร้างที่มีบ่อน้ำแห้งขอดและคราบตะไคร่ขึ้นเต็มไปหมด ต้นไม้ก็ขึ้นรกรุงรังขาดการตัดแต่งให้ดูสวยงามมาเป็นเวลานาน บางต้นก็ยืนต้นตายเหลือเพียงแค่ลำต้นที่ไร้ใบ โต๊ะที่ทำจากหินอ่อนอย่างดีปกคลุมไปด้วยใบไม้แห้งที่บนโต๊ะยังคงมีชุดกาน้ำชาและถ้วยชาวางอยู่ราวกับว่าเจ้าของจวนได้หายตัวไปกระทันหัน จากนั้นเสียงแปลกประหลาดที่หาสาเหตุไม่ได้ก็ดังขึ้นอีกครั้ง

เอี๊ยดดดด...

     "มาอีกแล้วเสียงบ้านี่ ดังมาจากไหนวะ?" เทียนเหมินเดินวนรอบๆ สวนพร้อมทั้งส่องโคมไฟดูไปทั่วบริเวณแต่ไม่พบต้นตอที่จะทำให้เกิดเสียงได้เลย เพียงแต่เขารู้ว่าเสียงดังกล่าวดังมาจากกลางสวนนี้แน่นอน
     @YutaIzumi
     ระหว่างที่ชายหนุ่มทั้งสองกำลังสำรวจสวนอยู่นั้นอยู่ๆ กระแสลมก็พัดโหมกระหน่ำรุนแรง อยู่กลางป่าเขาลมไม่น่าจะแรงขนาดนี้เพราะมีต้นไม้คอยกันลมให้อยู่แต่อาจด้วยบริเวณนี้เป็นทั้งตั้งของจวนจึงทำให้ไม่มีต้นไม้มาบังทิศทางของลมมากนัก พาเอาสุนัขป่าหิมะเห่าหอนและนกพิราบสีขาวกระพือปีกบินด้วยความแตกตื่น
    "แค่นี่ก็น่ากลัวพอแล้วอย่ายิ่งสร้างบรรยากาศจะได้ไหม?" เทียนเหมินบ่นออกมาต่อว่าเหล่าสัตว์เลี้ยง ยิ่งเสียวสันหลังวาบเมื่อลมพายุพัดผ่าน ไม่ใช่ด้วยความหนาวแต่เพราะรู้สึกถึงลางสังหรณ์ใจแปลกๆ
     @YutaIzumi
     ทั้งสองตั้งใจจะออกจากจวนตามที่ อิซุมิ ยูตะ บอกแต่ต้นไม้ที่ถูกลมแรงพัดจนกิ่งก้านหักโค่นร่วงหล่นมาตรงหน้าชายทั้งสองจนแตกตื่นกระโดดหลบกันไปคนละทิศละทาง
     "!!!" เทียนเหมินกระโดดหลบกิ่งไม้ที่หักลงมาโดยตัวของเขาไปพิงกับโต๊ะหินอ่อนและมือเผลอไปปัดถูกถ้วยชาใบนั้นจนหมุนไปอีกทาง
     @YutaIzumi

ครืน...

     ทันทีที่ถ้วยชาถูกหมุนก้อนหินที่วางประดับสวนก็ถูกเลื่อนออกโดยอัตโนมัติปรากฏประตูกลลงไปยังชั้นใต้ดิน สร้างความประหลาดใจแก่ชายหนุ่มทั้งสองเป็นอย่างมาก แต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีเวลาให้คิดนานเพราะฉูจู๋ร์ได้วิ่งนำลงไปก่อนแล้ว
    "ฉูจู๋ร์กลับมานี่" เทียนเหมินพยายามเรียกแต่ดูเหมือนว่าสุนัขขาวจะไม่ยอมกลับขึ้นมาเลย ในฐานะที่เป็นเจ้าของเขาคงต้องลงไปลากคอมันขึ้นมาข้างบน
     @YutaIzumi
     ระหว่างที่เทียนเหมินกำลังเรียกเจ้าขาวอยู่นั้นอยู่ๆ ก็มีเงาๆ หนึ่งวิ่งผ่านด้านหลังจนทำให้ต้องหยุดชะงักแต่เมื่อรีบหันกลับมามองก็ไม่พบอะไร "เมื่อกี้... เจ้าเห็นอะไรไหม?" เขาถามอิซุมิออกไปเมื่อเห็นอะไรแว้บๆ ที่ด้านหลัง
     @YutaIzumi
      "เอางี้ เดี๋ยวข้ารีบไปเอาเจ้าขาวขึ้นมาเจ้าจะรอข้างบนก็ได้" เทียนเหมินเอ่ยบอกแก่อิซุมิแล้วลงไปตามห้องลับทันทีเพื่อไม่ให้เสียเวลา ตอนนี้เขารู้สึกอยากจะกลับไปโรงเตี๊ยมมากกว่าสำรวจต่อ แต่ในเมื่อชายหนุ่มเป็นเจ้าของฉูจู๋ร์ก็ไม่คิดจะทิ้งมันเอาไว้ตัวเดียว ถึงแม้มันจะเป็นสุนัขป่าแต่ก็ถูกเลี้ยงเยี่ยงสุนัขบ้านไม่มีปัญหาหาอาหารกินเองแน่นอน
     @YutaIzumi




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -8 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -8 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x9999
x9999
x9999

61

กระทู้

543

โพสต์

18หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
734
เงินตำลึง
1206
ชื่อเสียง
91202
ความหิว
346

ใบรับรองภาษาฮั่นป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV3)

คุณธรรม
126
ความชั่ว
0
ความโหด
79
ทอมโม่
เลเวล 1

กงซุน หลัน

ข้าก็มีบทนะคะ!!
pet
โพสต์ 2017-10-16 13:42:51 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย YutaIzumi เมื่อ 2017-10-16 16:44
KABUTO ตอบกลับเมื่อ 2017-10-16 10:48
{ เควสเรื่องราว 3 } บุญคุณ - ความแค้น
PART CXXXV[ ...

- เควสส่งอาหาร -
เพื่อนคนใหม่ 7
     เมื่อเหยียบย่างเข้ามาภายในจวนร้างกลางเขาอู่ไถที่แสนวิเวกวังเวงยิ่งต้องเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น ก่อนที่จะลงน้ำหนักเท้าย้ำผ่านพื้นแต่ละก้าวยิ่งต้องคอยระมัดระวังเผื่อว่าที่ด้านใต้กองใบไม้แห้งจะมีกับดัก เพียงแต่ว่าไม่เป็นเช่นนั้นชายหนุ่มทั้งสองสามารถเดินเข้ามาในจวนได้อย่างสบายๆ หรือพวกเขาอาจจะระแวงมากไปเพราะก่อนหน้าเคยเกิดเรื่องต่างๆ นานามากมายในชีวิต
     ซูเทียนเหมินที่เป็นคนนำก็ค่อยๆ ดันบานประตูเข้าไปให้เปิดออก เพราะอากาศชื้นทำให้ไม้ที่เก่าคร่ำคราบวมขึ้นและเปิดออกได้ยากแต่ก็ไม่ยากไปกว่าแรงของบุรุษ เสียงเอี๊ยดอ๊าดฝืดเคืองที่บานพับประตูไม้ที่ชำรุดทรุดโทรมดังขึ้นยิ่งทวีความน่าขนหัวลุกมากกว่าเดิม ภายในนั้นทั้งมืดและอับชื้นจากน้ำค้างภายในป่าแสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาทางบานหน้าต่างที่เปิดโล่งพอจะช่วยให้เห็นทางได้บ้าง
     และเมื่อทั้งสองเข้ามาภายในจวนกันหมดก็มองเห็นว่าส่วนที่พวกเขากำลังยืนอยู่คือห้องโถงใหญ่ของจวน....

ปัง!!


    "!!?!!!" บานหน้าต่างที่เคยเปิดกว้างบานหนึ่งถูกลมแรงตีพัดกระแทกจนดังสนั่นเป็นการต้อนรับ ด้วยบรรยากาศหลอนๆ และหน้าต่างที่ถูกลมพัดทำให้ลูกผู้ชายอกสามศอกอย่างเทียนเหมินสะดุ้งได้ไม่ยากเลย แต่ถึงกระนั้นเขาก็ไม่ถึงกับสติแตกมือที่ว่างอยู่จับกริชที่เหน็บเอวไว้แน่นเสมือนหาที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ
    "ฮึ้ย~!.......ขอโทษ....." ชายหนุ่มร้องเสียงหลงเมื่อได้ยินบานหน้าต่างทีถูกลมพัดเข้ามานั้น พร้อมกับสะดุ้งตัวลอยเป็นครั้งที่เท่าไรแล้วก็ไม่รู้ แต่ว่ามันคงไม่ใช้ครั้งสุดท้ายแน่นอน ก่อนที่จะยกมือขึ้นปิดปากแล้วขอโทษที่สงเสียงดังออกมา
     
แอ๊ดดดด...


     สิ้นเสียงบานหน้าต่างกระแทกไปไม่ทันไรหน้าต่างที่อีกฟากก็ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดแปลกๆ เมื่อถูกกระแสลมพัดผ่านและมันค่อยๆ เลื่อนปิดอย่างเชื่องช้าด้วยความฝืดของสนิมที่เกาะกินบานพับ หน้าต่างที่ถูกเปิดอยู่ถูกปิดไปสองบานยิ่งทำให้ภายในจวนร้างยิ่งมืดไปกว่าเดิมและมองอะไรแทบจะไม่เห็น
    "สงสัยว่าคงต้องจุดโคมใหม่แล้ว" ซูเทียนเหมินพูดขึ้นทั้งที่ในตอนแรกเขาเป็นคนเสนอให้ดับโคมเองแท้ๆ โชคดีที่ยังพอมีหินจุดไฟอยู่บ้างเขาจึงนำมาจุดให้แสงสว่างนำทาง
    "นั้นเป็นความคิดที่ดี....มาก!" ชายหนุ่มรีบกล่าวเห็นด้วยอย่างยิ่งราวกับต้องให้ซูเทียนเหมินนั้นจุดไฟให้ไวขึ้นอีก


     และทันทีที่จุดโคมไฟเสร็จฉูจู๋ร์ก็ออกวิ่งอีกครั้ง...
    "เฮ้ย! จะไปไหนอีก!!!" เจ้าของสุนัขป่าฉายโคมไปทางที่เจ้าขาววิ่งไปแว้บๆ ดูเหมือนว่ามันจะเข้าไปยังห้องถัดไปของจวนร้าง "ฮึ่ม... งั้นไปดูกัน" ชายหนุ่มส่งเสียงคำรามต่ำๆ ในลำคอบอกชายหนุ่มอีกคนที่มาด้วยกัน
     "แกห้ามเอาเยี่ยงอย่างเข้าใจมั้ย" ยูตะหันไปบอกกับนกของเขา พร้อมกับเอานิ้วชี้ไปที่มันที่เกาะอยู่บนไหล่ของเขา
     "กรู้~" มันตอบกลับเสียงใสเหมือนเดิม พร้อมกับจิกไปที่นิ้วที่ชี้มันเบาๆ เชงบอกว่ารู้แล้วไม่ต้องย้ำ
     และเมื่อเข้าไปดูในห้องที่ฉูจู๋ร์นำทางไปก็พบว่าห้องนั้นคือห้องนอนขนาดใหญ่ มีเตียงวางอยู่กลางห้อง และมีเครื่องมือทรมาน มันเอาไว้ใช้ทรมานนักโทษมากมาย รวมไปถึงมีบางชิ้นแปลกๆ เป็นแท่งไม้ขนาดใหญ่วางนอนอยู่กลางห้องและมีท่อนไม้บางๆ เสียบไว้ตรงฝั่งซ้าย ฝั่งขวาเป็นรูปแกะสลักหน้าคน
     "นี่มัน... บ้าอะไรวะ!?" ซูเทียนเหมินส่องโคมไฟดูทั่วทั้งห้องนอนที่เต็มไปด้วยเครื่องมือทรมาณนานาชนิดทั้งแบบที่รู้จักและก็ไม่รู้จัก
     "อุก........" ชายหนุ่มถึงกับพูดอะไรไม่ออกได้แต่มองตามแสงไฟที่สาดส่องไปทั่วๆ จนรู้สึกได้เลยว่าจวนหลังนี่ต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ
     เจ้าขาวออกเดินนำไปอีกครั้งออกจากห้องนอนไปยังสวนหย่อมกลางจวน มันเป็นสวนร้างที่มีบ่อน้ำแห้งขอดและคราบตะไคร่ขึ้นเต็มไปหมด ต้นไม้ก็ขึ้นรกรุงรังขาดการตัดแต่งให้ดูสวยงามมาเป็นเวลานาน บางต้นก็ยืนต้นตายเหลือเพียงแค่ลำต้นที่ไร้ใบ โต๊ะที่ทำจากหินอ่อนอย่างดีปกคลุมไปด้วยใบไม้แห้งที่บนโต๊ะยังคงมีชุดกาน้ำชาและถ้วยชาวางอยู่ราวกับว่าเจ้าของจวนได้หายตัวไปกระทันหัน จากนั้นเสียงแปลกประหลาดที่หาสาเหตุไม่ได้ก็ดังขึ้นอีกครั้ง


เอี๊ยดดดด...


     "มาอีกแล้วเสียงบ้านี่ ดังมาจากไหนวะ?" เทียนเหมินเดินวนรอบๆ สวนพร้อมทั้งส่องโคมไฟดูไปทั่วบริเวณแต่ไม่พบต้นตอที่จะทำให้เกิดเสียงได้เลย
     "ฉันว่ามันมาจากแถวๆ นี่และนะ ลองเดินหากินดีๆ อีกสักรอบนึงมั้ย? " ยูตะค่อนข้างมั่นใจเสียงนั้นมาจากแถวๆ นี่แน่ๆ แต่ว่าแค่มันอยู่ตรงไหนก็เท่านั้นเอง
     ระหว่างที่ชายหนุ่มทั้งสองกำลังสำรวจสวนอยู่นั้นอยู่ๆ กระแสลมก็พัดโหมกระหน่ำรุนแรง อยู่กลางป่าเขาลมไม่น่าจะแรงขนาดนี้เพราะมีต้นไม้คอยกันลมให้อยู่แต่อาจด้วยบริเวณนี้เป็นทั้งตั้งของจวนจึงทำให้ไม่มีต้นไม้มาบังทิศทางของลมมากนัก พาเอาสุนัขป่าหิมะเห่าหอนและนกพิราบสีขาวกระพือปีกบินด้วยความแตกตื่น
    "แค่นี่ก็น่ากลัวพอแล้วอย่ายิ่งสร้างบรรยากาศจะได้ไหม?" ซูเทียนเหมินบ่นออกมาต่อว่าเหล่าสัตว์เลี้ยง ยิ่งเสียวสันหลังวาบเมื่อลมพายุพัดผ่าน ไม่ใช่ด้วยความหนาวแต่เพราะรู้สึกถึงลางสังหรณ์ใจแปลกๆ
     "ฉันว่า......เรากลับดีกว่ามั้ย.....นะ.....นะ!" ชายหนุ่มเริ่มมีความคิดว่าอยู่ที่นี่ต่อไปก็คงไม่ได้ประโยชน์อะไรขึ้นมาแล้ว เขาเลยตัดสินใจที่จะชักชวนเพื่อนของเขาให้ออกที่จากที่กัน โดยลงหนักที่คำท้ายด้วยแสดงถึงความอยากกลับสุดๆ
     ทั้งสองตั้งใจจะออกจากจวนตามที่ยูตะบอกแต่ต้นไม้ที่ถูกลมแรงพัดจนกิ่งก้านหักโค่นร่วงหล่นมาตรงหน้าชายทั้งสองจนแตกตื่นกระโดดหลบกันไปคนละทิศละทาง
    "โอ้ว!!" ชายหนุ่มร้องขึ้นอีกครั้งพร้อมกับสะดุ้งกระโดดโหยงเหยงหลบกิ้งไม้ที่ร่วงลงมา
     "!!!" ทางด้านซูเทียนเหมินก็กระโดดหลบกิ่งไม้ที่หักลงมาโดยตัวของเขาไปพิงกับโต๊ะหินอ่อนและมือเผลอไปปัดถูกถ้วยชาใบนั้นจนหมุนไปอีกทาง
  
ครืน...

     ทันทีที่ถ้วยชาถูกหมุนก้อนหินที่วางประดับสวนก็ถูกเลื่อนออกโดยอัตโนมัติปรากฏประตูกลลงไปยังชั้นใต้ดิน สร้างความประหลาดใจแก่ชายหนุ่มทั้งสองเป็นอย่างมาก แต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีเวลาให้คิดนานเพราะฉูจู๋ร์ได้วิ่งนำลงไปก่อนแล้ว
    "ฉูจู๋ร์กลับมานี่" เทียนเหมินพยายามเรียกแต่ดูเหมือนว่าสุนัขขาวจะไม่ยอมกลับขึ้นมาเลย ในฐานะที่เป็นเจ้าของเขาคงต้องลงไปลากคอมันขึ้นมาข้างบน
    "เจ้าหมานั้นอีกแล้วหรออออออ" ชายหนุ่มกล่าวออกมาอย่างช่วยไม่ได้ที่เจ้าตัวขนปุยวิ่งซนลงไปอีกแล้ว
     ระหว่างที่ซูเทียนเหมินกำลังเรียกเจ้าขาวอยู่นั้นอยู่ๆ ก็มีเงาๆ หนึ่งวิ่งผ่านด้านหลังจนทำให้ต้องหยุดชะงักแต่เมื่อรีบหันกลับมามองก็ไม่พบอะไร "เมื่อกี้... เจ้าเห็นอะไรไหม?" เขาถามยูตะออกไปเมื่อเห็นอะไรแว้บๆ ที่ด้านหลัง
    "เดียว! เมื่อกี้นายเองก็พึงพูดหยกๆ เองว่าอย่างสร้างบรรยากาศไม่ใช้หรอออออ" ชายหนุ่มพูดลากเสียงยาวหลังจากที่ได้ยินคำถามชวนหน้าขนลุกนั้นขึ้นมา ก่อนที่จะสายแล้วรวบรวมสติกลับมาอีกครั้ง
    "เรื่องนั้นช่างมันก่อนเถอะ เอาเป็นว่านายจะทำยังกับเจ้าหมานั้น" แล้วชายหนุ่มก็ถามถึงเจ้าตัวขนปุยที่พึงวิ่งลงไปในทางลับนั้น
     "เอางี้ เดี๋ยวข้ารีบไปเอาเจ้าขาวขึ้นมาเจ้าจะรอข้างบนก็ได้" ซูเทียนเหมินเอ่ยบอกแก่เขาแล้วลงไปตามห้องลับทันทีเพื่อไม่ให้เสียเวลา
     "รอข้างบน?? คนเดียว?? นายต้องล้อฉันเล่นแน่ๆ ดะ---เดียว! อย่างทิ้งฉันไว้คนเดียวเซ้~~~" ยูตะที่เห็นเพื่อนร่วมทางของเขาเดินลงไปข้างอย่างไม่ลังเลนั้นก็ถึงกับร้องเสียงหลง เพราะว่าเขานั้นไม่อยากจะอยู่คนเดียว ณ เวลานี่เอามากๆ จึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเดินตามลงไปด้วยความรวดเร็ว     
     หลังจากที่เดินตามลงได้สักครู่นึง ยูตะที่เดินอยู่อย่างโดดเดี่ยวเดียวดายนั้นก็พูดขึ้นกับคู่หูของเขา
     "มืดเป็นบ้า เลยยยยยยย" ชายหนุ่มพูดขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์มากนั้น เพราะว่าทางที่เดินลงมานั้นค่อนข้างมืดมากถึงมากที่สุด เนื่องจากทางเดินที่เขาเดินลงนั้นไม่ทางให้แสงจันทร์ส่องเข้ามาเลย แถมนี่มันก็ห่างจากประตูมากขึ้นแล้วด้วย และที่สำคัญที่สุดก็คือ เขานั้นไมมีโคมไฟด้วย
     "แกว่ามันจะลงไปลึกอีกแค่ไหนกัน"
     "กรู้~"
    "หะ อีกลึกเลยอย่างงั้นหรอแกรู้ได้ยังไง?"
     "กรู้~"
     "การที่แกเป็นนก นั้นไม่หมายความว่าแกจะรู้ทุกอย่--หว่า!" ชายหนุ่มที่กำลังต่อล้อต่อเทียงกับคู่หูขอเขา ก็เหมือนจะไปสะดุดอะไรบ้างอย่างเข้า และเกือบจะล้มลงตกบันไดไป
     "กรู้~"
     "ขอบใจ....." ชายหนุ่มตอบกลับกึ่งประชด
     "กรู้~"
    "เออ ฉันก็ว่านั้นเป็นความคิดที่ดี" ชายหนุ่มพยักหน้าเห็นด้วย
    "เทียนเหมินนนนนนนนนนนนนนนนน นายอยู่หนายยยยยยยยยยยยยย" ยูตะเริ่มตะโกนหาเพื่อนของเขา ในความมืดมิดโดยหวังว่าจะมีเสียงตอบกลับมาบ้าง
     ".........................." แต่ทว่าก็มีแต่ความเงียบเท่านั้นที่รอเขาอยู่
     "บ้าจริง เจ้าคู่นั้นมันลงไปกันไปถึงไหนแล้วนะ" ชายหนุ่มที่เดินมาสักพัก เกือบๆจะร่วมสิบนาที่ได้แล้วนั้น ก็ยังมองไม่เห็นแสงไฟจากโคมของเพื่อนของเขาเลยแม้แตน้อย แถมเสียงก็ยังไม่ได้ยินอะไรเลยด้วย แต่อย่างน้อยเขาก็รู้สึกได้ว่าเขานั้นเดินลงมาด้านล่างสุดแล้ว เพราะว่าไม่มีขั้นบันไดอีกต่อไป
    "ดูเหมือนเราจะเดินลงมาสุดทางแล้วละ" ชายหนุ่มยังคงบ่นพึมพัมกับเพื่อนของเขาต่อไป
     ด้วยสายที่พอเหมือนจะปรับตัวเข้ากับความมืดบ้างได้แล้วนั้น เขาก็พบว่าทางที่เขากำลังเดินอยู่นั้นเป็นทางเดินยาวๆ เรียบไปเรื่อยๆ ยูตะจึงค่อยๆ ใช้มือข้างนึงคล่ำทางกับกำแพงไว้ และเดินตามหาเพื่อนของเขาไปเรื่อยๆ
    "เทียนเหมินนนนนนนนนนนนนนนนน นายอยู่หนายยยยยยยยยยยยยย" ชายหนุ่มริ่มตะโกนหาเพื่อนของเขาอีกครั้ง
     ".........................." แน่นอนเขาก็ยังคงได้ความเงียบกลับมาเป็นคำตอบเช่นเคย
     "กรู้~!" ดูเหมือนว่าเจ้าชุนชุนมารุจะเริ่มรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่าง
     "อะไร แกเห็นอะไรอย่างงั้นหรอ" ชายหนุ่มถามคู่หูของเขากลับไป
     "กรู้~" ชุนชุนมารุตอบกลับมาเสียงใส
     "เออ เรื่องนั้นไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามันมืด......." ชายหนุ่มพูดออกมาอย่างผิดหวัง
     ก่อนเขาจะยังคงก้าวเท้าเดินอย่างช้าๆ ไปตามเส้นทางตรงที่เรียบยาวไปอย่างไม่เห็นจุดสิ้นสุดนี่

แสดงความคิดเห็น

ความดีที่ไม่ยอมทิ้งเพื่อน +35 ชื่อเสียง  โพสต์ 2017-10-16 14:02

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +35 ความหิว -8 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 35 -8 + 3

ดูบันทึกคะแนน

今でもあなたはわたしの光
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x30
x12
x8
x5
x11
x6
x2
x8
x20
x25
x71
x6
x10
x60
x35
x12
x25
x40
x520
x710
x10
x9999
x107
x375
x2
x5
x8
x7
x20
x120
x30
x30
x2
x4
x1
x50
x90
x1247
x2
x900
x18
x162
x125
x499
x148
x6
x20
x482
x311
x37
x163
x10
x2
x400
x19
x50
x4
x20
x1
x1
x19
x1

61

กระทู้

543

โพสต์

18หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
734
เงินตำลึง
1206
ชื่อเสียง
91202
ความหิว
346

ใบรับรองภาษาฮั่นป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV3)

คุณธรรม
126
ความชั่ว
0
ความโหด
79
ทอมโม่
เลเวล 1

กงซุน หลัน

ข้าก็มีบทนะคะ!!
pet
โพสต์ 2017-10-16 18:07:39 | ดูโพสต์ทั้งหมด
- เควสส่งอาหาร -
เพื่อนคนใหม่ 7.5
     ก่อนเขาจะยังคงก้าวเท้าเดินอย่างช้าๆ ไปตามเส้นทางตรงที่เรียบยาวไปอย่างไม่เห็นจุดสิ้นสุดนี่ ระหว่างทางนั้นเขาก็คล่ำทางในความมืดไปอย่างระมัดระวังไปเรื่อยๆ     "นายคิดว่าทางมันยาวไปสุดตรงไหนเนี้ย" แล้วชายหนุ่มก็เอ้ยถามคู่หูของเขาอีกครั้ง
     "กรู้~"
     "อะไรทำให้นายมั่นใจขนาดนั้น" ชายหนุ่มหันไปตอบพร้อมกับหลี่ตามอง
    "แต่เอาเถอะ ไอ้ทางเนี้ยมันจะยาวไปถึ-----" แต่ก่อนที่เขาพูดจบก็ได้เสียงบ้างอย่างแทรกขึ้นมา



ยูตะก็หยุดการเคลื่อนทันที่ได้ยินดังนั้น แล้วเขาก็หันซ้ายหันขวา ก่อนที่จะหันหน้าไปมองคู่หูของเขา
     "กรู้~" แล้วมันก็ตอบกลับมาราวกับรู้ว่า ยูตะกำลังคิดอะไรอยู่
    "อ้าว ไม่ใช้ของแกหรอ" ยูตะตอบคู่หูของเขากลับไป ถ้าไม่ใช้ของชุนชุนมารุ และมันก็ไม่ใช้ของเขาอย่างแน่นอน นั้นหมายความว่าต้องมีสิ่งมีชีวิตลึกลับที่สามอยู่อย่างแน่นอน
     เมื่อยูตะคิดได้ดังนั้นแล้วเขาก็ก้มตัวลงต่ำลงแล้วค่อยๆ คลานคล่ำบริเวญนั้นไปที่ละนิดๆ และเสียงนั้นมันก็ดังขึ้นเรื่อยๆ จนเขารู้สึกได้ว่าเข้าใก้ลเสียงต้นเสียงขึ้นเรื่อยๆแล้ว จนเขานั้นคล่ำไปแตะโดนอะไรบางอย่างที่มีลักษณะเป็นเมื่อกๆ ปริศนาอยู่
     "อี้......." ชายหนุ่มร้องออกมา อย่างขยะแขยงในที่ที่เขาจับไปโดน ก่อนเขาจะคล่ำไปเรื่อยๆ จนรู้สึกได้ว่าสิ่งที่เขาจับอยู่นั้นมีลักษณะกลมๆ มีอะไขนๆ อยู่จำนวนนึงด้วย และเมื่อยิ่งจับ ก็ยิ่งรู้สึกได้ว่ามันเหมือนกับใบหน้าคนขึ้นไปทุกที่ๆ จนมือเขาไปโดนบริเวณที่คาดว่าเป็นปาก เพราะอยู่ๆ มันก็ขยับขึ้นแล้วส่งเสียงออกมา

“ช่...ว...ยด้ว....ย.....”


     ยูตะก็ได้ยินเข้าดังนั้น ก็มีสีหน้าซีดกลายเป็นไก่ต้มในทันก่อนที่จะอ้าปากแล้ว
    "ฮว้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก" ชายหนุ่มกรี้ดร้องออกมา ก่อนที่จะชักมือออกอย่างรวดและถอยไปชิดกำแพงอีกฝั่งนึงและยืน ทบทวนถึงสิ่งที่ผ่านๆ มาในชีวตอว่าตัวเขานั้นมาทำอะไรที่นี่กันแน่
     "อะไร! อะไร! อะไร! อะไร! อะไร!" ชายหนุ่มยังคงพูดต่ออย่างลนลาน พร้อมกับสบัดมือข้างที่จับโดนอย่างรวดเร็วด้วยความขยะแขยง

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -8 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -8 + 3

ดูบันทึกคะแนน

今でもあなたはわたしの光
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x30
x12
x8
x5
x11
x6
x2
x8
x20
x25
x71
x6
x10
x60
x35
x12
x25
x40
x520
x710
x10
x9999
x107
x375
x2
x5
x8
x7
x20
x120
x30
x30
x2
x4
x1
x50
x90
x1247
x2
x900
x18
x162
x125
x499
x148
x6
x20
x482
x311
x37
x163
x10
x2
x400
x19
x50
x4
x20
x1
x1
x19
x1

85

กระทู้

422

โพสต์

214748หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
2147483647
เงินตำลึง
2147483647
ชื่อเสียง
0
ความหิว
2147483516

ซู ซูปี้

ของขวัญจาก Admin
pet
โพสต์ 2017-10-16 19:04:39 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย KABUTO เมื่อ 2017-10-18 00:30

{ เควสเรื่องราว 3 } บุญคุณ - ความแค้น

PART CXXXVII


     "เฮ้! หยุดเดี๋ยวนี้นะฉูจู๋ร์!!" เทียนเหมินวิ่งตามเจ้าขาวลงบันไดห้องลับใต้ดินมาเรื่อยๆ โดยแทบจะไม่มองทางเพราะเขาเพียงแต่หวังจะวิ่งตามมันให้ทัน แต่การวิ่งไล่จับกับสุนัขป่านั้นยากที่มนุษย์จะชนะและไล่ตามทันได้ เบื้องหน้าเป็นทางตันแต่เห็นพวงหางสีขาววิ่งไปทางซ้ายไวๆ เขาก็รีบตามไปทันที แสงโคมเพียงน้อยนิดกอปรกับความมืดรอบด้านทำให้ชายหนุ่มไม่ทันระวังที่พื้นแล้วสะดุดกับบางสิ่งบางอย่างเข้าจนเกือบหน้าคะมำ
    "!?!!" และสิ่งที่ทำให้เขาสะดุดก็คือโครงกระดูกมนุษย์ที่นอนแห้งตายอยู่ภายในห้องลับยิ่งชวนให้ขวัญผวาจนเผลอกระโดดหนีจนหลังติดกำแพงหิน "โว๊ะ!! ใจหายหมด! บ้าจริง... มันมาตามหากระดูกอีกแล้วหรอเนี่ย!..." เรียวคิ้วที่กลับมาเป็นสีเข้มขมวดขึงเป็นเกรียว ชายหนุ่มยกโคมไฟส่องในมือส่องไปยังเบื้องหน้าโดยหวังว่าจะเห็นเจ้าขาวป้วนเปี้ยนแถวๆ กระดูกโครงนี้แต่ก็หาไม่เจอ
     "ไปไหนของมันเนี่ย... ไอ้หมาบ้าเอ๊ย!" เมื่อรวบรวมสติกลับคืนมาได้เทียนเหมินก็ออกวิ่งตามหาเจ้าขาวต่อไปจนไปตันกับกำแพงหินอีกทาง "ฉูจู๋ร์!!! กลับมาได้แล้ว!!!" เสียงตะโกนดังสะท้อนอยู่ภายในห้องลับแต่ไร้วี่แววของสุนัขป่าสีขาวและทันใดนั้นเอง
     "เทียนเหมินนนนนนนนนนนนนนนนน นายอยู่หนายยยยยยยยยยยยยย" เสียงตะโกนโหยหวนของอิซุมิก็ดังขึ้นภายในห้องลับนี้เช่นกันจึงรู้ว่าอีกฝ่ายได้ตามมาด้วย เท่าที่จำได้ก่อนลงมาอีกฝ่ายไม่มีโคมไฟให้แสงสว่างป่านนี้คงมองอะไรไม่เห็น
    "อิซุมิ เจ้าลงมารึ!! อยู่กับที่แล้วส่งเสียงเรียกข้าเรื่อยๆ!!" เทียนเหมินตะโกนสั่งเพื่อที่ตัวเขาจะได้ไปรับอีกฝ่ายถูก จากนั้นก็หันหลังกลับไปเส้นทางเดิมทันทีส่วนฉูจู๋ร์ค่อยตามหามันต่อหลังจากที่ได้เจออิซุมิแล้ว
      "นายคิดว่าทางมันยาวไปสุดตรงไหนเนี้ย.... อะไรทำให้นายมั่นใจขนาดนั้น.... แต่เอาเถอะ ไอ้ทางเนี้ยมันจะยาวไปถึ-----...." เหมินเดินตามเสียงของอิซุมิไปเรื่อยๆ พลางนึกสงสัยว่าเจ้าหมอนั่นคุยกับใครแต่เมื่อเงี่ยหูฟังดีๆ ก็ได้สินเสียงของนกด้วย ดูเหมือนว่าสัตว์เลี้ยงของอีกฝ่ายจะเป็นนกพิราบชื่อชุนชุนอะไรสักอย่าง แต่ทันใดนั้นเสียงที่ดูเหมือนจะพูดตลอดทางก็ขาดช่วงลง จากนั้นก็ตามมาด้วยเสียงร้องโหยหวนของอิซุมิ "ฮว้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก"
     "อิซุมิ!!" เทียนเหมินรีบวิ่งไปทางต้นเสียงทันทีเมื่อได้ยินเสียงร้องนั้น และเมื่อส่องโคมไฟหาเขาก็พบว่าอีกฝ่ายอยู่กับชายคนหนึ่งนั่งเปลือยเปล่าพิงผนังอยู่แต่ไม่ขยับเขยื้อนแสะส่งเสียงอะไรออกมา ดูเผินๆ ราวกับเป็นร่างไร้วิญญาณอย่างไรอย่างนั้น ดูเหมือนว่าในตอนที่เขาวิ่งไล่ตามฉูจู๋ร์มาเรื่อยๆ จะไม่ทันได้สังเกตว่ามีร่างๆ นี้พิงผนังอยู่ด้วย "เฮ้ย! อิซุมิ!!" มือหนายกขึ้นเขย่าตัวสหายที่มาด้วยเพื่อเรียกสติหลังจากที่ขวัญเพิ่งกระเจิงไป
     @YutaIzumi
    "พูด? นั่นมันศพชัดๆ" เทียนเหมินพูดกับยูตะ เพียงแค่เขามองปราดเดียวก็รู้ได้ทันทีว่าร่างกายกับวิญญาณของผู้นั้นได้แยกออกจากกันแล้วแม้จะมองไม่เห็นรายละเอียดที่ชัดเจนก็ตาม แต่ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงแหบพร่าขอความช่วยเหลือมาจากร่างๆ นั้นจริงๆ
     “ช่….วช่วยด้วย” เมื่อเสียงครางดังอีกครั้งเทียนเหมินก็รีบส่องโคมไปทางร่างของชายผู้นั้นทันทีแต่ทว่าริมฝีปากของร่างที่นิ่งเฉยไม่ได้ขยับพูดออกมา และเมื่อส่องไฟไปทางอื่นก็ไม่พบว่ามีคนอื่นอีกเลย
     @YutaIzumi
    "!!?!!!" เทียนเหมินเดินเข้าไปดูร่างๆ นั้นใกล้ๆ ก็ต้องตกใจจนหยุดชะงัก ใบหน้าของศพอาบไปด้วยด้วยเลือดที่ไหลออกมาจากเบ้าตาทั้งสองข้าง จมูกถูกทำร้ายจนเละ หน้าอกและช่องท้องมีรอยผ่า ไส้กองอยู่ตรงหน้าท้องส่งกลิ่นคาวชวนคลื่นเหียนออกมา เมื่อเห็นสภาพที่ชวนน่าสังเวชชายหนุ่มก็เบือนใบหน้าหนีทันที
     @YutaIzumi
    "ต้องมาเจออะไรอีกวะ..." เทียนเหมินสบถออกมาอย่างหัวเสียเพื่อกลบความหวาดวิตกในใจ "แล้วฉูจู๋ร์ไปไหนแล้วเนี่ย ฉูจู๋ร์!!" ชายหนุ่มยังคงตะโกนเรียกเจ้าสี่ขาจอมก่อเรื่องแต่สิ่งที่ได้รับคือความเงียบไม่มีแม้แต่เสียงเห่าหรือหอนตอบกลับมา และทันทีที่เขากวาดโคมไฟไปมามองรอบๆ ก็เหมือนเห็นสิ่งๆ หนึ่งสะท้อนแสงไปออกมาจากตัวศพ "อะไร?"
     @YutaIzumi
     "ฟู้ว์..." ร่างสูงทำใจดีสู้เสือเดินเข้าไปใกล้ๆ ศพผู้ชายที่น่าสยดสยองนั้นก่อนจะส่องไฟไปดูใกล้ๆ ตรงช่วงท้องเห็นก้อนบางอย่างส่องแสงวิบวับออกมา ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าตอนนี้เขารู้สึกไม่ดีจนมือสั่นไปหมด ความรู้สึกที่หลากหลายถาโถมเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นความกลัว ความกังวล และต่างๆ อีกมากมาย
     @YutaIzumi
    "ข้าจะลองผ่าออกมาดู" เทียนเหมินส่งโคมไฟให้อิซุมิได้ถือไว้เพื่อส่องแสงให้เขาได้เห็นยามเมื่อผ่าก้อนนั้นออกมา แต่ก่อนอื่นเขายกมือขึ้นพนมตรงหน้าเพื่อขอขมาศพ "เจ้าแม่หนี่วาส่งให้เจ้าขาวนำทางข้ามาพบกับสิ่งนี้ใช่ไหม? หากเป็นเช่นนั้นข้าก็ขอลงมือ.. ขออภัยด้วยพี่ชาย" เมื่อพูดจบเขาก็นำกริชเล่ออี้ออกมากรีดช่องอกเพิ่มเพื่อให้สอดมือเข้าไปได้ ความรู้สึกแหยะๆ เมื่อต้องสัมผัสกับอวัยวะภายในของคนมันแย่จนชายหนุ่มต้องเบ้หน้าเขาจึงพยายามดึงมันออกมาให้เร็วที่สุด แต่เมื่อล้วงมือเข้าไปดึงของสิ่งนั้นกลับดึงไม่ออกเพราะติดกับกระดูกซี่โครง
     @YutaIzumi
     "ต้องหาอะไรมางัดซี่โครง ไม่ก็ทำลายทิ้ง" เทียนเหมินหันไปพูดกับอิซุมิที่ทำหน้าที่ส่องไฟอยู่ สายตาพยายามสอดส่องมองหาอะไรที่จะมาช่วยงัดซี่โครงได้
     @YutaIzumi
    "ขอบใจ" เทียนเหมินรับกระบี่ของอิซุมิมาแทงเข้าไปที่ซี่โครงของศพพร้อมกับกริชเล่ออี้ แล้วจัดการออกแรงถ่างให้ซี่โครงมนุษย์แยกออกจากกันจนสามารถนำก้อนเรืองแสงที่ภายในอกของศพออกมาได้ เมื่อนำสิ่งที่อยู่ภายในอกออกมาได้แล้วชายหนุ่มก็รีบดึงกริชออกแล้วถอยกรูออกมาทันที ความรู้สึกขยะแขยงดันขึ้นมาจุดอยู่ที่คอ มีให้เลือกสองอย่างว่าจะสำรอกมันออกมาหรือจะกลืนกลับไปลงคอ ชายหนุ่มเลือกเอาอย่างแรกเพราะไม่อาจฝืนกลืนกลับไปได้ไหว "แหว่ะ!..."
     “ช่...ว...ช่วย...ด้วย” เสียงร้องเรียกยังคงดังหวีดหวิวออกมาจากตำแหน่งของศพตลอดเวลายิ่งกระตุ้นให้หัวใจที่บีบรัดเต้นแรงขึ้น
     @YutaIzumi

     

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +35 ความหิว -11 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 35 -11 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x9999
x9999
x9999

61

กระทู้

543

โพสต์

18หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
734
เงินตำลึง
1206
ชื่อเสียง
91202
ความหิว
346

ใบรับรองภาษาฮั่นป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV3)

คุณธรรม
126
ความชั่ว
0
ความโหด
79
ทอมโม่
เลเวล 1

กงซุน หลัน

ข้าก็มีบทนะคะ!!
pet
โพสต์ 2017-10-16 20:32:03 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย YutaIzumi เมื่อ 2017-10-16 21:29

- เควสส่งอาหาร -
เพื่อนคนใหม่ 8
     "อิซุมิ!!" เสียงของซูเทียนเหมินรีบวิ่งไปทางเขาดังขึ้น และเมื่อแสงจากส่องโคมไฟมาถึงก็พบว่า สิ่งที่เขาจับไปนั้นเป็นชายนั่งเปลือยเปล่าพิงผนังอยู่แต่ไม่ขยับเขยื้อนแสะส่งเสียงอะไรออกมา ดูเผินๆ ราวกับเป็นร่างไร้วิญญาณอย่างไรอย่างนั้น      "เฮ้ย! อิซุมิ!!" มือหนายกขึ้นเขย่าตัายูตะที่มาด้วยเพื่อเรียกสติหลังจากที่ขวัญเพิ่งกระเจิงไป
    "มะ...มะ...มันพูดได้!" ยูตะชี้ไปที่ศพนั้นเพราะกับ ทำเสียงสั่น รวมถึงนิ้วที่ชี้ไปด้วย
    "พูด? นั่นมันศพชัดๆ" ซูเทียนเหมินพูดกับเขา เพียงแค่เขามองปราดเดียวก็รู้ได้ทันทีว่าร่างกายกับวิญญาณของผู้นั้นได้แยกออกจากกันแล้วแม้จะมองไม่เห็นรายละเอียดที่ชัดเจนก็ตาม แต่ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงแหบพร่าขอความช่วยเหลือมาจากร่างๆ นั้นจริงๆ
     “ช่….วช่วยด้วย” เมื่อเสียงครางดังอีกครั้งเทียนเหมินก็รีบส่องโคมไปทางร่างของชายผู้นั้นทันทีแต่ทว่าริมฝีปากของร่างที่นิ่งเฉยไม่ได้ขยับพูดออกมา และเมื่อส่องไฟไปทางอื่นก็ไม่พบว่ามีคนอื่นอีกเลย
    "เห็นๆ มีเสียงออกมาจริงๆ ด้วย" ยูตะพูดขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับพยักหน้าหงิกๆ
    "!!?!!!" ซูเทียนเหมินเดินเข้าไปดูร่างๆ นั้นใกล้ๆ ก็ต้องตกใจจนหยุดชะงัก ใบหน้าของศพอาบไปด้วยด้วยเลือดที่ไหลออกมาจากเบ้าตาทั้งสองข้าง จมูกถูกทำร้ายจนเละ หน้าอกและช่องท้องมีรอยผ่า ไส้กองอยู่ตรงหน้าท้องส่งกลิ่นคาวชวนคลื่นเหียนออกมา เมื่อเห็นสภาพที่ชวนน่าสังเวชซูเทียนเหมินก็เบือนใบหน้าหนีทันที
    "อุก........." ยูตะถึงกับหลี่ตามอง สภาพศพตรงหน้านั้นมัน ทำให้เขาย้อนนึกถึงสถาพทหารม่อเป่ย ที่เขาได้ลงมือจามหน้าไป เขาเลยรู้สึกผิดขึ้นมาสักครู่นึง
    "ต้องมาเจออะไรอีกวะ..." เทียนเหมินสบถออกมาอย่างหัวเสียเพื่อกลบความหวาดวิตกในใจ
    "แล้วฉูจู๋ร์ไปไหนแล้วเนี่ย ฉูจู๋ร์!!" ชายหนุ่มยังคงตะโกนเรียกเจ้าสี่ขาจอมก่อเรื่องแต่สิ่งที่ได้รับคือความเงียบไม่มีแม้แต่เสียงเห่าหรือหอนตอบกลับมา และทันทีที่เขากวาดโคมไฟไปมามองรอบๆ ก็เหมือนเห็นสิ่งๆ หนึ่งสะท้อนแสงไปออกมาจากตัวศพ "อะไร?"
     "อะไร? นายเห็นอะไรอย่างงั้นหรอ? ซูเทียนเหมิน" ยูตะถามออกมาอย่างสงสัย หลังจากที่ได้ยินชายร่างโตพูดขึ้น
     "ฟู้ว์..." ร่างสูงทำใจดีสู้เสือเดินเข้าไปใกล้ๆ ศพผู้ชายที่น่าสยดสยองนั้นก่อนจะส่องไฟไปดูใกล้ๆ ตรงช่วงท้องเห็นก้อนบางอย่างส่องแสงวิบวับออกมา ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าตอนนี้เขารู้สึกไม่ดีจนมือสั่นไปหมด ความรู้สึกที่หลากหลายถาโถมเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นความกลัว ความกังวล และต่างๆ อีกมากมาย
    "นายคิดจะทำอะไร นายคงไม่ได้ทำอะไรกับศพนั้นใช้มั้ย....ใช้มั้ย....." ยูตะพูดย้ำถึงสองรอบ แสดงถึงความไม่อยากยุ่งกับศพผู้ชายคนนั้นแบบสุดๆ
    "ข้าจะลองผ่าออกมาดู" ซูเทียนเหมินกล่าวขึ้นแล้วก็ ส่งโคมไฟให้เขาได้ถือไว้เพื่อส่องแสงให้ซูเทียนเหมินได้เห็นยามเมื่อผ่าก้อนนั้นออกมา แต่ก่อนอื่นเขายกมือขึ้นพนมตรงหน้าเพื่อขอขมาศพ "เจ้าแม่หนี่วาส่งให้เจ้าขาวนำทางข้ามาพบกับสิ่งนี้ใช่ไหม? หากเป็นเช่นนั้นข้าก็ขอลงมือ.. ขออภัยด้วยพี่ชาย" เมื่อพูดจบเขาก็นำกริชเล่ออี้ออกมากรีดช่องอกเพิ่มเพื่อให้สอดมือเข้าไปได้ แต่ดูเหมือนว่ามือเขานั้นก็ไปติดกับอะไรบางอย่าง
    "เป็นอะไรไป มือติดอะไรอย่างงั้นหรอ?" ยูตะถามต่ออีกครั้งเมื่อเห็นท่าทางของซูเทียนเหมินที่ดูผิดปกติไป
    "ต้องหาอะไรมางัดซี่โครง ไม่ก็ทำลายทิ้ง" เทียนเหมินหันไปพูดกับอิซุมิที่ทำหน้าที่ส่องไฟอยู่ สายตาพยายามสอดส่องมองหาอะไรที่จะมาช่วยงัดซี่โครงได้
     "อะไร....ที่งัดได้ อย่างงั้นรึ....อ้อใช้ เอ้า! ใช้นี่สิ" ยูตะกล่าวขึ้นเหมือนนึกอะไรออก ก่อนที่จะส่งกระบี่ที่เขาหยิบติดมาด้วยให้ไป
     "ขอบใจ" ซูเทียนเหมินรับกระบี่ของอิซุมิมาแทงเข้าไปที่ซี่โครงของศพพร้อมกับกริชเล่ออี้ แล้วจัดการออกแรงถ่างให้ซี่โครงมนุษย์แยกออกจากกันจนสามารถนำก้อนเรืองแสงที่ภายในอกของศพออกมาได้ เมื่อนำสิ่งที่อยู่ภายในอกออกมาได้แล้วชายหนุ่มก็รีบดึงกริชออกแล้วถอยกรูออกมาทันที ก่อนเขาจะทำหน้าทำตาพะอืดพะอมแล้วก็ "แหว่ะ!..."
     “ช่...ว...ช่วย...ด้วย” เสียงร้องเรียกยังคงดังหวีดหวิวออกมาจากตำแหน่งของศพตลอดเวลา
     "นายๆ ไหวมั้ย แล้วสรุปนายดึงอะไรออกมา......" ยูตะตัดสินในถามทั้งอาการของเพื่อนร่วมทางเขาและ สิ่งที่เขาได้นำออกมาจากศพนั้น
@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -5 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -5 + 3

ดูบันทึกคะแนน

今でもあなたはわたしの光
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x30
x12
x8
x5
x11
x6
x2
x8
x20
x25
x71
x6
x10
x60
x35
x12
x25
x40
x520
x710
x10
x9999
x107
x375
x2
x5
x8
x7
x20
x120
x30
x30
x2
x4
x1
x50
x90
x1247
x2
x900
x18
x162
x125
x499
x148
x6
x20
x482
x311
x37
x163
x10
x2
x400
x19
x50
x4
x20
x1
x1
x19
x1

ข้อความล้วน|อุปกรณ์พกพา|

Copyright © 2001-2012 | The Legend of Wulin  สงวนลิขสิทธิ์ | GMT+7, 2019-10-20 16:53

ขึ้นไปด้านบน