ดู: 100|ตอบกลับ: 3

{ เมืองผิงหยาง } โรงเตี๊ยมกบนักเดินทาง

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2019-1-20 05:59:46 |โหมดอ่าน
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ไม่ระบุชื่อ เมื่อ 2019-1-20 19:50

โรงเตี๊ยมกบนักเดินทาง









โรงเตี๊ยมกบนักเดินทางกับชื่อที่ถูกตั้งเพื่อแก้เคล็ด
เปิดในเวลากลางคืนเป็นหลักแต่กลางวันก็คึกคัก
มีผู้คนนิยมมาใช้บริการจำนวนมากเพราะที่นี่มีบ่อน้ำพุร้อนขุดเอง

ในอดีตเป็นเพียงผืนดินเปล่าประโยชน์จนคนผู้หนึ่งนึกอยากลงทุนขึ้นมา
คนผู้นั้นเลือกที่จะขุดที่แห่งนี้แล้วพบบ่อน้ำพุร้อนโดยบังเอิญ
จึงเกิดความคิดที่จะสร้างเป็นบ่อเล็กๆห้อมล้อมด้วยหิน
กระทั่งมีนักเดินทางมากมายต้องการจะค้างแรม ทำให้ต่อมาเป็นโรงเตี๊ยมไป

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ tabikaeru png

ที่นี่ยังมีจุดเด่นอีกเรื่องคือ กบนักเดินทาง
เป็นกบสีเขียวมีใบหน้าง่วงนอนและสวมหมวกใบบัว
เรียกได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ของโรงเตี๊ยมแห่งนี้ในฐานะ ตัวเรียกแขก
กบนักเดินทางมีเพียงตัวเดียวคือที่โรงเตี๊ยมอรุณเบิกฟ้านกกาโบยบินแห่งนี้
เป็นกบที่สามารถสื่อสารกับมนุษย์ได้ด้วยการเขียนอักษร
แขกที่มาเยือนจะพบกบได้ตามจุดต่างๆ เพราะเขามักจะวนเวียนไปเรื่อยๆภายในโรงเตี๊ยม

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 Point +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 10

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2019-1-20 06:26:13 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Shufeng เมื่อ 2019-1-20 13:28

[ เควสเรื่องราวที่ 3 ตอนที่ 6.1 ย่านการค้าเมืองฉางซา] ■■■■■■■■■■■■■■■■■■■■■





พวกเขานัดเจอกันหลังจากเทีย่วตลาดน้ำเสร็จเรียบร้อย

“ น้องลู่กงเจ้าได้อะไรมาบ้าง “ หลี่เต้าเอ่ยปากพร้อมกับอาหารมากมายในมือ

“ ข้าก็ได้มาไม่น้อยไปกว่าพี่หลี่หรอกน่า “ พูดจบลู่กงก็โชว์กระเป๋าที่แบกอาหารมากมาย

ซุนซิ่นเหยียนทำได้เพียงส่ายหน้า

จากนั้นชูเฟิงก็มองไปที่แม่นางจ้าวและฉินฉาน

พวกนางก็มองกลับมาที่ชูเฟิงพร้อมกับยิ้มให้อย่างอ่อนโยน

“ ข้าล่ะไม่อยากจะเชื่อว่าแม่นางจ้าวจะเป็นลูกบุญธรรมของพรรคเมาเซียน ข้าคิดว่าเรื่องนี้มันมีลับลมคมในแปลกๆ “

ชูเฟิงคิดจบก็เป็นเวลาที่ฉินฉานบอกให้ออกเดินทางได้พอดี

พวกเขาออกเดินทางกันไปอย่างเชื่องช้า

พวกเขาได้พูดคุยกันเล็กน้อยก่อนจะออกเดินทางต่ออย่างรวดเร็วในภายหลัง

“ ข้าอดสงสัยไม่ได้จริงๆว่าแม่นางจ้าวที่บริสุทธิ์เช่นนั้นจะต้องถูกนำไปใช้ประโยชน์อะไรบางอย่างแน่ๆ “ ชูเฟิงคิดภายในใจ

“ น้องเฟิงเจ้าเหม่ออันใด ? “  หลี่เต้าเอ่ยปาก

“ เปล่าๆพี่หลี่ ข้าแค่คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย

หลังจากนั้นพวกเขาก็เดินทางกันต่อ ป่าไผ่ด้านข้างกว้างขวางสวยงามยิ่งนัก

ชูเฟิงและคนอื่นๆในที่สุดก็เดินมาถึงเมืองผิงผยาง

“ เอาล่ะวันนี้เราจะพักกันที่นี่ ไว้เจอกันยามเช้า แยกย้ายได้ ! “ ฉินฉานเอ่ยปากบอกพร้อมหันกายเข้าโรงเตี๊ยมไป

ชูเฟิงเดินเข้าโรงเตี๊ยมไปพร้อมกับเห็นกบอันแสนน่ารักอยู่ราวกับว่าเป็นตัวเรียกแขกที่แห่งนี้

ทว่าระหว่างที่เข้ากำลังเข้าไปในนั้นเองเขาก็รู้สึกถึงสายตาที่จ้องมองของกบเขาจึงหันมามองมัน

ฉินฉานได้หันหน้ากลับมาแล้วพูดกับทั้งสามคน

“ หลี่เต้า ลู่กงเป่ยซาน ซุนซิ่นเหยียน พวกเจ้ากลับไปก่อนได้เลย ส่วนศิษย์น้องชู เจ้ารออยู่ที่โรงเตี๊ยมนี่แหละจ๊ะ เดี๋ยวข้าพาคุณหนูไปส่งที่เกาะเสียเกิน แล้วเจอกัน “ ฉินฉานพูดจบทั้งสามก็สลายตัวไปและในระหว่างนั้นฉินฉานก็โบกมือให้ชูเฟิงแล้วขยิบตาให้แก่เขา

เมื่อฉินฉานจากไปก็ทิ้งไว้เพียงชูเฟิงนั่งอยู่บนโต๊ะอาหารแต่เพียงผู้เดียว ซึ่งเป็นโต๊ะมีน้ำซุปน้ำชาตั้งอยู่

ระหว่างนั้นเองเป็นจังวหะเดียวกันกับที่พวกฉินฉานออกไป ก็มีกบตัวน้อยที่เขารู้สึกได้ว่ามันจ้องมองเขามาตั้งแต่ยังไม่เขามาโรงเตี๊ยมโดดเข้ามาบนโต๊ะตรงหน้าเขา

ทว่ามันไม่พูดพร่ำทำเพลงอะไรทั้งสิ้นเอาเท้าของมันจุ่มลงน้ำแกงเข้มๆของเขาก่อนที่มันจะวาดอักษรลงบนโต๊ะ “ แฮ่ะ สวัสดี เจ้านี่ดูหน้าปลกดีนะ “

ชูเฟิงที่เห็นภาพเบื้องหน้าก็ตกตะลึงเล็กน้อย

“ ไอ้กบบ้านี่มันทำอะไร ?” จากนั้นก็อ่านข้อความชูเฟิงก็มีความหัวรุ่มร้อนเล็กน้อยแต่ก็สงบลงเมื่อเห็นข้อความต่อไป

“ เจ้าหน้าปลวก ข้ารู้สึกว่าเจ้าไม่น่าจะเป็นพวกเดียวกันกับคนพวกนั้นใ่ชไหม ? “ เจ้ากบวาดอักษรยาวออกมาถามชูเฟิง

“ เจ้ารู้ได้อย่างไรกัน ?! “ ชูเฟิงตื่นตระหนกเล็กน้อยเพราะว่ากบนี้ทำไมดูคนออกมันเป็นเทพเซียนแปลงกายลงมาอย่างนั้นหรือ ?

ชูเฟิงสติสงบอารมณ์จากนั้นก็ตอบมันกลับไป “ ใช่ข้าไม่ใช่พวกมัน “ เบาๆและซ่อนปากเอาไว้ไม่เห็นใครอ่านได้

เจ้ากบตัวนั้นก็จุ่มน้ำแกงอีกครั้งแล้วเขียนตัวอักษรต่อไป

“ เจ้าเคยเลวมาก่อนสินะ ฆ่าแม่ลูกอ่อน คิดชั่ว ชาติชั่วสารพัด “ เจ้ากลัวเขียนจบก็คลี่ยิ้มใสๆน่าหมั่นไส้ออกมา

ชูเฟิงช็อคสตั้นไปชั่วขณะนึงพร้อมหันนึกย้อนกลับไปในเหตุการณ์ในวันนั้น

ชูเฟิงกำหมัดแน่นจากนั้นก็เอ่ยถามออกไป “ เจ้ารู้ได้ยอย่างไรกัน ? “  พร้อมกับทำหน้าเจ็บปวดที่ในตอนนั้นตนเผลอทำอะไรผิดพลาดไปเขารู้สึกเสียใจจนถึงทุกวันนี้

“ข้าเคยได้ยินมนุษย์ลือกันน่ะ และข้าคิดว่ามีเรื่องนึงเจ้าหน้าปลวกอาจชอบนะ ข่าวนี้ข้าได้ยินเมื่อสามวันก่อนว่ามีผู้เฒ่าท่านนึงที่ปลีกสันโดษ แต่เขาจะช่วยขัดเกลาจิตใจเจ้าให้สำนึกผิดชำระล้างจิตใจได้ แต่ดูเหมือนท่านผู้เฒ่าจะแปลกๆ หน่อยๆ” กบเขียนอักษรร่ายยาวมากขึ้นกว่าเดิม ดูเหมือนน้ำแกงจะจางๆ ขุ่นๆ ด้วยดินโคลนแล้วก่อนจิ้มในจอกชาของเขาเขียนบนผ้าปูโต๊ะ “ข้าได้ยินจากคนกลุ่มนั้นว่าเขาอาจจะเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของพรรคเมฆา”

“ พรรคเมฆา ? “ ชูเฟิงเอ่ยปากเบาๆ เพียงเท่านั้นกระบี่หยกหิมะที่อยู่ข้างเอวของเขาก็สั่นพร้อมกับเสวี่ยเหมยออกปากบอกกับเขา

“ หวังจงหยินคือประมุขพรรคเมฆา !!!! “ เสียงอันกราดเกรี๊ยวกึกก้องภายในหัวของชูเฟิง

ชูเฟิงหลับตาสักครู่นึงแล้วพูดคุยกับสื่อสารกับเสวี่ยเหมย

“ ท่านเสวี่ยเหมย ข้าควรไปตามที่เจ้ากบพูดไหม ? “  

“ เจ้าควรไป หากผู้นั้นเป็นศัตรูของพรรคเมฆาก็ถือว่าเป็นคนที่ช่วยทำให้เจ้าสำเร็จได้แน่นอน “

“ ขอรับ “ หลังจากนั้นชูเฟิงก็ลืมตาขึ้นมา

“ แล้วผู้เฒ่าที่ว่านั่นอยู่ที่ใดล่ะ ? “

“ท่านผู้เฒ่าเหรอ….ข้ารู้สึกว่าอยู่ที่ ถ้ำเหลียนหยูเก่อปิ้ง เมืองท่าเหลียนหยู” กบเขียนอักษร ก่อนมองอีกฝ่ายว่าอ่านยัง ก่อนรีบลบ เขาไม่อยากทำให้คนดีๆ เดือดร้อนถ้ามีพวกคนชั่วเห็น

ชูเฟิงอ่านตัวอักษรทั้งหมดแล้วเมื่ออ่านจนจบก็เห็นว่ามันถูกลบไปเรียบร้อยแล้ว

“ ขอบคุณเจ้ามากเจ้ากบ “ ชูเฟิงยกมือคารวะ

“ขอให้เจ้าโชคดีนะ เจ้าลองไตร่ตรองดู ผู้เฒ่าคนนั้นอาจช่วยในสิ่งที่ใจเจ้าปรารถนาได้” กบเขียนข้อความก่อนกระโดดจากไป โดยมีม้วนไม้ไผ่เล็กๆ ที่มันพบเจอนอกโรงเตี๊ยมหล่นอยู่หล่นลงมาใส่จอกชา

ชูเฟิงยิ้มจากนั้นก็เห็นม้วนไม้ไผ่เล็กๆที่มันเอามาให้เขา

ชูเฟิงคลี่ไม้ไผ่ออกมาพร้อมกับอ่านข้อความที่ทำให้เขาเสียน้ำตา


' ข้าไม่อาจไปพบเจอเจ้าอีกแล้ว กระต่ายมีเขาพบข้า ข้าไม่อาจสู้มันได้ ณ ผาแห่งนี้

                                                           ไป๋ ลู่เอิน '

หลังจากจบข้อความชูเฟิงรู้สึกเสียใจเศร้าโสกเป็นอย่างมาก

“ เหตุใดกัน ถึงเป็นเจ้าที่จากไป ? สหายรัก เพื่อนรัก และคนที่ข้ารัก….”

“ ไอ้เวรตะไลบัดซบพรรคภูติทมิฬลมดำ ข้าจะฆ่าเจ้าให้ได้ ! ข้าจะฆ่าเจ้า ฆ่าจะฆ่าเจ้าทั้งโคตรตระกูลเจ้า !!!!! “ ชูเฟิงพูดจบน้ำตาก็ไหลเอ่อล้นจากตาความรู้สึกที่มีทั้งหมดแตกสลายหายไปอย่างไร้ใยดี

ความเศร้าที่ถาโถมเข้ามาอย่างมากมายไม่อาจปิดกั้นเอาไว้ได้อยู่ ความแค้นที่พรั่งพรูออกมาอย่างไม่อาจควบคุมชูเฟิงกำลังจะควบกระบี่ในมือแล้วบุกไปยังพรรคภูติทมิฬลมดำอย่างไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น

ทว่าในระหว่างที่เขากำลังจะออกไปนั้นเสวี่ยเหมยที่เฝ้ามองอยู่ในกระบี่ก็อดไม่ได้ที่จะเศร้าโสกตามไปทว่านางจำเป็นต้องสงบสติอารมณ์ชูเฟิง

นางควบคุมกระบี่แล้วทุบหัวชูเฟิงให้สลบ





แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +2 คุณธรรม +3 ความชั่ว +1 ความโหด โพสต์ 2019-1-20 12:30

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -18 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -18 + 5

ดูบันทึกคะแนน

ข้ากลับมาหล่อเหล่าแล้ว !
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตัวเบาขั้นกลาง
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
กระบี่หยกหิมะ
กราดิอุสทอง(ซ้าย)
คัมภีร์ละติน
ฮั่นเสียทองเทวะ
เกราะทองแดง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x40
x15
x1
x18
x41
x9
x872
x1
x10
x35
x54
x16
x6
x28
x22
x84
x435
x4
x72
x177
x28
x70
x69
x6
x142
x2
x2
x18
x50
x36
x8
x402
x10
x30
x18
x1233
x497
x66
x1
x9999
x3112
x250
x890
x8000
x333
x2
x656
x287
x8
x100
x56
x9999
x1000
x84
x43
x43
x11
x1
x1
x19
x168
x87
x15
x10
x25
x30
x997
x5
x60
x2
x2
x2
x4
x90
x52
x30
x1
x90
x90
x1
x150
x4
x22
x7
x29
x2
x17
x3
x154
x4
x110
x150
x90
x6
x10
x26
x2
x60
x5
x550
x30
x970
x45
x77
x4
x276
x75
x10
x553
x200
x270
x30
x5
x6
x3
x2000
x20
x4
x90
x138
x31
x200
x140
x400
x1200
x125
x94
x86
x101
x3
x200
x1500
x688
x10
x6
x175
x6
x8
x7
x7
x31
x150
x17
x117
x700
x11
x79
x46
x155
x3348
x904
x942
x85
x1002
x70
x105
x140
x5983
x623
x10
x547
x79
x220
x241
x7
x4
x31
x50
x71
x2038
x220
x9999
x165
x181
x106
x178
x9
x537
x554
x75
x10
x233
x112
x50
x111
x45
x15
x1
x174
โพสต์ 2019-1-20 19:48:11 | ดูโพสต์ทั้งหมด
[ เควสเรื่องราวที่ 3 ตอนที่ 7 การตื่นที่ปลดปล่อยสิ้นทุกสิ่งอย่าง] ■■■■■■■■■■■■■■■■■■■■■

ชูเฟิงตื่นขึ้นมาจากความฝันอันแสนปวดร้าวและสุขล้น


ความรู้สึกของเขาในตอนนี้นั้นเต็มไปด้วยความสดชื่น เขาได้ปลดเปลื้องทุกภาระที่ติดไว้กับตัวของเขาอย่างหมดจด


เขาได้เข้าใจในสิ่งต่างๆมากมายมากขึ้นราวกับว่าเขาปลดปล่อยอะไรบางอย่างออกมา


การตื่นนอนของเขาในครั้งนี้นั้นสดชื่นกว่าทุกครั้งที่เคยเลยทีเดียว


ชูเฟิงจับกระบี่ข้างตัวของเขาพร้อมกับยิ้มด้วยใบหน้าอันสุขล้น


“ ท่านแม่ “ ชูเฟิงเอ่ยปากเรียก


“ ว่าไงเฟิงเอ๋อห์ “ เสวี่ยเหมยพูดผ่านทางจิตกับเขา


“ ไม่มีอันใดขอรับท่านแม่ ข้าแค่อยากเรียกท่านเฉยๆ “ ชูเฟิงพูดจบก็ยิ้มออกมาอย่างร่าเริง


ชูเฟิงยิ้มอย่างเริงร่าพร้อมกับลุกขึ้นอย่างสดใสกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา


“ ข้ารู้สึกสดชื่อมื่นบานเสียเหลือเกิน ข้ามีความสุขที่สุดเลย ! “  ชูเฟิงพูดพร้อมกับจับกระบี่หยกหิมะและจูบเข้าไปที่มันนึงทีราวกับว่าเขาต้องการจะหอมแก้มมารดาของเขา


“ แล้วใครแบกข้าขึ้นมานอนกัน ? “ ชูเฟิงสงสัยใคร่รู้จากนั้นก็นึกถึงอะไรบางอย่างได้


“ ข้าจำได้ว่าฉินฉานได้บอกให้ข้ารอนาง ? ข้าคงไม่ต้องรั้งรอแล้วล่ะ ข้าควรปลีกตัวเสียตอนนี้ไม่อย่างนั้นอาจจะไม่มีโอกาสอีกแล้ว “ ชูเฟิงพูดจบก็ลุกขึ้นเดินลงจากห้อง


ชูเฟิงมีจุดมุ่งหมายคือตามหาผู้เฒ่าที่เป็นศัตรูแค้นกับพรรคเมฆา พรรคของบิดาของตน


ชูเฟิงมองผู้คนในโรงเตี๊ยมด้วยความรู้สึกเปี่ยมไปด้วยความสุข


ชูเฟิงเดินเล่นในโรงเตี๊ยมอย่างช้าๆจากนั้นก็จ่ายเงินค่าที่พักและอาหารแก่เสี่ยวเอ้อห์ก่อนที่จะก้าวออกจากโรงเตี๊ยม


ขณะที่ชูเฟิงกำลังจะก้าวออกจากโรงเตี๊ยมนั้นเองเขาก็เห็นกบโบกมือแล้วส่งเสียงมาหาเขา


ชูเฟิงหันไปมองรอบๆจากนั้นก็มองไปที่มัน


มันเอามือจุ่มน้ำแกงแล้วเขียนว่า “ ดื่มน้ำแกงถ้วยนี้ก่อนสิก่อนจะไปน่ะ ดูเหมือนว่าเมื่อกี้เจ้าจะเป็นลมไป “


มันจุ่มลงมาเขียนบอกเขา


ใช่ มันจุ่มมือมาเขียนบอกเขา


จากนั้นชูเฟิงมองหน้ามัน มันทำตาใส่แป๋ว และกระพริบๆราวกับว่ามันเป็นแมวน้อย


“ เอาล่ะ ข้าจะดื่ม “ ชูเฟิงพูดจบก็หยิบถ้วยน้ำแกงมาดื่ม


เนื่องจากว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิตที่ช่วยให้เขาได้เข้าใจอะไรต่างๆมากขึ้น ชูเฟิงจึงยอมกินแต่โดยดีหลังจากดื่มน้ำแกงจนเสร็จชูเฟิงก็ยิ้มและคารวะให้มันจากนั้นก็เดินออกไป


ชูเฟิงออกเดินทางพร้อมควบฮั่นทองและถามหู้คนถึงสถานที่ ที่เรียกว่าเมืองท่าเหลียยนหยู จากนั้นเขาก็ออกเดินทางด้วยความรวดเร็วในทันที





แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +10 คุณธรรม โพสต์ 2019-1-20 19:58

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +111 ความหิว -62 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 111 -62 + 5

ดูบันทึกคะแนน

ข้ากลับมาหล่อเหล่าแล้ว !
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตัวเบาขั้นกลาง
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
กระบี่หยกหิมะ
กราดิอุสทอง(ซ้าย)
คัมภีร์ละติน
ฮั่นเสียทองเทวะ
เกราะทองแดง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x40
x15
x1
x18
x41
x9
x872
x1
x10
x35
x54
x16
x6
x28
x22
x84
x435
x4
x72
x177
x28
x70
x69
x6
x142
x2
x2
x18
x50
x36
x8
x402
x10
x30
x18
x1233
x497
x66
x1
x9999
x3112
x250
x890
x8000
x333
x2
x656
x287
x8
x100
x56
x9999
x1000
x84
x43
x43
x11
x1
x1
x19
x168
x87
x15
x10
x25
x30
x997
x5
x60
x2
x2
x2
x4
x90
x52
x30
x1
x90
x90
x1
x150
x4
x22
x7
x29
x2
x17
x3
x154
x4
x110
x150
x90
x6
x10
x26
x2
x60
x5
x550
x30
x970
x45
x77
x4
x276
x75
x10
x553
x200
x270
x30
x5
x6
x3
x2000
x20
x4
x90
x138
x31
x200
x140
x400
x1200
x125
x94
x86
x101
x3
x200
x1500
x688
x10
x6
x175
x6
x8
x7
x7
x31
x150
x17
x117
x700
x11
x79
x46
x155
x3348
x904
x942
x85
x1002
x70
x105
x140
x5983
x623
x10
x547
x79
x220
x241
x7
x4
x31
x50
x71
x2038
x220
x9999
x165
x181
x106
x178
x9
x537
x554
x75
x10
x233
x112
x50
x111
x45
x15
x1
x174

96

กระทู้

1088

โพสต์

18หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
79544
เงินตำลึง
688588
ชื่อเสียง
49646
ความหิว
1820

ใบรับรองภาษาละตินป้ายวังหลังป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV2)

คุณธรรม
2143
ความชั่ว
581
ความโหด
1154
ไข่ปริศนา(4)
เลเวล 1

จาง จู๋เวย

ไม่เป็นไรแน่หรอ
pet
โพสต์ 2019-5-8 22:55:07 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Zhangfu เมื่อ 2019-5-9 01:02

[ซุนเจียงกับค่าอาหาร]



     หลังพูดคุยตกลงกันเป็นที่เรียบร้อยเรื่องการออกเดินทาง ซุนเจียงที่ร้องบอกว่าเขาจะเป็นผู้นำทางเองนั้นก็กระโดดขึ้นไปนั่งอยู่บนหลังเจ้าต้าเสวี่ยอย่างคล่องแคลว ส่วนจางฝูนั้นก็เพียงเก็บข้าวของต่างใส่กระพาดข้างตัวม้าและจึงปีนขึ้นไปนั่งซ้อนหลังซุนเจียงเอาไว้ก่อนที่ร่างสง่าของอาชาฮั่นเสียสีทองที่ทั้งสง่างามและเเข็งแรงก็วิ่งหอตะบึงมุงไปทางเมืองผิงหยางโดยมีหมาป่าพันธ์หายากทั้งสองตัวคอยวิ่งอารักขาตามไปด้วยทำเอาเหล่าชาวบ้านที่เดินสวนทางไปมาตามองตามไปด้วยแววตาใครสงสัยว่าเศรษฐีหรือทายาทตะกูลใหญ่ท่านใดเดินทางออกมาท่องเที่ยวกัน หากรับรู้ว่าทั้งสองคนนั้นหนึ่งคือหนุ่มบุตรบุญธรรมผู้ใหญ่บ้านในเมืองกันดารและอีกหนึ่งเป็นเพียงจอมยุทธ์พเนจรคงได้หัวใจวายตายเป็นเเน่เพราะแค่เพียงเจ้าม้าฮั่นเสียทองนี้หากนำเอาไปเปลี่ยนเป็นเงิน คงเป็นเงินจำนวนที่สามารถยกระดับครอบครัวยากจนให้กลายเป็นครอบครัวฐานะปานกลางได้เลย


      “จางฝูเจ้าหิวไหม”ซุนเจียงที่กำลังควบขี่ม้าอยู่นั้นเอ่ยถามขึ้นมาและชะลอความเร็วของม้าลงเพื่อฟังเสียงตอบจากร่างบางด้านหลังด้วยเพราะยามเจ้าม้านี่วิ่งเร็วเสียงลมมันตีกลับมาเสียเกือบไม่ได้ยินเสียงนั้นเอง


      “หิวสิ เพราะรอเจ้าข้าถึงได้กินไปเพียงผิงกั่วลูกเดียว”จางฝูเอ่ยตอบออกมาพอมาคิดแล้วก็อดหงุดหงิดไม่ได้ทั้งๆที่เจ้าตัวเป็นคนออกปากัดเธอมาเองแท้แต่กลับมาสายเสียขนาดนั้น ด้วยความหมั่นไส้จางฝูจึงยืนมือไปหยิกเอวของร่างสูงเบื้องหน้าเเรงๆสักที


      “โอ้ยยๆ ข้าเจ็บนะ  ข้าขอโทษเช่นนั้นข้ารับผิดชอบดดยพาเจ้าไปหาอะไรอร่อยๆในเมืองกินก็แล้วกันนะ” ถึงจะพูดไปแบบนั้นเเต่ตัวเขาเองก็ไม่ได้มีเงินมากมายอะไรที่จะเลี้ยงชุดใหญ่ให้สาวเจ้านี่เสียด้วยหากเจอราคาที่โหดจริงๆก็คงต้องเปลี่ยนจากที่เขาจะเลี้ยงนางเป็นนางเลี้ยงเขาอย่างไม่ต้องสงสัย


       “เช่นนั้นไปถึงเมืองก็เเวะพักที่โรงเตี้ยมก็เเล้วกันทานอาหารกันแล้วค่อยเดินทางกันต่อ ดูจากเวลากับความเร็วของเจ้าต้าเสวี่ยเราคงเดินทางไปวันละเมืองหรือสองเมือง”จางฝูเอ่ยออกมาพร้อมกับคาดคะเนระยะทางและการเดินทางว่าพวกนางนั้นสามารถเดินทางไว้วันละกี่เมืองในความเร็วระดับนี้ แน่ละเธอเดินทางมาจะครึ่งชีวิต การคำนวนเพียงเท่านี้นับว่าเป็นเรื่องง่ายๆ เว้นแต่ว่าระหว่างทางจะไม่มีอะไรแปลกๆมาทำให้พวกเธอเสียเวลาโดยไม่จำเป็นละนะ


       หลังจากเดินทางมาราวชั่วยามจางฝูและซุนเจียงก้มาถึงเมืองผิงหยางและได้เข้าไปพักหันในโรงเตี้ยมแห่งหนึ่งพร้อมกับซุนเจียงที่เอ่ยสั่งอาหารมาเกือบครึ่งโต๊ะทำเอาจางฝูเเปลกใจเล็กน้อยกับจำนวนของตรงหน้าก็เธอที่เธอจะถึงบางออว่าอีกฝ่ายนั้นก็คงยังไม่ได้ทานข้าวมาเช่นกันเพราะจากที่อาหารถูกนำมาวางซุนเจียงก็สะบัดตะเกียบคีบนู่นี่กินทันที่ด็ยท่าทางเอร็ดอร่อย ส่วนตัวของจางฝูนั้นเพียงแค่ยกยิ้มมองแล้วค่อนรินน้ำชาส่งให้อีกฝ่ายแล้วจึงค่อยลงมือคีนกับขึ้นมากินบ้างอย่างสงบพลางเหลือบมองชายผมเขียวเป็นระยะๆ


     เพียงไม่นานอาหารบนโต๊ะก็ถูกทั้งสองคนกวาดลงท้องไปจนหมดเกลี้ยงไม่เว้นแม้แต่น้ำซอสหรือน้ำราดโดยส่วนใหญ่นั้นจะเป็นซนเจียงที่เก็บกวาดทุกอย่างลงท้องไปเสียหมดเห็นได้ชัดว่าชายตรงหน้าเธอนั้นทานเก่งมากเพียงใด สุดท้ายแล้วเวลาเห็นความน่าหวาดเสี่ยวก้มาถึงเมื่อเสี่ยวเออร์ของโรงเตี้ยมเดินทางเพื่อเก็บเงินที่โต๊ะ


    “ท่านทั้งสองทานเก่งจริงๆนะขอรับ ทั้งหมดก็ห้าตำลึงขอรับ”ทันทีที่เสี่ยวเออร์เอ่ยบอกราคาทำเอาซุนเจียงถึงกับหน้าซีดไปเล็กน้อยเพราะจำนวนเงินที่ต้องจ่ายนั้นเรียกว่าครึ่งหนึ่งของตังที่เขามีในตอนนี้เลย ท้ายแล้วซุนเจียงก็ยืนเงินจนวนกว่าห้าตำลึงออกไปให้ด้วยมือที่สั่นเทา “ขอบคุณขอรับแล้วก็ข้าอาหารดูแลสัตว์อีกสองตำลึงขอรับ”


     ซุนเจียงที่กำลังอึ้งกับราคาค่าเลี้ยงดูสัตว์เพียงครู่ถึงกับหันมองเสี่ยวเออร์อย่างไม่อยากเชื่อหู ก่อนที่จางฝูที่นั่งดูมาสักพักจะเป็นฝ่ายยืนเงินจำนวนสองตำลึงให้แทน “ขอบใจเจ้ามาก อาหารอร่อยมากเลย” จางฝูเอ่ยแลยัดกายลุกขึ้นแล้วหันไปยิ้มให้ซุนเจียงก่อนที่ทั้งคู่นั้นจะพากันเดินออกไปจากโรงเตี้ยม


    “จางฝู ข้าขอโทษทั้งที่บอกจะเลี้ยงเจ้า”ระหว่างที่กำลังจะเดินไปเอาม้าที่ฝากไปซุนเจียงก็เอ่ยขึ้นมาพร้อมกับจางฝูที่หันไปยิ้มให้บางๆ


     “ไม่เป็นไร ไว้ต่อจางนี้เรื่องเงินข้ารับผิดชอบเองได้รับพระราชทานมาจากฝ่าบาทตั้งเยอะใช้ไม่หมดหรอก เจ้าไม่ต้องเกรงใจ”


     “อืม”


@Admin

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +3 คุณธรรม โพสต์ 2019-5-9 02:11

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง -150 ชื่อเสียง +35 ความหิว -11 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin -150 + 35 -11 + 5

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หมวกไผ่ผ้าคลุม
ม้าเทพอูซุน
ตัวเบาขั้นสูง
กงจักรไท่หยาง
แส้จิ่วเทียน
คัมภีร์ละติน
ปราณคลุมวารี
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x30
x30
x30
x30
x10
x8
x18
x104
x3
x10
x104
x172
x1
x25
x118
x1
x68
x32
x46
x28
x120
x3
x98
x89
x1
x20
x66
x60
x784
x1
x2
x114
x202
x150
x129
x5088
x552
x150
x113
x9
x30
x20
x29
x1
x115
x466
x1
x9264
x10
x110
x1
x4
x9
x1
x2
x131
x186
x62
x3085
x6
x3
x45
x1
x1
x90
x1400
x8
x150
x65
x1000
x9
x3
x3
x40
x4
x40
x71
x2
x1500
x120
x414
x135
x60
x95
x100
x7
x26
x90
x3
x39
x3
x20
x1
x3
x80
x2
x60
x29
x4
x100
x50
x100
x1
x15
x1075
x3
x30
x68
x35
x30
x2742
x102
x180
x5
x115
x4
x2
x360
x886
x77
x64
x99
x44
x254
x259
x6
x30
x12
x348
x4
x563
x5
x1468
x86
x295
x264
x417
x780
x456
x32
x39
x133
x352
x652
x209
x92
x73
x329
x310
x8
x60
x1
x3
x127
x141
x669
x503
x838
x660
x128
x3071
x2330
x521
x20
x3
x1162
x28
x130