กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบอุปกรณ์พกพา | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์
ดู: 70|ตอบกลับ: 2

{ เมืองอู๋จวิ้น } บ่อนหัวสุนัข

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-12-31 21:02:01 |โหมดอ่าน








บ่อนหัวสุนัข

{ เมืองเจียงเยี่ย }






【บ่อนหัวสุนัข】
บ่อนแห่งนี้ตั้งอยู่ท้ายย่านการค้า
ในตรอกเอกเทศ ดูเปล่าเปลี่ยวร้างคน
 กิติศัพท์ครบครันทั้งการพนันทุกรูปแบบ
เต๋าหกหน้าสาม กระดานหมากประลองเชาวน์ 
น้ำเต้าปูปลา มาวัดดวงคุณกันว่าจะออกหัวหรือออกก้อย
สองมือล้วงกระเป๋าสองเท้าก้าวเข้ามา!! 
ความมั่งคั่งไม่เข้าใครออกใคร กราบไหว้เทพแห่งเงินตรา




ชื่อกิจการ : บ่อนหัวสุนัข
เจ้าของกิจการ : ปิง เล่อ
เวลาปิดบริการ : เที่ยงวันถึงเที่ยงคืน
ประเภทร้าน : บริการการพนันทุกรูปแบบทั้งเกมกระดาน มาจอง
 และลงเดิมพันสัตว์นักสู้

ประทับตราโดย: ผู้ว่าเมืองเจียงเยี่ย







คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 Point +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 10

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2018-12-31 23:49:55 | ดูโพสต์ทั้งหมด

[อีเว้นพิเศษ วันนี้]

[ไช่ฟ่านเหลียน]

บทที่ 5 เรียนผูกได้ย่อมเรียนแก้ได้ : ไม่เป็นไรข้ารวย!


“นี่อวี๋เสวี่ย สหายข้า เขาพึ่งมาใหม่” ข้าถูกแนะนำโดยหัวหน้าของกลุ่มดังกล่าวซึ่งมารู้ทีหลังว่าเขาชื่อเหวยซาง ผู้ที่เดินมาเคาะโต๊ะเพื่อเรียกข้าให้เงยหน้าขึ้นมอง ภายในบ่อนแห่งนี้ดูดีเกินคาดกว่าครั้งก่อนที่ข้าเข้ามา แล้ววิ่งหนีหัวซุกหัวซุน มือเรียวของข้าถูกซ่อนไว้ในกางเกงผ้าสีดำรัดรูปทีภายในมีมีดสั้นขนาดเล็กอยู่ในช่องลับ ไม่รู้ว่าเหตุการณ์ใดจะเกิดขึ้นบ้างแต่ว่าป้องกันไว้ก่อนก็ไม่เสียหาย ข้าเอามือออกมาแล้วตีสีหน้าไม่รู้เรื่องราวใด ๆ ดวงตาแสร้งมองไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นเหมือนคนไม่เคยเห็น ทั้ง ๆ ที่ข้าตะลอนรอบบ่อนนี้มารอบนึงแล้ว

ข้าเดินเข้าไปภายใน เสียงเอ็ดตะโรดังพร้อม ๆ กับเสียงวางไพ่ ทั้งชายและหญิงต่างลงพนันกันเสียจนเหรียญชั่งเป็นกอบกำไหลร่วงเข้าถุงเก็บเงินหลายสิบถุง ข้อศอกของข้าถูกจับโดยเหวยซาง เขาดึงข้ามายังโต๊ะหนึ่งที่เหลือเหลือที่ไว้สำหรับครบกลุ่มพอดี เขากดไหล่ข้าให้นั่งลงแล้ว พยักหน้าให้ ข้านิ่งเงียบรอเขาอธิบายตอบโดยใช้ดวงตามองแล้วสื่อว่า ข้าเล่นไม่เป็นเฟ้ย! พูดสิพูด!’ เหวยซางส่ายศีรษะไปมาแล้วนั่งอธิบายให้ข้าฟัง บางจุดก็งงจนอยากขัดแต่ก็กลั้นใจฟังจนจบแล้วถามรวดเดียว เหวยซางทำหน้าหงุดหงิดบ้างแต่ก็ตอบกลับเขาตลอด ก็ยังดีกว่าไม่พูดอะไรน่ะนะ...

“นี่เป็นโต๊ะที่ข้ามาเล่นประจำ เจ้าก็เล่นกับข้านี่แหละ” ข้าพยักหน้าหงึกหงัก มองสำรวจรอบ ๆ โต๊ะที่เต็มไปด้วยไพ่รูปร่างต่าง ๆ นับสิบ ฝ่ามือลูบไล้ใบไพ่ช้า ๆ แล้วหยิบขึ้นดู สลับกับวางเทียบแต่ละอัน บางอันดูแปลก ๆ เกินไป เขาก็เงยหน้ามองเหวยซางที่ทำหน้าเป็นหมีกินของบูดอยู่ข้าง ๆ ข้าหยิบไพ่ลักษณะเหมือนทิศทางให้เหวยซางดู

“มีกี่ใบเหรอ”

“อันล่ะสี่” ข้าพยักหน้าหงึกหงัก

“แล้วนี่ล่ะ”

“เช่นกัน” ข้าเม้มปากแล้วชี้ไปที่ไพ่ไผ่

“นั่นมีเลขอี้ถึงจิ่ว” ข้าพยักหน้า เหวยซางกอดอกแล้วมองตามข้าที่กำลังรื้อไพ่เล่นอย่างเมามันเพื่อรอคนอื่น ข้าตอนนี้เหมือนคนริชั่วไม่ผิด แต่ข้าว่าข้าไม่ผิดนะ ข้าก็แค่ศึกษา— ไม่ได้ทำบาปเสียหน่อยนั่นแหละข้าก็เลยเป็นอันว่าจบไป นั่งรื้อไพ่ดูอย่างเอาเป็นเอาตาย ดวงตาของข้าพิจารณาใบไพ่ต่าง ๆ มองสีเขียวหลังไพ่ซ้ำไปมาจนกระทั่งข้าจัดแล้ววางมันลง ข้านั่งกอดอกแล้วทำตามเหวยซาง จนอีกฝ่ายสงสัย

“เจ้าทำอะไร”

“ลองนั่งตามท่านดูเฉย ๆ” เหวยซางส่ายหน้าแล้วเขย่าหัวข้าไปมาจนข้าเอามือปัดออก ถ้าผมข้าหลุดก็จบเห่พอดี!

“ผมข้าจะหลุด”

“บุรุษเขาไม่ห่วงเรื่องนั้นกันหรอกนะเจ้า หรือว่าเอ....” เหวยซางเว้นวรรคไว้ จนข้านึกใจคอไม่ดี

“หรือว่าอะไร”

“หรือว่าเจ้าเป็นสตรี?” ข้านั่งหน้านิ่ง สยบทุกการเคลื่อนไหว ลมหายใจถอนออกมาด้วยความเบื่อหน่าย สตรีบ้านเจ้านมแบนอย่างข้ารึไง ข้าจับมืออีกฝ่ายมาลูบอกตัวเองรอบนึง เขามองข้าตาถลนแต่ซักพักก็ทำหน้าเหมือนหมีอารมณ์บูดเช่นเดิม

“ลูบแล้วไม่มีนม แสดงว่าข้าเป็นบุรุษนั้นถูกต้องแล้ว” ข้าหยุดการสนทนาระหว่างเขากับข้าไว้เพียงเท่านี้ ทุกคนต่างเริ่มนั่งประจำที่รวมไปถึงคนในกลุ่มเหวยซางอีกสองคนที่ถูมือหมายมาดจะเอาเงินรางวัลของแต่ละคนให้จนได้ จนกระทั่งแต่ละคนบอกให้เริ่มวางเงินเดิมพัน ข้าหันไปหาเหวยซางแล้วแอบกระซิบ

“ข้าต้องลงเท่าไหร่”

“แล้วแต่เจ้า” ข้าส่ายหน้าเหม็นเบื่อ คือข้าก็รู้ไหมล่ะ แต่ข้าอยากรู้ว่าอย่างต่ำน่ะอย่างต่ำ!’

“อย่างต่ำเล่าขอรับ” ข้ามองตาเขียวใส่เหวยซาง แต่เหวยซางก็ตอบเช่นเดิม

“แล้วแต่เจ้า” กวนตี- ยิ่งนัก!’

“เจ้าจะลงเท่าไหร่” ข้าหันไปมองทุกคนแล้วเอามือลูบคางช้า ๆ

“หะ...ชั่ง”

“อะไรนะ ข้าขออีกรอบ!

“ห้าพันชั่งขอรับ!คำตอบที่ออกจากปากข้าทำเอาเหวยซางยิ้มมุมปาก ส่วนพวกลูกน้องของเหวยซางก็ได้แต่กระซิบถามข้า

“ไหวรึเจ้า”

“ไม่ไหวก็ต้องไหวแล้ว!หลังจากที่ข้าสบถไปเช่นนั้นการเล่นไพ่นกกระจอกก็เริ่มขึ้นการวนขวาเริ่มต้นที่คนฝั่งตรงข้ามเหวยซางแล้วไล่ไปทางขวา ไพ่ของแต่ละคนถูกวางสลับจั่ว ข้ามองไพ่ในมือแล้วก็ทิ้งลงวนกลับมาอีกก็จั่วขึ้นอีก เป็นไปมาอย่างนี้เรื่อย ๆ จนข้าเริ่มสนุก แต่พอเห็นเงินที่กองไปแล้วนั้น... อาชั่งมันเถอะข้ารวย หมดเงินก็หาใหม่ข้ามาครั้งนี้แค่มาซื้อใจคนไม่ได้มาซื้อไพ่ซักหน่อย หึ!

 

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +2 คุณธรรม +5 ความชั่ว +3 ความโหด โพสต์ 2019-1-1 14:01

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง -5000 ความหิว -32 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin -5000 -32 + 5

ดูบันทึกคะแนน

สวัสดี
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
คัมภีร์ละติน
ม้าตี๋หลูทมิฬ
ง้าวไป๋ฉี
หงอนคู่
โล่ห์ปาร์ม่า(ซ้าย)
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x100
x20
x1
x15
x1
x191
x35
x6
x10
x30
x99
x2990
x5
x104
x30
x120
x380
x1
x1
x1
x10
x10
x30
x2
x50
x3000
x3000
x1
x100
x3
x15
x20
x10
x100
x1
x50
x50
x50
x30
x24
x10
x58
x50
x30
x105
x24
x10
x30
x25
x20
x40
x2
x2
x3
x156
x25
x11
x4
x19
x2
x10
x10
x10
x10
x10
x15
x29
x45
x1
x1
x20
x25
x15
x15
x4
x180
x15
x3
x1
x1
โพสต์ 2019-1-5 16:08:07 | ดูโพสต์ทั้งหมด

 [ไช่ฟ่านเหลียน]

บทที่ 5 เรียนผูกได้ย่อมเรียนแก้ได้ : ได้ไม่คุ้มเสีย หรือเปล่านะ?

 

เล่นไปซักพักข้าก็เห็นแววเสียเงินอยู่รอมร่อ ไอที่บอกตอนแรกว่า ไม่เป็นไรข้ารวย!’ เนี่ย ข้าถอนคำพูดทันหรือไม่นะ? ข้ามองตามการวนไพ่ของแต่ละคน พอมองของตัวเองก็หน่ายใจ เหวยซางเองก็ดูตั้งใจกับการเล่นครั้งนี้มาก ไม่ทราบว่าเพราะชอบแต่เดิมอยู่แล้วหรือเป็นเพราะกองเงินของข้าที่ล่อหน้าล่อตาทุกคนเหลือเกินกันแน่ แต่ข้าคิดว่าน่าจะเป็นอย่างหลังเสียมากกว่า เพียงไม่นานเท่านั้นการเล่นไพ่ครั้งนี้ก็จบสิ้นพร้อมกับเงินห้าพันชั่งของข้าที่หลุดลอยหายไปให้ผู้ชนะในครั้งนี้ ซึ่งก็คือเหวยซาง

ที่ไม่ยอมบอกเพราะจะเอาเงินข้าหรือเปล่าเนี่ย นังผี!’

“เจ้ามาใหม่รึ? ข้าแทบไม่เคยเห็นหน้าเจ้าเลย” คนที่นั่งถัดจากข้าไปเอ่ยถามตัวข้าด้วยความสงสัย ข้าเพียงยิ้มแห้งให้แล้วตอบรับไป

“ขอรับ ข้าพึ่งมาใหม่วันนี้เลย ฮ่า ๆ” ข้าไม่อยากที่จะหัวเราะเลยด้วยซ้ำ แต่ข้าก็ไม่อยากให้บรรยายกาศตอนนี้มันเสียไป ยอมรับเลยว่าข้าหัวร้อน! หัวร้อนมาก กระทืบเหวยซางได้ข้าก็ทำไปแล้ว! แต่ในการเล่นมันก็ต้องมีเสียบ้างได้บ้างก็ธรรมดาของการพนันนั่นแหละนะ  นี่ข้าปลอบใจตัวเองอยู่นะ ทุกคนช่วยเข้าใจถึงความชิ-หา-ที่ข้าเสียเงินไปที ลูกน้องของเหวยซางที่พาข้ามาได้แต่ตบบ่าข้าปุๆ แต่ก็อารมณ์ประมาณสะกิดไหล่ข้าเล่นนั่นแหละ วันนี้นี่ทำข้าเสียอารมณ์ชะมัด!

“แรก ๆ ก็แบบนี้แหละอวี๋เสวี่ย นาน ๆ ไปก็จะได้เอง ฮ่า ๆ” แล้วเมื่อไหร่ล่ะฟะ!

“อวี๋เสวี่ย” ข้าหันหน้าไปหาลูกน้องของเหวยซางอีกคน ที่เรียกข้าไป

“เล่นไปเรื่อย ๆ เจ้าก็จะได้เอง อีกอย่าง...” เขามองซ้ายมองขวา ดวงตาฉายแววออกมาเชิงเจ้าเล่ห์จนข้าคิดดีไม่ได้... คิดดีไม่ได้จริงๆ!

“พอได้เงินเยอะ ๆ ก็จะมีเงินเที่ยวหอโคมเลยนะ เจ้ารู้จักรึเปล่า?”

“ไม่ ข้าไม่เคยเข้า...” ลำพังเอาชีวิตให้รอดจากกองกบฏคราวก่อนก็เกือบตายแล้ว ข้าจะมีเวลาที่ไหนไปเที่ยว ผีเปรต!

“เสียชาติเกิดนะเจ้าน่ะ” เหวยซางเอ่ยขึ้น ทำเอาข้าหันหน้าสายตาเขียวปัดให้เขาในทันที ก็ใช่ซี่ข้าไม่ได้เจนโลก เจนจัด เท่าพวกเจ้านี่ วัน ๆ ข้าก็คิดแต่จะทำไงให้กองทัพของค่ายตัวเองเจริญขึ้นเท่านั้นแหละ หมดเวลาหนึ่งวันข้าก็นอนตื่นมาก็คิดเรื่องใหม่ จะมีเวลาว่างอะไรฟะ!

“มีใครจะเล่นต่อหรือไม่! คนผู้หนึ่งลักษณะคล้ายเจ้ามือเอ่ยถามขึ้น ข้าเหลือบมองไปที่เหวยซางที่ลุกขึ้นก็พอจะเข้าใจอยู่ และอีกอย่างข้าก็ไม่ได้จะมาเล่นไพ่ ข้าแค่อยากหาพรรคพวกต่างหาก!

“เจ้าจะไปไหนเหวยซาง” เหวยซางชี้ไปทางแผงประมูลอะไรสักอย่าง ข้าชะโงกดูแล้วยืดคอกลับ

“ไปด้วยกันไหม?” ข้าทำหน้าคิดเล็กน้อย ก่อนพยักหน้างึกงัก เล่นต่อก็มีแต่เสียกับเสียแต่ถ้าข้าไปก็คงอาจมีอะไรอยู่ก็ได้ ข้าเดินตามหลังของเหวยซางไป บริเวณนี้ก็เต็มไปด้วยคนที่มาประมูลบางสิ่ง ที่นี่ดูหนาแน่นน้อยกว่าบริเวณลงพนันแต่ก็ไม่ได้ต่างกันมากนัก ข้ายืนกอดอกมองไปยังบริเวณแผงประมูล มีทั้งของหายากและสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ แน่นอนว่าก็ต้องมี มนุษย์ด้วย ข้าครุ่นคิดแล้วจับตามองของหายากพวกนั้น จริง ๆ ตลาดใต้ดินก็ไม่เลวนักหากล่อซื้อแล้วนำไปใช้ในทางที่ถูก แต่คนอื่นคงไม่เข้าใจข้านัก ข้าได้แต่ยักไหล่ในความคิดตัวเอง

ดีชั่วตัดสินที่ตรงไหนกันนะ หรือความจริงแล้วเป็นมนุษย์ต่างหากที่กำหนดใช่ฟ้าดิน

หากแล้วในสักวันข้าเข้าร่วมสงครามและได้ฆ่าฟันคนอื่นเพื่อแผ่นดิน

ข้าก็ไม่ผิดสินะ? เพราะข้ามีอำนาจที่จะทำ

แต่หากข้าเป็นเพียงปุถุชนธรรมดาที่แค่อยากป้องกันตนจากโจรป่า ข้าคงผิด...

“เจ้าอยากประมูลอะไรไหมเหวยซาง” เขานิ่งคิดไปซักพักแล้วพยักหน้าให้ข้า

“แหงสิได้เงินข้ามาแล้วนี่” ข้ากลอกตามองบน ส่วนเหวยซางนั้นก็ได้แต่พูดเสียงเรียบที่ข้าฟังแล้วอย่าปาดคอมันเหลือเกิน

“เจ้าเล่นเสียเอง ข้าไม่เกี่ยว” ข้าร้องชิแล้วหันไปมองการประมูล ด้านข้างกันนั้นมีหญิงสาวรูปลักษณ์หวานแม้ใบหน้าจะเต็มไปด้วยคราบดิน สีหน้าของนางดูไม่สู้ดีนักคล้ายโดนบังคับให้จำใจทำ ข้าไม่ได้อะไรกับนางนักหากแต่ว่าก็มีความสงสัยอยู่เล็กน้อย

“พี่ชาย ๆ ทำไมถึงนำนางมาประมูลหรือ” ข้าเอ่ยถามเสียงกระซิบ

“ข้าช่วยนางจากโจรป่า.. แต่นางไม่มีอะไรตอบแทนข้า ข้าก็เลยได้นางมาเป็นทาส” ข้าพยักหน้าแล้วถามต่อ

“แล้วทำอย่างไรคนที่ประมูลถึงจะได้นางไปหรือพี่ชาย” เสื้อของข้าถูกดึงโดยเหวยซาง

“เจ้าคิดจะประมูลนาง?” ข้าส่ายหน้า

“ข้ายังไม่ทราบประโยชน์นาง ข้าไม่ลงทุนอะไรกับสิ่งที่ไม่ประโยชน์ หากข้าได้นางแล้วเป็นสิ่งเรียกว่าภาระ ข้าก็ไม่เอา”

“เจ้าก็ระยำพอสมควรนะอวี๋เสวี่ย” ข้าหัวเราะแผ่วเบาแล้วตอบกลับ

“เจ้าต้องเข้าใจว่าที่นี่คือแผ่นดินต้าฮั่น มิใช่ดินแดนเทพ ข้าไม่ใช่เง๊กเซียน อีกอย่าง...” ข้าเหลือบมองนางแวบนึง

“เจ้าคิดว่าข้าจะต้องเสียเงินเยอะไปเพื่ออะไร ที่สำคัญคือ...” ข้ามองไปรอบ ๆ

“แม้วันนี้จะมีผู้หญิงถูกประมูลน้อย แต่ดูหน้าตานางสิ ข้าต้องแย่งประมูลกับคนอื่น นั่นหมายความว่าข้าต้องเสียเงินอีกแล้ว?”

“ถ้าไม่คุ้มค่าข้าไม่คิดลงทุนหรอกเหวยซาง”

“ก็จริงที่เจ้าว่า” เหวยซางพยักหน้าแล้วรอฟังคำตอบจากคนนำนางมาประมูล

“ข้าจะให้นางกับคนที่ตีราคานางสูงสุด” เสียงของชายผู้นี้ดังระดับนึง พาให้คนบริเวณนั้นที่ต้องการประมูลนางเต็มไปด้วยความกลหล ข้าเหลือบมองสีหน้าของนางที่ยิ่งแย่กว่าเดิม ก็นั่นน่ะสิ... มีแต่หน้าโจรกันทั้งนั้น หนวดเคราก็ไม่รู้จักโกน โอ...ข้าลืมไปข้ามันสำอางเกินมนุษย์ พวกเขาไม่โกนนั่นคือสิ่งปกติแล้ว ข้าสินะที่ผิดปกติ

“ข้าจะแอบไปถามนาง... เดี๋ยวมา” ข้าสะกิดเหวยซางแล้วขี้ไปที่นาง เมื่อเหวยซางรับรู้แล้วข้าจึงอ้อมไปหานาง

“ข้าต้องทักเจ้ายังไงให้ไม่กลัวข้า?” ดวงตาคมของข้าลอบสังเกตใบหน้าของนาง แล้วเอ่ยถาม

“ท่าน... ช่วยข้าด้วยนะเจ้าคะ” ข้าเลิกคิ้วขึ้น

“เหตุผล?” นางกัดริมฝีปาก

“หากเจ้าไม่มีเหตุผลอะไรที่มันดีกว่าการเงียบหรือเพราะแค่อยากให้ข้าช่วย เจ้าฝันนะ... ข้าไม่ทำอะไรที่มันไม่คุ้มกับสิ่งที่เสียไป”

“ฮึก!.. ข้าถอนหายใจ

“มีอะไรที่ดีกว่าการร้องไห้หรือไม่ ไม่ต้องช้อนตาใส่ข้าด้วย ห้ามอ้อนข้า”

“ข้าไม่อยากโดนประมูลไป ฮึก..”

“แต่เจ้ากำลังร้องขอให้ข้าประมูลเจ้าอยู่นะ”

“ข้าเชื่อว่าท่านเป็นคนดี”

“โอไม่ล่ะ.. ถ้าข้าดีจริงข้าจะไม่อยู่ที่นี่”

“ฮึก...”

“บอกความฝันของเจ้ากับสิ่งที่เจ้าทำได้ให้ข้าฟังหน่อยสิ ถ้ามันเข้าตาข้าจริงข้าอาจจะยอมช่วย”

“ต่อไปจะเป็นการประมูลทาส! คนต่อไป! นางกำลังโดนลากไป น้ำตาหยดงามอาบใบหน้าที่ไม่ค่อยสะอาดนัก นางสะอื้นแล้วหันซ้ายขวาก่อนบอกข้าเสียงแผ่วเบาหากเห็นถึงความตั้งใจ ก่อนที่จะโดนลากไป

“ข้าทำอาหารได้เจ้าค่ะ! ฮึก..ข้าเคยเป็นเสี่ยวเอ้อ! ความฝันที่ข้าต้องการ...”

“ข้าต้องการได้รับสูตรอาหารของตระกูลแล้วเปิดร้านของตนเอง!นั่นคือสิ่งสุดท้ายที่นางบอกข้า ข้าเดินกลับมาหาเหวยซางแล้วกอดอกมองการประมูล

“เจ้ายังอยากประมูลนางอยู่ไหม” ข้านิ่งเงียบแล้วมองไปที่ด้านหน้า

“ไม่รู้สิ” เหวยซางพยักหน้า

“แล้วแต่เจ้าแล้วกันเรื่องนี้” ข้าโคลงศีรษะมองการประมูลตรงหน้า เสียงตะโกนราคาดังขึ้นไม่ขาดสาย

“หนึ่งพันชั่ง”

“หนึ่งพันห้าร้อยชั่ง”

“หนึ่งพันห้าร้อยเอ็ดชั่ง”

“หนึ่งพันห้าร้อยสิบชั่ง”

.

.

.

.

.

.

“สามพันชั่ง!สิ้นสุดที่คนที่หนึ่งร้อย ทุกคนดูเงียบลง เพราะเริ่มสู้ราคาไม่ไหว ข้ามองสีหน้าแสยะยิ้มของมันแล้วขวางหูขวางตาเหลือเกิน เสียประโยชน์! หมอนี่ต้องซื้อนางไปเชิงนั้นแน่ เสียประโยชน์ทำมาหากินชะมัด!

“สามพันเอ็ดชั่ง!ข้าตะโกนออกไปท่ามกลางเสียงเงียบ คิ้วคมยักให้ด้วยความอยากล่อเท้า! หญิงสาวผู้นั้นมองมาที่ข้าด้วยความดีใจ ข้าล่ะอยากจะพูด ข้าซื้อนางไปแต่นางก็ต้องไถ่ตัวจากข้าเองไม่งั้นก็อยู่ทำธุรกิจที่ข้าคิดต่อไปเถอะ!

ส่วนไอหมอนี่น่ะ...

ข้าจะเอาให้มันดิ้นตายคาพื้นที่แพ้ข้าเลย!


 

 

แสดงความคิดเห็น

กวนบาทายิ่งนัก  โพสต์ 2019-1-5 16:38
คุณได้รับ +10 คุณธรรม +3 ความชั่ว +3 ความโหด โพสต์ 2019-1-5 16:12

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง -3001 ความหิว -32 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin -3001 -32 + 5

ดูบันทึกคะแนน

สวัสดี
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
คัมภีร์ละติน
ม้าตี๋หลูทมิฬ
ง้าวไป๋ฉี
หงอนคู่
โล่ห์ปาร์ม่า(ซ้าย)
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x100
x20
x1
x15
x1
x191
x35
x6
x10
x30
x99
x2990
x5
x104
x30
x120
x380
x1
x1
x1
x10
x10
x30
x2
x50
x3000
x3000
x1
x100
x3
x15
x20
x10
x100
x1
x50
x50
x50
x30
x24
x10
x58
x50
x30
x105
x24
x10
x30
x25
x20
x40
x2
x2
x3
x156
x25
x11
x4
x19
x2
x10
x10
x10
x10
x10
x15
x29
x45
x1
x1
x20
x25
x15
x15
x4
x180
x15
x3
x1
x1

ข้อความล้วน|อุปกรณ์พกพา|

Copyright © 2001-2012 | The Legend of Wulin  สงวนลิขสิทธิ์ | GMT+7, 2019-1-18 05:25

ขึ้นไปด้านบน