ดู: 122|ตอบกลับ: 4

{ เมืองอู๋จวิ้น } บ่อนหัวสุนัข

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-12-31 21:02:01 |โหมดอ่าน








บ่อนหัวสุนัข

{ เมืองเจียงเยี่ย }






【บ่อนหัวสุนัข】
บ่อนแห่งนี้ตั้งอยู่ท้ายย่านการค้า
ในตรอกเอกเทศ ดูเปล่าเปลี่ยวร้างคน
 กิติศัพท์ครบครันทั้งการพนันทุกรูปแบบ
เต๋าหกหน้าสาม กระดานหมากประลองเชาวน์ 
น้ำเต้าปูปลา มาวัดดวงคุณกันว่าจะออกหัวหรือออกก้อย
สองมือล้วงกระเป๋าสองเท้าก้าวเข้ามา!! 
ความมั่งคั่งไม่เข้าใครออกใคร กราบไหว้เทพแห่งเงินตรา




ชื่อกิจการ : บ่อนหัวสุนัข
เจ้าของกิจการ : ปิง เล่อ
เวลาปิดบริการ : เที่ยงวันถึงเที่ยงคืน
ประเภทร้าน : บริการการพนันทุกรูปแบบทั้งเกมกระดาน มาจอง
 และลงเดิมพันสัตว์นักสู้

ประทับตราโดย: ผู้ว่าเมืองเจียงเยี่ย







คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 Point +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 10

ดูบันทึกคะแนน

15

กระทู้

151

โพสต์

4หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
314045
เงินตำลึง
19675
ชื่อเสียง
8027
ความหิว
357

ป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV2)ใบรับรองเหมืองแร่จินไช่เหริน(รายสามปี)

คุณธรรม
172
ความชั่ว
0
ความโหด
150
ครึ่งแสน
เลเวล 1

ฟง ฟงเยี่ย

" ฟ่านเหลียนเกอเก่อ! "
pet
โพสต์ 2018-12-31 23:49:55 | ดูโพสต์ทั้งหมด

[อีเว้นพิเศษ วันนี้]

[ไช่ฟ่านเหลียน]

บทที่ 5 เรียนผูกได้ย่อมเรียนแก้ได้ : ไม่เป็นไรข้ารวย!


“นี่อวี๋เสวี่ย สหายข้า เขาพึ่งมาใหม่” ข้าถูกแนะนำโดยหัวหน้าของกลุ่มดังกล่าวซึ่งมารู้ทีหลังว่าเขาชื่อเหวยซาง ผู้ที่เดินมาเคาะโต๊ะเพื่อเรียกข้าให้เงยหน้าขึ้นมอง ภายในบ่อนแห่งนี้ดูดีเกินคาดกว่าครั้งก่อนที่ข้าเข้ามา แล้ววิ่งหนีหัวซุกหัวซุน มือเรียวของข้าถูกซ่อนไว้ในกางเกงผ้าสีดำรัดรูปทีภายในมีมีดสั้นขนาดเล็กอยู่ในช่องลับ ไม่รู้ว่าเหตุการณ์ใดจะเกิดขึ้นบ้างแต่ว่าป้องกันไว้ก่อนก็ไม่เสียหาย ข้าเอามือออกมาแล้วตีสีหน้าไม่รู้เรื่องราวใด ๆ ดวงตาแสร้งมองไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นเหมือนคนไม่เคยเห็น ทั้ง ๆ ที่ข้าตะลอนรอบบ่อนนี้มารอบนึงแล้ว

ข้าเดินเข้าไปภายใน เสียงเอ็ดตะโรดังพร้อม ๆ กับเสียงวางไพ่ ทั้งชายและหญิงต่างลงพนันกันเสียจนเหรียญชั่งเป็นกอบกำไหลร่วงเข้าถุงเก็บเงินหลายสิบถุง ข้อศอกของข้าถูกจับโดยเหวยซาง เขาดึงข้ามายังโต๊ะหนึ่งที่เหลือเหลือที่ไว้สำหรับครบกลุ่มพอดี เขากดไหล่ข้าให้นั่งลงแล้ว พยักหน้าให้ ข้านิ่งเงียบรอเขาอธิบายตอบโดยใช้ดวงตามองแล้วสื่อว่า ข้าเล่นไม่เป็นเฟ้ย! พูดสิพูด!’ เหวยซางส่ายศีรษะไปมาแล้วนั่งอธิบายให้ข้าฟัง บางจุดก็งงจนอยากขัดแต่ก็กลั้นใจฟังจนจบแล้วถามรวดเดียว เหวยซางทำหน้าหงุดหงิดบ้างแต่ก็ตอบกลับเขาตลอด ก็ยังดีกว่าไม่พูดอะไรน่ะนะ...

“นี่เป็นโต๊ะที่ข้ามาเล่นประจำ เจ้าก็เล่นกับข้านี่แหละ” ข้าพยักหน้าหงึกหงัก มองสำรวจรอบ ๆ โต๊ะที่เต็มไปด้วยไพ่รูปร่างต่าง ๆ นับสิบ ฝ่ามือลูบไล้ใบไพ่ช้า ๆ แล้วหยิบขึ้นดู สลับกับวางเทียบแต่ละอัน บางอันดูแปลก ๆ เกินไป เขาก็เงยหน้ามองเหวยซางที่ทำหน้าเป็นหมีกินของบูดอยู่ข้าง ๆ ข้าหยิบไพ่ลักษณะเหมือนทิศทางให้เหวยซางดู

“มีกี่ใบเหรอ”

“อันล่ะสี่” ข้าพยักหน้าหงึกหงัก

“แล้วนี่ล่ะ”

“เช่นกัน” ข้าเม้มปากแล้วชี้ไปที่ไพ่ไผ่

“นั่นมีเลขอี้ถึงจิ่ว” ข้าพยักหน้า เหวยซางกอดอกแล้วมองตามข้าที่กำลังรื้อไพ่เล่นอย่างเมามันเพื่อรอคนอื่น ข้าตอนนี้เหมือนคนริชั่วไม่ผิด แต่ข้าว่าข้าไม่ผิดนะ ข้าก็แค่ศึกษา— ไม่ได้ทำบาปเสียหน่อยนั่นแหละข้าก็เลยเป็นอันว่าจบไป นั่งรื้อไพ่ดูอย่างเอาเป็นเอาตาย ดวงตาของข้าพิจารณาใบไพ่ต่าง ๆ มองสีเขียวหลังไพ่ซ้ำไปมาจนกระทั่งข้าจัดแล้ววางมันลง ข้านั่งกอดอกแล้วทำตามเหวยซาง จนอีกฝ่ายสงสัย

“เจ้าทำอะไร”

“ลองนั่งตามท่านดูเฉย ๆ” เหวยซางส่ายหน้าแล้วเขย่าหัวข้าไปมาจนข้าเอามือปัดออก ถ้าผมข้าหลุดก็จบเห่พอดี!

“ผมข้าจะหลุด”

“บุรุษเขาไม่ห่วงเรื่องนั้นกันหรอกนะเจ้า หรือว่าเอ....” เหวยซางเว้นวรรคไว้ จนข้านึกใจคอไม่ดี

“หรือว่าอะไร”

“หรือว่าเจ้าเป็นสตรี?” ข้านั่งหน้านิ่ง สยบทุกการเคลื่อนไหว ลมหายใจถอนออกมาด้วยความเบื่อหน่าย สตรีบ้านเจ้านมแบนอย่างข้ารึไง ข้าจับมืออีกฝ่ายมาลูบอกตัวเองรอบนึง เขามองข้าตาถลนแต่ซักพักก็ทำหน้าเหมือนหมีอารมณ์บูดเช่นเดิม

“ลูบแล้วไม่มีนม แสดงว่าข้าเป็นบุรุษนั้นถูกต้องแล้ว” ข้าหยุดการสนทนาระหว่างเขากับข้าไว้เพียงเท่านี้ ทุกคนต่างเริ่มนั่งประจำที่รวมไปถึงคนในกลุ่มเหวยซางอีกสองคนที่ถูมือหมายมาดจะเอาเงินรางวัลของแต่ละคนให้จนได้ จนกระทั่งแต่ละคนบอกให้เริ่มวางเงินเดิมพัน ข้าหันไปหาเหวยซางแล้วแอบกระซิบ

“ข้าต้องลงเท่าไหร่”

“แล้วแต่เจ้า” ข้าส่ายหน้าเหม็นเบื่อ คือข้าก็รู้ไหมล่ะ แต่ข้าอยากรู้ว่าอย่างต่ำน่ะอย่างต่ำ!’

“อย่างต่ำเล่าขอรับ” ข้ามองตาเขียวใส่เหวยซาง แต่เหวยซางก็ตอบเช่นเดิม

“แล้วแต่เจ้า” กวนตี- ยิ่งนัก!’

“เจ้าจะลงเท่าไหร่” ข้าหันไปมองทุกคนแล้วเอามือลูบคางช้า ๆ

“หะ...ชั่ง”

“อะไรนะ ข้าขออีกรอบ!

“ห้าพันชั่งขอรับ!คำตอบที่ออกจากปากข้าทำเอาเหวยซางยิ้มมุมปาก ส่วนพวกลูกน้องของเหวยซางก็ได้แต่กระซิบถามข้า

“ไหวรึเจ้า”

“ไม่ไหวก็ต้องไหวแล้ว!หลังจากที่ข้าสบถไปเช่นนั้นการเล่นไพ่นกกระจอกก็เริ่มขึ้นการวนขวาเริ่มต้นที่คนฝั่งตรงข้ามเหวยซางแล้วไล่ไปทางขวา ไพ่ของแต่ละคนถูกวางสลับจั่ว ข้ามองไพ่ในมือแล้วก็ทิ้งลงวนกลับมาอีกก็จั่วขึ้นอีก เป็นไปมาอย่างนี้เรื่อย ๆ จนข้าเริ่มสนุก แต่พอเห็นเงินที่กองไปแล้วนั้น... อาชั่งมันเถอะข้ารวย หมดเงินก็หาใหม่ข้ามาครั้งนี้แค่มาซื้อใจคนไม่ได้มาซื้อไพ่ซักหน่อย หึ!

 

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +2 คุณธรรม +5 ความชั่ว +3 ความโหด โพสต์ 2019-1-1 14:01

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง -5000 ความหิว -32 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin -5000 -32 + 5

ดูบันทึกคะแนน

สวัสดี
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ทวนกรีดนภา
กราดิอุสโอธีมัส
กำหนดลมหายใจขั้นสูง
คัมภีร์ละติน
ม้าตี๋หลูทมิฬ
หงอนคู่
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x5
x13
x45
x40
x8
x15
x200
x260
x1398
x100
x128
x10
x75
x10
x10
x451
x178
x1
x191
x27
x34
x10
x19
x99
x2990
x5
x318
x30
x120
x3420
x1
x1
x1
x55
x10
x30
x2
x50
x3000
x3048
x1
x100
x3
x15
x20
x30
x100
x1
x199
x50
x37
x10
x58
x50
x105
x24
x10
x30
x25
x40
x2
x3
x3
x206
x25
x11
x4
x19
x2
x10
x10
x10
x30
x10
x15
x29
x45
x1
x1
x20
x8
x15
x15
x4
x180
x15
x1
x1

15

กระทู้

151

โพสต์

4หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
314045
เงินตำลึง
19675
ชื่อเสียง
8027
ความหิว
357

ป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV2)ใบรับรองเหมืองแร่จินไช่เหริน(รายสามปี)

คุณธรรม
172
ความชั่ว
0
ความโหด
150
ครึ่งแสน
เลเวล 1

ฟง ฟงเยี่ย

" ฟ่านเหลียนเกอเก่อ! "
pet
โพสต์ 2019-1-5 16:08:07 | ดูโพสต์ทั้งหมด

 [ไช่ฟ่านเหลียน]

บทที่ 5 เรียนผูกได้ย่อมเรียนแก้ได้ : ได้ไม่คุ้มเสีย หรือเปล่านะ?

 

เล่นไปซักพักข้าก็เห็นแววเสียเงินอยู่รอมร่อ ไอที่บอกตอนแรกว่า ไม่เป็นไรข้ารวย!’ เนี่ย ข้าถอนคำพูดทันหรือไม่นะ? ข้ามองตามการวนไพ่ของแต่ละคน พอมองของตัวเองก็หน่ายใจ เหวยซางเองก็ดูตั้งใจกับการเล่นครั้งนี้มาก ไม่ทราบว่าเพราะชอบแต่เดิมอยู่แล้วหรือเป็นเพราะกองเงินของข้าที่ล่อหน้าล่อตาทุกคนเหลือเกินกันแน่ แต่ข้าคิดว่าน่าจะเป็นอย่างหลังเสียมากกว่า เพียงไม่นานเท่านั้นการเล่นไพ่ครั้งนี้ก็จบสิ้นพร้อมกับเงินห้าพันชั่งของข้าที่หลุดลอยหายไปให้ผู้ชนะในครั้งนี้ ซึ่งก็คือเหวยซาง

ที่ไม่ยอมบอกเพราะจะเอาเงินข้าหรือเปล่าเนี่ย นังผี!’

“เจ้ามาใหม่รึ? ข้าแทบไม่เคยเห็นหน้าเจ้าเลย” คนที่นั่งถัดจากข้าไปเอ่ยถามตัวข้าด้วยความสงสัย ข้าเพียงยิ้มแห้งให้แล้วตอบรับไป

“ขอรับ ข้าพึ่งมาใหม่วันนี้เลย ฮ่า ๆ” ข้าไม่อยากที่จะหัวเราะเลยด้วยซ้ำ แต่ข้าก็ไม่อยากให้บรรยายกาศตอนนี้มันเสียไป ยอมรับเลยว่าข้าหัวร้อน! หัวร้อนมาก กระทืบเหวยซางได้ข้าก็ทำไปแล้ว! แต่ในการเล่นมันก็ต้องมีเสียบ้างได้บ้างก็ธรรมดาของการพนันนั่นแหละนะ  นี่ข้าปลอบใจตัวเองอยู่นะ ทุกคนช่วยเข้าใจถึงความชิ-หา-ที่ข้าเสียเงินไปที ลูกน้องของเหวยซางที่พาข้ามาได้แต่ตบบ่าข้าปุๆ แต่ก็อารมณ์ประมาณสะกิดไหล่ข้าเล่นนั่นแหละ วันนี้นี่ทำข้าเสียอารมณ์ชะมัด!

“แรก ๆ ก็แบบนี้แหละอวี๋เสวี่ย นาน ๆ ไปก็จะได้เอง ฮ่า ๆ” แล้วเมื่อไหร่ล่ะฟะ!

“อวี๋เสวี่ย” ข้าหันหน้าไปหาลูกน้องของเหวยซางอีกคน ที่เรียกข้าไป

“เล่นไปเรื่อย ๆ เจ้าก็จะได้เอง อีกอย่าง...” เขามองซ้ายมองขวา ดวงตาฉายแววออกมาเชิงเจ้าเล่ห์จนข้าคิดดีไม่ได้... คิดดีไม่ได้จริงๆ!

“พอได้เงินเยอะ ๆ ก็จะมีเงินเที่ยวหอโคมเลยนะ เจ้ารู้จักรึเปล่า?”

“ไม่ ข้าไม่เคยเข้า...” ลำพังเอาชีวิตให้รอดจากกองกบฏคราวก่อนก็เกือบตายแล้ว ข้าจะมีเวลาที่ไหนไปเที่ยว ผีเปรต!

“เสียชาติเกิดนะเจ้าน่ะ” เหวยซางเอ่ยขึ้น ทำเอาข้าหันหน้าสายตาเขียวปัดให้เขาในทันที ก็ใช่ซี่ข้าไม่ได้เจนโลก เจนจัด เท่าพวกเจ้านี่ วัน ๆ ข้าก็คิดแต่จะทำไงให้กองทัพของค่ายตัวเองเจริญขึ้นเท่านั้นแหละ หมดเวลาหนึ่งวันข้าก็นอนตื่นมาก็คิดเรื่องใหม่ จะมีเวลาว่างอะไรฟะ!

“มีใครจะเล่นต่อหรือไม่! คนผู้หนึ่งลักษณะคล้ายเจ้ามือเอ่ยถามขึ้น ข้าเหลือบมองไปที่เหวยซางที่ลุกขึ้นก็พอจะเข้าใจอยู่ และอีกอย่างข้าก็ไม่ได้จะมาเล่นไพ่ ข้าแค่อยากหาพรรคพวกต่างหาก!

“เจ้าจะไปไหนเหวยซาง” เหวยซางชี้ไปทางแผงประมูลอะไรสักอย่าง ข้าชะโงกดูแล้วยืดคอกลับ

“ไปด้วยกันไหม?” ข้าทำหน้าคิดเล็กน้อย ก่อนพยักหน้างึกงัก เล่นต่อก็มีแต่เสียกับเสียแต่ถ้าข้าไปก็คงอาจมีอะไรอยู่ก็ได้ ข้าเดินตามหลังของเหวยซางไป บริเวณนี้ก็เต็มไปด้วยคนที่มาประมูลบางสิ่ง ที่นี่ดูหนาแน่นน้อยกว่าบริเวณลงพนันแต่ก็ไม่ได้ต่างกันมากนัก ข้ายืนกอดอกมองไปยังบริเวณแผงประมูล มีทั้งของหายากและสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ แน่นอนว่าก็ต้องมี มนุษย์ด้วย ข้าครุ่นคิดแล้วจับตามองของหายากพวกนั้น จริง ๆ ตลาดใต้ดินก็ไม่เลวนักหากล่อซื้อแล้วนำไปใช้ในทางที่ถูก แต่คนอื่นคงไม่เข้าใจข้านัก ข้าได้แต่ยักไหล่ในความคิดตัวเอง

ดีชั่วตัดสินที่ตรงไหนกันนะ หรือความจริงแล้วเป็นมนุษย์ต่างหากที่กำหนดใช่ฟ้าดิน

หากแล้วในสักวันข้าเข้าร่วมสงครามและได้ฆ่าฟันคนอื่นเพื่อแผ่นดิน

ข้าก็ไม่ผิดสินะ? เพราะข้ามีอำนาจที่จะทำ

แต่หากข้าเป็นเพียงปุถุชนธรรมดาที่แค่อยากป้องกันตนจากโจรป่า ข้าคงผิด...

“เจ้าอยากประมูลอะไรไหมเหวยซาง” เขานิ่งคิดไปซักพักแล้วพยักหน้าให้ข้า

“แหงสิได้เงินข้ามาแล้วนี่” ข้ากลอกตามองบน ส่วนเหวยซางนั้นก็ได้แต่พูดเสียงเรียบที่ข้าฟังแล้วอย่าปาดคอมันเหลือเกิน

“เจ้าเล่นเสียเอง ข้าไม่เกี่ยว” ข้าร้องชิแล้วหันไปมองการประมูล ด้านข้างกันนั้นมีหญิงสาวรูปลักษณ์หวานแม้ใบหน้าจะเต็มไปด้วยคราบดิน สีหน้าของนางดูไม่สู้ดีนักคล้ายโดนบังคับให้จำใจทำ ข้าไม่ได้อะไรกับนางนักหากแต่ว่าก็มีความสงสัยอยู่เล็กน้อย

“พี่ชาย ๆ ทำไมถึงนำนางมาประมูลหรือ” ข้าเอ่ยถามเสียงกระซิบ

“ข้าช่วยนางจากโจรป่า.. แต่นางไม่มีอะไรตอบแทนข้า ข้าก็เลยได้นางมาเป็นทาส” ข้าพยักหน้าแล้วถามต่อ

“แล้วทำอย่างไรคนที่ประมูลถึงจะได้นางไปหรือพี่ชาย” เสื้อของข้าถูกดึงโดยเหวยซาง

“เจ้าคิดจะประมูลนาง?” ข้าส่ายหน้า

“ข้ายังไม่ทราบประโยชน์นาง ข้าไม่ลงทุนอะไรกับสิ่งที่ไม่ประโยชน์ หากข้าได้นางแล้วเป็นสิ่งเรียกว่าภาระ ข้าก็ไม่เอา”

“เจ้าก็ระยำพอสมควรนะอวี๋เสวี่ย” ข้าหัวเราะแผ่วเบาแล้วตอบกลับ

“เจ้าต้องเข้าใจว่าที่นี่คือแผ่นดินต้าฮั่น มิใช่ดินแดนเทพ ข้าไม่ใช่เง๊กเซียน อีกอย่าง...” ข้าเหลือบมองนางแวบนึง

“เจ้าคิดว่าข้าจะต้องเสียเงินเยอะไปเพื่ออะไร ที่สำคัญคือ...” ข้ามองไปรอบ ๆ

“แม้วันนี้จะมีผู้หญิงถูกประมูลน้อย แต่ดูหน้าตานางสิ ข้าต้องแย่งประมูลกับคนอื่น นั่นหมายความว่าข้าต้องเสียเงินอีกแล้ว?”

“ถ้าไม่คุ้มค่าข้าไม่คิดลงทุนหรอกเหวยซาง”

“ก็จริงที่เจ้าว่า” เหวยซางพยักหน้าแล้วรอฟังคำตอบจากคนนำนางมาประมูล

“ข้าจะให้นางกับคนที่ตีราคานางสูงสุด” เสียงของชายผู้นี้ดังระดับนึง พาให้คนบริเวณนั้นที่ต้องการประมูลนางเต็มไปด้วยความกลหล ข้าเหลือบมองสีหน้าของนางที่ยิ่งแย่กว่าเดิม ก็นั่นน่ะสิ... มีแต่หน้าโจรกันทั้งนั้น หนวดเคราก็ไม่รู้จักโกน โอ...ข้าลืมไปข้ามันสำอางเกินมนุษย์ พวกเขาไม่โกนนั่นคือสิ่งปกติแล้ว ข้าสินะที่ผิดปกติ

“ข้าจะแอบไปถามนาง... เดี๋ยวมา” ข้าสะกิดเหวยซางแล้วขี้ไปที่นาง เมื่อเหวยซางรับรู้แล้วข้าจึงอ้อมไปหานาง

“ข้าต้องทักเจ้ายังไงให้ไม่กลัวข้า?” ดวงตาคมของข้าลอบสังเกตใบหน้าของนาง แล้วเอ่ยถาม

“ท่าน... ช่วยข้าด้วยนะเจ้าคะ” ข้าเลิกคิ้วขึ้น

“เหตุผล?” นางกัดริมฝีปาก

“หากเจ้าไม่มีเหตุผลอะไรที่มันดีกว่าการเงียบหรือเพราะแค่อยากให้ข้าช่วย เจ้าฝันนะ... ข้าไม่ทำอะไรที่มันไม่คุ้มกับสิ่งที่เสียไป”

“ฮึก!.. ข้าถอนหายใจ

“มีอะไรที่ดีกว่าการร้องไห้หรือไม่ ไม่ต้องช้อนตาใส่ข้าด้วย ห้ามอ้อนข้า”

“ข้าไม่อยากโดนประมูลไป ฮึก..”

“แต่เจ้ากำลังร้องขอให้ข้าประมูลเจ้าอยู่นะ”

“ข้าเชื่อว่าท่านเป็นคนดี”

“โอไม่ล่ะ.. ถ้าข้าดีจริงข้าจะไม่อยู่ที่นี่”

“ฮึก...”

“บอกความฝันของเจ้ากับสิ่งที่เจ้าทำได้ให้ข้าฟังหน่อยสิ ถ้ามันเข้าตาข้าจริงข้าอาจจะยอมช่วย”

“ต่อไปจะเป็นการประมูลทาส! คนต่อไป! นางกำลังโดนลากไป น้ำตาหยดงามอาบใบหน้าที่ไม่ค่อยสะอาดนัก นางสะอื้นแล้วหันซ้ายขวาก่อนบอกข้าเสียงแผ่วเบาหากเห็นถึงความตั้งใจ ก่อนที่จะโดนลากไป

“ข้าทำอาหารได้เจ้าค่ะ! ฮึก..ข้าเคยเป็นเสี่ยวเอ้อ! ความฝันที่ข้าต้องการ...”

“ข้าต้องการได้รับสูตรอาหารของตระกูลแล้วเปิดร้านของตนเอง!นั่นคือสิ่งสุดท้ายที่นางบอกข้า ข้าเดินกลับมาหาเหวยซางแล้วกอดอกมองการประมูล

“เจ้ายังอยากประมูลนางอยู่ไหม” ข้านิ่งเงียบแล้วมองไปที่ด้านหน้า

“ไม่รู้สิ” เหวยซางพยักหน้า

“แล้วแต่เจ้าแล้วกันเรื่องนี้” ข้าโคลงศีรษะมองการประมูลตรงหน้า เสียงตะโกนราคาดังขึ้นไม่ขาดสาย

“หนึ่งพันชั่ง”

“หนึ่งพันห้าร้อยชั่ง”

“หนึ่งพันห้าร้อยเอ็ดชั่ง”

“หนึ่งพันห้าร้อยสิบชั่ง”

.

.

.

.

.

.

“สามพันชั่ง!สิ้นสุดที่คนที่หนึ่งร้อย ทุกคนดูเงียบลง เพราะเริ่มสู้ราคาไม่ไหว ข้ามองสีหน้าแสยะยิ้มของมันแล้วขวางหูขวางตาเหลือเกิน เสียประโยชน์! หมอนี่ต้องซื้อนางไปเชิงนั้นแน่ เสียประโยชน์ทำมาหากินชะมัด!

“สามพันเอ็ดชั่ง!ข้าตะโกนออกไปท่ามกลางเสียงเงียบ คิ้วคมยักให้ด้วยความอยากล่อเท้า! หญิงสาวผู้นั้นมองมาที่ข้าด้วยความดีใจ ข้าล่ะอยากจะพูด ข้าซื้อนางไปแต่นางก็ต้องไถ่ตัวจากข้าเองไม่งั้นก็อยู่ทำธุรกิจที่ข้าคิดต่อไปเถอะ!

ส่วนไอหมอนี่น่ะ...

ข้าจะเอาให้มันดิ้นตายคาพื้นที่แพ้ข้าเลย!


 

 

แสดงความคิดเห็น

กวนบาทายิ่งนัก  โพสต์ 2019-1-5 16:38
คุณได้รับ +10 คุณธรรม +3 ความชั่ว +3 ความโหด โพสต์ 2019-1-5 16:12

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง -3001 ความหิว -32 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin -3001 -32 + 5

ดูบันทึกคะแนน

สวัสดี
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ทวนกรีดนภา
กราดิอุสโอธีมัส
กำหนดลมหายใจขั้นสูง
คัมภีร์ละติน
ม้าตี๋หลูทมิฬ
หงอนคู่
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x5
x13
x45
x40
x8
x15
x200
x260
x1398
x100
x128
x10
x75
x10
x10
x451
x178
x1
x191
x27
x34
x10
x19
x99
x2990
x5
x318
x30
x120
x3420
x1
x1
x1
x55
x10
x30
x2
x50
x3000
x3048
x1
x100
x3
x15
x20
x30
x100
x1
x199
x50
x37
x10
x58
x50
x105
x24
x10
x30
x25
x40
x2
x3
x3
x206
x25
x11
x4
x19
x2
x10
x10
x10
x30
x10
x15
x29
x45
x1
x1
x20
x8
x15
x15
x4
x180
x15
x1
x1

15

กระทู้

151

โพสต์

4หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
314045
เงินตำลึง
19675
ชื่อเสียง
8027
ความหิว
357

ป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV2)ใบรับรองเหมืองแร่จินไช่เหริน(รายสามปี)

คุณธรรม
172
ความชั่ว
0
ความโหด
150
ครึ่งแสน
เลเวล 1

ฟง ฟงเยี่ย

" ฟ่านเหลียนเกอเก่อ! "
pet
โพสต์ 2019-1-21 10:09:59 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Fanlian เมื่อ 2019-1-21 10:37

[ไช่ฟ่านเหลียน]

บทที่ 5 เรียนผูกได้ย่อมเรียนแก้ได้ : กลับบ้านไง กลับบ้านก็คือกลับบ้าน


ข้าล่ะอยากจะหัวเราะมัน นังผี! ซื้อผู้หญิงไปอุ่นเตียงเนี่ยนะ... ใช้ไม่คุ้มค่าเอาเสียเลยข้าส่ายหน้าให้กับชายคนที่ข้าพึ่งกวนอารมณ์ให้ขุ่นข้องหมองใจไป โถน่าเศร้ายิ่งนักที่ต้องมาเจอคนกวนตีนเยี่ยงข้า แต่คิดไปคิดว่าซักพักข้าก็อยากจะวูบ อีชิ-หา- วันนี้ข้าเสียเงินไปรวม แปดพันเอ็ดชั่ง!’ หน้ามืดไหมล่ะข้า แต่ไม่ได้ข้าต้องขรึมไว้ แล้วสะกดจิตในใจ ข้ารวยเว้ยเงินแค่นี้ไม่ทำขนหน้าแข้งร่วงหรอก!’ ข้ากลืนน้ำลายอึกนึง แล้วจ้องมองไปยังลานประมูลด้านหน้า เหวยซางแตะเข้าที่ไหล่ข้าแล้วดันให้ออกไป เพื่อไปรับสิ่งที่ข้าประมูลได้มาสำเร็จ ชายคนนั้นทำท่าอยากจะพุ่งมากระทืบข้าเสียจมดิน ส่วนข้าก็ทำหน้าลอยหน้าลอยตาแล้วแลบลิ้นปลิ้นตาจนเหวยซางต้องกระชากหัวข้าให้หันกลับมาที่ลานประมูล

“ตัวเล็กแค่นี้ อย่าซ่าหาเรื่อง” ข้าดึงมือของเหวยซางให้เลิกขยุ้มหนังหัวข้าเสียที ข้าว่าข้าไม่ได้มีความแค้นกับพวกคนประมูลหรอก ข้าน่าจะมีปัญหากับคนที่ขยุ้มหนังหัวข้าอยู่มากกว่า! หนอย! ไผให้พรือจิกหนังหัวข้ามรั่ยทราบวะ นาโร้ก(อรรถรสทางภาษา ผู้ตรวจอย่าพึ่งมึนเดี๋ยวผมแปลให้) [หนอย! ใครให้เจ้าจิกหนังหัวข้าไม่ทราบวะ นรก] ตอนนี้หากข้าแสดงสีหน้าความเจ็บได้ข้าคงโก่งคอแล้วร้องตะโกนว่า อีควาย สุดแรงเกิด คือข้าบอกคำเดียวเจ็บจริงไม่อิงคนอื่นเลย นี่มือคนหรือตีนควาย ข้าถามจีง!’ [ข้าถามจริง!]

“เหวยซาง นั่นมือเจ้าใช่ไหมที่จิกหัวข้า” เหวยซางปรายตามองมือตัวเองบนหนังศีรษะข้าที่ถูกกระชากลากถู

“ใช่ แต่เจ้าคงไม่เจ็บเท่าไหร่หรอกหัวคงหนาพอสมควร” เอ้ะ! นี่มันหลอกด่าข้านี่หว่า นาโร้ก! ไอนาโร้ก! ถ้าเองเป็นเพื่อนข้า ข้าก็จะด่าเองว่าเพื่อนเฬว! เพื่อนนาโร้ก! เวงเน้ย!’ [เอ้ะ! นี่มันหลอกด่าข้านี่หว่า นรก! ไอนรก! ถ้าเจ้าเป็นเพื่อนข้า ข้าก็จะด่าเจ้าว่าเพื่อนเลว! เพื่อนนรก! เวรเอ้ย!] ข้ามองเหวยซางตาขวางแล้วสะบัดหัวให้หลุดจากมือของเหวยซาง ก่อนจะจัดแต่งผมให้กลับสภาพเดิมเพื่อปลอมแปลงสภาพร่างกายให้ปกติ ข้าเดินไปพร้อมเหวยซางก่อนวางเงินจำนวนหนึ่งที่ตกลงประมูลแก่ชายอันธพาล ชายคนดังกล่าวหยิบเงินข้าไปนับดูว่าครบไหม เมื่อเสร็จสิ้นแล้วรอยยิ้มแสยะจึงคลี่ขึ้น มันดูหลอนแปลก ๆ ชะมัด แต่ช่างโครตแม่งมันเถอะ ข้าคิดว่ามันก็แค่สีหน้าคนกระหายเงินเท่านั้นเอง

มันกระชากสายโซ่เส้นใหญ่ที่รัดข้อมือนางมา มือหยาบหนาผลักให้หญิงสาวใบหน้าเปื้อนฝุ่นปะทะลงที่อกข้า ข้ามองมันตาขวางพลางเอ่ยโดยไม่มีเสียงใส่มันว่า ถ้าของข้าบุบสลาย เจ้าต้องจ่ายคืน!’ มันถึงได้มีสีหน้าเจื่อนเล็กน้อย แต่เจื่อนลงยังไงข้าก็ว่าหน้ามันยังกวนตี-อยู่ดี ข้ามองไปที่หญิงสาวที่ยังซบอยู่ตรงอกข้า เพราะมือที่ถูกพันธนาการเลยทำให้นางไม่มีแรงฝืนนัก ข้าก้มลงมองนางเล็กน้อย ก่อนจะแกะโซ่ที่รัดข้อมือนางออกแล้วโยนทิ้งไป แล้วเปลี่ยนจากโซ่เหล็กเย็นเฉียบ เป็นมือข้าที่พันธนาการข้อมือนางแทนโซ่ อย่างน้อยในใจข้าตอนนี้ก็ไม่ปรารถนาที่จะปล่อยนางไป และอย่าคิดว่าข้าจะพิศวาสอะไร ใจข้ามันคงด้านเกินไปเสียแล้วที่ไม่ได้คิดเรื่องแนวนี้เลย พอเห็นนางแล้วข้าก็รู้เลยว่าหายนะน้อย ๆ กำลังเข้ามาหาข้าในไม่ช้าแน่นอน

“เหวยซางเจ้าจะอยู่ประมูลอะไรก่อนไหม” เหวยซางพยักหน้าหงึกหงักแล้วชี้ไปที่ของสิ่งหนึ่งที่อยู่บนลานประมูล ข้ามองร่างของหญิงสาวที่เริ่มอ่อนเพลียมากแล้วที่ยืนอยู่ด้านข้าง ข้าตัดสินใจที่จะลากับเหวยซางแล้วจะมาหาเขาใหม่ จริง ๆ มีเขาเป็นสหายอาจจะไม่แย่มาก แต่โครตแย่ฉิ-หา-ต่างหาก ข้าหยอกนะ... ข้าล่ำลากับเขาแล้วเดินออกจากลานประมูลพร้อมกับนางแต่เพราะความเหนื่อยอ่อนของนาง มันช่วยไม่ได้เลยที่ข้าจะเปลี่ยนจากการจับมือนางเป็นอุ้มนางขึ้นมาแทนด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ ก็บอกอยู่ข้าไม่ได้พิศวาสแต่ก็อย่าคิดว่าข้าต้วนซิ่วข้าขอร้อง... ข้ายังเป็นบุรุษอยู่เพียงแค่ข้าไม่มีความอยากอะไรเท่านั้น

“ท่าน...”

“อะไร” ข้าเอ่ยตอบทั้งที่ตายังคงมองทางด้านหน้าอยู่

“มันไม่เหมาะสม” ข้าหยุดเดินแล้วก้มมองร่างที่ถูกอุ้มอยู่ ฝ่ามืออันอ่อนแรงของนางขยุ้มเสื้อข้าจนยับไปหมด ยิ่งข้าก้มลงไปยิ่งขยุ้มจนจิกเนื้อข้า... โอโหข้าต้องตัดเล็บนาง ต้องตัด! เจ็บชิ-หา-เลยว้อย!

“ข้าไม่อยากมีภาระ เลือก...ระหว่างข้าโยนเจ้ากลับไปในลานประมูลกับข้าอุ้มเจ้า เจ้าจะเลือกอะไร” สีหน้าเรื่อเปลี่ยนเป็นซีดแล้วสะบัดหน้าไปมาเป็นอันรู้คำตอบ ข้าจึงเริ่มเดินต่อไป

“ข้าบอกแล้วว่าท่านเป็นคนดี...”

“ข้าก็บอกแล้วว่าหากข้าดีจริง ข้าคงไม่อุ้มเจ้ากลับบ้านแบบนี้”

“กลับบ้านหรอเจ้าคะ?” นางเงยหน้ามองข้าด้วยแววตาตกตะลึง

“อือ กลับบ้านข้าไง”


แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +8 คุณธรรม +15 ความชั่ว +15 ความโหด โพสต์ 2019-1-21 10:18

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -36 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -36 + 5

ดูบันทึกคะแนน

สวัสดี
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ทวนกรีดนภา
กราดิอุสโอธีมัส
กำหนดลมหายใจขั้นสูง
คัมภีร์ละติน
ม้าตี๋หลูทมิฬ
หงอนคู่
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x5
x13
x45
x40
x8
x15
x200
x260
x1398
x100
x128
x10
x75
x10
x10
x451
x178
x1
x191
x27
x34
x10
x19
x99
x2990
x5
x318
x30
x120
x3420
x1
x1
x1
x55
x10
x30
x2
x50
x3000
x3048
x1
x100
x3
x15
x20
x30
x100
x1
x199
x50
x37
x10
x58
x50
x105
x24
x10
x30
x25
x40
x2
x3
x3
x206
x25
x11
x4
x19
x2
x10
x10
x10
x30
x10
x15
x29
x45
x1
x1
x20
x8
x15
x15
x4
x180
x15
x1
x1

15

กระทู้

151

โพสต์

4หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
314045
เงินตำลึง
19675
ชื่อเสียง
8027
ความหิว
357

ป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV2)ใบรับรองเหมืองแร่จินไช่เหริน(รายสามปี)

คุณธรรม
172
ความชั่ว
0
ความโหด
150
ครึ่งแสน
เลเวล 1

ฟง ฟงเยี่ย

" ฟ่านเหลียนเกอเก่อ! "
pet
โพสต์ 2019-1-22 00:07:41 | ดูโพสต์ทั้งหมด

[ไช่ฟ่านเหลียน]

บทที่ 5 เรียนผูกได้ย่อมเรียนแก้ได้ : หนีเสือปะจระเข้อะไร๊ ไม่มี๊

 

สุดท้ายแล้วนางก็นิ่งเงียบให้ข้าอุ้มนางแต่โดยดีไม่รู้ว่านางคิดอะไรอยู่ แต่สีหน้าที่เห็นได้ชัดก็คงความกังวลบนในหน้า ฝ่ามือเรียวเล็กขยุ้มเสื้อผ้าข้าจนกระทั่งข้าปล่อยไปตามเวรตามกรรมแล้ว จะยับไปมากกว่านี้สักเท่าไหร่ก็ย่อมได้ เพียงแค่ว่าของให้นางไม่ดิ้นไม่ยึกยักไปมากกว่านี้ก็พอ ข้าก้มมองนางชั่วครู่แต่สักพักก็เงยหน้าขึ้นแล้วมองไปยังทางเดินเช่นเดิม ก็พอเข้าใจความกังวลของนางอยู่แต่ข้าก็ดันปากไม่ดีด้วยสิ ไม่อยากพูดให้นางรู้สึกไม่ดีกว่าเดิมเลยแฮะ...

“แล้วบ้านท่านอยู่ที่ไหนเจ้าคะ” นางเอ่ยถามขณะที่ข้ายังอยู่ในภวังค์ ข้าจึงนิ่งคิดสักพักแล้วตอบไปตามตรง

“กุ้ยหยาง รู้จักไหม?” นางพยักหน้าหงึกหงัก แล้วเบิกตาโพลงมองข้า

“แล้วท่านมาทำอะไรที่อู๋จวิ้นเจ้าคะ ไหนท่านบอกจะ..จะพาข้ากลับบ้านท่าน”

“ทำงาน”

“งาน?”

“อือ เดี๋ยวเจ้าก็รู้เอง ส่วนเรื่องกลับบ้าน... ตอนนี้จะเรียกบ้านก็ไม่ถูกซะทีเดียวหรอกนะ” นางเอียงคอมองข้าด้วยดวงตากลมโตนั่น อา...ข้าไม่หลงกลหรอก เพราะข้าไม่ได้มองยังไงล่ะ ฝ่ามือข้าที่สอดบริเวณหัวเข่านางโอบกระชับจนแน่นข้าแต่ก็ไม่ได้แน่นขนาดที่บีบต้นขานางเจ็บขนาดนั้น ข้าเหลือบมองเส้นทาง แสงไฟจากตะเกียงตามทางทำให้ข้าเห็นเส้นทางยามค่ำคืนสลัวเล็กน้อย หากแต่ก็ดีกว่ามองไม่เห็นทางเลย หากพูดถึงความเหมาะสมที่นางกล่าวแล้วก็ใช่ว่าข้าจะไม่รู้ว่าบ้านเมืองของตนเองมีจารีตเช่นไร แต่กระนั้นข้าก็ไม่ค่อยจะชอบความยุ่งยากเท่าไหร่นัก หากให้นางเดินเองแล้วชาติเศษถึงจะเดินถึงค่าย ข้ายอมผิดจารีตรีบอุ้มรีบเดินก็จบแล้ว อีกอย่างเลยก็คือแถวนี้เป็นถิ่นโจร ถิ่นนักพนัน นางก็ไม่ได้ดูแลตัวเองได้ดีนัก หากจู่ ๆ โดนฉุดไปประมูลอีกคราวนี้ข้าไม่ช่วยประมูลกลับอีกแล้ว คนรวยได้ก็จนได้เหมือนกัน ใครจะขยันฉลุงเงินเล่นวันละหมื่นชั่ง บ้าหรือไม่?

ลมยามกลางคืนพัดผ่านจนรู้สึกถึงความหนาวเย็นเล็กน้อย ข้ารีบเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น เพื่อไม่ให้ต้องลมหนาวไปมากกว่านี้ อีกอย่างเลยก็คือข้าไม่อยากให้คนอื่นเห็นนางกับข้าเท่าไหร่ ถือว่าข้าทำจารีตได้ดีที่สุดเท่านี้จริง ๆ สตรีที่ร่วมทางกับข้าก็เห็นมีแต่แม่บุญธรรมของเจ้าแฝดตัวน้อย ที่ตอนนี้คงไปอยู่กับพ่อแม่ที่แท้จริงเสียแล้ว จนตอนนี้แม้ว่าจะเป็นเพียงบุตรบุญธรรมหากแต่ความผูกพันธ์ก็ไม่อาจทำให้ข้าคิดถึงพวกเขาได้เลย ส่วนตัวแม่บุญธรรมของสองแฝด หรั่นซิ่นหลี่... ข้าก็มีติดต่อกับนางบ้างหากแต่คงไม่บ่อยเท่าไหร่แล้ว ต่างคนต่างต้องเติบโตไปในทิศทางที่แตกต่างกัน พี่สาวต้องทำตามปณิธานที่นางตั้ง ส่วนข้านั้น... ปณิธานคืออะไรกันข้าลืมมันไปเสียหมดแล้ว ทุกวันนี้ข้าก็แค่ใช้ชีวิตไปวัน ๆ กับ งานหนัก ๆ ก็พอแล้ว

“เจ้าชื่ออะไร...” ระหว่างที่เดินกลับไปหาเฟยหลงข้าก็เอ่ยกับนางบ้าง สถานการณ์ตอนนี้มีแต่เรื่องให้อึดอัด ไม่ว่าจะนิสัยที่ไม่ค่อยเหมือนมนุษย์มนาของข้าที่สุดท้ายนางก็ตกกระไดพลอยโจรมาอยู่ด้วยกันจนได้ แต่ข้าก็จะขอเน้นย้ำอีกครั้ง ข้าไม่ได้นำนางมาเป็นภรรยา และนางไม่มีทางที่จะได้เป็น ฐานะที่นางได้จากข้ามากที่สุดก็คือน้องสาวจอมดื้อเท่านั้น คราแรกข้าคิดว่าจะให้นางมาช่วยข้าจัดการเรื่องค่ายแต่มองท่าทางปวกเปียกแล้วข้าเริ่มเครียดแล้วว่านางทำอะไรได้อีกบ้าง ข้าคิดว่าตัวเองคงคิดน้อยเกินไป ที่หวังให้นางมาอยู่ที่ค่ายทหารแต่ไม่ได้รับรู้ถึงข้อจำกัดของกองทัพเลยว่า หญิงที่เข้ามาอยู่ในกองทัพได้นั้นไม่มีและถึงมีก็ต้องเป็นหญิงที่มีศักดิ์ที่สูงพอที่จะพาเข้ามา

“ฟง ฟงเยี่ยเจ้าค่ะ ท่าน...ข้าได้ยินสหายท่านเรียกว่าอวี้เสวี่ย ?” เสียงนางทำให้ข้าหลุดภวังค์ อวี้เสวี่ย? ชื่อปลอมข้านี่นา... ให้นางเรียกว่าอวี้เสวี่ยซักวันนางก็ต้องรู้ชื่อจริงข้าอยู่ดีว่าข้าชื่ออะไร ฉะนั้นให้รู้เสียตอนนี้ไปเลยย่อมดีกว่า แต่จะให้นางเรียกข้าว่าอะไรดีล่ะ... ในฐานะผู้เข้ามาอยู่อาศัยกับข้าแล้วล่ะก็...

“ฟ่านเหลียนเกอเก่อ” แบบนี้ก็ไม่เลวล่ะมั้ง

“เจ้าคะ?” ใบหน้าหวานที่ซบอยู่ที่บ่าข้าทำสีหน้าสงสัยราวกับไม่เข้าใจในชื่อที่ข้าให้เรียก ก็ช่วยไม่ได้นี่นา ข้าต้องอธิบายสินะ แต่จะอธิบายที่นี่มันก็...

“เรียกฟ่านเหลียนเกอเก่อ หรือจะเรียกท่านหรืออะไรก็แล้วแต่เจ้า แต่ข้าไม่ได้ชื่ออวี้เสวี่ย มันมีอะไรที่มากกว่านั้นที่เจ้ายังไม่รู้” ข้ากระซิบบอกฟงเยี่ยแต่ยิ่งข้าเอ่ยออกไปนางก็ยิ่งทำหน้างงงวยเสียยิ่งกว่าเดิมจนข้าอดหัวเราะด้วยความเอ็นดูไม่ได้

“ท่านหัวเราะ?”

“แปลกหรือ ข้าก็มนุษย์นี่” ข้าเลิกคิ้วมองฟงเยี่ยแวบนึงแล้วหันหน้าไปด้านหน้าเช่นเดิม

“ตั้งแต่ที่นั่นท่านก็ไม่ได้ยิ้ม หรือหัวเราะเท่าที่ข้าเห็น”

“ข้าหัวร้อน วันนี้ข้าตั้งใจจะไปทำการบางอย่างแต่กลับได้อีกอย่างมาแทนน่ะสิ”

“ขอบคุณเจ้าค่ะ” ข้ากล่าวขึ้นลอย ๆ แต่เหมือนฟงเยี่ยจะรู้ตัว นางเอ่ยขอบคุณแผ่วเบา แต่พอมาได้ยินอะไรแบบนี้ก็รู้สึกแปลก ๆ เหมือนกันแฮะ

“อื้อ ก็ไม่ได้ตั้งใจช่วยหรอก แค่ให้เจ้ามาช่วยงานข้าเฉย ๆ อีกอย่างก็แค่หาคนติดตามเท่านั้น แต่...เฮ้อ”

“ตัวเล็กขนาดนี้ ข้าจะพาเจ้าไปตายหรือเปล่าวะเนี่ย”

“ท่านเป็นนักเดินทางหรือเจ้าคะ”

“ไม่ ไม่ได้เป็น ไม่มีวันเป็น และไม่คิดที่จะเป็น ข้าไม่ชอบอะไรที่มันไร้แก่นสาร และ...”

“ดื้อ” ข้ากระซิบเสียงแผ่วเบา

“ข้าไม่ได้ดื้อนะเจ้าคะ”

“ไม่ดื้อ? แล้วนี่อะไรล่ะ ข้าอุ้มอะไรอยู่หรือ?”

“.... หึ้ย” เถียงไม่ออกแล้วทำมาหงมาหึ้ย เดี้ยะๆ เจอข้าบ่นใส่เดี๋ยวมีหนาว

“เจ้าจะไม่มีวันหลุดพ้นจากการเป็นคนของข้า จนกว่าจะไถ่ตัวเองสำเร็จ” ข้าพูดอย่างคนที่ถือไพ่เหนือกว่า

“ข้า.. ข้าหนีเสือปะจระเข้อยู่หรือเปล่าเจ้าคะ ตอนนี้...”

“อย่างน้อยข้าก็ไม่คิดให้เจ้าเป็นคนอุ่นเตียงข้าแล้วกัน” ข้าพูดความจริง... แต่ก็ไม่ทั้งหมด

“แต่ก็ใช่ว่าเจ้าจะได้ไปนอนที่อื่นล่ะนะ”

“หมายความว่าอย่างไรเจ้าคะ?”

“ข้าก็บอกอยู่ว่าให้เจ้าเรียกข้าว่าฟ่านเหลียนเกอเก่อแล้วเจ้าจะปลอดภัย ที่ ๆ ข้าอยู่ ไม่มีสตรี มีแต่บุรุษ”

“คนที่เข้าไปได้น่ะมีแค่ผู้หญิงที่อยู่ในฐานะภรรยาเท่านั้นแหละ”

“เจ้าคะ?” สีหน้านางตกตะลึงพลางขึ้นสีเรื่อเล็กน้อย

“แต่เจ้าไม่ใช่ไงฟงเยี่ย ข้าเลยให้เจ้าเรียกว่าพี่ชายไงเด็กดื้อ” เหมือนข้าชอบแกล้งคนอื่นเลยแฮะเห็นเขาเดี๋ยวทำหน้าหงุดหงิด เดี๋ยวโมโห เดี๋ยวแง่งอน ตลกเป็นบ้า

“ข้าไม่ได้เด็ก!

“เลยวัยปักปิ่นหรือยังเจ้า...”

“เลยแล้วเจ้าค่ะ!

“แต่ตัวเจ้าก็ดูแกน ๆ อยู่เลยแฮะ... ฮึบ! ยืนก่อน” ข้าวางฟงเยี่ยให้ยืนดี ๆ บนพื้นดอนแล้วเรียกหาเฟยหลงด้วยสัญญาณเรียกม้า อาชาตัวโปรดที่มีศักดิ์เป็นถึงม้าประจำตัวข้าปรากฏขึ้น ดูก็รู้ว่าม้าศึกพันธุ์นี้คนธรรมดาก็ไม่ค่อยมีนัก อีกอย่างเลยก็คือไม่มีใครนึกอุตริครอบครองม้าหายนะเช่นข้าหรอก พูดกันตามตรงก็คือมีคนด่าข้ามากกว่าชมที่เก็บมันไว้ แต่แล้วทำไมเล่า ข้าโตแล้ว โตพอที่จะไม่งมงายอะไรเฉกเช่นเมื่อก่อน ทุกสิ่งทุกการกระทำมักเกิดจากตัวข้าปรารถนาหรือทำเองทั้งนั้น ฉะนั้นแล้วแม้แต่ฟ้าก็หยุดข้าไม่ได้แล้วถึงความกู่ไม่กลับของข้าเนี่ย! เพราะข้าเชื่อตัวเอง ข้านับถือตัวเอง!

“ท่าน..ฟ่านเหลียนเกอเก่อ”

“หืม?”

“ม้านี่..”

“ชู่... แล้วจะเล่าให้ฟัง ขึ้นไปได้ไหม”

“มันสูงไปเจ้าค่ะ”

“งั้นข้าอุ้ม มา...” ข้าซ้อนตัวนางขึ้นแล้ววางไว้ด้านหน้า ก่อนขึ้นไปนั่งซ้อนทับแล้วจับบังเหียนเบา ๆ แรงขยุ้มจากฟงเยี่ยก็ยังคงแรงดีไม่ตก จิกจนหนังข้าจะติดเล็บนางไปด้วยแล้ว ถามจริงฟงเยี่ยเจ้านวดเส้นบะหมี่บ่อย ๆ มาก่อนใช่หรือไม่ จิกจังอกข้าเนี่ย!

“ไปเฟยหลง กลับกันตอนนี้ดึกมากแล้ว”

“เราจะไปไหนคะ เกอเก่อ..” นางดูลังเลที่จะเรียกข้า แต่ก็ยังอุตส่าห์เรียกจนได้

“ค่ายเสือดาว เจ้ารู้จักไหมฟงเยี่ย”

“ท่านเป็น...!

“อาใช่..รู้แล้วก็เงียบซะล่ะ เป็นเด็กดีนะฟงเยี่ย” ข้าลูบหัวนางเบา ๆ จากนั้นจึงมุ่งหน้ากลับค่ายทันที ต้องกลับก่อนไปตรวจค่าย เฮ้อ เสียเงินแล้วก็ต้องมาทำงาน มันสนุกตรงไหนกันนะ       

 

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +5 คุณธรรม +3 ความชั่ว โพสต์ 2019-1-22 17:58

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -46 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -46 + 5

ดูบันทึกคะแนน

สวัสดี
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ทวนกรีดนภา
กราดิอุสโอธีมัส
กำหนดลมหายใจขั้นสูง
คัมภีร์ละติน
ม้าตี๋หลูทมิฬ
หงอนคู่
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x5
x13
x45
x40
x8
x15
x200
x260
x1398
x100
x128
x10
x75
x10
x10
x451
x178
x1
x191
x27
x34
x10
x19
x99
x2990
x5
x318
x30
x120
x3420
x1
x1
x1
x55
x10
x30
x2
x50
x3000
x3048
x1
x100
x3
x15
x20
x30
x100
x1
x199
x50
x37
x10
x58
x50
x105
x24
x10
x30
x25
x40
x2
x3
x3
x206
x25
x11
x4
x19
x2
x10
x10
x10
x30
x10
x15
x29
x45
x1
x1
x20
x8
x15
x15
x4
x180
x15
x1
x1

ข้อความล้วน|อุปกรณ์พกพา|

Copyright © 2001-2012 | The Legend of Wulin  สงวนลิขสิทธิ์ | GMT+7, 2019-3-19 05:39

ขึ้นไปด้านบน