กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบอุปกรณ์พกพา | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์

ชื่อกระทู้: { ทุ่งหญ้าตอนใต้ }

ดู: 475|ตอบกลับ: 17

{ ทุ่งหญ้าตอนใต้ }

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2017-10-10 12:58:28 |โหมดอ่าน

ทุ่ ง ห ญ้ า ต อ น ใ ต้










ทุ่งหญ้าทางตอนใต้ของท้องทุ่งหญ้าตอนเหนือกำแพงเมือง
เป็นเขตอันตรายไม่เหมาะแก่การท่องเที่ยว
เนื่องจากมักมีชาวม่อเป่ย(ชงหนู) ดักปล้น ฆ่า กันเสมอ
หรือร้ายนักอาจไปจ๊ะเอ๋กับกระโจมชาวม่อเป่ยที่ใช้วิถีชีวิตกันบนท้องทุ่งหญ้า
แต่ถึงอย่างจะอันตรายอย่างไรก็ตาม แต่สถานที่แห่งนี้นั้นในฤดูหนาวช่วงกลางคืน
ท้องทุ่งจะเต็มไปด้วยสีขาวโพลนและแท่งน้ำแข็งต่างๆ ระลานตา
และยามแสงจันทร์สาดแสงลงมา จะเหมือนกับว่าพื้นที่ตรงนี้ระยิบระยับ
ไปด้วยเรือนแก้วงดงาม




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 2

ดูบันทึกคะแนน

61

กระทู้

548

โพสต์

19หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
194378
เงินตำลึง
1719085
ชื่อเสียง
90402
ความหิว
580

ป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV2)ใบรับรองเหมือง(ซานกั๋วเหริน)/รายสามเดือนใบรับรองเหมือง(เขาหลงเหมิน)/รายสามเดือน

คุณธรรม
213
ความชั่ว
0
ความโหด
166
ทอมโม่
เลเวล 1

กงซุน หลัน

ข้าก็มีบทนะคะ!!
pet
โพสต์ 2017-10-10 16:40:42 | ดูโพสต์ทั้งหมด
- เควสส่งอาหาร -
เดินทางไกล 5
      "แดดแรงเป็นบ้าเลยนะเนี้ย" ยูตะพูดขึ้นพร้อมกับมองแสงอาทิตย์ยามเช้าวัน ของเขาที่ยืนอยู่กลางทุ่งหญ้ากับเพื่อนนกตัวน้อยของเขา ถึงแม้เขาจะมีหมวกที่ซื้อมาจากชาวบ้านแถวๆ หน้าด่านมา มันก็ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นสักเท่าไรเลย
     ย้อนกลับไปช่วงเช้า ชายหนุ่มที่ลืมตาตื่นมาอย่างไม่เต็มใจอีกครั้งด้วยฝีมือจากเพื่อนตัวน้อยเขาที่มาเดินสวนสนามบนหน้าของเขาไปมาอย่างสนุกสนาน เป็นเชงบอกว่า "เช้าแล้ว ได้เวลาอาหารเช้าแล้ว" ไม่ว่าชายหนุ่มจะพยายามปัดสักแค่ไหนมันก็ไม่มีท่าทางจะหยุดลงเลย ชายหนุ่มจึงไม่มีทางเลือกจำต้องตื่นขึ้นและหาอาหารให้กับมัน เมื่อเขาจัดการกับเพื่อนร่วมทางของเขาเสร็จแล้ว เขาก็จัดการเก็บสัมภาระของตัวเองให้เรียบร้อย ว่าไม่ลืมอะไรหรือขาดอะไรไปรึเปล่า ก่อนที่จะเดินทางออกจากโรงเตี้ยม และมุ่งหน้าไปยังด่านซันไห่กวน ซึ่งเป็นสถานที่สุดท้ายก่อนที่จะออกไปยังทุ่งหญ้าตอนเหนือ
     เขาเริ่มสอบถามชาวบ้านแถวๆ นั้นเกียวกับทั้งเรื่องที่ต้องควรระวังเมือเดินทางในทุ่งหญ้าตอนเหนือ และเรื่องค่ายทหารของแม่ทัพเว่ยว่าตั้งอยู่แห่งหนใดแน่ หลังจากที่ชายหนุ่มเดินสอบถามอยู่พักใหญ่ๆ เขาก็พบว่าจับใจความอะไรที่เป็นประโยนชน์ไม่ได้มากนัก ก่อนที่จะไปเจอกับคุณลุงคนนึงเข้าให้
     "อะไรนะเจ้าจะออกไปตามหาค่ายทหารของแม่ทัพเว่ยที่อยู่ในทุ่งหญ้าตอนเหนืออย่างงั้นรึ" คุณลุงท่านนั้นถามกลับมาเพื่อความแน่ใจว่าเข้าไม่ได้ยินผิดไปใช้มั้ย
    "ใช้ครับ ทำไมอย่างงั้นหรอครับ" ยูตะถามกลับไปอย่างงงๆ
     "เปล่าหรอก ข้าแค่สงสัยว่าเจ้าจะไปทำอะไรกันแน่นะ แต่ว่านั้นไม่เรื่องของข้าหรอกนะ ไม่ต้องตอบก็ได้" คุณลุงคนนั้นพูดพร้อมกับหันไปหยิบอะไรบางอย่างในกล่อง
     "ข้าเคยได้ยินมาว่าค่ายทหารของแม่ทัพเว่ยตั่งอยู่ในซอกของของหุบเขาสักแห่งนึงทางตอนเหนือ แต่ว่าอยู่ตรงแถวนั้นข้าก็ไม่แน้ใจนัก เพราะว่าตำแหน่งที่แน่นอนนั้นมีแค่คนในเท่านั้นที่จะล้วงรู้ได้" คุณลุงคนนั้นเริ่มอธิบายขึ้น
    "อย่างนั้นสินะครับ......" ชายหนุ่มเริ่มทำท่าครุ่นคิดว่าจะหาเจอได้อย่างไร
     "แล้วก็ที่นั้นแดดมันแรงแยงตา แล้วก็อากาศเย็นมากเจ้าแต่งตัวแบบนี่ไม่ไหวหรอก" ว่าแล้วคุณลุงท่านนั้นก็หยิบเสื้อผ้า รองเท้า หมวกออกมายกใหญ่
     "ข้าจะขายให้เจ้าถูกๆก็แล้วกัน"
     "โอ้ ขอบคุณมากครับ" ชายหนุ่มรับเสื้อผ้าพวกนั้นมา ก่อนที่จะทดลองสวนใส่มัน และพบว่ามันพอดีอย่างไม่น่าเชื่อ
     "เป็นไงไม่หลวมไปใช้มั้ย" คุณลุงคนนั้นถามเพื่อความแน่ใจ
     "ครับ ไม่มีปัญหาเลยครับ" ชายหนุ่มกล่าวออกมา จ่ายเงินกลับไปหลังจากที่ทดลองแล้วไม่มีปัญหา
     "อ้อ แล้วก็ระวังพวกม่อเป่ยเอาไว้ให้ดี ถ้าเป็นไปได้อย่าได้เจอกับพวกนั้นเลย" แล้วคุณลุงก็กล่าวเตือนขึ้นมาอีกรอบนึง
     "ครับผม" ชายหนุ่มตอบรับกลับไป......
     
     ตัดภาพกลับมาที่ชายหนุม่ที่ยืนมองทุ้งหญ้าโล่งกว่านั้น แล้วขวมดคิ้วเข้าหากันอย่างปวดหัว
     "นี่มันยากกว่าที่คิดไว้อีกนะเนี้ย" เขาบ่นพึมกับเจ้าเพื่อนตัวน้อยของเขา
     "กรู้~!" เจ้านกตัวน้อยชุนชุนมารุ ก็ตอบกลับมาอย่างว่องไว พร้อมกับขยับคอไปมา
     "แกก็ว่าอย่างงั้นสินะ" แล้วชายหนุ่มก็ตบปากรับคำเหมือนทั้งสองนั้นคุยกันรู้เรื่อง
     "เอาเถอะบ่นไปก็เท่านั้น" เมื่อกล่าวแล้วเขาก็เริ่มออกเดินในทันที
     ชายหนุ่มเริ่มออกเดินไปเรื่อยๆ อย่างไร้จุดหมายว่าเขานั้นจะหาค่ายทหารแม่ทัพเว่ยเจอเมื่อไร และยังไง และด้วยวิธีไหน ตอนนี่เขารู้เพียงแค่ว่าอยู่ในช่องเขาเท่านั้น นั้นก็หมายความว่าเขาควรจะจะเริ่มเดินตามแถวๆ ชานเขาไปสินะ เมื่อคิดได้ดังนั้นเขาก็เริ่มออกเดินหาแถวๆ ชานเขาในทันที
     
     .............
     .....................
     ..............................
     
     หลังจากที่การเดินหาผ่านไปได้สักพัก เขาก็พบว่านี่มันก็เทียงวันเข้าไปแล้ว เขาควรจะหยุดพักสักเล็กน้อยเพื่อทานอาหาร ชายหนุ่มเริ่มหาทำเลเหมาะๆ ในการนั่งลงการที่จะเปิดกระเป๋าแล้วหยิบอาหารออกมา ก่อนที่จะเริ่มกินมันอย่างหิวโหยด้วยความรวดเร็วแต่ก็ไม่ลืมที่จะแบ่งอาหารให้เพื่อนตัวน้อยของเขาด้วย ก่อนที่จะดื่มน้ำตามลงไป
    "...................." ชายหนุ่มนั้งมองความกว้างใหญ่ของทุ่งหญ้าที่ยาวสุดลูกหูลูกตา พร้อมกับคิดในใจว่า
    (ชาตินี่จะหาเจอมั้ยเนี้ย...........)


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +25 ความหิว -11 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 25 -11 + 3

ดูบันทึกคะแนน

今でもあなたはわたしの光
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตัวเบาขั้นกลาง
กำหนดลมหายใจขั้นสูง
กุหลาบสีทอง
ดาบปี้อี้
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x7
x2
x15
x10
x10
x130
x710
x1687
x4184
x10
x9999
x100
x100
x30
x50
x2
x1
x5
x9999
x41
x1
x2
x15
x48
x6
x8
x3
x6670
x7
x67
x20
x120
x48
x34
x9999
x7060
x9999
x4093
x3880
x1760
x2
x2
x9999
x30
x30
x20
x2
x30
x80
x1860
x4
x1
x317
x50
x30
x1050
x2
x900
x18
x162
x115
x368
x148
x6
x4
x5
x2
x15
x9999
x20
x374
x5044
x65
x37
x1
x140
x20
x309
x163
x10
x268
x3749
x1727
x188
x24
x2
x75
x230
x5073
x19
x50
x19
x4
x20
x1
x1
x1
x106
x19
x1

61

กระทู้

548

โพสต์

19หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
194378
เงินตำลึง
1719085
ชื่อเสียง
90402
ความหิว
580

ป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV2)ใบรับรองเหมือง(ซานกั๋วเหริน)/รายสามเดือนใบรับรองเหมือง(เขาหลงเหมิน)/รายสามเดือน

คุณธรรม
213
ความชั่ว
0
ความโหด
166
ทอมโม่
เลเวล 1

กงซุน หลัน

ข้าก็มีบทนะคะ!!
pet
โพสต์ 2017-10-11 00:47:12 | ดูโพสต์ทั้งหมด
- เควสส่งอาหาร -
เดินทางไกล 6
     ".........................." ชายหนุ่มที่นั่งมองความโล่งกว้างของทุ่งหญ้าได้สักพัก ก่อนที่จะรู้สึกได้ว่าเขาเองนั้นพักมามากพอแล้ว
     เมื่อคิดได้ดังนั้นชายหนุ่มก็ค่อยๆ ลุกขึ้นเดินออกตามหาค่ายทหารแม่ทัพเว่ยต่อไป เขาเดิน และเดิน และเดินต่อไปเรื่อยๆ อย่างไม่ลดละ


     ................
     .....................
     ...........................


    (ทำไมมันน่าเบื่อแบบนี่) ชายหนุ่มเริ่มคิดในใจ เขาไม่นึกว่าการเดินหาอะไรอย่างไร้จุดหมายมันจะน่าเบื่อขนาดนี
     "แกคิดว่าเราเดินมาถูกทางมั้ย" และแล้วชายหนุ่มก็เริ่มหันไปคุยกับนกของเขาเป็นการแก้เบื่อ
     "กรู้~!" และมันก็ตอบกลับมาอย่างรู้งาน
     "เออ แกเองก็ว่าแบบนั้นสินะนะ"
     "กรู้~!"
     "โอ้ ตอบได้ใจข้ามากเลยละ"
     "กรู้~!"
     "สมแล้วที่เป็นคู่หูของฉันตอบได้ดี"
     "กรู้~!"
     "อย่างงั้นสินะ"
     "กรู้~!"
     "เข้าใจและ ที่แกพูดมาก็มีเหตุผลนะ"
     "เฮ้อ~ นี่ฉันทำอะไรลงไปเนี้ย....." แล้วชายหนุ่มก็ยืนถอนหายใจออกมา พร้อมกับเอามือปิดหน้าตนเองอย่างเขินอาย ถ้ามีใครรับรู้ละก็เขาคงได้มุดหนีไปอีกฝั่งท้องทะเลแน่ๆ
     "กรู้ๆๆๆๆ~!!!!!" แต่แล้วจู่ๆ เจ้าชุนชุนมารุก็มีท่าทางที่แปลก ราวกับมันกำลังเตื่อนว่ามีอะไรบางอย่างเข้ามา
     "หะ! เกิดอะไรขึ้นอย่างงั้นหรอ" ชายหนุ่มที่เห็นท่าทางคู่หูของตนดังนั้น เขาก็รีบมองไปรอบๆ ก่อนที่จะเห็นอะไรบางอย่างกำลังเคลื่อนที่อยู่ และเมื่อเพ่งมองไปดีๆ ก็พบว่าเป็นใครสักคนกำลังขี่ม้าอยู่
     "!!!" เมื่อชายหนุ่มเห็นดังนั้น เขาก็รีบหมอบลงกับพื่นหญ้าทันที่ โดยหวังว่าคนขี่ม้านั้นจะไม่เห็นเขา
    "รึว่าจะเป็นพวกที่คุณลุงเตื่อนไว้" ชายหนุ่มบ่นพึงพัมเบาๆ
     กุบกับๆ........กุบกับๆ  เสียงขี่ม้าค่อยๆ ดังขึ้นเรื่อยๆ
     ภายในจิตใจของชายหนุ่มนั้นใจเต้นระรัวๆ ด้วยความหวาดเสียว
     กุบกับๆ........กุบกับๆ  เสียงขี่ม้ายังคงค่อยๆ ดังขึ้นเรื่อยๆ
    (บ้าเอ้ย......จะรีบไปไหนก็ไป) ชายหนุ่มสบถอยู่ในใจ
     กุบกับๆ.....................กุบกับๆ  แล้วเสียงม้าก็ค่อยๆ เบาลงๆ และห่างออกไปในที่สุด
      "ฟู~~~~~ " ชายหนุ่มถอนหายใจออกมายกใหญ่ ก่อนที่จะค่อยๆ ลุกขึ้นมานั้งยองๆ แล้วเริ่มมองซ้ายมองขวา ว่าเสียงขี่ม้านั้นไปแล้วจริงๆ
      "เกือบไปแล้วมั้ยละ" เขายังคงพึงพัมกับตัวเอง ก่อนที่จะออกค้นหาไป อย่างระมัดระวัง
     
     ..............
     .......................
     ...............................
     
     หลังจากที่เขาเดินมาได้สักพัก เขาก็พบว่านี่มันก็เย็นมากแล้ว พระอาทิตย์ใกล้จะลับขอบฟ้าเต็มที่แล้ว
    "สงสัยต้องที่พักซะแล้วละมั้ง" เมื่อเขาคิดได้ดังนั้นก็เริ่มเปลียนเป้าหมายไปเป็นการหาที่พักแรมค้างคืนสำหรับคืนนี่ก่อน
     เมื่อเขาเดินมาได้สักพักนึง เขาก็พบกับซอกถ้ำแห่งนึงแถบๆ ชานเขา และมองเข้าไปข้างในก็พบว่ามีร่องรอยการก่อไฟทิ้งไว้อยู่ น่าจะเป็นของนักเดินทางคนอื่นๆ มาเมื่อนานมาแล้ว ชายหนุ่มที่เห็นดังนั้น ก็คิดได้ว่าที่นี่น่าจะเป็นที่ๆ ดีในการค้างแรม ว่าแล้วเขาก็ไม่รีรอที่จะรีบจุดไปตรงกองไฟเก่าที่เคยก่อไว้ ก่อนที่ตะวันจะลับขอบฟ้าไป


     เมื่อเขาก่อกองไฟสำเร็จแล้วชายหนุ่มก็เริ่มวางข้าวของลง แล้วเปิดกระเป๋าของตัวเองเพื่อที่หยิบอะไรต่างๆ ออกมาย่างกิน และแน่นอนเขาก็ไม่ลืมที่จะแบ่งให้เพื่อร่วมทางเขาเหมือนเดิม
     หลังจากที่ทานอะไรเรียบร้อยแล้ว เขาก็เตรียมตัวที่จะนอน โดยอาศัยที่นอนพกพาที่เตรียมมา ชายหนุ่มรีบเข้านอนแต่หัววันเพื่อที่วันรุ่งขึ้นเขาจะได้ตื่นไม่ช้าเกินไป....     
     เมื่อรุ่งสางยูตะที่กำลังนอนอยู่อย่างสบายอารมณ์ นั้นก็ปวดท้องอย่างหนักจนต้องตื่นขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ จะมีวันไหนมั้ยนะที่เขาจะได้ตื่นแบบดีๆ ชายหนุ่มคิดในใจอย่างนั้น ก่อนที่จะรีบวิ่งไปหามุมเหมาะๆ ในการปลดทุกข์ของเขา
     และในระหว่างนั้นเอง ขณะที่เขากำลังยุ่งกับการทำธุระของเขา เจ้าชุนชุนมารุที่กำลังบินอยู่บนท้องฟ้าก็ส่งเตื่อนคู่หูของเขาอีกครั้ง
     "หะ อะไรนะ ตอนนี่เลยหรอ" โชคดีที่ชายหนุ่มนั้นจัดการธุระของเขาเสร็จพอดี เขาจึงค่อยๆ หาที่ซ่อนอีกครั้ง เขาก็เริ่มได้ยินเสียงฝีเท้าของม้าเป็นจำนวนการกำลังเคลื่อนที่ผ่านมาทางเขา ชายหนุ่มที่แอบมองอยู่นั้น ก็สังเกตุได้นั้นไม่ใช้การแต่งตัวแบบชาวฮั่นที่เขารู้จัก รึว่านั้นจะเป็นชาวม่อเป่ย ชายเริ่มมีความหวาดระแวงเกิดขึ้น แต่เขาคิดว่าถ้าแอบอยู่อย่างงี้ ก็คงไม่น่าจะเป็นอะไร แต่ว่าบ้างสิ่งก็เกิดขึ้น
     "กรู้~! กรู้~! กรู้~!" จู่ๆ เจ้าเพื่อนยากของเขาก็ส่งเสียงร้องดังขึ้นมา
     "!!!!!" ชายหนุ่มถึงกับสะดุ้งใจตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อได้เสียงคู่หูของเขา ร้องขึ้น เขารีบทำให้มันหยุดในทันที
     แต่ว่ามันก็สายไปแล้วทหหารม้าจำนวนมากนั้นหยุดการเคลื่อนไหวลง ดูเหมือนว่าพวกเขาจะได้ยินเสียงของชุนชุนมารุเข้า
     ก่อนที่ยูตะจะสังเกตุเห็นชายที่ขี่ม้าสีขาวดูท่าเป็นหัวหน้าสั่งในลูกน้องสองคนมาค้นหาที่มาเสียง
     "ขอรับท่านแม่ทัพ!" นายทหารทั้งสองกล่าวขึ้นก่อนที่จะทำตามคำสั่ง
    (ยาไบ้ๆๆๆๆๆ) ชายหนุ่มเริ่มกรี้ดร้องอยู่ในใจอีกครั้ง
     (เอะ รึว่าจะเป็นแม่ทัพนั้นจะเป็นคนที่เราตามหา.....แต่ว่าดูจาการแต่งตัวมันไม่ใช้เลยน่า.......) เขาเริ่มครุ่งคิดอยู่ในใจอย่างอย่างนัก เพราะว่าดูเหมือนว่าจะซ่อนต่อไปก็ไม่จะเป็นผลสุดท้าย ชายหนุ่มจึงเลือกทางเลือกสุดท้าย
     "อะ....เออ......สวัสดีครับ" แล้วชายหนุ่มก็เลือกที่จะแสดงตัวออกไป อย่างกล้าๆกลัวๆ

(2) ชนะ

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -8 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -8 + 3

ดูบันทึกคะแนน

今でもあなたはわたしの光
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตัวเบาขั้นกลาง
กำหนดลมหายใจขั้นสูง
กุหลาบสีทอง
ดาบปี้อี้
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x7
x2
x15
x10
x10
x130
x710
x1687
x4184
x10
x9999
x100
x100
x30
x50
x2
x1
x5
x9999
x41
x1
x2
x15
x48
x6
x8
x3
x6670
x7
x67
x20
x120
x48
x34
x9999
x7060
x9999
x4093
x3880
x1760
x2
x2
x9999
x30
x30
x20
x2
x30
x80
x1860
x4
x1
x317
x50
x30
x1050
x2
x900
x18
x162
x115
x368
x148
x6
x4
x5
x2
x15
x9999
x20
x374
x5044
x65
x37
x1
x140
x20
x309
x163
x10
x268
x3749
x1727
x188
x24
x2
x75
x230
x5073
x19
x50
x19
x4
x20
x1
x1
x1
x106
x19
x1

61

กระทู้

548

โพสต์

19หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
194378
เงินตำลึง
1719085
ชื่อเสียง
90402
ความหิว
580

ป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV2)ใบรับรองเหมือง(ซานกั๋วเหริน)/รายสามเดือนใบรับรองเหมือง(เขาหลงเหมิน)/รายสามเดือน

คุณธรรม
213
ความชั่ว
0
ความโหด
166
ทอมโม่
เลเวล 1

กงซุน หลัน

ข้าก็มีบทนะคะ!!
pet
โพสต์ 2017-10-11 12:01:21 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย YutaIzumi เมื่อ 2017-10-11 18:08

- เควสส่งอาหาร -
เดินทางไกล 7
     หลังจากที่ชายหนุ่มแสดงตัวออกไปอย่างไม่เต็มใจนัก เมื่อคนดูเหมือนจะเป็นแม่ทพฝ่ายตรงข้ามเห็นยูตะ ก็ทำหน้าตาดุดันขึ้นมาพร้อมกับ ชัดดาบโค้งที่เอวขึ้นมาแล้วตะโกนขึ้น
     "ดูจากการแต่งกายแล้วแกเป็นชาวฮั่นสินะ กล้ามากนะที่มาเดินคนเดียว ทหารจับตัวมันกลับไป !!!"
    (_ิบหาย) ชายหนุ่มร้องอยู่ในใจ ดูเหมือนสิ่งที่เขาคิดไว้มันจะผิดเสียแล้ว นั้นไม่ใช้ชาวฮั่นจริงๆด้วย
     แล้วทหารทั้งสองนายที่เดินเข้ามาใกล้ชาบหนุ่มขึ้นเรื่อยๆ เรื่อยๆ ชายหนุ่มก็ไม่มีที่ถ้าจะหนีแต่อย่างใด ไม่ใช้เพราะว่าเขากลัว แต่เขาคิดว่ามนุษย์ที่ไหนจะวิ่งหนีม้าพ้นกันเล่า หรือว่าง่ายๆ ก็คือเขายอมรับสภาพแล้วนั้นเอง เขาได้ยืนหลับตาลง
      
      ฟุบ! ฉึก!

     ในจังหวะ เดียวกันนั้นเอง เสียงบางอย่างก็ได้ดังขึ้น ชายหนุ่มที่กำลังจะหลับตาลงก็เบิกตาโพลงขึ้นเพราะว่าอยู่ๆ ก็มีทวนยาวปริศนาพุ่งเอาใส่ทะลุนายทหารทั้งสองในคร่างเดียว และเสียบคาอยู่อย่างงั้น และเมื่อชายหนุ่มหันไปตามทิศทางที่ทวนยาวพุ่งเข้ามาทางด้านขวา เขาก็พบกับนายทหารที่แต่งตัวหรูหรา ผ้าคลุมสีฟ้า ใบหน้าเยาว์วัย 15 ปี ควบม้าขาวเข้ามา ด้านหลังเขามีทหารอีก 5 คน และชุดทหารทั้ง 5 คน ดูคล้ายทหารฮั่นไม่มีผิด
     แล้วนายทหารที่ขี่ม้าคนนั้นเข้ามาดึงทวนที่เสียบคาอยู่ออกไป ก่อนที่จะพุ่งเข้าไปจัดการพวกทหารม่อเป่ยจำนวนมากตรงนั้น อย่างไม่เกรงกลัวโดยทหารทั้ง 5 คนตามไปอย่างรวดเร็ว
     ยูตะได้แต่ยืมอึ้งตัวแข็ง พร้อมกับในใจว่า นายทหารแค่ 6 นายจะไปชนะทหารจำนวนมากขนาดนั้นได้อย่างไรกัน ชายหนุ่มที่ยืนมองอยู่นั้น ก็อยากจะจับอาวุธเข้าไปช่วย ถ้าไม่ติดตรงที่ว่าเข้านั้นยังบาดเจ็บจากบาดแผลเก่าอยู่
     การต่อสู้ตะลุมบอนเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว นายทหารผ้าคลุมสีฟ้านั้นสะบัดทวนไปมาอย่างรวดเร็วและรุนแรง สังหารทหารม่อเป่ยลงอย่างดายที่ละคนสองคนไปเรื่อยๆ ถึงแม้จะเป็นฝ่ายที่มีกำลังพลน้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด แต่นั้นก็ไม่ได้ทำให้เขาเสียเปรียบแต่อย่างใดเลย  จนในที่สุดทหารม่อเป่ยก็ถูกสักหารจนหมดสิ้น ส่วนแม่ทัพนั้นก็ขี่ม้าหนี่ไปไหนต่อไหนนานแล้ว
     เมื่อนายทหารผ้าคลุมสีฟ้าเห็นว่าตนนั้นจัดการเรียบร้อยกก็ไปพูดกับนายทหารขึ้น
     "ไปกันเถอะ เราต้องรีบกลับค่าย"
     ก่อนที่หันมาพูดกับชายหนุ่ม แล้วขี่ม้ามาใกล้ๆ
     "เจ้าเป็นใคร" นายทหารผ้าคลุมสีฟ้าเริ่มถามชายหนุ่ม
    "ผม อิซุมิ ยูตะครับ ขอบคุณท่านจริงๆ ที่ช่วยผมไว้" ชายหนุ่มกล่าวขึ้นพร้อมกับโค้งห้อย่างจริงใจ
     "ไง ข้าแม่ทัพกองหน้า สังกัดกองทัพจอมทัพเว่ยชิง ฮั่วชวี่ปิ้ง" ทางนั้นเริ่มแนะนำตัวกลับมา
    "อะ! แสดงว่าท่านต้องรู้จักแม่ทัพเว่ยชิงสินะ ข้าได้รับมอบหมายหน้าที่มาให้ ส่งขนมของท่านฮองเฮา" ชายหนุ่มเริ่มบอกจุดประสงค์ของเขา
     "เจ้าว่าใครส่งมานะ"  นายทหารผ้าคลุมสีฟ้าถามซ้ำอีกรอบ
     "ฮองเฮาเว่ยครับ" ชายหนุ่มกล่าวย้ำขึ้น
     "เสด็จป้าส่งเจ้ามาเหรอ ไหนขนม"  
     "สักครู่นะครับ" มาพูดเสร็จชายหนุ่มก็รีบวิ่งไปหยิบสัมภาระของตนและ หยิบขนมแสดงขึ้นให้ดู
     "เยี่ยม" นายทหารผ้าคลุมสีฟ้ากล่าวออกมาพร้อมกับยิ้มแย้ม
     
     เมื่อบทสนทนาจบลง ชายหนุ่มก็ได้เดินทางไปทัพเล็กๆ นี่จนไปถึงค่ายทหารแม่ทัพเว่ยในที่สุด ดูเหมือนว่าค่ายทหารนั้นจะอยู๋ในซอกหลีบระหว่างหุบเขาตอนเหนืออย่างที่คุณลุงคนนั้นบอกจริงๆด้วย
     พอถึงฮั่วชวี่ปิ้งก็ให้ทหารนำชายหนุ่ม ไปพักผ่อนก่อน ส่วนเขาเดี๋ยวขอตัวไปรายงานเรื่องทหารม่อเป่ยให้ท่านแม่ทัพใหญ่ทราบก่อน

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +25 ความหิว -11 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 25 -11 + 3

ดูบันทึกคะแนน

今でもあなたはわたしの光
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตัวเบาขั้นกลาง
กำหนดลมหายใจขั้นสูง
กุหลาบสีทอง
ดาบปี้อี้
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x7
x2
x15
x10
x10
x130
x710
x1687
x4184
x10
x9999
x100
x100
x30
x50
x2
x1
x5
x9999
x41
x1
x2
x15
x48
x6
x8
x3
x6670
x7
x67
x20
x120
x48
x34
x9999
x7060
x9999
x4093
x3880
x1760
x2
x2
x9999
x30
x30
x20
x2
x30
x80
x1860
x4
x1
x317
x50
x30
x1050
x2
x900
x18
x162
x115
x368
x148
x6
x4
x5
x2
x15
x9999
x20
x374
x5044
x65
x37
x1
x140
x20
x309
x163
x10
x268
x3749
x1727
x188
x24
x2
x75
x230
x5073
x19
x50
x19
x4
x20
x1
x1
x1
x106
x19
x1

61

กระทู้

548

โพสต์

19หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
194378
เงินตำลึง
1719085
ชื่อเสียง
90402
ความหิว
580

ป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV2)ใบรับรองเหมือง(ซานกั๋วเหริน)/รายสามเดือนใบรับรองเหมือง(เขาหลงเหมิน)/รายสามเดือน

คุณธรรม
213
ความชั่ว
0
ความโหด
166
ทอมโม่
เลเวล 1

กงซุน หลัน

ข้าก็มีบทนะคะ!!
pet
โพสต์ 2017-10-11 18:13:04 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย YutaIzumi เมื่อ 2017-10-11 21:39

- เควสส่งอาหาร -
เข้าร่วมศึก 2
     เมื่อนายพลฮั่ว นำทัพทหารม้าไล่ต้อนทหารม่อเป่ย ที่ต่างหนีตายกันมาเรื่อยๆ จนในที่สุดพวกเขาก็มาถึงทุ่งหญ้าตอนใต้อีกคร่า ทหารม้าของนายพลฮั่วต่างขี่ม้าไล่ล่าทหารม่อเป่ยอย่างไม่ลดละ ดูเหมือนว่าทหารม่อเป่ยบางส่วน ที่รู้ว่าตัวเองจะหนีไม่รอดก็หันกลับมาสู้ พวกเขาก็ยังเลือกที่จะดิ้นรนจนวินาที่สุดท้ายของชีวิตพวกเขา
     เคร้งๆๆ!! เคร้งๆๆ!! เคร้งๆๆ!! เสียงปะทะของอาวุธดังขึ้นเป็นระยะๆ
    ฟุบ ฟับ ฉับ อ้าาาาาาา เสียงต่อสู้ดังขึ้นต่อเนื่อง พร้อมกับเสียงของทหารม่อเป่ยที่ ถูกฆ่าลงไปเรื่อยๆ ตามการไล่ล่าที่นำโดยนายพลฮั่ว
     การต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ  จนกระทั้งดูเหมือนว่าจะไล่ต้อนทหารม่อเป่ยจนหมดแล้ว ขณะที่ยูตะที่กำลังคิดว่าศึกนี่จบแล้วอยู่บนม้านั้นเอง ก็มีนายทหารคนนึงพูดขึ้น
     "ดูนั้น! กำลังเสริมของพวกม่อเป่ย!!" นายทหารคนนึงตะโกนขึ้นพร้อมกับชี้ไป
     และเมื่อชายหนุ่มหันตามไป เขาก็พบกับทัพเสริมทหารม่อเป่ยที่ประมานสองสามพันได้ กำลังเคลื่อนที่เข้ามาใกล้มากแล้ว
     "พวกเรา เตรียมรับมือ!!" เสียงของนายพลฮั่วดังขึ้นส่งสัญญานให้นายทหารที่เหลือคนอื่นๆ
     แล้วการต่อสู้ระหว่างทหารแปดร้อยนาย ปะทะกับทหารสองสามพันนาย ก็เริ่มต้นขึ้น
     ชายหนุ่มที่เห็นดังนั้น เขาจึงตักสินใจที่จะลงจากหลังม้าที่ตัวเองซ้อนมาอยู่ เพื่อความถนัดในการต่อสู้ที่มากขึ้น และจะได้ไม่เกะกะนายทหารคนนั้นด้วย
    เคร้ง!! เคร้ง!! เคร้ง!! เสียงการต่อสู้ดังขึ้นอีกครั้ง
    ฉับ อ้าาาาาาา เสียงคมขวานที่ฟาดลงไปทหารม่อเป่ย ดังขึ้นเป็นระยะๆ พร้อมกับเสียงร้องแห่งความเจ็บปวดของพวกเขาก็ดังขึ้นตามมา
    "หนอย แก!!!" ทหารม่อเป่ยตนนึงตะโกนขึ้นพร้อมพุ่งเข้ามาหาชายหนุ่ม พร้อมกับหอกในมือของเขา
    "ตายซะ ย้าาาาาาา" ก่อนที่เขาจะกระหน่ำแทงมายังยูตะ อย่างไม่ลดละ
   ฟุบๆๆ เคร้ง!!ฟุบๆๆ เคร้ง!!เสียงหลบพร้อมกับ เอาขวานรับหอกนั้นดังขึ้นสลับกันเป็นระยะ
    จนกระทั่งชายหนุ่มมองเห็นว่าง เขาจึงหลบหอกที่แทงมาทางด้านขวา และแล้วพุ่งตัวเข้าไปโดยที่เอาขวานดันทางด้านข้างหอกเอาไว้
    แคกๆๆๆ เสียงอาวุธเสียดสีกันดังขึ้นเป็นพร้อมๆ กับชายหนุ่มที่เคลื่อนที่เข้าไปข้างหน้า
    "ย้ากกกก" เขาตะโกนออกมากันที่จะสะบัดขวานด้วยทั้งสองมือ เข้าไปที่คอของทหารม่อเป่ยคนนั้น
    ฉัว! เสียงดังขึ้นพร้อมกับศีรษะของทหารม่อเป่ยคนนั้นทีลอยกระเด็นออกไป
    "แฮก....แฮก....แฮก....." ยูตะที่ยืนหอบอยู่สักครุ่นึง ก่อนที่จะเห็นนายทหารคนนึงเปิดช่องว่างข้างหลังของเขา และกำลังจะถูกโจมตี
    "ระวัง!!" ยููตะโกนขึ้นก่อนที่จะใช้เท้าช้อนหอกขึ้นมา ใส่มือแล้วปาไปช่วยนายทหารคนนั้น
     ฟุบ! ฉึก! หอกเข้าเสียงร่างทหารม่อเป่ยอย่างพอดิบพอดี ก่อนที่ทหารม่อเป่ยจะล้มลง
     "ขอบคุณมาก" นายทหารคนนั้นกล่าวขึ้นก่อนที่จะหันไป เข้าสู้ต่อ
     "ไม่หมดไม่สิ้นสักที่นะ เจ้าพวกนี่" ชายหนุ่มบ่นพึมพัมขึ้นก่อนที่จะฟาดฟันทหารม่อเป่ยล้มลงไปอีกคน
     
     แล้วหลังจากการต่อสู้ผ่านไปอีกสักระยะนึง ทหารม่อเป่ยที่เหลือเพียงน้อยนิดก็เริ่มหนีร่นกลับขึ้นทางเหนือไป
     นายทหารราชสำนักทั้งหลายก็ยืนดู บ้างก็โฮ่ร้องในชัยชนะของตน อย่างภาคภูมิใจ
     "เฮ้อ~ " ชายหนุ่มถอนหายใจออกมา เขาไม่ได้รู้สึกดีใจกับชัยชนะนี่มากนัก เพราะดูเหมือนว่าเขาต้องแลกด้วยบ้างสิ่งบางอย่างไป โยที่เขาเองก็ยังไม่รู้ว่าอะไร
     นายพลฮั่วตรวจเช็คทหารที่คงเหลือจากการต่อสู้ พบว่าคงเหลือ 801 เท่าเดิม (รวมยูตะแล้วด้วย) ซึ่งนั้นก็หมายความว่าไม่มีใครถูกสังหารเลยนั้นเอง ก่อนที่นายพลฮั่ว จะสั่งให้ทหารเดินทางกลับค่าย
  @Admin


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +35 ความหิว -19 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 35 -19 + 3

ดูบันทึกคะแนน

今でもあなたはわたしの光
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตัวเบาขั้นกลาง
กำหนดลมหายใจขั้นสูง
กุหลาบสีทอง
ดาบปี้อี้
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x7
x2
x15
x10
x10
x130
x710
x1687
x4184
x10
x9999
x100
x100
x30
x50
x2
x1
x5
x9999
x41
x1
x2
x15
x48
x6
x8
x3
x6670
x7
x67
x20
x120
x48
x34
x9999
x7060
x9999
x4093
x3880
x1760
x2
x2
x9999
x30
x30
x20
x2
x30
x80
x1860
x4
x1
x317
x50
x30
x1050
x2
x900
x18
x162
x115
x368
x148
x6
x4
x5
x2
x15
x9999
x20
x374
x5044
x65
x37
x1
x140
x20
x309
x163
x10
x268
x3749
x1727
x188
x24
x2
x75
x230
x5073
x19
x50
x19
x4
x20
x1
x1
x1
x106
x19
x1

619

กระทู้

2360

โพสต์

52หมื่น

เครดิต

( º﹃º ) หิวปลาปิ้ง!! <''Xx&

เงินชั่ง
2881476
เงินตำลึง
9426346
ชื่อเสียง
223933
ความหิว
1226

ป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV2)

คุณธรรม
1056
ความชั่ว
540
ความโหด
1202
♦ เหยากวง ♦
เลเวล 1

จวง ถิงซู่

" น้องหลานระวังตัวด้วย "
pet
โพสต์ 2018-4-2 19:38:37 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LingHao เมื่อ 2018-4-2 20:33






สี่พี่น้องในท้องทุ่งหญ้า
207
ทุ่งหญ้านี้ล้วนมีโจร


        รุ่งสางสี่บุรุษก็ตื่นขึ้นมาล้างหน้าแล้วสนทนากันพวกเขารอจนแม่นางหมี่เจี๋ยรับอาหารเช้าเสร็จแล้วก็ออกเดินทางกันต่อ เส้นทางหลักสายนี้มีมาแต่โบราณเต็มไปด้วยรอยล้อเกวียนและรอยเท้าของผู้คนถูกทิ้งไว้เกิดร่องลึก สายลมพัดหวือให้ความรุ้สึกอ้างว้างเปล่าเปลี่ยว ม้าทั้งห้าออกควบเหยียดไปตามติดกัน ความคล่องตัวเช่นนี้จึงใช้เวลาไม่กี่เค่อก็มาถึงท้องทุ่งหญ้า แม่นางหมี่เจี๋ยบอกว่าจำแนวเขาทางทิศตะวันออกได้ หากไปที่นั้นจะสามารถเข้าสู่ท้องทุ่งหญ้าอาณาเขตของชนเผ่านาง ชายหนุ่มทั้งสี่ฟังแล้วรู้สึกยินดี การเดินทางไกลสุดท้ายก็เพื่อส่งแม่นางน้อยกลับบ้าน

        หนทางถูกกำหนดไว้เรียบร้อยพวกเขาจึงไม่รีบร้อน ต่างพากันขี่ม้าเล่นในท้องทุ่งหญ้าสูดไอดินกลื่นผืนหญ้า มองจุดที่เส้นขอบฟ้าตัดแนวทุ้งหญ้าสีทองดื่มด่ำกับความงดงามของธรรมชาติรอบกาย

        ระหว่างนั้นก็มีม้ากลุ่มหนึ่งควบมาทากพวกเขาคนที่นำหน้ามาก็ตะโกนขึ้นว่า “เฮ้นึกไม่ถึงออกมาปล้นวันนี้จะเจอเหยื่อด้วยวุ้ย! เทพประทานจริง!” เป็นชาวชงหนูสวมชุดขนสัตว์กลุ่มหนึ่ง หลิงเฮ่าได้ยินคำที่ระบุว่า ‘ปล้น’ ชัดเจนเป็นพิเศษนึกขันในใจว่า ‘ปล้น? กลางทุ่งหญ้ากลางวันแสกๆแบบนี้น่ะนะ?’ เจ้าชงหนูฟันหลอชักดาบโค้งแล้วชี้มาทางหมี่เจี๋ย “พวกแกห้าคนทิ้งตัวหญิงสาวและสมบัติไว้ถ้าไม่อยากตาย รู้ไหมว่าพวกข้าเป็นใคร”

        หลิงเฮ่ายิ้มแย้มหันมองเหล่าม้าต่างถิ่นร่วมยี่สิบตัวพร้อมคนขี่เข้ามาตีโอบล้อมพวกตน ‘ประสาท…. จะปล้นผู้อื่นแล้วยังความจำเสื่อมไม่รู้ชื่อตัวเองอีกแบบนี้ก็มีด้วย?’ พี่จิ่วกุมฝักกระบี่ในมือทุกคนเริ่มหยิบอาวุธของตัวเอง ขณะนี้นักกวีหนุ่มยังมีแก่ใจตอบกลับไปว่า “ผู้ผ่านทางไม่ทราบ ที่แท้ธรรมเนียมต้อนรับของชาวทุ่งหญ้าที่ว่ามีเกียรติก็เป็น ‘เช่นนี้’ เอง” หมี่เจี๋ยเลิกคิ้วมองมาทางเขาหนหนึ่ง ชาวเชียนเป่ยของพวกนางย่อมดีว่าแน่ล่ะ อย่าเหมารวมไปกับพวกถ่อยนี่สิ!

        “พล่ามหาอะไร! พวกข้าคือทหารชงหนูของท่านข่านอี๋จื่อเสีย ผู้ยิ่งใหญ่เหนือทุ่งหญ้าเชียวนะเฟ้ย วันนี้มีผลงานสักทีได้สาวงามและของติดมือ” มันยิมจนเห็นฟันหลอท่าทีภูมิใจเสียเต็มประดา พี่จิ่วถอนหายใจเบาๆ ออกมาหนนี้เหมือนไปไหนก็หนีศัตรูแผ่นดินไม่พ้น มิน่าท่านอาท่านน้าถึงได้บอกว่าพวกชงหนู ‘มีน้อยที่ดี มีดีก็น้อย’ ไท่จื่อวัยเยาว์กระซิบบอกทุกคนให้เตรียมตัวก่อนไสม้าขึ้นไปหาพี่ใหญ่ “อย่าเสียเวลาพูดกับมันเลยพี่ใหญ่ ก็บอกอยุ่ว่าจะปล้นเห็นทีคงไม่ปล่อยพวกเราไปง่ายๆแน่” หลิงเฮ่าพยักหน้าเห็นทีอี้จื่อเสียอะไรนั่นคงไม่ค่อยมั่งมีสักเท่าไรถึงได้ส่งทหารออกปล้นคนเดินทาง

        “ซุบซิบอะไรกันวะ!! ให้ทางสบายไม่ชอบ ชอบลำบากก็มา!! วันนี้ดาบของข้าจะได้ดื่มเลือดพวกแก!” มันสั่งคนทั่งยี่สิบเข้ากลุ้มรุมพวกเขาในทันที การต่อสู้บนหลังม้าหลิงเฮ่าไม่ถนัดนัก ตวัดคว้าธนูเลื่ออี้ได้ก็คอยยิงสนับสนุน เห็นจี๋เฟยเทียนทะยานฟันคอเก็บไปสองก็ลอบชื่นชมในใจ หลี่ไป๋หลงกุมทวนในมือย่ำไปทางไหนเป็นสับปากก็ร้องว่า “มีปัญญาก็เข้ามาเลย!!” ทางยอดยุทธ์นั้นสามารถรับมือได้สบายแบ่งเป็นสามต่อหนึ่ง ฝ่ายที่ลำบากก็คือพี่จิ่ว เขา และแม่นางหมี่เจี๋ย ฝ่ายหลังถูกแส้ตวัดตกหลังม้าแล้วลากมัดไปกับผืนหญ้า เสียงร้องของนางดึงให้พี่จิ่วที่สู้พัวพันอยู่กระโจนออกจากวงไปช่วย

        ผลคือด้านหลังของหลิงเฮ่าถูกเปิดโล่งโดนรุมถึงเจ็ดคน ผู้ที่ไม่ชำนาญการต่อสู้ระยะประชิดอย่างเขามีเหงื่อผุดพรายส่งกลิ่นหอมไปทั่ว ธนูรึจะสู้ดาบที่พุ่งเข้าใส่ เพื่อไม่ให้เป็นภาระเยี่ยซาชายหนุ่มตัดสินใจพลิกลงจากม้าแล้วให้เกิ้นหยางคอยไล่ตะปบอยู่รอบนอก มองหาฉูจู๋ร์ก็พบว่าเจ้าหมาป่าขาววิ่งไปแอบเสียแล้ว ‘บ้าเอ้ย… น้องผิงไม่ได้สอนวิธีใช้วรยุทธ์!’ จะมาโอดครวญตอนนี้ก็เสียเปล่า ทหารม้าชงหนูอีกสี่ล้อมเขาเอาไว้ เลี้ยวกลับไปมาอย่างชำนาญจนเริ่มตาลาย หลิงเฮ่าตัดสินใจหลับตาเพื่อจับทิศทางของเสียงแล้วเสี่ยงยิงธนูปักลำคอของคนหนึ่ง ‘ตายไหม?... ข้าพยายามเบามือแล้วนะ’ มองไปเห็นว่าแผ่นอกคนนั้นยังสะท้อนอยุ่ก็โล่งใจ ก่อนกลิ้งตัวหลบธนูที่กระหน่ำยิงใส่ ระหว่างการสู้มีแต่คิดว่าถึงจะเป็นพวกชงหนูก็ตามเขาก็คงมีคนที่รอให้กลับไป… เป็นไปได้ก็อยากเลี่ยงความสูญเสียทั้งสองฝ่าย

        นักกวีหนุ่มเห็นม้าสองตัวควบกลับมาด้วยความเร็ว แส้หนามถูกเชื่อมสองด้านเพื่อกวาดตัวเขานี่ไม่ดีแน่ เรียวคิ้วชายหนุ่มขวมดมุ่น ‘เอาไงดี...ข้างหลังก็มีอีกสาม!’ มีแต่ต้องฝ่าออกไป! สายตาเขาเหลือบไปเห็นข้างตัวเยี่ยซามีดาบเล่มหนึ่ง คล้ายสิ่งที่เทียนใช้ช่วยชีวิตตนที่ตรอกเหยียนตั้น ‘ต้าเฮ่ยหลง? (ดาบปลิดอาชา) ดีล่ะ!’ การต่อสู้นั้นสำคัญที่จังหวะและความฉับไว นักกวีหนุ่มอาศัยช่องว่างของม้าทั้งสองตัวคว้าต้าเฮ่ยหลงเปลือยออกจากฝักแล้วปาดด้วยความเร็ว ตัดเอ็นขาม้าจนคนที่ขี่พวกมันอยู่ล้มกลิ้งลงมา หันไปเห็นพี่จิ่วกำลังตัดเชือกช่วยแม่นางหลันไม่ทันระวังอีกด้านมีธนูเล็งเข้าใส่ โดยไม่ต้องคิดดาบในมือที่ยังคงชุ่มเลือดม้าถูกป่าออกไปตัดแขนของมือธนูทันที

        “ระวังด้วย!! ช่วยนางแล้วกลับมารวมกันไว้”

        มือของเขาว่างเปล่าไร้อาวุธ เยี่ยซาถูกสองโจรล้อมจับ เกิ้นหยางพัวกันกับชงหนูสี่คน ข้างหลังเขามีอีกสอง… วูบหนึ่งนักกวีหนุ่มคิดถึงหรงเยว่ขึ้นมาจริงๆ ‘นี่ไม่ใช่เวลามามัวคิด...กฎของทุ่งหญ้าผู้แข็งแกร่งจึงจะอยู่รอด’ หลิงเฮ่ากำหมัดในมือแน่นคว้าได้ก้อนหินที่พื้นก็ทุ่มเข้าใส่คนที่พยายามกระชากผมเขาอย่างแรง เสียงตุ้บ! ดังขึ้นรัวๆ ฝอยเลือดกระจายลงบนใบหน้างามน้ำเสียงกังวานตะโกนขึ้นว่า “ข้า-ไม่-ใช่-คน-อ่อน-แอ!!” และเขาต้องรอด…

        ร่วงไปอีกหนึ่ง เหลือสอง…. หันทองเกิ้นหยางตะปบลากใส้ม้า แยกชิ้นส่วนโจรทางด้านนั้นไป หลี่ไป๋หลงเก็บไปห้า จี๋เฟยเทียนอีกหก ทางหลิงเฮ่าร่วงไปสาม...พี่จิ่วคอยระวังภัยให้แม่นางหมี่เจี๋ย แส้บุปผาถูกโยนส่งแม่นางเชียนเป่ยอีกครั้ง เหลือพวกโจรอีกห้า

        ห้าต่อห้า… ด้วยสภาพที่เลือดบนเสื้อผ้าไม่ใช่ของพวกเขาเท่านี้ผลก็ชัดเจนแล้ว!

        “พวกโจรชงหนู! ทหารของข่านแล้วยังไง ข้าต้องกลัวด้วยรึไงจะบอกอะไรให้! ข้านี่ล่ะทายาทแม่ทัพที่จะมาเด็ดหัวพวกเจ้า!” หลี่ไป๋หลงชุ่มเลือดไปครึ่งร่างความคึกคะนองเต็มเปี่ยม ควบม้าเข้าไปประจันกับตัวหัวหน้า ทั้งสองรุกไล่กันอยุ่พักใหญ่อีกฝ่ายดีที่ชำนาญภูมิประเทศจนไป๋หลงเกือบจะพลาดท่าเพราะม้าเสียหลัก อาศัยวรยุทธ์ที่เหนือกว่าอยู่หนึ่งช่วงตัวใช้เพลงทวนสกุลหลี่ค้ำร่างเอาไว้ กระโจนขึ้นท้ายม้าอีกฝ่ายตัดคาศัตรูลงมาได้

        จี่เฟยเทียนรำกระบี่อย่างพริ้วไหว ดูรวดเร็วแต่ไม่ไร้พลังปาดส่านไหนล้วนได้เลือด อาศัยช่องว่างของอาบที่พวกโจรถืออาวุธหนักมักเชื่องช้าขณะที่กระบี่พลิ้วอ่อนคมกริบเฉือนคอหอยโจรชงหนูไปอีกสอง ส่วนทางหมี่เจี๋ยคล้ายหงุดหงิดที่ถูกมัดไปเมื่อครู่ แส้ไม่คณามือนางเสียแล้ว ดาบต้าเฮ่ยหลงถูกกระชากออกจากร่างที่ร่อแร่นางใช้ฟันมือคนที่คิดมาแหยมกับพลังของผู้หญิง เรียกได้ว่าหากพี่จิ่วไม่เข้าไปห้ามเหยื่อรายนั้นคงไม่แคล้วถูกสับเป็นสามท่อน

        เหลือคนสุดท้ายร้องขอความเมตตาจากพวกเขาระหว่างพี่น้องกำลังปรึกษากันอยู่มันก็หันหลังกระโจนขึ้นม้าหวังจะไปแจ้งข่าวเรียกพวกมาช่วย หมี่เจี๋ยเห็นเข้าก่อนก็คว้าธนูของหลิงเฮ่ายิงทะลุลำคอ สั้งสี่หนุ่มหันมองอย่างตกตะลึงก็ได้คำตอบว่า “ปล่อยมันรอดไปแจ้งข่าวสักคนพวกท่านก็ล้างคอรอพวกนั้นยกมาล้างแค้นได้เลย! นี่คือกฎของชาวทุ่งหญ้าไม่ใช่สถานที่โลกสวยแบบชาวฮั่นหรอกนะ!"

แสดงความคิดเห็น

ฝึกวิชาตัวเบาวันที่ 2/10  โพสต์ 2018-4-2 20:28

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +15 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +25 ความหิว -67 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 15 + 500 + 25 -67 + 5

ดูบันทึกคะแนน

เมื่อได้พบท่านจึงได้ทราบความหมายของชีวิต เมื่อคิดถึงท่านจึงได้รู้ว่าลมหายใจที่มีอยู่คุ้มค่าแล้ว
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ผ้าคลุมซู่ฮว่ากวง
ปราณสำนึก
กระบี่ราชาสามภพ(เก๊)
หมัดพื้นฐาน
เอ้อหูจั่วลู่
รูปปั้นเจ้าแม่หนี่วา
เซ็กเธาว์
ตัวเบาขั้นสูง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x16
x1
x4
x20
x30
x1
x5
x3
x130
x100
x15
x5
x5
x20
x50
x1
x5
x53
x64
x4
x9999
x160
x1
x1
x2
x12
x260
x280
x9999
x4500
x5
x20
x120
x2
x30
x287
x9999
x1000
x20
x264
x1
x10
x160
x210
x233
x34
x3
x3
x6
x96
x7
x14
x22
x8
x1450
x290
x175
x360
x200
x11
x9999
x9
x57
x3312
x3
x9
x84
x200
x5
x11
x147
x9999
x16
x7
x182
x715
x6
x15
x1
x48
x285
x60
x4
x80
x2
x15
x2
x2
x242
x1
x3
x2
x413
x460
x10
x619
x665
x340
x1575
x172
x2349
x1
x2
x5
x5
x283
x4312
x3350
x660
x705
x4
x306
x664