ดู: 1693|ตอบกลับ: 63

{ เมืองเฉิงตู } จวนผู้ว่าการเมืองเฉิงตู | เซียวไต้อ๋อง

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2017-10-8 22:14:57 |โหมดอ่าน


จวนผู้ว่าการเมืองเฉิงตู | เซียวไต้อ๋อง


{ เ มื อ ง เ ฉิ ง ตู }








【จวนผู้ว่าเมืองเฉิงตู - เซียวไต้อ๋องแห่งปาสู่】

จวนเซียวไต้อ๋องแห่งปาสู่ ปัจจุบันมีเซียวไต้อ๋องหลิวฉุน หรือว่า ผู้ว่าเมืองเฉิงตู อาศัยอยู่กับบุตรสาวและบุตรชายของตนเอง

กับบ่าวไพร่อีก 50 ชีวิต ด้านหลังจวนเป็นบ่อน้ำใหญ่ ทิวทัศน์งดงามด้วยดอกบัวเบ่งบานยามเช้า

ปลาน้อยๆ แหวกว่ายไปมา เนื่องจากไต้อ๋องเมื่อว่างจากการดูแลเขตปาสู่ก็จะใช้เวลาส่วนใหญ่กับการตกแต่งธรรมชาติภายในจวน


หลังจากเหตุการณ์มืดมนผ่านพ้นไป เซียวไต้อ๋อง ได้รู้จักการทำงานเต็มที่ครั้งแรกแม้จะไม่ได้ดูแลชาวปาสู่

แต่เขาก็ได้เป็นบิดาชาวเฉิงตู อันเป็นบ้านเกิดของเขา ดูแลความทุกข์ร้อนชาวเฉิงตูให้มีความสุขอย่างเต็มที่

ทั้งวันนั้นเขาทุ่มเทกับงานและการดูแลบุตรธิดาของตนเอง เป็นคนดีของแผ่นดิน

เพื่อทดแทนในส่วนที่บุตรและธิดาของเขานั้นเสียท่านแม่ตั้งแต่ยังเยาว์วัย และบางครั้งบุตรและธิดาที่ออกไปเป็นชาวยุทธ

ก็จะกลับมาเยี่ยมบ้านบ้างเป็นบางช่วง

ทุกๆวันเพ็ญ เซียวไต้อ๋องจะไปเคารพศพของพระชายาหลินเฟยเป็นประจำ


และตั้งตนไม่คิดแต่งงานใหม่ หรือหาผู้ใดมาทดแทนภรรยาผู้นี้ โดยหารู้ไม่ว่า

นางนั้นได้กลับมาปกป้องจวนหลังนี้ที่นางรักด้วยการเป็นเจ้าที่จวนเซียวไต้อ๋อง รอวันที่สามีของตนนั้นจะได้เคียงคู่กันอีกครั้ง




【เจ้าบ้านเซียวไต้อ๋อง】


ผู้ว่าเมืองเฉิงตู หรือ เซียวไต้อ๋องแห่งปาสู่ (อายุ 41 ปี)
ครองตัวไม่คิดแต่งงานใหม่ ทุ่มเทเวลาให้เหล่าประชาชนชาวปาสู่และบุตรทั้ง 7 ของตัวเอง





หลิว อี้โหว (ซืออี้โหว) คุณชายใหญ่ : ขุนพลน้อยแห่งปาสู่ (อายุ 20 ปี)
หลังจากสูญเสียมารดา เขาก็ได้ตั้งใจฝึกฝนและทบทวนวรยุทธ์ เข้าสอบขุนพลและฝึกฝนการต่อสู้
จนสามารถเข้าบรรจุเป็นขุนพลปาสู่ได้ ตอนนี้เขาช่วยงานบิดาบุญธรรมและแม่ทัพคนใหม่ของปาสู่
เขาตั้งใจปรารถนาแล้วว่าจะทุ่มเทงานและช่วยเหลือแผ่นดิน




คุณหนูเล็กทั้งสี่แห่งจวนเซียวไต้อ๋อง (อายุ 12 ปี)
หลิว หลานฟาง (ชุดสีชมพูขาว) - นิสัย : ร่าเริง สดใส ยิ้มแย้มน่ารัก อ่อนโยนดั่งดอกหลันฮวายามแรกแย้ม
หลิว ฝูลี่ (ชุดสีขาวทอง) - นิสัย : กล้าหาญ จริงใจ จริงจัง กล้าได้กล้าเสีย แข็งแกร่งดั่งดอกเหลียงฮวาบานเช้า
หลิว มู่เซียน (ชุดสีแดงชมพู) - นิสัย : นิ่งเรียบ เป็นผู้ใหญ่ จริงจังและฉลาดเป็นกรดดั่งดอกโบตั๋นยามใบไม้เปลี่ยนสี
หลิว เหม่ยเปา (ชุดสีฟ้าขาว) - นิสัย : ค่อนข้างถือตัว ดูหยิ่งยโส แต่ความจริงแล้วเป็นคนดี ดั่งดอกเหมยกลางหิมะละลาย

126

กระทู้

1973

โพสต์

37หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
17
เงินตำลึง
127
ชื่อเสียง
177316
ความหิว
1116

ตราหุบเขาปีศาจ

คุณธรรม
3390
ความชั่ว
5377
ความโหด
2673

ฉง ลู่เต๋า

"หึ..มนุษย์"
pet
โพสต์ 2017-10-10 18:06:03 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LinJieoya เมื่อ 2017-10-10 18:12

เรื่องราวที่ 2 แต่งงาน
บท เริ่มพิธี ณ จวนเซียวไต้อ๋อง เมืองเฉิงตู
          ขบวนเกี้ยวเจ้าสาวของท่านอ๋องแห่งไปสู่ ใช้เวลาอยู่ที่ตลาดที่ใหญ่ที่สุดทางใต้อยู่สักพักใหญ่ เพราะว่ามีเหล่าผู้คนหลายคนที่ต่างร่ำลือถึงเรื่องราวของเจ้าสาวของท่านอ๋องและท่านอ๋องเอง แต่ก็แทบจะไม่มีใครรู้เลยว่านางเป็นใครมาจากไหน ได้รู้เพียงแค่ว่าเป็นนางรำที่อยู่หอสุราเกียปิ้งในเมืองจื่อถง
          มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ออกมาค่อนข้างเยอะ แต่ก็ไม่ได้มากมายเท่าไรนัก มันไม่ได้ทำให้ท่านอ๋องรู้สึกแย่เท่าไร อย่างไรเสียเขาก็ไม่ได้ใส่ใจคำพูดของคนอื่นมากมายนัก เพราะอย่างไรเขาก็จะอยู่กับเธอ เกือบเป็นช่วงเย็นๆ ขบวนเกี้ยวเจ้าสาวก็เข้ามาจนถึงเขตของจวนเซียวไต๋อ๋อง เสียงเพลงที่บรรเลงนั้นก็ยิ่งดังขึ้นไปอีก จนเมื่อถึงด้านหน้าจวน ขบวนทั้งขบวนก็หยุดลง เสียงรถม้าจากที่เคยมีก็หายไป

          ท่านหลิวฉุนลงจากม้าที่ตนขี่ ก่อนที่จะเดินไปที่เกี้ยวเจ้าสาว แหวกผ้าสีแดงผืนบางนั้นออกมาจากนั้นก็ค่อยๆ จับมือว่าที่ภรรยาของตนเองด้วยความทะนุถนอม และค่อยๆประคองเด็กสาวให้ออกจากเกี้ยวเจ้าสาวอันหรูหรานั้น

          ทั้งสองค่อยๆประคองกายกันและกัน เพื่อเดินไปข้างหน้าเหล่าเสียงเพลงและความยินดีก็เข้ามาอีกเช่นกัน ทั้งสองเมื่อเดินเข้ามาก็ได้มาจนถึงข้างห้องโถงภายในจวนเพื่อรอการเข้าพิธี


          “วันนี้เป็นวันที่ดีที่สุดของข้า เจียวหย่า ข้าจะดูแลเจ้าให้ดีที่สุด เชื่อข้าเถอะ” ท่านอ๋องหลิวฉุน พาเธอไปนั่งเพื่อรอการเข้าพิธี แล้วกล่าวคำคู่สัญญาใจให้กับเธอ

          ร่างบางนั้นเมื่อได้ยินดังนั้นก็ค่อยๆ บีบมือหนาของชายที่กำลังกุมมือเล็กของเธออยู่ เหมือนเป็นการตอบรับว่าเธอรับรู้ถึงคำพูดและเจตนาของเขา ถึงเม้ว่าเขานั้นไม่อาจเห็นใบหน้าที่มีรอยยิ้มแย้มของเธอได้ ณ ขณะนี้ก็ตามที

          จู่ๆ เธอก็ได้ยินเสียงของหญิงสาวที่ดูมีอายุพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอันดังประหนึ่งว่ากลองเสียงของนางนั้นมีแปดหลอด

         “เจ้าบ่าวเจ้าสาวเข้าห้องโถงพิธี”

          เสียงทรงอำนาจนั้นดังขึ้น ก่อนที่ท่านหลิวฉุนจะค่อยๆจับมือกับเธอ ทั้งสองเดินเคียงคู่กันไปจนถึงห้องโถงใหญ่ของจวน เมื่อเดินไปจนถึงสุดห้องโถงแล้ว ชานเค่อหรือแม่สื่อก็เริ่มดำเนินพิธีการตามประเพณี

          “บ่าวสาวไหว้ฟ้าดิน”

          ทั้งคู่คุกเข่าและค่อยๆทำตาม เจียวหย่านั้นคุกเข่าโดยที่มีเจ้าบ่าวคอยช่วยประคองไว้ไม่ให้ล้ม ดูเหมือนอย่างรักใคร่กลมเกลียวกันยิ่งนัก เมื่อทั้งคู่ไหว้ฟ้าดินเสร็จ ก็หันไปทางโต๊ะที่ถูกนำป้ายบรรพชนมาวางไว้

         “บ่าวสาวไหว้บรรพชน” เมื่อสิ้นเสียงคำสั่งทั้งเธอและชายข้างกายก็ไหว้ป้ายบรรพชนนั้นพร้อมกัน

          “บ่าวสาวไหว้กันและกัน” เมื่อสิ้นเสียงครั้งที่ 3 ทั้งสองคนก็ก้มไหว้คำนับซึ่งกันและกัน จากนั้นไม่นานเกินรอเหล่าสาวใช้ทั้งหลายก็ต่างมากุลีกุจอเดินมาประคองเจ้าสาวทั้งสองมือเพื่อพาไปยังห้องหอ

          เมื่อเจ้าสาวเดินเข้ามาพร้อมกับเหล่าสาวใช้ทั้งหลายก็ได้พบกับห้องนอนอันโอ่อ่าที่ตรงกลางสุดของผนังห้องจะมีเตียงใหญ่ที่ทำมาจากไม้สักสีน้ำตาลลวดลายวิจิตรงดงามตระการตา มีผ้าแพรสีทองที่เป็นลวดลายอันงดงามเป็นผ้าม่าน
          เธอค่อยๆเดินผ่านให้ไปนั่งอยู่ตรงบริเวณกลางเตียงเพื่อรอเวลาที่เจ้าบ่าวจะมาเข้าขอด้วยกัน
          เมื่อจบพิธีที่สำคัญที่เกี่ยวข้องกับเจ้าสาวไปแล้ว ต่อไปก็เป็นพิธีที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งสำหรับเจ้าบ่าว นั่นก็คืองานเลี้ยง ดื่มเหล้าตามโต๊ะต่างๆ ของเจ้าบ่าวและเหล่าแขกผู้มีเกียรติทั้งหลาย

          ภายในห้องโถงอีกห้องหนึ่งโดนตกแต่งไว้ด้วยโต๊ะมากมายสองข้างทาง แต่ยังมีโต๊ะตรงกลางที่เป็นโต๊ะใหญ่
          แต่ละโต๊ะจะมีอาหารมากมายรวมถึงเป็นโต๊ะยาวสำหรับหันหน้าเพื่อเข้าหาตรงกลางที่เหมือนจะเป็นโต๊ะสำหรับเจ้าบ่าว เหล่าขุนนางอาวุโสทั้งหลายต่างนั่งลงร่าเริงสังสรรค์เพื่อเป็นเกียรติแก่ท่านอ๋องผู้นี้

          และแน่นอนเหล่าขุนนางอาวุโสพวกนี้ล่ะที่เป็นต้นเหตุแห่งความวุ่นวายในไปสู่ แต่ไรเมื่อทำงานอยู่สถานที่เดียวกัน ก็ควรที่จะแสดงความยินดีกับชายผู้ที่ได้แต่งงาน

          เจ้าบ่าวอย่างเขาจะทำอะไรได้ ถึงจะมีความคิดที่อยากจะเปลี่ยนแปลงขนาดไหน แต่ก็ยากที่จะทำ ถึงจะได้รับสืบทอดตำแหน่งต่อจากบิดา เนื่องด้วยหลากหลายอย่าง ทั้งกำลังคนทั้งกำลังใจ ไม่เช่นนั้นคงไม่ได้ลำบากถึงขนาดนี้ หากจะลงมือลงแรกไปสู่ รังแต่จะให้ตัวเองลำบาก ยิ่งมีสาวอันเป็นที่รักอยู่ข้างกาย นางเองก็จะลำบางเฉกเช่นเดียวกัน

          ความฝันและจิตใจปณิธานของท่านพ่อ ที่อยากปกครองปาสู่ให้เจริญรุ่งเรือง ราษฎร์ปาสู่มีความสุขนั้นเขารู้ดี…. และคิดว่า สักวัน มันจะต้องเป็นเช่นนั้น
          ภายในงานคนแล้วคนเล่าคู่แล้วคู่เล่าที่เดินมายกแก้วเหล้าให้กับเขา เพื่อที่จะแสดงความยินดี 1 แก้วต่อ 1 คู่ทำให้คืนนั้นเขาได้กินเหล้าค่อนข้างมากเหมือนกับเป็นการย้อมใจก่อนที่จะเข้าห้องหอ

          รวมถึงต้องตอยต้อนรับขับสู้ตอบคำถามว่าภรรยาตนนั้นเป็นใครมาจากไหน แต่เข้าก็ไม่อายที่จะบอกไปตรงๆ ว่านางเป็นใคร


แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับความสัมพันธ์กับ เหมิง เยี่ยฟง 435  โพสต์ 2018-9-3 22:06

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +35 ความหิว -6 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 35 -6 + 3

ดูบันทึกคะแนน

https://xn--12cn8be2ck0h5b.com/source/plugin/levsign/statics/images/e3.jpgดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x60
x15
x22
x36
x20
x10
x775
x500
x13
x104
x2118
x191
x73
x1038
x12
x2
x373
x664
x5
x5
x110
x120
x9999
x15
x82
x260
x624
x85
x395
x3789
x5803
x2700
x1
x1
x1
x48
x98
x6
x192
x143
x78
x4
x835
x2

126

กระทู้

1973

โพสต์

37หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
17
เงินตำลึง
127
ชื่อเสียง
177316
ความหิว
1116

ตราหุบเขาปีศาจ

คุณธรรม
3390
ความชั่ว
5377
ความโหด
2673

ฉง ลู่เต๋า

"หึ..มนุษย์"
pet
โพสต์ 2017-10-10 21:02:15 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LinJieoya เมื่อ 2017-10-11 19:54

เรื่องราวที่ 2 แต่งงาน
บท เข้าหอ ณ จวนเซียวไต้อ๋อง เมืองเฉิงตู

          แสงดาวใสสกาวในยามค่ำคืนนั้นปรากฏอยู่บนฟากฟ้าที่เป็นสีดำสนิท แสงจันทร์นวลผ่องเพ็ญส่งผลให้ความสวยงามในฟากฟ้านี้ ช่างงดงามไม่แพ้วันไหนๆ ดวงดาวก็พร่างพราย ส่องสกาวอย่างงดงามช่ำชอง

          หน้าจวนของเซียวไต้อ๋อง ที่มีเสียงดังครึกครื้นเพราะเรื่องการสมรสตั้งแต่เย็น จนถึงตอนนี้ก็เริ่มที่จะเบาลง จนแทบจะได้ยินจากไกลๆ เหล่าแขกผู้มีเกียรติทั้งหลาย บางก็เมาหลับ บ้างก็เมาโวยวาย จึงต้องมีคนพาตัวออกไปก็มี ตอนนี้เป็นเวลาฤกษ์งามยามดีที่เจ้าบ่าวจะได้ไปพักผ่อนกับเจ้าสาวเพื่อเข้าห้องหอด้านใน

          ความตื่นเต้นและความดีใจนั้นแสดงออกทางสีหน้าของชายหนุ่มผู้นี้ ที่จะได้กลับไปกอดภรรยาของตนเองโดยไม่ผิดราชประเพณี ใบหน้าของชายเจ้าสำอางค์ได้แต่มีรอยยิ้มที่อบอุ่นอยู่ด้วย
          เมื่อเดินมาจนถึงหน้าประตูไม้ใหญ่ก็ทำให้เขาต้องถอนหายใจสักเฮือกเพื่อรวบรวมความกล้า เป็นครั้งแรกตั้งแต่เกิดมา 31 ปี ที่เขาจะได้กอดนางที่เขาได้รักสักครั้ง ...ในฐานะที่เธอนั้นเป็นภรรยา จวนหลังใหญ่ ที่มีคนที่เขารัก นั้นมันไม่ได้เย็นยะเยือกจนหน้าใจหายเหมือนที่ผ่านๆมา

          มือหนาค่อยๆเปิดประตูไม้ จนมันดังเอียดดด

          เขาเห็นเจ้าสาวของเขานั้นกำลังนั่งนิ่งอยู่บนเตียง ใบหน้าที่มองไม่เห็นนั้นทำให้เขายิ่งเข้าไปใกล้มากขึ้น และแน่นอนว่าเขาทำแบบนั้น… แต่แล้วเมื่อเขามาใกล้ นางก็ไม่ได้หันมา มันช่างแปลกๆ เหลือเกิน.. หรือว่า….

          เมื่อเขาเข้ามาใกล้ๆ ก็ได้รับรู้ว่าเจ้าสาวคนนี้นั้นกำลังนั่งหลับในอยู่ เขาก็ได้แต่หัวเราะในลำคอเบาๆ แล้วจับไปที่มือบางที่กำลังกุมกันอยู่บริเวณตักหน้าขานั้นจนเด็กสาวในชุดเจ้าสาวชุดงามที่เขาเป็นคนให้เถ้าแก่แห่งหอสุราเกียปิ่งเลือกสรรมาให้นางนั้นก็สะดุ้งเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะทำตัวเป็นเหมือนว่าเธอไม่เคยหลับมาก่อน
          ช่างน่าเอ็นดูจนเขาต้องหัวเราะในลำคอ

          และแล้ว.. มือหนาของเขาก็ค่อยๆ เปิดผ้าคลุมเจ้าสาวออกมา…

          นัยต์ตาสีดำสนิทนั้นค่อยๆ พิจารณารูปหน้าของเด็กสาวตรงหน้า เมื่อยามเปิดผ้าคลุมผืนหนานั้นออก ทำให้ดวงตาทั้งสองประสานตาประสานใจกัน
          ใบหน้ารูปไข่ได้รูปทรงตามฉบับ ดวงตาเรียวรี นัยย์ตากลมโตและหางตาชี้ขึ้น เฉกเช่นหญิงแกร่งน่าสนใจ ริมฝีปากที่เคยเป็นสีชมพูอ่อนอมส้มตอนนี้เป็นสีแดงสดของดอกกุหลาบ ทั้งยังมีกลิ่นหอมของมัน มุมปากโค้งขึ้น ปีกจมูกเล็กเป็นสัน ลำคอขาวเหมือนหยวกกล้วยเนียนละเอียด

        กลิ่นของดอกไม้นั้นลอยออกมาจากผิว ช่างหอมหวนรันจวนใจ ใบหน้าที่พัดแป้งเล็กน้อย ถึงแม้จะไม่ค่อยเหลืออยู่บนใบหน้าแล้วก็ตาม ก็ยังคงสวยไม่ห่างกัน

        “ข้าดีใจเหลือเกิน เจียวหย่าที่ข้าได้เจ้ามาอยู่ร่วมเรียงเคียงคู่กายกับขา” ชายหนุ่มพูดยิ้มๆ เขาค่อยๆ โอบกอดเธอทำให้หัวของเธอนั้น ไปซบอยู่บริเวณอกกว้างของเขา

        “ข้าเองก็เช่นกันเจ้าค่ะท่านหลิวฉุน” เธอพูดพลางยิ้มอีกครั้ง แล้วหลับตาลง ค่อยๆ ถ่ายทอดความอบอุ่นซึ่งกันและกัน ไม่นานนักมือหนาของท่านหลิวฉุน ก็ค่อยๆ เอื่อมมือขึ้นมาเชยคางมนของเธอแล้วริมฝีปากของชายหนุ่มนั้นประกบเข้ากับริมฝีปากบางของเธอสัมผัสเหมือนกำลังจะลิ้มรสดอกไม้งาม โดยที่เธอนั้นก็ตอบรับสัมผัสนั้นเช่นกัน

        ด้วยความที่เขานั้นก็เคยพบเจอหญิงสาวมามาก แต่ไม่มีผู้ใดที่จะทำให้เขานั้นหลงใหลไปมากกว่าเธออีกแล้ว ..อยากที่จะทะนุถนอมอย่างถึงที่สุด สัมผัสนั้นคงอยู่อย่างแผ่วเบา หอมหวานและได้รสชาติของเหล้าที่ติดลิ้นของชายหนุ่มอยู่ด้วย


          มือของทั้งสองคนโอบกอดกัน ประสานกันจนเหมือนกับจักแยกจากกันมิออก...ดวงตาสีม่วงดอกพวกคราม ค่อยๆ ระรื้นขึ้น.. ขนตาแพรระยับ พร้อมกับสิ่งที่เรียกความความสุขที่ฉายออกมาทางแววตา

          ชายหนุ่มค่อยๆถอดเครื่องประดับบางชิ้น ออกไป พร้อมทั้งเลื่อนมือไปถอดชุดแต่งงานผ้าไหมแพรปักนั้น ด้วยความอ่อนโยน เขานั้นค่อยๆผลักร่างกายของเธอให้นอนราบลงสู่เตียงใหญ่ของเขา พร้อมใบหน้าของเขาทีเข้าใกล้และทุกสิ่งก็ทุกแพลนเข้าสู่โคมไฟ และผ้าม่านสีทองก็ปิดลง…

          -------------------------------------------------------------

          แสงแดดยามสายนั้นสาดส่อง(?) พาดลงมายังร่างของเด็กสาวคนเดิมที่กำลังนอนคอพับคออ่อนอยู่ที่เตียงใหญ่ที่ทำงานผ้าพรรณ…ดวงตาสีม่วงดอกพวกครามของเด็กสาวค่อยๆกระพริบถี่เล็กน้อย เหมือนเป็นการปรับโฟกัสสิ่งที่เธอกำลังเห็น..ห้องที่ไม่คุ้นเคย แต่เธอก็อยู่มาแล้วหนึ่งคืน...สินะ?

          เส้นผมสีน้ำตาลเข้มจนเกือบจะดำของเธอก็กำลังสยายเต็มหมอนใบใหญ่ ก่อนที่ในมโนภาพของเธอจะเริ่มฉายภาพเดิมๆซ้ำวนไปวนมา วกไปวนมา… เพียงแค่นั้นก็ทำให้ใบหน้าของเธอขึ้นสีแดงระเรืองอย่างมากทีเดียว…

          “...…….”

          ดวงตาของเธอที่ไม่กล้าที่จะจ้องมองสิ่งที่เธอเห็นเลย ถึงแม้ว่าเธอจะจำได้ทั้งสัมผัส ทั้งภาพ ก็ตามที่….ร่างกายของเธอตอนนี้ ผิวขาวเนียนดูเปล่งปลั่งขึ้นมาเหมือนตาเห็น แถมยังมีที่คอขาวระหง ที่ตอนนี้..มีร่องรอยจูบจ้ำหลายตำหนิ มันยิ่งเด่นเมื่ออยู่บนหญิงสาว ผู้ที่มีสีผิวขาวเหลืองอมชมพูอย่างเธอ แต่ร่องรอยที่จะเด่นชัดที่สุดก็คงจะเป็นบนแผ่อกที่เกือบถึงคอของตัวเธอเอง

          เมื่อนิ้วมือของเธอสัมผัสกับมันไปอีกครั้ง ดวงใจที่อยู่ที่อกข้างซ้ายของเธอก็เต้นเร็วระรัวเหมือนกับจะหลุดออกมา เพื่อตามสิ่งที่มันเรียกร้องเสียอย่างไรอย่างงั้น…
          “...”
          รอยยิ้มหวานรวยรินนั้นปรากฏที่ใบหน้าของเธอ ก่อนที่เด็กสาวที่เรียกว่าได้กลายเป็นหญิงสาวเต็มตัวแล้วนั้นก็ค่อยๆ เดินไปแต่งตัวของตัวเธอเอง..

           เวลาช่วงเช้านั้นเป็นช่วงเวลาที่เงียบสงบ นี้เป็นครั้งแรกที่เธอจะได้นอนอยู่ที่จวนที่นี้ เป็นเรื่องที่เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าเธอจะมาได้ขนาดนี้ เด็กสาวที่หลายเป็นหญิงเต็มตัวยิ้มอย่างอบอุ่น เธอแต่งกายด้วยผ้าแพรธรรมดา ไม่ได้หรูหราอะไรมากมายนักแต่ก็ยังคงความงดงามเฉกเช่นเดิม ที่เธอเคยได้เห็น ดวงตาสีม่วงนั้นก็เข้ากับสีผ้าแพรที่เธอกำลังสวมใส่อยู่ แต่เมื่อหันกลับมา กลับพบว่า ในห้องนั้นไม่มีเหล่าคนใช้ที่เมื่อครู่เตรียมน้ำลอยดอกไม้ให้อาบเสียแล้ว?
        ตนนั้นก็ได้แต่ขมวดคิ้ว แต่ก็ไม่อะไรมาก จัดการติดปิ่นปักผมให้ตัวเองเสร็จก็ลุกขึ้น เตรียมตัวไปทำกิจต่างๆ อย่างตั้งใจ
        
        “...เจ้าแต่งตัวเสร็จแล้วหรือเจียวหย่า?” เสียงเข้มของชายหนุ่มดังขึ้น เมื่อตนเงยหน้าขึ้นไปก็เจอสวามีของเธอเองที่กำลังยืนยิ้มด้วยความเอ็นดู หญิงสาวก็ได้แต่ยิ้มบางๆ แล้วเดินไปหาพลางก้มคำนับ

        “เจ้าค่ะ ท่านอ๋อง” เธอพูดพลางยิ้มแล้วลุกขึ้น
        “อยู่กันสองคน เจ้าไม่ต้องเรียกข้าว่าท่านอ๋องก็ได้ ข้ามีชื่อนะ?” เขากล่าว ก่อนจะเดินเข้ามาประคองเธอแล้วขยับตัวโอบกอดเบาๆ ด้วยความรักใคร่

        “ฮ่ะๆ.. ก็ได้เจ้าค่ะ งั้นหากอยู่สองเราข้าจะเรียกท่านว่าท่านหลิวฉุนนะเจ้าคะ” เด็กสาวยิ้มหวานก่อนที่ค่อยๆ จับเส้นผมของตัวเองที่ปรกหน้าออกไป แก้เขินของตนเอง ก่อนที่ท่านหลิวฉุนจะปล่อยมือแล้วเรียกเหล่าคนรับใช้ให้ถือหีบไม้งามมาให้เขา ก่อนที่จะโบกมือขึ้นเป็นเชิงให้เหล่าคนใช้นั้นจากไป
        “นี้สำหรับเจ้า ชายาที่น่ารักของข้า” เขาพูด ก่อนที่จะพาตัวเธอเดินไปเปิดหีบไม้นั้นขึ้นมา ด้านในนั้นมีเงินชั่งถึง 500 ชั่ง เงินตำลึงอีก 30,000 ตำลึง ทำให้หญิงสาวต้องเบิกตากว้าง อย่างมหาสารแล้วหันไปมองสามีของตนเองอย่างตกใจ

        “ท่าน..ท่านหลิวฉุน? นี้มัน?!”
        “จงนำของในหีบสินสอดนี้เป็นทุนเปิดร้านหอฟ้องรำที่เจ้าปรารถนาเถิดเจียวหย่า” เขาพูดด้วยน้ำเสียงละมุน แล้วยิ้มกระชากใจให้กับหญิงสาวที่กำลังอึ่งกับสิ่งที่เกิดขึ้นและสิ่งที่เธอเห็น ดวงหน้าหวานของเธอนั้นจ้องมองไปที่เขา แล้วค่อยๆ ก้มลงแต่ว่า ท่านหลิวฉุนก็ได้มาฉุดตัวเธอขึ้นมา
        “ไม่ต้อง..ข้าแค่อยากจะทำตามคำมั่นที่ข้าไว้ให้กับเจ้า”

        “ท่านหลิวฉุน..ข้าไม่รู้จะพูดอย่างไร..แต่ว่าข้านั้นจะพยายามทำมันให้ดีที่สุด ข้าขอให้ท่านมีแต่ความสุข ข้าช่างโชคดีเหลือเกินที่มีท่านเป็นสวามีเช่นนี้” เสียงหวานของเธอพูดขึ้น แล้วรอยยิ้มก็ปรากฏออกมา ทั้งสองกอดกันอยู่สักพัก จนท่านหลิวฉุนค่อยๆ คลายกอดของเขา แล้วขอตัวไปทำงานของเขา ด้วยความเสียดาย

        เธอเข้าใจเขาจึงน้อมรับ แล้วส่งรับชายหนุ่มที่กำลังเดินออกไปอย่างอารมณ์ดี จนหญิงสาวต้องมานั่งจัดการกับสิ่งที่อีกคนให้เธอมาอย่างหนักใจ ความจริงแล้วเธอก็อยากจะมีอยู่แล้ว แต่สิ่งนี้จะเป็นสิ่งที่ทำให้ท่านอ๋องนั้นลำบากหรือไม่? หน่า? ทั้งเรื่องที่มาแต่งงานกับคนอย่างเธอ ทำเรื่องให้ ทั้งยังให้ที่ซุกหัวนอน ท่านอ๋องช่างเป็นคนดี …


แสดงความคิดเห็น

ได้รับสินสอดจากเซียวไต้อ๋อง  โพสต์ 2017-10-10 21:07

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +500 เงินตำลึง +30000 ชื่อเสียง +50 ความหิว -11 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 500 + 30000 + 50 -11 + 5

ดูบันทึกคะแนน

https://xn--12cn8be2ck0h5b.com/source/plugin/levsign/statics/images/e3.jpgดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x60
x15
x22
x36
x20
x10
x775
x500
x13
x104
x2118
x191
x73
x1038
x12
x2
x373
x664
x5
x5
x110
x120
x9999
x15
x82
x260
x624
x85
x395
x3789
x5803
x2700
x1
x1
x1
x48
x98
x6
x192
x143
x78
x4
x835
x2

126

กระทู้

1973

โพสต์

37หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
17
เงินตำลึง
127
ชื่อเสียง
177316
ความหิว
1116

ตราหุบเขาปีศาจ

คุณธรรม
3390
ความชั่ว
5377
ความโหด
2673

ฉง ลู่เต๋า

"หึ..มนุษย์"
pet
โพสต์ 2017-10-12 22:10:45 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LinJieoya เมื่อ 2017-10-13 22:10

{ เรื่องราวที่ 2 : ความดีงามส่งผล }
(ต่อ)
          มันเป็นช่วงเวลา ที่ค่อนข้างผ่านมาไม่นานเท่าไหร่จากการที่จะเดินทางจากน้ำตกเยว่ต้าเซี่ยงที่อยู่นอกเมืองเฉิงตูมาจนถึงด้านในส่วนของจวนของเซียวไต้อ๋อง


          ช้เวลาเดินทางค่อนข้างเร็วเนื่องจากว่าจำเป็นที่จะต้องเดินทางให้เร็วด้วยฝีเท้าของม้า เพื่อที่จะเป็นการยืดชีวิตของเด็กน้อยที่อยู่ในอ้อมกอดของเธอ ดวงตาสีม่วงดอกพวงครามนั้นแทบจะใจหายเมื่อเหลือบไปมองเห็นรอบรอบว่ายังมีเลือดติดอยู่รอบกายของเขาและบาดแผล


          เวลาผ่านไปสักพัก  จู่ๆ รถม้าก็ค่อยๆหยุดลง พร้อมกับเสียงโครมครามจากด้านนอก และคนดูแลรถม้าก็มาเปิดผ้าม่านขึ้นมา พร้อมกับที่เธอเปิดผ้าม่านเช่นเดียวกัน เสียงหวานใสเรียกสั่งบุคคลผู้ซึ่งมีร่างกายสูงใหญ่กว่าเธอไปด้วยน้ำเสียงอย่างเร่งรีบ


          “ท่านรีบพาเด็กคนนี้ไปยังห้องพักเถิด อุ้มเค้าดีๆนะเดี๋ยวแผลฉีกมากขึ้นกว่าเดิมหากไม่ระวัง” เขารับคำของเธอ ก่อนที่จะอุ้มเด็กชายวัย 10 ขวบที่กำลังมีแผลฉกรรจ์อยู่เต็มไปหมดตามตัวนั้นมาไว้ในอ้อมแขนแล้วรีบวิ่งเข้าจวนไปทันที


          เจียวหย่าค่อยๆหันไปหาเหล่าคนใช้ 1 คนเราบอกเขาว่า


          “รีบไปตามหมอประจำตัวนมาให้ไปรักษาเด็กคนนี้ เดี๋ยวนี้!! นั่นเป็นคำสั่งเรา รีบวิ่งไปเร็วเข้าอย่าลืมทำแผลล่ะบอกหมอประจำโดยเร็วเลยนะ” เธอพูดอย่างเร่งรีบพลางหันไปยังรอบรอบของจวน แล้วก็เดินตามเหล่าคนใช้ที่กำลังวุ่นวายกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เข้าไปยังด้านใน


          เมื่อเธอเข้ามาในห้องซึ่งกำลังมีคนรถม้าและคนใช้ประมาณ 1 ถึง 2 คนอยู่ เมื่อมองไปรอบๆห้อง เธอก็ขมวดคิ้วคิดว่า เมื่อไหร่หมอประจำจวนจะเดินทางมาถึงสักที และคิดได้ไม่นาน ก็มีชายร่างสูงวัยที่เดินเข้ามาพร้อมกับกล่องหอบหืดหอบผ้า กล่องยาทั้งหลายแหล่


          แล้วเริ่มการรักษาด้วยการตรวจชีพจร

        ทั่งทั้งห้องนั้นเต็มไปด้วยความเงียบเธอปล่อยให้ท่านหมอประจำจวนนั้นดำเนินการทำงานของเขา รวมถึงผู้ช่วยของคุณหมอก็เลยช่วยรักษาอาการบาดแผลของเด็กคนนั้น อย่างทันท่วงที ก่อนที่จะมีการพันผ้าพันแผลและสมานยาเพื่อให้เด็กคนนี้นั้นสามารถรอดได้ ตอนนี้เนื้อตัวของเขามีแต่ผ้าพันแผลเต็มไปหมด

          เพราะว่าคงไม่อยากให้ใครมาเห็นรอยแผลทำให้เกิดการติดเชื้อลามไปจนทำให้เขานั้นจำเป็นที่จะต้องสิ้นชีวิตหรอกนะ

          หลังจากที่ตรวจอาการจนเสร็จสิ้นแล้ว และทำการปฐมพยาบาลทายาพันแผลที่อยู่รอบตัวเสร็จจนหมด ท่านหมอประจำจวนก็ได้หันมาหาเธอที่กำลังยืนมองอยู่ด้วยอาการลุ้นระทึก ด้วยน้ำเสียงเรียบๆแต่ก็ขึ้นเต็มไปด้วยความตกใจเล็กน้อยเพราะโดนเรียกมาแบบกระทันหัน

          "เด็กคนนี้พ้นขีดอันตรายแล้วขอรับพระชายา เพียงแค่แผลฉกรรจ์มาก และเลือดลมในร่างกายไหลไม่สะดวก จำเป็นต้องรักษาแผลภายนอกและขับเลือดลมให้หมุนเวียนสะดวก จะต้องคอยทายาสมานแผลและทานยาสามเวลา” ท่านหมอประจำจวนนั้นพูดกับเธอ

          “ขอบคุณท่านมากเจ้าค่ะท่านหมอ ขอบคุณสำหรับการให้คำปรึกษาและการรักษาของท่าน” เด็กสาวตอบแต่ก่อนอื่นใดหลังจากที่พูดคุยท่านหมอประจำนวนก็ได้ส่งกระดาษ  1 แผ่นให้กับเธอแล้วพูดต่อ

          “นี่คือ ยาที่จำเป็นที่จะต้องใช้ในการรักษาเด็กคนนี้ขอรับ และนี่คือยาสมานแผลชั้นดีที่กระผมเตรียมไว้ให้ขอรับ” เขาพูดแล้วส่งขวดยามาให้กับเธอซึ่งเธอก็น้อมรับไว้ด้วยความยินดียิ่งก่อนที่จะหันไปหาท่านพ่อบ้านจวนซึ่งเดินเข้ามาในห้องตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้

          “ท่านพ่อบ้านใหญ่เจ้าคะ ถ้าขอรบกวนท่านให้ไปซื้อยาตามใบสั่งยานี้หน่อยแล้วกันนะ” หญิงสาวที่มีตำแหน่งเป็นพระชายาเรียกพ่อบ้านคนเดิมแล้วส่งกระดาษใบสั่งยาให้กับเขาแต่ก่อนอื่นใดที่เธอจะส่งเธอก็เหลือบเพื่ออ่านมันเหมือนกัน???

{ ใบสั่งยา-รักษาเลือดลม }
(จิ้ว)เส็กตี่  酒) 熟地黄Shu Do Huang. 12 กรัม
(จิ้ว)ตังกุย  (酒)当归 Dang Gui. 10 กรัม
แปะเจียก  白芍. Bai Sao. 12 กรัม
ชวงเกียง  川芎. China Xiong. 8 กรัม

        หลังจากนั้นเธอก็หันไปก่อนที่จะก้มคำนับท่านหมอที่ขอตัวออกไปก่อน แล้วหันไปบอกกับคนใช้ที่เป็นเด็กสาวว่าให้ไปนำเสื้อผ้าอาภรณ์ต่างๆที่เด็กคนนี้พอที่จะใส่ได้มาเพื่อให้ใส่ดูไม่อุจาดตานักเพราะชุดที่ใส่ในตอนแรกนั้นก็เต็มไปด้วยคราบเลือดและรอยขีดข่วน

          เกรงว่าจะทำให้ท่านอ๋องนั้นต้องตกอกตกใจ

ในช่วงเวลาที่เด็กน้อยเด็กชายคนนี้กำลังอยู่ในช่วงพักฟื้น เธอก็ได้เดินขอตัวไปยังสถานที่อื่นก่อน ซึ่งท่านคือไปกาท่านอ๋องเพื่อที่จะบอกเล่าเท้าความเรื่องราวทั้งหมดให้เขาได้รู้ว่าตอนนี้มีเด็กคนนี้อยู่ที่นี่

          เธอได้ไปเห็นทางออกหรืออยู่ที่สวนหลังจวนเขากำลังนั่งดูแลต้นไม้ อย่างเป็นสุขใจ เธอก็ได้แต่ยิ้มรับเบาๆ อย่างอารมณ์ดีแล้วเดินเข้าไปบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดกับท่านอ๋อง
          ในช่วงที่เธอกำลังคุยกันกับสามีของเธออยู่ดีๆเหล่าคนใช้ก็ทำตัวเหมือนวิ่งกุลีกุจอกันมาหาเธอ

          "ท่านอ๋องเจ้าค่ะ พระชายาเจ้าค่ะ เด็กคนนั้นฟื้นแล้วเจ้าค่ะ”

          เขาพูดก่อนที่เธอจะลุกขึ้นแล้วหันไปหาท่านอ๋องสามีของเธอ

          “งั้นเดี๋ยวข้าขอตัวไปดูเด็กคนนี้หน่อยแล้วกันนะเจ้าคะ ท่านอ๋อง” เธอพูดบอกสามีซึ่งเขาก็เข้าใจจึงปล่อยเธอให้ไปหาเด็กคนนั้นอย่างง่ายดาย รวมถึงฝากความเป็นห่วงไปด้วย เธอนั้นก็ตรงไปยังห้องนอนห้องเล็กนั้นด้วยความเร็ว
          สภาพภายในห้องของเด็กคนนั้นที่เขาเคยกำลังนอนอยู่บนเตียง ตอนนี้กลับอยู่ตรงบริเวณมุมห้อง เมื่อที่จะได้เห็นใครก็สั่นเทารู้สึกหวาดกลัวไม่พูดไม่จา หากมีใครเข้าใกล้ก็จะสะบัดตัวหนีทันที ทำให้เธอดูได้ในทันทีว่าเด็กคนนี้คงจะเจออะไรมาก่อนเป็นแน่แท้

          “ไม่ต้องกลัวหรอกนะว่าข้านั้นไม่ทำอะไรเจ้าหรอก เจ้าปลอดภัยแล้วเด็กน้อย ไม่ต้องกังวลไป เราไม่ทำอะไรเจ้าหรอก คนพวกนี้ก็ไม่ทำอะไรก็เหมือนกัน หากเจ้าระแวงเราจงมองรอบรอบตัวของเจ้าว่าเหล่าบาดแผลนั้นได้รับการรักษาแล้ว”

          เธอพูดอย่างใจเย็นแถมยังพูดด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างที่จะอ่อนหวานเพื่อให้อีกคนนั้นรู้สึกในใจเธอ เขาดูมีท่าทีที่อ่อนลง แต่ก็ไม่ได้ไว้ใจมากมายนะเข้าข่ายยังระแวงอยู่ เมื่อเธอเดินเข้าไปก็ต้องมองสายตาของเด็กหนุ่มแล้วยิ้มบางๆ

          เขาเหมือนอยากจะพูดสอบถามอะไรสักอย่างแต่เธอก็ดันตอบออกมาก่อน

          “เราชื่อเจียวหย่า เป็นพระชายาของเซียวไต้อ๋องแห่งปาสู่ ตอนนี้เจ้าอยู่ในจวนของเซียวไต้อ๋องแห่งปาสู่ เพราะฉะนั้นจะไม่มีอะไรอันใดทำเจ้าได้ ไม่ต้องกังวลไปหรอกนะ”

          เธอยิ้มบาง จากนั้นเด็กหนุ่มก็เริ่มที่จะกลับเข้าสู่สภาวะเดิมถึงจะยังมีความระแวงอยู่ไม่น้อย “ข้าจะไม่ถามแล้วกันว่าเหตุใดถึงเป็นอย่างนี้ แต่เจ้าช่วยบอกข้าหน่อยได้ไหม เจ้าชื่ออะไร” เธอถามอีกครั้ง

          “ข้า..ข้าชื่อ..ซือ...อี้โหว...เอ่อ..ขะ..ขอรับ” เขาตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเทาแบบไม่รู้จะทำตัวอย่างไร เด็กสาวก็ยิ้มบางๆให้กับเด็กหนุ่มเหมือนกันแล้วค่อยๆเดินไปหาทางผายมือไปทางเตียงแล้วพูดว่า

          “ถ้าอย่างงั้น ซือ อี้โหว เจ้าควรนอนอยู่ที่นั่นไม่อย่างนั้นแผลของเจ้าจะบาดเจ็บแล้วฉีกหนักยิ่งกว่าเดิม เจ้าคงไม่อยากให้เลือดของเจ้านั้นไหลออกมาหรอกนะ เอาเถอะ เจ้าพักอยู่ที่นี่ก่อน ทำตัวให้สบายไม่ต้องกังวลอะไรทั้งสิ้นนั่นแหละ เดี๋ยวเราจะดูแลตัวเอง”

          เธอพูดปลอบโยนเด็กหนุ่มก่อนที่จะยิ้มบางๆทางค่อยๆเอื้อมมือไปลูบหัวเขาอย่างเบาเบาเหมือนกับแม่ที่กำลังลูบหัวลูบถึงแม้มันจะเหมือนพี่สาวที่กำลังลูบหัวน้องชายอยู่ก็ตามที




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +35 ความหิว -8 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 35 -8 + 3

ดูบันทึกคะแนน

https://xn--12cn8be2ck0h5b.com/source/plugin/levsign/statics/images/e3.jpgดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x60
x15
x22
x36
x20
x10
x775
x500
x13
x104
x2118
x191
x73
x1038
x12
x2
x373
x664
x5
x5
x110
x120
x9999
x15
x82
x260
x624
x85
x395
x3789
x5803
x2700
x1
x1
x1
x48
x98
x6
x192
x143
x78
x4
x835
x2

126

กระทู้

1973

โพสต์

37หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
17
เงินตำลึง
127
ชื่อเสียง
177316
ความหิว
1116

ตราหุบเขาปีศาจ

คุณธรรม
3390
ความชั่ว
5377
ความโหด
2673

ฉง ลู่เต๋า

"หึ..มนุษย์"
pet
โพสต์ 2017-10-13 21:57:36 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LinJieoya เมื่อ 2017-10-13 22:44


{ เรื่องราวที่ 2 : ความดีงามส่งผล }
          วันที่ 1 ของการดูแล ซือ อี้โหว

         วันนี้ก็ยังเป็นช่วงวันหนึ่งในช่วงเช้า(?) ที่เธอตื่นขึ้นมาด้วยความสดใส ในช่วงเช้าเธอก็ยังคงที่จะอาบน้ำแต่งตัวใช้เวลาไปค่อนข้างมาก เพราะว่าเธอนั้นเป็นคนที่ค่อนข้างขี้เซาไปสักนิด(ไม่นิดแล้ว) จนท่านอ๋องผู้เป็นสามีจะต้องมาปลุกเธอด้วยตัวเอง เหมือนกับคู่ข้าวใหม่ปลามัน ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ที่ฝ่ายชายนั้นตื่นเป็นชาติแล้วฝ่ายหญิงยังไม่ตื่นเลย

         เมื่อตื่นขึ้นมาก็ได้อาบน้ำแต่งตัว เตรียมไปดูว่าเด็กคนนั้นเป็นอย่างไรบ้าง แต่ไม่ทันไรก็มีเหล่าคนใช้หญิงสาวเดินเข้ามาขอพบเธอเข้าเสียงนั้น

         “พระชายา  เด็กคนนั้นแทบจะไม่ให้ใครจับตัวเพื่อทายาล้างแผลเลยค่ะ เหมือนจะนอกจากพระชายาเจ้าค่ะแล้ว เขาก็ไม่ยอมให้ใครจับตัวเลย ตอนนี้ถึงฉันกับคนอื่นๆจะขอเปลี่ยนผ้าพันแผลหรือทายาตามที่ท่านหมอสั่งเขาก็ไม่ยอม”

         หญิงสาวใช้เธอพูดด้วยน้ำเสียงเหมือนเหนื่อยๆ ก่อนที่เธอนั้นจะเดินตามพระชายาของเซียวไต้อ๋องเพื่อไปหาเด็กหนุ่มคนนั้น ที่กำลังนั่งจุ้มปุ๊กทำตัวเหมือนกับนกสีม่วงที่กำลังงอนเพราะว่าแฟนไม่ยอมตื่นสักที ซึ่งความจริงแล้วก็ไม่ได้งอนหรอกนะแค่ไม่ไว้ใจใครนอกจากผู้หญิงคนนั้นซึ่งก็คือเธอนั้นเอง

         “เป็นไงหนุ่มน้อย ทำไมเจ้าถึงไม่ยอมให้เหล่าเสียวเอ้อห์ทั้งหลายดูแลแผลให้” เธอพูดเป็นเชิงถาม
         “ข้าแค่ไม่ไว้ใจ ...ข้ากลัว” เขาพูดสั้นๆแล้วหลบตาของเธอ

         “เอาล่ะพูดเจ้าบดยาดื่มให้ข้าหน่อย เดี๋ยวข้าจะทำให้เขาเอง เขาทานข้าวเช้าแล้วใช่ไหม?” เธอพูดกับผู้ดูแลเด็กเขาพยักหน้า แล้วเธอก็หันไปหาเด็กหนุ่มนามอี้โหว
         “แต่เจ้าเองก็จำไว้นะ ว่าข้าจะทำให้เจ้าเพียงแค่วันเดียววันอื่นเจ้าต้องให้พวกเขาทำให้เจ้า ไม่อย่างนั้นมันจะไม่เป็นการไม่เคารพพวกเขาหรอกหรือพวกเขาอุตส่าห์ดูแลเจ้าให้ โดยไม่มีบ่น”

         หญิงสาวพูดขึ้นก่อนที่จะค่อยๆ รับถ้วยยาทาที่มีมาแล้วทำหน้าประมาณว่าให้เหล่าคนใช้ทั้งหลายนั้นถอดผ้าพันแผลทั้งหลายของเด็กคนนั้นให้หน่อย เมื่อมีคนคอยควบคุม เด็กชายก็ยอมให้พวกเธอนั้นถอดผ้าพันแผลแล้วล้างแผลให้ ส่วนตัวของเธอนั้นก็ค่อยๆ ทายาให้

         “นี้เป็นยาสมานแผล เจ้าควรที่จะยอมให้เหล่าคนดูแลนั้นยอมให้พวกเขาทายาให้เจ้า เพราะข้าเองก็ไม่ได้ว่างทั้งวันขนาดนั้น” เธอพูด

         “ไม่ใช่ว่าท่านพึ่งตื่นนอนหรอกหรือ?” เขาพูดถามไถ่
         “......แหม่...” เธอไม่ได้พูดอะไรแล้วยิ้มแฮะๆ พลางทายาลงบริเวณแผลทั้งหลายก่ายกอง เมื่อทาเสร็จก็ให้เหล่าคนดูแลนั้นค่อยๆพันแผลด้วยผ้าพันแผลใหม่ส่วนอันเก่านั้นก็เอาออกจากห้องเพื่อที่จะไม่ได้ทำให้เกิดกลิ่นเหม็น

         “เอาล่ะตอนนี้ก็ยังคงมียาที่เจ้าต้องกินสามเวลาหลังอาหาร เจ้าทานข้าวเช้ามาแล้วใช่ไหมล่ะ ข้าขอสั่งให้พวกท่านให้เขาทานยาให้ครบทุกมื้อสามเวลาหลังอาหาร ไม่เช่นนั้นมันคงจะแย่ ส่วนเจ้าเองต่อไปนี้ก็ห้ามที่จะไม่ทานยาหรือดื้อให้กับพวกเขาอยู่นี่อีกละ” เธอพูดเป็นเชิงสั่งสอนเหมือนกับว่าได้รับสปีชีความเป็นห่วงเป็นใยในเรื่องนี้มาจากท่านพ่อและท่านแม่ยามที่เคยอยู่ที่เมืองฉางซา
         ตัวเธอเองก็เคยเป็นแบบนี้มาก่อนในตอนที่ปีนหลังคาบ้านแล้วตกหลังคาบ้านจนแขนถลอกปอกเปิกไปด้วยแผล จึงต้องมีการล้างแผลต่างๆมากมาย เธอก็จะต้องซนตลอดเวลาด้วยการที่ไม่ยอมล้างแผลแล้วหนีไปบ่อยๆ

         “ข้าเข้าใจแล้ว ขอบคุณท่านมาก แล้วก็พวกท่านที่ดูแลข้าด้วยข้าต้องขออภัยด้วยจริงๆ” เด็กชายนั้นพูดด้วยความรู้สึกผิด แล้วรับรู้ถึงเรื่องราวทั้งหมด พลางยิ้มบางๆให้กับเธอและคนอื่นๆ .. อี้โหวนั้นหน้าตาก็เป็นเชิงดีอยู่นะ? จากความคิดของเธอ
         เมื่อดูแลอี้โหวเสร็จ เธอก็กำชับเหล่าเสี่ยวเอ้อห์ว่าให้มีคนคอยดูแลเขา ให้หายดีแล้วเธอนั้นจะมาดูบ่อยๆ

         เมื่อสั่งเสียเสร็จแล้วเธอก็เดินไปทำเรื่องราวประจำวันของตัวเธอเอง มีบ้างที่ท่านอ๋องจะเข้ามาหาสอบถามพูดคุย รวมถึงชื่นชมการร่ายรำของเธอ ทำให้ทั้งวันนั้น เธอก็เหมือนจะไม่ว่างไปเสียทีเดียว ไหนจะวันพรุ่งนี้ต้องไปขึ้นเขาอีกเล่า ลำบากไปอีก

         ทั้งวันนั้นเธอง่วนอยู่กับเรื่องราวพวกนี้จนเมื่อเย็นและเขานอนก็เหมือนกัน จำที่จะต้องมาดูเด็กน้อยคนนี้ก่อนเสมอ และส่งเขาเข้านอนเป็นครั้งแล้วแล้วค่อยๆ กลับไปนอนที่ห้องของเธอเหมือนกัน




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +25 ความหิว -8 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 25 -8 + 3

ดูบันทึกคะแนน

https://xn--12cn8be2ck0h5b.com/source/plugin/levsign/statics/images/e3.jpgดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x60
x15
x22
x36
x20
x10
x775
x500
x13
x104
x2118
x191
x73
x1038
x12
x2
x373
x664
x5
x5
x110
x120
x9999
x15
x82
x260
x624
x85
x395
x3789
x5803
x2700
x1
x1
x1
x48
x98
x6
x192
x143
x78
x4
x835
x2

126

กระทู้

1973

โพสต์

37หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
17
เงินตำลึง
127
ชื่อเสียง
177316
ความหิว
1116

ตราหุบเขาปีศาจ

คุณธรรม
3390
ความชั่ว
5377
ความโหด
2673

ฉง ลู่เต๋า

"หึ..มนุษย์"
pet
โพสต์ 2017-10-14 21:05:45 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LinJieoya เมื่อ 2017-10-14 22:32

{ เรื่องราวที่ 2 : ความดีงามส่งผล }
          วันที่ 2 ของการดูแล ซือ อี้โหว

แสงแดดในยามเช้าที่สาดส่องลงมา บอกถึงการเริ่มใหม่ของวัน มันสาดส่องลงไปยัง ทุกผู้ที่นอนอยู่ในทั่วทุกมุมโลกเพื่อที่จะเป็นวันบอกเวลา ได้เวลาทำงานแล้วได้เวลาออกไปเริงร่า ภายใต้แสงตะวัน

แต่ทว่า ก็ยังมีบางคนที่กำลังนอนอุ่นคุดคู้อยู่ภายใต้ผ้าห่มแพรผืนบาง หมอนขนเป็ดนุ่มละมุน มันทำให้เธอรู้สึกถึงความต้องการอยากนอนอีก เหมือนกำลังตกอยู่ในห้วงแห่งความฝัน

“งือ…..แง๊วๆ….อืม...” เสียงหวานใส ครางอื้ออึงในลำคอ เธอกำลังนอนหลับได้ที่เลย อยู่ๆก็มีชายหนุ่มร่างสมส่วนกันย้ำ ผิวของเขาขาวและเรือง หน้าตาดูเจ้าสำอางค์ เดินเข้ามาภายในห้อง แล้วนั่งลงข้างๆตัวเด็กสาวที่กำลังนอนหลับสบาย ในความฝันอันมหัศจรรย์ เขาหัวเราะในลำคอ ก่อนที่ริมฝีปากของเขาจะจบลงด้วยการจูบเบาเบาๆบนหน้าผาก แล้วค่อยๆเลื่อนลงมาจนถึงบริเวณริมฝีปาก

ทั้งสองนั้นพลอดรักกันอยู่ภายในห้อง โดยที่เด็กสาวที่กำลังนอนอยู่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย ได้เพียงแต่ละเมอเพ้อไหมว่าคนที่กำลังจุมพิตเธอนั้นเป็นใคร

          “อืออ...หลิวฉุน...ไม่เอาสิ” เด็กสาว พูดด้วยน้ำเสียงงัวเงียก่อนที่จะลืมตาขึ้นเบาๆ ดวงตาของเธอก็ปะทะกับดวงตานัยน์ตาสีดำของชายหนุ่มตรงหน้า ใช่แล้ว เขาก็คือชายหนุ่มที่เธอพูดมันละเมอนั่นแหละ

“กระทั่งละเมอก็ยังเป็นชื่อข้าเลยรือ?? เจียวหย่า ช่างน่ารักเสียจริง..หึหึ..” เขาหัวเราะในลำคอก่อนที่จะจูบลงบนพวงแก้มบาง แต่ไอ้เจ้าเด็กสาวก็ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าเกิดอะไรขึ้นได้แต่กำลังนั่งอย่างอึนๆอยู่ประมาณอย่างนั้นแหละ

          “งั้นเดี๋ยวข้าจะไปดูต้นไม้หน่อยนะ พอดีมีบางต้นที่ข้าอยากตัดแต่งกิ่ง เจ้ารีบไปทานข้าว อาบน้ำเถิด วันนี้เราคงต้องเดินทางกันอีกไกล” ชายหนุ่มพูดก่อนที่เธอนั้นจะเริ่มได้สติ สตางค์ขึ้นมาบ้าง ดวงตาสีม่วงเบิกขึ้นอย่างตกใจ ก่อนที่จะทำหน้าตาค่อนข้างที่จะประหลาดเล็กน้อย

“จริงสิ!!! หว่า!! ข้าลืมไปเลย วันนี้เราต้องออกไปข้างนอกนี่ ข้าขออภัย เดี๋ยวข้าจะรีบอาบน้ำอาบท่าเดี๋ยวนี้ล่ะ” เธอพูดด้วยท่าทีตกใจก่อนที่จะเด้งตัวขึ้นมาจากเตียงนุ่ม

“ไม่ต้องรีบหรอก ไม่เป็นไร ข้ารอเจ้าได้เสมอ” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงหวานกึ่งตลกที่เด็กสาวคนนี้ถึงแม้จะมาเป็นพระชายาของเธอก็ยังคงพบความอบอุ่นและน่ารักไว้เสมอต้นเสมอปลาย แถมอาการแบบนี่คนอื่นก็ไม่ได้เห็น กันบ่อยๆ เหมือนกับว่าเขานั้นเป็นคนพิเศษของเธอ ก็ต้องแน่นอนสิก็เขาเป็นสามีที่ถูกชอบด้วยกฎหมายและความรักของสองคนกับเธอนี่นา

เด็กสาวก็กุลีกุจอไปอาบน้ำแต่งตัว หลังจากนั้นเธอก็ทำกิจวัตรประจำวันในช่วงเช้า (สำหรับเธอ แต่ช่วงสายสำหรับคนอื่นนะ..) จนเสร็จสิ้น

เธอมองซ้ายมองขวาก่อนที่จะลึกสักอย่างได้ว่าเธอควรที่จะไปดูเด็กคนนั้น ซือ อี้โหว เขาเป็นอย่างไรบ้างตอนนี้หายดีหรือยัง

เธอเดินไปยังห้องรับรอง ที่เป็นห้องที่ซือ อี้โหว เป็นคนพำนักอยู่ เมื่อเดินเข้ามา เธอก็ได้ยินเสียงคิกคักของหญิงสาวกับเสียงของเด็กชาย เธอเดินเข้ามาอย่างสง่าผ่าเผยผิดกับภาพลักษณ์ที่อยู่กับสามีในตอนนั้น

         “พระชายา..” หญิงสาวผู้ดูแลเด็กหนุ่มก้มคำนับเธออย่างนอบน้อมและแน่นอนว่าเด็กหนุ่มที่เริ่มเดินเหินสะดวกก็ทำด้วยเช่นกัน

        “เป็นไง เจ้าดีขึ้นบ้างหรือยัง” เธอถาม
        “ขอรับ พระชายาถ้าดีขึ้นมากแล้ว แต่ก็ยังคงมีรอยแผลกับพวกบุกช้ำอยู่นิดหน่อยขอรับ” เด็กคนนั้นพูด

        “ช่วงเช้า หลังจากทานข้าวแล้วเค้าทานยาไหม แล้วนี้ เปลี่ยนผ้าพันแผลแล้วใช่หรือเปล่า” พระชายาหันไปถามหญิงสาวผู้ดูแลเด็กหนุ่มคนนั้น ด้วยความสงสัย

        “เจ้าค่ะพระชายา ช่วงเช้า ได้ทานยาที่ข้าบดผสมแล้วเจ้าค่ะ ส่วนบาดแผล ข้าเปลี่ยนรอบที่ 2 เมื่อเย็นวาน เพราะว่ามีเลือดซึมออกมา แลกเปลี่ยนรอบที่ 3 ในช่วงเช้าเพื่อที่จะทายาแล้วล้างแผลเจ้าค่ะ” เธอตอบ


       “ดีมาก ตู้ทำงานได้ดีแล้ว เจ้าเองก็อย่าดื้อด้วยล่ะ อย่าให้ผู้ดูแลนางนี้ต้องลำบากใจเพราะเจ้านะ” เธอพูดเป็นเชิงแม่สั่งสอนลูก ถึงแม้ว่าอายุจะไม่ได้ห่างกันมากก็ตามที หญิงสาวยิ้มบางๆให้กับเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนที่เธอจะนึกอะไรออกได้

        “วันนี้ข้ากับท่านอ๋องจะไม่อยู่ เพราะฉะนั้นในช่วงกลางวันข้าคงไม่ได้มาหาเจ้า กว่าที่จะมาหาเจ้าได้ก็คงจะเป็นเป็นช่วงเย็นนั่นเเหละ ข้าจะเข้ามาถามอีกครั้งแล้วกัน เข้าใจไหม??” เธอพูดด้วยน้ำเสียงหวาน ทั้งข้อสองคนนั้นตอบตกลงเข้าใจก่อนที่เธอจะเดินออกไปนอกห้อง เพื่อกลับไปหาสวามีของเธอที่กำลังรออยู่แถวแถวๆสวนต้นไม้

        จากนั้นพวกเขาก็พากันเดินทางไปยัง เขาชิงเฉิง

        เมื่อกลับมาจนถึง ในช่วงตะวันลับขอบฟ้า พระชายาก็ได้ขอตัวกับท่านอ๋องขอมาดูเด็กน้อยที่เธอกำลังดูแลอยู่ แต่ท่านอ๋องนั้นก็ตามเธอมาด้วยเนื่องจากว่าตั้งแต่หรือคนดีเข้ามาพักรักษาตัวอยู่ภายในส่วนของตนเองก็ยังไม่ได้เข้ามาหาเลยสักที

        เธอนั้นยังคงถามไถ่อาการเหมือนปกติรวมถึงแนะนำท่านอ๋องให้เด็กน้อยคนนี้รู้จักด้วย โชคดีที่ว่าผู้ดูแลนั้นได้ทำการเปลี่ยนผ้าพันแผลทั้งหลายนั้นแล้วถ้าไม่ให้ไม่เป็นภาพหลุดจากตามากจนเกินไป

        หญิงสาวนั้นเริ่มรู้สึกดีที่เด็กคนนี้เริ่มมีอาการที่ดีขึ้นได้เรื่อยๆ จนเมื่อพูดคุยกันไปได้สักพัก ทั้งเธอและฉันก็ลากลับไปยังห้องนอนเพื่อที่จะพักผ่อนในวันต่อไป




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -6 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -6 + 3

ดูบันทึกคะแนน

https://xn--12cn8be2ck0h5b.com/source/plugin/levsign/statics/images/e3.jpgดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x60
x15
x22
x36
x20
x10
x775
x500
x13
x104
x2118
x191
x73
x1038
x12
x2
x373
x664
x5
x5
x110
x120
x9999
x15
x82
x260
x624
x85
x395
x3789
x5803
x2700
x1
x1
x1
x48
x98
x6
x192
x143
x78
x4
x835
x2

126

กระทู้

1973

โพสต์

37หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
17
เงินตำลึง
127
ชื่อเสียง
177316
ความหิว
1116

ตราหุบเขาปีศาจ

คุณธรรม
3390
ความชั่ว
5377
ความโหด
2673

ฉง ลู่เต๋า

"หึ..มนุษย์"
pet
โพสต์ 2017-10-15 20:38:46 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LinJieoya เมื่อ 2017-10-16 20:40

{ เรื่องราวที่ 2 : ความดีงามส่งผล }
          วันที่ 3 ของการดูแล ซือ อี้โหว

        วันนี้ก็ยังคงเป็น ช่วงเช้าที่แสนสดใสของใครหลายๆคน และมันก็เป็นช่วงเช้าที่แสนไม่น่าตื่นของคนอีกหลายๆคน หนึ่งในนั้นก็คือเด็กสาวที่กำลังนอนด้วยความฝันดี มีชัยในวันนี้ เหมือนวันเดิมเดิมที่เธอนั้นตื่นสายแต่มันก็เป็นเรื่องที่ทำให้ต้องมีใครมาคอยปลุกอยู่ร่ำไป ซึ่งคนๆนั้นก็คือสามีของเธอเอง

        เขาเดินมาพร้อมกับ อุ้มเด็กสาวที่กำลังนอนอยู่บนเตียงอย่างสบายใจ เพื่อที่จะถ้าเธอไปยังบางที่ ส่วนเจ้าตัวเล็กเด็กสาวที่อยู่ในอ้อมแขนของเขานั้นก็ไม่ได้รับรู้ตัวเลยว่าตอนนี้กำลังโดนทำอะไรอยู่ ได้แค่เพียงนอนอยู่อย่างนั้นแหละ

        ต้นสุดท้ายสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือเธอโดนวางลงบนอ่างน้ำอย่างเบามือ จนต้องตื่นขึ้นมาอย่างตกใจ
        “เฮ้ย!!! =[]= ทะ..ท่านอ๋องเจ้าค่ะะะ”
        พวกเขาและเธอหัวเราะกันอยู่สักครู่ ดูเหมือนว่าสามีของเธอจะเริ่มหาสารพัดวิธีปลูกเพื่อให้เธอนั้นได้ตื่นขึ้นมาในแต่ละวัน

        จนเมื่อ เด็กสาวอาบน้ำแต่งตัวทำกิจวัตรประจำวันช่วงเช้าเสร็จก็เหมือนกับวันดังเดิมๆ เธอเดินไปหาเด็กชายที่เธอเคยช่วยชีวิตเขาไว้ วันนี้เธอโดนปลุกเร็วทำให้อยู่ในช่วงที่เด็กชายกำลังทานข้าวเช้าอยู่

        "พระชายา อรุณสวัสดิ์เจ้าค่ะ" ผู้ซึ่งเป็นผู้ดูแลเด็กชายคนนั้นพูดพร้อมกับก้มคำนับเธอพร้อมเด็กชายที่กำลังทานข้าวอยู่ เธอยกมือขึ้นรับการคำนับของอีกคนพลางหันไปหาเด็กชาย รอบนี้เธอไม่ได้ถามว่าเขาเป็นอย่างไรบ้างได้แต่เพียงมองบริเวณร่างกายบาดแผลต่างๆ

        “เริ่มดีขึ้นแล้วนี่ รอยฟกช้ำต่างๆก็เริ่มห่างหายไปแล้ว” เธอพูด
        “ขอรับพระชายา เพราะว่ายาที่ให้เงินเป็นยาสมานแผลชั้นดีจะทำให้แผลนั้นเริ่มสมานกันเร็วขอรับ” เด็กหนุ่มพูด จนเธอต้องหัวเราะเบาเบา
        “ถ้าเกิดเป็นเรื่องใหญ่แล้วก็ไปขอบคุณท่านหมอประจำจวนเถอะจ๊ะ เขาเป็นคนให้ยาเจ้ามา” หญิงสาวพูดก่อนที่จะหันไปหาผู้ดูแลของเขา

        “เอาล่ะ ข้าคงต้องฝากเจ้าแล้วล่ะอย่าลืมเปลี่ยนผ้าพันแผลแล้วกัน”หลังจากที่พระชายาพูดซึ่งนั่นก็คือเธอนั่นแหละนะก็เดินออกไป เพื่อทำภารกิจกิจวัตรประจำวันของตัวเธอเองในใจเป็นเรื่องของหอฟ้อนรำ การดูแลคนและอื่นอื่นอีกมากมายทำให้ทั้งวันนั้นเธอยุ่งมากๆ

        ถึงแม้เป็นช่วงกลางวันแต่เธอก็ไม่ได้ลืมว่าเธอจะต้องไปดูเด็กชายคนนั้นแต่เนื่องด้วยภารกิจทำให้เธอนั้นไปดูไม่ได้จนต้องฝากคนให้ไปหาแทน เมื่อกลับมาถึงก็เป็นช่วงบ่ายแก่ๆ เธอจึงไปหาท่านอ๋องนั่งพูดคุยกระชับความสัมพันธ์รวมถึงร่ายรำให้กับท่านอ๋องดูเป็นการส่วนตัว
        เมื่อถึงช่วงเย็นก็เป็นช่วงที่เธอจำจะต้องไปดูเด็กคนนั้นเหมือนเดิมเธอเขาไปไม่ทำอะไร ก็เห็นเด็กคนนั้นที่กำลังพูดคุยกับผู้ดูแลอย่างฉะฉานดูเหมือนว่าเขาจะเริ่มไว้ใจผู้ดูแลคนนี้แล้วล่ะ ด้วยการพูด บ้างครั้งเธอก็อยากจะถามเด็กคนนี้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น แต่คงต้องรอให้เขาหายดีก่อน

        ช่วงเย็นนั้นผ่านไปเป็นช่วงกลางคืน เธอกำลังยืนจ้องมองดวงจันทร์ที่ส่งแสงเรืองรอง จนสามีของเธอจะต้องเดินเข้ามาถามไถ่ว่าเชิญเป็นอะไรหรือเปล่า แต่ก็ไม่ได้ให้คำตอบเนื่องจากว่าเธอก็ไม่ได้พูดอะไรได้แต่เพียงกอดกันเคียงข้างกาย จนถึงเวลาของค่ำคืนอันแสนหวานของทั้งคู่


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -4 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -4 + 3

ดูบันทึกคะแนน

https://xn--12cn8be2ck0h5b.com/source/plugin/levsign/statics/images/e3.jpgดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x60
x15
x22
x36
x20
x10
x775
x500
x13
x104
x2118
x191
x73
x1038
x12
x2
x373
x664
x5
x5
x110
x120
x9999
x15
x82
x260
x624
x85
x395
x3789
x5803
x2700
x1
x1
x1
x48
x98
x6
x192
x143
x78
x4
x835
x2

126

กระทู้

1973

โพสต์

37หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
17
เงินตำลึง
127
ชื่อเสียง
177316
ความหิว
1116

ตราหุบเขาปีศาจ

คุณธรรม
3390
ความชั่ว
5377
ความโหด
2673

ฉง ลู่เต๋า

"หึ..มนุษย์"
pet
โพสต์ 2017-10-16 21:01:31 | ดูโพสต์ทั้งหมด
{ เรื่องราวที่ 2 : ความดีงามส่งผล }
          วันที่ 4 ของการดูแล ซือ อี้โหว

        รอบนี้จะใช่มุขอะไรดีนะ? ในการที่จะโรลเพลย์การดูแลหนูน้อยน่ารักคนนี้? ทุกคนคงจะเหนื่อยกับเห็นฉากหวานๆ ของพระชายาและท่านอ๋องแล้วสินะ? เพราะหากเป็นคนที่ยังไม่มีผู้ใดคบหารู้ใจ ก็คงจะอยากกัดลิ้นตายถ้ามานั้นอ่าน

        ช่างน่าสงสารเหลือเกิน เจ็บใจบ้างไหมนะ?

        เอาล่ะๆเข้าเรื่องๆ วันนี้หญิงสาวก็ยังคงนอนตื่นสะ...เฮ้ย..!! รอบนี้พระชายาของเราดันตื่นเช้าในช่วงเดียวกับท่านอ๋อง มันเป็นช่วงเวลาที่ชาวมาก ทำให้ท่านอ๋องนั้นรู้สึกแปลกใจกับการที่เธอตื่นเช้าขนาดนี้
        เขาจึงพาภรรยาสุดที่รักของตนเองนั้นไปยังสวนหลังจวนเพื่อไปช่วยกันดูแลต้นไม้ในช่วงเช้า ในช่วงที่เธอและเขากำลังสนุกสนานอยู่นั้นก็กำลังพูดคุยกันไปได้สักพัก จนชายหนุ่มเริ่มเปิดประเด็นขึ้นมา

        “วันนี้เจ้าอยากไปร่วมเทศกาลฉงหยางที่ฉางอันไหม??” ขอถามเธอด้วยความสนอกสนใจ

        “หากท่านอ๋องอยากไปข้าก็จะไปด้วยเจ้าค่ะ” เธอพูดอีกครั้งหนึ่งก่อนที่จะยิ้มบางๆให้กันและกัน แต่เหมือนว่าท่านจะทำหน้าเศร้าเล็กน้อยก่อนที่จะค่อยๆลูบเส้นผมของเธออย่างแผ่วเบา

       “เจ้าอย่าลืมสิข้าเป็นอ๋องผู้ดูแลแห่งปาสู่ ถึงข้าอยากไปแต่คงทำไม่ได้ ได้แต่ฝากเจ้าเป็นหูเป็นตาให้แทนข้าเจียวหย่า”ท่านอ๋องพูดด้วยน้ำเสียงกึ่งเศร้าอึ่งดีใจ

       หญิงสาวที่ซึ่งพึ่งสำเหนียกได้ว่าอีกคนคืออ๋องผู้ดูแลแห่งเมือง จำที่จะออกจากเมืองไม่ได้หากไม่ใช่ราชโองการ แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะแค่ความเข้าใจกันของเธอและท่านอ๋องก็สามารถทำให้เธอนั้นไม่เป็นอะไรมาก ทำให้ช่วงเช้าของเธอและเขานั้นก็ยังคงเต็มไปด้วยกลิ่นของความรักที่ตลกๆกวนจนแทบจะตบหน้าคนโสดอยู่ตลอดทุกเมื่อเชื่อเวลา

        ในช่วงเช้าก่อนที่พระชายาจะออกเดินทางไปยังเมืองฉางอัน เธอได้เข้ามาดูเด็กชายเท่ห์ตอนนี้ดูท่าทางว่าจะเริ่มหายดีแล้ว ทั้งรอยฟกช้ำและรอยแผลก็เริ่มหายและสมานกันหมดรวมถึงเขาเริ่มเดินเหินได้สะดวกพร้อมจัดคนดูแล

        เธอยังคงเข้ามาสอบถามถามไทยเช่นเดิมแต่ดูเหมือนว่าวันนี้พระชายาดูรีบร้อนอย่างไรพิกล ซึ่งนั่นก็เป็นเพราะว่าพระชายาจำต้องขึ้นรถม้าเพิ่มไปยังนครฉางอันร่วมพิธีที่หอปิ้ซู เหมือนกับเทศกาลครั้งที่แล้วที่เธอนั้นได้พบกับท่านพี่ยูตะ

       มันคงดูสนุกไปอีกแบบหนึ่ง

       ก่อนที่เธอจะออกไปเธอกำชับคนดูแลดีๆเพราะว่าเธอจะไม่ได้เข้ามาดูในช่วงบ่ายถึงอาจจะถึงเย็นเพราะว่าการเดินทางก็ไม่ใช่การเดินทางที่น้อยน้อยเดินทางไปอีกตั้งไกล เมื่อกำชับเสร็จ พระชายาของท่านอ๋องแห่งปาสู่ก็ออกเดินทางขึ้นรถม้าไปยังพระนคร

       ซึ่งในช่วงนั้นพวกพี่เลี้ยงก็เริ่มที่จะไม่ได้พันแผลในบางส่วนเขานั้นได้ทำแผลให้กับเด็กชายวัย 10 ขวบ ส่วนแผลไหนที่เริ่มตกสะเก็ดแล้ว ก็ไม่ได้ทำอะไรมาก เพียงแค่ทายาสมานแผล ใช้เพียงแค่นั้น เพราะฉะนั้นก็จะได้พันแผลที่ยังคงเป็นแผลเยอะหรือยังไม่หายดีเท่านั้นที่จำเป็นที่จะต้องพันแผลได้ผ้าพันแผล แต่ก่อนที่จะทำนั้นจำเป็นที่จะต้องทายาก่อนเสมอแต่ก็ไม่เป็นอะไรเพราะตอนนี้แต่ก็เริ่มหายมากแล้ว
        ในช่วงเย็น นั้นเป็นอันไปตามคาดของพระชายา เธอไม่มาเหมือนกับอย่างเคย แต่ก็ไม่เกิดอะไรขึ้นมากมายเด็กชายยังคงร่าเริงสนุกสนาน เด็กชายกับผู้ดูแลเริ่มสนิทสนมกันมากขึ้นรวมถึงเขาก็ป้อนยาป้อนน้ำหลังอาหารให้เด็กชายอีกด้วย ในช่วงนี้อาหารจากที่เริ่มเป็นอาหารอ่อน ตอนนี้ก็เป็นอาหารที่คนปกติสามารถทานได้ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นอาหารอ่อนอีกต่อไป
        
        เพราะในช่วงสามวันที่ผ่านมาเด็กชายได้กินแต่อาหารอ่อนเพื่อที่จะรักษาอาการบาดเจ็บและเลือดลมในร่างกาย รวมถึงเจ้าพวกอาหารอ่อนทั้งหลายนี้มีรสชาติที่ไม่พึงประสงค์เท่าไหร่ให้ทานหลังอาหารทุกๆ 3 มื้อจนเอียนไปเลยล่ะ




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -4 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -4 + 3

ดูบันทึกคะแนน

https://xn--12cn8be2ck0h5b.com/source/plugin/levsign/statics/images/e3.jpgดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x60
x15
x22
x36
x20
x10
x775
x500
x13
x104
x2118
x191
x73
x1038
x12
x2
x373
x664
x5
x5
x110
x120
x9999
x15
x82
x260
x624
x85
x395
x3789
x5803
x2700
x1
x1
x1
x48
x98
x6
x192
x143
x78
x4
x835
x2

126

กระทู้

1973

โพสต์

37หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
17
เงินตำลึง
127
ชื่อเสียง
177316
ความหิว
1116

ตราหุบเขาปีศาจ

คุณธรรม
3390
ความชั่ว
5377
ความโหด
2673

ฉง ลู่เต๋า

"หึ..มนุษย์"
pet
โพสต์ 2017-10-17 18:37:50 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LinJieoya เมื่อ 2017-10-17 23:07

{ เรื่องราวที่ 2 : ความดีงามส่งผล }
          วันที่ 5 ของการดูแล ซือ อี้โหว (วันสุดท้ายของการดูแล)

        ช่วงเวลาเมื่อวันวานนั้นเลื่อนผ่านไปอย่างน่าเสียดาย เนื่องด้วยการเดินทาง นั้นทำให้เกิดความยากลำบากหน่อยๆ แต่งานก็จัดไปได้ด้วยดี กว่าที่พระชายาจะกลับมายังจวนนั้นก็เป็นเวลาที่มากโข แถมยังใช่เวลาที่นานหน่อย
        เด็กสาวที่กำลังนอนอยู่ก็ยังคงนอนอยู่ต่อไป ถึงแม้แสงตะวันจะล่องเข้ามาภายในแล้วก็ตามที เธอก็ยังคงไม่ตื่นจากที่นอนอันแสนนุ่มสบายนี้

        แล้ววันนี้ก็ยังคงเป็นเหมือนทุกวันที่จะต้องมีคนเข้ามาปลูกพระชายาที่นอนหลับไม่ตื่นฟื้นไม่มีหนีไม่พ้นตรงนี้ ไม่นานเกินรอ ก็ถึงเวลาของเธอท่านอ๋องสามีของเธอนั้นได้เดินเข้ามาภายในห้องภรรยาของเขาเริ่มคงเป็นเหมือนเดิมเพิ่มเติมคือความน่ารักสดใสที่ปรากฏขึ้นทุกวันทุกวันความช่างพูดช่างเจรจายังคงเป็นเรื่องที่ปกติ
        แต่สิ่งที่ไม่ปกติในครั้งนี้ก็คือเขาเดินไปจ้องมองบุคคลที่กำลังนอนอยู่ก็ได้แต่เห็นว่าเธอกำลัง ลืมตาอยู่พร้อมกับยิ้มหวาน

       “แปลกใจที่ข้าตื่นเร็วใช่ไหมล่ะเจ้าคะ” เด็กสาวผู้ด้วยความสดใสก่อนที่จะเอื้อมมือขึ้นมาให้ชายหลงจับมือของเธอเออเพื่อดึงให้อีกคนขึ้นมานั่งบนเตียง
        “ทำไมเจ้าช่างชอบมีเรื่องให้ข้าแปลกใจได้เสมอเลยนะ?” เขากล่าวพูดด้วยน้ำเสียงตลกเล็กน้อยก่อนที่จะปล่อยให้เธอทำกิจวัตรประจำวันของเธอ ให้เสร็จ ส่วนตนนั้นก็ไปนั่งอ่านหนังสือ รำน้ำชาดอกเบจญมาศอยู่แถวๆหลังจวนที่มีสระน้ำให้ดอกบัวทั้งหลายแข่งกันผลิดอกแรกแย้มกันทุกเมื่อเชื่อวัน

        ส่วนพระชายาของพระองค์นั้นก็จัดการกับตัวเองในช่วงเช้าด้วยความสบายอกสบายใจ กิตติวัฒน์ช่วงเช้าผ่านไปแล้วเธอก็ได้เดินเข้าไปสอบถามอาการของเด็กน้อยคนนั้นที่เมื่อหลายวันก่อนเธอได้ช่วยชีวิตเขาจากน้ำตก

       “เป็นไงเด็กน้อย เจ้าสบายให้หรือยัง แล้วเจ้าเป็นยังไงบ้าง” ฟ้าชายหาดทานด้วยความเป็นห่วงแล้วหันไปหาผู้ดูแลของเด็กคนนั้น
        “ตอนนี้ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงค่ะพระชายา แต่เริ่มสมานกันดีแล้วเลือดลมก็เช่นกัน ส่วนรอยฟกช้ำนั้นยังมีเหลือเพียงนิดอีกไม่กี่วันก็คงจะหายเป็นปลิดทิ้งเจ้าค่ะ” ผู้ดูแลสาวพูดขึ้นเหมือนกับการรายงานเธอถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

        “เช่นนั้นก็ดีแล้ว อย่าลืมเรื่องยาที่ต้องดื่มหลังอาหารล่ะ เจ้าไม่ลองไปเดินเล่น แถวๆจวนเล่า? ไปกับผู้ดูแลก็ได้ จะได้รับอากาศบริสุทธิ์ไม่คุ้ดคู้อยู่แต่ในห้อง” หญิงสาวพูดขึ้นพลางยิ้มให้ทั้งคู่
        “เอ่อ..เช่นนั้นข้าจะนำเขาไปเดินเล่นเองเจ้าค่ะพระชายา” ผู้ดูแลพูดขึ้น เธอเข้าใจจึงพยักหน้าแล้วเดินออกไป ในช่วงเช้าเพื่อที่จะกลับไปหาท่านอ๋องที่กำลังนั่งจิบชายามเช้ากับการดูธรรมชาติที่กำลังเบ่งบาน

        คงอีกไม่นานแล้วที่เธอจะถามเด็กชายคนนี้เมื่อเกิดเรื่องราวอะไรขึ้นว่าทำไมเขาไม่ถึงโดนทำร้ายขนาดนั้น พบเจออะไรมา และเป็นลูกเต้าเหล่าใคร?

{ บทสรุปทำดีได้ดี }

        ในช่วงกลางวันเธอที่อยู่กับท่านอ๋อง ที่กำลังอ่านหนังสือพร้อมกับเธออยู่ด้วยทั้งสองอยู่ภายในจวนเกือบตลอดวันมีการพูดคุยกัน ทางถึงสารทุกข์สุขดิบจนมาถึงช่วงเวลาที่สำคัญ  สาวรับใช้เดินขออนุญาตเข้ามาด้านในเพื่อมาหาท่านอ๋องและพระชายา

        “ขออภัยท่านอ๋องและพระชายา ข้าเป็นผู้ดูแลเด็กหนุ่มอี้โหว เขาเข้ามาขอพบพระชายาเจ้าค่ะ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงนอบน้อม
        “ให้เขาเข้ามาได้ เจ้าคงไม่ว่าอะไรนะพระชายาหากข้าจะอยู่ด้วย” ท่านอ๋องพูด
        “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ไม่มีเหตุอะไรที่ท่านจะต้องเดินออกไป ที่นี่คือจวนของท่านอยู่แล้วนี้เจ้าคะ” เธอยิ้มก่อนที่จะค่อยๆพยักหน้าให้กับท่านอ๋อง พลางรอให้ผู้ดูแลสาวนั้นพาเด็กหนุ่มเข้ามาด้านใน เขาเดินเข้ามาด้วยความรู้สึกนอบน้อม เด็กหนุ่มมีบาดแผลที่หายตามเนื้อตัวที่เคยมีแต่รอยช้ำและบาดแผลตอนนี้ก็หายไปมากโข
        “ ว่าไงเจ้ามีอะไรรึ หนุ่มน้อย บาดแผลเจ้าหายดีแล้วหรือ?” ท่านอ๋องพูดด้วยน้ำเสียงสบายๆ รวมถึงผ่ายมือให้ทางที่นั่งภายในห้อง ในช่วงด้านข้าง เด็กหนุ่มที่เริ่มหายป่วยแล้วนั้นไปนั่ง เขาทำตามอย่างว่าง่ายรวมถึงก้มคำนับให้กับท่านอ๋องอีกด้วย

        “ข้าหายดีแล้วขอรับ ข้ามีเรื่องที่จะต้องกล่าวกับท่านอ๋องและพระชายา มันเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ขอขอบคุณพระชายาและท่านมากที่คอยช่วยเหลือข้ามาตลอดโดยที่ไม่ได้ปริปากบ่น รวมถึงยังเอ็นดูเด็กที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้าแบบข้า”

        เด็กหนุ่มกล่าวพร้อมกับพูดความจริงจากใจก่อนที่จะมองซ้ายมองขวาแบบระแวงเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะร้องของบางสิ่งบางอย่างจนทำให้ท่านอ๋องและพระชายาจำที่จะต้องให้ผู้ดูแลไม่เข้าใกล้ในบริเวณห้องนี้

        “เจ้ามีอะไรก็ว่ากล่าวมาเถอะข้าไม่เป็นอะไรหรอก อะไรหรือที่ทำให้เจ้าต้องระแวง ทุกฝีก้าวขนาดนี้” ท่านอ๋องถามเด็กชายคนนั้นด้วยน้ำเสียงเชิงเป็นห่วง โดยแสดงสีหน้าอย่างชัดเจนรวมถึงพระชายาด้วยเช่นกันเพื่อแสดงความเป็นห่วงเด็กน้อยคนนี้ จากนั้นเด็กน้อยผู้นี้ก็กล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

        “ข้าอยากจะมาบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้กับพวกท่านทั้งสองได้ทราบ”

        “ท่านพ่อและท่านแม่ของข้าเป็นพ่อค้าขบวนคาราวาน ..พวกเราลงไปค้าขายกับที่แดนใต้ที่คุนหมิง ระหว่างทางกลับจากการค้าขาย พ่อของข้าไปรับรู้เรื่องราว..ของขุนนางปาสู่คนนึงกำลังวางแผนชั่วร้ายกับกษัตริย์เตี๋ยน จะยึดปาสู่เป็นฐานเพื่อยึดแผ่นดินฮั่น...” เด็กชายพูดอย่างเบาๆ ก่อนที่จะก้มตาลง น้ำตาที่เขาก็มีได้ไหลออกมาเล็กน้อย.. แต่เขาก็ปัดมันทิ้งอย่างไม่ใยดี

        “ดูเหมือนว่าคนๆ นั้นจะรู้ หลังจากนั้นไม่กี่วันระหว่างเดินทางกลับก็ถูกซุ่มโจมตีแถวๆ นอกเมืองเฉิงตู ทุกคน.....” เสียงเสียงการพูดเด็กหนุ่มก็ได้แต่ก้มหน้าอยู่อย่างนั้นจนท่านอ๋องต้องหันมาหาทางและชายา เขาพยักหน้าทั้งสองอย่างรู้กัน แล้วพระชายาก็ค่อยค่อยเดินไปหาเด็กหนุ่มคนนั้นสวมกอดเหมือนมารดาที่กำลังปลอบประโลมบุตรของตน

        “ข้าเข้าใจแล้วว่าทำไมเจ้าถึงเป็นแบบนี้ ไม่เป็นไรนะเด็กน้อย ไม่มีใครใกล้เจ้าได้หรอกตอนนี้” หญิงสาวพูดก่อนที่จะค่อยค่อยๆลูบหัวเด็กน้อยเบาๆ ด้วยความเป็นห่วง ดวงตาของเธอหันไปทางท่านอ๋องเป็นเชิงประมาณว่าทำอย่างไรดี

        ท่านอ๋องเองก็ลุกขึ้นเดินเข้ามาลูบหัวเด็กชายด้วยความเบามือ ทั้งสองร่วมกันปลอบประโลมเด็กชายอยู่สักพัก ก่อนที่ท่านอ๋องจะเริ่มมีความคิดบางอย่าง.. เมื่อจบการปลอบประโลมครั้งนั้นท่านอ๋องจึงเรียกพระชายาเข้ามาพูดคุยด้วยเป็นการส่วนตัวในห้องนอน ของทั้งสองเอง
        “เจ้าจะคิดเห็นเป็นเช่นไรกับเรื่องนี้เจียวหย่า”
        “หากเป็นตามที่เด็กคนนั้นบอกทั้งเราและเด็กคนนั้นก็ไม่ปลอดภัยเหมือนเหมือนกันเจ้าค่ะ” พระชายาพูดด้วยความเป็นห่วง
        “เจ้าเป็นฮูหยินของข้า ข้าจะให้เจ้าเป็นคนตัดสินใจเรื่องนี้ดีไหม”
        “หากท่านจะให้ค่าตัดสินใจข้าคงปล่อยเด็กผู้นี้ออกไปตามลำพังคงไม่ได้”

        สิ้นสุดการพูดคุยปรึกษาหารือกันในแบบสามีและภรรยาที่เกิดขึ้นก็คือข้อสรุปที่ว่าการนำเด็กชายผู้นี้มาเป็นบุตรบุญธรรมของท่านอ๋องแห่งป่าสู้ ไม่มีใครรู้ว่า ซือ อี้โหว ยังไม่ตายและอยู่ตรงนี้ ตอนนี้จะมีแค่เพียง หลิว อี้โหว เท่านั้น และแล้วพระชายาก็ได้กลายเป็นหญิงลูกหนึ่งไปเสียแล้ว
        เมื่อได้การดังนั้น เธอจึงต้องเดินกลับไปยังห้องเดิมที่มา โดยท่านอ๋องขอตัวก่อน ทำให้เธอต้องเดินมาบอกกล่าวเพียงคนเดียว เมื่อเข้ามาด้านใน ก็เห็นอี้โหวกับผู้ดูแลหรือพี่เลี้ยงไปเลยล่ะ ..กำลังพูดคุยกันอยู่
        “อะ..พระชายา” ทั้งสองก้มคำนับเธอ ก่อนที่เธอจะยิ้มบางๆ แล้วรับคำนับทั้งคู่

        “นั่งเถอะไม่เป็นอะไร” พระชายาพูด ก่อนที่จะยิ้มบาง แล้วเดินมานั่งข้างๆอี้โหว
        “ทั้งข้าและท่านอ๋อง พูดคุยกันดีแล้ว เราสองจะรับเจ้ามาเป็นบุตรบุญธรรม”พระชายาพูด ทำให้อี้โหวที่กำลังนั่งอยู่นั้นต้องเบิกตากว้างไปด้วยความตกใจ
        “อะ..เอ่อ..!!??? เอ๊ะ!!!” เข้ากระอึกกระอัก
        “ไม่ต้องเป็นห่วง เจ้าอยู่ที่นี้จะปลอดภัย อย่างไรก็ตามจงทำตัวให้สมเกียรติที่เจ้ามี ณ ตอนนี้ เจ้าไม่ต้องกังวนอะไร” เธอพูดกับอี้โหว แล้วหันไปหาคนดูแล “เจ้าคงจะรู้แล้วสินะ ไปเตรียมเสื้อผ้าให้กับนายน้อยของท่านอ๋อง กับจัดห้องนอนของนายน้อยด้วยนะ หรือเจ้าอยากได้ห้องนี้เป็นห้องของเจ้าข้าก็ไม่ว่า” เธอยิ้มบางๆ เปล่ากับเด็กหนุ่ม วัย 10 ขวบปี เขานั้นกำลังอึกอักอย่างไม่รู้สึกตัว เพราะกำลังอยู่ในอารมณ์ตกใจสุดขีดไม่นึกว่าใจดีทั้งสองนี้จะใจดีถึงขั้นนี้กับเขา
        ขอบคุณมากขอรับพระชายา!!!” อี้โหวกล่าวด้วยความยินดี รวมถึงก้มคำนับเธอ
        “ดูเหมือนว่าเจ้าจะเรียกข้าผิดนะ??” หญิงสาวพูดยิ้มๆ

        "เอ๊ะ..เอ่อ..ท่านแม่”





แสดงความคิดเห็น

ได้อซืออี้โหวเป็นบุตรบุญธรรม  โพสต์ 2017-10-18 01:15

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +55 เงินตำลึง +3800 ชื่อเสียง +500 ความหิว -10 Point +8 ย่อ เหตุผล
Admin + 55 + 3800 + 500 -10 + 8

ดูบันทึกคะแนน

https://xn--12cn8be2ck0h5b.com/source/plugin/levsign/statics/images/e3.jpgดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x60
x15
x22
x36
x20
x10
x775
x500
x13
x104
x2118
x191
x73
x1038
x12
x2
x373
x664
x5
x5
x110
x120
x9999
x15
x82
x260
x624
x85
x395
x3789
x5803
x2700
x1
x1
x1
x48
x98
x6
x192
x143
x78
x4
x835
x2

126

กระทู้

1973

โพสต์

37หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
17
เงินตำลึง
127
ชื่อเสียง
177316
ความหิว
1116

ตราหุบเขาปีศาจ

คุณธรรม
3390
ความชั่ว
5377
ความโหด
2673

ฉง ลู่เต๋า

"หึ..มนุษย์"
pet
โพสต์ 2017-10-19 01:14:59 | ดูโพสต์ทั้งหมด
จดหมาย

          ในช่วงเช้าของวันหนึ่ง พระชายาที่กำลังพึ่งตื่นเนื่องจากโดนปลุกด้วยเสียงกุ๊บๆ แถวๆหน้าจวน ได้ลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวทำกิจวัติประจำวัน อย่างเงียบๆ เหงาๆ โดยเมื่อเดินออกมาจากห้องนั้น สิ่งที่เธอสังเกตุคือ ดูเหมือนว่าจวนจะดูครึกโครมขึ้นแล้วสิ?

          เธอหันไปถามเหล่าคนใช้ แล้วยิ้มบางพระชายา นั้นได้เดินไปหาท่านอ๋องที่กำลังพักผ่อนหย่อนใจอยู่ในส่วนด้านหลัง

          ทั้งสองนั่งคุยกันอยู่สักพักหนึ่งจนมีคนเดินเข้ามาหาหาบอกเรื่องอาการของนายน้อย(?) อี้โหว มันดีขึ้นมากจนตอนนี้รอยแผลก็เกิดที่จะหายไปทั้งหมดแล้วเหลือแค่รอยฟกช้ำเล็กๆง่ายๆ ทำให้พระชายาและท่านอ๋องรู้สึกดีที่บุตรบุญธรรมของตนกำลังจะหายในอีกเร็ววัน

          “ความจริงข้าก็ใกล้ที่จะหายแล้วท่านแม่ ท่านพ่อ..แต่ข้าอยากให้อาการมันคงที่น่ะขอรับท่านแม่” อยู่ๆคนที่เธอกำลังพูดถึงก็เดินเข้ามาเสื้อผ้าของเขาดูแปรเปลี่ยนไปให้เข้ากับฐานะในตอนนี้ของเขา สามคนพ่อแม่ลูกนั่งพูดคุยกันถูกปัญหาเชาว์รวมถึงสานสัมพันธ์ภายในครอบครัว ก่อนที่เธอนั้นจะรับรู้ถึงความรู้สึกที่คิดถึงบ้านเกิดเมืองนอน

          ก่อนที่จะหันไปแล้วสอบถาม พระสวามีของตัวเธอเองแล้วยิ้มบางๆให้ถึงเรื่องที่อยากจะส่งจดหมายกลับไปหาท่านพ่อท่านแม่ยังเมืองฉางซา

          เป็นไปดังข้าท่านอ๋องนั้นตามใจเธอแทบจะทุกอย่างจนทำให้หญิงสาวต้องยิ้มบางๆแล้วขอตัวให้สองพ่อลูกคุยกันไป

          ส่วนเธอนั้นก็ขอตัวเดินมาเขียนจดหมายถึง บ้าน สกุลหลิน ณ เมืองฉางซา มือบางนั้นลงบรรจงเขียนเรื่องราวที่ผ่านมาอย่างงดงาม ดวงตาสีม่วงนั้นพราวประกายเมื่อนึกถึงเรื่องราวแต่ละอย่าง ก่อนที่จะลงมือเขียนอย่างปรานีต ให้ทั้งท่านพ่อท่านแม่รับรู้เรื่องราว รวมถึงสิ่งที่เธออยากจะให้พี่ชายของเธอนั้นมาช่วยอะไรสักอย่าง เมื่อเขียนเสร็จเธอจึงสั่งให้ทหารนำไป ส่งให้กับเธอ




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -4 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -4 + 3

ดูบันทึกคะแนน

https://xn--12cn8be2ck0h5b.com/source/plugin/levsign/statics/images/e3.jpgดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x60
x15
x22
x36
x20
x10
x775
x500
x13
x104
x2118
x191
x73
x1038
x12
x2
x373
x664
x5
x5
x110
x120
x9999
x15
x82
x260
x624
x85
x395
x3789
x5803
x2700
x1
x1
x1
x48
x98
x6
x192
x143
x78
x4
x835
x2

ข้อความล้วน|อุปกรณ์พกพา|

Copyright © 2001-2012 | The Legend of Wulin  สงวนลิขสิทธิ์ | GMT+7, 2019-11-23 04:49

ขึ้นไปด้านบน