ดู: 86|ตอบกลับ: 6

{ เมืองผิงหยวน } คฤหาสน์สกุลเจิน

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-12-9 02:30:59 |โหมดอ่าน


คฤหาสน์สกุลเจิน
[ เ มื อ ง ผิ ง ห ย ว น ]





คฤหาสน์หลังใหญ่หรูหราของเมืองผิงหยวน อยู่ห่างตัวเมืองห้าสิบลี้
เป็นคฤหาสน์หลังใหญ่ที่มีการตกแต่งงดงาม รวมถึงด้านหน้ายังมีสระปลางดงามให้เชยชม
บรรยากาศร่มรื่นไปด้วยน้ำและต้นไม้ แต่ไม่แน่เหมือนกันว่ามันจะร่มรื่นจริงหรือปล่าว
เพราะได้ข่าวว่าช่วงกลางคืนมักจะมีสายตาของใครบางคนที่จ้องมองคุณ..



เจ้าของจวน
บัณฑิตเจิน จูซาน


อุปนิสัย :: เป็นมิตร ใจดีชอบช่วยเหลือคนที่ลำบาก มีความุ่งมั่นมานะและเก็บหอมรอบฤทธิ์
เสียแต่ติดสบายไปเสียหน่อย แต่มีความจริงใจกับคนที่เข้าหามาเสมอ
ชอบอ่านหนังสือและท่องตำรา แต่กลัวผีอย่างมาก
ของชอบ :: การอ่านตำราที่ไม่เคยได้รับ สระน้ำไหลใสเย็น สถานที่สงบๆ สตรีเสียงแตกหนุ่ม

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 Point +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 10

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2018-12-9 09:02:20 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Baoling เมื่อ 2018-12-9 09:04


ต้องกลัวเบอร์ไหน

         เด็กสาวและชายหนุ่มนั้นในที่สุดก็เดินทางมาจนถึงคฤหาสน์สกุลเจินเสียแล้ว ดูเหมือนว่าจะเป็นอย่างที่เขาบอกว่าที่นี้นั้นเป็นคฤหาสน์ที่ใหญ่ดีจริงๆนั้นล่ะมีทั้งสระน้ำมีทั้งตัวคฤหาสน์ที่ดูสวยงาม เด็กสาวนั้นถอนหายใจ ไม่เข้าใจเลยว่าจะสร้างอะไรใหญ่ๆแบบนี้มาทำไม…..

         ……….คนที่มีบ้านเป็นถ้ำนี้ไม่ต้องคิดหรอกมั้ง?......

         เป่าหลิงนั้นถอนหายใจ ก่อนที่จะเดินนำม้าไปผูกไว้ แล้วลูบแผงคอของอาชางามเฟิ่งหวงของเธอ แล้วหันไปทางลู่เต๋าเองก็ทำเหมือนกัน นางเหลือบมองไปรอบๆ เพื่อที่จะดูว่าที่นี้มีอะไรหรือปล่าว ดูเหมือนว่าจะมีสวนด้านหน้า ด้านหลังแล้วก็สระน้ำ ไหนจะทางเดินรอบๆนี้อีกล่ะ..งานนี้คงไม่จบแค่การสำรวจหรือปล่าวนะ..

         “ลู่เต๋า เจ้าหาด้านนอกนะ ข้าจะไปดูด้านในตัวคฤหาสน์เอง เอาเจินจูไปด้วย หากมีอะไรก็ให้มันตะโกนแหกปากนั้นล่ะ เดี๋ยวมันก็ตื่นเอง” เด็กสาวกล่าวอย่างงั้นก่อนที่จะให้อีกฝ่ายเอาเจินจูไว้ แต่ทว่าอยู่ๆก็คิดอะไรได้ต่อ หากมีเจินจูแล้วหลงทางไอ้สองคนนี้คงไม่มีสมองเหมือนกันเป็นแน่เลย… “ฝ้าเฉี่ยเจ้าไปด้วยแล้วกัน” เด็กสาวนั้นกล่าวต่อ ฝ้าเฉี่ยนั้นบินรอบตัวเธอก้อนที่จะบินไปเกาะตรงไหล่ของลู่เต๋า

         “ดูแลกันให้ดี อย่าให้ลู่เต๋าเป็นอะไร หากข้ารู้ว่าเขาเป็นอะไร ข้าจะจับพวกแกถอนขนที่ละเส้นเป่าหลิงกล่าวบอกกับเจินจูที่ตอนนี้ทำหน้าเหมือนกับช๊อคไปแล้วส่วนฝ้าเฉี่ยก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆเหมือนกับจะบอกว่า เรื่องเถอะ

         เด็กสาวนัยต์ตาสีม่วงดอกพวงครามนั้นเดินเข้าไปก่อน เธออยู่ด้านหน้าคฤหาสน์สกุลเจินหลังใหญ่เลยทีเดียว ก็คงดีนั้นล่ะหลายหมื่นชั่งเหมือนกันนั้นล่ะ เอาเถอะ มือเรียวบางของหญิงสาวนั้นมองดูสภาพรอบนอกที่น่าจะถูกทิ้งร้างมามากกว่าหนึ่งเดือน คงจะกลัวจนหัวกรนก็เลยต้องไปอยู่ที่อาศรมนักพรตสินะ?...

         ถ้าแค่สายตาของหญิงสาว แถมยังไล่ไม่ไปอีก มันจะเป็นวิญญาณประเภทไหนกันถึงไม่กลัวพระกลัวเจ้า….ขนาดเธอยังเกรงเลย มือเรียวบางของนางนั้นพยายามกุมขมับ ก่อนที่จะเหลือบมองว่าลู่เต๋าก็เดินไปเงียบจ้องมองไปรอบๆด้านนอก สงสัยเธอคงต้องเข้าไปด้าน…

         เอ๊ะ?...

         “อ้อ..คนที่บอกตอนนั้น” นัยต์ตาสีม่วงดอกพวงครามนั้นเลิกคิ้ว ก่อนที่จะเดินเข้ามาด้านใน ผู้หญิงที่บอกว่ามารับงานก่อนสินะ.. คงจะมาก่อนเธอแล้วล่ะนะ.. แต่ทว่ากลับไม่เห็นม้า หรือว่านางเดินทางมา หากนางเดินเท้ามาจริง เป่าหลิงก็ต้องเห็นสิ เพราะว่าเธอขี่อาชาฮั่นเสี่ยและเฟิ่งหวงเชียวนะ?

         “บ้าจริง..” นางถอนหายใจ ก่อนที่จะเดินเข้าไปด้านใน ดูเหมือนว่าสภาพยังคงเหมือนเดิมนั้นล่ะ ไม่มีของอะไรหายไป หรือว่าของพวกนั้นจะไม่ใช่ขโมยหากเป็นขโมยจริงๆ ของต้องหมดบ้านนี้ไปแล้ว หรือว่าจะเป็นวิญญาณจริงๆนะ?.. เด็กสาวนั้นเดินไปทั่วตัวคฤหาสน์สกุลเจิน ชั้นแรก มือของเธอแตะไปที่โต๊ะที่มีฝุ่นเกาะหนาเตอะ …

         เอาเถอะ..มีเพียงอาหารที่หายไป…

         “ถ้ามีวิญญาณก็ออกมาด้วยล่ะ...ข้าไม่อยากจะเหนื่อยกับการตามหาหรือจ้องมองอะไรมากหรอกนะ” เป่าหลิงกล่างเสียงดังอย่างเหนื่อยๆ … “เฮ่..มีใครอยู่ไหม..ตอบที..” ก่อนที่จะร้องอีกครั้ง อ่ะ ลืมไปว่าน่าจะมีสตรีที่มาก่อน…

         “เฮ่..ข้ามาจากเจ้าของคฤหาสน์สกุลเจิน มีใครอยู่ไหม?” นางกล่าวอีก







แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +2 คุณธรรม +1 ความชั่ว โพสต์ 2018-12-9 14:32

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -36 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -36 + 5

ดูบันทึกคะแนน

ดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ทวนยาว
ตะกร้าสาน
ดวงตาสวรรค์
ตัวเบาร่มนภา
ดมกลิ่น
หน้าไม้กล
วิจารณ์ซางยาง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x20
x21
x9999
x1736
x1687
x15
x10
x5874
x5
x10
x50
x38
x15
x75
x8
x24
x268
x4
x2
x22
x20
x23
x8
x409
x100
x30
x4
x30
x105
x2
x100
x243
x25
x9999
x1546
x3763
x50
x75
x9999
x4730
x2156
x5778
x4682
x3339
x94
x40
x1500
x858
x138
x9999
x2700
x100
x20
x584
x1
x1
x15
x1
x4
x6099
x10
x1
x9999
x205
x2
x68
x9083
x188
x86
x1
x1
x562
x1
x232
x1
x2
x4
x1
x48
x989
x12
x5
x2
x2
x20
x3
x5014
x6
x82
x142
x50
x2
x9
x5
x1
x3
x3
x4
x3
x30
x4
x32
x66
x212
x1708
x50
x5
x3
x438
x1494
x7200
x5092
x1656
x3934
x835
x15
x1457
x181
x2464
x140
x2217
x299
x7459
x9198
x6423
x1
โพสต์ 2018-12-9 19:21:17 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Baoling เมื่อ 2018-12-9 19:29


ประสบพบเจอ เจ้าอีกแล้วหรอ?!

       เด็กสาวนัยต์ตาสีม่วงดอกพวงครามนั้นจ้องมองไปยังคฤหาสน์ที่ค่อนข้างมืดสลั่วเรียกได้ว่า ด้านในนั้นค่อนข้างที่จะรู้สึกอะไรบางอย่าง มันก็น่าจะรู้สึกจริงๆ มือบางของเธอนั้นถือคบเพลิงพร้อมทั้งเดินดูรอบๆ ดูเหมือนว่าคนที่มาก่อนอาจจะไม่ได้ยินเสียงเธอหรือปล่าวนะ?..

      “.....ตึก” หืม?

       เป่าหลิงนั้นเริ่มซ่อนตัวเองทันทีเธอแนบกายของตนเองไว้หลังบานประตูเมื่อได้ยินเสียงผีเท้าเดินลงมา ไม่แน่ใจว่าสตรีคนนั้นมาเป็นมิตรหรือว่าเป็นศัตรูเพราะฉะนั้นหลบไว้ก่อนน่าจะดีกว่า นัยต์ตาสีม่วงดอกพวงครามนั้นจ้องมองไปทางเพดาลสูง ... ก่อนที่เมื่อใครบางคนเดินทางเข้ามา นางก็เตรียมที่จะฟาดขาเพื่อที่จะดูว่าเป็นคนร้ายหรือปล่าว..

       แต่ทว่าข้างในคฤหาสน์นั้นยังมืดอยู่ เพราะฉะนั้นเธอจ้องต้องใช้อีกมือถือคบเพลิงไว้ในมือ การโจมตีของเป่าหลิงนั้นโดนหลบได้ โดยที่หญิงสาวเอี้ยวตัวหลบอย่างรวจเร็วแล้วขยับกายของตนเองมา ก่อนที่จะใช้มือของนางรวบมือของเป่าหลิงเอาไว้ การต่อสู้ในความมืดนั้นเริ่มขึ้น โดยที่ไม่มีใครยอมใคร..

        “อุ๊!!” แต่สุดท้าย คนที่ตัวสูงกว่าย่อมได้เปรียบ นางดันเป่าหลิงแนบชิดกับกำแพงผนังของคฤหาสน์แห่งนี้ ก่อนที่เป่าหลิงนั้นจะจ้องมองนัยต์ตาสีเขียวมรกตของสตรีตรงหน้า มันช่างดูคุ้นหูคุ้นตาจริงๆ … “!! อ้าว..เจ้าเองเหรอ ...ว่าแต่เจ้ามาทำอะไรที่นี่” ใบหน้าของสตรีชาวโรมันนั้นปรากฏขึ้นมาก่อนที่แสงจากคบเพลิงนั้นจะส่องถึง นัยต์ตาสีเขียวมรกต และเส้นผมสีขี้เถ้าสว่าง..

       “เจ้า!?” เป่าหลิงนั้นตกใจเล็กน้อย.. ก่อนที่เธอจะรู้ตัวว่านางอยู่ในสถานะการณ์ที่ล่อแหลมขนาดไหน “ปล่อยข้า!!” เป่าหลิงกล่าว เด็กสาวในชุดม่วงเร่งบอกเช่นนั้น ก่อนที่จะผลักอีกฝ่ายให้ออกห่างจากเธอ เหตุใดถึงมาเป็นสตรีผู้นี้ สิ่งที่เธอควรเจอมันคือคำตอบไม่ใช่หรือ? หรือว่านี้คือคำตอบหรอ? ไม่จริงหรอก ไม่มีทางเป็นไปได้ นางไม่ได้กระวนกระวายใจอะไรให้สตรีร่างแดนผู้นี้หรอก!!?

        “อ่ะๆ...แหม่มาถึงก็ผลักไสข้าเลยนะ” ศิริกล่าวเป็นภาษาละติน แต่คราวนี้ไม่เหมือนครั้งที่แล้ว เนื่องจากว่าเป่าหลิงนั้นรู้ความหมายของภาษาละตินเป็นที่เรียบร้อยจากการเดินทางที่ซีอวี้ในครั้งนั้น “ข้าจะผลักเจ้า มันก็เรื่องของข้า..ออกไป” คราวนี้เป่าหลิงนั้นกล่าว เนื่องจากว่าตอนแรกเธอผลักไสแต่อีกคนนั้นกลับมีกำลังมากกว่า ทำให้ไม่หลุด

        นัยต์ตาของนางนั้นเบิกกว้างเล็กน้อย ก่อนที่จะคลียิ้มแล้วนำมือที่ทาบปิดทางเป่าหลิงออก “เจ้าพูดภาษาข้าได้” ซิรินั้นยิ้มร่าออกมา

       “เอาไว้ด่าสตรีเช่นเจ้า” เป่าหลิงกล่าวต่อ นางสะบัดตัวออกไป ก่อนที่จะถอนหายใจเล็กน้อย ทำไมต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วยนะ

       “เห..เจ้านี้ชอบชักสีหน้าใส่ข้าจริงๆเลยนะ..แต่ช่างเถอะ เจ้ามาทำอะไรที่นี้” ซิรินั้นกล่าว ก่อนที่จะเหลือบหันมาถามเป่าหลิงที่กำลังเอามืดปัดชุดของตนเองอยู่ “ข้ามาทำสัญญาจ้าง เจ้าไม่ได้หยิบมันออกไปจากป้ายประกาศ หากเจ้าจะทำ เจ้าควรที่จะหยิบมันออกมา คนอื่นจะได้ไม่ต้องทำซ้ำซ้อน” เด็กสาวร่างเล็กนั้นกล่าวอีก

       “เช่นนั้นหรอ แหม่แบบนั้นก็ลำบากเลยนะ ข้าไม่รู้นี้” ซิริตอบ
       “...ข้ามาเพราะว่านายจ้างจะจ้างข้าต่อนั้นล่ะ ทั้งสองเลย แล้วทำไมเจ้าจะต้องมาทำสัญญาจ้างอะไรแบบนี้ด้วย มองเห็นผีหรือไง?..”
        “ฮ่ะๆ..ก็นะ ข้ากำลังเดินทางท่องเที่ยวไปตามสถานที่ต่างๆ แล้วก็กำลังศึกษาภาษาพวกเจ้าไปหน่อย ตอนนี้ข้าพอพูดได้นิดหน่อยนะ แต่พอเดินทางผ่านมาที่นี้เห็นประกาศใบนั้นเข้า ก็เลยคิดว่าโลกใบนี้มันมีด้วยหรอ...เผื่อว่ามันเป็นปีศาจข้าจะได้จัดการมันไง” ซิรินั้นกล่าวพูด เป่าหลิงชักสีหน้าใส่อีกฝ่ายเล็กน้อย ...ปีศาจ..เหอะ…

        “เอาเถอะหากเป็นเจ้าทำ ข้าจะขอถอนตัวออกจากสัญญาจ้างตรงนี้” เด็กสาวชุดม่วงนั้นกล่าวนางไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับสตรีตรงหน้ามากกว่านี้ ยิ่งคนที่มีเส้นผมสีขี้เถ้าเทาเงินอะไรแล้วด้วย รังแต่จะสร้างปัญหา..

        “เหตุใดเจ้าต้องถอนตัว เรามาร่วมกันทำก็ได้นี้” ซิรินั้นกล่าวถามอีกครั้ง ก่อนที่นางจะขยับเข้ามาใกล้ “กลัวใจเจ้าจะเต้นตึกตักใส่ข้าหรือ?”

       “ตุ๊บ!!!” เสียงหมัดนั้นต่อยอัดไหล่ของสตรีชาวโรมัน นางต้องหลบก่อนที่จะเฉียดไปเล็กน้อย นัยต์ตาของเป่าหลิงนั้นเป็นสีแดงก่ำ บ่งบอกได้ว่านางกำลังโกรธที่ซิรินั้นกล่าวเช่นนั้น ก็พอรู้มาบ้างว่าสถานที่แห่งนี้มิรับอะไรแบบนี้ คงเป็นวัฒนธรรมที่ว่านั้นสินะ..

        “ข้าเกลียดเจ้า”  เสียงหวานใสของเด็กสาวในชุดม่วงนั้นพูดชัดถ้อยชัดคำ จนซิริต้องแปลกใจ นางกล่าวเช่นนั้นใส่ซิริอย่างไม่นึกจะคิดอะไรเลย หรือว่านางจะเกลียดจริงๆ … เอาเถอะ “ข้าไม่พูดก็ได้ๆ เอาล่ะ..ดูเหมือนว่าคฤหาสน์หลังนี้จะมีวิญญาณจริงๆนั้นล่ะ แต่ไม่แน่ใจว่าเป็นวิญญาณประเภทไหน...หากจะทำได้จัดการได้คงต้องรู้เรื่องราวเพิ่มเติม”

        “ก็แค่เรียกให้มันออกมาก็พอแล้ว” เป่าหลิงพูดเธอไม่แม้แต่จะมองหน้าซิริด้วยซ้ำไป
        “ข้าลองแล้วแต่นางไม่ยอมโผล่มาให้เห็นเลย ดูเหมือนว่าเราต้องหาสิ่งที่เกี่ยวข้องกับนางเพิ่มเติม การบังคับนางให้ออกมาวิญญาณของนางอาจจะต้องแย่ก็ได้..ข้าไม่อยากทำให้วิญญาณของนางต้องไปปนกับอสูรกาย หากมีโอกาศช่วยจริงๆ ข้าก็อยากให้นางนั้นไปสู่สุขคติได้นั้นล่ะ” เสียงของซิริกล่าวบอกเรื่องราว เป่าหลิงนั้นเงียบไป..

       “เหอะ..อสูรกาย” นางสถบแค่นั้น นางเองก็เป็นเหมือนกันทั้งวิญญาณ ทั้งปีศาจ ทั้งมาร ทั้งอสูรกาย แบบนั้นก็กำจัดนางเสียให้รู้แล้วรู้รอดเลยสิ… ใส่ใจอะไรขนาด………

       ตรูคิดอะไรอยู่ว่ะ!!!!

        เป่าหลิงนั้นเบิกนัยต์ตาตนเองกว้าง ก่อนที่จะรีบสายหัวโดยบันดลจนทำให้ซิรินั้นเหลือบสายตามอง “เจ้าเป็นอะไร?” นางกล่าวถาม ก่อนที่จะเดินมาใกล้กับเป่าหลิง แต่ทว่าเมื่อใกล้มากๆ จนมือของนางเริ่มที่จะเข้ามาจับเป่าหลิง เด็กสาวก็ปัดมันออกอย่างไม่ใยดี..

       “อย่ามาจับนะ!!..” เธอพูดแบบนั้น..ใบหน้านั้นแสดงอารมณ์ที่ค่อนข้างแปลกๆ ออกมา จนซิริเองก็แปลใจกับสิ่งที่นางทำเช่นเดียวกัน “...ข้าจะช่วยเจ้าก็ได้..และหลังจากนี้ข้าจะไม่เจอเจ้าตลอดชีวิต” เป่าหลิงนั้นกล่าวบอก ก่อนที่จะรีบเดินออกไปข้างนอกทันที..โดยที่ไม่เห็นใบหน้าที่เปื่อนยิ้มของสตรีผมสีเขม่าควันที่มีรอยยิ้มแปลกๆ…

       เด็กสาวนัยต์ตาสีม่วงดอกพวงครามนั้นเดินออกมาจากตัวคฤหาสน์ หลังใหญ่ซึ่งเป็นที่สิงสถิตของวิญญาณไร้นามที่ตอนนี้เธอก็ยังไม่อาจเรียกออกมาได้ เด็กสาวนั้นเดินออกมาด้านนอกตรงบริเวณสระน้ำขนาดใหญ่ที่เธอนัดกับบุตรชายของตนเองไว้ดูเหมือนว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นเพราะเธอไม่ได้ยินเสียงร้องแหกปากของเจ้าหมูวาสนาหรือที่เธอเรียกมันว่าไอ้หมูนรก

       เมื่อเดินออกมาเธอก็ได้เห็นบุตรชายของตนเองที่กำลังนั่งอ่านม้วนตำราอย่างสบายใจโดยที่ข้างๆนั้นมีเจ้าหมูวาสนาและผีเสื้อมายาบินอยู่รอบกาย

       “ได้เรื่องอะไรมาบ้างไหม” เป่าหลิงเดินเข้ามาถาม
       'ไม่ได้เลยนะเป่าหลิง ข้าจับสัญญาณได้เพียงพลังวิญญาณ แต่ไม่อาจเรียกออกมาได้ ดูเหมือนว่าจะมีความสัมพันธ์กับสถานที่แห่งนี้ด้วยซ้ำไป นางไม่ยอมออกมาให้พวกเราเห็น' ผีเสื้อมายาผู้ซึ่งเป็นสหายสนิทของเด็กสาวนั้นได้ตอบคำถาม ก่อนที่จะเหลือบมองบริเวณสตรีด้านหลังของเด็กสาวนัยต์ตาสีม่วงดอกพวงคราม ผู้ซึ่งมองอย่างไรแล้วก็คงจะเป็นชาวตะวันตกหรือชาวโรมันเป็นแน่ แต่ทว่าสิ่งที่แตกต่างคือพลังอำนาจอันมหาศาลและความรู้สึก

       ‘เป่าหลิงนางไม่ใช่คนธรรมดานางสามารถฆ่าปีศาจอย่างเราได้…’ ฝ้าเฉี่ยนั้นกล่าวบอกกับเป่าหลิง ก่อนที่เขาจะบินพุ่งตรงไปใกล้ๆกับเป่าหลิงทันที เพื่อเป็นการคั่นระยะห่าง

       ‘อะไรนะ!! ….จริงสิ…!!!...หรือว่า...วิชเชอร์??..คือนักล่าปีศาจหรือ?..แล้วนางรู้หรือเปล่าว่าข้าเป็นมารปีศาจ’ เป่าหลิงนั้นรีบถามทันที โดยที่ทั้งสองคนนั้นพูดคุยกันผ่านทางจิตใจที่ทั้งสองได้เชื่อมต่อ ไม่แปลกที่ว่าซิรินั้นจะไม่ได้ยินอะไร..
       ‘รู้แน่นอน...แล้ว..นางต้องการอะไร’ ฝ้าเฉี่ยนั้นกล่าวตอบและถามในประโยคเดียว
       ‘ข้าไม่รู้ว่านางต้องการอะไรข้าไม่อยากใส่ใจ..’ เป่าหลิงนั้นถอนหายใจ ก่อนที่จะขมวดคิ้ว สายตาที่เธอมองซิรินั้นเริ่มไม่ไว้ใจขึ้นทุกที

        “เจ้าคุยกับใครอยู่น่ะนั่นใครหรือ” สตรีชาวโรมันนั้นเดินเข้ามาหาเด็กสาว นางเหลือบสายตามองไปรอบๆก่อนที่จะคิดอะไรบางอย่าง บุรุษในชุดสีดำทมิฬใส่หน้ากากสีเดียวกันที่นอนอ่านตำราม้วนไม้ไผ่อยู่นั้นดูเหมือนว่าจะเป็นปีศาจเหมือนกัน และอีกอย่างผีเสื้อที่บินอยู่โดยรอบก็เหมือนกัน เธอคงปฏิเสธไม่ได้แล้วว่าสตรีที่อยู่ข้างกายของตนเองนั้นไม่ใช่ปีศาจ

       แต่ดูเหมือนว่าพลังของนางจะยังไม่ตื่นเต็มตัว เพราะถ้าหากตื่นกลิ่นจะต้องชัดมากยิ่งขึ้นกว่านี้แต่นี่กลิ่นยังไม่ชัดเท่าไหร่เพราะฉะนั้นนางอาจจะเป็นลูกครึ่ง

       “ไม่ต้องพูดอะไรให้มากความ เราจะกลับไปหาเจ้าของคฤหาสน์หลังนี้เพื่อถามที่อยู่เดิมของเจ้าของเดิมของคฤหาสน์หลังนี้ เราจะได้รู้ว่าตัวภูตผีตนนี้เป็นสตรีเช่นไรหรือว่าเกิดขึ้นอะไรเกิดอะไรขึ้นมา ส่วนเจ้าเฝ้าอยู่ที่นี่ถ้าจะเดินทางไปคนเดียว” เป่าหลิงนั้นรีบตัดสินใจ

       “ได้อย่างไรถ้าจะเดินทางไปกับเจ้าด้วยจะให้เด็กสาวเดินทางไปคนเดียวได้อย่างไร”
       “เจ้ารู้อยู่แล้วไม่ใช่หรือว่าข้าไม่ใช่เด็กสาว ไม่ต้องมาโกหกข้าเสียหายยาก”
       “แล้วทำไมเจ้าถึงคิดว่าข้าจะปล่อยเจ้าให้เดินทางไปคนเดียว เจ้าให้คนของเจ้าเฝ้าอยู่ที่นี่เราเดินทางไป 2 คนนั้นจะไวกว่า” สตรีชาวโรมันนั้นออกความคิดเสนอส่วนเด็กสาวก็เริ่มชักสีหน้าเนื่องจากว่าเธอนั้นไม่อยากที่จะออกเดินทางไปกับอีกฝ่ายสองคน

       “หากเจ้าไม่คิดอะไรกับข้า เจ้าก็เดินทางไปกับข้าได้ไม่ใช่หรือหรือว่าเจ้าคิด” ซิรินั้นพูดถามยิ้มๆ
       “ทำไมข้าถึงจะต้องเดินทางไปกับคนที่สามารถฆ่าข้าได้?? ตอบข้าสิ? คิดว่าข้าไม่คิดถึงความปลอดภัยหรือ อย่างน้อยข้าก็ไม่ได้โง่ ถึงแม้ข้าจะทำตัวตอแหลต่อหน้าคนอื่นก็ตามที แต่สายตาที่จับจ้องของเจ้า มันทำให้ข้าได้รู้ว่าข้าไม่สามารถแสดงละครต่อหน้าเจ้าได้ ….ใช่ไหมล่ะ วิชเชอร์ สตรีร่างเล็กนั้นเหลือบมองใบหน้าของหญิงสาวชาวโรมันผู้มีนัยต์ตาสีเขียวมรกต ก่อนที่ทั้งสองจะสบตากัน..

       “ตอนนั้นเจ้าฟังไม่ออกด้วยซ้ำไป ทำไมถึงรู้ว่าข้าเป็นสิ่งนั้นล่ะ” ซิรินั้นไม่ได้มีท่าทีตกใจอะไรมากมาย นางคลียิ้ม ก่อนที่จะกอดอกตามแบบฉบับของตนเอง
        “ข้าจำคำพูดได้ทุกคำนั่นแหละ ถึงแม้ข้าจะไม่รู้ว่ามันหมายถึงอะไร ก็คงจะเป็นตำแหน่งอะไรสักอย่างที่บ่งบอกว่าเจ้าจะฆ่าข้า” เป่าหลิงนั้นกล่าวต่อ เด็กสาวเหลือบสายตานัยต์ตาที่ค่อนข้างเย็นชาใส่กับสตรีชาวโรมัน เมื่อนัยต์ตาสีม่วงของนางสบสายตา ซิริล่าก็เดินเข้ามาหาเด็กสาวร่างเล็ก

       เป่าหลิงนั้นรีบหยิบอาวุธกราดิอุสของตนเองออกมาตั้งท่าทันที แต่ทว่าในพริบตาใบหน้าของซิริล่าก็มาอยู่ห่างกับเธอเพียงคืบ มือของหญิงสาวร่างสูงนั้นจับไปที่เอวของเธอเพื่อล๊อคไว้ไม่ให้เธอดิ้นไปไหน ส่วนมืออีกข้างก็จับไปที่มือถือกราดิอุสของเธอ…..

       “!!!!”
       “ข้าให้สัตย์สาบานว่าข้าจะปกป้องเจ้า” ซิริกล่าว จนเป่าหลิงนั้นเบิกสายตาของตนเองกว้าง เด็กสาวนั้นไม่ได้สะบัดอะไรออกไป แต่พูดประจันหน้าหญิงสาว
       “เหอะ.. ปกป้องตัวเองไปเถอะ มนุษย์ล้วนเชื่อใจไม่ได้ พวกเจ้าก็โกหกไม่ต่างอะไรกับปีศาจอย่างพวกข้าหรอก เลิกยุ่งกับพวกข้าสักที...ปล่อยข้าด้วย”
       “จะให้ข้าเลิกยุ่งได้อย่างไร เราลงเรือลำเดียวกันแล้วนี่ ข้าบอกแล้ว และข้าจะให้คำสัตย์สาบานว่าข้าจะไม่ทำอะไรเจ้า…….จนกว่าเจ้าจะอนุญาต” ซิริล่ากล่าวเช่นนั้นก่อนที่จะผละร่างกายของตนเองออกมาจากตรงนั้นอย่างอ้อยอิ่ง

       “หวังไปเถอะว่ามันจะมีวันนั้น” เป่าหลิงกล่าว นางรีบเดินหนีก่อนที่จะกระโดดขึ้นขี่ม้าทันที รอยยิ้มของซิรินั้นปรากฏขึ้นมา นางหันไปทางลู่เต๋า “ไม่ต้องตามมานะ เฝ้าที่นี้ล่ะ” ก่อนที่จะเดินตามเป่าหลิงไป





แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +5 คุณธรรม +6 ความชั่ว +3 ความโหด โพสต์ 2018-12-9 20:21

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -28 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -28 + 5

ดูบันทึกคะแนน

ดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ทวนยาว
ตะกร้าสาน
ดวงตาสวรรค์
ตัวเบาร่มนภา
ดมกลิ่น
หน้าไม้กล
วิจารณ์ซางยาง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x20
x21
x9999
x1736
x1687
x15
x10
x5874
x5
x10
x50
x38
x15
x75
x8
x24
x268
x4
x2
x22
x20
x23
x8
x409
x100
x30
x4
x30
x105
x2
x100
x243
x25
x9999
x1546
x3763
x50
x75
x9999
x4730
x2156
x5778
x4682
x3339
x94
x40
x1500
x858
x138
x9999
x2700
x100
x20
x584
x1
x1
x15
x1
x4
x6099
x10
x1
x9999
x205
x2
x68
x9083
x188
x86
x1
x1
x562
x1
x232
x1
x2
x4
x1
x48
x989
x12
x5
x2
x2
x20
x3
x5014
x6
x82
x142
x50
x2
x9
x5
x1
x3
x3
x4
x3
x30
x4
x32
x66
x212
x1708
x50
x5
x3
x438
x1494
x7200
x5092
x1656
x3934
x835
x15
x1457
x181
x2464
x140
x2217
x299
x7459
x9198
x6423
x1
โพสต์ 2018-12-10 20:15:30 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Baoling เมื่อ 2018-12-10 20:17


กลับมาแล้ว

        เสียงม้าสองตัวที่กำลังควบอยู่นั้นบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่ากำลังมีใครเดินทางมายังคฤหาสน์หลังใหญ่หรูหราของเมืองผิงหยวน ก่อนที่จะปรากฏร่างของสองสตรีที่กำลังขี่ม้ามาทางนี้ โดยเด็กสาวคนแรกนั้นเป็นเด็กสาวนัยต์ตาสีม่วงดอกพวงครามที่เร่งม้ามาถึงก่อน ส่วนอีกคนนั้นเป็นสตรีชาวโรมัน สิ่งที่เห็นเด่นชัดคือสีผมสีขี้เถ้าของเธอ

        “ถึงสักที..” ซิรินั้นกล่าวบอก นางลงจากหลังม้า ในระหว่างที่เป่าหลิงนั้นกำลังผูกม้าไว้อยู่ แล้วยกร่างของบุรุษที่นอนตลอดทางขึ้นมาพาดบ่าเหมือนอุ้มหมูที่กำลังนำไปเชือด

       “.....มาเถอะเป่าหลิงไปกัน” ซิรินั้นกล่าวให้กับเป่าหลิง นางขยับกายเข้าหาเด็กสาวให้อยู่ใกล้ๆ จนเธอจำต้องขยับออกมา “ไม่ต้องมายุ่ง” เป่าหลิงนั้นกล่าวแบบนั้น ก่อนที่จะชักสีหน้าใส.. สุดท้ายแล้วนางก็ทนไม่ได้อยู่ที ที่ซิรินั้นจะมาแกล้งเธอเช่นนี้..

        เป่าหลิงนั้นเดินเข้ามาภายในคฤหาสน์ก่อนที่ซิรินั้นจะตามมาด้วย นัยต์ตาของเธอเหลือบมองร่างของลู่เต๋าและสัตว์อีกสองคนที่ไม่รู้ว่าหายไปไหน..อ้าว?..หายไปไหน?!!

        “...ลู่เต๋า...ฝ้าเฉี่ย...เจินจู พวกเจ้าอยู่ไหน” เป่าหลิงตะโกนเรียกถาม ก่อนที่จะได้ยินเสียงของฝีเท้าใครบางคนที่เดินออกมาจากตัวคฤหาสน์ของสกุลเจิง นั้นคือร่างของลู่เต๋าที่เดินมาพร้อมกับมืดในมือ เป่าหลิงนั้นขมวดคิ้ว ก่อนที่จะเดินไปหาบุตรชายของตนเอง..

        “เจ้าเป็นอะไร?!” นางกล่าวถาม ก่อนที่จะเช็ดคราบอะไรบางอย่างบนใบหน้าของลู่เต๋า เมื่อได้กลิ่นมันก็เหมือนกับกลิ่นอะไรบางอย่าง เธอรีบพาเดินเข้าไปด้านในพร้อมกับซิริที่เดินตามมา นางพอสงสัยในความสัมพันธ์ของเป่าหลิงและลู่เต๋า แต่มันกลับไม่ใช่เยื่อใยแห่งความรัก..แต่เป็น?? เหมือนผู้ปกครอง

        นัยต์ตาของเธอเบิกกว้างเมื่อภายในคฤหาสน์ที่ตอนแรกเหมือนคฤหาสน์ผีสิงแต่ตอนนี้กลับสะอาดวิ๊งเหมือนใหม่ แถมฝ้าเฉี่ยก็บินไปรอบๆ ดูเหมือนว่าอย่าบอกนะว่า เธอวิ่งไปทางห้องครัวกลับเห็นเหมือนกับปีศาจองลง… เอาล่ะสิ… “ลู่เต๋า..เจ้าก็แค่ไปซื้อที่ย่านการค้าก็จบไหม?” เป่าหลิงนั้นกล่าวบอก..เธอต้องลากบุตรชายของตนเองออกมาแล้วเช็ดๆร่างกายของอีกคน..

        “....เหอะ...ทีกับข้าละไม่สน” ซิรินั้นบ่นอุบอิบ เมื่อเป่าหลิงได้ยินก็เหลือบสายตาไปทางอีกคน ท่าทางของเธอนั้นเหมือนกับเด็กที่คุณแม่ไปรักน้องมากกว่าในสายตาของเป่าหลิงเสียอย่างงั้น

        “......ข้าได้ยินนะ” เป่าหลิงกล่าวก่อนที่จะให้ลู่เต๋านั้นไปล้างตัว ระหว่างที่เธอนั้นเคลียร์ปัญหาอะไรแบบนี้ เป่าหลิงหยิบถังน้ำมาก่อนที่จะสาดราดบนตัวเจ้าสัวที่กำลังนอนอยู่เพื่อให้เขาตื่นอย่างไม่ใยดี






แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +5 คุณธรรม +2 ความชั่ว +1 ความโหด โพสต์ 2018-12-10 20:39

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -22 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -22 + 5

ดูบันทึกคะแนน

ดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ทวนยาว
ตะกร้าสาน
ดวงตาสวรรค์
ตัวเบาร่มนภา
ดมกลิ่น
หน้าไม้กล
วิจารณ์ซางยาง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x20
x21
x9999
x1736
x1687
x15
x10
x5874
x5
x10
x50
x38
x15
x75
x8
x24
x268
x4
x2
x22
x20
x23
x8
x409
x100
x30
x4
x30
x105
x2
x100
x243
x25
x9999
x1546
x3763
x50
x75
x9999
x4730
x2156
x5778
x4682
x3339
x94
x40
x1500
x858
x138
x9999
x2700
x100
x20
x584
x1
x1
x15
x1
x4
x6099
x10
x1
x9999
x205
x2
x68
x9083
x188
x86
x1
x1
x562
x1
x232
x1
x2
x4
x1
x48
x989
x12
x5
x2
x2
x20
x3
x5014
x6
x82
x142
x50
x2
x9
x5
x1
x3
x3
x4
x3
x30
x4
x32
x66
x212
x1708
x50
x5
x3
x438
x1494
x7200
x5092
x1656
x3934
x835
x15
x1457
x181
x2464
x140
x2217
x299
x7459
x9198
x6423
x1
โพสต์ 2018-12-10 23:49:40 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Baoling เมื่อ 2018-12-11 00:48


ข้ารักษาสัญญาเสมอ

       “เจ้าไปพักกันก่อนดีกว่า...ตกลงไหม?” เป่าหลิงนั้นกล่าวกับลู่เต๋าที่ตอนนี้ร่างกายกลับสู่สภาพไม่ใช่พึ่งไปฟัดกับหมาในห้องครัวแล้ว ชายหนุ่มนั้นเหลือบสายตามองคนอีกสองคนที่อยู่ ก่อนที่จะพยักหน้า แล้วเดินไปอุ้มเจินจูจิ้วจางให้ขึ้นไปชั้นบนของคฤหาสน์

        “แหม่..ดูแลดีจังเลยนะ” ซิรินั้นกล่าวถาม เด็กสาวเหลือบมองใบหน้าของอีกคน เธอพยายามทำไม่สนใจสตรีชาวโรมันที่ทำหน้ามุ่ยเป็นตูดลิงอยู่ตรงนั้น ก่อนที่จะเดินไปทางเจ้าสัวที่เด้งตนเองหลังจากที่โดนน้ำสาดจนตัวเปียกเป็นลูกหมาตกน้ำในตอนแรก.. เขานั้นโวยวายไม่หยุด รวมถึงยังไม่คิดที่จะกลับมาที่นี้อีกด้วย..

        “พวกเจ้าต้องการอะไร!! ข้ามีทั้งเงิน ทั้งอำนาจ!! ปล่อย...ปล่อยข้าไปนะ!! ขะ..ขอร้องล่ะ” เสียงของเจ้าสัวผู้ดีตอนนี้นั้นหมดมาด เด็กสาวนั้นใช้สันเท้าด้านหลังของเธอฟาดเข้าไปที่ท้องของอีกฝ่ายจนเสียงร้องนั้นแทบจะจุกเข้าไปที่ลำคอ..

        “เฮ้ย!...” ซิริล่านั้นจ้องมองเด็กสาวที่ทำเช่นนั้นก่อนที่จะรีบเดินมาแยกทั้งสองคน “ใจเย็นๆก่อนเป่าหลิง...เจ้าทำร้ายเขาแบบนั้นไม่ได้นะ ถึงแม้มันจะเป็นชายเลวก็เถอะ” ซิริกล่าวเช่นนั้น เธอจับที่ข้อมือของเป่าหลิงไว้เรียกได้ว่าพยายามหยุดอารมณ์รุนแรงของเป่าหลิง

       “เหอะ...เศษสวะก็เป็นเศษสวะอยู่วันยันค่ำนั้นล่ะ” นัยต์ตาสีม่วงดอกพวงครามของเป่าหลิงนั้นแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงในชั่วพริบตาหนึ่งก่อนที่จะกลับสู่สภาพเดิม เด็กสาวนั้นสะบัดข้อมือของตนเองเพื่อให้หลุดออกจากมือของซิริล่าที่จับอยู่ ก่อนที่จะเดินไปทางห้องโถงของคฤหาสน์หลังใหญ่แห่งนี้..

       “ข้าว่าคงต้องรอให้วิญญาณนั้นโผล่มานั้นล่ะ” เป่าหลิงนั้นกล่าว ซิริก็พยักหน้าหงึบๆ แล้วลากเจ้าสัวนั้นไปไว้ที่กลางห้องโถงโดยที่มัดไว้ตรงเสาใหญ่ที่สุดของโถงคฤหาสน์แห่งนี้ เหมือนกับว่าเป็นเหยื่อล่อ ท่ามกลางเสียงกรีดร้องของเจ้าสัวชู

        จนสุดท้ายแล้วเป่าหลิงจำต้องเอาผ้าอุดปากอีกฝ่ายไว้ เพราะว่าเขาดูกลัวสิ่งที่จะเข้าหาเขาอย่างมาก เด็กสาวนัยต์ตาสีม่วงดอกพวงครามนั้นเดินไปนั่งตรงบริเวณที่นั่งที่อยู่ใกล้ๆ ก่อนที่จะชงชาของตนเองให้เรียบร้อย ส่วนซิริล่าเองก็เดินมานั่งตรงข้ามกับเธอเหมือนกัน..

        “เอ๋?...ไม่เสิร์ฟให้ข้าด้วยหรอ?” ซิริกล่าวถามยิ้มๆ..จนเป่าหลิงนั้นต้องค่อยๆ รินชาให้กับอีกฝ่ายเงียบๆ กลิ่นหอมของชาดอกเบจมาศนั้นกรุ่นขึ้นมา เรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่เป่าหลิงชอบมากเลยล่ะ ซิรินั้นจับจ้องไปที่ใบหน้าของสตรีร่างเล็กยามที่ได้จิบชาดอกเบศจมาศนั้น นางไม่เคยกินเครื่องดื่มรสชาติแบบนี้ กระทั้งตอนที่อยู่กับพ่อที่แท้จรริงของนางเอง เขาไม่ใช่พ่อที่ดีเท่าไร..

       “ทำไมเจ้าถึงไม่มองข้า?..” ซิรินั้นกล่าวถามขึ้น
       “ทำไมข้าถึงจำต้องมองสิ่งที่ข้าเกลียด” เป่าหลิงตอบปัด

        “ปากก็บอกว่าเกลียด ตาก็หลบหนี แต่ใยหัวใจเจ้าเต้นระรัวยามอยู่ใกล้กายของข้า” ซิรินั้นกล่าวบอก นางคลียิ้มให้กับสตรีร่างเล็กที่ไม่แม้แต่จะมองใบหน้าของนาง เป่าหลิงนั้นหยุดมือที่ถือถ้วยชาไปชั่วขณะหนึ่ง ก่อนที่จะจิบมันเงียบๆ

       “ข้าไม่รู้ว่าโลกที่เจ้าจากมามันเป็นโลกแบบไหน แต่ที่นี้ข้าไม่มีรสนิยมแบบนั้น ข้าไม่ได้เป็นคนดีเหมือนที่เจ้าคิด ข้าไม่ใช่มนุษย์ ข้าเป็นคนชั่ว ข้ามันสตรีสำส่อน ไร้ยางอาย ข้าว่าเจ้าควรจะเลิกเล่นอะไรแบบนี้ได้แล้ว..ข้าไม่ใช่ของเล่นของเจ้า” เป่าหลิงนั้นกล่าว เธอปรายดวงตาของตนเองไปที่ใบหน้าของซิริล่า..

        การกระทำของเป่าหลิงนั้นทำให้ซิรินั้นนึกถึงใครบางคน ทั้งเย็นชา ทั้งร้ายกาจ ทั้งอันตราย แต่กลับอบอุ่นยามเมื่ออยู่ใกล้..

       “เจ้าจะหลอกตัวเองถึงขนาดไหน ใจเจ้าก็ไม่อาจหลอกได้หรอกเป่าหลิง” ซิรินั้นจ้องใบหน้าตรงหน้าต่อเช่นกัน เป่าหลิงนั้นถอนหายใจ ใบหน้าของนางนั้นเรียบนิ่ง.. “เจ้าจะเป็นหญิงงามเมืองแล้วอย่างไรหรอ?....”

        “หากข้ารักเจ้าตั้งแต่แรกพบ?” ซิรินั้นเป็นหญิงสาวใจร้อนและอีกอย่างคือนางเป็นสตรีหัวแข็งเหมือนกับบิดาบุญธรรมของตนเองอย่างกับลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นความดีของนางคือความไม่อ้อมค้อม

        “.....ไร้สาระ” เป่าหลิงกล่าว.. แต่ทว่าใบหน้าของซิริกลับเข้ามาใกล้เพียงคืบอีกครั้ง….
        “แล้วทำไมเจ้ายังเก็บสิ่งที่ข้าให้ไว้อยู่...” ซิริกล่าวยิ้มก่อนที่จะค่อยๆขยับริมฝีปากของตนเองให้ใกล้กับริมฝีปากบางของสตรีชุดม่วงขึ้นเรื่อยๆ … น่าแปลกที่คราวนี้เป่าหลิงนั้นไม่ได้ขยับหนีเมื่อใกล้จะสัมผัสแผ่วเบาที่ริมฝีปากได้แตะกันเท่านั้น…


        แต่แล้วจู่ๆ ก็เกิดหมอกสีเขียวก็ฟุ้งไปทั่วบริเวณแห่งนี้ ร่างของซิรินั้นผละกายของตนเองออกจากร่างของเป่าหลิง นางจับให้เป่าหลิงนั้นอยู่ด้านหลังของตนเองก่อนที่จะชักดาบสีเงินนั้นออกมา เป่าหลิงจ้องมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวจเร็ว แต่ทว่านัยต์ตาของเธอนั้นจ้องมองไปที่ตัวอักษรรูนที่สลักเป็นคำว่า….. ‘...........’

       “กลิ่นวิญญาณอาฆาตร” เป่าหลิงกล่าวขึ้น ก่อนที่จะเหลือบมองไปรอบๆ ซิรินั้นพยักหน้า
       “ใช่...ดูเหมือนว่าจะเป็นจริงๆนั้นล่ะ วิญญาณแค้นจริงๆ ...การที่จะทำให้วิญญาณแค้นกลับคืนสูวิญญาณปกติจะต้องจัดการร่างที่คลุมกายไปด้วยแรงอาฆาตรนั้น” ซิริกล่าว..

        “ชะ..ช่วยด้วย...ช่วยด้วย!!! ช่วยข้าด้วย!!!!!!!” เสียงร้องของเจ้าสัวนั้นร้องขึ้นอย่างโหยหวนเนื่องจากว่าเหล่าหมอกควัญสีเขียวนั้นต่างไปรวมตรงบริเวณด้านหน้าของเจ้าสัวหนุ่ม และมันค่อยๆกลายเป็นรูปร่างที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น…


        เป็นร่างของสตรีที่ผิวหนังแห้งกรอบติดกระดูกราวกับรากไม้ ริมฝีปากนั้นไร้ซึ่งซี่ฟันใบหน้าโบตาโลเบิกกว้าง.. เสียงร้องอย่างกรี๊ดร้องทรมารนั้นดังขึ้นมา แล้วเสียงหัวเราะก็เข้ามาแทนที ลิ้นของวิญญาณนั้นค่อยๆแลบออกมาทางคอทรงกระบอกของมัน..

        ยาวเยียวน่าเกลียดและน่ากลัว ไร้เค้าความงามที่เคยมี

        “!!!!” แต่แล้วมันก็ต้องดิ้นไปดิ้นมา เนื่องจากว่าจังหวะที่ลิ้นนั้นพยายามที่เข้าหาเจ้าสัวหนุ่ม มันก็โดนตัดขาดโดยดาบเงินของวิชเชอร์ นัยต์ตาสีเขียวมรกตชองซิรินั้นจับจ้องไปที่วิญญาณของสตรีอาฆาตที่คิดจะฆ่าและล้างแค้นในสิ่งที่เจ้าสัวหนุ่มได้ทำลงไป มันกรีดร้องพร้อมกับอ้าขากรรไกรซึ่งแน่นอนว่าร่างกายของมันเหมือนจะมีต้นไม้ปลูกเข้าไปอย่างมากมายมหาศาล

        “กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด”

        เป่าหลิงนั้นโจมตีระหว่างทางด้านหลังด้วยกลาดิอุสศิลาลวดลายงดงามที่เธอได้มา เรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่เธอเริ่มใช้ได้ถนัดมือ ยามเมื่อมือใหญ่ของมันพยายามพัดผ่านแล้วโจมตีสตรีทั้งสองมันก็ไม่ค่อยเป็นผลอะไรเท่าไหร่ เนื่องจากว่าพวกนางนั้นมีความเร็วที่ค่อนข้างจะเหนือมนุษย์ โดยเฉพาะสตรีเส้นผมสีขี้ที่เร่งโจมตีไปบริเวณหัว

       เสียงกรีดร้องกันดังมาอย่างไม่ขาดสายพร้อมกับแรงอาฆาตที่มากขึ้นเรื่อยๆ

       เด็กสาวร่างเล็กนั้นพยายามจะใช้กราดิอุสของตนเองเพื่อไม่ให้มันโจมตีไปทางด้านหน้าได้มากขึ้น โดยเล็งทำความเจ็บปวดเฉพาะช่วงที่หากเป็นมนุษย์ก็คือจุดตายนั้นเอง เพราะไม่อย่างนั้นมันอาจจะทำให้เสาบ้านพังก็ได้ ...มะ..ไม่ได้เป็นห่วงใครเลยนะ?... ส่วนสตรีชาวโรมันก็ประจันหน้ากับวิญญาณร้ายอย่างไม่คิดชีวิตอย่างน้อยมันก็ไม่ได้น่ากลัวเหมือนกับสิ่งที่เธอเคยต่อสู้มาก่อน

       ทั้งสองนั้นเรียกได้ว่าโจมตีกันไปได้และค่อยๆปัดป้องเป็นบางครั้ง ยามเมื่อมันพยายามโจมตี แต่เนื่องด้วยว่ามันเป็นรากไม้จึงไม่อาจจะทำอะไรอาวุธของวิชเชอร์ซึ่งเรียกได้ว่าดาบที่ดีที่สุด และเป็นอาวุธเงินเสียด้วย.. ส่วนกราดิอุสศิลาของเป่าหลิง ก็เกิดขึ้นการการหล่อหลอมพลังอันบริสุทธิ์ เพราะฉะนั้น มันก็ไม่แปลกหรอก ที่จะเจออะไรเช่นนี้ทำร้ายได้..

       มันพยายามใช้รากไม้ในการเลื้อยเข้ามาเพื่อพันรัดตัว แต่แล้วก็โดนตัดไปอย่างไม่มีเยื้อใยจากคนทั้งสอง มีบ้างที่บางครั้งเป่าหลิงนั้นจะโดนรากไม้มันเลื้อยใส่ แต่ก็โดนซิริช่วยได้ทุกครั้ง เหมือนกับว่านางนั้นใส่ใจนางมากโขอยู่เหมือนกัน…

       “ข้าบอกแล้วไง..ว่าข้าจะปกป้องเจ้า” ซิรินั้นกล่าวยิ้มๆ ในขณะที่กระโดดฟันไปที่หัวของวิญญาณอย่างมาดแมน

       บ้าจริง…

@Admin


แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +2 คุณธรรม +5 ความโหด โพสต์ 2018-12-11 01:02

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +7 เงินตำลึง +500 ความหิว -114 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 7 + 500 -114 + 5

ดูบันทึกคะแนน

ดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ทวนยาว
ตะกร้าสาน
ดวงตาสวรรค์
ตัวเบาร่มนภา
ดมกลิ่น
หน้าไม้กล
วิจารณ์ซางยาง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x20
x21
x9999
x1736
x1687
x15
x10
x5874
x5
x10
x50
x38
x15
x75
x8
x24
x268
x4
x2
x22
x20
x23
x8
x409
x100
x30
x4
x30
x105
x2
x100
x243
x25
x9999
x1546
x3763
x50
x75
x9999
x4730
x2156
x5778
x4682
x3339
x94
x40
x1500
x858
x138
x9999
x2700
x100
x20
x584
x1
x1
x15
x1
x4
x6099
x10
x1
x9999
x205
x2
x68
x9083
x188
x86
x1
x1
x562
x1
x232
x1
x2
x4
x1
x48
x989
x12
x5
x2
x2
x20
x3
x5014
x6
x82
x142
x50
x2
x9
x5
x1
x3
x3
x4
x3
x30
x4
x32
x66
x212
x1708
x50
x5
x3
x438
x1494
x7200
x5092