ดู: 659|ตอบกลับ: 17

{ เมืองจื่อถง } หอสุรา เกียปิ่ง

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2017-7-15 22:12:07 |โหมดอ่าน

{ หอสุราเกียปิ่ง }

หอสุราชื่อดังย่านเสฉวน จำหน่ายสุราชั้นดีมากมายทั้งสามารถกินดื่มได้ที่หอสุราแห่งนี้
หรือสั่งจองสุรามงคลสำหรับเฉลิมฉลองงานสำคัญต่างๆ บริการส่งนอกสถานที่
นอกจากสุราชั้นดีแล้วที่นี่ยังมีอาหารเลิศรสและสาวงามจากแดนใต้ไว้คอยให้บริการแก่ท่านลูกค้าชายกระเป๋าหนัก

เถ้าแก่หอสุราคนปัจจุบัน : หวัง ซุ่นปิ่ง (อายุ 51 ปี)
อุปนิสัย : สุขุม รอบคอบ มีเหตุผล


.
ชื่อกิจการ: หอสุราเกียปิ่ง
เจ้าของกิจการ: หวัง ซุ่นปิ่ง
ประเภทร้าน: บริการอาหาร-ขนม, สุรา-น้ำชา, เสียงดนตรี, ฟ้อนรำ, กลางคืนมีขายบริการทางเพศ
เวลาเปิด-ปิดร้าน: 11.00 - 05.00
ประทับตราโดย: ผู้ว่าเมืองจื่อถง
-* อนุญาตเขียนโรลเรท R ได้นะคะ *-

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1ชื่อเสียง +100 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 100 + 2

ดูบันทึกคะแนน

85

กระทู้

422

โพสต์

214748หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
2147483647
เงินตำลึง
2147483647
ชื่อเสียง
0
ความหิว
2147483516

ซู ซูปี้

ของขวัญจาก Admin
pet
 เจ้าของ| โพสต์ 2017-7-15 22:33:11 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย KABUTO เมื่อ 2017-7-27 03:36

{ เควสเรื่องราว 1 } วิกฤตการณ์ขาดแคลนแรงงาน


PART II

     "ขนสินค้าเสร็จแล้ว เตรียมออกเรือได้!" เสียงของไต้ก๋งเรือสินค้า ตะโกนบอกลูกเรือและกำลังนำทางเชื่อมไม้ออกจากท่า
     "เดี๋ยวก่อน ขอข้าไปด้วย!!" ชายหนุ่มผิวสีเข้มรีบวิ่งห้อขึ้นมาบนสำเภาขนสินค้าอย่างรีบเร่งก่อนที่ทางเชื่อมจะถูกยกออกไป เขาย่อตัวลงมือยันเข่าไว้พลางหอบแฮ่ก สร้างความประหลาดใจให้กับไต้ก๋งและลูกเรือเป็นอย่างมากจนพวกเขามองเด็กหนุ่มเป็นตาเดียวกัน แต่ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอะไรที่จะมีผู้โดยสารติดเรือไปด้วยเพียงแต่ประหลาดใจที่คนๆ นั้นคือคาบูโตะมากกว่า "ขะ... ขอข้าไปด้วยคน" เมื่อปรับลมหายใจได้แล้วชายหนุ่มก็ค่อยๆ พูดออกมาอีกครั้ง
     "ก็ได้หากเจ้ามีเงิน?" ไต้ก๋งเรือที่เป็นชายวัยกลางคนหนวดเคราดุดันดูน่าเกรงขามเอ่ยบอก
    "ขะ... ข้าไม่มี" ชายหนุ่มเอ่ยออกมาอย่างละล่ำละลัก จะไปมีได้อย่างไรก็ในเมื่อเงินทุกตำลึงถูกนำไปจ่ายหนี้จำนวนมหาศาลจนหมดแล้ว "แต่ข้าทำงานเรือเป็นค่าตอบแทนได้ ท่านไว้ใจข้าได้เลย ขอข้าติดเรือไปลั่วหยางด้วยคน"
     "หึ ก็ได้ แต่หากเจ้าอู้งานข้าจับโยนลงทะเลแน่" บุรุษผู้สูงวัยกว่าเอ่ยขู่เสียงเข้มให้น้ำเสียงเป็นตัวยืนยันว่าที่กล่าวมานั้นไม่ได้โกหก
     "แน่นอน เจ้าก็รู้ว่าข้าไม่ใช่คนอู้งานหรอกน่า" คาบูโตะยืดอกขึ้นอย่างไม่กลัวเกรงอำนาจแม้ว่าเขาจะเป็นเพียงเด็กหนุ่มแต่ประสบการณ์การเป็นลูกเรือก็มีมาสมควร เรือสินค้าก็คงจะไม่ต่างจากเรือประมงมากนักหรอกน่า
     "ที่นอนของลูกเรือไม่มีแล้ว เจ้าก็นอนที่กราบเรือไปก็แล้วกัน" ไต้ก๋งเรือเอ่ยอนุญาตจากนั้นเขาก็หันกลับไปสั่งการลูกน้องให้ยกสมอและออกเรือ "ถอนสมอได้!"
     "ขอบคุณไต้ก๋ง!!" คาบูโตะรีบโค้งคำนับไต้ก๋งเรือสินค้า แต่ด้วยความที่ตะกร้าสะพายหลังของเขาหนักผิดปกติทำให้เขาเกือบจะหน้าทิ่มไปเหมือนกัน
     หลังจากที่ออกเรือมาได้สักพักชายหนุ่มก็ถูกเรียกใช้งานสารพัดทั้งขัดทำความสะอาดกราบเรือ คอยกางปลดเชือกใบเรือ และต่างๆ มากมายจนหัวแทบหมุน รู้สึกว่าการทำประมงกับบิดาบุญธรรมกลายเป็นเรื่องขี้ประติ๋วไปเลย กว่าจะได้พักก็มืดค่ำเสียแล้ว เมื่อคืนเขานอนไม่ค่อยจะหลับเลยทำให้อิดโรยมากกว่าปกติ พอได้พักเขาก็ทรุดตัวลงนั่งแทบจะในทันที

     กึกๆ!

     ชายหนุ่มสะดุ้งโหยงเมื่อรู้สึกว่าตะกร้าสะพายหลังที่เป็นสัมภาระบรรทุกของสำหรับเดินทางสั่นกึกๆ หลังจากที่เขาพิงมันไปเต็มแรง 'อะไรวะ?' เขาหันไปมองมันตาปริบๆ สีหน้าเหวอๆ บอกไม่ถูกว่ากลัวหรือตกใจมากกว่า 'หนู?' ก็อาจจะเป็นไปได้ เพราะว่าเขาเองก็เอาของกินใส่มาในนี้ด้วยสิ มือหยาบกร้านเปิดฝาตะกร้าสะพายหลังดูก็พบกับสิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าหนูอยู่ในนั้น แถมมันยังกินเสบียงเขาหมดเกลียง "!!?!!"
     ด้านในตะกร้าสานใบใหญ่ที่ปูผ้าบุไว้ด้านในมีร่างของเด็กหญิงวัยหกขวบขดตัวอยู่ในนั้น เธอยกมือขึ้นปิดปากไม่ให้มีเสียงเล็ดรอดออกมา เป็นน้องสาวบุญธรรมของเขาอย่างไม่ต้องสงสัยว่าแต่ใครกันล่ะ... คาบูโตะรีบปิดกระเป๋าลงทันที หันซ้ายแลขวามองว่าไม่มีใครสนใจเขาแล้วก็เปิดกระเป๋าออกมาอีกที "เจ้า!! ใครเนี่ย!?!!!" เขาโวยวายออกมาอย่างเบาเสียงพยายามไม่ให้คนอื่นรู้ว่ามีน้องสาวของเขาตามมาด้วยอีกคน
     "พี่จ๋า ยะ..อย่าดุหนูนะ" เด็กหญิงเอ่ยเสียงแผ่วเบาน้ำตาคลออย่างกลัวว่าพี่ชายจะโกรธ เมื่อถูกเรียกไปว่าพี่จ๋าก็ทำให้ชายหนุ่มใจอ่อนขึ้นมาเจอแบบนี้เข้าไปใครเล่าจะโกรธลงทั้งที่มันก็น่าโกรธจริงๆ นั่นแหล่ะ
     "ซูมี่?" เรียวคิ้วที่ขมวดมุ่นเข้าหากันคลายปมออกช้าๆ คนที่เรียกเขาว่าพี่จ๋ามีเพียงแค่ซูมี่น้องเล็กที่สุดของบ้านเพียงคนเดียวนั่นทำให้เขาใจอ่อน คาบูโตะวางมือลงบนศีรษะของเด็กหญิงแล้วลูบเส้นผมเบาๆ เป็นการปลอบ "แล้วทำไมเจ้ามาอยู่ในนี้ได้?"
     ".... ไม่รู้ หนูแค่เข้าไปเล่นแล้วก็ถูกอุ้มมาเฉยเลย" เด็กหญิงครุ่นคิดอยู่เล็กน้อยแล้วตอบออกไปในแววตาแสดงถึงความหวาดกลัว
     "งั้นรึ ข้าขอโทษนะที่ทำให้เจ้าติดมาด้วย เฮ้อ..." ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาอย่างรู้สึกผิดที่รีบร้อนจนไม่รู้จักตรวจทานสัมภาระให้ดีก่อนจนมีน้องสาวของเขาติดมาด้วย โดยไม่คิดเอะใจสักนิดว่าทำไมน้องสาวของเขาถึงไม่ส่งเสียงอะไรออกมาระหว่างการเดินทางเลยสักนิด และเธออยู่ในนั้นตลอดเวลาไม่อึดอัดหรือขับถ่ายอย่างไร
     "พี่จ๋าจะไม่ส่งหนูกลับไปใช่ไหม?" เสียงเล็กๆ ออดอ้อนพี่ชายออกมา หยาดน้ำใสๆ คลออยู่ที่หางตาของเด็กหญิง พอได้เห็นน้ำตาสาวน้อยผู้เป็นพี่ก็สวมกอดร่างเล็กแล้วลูบหลังปลอบเบาๆ
     แม้ว่าการเดินทางมากับเขาจะอันตรายเหมือนอนาคตจะเป็นอย่างไรเขาไม่อาจตอบ รู้แต่ว่ามันต้องลำบากแน่ๆ อยู่บนเรือยังพอมีคนรู้จักที่เมตตาอยู่บ้างแต่พอขึ้นบกแล้วถือเป็นการเผชิญโชคชะตาที่แท้จริง ที่ซุกหัวนอนก็ไม่มี อาหารที่จะกินแต่ละวันก็ไม่รู้จะไปหาที่ไหนเมื่อไปถึงลั่วหยางแล้วยังต้องเดินทางต่อไปฉางอันเพื่อหางานทำอีก เป็นการหวังพึ่งน้ำบ่อหน้าโดยแท้ แต่เขาจะทิ้งน้องสาวหรือส่งกลับเพียงลำพังก็ไม่ได้
    "พี่จ๋านอนนะ เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว" เด็กหญิงส่งเสียงเล็กๆ ออกมาเมื่อถูกกอดปลอบ เป็นความคิดที่ดีตอนนี้ชายหนุ่มเหนื่อยมากถึงมากที่สุด พรุ่งนี้ก็คงต้องรีบตื่นมาทำงานเรืออีก เขาจึงพยักหน้าตอบไปอย่างว่าง่าย
     "ก็ได้ แต่เจ้าอย่าออกมาเพ่นพ่านให้ใครรู้นะ ไม่งั้นมีหวังซวยแน่ๆ เลย" คาบูโตะกำชับกับน้องสาวแล้วผละกอดออก เอนตัวลงนอนพลางยกมือขึ้นพับฝาตระกร้าปิด "ข้านอนล่ะ ราตรีสวัสดิ์ซูมี่" สิ้นเสียงเขาก็สลบไสลลงแทบจะในทันทีจากความเหนื่อยล้าและอ่อนเพลียมาทั้งวัน ไม่สิเรียกว่าสองวันเลยดีกว่า

     เมื่อทุกอย่างเงียบสงบมีเพียงเสียงคลื่นสาดกระทบเรือโคลงเคลงไปมา ฝาตะกร้าสะพายหลังก็ถูกเปิดออก เด็กหญิงที่อยู่ในนั้นโผล่หน้าขึ้นมาหายใจและก้าวออกมาจากกระเป๋า เธอบิดขี้เกียจซ้ายทีขวาทียืดเส้นยืดสายที่จากการที่อุดอู้ตัวเองอยู่ในนั้นตลอดทั้งวัน ท่าทีนั้นดูทะมัดทะแมงราวกับเป็นคนละคนกับเด็กน้อยขี้กลัวคนนั้น
     ด้วยความที่แฝดสามตระกูลซูรูปร่างหน้าตาเหมือนกันไม่มีผิดเพี้ยนไม่เพียงแต่ชาวบ้านเข้าใจผิด แม้แต่คนในครอบครัวก็เข้าใจผิดได้หากคนใดคนหนึ่งแสดงละครได้แนบเนียน แน่นอนว่าสาวน้อยคนนี้ไม่ใช่ซูมี่น้องเล็กแต่เป็นซูปี้แฝดสาวคนโตต่างหาก ที่ต้องโกหกออกไปอย่างนั้นเพราะว่าเธอไม่อยากจะถูกดุ และคาบูโตะก็มักจะใจอ่อนกับซูมี่เป็นพิเศษนั่นเป็นสิ่งที่ซูปี้รู้ดี ต้องขอบคุณความฉลาดน้อยของคาบูโตะที่ไม่ทำให้เขาเฉลียวใจเลยสักนิด ไม่อย่างนั้นมีหวังได้ทะเลาะกันแน่ๆ และความก็จะแตกโดนจับส่งบ้านกันทั้งคู่
     เด็กหญิงหยิบเอาถุงใส่น้ำออกมาจากตะกร้าและนำไปเททิ้งลงทะเล ภายในนั้นไม่มีน้ำดื่มแต่ของเหลวที่ไหลออกมาเป็นของเสียของเธอเอง พอถึงฝั่งคงต้องทิ้งไปแต่ตอนนี้นำมาใช้งานไปก่อนหากไม่มีมันการคุดคู้อยู่แต่ในตระกร้าทั้งวันคงเลอะเทอะเปลอะเปื้อนเป็นแน่ เธอนั่งรับลมไปเรื่อยๆ กะเอาไว้ว่าตื่นตอนกลางคืนค่อยนอนตอนกลางวันน่าจะดีที่สุด ดวงตากลมโตมองมายังร่างของคาบูโตะที่หลับไหลเพียงลำพังบนกราบเรือก็หยิบเอาเสื้อเก่าๆ มาคลุมให้
     "ตาบ้าเอ้ย ต้องให้ดูแลตลอดเลยจริงๆ"


     ตลอดเวลาหลายวันบนเรือสินค้าสองพี่น้องต้องหลบๆ ซ่อนๆ แบ่งอาหารกันทานและใช้ชีวิตตอนกลางคืนมากกว่ากลางวัน ไม่รู้ว่าแนบเนียนจนจับไม่ได้หรือลูกเรือรู้เรื่องแต่พยายามมองข้ามไปกันแน่ก็ไม่ทราบทำให้สองพี่น้องไม่ถูกจับส่งกลับบ้านและมาถึงลั่วหยางโดยปลอดภัย แถมไต้ก๋งเรืองยังใจดีให้เงินเล็กๆ น้อยๆ ไว้ติดตัวประทังชีพอีกด้วย และในระหว่างที่พวกเขากำลังจะไปยังฉางอันนั้นเอง...
     "ที่จื่อถงขาดแคลนแรงงานงั้นหรือ?" เสียงใครบางคนคุยกันทำให้คาบูโตะต้องเงี่ยหูฟังเมื่อได้ยินคำว่างาน
     "เห็นว่าอย่างนั้นนะ ข้าจะลองไปสมัครดู" ชายอีกคนสนทนาตอบกลับมา เมื่อได้ยินดังนั้นชายหนุ่มจึงตั้งใจจะไปถามตรงๆ งานอะไรที่จื่อถงมันล่อตาล่อใจเขามากกว่าฉางอันเสียแล้ว เพราะอย่างน้อยก็น่าจะมีอะไรให้ทำชัวร์ๆ
     "โทษทีนะพี่ชาย ข้าเพิ่งมาจากอู๋จวิ้น อยากจะรู้งานดีๆ ที่พวกท่านว่าน่ะ" เขาเข้าไปถามเบาะแสเรื่องงานอย่างไม่คิดเกรงใจ
     ชายทั้งสองมองเด็กหนุ่มตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างเหยียดๆ พวกบ้านนอกเข้ากรุงแถมยังมีเด็กตัวเล็กๆ ตามมาด้วยอีกต่างหาก จะนึกเวทนาก็ใช่จึงตัดสนใจบอกไป "ถ้าเจ้าสนใจก็ลองไปที่จื่อถง เห็นว่าเถ้าแก่หอสุราเกียปิ่งรับสมัครคนงานอยู่น่ะ"
     "โอ้ จริงรึ! ขอบใจพี่ชายมาก ข้าไปล่ะ!!" คาบูโตะโค้งคำนับบุรุษทั้งสองที่ให้ข้อมูลงานมาก่อนที่จะวิ่งไปยังจุดพักม้าของเมืองจ้างรถม้าต่อไปยังจื่อถงด้วยเงินที่มีติดตัวเพียงน้อยนิด
     ซูปี้แทบจะตบหน้าผากตัวเองถึงความหละหลวมของพี่ชาย ไหนๆ จะถามข้อมูลแล้วก็ถามมาแค่นี้เนี่ยนะยังไม่รู้เลยว่าจะไปจื่อถงอย่างไร และที่ๆ ว่ามีงานอะไรให้ทำ พวกเขาเพิ่งจะเคยออกจากอู๋จวิ้นเป็นครั้งแรกด้วยทำอะไรก็น่าจะคิดหน้าคิดหลังมากกว่านี้ แต่ตอนนี้เธอแสร้งว่าเป็นซูมี่อยู่จึงโวยวายอะไรออกไปไม่ได้ สาวน้อยรู้สึกอึดอัดในใจไม่น้อยเลยทีเดียว


←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x9999
x9999
x9999

85

กระทู้

422

โพสต์

214748หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
2147483647
เงินตำลึง
2147483647
ชื่อเสียง
0
ความหิว
2147483516

ซู ซูปี้

ของขวัญจาก Admin
pet
 เจ้าของ| โพสต์ 2017-7-16 03:21:42 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย KABUTO เมื่อ 2017-7-27 03:36

PART III

     ตะวันคล้อยลงต่ำสองพี่น้องจึงเดินทางมาถึงเมืองจื่อถงเสียที ดูท่าจะเป็นเมืองใหญ่ของเสฉวนร้านรวงมากมายเริ่มที่จะปิดร้านกันไปมากแล้ว ไม่มีใครให้ถามทางคงต้องเดินหากันเอาเอง นี่แหล่ะนะผลของการไม่ถามรายละเอียดให้ดีก่อนออกเดินทาง ทำเอาเสียขาทั้งสองข้างปวดไปหมด
     เสียงดนตรีคึกครื้นลอยมากระทบโสติประสาทชวนให้ไปดู เผื่อว่าจะมีใครใจดีมีเมตตาให้พวกเขาสองพี่น้องได้กินฟรีบ้าง ยังพอจะมีโชคอยู่บ้างเพราะสถานที่ที่ไปถึงก็คือ 'หอสุราเกียปิ่ง' นั่นเอง ภาพสาวๆ นางโลมที่ออกมาต้อนรับลูกค้าที่ด้านหน้าทำเอาสองพี่น้องตกตะลึงจนอ้าปากคาพวกเขาไม่เคยพบเห็นอะไรเช่นนี้มาก่อน แต่ละนางงดงามสะสวยราวกับว่านางฟ้าก็ไม่ปาน
    "พะ.. พี่จ๋านี่ไงหอเกียปิ่ง" ซูปี้ที่รู้หนังสืออ่านป้ายชื่อหอสุราให้ฟัง เป็นการเรียกสติชายหนุ่มให้กลับมา นี่เขาต้องทำงานที่นี่จริงๆ หรือ... เพียงแค่คิดก็รู้สึกเกร็งไปหมดแล้ว
     "เฮ้ย! ที่นี่ไม่ต้อนรับขอทาน" เสียงแหบใหญ่เอ่ยไล่สองพี่น้องยาจกที่ดูอย่างไรก็ไม่ใช่ลูกค้ามีทองชั่ง ได้ยินดังนั้นเส้นสติของชายหนุ่มก็ขาดผึง เขาไม่ใช่ขอทานแต่หากไม่มีงานทำคงได้เป็นแน่ๆ พูดจาแย่ๆ ใส่กันแบบนี้คนใจร้อนอย่างคาบูโตะมีหรือจะอยู่เฉย เขาเดินเข้าไปประจัญหน้าชายร่างกำยำหน้าตาโหดราวกับโจรป่าห้าร้อย คาบูโตะว่าตัวใหญ่แล้วแต่ผู้ที่ขับไล่นั้นตัวใหญ่โตกว่าเขาเสียอีก ท่าทางจะเป็นผู้คุ้มกันหอสุราแห่งนี้
     เมื่อเห็นท่าไม่ดีซูปี้รีบกระตุกมือพี่ชายบุญธรรมของเธอไว้ทันทีแล้วก้าวออกตัวไปด้านหน้าขวางบุรุษทั้งสองไว้ "นะ..หนูกับพี่จ๋าได้ยินว่าที่นี่มีงานให้ทำน่ะค่ะ" เด็กหญิงพยายามทำตาบ้องแบ๊วแล้วกระพริบปริบๆ อ้อนให้อีกฝ่ายใจเย็นลง
     ดวงตาถมึงทึงอ่อนลงทันที เปลี่ยนมาพูดจาจ๊ะจ๋าน่าขนลุกเมื่อพบเจอเด็กน้อยน่ารัก "สมัครงานหรือจ๊า ไปที่หลังร้านเลยจ้ะแม่หนูน้อย" พอมารยาเป็นซูมี่ทีไรทุกคนเป็นต้องยอมโอนอ่อนล่ะน่า เห็นทีว่าเธอคงต้องปลอมเป็นซูมี่ไปตลอดจนกว่าจะได้กลับบ้าน
     "ขอบคุณค่ะพี่ชาย" พูดจบร่างเล็กก็ลากมือใหญ่ๆ ของคาบูโตะไปหลังร้านทันทีก่อนที่พี่ชายบุญธรรมจะหวดหมัดเข้าหน้าผู้คุมหน้าโหดจนเกิดเรื่องวิวาท ตรงนั้นมีประตูเล็กๆ อยู่ เด็กน้อยถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกที่อย่างน้อยก็ลดการปะทะได้ ไม่งั้นงานคงไม่ได้แถมยังวอนนอนคุก
     "เข้าทางนี้ไหมนะ?" มือหนาลองผลักบานประตูเข้าไป ด้านในเป็นหลังร้านอย่างที่บอกเสี่ยวเอ้อห์ต่างวุ่นวายในการล้างจานชามและเตรียมสุราอาหารกันหัวปั่น "เอ่อ.. ขออภัยข้ามาสมัครงาน" คาบูโตะเอ่ยเสียงเข้มขัดจังหวะการทำงานเล็กน้อยก่อนที่ทุกคนจะรีบกลับไปทำงานตามปกติ แรงงานยิ่งน้อยกว่าจำนวนงานจะให้งานหยุดชะงักไปแม้แต่วินาทีเดียวก็เสียหายหลายตำลึง
     "เจ้ามาหางานทำที่นี่รึ?" ชายร่างท้วมใส่เสื้อผ้ามีสกุลเดินมาทางพวกเขาดูแล้วน่าจะเป็นเถ้าแก่ของที่นี่
     "ใช่ ข้าได้ยินมาว่าที่นี่มีงานให้ข้าทำน่ะ ข้าคาบูโตะ ส่วนนี้น้องสาวซูมี่ มาจากอู๋จวิ้นท่านคือเถ้าแก่ของที่นี่สินะ" ชายหนุ่มเอ่ยแนะนำตัวออกไป ฝ่ายซูปี้ก็ยิ้มหวานแม้จะไม่ใช่ชื่อของตัวเอง
     "ถูกต้อง ข้าเถ้าแก่หวัง เจ้าทำอะไรได้บ้างล่ะพ่อหนุ่ม สาวน้อย"
     "ก่อนหน้านี้ข้าทำงานเป็นคนเรือมากก่อนแต่จะให้ทำ งานบ้าน งานครัว งานใช้แรง ข้าก็ทำได้หมดแล้วแต่ท่านจะสั่งมา" ชายหนุ่มพูดออกมาตรงๆ แล้วเด็กสาวจึงเสริมต่อ "ข้าก็เหมือนกันค่ะ แต่งานครัวทำได้เพียงอาหารง่ายๆ เท่านั้นทั้งข้าและก็พี่จ๋า"
     "งานหอสุราไม่มีอะไรมาก จัดการทำความสะอาดหอ ห้องพัก ห้องเก็บสุรา เตรียมอาหาร ดูแลความปลอดภัย ส่งสุราให้ลูกค้า หลักๆ ก็ประมาณนี้ ส่วนงานตอนรับด้านหน้าให้เป็นหน้าที่สาวๆ ตอนนี้ข้าขาดคนงานมากเจ้าจะเริ่มทำงานได้เมื่อไร?" ตอนนี้มีอะไรก็คงต้องจ้างไว้ก่อนมิเช่นนั้นกิจการจะต้องเสียหายเป็นแน่ และการได้พนักงานเพิ่มขึ้นสองคนนับว่าดีแม้ว่าอีกคนจะเป็นเพียงเด็กตัวเล็กๆ ก็ตาม
    "ได้สิ ให้ข้าเริ่มทำงานเลยก็ได้นะ ทำได้ทุกวันเลยด้วย!" คาบูโตะตอบรับอย่างขันแข็งอย่างคนหนุ่มมีไฟทำงานเต็มที่ก็เขาร้อนเงินนี่นาให้ทำอย่างไรได้
     "ช้าก่อนข้ารับคนงานเพียงแค่สี่วันเท่านั้น หลังจากนั้นหากเจ้าทำงานดีข้าจะลองพิจารณาดู" เถ้าแก่หวังเอ่ยบอก เป็นน้ำเย็นๆ ที่พรมเบาๆ เพื่อชะลอความร้อนแรงของเด็กหนุ่มให้เย็นลง
     "อ้าวหรอ งั้นสี่วันก่อนก็ได้เถ้าแก่" ชายหนุ่มเกาหัวแก้เก้อ ก็ยังดีแม้จะเป็นงานฆ่าเวลาแต่ก็ลองทำหาเงินไปก่อนอย่างไรการมาผจญโลกกว้างก็จำเป็นต้องใช้เงินจำนวนหนึ่งอยู่แล้ว ให้งานนี้เป็นใบเบิกทางสู้งานต่อไปก็ดีเขาไม่เกี่ยง
     "เจ้ามาไกลสินะ หากยังไม่มีที่พักก็พักที่หลังร้านเสียก่อนเถิด แล้วพรุ่งนี้ค่อยเริ่มงาน ข้าจะบอกว่าให้เจ้าทำอะไร"
     "โอ้ส! ได้เลย ขอบคุณมากนะเถ้าแก่!!" คาบูโตะยิ้มกว้างพร้อมค้อมคำนับอย่างโล่งอก อย่างน้อยก็มีที่ซุกหัวนอนคืนนี้แล้วส่วนเรื่องของกินค่อยว่ากันอีกที
    "ขอบคุณค่ะเถ้าแก่" ซูปี้เองก็ค้อมศีรษะลงด้วยรอยยิ้มเช่นกัน รู้สึกว่าตัวเองโชคดีจริงๆ ที่เถ้าแก่เมตตานี่ก็ไม่รู้ว่าหากปล่อยพี่ชายเธอมาคนเดียวจะโชคดีได้รับความกรุณาแบบนี้ไหม




{ สิ่งที่ทำได้ (คาบูโตะและซูปี้) : ทำความสะอาด งานบ้าน งานครัวในฐานะผู้ช่วยพ่อครัว งานใช้แรง }
{ วันที่เริ่มงาน : พรุ่งนี้ ทำติดต่อกัน 4 วัน }                                                                           



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1ชื่อเสียง +200 Point +8 ย่อ เหตุผล
Admin + 200 + 8

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x9999
x9999
x9999

85

กระทู้

422

โพสต์

214748หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
2147483647
เงินตำลึง
2147483647
ชื่อเสียง
0
ความหิว
2147483516

ซู ซูปี้

ของขวัญจาก Admin
pet
 เจ้าของ| โพสต์ 2017-7-16 18:08:46 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย KABUTO เมื่อ 2017-7-27 03:37

PART IV


     ...การทำงานวันที่ 1 หอสุราเกียปิ่ง เมืองจื่อถง...

     เสียงก๊อกแก๊กในครัวเป็นสิ่งที่ปลุกให้สองพี่น้องบุญธรรม คาบูโตะ และซูปี้ ให้ตื่นนอน ก่อนที่ตะวันจะขึ้นที่ขอบฟ้าเหล่าคนงานก็เริ่มทำงานกันแล้ว นั่นหมายความว่าพวกเขาก็ต้องเริ่มงานด้วยเช่นกัน ทั้งสองรีบกระวีกระวาดล้างหน้าล้างตาตื่นเพื่อเตรียมทำงานก่อนที่เถ้าแก่จะลงมาเฉ่งและเฉดหัวเขาออกไป
     "พวกเจ้าพร้อมทำงานกันแล้วสินะ" เถ้าแก่ลงมาสั่งงานเมื่อยามรุ่งสาง มีเวลาให้ทั้งคู่ทำธุระส่วนตัวของตัวเองให้เรียบร้อยเสียก่อน
    "ครับ!" "ค่ะ!" สองพี่น้องขานตอบรับอย่างแข็งขัน
     "ดี งั้นข้าจะให้งานพวกเจ้า ตักน้ำ ผ่าฟืน ช่วยพ่อครัวล้างผัก ทำอาหาร คอยรับคำสั่งพ่อครัวแล้วกันว่าเขาให้ทำอะไร สายๆ จะมีอาหารเลี้ยงพวกเจ้ามากินกันให้ทันแล้วกัน" แม้ว่าหอสุราจะมีลูกค้ามากในช่วงกลางคืน แต่ตอนกลางวันก็เปิดให้บริการเหมือนกันดังนั้นจึงต้องทำงานกันตั้งแต่เช้า
     "โอ้! ได้เลย" คาบูโตะรับคำ งานตักน้ำและผ่าฟืนคงเป็นเขาที่ต้องทำ ส่วนงานเบาๆ อย่างช่วยงานในครัวคงต้องยกหน้าที่ให้ซูปี้ที่เขานึกว่าเป็นซูมี่ทำไป เมื่อเถ้าแก่สั่งงานเสร็จก็จากไปจัดการบัญชีต่อ "ซูมี่เจ้าช่วยงานพ่อครัวไปนะ เดี่ยวข้าไปหาบน้ำก่อน"
     "จ้ะ พี่จ๋า" ซูปี้รับคำเธอชักเริ่มจะกระดากปากที่ต้องเรียกอีกฝ่ายว่าพี่จ๋าแล้ว แต่ก็ยังคงต้องแสร้งเนียนทำเป็นน้องเล็กต่อไป เด็กหญิงพยักหน้าแล้วก็ถูกมือใหญ่ๆ ยกขึ้นลูบศีรษะ
     "โอ้ส! เริ่มทำงาน เริ่มทำงาน!" คาบูโตะส่งเสียงปลุกใจตนเองอย่างฮึกเหิม เขาละมือออกจากศีรษะน้องสาวแล้วหยิบหาบและถังไม้ไปตักน้ำที่บ่อน้ำซึ่งอยู่ห่างไกลออกไปพอสมควร

     ขาไปนั้นไม่เท่าไรแต่ขากลับที่ต้องหาบน้ำเต็มถังไม้ทั้งสองข้างนั้นมันช่างหนักอึ้งแต่ไม่ได้หนักหนาเกินกว่ากำลังวังชาของชายหนุ่มจะรับไหว เขาแบกหาบน้ำขึ้นพาดบ่าแล้วออกเดินกลับไปยังหอสุรา คอยระมัดระวังไม่ให้น้ำกระฉอกออกไปหมดอีกด้วย ใช้เวลาไม่นานนักก็กลับมาถึง ชายหนุ่มเทน้ำจากถังใส่ตุ่มชะโงกมองลงไปน่าจะอีกสองสามหาบก็น่าจะเต็มตุ่ม แต่ฉับพลันหางตาก็เหลือบไปเห็นตุ่มน้ำอีกสิบกว่าตุ่มที่เรียงรายรอให้ตักน้ำใส่ไป เพราะว่าที่นี่เป็นหอสุราจึงจำเป็นต้องใช้น้ำเยอะว่าโรงเตี๋ยมปกติ
     แค่ว่าตักน้ำเลยคิดว่างานหมูๆ อยู่ที่บ้านเขาก็ต้องหาบน้ำเป็นหน้าที่ประจำ ไหนจะกักตุนน้ำจืดไว้ใช้บนเรือประมงอีก แต่ไม่ถึงกับต้องตักน้ำใส่ตุ่มเป็นสิบๆ ใบเช่นนี้ เหงื่อชายหนุ่มหยดติ๋งท่าทางว่าจะไม่ใช่งานหมูๆ อย่างที่คิดเสียแล้ว เขามองเวลาหากชักช้าคงทำงานไม่ทันเสร็จในช่วงเช้าจะพักทานข้าวก่อนก็รู้สึกละอายใจที่ยังทำงานไม่เสร็จ เขาจึงรีบวิ่งไปตักน้ำแล้วเร่งฝีเท้าเดินกลับมาหลายรอบกว่าจะน้ำเต็มตุ่มทั้งสิบใบ รู้สึกปวดบ่าปวดไหล่ไปหมดแต่ก็ต้องอดทน เมื่อตักน้ำเสร็จแล้วจึงเข้าไปหลังร้านได้เสียที

     ดูเหมือนว่าคนอื่นจะทานอาหารเช้ากันไปหมดแล้วเหลือเพียงแค่ซูปี้ที่นั่งรอทานพร้อมกันอยู่ อาหารเช้าเป็นซาลาเปาไส้หมูสับหนึ่งลูกกับหมั่นโถวคนละสองลูก แน่นอนว่าแค่นี้ไม่พอยาไส้ชายหนุ่มวัยกำลังโตและหิวจัดหลังออกแรงมาเยอะ แต่ถึงจะน้อยก็ต้องกินบางทีการกินน้อยลงในมื้อนี้อาจจะทำให้กินน้อยลงในมื้อต่อไปได้ด้วย ถือว่าเป็นการปรับสภาพกระเพาะอาหารให้เล็กลงไปในตัว
     "เจ้าเป็นไงบ้าง?" คาบูโตะเอ่ยถามน้องสาวบุญธรรมขณะที่งับหมั่นโถวคำโตเข้าปาก
     "แค่ช่วยล้างผักเองค่ะ ไม่มีอะไรมาก ซูมี่ทำได้อยู่แล้วนะ!" ซูปี้กำหมัดทำท่าสู้ตายไม่ต้องให้ชายหนุ่มมาห่วงใยอะไรมาก ความจริงแล้วเด็กหญิงรู้สึกเก้อเขินไม่น้อยที่ต้องมาทำท่าอะไรแบบนี้หากแต่คิดในมุมของน้องสาวที่แอบอ้างชื่อมานางก็น่าจะทำอย่างนั้น ด้วยความที่เธอเป็นเพียงเด็กตัวเล็กๆ ใครๆ ก็เอ็นดูและยิ่งกิริยาน่ารักของซูมี่หรือซูฮวายิ่งทำให้คนเอ็นดูมากขึ้นไปอีก หากว่าเธอเป็นตัวของตัวเองก็ไม่น่าจะมีคนเอ็นดูเธอขนาดนี้ แม้จะอึดอัดใจแต่ก็ต้องฝืนทำไปก่อนเพื่อความสบายของสองพี่น้องที่ต้องออกไปเผชิญโลกเพียงสองคน
     "ก็ดีแล้ว ข้าสิปวดระบมไปหมด เฮ้อ..." คาบูโตะถอนหายใจออกมาเหนื่อยๆ แต่ว่าเขาไม่ยอมแพ้ เพียงแค่นี้ยังทนไม่ได้จะหาเงินไปซื้อเรือใหม่ได้อย่างไรกัน เขารีบทานอาหารให้หมดจะได้เริ่มงานต่อไป
    "จริงหรือจ๊ะพี่จ๋าเดี๋ยวต่อไปให้ซูมี่ไปช่วยด้วยนะ" ซูปี้เอียงใบหน้าเล็กน้อยแล้วกล่าวออกมา เธอเองก็ทานหมั่นโถวหมดแล้วเช่นกัน
     "ผ่าฟืนเรอะ" คาบูโตะขมวดคิ้วพลางยกมือขึ้นกุมคางอย่างใช้ความคิด หากให้ช่วยหยิบนั่นหยิบนี่คงพอได้อยู่ "อืม.. ก็ได้งั้นลุยกันต่อเลย โอ้ว!"
     
     หลังจากทานอาหารเช้าควบเที่ยงเรียบร้อยสองพี่น้องก็ออกไปผ่าฟืนกันที่ด้านนอก โชคยังดีที่ไม่ต้องถึงขนาดไปตัดฟืนในป่าด้วยมิเช่นนั้นคงตายกันก่อนพอดี มือหนาหยิบเอาฟืนมาตั้งแล้วใช้ขวานสับลงอย่างรุนแรง น่าประหลาดใจแม้ว่าชายหนุ่มจดจำอดีตของตัวเองไม่ได้แต่เขากลับคุ้นเคยกับสิ่งของมีคมหรือพวกอาวุธราวกับว่าเคยใช้มันมาอย่างชำนาญ แต่เขาก็ไม่ได้สนใจอะไรนัก อดีตเขาอาจจะเป็นคนตัดฟืนมาก่อนก็ได้
     ฝ่ายพี่ชายเป็นคนผ่าฟืนส่วนน้องสาวก็คอยเก็บซีกไม้ที่ถูกผ่าออกรวบรวมไว้สำหรับใช้งาน และหยิบฟืนท่อนใหม่ให้พี่ชายผ่า งานแบบนี้ซูมี่ไม่เคยทำแต่ซูปี้ช่วยบิดาและพี่ชายทำบ่อยๆ เธอจึงคล่องแคล่วว่องไวไม่ได้เงอะงะอย่างน้องเล็ก แต่ถึงกระนั้นคาบูโตะก็ไม่ได้เฉลียวใจเช่นเคย จนเธอต้องขอบคุณความฉลาดน้อยของเขาอีกครั้งหนึ่ง
     เมื่อได้ไม้มากพอทั้งสองจึงหยุดพัก มันได้เวลาเข้าช่วงเย็นพอดี เห็นพ่อครัวยกเตาถ่านออกมาให้ พร้อมกับหมูไก่หมักซอสเสียบไม้
     "พวกเจ้าช่วยข้าดูหมูย่างไก่ย่างพวกนี้ทีสิ ข้าต้องไปทำงานอย่างอื่นต่อ" พ่อครัวร่างท้วมเอ่ยขึ้น การที่ได้ผู้ช่วยมาเพิ่มนับว่าเป็นการผ่อนงานให้เขามากเลยทีเดียว จึงค่อนข้างรู้สึกเป็นมิตรกับเด็กทั้งสอง
     "ได้เลยลุง เดี๋ยวข้าดูให้" คาบูโตะรับคำแค่เรื่องปิ้งย่างไม่ยากอะไรนัก ปกติชาวทะเลอย่างเขาก็ทานอะไรง่ายๆ อย่างปลาปิ้งปลาย่างอยู่แล้ว นานๆ จะได้ปิ้งหมูปิ้งไก่แต่ก็ทำได้เหมือนกันไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย
     "เสร็จแล้วเจ้าก็เอาใส่ถาดนี้แล้วยกเข้ามาทีนะ ข้าไปก่อนล่ะ" พ่อครัววางถาดไม้ไว้ให้จากนั้นก็เข้าครัวไปเตรียมรับศึกหนักในสมรภูมิที่เรียกว่าห้องครัวต่อ
     คาบูโตะนำฟืนมาก่อไฟที่ด้านล่างตะแกรงเตาย่างแล้วเริ่มทำการปิ้งย่างกลับไม้ไม่ให้ไหม้ กลิ่นหอมๆ ของมันทำเอาน้ำลายสอเหมือนกันจนอยากจะจิ๊กทานสักไม้สองไม้...





     "วันนี้เจ้าทำงานได้ดี นี่คือค่าตอบแทนในส่วนของวันนี้" เถ้าแก่หวังยื่นซองเงินไปตรงหน้าของสองพี่น้องที่ช่วยงานหอสุรามาจนเหนื่อยทั้งวัน
    "โอ้ ขอบคุณครับเถ้าแก่!" คาบูโตะคำนับเถ้าแก่พร้อมกับรับซองเงินมาอย่างยินดี ดูแล้วเป็นเงินจำนวนมากที่คุ้มค่าเหนื่อยอยู่
     "ช่วงเช้าข้าไม่ว่างมาให้งานเจ้าไม่ได้... พรุ่งนี้เป็นเวรทำความสะอาดพอดี ตอนเช้าพวกเจ้าก็เริ่มทำงานได้เลยนะ ตอนเย็นก็ช่วยเสิร์ฟอาหารทีนะ" เถ้าแก่หวังเอ่ยออกมาด้วยผลงานที่ออกมาดีเขาเลยไว้วางใจให้ทั้งสองลองออกไปทำงานเสิร์ฟอาหารดูบ้างจะได้ผ่อนงานของเสี่ยวเอ้อห์ลงไป
     "ได้เลยเถ้าแก่ ข้าจะจัดการให้เอง ท่านไม่ต้องห่วง" ชายหนุ่มรับคำอย่างแข็งขัน หอสุราใหญ่ไม่ใช่เล่นแต่มันคงไม่ยากเกินไปกว่าความสามารถของทั้งสองจะทำได้ แต่ตอนนี้เนื้อตัวเหนียวไปหมดขอไปอาบน้ำก่อนแล้วเข้านอนเลยดีกว่า








คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +20 เงินตำลึง +300 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 20 + 300 + 2

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x9999
x9999
x9999

85

กระทู้

422

โพสต์

214748หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
2147483647
เงินตำลึง
2147483647
ชื่อเสียง
0
ความหิว
2147483516

ซู ซูปี้

ของขวัญจาก Admin
pet
 เจ้าของ| โพสต์ 2017-7-17 22:36:55 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย KABUTO เมื่อ 2017-7-27 03:37

PART V


     ...การทำงานวันที่ 2 หอสุราเกียปิ่ง เมืองจื่อถง...


     สองพี่น้องบุญธรรมคาบูโตะและซูปี้ตื่นแต่เช้าเพื่อมาทำงาน วันนี้ชายหนุ่มรู้สึกปวดเมื่อยไม่น้อยหลังจากที่ทำงานหนักหาบน้ำและผ่าฟืนมาเมื่อวาน หากอยู่บ้านเขาคงอิดออดที่จะขอนอนต่ออีกสักหน่อย แต่สถานการณ์ในตอนนี้มันบังคับให้เขาต้องตื่นขึ้นมา นวดไหล่ที่ปวดระบบเบาๆ แรงงานคนหนึ่งเอาชุดเสี่ยวเอ้อห์ของหอสุรามาให้ทั้งคู่ใส่ แต่ดูเหมือนว่าซูปี้จะยังเล็กเกินไปนางจึงยังใส่ชุดนั้นไม่ได้และยังคงต้องใส่ชุดเดิม เมื่อจัดการธุระส่วนตัวให้เสร็จแล้วจึงออกไปรวมกับแรงงานคนอื่นที่มีเวรทำความสะอาดในวันนี้
     "เอาล่ะ ข้าแบ่งหน้าที่ให้แล้ว พวกเจ้าก็ทำหน้าที่ให้ดีล่ะ คืนนี้จะมีแขกพิเศษมาด้วย แยกย้ายได้" หัวหน้าแม่บ้านเอ่ยบอกหลังจากที่ประชุมงานกันเสร็จเรียบร้อย
     คาบูโตะได้รับหน้าที่ให้ทำความสะอาดที่สูงเช่นปัดกวาดหยากไย่ในห้องพักและโถงทางเดิน เพราะว่าเขาเป็นคนตัวใหญ่จึงต้องรับหน้าที่นี้ไป ส่วนซูปี้รับหน้าที่กวาดและถูพื้น ทั้งสองจึงต้องแยกย้ายกันไปปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว โดยฝ่ายชายหนุ่มเริ่มปัดกวาดหยากไย่ก่อนแล้วฝ่ายน้องสาวก็ตามเช็ดฝุ่นละอองที่ร่วงลงมาในภายหลัง เห็นว่าสะอาดๆ แต่พอทำความสะอาดจริงๆ ก็มีฝุ่นผงเยอะกว่าที่คิด
     และการที่ได้มาทำความสะอาดส่วนรับรองแขกก็ทำให้รู้แผนผังภายในขอสุรานี้ว่ามีอะไรบ้าง ชั้นหนึ่งมีเวทีทรงกลมอยู่ตรงกลางสำหรับให้นางระบำและนักดนตรีทำการแสดงด้านบนเป็นเพดานสูงจนไปถึงหลังคา มีผ้าห้อยและโคมไฟประดับมากมาย ล้อมรอบด้วยที่นั่งสำหรับให้บริการลูกค้านักดื่ม ชั้นสองเป็นห้องพิเศษสำหรับลูกค้าที่ต้องการความเป็นส่วนตัว และชั้นสามเป็นห้องพิเศษสำหรับที่พักสำหรับบริการกิจการนางโลม
     พวกเขาพยายามทำความสะอาดให้ดีที่สุด แอบนึกถึงซูฮวาน้องรองที่รับหน้าที่งานบ้านเช่นนี้ แล้วแอบนับถือไม่น้อยเลยทีเดียว ที่เด็กตัวคนเดียวสามารถจัดการงานบ้านได้เป็นอย่างดี ดังนั้นพวกเขาเองก็จะยอมแพ้ไม่ได้ กว่าจะจัดการงานทำความสะอาดเสร็จก็ปาเข้าไปครึ่งค่อนวัน เห็นว่าเป็นงานง่ายแต่ก็เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกัน ยังพอมีเวลาให้หยุดพักจนว่าจะถึงช่วงเย็นที่ต้องออกไปเสิร์ฟอาหาร ทั้งสองรู้สึกเกร็งไม่น้อยที่ต้องออกไปทำงานบริการเป็นครั้งแรก ซูปี้เองก็แอบหนักใจไม่เบากลัวว่าพี่ชายบุญธรรมของเธอจะไปก่อเรื่องอะไรหรือเปล่า เพราะเขายิ่งเป็นคนเลือดร้อนอยู่





     เมื่อตะวันลับฟ้าหอสุราก็เปิดบริการงานกลางคืน โคมไฟสีแดงที่แหวนประดับถูกจุดขึ้นสร้างสีสันยามค่ำคืน เสียงดนตรีและเสียงหัวร่อต่อกระซิกของนางโลมดังขึ้นยามเมื่อให้บริการแขกสุภาพบุรุษ ฉากหน้าร้านนั้นสวยงามดูเพลินตา แตกต่างกับการทำงานในครัวราวฟ้ากับเหว
     "ไอ้หนุ่มอาหารได้แล้วไปเสิร์ฟที่โต๊ะห้า" พ่อครัวร่างท้วมเอ่ยสั่งคาบูโตะที่เพิ่งกลับเข้ามาในครัวหลังจากที่เพิ่งจะเสิร์ฟอาหารแขกโต๊ะสามไป เขารีบตรงเข้าไปรับถาดอาหารของโต๊ะถัดไปไปเสิร์ฟทันที
     "โอ้ส!" คาบูโตะรับคำ เมื่อถือถาดอาหารที่มีอาหารชั้นเลิศและสุราอยู่เต็มไปยังโต๊ะหมายเลขห้า เขาไม่รู้หนังสือจึงจำเป็นต้องนับโต๊ะเอาแทน แรกๆ อาจมีมั่วอยู่บ้างแต่พอเสิร์ฟไปได้สักพักเขาก็เริ่มจะรู้ว่าโต๊ะไหนเป็นโต๊ะไหนได้ด้วยตนเอง "อาหารมาแล้วครับ" เมื่อทำงานบริการก็จำเป็นต้องพูดสุภาพ เพราะเสี่ยวเอ้อห์รุ่นพี่แนะนำมาเนี่ยสิ แล้วยิ่งบริการดีอาจจะได้เงินพิเศษได้ ตอนนี้ขอแค่มีเงินจะอะไรก็ช่าง เขามาสามารถทำได้หมดทุกอย่าง
     "คาบูโตะ เจ้ามาพอดีข้าวานเอาสุรามาให้แขกเพิ่มที" เสียงหวานยั่วยวนเอ่ยบอกกับชายหนุ่ม นางคือนางโลมประจำหอสุราแม้จะไม่ได้สนิทสนมกันแต่ก็พอจะรู้ชื่อของกันและกันอยู่บ้าง ด้วยความที่ชายหนุ่มเป็นคนประหลาดๆ แล้วยังมีนามที่แปลกหูจึงไม่แปลกที่ใครหลายๆ คนให้ความสนใจ
     "ได้!" คาบูโตะขานรับแล้วรีบไปที่หลังร้านนำสุรามาบริการแขกทันที

     ทางฝ่ายซูซูปี้ผู้เป็นน้อง...
    "มีอะไรให้ข้าช่วยอีกไหมคะท่านลุง" เธอเอ่ยถามพ่อครัวร่างท้วมออกมา ดูเหมือนว่างานเล็กๆ น้อยๆ ที่พอช่วยได้จะหมดลงแล้วและเธอเองก็ไม่อยากอยู่เฉย และไม่อยากให้ถูกละเลยด้วยคำที่ว่าเธอยังเด็ก เพราะซูปี้นั้นสามารถทำอะไรหลายๆ อย่างมากกว่าที่คนทั่วไปคิดนัก
     "อืม..." พ่อครัวครุ่นคิดอยู่สักนิดเมื่อมองออกไปยังด้านนอกก็เห็นว่าเสี่ยวเอ้อห์คนอื่นๆ รวมถึงพี่ชายของเด็กคนนี้กำลังทำงานกันหัวหมุน ช่วยไม่ได้ เขาคงต้องให้เธอช่วยเสิร์ฟอาหารด้วยอีกคน "งั้นเจ้าช่วยนำอาหารพวกนี้ขึ้นไปเสิร์ฟให้ลูกค้าห้องพิเศษชั้นสองด้านในสุดที" พ่อครัวยกถาดกับแกล้มพร้อมด้วยสุราชั้นดีให้กับซูปี้ แม้จะอันตรายสักหน่อยที่ให้เด็กทำหน้าที่นี้แต่ในเมื่อยังไม่มีเสี่ยวเอ้อห์คนไหนที่ว่างก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้
     "ค่ะ" เด็กหญิงยกถาดกับแกล้มและสุราชั้นดีไปรับรองที่ห้องพิเศษชั้นสอง เมื่อขึ้นไปถึงด้านบนเสียงคึกครื้นต่างๆ ก็เบาลงกว่าด้านล่างมากนักจนได้ยินแค่เสียงดนตรีบรรเลงแผ่วเบา และเมื่อเดินผ่านห้องต่างๆ ก็ได้ยินเสียงสังสรรค์แผ่วๆ ดังลอดออกมาจากประตูบานเลื่อน เธอไม่ได้สนใจอะไร เพียงแค่ทำหน้าที่ให้จบๆ ไปก็พอแล้ว และเมื่อมาถึงห้องพิเศษด้านในสุดก็เอ่ยขออนุญาตก่อนที่จะเลื่อนประตูไม้ไผ่เปิดเข้าไป "ขออนุญาตเจ้าค่ะ"
     ลูกค้าพิเศษที่เป็นชายหนุ่มแต่งกายด้วยผ้าไหมทอมือขั้นดีบ่งบอกได้ว่าเป็นเศรษฐีที่ร่ำรวยถึงกับเลิกคิ้วมองอย่างนึกฉงนที่เหตุใดหอสุราจึงมีนางโลมวัยเยาว์ขนาดนี้ เพียงแค่สิบขวบปีก็ว่าเด็กแล้วแต่แม่นางน้อยคนนี้น่าจะอายุน้อยกว่านั้น ริมฝีปากเยียดยิ้มกว้างลูกค้าหนุ่มไม่ได้สนใจเรื่องของการผิดศีลธรรมเพราะหากคำนึงเขาคงไม่มาเที่ยวที่นี่ เพียงแค่คิดในใจ 'เถ้าแก่ช่างรู้ใจที่ให้เด็กสาวตัวน้อยมาบริการ'
     "เอ่อ.. ข้าวางไว้ตรงนี้นะเจ้าคะ" ซูปี้เอ่ยออกมาอีกครั้งเป็นครั้งแรกที่เธอทำงานเสิร์ฟอาหารจึงเงอะงะทำตัวไม่ถูก
     "อืม วางไว้ตรงนั้นแหล่ะ" ลูกค้าหนุ่มเอ่ยขึ้นมาพลางมองเด็กหญิงไม่วางตาจนซูปี้เริ่มจะเกร็งๆ เมื่อวางถาดกับแกล้มเสร็จก็ขอตัวออกไปทันที จนอีกฝ่ายต้องเรียกรั้งเอาไว้ "จะรีบไปไหน เจ้ามานี่ก่อนสิ"
    "เจ้าคะ?" แม้ว่าซูปี้จะเป็นเด็กที่ฉลาดแต่ว่าเธอก็เป็นเพียงเด็กหญิงจากเมืองชายแดนและมีอายุเพียงหกขวบจึงเข้าไปหาโดยไม่ได้ระแวดระวังใดๆ บางทีลูกค้าอาจอยากสั่งอะไรเพิ่มกระมัง และทันทีที่เด็กสาวเข้าไปใกล้ๆ ก็ถูกลูกค้าหนุ่มรวบตัวเข้ามานั่งตักทันที "!?!!"



←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x9999
x9999
x9999

85

กระทู้

422

โพสต์

214748หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
2147483647
เงินตำลึง
2147483647
ชื่อเสียง
0
ความหิว
2147483516

ซู ซูปี้

ของขวัญจาก Admin
pet
 เจ้าของ| โพสต์ 2017-7-17 23:42:20 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย KABUTO เมื่อ 2017-7-27 03:37

PART VI


     "เฮ้อ... เหนื่อยเป็นบ้า.." คาบูโตะที่เพิ่งเสิร์ฟอาหารให้แขกหมดกลับมานั่งพักที่หลังร้าน ไม่อยากจะเชื่อเลยว่างานเสี่ยวเอ้อห์นี่ก็เหนื่อยใช่เล่น คิดว่าจะแค่เอาเอาหารไปเสิร์ฟไม่มีอะไรยาก แต่มันมีรายละเอียดอะไรมากกว่านั้น ทั้งต้องรับรายการอาหารที่จำได้บ้างไม่ได้บ้างมา แล้วยังต้องคอยทำความสะอาดโต๊ะที่ลูกค้าลุกออกไปอีก บางทีก็เดินวนๆ จากโต๊ะนั้นไปโต๊ะนี้ชวนให้สับสนไปหมด แล้วด้วยความยุ่งนั้นทำให้เขาลืมน้องสาวของตัวเองไปเลย
     "งี้แหล่ะเจ้าหนุ่ม ค่ำๆ รายการอาหารจะเยอะ กลังจากนั้นก็เบาลงแล้ว" พ่อครัวร่างท้วมหัวเราะหึขณะเอ่ยกำลังเก็บล้างอุปกรณ์ครัว เมื่อเห็นเด็กหนุ่มเขาก็นึกขึ้นได้ว่าก่อนหน้านี้ได้ใช้น้องสาวของเขาขึ้นไปเสิร์ฟอาหารที่ชั้นสองแต่นางยังไม่ลงมาเลยนี่ก็พักใหญ่แล้วไม่รู้ว่าหลงทางหรือเป็นอะไรหรือเปล่า
    "แล้วซูมี่ไปไหน?" ดูเหมือนว่าชายหนุ่มเองเพิ่งจะรู้ตัวแล้วเหลียวซ้ายแลขวามองหาน้องสาวของตนเอง ตอนแรกเขาคิดว่าน้องสาวเขาจะอยู่ช่วยงานในครัวเสียอีก
     "ข้ากำลังจะบอกพอดี น้องสาวเจ้าขึ้นไปเสิร์ฟอาหารพักใหญ่แล้วยังไม่ลงมาเสียที ข้าชักรู้สึกว่ามันแหม่งๆ"
    "หา!?!! ลุงว่าไงนะ!!" คาบูโตะรีบเด้งตัวขึ้นมาโวยเสียงดังทันที น้องสาวเขาขึ้นไปเสิร์ฟอาหารชั้นบนนานแล้วยังไม่ลงมา เพียงแค่คิดก็ตกใจแล้วเพราะก่อนหน้าที่ออกไปบริการลูกค้าเห็นตาแก่มือปลาหมึกลวนลามนางโลมอย่างเมามันเลยน่ะสิ ขนาดว่ามองเห็นโต๊ะอื่นยังหื่นกามขนาดนี้แล้วอยู่ในห้องที่ปิดมิดชิดจะขนาดไหน ด้วยความร้อนใจเขาก็รีบพรวดพราดออกจากห้องครัวขึ้นไปยังห้องรับรองแขกทันทีโดยไม่รู้ว่าห้องไหน
     "ตายล่ะหว่า.." พ่อครัวเห็นอาการหุนหันพลันแล่นของคนงานหนุ่มแล้วก็อุทานออกมา ไม่คิดว่าเด็กหนุ่มจะใจร้อนขนาดนี้และปุบปับขึ้นไปโดยที่ยังไม่รู้ห้อง เดี๋ยวต้องเกิดเรื่องไม่ดีแน่ๆ ต้องตามเถ้าแก่โดยด่วนแล้ว...

     ครืด...

     "ซูมี่!" เมื่อไปถึงชั้นสองคาบูโตะก็ไล่เปิดประตูทีละห้อง นางโลมที่กำลังบริการแขกส่งเสียงวี๊ดว๊ายอย่างตกใจ และเมื่อไม่เห็นว่าน้องสาวของเขาอยู่ในนั้นก็เลื่อนประตูปิดดังปังแล้วเปิดประตูหาห้องถัดๆ ไป จนในที่สุดก็มาถึงห้องรับรองห้องริมสุดทางเดิน

    ครืด...

     ดวงตาสีครามเบิกกว้างขึ้นแล้วขมวดปมคิ้มเข้มแน่นด้วยโทสะ ภาพที่เห็นคือน้องสาวของเขานอนอยู่กับพื้น เธอกำลังดิ้นรนขัดขืนลูกค้าหนุ่มที่กำลังปลดเปลื้องเสื้อผ้าของเธอออก เด็กหญิงทั้งเตะและต่อยด้วยแรงเล็กๆ ไม่อาจทำให้เขาบาดเจ็บได้แต่มันก็ขัดขวางไม่ให้เขาทำอะไรสะดวกจนรู้สึกว่าน่ารำคาญ
     "อุบ๊ะ! นังนี่!! มาขายตัวก็อย่าขัดขืนสิว๊อย!" ลูกค้าเองก็เริ่มจะมีโทสะแต่ก็รู้สึกตื่นเต้นไปในตัวที่เหยื่อขัดขืน มือของบุรุษเงื้อขึ้นทำท่าจะตบหน้าของเด็กหญิงแต่ก็ต้องเงยขึ้นมามองเมื่ออยู่ดีๆ ก็เห็นประตูเลื่อนเปิดออก ตรงหน้ามีร่างๆ หนึ่งยืนทะมึนทำสีหน้าราวกับว่าสามารถหักแขนคนออกเป็นสองท่อนได้ ด้วยความตกใจจนเผลอปล่อยมือออก ซูปี้ใช้แรงที่มีถีบยอดอกลูกค้าไปเต็มๆ จนเขาหงายหลัง จากนั่นก็รีบวิ่งไปหลบหลังคาบูโตะตัวสั่นระริกด้วยความกลัว
     "แก!! บังอาจทำน้องสาวข้าเรอะ!!" คาบูโตะกัดฟันกรอดแล้วย่างสามขุมเตรียมเข้าไปซ้ำลูกค้าที่ค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นมา มือหนากระชากคอเสื้ออีกฝ่ายขึ้นอย่างแรงพร้อมเงื้อหมัดเตรียมชก
     "หยุดเดี๋ยวนี้นะคาบูโตะ!" เสียงทุ่มต่ำทรงอำนาจของเถ้าแก่ดังขึ้นหยุดการกระทำของชายหนุ่มให้หยุดชะงัก จากนั้นผู้คุมตัวใหญ่สองคนก็เข้ามาหิ้วปีกคาบูโตะลงไปด้านล่างทันที
     "เดี๋ยวก่อน ข้ายังไม่ได้ชกมันเลยนะโว๊ย!!" ชายหนุ่มดิ้นพล่านแต่ก็ไม่อาจขืนแรงผู้รักษาความเรียบร้อยที่ตัวใหญ่กว่าเขาถึงสองคนได้
     เถ้าแก่หวังส่ายหัวเบาๆ แล้วค้อมศีรษะลงให้แก่ลูกค้า "ขออภัยสำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นด้วยขอรับ"
     "มันกำลังจะชกข้า! เถ้าแก่ต้องไล่มันออก!" ลูกค้าที่ยังไม่สิ้นโทสะตะโกนชี้หน้าเถ้าแก่หวัง
     "เรื่องนั้นเป็นเรื่องภายในข้าจะจัดการกับคนของข้าเอง" เถ้าแก่หวังเอ่ยน้ำเสียงเฉียบขาดจนบางทีก็น่ากลัว "ท่านลืมกฎของร้านไปแล้วหรือ หากว่านางโลมไม่สมยอม ท่านไม่มีสิทธิ์ขืนใจพวกนาง และแม่หนูคนนี้นางก็ไม่ใช่นางโลมขอรับ" เถ้าแก่ส่งสัญญาณมือให้สาวนางโลมรูปงามเข้ามาในห้อง เพียงแค่มองก็รู้ได้ว่านางคืออันดับหนึ่งแห่งหอสุรานี้
     "ข้าขออภัยด้วยกับความเข้าใจผิดที่เกิดขึ้น หวังว่าให้นางบริการท่านแล้วจะเลิกแล้วต่อกันนะขอรับ" คำพูดที่สุภาพนั้นเปรียบเสมือนคำขู่กลายๆ ว่าหากไม่จบเรื่องคงต้องมีการลากคอออกไปจากหอและขึ้นบัญชีดำไม่ให้เข้ามาก่อความวุ่นวายอีกเป็นครั้งที่สอง
พูดจบเถ้าแก่หวังก็คำนับลูกค้าอีกครั้งแล้วเลื่อนประตูปิด ปล่อยให้นางโลมอันดับหนึ่งปรนนิบัติแขกอย่างดีให้เขาคลายอารมณ์ที่ร้อนแรงลงไปได้
     
     คาบูโตะถูกลากออกมาสงบสติอารมณ์ที่หลังร้านโดยมีซูปี้วิ่งตามลงมาไม่ห่าง เธอพยายามสะกัดกั้นความกลัวและกลืนมันลงไปในลำคอ จัดแจงเสื้อผ้าที่ถูกถอดออกใส่ใหม่ดีๆ ไม่นานนักเถ้าแก่หวังก็ตามลงมา
     "เกิดเรื่องขึ้นจนได้" เถ้าแก่หวังเอ่ยออกมาอย่างเหนื่อยใจ
    "มันจะขืนใจน้องสาวข้า ให้ข้าต่อยมันแล้วท่านค่อยไล่ข้าออกก็ได้!" คาบูโตะที่ยังอารมณ์ขึ้นไม่ยอมลงเดินวงไปวนมาเหมือนหมีตัวใหญ่ที่งุ่นง่านหาน้ำผึ้ง
     "ข้ายังไม่ไล่เจ้าออกหรอก มันเป็นเรื่องเข้าใจผิด แต่หากเจ้าทำข้าคงต้องไล่เจ้าไปมันคงไม่ดีสำหรับตัวเจ้าทั้งสองนัก" เถ้าแก่เอ่ยเสียงเย็นออกมา เมื่อได้ยินดังนั้นชายหนุ่มก็สงบท่าทีลง จริงอย่างที่ว่าหากถูกไล่ออกไปตอนนี้เขาไม่มีที่ซุกหัวนอนหรอก และน้องสาวก็ต้องลำบาก แต่ก็ยังไม่เข้าใจว่าเข้าใจผิดกันทั้งคู่หมายถึงอย่างไร
    "เข้าใจผิดยังไงเถ้าแก่?"
     "ข้าให้คนงานเอาชุดมาให้พวกเจ้าทั้งสองใส่ใช่ไหม? ทำไมน้องสาวเจ้าถึงไม่ใส่มัน... หากไม่ใส่ชุดคนงานลูกค้าอาจเข้าใจผิดได้ เรื่องแบบนั้นเคยเกิดขึ้นมาก่อน" เถ้าแก่อธิบายด้วยความใจเย็นอย่างผู้อาวุโสกว่า และเมื่อคาบูโตะรับฟังเขาก็เข้าใจเหตุผลในทันที
    "ชุดมันใหญ่ไปค่ะข้าเลยไม่ได้ใส่" ซูปี้เอ่ยออกมาเสียงแผ่วเพราะรู้สึกว่าตนเองเป็นตนเหตุของเหตุการณ์วุ่นวาย
     "งั้นรึ เอาไว้ข้าจะให้คนเอาชุดที่เล็กกว่านั้นมาให้ ระหว่างนี้เจ้าก็แต่งกายเป็นชายไปก่อนแล้วกัน"
     "เถ้าแก่ ข้าขอโทษ.." ชายหนุ่มเอ่ยออกมาอย่างติดขัด แม้จะมีทิฐิไม่อยากเอ่ยคำๆ นี้แต่เพราะว่าเขาอาจจะทำให้กิจการวุ่นวายเลยต้องกล่าวขอโทษออกไป
     "อืม ไม่เป็นไร จำเอาไว้เป็นบทเรียน จากนี้พวกเจ้าก็ทำงานแค่ชั้นล่างไปก่อนก็แล้วกัน" เถ้าแก่หวังพูดจบก็เดินกลับเข้าร้านไป


  

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +20 เงินตำลึง +300 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 20 + 300 + 2

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x9999
x9999
x9999

85

กระทู้

422

โพสต์

214748หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
2147483647
เงินตำลึง
2147483647
ชื่อเสียง
0
ความหิว
2147483516

ซู ซูปี้

ของขวัญจาก Admin
pet
 เจ้าของ| โพสต์ 2017-7-18 23:06:07 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย KABUTO เมื่อ 2017-10-5 22:55

PART VII


     ...การทำงานวันที่ 3 หอสุราเกียปิ่ง เมืองจื่อถง...

     กาลเวลาผันผ่านเข้าวันที่สามของการทำงานที่หอสุราเกียปิ่ง วันนี้ต้องทำงานดั่งเช่นวันแรกนั่นก็คือ หาบน้ำ ผ่าฟืน ล้างผัก และช่วยพ่อครัวทำอาหาร วันนี้มีหน้าที่ใหม่เพิ่มมาด้วยก็คือล้างจาน สองพี่น้องเริ่มจะชินงานแล้ว พวกเขาแยกหน้าที่กันไปต่างคนต่างทำงานดังเดิม เหตุการณ์เมื่อคืนไม่ได้ทำให้ซูปี้หวาดกลัวการทำงานที่หอสุราแต่อย่างไร วันนี้คนงานนำชุดตัวเล็กมาให้ด้วยเป็นขนาดที่เด็กหญิงสามารถใส่ได้พอดี และยังเก็บผมมิดชิดด้วยผ้าพันศีรษะเหมือนคนงานชาย ไม่น่าจะมีใครเข้าใจผิดว่าเธอเป็นนางโลมได้อีกแล้ว
     เหมือนว่ากล้ามเนื้อของคาบูโตะใช้งานหนักจนปวดเมื่อยเมื่อวันก่อนจะเริ่มชินกับการยกของหนักบ่อยขึ้นแล้ว วงแขนกำยำหาบถังน้ำขึ้นมาอย่างสบายๆ ค่อยๆ นำน้ำเทลงตุ่มทีละถังสองถัง ฝ่ายซูปี้น้องสาวก็ช่วยพ่อครัวล้างผักตั้งแต่เช้าเพื่อทำอาหารเช้าเลี้ยงพนักงาน เสร็จสิ้นงานหาบน้ำในช่วงเช้าแล้วคาบูโตะก็ลุยผ่าฟืนต่อหลังจากทานอาหารเสร็จทันที ตอนนี้เขารู้แล้วว่าหากยิ่งทำงานช่วงเช้าเสร็จเร็วเท่าไรก็จะมีเวลาพักก่อนเริ่มงานช่วงเย็นมากขึ้นเท่านั้น

     ซูปี้ช่วยคาบูโตะผ่าฟืนเช่นวันแรกโดยวันนี้เด็กหญิงขอลองผ่าฟืนดูด้วย
     "พี่จ๋าขอหนูลองผ่าฟืนบ้างนะ" ซูปี้เอ่ยขอพี่ชายด้วยเสียงเล็กๆ ผ่านการดัดเสียงมาแล้ว เธอรู้สึกเบื่อๆ ที่ไม่ได้เล่นซนเลยอยากจะลองทำอะไรออกแรงมาบ้าง
    "โฮ่.. เจ้าไหวรึ?" คาบูโตะยกมือขึ้นยีผมเด็กน้อยเบามือแต่มันก็ทำให้ผ้าพันศีรษะของซูปี้ขึ้นสีหมองตามรอยมือที่สกปรก
    "ไหวสิ หนูอยากลองนะๆ" ซูปี้พยายามคะยั้นคะยอพี่ชายให้ยอมให้เธอทำงาน
     "ก็ได้ๆ ยกให้ไหวล่ะ" เขาส่งขวานหนักอึ้งให้น้องสาว แล้วกอดอกมองอยู่ไม่ห่าง ซูปี้ที่รับขวานมาพยายามยกขึ้นมามือสั่น มันหนักมากเดินกำลังที่เด็กผู้หญิงอายุหกขวบจะยกขึ้นมาผ่าไม้ได้ง่ายๆ ขวานเหล็กที่สั่นคลอนไปมาเล็งลงบนไม้ฟืนเธอเฉาะขวานลงสุดแรงแต่ไม่สามารถทำให้ฟืนขาดออกเป็นสองท่อนได้ ทำได้แค่เอาขวานปักไว้บนไม้เท่านั้น
     "ฮ่าฮ่าฮ่า แค่ยกขึ้นก็เก่งแล้วล่ะนะ" คาบูโตะหยิบขวานที่มีไม้ฟืนติดด้านคมขึ้นมาเงื้อขึ้นเหนือศีรษะทั้งอย่างนั้นแล้วฟาดลงกับฐานไม้อย่างแรงจนไม้ซีกแยกออกจากกัน ซูปี้มองความแข็งแรงของพี่ชายอย่างทึ่งๆ ตอนแรกเธอคิดว่าการผ่าฟืนไม่ยากเท่าไรแต่พอลองจริงๆ แล้วทำได้เพียงสร้างรอยข่วนแก่ท่อนไม้เท่านั้น แต่เห็นพี่ชายเธอทำได้อย่างง่ายดายก็ตระหนักถึงความอ่อนแอของตนเองจนต้องพองแก้มมุ่ยหน้าอย่างหงุดหงิดตัวเอง
     หลังผ่าฟืนเสร็จทั้งสองมีเวลาพักเล็กน้อย คาบูโตะเลือกที่จะแอบงีบกลางวันก่อนที่จะลุยงานตอนเย็น วันนี้ต้องช่วยงานลุงพ่อครัวทำงานด้วย เขาก็พอจะทำได้ ถ้าง่ายๆ น่ะนะ

     "คาบูโตะ เจ้าเอาปลาไปปิ้งที" พ่อครัวร่างท้วมให้ชายหนุ่มที่อ่อนวัยกว่าช่วยย่างปลา ส่วนฝ่ายน้องสาวเขาขอให้ไปช่วยงานในครัวแทน
    "โอ้ส! ได้เลย งานย่างปลาข้าถนัดมาก!" คาบูโตะรับงานอย่างแข็งขัน
     ชายหนุ่มจัดการนำปลามาขอดเกร็ดและควักเอาเครื่องในออกยัดด้วยสมุนไพรดับกลิ่นคาวก่อนที่จะนำไปเสียบไม้ เมื่อจัดการกับปลาเสร็จเขาก็ก่อเตาไฟเพื่อย่างปลาที่ด้านหลังร้าน คอยคุมไฟให้ลุกโชนแต่ไม่ให้มันโหมแรงเกินไปจนปลาไหม้
     ฝ่ายซูปี้น้องสาวถูกพ่อครัวขอให้ช่วยปอกผลไม้เป็นของหวานล้างปาก ดูเหมือนว่าพ่อครัวร่างท้วมจะถูกใจเด็กหญิงมากเลยทีเดียวจึงสอนวิชางานครัวให้มาก ดูเหมือนว่าวันนี้จะต้องใช้น้ำในการหมักสุรามากเป็นพิเศษน้ำในตุ้มจึงหมดเกลี้ยงอย่างรวดเร็วเกือบจะไม่พอทำอาหาร
     "ซูมี่เจ้าไปบอกพี่ชายให้ตักน้ำมาเพิ่มที" พ่อครัวเอ่ยบอกเด็กสาวเมื่อนึกได้
    "ค่ะ" เด็กหญิงรับคำแล้ววางมีดแกะสลักผลไม้ลงแล้วเดินไปบอกคาบูโตะที่หลังร้าน "คาบู-" ซูปี้รีบตะครุบปากตัวเองเกือบจะหลุดปากเรียกพี่ชายอย่างที่เคยไปด้วยความเผลอตัว "พี่จ๋าน้ำหมดช่วยไปตักให้หน่อยสิ"
    "หา? น้ำหมดแล้วหรอ ได้ๆ เดี๋ยวข้าไปตักให้เดี๋ยวนี้" คาบูโตะไม่ได้คิดอะไรมากปลาปิ้งอีกสักพักจึงจะสุก ไปตักน้ำที่บ่อน้ำไม่ไกลน่าจะกลับมาปิ้งทัน เขาทิ้งปลาปิ้งไว้บนเตา ส่วนซูปี้ก็กลับเข้าครัวไปเมื่อพ่อครัวเรียกใช้งานเธออีกครั้ง เตาปิ้งปลาจึงว่างเปล่าไร้คนเฝ้า...
     คาบูโตะแบกหาบน้ำไปรอตักน้ำที่บ่อแต่เมื่อได้น้ำเขาก็รีบกลับมาเทน้ำใส่ตุ่ม เมื่อมาถึงหลังร้านเขามองปลามันยังไม่สุกอย่างที่คาดไว้จริงๆ น่าจะพอมีเวลาเทน้ำใส่ตุ้มได้อย่างไม่รีบร้อน แต่เมื่อเขาหันกลับมาปลาย่างกลับหายไปจากเตาหนึ่งตัว "เฮ้ย!"
    "อะไรวะ.. เมื่อกี้ก็ยังอยู่" ชายหนุ่มขยี้ตามองใหม่ไม่มีปลาย่างบนเตาจริงๆ แต่เมื่อกี้มีหรือว่าเขาจะตาฝาด ลุงพ่อครัวจะนำปลาไปจัดจานแล้วหรือเปล่าแต่ทำไมเอาไปแค่ตัวเดียวก็ในเมื่อเขาปิ้งพร้อมกันสองตัวมันก็น่าจะสุกพร้อมๆ กันสิ แต่เมื่อสายตามองไปอีกหน่อยก็เห็นรอยเท้าแมววนอยู่รอบเตาและเมื่อมองตามก็เห็นรอยเท้าสี่ขาบนกำแพง มองขึ้นไปอีกหน่อยก็เห็นแมวดำตัวผอมแห้งคาบปลามองลงมาอยู่ "เฮ้ย!! ไอ้แมวบ้า!!" เขาโวยวายขึ้นมาจนแมวดำตัวนั้นสะดุ้งโหยงจนมันรีบคาบปลาวิ่งหนีไป
     "เฮ้ย!! กลับมานะเฟ้ย!! เอาปลาคืนมา!!!" คาบูโตะรีบวิ่งไล่ตามแมวดำตัวนั้นไปทันที ผ่านตรอกซอกซอยเล็กๆ เขาก็พยายามจะมุดตามไป จนมันพามาที่หนึ่ง เป็นบ้านร้างเก่าๆ โทรมๆ
     "มี้~" เสียงเล็กๆ ของลูกแมวร้องกันระงมจนฝีเท้าเขาหยุดชะงัก แอบด้อมๆ มองแมวที่เข้าไปในบ้านทางหน้าต่าง เขาเห็นแมวที่ผอมโซตัวนั้นคาบปลาไปให้กับลูกแมวอีกห้าตัวได้กินส่วนมันนั่งเฝ้าลูกๆ ให้กินเสร็จก่อนจึงกินปลาที่เหลือตาม ภาพที่ชายหนุ่มเห็นทำเอาเขาใจอ่อนหากแม่แมวที่ผอมโซไม่ได้เอาของกินไปให้ลูกมันอาจจะอดตายกันหมดคอก คาบูโตะผละออกมาอย่างไร้เสียงไม่ให้แมวตื่น แล้วจึงรีบวิ่งกลับไปดูปลาที่ย่างเอาไว้ แค่ปลาตัวเดียวเดี๋ยวเขาจ่ายเงินแทนก็ได้หวังว่ามันอย่าแพงไปกว่าเงินค่าจ้างที่จะได้แล้วกันนะ...

     หลังช่วงเวลาเร่งด่วนของการทำอาหารก็ต้องจัดการกับจานชามสกปรกที่แขกทานเหลือเอาไว้
     "เจ้าพวกนี้มีเงินกินของดีๆ แต่กลับกินทิ้งๆ ขว้างๆ" คาบูโตะบ่นอุบอิบเมื่อเห็นว่าอาหารในจานยังคงเหลืออยู่พอที่คนจนๆ (อย่างเขา) จะกินได้ ชายหนุ่มลองนึกภาพหากว่าครอบครัวตระกูลซูได้มาทานอาหารดีๆ แบบนี้จะทานให้หมดเลยไม่เหลือสักเม็ด แต่ก็ได้แค่คิดคงอีกนานกว่าครอบครัวจะสบาย เขาไม่รู้ว่าต้องใช้เงินเท่าไรในการต่อเรือ คิดๆ ดูแล้วมันก็บ้าชัดๆ เขาออกมาโดยที่ไม่รู้ว่า จากนี้จะทำอะไร จะต้องใช้เงินเท่าไรถึงจะซื้อเรือได้ มองปลาที่ย่างเองถูกทานไม่หมดก็รู้สึกเจ็บใจไปด้วย ของดีจะตายไม่รู้จักกินให้หมด แอบทานไปนิดหน่อยคงไม่เป็นไร อย่างน้อยก็เป็นของเหลือเขาไม่ได้เป็นแมวขโมยหรอกน่า นี่ก็ไม่ได้ทานปลามาหลายวันรู้สึกคิดถึงท้องทะเลขึ้นมาเสียอย่างนั้น
     ซูปี้แอบยี้หน้าที่พี่ชายทานของเหลือจากคนอื่น แม้ว่าเธอจะอยากกินแต่หักห้ามใจไม่ให้กิน แอบกลืนน้ำลายอึกๆ แล้วก้มหน้าก้มตาเทเศษอาหารทิ้งอย่างเสียดาย ฝ่ายพี่ชายเมื่อ
แอบกินปลาเสร็จก็ช่วยน้องสาวล้างจาน ทั้งสองแบ่งหน้าที่กันโดยคาบูโตะล้างคราบสกปรกด้วยน้ำแช่ขี้เถ้า ใช้ผ้าขัดๆ ถูๆ แล้วส่งจานชามต่อให้กับซูปี้ล้างน้ำและเช็ดความสะอาดอีกทีเมื่อล้างจานเสร็จเถ้าแก่หวังก็มาตรวจงานและจ่ายค่าตอบแทนสำหรับวันนี้
     "นี่ค่าตอบแทนของพวกเจ้า" เถ้าแก่หวังยื่นซองเงินให้แก่ชายหนุ่มดังเดิม คาบูโตะลังเลเล็กน้อยที่จะรับมันไว้
    "เอ่อ... เถ้าแก่ข้ามีเรื่องจะสารภาพ" ชายหนุ่มอึกอักบางอย่างก่อนจะถอนหายใจออกมา "เฮ้อ..."
     "เจ้าต่อยลูกค้ามารึ?!" เถ้าแก่ส่งเสียงมาอย่างตกใจ เพราะเกิดเรื่องเมื่อวานเข้าจึงคิดเช่นนั้น
     "เปล่าๆๆ" ชายหนุ่มรีบโบกไม้โบกมือบอกปัดเป็นการใหญ่ "ข้าเอาปลาให้แมวไปตัวนึงต่างหาก" ชายหนุ่มตัดสินใจเล่าออกมาให้ฟัง ในยุคข้าวยากหมากแพงเช่นนี้อาหารถือเป็นสิ่งสำคัญและราคาแพง ยิ่งปลาที่นำมาใช้เป็นปลาชั้นดีด้วย เขารู้เพราะว่าแอบกินเนี่ยแหล่ะ "ปลามันตัวเท่าไร หักเงินข้าไปก็ได้"
     "หืม" เถ้าแก่หวังเลิกคิ้วอย่างประหลาดใจกับคนที่จะกระทืบคนได้อย่างไม่ปราณีแต่กลับมาใจดีกับสัตว์ตัวเล็กๆ ที่ไม่ได้ทำประโยชน์อะไรให้กับตนเอง
     "ตอนแรกมันขโมยปลาจากเตาข้าเลยตามมันไป พอไปถึงเห็นว่ามันเอาไปเลี้ยงลูก ข้าก็เลย... ปล่อยเลยตามเลย"
     "งั้นเองรึ" เถ้าแก่หวังหรี่ตาลงมองชายหนุ่มอย่างประเมิน เรื่องแบบนี้หากไม่บอกตัวเขาเองก็คงไม่รู้ แม้ว่าชายหนุ่มจะดูเป็นคนโผงผางพูดจาห้วนๆ ไม่ค่อยมีหางเสียง แต่ว่าเด็กหนุ่มผู้นี้มีความซื่อสัตย์และยังมีความเมตตาต่อสัตว์โลก ตัวเถ้าแก่หวังเองแม้จะทำงานสถานบันเทิงเกี่ยวกับอบายมุขแต่ก็ใช่คนใจไม้ไส้ระกำอะไรเลยไม่คิดจะเอาความเด็กหนุ่มผู้นี้
    "ส่วนอีกตัว... ข้าทำไหม้" เมื่อฟังคำสารภาพของคาบูโตะเถ้าแก่หวังก็แอบเหงื่อตก ดูท่าทางว่าจะมีเรื่องอีกเยอะ เขาเลือกรอฟังให้ครบก่อนดีกว่าเผื่อว่าจะมีงานทำจานแตกอีก
     "มีอะไรจะสารภาพอีกไหม?"
    "ไม่มีแล้วเถ้าแก่ แค่นี้แหล่ะ" คาบูโตะยิ้มแหยๆ พลางยกมือขึ้นเกาท้ายทอยแกรกๆ หวังว่าค่าปลาสองตัวจะไม่เท่าไร
     "รับซองไปเสีย ข้าไม่หักเงินเจ้า" เถ้าแก่หวังโล่งอกที่เสียหายแค่ค่าปลา เขายื่นซองเงินไปตรงหน้าเด็กหนุ่มอีกครั้ง "คราวหลังก็ระวัง ทั้งแมว ทั้งไม่ให้ไหม้"
    "จริงหรอ ขอบคุณนะเถ้าแก่!" คาบูโตะขยับรอยยิ้มกว้างรับซองเงินมาอย่างรวดเร็วก่อนที่เถ้าแก่จะเปลี่ยนใจ
     "ข้าว่าอย่างไรก็อย่างนั้น เรื่องแมวอย่าให้มันมายุ่งที่หอสุราล่ะ จะเมตตามันก็เอาอาหารเหลือไปให้มันไกลๆ หลังเลิกงาน ข้าขอตัว" เมื่อหมดธุระแล้วเขาก็กลับเข้าไปทำบัญชีต่อ
     "ครับ ได้เลย!" คาบูโตะรับคำหลังจากที่เถ้าแก่หวังคล้อยหลังไป คิดว่าตัวเองโชคดีเหมือนกันที่ได้เจ้านายเป็นคนที่มีเมตตา




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +20 เงินตำลึง +300 ความหิว -8 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 20 + 300 -8 + 2

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x9999
x9999
x9999

85

กระทู้

422

โพสต์

214748หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
2147483647
เงินตำลึง
2147483647
ชื่อเสียง
0
ความหิว
2147483516

ซู ซูปี้

ของขวัญจาก Admin
pet
 เจ้าของ| โพสต์ 2017-7-19 22:19:42 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย KABUTO เมื่อ 2017-7-27 03:38

PART VIII


     ...การทำงานวันที่ 4 หอสุราเกียปิ่ง เมืองจื่อถง...

     วันนี้เป็นการทำงานครั้งสุดท้ายแล้วคาบูโตะและซูปี้จึงตั้งจะจำทำงานให้ออกมาดีที่สุด เช้านี้พวกเขาได้รับมอบหมายงานมากกว่าเดิมเหมือนเป็นการส่งท้าย จึงเป็นการรวมงานทุกอย่างที่เคยทำในหอสุราแห่งนี้ เถ้าแก่คงจะคิดว่าไหนๆ ก็ทำงานได้แล้วขอใช้ให้คุ้มค่าหน่อยแล้วกัน ไม่มีเวลามากนักสองพี่น้องจึงรีบแยกย้ายกันไปทำงาน คาบูโตะออกไปหาบน้ำ ส่วนซูปี้ก็ช่วยพ่อครัวล้างผักเช่นเคย
     ระหว่างรอคิวหาบน้ำเขาพอจะรู้จักชาวบ้านระแวกนี้บ้างแล้วจึงมีการสนทนาทักทายกันตามอัธยาศัย เขาพูดคุยกับลุงๆ ป้าๆ ที่มาตักน้ำ แล้วก็บอกว่าวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่หอสุราด้วย
     "เจ้าอายุเท่าไรล่ะ มาทำงานกับข้าไหมน้องชาย?" สตรีในชุดชาวบ้านที่อยู่ๆ ก็เข้าร่วมวงสนทนาเอ่ยขึ้นมาด้วยรอยยิ้มใจดี
     "โฮ่ ท่านมีงานให้ข้าทำงั้นรึ ข้าอายุสิบเก้า แต่มีน้องสาวอีกคนอายุหกขวบ ว่าแต่มีงานอะไรให้ข้าทำล่ะ?" คาบูโตะหูผึ่งทันทีที่มีคนมาเสนองานให้ หากว่าเป็นงานดีก็น่ารับไว้ ในความคิดของเขาการทำงานโรงสุราก็ได้เงินดีแต่รู้สึกว่ามันอันตรายต่อน้องสาวเขา ไม่อยากจะให้นางต้องมาอยู่ในสถานที่อโคจรเท่าไร
     "น้องชายดูแลม้าได้ไหมล่ะ? หรือทำงานแบกหามข้าพอจะรู้จักคนอยู่" หญิงสาวผู้นั้นยิ้มบอก ใบหน้าและกิริยาท่าทางนางดูเป็นผู้ดีมีสกุลหรือชนชั้นสูง ไม่เข้ากับชุดชาวบ้านซอมซ่อนั่นเลยสักนิด ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นสาวมีตระกูลแต่บังเอิญเกิดวิกฤตทางบ้านจนต้องมาใช่ชีวิตอย่างยากลำบาก ก็ถือว่าหัวอกเดียวกันแม้ว่าเขาจะไม่ได้ร่ำรวยแต่แรกก็เถอะแต่ก็ไม่ได้เรียกว่าลำบาก
    "ม้าเร้อ... ข้าไม่ค่อยถูกกับมันเท่าไรแต่น่าจะพอดูแลได้ล่ะนะ ส่วยงานแบกหามน่ะสบายมาก!" เขารับคำอย่างแข็งขันไม่ให้ความไม่ถนัดดูแลม้ามาเป็นอุปสรรคกับการรับงานหากมันได้เงินดี คาบูโตะไม่ได้ไม่ชอบม้าอย่างที่บอกไปแต่เพียงแค่ตั้งแต่ที่มาอยู่อู๋จวิ้นเขาไม่เคยดูแลม้ามาก่อน
     "น้องชายลองไปฉางอันสิ ไปที่จวนองค์หญิงผิงหยาง บอกพ่อบ้านเฉาว่าจื่อฟูแนะนำมา" นางเอ่ยบอกก่อนที่จะมอบตั๋วเงินให้
     "ห๊ะ! อะไร?" คาบูโตะรับตั๋วเงินมาอย่างงงๆ ไม่เข้าใจอว่าอยู่ดีๆ นางถึงให้มา ทั้งแนะนำงานให้แล้วยังให้เงินมาอีก แต่ถ้ามีน้ำใจเขาก็ไม่อยากขัดและยิ่งเขากำลังร้อนเงินอยู่ด้วย
     "อย่าลืมนำมันไปขึ้นเงินที่โรงรับจำนำล่ะ" สตรีผู้นั้นเอ่ยเสียงหวานโดยไม่ตอบคำถามใดๆ ปล่อยให้ชายหนุ่มงุนงง แต่อาจจะเพราะเห็นความลำบากของเขาจากการสนทนาล่ะมั้งชายหนุ่มจึงไม่คิดอะไรมาก มือหนาที่ถือตั๋วเงินเอามันเก็บซุกไว้ในอกเสื้อ
    "ยังไงก็ขอบคุณนะพี่สาว" ชายหนุ่มยิ้มกว้าง ถึงคิวตักน้ำของเขาพอดีจึงขอตัว "เดี๋ยวข้าตักน้ำก่อนล่ะ" แต่เมื่อเขาตักน้ำเสร็จแล้วหันมาทางนาง สตรีชาวบ้านลึกลับผู้นั้นก็ไม่อยู่ตรงนี้แล้ว...





     เมื่อทำงานทั้งสองอย่างเสร็จสองพี่น้องจึงตกลงกันว่าตอนบ่ายให้แยกย้ายหน้าที่กันไปเลย ให้ซูปี้ทำความสะอาดห้องพักชั้นสองและชั้นสามร่วมกับคนงานคนอื่นฝ่ายชายหนุ่มจึงต้องผ่าฟืนเพียงลำพัง
     
ฉับ!

     มีเพียงเสียงหวานเหล็กผ่าไม้ไม่มีเสียงสนทนาดังเช่นสองวันก่อนหน้า แม้จะต้องทำงานตามลำพังแต่ชายหนุ่มก็ไม่ได้รู้สึกเหงาอะไรเพียงแค่จดจ่อสมาธิไปกับงานก็พอแล้ว แต่ก็แอบบ่นในใจเหมือนกันว่า.. 'งานอย่างเยอะวันนี้ไม่ได้งีบตอนเย็นแน่ๆ'
     "เงียบจังนะ วันนี้น้องเจ้าไม่อยู่หรือคาบูโตะ" เสียงหวานๆ ของสตรีดังแว่วมาจากด้านหลังทำเอาชายหนุ่มตกใจเผลอผ่าฟืนเบี้ยวแฉลบออกด้านข้าง วันนี้มันวันอะไรมีแต่ผู้หญิงเข้ามาทักทาย
     "ตกใจหมด มาไม่รู้จักให้สุ้มให้เสียง!" ชายหนุ่มโวยออกไปเบาๆ แล้วดึงขวานที่ปักกับฐานตอไม้ เมื่อหันไปมองก็พบกับหญิงสาวนางหนึ่งในชุดลำลองที่ถักทอจากแพรพรรณราคาแพง นางคือหนึ่งในนางโลมของที่นี่ ปกติแล้วพวกนางโลมจะเก็บตัวเงียบภายในห้องพักชั้นสามแต่เหตุไฉนนางจึงลงมาสนทนากับเขาได้ "เจ้า... ชื่ออะไรนะ?"
     "เยี่ยนจื่อ" หญิงสาวขานนามตนเองออกมาแต่มันเหมือนกับเป็นฉายาในการทำงานของนางมากกว่า เยี่ยนจื่อย่อตัวลงนั่งยองๆ มองชายหนุ่มคนงานใหม่ที่ตัดฟืน
     "อะไร?" เมื่อมองไปที่หญิงสาวที่นั่งจ้องเขาไม่วางตาก็รู้สึกเก้อๆ กังๆ แปลกๆ 'มาจ้องทำไมฟะ ไม่มีอะไรทำเรอะ'
     "วันนี้เจ้าทำงานวันสุดท้ายแล้วสินะ ไม่ขอเถ้าแก่อยู่ต่ออีกหน่อยหรอ?" เยี่ยนจื่อกล่าวพูดด้วยน้ำเสียงแฝงไว้ด้วยความเสียดายเล็กน้อย แม้ว่าในระหว่างการทำงานทั้งสองจะไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์อะไรกันนักเพราะนางโลมก็ต้องทำหน้าที่รับแขก ส่วนชายหนุ่มก็แค่รับรายการอาหารแล้วนำมาเสิร์ฟเท่านั้น แต่ไม่รู้ทำไมลึกๆ แล้วหญิงสาวกลับรู้สึกสนใจในตัวชายผู้นี้แปลกๆ อาจจะด้วยชื่อที่แปลกประหลาดไม่เหมือนกับชาวฮั่นก็เป็นได้ นางให้คำตอบในใจตนเองอย่างนั้น
    "ทำงานกับเถ้าแก่ก็ดีอยู่หรอกนะ แต่ข้าคิดว่ามันไม่เหมาะกับซูมี่เท่าไร" มัวแต่สนทนาอย่างเดียวงานก็ไม่เดิน เขาจึงหยิบเอาไม้มาผ่าฟืนไปด้วย มีคนคุยด้วยก็ดีจะได้เพลินๆ
     "งั้นรึ นั่นสิข้าก็ได้ยินมาบ้างเรื่องที่มีลูกค้าลวนลามน้องสาวเจ้า" นางโลมคนงามพรูหายใจออกมาเบาๆ ลองชายหนุ่มพูดเช่นนี้แล้วคงจะไม่อยากทำงานที่นี่อีกแล้ว และที่เขาทำต่อก็คงเพียงแค่ให้ครบวันกับที่รับปากเถ้าแก่ไว้ตอนแรก "พวกเจ้าน่าอิจฉานะ ไม่พอใจงานก็เปลี่ยนได้" เยี่ยนจื่อเอ่ยน้ำเสียงแผ่วเบาด้วยนัยน์ตาฉายแววโศก
    "หึ พูดเหมือนว่าข้าเลือกงานได้เลยนะ มันก็แค่จังหวะแหล่ะน่า" เพียงแต่ชายหนุ่มที่กำลังจดจ่อไปที่การฟาดขวานลงผ่าฟืนหาได้สนใจไม่ "แล้วเจ้าคิดยังไงถึงมาเป็นนางโลม" คำถามที่ถ่ามส่งๆ แต่ตรงไปตรงมาจี้ใจดำหญิงสาวดังจึ้ก
     "ก็คงเหมือนเจ้า ข้าทำเพื่อเงิน" เยี่ยนจื่อกระตุกยิ้มขึ้นที่มุมปากอย่างรู้สึกเย้ยหยั่นตัวเอง คนอื่นอาจจะคิดดูถูกนางที่ขายเรือนร่างนอนกับชายไม่เลือกหน้าเพื่อแลกกับเงินทองของมีค่า แต่หญิงสาวก็คิดไม่ออกหากว่านางไม่ทำงานนี้แล้วจะใช้ชีวิตอย่างไรต่อไปเพราะเคยชินกับความสุขสบายมาตลอด หากว่าต้องไม่ทำงานหนักอย่างยากลำบากไม่รู้ว่าจะทนไหวไหม ความรักแท้เป็นเป็นสิ่งที่หญิงสาวทุกคนใฝ่ฝันอยากจะมี แต่มาตกอยู่ในสถานะของคณิกาคงเลิกคิดเลิกฝันในความรัก ทำได้เพียงมอบความรักให้ผู้อื่นแต่ไม่สามารถรับความรักตอบแทนได้
    "ใครๆ ก็ทำเพื่อเงินสินะ" คาบูโตะเอ่ยทวนคำหญิงสาวและผ่าฟืนซีกแล้วซีกเล่าต่อไป
     "เจ้ารังเกียจหรือไม่ที่ข้าทำงานแบบนี้แลกกับเงิน?" หญิงสาวเงยมองชายหนุ่มที่ผ่าฟืนออกพลางเอ่ยถาม นางก็อยากจะรู้คำตอบในแง่มุมของบุรุษ
     "ไม่" คาบูโตะตอบห้วนๆ "แต่หากข้าเป็นสตรีข้าก็ไม่ทำ แน่นอนว่าไม่ให้ซูมี่ทำงานแบบนี้ด้วย"
     "งั้นรึ" ไม่ต่างกับที่นางคิดเอาไว้ ไม่ว่าใครก็คงรักศักดิ์ศรีของตนเองกันทั้งนั้น แล้วตัวนางเองละทิ้งศักดิ์ศรีความเป็นหญิงของตัวเองไปตั้งแต่เมื่อไร
     "อยู่ดีๆ มาถามอะไรพิลึก" คาบูโตะเบ้หน้าเล็กน้อย แค่เห็นภาพหอสุราเปิดให้บริการเขาก็รู้สึกแหยงแปลกๆ ให้ทำงานแต่หลังร้านยังสบายใจกว่าด้วยซ้ำ ถ้าไม่ติดว่าได้เงินพิเศษส่วนตัวเยอะล่ะก็นะ.. แต่อย่างไรการที่เยี่ยนจื่อจะทำงานอะไรมันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับเขาสักหน่อยนี่นา
     "เดี๋ยวเถอะนะ ข้าก็แค่ถามเจ้าเพราะว่าจะไม่อยู่แล้วต่างหากล่ะ" หญิงสาวพองแก้มลุกขึ้นยืนเต็มความสูงส่วนหนึ่งที่นางพูดนั้นก็ใช่ แต่อีกส่วนหนึ่งของจิตใจที่หวั่นไหวก็ไม่รู้ทำไมถึงมาพูดกับชายหนุ่มเรื่องนี้ "อีกอย่างเจ้าเปิดประเด็นไม่ใช่หรือ?"
     "เออ นั่นสินะ ข้าก็ลืมไป.." ชายหนุ่มตอบออกไปห้วนๆ ราวกับไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก "แต่ดูเจ้าจะไม่ชอบงานของตัวเองเท่าไร ข้าไม่รู้เบื้องหลังอะไรนักแต่หากไม่สบายใจก็หนีออกมา ก็แค่นั้น"
     "หนีรึ? เจ้าไม่รู้อะไรจริงๆ แหล่ะ ข้าขอตัวก่อนแล้วกัน" เพราะว่านางไม่ได้มีโอกาสมากเหมือนกับเขา นางโลมไม่ใช่อาชีพที่อยากจะเลิกทำก็เลิกทำได้ง่ายๆ มันมีพันธะหลายอย่างที่ต่อให้อธิบายคนตรงหน้าก็ไม่เข้าใจ เยี่ยนจื่อกำหมัดแน่นแล้วหันหลังเดินเข้าประตูหลังร้านไปอย่างไม่สบอารมณ์
     "อะไรหว่า?" คาบูโตะได้แต่งุนงง เขาไม่รู้ว่านางไม่พอใจอะไร เหมือนว่ามาชวนคุยแต่สุดท้ายก็ทะเลาะกัน เขาส่ายหน้าอย่างไม่คิดอะไรมา การเอาใจสตรีนี้ช่างยากเย็นพอๆ กับการดูแลม้าผ่าฟืนต่อไปน่าจะดีที่สุดแล้ว....





←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x9999
x9999
x9999

85

กระทู้

422

โพสต์

214748หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
2147483647
เงินตำลึง
2147483647
ชื่อเสียง
0
ความหิว
2147483516

ซู ซูปี้

ของขวัญจาก Admin
pet
 เจ้าของ| โพสต์ 2017-7-20 03:00:20 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย KABUTO เมื่อ 2017-7-27 03:38

PART IX


     งานทำความสะอาดดูเหมือนจะใช้เวลามากกว่าการผ่าฟืน แม้ชายหนุ่มจะจัดการได้ครบแล้วน้องสาวของเขาก็ยังไม่กลับมาจากการทำความสะอาดห้องพักชั้นบน คาบูโตะตัดสินใจขึ้นไปช่วยอีกแรงจะได้ทันงานในตอนเย็น เมื่อขึ้นไปที่ชั้นสองทีไรก็รู้สึกไม่สบอารมณ์ทุกทีตั้งแต่ที่เขาเห็นน้องสาวถูกลวนลามเมื่อวันก่อนแต่ก็ช่วยไม่ได้เป็นงานเขาก็ต้องช่วยจัดเก็บให้เรียบร้อย วันนี้ก็คิดไว้ว่าให้น้องสาวอยู่กับเขาตลอดเวลาจะไม่ให้ขึ้นด้านบนเด็ดขาด แม้ว่าอีกฝ่ายจะแต่งกายเป็นชายแล้วแต่ก็ยังวางใจไม่ได้
     กว่าจะทำความสะอาดเสร็จหมดพระอาทิตย์ก็เรืองแสงย้อมท้องฟ้าให้เป็นสีส้ม ถือว่าทำงานล่าช้าไปพอสมควรเพราะต้องทำความสะอาดคราบอ้วกที่ลูกค้าเมาแล้วอ้วกทิ้งไว้ไม่มีใครเห็นปล่อยมันแห้งกรังคาเสื่อมาทั้งคืน ต้องปิดจมูกกันกลิ่นอย่างแน่นหนามิเช่นนั้นได้สำรอกตามไปอีกคน
     มีเวลาไม่มากนักที่จะเตรียมตัวสำหรับเสิร์ฟอาหาร ทั้งคาบูโตะและซูปี้ล้างหน้าล้างตาให้สะอาดสดชื่นเตรียมพร้อมทำงานสุดท้ายให้ดีที่สุดและเผื่อว่าจะได้เงินพิเศษเยอะด้วย วันนี้ได้ผู้ช่วยพ่อครัวคนใหม่มาแล้วลุงพ่อครัวก็ต้องสอนงานแก่ผู้ช่วยทำให้ซูปี้ต้องออกมาช่วยเสิร์ฟอาหารอีกคน
     "มีอะไรเรียกข้าเลยนะ" คาบูโตะบอกกับน้องสาวของเขาพลางวางมือไว้บนศีรษะเล็กๆ นั้นแล้วลูบเบาๆ
     "ค่ะ ไม่เป็นไรหรอกพี่จ๋าไม่ต้องห่วงนะ" หลังจากปลอมตัวเนียนเป็นซูมี่มาหลายวันเด็กหญิงก็เริ่มจะชินกับการพูดจาหวานเลี่ยนแบบนั้นแล้ว และจนถึงวันนี้คาบูโตะก็ยังไม่รู้ตัว ไม่รู้ว่าซูปี้ควรจะผิดหวังหรืออย่างไรดีกับพี่ชายจอมทึ่มคนนี้
     การเร่งรีบเสิร์ฟอาหารเริ่มขึ้น คาบูโตะเป็นชายตัวใหญ่แรงดีเขาจึงสามารถยกถาดอาหารสี่ถาดมาเสิร์ฟได้พร้อมๆ กัน ส่วนทางซูปี้น้องสาวก็เป็นฝ่ายรับรายการมากกว่า นับว่าเลือกงานถูกแล้วเพราะให้ยกถาดอาหารเยอะๆ เธอก็ทำไม่ไหว เด็กหญิงพยายามเลี่ยงลูกค้าเมาๆ แม้ว่าเธอจะแต่งกายเป็นชายและมีความกล้าหาญแต่ก็ยังอดรู้สึกสะพรึงกลัวกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่กี่วันก่อนไม่ได้ ในวันสุดท้ายนี้ทั้งสองพี่น้องได้รับเงินพิเศษเป็นกอบเป็นกำ จนทำให้รู้สึกสนใจทำงานเป็นเสี่ยวเอ้อห์เก็บเงินไปพักใหญ่เลยทีเดียว แต่ก็ยังรู้สึกอึดอัดใจกับสถานที่อยู่ไม่น้อย ราวกับว่าที่หอสุราไม่เหมาะสมกับพวกเขาทั้งสองเลย ไม่แน่อาจจะลองหางานใหม่ที่ร้านบะหมี่ดู

     หลังจากเสร็จสิ้นงานในวันนี้คาบูโตะก็ไปรับงานจากเถ้าแก่หวังโดยที่ซูปี้นอนหลับด้วยความเหนื่อยไปแล้ว
    "เถ้าแก่ข้าขอโทษนะ ข้าคงจะไม่รับงานต่อแล้วล่ะ" ชายหนุ่มพูดออกมาอย่างตรงไปตรงมาบอกนายจ้างที่สูงวัยกว่า ทางด้านเถ้าแก่หวังก็พยักหน้ารับพอจะรู้เหตุผลที่ชายหนุ่มไม่ต่อสัญญาว่าจ้างแล้ว และก็พอจะรู้ตั้งแต่เกิดเรื่องในการทำงานวันที่สอง
     "อืม.. แล้วเจ้าจะทำยังไงต่อ?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถาม
    "มีคนแนะนำให้ข้าไปทำงานที่ฉางอันน่ะ คิดว่าจะลองไปดูสักหน่อยครับ" คาบูโตะตอบด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่นแม้ว่าจะเป็นการไปตายเอาดาบหน้าอีกก็ตาม ไม่แน่ใจว่าเรื่องที่พี่สาวปริศนาที่บ่อน้ำกล่าวมาจะเชื่อถือได้หรือไม่ แต่ในเมื่อนางให้ตั๋วเงินมาแล้วก็คิดว่าไม่น่าจะใช่คนที่เลวร้ายอะไร
     "อืม งั้นก็ขอให้เจ้าสองพี่น้องโชคดีก็แล้วกัน" เถ้าแก่หวังเอ่ยบอก แล้วหยิบเอาบางสิ่งให้มันคือถุงใส่ของอีกหนึ่งใบ "เอาไปใช้เสียมันน่าจะมีประโยชน์สำหรับพวกเจ้ามากกว่าตะกร้าที่เอามา"
    "ขอบคุณนะเถ้าแก่!" คาบูโตะรับถุงผ้ามาพลางค้อมศีรษะลงคำนับ แม้ว่าพรุ่งนี้เขาจะไม่ใช้พนักงานของหอสุราแล้วแต่เถ้าแก่ก็ยังใจดีให้ของเขามาอีกด้วย แม้ว่ามันจะเป็นถุงผ้าธรรมดาๆ ก็ตาม แต่ก็นับว่ามีค่านำไปใช้สอยได้มาก
     ถึงจะไม่ได้ทำงานที่นี่แล้วแต่พวกเขาสองพี่น้องคงไม่มีวันลืมบุญคุณเถ้าแก่หวังได้เลย หากมีโอกาสหน้าก็อยากจะกลับมาทดแทนบุญคุณอีกครั้ง

     เมื่อแยกย้ายจากเถ้าแก่แล้วเขาก็กลับมาหาซูปี้ที่หลังร้านเป็นที่นอนชั่วคราว มันไม่ได้ดีนักแต่ก็ใช่ว่าจะแย่จนอยู่ไม่ได้ คาบูโตะเปลี่ยนชุดเสื้อผ้าออกเพื่อล้างเหงื่อใคลจึงเห็นว่ามีตั๋วเงินใบหนึ่งร่วงลงมา เขาเกือบจะลืมไปแล้วว่าเอามันซุกไว้ในนี้ ตอนนี้โรงรับจำนำน่าจะปิดแล้ว เอาไว้พรุ่งนี้เช้าเขาค่อยเอามันไปขึ้นเงินก็แล้วกัน แต่ตอนนี้คงต้องใส่ถุงรวมกับเงินเก้บเอาไว้ให้ดีเป็นที่เป็นทางก่อนที่ลาภลอยที่มีจะหายไปด้วยความประมาท...





แสดงความคิดเห็น

มอบกระเป๋าสำเร็จ  โพสต์ 2017-7-20 08:41

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +20 เงินตำลึง +300 ความหิว -7 Point +4 ย่อ เหตุผล
Admin + 20 + 300 -7 + 4

ดูบันทึกคะแนน

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x9999
x9999
x9999
x9999

128

กระทู้

1979

โพสต์

37หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
12
เงินตำลึง
85
ชื่อเสียง
177316
ความหิว
1096

ตราหุบเขาปีศาจ

คุณธรรม
3447
ความชั่ว
5434
ความโหด
2730

ฉง ลู่เต๋า

"หึ..มนุษย์"
pet
โพสต์ 2017-10-2 22:35:50 | ดูโพสต์ทั้งหมด
{ เควสเรื่องราวที่ 1 ของ หลิน เจียวหย่า} วิกฤตการณ์ขาดแคลนแรงงาน
ณ หอสุราเกียปิ่ง
[บทที่ 1 : สมัครงาน]

          ร่างของเด็กสาวนาม เจียวหย่า เดินมาจนถึงหอสุราเกียปิ่ง ซึ่งเป็นหอสุราชื่อดังย่านเสฉวน มีทั้งสุราชั้นดีมากมายหรือว่าจะเป็นอาหารรสเลิศต่างๆมากมายก็อยู่ที่นี้ ดวงตาสีม่วงดอกพวงครามวาววับไปกับแสงของโคมไฟที่กำลังถูกจุดตามบ้านเรือนข้างๆ ..รวมถึงด้านหน้าของหอสุราเกียปิ่ง
เส้นผมสีน้ำตาลดำเข้มที่ทิ้งตัวยาวสลวยค่อยๆปริ้วไหวไปตามสายลม ใบหน้าอันอ่อนเยาว์นั้นปรากฏขึ้นเมื่อแสงไฟจากโคมนั้นกระพบบนใบหน้าของเธอที่มีผิวราบที่เรียบเนียนสีขาวเหลืองอมชมพู
          ดูเหมือนว่านี้จะเป็นสิ่งที่เธอตามหามาแสนนาน สถานที่ ที่เธออยากจะทำงานอย่างมาก ..การได้เป็นนักดนตรีหรือนางรำที่อยู่หอสุรา.. โดยยิ่งยวดแล้ว การเป็นนางรำอันดับหนึ่ง ไหนจะได้รับการยอมรับในเรื่องความสามารถแล้ว ยังได้ชื่อเสียงเรื่องความงามหาผู้ใดเปรียบได้ เฉกเช่นท่านแม่ของเธอเอง...

          ก่อนที่เธอจะมาถึงด้านหน้าของหอสุราเกียปิ่งได้ เธอเดินทางพร้อมด้วยกลุ่มรถม้าที่มาจากเมืองฉางอัน ผ่านเมืองอู๋โต่วกับฮั่นจง เพื่อมาถึงเมืองจื่อถง ซึ่งเป็นที่ ที่เธอได้ข่าวมาว่ารับสมัครคนงานจำนวนมากเพราะขาดแคลนคนงาน ผู้คนส่วนใหญ่มาเพื่อท่องเที่ยวทำให้เกิดการขาดแรงงานที่จะมาบริการ

          “.......ที่นี้ก็มีหรือ”

          เด็กสาวพูดขึ้น เธอเห็นป้ายหาคนงานเพื่อมาทำงานที่หอสุราแห่งนี้ … ความอยากรู้อยากเห็น บวกกับอยากลองอะไรใหม่ๆของเด็กสาวเพิ่มขึ้นมาอย่างเหลือเชื่อ.. นี้มัน..สิ่งที่เธอต้องการ!!!

          ขาเรียวเดินเข้าไปทันที แต่ทว่ากลับมีชายร่างกำยำหน้าตาโหดประหนึ่งกับโจรป่าห้าร้อยบวกสองพันวนไปดูท่าทางแล้วจะเป็นผู้คุ้มกันหอสุราแห่งนี้ ดวงตาสีม่วงดอกพวกครามของเธอจ้องมองไปที่เขา ก่อนที่เธอจะก้มลงอย่างนอบน้อม ซึ่งนั้นไม่ได้ทำให้ชายคนนั้นมีท่าทีที่อ่อนลงเลย
          “ข้าเดินทางมาจากฉางซา เห็นว่ามีป้ายสมัครงานอยู่ ณ หอสุราแห่งนี้ ไม่ทราบว่าข้าควรไป ณ ที่ใดหรือเจ้าคะ?” หญิงสาวชายตาขึ้นมา ความอ่อนเยาว์แต่ก็ยังคงเค้าโครงความงามนั้นมันอะไรกัน?.. เธอก็พอใช้ได้นี้น่า?
          เด็กสาวยิ้มหวานแล้วอีกคนก็ตอบรับด้วยท่าทีที่อ่อนลงคือ ชี้ทางที่ไป แล้วพูดขึ้น “หลังหอสุราจักมีอยู่ เชิญไปทางนั้น”

          เขาพูดด้วยเสียงเข้ม ก่อนที่จะเดินกลับไปนั่งยังที่เดิมของเขา ดูเหมือนว่าเขาจะทำตามหน้าที่นั้นล่ะนะ เพราะว่าเธอเป็นเพียงหญิงสาวคนหนึ่ง.. ส่วนมากเขาก็จักไม่มายังหอสุรานี้เท่าไร?

          "ขออภัยนะเจ้าคะ ข้าเจียวหย่ามาสมัครงานเจ้าค่ะ" เธอเดินเข้ามา พลางเห็นเหล่าเสี่ยวเอ้อห์(คนใช้หรือคนงาน)นั้นวุ่นวายกับการล้างจานชามต่างๆ ทั้งต้องเตรียมอาหารเหล้ายาและนารีกันจนหัวปั่น

          “เจ้ามาจากไหน? มาสมัครงานเราะ? ทำอะไรได้บ้าง?” อยู่ๆก็มีชายร่างบางเดินเข้ามา ดูเหมือนว่าเขาจะเป็นหัวหน้าของคนงาน เพราะเขาใส่เสื้อผ้าที่ดูดีขึ้นมาหน่อย แต่ยังคงไม่ค่อยเห็นราศีคนรวยจับเสียเท่าไร เขาเดินมาทางเด็กสาวก่อนที่จะก้มลงมองตั้งแต่หัวจรดเท้า..

          “ข้าหรือเจ้าคะ? ข้ามาจากฉางซา ข้าสามารถ ทำครัว เตรียมวัตถุดิบทำอาหารหรือทำความสะอาดก็ได้เจ้าค่ะ และข้ามีทักษะการร่ายรำและการเล่นดนตรีได้เจ้าค่ะ” เธอพูดแล้วก้มคำนับอีกคนเพื่อรอการพิจารณา เขามีท่าทีที่ดูเธอแปลกไป ก่อนที่จะมองแล้วมองอีกไม่รู้ว่าจะมองอะไรขนาดนั้น เธอยิ้มให้กับคนมองอย่างเกร็งๆ เล็กน้อย เขาพยักหน้า

          “ได้..ข้าจะรับเจ้าเข้ามา ทำงานสี่วันอย่างที่ป้ายบอก ส่วนเรื่องงานเดี๋ยวข้าจะบอกเอง ตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว จงเตรียมเตรียมพร้อมสำหรับงานพรุ่งนี้ เริ่มงานทันที ห้ามเกียจคร้านเป็นอันขาด ทางหอเรามีที่พักสำหรับคนงานอยู่เจ้าไปได้แล้ว” เข้าพูดด้วยท่าทีเป็นเชิงคิด ก่อนที่จะปัดมือไล่เธอ แล้วรีบเดินออกไปทันที

          ดูท่าทางทุกคนที่อยู่ที่นี้จะวุ่นวายกันโดยแท้

          เด็กสาวยิ้มบางๆ แต่ทว่าเธอลืมเสียแล้วในการถามคนอื่นว่า เจ้าที่พักคนงานมันอยู่ตรงไหน!!! ทำให้เธอต้องไปรบกวนคนแถวนั้นถามอย่างจ้าละหวั่นเลย เขาตอบเธอแต่ก็ก้มหน้าก้มตาล้างผักต่อไปอย่างไม่หยุด

          กว่าจะมาถึงที่พักก็ทำเอาเธอมึนหัวจนเหนื่อยหอบเสียแล้ว… เอาล่ะ..พรุ่งนี้จะมีอะไรรอเธออยู่หน่า?



แสดงความคิดเห็น

จัดส่งรายละเอียดงานไปทาง PM เร็วๆ นี้  โพสต์ 2017-10-2 22:55

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1ชื่อเสียง +200 ความหิว -8 Point +8 ย่อ เหตุผล
Admin + 200 -8 + 8

ดูบันทึกคะแนน

https://xn--12cn8be2ck0h5b.com/source/plugin/levsign/statics/images/e3.jpgดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x60
x15
x22
x36
x20
x10
x775
x500
x13
x104
x2118
x191
x73
x1038
x12
x2
x373
x664
x5
x5
x110
x120
x9999
x15
x82
x260
x624
x85
x395
x3789
x5803
x2700
x1
x1
x1
x48
x98
x6
x192
x143
x78
x4
x835
x2

ข้อความล้วน|อุปกรณ์พกพา|

Copyright © 2001-2012 | The Legend of Wulin  สงวนลิขสิทธิ์ | GMT+7, 2019-7-16 06:08

ขึ้นไปด้านบน