กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบอุปกรณ์พกพา | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์
ดู: 105|ตอบกลับ: 14

{ ใต้ซากโบราณกู่เสวียน } วิหารโบราณใต้ดิน

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-12-3 19:44:28 |โหมดอ่าน













วิหารโบราณใต้ดิน
♦ ใต้ซากโบราณกู่เสวียน - หลังค่ายหลี่กัง ♦






วิหารโบราณที่ผ่านกาลเวลามานับแสนปีก่อนจนค่อยๆ ถูกซากสิ่งก่อสร้างมนุษย์สร้างทับด้วยถูกดินถล่มฝังใต้ดิน
วิหารแห่งนี้ถูกสร้างเพื่อบูชาเทพซีอวี้เพียงองค์เดียว 


ในสมัยบรรพชนที่ชาวซีอวี้ยังไม่แบ่งแยกเป็นแว่นแคว้น
ยังเป็นกลุ่มชนเผ่าเดียว นามว่า “เทพโครรารอส” เทพแห่งสุริยันและนักรบ มีหกกร และ พละกำลังมหาศาล
เป็นเทพที่ปกป้องชาวทะเลทรายทั้งปวงในซีอวี้ และ
มีความแตกแยกจากเทพอื่นๆ ที่สร้างความกลมกลืนระหว่างมนุษย์และปีศาจให้ใช้ชีวิตร่วมกัน 


เล่ากันว่าในตำนานท่านเดิมเป็นมนุษย์มาจากต่างโลกที่พลัดตกลงมายังโลกใบนี้ ในโลกที่ท่านจากมามีปีศาจมากมายทั้งดุร้ายและที่เป็นมิตร ท่านได้ละทิ้งชีวิตเดิมที่ล่าปีศาจหันมาช่วยผู้คนในทะเลทรายซีอวี้ที่โลกใบนี้ ในขณะเดินทางทั่วทะเลทรายได้มาพบแหล่งพลังงานที่หล่อเลี้ยงทะเลทรายเป็นแกนพลังหลัก ท่านจึงได้ตั้งวิหารที่แห่งนี้เพื่อปกป้องแกนศูนย์กลางแห่งซีอวี้จนสิ้นลมหายใจสุดท้าย







เทพโครรารอส

เทพแห่งสุริยันและนักรบ มีหกกร และ พละกำลังมหาศาล เป็นเทพที่ปกป้องชาวทะเลทรายทั้งปวงในซีอวี้ และ มีความแตกแยกจากเทพอื่นๆ
ที่สร้างความกลมกลืนระหว่างมนุษย์และปีศาจให้ใช้ชีวิตร่วมกัน








คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 Point +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 10

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2018-12-3 20:14:55 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Baoling เมื่อ 2018-12-3 20:17

องค์เทพ “โครรารอส” สันติสุขแห่งปีศาจ
{เควส ตำนานปรัมปราศิลาศักดิ์สิทธิ์}

        สุดท้ายเมื่อเดินถึงขั้นล่างสุดสิ่งที่เป่าหลิงและท่านผู้เฒ่าเห็นนั้นก็คือเส้นทางที่จะนำทางพวกเขาไปยังวิหารโบราณ ที่แม่สาวซักคิวบัสนั้นบอกว่าตรงนั้นยังไม่มีที่ศักดิ์สิทธิ์นั้นเป็นเพราะเช่นนี้เองสินะ? เป่าหลิงนั้นคิด.. อย่างไรก็ตามที คิดว่าวิหารเช่นนี้มันควรที่จะมีอะไรมากกว่านี้.. แต่น่าแปลกจังนะที่ว่ายังไม่เจอ

       “มาเถอะ เราต้องเดินต่อกันแล้ว” สาวปีศาจร่างเปลือยปล่าวนั้นกล่าวกับเป่าหลิงและท่านผู้เฒ่า นางจึงพยักหน้าขึ้นมา เป่าหลิงนั้นเหลือบมองภาพที่ตนเองเห็น เรียกได้ว่าเป็นภาพที่น่าแปลกตาและน่าแปลกใจสำหรับเธอมาก ตรงนี้เหมือนเป็นสถานที่เก่ากว่าซากโบราณสถานด้านบนเสียอีก.. หมายความว่าเจ้าสถานที่ก่อนหน้านี้มันสร้างครอบที่นี้เอาไว้สินะ?...

        “ที่นี้โดนวิหารซากโบราณกู่เสวียน ฝังไว้สินะ?” เป่าหลิงนั้นกล่าวถาม
        “เจ้าเข้าใจถูกแล้วสหายเรา ที่นี้น่ะ เป็นวิหารโบราณที่ผ่านกาลเวลามานับแสนๆปีก่อนที่จะค่อยๆถูกซากสิ่งก่อสร้างอารยธรรมของพวกมนุษย์สร้างทับไว้..” แม่สาวปีศาจกล่าว มือของนางนั้นค่อยๆไล่ไปตามผนังที่โดนสร้างด้วยอิฐสีขาวไข่ที่ค่อนข้างงดงาม มีหลายอันที่โดนสลักเป็นเหมือนกับลวดลายที่งดงามยากที่จะบ่งบอกได้ว่ามันโดนสลักมาจากสิ่งใด.. ใครเป็นคนทำกันแน่..

        ท่านผู้เฒ่านั้นตอนนี้เหมือนหลุดไปโลกอีกโลกหนึ่งอย่างกู่ไม่กลับ เขานั้นจ้องมองก่อนที่จะจดจำทุกรายละเอียดเขียนลงแผ่นหนังบันทึกของตนเองอย่างรวจเร็วประดุจสายฟ้าฟาด สำหรับหญิงสาวแล้วสถานที่แห่งนี้ช่างดูเป็นสถานที่..ในฝันของเหล่าปีศาจจริงๆนั้นล่ะ..

        แต่แล้วนัยต์ตาสีม่วงดอกพวงครามของนางก็ไปเห็นกับอะไรเขา เป็นรูปปั้นของเทพแปดกร รวมถึงมีไอบารมีของดวงอาทิตย์ก้องกังวานอยู่ตรงบริเวณเศียรศรีษะของเขาอีกต่างหาก นางค้างไปสักพัก ก่อนที่จะขมวดคิ้ว… “รูปปั้นนี้คือรูปปั้นอะไรน่ะ?” เป่าหลิงกล่าวถาม เมื่อสตรีร่างเล็กกล่าวถามแม่สาวปีศาจซักคิวบัส เขาก็หัวเราะยิ้มๆ เหมือนกับว่ากำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่

       “ตามที่ข้าได้ยินนะ นี้คือองค์เทพซีอวี้ ก่อนที่จะถือกำเนิดแว่นแคว้นมากมายในซีอวี้เสียอีก องค์ท่านมีนามว่า เทพ โครรารอส องค์ท่านเป็นเทพแห่งสุริยันและนักรบ ท่านน่ะเป็นเทพที่ให้ปีศาจและชาวซีอวี้อยู่ร่วมกันอย่างสันติมานานนับปี..” แม่สาวซักคิวบัสกล่าว ก่อนที่จะคลียิ้ม นางค่อยๆขยับเข้าไป ทำท่าเหมือนกับว่าเคารพในตัวองค์เทพ ทั้งๆที่ปีศาจไม่น่าศรัทธาต่อองค์เทพ..

        เป่าหลิงนั้นเลิกคิ้ว..นางไม่รู้มาก่อนเลยว่ามีเรื่องแบบนี้อยู่ด้วย แต่แล้วดูเหมือนว่าข้อความนี้จะเป็นจริง เพราะระหว่างที่เดินไปนั้น เธอเห็นภาพแกะสลักเหมือนกับว่าเป็นเรื่องราว.. ในสมับบรรพชนที่ชาวซีอวี้ยังไม่แบ่งแยกเป็นแว่นแคว้น ยังเป็นกลุ่มชนเผ่าเดียว องค์เทพแห่งสุริยันและนักรบนั้นมีพละกำลังมหาศาร คอยปกป้องชาวทั้งหลายในทะเลทรายทั้งปวง เล่ากันว่าเดิมท่านเป็นมนุษย์จากต่างโลก ที่พลัดตกลงมายังโลกใบนี้…..

        พลัดตกลงมาจากต่างโลก…

       “ซิ..ริ..??” อยู่ๆ ใบหน้าของสตรีผมเงินนั้นก็แว๊บเข้ามาในหัวของเป่าหลิง หากโลกที่ว่านั้นเป็นโลกที่ซิริจากมาอย่างงั้นล่ะ? ไม่หรอก มันไม่มีทางเป็นเรื่องบังเอิญเช่นนั้นได้หรอกนะ..ไม่มีทางเลยสักนิด ไม่มีทางที่จะเป็นอย่างงั้นด้วยซ้ำไป.. เป่าหลิงนั้นส่ายหัว ก่อนที่นางจะอ่านและดูตามภาพสลักนั้นต่อ..

        เห็นว่าโลกที่องค์เทพโครรารอสจากมานั้นมีปีศาจมากมายทั้งดุร้ายและเป็นมิตร ท่านนั้นได้ละทิ้งชีวิตการสังหารมาเป็นการช่วยเหลือเหล่าปีศาจและผู้คน ท่านได้มาพบกับแกล้งพลังงานแก่นหลักของพลังแห่งธรรมชาติ จึงได้ตั้งวิหารเพื่อปกป้อง..จนสิ้นลมหายใจ..

        “เราบอกแล้ว ว่าที่นี้มีอะไรพิเศษกว่าที่สหายจักคิด..แต่ก็นะ หลังจากที่องค์เทพท่านสิ้นใจ วันเวลาที่เคลื่อนผ่านล้วนแล้วแต่ทำให้จิตใจของมนุษย์ผันแปร มนุษย์ก็กลับมารังเกียจปีศาจเช่นเราดั่งเดิม” ปีศาจสาวนั้นกล่าวอย่างเศร้าๆ เหมือนว่านางจะไม่มีใจที่คิดร้าย เพียงแต่ตนเองไม่อาจเลือกเกินได้เท่านั้นเอง…

        “หึ..มนุษย์มันก็แค่เกลียดและกลัวสิ่งที่แตกต่างนั้นล่ะ พวกนั้นน่ะ ก็แค่กลัวสิ่งที่ประหลาดกว่าตนเอง แม้ว่าจะมีจิตใจแม้ว่าจะมีสิ่งใด มนุษย์นั้นล่ะ คือเผ่าพันธ์ุที่น่ารังเกียจสำหรับข้ามากที่สุด เป่าหลิงกล่าว ใช่แล้ว มนุษย์กลัวสิ่งมีชีวิตอื่น เพราะฉะนั้นมนุษย์ถึงต้องทำลายสิ่งมีชีวิตนั้น เหมือนกับที่เธอเคยเจอนั้นล่ะ..

        “แต่ก็นะ แม้ว่าอยากจะทำลายมนุษย์เท่าไร..แต่ก็ต้องคอยมาคิด เราล้วนต้องอิงอาศัยกัน ข้าทำลายมนุษย์ไม่ลงหรอก..คงต้องโดนรุกรานก่อน เราถึงจะลุกขึ้นสู้ ข้าอาจจะบอกว่าข้าต่อต้านได้ แต่ก็ไม่แน่ใจว่าข้าจะต่อต้านมนุษย์ได้ขนาดนั้น..อย่างไรผู้ขับเคลื่อนอารยธรรมแห่งโลกาใบนี้คือมนุษย์ เหล่าปีศาจหรือเทพ ก็มีเพียงไว้เพียงตำนาน..”

        “.......เกรงว่ามันจะเป็นตำนานที่ยังมีชีวิต”.....

        สิ้นการพูดคุย อยู่ๆ เส้นทางตามระเบียงทางเดินนั้นก็เปลี่ยนไป เนื่องจากว่าดูเหมือนว่าจะเข้าไปสู้เส้นทางใหม่ ที่เรียกได้ว่าจู่ๆ เหล่าสาวๆซักคิวบัสก็ต้องให้เป่าหลิงและท่านผู้เฒ่านั้นหยุดไว้ก่อน “ต่อจากนี้ล่ะ จะยากแล้ว..ตรงด้านหน้านั้นมีกับดัก เพื่อป้องกันหัวขโมยสมบัติน่ะ.. ที่นี้ล่ะที่ข้าบอกว่ามันเป็นสิ่งที่เรียกได้ว่าลำบากมากสำหรับการเดินทางเข้าไปด้านใน” นางกล่าวเช่นนั้น..

        เป่าหลิงนั้นพยักหน้า ก็คิดไว้อยู่แล้วล่ะว่าต้องมีอะไรแบบนี้อยู่แล้ว

       “งั้นข้าจะลองดูก่อน ท่านผู้เฒ่าอยู่กับพวกนี้ไว้นะ...ข้าฝากด้วย..” เป่าหลิงกล่าวกับสตรีทั้งสอง พวกนางพยักหน้า เนื่องจากว่าด้านในพวกนางเองก็ไม่เคยเข้าไปเหมือนกัน ทางด้านหน้านั้นเป็นทางที่หยุดตรงแผ่นสี่เหลี่ยมยาวไปแปดช่องด้านหน้า แถวละสามช่องรวมถึงยังมีแผ่นกระเบี้ยงที่ลวดลายสลักเป็นรูปของพระอาทิตย์ อยู่ทั้งหมดห้าสีที่สลับกันไป.. เป่าหลิงนั้นเหลือบมอง..

        แผ่นกระเบื้องรูปสลักพระอาทิตย์….มีหลายสี.. อืม..หรือว่าจะเป็น หากเป็นพระอาทิตย์ก็หมายถึงสี ที่ต้องเป็นสีโทนร้อน เป็นสีที่เหมาะสมกับพระอาทิตย์ หรือว่าจะเป็น.. เป่าหลิงนั้นกำลังเหยียบแผ่นกระเบี้ยงแผ่นแรก แต่ทว่าสตรีผมดำกลับพูดขึ้นมาก่อนที่นางจะได้เหยียบ..

        “ระวังนะ!....ที่นี้น่ะ..ยังไม่เคยมีใครผ่านได้มาก่อน ….ระวังไว้ ทำใจเข้าไว้” นางกล่าวเช่นนั้น.. เป่าหลิงขมวดคิ้วคำว่าทำใจให้ว่างเอาไว้.. ยังไงสิ่งที่เธอต้องการก็ไม่ใช่สมบัติด้านในอยู่แล้ว แต่มันคือความจริงต่างหาก..หากจะบอกว่าเป็นสถานที่มีสมบัติจริงๆล่ะก็ มันก็แค่ผลพลอยได้เท่านั้น..

        “.....เอาเถอะ” นางกล่าว แม้ว่าจะมีจริงๆก็นะ..แม้ว่าจะเป็นกับดัก..แต่เทพแห่งอาทิตย์ก็น่าจะเป็นสีของพระอาทิตย์นั้นล่ะ.. เป่าหลิงนั้นระวังเต็มที่ว่าจะเจอกับอะไรตอนต่อไป ก่อนที่นางจะเหยียบแผ่นกระเบื้องรูปดวงอาทิตย์..สีแดงสดที่สุขสกาวเหมือนกับพระอาทิตย์ตามแรกของวัน ให้องค์เทพแห่งพระอาทิตย์นั้นคอยเป็นใบบุญให้ไม่ประสบกับกับดักที่สร้างขึ้น ให้องค์เทพช่วยปกป้อง..เทพที่ไม่เกรงในปีศาจแต่ช่วยเหลือ….

        หึหึ...น่าเสียดายว่าเราสองควรพบกัน







คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -68 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -68 + 5

ดูบันทึกคะแนน

ดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กราดิอุสศิลา
โลหิตมาร
วิจารณ์ซางยาง
เกราะทองคำ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x4
x20
x1000
x10
x16
x2
x70
x300
x300
x200
x1
x1
x40
x2
x512
x2
x50
x1
x2280
x1000
x130
x9999
x5000
x1000
x90
x1
x6
x2
x2485
x2
x4
x330
x2
x50
x1000
x14
x40
x3
x5
x2
x2
x20
x3
x17
x80
x5
x4
x2
x65
x50
x2
x3
x5
x33
x2
x3
x50
x3
x75
x4
x3
x220
x105
x30
x4
x265
x32
x20
x57
x10
x14
x4
x18
x115
x100
x73
x84
x258
x50
x50
x8
x4
x2
x119
x750
x191
x10
x629
x300
x70
x48
x8200
x5020
x2
x6
x40
x1000
x835
x14
x675
x14
x1457
x171
x64
x2180
x52
x1025
x372
x220
x262
x140
x393
x91
x430
x181
x170
x110
x136
x998
x576
x91
x390
x12
x99
x1
โพสต์ 2018-12-3 22:31:32 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Baoling เมื่อ 2018-12-3 22:32

เส้นทางที่เต็มไปด้วยขวางหนาม
{เควส ตำนานปรัมปราศิลาศักดิ์สิทธิ์}

        เป่าหลิงนั้นเมื่อเหยียบกระเบื้องสีแดงอยู่ๆ ก็มีรูปปั้นสลักหัวสิงโตออกมาจากกำแพงมันพ่นไฟใส่จนเต็มสองข้างทาง เป่าหลิงนั้นรีบหลบเร้นกายของตนเองด้วยวิชาตัวเบา หญิงสาวกระโดดถอยหลังออกมา อย่างรวดเร็ว สาวน้อยเลิกคิ้ว ก่อนที่นางจะหลบกายตนเองกลับมาอยู่ที่เดิม นัยต์ตาสีม่วงดอกพวงครามนั้นจ้องมองไปรอบๆ..ก่อนที่เธอจะคิดอะไรบางอย่าง..

        “แล้วทำไมไม่โยนอย่างอื่นไปก่อนว่ะ?...เอ่อ..โง่จริง” เป่าหลิงนั้นกล่าวเช่นนั้น.. ท่านผู้เฒ่าก็หัวเราะ โฮ่ะๆ เหมือนกับว่า เอ่อ ตัวเองก็ลืมบอกเหมือนกัน “อย่างงั้นแล้วจะมีอันไหนล่ะเนอะที่มันไม่เป็นอะไร เอางี้โยนมันไปแต่ละพื้น แต่ละพื้นเลยแล้วกัน..” เป่าหลิงพูด แต่หลังจากนั้น..

       “อู๊ดดดด..ดดด..” เสียงของเจ้าหมูวาสนานามเจินจูจิ้วจางก็ดังขึ้น มันหลบอยู่ในตะกร้าใส่ม้วนหนังสัตว์ของท่านผู้เฒ่ามานานแสนนาน เรียกได้ว่านอนหลับอยู่นั้นเอง มันนั้นจ้องมองมาทางเป่าหลิง รวมถึงเห็นไฟที่ลุกโชติช่วง..

       “เจ้าจะฆ่าข้าเราะ!! จะจับเจินจูเป็นหมูฮั่นปิ้งย่างอย่างงั้นหรอ!! ม่ายน่า า เจินจุ๊ว ว ไม่อ้าว ว วเจินจูไม่อร่อย ย ย”

        “หุบปากถ้าไม่อยากเจอจริงๆ..” เป่าหลิงกล่าวเช่นนั้นใส่สัตว์เลี้ยงของตนเอง เธอถอนหายใจ ก่อนที่จะกุมขมับของตนเองอย่างเหนื่อยๆ ...ไอ้หมูนรกนี้ไม่น่าแหกปากแบบนี้เลย แต่แล้วอยู่ๆมันก็นิ่งไปแล้วจ้องมองไปทางเส้นทางที่กำลังผ่าน กีบเท้าของเจ้าหมูสวรรค์นั้นชี้ไปทางแผ่นกระเบื้องแผ่นสีทอง เป่าหลิงนั้นพยักหน้าก่อนที่จะพูดขึ้น

        “เจ้าเก็บตัวเองไปซะ ไม่เป็นอะไร ขอบใจมาก” เป่าหลิงกล่าวสตรีร่างเล็กนั้นลองเหยียบไปทางแผ่นสีทองอย่างเงียบๆ ดูเหมือนว่าจะไม่โดนอะไรและไม่มีอะไรเกิดขึ้น อ่ะโถ่วเอ่ย เพราะว่าเป็นเทพก็เลยเป็นสีทองอย่างงั้นหรือ แปลกจริงๆเลยเน่อ..

       แต่ที่โง่คงน่าจะเป็นเรานั้นล่ะ

        เป่าหลิงนั้นกระโดดไปกระโดดมาตามแผ่นกระเบื้องสีทองนั้น จนสุดท้าย หญิงสาวก็เห็นว่ากระเบื้องแผ่นสุดท้ายนั้นไม่มีสีทองเหลืออยู่.. เอาล่ะสิ?... ระยะทางจากกระเบื้อง สามแถวสุดท้าย กระเบื้องแต่ละแผ่นนั้นก็ประมาณ ครึ่งเมตร การที่คนยิ่งเป็นคนแก่จะกระโดดไป หนึ่งเมตรกับอีกห้าสิบเซนนั้นเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นก็ค่อนข้างที่จะ…

        “....”

        สตรีร่างเล็กมองไปตรงหน้า ถ้าไม่ไหวคงต้องโยนท่านผู้เฒ่าเข้าไป แต่หากไหวก็.. สาวน้อยร่างบางนั้นจัดการหยิบเชือกออกมา เธอมัดมันไว้กับมีดสั้นก่อนที่จะโยนไปทางด้านหน้า แต่ทว่าน่าแปลกที่มีดสั้นไม่อาจที่จะปักลงไปหรือว่าคล้องไปทางเสาหินตรงนั้นได้ เธอจึงไม่มีทางเลือก …

        “ท่านผู้เฒ่า ทางตรงนี้ไปค่อนข้างลำบากหน่อย เพราะฉะนั้นอาจจะต้องเจ็บเล็กน้อย ท่านคงไม่เป็นอะไรนะ?” เป่าหลิงกล่าวถาม ท่านผู้เฒ่านั้นพยักหน้า เขาค่อยๆกระโดดแผ่นกระเบื้องมาทีละแผ่นๆ จนเกือบถึงแผ่นสุดท้าย จึงนำตะกร้าที่ตนเองมีส่งให้เป่าหลิง นางก็หยิบมาแล้วโยนไปที่อีกฝั่งหนึ่งอย่างง่ายๆ จากนั้นท่านผู้เฒ่าก็โยนเสื้อคลุมของตนเองให้เป่าหลิง เธอก็โยนส่งต่อ

        เป่าหลิงนั้นจับมือท่านผู้เฒ่าไว้ ก่อนที่จะแบกท่านขึ้นมาด้วยกำลังของตนเอง นางลงมือโยนท่านผู้เฒ่าให้ใกล้กับเส้นทางนั้นมากที่สุดให้ลงไปที่แผ่นหนังกระดาษและเสื้อคลุมของท่านเป็นเหมือนที่รอง แล้วตนเองค่อยเดินทางตามไป







แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +5 คุณธรรม +1 ความชั่ว +2 ความโหด โพสต์ 2018-12-4 00:21

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +35 ความหิว -39 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 35 -39 + 5

ดูบันทึกคะแนน

ดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กราดิอุสศิลา
โลหิตมาร
วิจารณ์ซางยาง
เกราะทองคำ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x4
x20
x1000
x10
x16
x2
x70
x300
x300
x200
x1
x1
x40
x2
x512
x2
x50
x1
x2280
x1000
x130
x9999
x5000
x1000
x90
x1
x6
x2
x2485
x2
x4
x330
x2
x50
x1000
x14
x40
x3
x5
x2
x2
x20
x3
x17
x80
x5
x4
x2
x65
x50
x2
x3
x5
x33
x2
x3
x50
x3
x75
x4
x3
x220
x105
x30
x4
x265
x32
x20
x57
x10
x14
x4
x18
x115
x100
x73
x84
x258
x50
x50
x8
x4
x2
x119
x750
x191
x10
x629
x300
x70
x48
x8200
x5020
x2
x6
x40
x1000
x835
x14
x675
x14
x1457
x171
x64
x2180
x52
x1025
x372
x220
x262
x140
x393
x91
x430
x181
x170
x110
x136
x998
x576
x91
x390
x12
x99
x1
โพสต์ 2018-12-4 01:02:47 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Baoling เมื่อ 2018-12-4 01:05


ทดสอบเส้นทาง
{เควส ตำนานปรัมปราศิลาศักดิ์สิทธิ์}

        สตรีร่างบางนั้นจำเป็นต้องรีบมาดูท่านผู้เฒ่า เธอนั้นจดจ้องไปทางท่านผู้เฒ่าที่กำลังเก็บข้าวของของตนเองเหมือนกับจะบอกว่าเขานั้นไม่เป็นไร ท่าทางของเขาไม่เหมือนกับผู้เฒ่าโดยทั่วไปเลยสักนิด ยิ่งเพื่อสิ่งที่ตนเองต้องการค้นหามานานปีแล้วล่ะก็ ยิ่งเป็นสิ่งที่ทำให้จำต้องพยายามไปมากกว่านี้ เพราะอีกไม่นานสิ่งที่พวกเขาจะได้พบ เรียกว่าเป็นสิ่งที่มนุษย์ไม่อยากจะนึกถึง..

        ร่างกายของท่านผู้เฒ่านั้นเหมือนกับกำลังเตะปี๊ปยังดังอยู่เฉกเช่นเคย เป่าหลิงนั้นพยักหน้าเมื่อเห็น ดูเหมือนว่าเขาจะไม่เป็นอะไรเพราะมีสิ่งที่คอยรองรับอยู่ นางเหลือบสายตามองไปยังเส้นทางข้างหน้า แต่แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นคือเห็นกับซักคิวบัสสาวทั้งสองนั้นคลียิ้มให้กับนางและท่านผู้เฒ่าเยากว๋อไฉ่..

       “???”

        “พวกเจ้าไม่มาด้วยกันหรือ?” เป่าหลิงนั้นกล่าวถาม พวกนางทั้งสองจึงส่ายหัวให้ ก่อนที่จะพูด “ขอให้โชคดีมีชัย เราทั้งสองมิอาจก้ามข้ามผ่านเส้นทางแห่งผู้ถูกเลือก ไม่ว่าเช่นไร การทดสอบยังคงมีอยู่ เพื่อให้คู่ควร จงเดินไปตามเส้นทางอย่าไหวติง เดินไปเพื่อเป้าหมายที่มี..สหายเอ่ย ชีวิตของเจ้ามิได้มืดบอดไปด้วยไฟแห่งราคะ..แต่มันคือความรักที่ยากจะเอ่ยออก

        ปีศาจสตรีสาวทั้งสองกล่าวเช่นนั้นเป่าหลิงเลิกคิ้ว..ก่อนที่จะขมวดคิ้วอีกครั้ง เธอโบกมือลาให้กับปีศาจทั้งสอง ก่อนที่จะหันไปทางผู้เฒ่าที่เตรียมตัวเสร็จแล้ว … “ไปกันเถอะเจ้าค่ะ ท่านผู้เฒ่า” เป่าหลิงกล่าวเช่นนั้น ก่อนที่คนทั้งสองจะเดินไป…

        ท่ามกลางสายตาที่บ่งบอกถึงความเป็นห่วงเป็นใยของสตรีปีศาจสาวทั้งสอง..

        ใช่..การทดสอบนั้นยังมีต่อไป นางจะทนได้หรือไม่? ต่อความโลภที่มี

        เส้นทางที่เดินไปนั้นเป็นเส้นทางระเบียงยาวที่ทำจากหิน ครานี้ไม่มีแกะสลักเป็นรูปต่างๆแต่กลับเป็นการแกะสลักเหมือนเส้นทางดอกอาทิตย์ตะวันฉายที่กำลังจะผละบานและค่อยๆบายขึ้นเรื่อยๆเมื่อมันบรรจบกับห้องห้องหนึ่ง ...นัยต์ตาของเป่าหลิงนั้นเบิกกว้าง เนื่องจากว่ามันมืดบินไปหมด เธอจำเป็นต้องใช้คบเพลิงในการส่องอีกครั้ง…


        ดูเหมือนว่าแสงไฟนั้นจะสะท้อนกับบ้างสิ่งบางอย่าง มันคือสมบัติมากมายมหาศาลนั้นเหนือคณากว่าคนคนหนึ่งจะนึกได้ว่ามันเป็นเช่นไร ทั้งแก้วแหวนเงินทอง อัญมณีล้ำค่าที่ไม่อาจประเมินราคาได้ หีบเงินหีบทองที่โดนวางประดับไว้ เหมือนกับเป็นชัยชนะของผู้ที่เดินทางมาถึงตรงนี้.. แต่แล้วทั้งสองกลับนิ่งเฉย เหมือนกับผีเสื้อน้องที่เกาะแหมะลงบนไหล่ของนาง..

        ‘การทดสอบยังคงมีอยู่’ ฝ้าเฉี่ยกล่าวเช่นนั้น..
        “โฮ่ะๆ..คิดว่าท่านเทพคงมีประสงค์เช่นไร..แม่สาวน้อย” ท่านผู้เฒ่านั้นกล่าว ใบหน้าของเขานั้นไม่ได้มีซึ่งความโลภอยู่เลย มีแค่นางเท่านั้นล่ะที่จะมี สมบัติมากมายที่เหลือนับ มันไม่อาจประเมินค่าได้จริงๆเช่นนั้นหรือ?...

        “สมบัติมากมายเหลือนับคณา ประเมินค่ามิได้ฝัน ฝักใฝ่สิ่งใดกันตามหา?” ท่านผู้เฒ่าพูดขึ้นมาอีกครั้ง เหมือนกับว่าเขารู้ว่าเป่าหลิงจะคิดเช่นไร สตรีร่างเล็กนั้นคลียิ้มให้เล็กน้อย ที่บอกว่าการทดสอบนั้นยังคงมีอยู่คงเป็นเพราะแบบนี้สินะ?.. เพราะว่าปีศาจหรือมนุษย์ย่อมมีความโลภ ความโลภมีอาจนำพา หากคนผู้นั้นไปพบเจอสิ่งที่มีค่าไว้ในมือ..

        “มันมีสิ่งที่ล้ำค่ากว่านี้รอข้ากับท่านอยู่” เป่าหลิงกล่าวเช่นนั้น ก่อนที่ท่านผู้เฒ่าเยากว๋อไฉ่จะจับมือของเป่าหลิง ก่อนที่จะพาเธอเดินผ่านห้องนี้ไปอย่างเงียบงัน.. ใช่แล้ว เพราะว่ามันมีสิ่งที่เรียกว่าประเมินค่าไม่ได้รอเราอยู่ข้างหน้า ไม่ว่าอย่างไร สิ่งที่เกิดขึ้น จะต้องมากกว่านี้แน่..

        ของพวกนี้น่ะ..หาเองก็ได้..แต่สิ่งนั้น เป็นสิ่งเดียวที่มีและจะประสบพบเจอ...หึ...







แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +15 คุณธรรม โพสต์ 2018-12-4 01:56

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +35 ความหิว -36 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 35 -36 + 5

ดูบันทึกคะแนน

ดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กราดิอุสศิลา
โลหิตมาร
วิจารณ์ซางยาง
เกราะทองคำ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x4
x20
x1000
x10
x16
x2
x70
x300
x300
x200
x1
x1
x40
x2
x512
x2
x50
x1
x2280
x1000
x130
x9999
x5000
x1000
x90
x1
x6
x2
x2485
x2
x4
x330
x2
x50
x1000
x14
x40
x3
x5
x2
x2
x20
x3
x17
x80
x5
x4
x2
x65
x50
x2
x3
x5
x33
x2
x3
x50
x3
x75
x4
x3
x220
x105
x30
x4
x265
x32
x20
x57
x10
x14
x4
x18
x115
x100
x73
x84
x258
x50
x50
x8
x4
x2
x119
x750
x191
x10
x629
x300
x70
x48
x8200
x5020
x2
x6
x40
x1000
x835
x14
x675
x14
x1457
x171
x64
x2180
x52
x1025
x372
x220
x262
x140
x393
x91
x430
x181
x170
x110
x136
x998
x576
x91
x390
x12
x99
x1
โพสต์ 2018-12-4 02:42:48 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Baoling เมื่อ 2018-12-4 02:44


ของขวัญที่ดีที่สุดในชีวิต
{เควส ตำนานปรัมปราศิลาศักดิ์สิทธิ์}

        สตรีร่างบางนั้นเดินมาตามทางเธอนั้นกำลังอยู่ในมือของท่านผู้เฒ่าเยากว๋อไฉ่อยู่ เหมือนเขาจะบอกให้เธอนั้นตั้งสติของตนเองตั้งสมาธิของตนเองเพื่อที่จะให้ชีวิตของเธอนั้นได้เดินทางต่อไป เป่าหลิงนั้นคลียิ้มให้ เธอเหลือบมองมือที่เหี่ยวย่นของท่านผู้เฒ่า…

        ก่อนที่จะนึกถึงมือหนาของใครบางคน.. บุรุษผู้มีใบหน้าคมเข้มงดงามเฉกเช่นวิมารในราตรี ท่านพ่อของเธอเองก็เคยจับมือนางแบบนี้เหมือนกัน.. แม้ว่าเธออาจจะไม่ได้เจอท่านในเร็ววัน ไม่ว่าจะเป็นปี สองปีหรือหลายร้อยปีก็ไม่อาจจะบอกได้ นางเข้าใจแล้วว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น ไม่ว่าท่านพ่อจะนานขนาดไหน เธอก็ต้องรักษาตัวเองเพื่อท่านพ่อให้ได้..

        มารปีศาจเฉกเช่นเธอและท่านพ่อ นั้นไม่อาจที่จะมีมือที่เหี่ยวย่นเช่นนี้ได้เลย ไม่ว่าอย่างไรมันก็จะไม่เกิดขึ้น นางนั้นคลียิ้มให้กับสิ่งที่งดงามสำหรับสิ่งที่เกิดขึ้นนี้… เป็นความสัมพันธ์เล็กๆน้อยๆกับสิ่งที่นางมีกับมนุษย์ ที่น้อยครั้งนักจะเจอ..

        “การที่จะเดินทางสู่จุดมุ่งหมาย นั้นจำเป็นต้องใช้เวลาและมีอุปสรรค ไม่ว่าอย่างไรมันก็ต้องผ่านไป กำแพงเมืองยังไม่อาจสร้างเสร็จภายในวันเดียว ...จิตใจที่เข้มแข็งเองก็เหมือนกัน..” ท่านผู้เฒ่าเยากว๋อไฉ่นั้นพูดกับเป่าหลิง นางพยักหน้าเหมือนกับเข้าใจสิ่งที่เขาพูด จนสุดท้ายมือที่เหี่ยวย่นนั้นก็ค่อยๆปล่อยมือออกไปจากข้อมือบางของเป่าหลิงจนได้ นัยต์ตาสีม่วงดอกพวงครามนั้นจ้องมองไปทางด้านหน้าของตนเอง เหมือนกับว่ากำลังจะเข้าสู่ห้องต่อไปแล้ว

        แต่แล้วภายในห้องนั้นกลับแปลกประหลาดกว่าที่เคย เนื่องจากว่ามันเหมือนกับห้องโถงบัลลังค์ของภายในถ้ำของเธอไม่มีผิดเพี้ยน สิ่งหนึ่งที่เห็นคือร่างของใครบางคนที่กำลังยืนหันหลังอยู่ แผ่นหลังใหญ่นั้นโดนปิดไว้ด้วยเส้นผมสีดำสนิท แต่กลับแซมสีแดงมาให้เห็นปลายทาง.. รวมถึงชุดที่ใสกลับดูคุ้นตาอย่างมาก..

        มีเพียงกลิ่นที่หาได้เป็นกลิ่นที่นางรู้จักไม่..

        เขาเป็นชายที่กำลังยืนหันหลังแต่ไม่อีกกี่นาทีต่อมาเขาก็ค่อยๆหันหลับมา เสื้อผ้าของท่านพ่อของนางนั้นเป็นสีดำขลับ เหมือนกับว่าเป็นสายเส้นใยที่ไม่อาจหาได้ ไม่มีสายเส้นใยไหนมาเทียมทัน เหมือนเป็นไหมชั้นดีที่ใส่พลังออร่าบางอย่างลงไปทำให้แค่ชุดก็ดูมีสง่าราศี ยิ่งยวดเข้ากันเสียยิ่งแล้ว…

        “ท่าน...พ่อ...” เป่าหลิงนั้นอึ้งไปเล็กน้อย เธอเบิกในตาของตนเองอย่างตกตะลึง ท่านพ่อควรที่จะอยู่หรือว่า..นี้คือ...บททดสอบอย่างงั้นหรือ?..

        ท่านผู้เฒ่าเยากว๋อไฉ่นั้นเหลือบไปมองสตรีร่างเล็กข้างกายของตนเอง.. นางดูตะลึงไม่น้อยที่ได้เห็นชายรูปงามตรงหน้าของตนเอง เรียกได้ว่างาม และคมเข้มไปพร้อมๆกัน ยิ่งจ้องมองยิ่งลึกลับ ใบหน้าคมคายประดุจจับวางให้ไหลหลง… ไม่แปลกแล้วที่สตรีร่างเล็กหากเติบโตขึ้นคงเป็นดรุณีน้อยงดงามล้มแว่นแคว้น..เพราะเชื่อสายนั้นช่างแรงกล้าเหลือนักคณา..

        “สวัสดี ข้ายินดีด้วยเจ้าผ่านบททดสอบมาครึ่งทางแล้ว” ชายผู้นั้นกล่าวขึ้น เขาคลียิ้มให้กับเป่าหลิง “ข้าเป็นส่วนหนึ่งของศิลาศักดิ์สิทธิ์ จะทำการทดสอบต่อผู้ที่เข้ามายังศิลาศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้เพื่อรับพร” เมื่อเป่าหลิงได้ยินดังนั้นนางก็เริ่มที่จะตั้งสติได้..ใช่แล้วท่านพ่อของนางไม่ใช่คนตรงหน้า เพราะว่าท่านพ่อของนางไม่ได้อยู่ที่นี้..

       คงมีอำนาจมากมายนั้นล่ะถึงขั้นแปรงกายเป็นท่านพ่อได้.. สมแล้วกับที่ส่วนหนึ่งของมันปิดผนึกแดนมารเกือบชั่วนิรันด์…

        “ตามมาสิ” เขากล่าวอีกครั้ง คราวนี้เขาเดินนำหน้าสตรีร่างบางไป เป่าหลิงนั้นพยักหน้าตอบรับ ก่อนที่จะเดินไปพร้อมๆกับท่านผู้เฒ่า อย่างเงียบๆ นางพยายามที่จะสงบจิตใจของตนเองไม่ให้พุ่งซ่านศิลาศักดิ์สิทธิ์ก็คือศิลาศักดิ์สิทธิ์ มันไม่มีทางรู้ความจริงใจที่นางมีให้ท่านพ่อหรอก






แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +3 คุณธรรม +2 ความชั่ว +1 ความโหด โพสต์ 2018-12-4 11:49

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -36 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -36 + 5

ดูบันทึกคะแนน

ดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กราดิอุสศิลา
โลหิตมาร
วิจารณ์ซางยาง
เกราะทองคำ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x4
x20
x1000
x10
x16
x2
x70
x300
x300
x200
x1
x1
x40
x2
x512
x2
x50
x1
x2280
x1000
x130
x9999
x5000
x1000
x90
x1
x6
x2
x2485
x2
x4
x330
x2
x50
x1000
x14
x40
x3
x5
x2
x2
x20
x3
x17
x80
x5
x4
x2
x65
x50
x2
x3
x5
x33
x2
x3
x50
x3
x75
x4
x3
x220
x105
x30
x4
x265
x32
x20
x57
x10
x14
x4
x18
x115
x100
x73
x84
x258
x50
x50
x8
x4
x2
x119
x750
x191
x10
x629
x300
x70
x48
x8200
x5020
x2
x6
x40
x1000
x835
x14
x675
x14
x1457
x171
x64
x2180
x52
x1025
x372
x220
x262
x140
x393
x91
x430
x181
x170
x110
x136
x998
x576
x91
x390
x12
x99
x1
โพสต์ 2018-12-4 19:32:34 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Baoling เมื่อ 2018-12-4 19:36

ประวัติ จุดเริ่มต้น ที่ไม่มีวันจบ
{เควส ตำนานปรัมปราศิลาศักดิ์สิทธิ์}

        สตรีร่างเล็กและท่านผู้เฒ่ารวมถึงฝ้าเฉี่ยนั้นตามร่างจำแลงของมารฝันนั้นมาเรื่อยๆ พวกเขานั้นไม่ได้พูดคุยอะไรกัน เสียงที่สะท้อนตามเส้นทางนั้นเต็มไปด้วยแค่เสียงฝีเท้าของคนสองคนเท้านั้น เนื่องจากว่าร่างกายจำแลงของมารฝันนั้นไม่มีเสียงฝีเท้า เหมือนกับท่านพ่อของเธอ ท่านพ่อเองก็ไม่มีเสียงฝีเท้าเฉกเช่นเดียวกัน..

       นัยต์ตาสีม่วงดอกพวงครามนั้นจดจ้องไปที่แผ่นหลังนั้น แม้ว่ามันจะไม่ใช่ตัวจริง แต่ก็แค่ขอแค่ให้ได้เห็นก็เพียงพอแล้ว ส่วนท่านผู้เฒ่านั้นก็เหมือนว่าจะคิดอะไรบางอย่าง เขาเป็นคนเปิดประเด็นการพูดคุยกับเป่าหลิง

       “ท่านพ่อของแม่สาวน้อยเป็นใครกันแน่นะ?..โฮ่ะๆ..คงมิใช่มนุษย์ธรรมดาเป็นแน่แม้ศิลานั้นจะจำแลงร่างกาย แต่ทว่ากลับทำได้อย่างยอดเยี่ยม ความจริงก็คงจะถึงขั้นจำแลงอย่างอื่นได้ด้วย แต่นี้กลับดูออกง่ายๆว่ามิอาจใช่ท่านพ่อของเจ้า” ท่านผู้เฒ่าเยากว๋อไฉ่นั้นกล่าวถามเป่าหลิง นางพยักหนาเหมือนกับจะบอกว่าใช่แล้ว ไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา..

       “บอกได้หรือไม่?...ว่าพวกเจ้าเป็นอะไรกันแน่..คำว่าสหายของเหล่าปีศาจพวกนั้น หรือเจ้าเป็นปีศาจเช่นนั้นหรือ?..อ่ะ แต่ไม่ต้องกังวนไป ข้าไม่บอกผู้ใดหรอก” ท่านผู้เฒ่ากล่าวยิ้มๆ เขาศึกษาเรื่องราวพวกนี้มามากไม่มีทางสติแตกหรือว่าแปลกแยกอะไรหรอก เขาพอรู้เรื่องราวพวกนี้...เพราะฉะนั้นไม่มีทางที่จะแปลกใจอะไรไปมากหรอก..

       “ข้าไม่ใช่ปีศาจ..แต่เป็นมาร..แม้จะยังไม่ใช่มารเต็มตัวก็เถอะ..ตรงหน้านั้นคือร่างจำแลงของท่านพ่อของข้า..มารฝัน” เป่าหลิงกล่าวเช่นนั้น ใช่แล้วนางยังไม่ใช่มารเต็มตัว แต่ทว่าเมื่อท่านผู้เฒ่าได้ยินก็ถึงขั้นนิ่งอึ้ง เขาเบิกตากว้าง ก่อนที่จะหัวเราะออกมาเหมือนกับชอบใจ..

       “ช่างเป็นของขวัญก่อนสิ้นชีพของข้าที่ดีที่สุดเหลือเกินแม่สาวน้อย” เขานั้นกล่าวกับเป่าหลิงเช่นนั้น พอรู้อยู่หรอกว่าสตรีข้างกายของตนเองนั้นไม่ใช่คนธรรมดา เพียงแต่ไม่คิดว่าจะไม่ใช่มนุษย์ไปเสียด้วย แต่การที่ได้รู้จักมักจี่กับเรื่องพวกนี้ก็เรียกได้ว่าสำหรับเขาก็ถือเป็นบุญเป็นกรรมที่ดีที่สุดแล้วล่ะ.. สำหรับมนุษย์อย่างเขา..

       “อย่ากล่าวเช่นนั้นเลย ท่านยังคงมีอายุไขอยู่เถิดท่านผู้เฒ่า.. แต่ข้าขอท่าน ว่ามิอาจแพร่งพรายเรื่องนี้แก่ผู้ใด มันจะเป็นสิ่งที่ไม่ดีเสียปล่าวๆ”

       “ข้าให้คำสัตว์สาบาน มิจำเป็นต้องกังวน..แค่นี้ก็พอไขข้อข้องใจข้าไปได้เยอะเลยทีเดียว โฮ่ะๆ..” ท่านผู้เฒ่าหัวเราะออกมาอีกครั้ง คราวนี้เขาหยิบหนังสัตว์ออกมาเพื่อที่จะจัดการกับรายละเอียดอื่นๆที่เขาจะได้รับต่อไป.. การเดินทางนั้นค่อนข้างนานกว่าสองเค่อ ในตอนแรกเธอก็ให้ท่านผู้เฒ่าพักบ้าง เดินบ้างสลับกันไป โดยที่ร่างจำแลงนำทางนั้นก็รอด้วย เดินด้วย

       แต่ก็ยังไม่พูดอะไรมากมายนัก เหมือนท่านพ่อไม่มีผิดเลย..

       นัยต์ตาสีม่วงดอกพวงครามของสตรีร่างเล็กนั้นเหลือบมองผนังรอบๆที่ดูเก่า และร่องรอยของซากรอยปรักหักพัง มันบ่งบอกถึงอายุของสถานที่แห่งนี้..คงพอๆกับท่านพ่อของเธอเสียด้วยซ้ำไปหากแต่ว่ามันก็เหมือนกับผ่านมาหลายสิบสหัสสววรค.. แต่กลับมีพื้นที่แผ่นผนังที่ใหม่เอี่ยมเหมือนโดนบูรณะตลอดเวลา และมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ปกปักษ์อยู่

       ยิ่งเดินเข้าไปใกล้เท่าไร ผนังพวกนี้ก็เหมือนกับว่าโดนสร้างมาเมื่อไม่นานมานี้ ทั้งๆที่น่าจะผ่านมานานหลายแสนปีแล้วก็ตาม.. ช่างน่าแปลกใจเสียเหลือเกิน นี้น่ะหรือ..พลังของศิลาศักดิ์สิทธิ์ หรือว่าจะใกล้ถึงสถานที่แห่งนั้นแล้วกัน?

       “อย่าแปลกใจเลย ศิลาศักดิ์สิทธิ์ที่นี่แตกต่างจากศิลาศักดิ์สิทธิ์อีกก้อน” เสียงเข้มคมของร่างจำแลงมารฝันนั้นดังขึ้นมา.. เขานั้นกล่าวอธิบายราวกับอ่านใจคนทั้งสองออก ท่านผู้เฒ่านั้นเมื่อได้ยินดังนั้นก็รีบจดทันที เหมือนกับว่าเค้าต้องการทั้งดื่มด่ำพวกมันให้หมดสิ้น และรับรู้เรื่องพวกนี้ไปด้วย..

       “ศิลาศักดิ์สิทธิ์ได้ถือกำเนิดในยุคก่อนโลกถือกำเนิด และหลังจากผานกู่แยกฟ้าดินออกจากกันถือกำเนิดโลกนี้ ศิลาทั้งสองได้ตกลงสู่พื้นโลกคนละทิศ หนึ่งตะวันออก อีกหนึ่งตะวันตก” ยามเมื่อร่างจำแลงของมารฝันนั้นอธิบาย เป่าหลิงได้เห็นภาพตรงหน้าเหมือนกับเป็นภาพแห่งความทรงจำ ภาพของการแยกฟ้าดิน ลำแสงสีทองประกายละอองงดงามนั้นค่อยๆล่องลอยแยกออกจากกัน ตะวันตก..และตะวันออก…

        “ศิลาตะวันออก ได้หลอมรวมกับเทพสวรรค์ที่มีนามว่า เทพนักรบสินเทียน ทำให้เขามีอำนาจและอิทธิฤทธิ์เสมอภาคกับเหยียนตี้ ส่วนศิลาตะวันตกไม่เคยถูกใครพบเจอ มันหยั่งลึกลงเป็นรากจนไม่สามารถถอนมาใช้งานได้อีกแล้ว หลังจากมันฝังตัวเองเป็นรากก็ไร้ศาสตราวุธใดจะทำลายให้มันหลุดออกมา”

       เป่าหลิงนั้นเมื่อได้ยินมาถึงตรงนี้ นางก็พยักหน้า เหมือนจะได้รู้อะไรมากยิ่งขึ้นไปมากกว่านี้เสียอีก ไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ หรือว่าจะเป็น การฝังรากลึกลงไปนั้นก็คือ.. “ศูนย์กลางแห่งซีอวี้ พลังชีวิตแห่งผืนพสุธา..”

       “ใช่แล้วล่ะ ราก...ศิลาศักดิ์สิทธิ์ตะวันตกคือรากหรือศูนย์กลางของดินแดนซีอวี้ทั้งหมด และเป็นเส้นทางสะพานเชื่อมสู่ดินแดนจากโลกใหม่ที่ร่วงลงมาจากฟ้าตกลงทับมหาสมุทร นั่นคือดินแดนตะวันตกที่ไกลกว่าตะวันตก ปัจจุบันเป็นถิ่นที่อยู่ของชนชาติโรมันและชนป่าเถื่อนมากมาย พวกเขาไม่ใช่ชาวโลกหรอกนะ”

       เมื่อเป่าหลิงได้ยินมาจนถึงตรงนี้ ใบหน้าของนางก็เบิกกว้างขึ้นอีกครั้ง จะบอกว่าพวกเขาไม่ใช่คนของโลกนี้แต่เป็นคนของโลกอื่นอย่างงั้นหรือ? แบบนั้นมันก็ยิ่งเหมือนไปอีกน่ะสิ โลกไม่ได้มีเพียงโลกนี้แห่งเดียวเท่านั้น แต่กลับมีโลกอื่นอีกมากมายนับไม่ถ้วน เป็นเหมือนโลกคู่ขนานที่อยู่กันคนละมิติ แตกต่างกันไปแล้วแต่จุดเริ่มต้นของการกำเนิดพลัง…

       แปลว่าพื้นที่ ที่โดนเรียกว่าโลกใหม่นั้นก็คือ…..หรือว่าจะเป็น…

       “บรรพบุรุษพวกเขาตกลงมาพร้อมผืนดิน เล่ากันว่าโลกของพวกเขาถูกบางสิ่งทำลายจนสิ้น แต่ด้วยพวกเขาสวดอ้อนวอนขอโลกใหม่ ศิลาก้อนนี้ได้รับรู้จากความห่างไกลหลายปีแสงทำให้ส่งดินแดนพวกเขามาตั้งอยู่ฝั่งตะวันตกจากตรงนี้” ร่างจำแลงมารฝันนั้นกล่าวอีกครั้ง ยังคงมีเรื่องราวที่อัศจรรย์มากมายรอให้ค้นหา เป่าหลิงนั้นพยักหน้าเหมือนกับรับรู้ ส่วนท่านผู้เฒ่านั้นเรียกได้ว่าซึ้งจัดประหยัดจริงเลยล่ะ…

       “หมายความว่า...นี้คือเรื่องราวของชาวตะวันออกและเรื่องราวของศิลาศักดิ์สิทธิ์สินะ?” เป่าหลิงกล่าวถาม เขาพยักหน้าโดยที่ไม่ได้หันมามองกับเธอพร้อมกับเดินไปเฉกเช่นเดิม ก่อนที่จะพูดต่อมาอีก ในเรื่องที่สำคัญ

       “หากศิลาศักดิ์สิทธิ์ถูกทำลาย ดินแดนซีอวี้ตามแว่นแคว้นต่างๆ จะกลับกลายเป็นทะเลทรายเหมือนที่อื่นๆ ไร้ลำธาร โอเอซิส รวมไปถึงชมพูทวีปก็จะแห้งแล้ง และ ดินแดนที่มันนำมาที่นี่คือดินแดนทางตะวันตกจะถูกทำลาย ด้วยไร้สะพานเชื่อมจากดินแดนแม่ของโลก นั่นคือแผ่นดินตะวันออก” เมื่อได้ยินถึงตรงนี้เป่าหลิงก็ถึงขั้นอยากขับเรือไปบางอ้อ เข้าใจแล้วล่ะ หมายความว่า..มันคือจุดเริ่มต้นของเทพจากโลกอื่นด้วยเช่นกัน..

        “เทพโรมัน..พวกมาร์สหรือว่าเทพพลูโตเองก็มาจากนั้นเหมือนกันสินะ?” เป่าหลิงนั้นกล่าวถาม
        “ถูกแล้วล่ะ พวกเขามาพร้อมกับทวยเทพของพวกเขา” ร่างจำแลงมารฝันกล่าวคำตอบนั้นอีกครั้ง คราวนี้เป่าหลิงก็ต้องนำมือมาปิดบังใบหน้าของตนเอง เนื่องจากว่าต่อไปเป็นเหมือนห้องที่ค่อนข้างมีแสงสว่างเยอะมาก เธอจำเป็นต้องดับคบเพลิงของตนเอง เพื่อที่จะเข้าไปด้านใน..

       แสงที่เหมือนกับแสงของอาทิตย์แต่ไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นอย่างไร.. ภายในนั้นมีแต่เหล่าดอกไม้พืชพรรษต่างๆหนาตา ดอกไม้นานาพันธ์ ธรรมชาติที่บ่งบอกว่ามันเป็นดอกไม้ที่ไม่มีวันที่จะดับสลายออกไป งดงามราวกับสวรงสวรรค์

       มันเป็นทางผ่านของโถงวิหารที่งดงามยิ่งกว่าจะเอ่ย งดงามเหลือเกิน ไม่ว่าจะสิ่งใดแล้วก็ตามทีเรียกได้ว่างดงามยิ่งกว่าที่จะคิดได้เสียอีก..อยากจะมีดอกไม้พวกนี้ไปอยู่ที่ถ้ำจริงๆ แต่คิดก็คิดเถอะ มันคงไม่มีทางเป็นอย่างงั้นได้จริงๆนั้นล่ะ..

       “สวยจริงๆเลยนะ..” เป่าหลิงกล่าว..แต่แล้วเธอก็ต้องเดินผ่านไปอีกเพราะตรงนี้เป็นเหมือนเพียงห้องโถงทางผ่านเท่านั้น พออธิบายจบนี้เรียกได้ว่านี้มันคาบเรียนประวัติศาสตร์กับร่างจำแลงมารฝัน 1






แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +5 คุณธรรม +1 ความชั่ว +1 ความโหด โพสต์ 2018-12-4 22:12

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +50 ความหิว -68 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 50 -68 + 5

ดูบันทึกคะแนน

ดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กราดิอุสศิลา
โลหิตมาร
วิจารณ์ซางยาง
เกราะทองคำ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x4
x20
x1000
x10
x16
x2
x70
x300