กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบอุปกรณ์พกพา | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์
ดู: 82|ตอบกลับ: 2

{ เมืองอู๋จวิ้น } จวนตระกูลเมี่ยว

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-12-2 20:04:39 |โหมดอ่าน
 
จวนตระกูลเมี่ยว
เมืองอู๋จวิ้น
 





จวนตระกูลเมี่ยว
มีที่ตั้งอยู่ ณ เมืองอู๋จวิ้น ภูมิภาคเจียงหนาน
ทิศบูรพาของดินแดนต้าฮั่น ตัวบ้านถูกสร้างให้มีลักษณะแบ่งออกเป็นสัดส่วน
แต่ส่วนหน้าบ้านถูกออกแบบมาให้มีลักษณะอ่างน้ำล้อมรอบ
โดยตัวอ่างน้ำมีพืชพันธุ์ไม้น้ำและสัตว์น้ำอาศัยอยู่
ช่วยให้บรรยากาศในจวนดูร่มรื่นยิ่งขึ้น

ตระกูลเมี่ยวเป็นตระกูลการค้าที่ใหญ่ที่สุดของอู๋จวิ้น
โดยมีหัวหน้าตระกูลคือเมี่ยวซิน บิดาของเจียงไท่กงน้อย
หรือผู้ที่เป็นที่รู้จักในฐานะบัณฑิตน้อยผู้เลื่องชื่อ เมืองอู๋จวิ้น


 

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 Point +4 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 4

ดูบันทึกคะแนน

15

กระทู้

151

โพสต์

4หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
44468
เงินตำลึง
19495
ชื่อเสียง
8027
ความหิว
429

ป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV2)ใบรับรองเหมืองแร่จินไช่เหริน(รายสามปี)

คุณธรรม
178
ความชั่ว
15
ความโหด
156
จิ้งจอกหวงอวิ๋น
เลเวล 1

ฟง ฟงเยี่ย

" ฟ่านเหลียนเกอเก่อ! "
pet
โพสต์ 2018-12-11 20:40:28 | ดูโพสต์ทั้งหมด

[ช่วยเจียงไท่กงน้อย]

[ไช่ฟ่านเหลียน]

บทที่ 5 เรียนผูกได้ย่อมเรียนแก้ได้ : สิ่งที่ต้องเลือก

 

เสียงทุ้มเอ่ยปากถึงสิ่งที่ปรารถนาให้ตัวฟ่านเหลียนเอ่ยแทนตน บางครานิ่งฉุดคิด แต่บางครากลับแสดงออกมาถึงความหนักแน่น เขาลอบถอนเพื่อไม่ให้เมี่ยวทงสังเกตเห็นว่าตนเองแอบสังเกตเขาเป็นพัก ๆ ความจริงแล้วหากเมี่ยวทงนั้นมุ่งมั่นเสียเอง ทุกอย่างก็คงไม่ยุ่งยากเหมือนเช่นตอนนี้ อีกประการที่ต้องบวกไปอีกเรื่องนั่นก็คือหากทำอะไรที่ค่อยเป็นค่อยไป อาศัยให้ตัวเองเข้าไปอยู่ในโลกของนางทีละเล็กละน้อยเพื่อไม่ให้นางได้รู้สึกว่าเร็วเกินไป หรือบังคับเกินไป ณ ตอนนี้อาจจะดีกว่าที่เป็นอยู่

“ตามนั้นนะขอรับ...” ฟ่านเหลียนพยักหน้า เขานำพาร่างกายสูงโปร่งของตัวเองเดินไปฟังที่เมี่ยวทงเอ่ยไป จนกระทั่งถึงบริเวณที่เขาปล่อยอาชาสีขาวสวยแสนพยศของตนเอง ต่างฝ่ายต่างปีนขึ้นพาหนะของใครของมัน ฟ่านเหลียนพยักหน้าบอกให้เมี่ยวทงนำไปยังจวนของเขา ฝ่ามือกุมสายบังเหียนแน่นแล้วกระตุกขึ้นหนึ่งครั้งเป็นสัญญาณของการเดินทางที่เริ่มต้นขึ้น ป่าเขาลำเนาไพรถูกเปลี่ยนทัศนภาพเป็นเส้นทางสู่ตัวเมืองอู๋จวิ้น ผ่านเสียงเซ็งแซ่ของอาแปะอาเจ็กบริเวณตลาดสด แหล่งการค้าใหญ่ยามเช้าของอู๋จวิ้น ก่อนที่กีบเท้าม้าจะหยุดลง ณ จวนขนาดใหญ่ที่เมื่อเข้าไปข้างในจะพบเห็นบริเวณด้านหน้าถูกล้อมไปด้วยน้ำ พืชน้ำและปลาสวยงามนานาพันธุ์

“ถึงแล้วขอรับท่าน นี่คือจวนของข้า เดี๋ยวข้าจะเดินนำท่านไปยังใกล้ ๆ บริเวณห้องพักของนาง”

“มาขึ้นจวนเจ้าปึป เจ้าจะให้ข้าเดินดุ่ม ๆ ไปหานางเลยรึ?”

“ขอรับ” ฟ่านเหลียนสูดลมหายใจเข้าเฮือกนึงก่อนง้างฝ่ามือเรียวสวยขึ้น ผัวะ!’ ปะทะเข้าที่ศีรษะของเมี่ยวทง เมี่ยวทงลูบศีรษะตนเองเบา ๆ ดวงตาฉายแววเจ็บปนสงสัย และไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาทำเลยว่าเพราะเหตุใด ฝ่ามือเรียวของอีกฝ่ายถึงล่องลอยมากระทบบนศีรษะอันมีค่าของตนเอง ฟ่านเหลียน! ท่านรู้หรือไม่ หัวข้าเป็นสมบัติของอู๋จวิ้นเลยนะขอรับ ตบมาทีก็ไม่บอกกล่าวอะไรข้าเล้ย!’ ฟ่านเหลียนยืนกอดอกมองเมี่ยวทงที่ลูบหัวปอย ๆ ใบหน้าส่ายระอา สุดจะทนจนต้องเอ่ยปาก

“ฉลาดทุกเรื่อง อย่าให้มาเสียเพราะความใจร้อนจะได้หรือไม่ ข้าไม่ใช่พ่อสื่อที่เจ้าจ้างมานะ ตั้งสติหน่อย” เมี่ยวทงยังคงแสดงสีหน้าไม่เข้าใจเช่นเดิม จนฟ่านเหลียนสรุปเองในใจว่าสหายใหม่ตนคงเป็นพวกฉลาดทุกเรื่องยกเว้นเรื่องที่เกี่ยวกับแม่นางคนนั้นแน่นอน ริมฝีปากเรื่ออดไม่ได้ที่จะอธิบายใหม่ว่าเขาหมายความว่าเช่นไร

“อยู่ ๆ ใครหน้าไหนก็ไม่รู้เดินเข้าไปหานางแล้วพูดเช่นนั้นก็โดนคิดว่าเป็นพวกพ่อสื่อที่เจ้าจ้างมาหมด”

“อ้าว... แล้วตอนนี้ท่านไม่ใช่พ่อสื่อตรงไหนขอรับ”

“ข้าเป็นเพียงผู้เจรจาโว้ย! อย่าเรียกข้าว่าพ่อสื่อ ข้าจั้กจี้แปลก ๆ” เรียกคนไม่เคยมีภรรยาว่าพ่อสื่อ ข้าอยากจะร้องไห้ เมียตัวเองยังหาไม่ได้ แล้วเจ้ายังให้ข้ามาช่วยอีก หากคราวนี้ข้าช่วยเจ้าได้เห็นทีอนาคตอันสดใสคงรอตรงหน้า จะได้ไม่โดนครหาว่าไม่มีน้ำยาเกี้ยวคนอื่น เฮ้อ... ฟ่านเหลียนสบถในใจเพียงลำพัง

“ผู้เจรจาก็ผู้เจรจาขอรับ งั้นข้าขอเชิญผู้เจรจาตามข้ามาทางนี้ก่อนนะขอรับ”

“จะไปไหนเล่าเฮ้ย ข้าก็บอกอยู่ว่าให้ตั้งสติ แนะนำนางคร่าว ๆ ให้ข้าฟังก๊อน!ฟ่านเหลียนขบกรามตั้งสติให้ตัวเองใจเย็น ๆ เข้าไว้ ในใจก่อนสบถว่าเด็กมันคลั่งรัก มันแค่ซื่อบื้อเรื่องเดียว เรื่องอื่นมันฉลาดมาก ๆ เลิกกังวลอนาคตของเมี่ยวทงไปเถิด

“นางชื่อซูซูฮวาขอรับ เป็นคนเรียบร้อยอ่อนหวาน เก่งงานบ้านงานเรือน ชอบคิดในแง่ดี แล้วก็ดูสุขุมเช่นผู้ใหญ่บ้างในบางครา”

“แต่เพราะครอบครัวนางลำบากมาก... ข้าอยากให้นางได้อยู่ดีกินดีข้าเลย...” ฟ่านเหลียนพยักหน้าเข้าใจในเหตุการณ์ต่อมา เขาเหลือบมองอีกฝ่ายที่มีรอยยิ้มเศร้า ๆ ปรากฏบนใบหน้า สีหน้าที่แสดงถึงความรัก ความอาทร ความสุขและความทุกข์ระทม ดูปะปนกันไปเสียหมด บางครั้งฟ่านเหลียนนั้นก็ไม่เข้าใจเอาเสียเลย หากรักทำให้เกิดทุกข์ เหตุนั้นแล้วไยผู้คนยังอยากขวนขวายได้มันมาครอบครองนัก? เปรียบดั่งอำนาจแลยศฐา ผู้คนต่างต้องการครอบครองมากมาย แต่เมื่อได้รับมันต่างก็ทุกข์ระทม บางเพราะกลัวอำนาจสั่นคลอนในสักวัน บ้างก็ไขว่คว้าหาเพิ่มทั้ง ๆ ที่มีอยู่ก็เพียงพอแล้วจนเกิดอาการวิตกจริต หลุดในภวังค์มานานพอสมควร เขาเลื่อนมือไปแตะบริเวณข้อศอกอีกฝ่าย

“ข้าว่าเอาแบบนี้ดีกว่า...” ฟ่านเหลียนกระซิบแผ่วเบาให้ได้ยินเพียงทั้งคู่ เมื่อเมี่ยวทงพยักหน้ารับ เขาจึงเริ่มเดินตามเจ้าบ้านไปยังบริเวณที่ตนบอก เพียงไม่นานภายในห้องรับรองแขกขนาดใหญ่ก็ปรากฎเพียงร่างแกร่งของเขานั่งอยู่เพียงลำพัง บนโต๊ะมีกาชาหอมกรุ่นกับขนมวางเอาไว้ เขาไม่ได้หยิบขึ้นมาชิมเพราะต้องการรออีกฝ่ายที่กำลังมาเยือน

 

ตามกำหนดการเดิมแล้วเขาจะต้องเดินตามเมี่ยวทงไปยังห้องพักของแม่นางซูซูฮวา แต่ฟ่านเหลียนคิดว่าสิ่งนั้นดูไม่เหมาะสมเท่าไหร่นัก เขาเป็นเพียงชายฉกรรจ์ และถึงแม้จะเป็นสหายหน้าสวยของเมี่ยวทงคำว่าชายก็ยังค้ำคอเขาอยู่ การอยู่เพียงลำพังในที่ลับตาคงไม่เป็นผลดีต่อชื่อเสียงของแม่นางซูฮวานัก แล้วอีกอย่างแม่นางไม่ใช่ภรรยาเขา เขาจึงไม่ค่อยอยากให้ผู้อื่นนำไปนินทาว่าร้าย อย่างน้อยการออกมาพูดคุย ณ โถงรับแขกตรงนี้ก็ไม่ต่างะไรกับการบอกแม่นางว่าเจ้าเมี่ยวทงเอาพ่อสื่อมาพูดคุยกับนางอีกแล้ว

“แต่ข้าไม่ใช่พ่อสื่อไง ข้าเป็นแค่สหายกับผู้เจรจาฝั่งเมี่ยวทงเท่านั้นเฟ้ย” ฟ่านเหลียนสบถ

แต่รอไม่นานเสียงฝีเท้าก็ก้าวย่ำเข้ามายังบริเวณดั่งกล่าว เขาไม่ได้หันไปยังบริเวณที่เกิดเสียงดวงตาของเขายังคงจ้องไปที่ฝั่งตรงข้าม รอจนแม่นางซูฮวานั่งลงเรียบร้อย มือเรียวขอเขาจึงเริ่มจรดกาชาลงถ้วยชาใบเล็ก กรุ่นกลิ่นชาหอมลอยล่องภายในห้องที่เงียบสงัด คงไว้เพียงเสียงธรรมชาติแผ่วเบาล้อมรอบห้องที่เขานั่งอยู่ เมื่อรินเสร็จฟ่านเหลียนจึงเลื่อนถ้วยชาให้อีกฝ่าย พร้อม ๆ กับการได้สังเกตเห็นดวงตากลมโตดูสุกสกาวจ้องมองตนอยู่แล้ว แต่เพียงพักเดียวก็หลบลง

 

“ขออภัยเจ้าค่ะ” ฟ่านเหลียนส่ายหน้าแล้วเอ่ย

“ข้าสิต้องขออภัยแม่นาง ที่มารบกวนเวลาในทำงาน” ฟ่านเหลียนยิ้มพลางจรดถ้วยชาลงบนริมฝีปาก พร้อมกับแม่นางซูฮวาที่ดวงตาฉายแววงงงัน หวาดวิตก หากแต่สีหน้ายังคงราบเรียบราวกับรอรับมือสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น

“เจ้าคงสงสัยว่าข้าเป็นใคร ต้องการอะไรอยู่ใช่หรือไม่” ซูฮวาไม่มีคำตอบให้อีกฝ่าย แต่ใช่.. เธอหมายความเช่นนั้น ดวงตาของเธอเหลือบมองอีกฝ่าย ตามคำบอกเล่าของผู้ไปตามนางเขาบอกเพียงให้ตัวเธอมาที่เรือนรับรอง แต่ผู้มาเรียกไม่ได้บอกเธอว่ามีคนผู้หนึ่งนั่งอยู่ก่อนหน้าเธออยู่แล้ว อีกฝ่ายอยู่ในชุดสีเหมยกุ้ย ทั้งเส้นผมดำถ่านถูกปักไว้ด้วยปิ่นหยกดูมีราคารับกับใบหน้าหวาน คิ้วดั่งคันธนูของนางยกขึ้นข้างนึงราวกับสงสัยว่าตัวเองพูดถูกใช่หรือไม่ ซูฮวาเอ่ยแผ่วเบา “เจ้าค่ะ”

“ข้าชื่อฟ่านเหลียน แซ่ไช่ อืม...เรียกว่าสหายน่าจะได้ ข้าเป็นสหายของเมี่ยวทงขอรับ” ซูฮวากระพริบตา นางว่านางได้ยินคำว่า ขอรับ และคำว่า สหายของเมี่ยวทงเมี่ยวทงมีสหายอื่นนอกเหนือตนตั้งแต่คราใดกัน? อีกอย่างว่า ขอรับบุรุษใช้กันใช่หรือไม่ สงสัยได้ไม่นาน ซูฮวาก็รีบตอบกลับ

“ข้าซูซูฮวาเจ้าค่ะ”

“แม่นางถามข้าได้นะขอรับ หากสงสัยอันใด” แก้มผ่องของซูฮวาขึ้นสีเรื่อเล็กน้อย เมื่อถูกอีกฝ่ายจับได้ แต่นางเลือกที่จะส่ายหน้าไม่ถามในสิ่งที่ตนสงสัย เพราะมันก็ชัดเจนทั้งหมดแล้ว ไม่รู้จะถามไปทำไมอีกอย่างเลยก็คือ คงไม่ใช่แค่นางที่สงสัยเขา คงมีอีกหลายคนเช่นกัน ฉะนั้นนางคงไม่ถามคำถามเสียมารยาทนี้ออกไป หากเขาหมายความถึงคำถามไร้สาระของนางเกี่ยวกับตัวเขา

“งั้นข้าไม่อ้อมค้อมแล้วนะขอรับ”

“ข้ารู้ว่าแม่นางคงเจอกับพ่อสื่อของเจ้าบื้อนั่นมาเยอะ แต่ข้าไม่ใช่...”

“และข้าก็ไม่ใช่ผู้ที่จะรับแม่นางออกไปจวนอื่นเช่นกัน อย่าวิตกไปเลย”

“ในวันนี้ข้ามีเรื่องจะพูดคุยกับแม่นางเล็กน้อย ข้าต้องขอออกตัวอีกครั้งว่าข้าไม่ใช่พ่อสื่อของเมี่ยวทง ข้าเป็นเพียงสหายที่ถูกไหว้วานมาอีกทีเพราะความหวาดวิตกของเขาเอง” ซูฮวานั่งฟังแล้วก็สะดุ้งเล็กน้อยหากแต่นางก็ยังคงนั่ง ณ ที่เดิม ฟ่านเหลียนเม้มปากครู่หนึ่งแล้วเอ่ยต่อ

“อย่าสงสัยหากข้าด่าเขาต่อหน้าแม่นาง เพราะความจริงแล้วต่อหน้าเขาข้าก็ด่ามาแล้วเช่นกัน ฉะนั้นนี่เป็นเรื่องปกติ เพราะบางทีข้าก็มีความปรารถนาดีให้เขา แต่บางคราการพูดดี ๆ ก็ยากไปนิดหน่อยสำหรับข้า” เป็นเรื่องที่น่าตลก หากแต่ในตอนนี้ซูฮวากับขำไม่ออกแม้แต่นิดเดียว

“เรื่องแรกที่ข้าจะเอ่ยก็คือ ข้าขออภัยถึงความโง่เขลาของเขา” นางมองฟ่านเหลียนด้วยความไม่เข้าใจ เขายิ้มรับแล้วเริ่มอธิบาย

“ข้าจะอธิบายให้แม่นางฟัง แม่นางรู้ใช่หรือไม่ ในใจลึก ๆ ของแม่นางคงแอบมีความสงสัยในการกระทำของเขาว่าเพราะเหตุใดถึงดูแปลกประหลาด และบางคราก็ดูเหมือนมากกว่าสหายที่พึงกระทำกับสหาย อันนี้ข้าจะไม่เอ่ย เพราะข้าอยากจะรอให้เขาพูดเอง เรื่องบางเรื่องก็ไม่ใช่เรื่องของข้า แต่ว่าในบางคราถ้าข้าไม่ยุ่งมันก็จะคาราคาซังเช่นนี้ไม่จบไม่สิ้น”

“ในบางครั้งเขาก็ดูเฉลียวฉลาด แต่เรื่องของแม่นางเขากับดูโง่เขลา แม่นางว่าเพราะเหตุใดกัน?” ประโยคสนทนาถูกเติมเต็มด้วยคำถามที่ชวนให้ใจเต้นรัวหากเป็นผู้อื่น แต่กับแม่นางตรงหน้าฟ่านเหลียนไม่รู้เลย เขาเดาไม่ออกเลยแม้แต่น้อย

“รอยยิ้มของเขามักมาพร้อมเรื่องของแม่นางเสมอ แต่รู้อะไรหรือไม่แม่นาง? เมื่อถึงคราวที่ข้าบอกว่าการกระทำของเขามันผิดต่อแม่นาง รอยยิ้มที่สดใสก็เริ่มกลับกลายเป็นความเศร้าหมอง ข้าผิดต่อเขาที่เอ่ยเช่นนั้น แต่นั่นคือความจริง และเขาจะต้องยอมรับมันให้ได้ถึงการกระทำของตนเองว่าเขาทำไม่ถูกต้อง”

“นั่นคือสิ่งที่ข้าขอโทษแม่นาง ขอโทษถึงความผิดที่เขาทำให้แม่นางทุกข์ใจ” บรรยากาศโดยรอบเงียบไปชั่วขณะเมื่อฟ่านเหลียนพูดประเด็นแรกจบ แต่ทิ้งช่วงไว้ชั่วครู่เพียงเท่านั้น ประเด็นที่สองก็รีบตามมาทันที

“เรื่องสุดท้ายที่ข้าจะเอ่ย เป็นข่าวดีที่แม่นางสมควรจะรับตั้งนานแล้ว”

“เมี่ยวทงจะส่งแม่นางกลับบ้าน กลับไปอยู่ในสถานที่ที่แม่นางต้องการอย่างแท้จริง” ฟ่านเหลียนเหลือบมองซูฮวา พลางจิบชาแก้กระหาย เขาไม่ได้พูดนาน ๆ และมากมายขนาดนี้มานานเท่าไหร่กันนะ เขาจำไม่ได้เลย รอยยิ้มหวานถูกส่งไปพร้อมประโยคต่อมา

“คนโง่งมของแม่นางพยายามอย่างที่สุดเพื่อให้แม่นางกลับมามีรอยยิ้มเช่นเดิมได้เพียงเท่านี้ ฉะนั้นแล้วข้าขอร้องได้หรือไม่? โปรดช่วยอภัยให้กับเมี่ยวทงในสิ่งที่เขาทำผิดต่อแม่นาง เพียงสักนิดก็ยังดี”

“เขาฝากข้ามาพูดถึงเรื่องปล่อยแม่นางกลับและช่วยฝากข้าขอโทษแม่นางถึงความโง่งมของเขาก็จริง แต่เรื่องต่อแต่นี้คือความคิดของข้า สุดแท้แต่แม่นางจะรับฟัง” ถ้วยชากระทบโต๊ะดังแผ่ว ๆ ดวงตาเหยี่ยวจ้องมองอีกคนด้วยความหนักแน่นและจริงจัง เขาเดิมทุกสิ่งกับคำพูดครั้งสุดท้ายนี้ ซูฮวาจะตัดสินเช่นไร ต่อแต่นี้เมี่ยวทงต้องยอมรับให้ได้แล้ว เพราะเขาก็เต็มที่ที่สุดแล้วเช่นกัน

“แม่นางซูซูฮวา ท่านรู้ใช่หรือไม่ว่าในบางครั้งไม่ใช่เรื่องที่ใครก็สามารถทำให้กันแทนได้ ข้าเป็นเพียงผู้เจรจา เป็นสหายที่เข้ามาช่วยประสานรอยร้าวของพวกท่านให้กลับมาเป็นกระเบื้องที่ไร้ร่องรอยแตกร้าว แต่ในความเป็นจริงแล้วกระเบื้องที่มีรอยร้าวก็เปรียบดังแผลเป็น ถึงแผลจะหายแต่ก็ทิ้งรอยไว้ ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมา บาดแผลนั้นย่อมเป็นสิ่งย้ำเตือนของสิ่งที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว”

“ไม่มีสิ่งใดเป็นเช่นเดิม ความสัจจริงนี้ข้าย่อมรู้ดี เวลาไม่เคยคอยใครเช่นใด อดีตก็ไม่เคยหวนมาเช่นนั้น”

“ความจริงแล้วข้าไม่เห็นด้วยเลยด้วยซ้ำที่เมี่ยวทงให้ข้าทำเช่นนี้ นั่นเพราะว่าการได้ยินคำพูดอย่างจริงใจและสัตย์จริงจากปากของเขาเองคงเป็นสิ่งที่ถูกต้องกว่าการที่ข้ามานั่งตรงนี้”

“แต่คนโง่งมก็คือคนโง่งม เขาไม่กล้าปริปากออกมาเองเพราะความกลัว กลัวว่าแม่นางจะไม่ฟัง กลัวแม่นางจะรังเกียจ และที่กลัวที่สุดคือแม้แต่บริเวณที่เขายืนแม่นางก็ไม่อยากเข้าใกล้ เมื่อได้คิดตามและเห็นถึงความวิตก ข้าก็ได้แต่คิด... อานุภาพของสิ่งนั้นทำให้คนฉลาดกลายเป็นผู้โง่เขลาได้เพียงนั้นจริงหรือ หลายครั้งที่ข้าสงสัย ในเมื่อสิ่งนั้นทำให้เกิดความทุกข์แล้วทำไมทุกคนยังต้องการแลขวนขวายมันนักหนา ทุกข์เพราะเขาไม่ตอบรับ ทุกข์เพราะไม่สมหวัง ทุกข์เพราะทำให้คนที่ปรารถนาดีเป็นทุกข์”

“แต่สุดท้ายเขาก็ทำให้ข้าเข้าใจ ในวันที่เขายินยอมปลดปล่อยแม่นางออกจากกรงที่ชื่อว่าจวนตระกูลเมี่ยว สิ่งที่ข้าเห็นจากเขามีเพียงรอยยิ้มเศร้า ข้ารู้ว่าไม่มีใครหรอกนะขอรับที่ยินยอมปลดปล่อยสิ่งที่ตนหวงแหนไปได้ หากไม่ใช่เพราะปรารถนาดีและต้องการให้สิ่งที่เรียกว่าความสุขกลับคืนสู่สิ่งที่ควรจะเป็นเช่นเดิม ข้าเข้าใจในคำว่า ถึงแม้ตนจะทุกข์แต่เพื่อให้ผู้ที่ตนปรารถนาดีเป็นสุข นั่นคือสุขที่แท้จริงตั้งแต่ครานั้น”

“ที่ข้าเอ่ยไปทั้งหมดก็สุดแล้วแต่แม่นางจะตัดสินใจ ข้าไม่ได้มาพร่ำพรรณนาถึงเจ้าเด็กบื้อนั่น เพื่อให้แม่นางต้องอยู่ที่นี่หรือไปจากที่นี่ หรือเลือกที่จะตอบแลปฏิเสธคำขอจากข้า ข้าเล่าให้ฟังเพื่อให้แม่นางคิดตาม”

“ใจแม่นางสุขหรือไม่ในทุกวันนี้ ปลดปล่อยมันได้หรือไม่ แบกมันมานานเกินไปหรือเปล่าขอรับ”

“ให้อภัยเขาและไปฟังคำพูดจากปากของเขาเองจะดีกว่าที่ข้าเอ่ยหรือไม่แม่นาง?”

“นั่นคือสิ่งที่แม่นางจะตัดสินใจเองทั้งหมด ซูซูฮวา”


 

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +20 คุณธรรม +4 ความโหด โพสต์ 2018-12-11 20:45

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -33 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -33 + 5

ดูบันทึกคะแนน

สวัสดี
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ทวนกรีดนภา
กราดิอุสโอธีมัส
กำหนดลมหายใจขั้นสูง
คัมภีร์ละติน
ม้าตี๋หลูทมิฬ
หงอนคู่
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x200
x260
x1398
x100
x100
x10
x75
x10
x10
x3451
x178
x1
x191
x32
x34
x10
x19
x99
x2990
x5
x318
x30
x120
x3420
x1
x1
x1
x10
x10
x30
x2
x50
x3000
x3000
x1
x100
x3
x15
x20
x10
x100
x1
x120
x50
x37
x10
x58
x50
x105
x24
x10
x30
x25
x40
x2
x2
x3
x206
x25
x11
x4
x19
x2
x10
x10
x10
x30
x10
x15
x29
x45
x1
x1
x20
x8
x15
x15
x4
x180
x15
x1
x1

15

กระทู้

151

โพสต์

4หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
44468
เงินตำลึง
19495
ชื่อเสียง
8027
ความหิว
429

ป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV2)ใบรับรองเหมืองแร่จินไช่เหริน(รายสามปี)

คุณธรรม
178
ความชั่ว
15
ความโหด
156
จิ้งจอกหวงอวิ๋น
เลเวล 1

ฟง ฟงเยี่ย

" ฟ่านเหลียนเกอเก่อ! "
pet
โพสต์ 2018-12-14 23:31:18 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Fanlian เมื่อ 2018-12-14 23:36

[พาร์ทช่วย]

[ไช่ฟ่านเหลียน]

บทที่ 5 เรียนผูกได้ย่อมเรียนแก้ได้ : ใจเลือกจะไป แล้วข้าทำอะไรได้มากกว่านี้หรือ?

 

สิ้นเสียงของฟ่านเหลียน ประโยคสุดท้ายนั้นดูทำให้นางสงบลงอย่างแปลกประหลาด แต่สิ่งที่ยังคงอยู่ภายในความคิดยังคงเป็นเช่นเดิมเสมอ ด้วยสิ่งที่มุ่งหวังและปรารถนาภายในใจไม่เคยมีเรื่องความรักภายในจิตใจแม้แต่น้อย หากแต่คราวนี้ที่สหายของเมี่ยวทงเข้ามาพูดกับนาง ทำให้นางเห็นความตั้งใจและความเต็มใจเสมอมาของเขาที่พึงปรารถนาดี แม้ว่าไม่ได้ปรารถนาดีในสถานะเดียวกัน แต่ความปรารถนาดีก็คือความปรารถดี ในบางครั้งนางอาจรู้สึกไม่พอใจเพราะคิดถึงเพียงครอบครัวอันเป็นที่พึ่งเพียงหนึ่งเดียว แต่เมี่ยวทงนั้นคือสหาย สหายคือความสัมพันธ์ที่ผูกรั้งเอาไว้ สายใยของความเป็นสหายย่อมตัดไม่ขาดเฉกเช่นการเป็นผู้เป็นที่รัก นางจึงไม่เคยคิดเกินเลยเพราะคิดว่าความสัมพันธ์ที่เป็นอยู่ทุกวันนื้อสิ่งที่ดีเกินจะตัดมันลง และหากจบความสัมพันธ์นี้ลงแล้วกลายเป็นผู้เป็นที่รัก ทุกสิ่งทุกอย่างมีสิทธิ์ไม่เหมือนเดิมเฉกเช่นเวลา ที่ผ่านมาก็ผ่านไปไม่หวนคืน และถึงแม้ใจไม่ได้คิดปรารถนาจะครอบครองเฉกเช่นเขา แต่นางก็มีความรู้สึกชอบพอในสถานะสหายอยู่เสมอ

หลังจากที่ได้ฟังฟ่านเหลียนจนจบประโยคสุดท้าย แม้อีกฝ่ายจะพยายามเลี่ยงคำพูดที่ต้องการให้เมี่ยวทงเอ่ยเองเช่นใด แต่ซูฮวาก็รับรู้ได้ดีด้วยสัญชาตญาณของผู้ที่ได้รับสิ่งที่ดีจากเมี่ยวทงเสมอ ยามนางลำบาก บุรุษที่ได้ขึ้นชื่อว่าสหายก็เข้ามาช่วยเหลือเสมอ แม้ว่าวิธีการของเขาจะดูเข้าใจยากไปสักนิด แต่ก็ไม่โง่จนขนาดที่นางไม่รับรู้อะไรเลย ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาทำนั้น ซูฮวารับรู้เสมอมา ทั้งพ่อสื่อที่ถูกจ้าง ทั้งสิ่งของที่ได้รับ คำหวานที่ไม่ใช่ตัวเขาแม้แต่น้อยที่เคยได้ยิน รอยยิ้มอ่อนโยนที่มักถูกมอบให้เสมอมาตั้งแต่ครั้งแรกที่พบพาน จนกระทั่งในวันที่นางและเขาเป็นสหายกัน แต่ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีเงื่อนไขของความคิดเข้ามาเกี่ยวข้อง ณ วัยเยาว์ทุกคนอาจพูดได้ว่าหากปักใจรักใครสักคน ก็ไม่คิดหวนเปลี่ยนใจไปรักผู้ใด นั่นเป็นเพราะเขายังไม่พบใครนอกเสียจากนางหรือไม่? ไม่มีสิ่งใดยืนยันว่าอนาคตเขาจะยังคงมั่นคงเพียงนางเสมอ

อันสตรีนั้นไม่มีใครหรอกหนาที่ปรารถนาร่วมเรียงเคียงหมอนกับบุรุษมากภรรยา แม้เป็นขนบธรรมเนียมที่เป็นธรรมดา หากแต่ว่าดวงใจรักนั้นก็ย่อมต้องการเพียงผู้ที่ภักดีเพียงตน ซื่อสัตย์เพียงตนมากพอจนยอมยกให้ได้ สหายของตนไม่ใช่คนเลวร้ายหากแต่ก็ยังไม่ได้ดีมากพอในสายตานาง ความหมายของคำว่าคนดีในคำพูดที่นางหมายถึงไม่ใช่ผู้ที่ทำคุณให้แผ่นดิน ผู้ที่มีเมตตาอารี แต่นางหมายถึงผู้ที่พิสูจน์ตัวและตนเองจนผ่านเข้ามาภายในใจนางได้ ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นนางหวังว่าเวลาจะนำพาให้ทุกสิ่งทุกอย่างเข้าที่ ไม่มีอะไรแน่นอนในผืนแผ่นดินนี้ วันนี้นางไม่รัก วันข้างหน้านางอาจจะรัก เพียงแต่ว่า ณ เวลานี้ ความแน่นอนของนางคือการได้ดูแลครอบครัวให้อยู่ดีให้สุขสบาย การได้ทำตามสิ่งที่ใฝ่ฝันในวัยเยาว์ให้ลุล่วง

ซูซูฮวาตัดสินใจที่จะไม่ปริปากบอกใคร ทั้งฟ่านเหลียนและเมี่ยวทง อย่างที่นางได้กล่าวไปข้างต้น นางปรารถนาให้เวลาเป็นผู้กำหนดทุกสิ่ง แล้วแต่โชคชะตาแลวาสนาที่เราทั้งคู่มีร่วมกัน หากถึงเวลาที่เหมาะสมแล้วเมี่ยวทงยังคงมั่นคงและนางประสบความสำเร็จในสิ่งที่ได้ตั้งสัจสัญญาภายในใจได้สำเร็จเมื่อไหร่ หากฟ้าดินมีประสงค์ให้นางต้องได้ครองคู่กับเขา นางก็จะปล่อยให้ฟ้าดินเป็นผู้ไหลเลื่อนความสัมพันธ์ของนางและเขาให้เป็นไปดังที่ทุกอย่างปรารถนา ซูฮวายิ้มบางให้กับการตัดสินใจในครั้งนี้ ณ ตอนนี้นางไม่อยากติดค้างสิ่งใดทั้งสิ้นกับเมี่ยวทง ไม่อยากให้เราทั้งคู่ต่างต้องมีเพียงสิ่งท่พาให้รู้สึกไม่ดีภายในใจ ฟ่านเหลียนพูดถูกต้องแล้ว มันหนักหนาเกินไป และซูฮวาก็มิได้อยากแบกรับความรู้สึกผิดภายในใจนี้ต่อไปได้อีกแล้ว

นางยิ้มให้กลับฟ่านเหลียน รอยยิ้มของความเด็ดขาด ความอ่อนหวาน ความเมตตา และสิ่งทุกท้ายที่ฟ่านเหลียนสัมผัสได้คือความรู้สึกขอบคุณได้แผ่ซ่านมาจนเขารับรู้ได้ แม่นางคงตัดสินใจได้แล้ว และฟ่านเหลียนก็จะไม่ไปบังคับหรือเปลี่ยนทางพวกเขาเด็ดขาด เพราะนี่คือการตัดสินใจของคนทั้งคู่ เขามีหน้าที่แค่ช่วยประสานรอยร้าวของความสัมพันธ์ฉันท์สหายระหว่างซูซูฮวาและเมี่ยวทงเพียงเท่านั้น ที่เหลือเป็นหน้าที่ของคนทั้งคู่ หรือบางทีก็อาจเป็นหน้าที่ของเวลาที่จะพาให้กระเบื้องชิ้นใหม่หล่อหลอมขึ้นมา กลิ่นกรุ่นไอชาตลบอบอวนไปทั่วห้องโถง เป็นเวลาแลสัญญาณของการเริ่มต้นใหม่ของชะตานับแต่นี้

“ข้าคิดเช่นเดียวกับท่านเจ้าค่ะ บางทีข้าคิดว่าการได้ยินจากปากที่เมี่ยวทงเอ่ยคงดีกว่าที่เป็นไม่น้อย” ฟ่านเหลียนยิ้มรับ หมดเวลาของผู้เจรจาเช่นเขาแล้ว ตอนนี้มีเพียงซูซูฮวาและเมี่ยวทงที่ต้องดำเนินบทสนทนาต่อแต่นี้ ฟ่านเหลียนถือว่าตนเองได้ทำเต็มที่สุดเท่าที่ตนเองจะสามารถทำได้แล้วจริง ๆ ชายหนุ่มพยักหน้าเบา ๆ แล้วเรียกให้บ่าวนอกห้องรับรองไปตามเมี่ยวทงที่อยู่บริเวณใกล้ ๆ ที่ยังรอคอยคำตอบจากเขาอยู่ เพียงไม่นานอีกฝ่ายที่มีแววตาตื่นตนกก็รีบเดินมาถึงห้องรับรอง ฟ่านเหลียนลุกขึ้น เบี่ยงมือให้อีกฝ่ายเข้าไป แต่ระหว่างที่เดินสวนกันนั้นคำพูดแผ่วเบาที่กะให้ได้ยินเพียงเขาและเมี่ยวทงก็ดังขึ้น “ขึ้นอยู่กับนางแล้วต่อแต่นี้” เมี่ยวทงพยักหน้าขอบคุณหนึ่งที ที่นั่งเดิมขอฟ่านเหลียนถูกแทนที่ด้วยชายหนุ่มที่รูปร่างเล็กกว่าฟ่านเหลียนเกือบเท่าตัว ทั้งคู่นั่งนิ่งเงียบสนิท

“เมี่ยวทง” เป็นซูฮวาที่ยอมเอ่ยปากขึ้นก่อน ทั้งคู่ต่างคนต่างไม่กล้าที่จะก่อนเลย หากแต่ว่าเพราะปัญหาคาราคาซังนี้ที่มีมาเนิ่นนาน ซูฮวาปรารถนาให้มันจบสิ้นเสียที นางสูดลมหายใจเข้าออกอย่างช้า ๆ แต่เมื่อตนตัดสินใจจะเอ่ยก็เป็นเมี่ยวทงที่เริ่มเอ่ยขึ้นเสียก่อน

“ข้าขอโทษซูฮวา” ดวงตาของเมี่ยวทงช้อนมองอีกฝ่ายด้วยแววตาอ้อนวอน

“ฟ่านเหลียนบอกว่าข้าได้ทำผิดกับเจ้าไว้ ตัวข้าผู้โง่เขลานั้นเมื่อได้ยินก็รู้สึกเสียใจ ข้าเสียใจจริง ๆ ที่ตลอดมาข้าได้ทำให้เจ้ารู้สึกไม่สบายใจ ข้าก็เป็นอย่างที่ฟ่านเหลียนบอกจริง ๆ ทั้งโง่เขลา ซื่อบื้อ และโง่งม ข้าอยากได้สิ่งใด วิธีการใดข้าก็ไม่เคยคิดสน แม้ว่าจะต้องกระทบจิตใจเจ้าเพียงไร ตัวข้าก็เพียงได้แต่บอกตนเองว่าเจ้าก็แค่ยังรู้สึกไม่พอใจกับสิ่งที่ข้าให้ ข้าปรารถนาจะได้รักเจ้าและครอบครองเจ้า จนลืมคิดถึงใจของเจ้าว่าพึงปรารถนาในตัวข้าบ้างหรือไม่ ในตอนนั้นข้ารู้เพียงแค่ว่าเจ้าอยู่ไม่สบาย ข้าก็รับเจ้าเข้ามาที่นี่ โดยไม่ล่วงรู้หรือไต่ถามความสมัครใจเลยแม้แต่น้อย ข้าพึงปราถรถให้เจ้าได้รับสิ่งที่ดีที่สุดข้าก็ประเคนแลหาให้โดยไม่รู้เลยว่าเจ้าต้องทนฝืนรับมัน ข้าพยายามเกี้ยวพาพยายามเทียวดูแลเจ้าในทุกวี่วัน ถนอมเจ้าอย่างดีที่สุดเท่าที่ข้าจะพึงทำได้ก็เพียงเพราะต้องการให้เจ้ามีความรู้สึกตอบโดยไม่ล่วงรู้เลยว่าสิ่งนี้ทำร้ายเจ้าไปเท่าไหร่”

“ข้าไม่มีเสียงจะปฏิเสธได้เลยเพราะนั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงที่เกิดจากตัวข้า ข้าเสียใจที่ทำให้เจ้ารู้สึกทุกข์เพราะตัวข้า ซูฮวา.. ข้าขอโทษ ขอโทษจริง ๆ ที่ทำให้เจ้าต้องรู้สึกไม่ดีเช่นนี้” แววตาเสียใจฉายออกมาด้วยความตั้งใจของเมี่ยวทง ถึงอย่างไรก็ปิดไม่มิด ความรู้สึกผิดที่เกาะกุมใจทำให้เขาไม่กล้าพูดอะไรต่อไปได้อีก เขาลอบกลืนน้ำลายไปเพื่อลดอาการแห้งผากภายในลำคอ ความรู้สึกตีตื้นขึ้นมาช้า ๆ ทำไมซูฮวาเงียบไป? เขาก้มหน้าลงมองฝ่ามือที่ขย้ำเสื้อผ้าตนจนยับยู่ยี่ เหงื่อผุดซึมที่ขมับเล็กน้อย ความกังวนเริ่มคืบคลานเข้ามา ภายในหัวอันชาญฉลาดของเมี่ยวทง ณ ตอนนี้กลับคิดไม่ตกว่าจะทำอะไรต่อไป?

“ฮึก!หยดน้ำตาล่วงหล่นจนอาบแก้มเนียนสวย เสียงสะอื้นแผ่วทำให้เมี่ยวทงเงยหน้าขึ้นมา เมี่ยวทงเลิ่กลั่กควาญหาผ้าผืนเล็กมาให้ซูฮวาแทบไม่ทัน ซูฮวาส่ายหน้าไปมาเบา ๆ ใบหน้าของเมี่ยวทงเจื่อนไปเพราะคิดว่านางคงไม่อยากรับผ้าจากตน มือของชายหนุ่มจึงเตรียมเอากลับมาบางลงที่ตัก แต่เพราะมือเรียวที่ยื่นมารอรับบางสิ่ง สีหน้าที่เจื่อนไปจึงเริ่มกลับมาดีขึ้นเล็กน้อย หากแต่ก็ยังมีความกังวลเล็ก ๆ อยู่บ้างว่าเพราะเหตุใด ซูฮวาถึงร้องไห้ออกมา ผ้าผืนขาวถูกวางลงบนมือของซูฮวา เด็กสาวซับมันคงบนดวงตากลมโตที่ตอนนี้คลอไปด้วยหยดน้ำตา เมี่ยวทงรอให้อีกฝ่ายสงบลงก่อน ใบหูพยายามฟังน้ำเสียงติดสะอื้นเอ่ย

“ข้าขอบคุณ ฮึก! ขอบคุณในทุกสิ่งที่เจ้ามอบให้เสมอมา ข้ายอมรับว่าเคยมีเคืองใจเจ้าบ้าง แต่ทว่าในเวลานี้ข้าไม่รู้สึกเช่นนั้นแล้ว”

“เจ้าเป็นคนดี เป็นสหายที่ดี บางครั้งเจ้าอาจทำไปเพราะไม่รู้ แต่ไม่เป็นอะไร ฮึก.. ข้าเข้าใจ เข้าใจดีว่าเจ้าหวังดี แต่เมี่ยวทงข้าตอบรับ ฮึก! เจ้าไม่ได้ ไม่ได้จริง ๆ ตลอดมาข้าไม่เคยรู้สึกเกินเลยกับเจ้า ไม่ว่าจะอดีต หรือปัจจุบัน ในส่วนของอนาคตข้าไม่รู้ เพราะมันยังไม่มาถึง แต่หากเอาตามความจริง ณ ปัจจุบันข้ายังรู้สึกกับเจ้าเช่นสหาย”

“เมี่ยวทงข้าให้อภัยแก่เจ้า ข้าไม่ถือโทษแลไม่โกรธเจ้าเลยในส่วนที่แล้วมา ส่วนข้า ณ ตอนนี้ ข้าก็ขอโทษที่ไม่สามารถรับความรู้สึกของเจ้าได้ อภัยให้ข้าด้วยเมี่ยวทง สิ่งที่ข้าปรารถนาที่สุดตอนนี้คือครอบครัว ข้าอยากกลับไปหาท่านพ่อ ไปหาน้อง ๆ ไม่รู้ว่าป่านนี้ท่านยังสุขสบายดีหรือไม่ น้องข้าจะได้กินดีอยู่ดีหรือไม่ ข้า ฮึก! ในขณะที่ข้าอยู่ดีกินดีที่นี่ข้าไม่มีความสุขเลย ข้าอิ่มแต่คนที่บ้านไม่อิ่ม ข้าละอายใจแลเสียใจที่ไม่ได้ดูแลครอบครัวให้ดีได้”

“เมี่ยวทง... ได้โปรดเถอะนะ ข้าอยากกลับไป... กลับไปหาท่านพ่อจริง ๆ ฮึก! เมี่ยวทงมีสีหน้าผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด เขารู้อยู่แล้วว่าทุกอย่างต้องออกมาเช่นนี้ แต่ในใจก็ยังคงคาดหวังว่านางจะตอบรับบ้าง แต่ความรู้สึกใครก็คือความรู้สึกมัน ไม่มีใครบังคับใครได้เช่นเดียวกับสายลมที่บังคับทิศทางการหมุนไม่ได้เช่นกัน รอยยิ้มฝืนปรากฏบนสีหน้าของเมี่ยวทง เขาพยายามทำหน้าให้ปกติที่สุด ทุกคำที่จะเอื้อนเอ่ยออกมาชั่งยากเหลือเกิน

“ข้าให้อภัยเจ้าซูฮวา” แม้ใจข้าไม่ได้อยากปล่อยเจ้าไปแม้แต่น้อย

“ข้าไม่มีวันถือโทษโกรธเจ้า” ซูฮวาเจ้าไม่เคยทำสิ่งใดที่ผิดเลยต่อตัวข้า

“ไม่ว่าเจ้าจะให้ข้าอยู่ในสถานะเช่นใด” ไม่ว่าข้าจะต้องได้แค่สถานะสหาย

“ข้าจะรักและหวังดีกับเจ้าเสมอ” ข้าจะรักเจ้าแค่คนเดียวตลอดไป

“ไปเถอะซูฮวา... กลับไปยังที่ ๆ เจ้าควรอยู่ ข้าจะคอยดูแลเจ้าห่าง ๆ เสมอ” รักเจ้าเหลือเกิน ซูฮวา...

 

“ท่านไปส่งนางแทนข้าได้ไหมขอรับ ข้าไว้ใจท่านมาก ฝากส่งดวงใจข้าให้ถึงบ้านด้วยนะขอรับ” ฟ่านเหลียนเห็นสีหน้าไม่สดชื่นของเด็กหนุ่มก็พอจะเดาออกในทันใด เมื่อเอ่ยปากจะถามว่าทำไมไม่ไปส่งเอง สุดท้ายฟ่านเหลียนก็หุบปากลงแล้วพยักหน้าเบา ๆ เป็นการรับคำ เมื่อเมี่ยวทงเห็นดังนั้นแล้วจึงเดินไปหาซูฮวาพลางหยิบยื่นบางอย่างให้ นางปฏิเสธด้วยสีหน้าเกรงใจแต่ก็ยอมรับจากเมี่ยวทงแต่โดยดี เมี่ยวทงเดินหันหลังกลับไปยังห้องรับแขกเดิมที่เคยนั่ง ทิ้งไว้เพียงซูฮวากับห่อสิ่งของของนางและตัวเขา

 

ภายในจวนตระกูลเมี่ยว ชายหนุ่มใบหน้าหมดจดนั่งอยู่ ณ จุดเดิมที่เคยสนทนากับซูฮวา ฝ่ามือลากผ่านกาชา ดวงตาเหม่อลอยออกไปสวนด้านนอก ริมฝีปากค่อย ๆ เผยออกมาอย่างเชื่องช้า  如果没有你同我分享 我所有的喜好 便少却了一半的喜悦(ถ้าหากไม่มีเธอร่วมแบ่งปันความสุข สิ่งที่ชื่นชอบทั้งหมดที่ฉันเป็นอยู่ ก็จะลดหายความชื่นมื่นไปครึ่งหนึ่ง) หยดน้ำตาหยดแรกไหลลงมา ใครว่ากันว่าบุรุษเสียน้ำตาไม่ได้กัน แม้ไม่ได้เจ็บที่ใจ แต่ทำไมเมี่ยวทงรู้สึกบีบคั้นในใจเช่นนี้กันนะ

 

 

 

@Admin

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +10 คุณธรรม +3 ความโหด โพสต์ 2018-12-22 00:22

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +75 ความหิว -32 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 75 -32 + 3

ดูบันทึกคะแนน

สวัสดี
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ทวนกรีดนภา
กราดิอุสโอธีมัส
กำหนดลมหายใจขั้นสูง
คัมภีร์ละติน
ม้าตี๋หลูทมิฬ
หงอนคู่
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x200
x260
x1398
x100
x100
x10
x75
x10
x10
x3451
x178
x1
x191
x32
x34
x10
x19
x99
x2990
x5
x318
x30
x120
x3420
x1
x1
x1
x10
x10
x30
x2
x50
x3000
x3000
x1
x100
x3
x15
x20
x10
x100
x1
x120
x50
x37
x10
x58
x50
x105
x24
x10
x30
x25
x40
x2
x2
x3
x206
x25
x11
x4
x19
x2
x10
x10
x10
x30
x10
x15
x29
x45
x1
x1
x20
x8
x15
x15
x4
x180
x15
x1
x1

ข้อความล้วน|อุปกรณ์พกพา|

Copyright © 2001-2012 | The Legend of Wulin  สงวนลิขสิทธิ์ | GMT+7, 2019-2-24 07:25

ขึ้นไปด้านบน