ดู: 841|ตอบกลับ: 19

{ เมืองจื่อถง } ศาลาหานกู่

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2017-10-7 16:39:12 |โหมดอ่าน




ศาลาหานกู่

{ เมืองจื่อถง }










【ศาลาหานกู่】
ศาลาหานกู่มีทัศนียภาพที่งดงามสงบร่มรื่น เย็นฉ่ำสี่ฤดู
 ด้วยศาลานั้นตั้งอยู่ในสวนสีเขียวขจี มีแม่น้ำไหลผ่านอยู่ช่วงด้านหลัง 
มีบรรยากาศที่เงียบสงบ จะสังเกตได้ว่าน้ำในแม่น้ำจะใสสะอาด 
เป็นสีเขียวมรกตสวยงาม ยิ่งเพิ่มความน่าหลงใหลให้กับสถานที่นี้อย่างดี
บางครั้งมีทั้งคู่รักนิยมมาชื่นชมบรรยากาศ เด็กน้อยมาจับปลา
เป็นอีกหนึ่งสถานที่สันทนาการของชาวเมือง








คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 2

ดูบันทึกคะแนน

128

กระทู้

1979

โพสต์

37หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
12
เงินตำลึง
85
ชื่อเสียง
177316
ความหิว
1096

ตราหุบเขาปีศาจ

คุณธรรม
3447
ความชั่ว
5434
ความโหด
2730

ฉง ลู่เต๋า

"หึ..มนุษย์"
pet
โพสต์ 2017-10-7 16:49:26 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LinJieoya เมื่อ 2017-10-9 20:32

เรื่องราวที่ 1 พบพาน
บท จดหมายและความฝัน

          ขาเรียวบางของเด็กสาวนามเจียวหย่า มาอยู่ยังสวนสีเขียวขจี ที่มีทัศนียภาพที่งดงามเธอได้ยินเสียงแม่น้ำไหลผ่านอยู่ไกลๆ บ่งบอกความเป็นธรรมชาติกับสถานที่แห่งนี้ ความจริงแล้ว เวลานี้เธอจำเป็นที่จะต้องอยู่ที่หอสุราเกียปิ่ง เพื่อที่จะเตรียมการแสดงการร่ายรำ… แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์อันไม่คาดฝันสำหรับเธอจนได้…

          เด็กสาวผู้มีเส้นผมสีน้ำตาลดำเข้ม นามเจียวหย่า กำลังเตรียมชุดสำหรับการแสดงอยู่ภายในห้องซ้อมรำ เธอนั่งอย่างสงบเสงี่ยมเพื่อที่จะเตรียมเสื้อผ้าต่างๆ และเครื่องประดับของเธอเอง ที่ตอนแรกเธอคิดที่จะใช้อีกชุด แต่แล้วอุบัตติเหตุก็เกิดขึ้น เสี่ยวเอ้อร์ผู้ส่งอาหารเย็นกลับเดินสะดุดจนทำให้น้ำซุปนั้นหกเลอะชุดของเธอ จนต้องมาเตรียมชุดใหม่กัน

          นางรำทั้งหลายก็พากันฉุกละหุกวุ่นวายกันใหญ่ จนในที่สุดก็ได้ข้อสรุปให้เธอทำชุดการแสดงอีกชุดหนึ่ง..และพวกนางก็พากันออกไปเตรียมตัวสำหรับการรำในคืนนี้ ปล่อยเธอทิ้งไว้ให้เตรียมเสื้อผ้าการแสดงของเธอเอง.. แต่แล้วท่านพี่เยี่ยนจื่อก็เดินมาพูดคุยกับเธอ และอยู่เป็นเพื่อนกันสักพักหนึ่ง

          ทำให้ในห้องซ้อมรำนั้นมีเสียงหัวเราะคิกคักของทั้งสองคน

          “ปั้ง!!!”
          “เจียวหย่า!!!”

          เสียงดังของการเปิดประตูห้องโถงสำหรับซ้อมรำดังขึ้นเพราะประตูไม้นั้นกระแทกกันจนเป็นเสียงดังสนั่นพร้อมกับชายร่างอ้วนท้วมนามว่า หวัง ซุ่นปิ่ง ผู้ซึ่งเป็นเถ้าแก่แห่งโรงสุราเกียปิ่งแห่งนี้ที่กำลังหอบหายใจเอาอากาศเข้าไปในปอดทั้งสองข้างของเขา .. ท่าทางของเขาดูเหมือนว่าจะรีบและร้อนรนมากเลยทีเดียว

          นี้มันเกิดเรื่องอะไรกันขึ้น? เธอทำอะไรผิดหรือปล่าว? ถึงกับโกนเรียกเธอด้วยน้ำเสียงที่ดังสนั่นขนาดนั้น?
          เด็กสาวลุกขึ้นทันทีเมื่อท่านเถ้าแก่เดินเข้ามาหาเธอพร้อมกับในมือมีจดหมายฉบับหนึ่ง ก่อนที่เขาจะพูดขึ้น

          “ท่านขุนนางคนเมื่อวานน่ะ เจ้า!! เจียวหย่า เขาต้องการขอพบเจ้าเดี๋ยวนี้ ไปเถอะวันนี้เจ้าไม่ต้องทำงาน ข้าให้เจ้าหยุดพักรีบไปหาท่านขุนนางหลิวฉุน เดี๋ยวนี้เถิด ..อะ ก่อนอื่นเจ้าจงแต่งกายไปให้ดีๆ ล่ะ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูตื่นๆและเร่งรีบเล็กน้อย พร้อมกับยัดจดหมายในมือนั้นให้เธอ…

          เด็กสาวขมวดคิ้วก่อนที่จะก้มหัวแล้วรับจดหมายนั้นมาจากท่านเถ้าแก่หวังแล้วอ่านเนื้อความด้านในนั้นด้วยความสงสัย ด้านในนั้นเป็นตัวหนังสือเขียนอันสวยงามบทบรรเลงเป็นคำกลอนอย่างลงตัวและไพเราะ บ่งบอกถึงความเป็นคีตศิลป์ของผู้เขียนได้เป็นอย่างดี

เจ้าเอยผกามาศ        ขอนาฎยินยลข้า
เป็นดั่งจันทร์แก้วตา        ขอมาอย่าอาลัย
ข้าอยากเชยพบเจ้า        มาภิรมย์สมสมัย
ข้ารอไม่ห่างไกล        ที่ใจหานกู่เมือง

          เมื่อเจียวหย่าอ่านเสร็จเธอถึงกับต้องเบิกตากว้าง ด้วยความตกใจ นี้หากเธอไม่ไปนั้นคงไม่ดีแน่? แต่ชายผู้นั้นเป็นชายผู้เป็นถึงขุนนางใหญ่ ขืนเธอทำอะไรพลาดพลั้งไปก็คงจะเป็นเรื่องไปเสียทีเดียวกระมั้ง?

          เมื่ออ่านจดหมายเสร็จ เด็กสาวก็รีบรุดก้มหัวคำนับท่านเถ้าแก่ และท่านพี่เยี่ยนจื่อ แต่ก่อนที่เธอจะออกไปนั้น กลับโดนหญิงสาวผู้มีใฝ่ใต้ตาซ้ายจับแต่งตัวเอาเสียจนเธอนั้นรู้สึกแปลกๆ กับการกระทำของอีกคนเสียแล้ว…….

          ไม่นานเกินรอ เด็กสาวผู้มีดวงเนตรสีม่วงดั่งดอกพวกครามก็ตรงมายังศาลาหานกู่ ซึ่งที่เป็นสถานที่นัดพบของเธอกับท่านขุนนางนามหลิว ฉุน เวลานั้นเป็นเวลาพลบค่ำ แสงอาทิตย์สีส้มทองสาดส่องไปทั่วท้องนภา อีกทั้งยังเป็นความสวยงามที่ผสมระหว่างดวงอาทิตย์ที่กำลังลาลับ และดวงจันทร์ที่กำลังขึ้นแรม

        นั้นก็คือเรื่องราวที่เธอพึ่งพบเจอมา…

          แสงสลัวอยู่ยังที่ศาลาหานกู่ เมื่อมองจากใกล้ๆ ก็ได้เห็นเงาของชายร่างสมสวนที่กำลังนั่งอยู่พร้อมกับเหล่าเครื่องเขียนและพู่กันจีน.. เขากำลังตวัดบทกลอนลงบนกระดาษสีขาวเหลือง ด้วยความรื่นรมใจ

        “ท่านหลิวฉุนเจ้าคะ? นั้นใช่ท่านหรือไม่?” เด็กสาวพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเล็ก อีกทั้งยังเหลือบไปมองชายหนุ่มคนนั้นด้วยความสนใจ

         เขาหยุดมือเมื่อรับรู้ได้ถึงเสียงของฝีเท้าของเด็กสาวร่างเล็กและเสียงเรียกถาม ดวงตาของเขาเหลือบขึ้นมาแล้ววางพู่กันจีนในมือของตนเอง ภาพที่เขาเห็นคือเด็กสาวที่งดงามสมวัย ใบหน้างดงามได้รูป รูปร่างเพรียวบางแต่ไม่ได้ผอมแห้งจนเกินงาม ที่กำลังสวมชุดผ้าสีอ่อนพริ้วไหวบาง เขากระตุกยิ้มเมื่ออีกคนนั้นดูเหมือนจะเทียบรับคำเชิญของเขาได้

          “ข้าน้อย หลิน เจียวหย่าเจ้าค่ะท่านหลิวฉุน” เธอพูด แล้วก้มลงคำนับชายที่กำลังนั่งอยู่อย่างนอบน้อม

          “ลุกขึ้นเถิดเจียวหย่า ตรงนี้สำหรับเจ้า” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเนิบๆ แล้วผายมือไปยังที่ว่างตรงด้านหน้าของตน พลางจ้องใบหน้าของเด็กสาวตาไม่กระพริบ “วันนี้เจ้ายังคงงดงามไม่เปลี่ยนเลย เมื่อวานเจ้าร่ายรำได้ดีจริงๆ” เขาพูดพลางหลุบตาลงแล้วหัวเราะในลำคออย่างขบขันให้กับเรื่องเมื่อคืนวานที่เขาเกือบจะเมาหลับไป

        “ขอบคุณท่านหลิวฉุน ข้าน้อยดีใจเหลือเกินที่การแสดงนั้นถูกใจท่านหลิวฉุนอย่างมาก และข้าหวังว่าท่านหลิวฉุนก็คงจะมีความสุขไม่น้อยเมื่อได้ชมการร่ายรำของข้าเจ้าค่ะ” เธอพูดอย่างฉะฉานเช่นเคย แต่คราวนี้กลับเป็นน้ำเสียงที่ดูสดใสและสบายระรื่นหูกว่าเมื่อวาน อาจเป็นเพราะว่าวันนี้เขานั้นเรียกคุยมาเป็นการส่วนตัว ไม่มีผู้ใดจะมาจับผิดเธอได้เป็นแน่นั้นแล

        “แน่นอน ข้าชอบ..และข้ายิ่งชอบยิ่ง ที่เจ้าตอบรับคำเชิญของข้ามาที่นี้ เจ้าชอบบทกลอนรือไม่?” เขาพูดถามเด็กสาวด้วยความสงสัยและแน่นอนว่าเธอก็ตอบเขาไปตามจริงเช่นกัน

        “เจ้าค่ะ ข้าชอบบทกลอนบทกวีเจ้าค่ะ และท่านเองก็เป็นผู้มีความสามารถในการประพันธ์คีตศิลป์ได้อย่างไพเราะเจ้าค่ะท่านหลิวฉุน”
        “เจ้าพูดเกินไปแล้ว..ฮ่ะๆ..มาเถิดจิบชากับขาสักจอก” ชายหนุ่มขุนนางใหญ่นั้นเริ่มชวนพูดคุยในเรื่องราวจิปาถะต่างๆมากมาย ทำให้เขากับเธอนั้นได้รู้จักกันมากขึ้น

        ทำให้เธอได้รู้ถึงความชอบของท่านหลิวฉุน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความสามารถหรือว่าเรื่องที่ไม่ชอบก็ตามที จนบางครั้งเด็กสาวถึงกับต้องนำมือปิดปากหัวเราะเบาๆ กับเนื้อหาของการสนทนาบางตอน ดูเหมือนว่าชายตรงหน้าของเธอนั้นมีทั้งความสุภาพ และอ่อนโยนอย่างมากเลยทีเดียว
        และเธอเองก็ได้เล่าเรื่องราวต่างๆให้เขาฟังไปทั้งเรื่องการประกวดขนมเทศกาลฉงหยางที่ผ่านมาหรือการออกมาเพื่อผจญภัยในโลกกว้างใบนี้ด้วยเช่นกัน จนทำให้ชายหนุ่มต้องขมวดคิ้วขึ้นมาเช่นกัน

        “ทำไม? เจ้าถึงอยากจะออกมาผจญภัยในแผ่นดินใหญ่นี้เล่า? อีกอย่างแผ่นดินยังเต็มไปด้วยความวุ่นวาย ข้าไม่ค่อยพบหญิงสาวที่ใคร่การออกมาจากบ้านเฉกเช่นเจ้าเท่าใดนัก?” เขาพูดด้วยน้ำเสียงสงสัย ก่อนที่จะยิ้มบางสื่อถึงความต้องการคำตอบ

        “ข้าหรือเจ้าคะ? อ้อ ข้าเห็นพี่ชายทั้งสามของข้าออกจากบ้านไปทีละคนๆ เล่าเรื่องราวที่ประสบพบเจอนั้นทำให้ข้าชื่นในยิ่งนัก แค่โตขึ้นก็นึกอยากจะเป็นดั่งพวกเขาแล้ว อีกอย่างการเดินทางของข้า ก็เพื่อการตามหาความฝันที่ข้าหวังไว้ หากข้าคุดคู้อยู่แต่ภายในบ้านสกุลหลิน ข้าคงมิได้ทำตามฝันเป็นแน่”

เธอพูดแล้วยิ้มหวานอย่างสดใสแสดงถึงความจริงใจในคำพูดของตัวเธอ ดวงตาสีม่วงดอกพวกครามนั้นวาวระยับเหมือนกับท้องของดาราจักร นั้นคงเป็นเพราะตอนนี้เป็นเวลากลางคืน ท้องฟ้าพราวระยับไปด้วยแสงดวงดาวที่สาดสกาวอย่างงดงาม

“แล้ว?...ความฝันของเจ้าคือสิ่งใดเล่า?...เจ้า?อยากอะอันใดถึงออกมาจากบ้านสกุลหลินของเจ้า?” เขาถามด้วยความสงสัยอีกคำถาม
เด็กสาวหันไปหาชายผู้ซึ่งถามเธอ..ก่อนที่จะส่งรอยยิ้มให้กับเขา เธอลุกขึ้น ก่อนที่จะเดินถอยออกมาจากอีกคนประมาณหนึ่ง …. จนถึงทางเดินสีขาวสะอาด เธอค่อยๆ หันกลับเข้าไปจ้องมองท่านหลิวฉุน ก่อนที่จะเริ่มวาดท่วงท่าทำนอง

เป็นการร่ายรำลีลาอันอ่อนช้อย ร้อยซึ่งความสดใสเฉกเช่นความงามของไก่ฟ้าจากสวรรค์ รูปร่างช่วงอรชรเฉกเช่นมังกรที่กำลังทะยานสู่ฟากฟ้า และใบหน้ายามได้ร่ายรำของนาง ก็ช่างสดสว่างเฉกเช่นดอกเบญจมาศเหลืองเบ่งบานทามกลางฤดูใบไม้ผลิ

        จนชายหนุ่มใบหน้าเจ้าสำอางค์นั้น จ้องมองด้วยความชื่นชมและต้องตาต้องใจ

        “ความฝันของข้า คือการได้เป็นนางรำเฉกเช่นแม่ข้า … ข้าจะรำ รำ.. ร่ายรำเรื่อยไป จนกว่าจะพบกับยอดแก้วตาดวงใจ ชายผู้ซึ่งเป็นที่รักของข้า..และเขาก็ต้องรักข้าตอบเช่นกัน….ความฝันข้าอาจดูเพ้อฝัน..” เธอหยุดพูดแล้วหัวเราะเล็กๆในลำคอ

        “เมื่อถึงเวลานั้นข้าก็จะแต่งงานกับชายที่ข้ารัก และอยู่อย่างสงบเพื่อคนรักของข้า ครองรักกันไปตราบนานเท่านาน”
        


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +25 ความหิว -4 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 25 -4 + 3

ดูบันทึกคะแนน

https://xn--12cn8be2ck0h5b.com/source/plugin/levsign/statics/images/e3.jpgดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x60
x15
x22
x36
x20
x10
x775
x500
x13
x104
x2118
x191
x73
x1038
x12
x2
x373
x664
x5
x5
x110
x120
x9999
x15
x82
x260
x624
x85
x395
x3789
x5803
x2700
x1
x1
x1
x48
x98
x6
x192
x143
x78
x4
x835
x2

128

กระทู้

1979

โพสต์

37หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
12
เงินตำลึง
85
ชื่อเสียง
177316
ความหิว
1096

ตราหุบเขาปีศาจ

คุณธรรม
3447
ความชั่ว
5434
ความโหด
2730

ฉง ลู่เต๋า

"หึ..มนุษย์"
pet
โพสต์ 2017-10-8 07:15:43 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LinJieoya เมื่อ 2017-10-9 20:32

เรื่องราวที่ 1 พบพาน
บท ความฝัน นางรำที่มีชื่อเสียง

       ดวงนัยน์ตาดำสนิทของชายหนุ่มนาม หลิว ฉุน จ้องมองภาพของเด็กสาวที่กำลังร่ายรำลีลาอันอ่อนช้อย ดวงหน้าอันสดสว่างเฉกเช่นดอกเบญจมาศเหลืองเบ่งบานทามกลางฤดูใบไม้ผลินั้นก็จ้องมองชายหนุ่มเช่นกัน เมื่อเธอกล่าวความฝันของตนจบ

       “เหตุใดท่านถึงถามข้าเช่นนี้เล่าเจ้าคะ? ท่านหลิวฉุน” เด็กสาวพูดด้วยน้ำเสียงฉะฉาน ก่อนที่ร่างกายของชายสมส่วนจะเดินเข้ามาใกล้เธอ ท่วงท่าของการเดินนั้นเป็นท่วงท่าที่ดูองอาจ และสุขุม ต่างจากเมื่อคืนวาน

       ถ้าข้าพูดความจริง ข้าหวังว่า เจ้าจะไม่หนายหนีข้า เจียวหย่า เสียงของเขาฟังดูค่อนข้าง เศร้าๆ เด็กสาวจึงไม่รู้ว่าตนควรทำตัวเช่นไร ได้แต่จ้องมองใบหน้าที่เศร้าหมองนั้นด้วยความสงสัยเข้าไปอีก

       “หากข้าบอกว่า ข้าคือไต้อ๋องดูแลเขตปาสู่ เจ้าจะว่าเช่นไร?” เขาพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อยแล้วหันมาประจันหน้ากับเด็กสาว

       ดวงตาสีดอกพวกครามประจันกับนัยน์ตาอันดำสนิทของชายผู้นั้นทั้งยังทำหน้างงงวย เหมือนพึ่งไปกินหญ้าแฝกมาเสียอย่างงั้น

       “ข้าเป็นบุตรชายเพียงคนเดียวของหลิวซั่น หรือก็คือ เซียวไต้อ๋อง ที่ปกครองเขตปาสู่ (เสฉวน) ท่านพ่อข้าคือโอรสในฮ่องเต้ฮั่นเหวินตี้และสนเมเซิ้น ท่านปู่และท่านย่าของข้า และตอนนี้ข้าก็ได้เป็นทายาทสืบตำแหน่งเซียวไต้อ๋องต่อจากท่านพ่อ...” เขากล่าวไปด้วย แล้วก็เดินชมความงามของธรรมชาติ สายน้ำสุดธาราที่กำลังไหลหลั่งโดยไม่มีวันจบสิ้นหรือหยุดลง … แล้วพูดต่อ

       “ขุนนางในปาสู่ก็ต่างละโมบโลภมาก ล้วนแต่มีอิทธิพลในปาสู่กันทั้งสิ้น..มีแต่การแก่งแย่งชิงดี.. โกงกินประชาชน..หรือกระทั้งคนของตนเอง”

        ร่างของชายหนุ่มค่อยๆหันมาหาเด็กสาวที่กำลังเดินตามตน ...เธอฟังชายหนุ่มอย่างตั้งใจ เพราะนั้นคือความโศกเศร้าในใจของเขาอย่างยิ่งยวด … มันเป็นสิ่งที่เจ็บปวดใจของเขาอย่างมาก
        มือหนาค่อยๆ จับข้อมือที่เล็กบางนั้น ขึ้นมา กอบกุมมือทั้งสองข้าง เหมือนกับการโอบอุ้มและปลอบประโลม..ประหนึ่งกำลังดูแลหยดล้ำค่า ที่บอบบางและอ่อนแอ แต่กลับเต็มไปด้วยความงดงามและอ่อนช้อย “ข้าไม่เคยปรารถนาการเป็นอ๋องปกครองดินแดนเลย ข้าปรารถนาเพียงครองคู่กับหญิงสาวสักคน….. ร่วมเล่นดนตรี.. และนางผู้นั้นก็ร่ายรำไปกับเสียงดนตรีของข้าผสานไปร่วมกัน.....”

       “...ข้าอยากให้หญิงสาวผู้นั้นเป็นเจ้า..เจียวหย่า”

        สิ้นเสียงคำกล่าวถ้อยคำวจีแห่งฝัน.. ดวงตาของเด็กสาวก็เบิกกว้างขึ้นอีก ใบหน้ารูปไข่ที่มีผิวกายขาวนวลประประดุจดอกกรรณิการ์อมชมพู.. ตอนนี้กลับมีเจือระรื่นสีแดงสดของโลหิตที่กำลังแล่นขึ้นมากระกระทบใบหน้า

        “ท่านหลิวฉุน”

        “ข้าจะทำให้ความฝันเจ้าเป็นจริง..ขอเพียงแค่เจ้าอยู่ข้างกายข้า” ชายหนุ่มนั้นกุมมือเธออย่างไม่ห่างออกไป เด็กสาวผู้ซึ่งกำลังสับสนและลำดับเหตุการณ์นั้น พยายามใช้หัวสมองน้อยๆนั้น เค้นหาคำตอบที่เธอได้ยิน.. ……..

       “ข้าเป็นเพียงสาวชาวบ้าน ข้าเป็นเพียงนางรำคนหนึ่งที่ยังด้อยฝีมือ ถึงแม้ข้าน้อยจะรู้สึก...มีจิตใคร่ในท่านเช่นนั้น ข้าคง..ข้า...เอ่อ...” เสียงหวานนั้นพูดติดขัด ชายหนุ่มก็คงจะรับรู้ได้ว่า เด็กสาวตรงหน้ากำลังสั่นเทา.. เพื่อรวบรวมและสงบสติอารมณ์ของตัวเธอเอง...เธอหลับตาลง แล้วถอนหายใจเฮือกหนึ่ง เพื่อกลั่นไม่ให้ตนเองนั้นพูดติดขัด..ตั้งปฎิธาณแน่วแน่

        “ข้าน้อยเป็นเพียงคนเต้นกินรำกิน.. ข้าไม่อาจเอื่อมแต่ถึงยังไงเราก็พึ่งพบกันเมื่อวันวาน เราพึ่งกอดกันเมื่อเช้าสาง ข้าอยากครองรักกับคนที่ข้ารักและรักข้าจากใจจริง ข้าเกรงว่าท่านจักมิรักข้าเพียงผู้เดียว.. แต่หากท่านให้สัญญามั่น รักแท้เพียงข้า เช่นนั้นข้าก็จะ..”
        เธอหยุดพูด พลางหันมองชายที่กำลังมีใบหน้าที่ไม่ได้ต่างจากตนนั้น..เขาทั้งอ่อนโยนและสุภาพ…

        “ข้าก็จะอยู่เคียงคู่ท่านจนฟ้าสลาย..”



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +25 ความหิว -6 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 25 -6 + 3

ดูบันทึกคะแนน

https://xn--12cn8be2ck0h5b.com/source/plugin/levsign/statics/images/e3.jpgดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x60
x15
x22
x36
x20
x10
x775
x500
x13
x104
x2118
x191
x73
x1038
x12
x2
x373
x664
x5
x5
x110
x120
x9999
x15
x82
x260
x624
x85
x395
x3789
x5803
x2700
x1
x1
x1
x48
x98
x6
x192
x143
x78
x4
x835
x2

128

กระทู้

1979

โพสต์

37หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
12
เงินตำลึง
85
ชื่อเสียง
177316
ความหิว
1096

ตราหุบเขาปีศาจ

คุณธรรม
3447
ความชั่ว
5434
ความโหด
2730

ฉง ลู่เต๋า

"หึ..มนุษย์"
pet
โพสต์ 2017-10-8 17:58:22 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LinJieoya เมื่อ 2017-10-9 20:33

เรื่องราวที่ 1 พบพาน
บท คำสาบาน

        สิ้นเสียงคำพูดของเด็กสาว สายลมยามค่ำคืนก็พัดผ่านมาจนเหล่าใบไม้ใบหญ้าก็ลอยตามมาด้วย แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ทั้งสองคนนั้นต้องเดินหนีหรือถอยห่าง ร่างทั้งสองยังคงอยู่ที่ท่าเดิม และมือของชายหนุ่มเจ้าสำอางค์ก็ยังคงกอบกุมมือบางนั้นด้วยความทะนุถนอม
        
        “.....”

        ยังคงไม่มีเสียงอะไรออกมาจากปากทั้งคู่ จนเมื่อเวลาผ่านไป แววตาสีดำสนิทของชายเจ้าสำอางค์ก็เปลี่ยนไป จากที่เคยเหมือนจะวุ่นวายสั่นคลอนเพราะรอคำตอบ ตอนนี้กลับแน่นิ่งอย่างแน่วแน่ เขาค่อยๆเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้กับเธอ มือที่เคยกอบกุมนั้นคลายลง จากนั้นก็ค่อยๆสัมผัสที่ข้างแก้มของเด็กสาวอย่างเบามือ

        รอยยิ้มปรากฏขึ้นที่ใบหน้าท่านไต้อ๋องแห่งปาสู่ มันเป็นรอยยิ้มอันยากที่จะบรรยายเสียงหัวเราะในลำคอนั้นดังขึ้นมา

        “ฟ้าดินท่านเป็นพยาน ข้า หลิว ฉุน ไต้อ๋องแห่งปาสู่ ข้าขอสาบานและให้คำมั่นสัญญาว่าจะรักมั่น เพียง หลิน เจียวหย่า ข้าจะขอร่วมทุกข์ร่วมสุข จะขอจับมือกันไปจนแก่เฒ่า หากข้าไม่ทำตามคำสัญญาข้าแล้วไซร้ ขอให้ข้ามีอันเป็นไปอย่าได้ช้าใน 1 วัน ทันใน 1 เดือน ไม่เคลื่อนไป 1 ปี”

        เขาพูดด้วยน้ำเสียงอันหนักแน่น สุขุม ต่อหน้าเธอที่เขากำลังโอบกอดนี้

        “ข้าก็จะเป็นผู้ที่เคียงคู่ท่าน ตลอดไป” สิ้นเสียงของเด็กสาวรอยยิ้มรวยรินก็ปรากฏที่ใบหน้าของคนทั้งสอง

        ใบหน้าของท่านหลิวฉุนค่อยๆ เผยยิ้มออกมาอย่างไม่หุบ เข้าค่อยๆ สวมกอดเด็กสาวที่อยู่ตรงหน้าเขาอย่างทันทีเมื่อได้ยินคำนั้น แล้วกอดแน่นๆ จนทำให้เด็กสาวแทบจะหายใจไม่ออก

        ใบหน้าของเธอเหยเกเล็กน้อย ก่อนที่จะคิดในใจว่าชายคนนี้ต้องดีใจขนาดไหนถึงได้กอดเธออย่างเผลอตัวขนาดนี้ เด็กสาวยิ้มบางๆ ก่อนที่จะค่อยๆ ยกมือขึ้นกอดหลวมๆ แล้วตบไปที่แผ่นหลังใหญ่ของอีกคนแทน..
        แต่ด้วยความไม่สมดุลของส่วนสูงของทั้งสองคน ทำให้เด็กสาวตบเบาๆ ได้แค่เพียงช่วงเกือบถึงกลางหลังของอีกคนเท่านั้น
        
        หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ค่อยๆ ผละอ้อมกอดออกมาจากร่างบางของเด็กสาว
        รอยยิ้มยังคงปรากฏอยู่พร้อมกับมือที่เข้ามากอบกุมมือบางนั้นไว้อีกครั้ง

        “ข้าดีใจมากเจียวหย่า ข้าดีใจยิ่งนัก..ข้าไม่อยากเชื่อเลย”ชายหนุ่มนั้นพูด เนื้อตัวของเขาดูสั่นเทา ความดีใจที่ไม่ปกปิดนั้นยิ่งทำให้เด็กสาวนั้นรู้สึกดีเข้าไปใหญ่ ก่อนที่จะเอือมมือเกือบสุดมือไปจับที่ข้างแก้มของชายหนุ่มเบาๆ

        “ข้าเองก็เช่นกันเจ้าค่ะ…”
       “อ่ะ..ข้าลืมเล่าให้ท่านฟัง ท่านหลิวฉุน” เธอทำท่านึกขึ้นได้ ก่อนที่จะทำหน้าครุนคิด แล้วพยักหน้าให้กับตัวเองแล้ว
       “งั้นเดี๋ยวเราเข้าไปด้านในศาลาก่อนเถิดเจียวหย่า ลมเริ่มแรงขึ้นแล้ว” เขาพูดเบาๆ ก่อนที่จะประคองเธอเข้าไปในศาลา เป็นจังหวะเดียวกันกับที่เธอนั้นเล่าเรื่องครอบครัวเธอให้ฟังอย่างแห้งๆ แต่ก็เจือปนไปด้วยความคิดถึง

       “อย่างที่ข้าบอกว่าข้ามีครอบครัวอยู่ฉางซา แถบๆยอดเขายูลูง ซึ่งตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกของเมืองฉางซา ท่านพ่อข้าเป็นนักปราชญ์ นาม ซิ่นหลิง ข้าไม่มั่นใจว่าท่านรู้จักหรือไม่ แต่ข้าว่าข้าควรส่งข่าวไปบอกพวกท่านพ่อท่านแม่ข้า.. ไหนจะพี่ชายข้าทั้ง 3 อีก ถึงจะไม่รู้ว่าอีก 1 คนจะเป็นตายร้ายดีเช่นไรเถอะนะเจ้าคะ..ฮ่ะๆ เธอพูดไปด้วยยิ้มไปด้วยอย่างอบอุ่น ทำให้ท่านหลิวฉุน ต้องยิ้มตามไปด้วย เพราะว่าท่านหลิวฉุนนั้นท่านพ่อได้เสียชีวิตไป เพราะฉะนั้นเขารับรู้ความรักที่เด็กสาวมีให้ครอบครัวผ่านน้ำเสียงของเด็กสาว

       “จริงหรือ?...” เขาพูดด้วยน้ำเสียงแปลกใจ ที่ไม่ได้ยินเรื่องราวครอบครัวของเด็กสาวมาก่อนหน้านี้ถึงเธอจะเล่าให้ฟังนั้นก็แค่ผิวเผิน ก่อนที่จะยิ้มบางๆ แล้วค่อยๆ กอดหญิงสาว ให้เธอซบแผ่อกกว้างของเขา พลางจ้องมองไปยังดวงจันทร์ เด็กสาวก็โอนอ่อนไปตามการกระทำของเขา

       “ในวันมะรืนเขาจะส่งเกี้ยวมารับตัวเจ้าไปแต่งงาน รอข้าหน่อยนะเจียวหย่าเสียงของชายหนุ่มดังขึ้นอีกครั้ง เด็กสาวนั้นไม่ได้พูดอะไร เพราะหากพูดแล้วมันดีขึ้น ก็คงไม่มีอะไรที่จะดีไปกว่ารอยยิ้มที่เธอมีนี้
       เวลาผ่านไปพอสมควร ก็ถึงเวลาที่ทั้งสอง ต้องขอตัวแยกตัวกลับไปยังสถานที่ของตนเองสิ่งที่เหลือไว้ นั้นคือคำมั่นสัญญา และกลิ่นของความรักที่อบอวนไปด้วยความรัก




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +30 เงินตำลึง +1500 ชื่อเสียง +50 ความหิว -4 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 30 + 1500 + 50 -4 + 5

ดูบันทึกคะแนน

https://xn--12cn8be2ck0h5b.com/source/plugin/levsign/statics/images/e3.jpgดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x60
x15
x22
x36
x20
x10
x775
x500
x13
x104
x2118
x191
x73
x1038
x12
x2
x373
x664
x5
x5
x110
x120
x9999
x15
x82
x260
x624
x85
x395
x3789
x5803
x2700
x1
x1
x1
x48
x98
x6
x192
x143
x78
x4
x835
x2

24

กระทู้

140

โพสต์

1หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
385
เงินตำลึง
40970
ชื่อเสียง
6909
ความหิว
103

ใบรับรองภาษาฮั่น

ซูซาคุ
เลเวล 1
โพสต์ 2017-10-19 19:30:00 | ดูโพสต์ทั้งหมด
บทที่9:การพักผ่อนที่ศาลาหานกู่และทบทวนเรื่องที่ผ่านมาระหว่างเดินทาง


หลังจากราตรีได้ผ่านพ้นไป ยามเช้าวันใหม่ก็ได้มาเยือน อากิโกะลืมตาตื่นขึ้นก่อนจะจัดธุระในยามเช้าของเธอจนเรียบร้อย

แล้วเก็บสัมภาระที่ห้องจนเรียบร้อย พร้อมเดินไปทานอาหารเช้าของโรงเตี๊ยมจนเรียบร้อยพร้อมกับเธอ

เดินไปที่อาชาสีดำของเธอ ที่ผูกไว้อยู่แล้วไปปลดเชือกออก พร้อมกับกระโดดขึ้นหลังของมันแล้วพุดขึ้นว่า

"ไปเลย คัทซึโอะ ได้เวลาเดิทางแล้ว!" หลังจากพูดจบอากิโกะ ก็ได้ควบม้าสีดำออกเดินทางในทันที

และในระหว่างควบม้าเดินทาง นั้นอากิโกะก็คิดไปด้วยว่าจะไปไหน

"ตอนนี้ ข้าไม่รู้ว่าจะไปไหนดี เพราะฉะนั้น..คงต้องไปหาจุดพักคิดที่จะไปก่อนดีกว่า..อ๊ะ..แถวเมืองจิ่อถงคงมีจุดแวะพักสินะ"
อากิโกะพูดไปขณะ คิดว่า ในเมื่อไม่รู้จะไปไหนต่อก็ ต้องแวะพักศาลาซะก่อน เพื่อนั่งคิดทบทวนจนเสร็จจะได้เดินทางต่อ
เมื่อได้จุดหมายแล้วอากิโกะ ก็ควบม้าเร็วขึ้นในทันที

------------------------------------------------------------------------------------

หลังจากที่เดินทางอยู่นาน ในที่สุดอากิโกะก็เดินทางมาถึงเมืองจื่อถงจนได้ หลังจากที่ขี่ม้า

ผ่านตลาดจื่อถงแล้ว ไปแล้วอากิโกะก็เห็นว่ามีศาลาแวะพักข้างทางจริงๆด้วย จึงหยุดม้าพร้อมลงจากม้าแล้วผูกเชือกมันไว้แถวๆนั้น

ก่อนที่จะเดินมุ่งไปที่ศาลาหานกู่ ในทันที

"ที่นี้เองสินะ ศาลาหานกู่" อากิโกะพูดไปขณะไปนั่งพักในศาลาหานกู่ แล้วพร้อมนั่งชมวิวไปด้วย

"ที่นี้ ช่างสงบและร่มรื่นจริงๆ" อากิโกะพูดแล้วชมวิว รอบๆด้วยความสงบ และพรางคิดถึงเรื่องต่างๆ

"ตอนนี้ ข้าเองก็ต้องคิดแล้วสินะว่าควรจะทำไงต่อ...ข้าควรจะเดินบนเส้นทางไหนดีนะ ฝึกฝนตัวเอง เพื่อช่วยเหลือคนอื่นๆ
หรือว่าจะเดินทางเรร่อน หารประสบการณ์ต่อไป"
หลังจากพูดจบอากิโกะหลับตาลงแล้วนึกถึงเรื่องในชีวิตต่างๆที่เธอ ผ่านมา
มีทั้งดีและเลว สลับกันไป

"ตั้งแต่ ออกมาจากกวงหลินมา ข้าเองก็ออกเดินทางฝึกฝนสมาธิ ฝึกฝนร่างกายและอาวุธ และก็กลับไปฝึกที่น้ำตกจางหลูลู่ถึง3ครั้ง
และช่วงงานเทศกาล ไหว้พระจันทร์ ข้าก็ได้พบกับ หมิงเย่เสวียและได้คุยแลกเปลี่ยนกับนาง เรียกว่าข้าคงได้มีสหายชาวต่างแดนคนแรกละนะ"
อากิโกะพูดจบก็หลับตาและหัวเราะเบาๆเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อ

"และการเดินทางของ ข้าก็ก่อนจะออกเดินทางข้าก็ทำงานที่โรงเตี๊ยมนิรันดร์ เป็นเวลา4วัน เรียกว่าเหนื่อยมากเลยละนะ
และก็หลังทำงานครบ4วันแล้ว ข้าก็เดินทางไปเมืองเจียงโจว เพื่อจะไปหาซื้อเสบียง ในระหว่างเดินตลาดเจียงโจว
เหมือนข้าจะเห็นคนยากไร้ จำนวนมาก และก็ได้ พบเจ้าเด็กนั้น เจ้าโจร์เด็กล้วงกระเป๋า..เรียกว่าข้านี้วิ่งเหนื่อยเลยทีเดียว ฮะฮะฮะๆ"

อากิโกะพูดจบก็หัวเราะขึ้นอีกรอบในเรื่องที่ผ่านมา

"และเรื่องสุดท้ายที่เจอมา ข้าที่ขึ้นไปดูวิวบนภูเขาซิงเฉิงและระหว่างทางกลับลงมา
กับเจอร่างของหญิงสาวคนหนึงนอนสลบ อยู่เรียกว่า..สภาพแบบนั้นข้าคงไม่ช่วยไม่ได้ละนะ"


อากิโกะพูดไปขณะนั่งนึกถึงเรื่องที่ตนเคย ช่วย ซุน เยาฉาน และสัญญาว่าจะหาที่อยู่ใหม่ให้เธอ หลังจากที่เธอผ่านประสบการ์เลวร้ายบนภูเขามา

"แถมเข้าเมืองเฉิงตูครั้งแรก เกือบได้มีเรื่องกับพวกอันธพาน3-4คน ถ้าไม่ได้ แม่นางคนนั้น ช่วยไว้ข้ากับ ซุน เยาฉานคงโดนอุ้มไปขายก็เป็นได้ ฮะฮะฮะๆ"

อากิโกะหัวเราะอย่างเหนื่อยอ่อน ก่อนจะหลับตาลงสักพักและค่อยๆลืมตาขึ้น

"เอาละ..ข้าตัดสินใจแล้ว ข้าจะฝึกฝนตัวเองไปด้วย และก็จะช่วยเหลือผู้คนไปด้วย ตราบใดที่ ยังพอช่วยได้ ข้าก็คงช่วย"
หลังจากพูดจบอากิโกะก็ลุกขึ้นหลังจากนั่งพักที่ ศาลาหานกู่อยู่นานก่อนที่จะเดินไปทางม้าที่เธอผูกเชือกไว้อยู่
เพื่อปลดเชือกออก แล้วกระโดดขึ้นหลังขี่มันทันทีแล้วพูดขึ้น

"เอาละออกเดินทางกันเถอะ! คัทสึโอะ!" หลังจากพูดจบอากิโกะ ก็ควบม้าออกจากเมืองจื่อถงไปทันที เพื่อเดินทางไปยังเมืองอื่นต่อไป







คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +25 ความหิว -6 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 25 -6 + 3

ดูบันทึกคะแนน

ผิดไปข้อ1
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กลยุทธ์ซุนปิน
ง้าวมรกต
ม้าวายุทมิฬ
มีดบิน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x12
x7
x30
x4
x5
x3
x18
x19
x1
x4
x29
x30
x3
x5
x3
x30
x21
x79
x124
x109
x11
x46
x4
x86
x2
x2
x2
x14
x15
x1

24

กระทู้

140

โพสต์

1หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
385
เงินตำลึง
40970
ชื่อเสียง
6909
ความหิว
103

ใบรับรองภาษาฮั่น

ซูซาคุ
เลเวล 1
โพสต์ 2017-10-25 11:15:29 | ดูโพสต์ทั้งหมด
บทที่15:แวะพักข้างทางและสนทนากับซูซาคุ

หลังจากที่ออกจากน้ำตกเยว่าต้าเซียงมาแล้ว อากิโกะก็ได้ควบอาชาสีดำทมิฬคู่ใจของเธอ คัทสึโอะ

ขณะมืออีกข้าง ก็อุ้มเจ้าไก่ฟ้าสมาชิกและคู่หูตัวใหม่ในการเดินทาง ครั้งใหม่นามซูซาคุ

ในตอนนี้เธอควบม้าผ่านทุ่งหญ้า และพรางคิดถึงจุดหมายการเดินทางครั้งต่อไป

"หลังจากออกน้ำตกเยว่ต้าเซี่ยงข้าควรไปไหนต่อดีนะ คงไปเที่ยวผ่อนคลาย หรือไม่ก็ฝึกฝนตนเองต่อไป" อากิโกะพูดไปขณะจับบังเหียนของ
คัทสึโอะไว้แน่น

"แต่ว่าตอนนี้ ข้าคงต้องแวะพักข้างทางอีกครั้งแล้วละนะ ที่ๆข้านึกออก ที่พวกนักเดินทาง ชอบแวะไป..อื้ม" อากิโกะทำหน้าครุ่นคิดอยู่นาน
จนกระทั้งนึก ออกว่า จุดแวะพักข้างในเมืองจื่อถง มีอยู่ที่เดียวนั้นคือ

"ศาลาหานกู่ อ่า..ยังไงก็ต้องผ่านเมืองจื่อถงอยู่แล้วเพราะฉะนั้น แวะพักที่ศาลาหานกู่ก่อนแล้วกัน..เอาละ!ควบไปเลย!คัทสึโอะ!"
หลังจากพูดจบ อากิโกะ ก็สะบัดบังเหียนของคัทสึโอะ ขึ้นเพื่อให้มันวิ่งเต็มแรง

"ฮี่!!!" หลังสิ้นเสียงร้อง อาชาทมิฬสีดำ ก็ได้ออกแรงวิ่งเต็มแรงเพื่อพาเจ้านายของมันไปถึงจุดหมายในทันที

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ณ.ศา่ลาหานกู่

หลังจากที่เข้ามาในตัวเมืองจื่อถงแล้ว อากิโกะต้องบังคับให้ม้าสีดำทมิฬของเธอเดินช้าๆหลังผ่านตลาดเมืองจื่อถง

ก่อนที่จะเดินผ่านตลาดไปจนกระทั้งมาถึงจุดแวะพักนักเดินทางหรือศาลาหานกู่

"เอาละ..มาถึงซักที" หลังจากมาถึงศาลาหานกู่หญิงสาวก็ลงจากหลังม้า ก่อนจะปล่อยให้เจ้าไก่ฟ้าของลงกับพื้นแล้ว
ต่อไปก็หาที่ผูกคัทสึโอะแถวๆนั้น จนเรียบร้อย แล้วหยิบกระเป๋าสัมภาระที่ผูกกับคัทสึโอะออกมาแบกหลัง
พร้อมหันไปพูดกับเจ้าไก่ฟ้าของเธอว่า

"พวกเราเข้าไปพักข้างในกันเถอะ ซูซาคุ" หลังจากพูดจบอากิโกะก็แบกกระเป๋าสัมภาระ เดินเข้าไปในศาลาหานกู่ทันที

"กุ๊กๆ" เจ้าไก่ฟ้า เดินตามหญิงสาวเข้าไปพักในศาลาหานกู่ในทันที

"เอาฮึบ! เฮอ!...อยู่บนหลังม้านานๆนี้ปวดหลังจริงๆ" อากิโกะพูดไปขณะนั่งลงที่ม้านั่งของศาลา ขณะทางซูซาคุ หลังจากเดินตามมาแล้ว
มันก็กระโดด ขึ้นมาอยู่ข้างๆหญิงสาวในทันที

"กุ๊กๆ" เจ้าไก่ฟ้า มองไปรอบๆศาลาสลับกับหันไปมองเจ้านายของมัน

"หืมๆเอาละพักทานอาหารกันดีกว่านะ" อากิโกะพูดจบแล้วเปิดกระเป๋าสัมภาระขึ้นแล้วหยิบปลานึ่งที่ห่อไว้อย่างดีออกมาพร้อมตะเกียบ
ขณะเดียวกันก็หยิบ หมั่นโถวออกมาอีกลูกแล้ววางให้เจ้าไก่ฟ้าทันที และพร้อมทำท่าพนมมือขึ้น

"จะทานแล้ว..นะคะ" หลังจากพูดจบอากิโกะก็เอามือที่พนมลงแล้วใช้ตะเกียบทานปลานึ่งบ๊วยในทันที

"กุ๊กๆ"เจ้าไก่ฟ้าจิกกินหมั่นโถวไปเรื่อยๆ

"นี้ซูซาคุ ข้ามีเรื่องจะพูดกับเจ้า" อากิโกะหลังทานปลานึ่งบ๊วยมาได้ครึ่งหนึงจึงวาง ตะเกียบลงแล้วหันไปมองเจ้าไก่ฟ้าของเธอ

"กุ๊กๆ?" เจ้าไก่ฟ้าหยุดจิกหมั่นโถวแล้วเงยหน้ามอง เจ้านายของมัน พร้อมเอียงคอมองอย่างสงสัย

"ในระหว่างเดินทางนี้ ข้าอาจจะมีแวะข้างทางตามป่าไม่ก็น้ำตกเพื่อฝึกฝนตนเอง อยู่บ้าง เพราะฉะนั้น" อากิโกะพูดกับเจ้าไก่ฟ้าด้วยเสียงจริงจัง

"กุ๊กๆ?" เจ้าไก่ฟ้าเอียงคออย่างสัย แต่ดูเหมือนมันจะสนใจในสิ่งที่เจ้านายมันพูด

"ในระหว่าง ที่ข้าฝึกฝนอยู่นั้น ถ้าเจ้าสัญญาว่าจะไม่รบกวนข้า ข้าอาจจะให้เจ้าทานอาหารดีๆนอกจากหมั่นโถวละนะ
เอาละ..ถ้าเข้าใจแล้ว เจ้าก็ลองพยักหน้าสิ"


"กุ๊กๆ" และเป็นดังคำที่อากิโกะกล่าวเจ้าไก่ฟ้า ขนงามมันพยักหน้าให้เธอราวกับ มันฟังภาษาของมนุษย์

"อ๊ะเร? เจ้านี้พยักหน้าด้วยแหะ..ไม่สิมันอาจจะบังเอิญก็ได้" อากิโกะส่ายหัวไล่ความคิดบ้าๆของเธอออกจากหัว
ออกไป อย่างเจ้าซูซาคุมันอาจจะฟังภาษามนุษย์ออก

"กุ๊กๆ?" เจ้าไก่ฟ้าซูซาคุเอียงคอมองเจ้านาย ของมันอย่าง งงๆว่าเจ้านายของมันทำอะไร

"เอาละ..ถ้าเจ้าเข้าใจแล้วละก็..ข้าจะแบ่งปลานึ่งบ๊วยให้เจ้าชิมซักคำสองคำแล้วกัน" หลังจากพูดจบอากิโกะ ก็คีบเนื้อปลานึ่งบ๊วยออกมาเป็นชิ้นเล็กๆ
มาวางบนฝ่ามือซ้าน เป็นชิ้นเล็กๆสองสามชิ้นแล้วยื่นให้เจ้าไก่ฟ้า

"กุ๊กๆ" เจ้าไก่ฟ้ามองอยู่สักพักแล้วจึงก้มไปจิกกินเนื้อปลานึ่งบ๊วยในทันที

"เนื้อปลาที่เจ้าจิกกิน2-3คำนี้ ถือว่าเป็นคำหมั่นจากเจ้าแล้วกันนะ ซูซาคุ" อากิโกะพูดไปขณะยื่มมือเรียวสวยของเธอ
ไปลูบศรีษะของเจ้าไก่ฟ้า ขนงามของเธอ

"กุ๊กๆ" เจ้าไก่ฟ้าอยู่นิ่งๆให้หญิงสาวลูบหัวของมัน

หลังจากนั้น15นาทีต่อมา อากิโกะและซูซาคุก็กลับไปกินอาหารของตัวเองของใครของมันต่อจนเสร็จ แล้วอากิโกะก็เก็บห่บปลานึ่งบ๊วยที่กินหมด
พร้อมเก็บตะเกียบลงสัมภาระจนเรียบร้อย ก่อนจะไปหาซูซาคุหลังปิดกระเป๋าสมภาระของตัวเองจนเรียบร้อย

"ซูซาคุ ข้าดีใจนะที่ได้เจ้ามาร่วมเดินทางในครั้งนี้ อย่างน้อยข้าก็ไม่ต้องทนเหงาจนพูดกับตัวเองอีกแล้วละนะ.." อากิโกะพูดจบก็ยื่นมือเรียวสวย
ที่ขาวราวหิมะของเธอไปลูบที่ตัวของมัน และลูบไปตามแผงขนที่เรียบเนียนลื่นของเจ้าไก่ฟ้า อย่างเอ็นดูแล้วยิ้มออกมา

"กุ๊กๆ"เจ้าไก่ฟ้ายืนอยู่นิ่งๆแล้วหลับตาลงหลังเจ้านายของมัน ลูบตัวและแผงขนของมันแบบเล่นด้วย

"เอาละ..พวกเราพวกเราพักกันมาพอแล้ว ไปกันต่อเถอะ ซูซาคุ การเดินทางของเจ้ากับข้า มันเพิ่มเริ่มเองนะ" หลังจากพูดจบอากิโกะ ก็เดินแบกสัมภาระขึ้นหลังแล้วเดินออกจากศาลาไปดดยมีซูซาคุเดินตามหลังมาด้วยและเดินตรงไปยังม้าสีดำทมิฬ หรือคัทสึโอะ คู่หูและเพื่อนร่วมทางของเธออีกตัว และเป็นม้าคู่ใจของเธอ ในการเดินทางในครั้งนี้

"ว่าไง..รอนานไมคัทสึโอะ สงสัยคงรอข้านานสินะ เจ้าเคียวหญ้าเอื้องเลยนะนั้น" อากิโกะพูดไปขณะยื่นมือไปลูบศรีษะ
ของอาชาสีดำทมิฬ อย่างเอ็นดู

"ฮี่" เจ้าม้าสีดำทมิฬหลับตาลงและปล่อยให้หญิงสาวผู้เป็นเจ้านาย ของมันลูบหัวมันอย่างเอ็นดู
ก่อนที่อากิโกะจะปลดเชือกที่ผูกอยู่แถวนั้น ออกแล้วขึ้นไปขนหลังของมันโดยที่เจ้าไก่ฟ้าซูซาคุ ขึ้นมานอนหนุนตักของหญิงสาวไปด้วย

"เอาละ! ไปกันเถอะ! คัทสึโอะ! ซูซาคุ! การเดินทางของพวกเรานะ มันจะดำเนินต่อไปจนกว่าข้าคนนี้ จะเดินทางรอบแผ่นดินใหญ่แห่งนี้จนหมด
หมด ควบไปเลยคัทสึโอะ!"
หลังจากพูดจบอากิโกะ ก็สะบัดบังเหียนของคัทสึโอะและเจ้าม้าสีดำทมิฬคู่ใจเธอ ก็ได้ออกวิ่งอีกครั้ง เพื่อพาเจ้านายของมันเดินทางต่อไป





คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +35 ความหิว -1 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 35 -1 + 3

ดูบันทึกคะแนน

ผิดไปข้อ1
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กลยุทธ์ซุนปิน
ง้าวมรกต
ม้าวายุทมิฬ
มีดบิน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x12
x7
x30
x4
x5
x3
x18
x19
x1
x4
x29
x30
x3
x5
x3
x30
x21
x79
x124
x109
x11
x46
x4
x86
x2
x2
x2
x14
x15
x1

38

กระทู้

272

โพสต์

1หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
270
เงินตำลึง
21368
ชื่อเสียง
8227
ความหิว
80

ใบรับรองภาษาฮั่น

เจียวจือ
เลเวล 1
โพสต์ 2017-11-10 14:08:22 | ดูโพสต์ทั้งหมด
พักผ่อน



        หลังจากลงมายังผาร้อยบุปผาแล้วชายหนุ่มก็รีบเดินหาแม่น้ำมาล้างคราบน้ำลายจากฝีมือของเจียวจือ สุดท้ายก็มาเจอกับศาลาหานกู่ที่มีแม่น้ำไหล่ผ่านจากด้านหลังศาลา เมื่อเดินตรงเข้าไปก็เห็นว่าไม่มีคนจึงรีบย่อตัวลงล้างหน้าล้างตาเอาคราบน้ำลายของิ้งจอกออกให้หมด ส่วนตัวการก็วิ่งเล่นสำรวจไปทั่วศาลาไปแล้ว "เฮ้อ..." เหวินซ่างถอนหายใจออกมาระหว่างล้างคราบน้ำลายที่ติดมือแล้วเช็ดใบหน้าด้ววยแขนเสื้อข้างใน ตั้งแต่ส่งซูปี้กับฮองเฮาก็ไม่มีเรื่องอะไรให้กังวลเลย มือสังหารก็ไม่มาตามล่าตน ปานนี้คงกลับไปวางแผนเสียใหม่แล้วกระมั้ง



        เมื่อจัดการคราบน้ำลายของเจียวจือเหมือน เหวินซ่างก็ลุกขึ้นไปนั่งเล่นในศาลาหานกู่ รอบๆศาลาถูกตกแต่งด้วยต้นไม้สีเขียวสดรับกับหินกระดับสีขาวชวนให้แม่น้ำด้านหลังที่มีสีมรกตอ่อนๆขับให้ด้วยสวยงามและสดชื่นในเวลาเดียวกัน ชายหนุ่มค่อยๆเอนตัวลงนอนหงาย บรรยากาศก็ดี ใกล้แม่น้ำลมที่พัดก็เย็นสบายเข้าไปอีก ตัวที่นั่งเองก็ทำจากหินทำให้รู้สึกเย็น เหวินซ่างหลังตาลงไปเบาๆ.. ก่อนที่เจียวจือจะกระโดดลงเข้าที่ท้องของตน ตุบ!! "อุก!!" เหวินซ่างงอตัวลงกุมท้องของตัวที่ยังคงจุกอยู่ นี้มันเบื่อขนาดจะทำร้ายคนร่วมทางแล้วหรือ? แล้วเขาก็คิดถูก เจียวจืกำลังดึงกระเป๋าเสบียงเขาอยู่!



        เหวินซ่างมองไปที่เจียวจือด้วยสีหน้าปลงแล้วก่อนจะขยับตัวไปหยิบกระเป๋าสเบียง เมื่อเจ้าจิ้งจอกเห็นว่านายจะหยิบขนมมาให้แล้วก็นั่งลงเรียบร้อยรอของกิน ชายหนุ่มที่ยังนอนอยู่เอาศอกยันขึ้นมา ส่วนมืออีกข้างก็หยิบขนมเยว่ปิ่งออกไปไกลๆ เจียวจือรีบวิ่งตามขนมไปอย่างรวดเร็วก่อนจะกระโดดขึ้นสูงสุดตัวเข้างับขนมได้อย่างแม่นยำ "..." เมื่องับได้แล้วมันก็ก้มลงกินที่เหลือให้หมดก่อนจะนั้งลงเรียบร้อยพร้อมร้องเหมือนจะเอาเพิ่มอีก "เฮ้าๆ" ชายหนุ่มโยนออกไปอีกครั้งแล้วมันก็ยังงับทันอีก สุดท้ายเข้าก็เลยแกล้งโยนเบาๆซุ่งเจียวจือก็พุ้งเข้ามารับจนเกือบไม่ทัน เหวินซ่างหัวเราะๆเบาก็จะเปลี่ยนท่ามานอนหงายเอามือทั้งสองรองต่างหมอนและค่อยๆจมลงสู่นิทรา


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -8 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -8 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตัวเบาขั้นกลาง
บันทึกลับ #2
ทวนเฟิ่งอวิ๋น
กำหนดลมหายใจ
มีดบิน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x10
x10
x100
x100
x1
x12
x10
x11
x20
x10
x10
x15
x5
x49
x49
x5
x9
x20
x5
x5
x15
x8
x49
x1
x1
x19
x1
x5
x7
x10
x9
x30
x1
x1

884

กระทู้

3367

โพสต์

67หมื่น

เครดิต

( º﹃º ) หิวปลาปิ้ง!! <''Xx&

เงินชั่ง
918103
เงินตำลึง
69171
ชื่อเสียง
179451
ความหิว
2995

ใบรับรองภาษาไต้หวันใบรับรองภาษาฮั่นใบรับรองภาษาละตินป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV2)

คุณธรรม
16291
ความชั่ว
8136
ความโหด
25073
เยว่หมิง ♦ 夜明
เลเวล 1

จวง ถิงซู่

" ระวังตัวบ้างน้องสาว "
pet
โพสต์ 2017-11-12 23:48:57 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LingHao เมื่อ 2018-10-3 01:38

หย่อนใจในศาลา

+++++++++++++++++++++++++++
อวดฉลาดมากเกินไป อายุขัยจะสั้น
+++++++++++++++++++++++++++


หลังออกจากร้านบะหมี่ฟง หนังท้องที่เริ่มตึงได้ปลุกปีศาจนิทราในกายชายหนุ่มขึ้นมาในทันใด หลิงเฮ่าดวงตาเปิดปรืออยากแต่จะสอดส่องหาที่สบายเพื่อเอนกายลงนอน

กวาดตามองจนเท่าก็พบเข้ากับศาลาหลังหนึ่ง ชัยภูมิตั้งอยู่ริมน้ำ อากาศถ่ายเทสะดวก ว่าแล้วก็ใช้แขนหนุนต่างหมอน ไม่จำเป็นต้องนับแกะก็เข้าเฝ้าโจวกง(เทพแห่งความฝัน)ทันที...


ล่วงเข้ายามเย็น สกุนาต่างหวนคืนรัง แมกไม้ต้องลมส่งเสียงเอียดอาด แผ่กระไอวังเวงไปทั่วบริเวณ

เสียงบางสิ่งตกลงสู่ลำน้ำ ชายหนุ่มในศาลาลืมตาผุดลุกขึ้นทันใด จากหยาดเหงื่อที่ซึมแผ่นหลัง เกรงว่านิทราหนนี้จะมิใช่ฝันที่ดีนัก

"ใครน่ะ..." เสียงที่ยังติดจะแหบพร่าด้วยง่วงงุนเอ่ยถามอย่างส่งๆ เมื่อครู่อาจเป็นเพียงก้อนหินรึกิ่งไม้กระทบผิวน้ำ

แต่ในยามฝันร้ายลืมตาตื่นไม่พบผู้ใดนั้น เป็นรสชาติที่ขมฝาดในอกยิ่ง

"พ่อหนุ่ม...ฤดูนี้มางีบหลับในศาลาจะจับไข้เอาได้" แขกไม่ทราบนามเอ่ยขึ้นอย่างเป็นมิตร หลิงเฮ่าพบว่าใต้ศาลามีพุ่มไม้อยู่ดงหนึ่งเป็นที่มาของเสียงปริศนาเมื่อครู่


"ทำให้ท่านขบขันแล้ว ขออภัยด้วยท่านผู้อวุโส" เมื่อทิ้งตัวลงมาจากศาลาก็พบเข้ากับชายชราใต้หมวกฟาง เหนือใบหน้าที่บ่งบอกวีรกรรมในการใช้ชีวิต ยังมีแววตากระจ่างใสดั่งเข้าใจสรรพสิ่งอย่างถ่องแท้ประดับอยู่

"เจ้า...ตกปลาเป็นรึไม่" คำถามไร้ที่มาทำเอาเขาไปต่อไม่เป็น

"เคยศึกษามาบ้าง..."

"มาสิ..." ชายชราชี้ไปยังคันไม้ไผ่ด้านข้าง คุณชายสกุลเสิ่นตอบรับแต่โดยดี


..........

...................


"ท่านผู้อวุโส ท่านตกไปหาเลี้ยงชีพหรือ"

"ไม่ใช่"

"เช่นนั้น...คนที่บ้านท่านชอบทานปลามากกระมั้ง?" หลิงเฮ่ากล่าวพลางมองจำนวนปลาเต็มสองข้อง แลดูเทพแม่น้ำจะอารมณ์ดี

"ข้าอาศัยอยู่คนเดียว"

"อ้อ......" เช่นนั้นจะตกปลามากมายเช่นนี้ไปทำไมกัน


จำนวนปลาเต็มข้องที่สี่ หลิงเฮ่าวางเบ็ดลงเพื่อเตรียมกล่าวอำลา ชายชรากลับเอ่ยขึ้นว่า

"เจ้าหนุ่ม...เหตุใดสงสัยจึงไม่กล่าวถามมาตามตรง"

"....ผู้น้อยมิได้..."

"เจ้ามักหลอกตนเองแบบนี้เสมอรึ"

"......!!!??"

"หึ!....ความฝันเชื่อมโยงผ่านจิตวิญญาณของเจ้า ฝันร้ายล้วนเป็นสิ่งที่เจ้าเองปฎิเสธมัน ความหวาดกลัว รังเกียจสิ่งที่ตนไม่ยอมรับ สาเหตุเหล่านี้นั่นล้วนเพราะเจ้านำมันกดดันตัวเอง"

".....ท่านผิดแล้ว ผู้น้อยเพียงปุถุชนที่ใช้ชีวิตไปวันๆ ไหนเลยจะมีเรื่องกังวลมากมายจนเก็บไปฝันร้าย"

"เจ้าเห็นสายเบ็ดนี้รึไม่... หากดึงจนตึงเกินไปนอกจากไม่ได้ปลาแล้ว เหยื่อที่มีล้วนเสียไปโดนเปล่าประโยชน์ กลับกันหากเจ้าวางเบ็ดหย่อนเกินไป มันกลับถูกแรงน้ำพัดไปติดกอสวะแทน"

"...ท่านผู้อวุโส สิ่งที่ท่านพูดเมื่อครู่มันเกี่ยวอะไรกับการตกปลาหรือ..." เขาปาดเหงื่อหนหนึ่ง ยังคงยิ้มสู้

"ความพอดี.... เจ้าจะเลือกหลอกผู้อื่นอย่างไร ผลสุดท้ายเจ้าก็ไม่สามารถหลอกตนเองได้ตลอดไป ข้ารู้ว่าเจ้ามีเรื่องไม่สบายใจ แทนที่จะหลบหนีไปเรื่อยๆ เหตุใดไม่พยายามแก้ไขมัน?"

".............."

"พ่อหนุ่ม ชีวิตใต้ฟ้าแห่งนี้คนเราล้วนมีช่วงเวลาสั้นยาวไม่เท่ากัน เรื่องบางเรื่อง คนบางคน แม้ไม่อยากพบพานก็จำต้องพบพาน ไม่ปรารถนาจะประสบก็ยากที่จะหลบเลี่ยง ตัดสินใจผิดเพียงครั้ง...คือความผิดหวังเสียใจชั่วชีวิต จงเก็บไปตรงดูให้ดี"

"......ผู้น้อยทราบแล้ว ขอบคุณท่านผู้อวุโสที่ช่วยชี้แนะ"


ชายชราลุกขึ้นหยิบไปเพียงสองข้อง หลิงเฮ่าจึงช่วยถือปลาสวนที่เหลือไปส่ง ระหว่างทางเขาครุ่นคิดถึงคำของผู้สูงวัยเบื้องหน้า กระทั่งเสียงหัวเราะของเด็กๆแล่นเข้ามาในโสต

"ท่านปู่!!! ท่านปู่กลับมาแล้ว!!"

"พี่สามดูสิ!! วันนี้เรามีปลากินกันเยอะเลย"

"โอ้โห ท่านปู่ยอดเยี่ยมที่สุดเลย!! แบบนี้น้องเสี่ยวหยากินอิ่มต้องหายดีแน่ๆ"

เด็กๆหลากหลายช่วงวัยพากันวิ่งกรูออกมาจากกระท่อมไม้เก่าโทรม แต่ละคนล้วนสวมชุดเก่ามีรอยปะชุน หลิงเฮ่ามองเข้าไป

"ข้าเห็นสิ่งที่เจ้าทำในร้านบะหมี่....พ่อหนุ่ม เจ้ามีใจเมตตา..แต่แสดงออกโผงผางเกินไป ในอนาคตจะสร้างศัตรูมากกว่ามิตร"

"ให้เป็นมิตรกับคนเช่นนั้น ไม่สู้ผู้น้อยพเนจรเพียงลำพัง?"

"หึหึ เจ้าแค่กลัวที่จะเชื่อใจใครเสียละมาก"

"........"

".....เด็กๆคงหิวแล้ว นำปลาพวกนี้ไปย่างเถิด"


วันนั้น หลิงเฮ่าอยู่พูดคุยและร่วมทานปลาย่างร้อนๆ กับเด็กๆที่กระท่อมไม้ แม้หลายหนจะทำเพียงแกะก้างออกและส่งเข้าปากน้อยๆเหล่านั้น ถึงไม่อิ่มท้อง แต่จิตใจเขากลับอิ่มเอมอย่างไม่ทราบสาเหตุ

ในกระท่อมมีเด็กหญิงที่ป่วยหนักอยู่คนหนึ่งชื่อเสี่ยวหยา หลังป้อนปลาเธอไปได้สักพัก เขาก็ขอตัวกลับด้วยมีงานที่ร้านดอกไม้ในยามเช้าตรู่ โดยเอ่ยขอกับผู้เฒ่าว่าพรุ่งนี้จะนำเสี่ยวหยาไปโรงหมอ

ผู้เฒ่าได้แต่ส่ายหน้าว่าค่ารักษานั้นมากเกินไป พวกเขายากจนได้แต่พึ่งพาสมุนไพรพื้นบ้าน คุยกันอยู่นานจนล่วงเข้ากลางดึก หลิงเฮ่าจึงได้กลับไปนอนพักที่ร้านดอกไม้หยาดน้ำค้างหมื่นลี้


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -9 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -9 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หวงตี้เน่ย์จิง
หน้ากากจิ้งจอกหิมะ
เพลงกระบี่คู่นก<br>ยวนยางหานเยว่ขั้นสูง
เซ็กเธาว์
ตัวเบาขั้นสูง
โล่ห์สกูตุม
ธนูเจย์วิน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x3
x1
x1
x4
x1
x1
x25
x5
x1
x1
x1
x30
x100
x2
x1
x15
x16
x8
x34
x3
x10
x5
x900
x2
x1
x5834
x4
x84
x90
x30
x140
x1
x16
x165
x1
x120
x500
x500
x903
x15
x2
x5
x5
x35
x1250
x9999
x5
x5
x41
x4
x546
x3
x4
x11
x3
x2
x27
x2
x30
x38
x8
x535
x146
x620
x18
x406
x37
x4340
x17
x700
x1052
x98
x2010
x32
x275
x541
x515
x853
x100
x3
x1114
x244
x4024
x290
x42
x792
x1785
x1719
x205
x4322
x74
x318
x392
x740
x2
x223
x72
x70
x115
x1
x6
x1
x1010
x77
x35
x1506
x120
x1
x135
x4
x9999
x898
x2
x21
x273
x1066
x4200
x3837
x5
x1177
x1230
x78
x458
x9999
x899
x24
x86
x1
x260
x552
x2770
x367
x63
x10
x2
x6
x7
x14
x22
x9
x90
x5783
x77
x3695
x199
x12
x3874
x9
x15
x3312
x3
x9
x544
x204
x7
x9
x141
x15
x6
x202
x715
x6
x16
x62
x397
x59
x3
x100
x5
x12
x2
x3
x138
x1
x3
x1
x1478
x300
x81
x5439
x401
x334
x2524
x1174
x9999
x2
x9
x2
x283
x3793
x5350
x910
x849
x11
x254
x812
x100
x300
x50
x556
x2100
x9999
x11
x1336
x9999
x9999
x2197
x1125
x389
x67
x1110
x1
x1418
x32
x1943
x912
x227
x1
x267
x532
x481
x151
x671
x1696
x1643
x2435
x9999
x2390
x3356
x1329
x2942
x327
x1941
x2219
x1942
x108
x43
x1
x30
x1779
x1115
x33
x1
x8015
x4510
x67
x325
x70
x223
x438
x1828
x60
x1695
x219
x300
x18
x244
x167
x8
x65
x30
x9999
x5
x360
x1066
x144
x31
x251
x18
x1
x281
x9999
x2457
x707
x10