ดู: 781|ตอบกลับ: 19

{ เมืองจื่อถง } ศาลาหานกู่

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2017-10-7 16:39:12 |โหมดอ่าน




ศาลาหานกู่

{ เมืองจื่อถง }










【ศาลาหานกู่】
ศาลาหานกู่มีทัศนียภาพที่งดงามสงบร่มรื่น เย็นฉ่ำสี่ฤดู
 ด้วยศาลานั้นตั้งอยู่ในสวนสีเขียวขจี มีแม่น้ำไหลผ่านอยู่ช่วงด้านหลัง 
มีบรรยากาศที่เงียบสงบ จะสังเกตได้ว่าน้ำในแม่น้ำจะใสสะอาด 
เป็นสีเขียวมรกตสวยงาม ยิ่งเพิ่มความน่าหลงใหลให้กับสถานที่นี้อย่างดี
บางครั้งมีทั้งคู่รักนิยมมาชื่นชมบรรยากาศ เด็กน้อยมาจับปลา
เป็นอีกหนึ่งสถานที่สันทนาการของชาวเมือง








คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 2

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2017-10-7 16:49:26 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LinJieoya เมื่อ 2017-10-9 20:32

เรื่องราวที่ 1 พบพาน
บท จดหมายและความฝัน

          ขาเรียวบางของเด็กสาวนามเจียวหย่า มาอยู่ยังสวนสีเขียวขจี ที่มีทัศนียภาพที่งดงามเธอได้ยินเสียงแม่น้ำไหลผ่านอยู่ไกลๆ บ่งบอกความเป็นธรรมชาติกับสถานที่แห่งนี้ ความจริงแล้ว เวลานี้เธอจำเป็นที่จะต้องอยู่ที่หอสุราเกียปิ่ง เพื่อที่จะเตรียมการแสดงการร่ายรำ… แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์อันไม่คาดฝันสำหรับเธอจนได้…

          เด็กสาวผู้มีเส้นผมสีน้ำตาลดำเข้ม นามเจียวหย่า กำลังเตรียมชุดสำหรับการแสดงอยู่ภายในห้องซ้อมรำ เธอนั่งอย่างสงบเสงี่ยมเพื่อที่จะเตรียมเสื้อผ้าต่างๆ และเครื่องประดับของเธอเอง ที่ตอนแรกเธอคิดที่จะใช้อีกชุด แต่แล้วอุบัตติเหตุก็เกิดขึ้น เสี่ยวเอ้อร์ผู้ส่งอาหารเย็นกลับเดินสะดุดจนทำให้น้ำซุปนั้นหกเลอะชุดของเธอ จนต้องมาเตรียมชุดใหม่กัน

          นางรำทั้งหลายก็พากันฉุกละหุกวุ่นวายกันใหญ่ จนในที่สุดก็ได้ข้อสรุปให้เธอทำชุดการแสดงอีกชุดหนึ่ง..และพวกนางก็พากันออกไปเตรียมตัวสำหรับการรำในคืนนี้ ปล่อยเธอทิ้งไว้ให้เตรียมเสื้อผ้าการแสดงของเธอเอง.. แต่แล้วท่านพี่เยี่ยนจื่อก็เดินมาพูดคุยกับเธอ และอยู่เป็นเพื่อนกันสักพักหนึ่ง

          ทำให้ในห้องซ้อมรำนั้นมีเสียงหัวเราะคิกคักของทั้งสองคน

          “ปั้ง!!!”
          “เจียวหย่า!!!”

          เสียงดังของการเปิดประตูห้องโถงสำหรับซ้อมรำดังขึ้นเพราะประตูไม้นั้นกระแทกกันจนเป็นเสียงดังสนั่นพร้อมกับชายร่างอ้วนท้วมนามว่า หวัง ซุ่นปิ่ง ผู้ซึ่งเป็นเถ้าแก่แห่งโรงสุราเกียปิ่งแห่งนี้ที่กำลังหอบหายใจเอาอากาศเข้าไปในปอดทั้งสองข้างของเขา .. ท่าทางของเขาดูเหมือนว่าจะรีบและร้อนรนมากเลยทีเดียว

          นี้มันเกิดเรื่องอะไรกันขึ้น? เธอทำอะไรผิดหรือปล่าว? ถึงกับโกนเรียกเธอด้วยน้ำเสียงที่ดังสนั่นขนาดนั้น?
          เด็กสาวลุกขึ้นทันทีเมื่อท่านเถ้าแก่เดินเข้ามาหาเธอพร้อมกับในมือมีจดหมายฉบับหนึ่ง ก่อนที่เขาจะพูดขึ้น

          “ท่านขุนนางคนเมื่อวานน่ะ เจ้า!! เจียวหย่า เขาต้องการขอพบเจ้าเดี๋ยวนี้ ไปเถอะวันนี้เจ้าไม่ต้องทำงาน ข้าให้เจ้าหยุดพักรีบไปหาท่านขุนนางหลิวฉุน เดี๋ยวนี้เถิด ..อะ ก่อนอื่นเจ้าจงแต่งกายไปให้ดีๆ ล่ะ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูตื่นๆและเร่งรีบเล็กน้อย พร้อมกับยัดจดหมายในมือนั้นให้เธอ…

          เด็กสาวขมวดคิ้วก่อนที่จะก้มหัวแล้วรับจดหมายนั้นมาจากท่านเถ้าแก่หวังแล้วอ่านเนื้อความด้านในนั้นด้วยความสงสัย ด้านในนั้นเป็นตัวหนังสือเขียนอันสวยงามบทบรรเลงเป็นคำกลอนอย่างลงตัวและไพเราะ บ่งบอกถึงความเป็นคีตศิลป์ของผู้เขียนได้เป็นอย่างดี

เจ้าเอยผกามาศ        ขอนาฎยินยลข้า
เป็นดั่งจันทร์แก้วตา        ขอมาอย่าอาลัย
ข้าอยากเชยพบเจ้า        มาภิรมย์สมสมัย
ข้ารอไม่ห่างไกล        ที่ใจหานกู่เมือง

          เมื่อเจียวหย่าอ่านเสร็จเธอถึงกับต้องเบิกตากว้าง ด้วยความตกใจ นี้หากเธอไม่ไปนั้นคงไม่ดีแน่? แต่ชายผู้นั้นเป็นชายผู้เป็นถึงขุนนางใหญ่ ขืนเธอทำอะไรพลาดพลั้งไปก็คงจะเป็นเรื่องไปเสียทีเดียวกระมั้ง?

          เมื่ออ่านจดหมายเสร็จ เด็กสาวก็รีบรุดก้มหัวคำนับท่านเถ้าแก่ และท่านพี่เยี่ยนจื่อ แต่ก่อนที่เธอจะออกไปนั้น กลับโดนหญิงสาวผู้มีใฝ่ใต้ตาซ้ายจับแต่งตัวเอาเสียจนเธอนั้นรู้สึกแปลกๆ กับการกระทำของอีกคนเสียแล้ว…….

          ไม่นานเกินรอ เด็กสาวผู้มีดวงเนตรสีม่วงดั่งดอกพวกครามก็ตรงมายังศาลาหานกู่ ซึ่งที่เป็นสถานที่นัดพบของเธอกับท่านขุนนางนามหลิว ฉุน เวลานั้นเป็นเวลาพลบค่ำ แสงอาทิตย์สีส้มทองสาดส่องไปทั่วท้องนภา อีกทั้งยังเป็นความสวยงามที่ผสมระหว่างดวงอาทิตย์ที่กำลังลาลับ และดวงจันทร์ที่กำลังขึ้นแรม

        นั้นก็คือเรื่องราวที่เธอพึ่งพบเจอมา…

          แสงสลัวอยู่ยังที่ศาลาหานกู่ เมื่อมองจากใกล้ๆ ก็ได้เห็นเงาของชายร่างสมสวนที่กำลังนั่งอยู่พร้อมกับเหล่าเครื่องเขียนและพู่กันจีน.. เขากำลังตวัดบทกลอนลงบนกระดาษสีขาวเหลือง ด้วยความรื่นรมใจ

        “ท่านหลิวฉุนเจ้าคะ? นั้นใช่ท่านหรือไม่?” เด็กสาวพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเล็ก อีกทั้งยังเหลือบไปมองชายหนุ่มคนนั้นด้วยความสนใจ

         เขาหยุดมือเมื่อรับรู้ได้ถึงเสียงของฝีเท้าของเด็กสาวร่างเล็กและเสียงเรียกถาม ดวงตาของเขาเหลือบขึ้นมาแล้ววางพู่กันจีนในมือของตนเอง ภาพที่เขาเห็นคือเด็กสาวที่งดงามสมวัย ใบหน้างดงามได้รูป รูปร่างเพรียวบางแต่ไม่ได้ผอมแห้งจนเกินงาม ที่กำลังสวมชุดผ้าสีอ่อนพริ้วไหวบาง เขากระตุกยิ้มเมื่ออีกคนนั้นดูเหมือนจะเทียบรับคำเชิญของเขาได้

          “ข้าน้อย หลิน เจียวหย่าเจ้าค่ะท่านหลิวฉุน” เธอพูด แล้วก้มลงคำนับชายที่กำลังนั่งอยู่อย่างนอบน้อม

          “ลุกขึ้นเถิดเจียวหย่า ตรงนี้สำหรับเจ้า” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเนิบๆ แล้วผายมือไปยังที่ว่างตรงด้านหน้าของตน พลางจ้องใบหน้าของเด็กสาวตาไม่กระพริบ “วันนี้เจ้ายังคงงดงามไม่เปลี่ยนเลย เมื่อวานเจ้าร่ายรำได้ดีจริงๆ” เขาพูดพลางหลุบตาลงแล้วหัวเราะในลำคออย่างขบขันให้กับเรื่องเมื่อคืนวานที่เขาเกือบจะเมาหลับไป

        “ขอบคุณท่านหลิวฉุน ข้าน้อยดีใจเหลือเกินที่การแสดงนั้นถูกใจท่านหลิวฉุนอย่างมาก และข้าหวังว่าท่านหลิวฉุนก็คงจะมีความสุขไม่น้อยเมื่อได้ชมการร่ายรำของข้าเจ้าค่ะ” เธอพูดอย่างฉะฉานเช่นเคย แต่คราวนี้กลับเป็นน้ำเสียงที่ดูสดใสและสบายระรื่นหูกว่าเมื่อวาน อาจเป็นเพราะว่าวันนี้เขานั้นเรียกคุยมาเป็นการส่วนตัว ไม่มีผู้ใดจะมาจับผิดเธอได้เป็นแน่นั้นแล

        “แน่นอน ข้าชอบ..และข้ายิ่งชอบยิ่ง ที่เจ้าตอบรับคำเชิญของข้ามาที่นี้ เจ้าชอบบทกลอนรือไม่?” เขาพูดถามเด็กสาวด้วยความสงสัยและแน่นอนว่าเธอก็ตอบเขาไปตามจริงเช่นกัน

        “เจ้าค่ะ ข้าชอบบทกลอนบทกวีเจ้าค่ะ และท่านเองก็เป็นผู้มีความสามารถในการประพันธ์คีตศิลป์ได้อย่างไพเราะเจ้าค่ะท่านหลิวฉุน”
        “เจ้าพูดเกินไปแล้ว..ฮ่ะๆ..มาเถิดจิบชากับขาสักจอก” ชายหนุ่มขุนนางใหญ่นั้นเริ่มชวนพูดคุยในเรื่องราวจิปาถะต่างๆมากมาย ทำให้เขากับเธอนั้นได้รู้จักกันมากขึ้น

        ทำให้เธอได้รู้ถึงความชอบของท่านหลิวฉุน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความสามารถหรือว่าเรื่องที่ไม่ชอบก็ตามที จนบางครั้งเด็กสาวถึงกับต้องนำมือปิดปากหัวเราะเบาๆ กับเนื้อหาของการสนทนาบางตอน ดูเหมือนว่าชายตรงหน้าของเธอนั้นมีทั้งความสุภาพ และอ่อนโยนอย่างมากเลยทีเดียว
        และเธอเองก็ได้เล่าเรื่องราวต่างๆให้เขาฟังไปทั้งเรื่องการประกวดขนมเทศกาลฉงหยางที่ผ่านมาหรือการออกมาเพื่อผจญภัยในโลกกว้างใบนี้ด้วยเช่นกัน จนทำให้ชายหนุ่มต้องขมวดคิ้วขึ้นมาเช่นกัน

        “ทำไม? เจ้าถึงอยากจะออกมาผจญภัยในแผ่นดินใหญ่นี้เล่า? อีกอย่างแผ่นดินยังเต็มไปด้วยความวุ่นวาย ข้าไม่ค่อยพบหญิงสาวที่ใคร่การออกมาจากบ้านเฉกเช่นเจ้าเท่าใดนัก?” เขาพูดด้วยน้ำเสียงสงสัย ก่อนที่จะยิ้มบางสื่อถึงความต้องการคำตอบ

        “ข้าหรือเจ้าคะ? อ้อ ข้าเห็นพี่ชายทั้งสามของข้าออกจากบ้านไปทีละคนๆ เล่าเรื่องราวที่ประสบพบเจอนั้นทำให้ข้าชื่นในยิ่งนัก แค่โตขึ้นก็นึกอยากจะเป็นดั่งพวกเขาแล้ว อีกอย่างการเดินทางของข้า ก็เพื่อการตามหาความฝันที่ข้าหวังไว้ หากข้าคุดคู้อยู่แต่ภายในบ้านสกุลหลิน ข้าคงมิได้ทำตามฝันเป็นแน่”

เธอพูดแล้วยิ้มหวานอย่างสดใสแสดงถึงความจริงใจในคำพูดของตัวเธอ ดวงตาสีม่วงดอกพวกครามนั้นวาวระยับเหมือนกับท้องของดาราจักร นั้นคงเป็นเพราะตอนนี้เป็นเวลากลางคืน ท้องฟ้าพราวระยับไปด้วยแสงดวงดาวที่สาดสกาวอย่างงดงาม

“แล้ว?...ความฝันของเจ้าคือสิ่งใดเล่า?...เจ้า?อยากอะอันใดถึงออกมาจากบ้านสกุลหลินของเจ้า?” เขาถามด้วยความสงสัยอีกคำถาม
เด็กสาวหันไปหาชายผู้ซึ่งถามเธอ..ก่อนที่จะส่งรอยยิ้มให้กับเขา เธอลุกขึ้น ก่อนที่จะเดินถอยออกมาจากอีกคนประมาณหนึ่ง …. จนถึงทางเดินสีขาวสะอาด เธอค่อยๆ หันกลับเข้าไปจ้องมองท่านหลิวฉุน ก่อนที่จะเริ่มวาดท่วงท่าทำนอง

เป็นการร่ายรำลีลาอันอ่อนช้อย ร้อยซึ่งความสดใสเฉกเช่นความงามของไก่ฟ้าจากสวรรค์ รูปร่างช่วงอรชรเฉกเช่นมังกรที่กำลังทะยานสู่ฟากฟ้า และใบหน้ายามได้ร่ายรำของนาง ก็ช่างสดสว่างเฉกเช่นดอกเบญจมาศเหลืองเบ่งบานทามกลางฤดูใบไม้ผลิ

        จนชายหนุ่มใบหน้าเจ้าสำอางค์นั้น จ้องมองด้วยความชื่นชมและต้องตาต้องใจ

        “ความฝันของข้า คือการได้เป็นนางรำเฉกเช่นแม่ข้า … ข้าจะรำ รำ.. ร่ายรำเรื่อยไป จนกว่าจะพบกับยอดแก้วตาดวงใจ ชายผู้ซึ่งเป็นที่รักของข้า..และเขาก็ต้องรักข้าตอบเช่นกัน….ความฝันข้าอาจดูเพ้อฝัน..” เธอหยุดพูดแล้วหัวเราะเล็กๆในลำคอ

        “เมื่อถึงเวลานั้นข้าก็จะแต่งงานกับชายที่ข้ารัก และอยู่อย่างสงบเพื่อคนรักของข้า ครองรักกันไปตราบนานเท่านาน”
        


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +25 ความหิว -4 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 25 -4 + 3

ดูบันทึกคะแนน

ดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ไหเฟิงจิ่วจ้าน
ชุดเปาสือ
รูปปั้นเจ้าแม่หนี่วา
ดวงตาสวรรค์
กระบี่มารพันปี
ตัวเบาร่มนภา
โลหิตมาร
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x12
x5680
x2
x8
x5
x22
x1015
x7
x5030
x34
x4
x100
x1000
x2
x1000
x500
x500
x500
x500
x2
x50
x3
x100
x3170
x30
x1
x73
x40
x600
x1000
x35
x510
x6
x2
x335
x140
x515
x1
x1
x5
x5
x1549
x20
x7
x16
x510
x10
x2890
x100
x110
x20
x137
x9999
x1736
x1687
x15
x10
x5874
x5
x512
x556
x538
x53
x75
x8
x24
x268
x4
x1
x100
x60
x184
x7
x1409
x100
x2
x90
x145
x2
x207
x491
x65
x9999
x1546
x3763
x50
x235
x9999
x4730
x2833
x5783
x4697
x3411
x104
x121
x1500
x858
x213
x9999
x2700
x103
x20
x419
x15
x1
x4
x6104
x4
x1
x9999
x211
x2
x73
x9188
x213
x87
x1
x1
x712
x3
x257
x1
x1
x4
x1
x48
x2030
x12
x5
x2
x2
x66
x3
x4961
x6
x182
x142
x76
x4
x11
x5
x1
x4
x3
x4
x3
x990
x4
x133
x99
x212
x1708
x50
x21
x3
x550
x1496
x7200
x5092
x1656
x3998
x835
x15
x1457
x1181
x2464
x640
x2283
x326
x7517
x9198
x9999
x1
โพสต์ 2017-10-8 07:15:43 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LinJieoya เมื่อ 2017-10-9 20:32

เรื่องราวที่ 1 พบพาน
บท ความฝัน นางรำที่มีชื่อเสียง

       ดวงนัยน์ตาดำสนิทของชายหนุ่มนาม หลิว ฉุน จ้องมองภาพของเด็กสาวที่กำลังร่ายรำลีลาอันอ่อนช้อย ดวงหน้าอันสดสว่างเฉกเช่นดอกเบญจมาศเหลืองเบ่งบานทามกลางฤดูใบไม้ผลินั้นก็จ้องมองชายหนุ่มเช่นกัน เมื่อเธอกล่าวความฝันของตนจบ

       “เหตุใดท่านถึงถามข้าเช่นนี้เล่าเจ้าคะ? ท่านหลิวฉุน” เด็กสาวพูดด้วยน้ำเสียงฉะฉาน ก่อนที่ร่างกายของชายสมส่วนจะเดินเข้ามาใกล้เธอ ท่วงท่าของการเดินนั้นเป็นท่วงท่าที่ดูองอาจ และสุขุม ต่างจากเมื่อคืนวาน

       ถ้าข้าพูดความจริง ข้าหวังว่า เจ้าจะไม่หนายหนีข้า เจียวหย่า เสียงของเขาฟังดูค่อนข้าง เศร้าๆ เด็กสาวจึงไม่รู้ว่าตนควรทำตัวเช่นไร ได้แต่จ้องมองใบหน้าที่เศร้าหมองนั้นด้วยความสงสัยเข้าไปอีก

       “หากข้าบอกว่า ข้าคือไต้อ๋องดูแลเขตปาสู่ เจ้าจะว่าเช่นไร?” เขาพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อยแล้วหันมาประจันหน้ากับเด็กสาว

       ดวงตาสีดอกพวกครามประจันกับนัยน์ตาอันดำสนิทของชายผู้นั้นทั้งยังทำหน้างงงวย เหมือนพึ่งไปกินหญ้าแฝกมาเสียอย่างงั้น

       “ข้าเป็นบุตรชายเพียงคนเดียวของหลิวซั่น หรือก็คือ เซียวไต้อ๋อง ที่ปกครองเขตปาสู่ (เสฉวน) ท่านพ่อข้าคือโอรสในฮ่องเต้ฮั่นเหวินตี้และสนเมเซิ้น ท่านปู่และท่านย่าของข้า และตอนนี้ข้าก็ได้เป็นทายาทสืบตำแหน่งเซียวไต้อ๋องต่อจากท่านพ่อ...” เขากล่าวไปด้วย แล้วก็เดินชมความงามของธรรมชาติ สายน้ำสุดธาราที่กำลังไหลหลั่งโดยไม่มีวันจบสิ้นหรือหยุดลง … แล้วพูดต่อ

       “ขุนนางในปาสู่ก็ต่างละโมบโลภมาก ล้วนแต่มีอิทธิพลในปาสู่กันทั้งสิ้น..มีแต่การแก่งแย่งชิงดี.. โกงกินประชาชน..หรือกระทั้งคนของตนเอง”

        ร่างของชายหนุ่มค่อยๆหันมาหาเด็กสาวที่กำลังเดินตามตน ...เธอฟังชายหนุ่มอย่างตั้งใจ เพราะนั้นคือความโศกเศร้าในใจของเขาอย่างยิ่งยวด … มันเป็นสิ่งที่เจ็บปวดใจของเขาอย่างมาก
        มือหนาค่อยๆ จับข้อมือที่เล็กบางนั้น ขึ้นมา กอบกุมมือทั้งสองข้าง เหมือนกับการโอบอุ้มและปลอบประโลม..ประหนึ่งกำลังดูแลหยดล้ำค่า ที่บอบบางและอ่อนแอ แต่กลับเต็มไปด้วยความงดงามและอ่อนช้อย “ข้าไม่เคยปรารถนาการเป็นอ๋องปกครองดินแดนเลย ข้าปรารถนาเพียงครองคู่กับหญิงสาวสักคน….. ร่วมเล่นดนตรี.. และนางผู้นั้นก็ร่ายรำไปกับเสียงดนตรีของข้าผสานไปร่วมกัน.....”

       “...ข้าอยากให้หญิงสาวผู้นั้นเป็นเจ้า..เจียวหย่า”

        สิ้นเสียงคำกล่าวถ้อยคำวจีแห่งฝัน.. ดวงตาของเด็กสาวก็เบิกกว้างขึ้นอีก ใบหน้ารูปไข่ที่มีผิวกายขาวนวลประประดุจดอกกรรณิการ์อมชมพู.. ตอนนี้กลับมีเจือระรื่นสีแดงสดของโลหิตที่กำลังแล่นขึ้นมากระกระทบใบหน้า

        “ท่านหลิวฉุน”

        “ข้าจะทำให้ความฝันเจ้าเป็นจริง..ขอเพียงแค่เจ้าอยู่ข้างกายข้า” ชายหนุ่มนั้นกุมมือเธออย่างไม่ห่างออกไป เด็กสาวผู้ซึ่งกำลังสับสนและลำดับเหตุการณ์นั้น พยายามใช้หัวสมองน้อยๆนั้น เค้นหาคำตอบที่เธอได้ยิน.. ……..

       “ข้าเป็นเพียงสาวชาวบ้าน ข้าเป็นเพียงนางรำคนหนึ่งที่ยังด้อยฝีมือ ถึงแม้ข้าน้อยจะรู้สึก...มีจิตใคร่ในท่านเช่นนั้น ข้าคง..ข้า...เอ่อ...” เสียงหวานนั้นพูดติดขัด ชายหนุ่มก็คงจะรับรู้ได้ว่า เด็กสาวตรงหน้ากำลังสั่นเทา.. เพื่อรวบรวมและสงบสติอารมณ์ของตัวเธอเอง...เธอหลับตาลง แล้วถอนหายใจเฮือกหนึ่ง เพื่อกลั่นไม่ให้ตนเองนั้นพูดติดขัด..ตั้งปฎิธาณแน่วแน่

        “ข้าน้อยเป็นเพียงคนเต้นกินรำกิน.. ข้าไม่อาจเอื่อมแต่ถึงยังไงเราก็พึ่งพบกันเมื่อวันวาน เราพึ่งกอดกันเมื่อเช้าสาง ข้าอยากครองรักกับคนที่ข้ารักและรักข้าจากใจจริง ข้าเกรงว่าท่านจักมิรักข้าเพียงผู้เดียว.. แต่หากท่านให้สัญญามั่น รักแท้เพียงข้า เช่นนั้นข้าก็จะ..”
        เธอหยุดพูด พลางหันมองชายที่กำลังมีใบหน้าที่ไม่ได้ต่างจากตนนั้น..เขาทั้งอ่อนโยนและสุภาพ…

        “ข้าก็จะอยู่เคียงคู่ท่านจนฟ้าสลาย..”



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +25 ความหิว -6 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 25 -6 + 3

ดูบันทึกคะแนน

ดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ไหเฟิงจิ่วจ้าน
ชุดเปาสือ
รูปปั้นเจ้าแม่หนี่วา
ดวงตาสวรรค์
กระบี่มารพันปี
ตัวเบาร่มนภา
โลหิตมาร
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x12
x5680
x2
x8
x5
x22
x1015
x7
x5030
x34
x4
x100
x1000
x2
x1000
x500
x500
x500
x500
x2
x50
x3
x100
x3170
x30
x1
x73
x40
x600
x1000
x35
x510
x6
x2
x335
x140
x515
x1
x1
x5
x5
x1549
x20
x7
x16
x510
x10
x2890
x100
x110
x20
x137
x9999
x1736
x1687
x15
x10
x5874
x5
x512
x556
x538
x53
x75
x8
x24
x268
x4
x1
x100
x60
x184
x7
x1409
x100
x2
x90
x145
x2
x207
x491
x65
x9999
x1546
x3763
x50
x235
x9999
x4730
x2833
x5783
x4697
x3411
x104
x121
x1500
x858
x213
x9999
x2700
x103
x20
x419
x15
x1
x4
x6104
x4
x1
x9999
x211
x2
x73
x9188
x213
x87
x1
x1
x712
x3
x257
x1
x1
x4
x1
x48
x2030
x12
x5
x2
x2
x66
x3
x4961
x6
x182
x142
x76
x4
x11
x5
x1
x4
x3
x4
x3
x990
x4
x133
x99
x212
x1708
x50
x21
x3
x550
x1496
x7200
x5092
x1656
x3998
x835
x15
x1457
x1181
x2464
x640
x2283
x326
x7517
x9198
x9999
x1
โพสต์ 2017-10-8 17:58:22 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LinJieoya เมื่อ 2017-10-9 20:33

เรื่องราวที่ 1 พบพาน
บท คำสาบาน

        สิ้นเสียงคำพูดของเด็กสาว สายลมยามค่ำคืนก็พัดผ่านมาจนเหล่าใบไม้ใบหญ้าก็ลอยตามมาด้วย แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ทั้งสองคนนั้นต้องเดินหนีหรือถอยห่าง ร่างทั้งสองยังคงอยู่ที่ท่าเดิม และมือของชายหนุ่มเจ้าสำอางค์ก็ยังคงกอบกุมมือบางนั้นด้วยความทะนุถนอม
        
        “.....”

        ยังคงไม่มีเสียงอะไรออกมาจากปากทั้งคู่ จนเมื่อเวลาผ่านไป แววตาสีดำสนิทของชายเจ้าสำอางค์ก็เปลี่ยนไป จากที่เคยเหมือนจะวุ่นวายสั่นคลอนเพราะรอคำตอบ ตอนนี้กลับแน่นิ่งอย่างแน่วแน่ เขาค่อยๆเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้กับเธอ มือที่เคยกอบกุมนั้นคลายลง จากนั้นก็ค่อยๆสัมผัสที่ข้างแก้มของเด็กสาวอย่างเบามือ

        รอยยิ้มปรากฏขึ้นที่ใบหน้าท่านไต้อ๋องแห่งปาสู่ มันเป็นรอยยิ้มอันยากที่จะบรรยายเสียงหัวเราะในลำคอนั้นดังขึ้นมา

        “ฟ้าดินท่านเป็นพยาน ข้า หลิว ฉุน ไต้อ๋องแห่งปาสู่ ข้าขอสาบานและให้คำมั่นสัญญาว่าจะรักมั่น เพียง หลิน เจียวหย่า ข้าจะขอร่วมทุกข์ร่วมสุข จะขอจับมือกันไปจนแก่เฒ่า หากข้าไม่ทำตามคำสัญญาข้าแล้วไซร้ ขอให้ข้ามีอันเป็นไปอย่าได้ช้าใน 1 วัน ทันใน 1 เดือน ไม่เคลื่อนไป 1 ปี”

        เขาพูดด้วยน้ำเสียงอันหนักแน่น สุขุม ต่อหน้าเธอที่เขากำลังโอบกอดนี้

        “ข้าก็จะเป็นผู้ที่เคียงคู่ท่าน ตลอดไป” สิ้นเสียงของเด็กสาวรอยยิ้มรวยรินก็ปรากฏที่ใบหน้าของคนทั้งสอง

        ใบหน้าของท่านหลิวฉุนค่อยๆ เผยยิ้มออกมาอย่างไม่หุบ เข้าค่อยๆ สวมกอดเด็กสาวที่อยู่ตรงหน้าเขาอย่างทันทีเมื่อได้ยินคำนั้น แล้วกอดแน่นๆ จนทำให้เด็กสาวแทบจะหายใจไม่ออก

        ใบหน้าของเธอเหยเกเล็กน้อย ก่อนที่จะคิดในใจว่าชายคนนี้ต้องดีใจขนาดไหนถึงได้กอดเธออย่างเผลอตัวขนาดนี้ เด็กสาวยิ้มบางๆ ก่อนที่จะค่อยๆ ยกมือขึ้นกอดหลวมๆ แล้วตบไปที่แผ่นหลังใหญ่ของอีกคนแทน..
        แต่ด้วยความไม่สมดุลของส่วนสูงของทั้งสองคน ทำให้เด็กสาวตบเบาๆ ได้แค่เพียงช่วงเกือบถึงกลางหลังของอีกคนเท่านั้น
        
        หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ค่อยๆ ผละอ้อมกอดออกมาจากร่างบางของเด็กสาว
        รอยยิ้มยังคงปรากฏอยู่พร้อมกับมือที่เข้ามากอบกุมมือบางนั้นไว้อีกครั้ง

        “ข้าดีใจมากเจียวหย่า ข้าดีใจยิ่งนัก..ข้าไม่อยากเชื่อเลย”ชายหนุ่มนั้นพูด เนื้อตัวของเขาดูสั่นเทา ความดีใจที่ไม่ปกปิดนั้นยิ่งทำให้เด็กสาวนั้นรู้สึกดีเข้าไปใหญ่ ก่อนที่จะเอือมมือเกือบสุดมือไปจับที่ข้างแก้มของชายหนุ่มเบาๆ

        “ข้าเองก็เช่นกันเจ้าค่ะ…”
       “อ่ะ..ข้าลืมเล่าให้ท่านฟัง ท่านหลิวฉุน” เธอทำท่านึกขึ้นได้ ก่อนที่จะทำหน้าครุนคิด แล้วพยักหน้าให้กับตัวเองแล้ว
       “งั้นเดี๋ยวเราเข้าไปด้านในศาลาก่อนเถิดเจียวหย่า ลมเริ่มแรงขึ้นแล้ว” เขาพูดเบาๆ ก่อนที่จะประคองเธอเข้าไปในศาลา เป็นจังหวะเดียวกันกับที่เธอนั้นเล่าเรื่องครอบครัวเธอให้ฟังอย่างแห้งๆ แต่ก็เจือปนไปด้วยความคิดถึง

       “อย่างที่ข้าบอกว่าข้ามีครอบครัวอยู่ฉางซา แถบๆยอดเขายูลูง ซึ่งตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกของเมืองฉางซา ท่านพ่อข้าเป็นนักปราชญ์ นาม ซิ่นหลิง ข้าไม่มั่นใจว่าท่านรู้จักหรือไม่ แต่ข้าว่าข้าควรส่งข่าวไปบอกพวกท่านพ่อท่านแม่ข้า.. ไหนจะพี่ชายข้าทั้ง 3 อีก ถึงจะไม่รู้ว่าอีก 1 คนจะเป็นตายร้ายดีเช่นไรเถอะนะเจ้าคะ..ฮ่ะๆ เธอพูดไปด้วยยิ้มไปด้วยอย่างอบอุ่น ทำให้ท่านหลิวฉุน ต้องยิ้มตามไปด้วย เพราะว่าท่านหลิวฉุนนั้นท่านพ่อได้เสียชีวิตไป เพราะฉะนั้นเขารับรู้ความรักที่เด็กสาวมีให้ครอบครัวผ่านน้ำเสียงของเด็กสาว

       “จริงหรือ?...” เขาพูดด้วยน้ำเสียงแปลกใจ ที่ไม่ได้ยินเรื่องราวครอบครัวของเด็กสาวมาก่อนหน้านี้ถึงเธอจะเล่าให้ฟังนั้นก็แค่ผิวเผิน ก่อนที่จะยิ้มบางๆ แล้วค่อยๆ กอดหญิงสาว ให้เธอซบแผ่อกกว้างของเขา พลางจ้องมองไปยังดวงจันทร์ เด็กสาวก็โอนอ่อนไปตามการกระทำของเขา

       “ในวันมะรืนเขาจะส่งเกี้ยวมารับตัวเจ้าไปแต่งงาน รอข้าหน่อยนะเจียวหย่าเสียงของชายหนุ่มดังขึ้นอีกครั้ง เด็กสาวนั้นไม่ได้พูดอะไร เพราะหากพูดแล้วมันดีขึ้น ก็คงไม่มีอะไรที่จะดีไปกว่ารอยยิ้มที่เธอมีนี้
       เวลาผ่านไปพอสมควร ก็ถึงเวลาที่ทั้งสอง ต้องขอตัวแยกตัวกลับไปยังสถานที่ของตนเองสิ่งที่เหลือไว้ นั้นคือคำมั่นสัญญา และกลิ่นของความรักที่อบอวนไปด้วยความรัก




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +30 เงินตำลึง +1500 ชื่อเสียง +50 ความหิว -4 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 30 + 1500 + 50 -4 + 5

ดูบันทึกคะแนน

ดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ไหเฟิงจิ่วจ้าน
ชุดเปาสือ
รูปปั้นเจ้าแม่หนี่วา
ดวงตาสวรรค์
กระบี่มารพันปี
ตัวเบาร่มนภา
โลหิตมาร
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x12
x5680
x2
x8
x5
x22
x1015
x7
x5030
x34
x4
x100
x1000
x2
x1000
x500
x500
x500
x500
x2
x50
x3
x100
x3170
x30
x1
x73
x40
x600
x1000
x35
x510
x6
x2
x335
x140
x515
x1
x1
x5
x5
x1549
x20
x7
x16
x510
x10
x2890
x100
x110
x20
x137
x9999
x1736
x1687
x15
x10
x5874
x5
x512
x556
x538
x53
x75
x8
x24
x268
x4
x1
x100
x60
x184
x7
x1409
x100
x2
x90
x145
x2
x207
x491
x65
x9999
x1546
x3763
x50
x235
x9999
x4730
x2833
x5783
x4697
x3411
x104
x121
x1500
x858
x213
x9999
x2700
x103
x20
x419
x15
x1
x4
x6104
x4
x1
x9999
x211
x2
x73
x9188
x213
x87
x1
x1
x712
x3
x257
x1
x1
x4
x1
x48
x2030
x12
x5
x2
x2
x66
x3
x4961
x6
x182
x142
x76
x4
x11
x5
x1
x4
x3
x4
x3
x990
x4
x133
x99
x212
x1708
x50
x21
x3
x550
x1496
x7200
x5092
x1656
x3998
x835
x15
x1457
x1181
x2464
x640
x2283
x326
x7517
x9198
x9999
x1

24

กระทู้

140

โพสต์

1หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
385
เงินตำลึง
40970
ชื่อเสียง
6909
ความหิว
103
ซูซาคุ
เลเวล 1
โพสต์ 2017-10-19 19:30:00 | ดูโพสต์ทั้งหมด
บทที่9:การพักผ่อนที่ศาลาหานกู่และทบทวนเรื่องที่ผ่านมาระหว่างเดินทาง


หลังจากราตรีได้ผ่านพ้นไป ยามเช้าวันใหม่ก็ได้มาเยือน อากิโกะลืมตาตื่นขึ้นก่อนจะจัดธุระในยามเช้าของเธอจนเรียบร้อย

แล้วเก็บสัมภาระที่ห้องจนเรียบร้อย พร้อมเดินไปทานอาหารเช้าของโรงเตี๊ยมจนเรียบร้อยพร้อมกับเธอ

เดินไปที่อาชาสีดำของเธอ ที่ผูกไว้อยู่แล้วไปปลดเชือกออก พร้อมกับกระโดดขึ้นหลังของมันแล้วพุดขึ้นว่า

"ไปเลย คัทซึโอะ ได้เวลาเดิทางแล้ว!" หลังจากพูดจบอากิโกะ ก็ได้ควบม้าสีดำออกเดินทางในทันที

และในระหว่างควบม้าเดินทาง นั้นอากิโกะก็คิดไปด้วยว่าจะไปไหน

"ตอนนี้ ข้าไม่รู้ว่าจะไปไหนดี เพราะฉะนั้น..คงต้องไปหาจุดพักคิดที่จะไปก่อนดีกว่า..อ๊ะ..แถวเมืองจิ่อถงคงมีจุดแวะพักสินะ"
อากิโกะพูดไปขณะ คิดว่า ในเมื่อไม่รู้จะไปไหนต่อก็ ต้องแวะพักศาลาซะก่อน เพื่อนั่งคิดทบทวนจนเสร็จจะได้เดินทางต่อ
เมื่อได้จุดหมายแล้วอากิโกะ ก็ควบม้าเร็วขึ้นในทันที

------------------------------------------------------------------------------------

หลังจากที่เดินทางอยู่นาน ในที่สุดอากิโกะก็เดินทางมาถึงเมืองจื่อถงจนได้ หลังจากที่ขี่ม้า

ผ่านตลาดจื่อถงแล้ว ไปแล้วอากิโกะก็เห็นว่ามีศาลาแวะพักข้างทางจริงๆด้วย จึงหยุดม้าพร้อมลงจากม้าแล้วผูกเชือกมันไว้แถวๆนั้น

ก่อนที่จะเดินมุ่งไปที่ศาลาหานกู่ ในทันที

"ที่นี้เองสินะ ศาลาหานกู่" อากิโกะพูดไปขณะไปนั่งพักในศาลาหานกู่ แล้วพร้อมนั่งชมวิวไปด้วย

"ที่นี้ ช่างสงบและร่มรื่นจริงๆ" อากิโกะพูดแล้วชมวิว รอบๆด้วยความสงบ และพรางคิดถึงเรื่องต่างๆ

"ตอนนี้ ข้าเองก็ต้องคิดแล้วสินะว่าควรจะทำไงต่อ...ข้าควรจะเดินบนเส้นทางไหนดีนะ ฝึกฝนตัวเอง เพื่อช่วยเหลือคนอื่นๆ
หรือว่าจะเดินทางเรร่อน หารประสบการณ์ต่อไป"
หลังจากพูดจบอากิโกะหลับตาลงแล้วนึกถึงเรื่องในชีวิตต่างๆที่เธอ ผ่านมา
มีทั้งดีและเลว สลับกันไป

"ตั้งแต่ ออกมาจากกวงหลินมา ข้าเองก็ออกเดินทางฝึกฝนสมาธิ ฝึกฝนร่างกายและอาวุธ และก็กลับไปฝึกที่น้ำตกจางหลูลู่ถึง3ครั้ง
และช่วงงานเทศกาล ไหว้พระจันทร์ ข้าก็ได้พบกับ หมิงเย่เสวียและได้คุยแลกเปลี่ยนกับนาง เรียกว่าข้าคงได้มีสหายชาวต่างแดนคนแรกละนะ"
อากิโกะพูดจบก็หลับตาและหัวเราะเบาๆเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อ

"และการเดินทางของ ข้าก็ก่อนจะออกเดินทางข้าก็ทำงานที่โรงเตี๊ยมนิรันดร์ เป็นเวลา4วัน เรียกว่าเหนื่อยมากเลยละนะ
และก็หลังทำงานครบ4วันแล้ว ข้าก็เดินทางไปเมืองเจียงโจว เพื่อจะไปหาซื้อเสบียง ในระหว่างเดินตลาดเจียงโจว
เหมือนข้าจะเห็นคนยากไร้ จำนวนมาก และก็ได้ พบเจ้าเด็กนั้น เจ้าโจร์เด็กล้วงกระเป๋า..เรียกว่าข้านี้วิ่งเหนื่อยเลยทีเดียว ฮะฮะฮะๆ"

อากิโกะพูดจบก็หัวเราะขึ้นอีกรอบในเรื่องที่ผ่านมา

"และเรื่องสุดท้ายที่เจอมา ข้าที่ขึ้นไปดูวิวบนภูเขาซิงเฉิงและระหว่างทางกลับลงมา
กับเจอร่างของหญิงสาวคนหนึงนอนสลบ อยู่เรียกว่า..สภาพแบบนั้นข้าคงไม่ช่วยไม่ได้ละนะ"


อากิโกะพูดไปขณะนั่งนึกถึงเรื่องที่ตนเคย ช่วย ซุน เยาฉาน และสัญญาว่าจะหาที่อยู่ใหม่ให้เธอ หลังจากที่เธอผ่านประสบการ์เลวร้ายบนภูเขามา

"แถมเข้าเมืองเฉิงตูครั้งแรก เกือบได้มีเรื่องกับพวกอันธพาน3-4คน ถ้าไม่ได้ แม่นางคนนั้น ช่วยไว้ข้ากับ ซุน เยาฉานคงโดนอุ้มไปขายก็เป็นได้ ฮะฮะฮะๆ"

อากิโกะหัวเราะอย่างเหนื่อยอ่อน ก่อนจะหลับตาลงสักพักและค่อยๆลืมตาขึ้น

"เอาละ..ข้าตัดสินใจแล้ว ข้าจะฝึกฝนตัวเองไปด้วย และก็จะช่วยเหลือผู้คนไปด้วย ตราบใดที่ ยังพอช่วยได้ ข้าก็คงช่วย"
หลังจากพูดจบอากิโกะก็ลุกขึ้นหลังจากนั่งพักที่ ศาลาหานกู่อยู่นานก่อนที่จะเดินไปทางม้าที่เธอผูกเชือกไว้อยู่
เพื่อปลดเชือกออก แล้วกระโดดขึ้นหลังขี่มันทันทีแล้วพูดขึ้น

"เอาละออกเดินทางกันเถอะ! คัทสึโอะ!" หลังจากพูดจบอากิโกะ ก็ควบม้าออกจากเมืองจื่อถงไปทันที เพื่อเดินทางไปยังเมืองอื่นต่อไป







คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +25 ความหิว -6 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 25 -6 + 3

ดูบันทึกคะแนน

ผิดไปข้อ1
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กลยุทธ์ซุนปิน
ง้าวมรกต
ม้าวายุทมิฬ
มีดบิน
←ไอเท็มที่มีอยู่→