กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบอุปกรณ์พกพา | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์
ดู: 344|ตอบกลับ: 15

{ เมืองเป่ยผิง } โรงเตี๊ยมดวงตะวัน

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2017-10-5 00:10:13 |โหมดอ่าน







โรงเตี้ยมดวงตะวัน

{ เมืองเป่ยผิง }



【โรงเตี้ยมดวงตะวัน】
โรงเตี๊ยมซึ่งตั้งอยู่ใกล้ประตูทางเข้าของเมืองสำหรับใช้พักผ่อนของชาวเมือง
และเหล่านักเดินทางที่มาในเมืองเป่ยผิง บริการอาหารและที่พัก 
มีเสี่ยวเอ้อคอยดูแลหากต้องการ ในตอนค่ำจะมีการแสดงดนตรี ละครนิทาน หรือร่ายรำเป็นต้น 
โดยส่วนมากจะมีนักเดินทางผู้สนใจลิ้มลองอาหารป่า ของแปลก
ไม่มีนางรำหรือดนตรีประจำส่วนมากจึงรับจ้างเอา 







ชื่อกิจการ : โรงเตี้ยมดวงตะวัน
เจ้าของกิจการ : สวี หย่ง
เวลาเปิดบริการ : 24 ชม.
ประเภทร้าน : บริการอาหารที่พัก สุรา-น้ำชา และบรรเลงดนตรีในเวลาค่ำ


ประทับตราโดย: ผู้ว่าเมืองเป่ยผิง





คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 2

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2017-10-10 13:35:53 | ดูโพสต์ทั้งหมด
- เควสส่งอาหาร -
เดินทางไกล 4
     หลังจากที่ชายหนุ่มออกเดินทางจากเมืองจี้โจว ด้วยรถม้ามาสักพักเขาก็มาถึงเมืองเป่ยผิง รอบนี่ชายหนุ่มเขาก็ค่อยๆ ลงจากรถมาอย่างไม่รีบร้อน นั้นอาจจะเป็นเพราะเขาต้องการที่รักษาเนื้อรักษาตัวไม่ทำอะไรพาดโพน หรือนั้นอาจจะเป็นเพราะเขาวางใจแล้วว่า ไม่น่าจะมีใครตามมีล้างแค้นคิดบัญชีกับเขาอีก
     ชายหนุ่มเริ่มออกเดิน เข้าไปในยังตัวเมือง หลังจากที่จ่ายเงินค่ารถม้าและพูดคุยเล็กน้อยเป็นที่เรียบร้อย วันนี่นั้นเขาจำเป็นที่จะต้องเตรียมตัวให้ดี เพราะวันนีน่าจะเป็นโอกาศสุดท้ายแล้วที่เขาจะสามารถจัดเตรียมของต่างๆ ก่อนออกเดินทาง ทั้งเสบียงอาหารน้ำต่างๆ ร่วมไปถึงสิ่งอำนวยความสะดวกนอกชายแดนด้วย
     ยูตะ เริ่มเดินดูหาสิ่งเขาต้องการอยู่พักใหญ่ๆ อาจจะไม่ถึงขั้นจริงจังมากนัก เพราะเขาก็เองก็ไม่คิดจะรีบกลับไปนอนเฉยๆ ในห้องที่เตี้ยมสักเท่าไรนัก เขาเลือกที่จะเดินในรูปแบบกินลมชมวิวดูสิงของต่างๆ ไปเรื่อยๆ ร่วมด้วยกับการหาอะไรทานตอนเทียงวัน จนในที่สุดเขาก็เดินซื้อของจนครบ
     "เอาละต่อไปก็หาโรงเตี้ยมสินะ" เขาบ่นพึมพัมกับตัวเล็กน้อย ก่อนที่จะเริ่มออกเดินต่อ
   
     ผ่านไปสักพัก จนพระอาทิตย์เริ่มจะลับขอบฟ้าไป ชายหนุ่มก็หาโรงเตี้ยมเจอในที่สุด ในใจเขาเขาอวยพรอย่างยิ่งใหห้ข้างในไม่มีเรื่องอะไร เพราะว่าคร่าวก่อนหน้านี่นั้น เขาไปก็เรื่องไว้และได้รับผลกรรม(?)ที่ตามอย่างเจ็บแสบเป็นอย่างยิ่ง
     ชายหนุ่มรวบรวมความกล้าและผลักประตูโรงเตี้ยมเข้าไป แล้วค่อยๆ มองซ้ายมองขวาอย่างหวาดระแวง แต่แล้วเขาก็พบว่าภาพในโรงเตี้ยมนั้นเงียบสงบปกติสุขดี
     "ฟู~~" ชายหนุ่มคนเดิมเพิ่มเติมคือความโล่งใจค่อยๆ ถอยหายใจออกมาอย่างโล่งอก แล้วเดินเข้าโรงเตียมไป ก่อนที่เสียวเอ้อจะมาให้บริการแกเขา
     "มีอะไรให้รับใช้คะ" เสียวเอ้อสาวคหนึ่งเดินเข้ามาถามชายหนุ่มอย่างรู้หน้าที่
     "อ่า...ขอห้องพัก 1 คืน แล้วโต๊ะอาหารเย็น 1 ที่ครับ" ชายหนุ่มแจ่งความประสงค์กลับไป
     "รอสักครู่นะคะ" หญิงสาวคนนั้นตอบกลับพร้อมกับโค้งตัวให้ ก่อนที่จะเดินหายไปสักครู่เดียวแล้วกลับมาตามชายหนุ่มอีกครั้ง
     "เชิญทางนี่เลยค่ะ" หญิงสาวคนนั้นกล่าวต่อ พร้อมกับผายมือให้
     แล้วชายหนุ่มก็เดินตามการนำทางของเสียวเอ้อสาวคนนั้นจะไปถึงห้องพักของตัวเอง เขาจัดแจงวางสัมภาระที่ตัวเองซื้อมาจากเมื่อกลางวันลง ก่อนที่จะเดินออกจากห้องอีกครั้งเพื่อลงไปหาอะไรทานยามเย็น หลังจากที่เขาทางอะไรเรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มก็เดินกลับขึ้นมาห้องอย่างสาบยใจ ก่อนที่จะล้มตัวลงนอนที่เตียงของตน แล้วเริ่มคิดถึงวันพรุ่งนี่ว่าจะทำเช่นไรดี ก่อนที่จะผล็อยหลับไป.......
@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -7 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -7 + 3

ดูบันทึกคะแนน

今でもあなたはわたしの光
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ฮั่นเสียหม่า
แปรรูปไม้
กราดิอุสทอง(ซ้าย)
เกราะทองคำ
ต้าเสวีย
ตัวเบาพื้นฐาน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x1000
x22
x71
x9999
x1760
x275
x4920
x1
x118
x225
x760
x2
x2
x8260
x30
x30
x20
x1
x30
x15
x16
x1720
x1
x45
x4
x10
x4
x1
x194
x50
x10
x1050
x2
x900
x18
x162
x115
x308
x148
x5
x4
x4
x10
x2
x54
x7235
x542
x20
x1
x374
x1336
x65
x47
x1
x209
x100
x20
x309
x163
x896
x10
x150
x3749
x967
x46
x24
x2
x50
x230
x3048
x19
x50
x19
x4
x20
x1
x1
x6
x105
x24
x1
x1
โพสต์ 2017-11-12 20:23:58 | ดูโพสต์ทั้งหมด
- เควสเรื่องราว 3 - บุญคุณ-ความแค้น
แผนการร้าย


     หลังจากที่ยูตะจัดการกับชายปริศนาที่อยู่ๆ ก็เข้ามาเล่นงานเข้าแล้ว เขาก็ยืนรออีกสักพักใหญ่ๆได้เพื่อว่าจะมีอะไร แต่ว่าก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาจึงเดินกลับโรงเตียมมาด้วยด้วยความผิดหวังประกอบกับความไม่สบอารมณ์
     ระหว่างที่เขากำลังเดินขึ้นห้องพักของตัวเองนั้น ก็บังเอิญได้เสียงพูดคุยอะไรบางอย่างที่น่าสงสัย
     “นายท่านซูต้องพอใจแน่กับข่าวนี้หลังจากเราตามหาเบาะแสหยกเสวียนอู่มานานพอสมควรในที่สุดก็เจอ”
     (หืม?? หยกเสวียนอู่???) ยูตะรู้สึกคุ้นเคยกับสิ่งที่เขาได้ยินขึ้นมา เขาจึงตักสนิในที่จะแอบฟังต่อ
     “นายคิดว่าคนของนายท่านจะมาถึงเมื่อไหร่ คราวนี้เราจะไม่ให้พลาดแบบหลายเดือนก่อนแล้ว”
    (หลายเดือนก่อน?? เอ...ไม่เกียวกันหรอกมั้ง......) แล้วเขาก็เริ่มนับเวลาดู ก็พบว่ามันน่าจะใกล้เคียงกับช่วงที่เขาเขาไปเดินในบ้างผีสิงที่กับซูเทียนเหมิน
     “บ้าชิบ ตอนนั้นฆ่าล้างตระกูลหลี่จนหมดสิ้นแล้ว แต่หาหยกไป๋หู่ไม่พบเลยนี่สิ ถูกนายท่านลงโทษหนักหกเดือน”
     (นั้นไง.....) ยูตะเอามือลูบหน้าตัวเอง พร้อมพยายามตั่งใจฟังมายิ่งขึ้น
     “งานนี้เราต้องรอบคอบ”
     “นายคิดว่าเราจะพลาดเรอะ ตระกูลกงซุนตอนนี้มีแค่สตรีตัวคนเดียว ไม่ใช่มีลูกน้องแบบตระกูลหลี่นั่น”
     (เดียวนะ ถ้าตอนนั้นก็ลงมือกันแค่สองคนหรอ! แถมอีกฝ่ายเป็นแค่สตรีคนเดียว!) ยูตะเริ่มคิดในใจว่าสองคนที่คุยกันนั้นต้องแข็งแกร่งมากแน่ๆ แถมอีกฝ่ายก็ไม่น่าจะสู้ได้เลย......
     “นั่นสิเนาะ แถมสวยอีกต่างหาก”
     “ใช่มะ เราต้องเสพสุขกับนางก่อนชิงหยกเนาะ”
    (ไอ้พวกนี่.......) ใจจริงยูตะอยากจะพังประตูเข้าไปจัดการพวกมันซะเดียวนี่แต่ว่า เขาคิดว่าเขาคงไม่น่าจะรับมือถึง 2 คนไหวเป็นแน่แท้
     “จัดไปลูกพี่ พรุ่งนี้ไปจี้โจวกันเลยมะ เราสองคนน่าจะพอ”
     “เออว่ะ เอาตามนั้นเลย เราไม่ต้องรอกำลังเสริมจากนายท่านหรอก สตรีตัวเล็กๆ ไม่คามือ”
     (พรุ่งนี่สินะ......) ยูตะรีบจำห้องไว้ ก่อนที่จะเดินกลับไปห้องตัวเอง และเตรียมตัวนอนเร็วโดยหัวงว่าจะตื่นเช้ามาดักรอ และสะกดรอยตามทัน.....

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +75 ความหิว -7 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 75 -7 + 3

ดูบันทึกคะแนน

今でもあなたはわたしの光
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ฮั่นเสียหม่า
แปรรูปไม้
กราดิอุสทอง(ซ้าย)
เกราะทองคำ
ต้าเสวีย
ตัวเบาพื้นฐาน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x1000
x22
x71
x9999
x1760
x275
x4920
x1
x118
x225
x760
x2
x2
x8260
x30
x30
x20
x1
x30
x15
x16
x1720
x1
x45
x4
x10
x4
x1
x194
x50
x10
x1050
x2
x900
x18
x162
x115
x308
x148
x5
x4
x4
x10
x2
x54
x7235
x542
x20
x1
x374
x1336
x65
x47
x1
x209
x100
x20
x309
x163
x896
x10
x150
x3749
x967
x46
x24
x2
x50
x230
x3048
x19
x50
x19
x4
x20
x1
x1
x6
x105
x24
x1
x1
โพสต์ 2017-12-2 14:19:20 | ดูโพสต์ทั้งหมด
พาร์ท 2 - ความโหดร้าย
(เป่ยผิง 1)

             เป่ยผิงแล้วสินะ...
             ฝนยังพอตกซาๆ มี่ฟางและเฟิ่งฮัวเดินทางด้วยรถม้ามาถึงที่นี่ก็ใช้เวลากว่าค่อนวัน คิดถูกจริงๆที่ตื่นมาก่อนพระอาทิตยืขึ้นเพื่อมาถึงสถานที่แห่งนี้ และเมื่อถึงเป่ยผิงแล้วเขาก้เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตนมีเรื่องบางอย่างที่ต้องทำก่อนพาเฟิ่งฮัวไปสำนักฉวนเจิน แน่นอนว่าเขาจะไม่ให้เฟิ่งฮัวไปคนเดียวเนื่องจากเขายังเจ็บอยู่ ส่วนเจ้าตัวก็มิได้ว่าอะไรเสียด้วย พวกเขาได้หยุดเดินต่อที่หน้าโรงเตี๊ยม หาที่นั่งพักชั่วคราวและหาอะไรกินก่อนเดินทางต่อ และในตอนนั้นเองี่ผางก็ได้ฉุดลุกขึ้นขอบางอย่างกับเฟิ่งฮัว
             "ท่านช่วยรอข้าตรงนี้ได้ไหม"
             เฟิ่งฮัวมองงงๆ แล้วถามเสียงนุ่ม "อาลู่ เจ้าจะไปที่ใดรึ?"
             "ข้าเพียงเพิ่งนึกได้ว่าต้องมีเรื่องบางอย่างที่ต้องทำที่หอเยวี่ยหงของเมืองนี้"
             "หอเยวี่ยหง?"
             "ข้ากำลังฝึกหัดเป็นนักดนตรีขอรับ เพราะมีหลายๆเรื่องเกิดขึ้นกับตัวข้าจึงไม่ทันมีเวลาไปทำงาน"
             "นักดนตรี? เจ้าเป็นนักดนตรี?" เฟิ่งฮัวทำสีหน้าตกใจเล็กๆ "ดีจริง ข้าเองก็ชอบฟังดนตรี ไม่คิดว่าจะมีเจ้าซึ่งเป็นนักดนตรีอยู่ใกล้ตัวด้วย"
             "ท่านเพิ่งรู้?"
             "ฮ่าๆ ข้ารู้นานแล้วล่ะ จากที่เห็นนั้นเจ้าจะแบกเครื่องดนตรีของเจ้าไปมา ข้าเลยคาดเดาไว้ว่าเจ้าอาจเป็นนักดนตรีน่ะ แต่ไม่ค่อยได้เห้นเจ้าเอามันออกมาใช้จึงไม่แน่ใจว่าเป็นนักดนตรี หรือคนซ่อมดนตรี"
             "ข้าว่า... ข้าเคยบอกท่าน..."
             "ข้าอาจจะลืมก็ได้" ว่าพลางก็ยิ้มแย้มใส่ มี่ฟางอดถอนหายใจมิได้จึงเออออตามจนเฟิ่งฮัวเริ่มเอ่ยปากมาอีกหน "หลังจากนี้อาจไม่ได้เป็นแบบเดิมอีกสหายข้า การฝึกกระบี่ของเจ้ายังสามารถก้าวหน้าและต่อยอดขึ้นไปต่อได้หากยังฝึกฝน..."
             "..."
             "...โดยที่ไม่ต้องมีข้า เจ้าสามารถเก่งขึ้นได้"
             "ท่านพูดอะไรรึ? ทำเหมือนคนจะ..." คำสุดท้ายจุกอยู่ในลำคอ ไม่ต้องพูดก็รู้กันว่าคืออะไร
             "ข้าไม่หายไปจากโลกนี้หรอกอาลู่ แต่ข้าเป็นห่วงเพียงว่าหากตัวข้าได้กลับสำนักแล้วจะสามารถพบเจอเจ้าอีกหรือไม่"
             "โลกนี้มันกลมนัก มีพบย่อมมีจาก หากจะพบกันอีกครั้งก็ไม่ยากแล้วแต่ชะตาจะกำหนด"
             "นั่นสินะ"
             "แต่ข้าไม่ใช่คนที่เชื่อในเรื่องโชคชะตาขนาดนั้น" จู่ๆมี่ฟางก็ยิ้มออกมา เฟิ่งฮัวเห็นแล้วแอบขนลุกเล็กน้อย "โชคชะตา คำนี้อาจทำให้มนุษย์ไม่ดิ้นรนทำอะไร ไม่ดิ้นรนเพื่อตนเอง และคนอื่น หลายครั้งหลายครานักที่มักจะสูญเสียบางอย่างไปเพราะโชคชะตาและก็โทษโชคชะตา เจ็บก็โชคชะตา สิ้นใจก็โชคชะตา? ถ้าโชคชะตาจะกำหนดของแบบนั้นได้ สู้ข้าชนะสิ่งนั้นแล้วกำหนดโชคชะตาของตัวเอง 'จงฝากชีวิตไว้กับ สติ และปัญญา อย่าฝากไว้กับโชคชะตาที่มองไม่เห็น' เคยมีคนบอกกับข้าแบบนี้มาก่อน"
             "ข้าล่ะเริ่มอยากรู้แล้วสิว่าเจ้าไปเจออะไรมาบ้างในชีวิตนี้" เฟิ่งฮัวเท้าคางมองยิ้มๆ
             มี่ฟางจึงตอบ... "มากมายนัก"

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +25 ความหิว -11 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 25 -11 + 3

ดูบันทึกคะแนน

ตังๆๆๆ
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
คัมภีร์ละติน
เกราะทองคำ
ขวานต้วนหยู้ว
ธนูใหญ่
กำหนดลมหายใจ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x50
x100
x1
x50
x50
x2
x50
x4
x10
x60
x50
x58
x7
x1
x9
x125
x20
x25
x2
x27
x15
x40
x13
x1
x90
x120
x3
x1
x42
x15
x19
x8
x25
x199
x447
x1
x14
x65
x20
x20
x333
x1
x1
x11
x9
x3
x2
x87
x24

72

กระทู้

747

โพสต์

10หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
115
เงินตำลึง
6768
ชื่อเสียง
51137
ความหิว
158
คุณธรรม
460
ความชั่ว
0
ความโหด
27
อาเต่า
ระดับ 1

หลิง เสวี่ยหลาน

"เจ้าป่วนไหน ข้าไปด้วย!"
pet
โพสต์ 2017-12-22 22:21:31 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ผิงผิง เมื่อ 2017-12-22 23:20





       ทั้งสองลงจากเขาสำนักฉวนเจิน ผิงผิงนั้นอุ้มหมั่นโถวไว้ในอ้อมกอดตามเคยก่อนจะปีนขึ้นหลังจวื่จื่อตามด้วยหลิวเทียนที่ผิงผิงช่วยดึงให้ขึ้นมานั่งสะดวกยิ่งขึ้น ผิงผิงนั้นเสนอแนะว่าให้กลับไปพักที่โรงเตี้ยมก่อนเพราะอย่างไรวันนี้ก็ดึกมากแล้วควรพักผ่อน หลิวเทียนเองก็ดูเหมือนจะเหนื่อยๆ เหมือนกัน จึงตกลงกันว่าจะพักโรงเตี้ยมในเมืองเป่ยผิง


       ผิงผิงส่งหลิวเทียนเข้าไปในโรงเตี้ยมก่อนเพื่อสั่งอาหารและเปิดห้องพักสองห้องส่วนเธอจะพาจวื่จื่อไปเข้าคอกม้าพร้อมหาหญ้าให้มันกิน
       "สนุกไหม?"
       "ม๊ออออ"
       "สนุกก็ดี พรุ่งนี้เราจะไปเที่ยวกัน" ผิงผิงกล่าวพลางลูบหัวจวื่จื่อก่อนจะเดินออกจากคอกม้า แล้วปล่อยหมั่นโถวออกจากอ้อมกอดเมื่อมันทำท่าอยากจะบิน "เจ้าจะไปเที่ยวหรือไง"
       "กรู๊ววววว"
       "อย่าหายไปนานละ" ผิงผิงกล่าว
       "กรู๊ว" ว่าแล้วมันก็บินไปทิศทางหนึ่ง ผิงผิงขำเบาๆ ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในโรงเตี้ยม หลิวเทียนสั่งอาหารอุ่นๆ รอท่าไว้แล้ว เป็นกับข้าวสามอย่าง น้ำแกงหนึ่ง ทั้งสองลงมือจัดการกับอาหารตรงหน้าอย่างเรียบร้อยไม่ช้าหรือเร็วไปนัก "พรุ่งนี้ก็ไปจี้โจวกัน"
       "ที่นั้นจะมีที่เที่ยวอะไรบ้างนะครับ" หลิวเทียนเอ่ยถามพลางคิดๆ ดู แต่ละเมืองน่าจะมีจุดเด่นของตัวเอง
       "ที่เด่นๆ ที่เมืองจี้โจวถ้าไปในหน้าร้อนก็สวนบัว แต่หน้าหนาวแบบนี้ไม่มีบัวให้ชม งั้นไปหอตำรา ท่านน่าจะชอบ แล้วก็มีวัดจินซือจือ ที่ข้าได้ยินมาระหว่างทาง" ผิงผิงเอ่ยพลางนึกถึงถอยคำต่างๆ ของพวกนักเดินทางเวลาเธอพักโรงเตี้ยมหรือแวะหาอะไรกินที่ไหนมักจะได้รับข่าวสารไม่มากก็น้อยเหมือนกัน "ข้าชอบตำรา"
       "ดูก็รู้ อย่างไรวันนี้ท่านก็อาบน้ำแล้วรีบพักผ่อนละ" ผิงผิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม ทั้งสองเดินขึ้นไปชั้นบนด้วยกันก่อนจะแยกย้ายกันไปพักผ่อน ส่วนผิงผิงนั้นเธอหาได้อาบน้ำไม่... เธอหลับไปทั้งๆ อย่างงั้นอีกแล้ว---


@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -11 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -11 + 5

ดูบันทึกคะแนน

ทำไมมันเช็กชื่อไม่ได้ฟะ!
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตัวเบาขั้นกลาง
หลอมจิตรวมหนึ่ง
ฮั่นเสียหม่า
กลยุทธ์ซุนจื่อ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x20
x2
x2
x31
x1
x2
x37
x2
x30
x1
x40
x100
x9
x35
x50
x170
x4
x4
x1
x30
x19
x17
x50
x150
x2
x2
x26
x10
x145
x386
x365
x20
x12
x88
x1
x65
x45
x1
x8
x9
x5
x155
x4092
x38
x51
x50
x583
x25
x85
x170
x12
x20
x25
x51
x57
x31
x1
โพสต์ 2017-12-24 01:17:51 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LuMifang เมื่อ 2017-12-25 00:09

พาร์ท 5 - มือสังหาร
(ชิง หลิ่งอี้)

                     ชิง หลิ่งอี้สั่งอาหารจำนวนมากให้มี่ฟาง ชายหนุ่มหน้าหวานมองอยู่อึดใจหนึ่งก่อนจะเริ่มทานอย่างระมัดระวังโดยมีสายตาของอีกฝ่ายคอยมองตนพลางทานอาหารไปด้วย บรรยากาศรุ้สึกอึดอัดเล็กน้อยจนในช่วงที่กินหมดไปถ้วยหนึ่งมี่ฟางก็หยุดกิน
                     "อาหารไม่ถูกปากรึ หากไม่มีเงินข้าก็จะเลี้ยงให้ได้นะ" คนหน้าตาน่ากลัวกล่าว
                     "เปล่าขอรับ อาหารที่นี่น่ะอร่อยมาก แต่ว่า..."
                     "ถ้าหากเจ้าคิดมากเรื่องสหาย ก็มิต้องเป็นกังวล ยังไงข้าบอกแล้วว่าจะช่วยตามหา ไม่ถอนคำพูดเด็ดขาด" ว่าคำก็กินคำ สิ่งที่เขาพูดมีน้ำหนักและดูหนักแน่นให้มี่ฟางเชื่อใจ แต่ที่เข้ากังวลไม่ใช่เรื่องเฟิ่งฮัวแต่เป็นอีกฝ่ายที่จ้องมองมาทางเขาต่างหาก!
                     "...."
                     "เหมือน" จู่ๆอีกฝ่ายก็พูดขึ้น แม้เสียงจะเบาแต่ก็ยังพอได้ยินบ้าง
                     "อะไรเหมือนรึ?" มี่ฟางถาม
                     "เรื่องที่ทุ่งดอกไม้ เคยมีคนลือกันว่ามีหญิงสาวดวงตาสีหยกดำที่งามจนดอกไม้ที่ผลิดอกบานยังต้องกลับไปหุบดอกเดินเล่นในที่นั่น"
                     "ช่างน่าเหลือเชื่อนัก เป็นเรื่องมหัศจรรย์ดีนะ" ชายหนุ่มเสริม
                     "ตาเจ้าเองก็สีดำเหมือนหยก ข้าเลยฉุดคิดขึ้นมาได้" ปลายตะเกียบชี้มาที่มี่ฟาง สักพักเจ้าตัวก็เลื่อนลงมาคีบเนื้อแล้ววางไว้บนถ้วยของมี่ฟาง "กิน"
                     ชายหนุ่มฟังคำสั่งแล้วยิ้มอ่อน เขามองเนื้อในถ้วยตนเองก่อนจะใช้ตะเกียบคีบมันเข้าปากเสียโดยดีเพราะกลัวว่าถ้าไม่ทำจะโดนอีกฝ่ายทำร้ายใส่
                     "กินเนื้ออย่างเดียวจะเค็ม ตักข้าวเพิ่มด้วยก็ได้ เจ้าควรกินข้าวเยอะๆ ผอมออกปานนั้น" ชิงหลิงอี้กล่าวเสียงขรึม จริงๆเขาก็ไม่ใช่คนพูดมาก แต่พอเห็นสภาพของอีกฝ่ายก็อดที่จะพูดไม่ได้เสียจริง
                     "ท่าน... เอ่อ... ข้าต้องขอบคุณที่ท่านบอกว่าจะช่วยข้า หากต้องการสิ่งใดตอบแทนในตอนนี้ข้าอาจไม่มี แต่ภายภาคหน้าข้าจะตอบแทนให้"
                     "ไม่ต้องการ"
                     "เอ๊ะ...?"
                     "ข้าไม่ต้องการของตอบแทน"
                     มี่ฟางหยุดพูด เขาทอดมองอีกฝ่ายและเริ่มสังเกตุให้เต็มๆตา ถึงจะดูน่ากลัวแต่จริงๆแล้วคงจะเป็นคนที่จิตใจดีคนหนึ่ง เพราะด้วยท่าทางและรูปลักษณ์ที่ดูน่ากลัวนั่นจึงทำให้มี่ฟางไม่ทันสังเกตุในด้านนี้ของเขา
                     "..."
                     "นามของข้า ลู่ มี่ฟาง ยินดีที่ได้รู้จักท่านชิง หลิงอี้" มี่ฟางคีบเนื้อใส่ลงในถ้วยของอีกฝ่ายจนเขาหันมามองแล้วจึงแนะนำตัวให้บ้าง
                     ชิง หลิงอี้มองคนที่อายุน้อยกว่าด้วยสายตาที่อ่อนลง พอเห็นรอยยิ้มบางๆนั่นแล้วทำให้รู้สึกผ่อนคลายอย่างน่าประหลาด กับกลิ่นหอมอ่อนๆของดอกบ๊วยที่ลอยออกมาจากตัวอีกฝ่าย ทั้งที่ที่นี้ไม่ค่อยมีเลยแท้ๆ...
                    "เรียกข้าว่าหลิงอี้ก็ได้" เขาเว้นวรรค "ข้าจะเรียกเจ้าว่ามี่ฟาง"
                    "ขอรับ" มี่ฟางตอบรับแล้วส่งรอยยิ้มให้อีก หลังจากนั้นทั้งสองฝ่ายก็ใช้เวลาในส่วนนั้นคุยกันพลางทานอาหารร่วมกันไปด้วยจนหมดแล้วหลิงอี้จึงค่อยจ่ายเงินตามจำนวน
                    ต่อจากนั้นชายร่างกำยำก็ขอเช่าห้องพักหนึ่งห้อง ในคราแรกมี่ฟางยังรู้สึกสงสัยว่าทำไมจนหลิ่งอี้ได้ตอบว่าสภาพของเขามอมแมมจนไม่น่ามองจึงจะให้อาบน้ำชำระกายและเปลี่ยนชุดเป็นชุดที่ดูดีกว่านี้ ส่วนเรื่องชุดจะซื้อจากพ่อค้าหาบเร่ที่เข้ามานั่งพักในโรงเตี๊ยมเอา ซึ่งตามเคยนั้นมี่ฟางจะเลือกชุดสีขาวล้วน จวบจนหลังจากนั้นก็ทำอะไรต่ออะไรเสร็จเป็นที่เรียบร้อย เนื่องจากเวลานี้ก็จวนจะค่ำ ต่างคนก้อ่อนเพลียจึงได้พักในห้องพักร่วมกันเสียเลย
                    ..........


                    ตัดมาถึงรุ่งเช้าของอีกวัน ทั้งคู่ลงมาทานอาหารเช้าร่วมกันอีกครั้ง หลิงอี้ยังคงเลี้ยงอาหารให้อีกเช่นเคย มื้อที่สั่งมาทานยังเหมือนเมื่อวานทุกระเบียบนิ้ว
                    "เจ้าเคยบอกว่ามีคนลักพาตัวสหายเจ้า"
                    "ขอรับ"
                    "ครั้งล่าสุดที่เคยเจอนั้นที่ไหน"
                    มี่ฟางเหลือบตามองเล็กน้อย ก่อนจะตอบ "ที่ป่าตะวันตกของเป่ยผิง ที่นั่นเป็นที่สุดท้ายที่เราได้พบกันและ... เฟิ่งฮัวถูกพาตัวไป"
                    "..."
                    "เป็นข้าเองที่ยังอ่อนแอช่วยเขาไว้ไม่ได้ แต่ว่าข้าจะตามหาเขา ไม่ว่าจะสุดหล้าฟ้าเขียวแค่ไหน เขาทำเพื่อปกป้องข้า ยอมมอบตัวให้พวกนั้นจับ ข้าติดหนี้บุญคุณเขา"
                    "เรื่องบุญคุณความแค้นล้วนเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์" หลิงอี้กล่าว "หลังจากกินเสร็จก็ช่วยนำข้าไปด้วยแล้วกัน ข้าพอแกะรอยตามป่าได้บ้าง"
                    "ขอบคุณท่านมากขอรับ ข้าจะไม่ลืมบุญคุณท่านเลย"
                    "อืม ข้าคงปล่อยให้ผู้หญิงตัวคนเดียวอย่างแม่นางไว้อยู่เพียงลำพังมิได้หรอก อย่างไรเสียมีอะไรก็ต้องช่วยๆกันเป็นธรรมดา"
                    "ขอรับ แต่ว่า... ข้ามีเรื่องหนึ่งที่จะต้องพูดกับท่านให้ได้ เกี่ยวกับตัวข้า..."
                    "เจ้าจะบอกว่า ที่เจ้าพูดขอรับตลอดเพราะมีปมรึ?" หลิงอี้กินเสร็จก็วางถ้วยแล้วเอาตะเกียบมาชี้ที่มี่ฟาง ชายหนุ่มหน้าหวานส่ายหน้าพลางยิ้ม
                    "เปล่าขอรับ ข้าแค่จะบอกว่า ข้าเป็นผู้ชาย"
                     เคร้ง....
                   "กรี๊ด!" เสียงกรี๊ดของเสี่ยวเอ้อใกล้ๆดังขึ้นเมื่อทำจานกระเบื้องที่ถืออยู่หล่นแตก ตามด้วยตะเกียบในมือหลิงอี้ที่หลุดหล่นออกมาจากมือไปกองอยู่บนโต๊ะแทน เขาทำหน้าเหวอ สีหน้าของเขาเหมือนจะถูกสต๊าฟไว้ในท่านั้นไป
                    "อะไรนะ?"





คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง -150 ความหิว -4 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin -150 -4 + 3

ดูบันทึกคะแนน

ตังๆๆๆ
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
คัมภีร์ละติน
เกราะทองคำ
ขวานต้วนหยู้ว
ธนูใหญ่
กำหนดลมหายใจ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x50
x100
x1
x50
x50
x2
x50
x4
x10
x60
x50
x58
x7
x1
x9
x125
x20
x25
x2
x27
x15
x40
x13
x1
x90
x120
x3
x1
x42
x15
x19
x8
x25
x199
x447
x1
x14
x65
x20
x20
x333
x1
x1
x11
x9
x3
x2
x87
x24
โพสต์ 2017-12-25 20:23:45 | ดูโพสต์ทั้งหมด



             คืนนี้เป็นวันพิเศาจะต้องนอนไวเป้นพิเศษ มี่ฟางยิ้มกรุ่มกริ่ม ชายหนุ่มอาบน้ำฮัมเพลงและออกมาแต่งกายด้วยชุดผ้าขาวก่อนจะเตรียมเข้านอน วันนี้เป้นอีกวันที่ต้องอยู่ที่นี่ รุ้งเช้าว่าจะสำรวจรอบๆเมืองแล้วออกหางานทำหลายๆงานดู รู้สึกตื่นเต้นนิดหน่อย ความกังวลใจเหมือนจะหายไปเหมือนถูกเป่าเสก แต่ว่าก่อนนอนกลับนึกขึ้นมาได้ว่ามีเรื่องหนึ่งที่ต้องทำ เมื่อตอนที่ได้อยุ่กับเหวินช่าง ชายหนุ่มจำได้ว่าเขาเคยได้ยินบทกวีจากอีกฝ่าย จนตอนนี้ยังพอจำได้บ้างอยุ่ อย่างน้อยก่อนนอนก็ดี รีบจดบันทึกไว้ในม้วนไม้ไผ่เผื่อได้ใช้ไปทำงาน


{ ลำนำผาฮั่นจง }
ร้อยตำนาน เรียงขับขาน พันพันบท
หมื่นเรื่องเล่า เคล้าน้ำตา ต่างสุรา
ดินเหลืองผา นครา ขุนเขาใหญ่
หุบเหวลึก สร้างตำนาน หมู่ผู้กล้า
คือคำขาน คือตำนานจตุชน
ทั้งพ่อค้า คาราวาน เดินทางไกล
ทั้งกู่ฉิน พิณคู่ใจ นักกวี
อีกสตรี ตาเดียว เลิศเกาทัณฑ์
และชาวยุทธ ผู้กล้า ผ้าพันแผล
เหมันต์จาร สายลมเย็น ยะเยือกจิต
คำรามสิทธิ์ พยัคฆา ก้องหุบเหว
สามผู้กล้า บนเนินผา ไม่รั้งรอ
ส่งวิหค นกเสียงทอง ติดต่อไป
แว่วเสียงใส สรวลใจในพณา
เจ้าปักษามรกตถลาลง
มิคาดคิด มีสตรี อยู่ใต้ผา
เวทนา ผู้กล้า ต่างปรึกษา
เพื่อช่วยพา นารี นั้นขึ้นมา
พ่อค้ามี เคล็ดวิชา ใจน้ำแข็ง
โดดลงผาอย่างกล้าหาญไม่กริ่งเกรง
กวีรั้ง โยงไป ด้วยสายเชือก
แล้วจึงเลือก เอาเพลาเกวียน เพียรต่างรอก
บอกสวรรค์ เมตตาเถิด โปรดเห็นใจ
ขออย่าให้ สหายข้า ต้องกล่าวลา
ประสิทธิ์พรขอวิงวอนผู้เบื้องบน
โปรดช่วยคน สหายข้าพ้นบ่วงภัย
พระเพลิงผลาญ ธารหินไฟ ไหลปะทุ
ยมมาดุ คะนองควัน ดั่งจันทร์ดับ
ขอบผาทรุด ผุดนรก ทะเลกาฬ
เคราะห์ประสาน เชือกสะบั้น พลันปลิดปลิว
ละล่องลงดงพระเพลิงอเวจี
ความหวังมีพลันมอดดับลับเลือนไป
ฟ้าเมตตา นภาเปิด เกิดเป็นแสง
ดั่งดลแรง เมตตาจิต ประสิทธิ์ด้วย
เทพผู้ช่วย พ้นธารเหลือง เมืองแดนผี
มีท่านแมว ตัวใหญ่ คือไป๋เหมียว
เมื่อรำลึกตรึกถึงแล้วได้แคล้วคลาด
ศรัทธามาตรความช่วยเหลือจึงจะมา
อัมฤทธิ์ หลั่งรินไหล ล้างไฟผลาญ
ลำแสงสาด ไพรพณา ชีวาหวน
ทวนวิญญา สรรพสัตว์ พัดคืนรัง
ก่อกำเนิด เกิดเป็นธาร วิฬารเทพ
ขุนเขาสูงธารน้ำไหลดั่งแดนฟ้า
งดงามตามัจฉาว่ายสายน้ำใส
ส่วนพ่อค้า ผู้กล้า แม้รอดภัย
เหตุไฉน ไม่ฟื้น คืนกลับมา
พาสหาย ห่วงใย เป็นหนักหนา
หวังเยียวยา หยุดนิทรา พบหน้ากัน
......................
บรรเลงเพลงกู่ฉิน ผินมองฟ้า
โปรดเมตตาวาสนาอย่าแสนสั้น
ขอเขากลับอย่าพรากไกล ไปจากกัน
ฟื้นจากฝันอันยาวนานมาฟังพิณ
....................
- เฮ่า เฮ่า -

           ต้องขอบคุณคนแต่งนามเฮ่าเฮ่าที่แต่งบทกวีดีๆให้เขาได้นำไปใช้ทำงาน รู้สึกอยากเจออยู่นิดหน่อย เผื่อได้ขอเพิ่มไว้ หรือไม่ก็อยากขออยู่ร่วมด้วยสักระยะเพื่อเรียนรู้ควบคู่กัน มี่ฟางนอนคิดนอนเขียนจนจบแล้วก็เริ่มง่วงหงาวหาวนอนขึ้นมา
           "น้องอี้ อาเฟิ่ง... ข้าคิดถึงพวกเจ้าจัง..." ริมฝีปากขยับพึมพำ ก่อนที่ดวงตาจะปรือลงแล้วเผลอหลับไปโดยมือยังถือพู่กันอยู่


@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +30 เงินตำลึง +800 ชื่อเสียง +77 ความหิว -16 Point +6 ย่อ เหตุผล
Admin + 30 + 800 + 77 -16 + 6

ดูบันทึกคะแนน

ตังๆๆๆ
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
คัมภีร์ละติน
เกราะทองคำ
ขวานต้วนหยู้ว
ธนูใหญ่
กำหนดลมหายใจ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x50
x100
x1
x50
x50
x2
x50
x4
x10
x60
x50
x58
x7
x1
x9
x125
x20
x25
x2
x27
x15
x40
x13
x1
x90
x120
x3
x1
x42
x15
x19
x8
x25
x199
x447
x1
x14
x65
x20
x20
x333
x1
x1
x11
x9
x3
x2
x87
x24
โพสต์ 2018-1-4 09:04:24 | ดูโพสต์ทั้งหมด
-ก่อนปีใหม่นั้น-




            ก่อนปีใหม่ 4 วัน
            นับจากวันที่ได้จากกับเฟิ่งฮัวไป ชีวิตเหมือนจะปกติสุข แต่ว่านะก็ยังรู้สึกเงียบเหงาผิดแปลกอย่างไรไม่รู้ มี่ฟางนอนพลิกตัวซ้ายทีขวาที ชายหน่มนอนไม่ค่อยหลับเลยพอไม่มีใครอยู่ด้วย โดยปกติเขาก็ไม่ใช่คนที่ติดอะไรใครง่ายขนาดนั้น พยายามละทิ้งความกังวลในใจ ปัญหาต่างๆทบทวนอยู่ในสมองเป็นร่ำๆว่านี่มันต้องมีทางออก ปัญหาพวกนั้นต้องมีทางแก้ ใช่... มันต้องมี
            แต่ว่าปัญหาใหญ่ที่มาใหม่กว่าแต่คงอยู่มานานอยู่แล้วคือปัญหาความคิดมากของตัวข้าเองต่างหาก ลู่ มี่ฟาง คนคิดมาก ลู่มี่ฟางคนไม่เอาไหนโธ่ ทำไมข้าต้องมานอนคิดมากเรื่องตัวเองด้วย สำนักฉวนเจินก็โดนถล่มไปแล้ว คนในสำนักล้มตายบางคนถูกจับตัว มิหนำซ้ำยังมีพวกดื้อรั้นหายจากไปแล้วยังไม่มีข่าวคราวตอบกลับมา แต่ว่าข้าคงไม่ถ่อสังขารไปเซียงผิงหรอกนะ ลางสังหรณ์ข้าบอกเต็มๆว่าอันตราย คำเตือนจากเหวินช่างก็ย้ำเตือนเสมอ แต่ก็นะ ลูกผู้ชายซะอย่าง หากมุ่งหวังจะทำอะไรแล้วก็จะไป... เอาเถอะ ข้าก็จะว่าเขาเป็นคนเขลามิได้เสียด้วย...
            ร่างสูงลุกขึ้นนั่งในท่ากอดหมอน ตัวเขาเก็บตัวอยู่ในห้องนอนทั้งวัน พอลุกขึ้นมาได้ก็เอาตะเกียบคีบอาหารเข้าปากคำจิบน้ำคำแล้วนอนต่อ พยายามข่มตาหลับและปล่อยให้เวลาร่วงเลยไปอีกวัน


            ก่อนปีใหม่ 3 วัน
            ในอีกวัน... เสียงพลุดังขึ้นจากทางหน้าต่าง เขาเอื้อมมือไปแง้มเล็กน้อย ดูเหมือนเด็กๆจะเตรียมจัดงานปีใหม่กันซึ่งในอีกสามวันก็คงได้ฉลอง จะว่าไปหากเป็นปีใหม่ ทางบ้านเขาจะทำงานกันเสมอ มามีโอกาสจัดอีกทีก็เป็นวันที่สองหลังจากนั้น ก็นะ... นักดนตรีมีชื่อใครๆต่างก็ต้องการตัวไปทำงาน ว่าแล้วชายหนุ่มก็มุดหัวเข้าผ้าห่ม หลับซึมต่อไปอีกครึ่งวัน
            แต่หลังจากที่ตื่นมา... เขาก็หลับเต็มอิ่มเกินกว่าจะนอนต่อ ชายหนุ่มรู้สึกไม่สบายตัวนิดหน่อย เขาอาจเป็นโรคซึมเศร้า ถึงจะทำตัวให้เข้มแข็งแต่อย่างไรเขาก็เป็นมนุษย์ อาจจะมีลิมิตกันบ้าง เฮ้อ... เมื่อวานก็ถอนหายใจ วันนี้ก็ถอนหายใจ ชายหนุ่มยกมือขึ้นขยี้ตา ไปอาบน้ำล้างหน้า ว่าจะพาร่างกายบางๆของตัวเองไปเดินเล่น พอหมกตัวไม่ยอมออกมาเป็นเวลานานร่างกายก็ดันเอื่อยเฉื่อยสียแล้ว
           คนนิสัยไม่ดี... มี่ฟางว่าตัวเองในใจ ขณะที่บุกขึ้น มือดันเท้าโต๊ะก่อนที่มันจะเลื่อนปัดของบางอย่างตกลงมา
           กริ้ง...
           ต่างหูทองที่เก็บมาได้จากชายหาด แต่ว่านั่นไม่ได้ทำให้ดึงดูดสายตาเท่าสร้อยข้อมือที่เขาผูกไว้ร่วมกับเฟิ่งฮัวที่ศาลเจ้าก่อนเดินทางออกไปจากเมืองเจียงเยี่ย นี่ก็ผ่านมานานมากแล้ว หวังว่าอีกฝ่ายจะไม่ถอดมันทิ้งไว้ มี่ฟางยิ้มเล็กๆซึ่งนั่นเป็นการปลอบใจตนเอง รู้สึกเหนื่อยที่จะดิ้นรน เขาคงแก่แล้วกระมัง
           หลังจากนั้นมี่ฟางก็เดินออกไปจากห้องนอนเพื่อเดินชมรอบเมืองก่อนกลับมาในเวลาอันไม่นาน...


          ก่อนปีใหม่ 2 วัน
           ไม่... เขารู้สึกตาค้างเสียแล้ว นอนไม่หลับเลย ดวงตาจดจ่ออยุ่กับบันทึกไม้ไผ่ ไม่รู้ว่าเป็นตอนไหนที่ว่าตนเองนั้นต้องนั่งทำตาแข็งและจดบันทึกชีวิตประจำวันของตนเองไป ขระเดียวกันก็เอาศีรษะยื่นพิงหน้าต่างแล้วชมวิวภายนอกไปพลางๆเวลานี้เป็นช่วงบ่าย ในเมืองเริ่มประดับโคมดูมีเค้าโครงบ้างแล้ว ร้านค้าต่างๆเริ่มมาจัดตั้ง คาดว่าในอีกวันค้างหน้าคงพร้อมสำหรับกิจกรรมวันปีใหม่ มี่ฟางวางพู่กัน แล้วเดินออกไปตลาดทันที
            ในตลาด... ผู้คนดูเหมือนจะสนุกสนานกันน่าดู พวกเขาเดินกันขวั่กไขว่บนท้องถนนคนเดิน มี่ฟางเดินไปกึ่งเหม่อลอย หวังว่าการเดินสุ่มๆแบบนี้จะได้เจอกับ... เฟิ่งฮัว...
            ตุบ
            "คุณชาย?" เสียงหวานทัก ดูเหมือนว่านางจะเป็นคนที่เขาเคยรู้จักที่โรงหมอ "สวัสดีเจ้าค่ะ ได้พบกันอีกแล้วนะเจ้าคะ" นางอมยิ้ม
            "ขอรับ" มี่ฟางตอบเพียงเท่านั้นแล้วเบี่ยงตัว "ข้าขอตัวนะขอรับ"
            "เอะ?"
            ....ใช่ และนี่ก็เป็นอีกวันที่ไม่มีอะไรเลย


           ก่อนปีใหม่ 1 วัน
           ข้าวของต่างๆถูกเก็บออกจากโรงเตี๊ยม ชายหนุ่มคิดว่าหลังจากปีใหม่นี้ไปอะไรๆคงต้องมีปรับเปลี่ยน มือหนายกขึ้นสางผมก่อนจะรวบมันให้เป็นหางม้า นำย่ามมาสะพายแล้วเดินออกไปจากโรงเตี๊ยมนั้น....
            "ดูท่าข้าคงต้องไป"


@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -28 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -28 + 3

ดูบันทึกคะแนน

ตังๆๆๆ
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
คัมภีร์ละติน
เกราะทองคำ
ขวานต้วนหยู้ว
ธนูใหญ่
กำหนดลมหายใจ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x50
x100
x1
x50
x50
x2
x50
x4
x10
x60
x50
x58
x7
x1
x9
x125
x20
x25
x2
x27
x15
x40
x13
x1
x90
x120
x3
x1
x42
x15
x19
x8
x25
x199
x447
x1
x14
x65
x20
x20
x333
x1
x1
x11
x9
x3
x2
x87
x24
โพสต์ 2018-1-14 02:10:14 | ดูโพสต์ทั้งหมด



                  กลับมาอีกครั้งหลังจากที่ได้ทำงานมาเหนื่อยๆ มี่ฟางนอนฟุบลงไปบนเตียงในโรงเตี๊ยม ชายหนุ่มอยากจะหลับไปเสียตรงนี้แต่ติดที่ว่าตนนั้นต้องลุกไปอาบน้ำก่อนเข้านอน คืนนี้ท้องฟ้าค่อนข้างมืด กลุ่มก้อนเมฆบดบังแสงจันทร์จนแทบมองไม่เห็น พอนอนเกลือกกลิ้งไปสักพัก ร่างสูงก็ลุกขึ้นไปอาบน้ำต่อ


                  ซ่าาา.....
                  ดีจริงที่โรงเตี๊ยมแห่งนี้มีบริการน้ำร้อนให้อาบ มี่ฟางนั่งแช่อยู่ในถัง มีกลิ่นดอกไม้อ่อนๆกลุ่นออกมาทำให้รู้สึกหอมชื่นใจและผ่อนคลายตามกันไป เมื่อตกค่ำอากาศภายนอกก็ยิ่งหนาว พอเสร็จจากการอาบน้ำชำระกายก็นำเสื้อผ้ามาสวมใส่


                   หิวจัง...
                   ชายหนุ่มคิดในใ แต่ก็ต้องสะบัดหน้าไล่ความคิดนั้นออก เพราะการทานอาหารในตอนกลางคืนทำให้ร่างกายสุขภาพไม่ดี จงอย่าทานอาหารผิดเวลา ควรนอนโดยเฉพาะตอนหัวค่ำ และพอคิดได้ดังนั้นจึงกำหมัดขึ้นแล้วส่งเสียงฮึด ก่อนที่จะขึ้นเตียงนอนโดยหลี่แสงเทียนไว้ตั้งแต่เข้ามาในห้องจากนั้นจึงค่อยหลับไปโดยง่าย แต่ว่าก่อนนอน เขาต้องขอพรจากเทพเจ้าฉางเอ๋อร์เสียก่อน!
                  "ท่านเทพขอรับ คืนนี้ขอให้ข้าได้หลับสบายด้วยขอรับ"
                  ....เพราะไม่รู้หรือจำไม่ได้ว่าจะขออะไรจึงขอพรแบบนั้นไปค่อยหลับปุ๋ย
                                 
                  กุกกักๆ..............
                  กุกกักๆๆ..............
                  ในค่ำคืนที่แสนสงบ ในคราแรกอาจจะคิดไปเองว่ามีโจรบุกเข้าห้อง ดวงตาคู่สวยค่อยๆลืมตามองกระทั่งได้พบกับเงาวูบไหวของอะไรบางอย่าง แต่พอได้ลืมตาเต็มที่เงาร่างนั้นก็หายไป โดยทันทีที่ขยับตัวก็มีของอะไรบางอย่างตกลงมาจากขอบเตียงเขาทั้งยังเห็นของที่ไม่คุ้นตาอยู่บนโต๊ะอีกด้วย                                                         
                   ถังหูลู่ ขนมหม่าซู หมูย่าง เสี่ยวหลงเปา กุ้งผัดพริก..... จำนวนมาก....
                   "ข้าฝัน... หรือเปล่านะ..." จำไม่เห็นได้เลยว่าได้ซื้อของพวกนี้มาเก็บไว้ แต่ก็ต้องหลับไปอีกรอบเพราะยังรู้สึกงัวเงีย
                   .....มันอาจจะเป็นความฝันก็ได้                                                   

@STAFF_Pixiu

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 2เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +150 ความหิว -9 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin -150
STAFF_Pixiu + 5 + 300 -9 + 3

ดูบันทึกคะแนน

ตังๆๆๆ
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
คัมภีร์ละติน
เกราะทองคำ
ขวานต้วนหยู้ว
ธนูใหญ่
กำหนดลมหายใจ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x50
x100
x1
x50
x50
x2
x50
x4
x10
x60
x50
x58
x7
x1
x9
x125
x20
x25
x2
x27
x15
x40
x13
x1
x90
x120
x3
x1
x42
x15
x19
x8
x25
x199
x447
x1
x14
x65
x20
x20
x333
x1
x1
x11
x9
x3
x2
x87
x24

493

กระทู้

1909

โพสต์

39หมื่น

เครดิต

( º﹃º ) หิวปลาปิ้ง!! <''Xx&

เงินชั่ง
6469658
เงินตำลึง
234928
ชื่อเสียง
131921
ความหิว
1097
คุณธรรม
240
ความชั่ว
124
ความโหด
272
♦ เหยากวง ♦
ระดับ 1

จวง ถิงซู่

" น้องหลานระวังตัวด้วย "
pet
โพสต์ 2018-3-19 03:07:37 | ดูโพสต์ทั้งหมด
✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙
จันทร์สลัวคืนแรม
155

กวีบางทีก็มีอันจะกิน

✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙


        พวกเขาออกจากลำธารจื่อเยว่ในเวลาอาทิตย์อัสดง นักกวีหนุ่มสำเหนียกตำเองได้เสียทีว่าตนไม่มีปัญญาจะจ่ายแม้แต่ค่าอาหาร!! สมองอันชาญฉลาดของเขาเริ่มคำนวนอีกครั้ง วัดจากท่าเทียบเรือสินค้าเมืองเป่ยผิงจัดว่ามีผู้คนพลุ่งพล่าน เหมาะแก่การทำการค้าประกอบอาชีพทุกประเภท และจุดที่คนจอแจมากที่สุดน่าจะเป็นย่านการค้าและที่พักอย่าง ‘โรงเตี้ยม’

        ออกสอบถามชาวบ้านผู้สัญจรตามรายทางครู่หนึ่งเขาก็ได้ชื่อโรงเตี้ยมดวงตะวันมา จากแม่สาวชาวเรือนางหนึ่ง ฟังว่าอาหารที่อร่อยที่สุดต้องเป็ดย่างร้านเผียนอี้ฝางและหากจะหาที่พักที่อบอุ่นคึกคักที่สุด ต้องโรงเตี้ยมดวงตะวันเท่านั้นเป็นสุดยอดของเป่ยผิง ‘แม้จะไม่ใช่เต้นกินรำกิน แต่การขับลำนำก็ถือว่าค้าศิลปะอย่างหนึ่ง’

        มีความสามารถย่อมต้องนำออกมาแสดง เสมือนสุราดีจะมีคุณค่าก็ต่อเมื่อมีผู้ลิ้มลอง

        “คุณชายเซิง...ด้านหน้าเขียนป้ายบอกว่าถ้าจะขึ้นแสดงให้ติดต่อเถ้าแก่ขอรับ” จูหรงเยว่ที่กลายมาเป็นผู้ติดตามของนักกวีหนุ่มอย่างเป็นทางการเอ่ยขึ้น ทันทีที่ก้าวเข้าสู่โรงเตี้ยมด้วยรูปลักษณ์โดดเด่นของสองบุรุษก็เป็นที่จับตามองในทันที คนหนุ่งงดงามสุขุมเป็นคุณชายรูปหยก อีกคนคมคายมีกลิ่นอายชาวเผ่าดูพยศปราบยาก ทำเอาสาวน้อยสาวใหญ่เหลียวมองกันหลายหน หรงเยว่บอกกับหลิงเฮ่าก่อนหน้าว่าตัวเขายินดีออกผจญภัยไม่หวั่นเกรงต่ออันตราย ขอแค่ได้ติดตามเรียนรู้จากนักกวีหนุ่มให้ข้ามน้ำข้ามทะเลก็ยอม นักกวีหนุ่มให้เขาเปลี่ยนคำเรียกว่าพี่เซิง เจ้าเด็กหัวรั้นนี่ก็ไม่ยอมยินดีจะเป็นบ่าวขึ้นมาก็ข้าน้อย ลงท้ายก็ขอรับ ทำเอาเสี่ยวเฮ่าไม่ทราบจะฉิวหรือขันดี

        “อื้ม...เดี๋ยวเจ้ารอข้าอยู่ตรงนี้ก่อน ถ้าหิวก็สั่งอะไรมากินก่อนได้เลย”

        เขาเป็นนักกวีย่อมต้องขับขาน ต้องร้อยเรียงความนึกขึ้นผ่านตัวอักษร สั่งความเสร็จก็ไปติดต่อกับเถ้าแก่เพื่อขอขึ้นขับลำนำ คล้ายว่าชื่อ ‘เสิ่นหลิงเฮ่า’ ยังพอขายออกอยู่บ้าง เมื่อยื่นม้วนลำนำให้แล้วอาศัยชื่อเสียงที่ตัวเองสั่งสมมา ก็สามารถหากินได้ผ่านชื่อเซิงว่านกู่แล้ว ร่างในชุดขาวก้าวขึ้นยกพื้นไปตามความยินดีของเถ้าแก่ ก่อนจะขับขานลำนำที่ฝ่าบาทีราชโองการให้เผยแพร่เป็นเกียรติแก่ฮั่วชวี่ปิ้ง
  
{ วีรบุรุษฉีเหลียง }

ดวงจันทร์ทอแสงเหนือนครฉางอัน
จัดสำรับรอพร้อมครัน
ลมวสันต์ผันไปไม่ขาดสาย
โอ้...เมื่อใดปราบไพรีได้ราบคาบ
อีกนานเท่าใดญาติมิตรจะพร้อมหน้า

ดวงจันทร์จรัสแสงเหนือฉีเหลียงซาน
ทหารกล้าฝากชีพไว้บนอาน
ลมพัดผ่านมายาวไกลนับหมื่นลี้
หอบความภักดีถึงมาตุภูมิ

ชนเมืองเถื่อนจับจ้องแดนชิงไห่
ขุนชนะชัยรุดถึงเขาไป๋เติง
ตีกระเจิงกลยุทธ์สุดแยบคาย
เสียงรถศึกเคลื่อนไปดังกึกก้อง
แม่ทัพหาญเป็นหนึ่งไม่มีสอง
สมรภูมิเลือดไหลนองดั่งธารา
เชิดชูแคว้น ปกป้องแดน เพื่อเราผอง

ขุนแกล้วกล้ากรำศึกแต่วัยเยาว์
พิชิตเผ่าลำน้ำเลือดกระดูกขาว
ปราบชงหนูพิทักษ์แคว้นแดนเกรียงไกร
แล้วเหตุใดท่านผู้กล้าไม่หวนคืน

-เสิ่นหลิงเฮ่า ร่ายกวี-
-เซิงว่านกู่ ขับขาน-
        เมื่อสิ้นสุดทะเลเสียงปรบมือ จูหรงเยว่ก็เข้ามาหาเขาพร้อมกับซาลาเปาใส้ผักในมือบอกว่าได้สั่งพะโล้คอยท่าหลิงเฮ่าไว้แล้ว “ทำไมเจ้ากินแค่ซาลาเปาจะไปอิ่มอะไรมานี่มา…” เมื่อครู่ได้เงินมาพอสมควร จะปล่อยให้ตนเองอิ่มแต่เพื่อนร่วมทางอดเสียครึ่งกระเพาะก็โหดเหี้ยมเกินไปแล้ว “แต่ว่า...ข้าไม่หิวจริงๆ แค่ซาลาเปาก็พอแล้วคุณชายทานเถอะ เรายังต้องจ่ายค่าที่พักอีกเกรงว่า…” ดวงตาสีเกาลัดลังเลอย่างเห็นได้ชัด มือเรียวจึงช่วยตัดสินใจเลื่อนชามพะโล้ไปให้แล้วบอก “เรื่องหนึ่งที่เจ้าต้องจำไว้ ไปกับข้าอิ่มก็อิ่มด้วยกัน เจ้าอดข้าก็อด! ตอนนี้กินเสียพรุ่งนี้ยังต้องเดินทางกันอีกไกลเจ้าจะมาเป็นลมให้ข้าแบกกลางทางรึไง?”

        เขาสั่งกุ้งผัดพริกมาอีกหนึ่งจานพร้อมผลไม้ท้องถิ่น บอกให้ชายหนุ่มเก็บใส่ย่ามไว้กินรองท้องระหว่างทาง ‘กินอย่างราชา พักอย่างยาจก’ นี่ล่ะคือคุณธรรมประจำใจนักกวีอย่างพวกเขา!

✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙ ✙



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +70 เงินตำลึง +2500 ชื่อเสียง +333 ความหิว -16 Point +8 ย่อ เหตุผล
Admin + 70 + 2500 + 333 -16 + 8

ดูบันทึกคะแนน

เมื่อได้พบท่านจึ