กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบอุปกรณ์พกพา | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์
ดู: 48|ตอบกลับ: 4

{ เมืองซานตง } สุสานโย่วฮวู้น

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-10-26 04:53:07 |โหมดอ่าน




สุสานโย่วฮวู้น
 




สุสานประจำเมืองซานตง



ค่ำคืนที่หวงผ่านนั้นไม่อาจจะนำพาผู้ที่หมดเวลากลับมาอีกครั้ง


สุสานประจำเมืองซานตง เป็นสุสานที่อยู่ใกล้ๆกับประตูเมือง

ติดกับลำนำและจวนตระกูลหลัว ส่วนมากแล้วจะไม่ค่อยมีคนแวะเวียนมาเท่าไร

เพราะว่าเป็นสถานที่ฝังศพเหล่าผู้คนทั้งหลาย จึงมีแต่คนเกรงเรื่องวิญญาณ

แต่ทว่าที่นี้กลับมีความสงบ ต้นไม้ขึ้นเต็มไปหมด

ทั้งยังบางทีก็ได้ยินเสียงของหญิงสาวลอยมาตามสายลม..


**ห้ามมาพลอดรักกันที่นี้ ระวังจะโดนสวรรค์สาปแช่ง**





คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 Point +4 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 4

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2018-10-26 05:31:34 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Baoling เมื่อ 2018-10-26 05:36


สุสานที่เงียบสงบ เหมาะกับการสู่สุขคติ

        เป่าหลิงนั้นลากพาเหล่าโครงกระดูกทั้งหลายนั้นมายังสุสานประจำเมืองซานตง เป่าหลิงนั้นสูดลมหายใจของตนเองเล็กน้อย เนื่องจากว่าเธอต้องการการฝังศพทั้งหมดร้อยกว่าศพ อีกทั้งยังรวมถึงศพของคุณเจ้าเมืองคนเก่าอีกเล่า?..

        “ลำบากหน่อยนะ ข้าช่วยท่านไม่ได้จริงๆ” เสียงของอดีตผู้ว่าเมืองซานตงนั้นกล่าวให้เธอฟัง เขานั้นจ้องมองหญิงสาวที่ต้องมานั่งทำอะไรแบบนี้ เป่าหลิงหยิบจอบเสียมนั้นขุดดินตรงบริเวณภายในสุสานแห่งนี้ เธอไม่ได้พูดอะไรเพียงแต่ทำมือปัดๆเหมือนกับว่าให้ไปนั่งรอไป๊!!

        สตรีร่างเล็กนั้นจ้องมองไปทางดินที่โดนขุด ตอนที่เธอนั้นเริ่มขุดหลุมได้สักพักอยู่ๆก็ได้ยินเสียงของคนคนหนึ่งดังขึ้นมา.. “แม่นางทำอะไรน่ะ?” ชายคนหนึ่งปรากฏขึ้นมาด้านหลังของเป่าหลิง เมื่อเธอได้ยินก็สะดุ้งนิดหน่อยแต่ก็หันไปหา ปรากฏร่างของชายคนหนึ่งที่กำลังจ้องมองหญิงสาวอยู่ เสื้อผ้าของเขานั้นเหมือนกับเสื้อผ้าของมือปราบ…

        “....ฝังศพไง?” เป่าหลิงพูดเช่นนั้น ชายหนุ่มนั้นจ้องมองสตรีแปลกตาที่เขาไม่เคยเห็นนางมาก่อน นัยต์ตาสีม่วงงามนั้นทำให้เขาเลิกคิ้วเล็กน้อย.. แต่ที่แปลกยิ่งกว่านั้นคือเส้นผมของนางที่สั้นถึงเพียงต้นคอเพียงเท่านั้น? ร่างกายของนางนั้นเป็นเหมือนสตรีร่างเล็ก..

        “แม่นาง?..เป็นชาวนอกด่านหรือ?” เขากล่าวถาม ก่อนที่เป่าหลิงนั้นจะจับไปที่เส้นผมของตนเองก่อนที่จะหันไปพยักหน้า.. เธอเลือกที่จะโกหกเพราะว่าไม่อยากจะอธิบายอะไรมาก เมื่อเขาได้ยินดังนั้นก็คลียิ้มให้กับเธอ..

        “แปลว่าท่านทำงานอยู่สินะแม่นาง?” เขากล่าวถามอีก..

        “....พอดีมีคนขอให้เอาโครงกระดูกจากจวนผู้ว่าเก่ามาฝังน่ะ เห็นว่าตายเกลื่อนจวน แถมยังไม่มีใครกล้าเข้าไปเอามาฝังหรือทำพิธีศพอีก..ข้าก็เลยมาทำ” เป่าหลิงนั้นกล่าวหน้าตาย เรียกได้ว่าโกหกหน้าด้านๆอย่างเต็มที่ ..ก็นะ นัยต์ตาของนางไม่ได้แสดงอะไรให้จับได้ แสดงละครตอแหลเก่งจริงๆ!! ในระหว่างที่เป่าหลิงพูดคุยกับชายหนุ่มมือปราบนั้น

        วิญญาณของท่านเจ้าเมืองคนเก่าและแมวสามหางรวมถึงฝ้าเฉี่ยก็จ้องมองนางไปด้วย ท่านเจ้าเมืองนั้นอ้าปากสกิลการโกหกการแสดงระดับขั้นเมพขิงของเป่าหลิง จนตบมือแปะๆๆๆ เหมือนกับประทับใจแล้วพูดกับฝ้าเฉี่ย.. “เอ่อว่ะ..ตอแหลจริงๆด้วย” เขานั้นกล่าว.. เป่าหลิงเมื่อได้ยินก็ต้องนิ่งไว้...คอยให้ไอ้หนุ่มคนนี้ไปก่อนเถอะ

        แม่จะเอาประคำฟาดหน้ามันทั้งสองตัวเลย!!! กับวิญญาณยังไม่เว้น!! โหดร้าย!!!

        “เช่นนั้นเองหรือ? งั้นข้าช่วยแม่นางนะ? พอดีว่าข้ามาเพราะพึ่งออกจากบ้านกำลังจะไปทำงาน..นั้นจวนของข้า จวนตระกูลหลัวเขานั้นกล่าวแนะนำก่อนที่จะยิ้มให้สาวน้อยตรงหน้าที่ดูเหมือนว่าอายุอานามอาจจะน้อยกว่าเขา แต่ก็คงเตรียมออกเรือนได้แล้วละมั้ง?...

        ใบหน้าของสตรีร่างเล็กนั้นจัดได้ว่าไม่เป็นสองรองใครเลย แม้กระบนใบหน้านั้นจะทำให้นางดูเหมือนเป็นสตรีหน้าบ้านๆ แต่หากนางดูแลรักษาดีๆแล้วล่ะก็ นางคงเติบโตขึ้นเป็นสตรีที่งดงามได้เป็นแน่..แม้เขาเห็นตอนแรกก็งงๆอยู่เหมือนกัน..

        “ไม่จำเป็น..” เป่าหลิงนั้นกล่าวเช่นนั้น =__= ด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย..

        “เอาน๊า า ข้าอยากช่วยแม่นางก็แค่นั้นล่ะ” เขานั้นพรายยิ้มก่อนที่จะเดินมาทางเป่าหลิงก่อนที่จะหยิบจอบไปขุดแทนสตรีร่างเล็ก “จะให้แม่นางซึ่งเป็นสตรีมาทำงานของบุรุษได้เช่นไรเล่า?” เขากล่าวอีกครั้ง ดูเหมือนว่าเขาจะเป็นลูกชายของบ้านสกุลหลัวที่อยู่ข้างๆ ...เห็นความผิดปกติที่ว่ามีคนหอบนำโครงกระดูกมาที่นี้ก็คงจะมาตรวจสอบล่ะสิ…

        ถึงจะบอกว่าจะให้สตรีมาทำงานของบุรุษได้อย่างไร..แต่ไอ้สตรีคนนี้คือคนที่นอนกับซากศพ ลากโครงกระดูก ผูกจิตกับผีแถมยังเป็นมารปีศาจ……..เอิ่ม…

       “...ขอบใจ” เป่าหลิงนั้นกล่าวเช่นนั้นก่อนที่จะลงมือไปหอบร่างโครงกระดูกนั้นออกมาเพื่อลงหลุมเพื่อกลบฝัง นัยต์ตาของเป่าหลิงนั้นบ่งบอกว่านางต้องรีบทำเสียแล้วล่ะ … แม้ว่าอีกคนคงไม่รู้หรอกว่าเธอเป็นสตรีมีครรภ์เพราะว่าท้องของเธอนั้นไม่ได้โป่งขึ้นมาเหมือนสตรีมีครรภ์ทั่วไปเพราะอำนาจของมารฝัน นัยต์ตาของเป่าหลิงเริ่มพร้าเล็กน้อยเพราะความเหนื่อย…

       “เฮ้ย!!..แม่นางท่านควรพักก่อนนะ” ชายมือปราบนั้นเดินเข้ามาพยุงร่างของเป่าหลิงก่อนที่จะพยุงกายของเธอไปตรงต้นไม้ใกล้ๆ.. ใบหน้าของหญิงสาวนั้นซีดเล็กน้อยเพราะการทำงานหนัก(?) เขานั้นค่อยๆถอนหายใจ “ข้าบอกแล้วไง..เอานี้..ทานน้ำแล้วก็ขนมเล็กน้อยหน่อยเถอะนะแม่นาง” ชายมือปราบสกุลหลัวนั้นกล่าว แล้วส่งกระบอกน้ำให้กับสตรีร่างเล็ก .. เป่าหลิงนั้นพยักหน้าขอบใจก่อนที่จะรับมาดื่ม..

        “ไม่ต้องฝืนตนเองหรอกนะ เดี๋ยวข้าช่วยเอง...”เขานั้นกล่าวยิ้มแล้วเดินมานั่งข้างๆหญิงสาว เป่าหลิงเหลือบมองเล็กน้อย ระหว่างที่คุณวิญญาณเจ้าปัญหากับฝ้าเฉี่ยกำลังพยายามทำมือเหมือนกับว่า ‘นี้ไม่ใช่ที่เดท!!!’ เป่าหลิงหรี่ดวงตาก่อนที่จะโยนก้อนหินอัดหน้าฝ้าเฉี่ยแต่มันก็หลบได้เสียอย่างงั้น.. คุณชายมือปราบสกุลหลัวนั้นจ้องมองนางที่อยู่ๆก็โยนก้อนหินไป..

       “หืม?..เป็นอะไรหรือตรงนั้นมีอะไรหรอ?” เขากล่าวถาม..

        เนื่องจากว่าเขาไม่มีสัมผัสวิญญาณเพราะฉะนั้นก็ตามนั้นล่ะนะ..

        “ไม่มีอะไรหรอก แค่แปลกๆนิดหน่อยน่ะ….ไม่ต้องไปสนใจเลย” เป่าหลิงกล่าวก่อนที่จะกินถังหูลู่อย่างเงียบๆ โดยที่เธอเหมือนจะหิวๆหน่อยนั้นล่ะ จึงยัดถังหูลู่ไปเต็มปาก เมื่อคุณชายมือปราบสกุลหลัวนั้นเห็นเธอแบบนั้นก็หัวเราะเล็กน้อยจนเป่าหลิงต้องจ้องใบหน้าของเขา.. “ฮ่ะๆ..ข้าขอโทษๆ..พอดีข้ารู้สึกแปลกใจนิดหน่อย...”

        “แปลกอะไร?..” เป่าหลิงถาม

        “....ข้าแค่ให้สงสัยว่าสตรีนอกด่านเป็นเช่นนี้หมดเลยหรือปล่าว?” เขากล่าวถาม.. เมื่อเป่าหลิงได้ยินก็กรอกสายตาเล็กน้อย “ไม่ได้เป็นแบบนี้หรอก อันนี้สันดานข้าเองไม่เกี่ยวกับเรื่องนอกด่านไม่นอกด่านหรอก” เป่าหลิงกล่าว.. เมื่อคุณชายมือปราบสกุลหลัวได้ยินก็ยิ้มให้นาง.. ดูเหมือนว่าเขาจะเผลอจ้องมองใบหน้าของนางหนักข้อไปหน่อย

        “...ข้าไปทำงานดีกว่า..” เป่าหลิงนั้นเมื่อเห็นว่าเขาจ้องมองเธอมากเกินไปแล้วจึงต้องรีบขอตัวออกไปทำงานของตนเองต่อ คุณชายมือปราบสกุลหลัวจึงต้องตามไป …

        “ความจริงข้าจำต้องไปดูตัวกับคุณหนูของเมืองลั่วหยางใกล้ๆนี้ล่ะ..ข้าให้สงสัยว่าข้าควรดูสตรีจากตรงไหนหรือปล่าว..เจ้ามีคำแนะนำไหม?” เขานั้นกล่าวพูดคุยกับเธอในระหว่างที่กำลังลงมือขุด “สตรีแต่ละคนก็แตกต่างกันไป..เลือกไม่ได้หรอก เจ้าก็แค่อยากรู้ว่าเจ้าอยู่กับนางแล้วมีความสุขไหมแค่นั้นล่ะ..ถ้าเป็นข้านะ” เป่าหลิงนั้นกล่าว..

        “อย่างงั้นหรอ?...แล้ว เจ้ามีคนรักหรือยังล่ะ?” เขานั้นกล่าวถามต่อ..

        “..ไม่มี..”

       ‘ตอแหล…...ไม่สิ..ไม่ได้ตอแหลนี้หว่า!!!’ ฝ้าเฉี่ยนั้นบินไปมา ที่บอกว่าไม่ได้ตอแหลนั้นเพราะว่าเขาถามถึงคนรักไม่ใช่มีสามีหรือยัง เป่าหลิงนั้นไม่ได้รักถังซึ่นเจี้ยนแต่ทว่าก็แต่งงานกับเขา.. เพื่องานของท่านพ่อ...ตอแหลนั้นล่ะ ..เรียกว่าโกหกดีกว่า......

        นัยต์ตาของคุณชายมือปราบสกุลหลัวเมื่อได้ยินว่าไม่มีก็ค่อยๆหันไปทางเธอ “แล้ว..แม่นางจะเลือกคนรักยังไงล่ะ?”

       “......ข้าไม่ได้เป็นคนดีพอที่จะมีคนรัก” เป่าหลิงกล่าวเช่นนั้นก่อนที่จะวางโครงกระดูกลงหลุมที่โดนขุดไว้เรียบร้อย เขานั้นเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็เหลือบมองใบหน้าของสตรีตรงหน้า แม้ว่านางจะบอกว่านางไม่ได้เป็นคนดีพอที่จะมีคนรัก แต่ทำไมเขาถึงรู้สึกถูกชะตากับเธอจริงๆน่า??

        .
        .

        เวลานั้นผ่านไปพอสมควรเป่าหลิงและคุณชายมือปราบสกุลหลัวก็จัดการกับเหล่าโครงกระดูกร้อยกว่าชิ้นเสร็จเรียบร้อยแล้ว เป่าหลิงนั้นถอนหายใจเนื่องจากว่ามันจบลงสักที มือของเธอนั้นค่อยๆประกบเข้าหากัน ก่อนที่จะกล่าวสวดส่งดวงวิญญาณอย่างเงียบๆ โดยที่มีคุณชายมือปราบสกุลหลัวคอยยืนอยู่ด้วยข้างๆ …..

        เป่าหลิงนั้นเมื่อทำอะไรเสร็จก็เดินนำอุปกรณ์ไปวางไว้ที่รถม้า เตรียมนำไปคืน ...

        “ขอบใจที่มาช่วยแล้วกัน” เป่าหลิงกล่าว ส่วนเขาก็คลียิ้มให้เธอ “เช่นนั้นเจ้าจะไปอย่างงั้นหรือ? อยากจะชวนเข้าจวนของข้าไปจิบน้ำชาด้วยกันสักหน่อย” เขานั้นกล่าวเชิญชวนเธอ เป่าหลิงเมื่อได้ยินก็ส่ายหัว “ขอเอาไว้โอกาศหน้าแล้วกัน..” เป่าหลิงพูด ก่อนที่จะกระโดดขึ้นม้าเฟิ่งหวงของตนเอง เมื่อได้ยินดังนั้น คุณชายมือปราบสกุลหลัวก็กล่าวขึ้นมา..

       “เดี๋ยว!..แม่นางชื่ออะไรหรือ?”

       “.....หลิง..หลิงหลิง” เป่าหลิงนั้นกล่าวเช่นนั้น ก่อนที่จะสะบัดบังเหียนของตนเองเดินทางออกไปปล่อยให้คุณชายมือปราบสกุลหลัวนั้นจ้องมองสตรีที่ขี่ม้าออกไป.. พลางยืนคิดมองเธอจนลับไป..แล้วตนเองถึงตั้งสติได้ว่า!! “..แม่นางหลิงหลิงงั้นหรอ?..ปัดโธ่เอ่ย...ข้าลืมบอกชื่อนาง!!”







แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +1 คุณธรรม +3 ความชั่ว โพสต์ 2018-10-26 12:26

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -62 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -62 + 5

ดูบันทึกคะแนน

ดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กราดิอุสศิลา
โลหิตมาร
วิจารณ์ซางยาง
เกราะทองคำ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x4
x20
x1000
x10
x16
x2
x70
x300
x300
x200
x1
x1
x40
x2
x512
x2
x50
x1
x2280
x1000
x130
x9999
x5000
x1000
x90
x1
x6
x2
x2485
x2
x4
x330
x2
x50
x1000
x14
x40
x3
x5
x2
x2
x20
x3
x17
x80
x5
x4
x2
x65
x50
x2
x3
x5
x33
x2
x3
x50
x3
x75
x4
x3
x220
x105
x30
x4
x265
x32
x20
x57
x10
x14
x4
x18
x115
x100
x73
x84
x258
x50
x50
x8
x4
x2
x119
x750
x191
x10
x629
x300
x70
x48
x8200
x5020
x2
x6
x40
x1000
x835
x14
x675
x14
x1457
x171
x64
x2180
x52
x1025
x372
x220
x262
x140
x393
x91
x430
x181
x170
x110
x136
x998
x576
x91
x390
x12
x99
x1
โพสต์ 2018-12-3 12:47:53 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย kingowen2 เมื่อ 2018-12-3 13:07

โรลอิสระ

แฟต์แบล็ก

ภายในสุสานแห่งหนึ่งที่ภายในสถานที่นั้นเงียบสงบเป็นอย่างมากก็ได้รูปร่างเงาคล้ายๆคนหนึ่งคนและม้าหนึ่งตัวกำลังนั่งลงกับพื้นดินที่กำลังเตรียมจะทำการอะไรบ้างอย่างอยู่

"นี้เจ้าม้านี้ก็ผ่านมาสามปีแล้วนะเจ้ากับข้ากำลังนั่งมองพื้นดินให้มันมีต้นไม้งอกออกมากลายเป็นต้นไม้ทองคำหรือไงกันห่ะ"

"ฮี่ ฮี่ ฮี่"

โดยภายในระยะเวลาสามปีที่ผ่านมานั้นทั้งสองคนได้เดินทางผ่านกันหลายเมืองจนในปีสุดท้ายก็มานั้งจับเข่ากลายเป็นคล้ายๆคนเฝ้าสุสานแถวนี้ไปซะงั้นจนคนแถวนี้เค้าเรียกกันว่าชายสติไม่ดีเพราะทั้งคนและม้าเอาแต่นั่งนอนกินภายในสุสานโดย ที่จะออกนอกสุสานก็ต่อเมื่อออกไปซื้อหาสเบียงและก้อาบน้ำร่วมถึงของใช้ต่างๆเท่านั้นส่วนเวลาที่เหลือก็คือนั่งนอนภายในสุสานเท่านั้นเอง

"เอิ่มก็เอาเถอะถือว่าเรามาสงบจิตสงบใจภายในสุสานแห่งนี้ล่ะกัน"

เฉินอี้ที่ตอนนี้กำลังเม่อมองไปยังสิ่งรอบข้างของตนเองที่ตอนนี้นั้นเต็มไปด้วยความเงียบสงบและบรรยากาศที่แปลกๆออกมาแต่ตนเองก็หาได้สนใจไม่ยังคงเม่อมองพร้อมกับกรุ่นคิดเรื่องภายในอดีตของตนตั้งแต่ที่เกิดมาจนถึงตอนนี้ว่าตนได้ผ่านอะไรมาบ้างแล้วตนนั้นจะต้องทำอะไรต่อไปในอนาคตอันใกล้นี้

"เห้อ แม่นางเหมยถงป่านนี้จะเป็นอย่างไรบ้างถ้าฝนตกท่านจะเปียกไหม หรือว่าหิมะตกท่านจะป่วยไหม……...ที่เราเป็นห่วงแม่นางคงเพราะแม่นางคือเพื่อนของเราใช่ๆเราเป็นห่วงเพื่อนของเราถือว่าไม่ผิดอ่ะไรใช่ไหมเจ้าม้า"

เฉินอี้ที่กำลังพึมพำก็หันไปมองเจ้าม้าที่ตอนนี้กำลังทำหน้าแสยะยิ้มแล้วก็ส่ายหัวส่ายก้นไปมา

"เดี่ยวเถอะเจ้าม้าอยากจะกลายเป็นม้าแดดเดียวไหมห่ะถ้ามาล้อเลียนข้าอีกพ่อจะจับไปทำเป็นม้าแดดเดียวแล้วเอาไปขายเลยเหอะๆๆ"

หลังจากที่ขู่เจ้าม้าเสร็จแล้วเฉินอี้ก็เดินไปรอบๆท่ามกลางหลุมศพเหล่านี้ จนได้มีความคิดหนึ่งที่แล่นขึ้นมาภายในสมอง

"จริงสิถ้าข้ามีมีวิชาปลุกซากศพเหล่านี้ให้มาเป็นพวกได้ข้าก็จะมีกำลังไปแก้แค้นให้กับท่านพ่อและก็ยังสามารถกำจัดพวกขุนนางชั่วที่กดขี่ประชาชนทั้วไป ในแผ่นดินนี้มีคนอีกมากมายที่ไม่มีแม้แต่ข้าวซักมื้อที่ตกถึงท้องบางครอบคัวต้องขายลูกสาวของตนเพื่อความอยู่รอด พวกขุนนางที่คอยสูบรีดภาษีจำนวนมากจากประชาชนคนในตระกูลใหญ่ที่ใช้อำนาจข่มเห่งคนทั่วไปเหล่าวจอมยุทธ์ที่กระทำแต่ใจของตนเองโดยไม่สนว่าจะมีใครบ้างที่ต้องเดือดร้อน ข้า…...มันไร้ความสามารถทำให้ท่านพ่อต้องตายท่านแม่ก็ต้องอยู่อย่างตรอมใจ"

ตอนนี้เฉินอี้กำลังกำหมัดของตนแน่นพร้อมทั้งกับน้ำตาที่ไหลออกมาภายในดวงตาคู่นี้โดยที่เจ้าม้าก็คอยอยู่ดูห่างอย่างห่วงๆ

"พอแล้วพอกัน!!!ข้าเฉินอี้จะไม่ทนอีกต่อไปข้าขอสาบาน ณ ที่แห่งนี้ให้เหล่าดวงวิญญาณที่ตายที่นี้จงเป็นพยานให้ข้าตราบใดข้ายังอยู่ข้าจะต้องเปลี่ยนแปลงประเทศนี้ให้ได้จะต้องไม่มีคนหิวโหย จะต้องไม่มีคนที่โดนรังแก จะต้องไม่มีคนที่ต้องตายเหตุเพราะจะต้องเหตุผลอันไร้สาระของพวกขุนนางอีกต่อไป!!!!"

พร้อมกับที่ตนเองนั้นเงยหน้าขึ้นมามองไปทั่วสุสาน ที่เวลานี้เริ่มมีลมแรงพร้อมกับบรรยากาศที่แปลกๆออกมาเรี่อยๆ

"พวกท่านพอใจอย่างงั้นหรือที่ต้องมาตายในที่แห่งนี้ตายโดยที่โทษเป็นเพราะความผิดของฟ้าเพราะว่าพวกท่านเกิดมาจน เกิดมาไม่สมประกอบ หรือเกิดมาเพราะไม่มีครอบครัว ดีๆในเมื่อพวกท่านไม่ยอมลุกขึ้นจากความตายมาเรียกร้องความยุติธรรมให้กับตนเองงั้นข้าจะเรียกร้องให้กับพวกท่านเองพวกท่านก็คอยดูข้าจากในหลุมต่อไปเถอะ"

พร้อมกับที่สองหมัดที่กำมือแน่นจนเห็นเส้นเลือดที่โผล่ออกมา พร้อมกับความตั้งใจที่แน่วแน่ของตนที่ต้องกระทำให้ได้
@Admin

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +2 คุณธรรม โพสต์ 2018-12-3 15:24

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +35 ความหิว -32 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 35 -32 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เกราะทองแดง
ง้าวมรกต
กลยุทธ์ซุนจื่อ
ม้าวายุทมิฬ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x5
x1
x92
x10
x1
x2
x4
x58
x100
x1
x60
x50
x50
x8
x50
x26
x6
x4
x5
x1
x100
x80
x5
x10
x10
x10
x11
x1
x3
x30
x30
x50
x1
x50
x15
x30
x60
x95
x55
x50
x1
โพสต์ 6 วันที่แล้ว | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เฉินอี้ เมื่อ 2018-12-8 21:54

โรลอิสระ

"เห้อเกือบไปไหมล่ะนี้ดีที่หนีมาทันแล้วไม่มีทหารตามมานะ"

ฮี่ ฮี่ ฮี่

ตอนนี้เฉินอี้แล้วเจ้าม้าก็กำลังนั่งพิงต้นไม้ภายในสุสานแห่งเดิมที่ตนเคยมากันแล้วโดยที่บริเวณโดยรอบนั้นก็เงียบสงบยามค่ำคืนก็มีบรรยากาศที่น่าอยู่มาก

"มากี่ครั้งบรรยากาศก็น่าอยู่เช่นเคยนี้ๆเจ้าม้าเรามาอาศัยที่นี้กันตลอดดีไหมบรรยากาศก็ดี ร่มรื่นเงียบสงบมาก"

โดยที่ระหว่างเฉินอี้กับเจ้าม้ากำลังคุยกันอยู่นั้นก็เหมือนมีสายตากำลังจ้องมองทั้งสองอยู่ในเงามืดโดยที่จ้องมองจนกระทั้งเจ้าม้ารู็สึกได้

ฮี่ ฮี่ ฮี่

"ใครนะออกมานะ!!!"

พร้อมกับที่เจ้าม้าลุกขึ้นพร้อมส่งเสียงร้องไปยังทิศทางที่มีสายตาจ้องมองอยู๋โดยที่เฉินอี้ก็หยิบอาวุทขึ้นมาเพื่อป้องกันตนเองเอาไว้เหมือนกัน

"ข้าบอกให้ออกมาอาวุทไม่มีตาถ้าไม่ออกมาข้าจะเข้าไปเองนะ……...ดีถ้างั้นข้าจะเข้าไปล่ะนะ"

ระหว่างที่เฉินอี้เตรียมตัวที่จะเข้าไปนั้นก็มีเสียงร้องไพเราะออกมาจากหลังต้นไม้ว่า

"ช้าก่อนท่านข้าไม่ได้ตั้งใจทำให้ท่านโกรธข้ากำลังออกไปแล้ว"

พร้อมที่มีร่างบางของหญิงสาวที่ใส่ผ้าคลุมผิดหน้าปิดตาของตนเองไว้โดยที่แต่งกายไม่อาจมองเห็นได้ชัดว่าเป็นเช่นไรเพราะแสงจันทร์ในคืนนี้นั้นไม่ได้มีแสงสว่างมากมายนัก

"ผู้หญิง?ถ้าเช่นนั้นแม่นางก็เชิญเข้ามาขอรับข้าน้อยต้องขออภัยด้วยขอรับที่ทำไปก่อนหน้านั้น"

"มิเป็นไรท่านเป็นข้าเองที่ทำให้ท่านต้องระแวงแล้วโกรธมากนักข้าก็ต้องขออภัยท่านด้วย"

"โอ้ถ้าเช่นนั้นก็เชิญแม่นางเข้ามาขอรับแม่นางหนาวไหมเดี่ยวข้าน้อยจะจุดไฟให้ขอรับเผื่อแม่นางจะหนาวขึ้นมา"

"ไม่ต้องหรอกเจ้าค่ะข้านั้นไม่ร้อนเท่าไหร่"

โดยที่ยังไม่ทันรอให้เฉินอี้ได้พูดอะไรต่อแม่นางคนนั้นก็เดินมานั่งตรงข้ามกับเฉินอี้อย่างรวดเร็วจนแม้กระทั้งเฉินอี้นั้นก็มองไม่ทัน

"เชิญนั่งค่ะท่าน"

"เอ่อ…..ขอรับ"

หลังจากที่ทั้งสองนั่งลงเรียบร้อยแล้วทั้งสองก็ได้นั่งคุยกันหลายเรื่องโดยที่ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเดี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนชาวบ้านทั่วไปรวมทั้งอาหารการกิน ประเพณีวัฒนธรรมหรือแม้กระทั้งการเมืองแล้วก็หลักคำสอนต่างๆ

"แม่นางนี้…...รู้เรื่องเยอะจังเลยนะขอรับเรื่องบางเรื่องข้าน้อยยังไม่รู้เลยถ้าไม่ได้แม่นางนี้ข้าน้อยก็ยังไม่รู้อีกหลายเรื่องเลย"

"ฮิอิอิ ไม่ขนาดนั้นหรอกท่านตัวข้าก็แค่พอรู้อะไรมาบ้างเท่านั้นเองค่ะ"

"แล้วแม่นางทำไมถึงมาอยู่ที่สุสานนี้ดึกๆล่ะขอรับมันไม่ใช่เวลาที่ท่านจะมาที่นี้นะขอรับเพราะมันอันตรายท่านเป็นหญิงสาวเช่นนี้มันจะไม่ปลอดภัยนะขอรับ"

"อิอิอิ ไม่เป็นไรค่ะตัวข้าพอจะดูแลตัวเองได้หรือว่าท่านเป็นห่วงข้าหรือเจ้าค่ะ?"

"เอ่อ…..ใช่ขอรับ"

"ทำไมหรือค่ะท่านทำไมถึงพูดกระตุกกระตักมีอะไรหรือค่ะ"

พร้อมกับที่แม่นางคนนนั้นก็ลุกขึ้นแล้วยื่นหน้าไปเกือบจะติดหน้ากับเฉินอี้จนทำให้เฉินอี้นั้นตกใจจนล้มลงทันที

"อิอิอิท่านนี้ตลกจังนะคะถ้าไงก็ระวังตัวด้วยงั้นข้าไปก่อนนะท่านอืมท่านมีชื่อว่าอะไรหรือค่ะ?"

"ข้าน้อยชื่อ เฉินอี้ขอรับ"

"ท่านเฉินอี้ ชื่อดีจังนะค่ะถ้างั้นไว้ครั้งหน้าเจอกันไหมนะเจ้าค่ะ"

พร้อมกับที่แม่นางคนนั้นได้เหาะเหินลอยไปกลางอากาศทันที

"นางเซียน?หรือว่าผีสาว?"

พร้อมกับเฉินอี้ที่นั่งเม่อลอยไปยังทิศทางของแม่นางคนนั้น……………..

@Admin

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +2 ความโหด โพสต์ 6 วันที่แล้ว

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -62 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -62 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เกราะทองแดง
ง้าวมรกต
กลยุทธ์ซุนจื่อ
ม้าวายุทมิฬ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x5
x1
x92
x10
x1
x2
x4
x58
x100
x1
x60
x50
x50
x8
x50
x26
x6
x4
x5
x1
x100
x80
x5
x10
x10
x10
x11
x1
x3
x30
x30
x50
x1
x50
x15
x30
x60
x95
x55
x50
x1
โพสต์ 4 วันที่แล้ว | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เฉินอี้ เมื่อ 2018-12-10 23:30

โรลอิสระ

"เห้อ หวังว่าคืนนี้แม่นางคนนั้นจะยังคงอยู่นะเพราะข้าก็จะไม่ได้อยู๋ที่นี้อีกหลายวันเลย"

ตอนนี้เฉินอี้ที่กำลังบ่นพึมพัมกับตัวเองนั้นกำลังรอคอยเวลายามดึกอีกครั้งเพื่อที่จะได้พูดคุยกับนางเซียนอีกครั้งหนึ่ง

"แล้วสรุปนางเป็นเซียนเป็นปีศาจหรือเป็นคนกันแน่นะเจอกันคราวแล้วข้าก็ไม่ได้ถามชื่อเสียด้วยแต่ถ้านางถามชื่อข้านางควรจะเป็นคนใช่ไหม? หรือว่าท่านเป็นเทพเซียนเลยจะให้โชคลาภกับข้า"

หลังจากที่ท้องฟ้าเริ่มดึกเฉินอี้แล้วก็เจ้าม้าก็นั่งกันที่เดิมพร้อมกับก่อกองไฟแล้วพร้อมกับที่บรรยากาศที่ร่มสงบแล้วก็ลมพัดไปมาอย่างเบาๆ

"เวลานี้สิที่นางเซียนคนนั้นจะมาหรือเปล่าวนะคืนนี้จะมาอีกไหมนะ"

"ท่านเฉินอี้ยังไม่ไปหรือเจ้าค่ะ?"

พร้อมกับเสียงของนางเซียนที่โผล่มาจากไหนก็ไม่รู้พร้อมกับที่แต่งกายชุดเดิมเมื่อคราวแล้วที่แล้วพร้อมกับเดินมานั่งยังที่ตรงข้ามกับเฉินอี้อย่างรวดเร็วอีกครั้ง

"เอ่อ…….นางเซียนท่านเป็นเซียนจริงๆด้วยใช่ไหม"

"นางเซียน?อิอิอิ ท่านเรียกข้าว่านางเซียนหรือเจ้าค่ะ?"

"เ่อ่อก็แม่นางไม่ใช่เซียนหรือขอรับ ก่อนจากไปท่านยังลอยขึ้นไปบนฟ้าเลยนะไ่ม่ใช่ขอรับ?"

เฉินอี้ที่ตอนนี้กำลังทำท่าทางประกอบแสดงให้กับนางเซียนได้ดู

"ข้าหาใช่นางเซียนไหมท่านเข้าใจผิดแล้วนะท่านเฉินอี้ ข้าอาจจะเป็นเพียงภูตผีที่มีร่างจำแลงแบบนี้ก็ได้"

"แล้วร่างจริงท่านเป็นโครงกระดูกในสุสานแห่งนี้หรือขอรับ?"

เฉินอี้ที่ตอนนี้กำลังสงสัยว่าสภาพที่แท้จริงว่าร่างจริงของแม่นางคนนี้นั้นจะเป็นแบบไหนไปต่างๆนาๆ

"ท่านอย่าได้หาสนใจเลยว่าจะเป็นคนหรือผีแค่รู็ว่าข้าไม่ทำร้ายท่านหรือคิดร้ายต่อท่านก็พอแล้วอิอิอิ"

ไม่รู้เป็นเพราะเสียงที่นางเซียนข้างหน้าตนนั้นที่เปล่งออกมามีความไพเราะหรือว่าต้องมนต์สะกดเอาไว้เลยทำให้เฉินอี้นั้นเชื่อนางสุดใจอย่างที่นางพูดออกมาทั้งที่ปกติตนเองจะเป็นคนขี้ระแวงแล้วก็ไม่เชื่อใจใครง่ายๆ

"ถ้านางเซียนพูดเช่นนั้นข้าก็ดีใจนี้นางเซียนข้าอาจจะไม่อยู่หลายวันนะคงจะไม่ค่อยได้เจอหน้านางเซียนแล้วล่ะ"

"เช่นนั้นท่านเฉินอี้จะไปที่ใดอย่างงั้นหรือ?"

"ออข้าว่าจะเดินทางไปฉางอันดูการแสดงนะเห็นชาวบ้านเค้าบอกกันว่าเป็นารแสดงที่น่าดูมากเลยนางเซียนสนใจจะไปดูกับข้าไหมล่ะ?"

"โอ้ท่านเฉินอี้จะเชิญข้าให้ไปดูด้วยแต่ว่า…...ข้าขอรับด้วยน้ำก็พอแล้วขอให้ท่านชมการแสดงแล้วกลับมาเล่าให้ข้าฟังบ้างล่ะกันนะคะ"

"อ้าวนางเซียนไม่ไปกับข้าหรือเพราะว่าท่านรังเกียจข้าเช่นนั้นหรือ?"

"ไม่ใช่เช่นนั้นแต่ข้าไม่สามารถไปได้ต่างหาก…….ส่วนเหตุผลนั้นท่านก็อย่าได้ถามหาเลยข้าไม่สะดวกใจจริงๆที่จะบอกกล่าว"

โดยที่ภายใต้ผ้าคลุมนั้นเฉินอี้ไม่สามารถรู้ได้ว่าสีหน้าของนางเป็นอย่างไรแต่น้ำเสียงของนางที่บอกออกมานั้นเป็นน้ำเสียงที่เศร้าอย่างมาก

"ถ้าเช่นนั้นข้าจะกลับมาเล่าให้ท่านฟังแล้วกันและข้าจะนำเอาของฝากมาให้ท่านด้วย"

"จริงนะท่านเฉินอี้ข้าจะรอล่ะกัน......."

"ได้สินางเซียนข้าเฉินอี้พูดคำไหนคำนั้นไม่มีทางเปลี่ยนคำพูดเด็ดขาดแล้วนางเซียนจะเหาะไปเหมือนคราวที่แล้วหรือขอรับ"

โดยที่หลังจากเฉินอี้ได้หันกลับมานางเซียนก็หายไปแล้วเรียบร้อย
"อ้าวนางเซียนท่านไปไหนแล้วนางเซียน นางเซียนท่านได้ยินข้าไหมข้าเรียกท่านอยู่นะ นาง้ซียนท่านอย่าแกล้งข้าแบบนี้สินางเซียนตอนนี้ท่านไปไหนแล้ว นางเซียน!!!"
โดยที่เฉินอี้ตะโกนเรียกหาด้วยเสียงที่ดังก้องไปทั้งสุสานแต่ต่อให้ตะโกนมากไปแค่ไหนก็ไม่มีมีเสียงของนางเซียนกลับคืนมาเลยซักนิดเดียวโดยที่เฉินอี้ตะโกนไปได้ซักพักนั้นเองก็เริ่มรู็สึกหน้ามืดแล้วก็สลบล้มไปโดยก่อนที่จะล้มนั้นก็พูดคำหนึ่งก่อนจะล้มคือคำว่า
"นางเซียน........."
@Admin


แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +10 ความชั่ว +3 ความโหด โพสต์ 4 วันที่แล้ว

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -96 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -96 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เกราะทองแดง
ง้าวมรกต
กลยุทธ์ซุนจื่อ
ม้าวายุทมิฬ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x5
x1
x92
x10
x1
x2
x4
x58
x100
x1
x60
x50
x50
x8
x50
x26
x6
x4
x5
x1
x100
x80
x5
x10
x10
x10
x11
x1
x3
x30
x30
x50
x1
x50
x15
x30
x60
x95
x55
x50
x1

ข้อความล้วน|อุปกรณ์พกพา|

Copyright © 2001-2012 | The Legend of Wulin  สงวนลิขสิทธิ์ | GMT+7, 2018-12-14 11:36

ขึ้นไปด้านบน