กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบอุปกรณ์พกพา | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์
ดู: 653|ตอบกลับ: 55

{ เกาะไต้หวัน } ตำหนักไถหนัน | 台南

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-10-26 02:49:29 |โหมดอ่าน







ตำหนักไถหนัน | 台南

{ เกาะไต้หวัน }



【ตำหนักไถหนัน】
ตำหนักบนยอดเขาบูรพามีอีกชื่อเรียกว่า 'ตำหนักผาบูรพา-ตงเยว่เตี้ยน' สถาปัตยกรรมโดดเด่นปราณีต
สามารถมองเห็นยอดตำหนักที่สร้างจากทองคำได้จากระยะไกล รูปแบบการจัดวางคล้ายแผ่นดินใหญ่
ด้านหน้ามีรูปหล่อตราสัญลักษณ์ต้าข่านและธงธิวของเผ่าจูเชว่เรียงราย แบ่งออกหลายส่วนกินพื้นที่ทั้งดอยสูง
เป็นสถานที่พำนักของบุรุษผู้ทรงอำนาจที่สุดบนเกาะแห่งนี้ 'ต้าข่านจูเชว่'
ผลจากที่ต้าข่านฝึกเคล็ดวิชาอัคคีทลายนภาได้สำเร็จ ทำให้ร่างของเขามีไอความร้อนตลอดเวลา
หากผู้ใดสัมผัสจะรู้สึกราวกับโดนไฟลวกไม่สามารถแตะต้องได้นาน บริวารส่วนใหญ่ในตำหนักจึงเป็นพวกที่มีวรยุทธ์
เพื่อสามารถรับใช้ต้าข่านได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง








เจ้าตำหนัก
ต้าข่านแห่งไต้หวัน
จูเชว่ ชางหยู > ประวัติเพิ่มเติม <

อุปนิสัย : เด็ดเดี่ยวหนักแน่น เผด็จการไม่เคร่งตามแบบแผน ชอบสร้างกฎเกณฑ์ของตนเองแล้วให้ผู้อื่นทำตาม วิเคราะห์สถานการณ์และหาลู่ทางให้ตนเองได้เสมอ ชอบสะสมคนมีความสามารถไว้ใช้งาน เชื่อมั่นในตนเองมากถึงมากที่สุดมีอัตตาเป็นแรงผลักดัน มีรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงแววตาพูดจาห้วนมะนาวไม่มีน้ำ ใช้การสั่งมากกว่าร้องขอ เป็นคนที่ลูกน้องรักสามารถฝากชีวิตได้ และเป็นฝันร้ายของศัตรูด้วยความดุดันในสนามรบ อำมหิตกับศัตรูและคนทรยศ ช่างสรรหาสารพัดวิธีมาทรมานให้ตายอย่างช้าๆ ชอบสยบคนที่ต่อต้านปราณีเฉพาะผู้ที่ยอมภักดีและศิโรราบ ตลกหน้าตาย ขี้รำคาญเมื่อเป็นเรื่องทั่วไปโดยเฉพาะเวลาถูกรบกวน ไม่ไว้วางใจใครง่ายๆ แต่ก็สามารถล่อลวงคนให้ทำงานกับตนด้วยผลประโยชน์ทั้งลูกล่อลูกชน ทำตามอำเภอใจ เกลียดการโกหกแม้จะสวยหรูแค่ไหนก็คือการโกหกอยู่ดี เป็นคนรักษาสัจจะและคำพูด สิ่งใดที่เขาต้องการจะไม่เคยปล่อยให้หลุดมือ

** นอกจากจะเป็นบุรุษที่ทรงอำนาจมากที่สุดบนเกาะแล้ว
ยังจัดเป็นบุคคล อันตราย ที่สุดบนเกาะอีกด้วย **







คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 Point +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 10

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2018-10-27 09:20:34 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LingHao เมื่อ 2018-10-30 15:35




♦ เรื่องราว 3 ลำนำบุพเพต่างภพ ♦
สวัสดีวิถีนางซิน
657
มันคุ้นๆ นะว่าไหม






      ขณะกำลังเร่งเดินทางบ่าวไพร่และผู้ติดตามกำลังง่วนกับการทำงานของตน จึงไม่มีใครให้ความสนใจกับจุดเล็กๆ ที่หน้าต่างรถม้าว่ามีผีเสื้อตัวน้อยกำลังโบยบินขยับปีกหลากสี หากลองสังเกตุให้ดีจะพบว่านั่นมีใช่ของจริง แต่เป็นลวดลายของลูกบอลแพรปักที่ปราณีตงดงาม หลิงหลานไม่มีอะไรทำนางเอาบอลผ้าของตนแกว่งไปมาเล่น หน้าที่ของนางรำที่ตกแต่งประดับกายแล้วก่อนออกแสดงก็คือ ‘การรอ’

 

       เมื่อคืนนี้ก็ง่วนอยู่กับลวดลายผีเสื้อจันทราเสียนาน ดีว่าทำออกมาทันเวลานับเป็นผลงานที่น่าภูมิใจ ‘ติดก็แต่โดนแก้ชุดนี่ล่ะ เฮ้อ’ ร่างอรชรบนรถม้ากลอกตาซ้ายขวานางอยู่ในกระโปรงกรีดกรายปักเลื่อมลายนกยูงตัวยาว และอย่า… อย่าได้หวังว่าผ้าบางปีกจั่กจั่นนี่สามารถให้ความอบอุ่นในฤดูใบไม้ร่วงได้ เอามาซ้อนทับกันหลายชั้นแล้วยังไง... สายลมโกรกทีทะลุทะลวงไปถึงไหนต่อไหนคิดแล้วมันกลุ้ม!!

 

       สตรีผมเงินคิดแล้วส่ายหน้า จะประดับปิ่นเงินทรงเมฆาเหินรวบจนหนังหัวตึงก็แล้วไปเถอะ แต่กับอาภรณ์ร่ายรำโดนเลาะบ่าเปิดไหล่ทั้งแถบเหลือแค่เกาะอกแปะไว้ น่าหวาดเสียวเสียนี่ปะไร ฉินปานรั่วผู้นั้นมีความแค้นกับตนหรือ?

 

      หากก้าวพลาดเหยียบชายชุดทีมีหวังล่อนจ้อนต่อหน้าผู้คน!!

 

       ขบวนเกวียนและรถม้าเคลื่อนตัวออกจากคฤหาสน์อูคงในเวลาเช้าตรู่ เมื่อมาถึงดอยเจาอวิ๋นก็ใกล้ยามซื่อเต็มที นางถูกพ่อบ้านเรียกลงจากรถม้าค่อนข้างจะลำบากอยุ่บ้าง เพราะชายกระโปรงที่รุ่มร่าม ดังนั้นกว่าจะผ่านธรณีประตูใหญ่ก็เกือบจะกลิ้งลงดอยไปหลายหน ร่างอรชรมีบ่าวผู้หนึ่งส่งแขนมาประคอง เพราะขึ้นร่ายรำจึงประดับปลอดนิ้วยาวเฟื้อย… ไม่ได้ตั้งใจก็จิกลงอีกฝ่ายจนหน้าเขียว

“ขอโทษจริงๆ ขอโทษๆ” พึมพำไปก็พยายามรักษามาดสง่าอย่างสุดความสามารถ

       “หลิงหลานเจ้าตามข้ามาทางนี้” อูคงเหยาลงจากหลังม้าสามารถเห็นนางในอาภรณ์โดดเด่นได้ก่อนใคร ก่อนนำหญิงสาวไปยังส่วนจัดเตรียม ระหว่างเดินตามเจ้านายนางสังเกตุได้ว่าสถาปัตยกรรม ตั้งแต่หัวสิงห์หน้าประตูใหญ่มีความคุ้นตาและคล้ายคลึงกับดินแดนที่ตนจากมาอย่างน่าประหลาด ‘หลังคากระเบื้องแบบนี้… กำแพงสูงล้อมรอบสวนป่านั่นเรือนหมู่ใช่ไหมน่ะ!!’

        “เจ้านาย… สถานที่แห่งนี้คือ?” นางปล่อยแขนพี่ชายที่น่าสงสารก่อนหมุนมองรอบๆ หอสูงและการจัดวางเรือนดูคล้ายคฤหาสน์ในฉางอันจริงๆ

        “พระตำหนักไถหนันที่ประทับของต้าข่าน… อย่างพวกเจ้าคงเรียกว่าวัง” แม้ต้าข่านจะมีตำหนักหลายหลังจากความ ‘มั่งคั่ง’ ที่สหายเขาถวายให้ แต่เพราะตำหนักแห่งนี้อยู่ในเขตปกครองเดิมของเผ่าจูเชว่เทียบกันแล้วจึงคล้ายราชวังหลัก เป็นสถานที่รับรองแขกสำคัญและงานเฉลิมฉลองที่มีต้าข่านเป็นองค์ประมุข

       หลิงหลานยิ่งสงสัยเข้าไปอีก “ต้าข่าน…? คือว่า ต้าข่านทรงเคยไปเยือนแดนฮั่นหรือเจ้าคะ?”

       “แดนอะไร… ไม่นี่ท่านก็อยู่ดินแดนนี้มาตั้งแต่ต้น” อูคงเหยาไม่ใส่ใจคำถามเลื่อนเปื้อนของนางนัก หลังพาอีกฝ่ายไปยังห้องรับรองที่จัดไว้ไม่ไกลจากจุดแสดงก็เอ่ยกำชับ “เจ้าคอยอยู่ด้านในอย่าวุ่นวายพอข้าเรียกค่อยออกมา”

       “ช้าก่อนเจ้าค่ะนายท่าน!!” ก่อนคล้ายหลังบุรุษชุดนิลหญิงสาวเรียกเขาเพียงหันมามองนิ่งๆ แฝงนัยว่ามีอะไรให้รีบพูดมา “คือข้า.. ข้าไม่อยากอยู่คนเดียว” อย่างน้อยมีเพื่อนคุยก็ยังดี บรรยากาศด้านในสถานที่แห่งนี้แปลกๆ บางทีตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาตนยิ่งสามารถรู้สึกได้ถึงความตึงเครียดของทุกคนเด่นชัดขึ้น ‘เมื่อครู่ขนย้ายของยังไม่มีใครกล้าทำเสียงเอะอะ... ออกจะเงียบเกินไปแล้ว’


       อูคงเหยาถอนหายใจเล็กน้อยอาจเพราะรูปลักษณ์ภายนอก ตนจึงมองทาสสาวคนนี้เป็นผู้ใหญ่ ลืมเสียสิ้นว่านางยังเยาว์วัยและหุนหันงานนี้มีโอกาสผิดพลาดสูงทีเดียว “ทุกคนมีงานต้องรับผิดชอบไม่ว่างมาคอยดูแลเจ้าตลอดเวลาหรอก หลิงหลานหน้าที่ก็แค่ร่ายรำออกมาให้ดีที่สุดไม่ต้องกังวลถึงเรื่องใดทั้งนั้น เข้าใจรึไม่?”

       “ถ้า.. ถ้าข้าทำออกมาได้ดีเจ้านายจะมีความสุขไหมเจ้าคะ?” ฟังแล้วเหมือนเป็นการกล่าวลำแปลกๆ

       “ทุกคนจะมีความสุข...” อูคงเหยาออกไปสะสางงานของตนต่อ ปล่อยหญิงสาวนั่งรอเพียงลำพัง แน่นอนว่าตราบใดที่หัวยังตั้งบนบ่าเขาและคนในคฤหาสน์สมควรต้องมีความสุข









คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +7 เงินตำลึง +500 ความหิว -34 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 7 + 500 -34 + 5

ดูบันทึกคะแนน

เมื่อได้พบท่านจึงได้ทราบความหมายของชีวิต เมื่อคิดถึงท่านจึงได้รู้ว่าลมหายใจที่มีอยู่คุ้มค่าแล้ว
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ผ้าคลุมซู่ฮว่ากวง
ปราณสำนึก
กระบี่ราชาสามภพ(เก๊)
หมัดพื้นฐาน
เอ้อหูจั่วลู่
ตัวเบาร่มนภา
รูปปั้นเจ้าแม่หนี่วา
เซ็กเธาว์
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x16
x1
x4
x20
x30
x1
x5
x3
x130
x100
x939
x5
x5
x20
x50
x1
x1
x5
x60
x64
x4
x9999
x160
x1
x1
x2
x12
x260
x280
x9999
x4500
x5
x20
x120
x2
x40
x287
x9999
x1000
x30
x264
x1
x10
x160
x210
x270
x34
x3
x3
x6
x96
x7
x14
x22
x8
x1450
x290
x175
x360
x200
x11
x9999
x9
x58
x3312
x3
x9
x84
x200
x5
x11
x147
x9999
x16
x7
x182
x715
x6
x15
x1
x48
x285
x60
x4
x80
x2
x15
x2
x2
x242
x1
x3
x2
x413
x460
x10
x619
x665
x340
x1575
x172
x2349
x1
x2
x5
x5
x283
x4312
x3350
x660
x705
x4
x306
x670
x110
x252
x52
x523
x500
x18
x15
x74
x1419
x1586
x940
x1240
x1412
x69
x844
x1
x1533
x30
x2212
x1
x105
x107
x51
x1
x7
x836
x382
x151
x111
x1684
x1224
x179
x67
x9999
x1529
x652
x1164
x2868
x740
x1368
x1721
x1617
x869
x20
x1
x29
x1256
x355
x33
x1
x8133
x740
x67
x150
x20
x48
x362
x778
x60
x455
x130
x300
x18
x169
x157
x10
x45
x30
x9999
x4
x332
x70
x154
x35
x31
x9
x446
x51
x1
x273
x1140
x1850
x123
x10
x20
x10
x85
x409
x10
x130
x905
x7
x30
x1988
x203
x2
โพสต์ 2018-10-27 14:45:02 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LingHao เมื่อ 2018-10-30 13:06



♦ เรื่องราว 3 ลำนำบุพเพต่างภพ ♦
สวัสดีวิถีนางซิน
658
งานเลี้ยงเจ็ดโจรสลัด






       บนตักของหญิงสาวมีไข่สีทองเปล่งปลั่งใบหนึ่ง ส่องแสงสว่างมลางเมลืองเมื่อว่างและไม่รู้ว่าต้องรอไปจนถึงเมื่อไรนางได้ยกเอา ‘เหยากวง’ ออกมาคุยเล่น ตามบันทึกที่หลิงเฮ่าเขียนไว้ว่าได้ไข่ใบนี้มาจากพ่อค้าคาราวาน ระหว่างเดินทางผ่านทะเลทรายฟังว่ามันอยู่มาสามชั่วอายุคนยังไม่ฟัก

       “ไข่น้อย… เจ้าไม่อยากออกมาดูโลกใบนี้หรอ?” มีตนในห้องคนเดียวก็คุยกับไข่ได้

       “นั่นสินะข้างนอกคงน่ากลัวเกินไป ไม่ทั้งคนดีและไม่ดี” มือน้อยลูบไปมาระวังไม่ให้เล็บข่วนโดน

       “บางครั้งขนาดต้าเจี่ยเองก็คิดว่าไม่น่าลืมตาขึ้นมาเลย หลับไปเรื่อยๆ คงดีกว่า”

       “แต่ถ้าทำแบบนั้นคงอดกินของอร่อยแน่….ไม่เอา ไม่เอา คิดแล้วตื่นล่ะดีที่สุด”

       “...................” หากไข่ฟักออกมาตอนนี้และพูดได้มันคงบอกว่า ‘เจ้าก็แค่ถังใส่ข้าวเห็นแก่กิน!!’


       ไม่รู้เพราะเหตุใด ภายในห้องพักก่อนการแสดงหลิงหลานรู้สึกได้ว่าตนเองราวกับเนื้อบนจานที่ถูกจัดแต่งไว้อย่างสวยงาม รอขึ้นโต๊ะเป็น ‘อาหารมื้อหลัก’ พร้อมเครื่องเคียงครบชุด เห็นพรมขนสัตว์เนื้อละเอียดบนพื้น ดูฟูและนุ่ม… น่าลงไปกลิ้งเล่นชะมัดแต่ถ้าทำตามใจตัวเองล่ะก็ผมเสียทรงแน่นอน สำหรับวงจรความคิดหลิงหลานในหัวจะเป็นเช่นนี้


เบื่อ/ว่าง > กลิ้งบนพรมนอนสักงีบ > ผมเสียทรงชุดยับ > รำออกมาไม่ดี > เจ้านายดุ > อดกินข้าว

       “....โดนอดข้าวหนเดียวพอแล้ว ไม่ดีๆ” ละสายตาออกจากพรมขนสัตว์ตรงนั้นไปจ้องดอกจื่อเถิงหลัวในแจกันมุมห้อง ช่อกลีบสีม่วงอ่อนก้านเขียวสดตัดกับแจกันขาวดูสง่างามมีรสนิยม เหยากวงถูกเก็บลงกระเป๋าก่อนร่างเน่งน้อยจะลุกขึ้นเดิน คิดไปหยอกล้อบุปผา ยังไม่ทันที่ปลายปลอกเล็บสัมผัสกิ่งก้านเสียงเรียกก็ทำให้นางรั้งมือกลับ


        “เจ้าออกมาได้แล้ว” ตอนนี้เข้าสู่ยามเว่ยเป็นอูคงเหยาที่เห็นว่าสมควรแก่เวลา


       เจ้านายมิได้เข้ามาและไม่มีผู้ใดบอกเช่นกันแต่ร่างในชุดกรุยกรายกลับทราบว่าต้องไปที่ใด หลังคลุมผ้าโปร่งทอด้วยไหมเงินบางเบารูปลักษณของนางยิ่งคล้ายเทพธิดาอำพรางโฉม สองเท้าก้าวเหนือผืนพรมแดงที่สุดของปลายทางคือใจกลางห้องโถงกว้าง ยกพื้นประกอบด้วยไม้ดำลงยา ทั้งเงาวับและว่างเปล่าเปิดโล่ง รายล้อมไปด้วยด้วยโต๊ะของแขกทั้งซ้ายและขวา ‘นั่นคงเป็นโจรสลัดแขกสำคัญที่ว่า? เอ่.. ทำไมบางคนดูไม่คล้ายเลย’


       บุรุษสี่ สตรีสาม ที่โดดเด่นเห็นจะเป็นหัวโต๊ะทางซ้ายยังสวมหมวกฟางแม้เข้าที่ร่มในอาคาร รูปลักษณ์ถูกเงาบังท่าทีเงียบขรึมมิได้มองซ่อกแซ่ก รายที่สองตนถึงกับเหลียวมองอีกรอบ ‘ขุ่นพระ!! นั่นคนรึยักษ์!’ ขนาดนั่งอยู่ยังสูงกว่าหลิงหลานที่กำลังยืนเสียอีก เทียบกันแล้วขนาดไม้จิ้มฟันเจอเสาท้องพระโรง สายตาเขาดุดันนัก คาดว่าเป็นบุรุษที่ห้าวหาญมากทีเดียว ยังไม่ทันสำรวจรายที่สามเสียงของเจ้านายเรียกอีกหนว่าอย่ามัวชักช้า ร่างเน่งน้อยใต้ผ้าคลุมหน้าจึงย่างกรายขึ้นยกพื้น


       หลิงหลานประสานมือยืนอยู่ใจกลางเวทีก่อนหลับตารวบรวมสมาธิ พึ่งสังเกตเห็นม่านสีทองด้านหน้า บรรยากาศจากเงาร่างทะมึนที่แผ่ออกมารู้สึกกดดันราวกับมีกระบี่คมกริบมาจ่อคออย่างบอกไม่ถูก ‘สาบานนะว่างานเลี้ยง… ยังไม่ได้ยินเสียงหัวเราะเลยสักแอะ’


       “ฟู่ว…..” รวบรวมสติส่งเสียงลมหายใจพรั่งพรูแผ่วเบาดังสายพิณดีดเปล่าสิ่งที่ควรจะเริ่มก็ต้องเริ่มเสียที








คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +7 เงินตำลึง +500 ความหิว -14 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 7 + 500 -14 + 5

ดูบันทึกคะแนน

เมื่อได้พบท่านจึงได้ทราบความหมายของชีวิต เมื่อคิดถึงท่านจึงได้รู้ว่าลมหายใจที่มีอยู่คุ้มค่าแล้ว
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ผ้าคลุมซู่ฮว่ากวง
ปราณสำนึก
กระบี่ราชาสามภพ(เก๊)
หมัดพื้นฐาน
เอ้อหูจั่วลู่
ตัวเบาร่มนภา
รูปปั้นเจ้าแม่หนี่วา
เซ็กเธาว์
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x16
x1
x4
x20
x30
x1
x5
x3
x130
x100
x939
x5
x5
x20
x50
x1
x1
x5
x60
x64
x4
x9999
x160
x1
x1
x2
x12
x260
x280
x9999
x4500
x5
x20
x120
x2
x40
x287
x9999
x1000
x30
x264
x1
x10
x160
x210
x270
x34
x3
x3
x6
x96
x7
x14
x22
x8
x1450
x290
x175
x360
x200
x11
x9999
x9
x58
x3312
x3
x9
x84
x200
x5
x11
x147
x9999
x16
x7
x182
x715
x6
x15
x1
x48
x285
x60
x4
x80
x2
x15
x2
x2
x242
x1
x3
x2
x413
x460
x10
x619
x665
x340
x1575
x172
x2349
x1
x2
x5
x5
x283
x4312
x3350
x660
x705
x4
x306
x670
x110
x252
x52
x523
x500
x18
x15
x74
x1419
x1586
x940
x1240
x1412
x69
x844
x1
x1533
x30
x2212
x1
x105
x107
x51
x1
x7
x836
x382
x151
x111
x1684
x1224
x179
x67
x9999
x1529
x652
x1164
x2868
x740
x1368
x1721
x1617
x869
x20
x1
x29
x1256
x355
x33
x1
x8133
x740
x67
x150
x20
x48
x362
x778
x60
x455
x130
x300
x18
x169
x157
x10
x45
x30
x9999
x4
x332
x70
x154
x35
x31
x9
x446
x51
x1
x273
x1140
x1850
x123
x10
x20
x10
x85
x409
x10
x130
x905
x7
x30
x1988
x203
x2

613

กระทู้

2348

โพสต์

53หมื่น

เครดิต

( º﹃º ) หิวปลาปิ้ง!! <''Xx&

เงินชั่ง
2881061
เงินตำลึง
9420758
ชื่อเสียง
223838
ความหิว
1175

ป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV2)

คุณธรรม
1039
ความชั่ว
501
ความโหด
1180
♦ เหยากวง ♦
เลเวล 1

จวง ถิงซู่

" น้องหลานระวังตัวด้วย "
pet
โพสต์ 2018-10-30 15:28:57 | ดูโพสต์ทั้งหมด




♦ เรื่องราว 3 ลำนำบุพเพต่างภพ ♦

สวัสดีวิถีนางซิน

659

 

มยุรารำแพนหาง






       นางฟุบอยู่ตรงนั้น… ณ ใจกลางเวทีที่ดำมืด อาจเพราะปราสจากสีสันใดบนตัวดุจหิมะแต้มกลางธารหมึกจึงขับเน้นให้ร่างเน่งน้อยโดดเด่น ไม่อาจมองข้าม… เพราะความเงียบและนิ่งไม่ไหวติง แขกผู้ทรงเกียรติบางท่านเริ่มงุนงงว่านักแสดงผู้นี้คิดทำสิ่งใด ปิดหน้าปิดตาจะว่านางรำก็ไม่ร่ายสักที หรือว่านั่งอยู่ตรงนั้นจนหลับไปแล้ว?


กริ้ง….


       “.........หลิ…” อูคงเหยาคิดจะกระตุ้นว่าตนให้ออกมารำนะเฟ้ยไม่ใช่นอนเล่น เสียงกระพรวนเงินก็แว่วขึ้นทีละน้อย เขาหันมองโดยรอบไม่ปรากฎนักดนตรีหรือผู้ช่วยคนอื่น ดังนั้นก็มีแค่.. ‘นาง’ ใจกลางห้องโถงที่กว้างใหญ่ เสียงกระพรวนดังถี่ขึ้นเป็นจังหวะเรียกเอาความสนใจไปรวมยังที่มา จุดนี้เองทั้งหมดเริ่มสังเกตได้ใต้ผ้าคลุมโปร่งไหมเงิน มีเงาลางของข้อมือเล็กๆ กำลังขยับสั่นไหวและกำไลกระพรวนหยอกล้อเสียงเป็นทำนองเพลง


กรุ้งกริ้ง… กริ้ง!

กรุ้งกริ้ง… กริ้ง!


       ร่างสีขาวเงินยังคงหมอบฟุบเสียงกระพรวนอีกโทนดังขึ้น ราวกับเร้าประสาทสัมผัสการแยกแยะเสียงของทุกคน ครานี้ผ้าเนื้อลื่นผืนยาวถูกสะบัดคว้างขึ้น สีสันลวดลายไม่เท้าความพลิ้วไหวที่ปลายผ้า ถ่วงไว้ด้วยตุ้มกระดิ่งทองเหลืองที่ให้เสียงทึบและหนักแน่นกว่า ทำนองเริ่มมีความแตกต่างเปลี่ยนแปลง จากสดใสกลายเป็นลึกลับเย้ายวนชวนค้นหาสิ่งที่หลิงหลานกำลังทำ ก็คือการปลุกเร้าประสาทสัมผัสทีละส่วนเริ่มจาก ‘โสตะ(การฟัง)’


       “ข้าชักอยากเห็นหน้านางขึ้นมาแล้วสิ” หลังกระดกจอกสุราสามขา แขกลำดับสามผู้ชื่นชอบความท้าทายเริ่มออกอาการ ด้วยรูปลักษณ์สำคัญยิ่งสำหรับการดึงดูดบุรุษอย่าง ‘ผิงซาน โหว’ หนึ่งในเจ็ดโจรสลัดซางอินที่ลือชื่อในน่านน้ำบูรพา ได้ยินสหายว่าดังนั้นชายร่างยักษ์ที่มีความสูงน่าพรั่นพรึงก็หันกลับไปมองที่ยกพื้นด้วย พลันขมวดคิ้ว “มีแต่เสียงกี๊งกั๊ง เมื่อไรนางจะรำสักทีมัวลีลาอยู่นั่น”

       “หึหึ…. เจ้ามันพวกไม่เข้าใจศิลปะเอาซะเลย” บุรุษผู้แต่งการเนี้ยบที่สุดในชุดครามเอ่ยอย่างดูแคลน ด้วยเชื่อว่าเขาคาดเดาไม่ผิดเพื่อจะต้อนรับพวกตนในงานนี้ ต้าข่านไม่น่าเลือกเอาการแสดงที่พบได้ดาษดื่นมาแน่  หลังไม่แตะต้องอาหารที่คิดว่าตนปรุงออกมาได้ดีกว่าก็เอ่ยแนะนำอย่างกลางๆ “ศิลปะคืออะไร? อยากรู้ก็ดูต่อไปจนจบสิ”


       เป็นตามที่บุรุษผู้นั้นบอกก่อนที่ชายผ้าจะทอดยาวลงบนพื้น มือคู่เนียนขาวตลบเปิดผ้าคลุมครึ่งกาย เผยให้เห็นลูกบอลแพรปักลายผีเสื้อสีสันสดใสมันโลดแล่นไปกลางอากาศ นางรำใช้สะโพกกลมกลึงเด้งรับสลับกับไหล่บาง เรือนร่างยืดหยุ่นหยอกล้อกับวัตถุทรงกลมสร้างเงารัญจวนใจ ผิวเนียนผ่องดุจหิมะตัดกับลายปักสีสด มองตามการเคลื่อนไหวของลูกบอลแพรจากลำคอระหงกลิ้งต่ำลงมา ชวนวาบหวิวด้วยเนินอกอวบอิ่มเจียนทะลัก ผ้าแถบยาวกลับมาเป็นนางเอกอีกครั้งหญิงสาวใช้มันต่างรางส่งลูกบอล การเคลื่อนไหวพลิ้วรวดเร็ว ด้วยเวทีรอบด้านมืดมิดหากไม่จับตามองให้ดีราวกับว่าลวดลายของผีเสื้อนั้นกลับมามีชีวิต โผปีกบินท่ามกลางราตรีกาล


       “เอะ… กลิ่นหอมนี้มัน?” สตรีอาภรณ์แดงละมืออกจากปิ่นทองประดับ ตนคลุกคลีกับสมุนไพรมานานแค่มีบางสิ่งผิดปกติเล็กน้อยก็รู้แล้ว “โฮ่… น่าสนใจดีนี่”

       “หืม? มีพิษ…..?” บุรุษหมวกฟางถามสั้นๆ

       สตรีชุดแดงส่ายหน้า “เปล่าแค่กลิ่นดอกไม้ธรรมดา เหมือนจะมาจากนาง”

       มองตามที่ฉาจื่อเฟินชี้ ดูเหมือนว่าลูกบอลแพรปักนั้นยัดดอกไม้หอมลงไปจำนวนหนึ่ง ยิ่งเขย่าไปนานๆกลิ่นก็ยิ่งกำจายซ่านออกมา และนี่คือขั้นที่สองของการแสดง… ‘ฆาน(ได้กลิ่น)’


       หลิงหลานเห็นสมควรแก่เวลาเริ่มขั้นที่สาม ‘ทัศนะ(การมอง)’ เสียที ผืนไหมเงินโปร่งบางถูกตลบขึ้นสลัดไปด้านหลังเผยให้เห็นร่างอรชรของเทพธิดาจันทราผู้มีเกศาสีเงินยวง นางยืนหยัดดุจเทียนขาว ลวดลายอาภรณ์หางมยุราสลับแดงม่วงและฟ้าที่สวมใส่ขับให้ผิวพรรณผ่องดั่งหิมะแต้มเหมยงาม ชายผ้าพลิ้วไหวโบกพัดขึ้นดุจลำธารที่มีชีวิตเนตรกวางส่องประกายล้ำค่ายิ่งกว่าอำพัน เมื่อชำเลืองมองโดยรอบ ประสานสายตาหนึ่งหนโจรสลัดผู้นั้นถึงกับทำตะเกียบหลุดมือกระเด็นไปทิศใดแล้วไม่ทราบ


        เนตรกวางบรรจุไว้ด้วยหมื่นสายนทีล้ำค่าเจิดจรัสกว่าอำพัน แย้มยิ้มหนึ่งครั้ง จำลองเอารอยสรวลหลากหลาย หลังมือยกบังใบหน้าครึ่งหนึ่งในท่าเริ่ม เพียงเสี้ยวเดียวก็แววหวานชวนให้คนนึกรักถนอมเอ็นดู แม้เป็นสตรีด้วยกันยังอดหัวใจกระตุกวูบไม่ได้


       “.............” เมื่อนางเผยโฉมปรากฎกายทั่วห้องโถงพลันเงียบเสียง วาดวงแขนโค้งกายดุดกิ่งหลิ่วอ่อนช้อยจนมิอาจละสายตา พลันคิดเห็นตรงกันว่านางรำในค่ำคืนนี้แค่รูปลักษณ์ก็ไม่ได้ห่างไกลจากคำว่า 'โฉมสคราญล่มเมือง' เลยแม้แต่น้อย


‘หากปรากฎตัวแต่แรกนางอาจมิได้น่าตื่นตะลึงเช่นตอนนี้’

‘กลับเข้าใจใช้การปลุกเร้าผู้คน ยิ่งสงสัย ยิ่งคาดหวัง ยิ่งสร้างจุดสนใจ และนั่น.. คือสิ่งที่ขับเสริมให้นางยิ่งงดงามเจิดจริส’


       ชายชุดถูกยกขึ้นลวดลายแต่ละตาถูกปักอย่างปราณีตสมจริง นางจีบข้อนิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้เข้าหากันชูขึ้นเหนือศีรษะ ปลอกเล็บแหลมคมดุจจงอยปากเมื่อขยับขึ้นลง ราวกับจำลองหงอนและช่วงหัวของมยุรา มือซ้ายยกชายกระโปรงสะบัดพลิ้วจากด้านข้างปะกายเส้นไหมวาวระยับพร่างพราย เพียงแค่เริ่มต้นเท่านั้นนางจำลองเอามโนภาพยูงสีเงินพึ่งฟื้นคืนจากภวังค์ เหลียวมองโดยรอบคล้ายกำลังพยายามตามหาบางสิ่งได้อย่างสมจริง


       เผิงซานโหว เดิมทีเป็นนายพรานเก่าเมื่อเห็นนกยูงสีเงินปรากฎกายมีหรือจะอดหยอกล้อได้ หันไปหาเด็กสาวที่กำลังอึ้งเก็บคางไม่ทันโดยรอยยิ้มแววหวานสะกดไปแล้ว “โฮตารุรู้ไหม เวลาใดกันที่นกยูงจะงดงามที่สุด”        

       “นี่ๆ ตกลงว่าตอนไหนล่ะ?” พอส่ายหน้าแล้วอีกฝ่ายเอาแต่ยิ้มไม่บอกสักที

       “ญาญ่า… อย่าพึ่งหลับลุกขึ้นมาตอบยัยเปี๊ยกก่อน” โหวหันไปจ้องสตรีผู้ฟุบหลับตั้งแต่ต้นงาน ลี่ญาฮุ่ยปัดหน้าม้าตัวเองกลอกสายตามองไปรอบๆ เห็นร่างสีเงินผุดผาดบนเวทีก็คล้ายตื่นเต็มที่ แสยะยิ้มตอบสหายจับจ้องการแสดงไม่วางตา “นกยูง… จะงดงามที่สุดก็ตอนรำแพนหางเกี้ยวคู่ครองไง”



       เหนือเวทีการรำร่ายดำเนินไป หลิงหลานรวบรวมสมาธิฝ่าเท้าเล็กยกกรายวาดเป็นวงกลมซ้อนจีบนิ้วไว้ด้านหลังสะโพกและท้ายทอย ตวัดหมุนกายอย่างแช่มช้า ปรากฎคลื่นเกลียวผ้าเพยิบไหวลวดลายสีสันพร่าพราง สิบหน ยี่สิบรอบ ดุจสายรุ้ง ดุจเมฆา ดุจกลีบบุปผานับพันหมื่นเกินจินตนาการ ชายกระโปรงคลายออกยิ่งนางหมุนตัวกลีบดอกไม้ที่ซ่อนไว้ด้านในก็ก่อให้เกิดพายุอันอ่อนละมุน พัดกำจายกลิ่นหอมเคล้าคลอเสียงกระดิ่งแววหวาน กอบข้อมือขึ้นชูดั่งดอกบัวผลิบาน ขับร้องลำนำด้วยน้ำเสียงกังวานใสเร้าประสาทสัมผัสทั้งดวงตา หูและจมูก


{ มยุรารำร่าย }

อนงค์งามได้พบพานมิอาจลืม คลาดเพียงหนึ่งวัน

พลันคนึงถึงมิรู้คลาย มยุรารำแพนฟ้อนรำร่าย

ตระเวนเกี้ยวคู่ตุนาหงัน อีกฝั่งหลังม่านพราย

ไร้เงาทรนงองอาจ ขับลำนำเป็นสื่อแทนใจ

แฝงนัยหมายพบพาน เพียงได้รักท่าน

ถึงพอปลอบประโลมใจให้หายได้ หวังพรสมดังจินต์

ได้กุมมือดังปรารถนา แม้นมิอาจสมหวัง

....ข้าคงหมดลมสิ้นใจ....


(แปลงจากกลอนเฟิ่งชิวหวง-หงส์เกี้ยวนางหงส์

โดย : หลิงหลาน)




@Admin 

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +1 คุณธรรม โพสต์ 2018-10-30 15:34

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -26 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -26 + 5

ดูบันทึกคะแนน

เมื่อได้พบท่านจึงได้ทราบความหมายของชีวิต เมื่อคิดถึงท่านจึงได้รู้ว่าลมหายใจที่มีอยู่คุ้มค่าแล้ว
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ผ้าคลุมซู่ฮว่ากวง
ปราณสำนึก
กระบี่ราชาสามภพ(เก๊)
หมัดพื้นฐาน
เอ้อหูจั่วลู่
ตัวเบาร่มนภา
รูปปั้นเจ้าแม่หนี่วา
เซ็กเธาว์
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x16
x1
x4
x20
x30
x1
x5
x3
x130
x100
x939
x5
x5
x20
x50
x1
x1
x5
x60
x64
x4
x9999
x160
x1
x1
x2
x12
x260
x280
x9999
x4500
x5
x20
x120
x2
x40
x287
x9999
x1000
x30
x264
x1
x10
x160
x210
x270
x34
x3
x3
x6
x96
x7
x14
x22
x8
x1450
x290
x175
x360
x200
x11
x9999
x9
x58
x3312
x3
x9
x84
x200
x5
x11
x147
x9999
x16
x7
x182
x715
x6
x15
x1
x48
x285
x60
x4
x80
x2
x15
x2
x2
x242
x1
x3
x2
x413
x460
x10
x619
x665
x340
x1575
x172
x2349
x1
x2
x5
x5