กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบอุปกรณ์พกพา | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์
ดู: 185|ตอบกลับ: 4

{ เมืองซินเอี๋ย } สวนดอกท้อเปี้ยนจื่อม่อ

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-10-14 21:32:29 |โหมดอ่าน
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ไม่ระบุชื่อ เมื่อ 2018-10-15 08:13

สวนดอกท้อเปี้ยนจื่อม่อ

 
  
3สวนดอกท้อที่บานสะพรั่งตลอดทั้งปี4 
   
สวนที่ได้รับการอนุเคราะห์จากธรรมชาติ
จนเกิดเป็นความสวยงามที่ไม่ว่าใครก็ไม่กล้าแตะต้อง
สวนดอกท้อเปี้ยนจื่อม่อ เป็นชื่อที่ชาวบ้านช่วยกันตั้งให้จากความสวยงามนั้น
มีลำธารที่สามารถพายเรือได้ โดยจะไหลไปจนถึงลำธารฮุ่ยหลิวนอกเมือง
สองฝั่งขนาบข้างด้วยดอกท้อหลายชั่วอายุคน
กลิ่นหอมอบอวลไปทั่วทั้งปีทำให้ที่นี่นิยมเป็นสถานที่สำหรับคู่รัก
 

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 Point +4 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 4

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2018-10-14 21:37:46 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LanXinLi เมื่อ 2018-10-15 13:18


หนิวหลางจื่อหนี่ ( 2 )
ขยายกิจการ ( 51 ) ..ข้ากับท่าน.. ในวันที่มี 'เรา' ( 1 )


ลมหนาวเย็นกระทบผิวกายซีดบาง นางเดินจากหอหนิวหลางจือหนี่มาที่สวนดอกท้อเปี้ยนจื่อม่อตามที่คนนัดไว้ สองมือกุมกันพลางคิ้วขมวดมุ่นขุ่นใจสงสัยว่าอินซื่อป๋อมีเรื่องใดต้องการจะพบนางเป็นการส่วนตัว


หรือเขาจะบอกนางว่าตนไม่ควรเข้ามายุ่งเกี่ยวเหมือนคราที่เตือนเรื่องยุทธภพ?


หรือเขาจะปฎิเสธตนอย่างชัดเจนตั้งแต่ยังไม่ได้เอ่ยปากบอกแม้สักคำ?


ได้แต่เดินอย่างสงสัยเรื่อยมาจนถึงสวนดอกท้อที่ว่า มือกระชับผ้าคลุมแล้วเดินเข้าไปข้างใน เห็นเป็นดอกท้อมากมายกำลังบานสะพรั่งอย่างงดงามตระการใจ คนเดินเข้าไปเรื่อยๆจนเห็นร่างชุดขาวคุ้นตา นางหยุดยืนตรงนั้นก่อนจะตัดสินใจว่าจะเข้าไปดีหรือไม่แล้วเลือกที่จะให้ดอกท้อบนพื้นเป็นตัวตัดสิน มือเรียวค่อยเด็กทีละกลีบแล้วพูดเสียงเบา “ทัก..ไม่ทัก..ทัก..ไม่ทัก..ทัก..ไม่ทัก… เอ๊ะ ทำไมได้ไม่ทักล่ะ?” คิ้วขมวดมุ่นก่อนจะหยิบอีกดอกขึ้นมาแต่สุดท้ายก็ช่างมันแล้วเดินเข้าไปหาตรงๆ


“............ใต้เท้า ข้ามาแล้ว”


อินซื่อป๋อที่ยืนรออีกฝ่ายอยู่ใต้ต้นท้อใหญ่ ก่อนหันมาตามเสียงเรียก “เจ้ามาไวดีนะ ข้ามารอก่อนสิบห้านาทีเพิ่งมาถึงไม่ทันใดเจ้าก็มาถึงทันที”


“ข้าชอบตรงเวลา..” นางกล่าวตอบแล้วเข้าไปใกล้ต้นท้อใหญ่ ใต้กิ่งก้านสาขาที่เบ่งบานดอกไม้สีชมพูช่างเป็นภาพที่งดงามยิ่งนัก “ท่านมีเรื่องอะไรจึงต้องพบข้าที่นี่หรือ?”


“ซิ่นหลี่ตั้งแต่ข้าได้รับบาดเจ็บครานั้นผ่านมาหลายเดือนเกิดเรื่องอะไรขึ้นบ้างหรือเปล่า?” อินซื่อป๋อกล่าวถามอีกฝ่าย


นางพยักหน้าตอบ “ตั้งแต่ต้นก็มีคนจำนวนมากมาเยี่ยมเยียนท่าน ทั้งชาวบ้าน สหายจริง สหายปลอม ล้วนถาโถมเข้ามาไม่หวาดหวั่น นอกจากนี้ยังมีกลุ่มคนชุดดำ พรรคภูติทมิฬลมดำบ้าง กลุ่มคนแปลกบ้าง มีเยอะมากจริงๆ ต้องขอบคุณหงเมี่ยวลั่วที่คอยอยู่ช่วยเหลือ อ้อ! ใต้เท้าต้วนกับฮูหยินก็มา” คิ้วขมวดผันเป็นปมเพราะนางไม่อาจร่ายได้ทั้งหมด เหตุการณ์ที่ผ่านมาล้วนมีเรื่องราวมากมาย “ยังมีศิษย์ของท่านที่ชื่อ อัน ชื่อเฉียว มี อวี้ เหวินฝู มี ซือหม่า เซียน สกุลเล่อ เกรงว่าถ้าให้เล่าตรงนี้หมดจะไม่พ้นต้องโต้รุ่ง...”


“เจ้าคงลำบากไม่น้อย” อินซื่อป๋อกล่าวบอกอีกฝ่าย “ข้าถามเจ้าอีกครั้งสิ่งที่เจ้าพูดวันก่อนหน้านั้นเจ้าคิดจากใจเจ้าจริงงั้นเหรอ แต่ข้าอินซื่อป๋อไม่มีชื่อเสียงอันใดเป็นเพียงเจ้าบ้านในซินเอี๋ยธรรมดาเท่านั้น ไม่อาจเทียบเคียงกับตระกูลหยางของเจ้าได้”


นางนิ่งมองอีกฝ่ายก่อนจะขมวดคิ้วเป็นปม “ท่านให้คนไปสืบเรื่องข้า..?” เช่นนั้นเขาคงทราบหมดแล้ว


“ข้าเพียงรู้จักกับสหายที่สนิทกับตระกูลหยางจึงทำให้เจอเรื่องของเจ้าเลยบังเอิญ แท้จริงชื่อเจ้าคือหยางเสี่ยวเยว่ใช่ไหม” อินซื่อป๋อกล่าวถามอีกฝ่าย


“กล่าวถูกแล้ว” นางยืนนิ่งงันตัวแข็งทื่อก่อนจะถอนหายใจ “ตระกูลหยางไม่นับข้าเป็นคนในตระกูลหรอกเจ้าค่ะ เสี่ยวเยว่เป็นคนที่ตายไปแล้วตามที่พวกเขาต้องการ ..ซิ่นหลี่ต่างหากคือคนที่กำลังหายใจ”


“หากเจ้าแต่งกับข้า ข้าขอเจ้าเรื่องนึงเจ้าจะสามารถทำได้ไหม” อินซื่อป๋อกล่าวถามอีกฝ่ายก่อนมองแววตาสาวน้อยตรงหน้า


“แต่งงาน?” นางเบิกตาโต “ท่านไม่ต้องรับผิดชอบข้า ข้าไม่ได้เสียหาย” มือบ่ายเบี่ยงเป็นพัลวัน คิดว่าคนคงรู้เรื่องที่ชาวบ้านลือกันเรื่อง ‘อินฮูหยิน’ ด้วย


“ข้าไม่ได้หมายความอย่างนั้นแต่อย่างใด แต่ข้าได้ฟังจากอินซิงและจดหมายจากอาหมางแล้ว ซิ่นหลี่เจ้าเป็นคนแ...รกที่...ทำใ...ห้ใจ..น้ำ...แ..ข็งข...องข้..าละ...ลา...ย” อินซื่อป๋อพูดก่อนประโยคท่อนหลังๆ เริ่มตะกุกตะกัก


“......” นางคลี่ยิ้มบาง “...ท่านคิดดีแล้วหรือ? ท่านน่าจะรู้ว่าผู้คนที่จินหยางลือเรื่องราวของข้าว่าอะไร… พวกเขาเรียกข้าว่า ‘อัปมงคลแห่งจินหยาง’ ไปที่แห่งใดล้วนมีแต่เรื่องร้าย..”


“ข่าวลือย่อมเป็นข่าวลือ หากเจ้าไม่ใส่ใจมันก็ย่อมไม่ส่งผลกับเจ้า…” อินซื่อป๋อบอกอีกฝ่ายที่ดูจะใส่ใจกับข่าวลือมากเกินไปจนตำหนิตัวเองคิดว่าตัวเองผิด “ตลอดเวลาที่เจ้ารู้จักข้า เจ้าเคยเห็นข้าพูดล้อเล่นด้วยหรือ?”


หรั่น.. หยางเสี่ยวเยว่ส่ายศรีษะ “ข้าพูดอะไรไม่ออกแล้วจริงๆ..” นางหันหลังให้เขาเพราะว่าตัวเองเริ่มน้ำตาคลอ สองมือใช้แขนเสื้อปาดหยดน้ำใสออกจากใบหน้ามนก่อนจะหันกลับมาถาม “ท่านอยากจะขอข้าเรื่องอะไร...?”


“หากเจ้ายินดีจะแต่งเข้าบ้านตระกูลอิน ไม่รังเกียจที่ข้าไร้ชื่อเสียง ลาภยศตำแหน่งและร่วมกันดูแลตระกูลอินกับข้า ข้าก็จะยินดีใช้ชีวิตร่วมกับเจ้าจนแก่เฒ่า” อินซื่อป๋อกล่าวบอกอีกฝ่าย


“ข้าไม่เคยรังเกียจท่านเลย ต่อให้ท่านจะเป็นคนไร้ความสามารถ ไร้บ้าน ไร้สกุล ข้าก็ยินดีที่จะร่วมชะตาไปพร้อมกับท่าน” นางตอบ รอยยิ้มที่ประดับบนใบหน้าหญิงสาวในเวลานี้นั้นเป็นครั้งแรกที่นางรู้สึกว่าตนสามารถแย้มยิ้มได้อย่างอบอุ่นใจ


อินซื่อป๋อเดินเข้าไปจับมืออีกฝ่ายก่อนมองเข้าไปในแววตาหยางเสี่ยวเยว่ “หยางเสี่ยวเยว่ เจ้ายินยอมแต่งกับข้าไหม เป็นฮูหยินของข้าอินซื่อป๋อ”


“ข้ายินดี” นางตอบ ตาสบตาแลว่าจะรู้ใจที่สุด มือนางเองก็ขยับกุมสองมือเขาราวกับจะบอกว่าชั่วชีวิตนี้จะไม่มีวันแยกจาก “ข้าจะอยู่ด้วยกันกับท่านจนแก่เฒ่า”


“เช่นนั้นเจ้ายินดีกลับไปจวนจินยู๋ปี้โหวกับข้าไหมเพื่อคลี่คลายเรื่องราวหนก่อน ถึงอย่างไรท่านก็เป็นปู่ของเจ้า ความกตัญญูย่อมไม่อาจหลีกหนี” อินซื่อป๋อกล่าวถามอีกฝ่ายด้วยสีหน้าจริงจัง


ดวงตากลมราวกับลูกกวางกระพริบตาปริบๆ นางไม่ได้กลับไปที่นั่นสิบกว่าปีได้แล้ว อันที่จริงตนเองยังเป็นห่วงอยู่ตลอดเวลา ไม่เคยนึกรังเกียจ โกรธแค้น เคืองเลยสักครากับการที่พวกเขากลั่นแกล้งนาง “......ข้ากลัว ไม่ใช่ว่าข้าโกรธท่านปู่หรือใคร เพียงแต่ที่นั่นต้องไม่ต้อนรับข้าอย่างแน่นอน...” นางพริ้มตาหลุบลงต่ำ


“หากแม้ข้าไร้ชื่อเสียงตำแหน่งใด แต่อยากขอช่วยเจ้ากับท่านปู่ให้คืนดีกันเจ้าจะยินดีไหม” อินซื่อป๋อกล่าวถามอีกฝ่าย


“ย่อมต้องยินดีแน่นอน!” นางเผลอจะเข้าไปกอดเขาทั้งที่ยังกุมมือ ร่างเล็กชะงักกลางคันแล้วเอาแต่พยักหน้าแทน ดูเหมือนว่านางจะเคยชินกับวัฒนธรรมนอกด่านจนลืมไปแล้วว่าคนที่นี่รักษาจารีตกันอย่างไร..


@Admin 


แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับความสัมพันธ์กับ อิน ซื่อป๋อ เพิ่มขึ้น 22 โพสต์ 2018-10-15 13:27
คุณได้รับ +2 คุณธรรม โพสต์ 2018-10-15 13:27

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +7 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +35 ความหิว -22 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 7 + 500 + 35 -22 + 5

ดูบันทึกคะแนน

แปะ
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ร่มเหล่ยจิ้ง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x45
x16
x57
x16
x153
x60
x100
x2170
x240
x32
x9999
x5030
x30
x130
x10
x100
x10
x10
x1
x7
x1
x20
x1
x5
x13
x1
x1
x50
x36
x19
x50
x1
x1
x22
x20
x153
x8
x7
x76
x10
x8
x1
x1
x15
x43
x5
x22
x17
x60
x5
x2
x2
x15
x20
x35
x19
x19
x33
x51
x50
x1
โพสต์ 2018-10-14 21:40:40 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LanXinLi เมื่อ 2018-10-15 13:18


หนิวหลางจื่อหนี่ ( 2 )
ขยายกิจการ ( 52 ) ..ข้ากับท่าน.. ในวันที่มี 'เรา' ( 2 )

“นับแต่นี้เจ้าก็ใช้ชื่อหยางเสี่ยวเยว่ได้ไหม แม้ตัวมิได้อยู่ในรายชื่อตระกูล แต่ใจก็มิอาจละทิ้งตัวตน แม้เจ้าจะบอกผู้อื่นชื่อหรั่นซิ่นหลี่ แต่ภายในเจ้าก็ยังคงเป็นหยางเสี่ยวเยว่ไม่เปลี่ยนแปลง” อินซื่อป๋อกล่าวบอกอีกฝ่ายก่อนค่อยๆ วางมืออีกฝ่ายลงข้างเอวอย่างสุภาพ


“.....” นางทำตัวไม่ถูกกับการกระทำที่เปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน คนเย็นชาวันนั้นกลายเป็นว่าที่สามีนางวันนี้ ร่างเล็กเงยหน้ามองอีกฝ่าย ลึกลงไปในดวงตาเขาคือความห่วงใยและจริงใจที่สุดแล้ว “ได้.. ถึงข้าจะไม่รู้ว่าตัวเองจะทำใจยอมรับชื่อนี้ได้เมื่อไหร่..แต่คิดว่าคงมีสักวัน..”


และทั้งหมดนี้เป็นเพราะท่าน.. แน่นอนว่านางเก็บประโยคสุดท้ายไว้เอง


“ต่อให้ข้าไม่ใช่คนตระกูลหยาง แต่ท่านก็ให้ข้าเป็นคนของท่านแล้วนี่ เช่นนั้นข้าก็จะเป็น หยางเสี่ยวเยว่ ของ อินซื่อป๋อ” เสียงหัวเราะเล็กดังขึ้นในลำคอ


“ข้อสำคัญเจ้าต้องรับปากข้า จะไม่หักโหมตัวเองจนมากเกินไปหากไม่สบายหรือมีเรื่องเกินตัวก็อย่าฝืน เพียงเท่านี้เจ้าจะสามารถทำได้ไหม” อินซื่อป๋อกล่าวถามอีกฝ่าย


“อื้อ ท่านก็ต้องสัญญากับข้าเรื่องหนึ่งนะ” นางมองอีกฝ่ายอย่างจริงจัง


“เจ้ามีสิ่งใดพูดมาเถอะ” อินซื่อป๋อกล่าวบอกอีกฝ่ายก่อนมองดวงตาอีกฝ่ายราวกับคิดว่านางจะขอสิ่งใด


“ท่านต้องห่วงตัวเองก่อนห่วงข้า” หยางเสี่ยวเยว่กล่าว เสียงหวานนั้นไม่ล้อเล่นแลจริงจังเกินไป “ข้าไม่อยากให้ท่านรับกระบี่แทนข้าอีกแล้ว..” นางทนไม่ได้ที่ต้องเห็นเขาเจ็บปวด


“ข้าไม่อาจรับปากได้ อาจเจ้าเป็นฮูหยินข้า ข้าย่อมต้องปกป้องและดูแลเจ้า ไม่อาจทนนิ่งดูให้เจ้าต้องเป็นอันตรายใดได้” อินซื่อป๋อกล่าวบอกอีกฝ่ายก่อนยกนิ้วขึ้นที่ริมฝีปากอีกฝ่าย


“ดูเหมือนพวกเราจะคิดแบบเดียวกัน..” นางชะงักไปก่อนที่จะเอ่ยประโยคถัดมาเพราะสัมพัสจากปลายนิ้วเขา


“ไม่ต้องพูดสิ่งใดแล้ว เอาเป็นถ้าหากเจ้าไม่เป็นอันตรายใด ข้าก็จะได้ไม่ต้องห่วงเจ้ายังไงล่ะ” อินซื่อป๋อบอกอีกฝ่ายก่อนจะปล่อยมือลงและคลี่ยิ้มแวบหนึ่ง


นางพยักหน้า “ถ้างั้นท่านต้องเหนื่อยหน่อยแล้ว.. เพราะท่านทำให้ข้าอยากเรียนวรยุทธ์ขึ้นมา ข้าจะได้ปกป้องท่านด้วยยังไงล่ะ” รอยยิ้มคลี่บางอย่างมีเลศนัย


หรืออีกอย่างคือนางสามารถปกป้องตัวเองได้เวลาหนีไปเที่ยวที่ไหน...


“หากลี่ฮัวกลับมาบ้านเมื่อไหร่ ข้าจะแนะนำให้พวกเจ้าสองคนได้รู้จักกัน นางเป็นคนฝึกบ่าวในตระกูลอิน ไม่แน่นางอาจจะชอบเจ้าและช่วยฝึกวรยุทธ์ให้เจ้า” อินซื่อป๋อกล่าวบอกอีกฝ่าย “เอาล่ะ งั้นข้าจะเดินพาเจ้าไปส่งที่หอหนิวหลางจื่อหนี่นะ ดึกแล้วอันตราย”


คนไม่ปฏิเสธ “อื้อ..” หยางเสี่ยวเยว่พยักหน้า วันนี้นางเอาแต่พยักหน้าจนนึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ “ข้าจะไม่ปิดบังท่านเรื่องหนึ่ง แต่ท่านต้องสัญญาว่าจะไม่ดุข้านะ”


“เรื่องใดหรือ” อินซื่อป๋อมองอีกฝ่ายในขณะเดินไปส่ง


“คือ.. ที่ชั้นใต้ดินหอมีนักโทษคนหนึ่งนาม..” นางกำลังจะพูดแต่อีกฝ่ายขัดขึ้นมาก่อน ทำเอาหญิงสาวอ้าปากพะงาบๆ


“เจ้าหมายถึงซุนเหอเหอสินะ” อินซื่อป๋อกล่าวตอบอีกฝ่าย “คนผู้นี้แม้มีจิตใจที่ดี มีสัจจะ แต่ความมีสัจจะของเขาไม่อาจยืดหยุ่นได้ช่างน่าเสียดาย เขาอาจมีชีวิตที่ดีกว่านี้หากไม่รับใช้เล่อหยูเฟย”


นี่เขาจะรู้ไปหมดทุกอย่างเลยหรือยังไงกัน?


“......” นางสะอึก “ข้า… แอบไปคฤหาสน์สกุลเล่อหลังพบท่านที่เป่ยผิงมาด้วย…..”


“เจ้าไปทำสิ่งใด?” อินซื่อป๋อมองอีกฝ่ายอย่างแปลกใจ  


“ไป..รำ..นอกด่าน…. ท่านน่าจะเคยเห็นแล้ว………….” นางแทบอยากตายเสียตรงนั้น ก็ชุดเต้นรำมันเป็นแบบนั้นนี่นา “แต่ข้าไม่ได้เห็นหน้าเล่อหยูเฟยเพราะมีม่านไผ่บัง” นางหยิบตราสกุลเล่อที่อยู่กับตนออกมา “แล้วหลังจากที่ท่านสลบไปก็มีคนมาวางเพลิงจวน ทำนี่ตกไว้ กับของประดับที่ดูจะ...เจาะจงเกินไป”


อินซื่อป๋อรับตราจากมือหญิงสาว เขาพินิจมองครู่นึงก่อนจะหมุนสลับซ้ายขวาอยู่ครู่นึงก่อนเปลือกนอกจะถูกเปิดออกมาเผยให้เห็นตัวอักษรที่แท้จริง ‘ซู’ “ดูเหมือนเป็นตามที่ข้าคิด ตรานี้เป็นของคนตระกูลซู”


“พวกเขาอยากให้แตกคอกัน?” นางพอจะเดาได้ไม่ยากแต่ไม่เข้าใจว่าทำไปทำไม “มีคนผู้หนึ่งมาตามตัวข้ากลับไปพร้อมม้วนภาพ หยางเสี่ยวเยว่ บอกว่าจะพาไปตระกูลซู แต่โชคดีที่หงเมี่ยวลั่วช่วยเอาไว้”


“ข้าเองก็ไม่รู้จัก แต่กลไกแบบนี้เคยเจอมาบ้างเล็กน้อย แต่จากที่ได้ยินข่าวลือเหมือนว่าตระกูลซูตระกูลหนึ่งในจิงโจวจะมีความสามารถด้านกลไก เจ้าบ้านซูเย่หง”

“อา ข้าออกจากค่ายพยัคฆ์มาได้ไม่กี่ปี ไม่ค่อยพบผู้คน ไม่รู้มาก่อนว่ามีคนที่มีความสามารถแบบนี้ด้วย” นางตอบก่อนจะเข้าใจในที่สุดว่าคงต้องหมั่นเพียรมากกว่านี้ เพื่อที่จะแบ่งเบาร่างสูงข้างกายได้บ้าง แต่ต้องไม่หักโหม…. “ท่านนี่รอบรู้ไปหมดจริงๆเลย ผู้น้อยขอคารวะ” นางประกบมือแซวเขา


@Admin 


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +7 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +25 ความหิว -14 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 7 + 500 + 25 -14 + 5

ดูบันทึกคะแนน

แปะ
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ร่มเหล่ยจิ้ง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x45
x16
x57
x16
x153
x60
x100
x2170
x240
x32
x9999
x5030
x30
x130
x10
x100
x10
x10
x1
x7
x1
x20
x1
x5
x13
x1
x1
x50
x36
x19
x50
x1
x1
x22
x20
x153
x8
x7
x76
x10
x8
x1
x1
x15
x43
x5
x22
x17
x60
x5
x2
x2
x15
x20
x35
x19
x19
x33
x51
x50
x1
โพสต์ 2018-10-14 21:40:57 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LanXinLi เมื่อ 2018-10-18 14:42


หนิวหลางจื่อหนี่ ( 2 )
ขยายกิจการ ( 53 ) ..ข้ากับท่าน.. ในวันที่มี 'เรา' ( 3 )

“มีอีกหลายสิ่งที่ข้าเองก็ไม่รู้หรอก หากแต่เพราะตระกูลอินเราไม่ยุ่งเกี่ยวกับยุทธภพมานับร้อยปีจึงต้องอาศัยข่าวสารเหล่านี้เพื่อเอาชีวิตรอดจากโลกภายนอก” อินซื่อป๋อกล่าวบอกอีกฝ่าย


“ข้าจะพยายามเพื่อช่วยท่านแบ่งเบาภาระ..” นางมองร่างสูงอย่างเป็นห่วง


“ไม่ต้องหรอกเสี่ยวเยว่ ขอแค่เจ้าอย่าฝืนตัวเองข้าก็พอใจแล้ว” อินซื่อป๋อบอกอีกฝ่าย


“ไม่ฝืนเลย นับจากนี้เรื่องของท่านก็คือเรื่องของข้า เรื่องของข้าก็คือเรื่องของท่าน ข้ามอบทั้งหมดทั้งชีวิตให้ท่านแล้ว หวังว่าจะพึ่งพาได้บ้างไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง” นางหยุดเดินก่อนจะจับมืออีกฝ่ายไว้ มือใหญ่ของเขาหยาบเพราะการทำงานหนัก นิ้วเล็กสอดเข้าหว่างนิ้วเรียว ใบหน้าเงยขึ้นสบตาอีกฝ่ายก่อนจะขยับเข้าไปใกล้


“..ข้าพบท่านมาก็หลายครั้ง เจอปัญหามาด้วยกันก็หลายครา ข้าไม่กลัวอะไรอีกแล้วถ้ามีท่านอยู่เคียงข้างข้า” มืออีกข้างเอื้อมขึ้นมาแตะที่ตรงหน้าอกอีกฝ่าย เป็นตำแหน่งหัวใจของอินซื่อป๋อ “เพราะอย่างนั้นท่านต้องไว้ใจข้าและพึ่งพาข้าบ้างนะ” นางถือวิสาสะกอดเขาหลวมๆเผื่อว่าอีกฝ่ายจะอึดอัดใจ


อินซื่อป๋อยืนนิ่งๆ ก่อนค่อยๆ ยกมือกอดตอบอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา


หยางเสี่ยวเยว่หลับตาพริ้วแล้วโน้มศรีษะซบลงที่ไหล่เขา “ยามที่ข้าพบท่านครั้งแรก ข้าจำแผ่นหลังท่านได้ไม่มีวันลืม เป็นแผ่นหลังที่กล้าแกร่งดุจภูเขา แต่ภายในคือความอ่อนโยนของผืนป่า ..ให้ข้าได้ปกป้องท่าน ..ได้ช่วยเหลือ ..ได้ดูแลกัน เพียงเท่านี้ข้าก็รู้สึกว่าตัวเองเหมาะสมกับท่านขึ้นมาแล้ว..”



“ขอเพียงร่วมทุกข์ร่วมสุขกันก็เพียงพอแล้วและเจ้าไม่ฝืนตัวเองจนเกินไป เสี่ยวเยว่ข้าซื่อป๋อจากนี้จะดูแลเจ้าเอง” อินซื่อป๋อกล่าวกระซิบข้างหูอีกฝ่าย


เสียงกระซิบของเขาคือสิ่งที่ทำให้นางใจเต้นดังราวกับกลอง การสบตากับเขาเหมือนนางกำลังมองดารา ยามมีเขานางรู้ว่าจะต้องมีหวัง เขาโผล่มาทุกครั้งที่นางเดือดร้อนเสมอ เป็นคนแรกและคนเดียวที่นางเปิดใจให้ตั้งแต่แรกพบ อุ่นใดๆบนแผ่นดินนี้ไม่มีเทียบเคียงอ้อมกอดจากชายคนนี้



คนที่นางรักจนหมดใจ.. รักโดยไม่มีเงื่อนไข..


หยางเสี่ยวเยว่ยืนกอดเขาอยู่อย่างนั้นก่อนจะพูดขึ้น “..ข้ายังไม่อยากจากท่านไปเลย”


“เจ้ารออีกหน่อยนะ เดี๋ยวข้าไปส่งที่หอของเจ้า วันมะรืนข้าจะไปรับเจ้าเดินทางไปจินหยาง” อินซื่อป๋อกระซิบข้างหูอีกฝ่ายก่อนปล่อยมือที่กอด


“ตกลง ข้าจะรอ” ตอบแล้วค่อยๆผละออกจากร่างสูง หอหนิวหลางจือหนี่อยู่ไม่ไกลอีกกี่สิบก้าวข้างหน้า แต่ว่าเวลาช่างเดินเร็วจนเกินไปราวกับติดปีก “ท่านจะกลับเลยหรือเปล่า?” ประตูหอสีแดงถูกเปิดเมื่อคนเฝ้ายามเห็นว่าเป็นใคร


“เสี่ยวเยว่ข้ากลับก่อนล่ะ ดึกแล้วเจ้าก็อย่าไปไหนลำพัง” อินซื่อป๋อกล่าวบอกอีกฝ่ายก่อนจะยืนมองอีกฝ่ายเข้าไปภายในหอก่อนจะหันหลังเดินกลับเข้าไปในเมือง


“เข้าใจแล้ว” นางยิ้มตอบแล้วเดินเข้าไปข้างในแล้วประตูก็ปิดลง..


อินซื่อป๋อเดินมาได้ครึ่งทางจากระยะหอก่อนจะหยุดเดินด้วยได้ยินเสียงฝีเท้าบางอย่าง เขาหยุดเดินก่อนหลับตา


เสียงฝีเท้าคนผู้นั้นเดินเข้ามาใกล้ทีละนิดๆ


บุรุษในชุดดำก่อนถอดส่วนหมวกออก “นายท่านข้าจิงกัวเองขอรับ” เขากล่าวขึ้นก่อนคุกเข่าทำความเคารพเจ้าบ้านอินเจ้านาย


“จิงกัว...อืม ลำบากเจ้าแล้ว ข่าวที่ข้าให้ตามหาเป็นไงบ้าง” อินซื่อป๋อลืมตามองคนตรงหน้าก่อนเดินเข้าไปผคองอีกฝ่ายยืนขึ้น


“นายท่านข้าน้อยทำให้ผิดหวัง จนบัดนี้ก็ยังไม่สามารถหาพบ” จิงกัวกล่าวตอบอีกฝ่ายก่อนจะก้มหน้าลงอย่างรู้สึกผิดที่ตนทำให้นายท่านหรือผู้มีพระคุณผิดหวัง


“เจ้าอย่าคิดเช่นนั้น เอาเป็นว่าเจ้าไม่ต้องไปแล้วล่ะ ตอนนี้ข้าอยากขอช่วยเจ้าอยู่รอบๆ หอหนิวหลางจือหนี่ คอยคุ้มครองคนที่นี่ หอตั้งอยู่ในป่าเช่นนี้มีโอกาสอันตรายนัก หากไม่จำเป็นอย่าเพิ่งเปิดเผยตัว แอบคุ้มครองอย่างเดียว” อินซื่อป๋อกล่าวบอกจิงกัว


“รับทราบขอรับ” จิงกัวกล่าวขานรับ


“เช่นนั้นข้ากลับจวนก่อน ตอนนี้อาหมางก็ไม่รู้จะเป็นเช่นไรบ้าง หลังจากข้าจัดการเรื่องบ้านเสร็จแล้วจะไปหาอาหมาง” อินซื่อป๋อบอกอีกฝ่ายก่อนมองอีกฝ่ายใช้ตัวเบาไปทางหอก็สบายใจและเดินกลับเข้าเมืองไป


@Admin 

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +7 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +25 ความหิว -26 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 7 + 500 + 25 -26 + 5

ดูบันทึกคะแนน

แปะ
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ร่มเหล่ยจิ้ง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x45
x16
x57
x16
x153
x60
x100
x2170
x240
x32
x9999
x5030
x30
x130
x10
x100
x10
x10
x1
x7
x1
x20
x1
x5
x13
x1
x1
x50
x36
x19
x50
x1
x1
x22
x20
x153
x8
x7
x76
x10
x8
x1
x1
x15
x43
x5
x22
x17
x60
x5
x2
x2
x15
x20
x35
x19
x19
x33
x51
x50
x1

26

กระทู้

743

โพสต์

42หมื่น

เครดิต

ก็มาดิครับ

เงินชั่ง
6005
เงินตำลึง
1080568
ชื่อเสียง
152603
ความหิว
802

ตราหุบเขาปีศาจ

คุณธรรม
915
ความชั่ว
835
ความโหด
1856
คาเนซิส ดิ ลาสเครีย(ราคะ)
เลเวล 1

โจว เจ๋อข่าย

"ข้างดงามแล้วหรือยัง"
pet
โพสต์ 2019-2-5 21:10:31 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ShaoTien เมื่อ 2019-2-6 08:50
ขอแต่งงานฉบับคนไม่ชอบพูด




          ร่างสูงควบม้าฮั่นเสียทองเดินทางจากจวี๋ลู่จนมาถึงเมืองซินเอี๋ยก่อนยามไห้เพื่อมาตามนัดหมายของโม่หรูหยง หญิงสาวคนที่เขานั้นอยากจะเจอหน้าความรู้สึกแอบรักใครสักคนมันเป็นอย่างนี้สินะ หากเป็นสมัยแต่ก่อนเขานั้นคงคิดว่าความรักคือสิ่งไร้สาระมีพันธะที่จะต้องคอยเอาใจใส่ดูแล

          ใครบางคนเคยบอกไว้ความรักนั้นเป็นสิ่งที่สวยงามหวานอมขมกลืน สำหรับชายหนุ่มขอแค่ใครสักคนที่จะยอมรับในสิ่งที่เขาเป็นอยู่ได้รักด้วยจิตใจอันบริสุทธ์หาใช่ความมากใคร่ราคะเพราะเขามิอาจจะทำให้สตรีที่รักมีบุตรได้โชคชะตาเส้นทางที่เลือกเดินนั้นกำหนดไว้โดยเขาเองที่ยอมละทิ้งบางอย่างเพื่อพลังที่แข็งแกร่ง

          แต่กังวลกลัวนางจะยอมรับไม่ได้ ถึงมันดูเหมือนจะพูดบอกออกไปง่ายๆทว่ากลับยากเย็นเสียเหลือเกิน

          เส้าเทียนลงจากม้าฮั่นเสียทองนัยน์ตาสีดำคมกริบมองหาหรูหยง ก่อนจะเห็นร่างระหงยืนรออยู่ตรงต้นไม้ใหญ่ปกคลุมด้วยกิ่งก้านผลิดอกสีชมพูวันนี้แต่งกายอาภรณ์สวยเป็นพิเศษคลี่ยิ้มอ่อนหวานให้เขา “มารอนานหรือยัง”

          ร่างระหงส่ายศีรษะยิ้มมองบุรุษเบื้องหน้า “ข้ามาถึงก่อนท่านได้ไม่นาน”

          “อืม” ฮึมฮัมในลำคอ ไม่รู้จะชวนพูดคุยอย่างไรดีไม่ใช่คนปฏิสัมพันธ์ดี…

          หรูหยงเห็นอีกฝ่ายเงียบนางเข้าใจว่าเขาเป็นคนเช่นไร “คุณชายไปนั่งม้านั่งในสวนชมดาวบนท้องฟ้ากันเถอะเจ้าค่ะ” ดวงดาวผกายแสงวิววับในค่ำคืนนี้ที่เตรียมคำตอบมาอย่างดีเพียงขอแค่คุณชายหวงเอ่ยบอกถ้อยคำประโยคนั้นอีกครั้งเหมือนกับตอนที่ทั้งสองอยู่ทะเลสาบจิ่วจ้ายโกว

          “ได้สิ” เส้าเทียนตอบเสียงราบเรียบขายาวก้าวเข้าไปในสวนพร้อมๆกับหญิงสาวข้างกายจากนั้นนั่งลงบนม้านั่งเอนพิงชมหมู่ดาวมากมายบนท้องนภาอนธการมืดมิดนัยน์ตาสีดำคมกริบมองแสงเล็กๆ “วันนี้ดวงดาวเยอะ” พึมพำออกมาแผ่วเบาแต่ดังมากพอที่จะให้คนข้างๆได้ยินในสิ่งที่พูด

          สวนดอกท้อเปี้ยนจื่อม่อไร้เงียบสงัดผู้คนมีเพียงเขากับหญิงสาวนั่งด้วยกันบรรยากาศหัวใจเต็มแรงไม่เป็นจังหวะ ‘ให้ตายเถอะ’ พยายามควบคุมไม่แสดงท่าทีแปลกประหลาดให้เห็นแต่ทำไมมันยาก เหล่มองหรูหยงแล้วหันกลับมามองดาว

          ตึกตัก...ตึกตัก

          “หรูหยง” เสียงทุ้มติดหวานเรียกชื่อก่อนจะเงียบไปสักพัก

          “คะ?” ขานตอบเมื่อเขาเรียกชื่อนาง ละสายตาจากดวงดาวหันมองบุรุษข้างๆ

          เส้าเทียนลุกขึ้นยืนตรงหน้านัยน์ตาทอดมอง “แต่งงานกับข้า” ถึงคำพูดจะไม่หวานเหมือนกับการขอแต่งงานเยี่ยงคู่รักอื่นๆแววตานั้นมีความจริงใจที่มอบให้ เหลือเพียงคำตอบที่จะได้รับ หากบอกให้รอคอย… เขาก็จะรอคอยเหมือนเฉกเช่นครั้งนั้น

          บ่งบอกสื่อความในใจออกไปมิอาจรู้ว่านางคิดเช่นไร

          ร่างระหงลุกขึ้นใบหน้านวลขาวแดงซ่านถึงจะล่วงรู้...เขาจะต้องเอ่ยถามคำถามนี้อีกแต่นางก็เคอะเขินทุกที จุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ดวงใจเล็กๆนี้มีมอบไว้ให้ชายที่รักนางอย่างแท้จริง ได้เลือกแล้วคนที่จะฝากชีวิตให้นับจากวันนี้ “หรูหยงยอมรับคำขอ” เสียงหวานดั่งสายน้ำเอ่ยตอบใบหน้าแต้มเติมรอยยิ้มประดับ


          เมื่อได้ฟังคำตอบร่างสูงเผยยิ้มมุมปากเล็กน้อยสายลมผ่านพัดดอกไม้สีชมพูร่วงโรยเสมือนมีพยานรอบข้างเห็นความรักที่เต็มเปี่ยมด้วยความหวานรักที่ไม่มีข้อกังขาของคนสองคน

          ร่างสิงสถิตย์ไป๋หู่ที่มีแต่คนคิดจะฆ่ากับคนที่คอยปกป้องเสมอมาตลอดเมื่อยามมีภัยไม่เคยคิดจะฆ่าหรือหวาดกลัวอันใดแม้นจะได้เห็นกายที่แท้จริง “ข้าไม่เคยคิดว่าจะมีคนรักแล้วรับได้ในสิ่งที่เป็นอยู่” นัยน์ตาสีน้ำตาลที่มีหยาดน้ำตาคลอซาบซึ้ง จิตใจสาวน้อยที่ไม่เคยคิดฝันถึงคนรักเอ่อล้นสายใยสัมพันธ มือเรียวบางหยิบหวีไม้ออกมาสองอัน

          “ข้านี้ไง” ชายหนุ่มเอ่ยบอกเขามองหวีไม้ที่นางหยิบออกมาสองอัน

          จากนั้นทั้งสองตัดปอยผมของตัวเองออกมือหนานำปอยผมที่เขาตัดผูกกับหวีไม้ที่นางส่งยื่นให้ หรูหยงค่อยๆผูกปอยผมของนางอย่างละเมียดละไมความรู้สึกส่งผ่านห่วงหาซึ่งกันและกัน

          “นี้คือปอยผมที่ข้าตัดให้คุณชาย” หรูหยงหน้าหวานระรื่นมือเรียวบางขาวนวลส่องกระทบแสงจันทร์ที่ส่อง

          ขมวดคิ้วคำพูดเอ่ยเรียกคุณชายดูห่างเหิน ไม่ชอบใจจริงๆ “ต่อจากนี้ไม่ต้องเรียกข้าว่าคุณชายอีกแล้ว” น้ำเสียงราบเรียบเอ่ยบอก มือหนาแลกเปลี่ยนหวีไม้ต่อกัน

          “...ท่านพี่” ริมฝีปากบางชมพูเม้มบรรจบเข้าหาเปลี่ยนคำสรรพนามหัวใจเต้นตึกตักๆเป็นครั้งแรกที่เรียกอีกฝ่ายด้วยคำนำหน้าแตกต่างจากอื่นๆ หรูหยงแทบจะแทรกแผ่นดินด้วยความเขินอาย

          “.....” เส้าเทียนชำเลืองดูอากัปกิริยาร่างระหงที่แดงก่ำพอๆกับเขาต่างกันตรงที่ร่างสูงสามารถตีเนียนหน้านิ่งเรียบได้ดีกว่า “ข้าจะจัดขบวนไปสู่ขอ แต่ก่อนอื่น” มือหนาเชิดคางเรียวก่อนจะโน้มตัวลงประกบริมฝีปากน่าสัมผัสสอดลิ้นเข้าไปหวานหาความหวานร่างระหงไม่ได้ขัดขืนตวัดเกี่ยวพันลิ้นละมุน

          หรูหยงที่จู่ๆโดนร่างสูงฉกขโมยจูบแรกแทบอ่อนระทวยโชคดีที่มีมือหนายึดเหนี่ยวร่างไว้นัยน์ตาปรืบๆ ทั้งสองแลกจูบกันเนินนานจนอากาศหายใจจะหมด นางค่อยๆทุบอกแกร่งก่อนที่เขาจะผละออกจากริมฝีปากที่มีน้ำเหนียวใสยืดออกมาจากทั้งสอง “ท่าน…แกล้งข้า”

          “ต่อจากนี้เจ้าคือผู้หญิงของข้าเพียงคนเดียว”

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +7 ความโหด โพสต์ 2019-2-6 13:04
คุณได้รับ +7 คุณธรรม +5 ความโหด โพสต์ 2019-2-6 13:04

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +7 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +100 ความหิว -35 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 7 + 500 + 100 -35 + 5

ดูบันทึกคะแนน

เซราฟหรือเซเรฟ?
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กระจกหมื่นทิวา
โล่หวงจู้(เก๊)
ผ้าปิดตา
ตัวเบาขั้นสูง
หลี่ซื่อชุนชิว(450)
ฝ่ามือพิษงูทวาร
ปราณทานตะวัน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x88
x8
x5
x224
x3044
x1
x49
x2376
x900
x300
x107
x51
x3
x40
x99
x75
x4
x60
x2
x100
x10
x10
x12
x1
x9999
x10
x186
x100
x100
x8
x2
x15
x4
x12
x4
x32
x112
x832
x73
x2
x279
x2
x1292
x2698
x1
x9999
x1
x54
x37
x1315
x6
x610
x15
x20
x151
x7
x11
x130
x11
x5
x2
x5
x237
x175
x2
x720
x2
x3
x254
x500
x24
x88
x13
x4
x390
x15
x5
x35
x56
x25
x13
x4
x270
x449
x4557
x10
x7241
x16
x325
x14
x17
x240
x221
x472
x9
x68
x11
x36
x54
x1
x1105
x6
x7
x84
x743
x6934
x139
x755
x808
x195
x802
x9999
x458
x6
x3490
x3072
x2472
x4800
x36
x186
x17
x221
x101
x194
x23
x1
x80
x6
x99
x306
x83
x68
x96
x150
x16
x2857
x5618
x3
x59
x928
x18
x35
x9999
x2
x15
x15
x4340
x3601
x6174
x665
x924
x9858
x1299
x255
x662
x312
x5800
x1110
x349
x93
x2183
x89
x1635
x617
x275
x763
x3427
x72
x690
x121
x1397
x141
x50
x4031
x259
x1005
x1158
x8104
x1404
x466
x1

ข้อความล้วน|อุปกรณ์พกพา|

Copyright © 2001-2012 | The Legend of Wulin  สงวนลิขสิทธิ์ | GMT+7, 2019-2-24 01:22

ขึ้นไปด้านบน