กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบอุปกรณ์พกพา | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์
ดู: 133|ตอบกลับ: 9

{ นอกค่ายหลี่กัง } ค่ายพักแรมนักเดินทาง / หมู่บ้านผู้ประสบภัย/เมืองรอบค่าย

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-10-7 20:58:07 |โหมดอ่าน
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ไม่ระบุชื่อ เมื่อ 2018-12-6 22:43










ค่ายพักแรมนักเดินทาง

หมู่บ้านผู้ประสบภัย

เมืองรอบค่าย
♦ นอกค่ายหลี่กัง ♦









ค่ายพักแรมนักเดินทาง... ไม่สิ จริงแล้วมันคือหมู่บ้านของผู้ประสบภัยสงครามในอดีตต่างหาก
ค่ายนักเดินทางนั้นเป็นส่วนหนึ่งซึ่งเป็นส่วนใหญ่ของหมู่บ้านแห่งนี้
เนื่องด้วยเพราะมีนักเดินทางจำนวนมากเข้ามาพักผ่อนและใช้ชีวิตอยู่ที่นี่
เหมือนกับเป็นบ้านหลังที่สองของพวกเขาเลยก็ว่าได้



จริงๆแล้วมันเคยเป็นเมืองของเหล่าข้าศึกจากต่างแดนที่มาตั้งรกรากถิ่นฐานที่นี่
หลังจากตีเมืองในแตก(ซึ่งต่อมาคือค่ายหลี่กัง)เหล่าข้าศึกจากตะวันตก ทั้ง โรมัน เปอร์เซีย ไอยคุปต์
ต่างก็เข้ามาตั้งรกรากและสร้างเมืองล้อมรอบเมืองเก่าเอาไว้
นั่นทำให้กษัตริย์แห่งแผ่นดินใหญ่ไม่พอพระทัยอย่างมาก
จึงได้ส่งทัพเข้าตีเมืองแห่งนี้และขับไล่ชาวเมืองทั้งหมดออกไป โทษฐานที่พวกเขารุกรานแผ่นดิน
ก่อนที่เมืองแห่งนี้จะถูกปล่อยร้าง จนเมื่อเมืองใน(ค่ายหลี่กัง)ได้ถูกเข้าแทนที่โดยทหาร
เมืองแห่งนี้เลยกลายเป็นที่อยู่ของเหล่าคนไร้บ้าน รวมไปถึงคนงานหลักๆ
ที่ทำงานอยู่ในค่ายหลี่กังแห่งนี้ด้วย
ซึ่งเป็นส่วนน้อย เพราะส่วนใหญ่นั้น ไม่คนไร้บ้านก็พวกนักเดินทาง
คนพเนจรที่เดินทางผ่านไปผ่านมาแถวๆ นี้ล่ะ



หมู่บ้าน... เมืองแห่งนี้ถูกสร้างอยู่ล้อมรอบค่ายใหญ่(ค่ายหลี่กัง)
โดยที่มีระยะห่างของสิ่งก่อสร้างระหว่างค่ายและเมืองที่กว้างมาก
สำหรับการคมนาคมที่สะดวกและรวดเร็ว
พอเมืองกลายเป็นเมืองร้างไปช่วงหนึ่ง ที่นี่ก็ไร้ซึ่งม้าหรือคนเดินผ่าน จนกระทั่งได้บูรณะค่ายหลี่กัง
และให้ทหารเข้าประจำการอีกครั้ง เมืองจึงมีผุ้คนและกลับมาเป็นเช่นเดิมอีกครั้ง
โดยที่แบ่งส่วนเป็นค่ายนักเดินทางอยู่รอบนอก หมู่บ้านผู้ประสบภัยฯอยู่กลาง
และด้านในนั้นเป็นหมู่บ้านของเหล่าคนงานที่ทำงานในค่ายแห่งนี้




แม่ทัพคนใหม่ไม่ต้องการให้ค่ายหลี่กังเป็นที่พักอาศัย จึงให้คนงานในค่ายทุกคนที่ต้องการจะพัก
ให้ออกไปอาศัยเมืองรอบค่ายหลี่กังแทน




ล่าสุด เมื่อแม่ทัพประจำค่ายหลี่กังได้เข้าไปในตัวเมือง
ปรากฏความตกต่ำของเมืองเป็นอย่างมาก เมื่อกลับมาที่ค่าย แม่ทัพจึงสั่งให้ทหารทั้งหมดและประชาชนที่อยู่ในเมืองแห่งนี้ ทำการปรับปรุงบ้านเรือนซ่อมแซมตัวอาคารและที่อยู่อาศัย พัฒนาระบบชลประทานโดยบัณฑิตชาวโรมันเป็นผู้ช่วยพัฒนาเพิ่มเสริมเข้าไปอีก ทำให้ความทรุดโทรมเหล่านั้นหายไป กลับมาเป็นเมืองใหญ่รอบค่ายที่ดูเจริญหูเจริญตาอีกครั้งนึง กลายเป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรืองไปด้วยวัฒนธรรมอันหลากหลาย





คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 Point +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 10

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2018-10-10 22:50:17 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Hazan เมื่อ 2018-10-10 23:11

บุญคุณ-ความแค้น
การเดินทางของคุณชายเจ้าสำราญ 13
ออกตามหาดอกจำปี
     หลังจากที่ได้รับอนุญาตจากแม่ทัพผู้ดูแลค่ายหลี่กังแล้ว  หลี่เซี้ยนเจ่อได้ขอให้ทหารนำพาตนเองมายังค่ายพักแรมทันที  ระหว่างทางที่เดินตามหลังทหารที่กำลังพาตนเองไปยังที่แห่งนั้น  ใจของตนเองเต้นระทึกดั่งกลองศึกที่ตีรัวอยู่กลางสมรภูมิรบ  เพียงนิดเดียวหลี่เซี้ยนก็จะได้พบกับสตรีที่ได้พบเจอกันมาหลายปีแล้ว  มือข้างหนึ่งของตนเองทาบเกี่ยวอยู่ที่เข็มขัดหยก  สายตามุ่งมั่นที่จะได้พบกับไป๋หลานแล้ว
     เพียงไม่นานให้หลี่เซี้ยนเจ่อก็มาถึงด้านหน้าทางเข้าของค่ายพักแรมแล้ว  นายทหารค้อมศีรษะเล็กน้อยแล้วเดินจากไป  ค่ายพักแรมในทัศนะคติของหลี่เซี้ยนเจ่อ  กับความเป็นจริงช่างแตกต่างจนคาดไม่ถึง  เพราะเบื้องหน้าสายตาของหลี่เซี้ยนเจ่อ  มันเปรียบเสมือนหมู่บ้านก็ไม่ผิดนัก  หลี่เซี้ยนเจ่อสูดหายใจเข้า-ออกลึกๆหนึ่งครั้ง  แล้วค่อยๆก้าวเท้าเดินเข้าไปด้านในค่ายพักแรม  ที่นี่มีผู้คนมากหน้าหลายตาและหลายประเภทมาก  ไม่ผิดจากที่แม่ทัพผู้เป็นสหายเก่ากล่าวไว้เลย  มันทำให้หลี่เซี้ยนเจ่อในตอนนี้กลายเป็นคนที่โดดเด่นขึ้นมาทันที  สถานที่ที่รวมผู้คนไว้ทั้งคนจรจัด  คนยากไร้  คนไร้บ้าน อาจจะมีพวกขอทานรวมอยู่ในนี้ด้วยก็เป็นได้
     หลี่เซี้ยนเจ่อค่อยๆเดินกวาดสายตา  ไล่มองดูว่าไป๋หลานนั้นอยู่ในตำแหน่งใด  บริเวณไหน  มองไปทางใดก็เจอทหารบ้าง  คนจรบ้าง  แต่พยายามคิดในใจว่านางคงอยู่ในส่วนของผู้ประสบภัย  จึงทำให้เวลาเดินต้องเพิ่มความระวัดระวัง  และตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา  สมองของหลี่เซี้ยนเจ่อกำลังรวบรวมข้อมูลของกองคาราวานที่ได้บอกเล่าให้ฟัง  ยิ่งเดินตามหา  ยิ่งรู้สึกว่าตนเองได้ทำผิดพลาดครั้งใหญ่ในชีวิต  แล้วด้วยสภาพแวดล้อมที่กึ่งเมือง  ทำให้การเดินตามหาค่อนข้างต้องใช้เวลามากพอสมควร  แต่นั้นคือสิ่งที่หลี่เซี้ยนเจ่อยินดี  ขอเพียงได้พบกับไป๋หลาน  ความเหนื่อยล้าทั้งหมดที่ผ่านมา  ย่อมมลายสูญสิ้นไปทันที
     ทุกครั้งที่เดินผ่านหรือมองดูคนในค่ายพักแรม  ทำให้ต้องคอยหลบพวกที่เดินสวนกัน  และระมัดระวังไม่ให้ถุงเดินหายไปอย่างไร้ร่องรอย  ยิ่งเนิ่นนาน  ความหวังที่จะได้เจอที่เหมือนจะสว่างขึ้นมา  อาจจะต้องริบรี่ลง  เพราะตอนนี้หลี่เซี้ยนเจ่อได้เดินมายังส่วนของผู้ประสบภัย  เหมือนสายตาจะเจอว่าใช่นาง  แต่ต้องยืนชั่งใจอยู่แบบนั้น
@Admin




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +25 ความหิว -18 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 25 -18 + 5

ดูบันทึกคะแนน

...
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เทียนกุย
กำหนดลมหายใจ
บันทึกซางยาง
ทวนอสรพิษ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x4
x4
x1
x1
โพสต์ 2018-10-15 21:09:42 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Hazan เมื่อ 2018-10-17 10:38

บุญคุณ-ความแค้น
เมื่อลมพัดได้หวนคืน
     ด้วยความที่ไม่แน่ใจและมีความสงสัย  หลี่เซี้ยนเจ่อจึงต้องค่อยๆเดินเข้าไปหา  ระหว่างสองข้างทางหมอต่างดูแลคนประสบภัย  แม้ในใจตื่นเต้นระคนดีใจ  การเดินทางที่ยางนานนับพันลี้  ออกเดินตามหามาตลอดทาง  ฝ่าฝันทุกสิ่งอย่างมามากมาย  แต่ทำไมยังคงลังเลประหนึ่งว่า  คนที่สายตาของตนเองได้นั้น  มันกำลังทดสอบตัวเราเอง  วันและคืนได้ล่วงผ่านมานานหลายปี  มือแนบชิดอยู่ที่เข็มขัดหยก  เดินเข้ามาจนถึงเตียงของสตรีผู้นั้น
     'ไม่ผิด' เสียงในใจได้บอกกับหลี่เซี้ยนเจ่อออกมาแบบนั้น  ร่างบางที่กำลังนอนอยู่บนเตียง  ใบหน้าที่แสนจะคุ้นตาและคุ้นเคย  ยังคงประทับอยู่ในใจของหลี่เซี้ยนเจ่อตลอดมา  ไม่เคยเปลี่ยนแปลง  หลี่เซี้ยนเจ่อยืนนิ่งมองไป๋หลานด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย  บนร่างของไป๋หลานมีผ้าพันแผลที่แขน  มันบ่งบอกว่าไป๋หลานเพิ่งจะประสบเหตุมา  ภาพที่ไป๋หลานเกาะอยู่ที่ชะง่อนผา  เมือจื่อถง  หลี่เซี้ยนเจ่อได้ช่วยไป๋หลานไว้พร้อมกับตกหน้าผามาด้วยกันทั้งคู่ ตอนที่หลี่เซี้ยนเจ่อบาดเจ็บ  แล้วไป๋หลานช่วยพันแผลที่แขนให้ในถ้ำ  คอยอยู่ดูแลอย่างใกล้ชิดไม่ห่างกายไปที่ใด  ขณะที่หลี่เซี้ยนเจ่อต้องนอนซมเพราะพิษจากบาดแผล  ในที่สุดหลี่เซี้ยนเจ่อและไป๋หลานต่างก็สาบานต่อหน้าฟ้าดิน  สิ่งเหล่านี้หลี่เซี้ยนเจ่อไม่เคยลืมเลือนเลย  แล้วตอนนี้ไป๋หลานยังต้องมาประสบภัย  โดยที่ครั้งนี้หลี่เซี้ยนเจ่อไม่สามารถช่วยชีวิตของไป๋หลานไว้ได้เลย
     หลี่เซี้ยนเจ่อหันซ้ายแลขวา  พอดีกับที่หมอประจำตัวที่ดูแลไป๋หลานเดินเข้ามาพอดี  หมอยิ้มให้หลี่เซี้ยนเจ่อแล้วก้มลงดูบาดแผลของไป๋หลาน
   "ท่านหมอ ข้าอยากทราบว่าไป๋หลานได้รับบาดเจ็บจากอะไร?"
   หลี่เซี้ยนเจ่อเดินเข้ามาถามหมอด้วยความเป็นห่วงและอยากรู้
   "นางได้รับบาดเจ็บจากการที่รถม้าพลิกคว่ำ ระหว่างเดินทางไปโหรวหราน พวกชงหนูโจมตีขบวนคาราวานที่นางตามไปด้วย นางโชคดีที่รอดมาได้ แต่แขนได้รับบาดเจ็บสาหัส"
   ได้ฟังหมอพูดถึงอาการของไป๋หลาน  รวมถึงสาเหตุของอาการบาดเจ็บ  มันยิ่งทำให้หลี่เซี้ยนเจ่อทั้งเป็นห่วงและแค้นใจเป็นอย่างมาก  จึงได้แต่เก็บอารมณ์ไว้ในใจ
   "แล้วอาการของนางตอนนี้เป็นอย่างไรบ้างท่านหมอ"
   หมอก้มตรวจบาดแผลและตรวจตามตัวอีกครั้ง  พร้อมทั้งใช้มือจับชีพจรที่แขนของไป๋หลาน
   "ชีพจรยังคงเต้นเป็นปรกติดี ไม่ติดขัด  แต่นางสลบไม่ได้สติมาสามวันแล้ว"
     หลี่เซี้ยนเจ่อเดินมานั่งลงฝั่งตรงข้ามกับที่หมอยืนดูแลไป๋หลาน  เขาจะนั่งอยู่ที่นี่เฝ้านางไว้  จนกว่าไป๋หลานจะฟื้นสติกลับมาคงเดิม  เขาดั้นด้นมาถึงที่นี่แล้ว  และคิดว่าจะพาไป๋หลานกลับเจียงหนานด้วยกัน
@Admin

   


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +25 ความหิว -36 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 25 -36 + 3

ดูบันทึกคะแนน

...
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เทียนกุย
กำหนดลมหายใจ
บันทึกซางยาง
ทวนอสรพิษ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x4
x4
x1
x1
โพสต์ 2018-10-17 21:29:45 | ดูโพสต์ทั้งหมด
บุญคุณ-ความแค้น
ดูแลดอกไม้งาม วันที่ 2
     เมื่อวานหลี่เซี้ยนเจ่อเดินทางเข้าไปในตลาด  เพื่อไปซื้อเสบียงมาตุนเอาไว้ในระยะยาว  เพราะตนเองก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่หรือวันไหน  ที่ไป๋หลานจะฟื้นคืนสติขึ้นมา  แล้วยังแวะซื้อเครื่องประดับหยกที่ร้านขายของหยกด้วย  แล้วเมื่อกลับมาถึงค่ายพักแรมของนักเดินทาง  หลี่เซี้ยนเจ่อได้ฝากม้าและอาวุธให้รับทหารไว้เป็นการชั่วคราว  ส่วนตัวเองเดินไปยังส่วนของที่พักของผู้ประสบภัย  หลี่เซี้ยนเจ่อวางสัมภาระลงไว้ที่ข้างเตียงของไป๋หลาน  กว่าจะถึงจะค่ำมืดพอดี  แล้วผล็อยนอนหลับที่ข้างเตียงไป๋หลาน
     ราตรีคืนนี้เหมือนว่าจะมีดาวมากกว่าเมื่อวาน  เพราะตั้งแต่มานั่งเฝ้าไป๋หลานในคืนแรก  หลี่เซี้ยนเจ่อมักจะใช้เวลานั่งเหม่อมองออกไปเบื้องนอก  แล้วนับดาวบนฟ้าในใจ  แต่ก็นั้นแหละมันคือสิ่งเดียวที่หลี่เซี้ยนเจ่อจะทำได้  ยามต้องมาอยู่ที่ทะเลทรายอย่างนี้  หลี่เซี้ยนเจ่อมักจะถามอาการของไป๋หลานทุกครั้ง  เวลาที่หมอประจำตัวแวะมาตรวจดูอาการของไป๋หลาน  บางทีหมออาจจะรำคาญหลี่เซี้ยนเจ่อไปบ้าง  แต่จะทำอย่างไรได้  หลี่เซี้ยนเจ่อได้แต่หวังว่าคำตอบของหมอจะเปลี่ยนไปจากเดิม  แล้วบอกว่าอาการของไป๋หลานดีขึ้นมากแล้ว
     หากเป็นเมื่อก่อนตอนยังเด็ก  หลี่เซี้ยนเจ่อและหลี่เหม่ยหลิน  มักจะได้ยินบิดาของพวกเขานั่งอยู่ที่ศาลากลางน้ำ  ในมือถือขลุ่ยไม้เนื้อดีเลาหนึ่ง  แล้วจะเริ่มเป่าเพลงขับลำนำอยู่นานครึ่งชั่วยาม  บางครั้งก็เป็นเพลงที่แต่งขึ้นมาเอง  มันคือช่วงเวลาหนึ่งที่แสนสุข  แล้วหลังจากนั้นทั้งหลี่เซี้ยนเจ่อและหลี่เหม่ยหลิน  จะนั่งหลับโดยเอาศรีษะของทั้งคู่ชนกันอยู่ที่ริมระเบียง  หลายเป็นภาพที่คุ้นตาของคนในบ้าน  วันเวลาหมุนผ่าน  คืนวันเหล่านั้นกลายเป็นความทรงจำที่ไม่มีวันจาง  
     ตอนนี้ในมือของหลี่เซี้ยนเจ่อถือขลุ่ยหยกไว้  บิดาไม่ได้สอนการเป่าขลุ่ยให้  แต่เป็นปู่ที่สอนให้หลี่เซี้ยนเจ่อได้เป่าขลุ่ย  เพียงเพราะอยากให้มีสมาธิจดจ่ออยู่มันเท่านั้นเอง  ส่วนใหญ่เป็นเพลงที่ดุดันประหนึ่งเป็นบทเพลงของสงคราม  หลี่เซี้ยนเจ่อหันหน้ามามองดูไป๋หลานที่ยังคงหลับสนิท ในใจเริ่มคิดที่อยากจะเป่าให้ไป๋หลานได้ฟัง  ทุกวันคืนที่เจียงหนาน จึงได้เก็บขลุ่ยไว้ด้านในอกเสื้อ  แล้วล้มลงนอนที่ข้างเตียงของไป๋หลาน
@Admin


แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +2 คุณธรรม โพสต์ 2018-10-20 19:23

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +50 ความหิว -22 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 50 -22 + 3

ดูบันทึกคะแนน

...
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เทียนกุย
กำหนดลมหายใจ
บันทึกซางยาง
ทวนอสรพิษ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x4
x4
x1
x1
โพสต์ 2018-10-18 23:59:16 | ดูโพสต์ทั้งหมด
บุญคุณ-ความแค้น

ดูแลดอกไม้ 3

     บ่ายของวันนี้  ระหว่างที่นั่งเฝ้าไป๋หลานอยู่ที่ข้างเตียง  หลี่เซี้ยนเจ่อเห็นว่ามีผู้ประสบภัยสองราย  ที่หายดีจนออกจากค่ายนี้ไปแล้ว  ในใจพลอยยินดีไปด้วย  พอถึงช่วงเย็นหมอที่ดูแลไป๋หลานเดินมาตรวจดูอาการ  ได้ของกับหลี่เซี้ยนเจ่อว่าชีพจรของไป๋หลานเดินเป็นปรกติแล้ว  คาดว่าพรุ่งนี้คงจะมีข่าวดีตามมา  แล้วสิ่งที่หลี่เซี้ยนเจ่อเฝ้าภาวนาตลอดมาก็เกิดผล  จนทำให้อยากให้ถึงวันพรุ่งนี้โดยเร็ว  

     ค่ำคืนของหลี่เซี้ยนเจ่อ  ได้มีคนมานั่งคุยอยู่ด้านตรงข้ามของเตียงไป๋หลาน  ไม่ใช่ใครอื่นเป็นหมอที่ดูแลไป๋หลาน  คนผู้นี้ึ่อนข้างจะแก่ชรากว่าบิดาของหลี่เซี้ยนเจ่ออยู่มาก  ดวงตาได้ฉายบอกถึงประสบการณ์และความกร้านโลก  ท่วงท่าและบุคคลิกแฝงไว้ด้วยความอ่อนโยน  และความเมตตา

   "ข้าเห็นเจ้ามาอยู่กับนางได้หลายวัน ไม่มีโอกาสได้สนทนา จุงอยากทราบว่าเจ้ามีความสัมพันธ์ หรือฐานะใดกับนางหรือไม่?"

   หลี่เซี้ยนเจ่อได้ยินคำถามทำนองนี้มาบ่อยมาก  ในช่วงที่ออกตามหาไป๋หลานที่นอกด่าน  

   "เรียนท่านหมอ ข้าเคยมีความสัมพันธ์เป็นสามีกับนางมาก่อน แต่ด้วยกฎของบ้าน ทำให้เราต้องแยกจากกันหลายปี"

   หมอพยักหน้าเป็นเชืงรับรู้ แล้วหันมามองไป๋หลานที่ยังคงนอนหลับสนิทอยู่บนเตียง

   "ข้าแซ่จ้าว กฎบ้านของชาวฮั่นมักเข้มงวดและเคร่งครัดเสมอ แล้วเจ้าจะทำอย่างไร หากเกิดว่านางยินยอมตามเจ้ากลับเข้าด้านไปด้วย"

   "ข้าคงจะพากลับเจียงหนาน ข้ามีบ้านอยู่นั้น แล้วหวังว่าวันหนึ่งที่บ้านจะยอมรับพวกเราได้"

   "มันจะต้องใช้เวลาพอสมควร ขอให้ประสบความสำเร็จ"

   "ขอบคุณ ท่านหมอจ้าว"

     หลังจากสนทนาได้ครู่หนึ่ง หมอวัยชราได้ลุกเดินจากไป  มันคงเป็นเรื่องยากที่จะให้บิดายอมรับในเรื่องนี้  แต่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้  หากได้มารดาและหลี่เหม่ยหลินช่วยพูด  สักวันบิดาคงจะใจอ่อนและยอมรับในเรื่องนี้ได้  หากไม่อย่างนั้น  หลี่เซี้ยนเจ่อคงได้แต่หาบ้านอยู่ที่แดนใต้ไปชั่วชีวิต  เรื่องของบ้านตนเองจากนี้  ขึ้นอยู่กับโชคชะตา

@Admin


แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +2 คุณธรรม โพสต์ 2018-10-20 19:23

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +75 ความหิว -14 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 75 -14 + 3

ดูบันทึกคะแนน

...
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เทียนกุย
กำหนดลมหายใจ
บันทึกซางยาง
ทวนอสรพิษ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x4
x4
x1
x1
โพสต์ 2018-10-19 22:01:12 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Hazan เมื่อ 2018-10-20 15:01

บุญคุณ-ความแค้น
ดูแลดอกไม้งาม 4
     ทุกคืนวันที่ผันผ่าน  ชายหนุ่มวัยฉกรรจ์ได้ทิ้งความสะดวกสบาย  ออกเดินทางรอนแรมตามหาดอกไม้งาม  ควบยอดอาชาคู่ใจเดินทางไกลนับพันลี้  เพียงเพื่อขอให้ได้เจอดอกไม้งามนั้น  ยอมละทิ้งความฝัน  ความสำเร็จ  เกียรติยศ  และชื่อเสียงไว้เบื้องหลัง  ขอเพียงได้ยลโฉมดอกไม้งาม  เคียงข้างสตรีที่ตนรัก  สิ่งอื่นใดล้วนเป็นเรื่องรองลงมาสำหรับหลี่เซี้ยนเจ่อ  ตนเองในวัยหนุ่มชอบสำราญและเกี้ยวสตรี  จนในที่สุดได้เจอสตรีที่เป็นหญิงงาม  ทำให้ได้รู้จักถึงความรักโดยแท้จริง  แล้วเป็นเพียงหญิงเดียวที่กุมหัวใจของหลี่เซี้ยนเจ่อคนนี้
     ยามนี้หญิงงามผู้นั้นกำลังนอนหลับไหลอยู่เตียง  ที่แขนพันไว้ด้วยผ้าพันแผล  นับจากนี้หลี่เซี้ยนเจ่อยินดีดูแลนางไม่ว่าจะในยามทุกข์หรือยามสุข  หากได้กลับมาอยู่ร่วมกันอีกครั้ง  ให้มีอีกกี่เหตุการณ์ร้ายหลี่เซี้ยนเจ่อก็ยินดีเผชิญ  หลี่เซี้ยนเจ่อล้วงหยิบขลุ่ยหยกด้านในอกเสื้อออกมา  ยกขึ้นจรดริมฝีปาก  แล้วเริ่มผิวปาก  ขยับนิ้ว  เล่นท่วงทำนองที่ไม่โศกเศร้าและยินดี  บทเพลงที่บอกถึงการไม่สนใจโลก  หรือหวั่นไหวต่อสิ่งใดหากต้องเผชิญ  ท่วงจังหวะไม่รีบเร่ง  ชวนให้คนฟังในหมู่บ้านผู้ประสบภัยที่อยู่บริเวณนั้น  ต้องหยุดชะงักฟัง  ไม่นานบทเพลงก็ได้หยุดลง
      หมอผู้เฒ่าแซ่จ้าวที่ได้สนทนากันเพียงสั้นๆเดินเข้ามา  หลังจากที่ได้ยินฟังบทเพลงเมื่อครู่ได้จบลง  ก้มตัวลงใช้มือจับชีพจรอยู่ครู่หนึ่ง  แล้วเงยหน้าสบตากับหลี่เซี้ยนเจ่อ
   "บทเพลงเมื่อครู่นี้ ไพเราะดีแท้ ไม่ได้ฟังนานแล้ว"
   หมอจ้าวกล่าวเชิงสัพหยอกให้หลี่เซี้ยนเจ่อฟัง พลางยิ้มอย่างอ่อนโยน
   "เป็นอย่างไรบ้าง? ท่านหมอจ้าว อาการของนางดีขึ้นบ้างไหม? หวังว่าคงจะเป็นข่าวดี"
   หลี่เซี้ยนเจ่อยิ้มไม่เชิงยิ้ม  เพราะนั่งเฝ้ารอมาตลอดทั้งวัน  เพื่อรอฟังข่าวดีในวันนี้
   "ใจเย็นๆก่อนเถิด ข้ารู้ว่าเจ้ากำลังรอคำตอบจากข้า นางกลับมาฟื้นฟูเป็นปรกติแล้ว แต่ทั้งนี้ยังต้องรออาการ หลังจากที่นางตื่นขึ้นมา"
   ได้ยินแบบนั้น  ใบหน้าของหลี่เซี้ยนเจ่อก็ซ่อนความปีติบนใบหน้าเอาไว้ไม่อยู่แแล้ว  อีกไม่ช้าไม่นาน  ไป๋หลานก็คงจะตื่นขึ้นมาแล้ว  
     หลี่เซี้ยนเจ่อนั่งเฝ้ารอด้วยใจที่จดจ่อ  รอว่าเมื่อไหร่ไป๋หลานจะขยับตัว  เหมือนสวรรค์จะเห็นในใจความอดทนของหลี่เซี้ยนเจ่อ  ไม่นานเสียงขยับตัวบนเตียงของผู้ป่วยก็มีขึ้นมา  ไป๋หลานขยับตัวมานอนตัวตรงค่อยๆขยับเปลือกตา  แล้วลืมตาทั้งของข้างอย่างช้าๆสายตามองเพดาน  ในแววตาคล้ายยังจดจะอะไรไม่ได้  หลี่เซี้ยนเจ่อจึงสบตากับหมอเพื่อขอคำตอบ
@Admin



แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +2 คุณธรรม โพสต์ 2018-10-20 19:23

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +75 ความหิว -33 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 75 -33 + 3

ดูบันทึกคะแนน

...
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เทียนกุย
กำหนดลมหายใจ
บันทึกซางยาง
ทวนอสรพิษ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x4
x4
x1
x1
โพสต์ 2018-10-25 22:35:22 | ดูโพสต์ทั้งหมด
บุณคุญ-ความแค้น

     สายลมในทะเลทรายพัดผ่านเข้ามายังด้านในหมู่บ้านประสบภัย  หลี่เซี้ยนเจ่อนั่งสบตากับหมอที่ดูแลไป๋หลาน  อย่างต้องการคำตอบ  สายตาของหมอผู้เฒ่ามองสลับกับหลี่เซี้ยนเจ่อและไป๋หลาน  เวลาล่วงเลยไปนานเท่าไหร่ยากจะคาดเดา  ไป๋หลานลืมตาทั้งสองข้างหลังจากฟื้นคืนสติจากอาการบาดเจ็บ  สายตาของไป๋หลานกวาดตามองไปรอบๆด้าน  หมอผู้เฒ่าแซ่จ้าวค่อยๆประคองไป๋หลานให้ลุกขึ้นจากเตียง  แล้วค่อยๆตรวจดูทีละจุด  จนเมื่อเห็นว่าไม่มีสิ่งใดที่น่าเป็นห่วงแล้ว  จึงผละตัวจากไปทันที  
     หลี่เซี้ยนเจ่อลุกขึ้นจากเก้าอี้มองไป๋หลานด้วยความดีใจ  การเดินทางที่ยาวไกลนับพันลี้  การเฝ้ารอคอยมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา  แล้วเหมือนสวรรค์จะเมตตา  โชคชะตาเห็นใจ  ทำให้ความรู้สึกทั้งหลายที่มีอยู่  เหลือเพียงแค่ความดีใจ  ปีติ  อยากเข้าไปสวมกอดให้หายคิดถึง  แต่เหมือนแววตาคนตรงหน้ากลับมองต่างออกไป  ดวงตาที่เปี่ยมไปด้วยระคนตกใจ  แปลกใจ และการคาดไม่ถึงของชายฉกรรจ์ที่ยืนอยู่เบื้องหน้า  
     ภาพความทรงจำเก่าๆค่อยก่อตัวขึ้นมา  ตั้งแต่เหตุการณ์ตกหน้าผา  ร่างบุรุษที่ได้ใช้แผ่นหลังของตัวเองรับแรงกระแทกทั้งหมดแทน  อีกทั้งยังได้ติดอยู่และอาศัยอยู่ในถ้ำด้วยกัน  ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง  และสิ่งที่ไป๋หลานไม่เคยลืมเลือนมาตลอด  คือการได้กราบไหว้ฟ้าดินเป็นสามีภรรยาด้วยกัน  แล้วการที่ชายหนุ่มในตอนนั้นไม่ช่วยปกป้องเธอ  จากการโดนดูถูกจนต้องวิ่งหนีออกมาจากบ้านหลังนั้น  สิ่งเหล่านั้นไป๋หลานไม่เคยลืมเลย  ในใจยังคงมีคำถามผุดขึ้นมามากมาย
   "คุณชายมาทำอะไรที่นี่คะ"
   ไป๋หลานทำได้เพียงเอ่ยถามออกมาสั้นๆน้ำเสียงบ่งบอกประหนึ่งพบคนแปลกหน้า  ที่ได้พบเจอกันเมื่อนานมาแล้ว
   "ข้ามารับเจ้ากลับไปอยู่ด้วยกัน  กลับไปอยู่ด้วยกันเถอะนะ"
   หลี่เซี้ยนเจ่อแบมือยื่นออกไปหาคนตรงหน้า  ในใจขอเพียงอีกฝ่ายยื่นมือมาหา  นั้นจึงหมายความว่าที่ผ่านมาตนเองลงทุนไม่เสียเปล่าแล้ว  ไป๋หลานทำท่าจะยื่นมือออกมา  สบตากับคนตรงหน้าอีกครั้ง  แล้วหมุนตัวหันหลังให้กับหลี่เซี้ยนเจ่อ
   "คุณชายกลับไปเถอะเจ้าคะ  ข้าไม่อยากพบหน้าคุณชายอีก"
   ไป๋หลานหลุบตาลงมองพื้น  สำหรับเธอแล้วที่ผ่านมาถือว่าหนักเกินพอที่รับไหว  หลี่เซี้ยนเจ่อยามนี้ต้องเผื่อใจเพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อยหกส่วน  ไป๋หลานยังคงฝังใจไม่ลืมเลือน
   "ข้ายินดีพาเจ้าหลบหน้าบิดาข้า ไปอยู่ด้วยกันที่แดนใต้  ที่นั้นข้าได้ซื้อบ้านไว้เป็นของตัวเองแล้ว ไป๋หลาน เรากลับไปด้วยกันเถอะนะ"
   หลี่เซี้ยนเจ่อยังคงเชื่อว่ามีความหวังนั้นอยู่  เผื่อว่าไป๋หลานจะยอมลืมเรื่องราวและไม่ถือสากับสิ่งที่ผ่านมา  ตามไปอยู่ด้วยกันอย่างน้อยก็ได้อยู่ ร่วมเรียงเคียงคู่กัน  ซักวันบิดาของตนเองจะใจอ่อนยอมรับไป๋หลานเข้าเป็นส่วนหนึ่งของตระกูล
   "ไม่ดีกว่าเจ้าคะ  ขอให้คุณหชายไปหาสตรีที่ควรกว่าข้าเถอะเจ้าคะ"
     เพียงสิ้นประโยคสุดท้าย  ไป๋หลานก้าวเท้าเดินออกจากหมู่บ้านประสบภัย  อย่างไม่ยอมหันกลับมามองคนที่อยู่ด้านหลังอีกเลย  หลี่เซี้ยนเจ่อได้แต่ยืนนิ่งอย่างไม่รู้จะทำเช่นไร  ใบหน้าเศร้าหมองลงอย่างเห็นได้ชัด  สตรีที่ตนเองรักใคร่  บัดนี้มาตัดไมตรีอย่างไม่เหลือเยื่อใย  ย่อมแสดงให้เห็นว่าไป๋หลานตัดขาดรักนี้แล้วอย่างแน่นอน  เมื่อการเดินทางที่แสนยาวไกล  มาจบลงด้วยผลลัพธิ์แบบนี้  หลี่เซี้ยนเจ่อควรตัดใจควบม้าเดินทางกลับเจียงหนาน  อย่างน้อยๆตนเองก็ยังมีครอบครัวรออยู่เบื้องหลัง  จากนี้ไปเราทั้งคู่ต่างจะเป็นคนในความทรงจำของกันและกันตลอดไป
@Admin


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +25 ความหิว -22 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 25 -22 + 3

ดูบันทึกคะแนน

...
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เทียนกุย
กำหนดลมหายใจ
บันทึกซางยาง
ทวนอสรพิษ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x4
x4
x1
x1

106

กระทู้

531

โพสต์

28หมื่น

เครดิต

ทุกการตัดสินใจครั้งใหญ่ในชีวิต

เงินชั่ง
313357
เงินตำลึง
112222
ชื่อเสียง
34004
ความหิว
418
คุณธรรม
486
ความชั่ว
2
ความโหด
43
ชิหลง
ระดับ 1

เซี่ยง เหมย

ข้าไม่ได้อ่อนแอนะ
pet
โพสต์ 2018-12-1 14:33:43 | ดูโพสต์ทั้งหมด




                                 เพราะตอนแรกนั้นข้าตั้งใจที่จะให้ทั้งเซี่ยงเหมยและคลอเดรียไปด้วยกัน ข้าเลยจำต้องวุ่นวายกับเรื่องพาหนะ แทนที่จะเอาฮั่นเสี่ยทองไปเพียงตัวเดียว กลับกลายเป็นว่าเซี่ยงเหมยเล่นกลับมาค่ายคนเดียววะอย่างงั้น งานเลยตกอยู่ที่ข้าซึ่งข้าเองในตอนนั้นก็มีไม่ต่างอะไรกับตอนที่ข้ากับหลินกุ้ยไปผจญภัยด้วยกันหรอก แต่ครั้งนั้นมันไม่ได้ลำบากเหมือนกับตอนนี้เท่าไหร่นัก ความสมบุกสมบันของรถม้าคันใหญ่ที่แต่ก่อนนั้นเคยเป็นรถศึกของชายโหรวหรานก็ได้ถูกแสดงออกมา จนกระทั่งถึงที่ค่าย ความต้องการที่จะสร้างรถม้าศึกแบบนี้ให้ได้หลายๆคันในการทำศึกและปกป้องดินแดน ข้าจึงเก็ยรถไว้ ก่อนที่จะเดินทางมาที่เมืองรอบค่ายแล้วมุ่งหน้าสู่ หมู่บ้านผู้ประสบภัย เพื่อตามหาสองคนนั้นต่อไป.. นี่คนหรือหินห้าสี ทำไมมันหายากหาเย็นเหลือเกินเนี่ย…

                                ที่หมู่บ้านผู้ประสบภัย ประชาชนนับร้อยนับพัน จากต่างถิ่นต่างแดนที่มาอาศัยที่อยู่ชั่วคราวระยะยาวเพื่อเลี้ยงชีพของตนเองไปวันๆ กับอีกสถานที่รอบนั่นคือค่ายพักแรมนักเดินทาง ซึ่งแม้ว่าสองสถานที่จะอยู่ใกล้ๆกัน แต่ความแตกต่างของสองที่นี้นั้นช่างชัดเจนเสียยิ่งกว่าสิ่งใด ข้าคิดว่าพวกเขาน่าจะมาตามหาน้องสาวของตนเองจากที่นี่ หลังจากที่ได้รับทราบสถานที่จากผู้คนรอบตัว ซึ่งพวกเขาไม่รู้เลยว่านางไม่ได้อยู่ที่ด้านนอกแห่งนี้ เอาเถอะ ยังไงข้าเองก็ต้องถามพวกเขานั่นล่ะ ไม่แน่ว่าพวกเขาอาจจะยังอยู่ที่นี่ก็ได้ เราอาจแค่ไม่เห็นตัวพวกเขาก็เท่านั้น…

                                  “ท่านชาย ข้าขอสอบถามอะไรหน่อยสิท่าน”
                                  “มีอะไรให้ข้าช่วยงั้นเรอะพ่อหนุ่ม… เหวออ!! ท่านแม่ทัพเว่ยเส้าเทียน”
                                  "เออ.. ขออภัยที่ทำให้ตกใจนะท่านชาย ข้าแค่อยากถามอะไรท่านนิดหน่อย”
                                  “โอ้ว.. ด้วยความยินดีขอรับท่านแม่ทัพ เพราะที่นี่ทำให้ข้ามีชีวิตอยู่ได้ อยากทราบอะไรรึท่าน?”
                                  “เออ ท่านพอจะเห็นชายผู้นี้ในหมู่บ้านบ้างรึเปล่า? พอดีข้ากำลังตามหาเขาอยู่น่ะ”
                                  “เอออ อืมมม ไม่เคยนะท่านแม่ทัพ แม่ลักษมี ออกมาหน่อย ข้าอยากให้เจ้าดูอะไรนี่หน่อยน่ะ”
                                  “อะไรๆ ท่านพี่ ข้ากำลังทำกับข้าวให้ท่านอยู่ จะมาเรียกให้ดูอะไรตอนนี้เนี่ย อุ๊ยตายต๊าย! ท่านแม่ทัพ”
                                  “นี่ๆๆๆ เจ้าเคยเห็นชายคนนี้รึเปล่า? ท่านแม่ทัพกำลังตามหาชายสองคนนี้อยู่น่ะ เจ้าเคยเห็นบ้างมั้ย?”
                                  “อืมม ขอนึกก่อนนะ.. อ๋อๆ เคยเห็นๆ ตอนที่ข้าเข้าไปซื้อของในเมืองน่ะ เผอิญว่าเขาเข้ามาถามพ่อค้าที่ร้านนั้นพอดี ข้าเลยยั่วพวกเขาไป เพราะโดนพวกเขาแย่งพูด”
                                 “แล้วท่านหญิงพอจะทราบมั้ยว่าพวกเขายังอยู่ที่นี่มั้ย?”
                                 “ข้าว่านะ พวกเขาคงจะออกไปได้ซักพักแล้วล่ะ เห็นเขาพูดว่าจะไปดูที่ค่ายพักนักเดินทาง คงจะไปกันแล้วมั้ง”
                                 “...ขอบคุณท่านทั้งสองมากๆ เอาไว้เมื่อข้ามีเวลา ข้าจะมาดูแลที่นี่ให้ดีขึ้นนะท่านทั้งสอง”

                                 ก่อนที่จะเดินออกจากหน้าบ้านของพวกเขาไป พวกเขาคงเป็นพ่อค้าแม่ค้าจากชมพูทวีปล่ะ อาจจะด้วยอะไรบางอย่าง ถึงทำให้พวกเขาต้องมาอาศัยอยู่ที่นี่แทน คงเป็นเช่นนั้นล่ะ เพราะสองคนนั้น ทำให้ข้าได้รู้เบาะแสเพิ่มเติม พวกเขาไม่อยู่ที่นี่ล่ะ แต่ไปที่ค่ายนักเดินทางซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก เดินไปไม่กี่อึดใจ ก็ถึงหน้าค่ายพักแรมแล้ว

                                “ท่านแม่ทัพ..”
                                “ทหาร ข้าอยากทราบว่าเจ้าเคยพบเห็นชายสองคนนี้รึเปล่า?”
                                "สองคนนี้...อืมม ข้าขอนึกก่อนนะขอรับ“

                               “มีอะไรงั้นเหรอทหาร? อุ้ย! ท่านแม่ทัพ จะมาไม่ให้ซุ่มให้เสียงก่อน”
                               “ตัวใหญ่ขนาดนี้ยังต้องให้ซุ่มให้เสียงอะไรอีกรึไงฮะ?”
                               “แหม่ ล้อเล่นน่ะท่าน ว่าแต่.. มีอะไรกับสองคนนี้รึเปล่าขอรับ? พอดีว่าข้าคุ้นหน้าสองคนนี้อยู่ เหมือนว่าเพิ่งออกไปจากที่นี่ได้ไม่นานนัก”
                              “เจ้ารู้เหรอ? พวกเขาไปทางไหนพอจะรู้รึเปล่า?”
                              “อืมม… พวกเขาไปทาง… อ้อใช่ เห็นว่าพวกเขาไปทางตะวันตกน่ะท่าน.. ให้ข้าส่งทหารไปมั้ย?”
                              “ไม่ต้องหรอก ข้าอยากเจอเขาไม่ได้อยากจะจับเขา ตะวันตกสินะ ขอบใจพวกเจ้ามาก เดี๋ยวข้าเลี้ยงถังหูลู่พวกเจ้าเมื่อกลับไปที่ค่ายนะ”
                             “ฮะ! อะไรนะ ถังหูลู่อีกแล้วเหรอท่าน ไม่เอาแล้ว… กินจนลิ้นข้าจะไม่รู้สึกรสอื่นอยู่แล้วท่านแม่ทาพพพพ….”

                             ข้าล้อเล่นน่ะ.. ถังหูลู่น่ะ ข้าเก็บไว้กินเองก็ได้ ข้าชอบ.. ตะวันตกอย่างงั้นเหรอ ที่ๆใกล้ที่สุดทางตะวันตกก็คงจะไม่พ้นโอเอซิสนั่นสินะ ใกล้กับปราการทิศตะวันตกพอดี ตอนนี้คงจะตามทัน ข้าว่าต้องรีบหน่อยแล้ว


เรารับใช้ราชสำนัก ให้ความเป็นธรรมแก่ปวงชน หน้าที่ๆขุนนางทุกคนต้องทำ เหมือนพ่อปกป้องลูก ถ้าเกรงกลัวต่ออิทธิพล เอาชีวิตรอดโดยละเลยหน้าที่ให้อธรรมค้ำคอ จะกลายเป็นที่สาปแช่งของเหล่าราษฎร...
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
มีดวูฟเคน
เกราะทองแดง
ดาบแห่งยักษ์
กำหนดลมหายใจขั้นสูง
คัมภีร์ละติน
ตัวเบาพื้นฐาน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1010
x15
x2
x50
x30
x30
x1180
x1
x15
x2398
x10
x55
x39
x100
x100
x300
x58
x1
x1
x880
x50
x18
x15
x15
x10
x50
x25
x25
x100
x6000
x95
x5
x115
x1
x10
x10
x1
x60
x45
x12
x25
x1
x3
x60
x1
x10
x1
x60
x24
x1000
x30
x1
x4
x1
x15
x50
x9999
x7
x14
x60
x365
x47
x2
x300
x4
x35
x17
x180
x4
x60
x55
x30
x4
x145
x90
x20
x8
x119
x230
x4
x32
x3000
x2
x80
x65
x5
x1
x1
x1
x60
x150
x50
x3
x5
x75
x110
x2
x50
x85
x1100
x20
x127
x60
x3099
x37
x520
x50
x28
x9
x49
x84
x7
x2050
x43
x120
x32
x15
x109
x263
x19
x96
x1
x34
x53
x130
x49
x268
x16
x94
x168
x22
x10
x30
x132
x147
x85
x1

106

กระทู้

531

โพสต์

28หมื่น

เครดิต

ทุกการตัดสินใจครั้งใหญ่ในชีวิต

เงินชั่ง
313357
เงินตำลึง
112222
ชื่อเสียง
34004
ความหิว
418
คุณธรรม
486
ความชั่ว
2
ความโหด
43
ชิหลง
ระดับ 1

เซี่ยง เหมย

ข้าไม่ได้อ่อนแอนะ
pet
โพสต์ 2018-12-5 23:31:47 | ดูโพสต์ทั้งหมด
                                  จริงๆแล้วการพัฒนาบ้านเมืองนั้น
                                  ควรจะเป็นหน้าที่ของเจ้าปกครองเมือง
                                  แต่เมื่อเมืองแห่งนี้ตั้งอยู่โดยรอบค่าย
                                  หน้าที่การดูแลเมือง จึงหล่นใส่ข้าซะงั้น


                                   เอาเถอะๆ ยังไงซะหน้าที่ของข้าราชการอย่างข้านั้นก็ไม่พ้นการช่วยเหลือประชาชน ยิ่งเป็นทหาร เป็นนักรบด้วยแล้ว ยิ่งต้องให้ความสำคัญกับเหล่าราษฏรเป้นอย่างมาก ข้าราชการที่ไหนจะทำอะไรไม่ทำอะไร ช่างหัวข้าราชการสิ อยู่แต่กับหน้ากระดาษกับมึกพู่กัน ไม่ออกมาดูแลราษฏร พวกเขาก็ทำได้แค่นั้น การลงไปช่วยพวกเขานี่สิมันถึงจะได้ผลกว่า ข้าว่าในมุมมองของทหารนั่นล่ะ ข้าไม่มีทางรู้หรอกว่าพวกข้าราชการที่นั่งอยู่ในจวนในที่ทำการเขาทำงานเช่นไร ทั้งศาล ทั้งที่ทำการ ที่เมืองนี้น่ะไม่มีหรอก เพราะที่นี่อยู่นอกเขตการปกครองหลังของฮั่นไปแล้ว มีเพียงข้าที่รับหน้าที่ดูแลบ้านเมือง หาใช่ปกครองเมืองนี้ไม่ เมื่อยามที่ชาวบ้านในเมืองนี้เดือดร้อน คนที่พวกเขาเรียกหาก็ไม่ใช่ใครอื่นไกล เพราะใจกลางเมืองนั้นคือค่ายหลี่กัง ทหารย่อมเป็นที่พึ่งพาแก่พวกเขาเป็นหลักนั่นล่ะ...



                                  หลังจากที่ข้านั้นได้สร้างเคหะสถานของตระกูลแม๊กนัสเสร็จสิ้นไป ด้วยความที่ข้านั้นไม่อยากให้มันเกิดความเหลือมล้ำทางสังคมของเมืองนี้ขึ้น ในระหว่างที่ข้านั้นออกไปจากเขตก่อสร้าง ข้าก็ได้เดินเล่นไปรอบเมืองนี้ ก็อย่างที่เห็มคือ สภาพของความทรุดโทรมของที่นี่ ทำให้ข้านั้นไม่รู้สึกดีเท่าไหร่ในเมือง มันสามารถเป็นแหล่งมั่วสุม ของโจรและของเหล่าข้าศึกได้ทุกเมื่อ หากที่พักอาศัยใดๆไร้ซึ่งคนดูแล ฉะนั้น ข้าจึงคิดว่า การหาที่อยู่ใหม่ให้แก่คนไร้บ้านและไร้อนาคตอยู่



                                   คงจะเป็นเรื่องที่ดีแน่ๆหากทำเช่นนั้น และการซ่อมแซมอาคารบ้านเรือนจะเกิดขึ้นเมื่อทุกๆที่มีคนเข้ามาอาศัย นั่นล่ะที่ข้าคิดไว้ ซึ่ง เมื่อเสร็จจากที่เคหะสถานฯ แล้วย้อนกลับไปยังค่าย ข้าได้วางแผนประชุมกับทางบัณฑิต เรื่องการพัฒนาเมืองเก่ารอบค่ายแห่งนี้ให้ดีขึ้น โดยที่ข้าคิดไว้ว่า จะเริ่มวางแผนพัฒนาเมืองขึ้น โดยมีบัณฑิตประจำค่ายคอยช่วยเหลือและเสนอแนวทาง เพราะหลายหัวย่อมดีกว่าหัวเดียวแน่นอน.. ในสัปดาห์ต่อมา ข้าได้เกณฑ์ไพร่พลที่วันนี้ไม่ได้ออกลาดตระเวณมา ทำการพัฒนาเมืองในขั้นเริ่มแรกก่อน ตั้งแต่ทำความสะอาด ถนนหนทาง บ้านเรือนร้างๆบางหลังที่ไม่มีคนอยู่



                                    เพียงเบื้องต้นเท่านั้น ถนนหนทางก็ดูสะอาดเรียบร้อย ไม่รกหูรกตาเหมือนเช่นเมื่อก่อน หลังจากนั้นข้าจึงพัฒนาที่อยู่อาศัย โดยทำการย้ายชาวบ้านจากหมู่บ้านผู้ประสบภัยจำนวนมากเข้ามาอาศัยในที่นี้ และช่วยกันซ่อมแซมบ้านเรือนภายในเมือง โดยที่ข้านั้นค่อยๆทำไปทีส่วน ของเมือง เพราะเมืองใหญ่รอบค่ายนี้ใหญ่นัก จึงต้องค่อยๆทำไปเป็นทีละส่วนๆ ซึ่งในขณะที่กำลังให้ชาวบ้านย้ายเข้ามาอาศัย ทางบัณฑิตเองก็ให้พวกเขาพัฒนาระบบชลประทานในส่วนของเมืองที่ซ่อมแซมและพัฒนาจนแล้วเสร็จ ทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเมืองกลับมามีชีวิตอีกครั้งนึง...



                                    หลังจากนี้ยังมีแผนใหม่ที่ข้านั้นคิดไว้ว่าจะทำ นั่นคือแผนขุดคลองรอบเมืองจำนวนสองคลอง ซึ่งเป็นคลองใหญ่กับคลองเล็ก เพื่อให้น้ำเข้าถึงประชาชนในเมืองใหญ่ได้อย่างทั่วถึง ซึ่งเรื่องนี้จะต้องใช้เวลาซักพัก วึ่งข้านั้นยังมีอะไรที่ต้องทำอีกมาก จึงไม่อาจจะดูต่อได้ และส่งต่อให้กับบัณฑิตในค่ายเป็นคนดูต่อให้ เพราะข้าคิดว่าเมืองนี้ ในอาณาเขตที่มีปราการยักษ์ล้อมรอบทั้งสี่ทิศนี้ ข้าคิดว่ายังสามารถพัฒนาได้อีกมาก ถ้าข้ามีเวลา..



แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +15 คุณธรรม โพสต์ 2018-12-6 00:29

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +800 เงินตำลึง +5000 ชื่อเสียง +333 ความหิว -32 Point +6 ย่อ เหตุผล
Admin + 800 + 5000 + 333 -32 + 6

ดูบันทึกคะแนน

เรารับใช้ราชสำนัก ให้ความเป็นธรรมแก่ปวงชน หน้าที่ๆขุนนางทุกคนต้องทำ เหมือนพ่อปกป้องลูก ถ้าเกรงกลัวต่ออิทธิพล เอาชีวิตรอดโดยละเลยหน้าที่ให้อธรรมค้ำคอ จะกลายเป็นที่สาปแช่งของเหล่าราษฎร...
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
มีดวูฟเคน
เกราะทองแดง
ดาบแห่งยักษ์
กำหนดลมหายใจขั้นสูง
คัมภีร์ละติน
ตัวเบาพื้นฐาน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1010
x15
x2
x50
x30
x30
x1180
x1
x15
x2398
x10
x55
x39
x100
x100
x300
x58
x1
x1
x880
x50
x18
x15
x15
x10
x50
x25
x25
x100
x6000
x95
x5
x115
x1
x10
x10
x1
x60
x45
x12
x25
x1
x3
x60
x1
x10
x1
x60
x24
x1000
x30
x1
x4
x1
x15
x50
x9999
x7
x14
x60
x365
x47
x2
x300
x4
x35
x17
x180
x4
x60
x55
x30
x4
x145
x90
x20
x8
x119
x230
x4
x32
x3000
x2
x80
x65
x5
x1
x1
x1
x60
x150
x50
x3
x5
x75
x110
x2
x50
x85
x1100
x20
x127
x60
x3099
x37
x520
x50
x28
x9
x49
x84
x7
x2050
x43
x120
x32
x15
x109
x263
x19
x96
x1
x34
x53
x130
x49
x268
x16
x94
x168
x22
x10
x30
x132
x147
x85
x1

106

กระทู้

531

โพสต์

28หมื่น

เครดิต

ทุกการตัดสินใจครั้งใหญ่ในชีวิต

เงินชั่ง
313357
เงินตำลึง
112222
ชื่อเสียง
34004
ความหิว
418
คุณธรรม
486
ความชั่ว
2
ความโหด
43
ชิหลง
ระดับ 1

เซี่ยง เหมย

ข้าไม่ได้อ่อนแอนะ
pet
โพสต์ 2018-12-6 23:11:17 | ดูโพสต์ทั้งหมด
                                 กับการพัฒนาเมืองรอบค่ายของข้านั้น
                                 ในฐานะที่ข้าเองเป้นคนเขียนรายงานไป
                                 ข้าเองก็มีความตั้งใจที่จะพัฒนาเมืองนี้
                                 ให้เกิดความเจริญรุ่งเรืองมากกว่าที่เป็นอยู่
                                 มาดูกันสิว่าที่เมืองแห่งนี้จะสามารถไปได้ถึงไหน



                                 กับการพัฒนาชลประทานขุดคูคลองรอบเมืองใหญ่ครั้งนี้ ดูเหมือนว่าคงจะต้องใช้เวลากันซักหน่อยนั่นล่ะ ขึ้นชื่อว่าคลอง ใช่ว่าคลองจะต้องมีขนาดเล็กเสมอไปมั้ยล่ะ มันจะขนาดใหญ่จนเรือพายสามารถสัญจรไปมาสะดวกเลยก็ยังได้ ซึ่งนั่นล่ะที่ข้ากำลังจะทำมัน เพียงแค่ว่าตอนนี้ การขุดนั้นดำเนินไปได้ครึ่งนึงของเมืองแล้ว โดยที่คลองที่ขุดเริ่มแรกนั้น มันไม่สามารถเรียกว่าคลองได้เลยด้วยซ้ำ ควรจะเรียกว่าท่อลำเลียงน้ำจะดีกว่า นั่นล่ะ มันเล็กแค่นั้นล่ะ แต่ข้าไม่ได้คิดจะทำให้มันเล้กเท่านี้อยู่แล้วนี่นา เมื่อท่อลำเลียงหรือลำธารนี้ถูกขุดไปบรรจบรอบเมืองแล้วเมื่อไหร่ ก็จะค่อยๆเริ่มขุดขยายความกว้างและความลึกลงไปเรื่อยๆ ซึ่งตอนนั้นจะยังไม่ปล่อยน้ำมาแน่นอน สะพานข้ามคลองก็ต้องสร้างเตรียมเอาไว้ สำหรับสัญจรข้ามคลองนั้น ซึ่งแผนการพัฒนานี้ กำลังอยู่ในระหว่างการดำเนินงาน รอเพียงคนงานขุดลำธารเล็กๆสายนี้มาบรรจบกันเมื่อไหร่ งานที่แท้จริงจึงจะเริ่มต้นขึ้น..



                                  ซึ่งก็นะ ข้านั้นมาดูตลอดนั่นล่ะ ว่าตอนนี้พวกเขาขุดกันไปถึงไหนแล้ว เวลาหยุดพักก็คือหยุด เวลาทำงานคือทำเต็มที่ ไม่มีอู้งาน เว้นเสียแต่ว่าไม่ไหว จึงจะให้ออกไปพัก ความขยันขันแข็งของเหล่าคนงานเป็นที่พึงพอใจตรงนี้จึงไม่จำเป้นต้องใส่ใจเท่าไหร่ ข้าจะต้องให้เหล่าบัณฑิตมาคุมงานต่อจากข้า ก่อนที่ข้าจะเริ่มออกเดินทางอีกครั้ง ในขณะที่นั้นกำลังนั่งพักอยู่ที่โรงน้ำชาใกล้ๆนั้นเอง เหล่าพ่อค้าที่จับกลุ่มคุยกัน มีอยู่เรื่องนึงที่ข้านั้นรู้สึกสนใจมันเป้นพิเศษ...



                                   "เห็นว่าช่วงนี้มีข่าวประหลาดๆออกมาเยอะแยะเต็มไปหมดเลยนะท่านเนอะ"

                                   "ยิ่งสิ่งที่ข้าเจอนั่นด้วย โหย.. ข้าล่ะอยากได้มาครอบครองซักชิ้นเสียจริงๆ"

                                   "อะไรงั้นเหรอท่าน มันคืออะไรงั้นเหรอ?"

                                   "ก็เหล็กปริศนานั่นไงท่าน เห็นว่าแข็งแกร่งมากเลยขนาดหินยังแหลกเลย"

                                   "ตอนนี้เห็นว่าอยู่กับเจ้าสัวไม่ใช่เรอะไงท่าน คิดว่าเขาจะให้พวกเราๆอย่างงั้นเรอะ"

                                   "แหม่ๆๆ ข้าก็ไม่ได้ไฝ่สูงจนเกินเอื้อมไปหรอกท่าน แค่พวกข้ามีของไปขาย มีเงินใช้ มีกินมีใช้พอดีๆก็พอแล้ว"

                                   "นั่นสิเนอะท่านเนอะ ดีจังที่ท่านแม่ทัพช่วยให้พวกเรามีที่อยู่ที่กิน พสกเราจะได้ไม่ต้องเดือดร้อนอย่างเมื่อก่อน"

                                   "นั่นสิท่าน เพราะท่านแม่ทัพแท้ๆ ข้าจึงได้มีอาชีพกับเขาเสียที ข้าน่ะมาจากแคว้นมคธ โดนโจรปล้นหมดตัว ดีนะที่มาเจอที่นี่ ไม่งั้นข้ากับภรรยาข้าคงต้องตายกลางทะเลทราย ไม่ได้มาทำนานให้พวกอาแป่ะอย่างท่านกินเป็นแน่"



                                    ขอบคุณสำหรับเบาะแสนะท่านพ่อค้า อืมม ข้าได้ยินข้าก็ภูมิใจนะ ข้าเองคิดว่าตนเองก็ยังจะต้องพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นมากกว่านี้อีกนั่นล่ะ ตอนนี้ข้ายังคิดว่าตัวเองยังด้อยความสามารถนัก ยังไม่อาจเทียบกับยอดปราชญ์หลายๆท่านได้หรอก ข้าเป็นแค่นักรบ จะให้ข้าฉลาดไปกว่านักปราชญ์นั้นเป็นไปได้ยาก ข้ามีปัญญาไว้ใช้คิดทำศึก ส่วนนักปราชญ์นั้นมีปัญญาไว้ใช้แก้ปัญหาและพัฒนาบ้านเมือง ข้านั้นต่างจากเหล่าปราชญ์มากนัก เทียบกับพวกเขาไม่ได้หรอก...



                                      เรื่องเศษเหล็กอีกแล้วงั้นเหรอ เจ้าสัวอีกแล้วงั้นเหรอ อาจจะเป็นสิ่งที่ข้าคิดไว้ก็เป็นได้ แต่ทำไมของเหล่านั้นจะต้องไปอยู่ในมือเจ้าสัวไปเสียทั้งหมดนะ ไม่เข้าใจจริงๆเลยเชียวนะเนี่ย...


                                    


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -18 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -18 + 5

ดูบันทึกคะแนน

เรารับใช้ราชสำนัก ให้ความเป็นธรรมแก่ปวงชน หน้าที่ๆขุนนางทุกคนต้องทำ เหมือนพ่อปกป้องลูก ถ้าเกรงกลัวต่ออิทธิพล เอาชีวิตรอดโดยละเลยหน้าที่ให้อธรรมค้ำคอ จะกลายเป็นที่สาปแช่งของเหล่าราษฎร...
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
มีดวูฟเคน
เกราะทองแดง
ดาบแห่งยักษ์
กำหนดลมหายใจขั้นสูง
คัมภีร์ละติน
ตัวเบาพื้นฐาน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1010
x15
x2
x50
x30
x30
x1180
x1
x15
x2398
x10
x55
x39
x100
x100
x300
x58
x1
x1
x880
x50
x18
x15
x15
x10
x50
x25
x25
x100
x6000
x95
x5
x115
x1
x10
x10
x1
x60
x45
x12
x25
x1
x3
x60
x1
x10
x1
x60
x24
x1000
x30
x1
x4
x1
x15
x50
x9999
x7
x14
x60
x365
x47
x2
x300
x4
x35
x17
x180
x4
x60
x55
x30
x4
x145
x90
x20
x8
x119
x230
x4
x32
x3000
x2
x80
x65
x5
x1
x1
x1
x60
x150
x50
x3
x5
x75
x110
x2
x50
x85
x1100
x20
x127
x60
x3099
x37
x520
x50
x28
x9
x49
x84
x7
x2050
x43
x120
x32
x15
x109
x263
x19
x96
x1
x34
x53
x130
x49
x268
x16
x94
x168
x22
x10
x30
x132
x147
x85
x1

ข้อความล้วน|อุปกรณ์พกพา|

Copyright © 2001-2012 | The Legend of Wulin  สงวนลิขสิทธิ์ | GMT+7, 2018-12-18 21:16

ขึ้นไปด้านบน