ดู: 136|ตอบกลับ: 3

{ เมืองฉางอัน } กรมราชทัณฑ์

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-10-3 17:39:09 |โหมดอ่าน

{ เมืองฉางอัน }
กรมราชทัณฑ์



กรมราชทัณฑ์ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของฉางอันไม่ไกลจากย่านการค้ามากนัก
เป็นที่ทำการของเหล่ามือปราบ ทำหน้าที่ดูแลคดีและผู้ต้องราชทัณฑ์จากคดีต่างๆ
คอยผสานงานกับกรมอาญาและผู้ว่าเมืองฉางอันอย่างใกล้ชิด

มีกลองอยู่ด้านหน้าเพื่อเปิดให้ชาวบ้านร้องทุกข์  
และมีมือปราบประจำการเข้าออกตลอดเวลาเพื่อดูแลความเรียบร้อย



- ปัจจุบันอยู่ใต้การดูแลของ -
จางทัง | เสนาบดีกรมราชทัณฑ์
'มือปราบเลือดเหล็ก'


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 2

ดูบันทึกคะแนน

49

กระทู้

662

โพสต์

23หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
163
เงินตำลึง
1630
ชื่อเสียง
114559
ความหิว
-193
คุณธรรม
694
ความชั่ว
0
ความโหด
18

ฮว่า เจียวซิน

นี่ไม่ป่วน เขาเรียกสีสัน!
pet
โพสต์ 2018-10-3 19:41:30 | ดูโพสต์ทั้งหมด
{ไป๋ฟางหรง}
บทที่ 108 : ไถ่ถอนจวนสกุลไป๋ (ต่อ)


             ออกจากวังหลวงไป๋ฟางหรงก็ขี่ม้าแวะแจ้งบ่าวหน้าจวนให้เตรียมเงินชั่งไปที่กรมราชทัณฑ์ด้วย  แล้วจึงมุ่งหน้าตรงไปยังกรมราชทัณฑ์ที่ค้างคามานานให้เรียบร้อย   กรมราชทัณฑ์ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของฉางอัน  ก่อนถึงย่านการค้าพอดี  เป็นสถานที่ที่นางขี่ม้าผ่านด้านหน้าแทบจะประจำ  แต่ก่อนหน้านี้อิดออดไม่ค่อยอยากคิดเข้าไปใกล้นัก

“ไม่ทราบว่าแม่นางมีธุระอะไรรึ?” มือปราบที่เข้าเวรอยู่ถามเมื่อเห็นร่างระหงของสตรีในอาภรณ์ชนชั้นสูงเดินเข้ามาโดยไม่มีผู้ติดตาม ผิดวิสัยของสตรีชนชั้นสูงทั่วไป

“ข้ามาติดต่อขอซื้อที่ดินเจ้าค่ะ” เสียงหวานดังลอดผ่านผ้าไหมคลุมหน้า

มือปราบขมวดคิ้ว “มาผิดที่หรือเปล่าแม่นาง?  ที่นี่กรมราชทัณฑ์--” ชะงักไปนิดแบบเพิ่งนึกออกว่ากรมราชทัณฑืใช่ว่าจะไม่มีที่ดินขาย  แต่เป็นที่ดินที่ค่อนข้างมีประวัติพิเศษอยู่บ้าง   มือปราบหนุ่มกระแอม ก่อนผายมือไปอีกทาง “เชิญแม่นางผ่านเข้าประตูนั้นเลี้ยวซ้ายผ่านไปสองห้องทางขวามือ ติดต่อมือปราบที่อยู่ในห้องนั้นได้”

“ขอบคุณท่านเจ้าค่ะ” ไป๋ฟางหรงโค้งอย่างอ่อนน้อม แล้วเดินไปตามทางที่ได้รับการชี้แนะ  เลี้ยวซ้าย ผ่านไปสองห้อง แล้วเข้าไปทางประตูฝั่งขวา  ภายในนั้นมีมือปราบสองนั่งอยู่บนโต๊ะติดประตูคล้ายคอยตรวจสอบคนเข้าออก  ในห้องเต็มไปด้วยตู้ไม้เก็บของเป็นช่องๆหลายช่อง

“ที่นี่ไม่มีกิจห้ามเข้า  ไม่ทราบว่าแม่นางมีธุระอะไร?”

เสียงห้าวของมือปราบที่ค่อนข้างมีอายุดังขึ้นทันทีที่สัมผัสได้ว่ามีผู้ล่วงล้ำ  จากกลิ่นเครื่องหอมจางๆและฝีเท้าเบาหวิวเดาได้ว่าเป็นสตรีชนชั้นสูง  ไป๋ฟางหรงประสานมือโค้งน้อยๆ “ข้ามาติดต่อขอซื้อที่ดินเจ้าค่ะ”

“มีที่ดินที่หมายตาไว้แล้วหรือไม่?” ถามโดยยังไม่เงยหน้า

“เป็นที่ดินที่หวยหนานเจ้าค่ะ” เสียงหวานตอบอย่างสุภาพ  มือปราบสูงวัยกว่าเงยหน้าขึ้นมานางหนึ่งครั้ง  แล้วโบกมือให้มือปราบอีกคนที่อ่อนวัยกว่า “แม่นางตามเจ้าหนุ่มนี่ไปนะ”

“เชิญขอรับ”

“....” ไป๋ฟางหรงโค้งน้อยๆ แย้มยิ้มบางเบา ก่อนเดินตามอีกฝ่ายไปเงียบกริบ   เขาพานางเดินผ่านชั้น  ตามชั้นมีสัญลักษณ์อะไรบางอย่างที่คงรู้กันเฉพาะในกลุ่มมือปราบ  ไม่นานก็มาหยุดอยู่ที่ขั้นหนึ่ง  มือปราบหนุ่มเลื่อนลิ้นชักออกมาพบว่ามีม้วนหนังบุผ้าอยู่สามสี่ม้วน  บนสุดมีม้วนไผ่ม้วนหนึ่ง  มือใหญ่หยิบม้วนไผ่นั้นออกมายื่นให้นาง “แม่นางเลือกดูเอาจากรายชื่อนี้เลยขอรับ”

“ขอบคุณเจ้าค่ะ” ไป๋ฟางหรงรับรายชื่อมาไล่ดูก่อนจะขมวดคิ้ว เงยหน้าขึ้นมองมือปราบ “ขออภัยเจ้าค่ะ...ไม่ทราบว่าจวนสกุลไป๋แห่งหวยหนาน…”

             “อยู่ที่ข้า”

            เสียงขรึมติดกร้าวหนึ่งดังจากทางด้านหลัง  ไป๋ฟางหรงแทบสะดุ้งทำม้วนไม้ไผ่หลุดมือ  ลมหายใจถัดมาจึงระลึกได้ว่าน้ำเสียงแบบนี้เป็นของจางทัง ร่างบางกลืนน้ำลายลอบผ่อนลมหายใจ  แล้วหันกลับไปเผชิญหน้าอีกฝ่าย

“ไม่พบกันนานนะ หู้กว๋อฟูเหริน” มือปราบเลือดเหล็กหรี่ตา คล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม

ไป๋ฟางหรงยกยิ้มบางเบา ประสานมือยอบกาย “คารวะใต้เท้าจางทังเจ้าค่ะ”

“สกุลไป๋เป็นขุนนางที่มียิ่งใหญ่มีอำนาจรองจากหวยหนานอ๋อง  จวนใหญ่แบบนั้นโฉนดที่ดินย่อมเก็บที่ข้า” เสียงขรึมเอ่ยต่อ  นัยน์ตาราวพญาอินทรีย์จ้องสตรีตรงหน้าอย่างจับผิด

“เช่นนั้นข้าคงต้องขอรบกวนใต้เท้าจางแล้วเจ้าค่ะ” เสียงหวานใสกระจ่างราวสายน้ำสงบกล่าวราวไม่ได้รับผลกระทบต่อบรรยากาศกดดัน

จางทังนิ่งจ้องหญิงสาวครู่อย่างพิจารณา ก่อนจะผายมือ “หู้กว๋อฟูเหริน เชิญ”

“ขอบคุณเจ้าค่ะ” หญิงสาวเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยก้าวเดินอย่างสง่างาม ทุกย่างก้าวอ่อนช้อยราวเดินอยู่ในสวนหลังบ้าน  ไม่ใช่กรมราชทัณฑ์และไม่มีสายตาจ้องจับผิดจากคนมองอยู่

โต๊ะข้างประตูเวลานี้มีเก้าอี้เล็กเพิ่มมาอีกตัว  เห็นชัดว่านางต้องนั่งลงนามประทับตรายืนยันการซื้อขายตรงไหน  จางทังเดินนำไปนั่งยังที่ที่เคยมีเจ้าหน้าที่นั่งอยู่  กล่าวเสียงเย็นชา “ที่กรมราชทัณฑ์นี่คับแคบการรับรองไม่ดี หวังว่าหู้กว๋อฮูหยินคงไม่ถือกระมัง”

“....” แม้จะพูดอย่างนั้นก็ไม่ได้คิดจะออกจากเชิญให้นั่งลง  ไป๋ฟางหรงยกมุมปากด้วยความละเหี่ยใจ  แต่ก็นั่งลงโดยไม่คิดแย้งสิ่งใด

            จางทังลอบสังเกตคนแม้โดนลบหลู่จับจ้องด้วยสายตาไม่เป็นมิตรก็ยังสงบนิ่งไม่แสดงท่าทีหยิ่งผยองราวสายน้ำใสกระจ่างในฤดูใบไม้ผลิเงียบๆ  แต่ท่าทีไม่วางเฉยบริสุทธิ์เหนือโลกีย์นั้นทำให้เขาเองก็ไม่รู้ว่าจะทำตัวให้เรื่องราวมันยากขึ้นสำหรับทั้งสองฝ่ายทำไม  นอกจากความหงุดหงิดที่คล้ายอะไรติดค้างในใจจะไม่ได้รับการระบายแล้วยังคล้ายกับว่าตัวเองใจแคบกับสตรีอีกด้วย  มือแกร่งหยิบม้วนหนังบุผ้าไหมที่เป็นโฉนดออกจากแขนเสื้อ  แล้วกวักมาให้ผู้ช่วยส่งสัญญาซื้อขายมาให้

ไป๋ฟางหรงอ่านสัญญาแล้วลงนามพร้อมประทับตราเงียบๆ  เวลานั้นลี่ซือพร้อมบ่าวชายก็นำเงินจำนวนห้าพันชั่งมาจ่ายที่กรมราชทัณฑ์พอดี

“เรียบร้อยแล้วขอรับ” มือปราบหนุ่มที่ดูแลห้องโฉนดลอบปาดเหงื่อ  เขารู้สึกว่าในห้องนี้ช่างหนาวเหน็บ หายใจลำบากยิ่ง

ร่างอรชรลุกขึ้นยืน  เก็บโฉนดที่ดินเข้าแขนเสื้อ  ก่อนประสานมือโค้งคำนับ “ขอบคุณใต้เท้าที่สละเวลามาเจ้าค่ะ”

จางทังหรี่ตา กล่าวด้วยเสียงเบาคล้ายการขู่เตือนให้ได้ยินเพียงสองคน “แม้ฮ่องเต้จะทรงบอกว่าเจ้าเป็นเหลนแม่ทัพไป๋เฟิ่ง  แต่ข้าก็ไม่เชื่อหรอกนะ  คราวนี้เจ้ารอดไปได้  แค่อย่าให้วันหน้าเจ้าก่อเรื่องใหญ่มาอยู่ในกำมือข้าแล้วกัน”

ไป๋ฟางหรงชะงักฝีเท้า “ใต้เท้าไม่ต้องห่วงเจ้าค่ะ... หากวันหน้าไป๋ฟางหรงกระทำความผิดใหญ่หลวงจริง ข้าย่อมเป็นฝ่ายเดินทางมามอบตัวด้วยตัวเอง” โค้งศีรษะเล็กน้อยอีกครั้ง  แล้วก้าวเดินออกจากห้องได้สมทบกับลี่ซือและบ่าวรับใช้ที่รออยู่ด้านนอก  นัยน์ตาโศกหลุบลง

ข้าได้จวนสกุลไป๋กลับมาแล้ว...


@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง -5000 ความหิว -26 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin -5000 -26 + 5

ดูบันทึกคะแนน

........
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ดมกลิ่น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8000
x100
x14
x9000
x30
x5
x8
x1
x2
x25
x30
x2
x3
x1
x2
x2
x1
x10
x2
x1
x1
x46
x1
x1
x10
x1
x28
x97
x10
x65
x1202
x600
x4
x568
x13
x9
x77
x4
x120
x5
x60
x3
x18
x11
x2
x15
x3
x13
x1
x95
x24
x4
x82
x5
x4
x10
x12
x1
x30
x14
x32
x1

96

กระทู้

1088

โพสต์

18หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
79414
เงินตำลึง
686588
ชื่อเสียง
49631
ความหิว
1868

ป้ายวังหลังป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV2)

คุณธรรม
2141
ความชั่ว
573
ความโหด
1139
ไข่ปริศนา(4)
เลเวล 1

จาง จู๋เวย

ไม่เป็นไรแน่หรอ
pet
โพสต์ 2019-6-1 01:31:35 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Zhangfu เมื่อ 2019-6-1 17:50

[ข้าจะทำงานนี้]

     อาชาสีทมิฬวิ่งควบไปตามเส้นทางในเมืองฉางอัน โดยอาศัยเส้นทางที่อ้อมไปทางรอบนอกของเมืองที่ค่อนข้างมีผู้คนน้อยทำให้การสัญจรนั้นค่อนข้างสะดวกรวดเร็วและมันก็ถือว่าไกลอยู่จากจุดที่เธอจะไปมาก เเต่หากเทียบเวลาที่ต้องวิ่งอ้อมและเวลาที่ต้องขี่ม้าผ่านฝูงชนนับหลายร้อยหลายพันในย่านการค้านั้นถือว่าใช้เวลาใกล้เคียงกันอยู่มาก


     ฮี้ๆๆๆ…. เสียงร้องดังของอาชาที่ทมิฬเรียกให้เหล่าทหารยามที่ยืนเฝ้าหน้ากรมราชทัณฑ์อยู่พากันหันมามองกันเป็นตาเดียวพร้อมด้วยท่าทีระมัดระวัง เมื่อพบว่าผู้ที่มาคือใครนั้นท่าทีดังกล่าวจึงหายไปเปลี่ยนเป็นความเคารพไม่ต่างการการเคารพพวกขุนนางในวัง ร่างบางในชุดสีเขียงพลิกตัวปีนลงมากจากเจ้าม้าอูซุนหนุ่มเดินไปหาทหารนายหนึ่งที่ยืนยามอยู่ทันที ในมือก็ถือม้วนประกาศที่ไต้เท้าจางทังน่าจให้คนเอาไปติดประกาศไว้ยื่นส่งให้


     “ข้ามาพบไต้เท้าจางทังเรื่องประกาศนี้ไปเรียนให้ด้วย”


     “ขอรับท่านจอมยุทธ์โปรดรอสักครู่”ว่าจบทหารยามผู้นั้นก็รีบนำเอาม้วนประกาศไปแจ้งแก่นายของเขาโดยทันทีส่วนจางฝูนั้นเพียงเดินไปยืนกอดอกเอนหลังพิงกำแพงกรมมองดูเหล่าทหารขุนนางที่พากันเดินเข้าเดินออกฆ่าเวลา แต่เพียงไม่นานนักทหารยามคนเดินก็รีบวิ่งกระหืดกระหอบกลับมาพร้อมกับเชิญเธอให้เข้าไปยังด้านในโดยทันที พร้อมกับนายทหารแถวๆนั้นพาเอาสัตว์เลี้ยงและพาหนะของจางฝูนั้นไปพักที่คอก ส่วนเขานั้นเป็นผู้นำทางจางฝูเดินไปยังห้องพักรับรอง


    “ท่านจอมยุทธ์โปรดรอสักครู่ไต้เท้ากำลังคุยงานอีกไม่นาน เชิญท่านจิบชารอสักครู่”จางฝูพยักหน้ารับเล็กน้อยแล้วมองดูทหารยามที่เดินออกไปแล้วรินชาขึ้นจิบพรางมองไปรอบๆห้องที่ตัวเองนั่งอยู่จนผ่านไปราวเค่อไต้เท้าจางทังก็เดินเข้ามาพร้อมด้วยใบประกาศที่ถอติดมือมาด้วย


    “ไม่ได้เจอกันเสียนานท่านจอมยุทธ์หนี่เถี่ย” ไต้เท้าจางทังเอ่พร้อมยกมือขึ้นคารวะ จางฝูเองเมือเห็นกรีบลุกขึ้นยืนแล้วยกมือขึ้นคารวะตอบ


      “เช่นกันเจ้าค่ะไต้เท้า”


      “เจ้าจะทำงานนี่สินะ”ไต้เท้าจางทังเอ่ยแล้วทรุดตัวลงนั่งที่ฝั่งตรงข้ามพร้อมกับม้วนใบประกาศที่ถูกนำมาวางไว้ตรงหน้าของพวกเขาทั้งคู่


      “ข้าสาบานไว้กับนางว่าจะลากคอคนทำมาลงโทษ”จางฝูเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นยืนยันต่อให้ยามนี้มีคนมาคัดค้านเธอก็ไม่ยอมฟังหรอก


       “เช่นนั้นเอง ข้าเข้าใจแล้ว”ไต้เท้าจางทังพยักหน้ารับรู้   ก่อนที่เขานั้นจะลุกขึ้นยืนและพาจางฝูเดินออกจากห้องรับรองไปยังห้องโถงภายด้านในกรมที่มีไว้เพื่อพูดคุยหรือประชุมเรื่องงานต่างๆของขุนนางในกรมและพวกทหาร เมื่อเข้าไปยังด้านในไต้เท้าจางทังนั้นก็หันไปโบกมือไล่เหล่าสาวใช้ในกรมและพวกทหารยามที่เฝ้าอยู่ให้ออกไปเหลือเียงจางฝูเเละไต้เท้าจางทังเพียงสองคนเท่านั้น
      “หลังจากที่ข้าให้คนไปตามสืบมา ก็ได้เบาะเเสมาพอสมควร ตัวการในคดีของหู้กว่อฮูหยินนี้ ผู้ที่อยู่เบื้องหลังคือคนของสกุลโยว โยวเจานายค้าผ้าไหมที่โด่งดังในเมืองเฉินหลิว”ไต้เท้าจางทังเอ่ยแล้วเดินไปที่โต๊ะทำงานแล้วหยิบเอาม้วนรายงานที่ถูกวางซ่อนเอาไว้ในช่องลับที่พื้นด้านใต้โต๊ะทำงานอันเป็นที่ที่เขามักจะเอาไว้เก็บพวกเอกสารลับคดีที่ไม่อาจแพร่พรายได้ออกมาแล้วยื่นส่งให้จางฝูรับไปดู


     เมื่อหญิงสาวกางม้วนเอกสารนั้นออกก็พบกับรายงานต่างๆเกี่ยวกับโยวเจาผู้นี้ถูกเขียนบันทึกเอาไว้ด้วยลายมือหวัดสวยงามเกี่ยวกับกิจวัตรของโยวเจาผู้นั้นอย่างละเอียดขนาดที่ว่า ไปเที่ยวไหนบ้างพบปะกับคนผู้ใดหรือกระทั้งเขานอนและตื่นยามใด ‘ละเอียดสมเป็นหน่วยข่าวของกรมราชทัณฑ์จริงๆ’


    “โยวเจาผู้นี้ นอกจากเป็นนายหน้าค้าผ้าไหมแล้วนั้นยังมีธุรกิจมืดอีก รับงานใต้ดินชิงของแล้วนำออกทอดขายในตลาดมืดในราคาสูงเพื่อเอากำไร นอกจากนียังมีงนอดิเรกคือการสะสมของหายยาก เคล็ดวิชาหายากมาเก็บเอาไว้เพื่อสนองความโลภของตัวเอง”ไต้เท้าจางทังยังคงอธิบายต่อไปเรื่อยแล้วเดินไปหยิบเอาหีบเล็กสีดำกล่องหนึ่งที่วางอยู่ในช่องลับเดิมขึ้นมาวางบนโต๊ะพร้อมกวักมือเรียกให้จางฝูเดินเข้าไปหาใกล้ๆ ก่อนจะเปิดหีบกล่องนั้นออกเผยให้เห็นตำราเล่มหนึ่งวางเก็บไว้ในสภาพดี แม้จะมีร่องรอยความเก่าอยู่บ้าง


     “แล้วตำรานี้เกี่ยวข้องอย่างไรกับที่พวกมันลงมือ” จางฝูเอ่ยถามขึ้นพรางมองตำราเก่าเบื้องหน้าเเล้วเงยหน้ามองไต้เท้าจางทัง


      “นี่คือตำราเคล็ดวิชาภูชาสวรรค์เป็นวิชาที่หายากและล้ำค่า เชื่อกันว่าหายสาบสูญไปแล้ว ผู้ที่ถือครองมันไว้ก่อนหน้านี้คือหู้กวอฮูหยิน สหายของเจ้า” จางฝูที่ได้ฟังก็สูดหายใจเข้าแล้วมองจ้องไปยังตำราเบื้องหน้าที่เป็นต้นเหตุให้เธอของเธอต้องตาย เพียงเพราะว่าเเค่เคล็ดวิชาเก่าๆนี้เล่นเดียวท่านั้นน่ะนะ


     “แล้วทำไมมันอยู่ที่นี่”จางฝูเอ่ยถามขึ้นมาแล้วเอื้อมมือไปหยิบเอาตำราเบื้องหน้ามาเปิดๆพลิกดูอย่างไม่ใคร่ใส่ใจนักก่อนจะวางมันลงไปยังหีบเช่นเดิม


      “เป็นเพราะตอนที่เกิดเรื่องหู้กว๋อฮูหยินไม่ได้พกมันได้ด้วย ก่อนหน้านี้องค์ต้วนมอบมันให้ทางข้าสืบและเก่มรักษาเอาไว้ วิชานี้จึงยังปลอดภัยอยู่ที่นี่ แล้วมันคือหลักฐานที่จะมัดตัวโยวเจาในคดีนี้ได้”ไต้เท้าจางทังเอ่ยออกมาแล้วปิดหีบเก็บลักฐานสำคัญนี่ลงก่อนจะนำเก็บเอาไว้ในช่องลับเช่นเดิม “จากนี้จะเป็นงานของเจ้า”


     “ว่ามาเลย ต้องการให้ข้ากระทำสิ่งใด”จางฝูเอ่ยออกมาแล้วเดินไปทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้ที่อยู่ถัดไปทางด้านขวาของโต๊ะทำงานของไต้เท้าจางทัง และรอฟังงานที่เธอต้องไปจัดการ


      “ด้วยว่าเส้นสายของโยวเจาผู้นี้ค่อนข้างกว้างขวางกว่าจะได้ข้อมูลมาขนาดนี้ต้องลำบากอย่างมา สูญเสียหน่อยข่าวไปถึงสองคนกว่าจะได้ข้อมูลมาก ข้าดีใจที่เป็นท่านที่มารับงานนี้เพราะหากเป็นคนอื่นข้าเองก็รู้สึกไม่วางใจให้กระทำเท่าใดนัก งานของเจ้าคือเดินทางไปยังเมืองเฉินหลิว หากโอกาสและจับกุมตัวโยวเจามา เพียงแต่”


      “เพียงแต่มันไม่ได้งานขนาดนั้น เพราะหากเเค่จับโยวเจา ทูลขอราชโองการคุมก็ตัวสำเร็จแล้ว ข้าเข้าใจถูกไหม”จางฝูเอ่ยแทรกขึ้นมาแล้วยกเเขนขึ้นกอดอกมองสบตากับไต้เท้าจางทังที่เมื่อได้ยินก็ยกยิ้มขึ้นอย่างพึงใจก่อนที่เขานั้นจะเอ่ยต่อขึ้นมา


    “เป็นเช่นที่เจ้าเข้าใจย่อมถูก อย่างที่ข้าบอกเส้นสายของมันค่อนข้างเยอะ เผลอๆขุนนางในท้องที่เองก็อาจถูกดึงไปเป็นพวกแล้ว งานนี้จึงต้องพึ่งคนนอกที่ไม่ใช่คนของทางการ และการเดินทางไปจับกุมโยวเจานี้ เกรงว่าเจ้าต้องปลอมตัวหรือจัดการทุกอย่างให้เป็นความลับที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อไม่ให้เป็นการแหวกหญ้าให้งูตื่น”ไต้เท้าจางทังเอ่ยกล่าวออกมา จางฝูเอ่ยก็พยักหน้าเป็นเชิงเห็นด้วยกับความคิดนี้ เรื่องนี้ต้องเก็บเป็นความลับ นั้นยิ่งสมควรให้เธอต้องยิ่งปลอมตัวเพราะด้วยประกาศพระราชทานสมญานามของเธอเมื่อครั้งนั้นกก็ทำให้ชาวบ้านหรือขุนนางบางคนจำหน้าเธอได้ และมันอาจจะรู้ไปถึงหูของโยวเจาจนเธอไม่ใส่บุกเข้าไปถึงตัวได้


    “ไม่เพียงแค่ในเมืองเฉินหลิว แต่เส้นสายของโยวเจานั้นมีเกลื่อนกลาดทั่วทั้งกวนจง”ยิ่งได้ยินเช่นนั้นจางฝูยิ่งรู้สึกเป็นกังวลหนัก จะต้องปลอมตัวเช่นได้ให้คนทั้งกวนจงจำเธอไม่ได้กันละเนี่ย


      “แบบนั้นยิ่งยาก เพราะประกาศแต่งตั้งของฮองเต้ครานั้นมีการเเจกจ่ายรูปข้าไปในหัวเมืองทั้งหลาย เพียงแค่ข้าเดินทางไปก็อาจจะมีคนจำข้าได้โดยเร็ว อย่าว่าเเต่หัวเมืองแถบอื่นเลยแต่ให้ฉางอันข้าเดินไปไหนก็ไม่ต่างจากพวกขุนนางเดินผ่านแล้ว”จางฝูเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นักแล้วถอนหายใจออกมา ขนาดที่ว่าชาวบ้านอู่เจิ้งที่เป็นหมู่บ้านลับในป่ายังรู้จักหน้าตาเธอเลย


    “นั้นคืออีกเรื่องที่ข้ากังวลใจ หากจะจัดการเรื่องนี้เจ้าคงเดินทางในฐานะชาวยุทธ์ไม่ได้”ไต้เท้าจางทังเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งเครียดไม่่างจากจางฝูมากนักแล้วเดินไปทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้โต๊ะทำงานของตัวเอง


    “ไม่ไปในฐานะนักดนตรีเร่ร่อน ก็คงต้องเป็นนางระบำเร่ร่อนละนะ”จางฝูเอ่ยออกมาแล้วถอนหายใจอีกครั้งก่อนหันมองไปทางไต้เท้าจางทัง “ช่วยให้คนเตรียมชุดกับเครื่องดนตรีให้ข้าสักชิ้นก็เเล้วกันนะไต้เท้า”


     “เข้าใจแล้ว เช่นนั้ก็คงต้องฝากเจ้า”ไต้เท้าจางทังเอ่ยออกมาแล้วตะโกนเรียกทหารยามนายหนึ่งให้เข้ามายังด้านในห้องแลบอกกล่าวให้ทหารผู้นั้นจัดเตรียมสิ่งของที่จางฝูได้ร้องของไปออกมา เพียงเค่อเดียวของที่เธอต้องการทุกอย่างก็ถูกขนนำมาวางกองเอาไว้ที่กลางห้อง โดยเครื่องดนตรีที่จางฝูเลือกนั้นมีสองอย่างคือขลุ่ยและผีผา


      “ทุกอย่างต้องเป็นความลับที่สุด”ไต้เท้าจางทังเอ่ยออกมาแล้วหันมองไปทางจางฝูที่นั่งเลือกดูชดที่น่าจะเหมาะกับการปลอมตัวอยู่ “กระทั่งชื่อของเจ้าก็ให้ใครรู้มิได้”


      “ข้าเข้าใจแล้ว หากมีอะไรที่เป็นเบาะเเสเพิ่มเติมรบกวนท่านส่งข่าวบอกข้าด้วย แล้วจากนี้จนกว่างานจะสำเร็จนามข้าคือเฟิงมี่ นักดนตรีเร่ร่อนที่ถูกอาจารย์ให้ไปเเสดงโชว์ตามที่ต่างๆสร้างชื่อให้ตนเอง”  
@Admin


แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +35 คุณธรรม +15 ความโหด โพสต์ 2019-6-1 19:05
คุณได้รับ +3 คุณธรรม โพสต์ 2019-6-1 02:23

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +20 เงินตำลึง +1000 ชื่อเสียง +35 ความหิว -105 Point +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 20 + 1000 + 35 -105 + 10

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หมวกไผ่ผ้าคลุม
ม้าเทพอูซุน
ตัวเบาขั้นสูง
กงจักรไท่หยาง
แส้จิ่วเทียน
คัมภีร์ละติน
ปราณคลุมวารี
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x4
x5
x1
x30
x30
x30
x30
x10
x8
x18
x104
x3
x10
x104
x172
x1
x25
x118
x1
x68
x32
x46
x28
x120
x3
x98
x89
x1
x20
x66
x60
x784
x1
x2
x114
x202
x150
x129
x5088
x552
x150
x113
x9
x30
x20
x29
x1
x115
x466
x1
x9264
x10
x110
x1
x4
x9
x1
x2
x131
x186
x62
x3085
x6
x3
x45
x1
x1
x90
x1400
x8
x150
x65
x1000
x9
x3
x3
x40
x4
x40
x71
x2
x1500
x120
x414
x135
x60
x95
x100
x7
x26
x90
x3
x39
x3
x20
x1
x3
x80
x2
x60
x29
x4
x100
x50
x100
x1
x15
x1075
x3
x30
x68
x35
x30
x2742
x102
x180
x5
x115
x4
x2
x360
x886
x77
x64
x99
x44
x254
x259
x6
x30
x12
x348
x4
x563
x5
x1468
x86
x295
x264
x417
x780
x456
x32
x39
x133
x352
x652
x209
x92
x73
x329
x310
x8
x60
x1
x3
x127
x141
x669
x503
x838
x660
x128
x3071
x2330
x521
x20
x3
x1162
x28
x130
x1210
x6
x35
x3444
x2680
x3960
x4990
x9
x35
x20
x41
x81
x377
x1

96

กระทู้

1088

โพสต์

18หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
79414
เงินตำลึง
686588
ชื่อเสียง
49631
ความหิว
1868

ป้ายวังหลังป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV2)

คุณธรรม
2141
ความชั่ว
573
ความโหด
1139
ไข่ปริศนา(4)
เลเวล 1

จาง จู๋เวย

ไม่เป็นไรแน่หรอ
pet
โพสต์ 2019-6-12 00:22:00 | ดูโพสต์ทั้งหมด
[ส่งงาน คำกล่าวเตือน]

     ข่าวเรื่องที่จางฝูคุ้มตัวนักโทษคดีสำคัญมาส่งกรมราชทัณฑ์ยิ่งแพร่รวดเร้วจากปากต่อปาก โดยเพื่อหลีกเลี่ยงผู้คนที่มีมากเหลือกินในเมืองฉางอัน นางจึงเลือกใช้เส้นทางรอองในการเดินทางนำเอาตัวโยวเจานั้นไปส่งกรมราชทัรฑ์แต่ถึงกระนั้นบนถนนก็ยังคงมากไปด้วยผู้คนที่เดินผ่านไปมาและหยุดมองมายังนักโทษพรางหันไปพูดคุยซุบซิบกันอย่างสนุกปาก เพียงแต่จางฝูยามนี้นั้นกลับไม่ได้สนใจเสียงพูดคุยนั้นเลยแม้แต่น้อยมีเรื่องมากมายที่เธอต้องรายงานให้แก่ไต้เท้าจางทังรับรู้เอาไว้ ว่าผู้ร่วมเเผนการทั้งหมดของโยวเจาผู้นี้รับมือได้ยากเย็นนัก


     “เจ้า…”ระหว่างที่จางฝูนั้นกำลังนึกรวบรวมเอาข้อมูลทุกอย่างที่ได้ทราบมานั้นมารวมกันเพื่อเตรียมบอกเล่าให้แก่ไต้เท้าจางทังรู้นั้นเสียงแหบแห้งของโยวเจ้าก็เออ่ยเรียกขึ้น เธอจะเพียงหันไปมองเล็กน้อยเท่านั้น “ถ้าเจ้ายอมปล่อยข้ารับรองเลยว่าข้าจะตอบแทนเจ้าอย่างงาม ข้ามีสมบัติ มหาศาลข้าจะให้คคนเอามามอบให้เจ้า หมื่นชั่งไม่สิแสนชั่งเลย”


     จางฝูเมื่อได้ฟังก็หยุดดม้าแล้วพ้นลมหายใจออกมาทางจมูกแล้วปรายตามองไปยังโยวเจาที่ยามนี้ยอมทำทุกวิธีทางให้ตัวเองรอดขนาดถึงขั้นเอาเงินมาฟาดหัวเธอ เงินแสนชั่งกับชีวิตคนมันไม่คุ้มค่าเลยสักนิดแต่ในเมื่อมันอยากจะรอดนั้นเธอจะให้มันเล่นอะไรสนุกสักหน่อยก่อนไปตายในกรงขังก็แล้วกัน จางฝูมิได้เอ่ยตอบเพียงแต่แสยะยิ้มออกมา จนโยวเจาที่เห็นถึงกับเสียวสันหลังขึ้นมา ก่อนสิ่งหนึ่งที่ทำให้เข้าต้องเบิกตามองสตรีบนหลังม้าอย่างไม่เชื่อสายตาคือโซ่ตรวนของมันถูกปลดออกพร้อมกับขื่อที่ขึงมันเอาไว้ถูกกงจักรตัดออกจนยามนี้มันกลับมาเป็นอิสระ


      “เจ้าจะปล่อยข้าสินะ”โยวเจายิ้มออกมาแล้วเงยหน้ามองหญิงสาวก่อนรอยยิ้มของมันจะชะงักค้างไปเมื่อสบกับดวงตาสีน้ำตาลวาววับของอีกฝ่าย


      “ข้าจะปล่อยหากเจ้าหนีข้าพ้น ข้าจะนับเพียงสาม  หนึ่ง…”ยามนี้โยวเจารู้ตัวแล้วว่าที่หญิงสาวทเพียงเพราะต้องการใช้มันเป็นของเล่นแ่เบื่อแต่หากว่ามันสามารถหนีได้จริงมันจะได้อิสระกลับมาจริงๆใช่ไหม โยวเจาเงยหน้ามองหญิงสาวที่ยังคงเเสยะยิ้มมองมายังมันอยู่


       “จะไม่ไปหรือ  สอง”


        โยวเจาเมื่อได้ยินก็หันหลังวิ่งสุดแรงที่มันมี จางฝุมองร่างที่กระเสือกกระสนวิ่งห่างออกไปพร้อมความรู้สึกใจที่กำลังมองหนูใกล้ตายตัวหนึ่งกำลังวิ่งหนีแมวผู้ล่าอย่างสุดชีวิต “สาม...พวกเจ้าไปล่ามัน!!!!”

       กรรร…..กรรรร

       บู่วววววววววววววววว

       โฮกกกกกกกกก  โฮกกกกกก  โฮกกกกกกกกกกก


        ทั้งเสือและหมาป่าร้องคำรามออกมาพร้อมกับร่างของผู้ล่าทั้งห้าที่พุ่งกระโจนวิ่งไล่ล่าเหยื่อของพวกมันด้วยความรู้สึกสนุกสนานขึ้นมากับการได้เล่นไล่หยอกกับเหยื่อเช่นนี้ เพราะสัญชาติญาณนักล่าของพวกมันเหมือนกับถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมา ใช้เวลาเพียงไม่น่าผู้ล่าทั้งห้าก็เข้าใกล้เหยื่อของมันเข้าไปทุกทีก่อนที่ร่างสะบักสะบอมของโยวเจานั้นจะล้มลงเพราะร่างกายที่ไม่สมบูรณ์ เมื่อเหยื่อพลาดนั้นคือความตายร่างสีขาวของหย่งฟางกระโจนเข้าฝังเขี้ยวคมลงไปบนไหล่ใกล้กับคอของโยวเจานั้นจมเขี้ยวและสะบัดไปมาเเรงๆจนเนื้อเกือบหลุดติดอออกมา


        อ้ากกกกกกกกกกกกกกก!!!!


        เสียงร้องโหยหวนเจ็บปวดดังไปทั่วทั้งถนน เเต่โชคร้ายที่ว่าบริเวณนั้นมันแทบจะไม่มีคนอยู่เลย ร่างโยวเจาดีดดิ้นไปมาเพื่อให้หลุดพ้นจากคมเขี้ยวมรณะเพียงแต่คมเขี้ยมมรณะนั้นไม่ได้มีเพียงหนึ่งแต่มีถึงห้า ร่างของมันถูกคมเขี้ยวแหลมของผู้ล่าที่อยู่เหนือสุดของห่วงโซ่อาหารกัดกินราวเป็นเพียงขนมกินเล่น ไม่ว่าจะสะบัดหนีอย่างไรก็ไม่สามารถหลุดพ้นจนที่เบื้องหน้าของมันปรากฏเท้าคู่หนึ่งที่เดินตรงเข้ามาหาเมื่อมันเงยหน้ามองก็พบว่ามัจุราชตัวจริงนั้นได้เยื้อย่างมาหามันแล้ว มันไม่คิดเลยว่าจอมยุทธ์หญิงตรงหน้านี่จะโหดร้ายกว่าตัวเขาที่เที่ยวไล่ฆ่าคนเพราะความโลภผิดกับคนเบื้องหน้าที่เห็นเป็นเพียงการละเล่นหรือนี่คือด้านมืดที่ไม่เคยมีใครได้เห็นมากก่อนจากจอมยุทะืสตรีผู้นี้


     “น่าสงสารจริง อุส่าให้หนีก็ยังไม่พ้น”จางฝูย่อตัวลงนั่งที่เบื้องหน้าโยวเจาแล้วหสยะยิ้มพูดอออกมาพร้อมกับโซ่ตรวนที่ใส่เข้าที่เดิมทั้งแขนขา “วิ่งไล่จับสนุกดีไหม มันอาจเป็นความบันเทิงเล็กๆน้อยๆ ก่อนตาของเจ้าก็ได้นะ ไม่ต้องขอบคุณข้ายินดี ไปได้แล้ว”


     โซ่ตรวนถูกคล้องใส่เข้ากับอานม้าเช่นเดิมพร้อมกับร่างของโยวเจาที่ถูกกระชากลากถูไปตามพื้นเพื่อให้ลุกเดินต่อไป ราวเค่อในที่สุกจางฝูก็เดินทางมาถึงกรมราชทัณฑ์พวกทหารที่เฝ้าเมื่อเห็นก็พากันเข้ามาคุ้มตัวนักโทษทันทีแม้พวกเขานั้นจะมองไปยังนักโทษนั้นอย่างไม่เข้าใจว่าเหตุใดนักดทษจับเป็นผู้นี้ถึงได้มีสภาพจะตายแหลมิตายแหละเช่นนี้เมื่อพวกเขาเหลือบไปเห็นรอยแดงที่ขอบปากของทั้งหมาป่าและเสือที่ติดตามจางฝูมาก็พอจะเดาได้ และได้แต่กลืนน้ำลายยลงคออย่างฝืดๆและไม่กล้าถามด้วยว่ามันเกิดสิ่งใดขึ้น พวกเขาเองแม้ไม่ได้เห็นแต่ก็พอได้ยินมาว่าหู้กว๋อฮูหยินนั้นคือสหายรักของจอมยุทธ์หนี่เถี่ย เมื่อคราวที่นางไปเจอศพของสหายถึงขั้นสตหลุดบุกไปจวนราชองครักษ์หลวงและซัดท่านราชองครักษ์เสียปลิวกระเด็นไม่เป็นท่าเพราะไม่สามารถดูเเลสหายของนางได้ ทุกคนในเมืองล้วนทราบดีว่าท่านราชองครักษ์นั้นเก่งกาจเพียงใด เเต่ผุ้ที่สามารถซัดเสียท่านราชองครักษ์ปลิวได้นั้นย่อมต้องน่ากลัวกว่า


      “ท่านจอมยุทธ์หนี่เถี่ย เชิญขอรับไต้เท้าจางทังกำลังรออยู่เลย”จางฝูเพียงพยักหน้าแล้วเดินเข้าไปยังห้องโถงที่เธอเคยมารอพร้อมกับทหารที่จับลากตัวของโยวเจาเข้าไปด้วย ไต้เท้าจางทังเมื่อเห็นสภาพโยวเจานั้นถึงกับสุดลมหายใจเข้าปอดก่อนสั่งให้ทหารเอาตัวโยวเจาไปขังไว้ก่อน


     “นี่เป็นสิ่งที่ฝ่าบาททรงให้คนจัดเตรียมไว้ให้เจ้า”ไต้เท้าจางทังเอ่ยออกมาพร้อมกับคนที่ยกเอาของรางวัลที่ฮองงเต้ประทานให้มาวางไว้แล้วจึงเดินออกไป “ขอบคุณเจ้ามากที่ช่วยไม่เช่นนั้นคงจับโยวเจานี้ไม่ได้แน่”


    “ข้าต้องทำเพื่อสหายข้าจะได้หลับอย่างไร้สิ่งติดค้างเสียที”จางฝูเอ่ยออกมาพรางมองไปยังท้องฟ้าด้านนอกผ่านหน้าต่างก่อนจะหันไปหาไต้เท้าจางทังเพื่อรายงานเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้อีกฝ่ายฟัง “นอกจากเรื่องของต้วนฮูหยินแล้ว ตอนที่ข้าไปที่เฉินหลิวโยวเจาผู้นี้ร่วมมือกับประมุขพรรคเมฆาที่เป็นพรรคกลางและคนของพรรคภูติทมิฬลมดำที่เป็นพรรคมารเพื่อยึดเมืองเฉินหลิวปล้นและฆ่าชาวบ้านไปมากมายนัก จากนี้ข้าอยากให้ท่านช่วยจับตาดูพรรคเมฆานั้นเอาไว้ด้วย สิ่งที่ข้าได้ยินมาเป้าหมายของมันแน่ชัดแล้วว่าคือการยึดครองแผ่นดิน”


     “ข้าเข้าใจแล้ว จะให้คนคอยจับคนพรรคนี้เอาไว้ ขอบคุณเเม่นางจางที่กล่าวเตือน”ไต้เท้าจางทังเอ่ยพร้อมยกมือคำนับจางฝูเอ่ยก็เพียงยกมือรับก่อนที่เธอนั้นจะขอตัวลาทันที เพราะงานของเธอนั้นถือว่าได้จบลงสิ้นแล้ว


@Admin


แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +35 คุณธรรม --30 ความชั่ว +8 ความโหด โพสต์ 2019-6-12 00:37

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +8000 เงินตำลึง +30000 ชื่อเสียง +7777 ความหิว -62 Point +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 8000 + 30000 + 7777 -62 + 10

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หมวกไผ่ผ้าคลุม
ม้าเทพอูซุน
ตัวเบาขั้นสูง
กงจักรไท่หยาง
แส้จิ่วเทียน
คัมภีร์ละติน
ปราณคลุมวารี
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x4
x5
x1
x30
x30
x30
x30
x10
x8
x18
x104
x3
x10
x104
x172
x1
x25
x118
x1
x68
x32
x46
x28
x120
x3
x98
x89
x1
x20
x66
x60
x784
x1
x2
x114
x202
x150
x129
x5088
x552
x150
x113
x9
x30
x20
x29
x1
x115
x466
x1
x9264
x10
x110
x1
x4
x9
x1
x2
x131
x186
x62
x3085
x6
x3
x45
x1
x1
x90
x1400
x8
x150
x65
x1000
x9
x3
x3
x40
x4
x40
x71
x2
x1500
x120
x414
x135
x60
x95
x100
x7
x26
x90
x3
x39
x3
x20
x1
x3
x80
x2
x60
x29
x4
x100
x50
x100
x1
x15
x1075
x3
x30
x68
x35
x30
x2742
x102
x180
x5
x115
x4
x2
x360
x886
x77
x64
x99
x44
x254
x259
x6
x30
x12
x348
x4
x563
x5
x1468
x86
x295
x264
x417
x780
x456
x32
x39
x133
x352
x652
x209
x92
x73
x329
x310
x8
x60
x1
x3
x127
x141
x669
x503
x838
x660
x128
x3071
x2330
x521
x20
x3
x1162
x28
x130
x1210
x6
x35
x3444
x2680
x3960
x4990
x9
x35
x20
x41
x81
x377
x1

ข้อความล้วน|อุปกรณ์พกพา|

Copyright © 2001-2012 | The Legend of Wulin  สงวนลิขสิทธิ์ | GMT+7, 2019-6-20 01:13

ขึ้นไปด้านบน