ดู: 212|ตอบกลับ: 8

{ นอกเมืองเซียงหยาง } บึงน้ำเจียงเติ้ง

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-9-29 02:41:49 |โหมดอ่าน

บึงน้ำเจียงเติ้ง

{ นอกเมืองเซียงหยาง }



เป็นบึงน้ำที่อุดมสมบูรณ์และติดกับป่าทึบ ตอนเช้ามักเป็นทางผ่านของคณะเดินทางต่างๆ 
สามารถชื่นชมแสงอาทิตย์ส่องผ่านแนวไม้ ตกกระทบผิวน้ำเป็นประกายระยิบระยับ
แต่ไม่ควรเดินทางในตอนกลางคืน เพราะอาจเจออันธพาล และโจรป่าได้ 
เนื่องจากเส้นทางนี้ไม่ใช่เส้นทางหลัก ถึงจะรวดเร็วแต่อันตรายเป็นอย่างมาก
ในอดีตเคยมีสัตว์ประหลาดปลาคอยจับผู้คนผ่านทางกินเป็นอาหาร ทำให้ที่นี่ค่อนข้างเงียบเหงา
ทว่าตอนนี้หลังจากปีศาจปลาถูกปราบไปแล้ว มันก็เป็นเพียงบึงที่เงียบสงบธรรมดาเท่านั้น








คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 2

ดูบันทึกคะแนน

17

กระทู้

296

โพสต์

12หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
9943
เงินตำลึง
176128
ชื่อเสียง
56824
ความหิว
368

ใบรับรองภาษาฮั่น

คุณธรรม
0
ความชั่ว
0
ความโหด
0
หรั่นหลัน
เลเวล 1

ติง โหยว

"คนไม่ดีต้องถูกลงโทษ!!"
pet
โพสต์ 2018-9-29 02:43:42 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Lulu เมื่อ 2018-9-29 04:00

โรลอิสระ


                   เสียงของเกือกม้ากระทบพื้นดินทำเอาฝุ่นตลบไปตลอดทาง ดรุณีน้อยในชุดสีเขียวนั่งเอนตัวอยู่บนหลังม้าเพื่อให้ม้าเคลื่อนที่ได้เร็วยิ่งขึ้น ไม่รู้ว่านางคิดถูกหรือคิดผิดกันแน่ ถึงได้มาเซียงหยางเวลานี้ หานสี่บอกกับนางว่าจะมาเช็คที่ห้องยามเหม่า หากไม่เห็นหานสี่จะจัดการนาง ความจริงแล้วลู่เอินก็ไม่ได้กลัวสตรีคนนั้นนัก แต่กลับให้ถึงก่อนยามเหม่าก็ดีกว่าต้องไปฟังอีกฝ่ายบ่นเป็นไหนๆ ผ่านไปหนึ่งเค่อม้าก็เคลื่อนตัวถึงนอกเมืองเซียงหยาง ลู่เอินเลือกใช้เส้นทางผ่านบึงน้ำเจียงเติ้งเนื่องจากหากผ่านทางนี้จะลดระยะทางไปได้เยอะมาก เหมาะกับนางที่กำลังเร่งรีบอยู่ในตอนนี้
                   คืนนี้อากาศเย็นกว่าทุกที คงเพราะใกล้จะฤดูหนาวแล้ว หากเป็นช่วงฤดูหนาวคงไม่เหมาะที่จะมาควบม้า พอเข้าฤดูหนาวคงต้องใช้รถม้าเดินทางแทน นางนึกถึงภาพวาดขององค์หญิงที่ส่งให้กับลี่เป่ยกงไป พูดถึงเทศกาลฉงหยางแล้ว ยังเป็นเทศกาลที่ต้องไปหามาสู่กับครอบครัวและผู้สูงอายุ.. เพียงนึกถึงคนที่บ้านสกุลเสิ่นนางก็อยากจะอาเจียนแล้ว ทว่าในแผ่นดินต้าฮั่น ความกตัญญูถือเป็นเรื่องสำคัญ หากมีเวลานางคงแวะกลับหุบเขา หรือไม่ก็นัดเจอกับคนในสกุลเสิ่นอีกที
                   หญิงสาวควบม้าไปตามถนนเรื่อยๆจนกระทั่งเจอท่อนไม้ขนาดใหญ่ขวางทางเอาไว้ ทำให้ต้องหยุดม้ากระทันหัน ไม่มีพายุเสียหน่อย ทำไมไม้ถึงมาล้มผิดที่ผิดทางได้ ลางสังหรณ์ของนาง ทำงานได้ดีจนลู่เอินยังกังวล พอนางคิดได้ว่าไม่ชอบมาพากล คนกลุ่มหนึ่งก็เดินออกมาจากป่าข้างทาง พวกเขาล้วนมีท่อนไม้ไม่ก็มีดอยู่ในมือ ท่าทางเหมือนโจร แต่ก็ไม่ได้ปิดหน้าปิดตา คงจะเป็นอันธพาลมากกว่า..
                   "โอ้ ดูสิวันนี้เราเจออะไร"
                   "ได้ยินเสียงควบม้ามาแต่ใจนึกว่าเป็นคุณชายตระกูลไหน เป็นสตรีรึนี่"
                   "ลูกพี่ มาดูนี่เร็ว!" คนที่ยืนอยู่หลังสุดร้องทักขึ้น ก่อนจะคลี่ภาพในมือออก "นางคือสตรีที่เขาลือกันนี่ไง"
                   นางมองภาพจากด้านหลัง จากเนื้อกระดาษและองค์ประกอบหลายอย่าง หากนางเดาไม่ผิด เป็นภาพที่เหมือนของนางที่กระจายอยู่เซียงหยางตั้งแต่เมื่อวานนั้นเอง ไม่นึกว่ากระทั่งคนเหล่านี้ยังมีไว้ในครอบครอง
                   "วันนี้ดึกแล้วแม่นางไม่สนใจไปเที่ยวกับพวกพี่เหรอจ้ะ"
                   "เดี๋ยวตอนเช้าพวกข้าพาไปส่ง รับรองปลอดภัย"
                   นางเผยยิ้มบางเบา ตอบกลับพวกเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "ไม่ดีกว่าเจ้าค่ะ ข้าต้องรีบกลับซินเอี๋ย"
                   "พวกพี่ก็อยู่ซินเอี๋ยเหมือนกันจ๊ะ ให้พวกพี่ไปส่งเนาะ" บุรุษในกลุ่มต่างส่งเสียงเชียร์คนที่น่าจะเป็นหัวหน้าอย่างออกรส เป็นลู่เอินที่ฝืนปั้นยิ้มให้ วันนี้นางอารมณ์ไม่ดีอยู่ ยังต้องมาเจอคนพวกนี้อีก "แต่ก่อนจะไปส่ง พี่มีอะไรสนุกๆให้เล่นนะจ้ะ"
                   "สนุกจริงๆนะแม่นาง"
                   "รับรองแม่นางได้เห็นสวรรค์แน่ๆ"
                   รอยยิ้มบางถึงกับกระตุกขึ้น สีหน้าของลู่เอินคล้ำลงไปหลายส่วนด้วยความโกรธ คนพวกนี้เป็นใคร ถือดีอย่างไรมาใช้คำพูดแบบนี้ใส่นาง ปกตินางคงไม่โกรธเพราะถือว่าเป็นคนถ่อย แต่วันนี้ดูท่าทางแล้วนางคงจะดีด้วยไม่ไหว ลู่เอินกวาดสายตาหาทางหนีทีไล่อื่น สบโอกาสจะได้ควบม้าหนีคนพวกนี้ไปเลย แต่ระหว่างที่กำลังครุ่นคิดอยู่นั้น เสียงควบ้มาก็ดังมาจากด้านหลังของนางใกล้ขึ้นเรื่อยๆ
                   หรือพวกมันมีพวกอีกกลุ่มหนึ่ง!
                   ถ้าหากเป็นแบบนั้นนางถูกล้อมแน่ ลู่เอินดึงบังเหียนให้ม้าพลิกตัวกลับหลังเตรียมจะวิ่งสวนออกไป แต่พอเห็นเงาร่างของคนที่มาทีหลัง นางกลับรู้สึกครุ่นเคยจนการกระทำทุกอย่างถูกแช่แข็งไปชั่วขณะ
                   บุรุษผู้มาใหม่กระโดดลงจากหลังม้าด้วยท่าทางห้าวหาญ เขาชักดาบออกก่อนจะวิ่งเข้าใส่อันธพาลกลุ่มนั้นจนพวกเขาแตกกระเจิง ใครที่วิ่งหนีไม่ทันก็ถูกสันดาบกระแทกใส่จนลงไปนอนสลบ ลู่เอินมองภาพตรงหน้าครู่หนึ่งจึงลงมาจากหลังม้า เมื่อจัดการอันธพาลจนแตกกระเจิง เขาจึงหันกลับมาหาลู่เอิน
                   "ข้าจี๋เฟยเทียนขอรับ เอ่อ....แม่นางเสิ่นลู่เอินหรือเปล่า"
                   จี้เฟยเทียน.. อ่อ พี่น้องร่วมสาบานของอาจี้ "เจ้าค่ะ"
                   "พี่จิ่วฝากขนมนี่มาให้ท่านขอรับ ท่านแม่พี่จิ่วทำในงานเลี้ยง พี่จิ่วเลยขอแบ่งมาส่วนนึงเพื่อให้ข้านำมามอบให้ท่านทานระหว่างทาง"
                   เขายื่นกล่องขนมให้ลู่เอิน ภายในกล่องเป็น ขนมเปี๊ยะ 30 ชิ้น พอได้ยินชื่อพี่จิ่ว ดวงตาของนางกลับเป็นประกายสดใสขึ้นมา ลู่เอินรับกล่องขนมจากมืออีกฝ่าย พยายามจับอย่างเบามือ คล้ายกำลังประคองบางอย่างอย่างทนุถนอม
                   จากวันนั้นก็ผ่านไปหลายวันแล้ว กระทั่งอยู่งานเลี้ยง เขายังคิดถึงข้า..
                   หญิงสาวไม่อาจปิดบังรอยยิ้มที่เผยออกมาบนใบหน้าได้ แม้ไม่ได้เจอแต่กลับรู้สึกถึงอีกฝ่ายผ่านสิ่งของ ลู่เอินค่อยๆเก็บกล่องขนมใส่ในย่าม ก่อนจะเห็นจี้เฟยเทียนหยิบม้วนภาพที่อันธพาลทำตกขึ้นมา
                   "แม่นาง ทำไมคนกลุ่มนั้นถึงมีภาพเหมือนของท่าน.."
                   "ท่านอย่าเข้าใจผิดนะเจ้าคะ คือ.." นางพยายามเรียบเรียงข้อมูลในหัวก่อนจะเอ่ยตอบไป "ข้าไปไหว้ศาลที่สุสานเมืองเซียงหยาง คนที่นั้นเห็นหน้าข้าจึงวาดรูปข้าแจกไปทั่วเมือง ยังดีที่ท่านเจ้าเมืองช่วยระงับการแจกภาพได้ แต่ภาพบางส่วนก็กระจายออกไปแล้ว"
                   "เป็นเช่นนั้นเอง" จี้เฟยเทียนพยักหน้าเข้าใจก่อนจะพับภาพของนางใส่ในแขนเสื้อ ลู่เอินอยากจะขอภาพคืน แต่ก็ไม่กล้าพูด สุดท้ายก็ปล่อยเลยตามเลยให้อีกฝ่ายนำภาพของตนติดตัวไป "ข้าส่งของเสร็จแล้ว ขอตัวก่อนนะขอรับ"
                   "เดี๋ยว" นางรีบค้นย่ามก่อนจะหยิบขนมหม่าซูไส้่ถั่วแดง10ชิ้นให้กับจี้เฟยเทียน "ข้าให้ท่านห้าชิ้น อีกห้าชิ้นข้าฝากไปให้คุณชายพี่จิ่วด้วยเจ้าค่ะ"
                   จี้เฟยเทียนมองสิ่งที่นางยื่นให้อยู่ครู่หนึ่งจึงรับเอาไว้ "ขอบใจแม่นางมาก อีกครึ่งหนึ่งข้าจะนำไปหาพี่จิ่วแน่นอน"
                   "ใกล้ฤดูหนาวแล้ว รักษาสุขภาพด้วยนะเจ้าคะ"
                   "แม่นางก็เช่นกันนะ"
                   ทั้งสองร่ำลากันพอเป็นพิธีก่อนจะแยกย้ายกันกลับ ลู่เอินรีบควบม้ากลับไปที่ซินเอี๋ย มองจากดวงจันทร์ ตอนนี้น่าจะใกล้พ้นยามหยินแล้ว คงไม่ดีแน่ถ้าหานสี่เปิดประตูห้องมาไม่เจอนาง...

@Admin

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับความสัมพันธ์กับ ไท่จื่อ: หลิว จี้ เพิ่มขึ้น 25 โพสต์ 2018-9-29 14:32
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ จี๋ เฟยเทียน เพิ่มขึ้น 25 โพสต์ 2018-9-29 14:32

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +7 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +25 ความหิว -18 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 7 + 500 + 25 -18 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
หลี่ซื่อชุนชิว
ฮั่นเสียทองเทวะ
กราดิอุส
ปิ่นล้ำค่า
ตัวเบาพื้นฐาน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x15
x7
x2
x80
x1
x30
x20
x1000
x1
x20
x1
x3
x15
x1
x9
x4
x1
x20
x45
x7
x35
x1
x3
x1
x2
x1
x3
x2
x1
x1
x30
x1
x2
x300
x45
x16
x757
x30
x50
x25
x1
x10
x2
x6000
x91
x2
x4
x1
x2
x2
x49
x13
x8
x59
x2
x10
x17
x200
x99
x130
x175
x100
x100
x60
x2
x20
x41
x50
x1520
x1
x100
x25
x700
x39
x24
x105
x1
x97
x55
x13
x1
x76
x20
x3086
x3
x9
x66
x30
x75
x150
x150
x108
x33
x2
x25
x41
x40
x32
x200
x100
x100
x212
x22
x4
x1
x62
x1041
x1021
x355
x30
x10
x30
x18
x77
x9
x81
x54
x50
x102
x56
x83
x76
x68
x211
x134
x134
x136
x11
x94
x44
x125
x319
x470
x150
x110
x75
x250
x340
x2
x19
x671
x60
x111
x48
x1

120

กระทู้

1300

โพสต์

21หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
226848
เงินตำลึง
703501
ชื่อเสียง
57250
ความหิว
1871

ตราสำนักวังน้ำทิพย์ใบรับรองภาษาฮั่นใบรับรองภาษาละตินป้ายวังหลังป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV3)

คุณธรรม
5100
ความชั่ว
535
ความโหด
1813
เสวี่ยนอู่
เลเวล 1

เมิ่ง จื่อเหยา

ข้าไม่ได้เตี้ยบนหัวเจ้า
pet
โพสต์ 2018-12-6 19:39:01 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Zhangfu เมื่อ 2018-12-10 00:54

[เสมือนท้องฟ้า วิปริต แปรปวนทันใด]



    เมื่อเเสงแรกขงเช้าวันใหม่มาถึงเป็นถึงราวเวลาที่พวกจางฝูนั้นสมควรจะออกเดินทางไปศาลเจ้าร้างในเขตเมืองลั่วหยางไปสู้เมืองต่อไปทันทีซึ่งเพราะเจ้าน้ำยาประหลาดที่เธออันเอิญไปเจอเข้านั้นทำให้เมื่อเธอตื่นขึ้นมาก็ต้องพบว่าแผลที่มือเธอจากการต่อสู้ รอยช้ำต่างล้วนแล้วแต่หายเป็นปลิดทิ้ง จากที่คอยต้องมาเดินทางวันละเมืองเพราะอาการบาดเจ็บบัดนี้เธอนั้นสามารถเร่งเดินทางเพื่อไปยังฉางซาได้ในความเร็วปกติหรืออาจจะมากขึ้นด้วย เจี๋ยเฟยที่ได้รู้ว่าตัวเธอนั้นหายจากอาการบาดเจ็บจนเป็นปกติแล้วก็ดีใจเป็นอย่างมากแต่ถึงกระนั้นตัวของเจี๋ยเฟยน้นก็ยังคงต้องการให้จางฝูนั้นพักผ่อนต่อ


   จนเมื่อเวลาคล้อยเข้าสู่ช่วงบ่ายของวันในที่สุดพวกเขานั้นก็เดินทางข้ามมาจนถึงเขตเมืองเซียงหยางและตั้งใจที่จะแวะพักกันที่บริเวณบึงน้ำที่ตั้งอยู่นอกเมืองและตั้งใจว่าจะพักค้างคืนที่ต่อและด้วยว่าพวกตนนั้นไม่ค่อยได้แวะเข้าเมืองเพื่อซื้อเสบียงตุนจึงทำให้อาหารในการดำรงชีพของพวกเขานั้นเป็นการเก็บพวกผลไม้ป่าตามรายทางและการตกปลาตามบึงหรือสระน้ำที่เดินทางผ่านนั้นเองโดยเมื่อมาถึงก็เป็นพวกหยางเกาเเละเจี๋ยเฟยที่พากันแยกไปเก็บเอาพวกเศษไม้เพื่อมาทำเป็นฟืนในการสร้างกองไฟเพื่อให้ความอบอุ่นแก่พวกตนในยามหน้าหนาวเช่นนี้ ส่วนจางฝูและจู๋เว่ยก้รับหน้าที่ใรการตกปลาเพื่อเอามาทำเป็นอาหารสำหรับมื้อเย็นเเละค่ำคืนนี้


    “จู๋เว่ยข้าคิดมาสักพักแล้วบางทีท่านก็ควรที่จะฝึกวิชาเอาไว้บ้าง  ข้าสังหรณ์ว่าในภายภาคหน้าพวกเราคงได้มีเรื่องตบตีกับเจ้าพวกโจรมากขึ้นเป็นแน่ และข้าอาจไม่สามารถที่จะคอยช่วยและพาเจ้าหนีได้ตลอด”จางฝูเอ่ยกล่าวพรางนึกไปถึงเรื่องเมื่อตอนที่ตนนั้นอยู่ที่อวี้ซางและไปเจอกับเจ้าพวกชุดดำและตอนนั้นเธอก็เกือบที่จะสูญเสียคนข้างไปแล้วหากไม่ได้คนแปลกหน้านั้นเข้ามาช่วยเอาไว้


    “ข้ารู้ว่าเจ้าจะสื่ออะไร จางฝูข้าก็คิดมาพักใหญ่ๆแล้วเช่นกัน ข้าเป็นพี่แต่เวลามีเรื่องอะไรกลับเป็นข้าที่ช่วยเจ้าได้น้อยที่สุด”จู๋เว่ยเอ่ยกล่าวขึ้นพร้อมกับขยับมือพลิกเอา้อนหอนก่อนหนึ่งออกพรางใช้มีดปลายแหลมจิ้มขุดหาไส้เดือนที่จะเอาไปทำเป็นเหยื่อตกปลา ก่อนที่ตัวของชชายหนุ่มนั้นจะพบกับเป้าหมายตัวอวบอ้วนกลมพยายามที่จะกระดึบมุดดินหนีความหนาวเย็นจากอากาศภายนอกเมื่อเห็นจู๋เว่ยก็ไม่รอช้าช่วยเจ้าตัวน้อยนั้นเอามาใส่ไว้ในกระบอกไม้ไผ่อุ่นๆแทน จนสุดท้ายได้เขาก้จัดการหาเหยื่อปลามาได้หลายสิบตัวเลยทีเดียวก่อนที่ชายหนุ่มนั้นจะยัดตัวเดินไปที่ริมบึงน้ำที่มีจางฝูนั้นนั่งเตรียมคันเบ็ดรออยู่


   “แล้วเจ้าอยากฝึกไหมจู๋เว่ย”จางฝูหันไปเอ่ถามอีกครั้งพร้อมกับยื่นมือไปรับเอาเอากระบอกไม้ไผ่ที่มีเจ้าไส้เดือนน้อยตัวอ้วนกลมอยู่มาถือก่อนจะเอานิ้วคีบหยิบมันขึ้นมาหนึ่งตัวแล้วนำเอาไปเกี่ยวไว้ที่ตะขอก่อนจะเหวี่ยงปลาตะขอนั้นลงน้ำไป


    จ๊อม..


    เสียงของตะขอและไส้เดือนผู้โชคร้ายที่ร่วงลงน้ำไปพร้อมกับคลื่นละลอกน้ำที่ค่อยๆแผ่ขยายวงกว้างออกไปรอบๆพื้นบึงน้ำอย่างช้าท่ามกลางความเงียบสงบใบริเวณนั้นๆ


    “เจ้าจะสอนให้หรือไร”จู๋เว่ยเอ่ยถามขึ้นพรางหันไปมองพวกเจี๋ยเฟยและหยางเกาที่เดินกลับออกมาจากป่าข้างๆพร้อมด้วยกิ่งไม้แห้งหลายต่อหลายกิ่งสำหรับก่อกองไฟ


     “ไม่ละ เจ้าดูสภาพข้าตอนนี้สิข้าจะสอนอย่างไร เดินเหินยังไม่ถนัดเลยเถอะพี่ชาย”


     “แล้วจะอย่างไร ให้เจี๋ยเฟยช่วยสอนหรือ”


     “ข้าว่าจะลองหาพวกตำราหรือคัมภีย์ให้ท่านเอาไปไว้อ่านแล้วฝึกตามเอาเองไหนๆพี่ท่านก็ชอบอ่านตำราอยู่แล้วนี้ แบบนั้นข้าว่าท่านจะเข้าใจกว่าให้ข้าหรือเจี๋ยเฟยอธิบายนะ”จางฝูกล่าวตอบแล้วหันไปมองยังสายเอ็นที่เกิดการกระตุกเล็กน้อยจากการที่มีปลานั้นเลยมาตอดกินเหยื่อที่เกี่ยวเอาไว้ คาดว่าไม่นานเธอก็คงจะได้ปลาตัวใหญ่ๆมาทำเตรียมเป็นอาหารสำหรับวันนี้แน่นอน


     ครืดดดด….


     ในระหว่างที่จางฝูและจู๋เว่ยกำลังนั่งพูดคุยกันอยู่เพื่อรอปลามากินเบ็ดนั้นจู่ท้องฟ้าที่เคยสว่างไสวเพราะแสงแดดดนั้นก็ค่อยๆมืดครึ้มลงราวกับกำลังจะมีพายุฝนฟ้าคะนองอย่างไรอย่างนั้นแต่มันจะเป็นไปได้อย่างไรในเมืองยามนี้นั้นเป็นฤดูหนาว


      เปรี๊ยงงงงง!!!!  เปรี๊ยงงงงง!!!!


      "กรี๊ดดด!!!" แต่ยังไม่ทันมีใครได้เอ่ยกล่าวอะไร สายฟ้าเส้นหนึ่งก็ผ่าเปรี้ยงลงมาที่บริเวณใจกลางบึงน้ำอย่างแรงพร้อมเสียงกรี๊ดของจางฝูที่ดังขึ้นพร้อมตกใจมือที่จับคันเบ็ดอยู่ปาคันเบ็ดในมือทิ้งแล้วนำมือมาปิดหูก่อนที่พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของพวกเธอนั้นจะเกิดอาการสั่นสะเทือนอย่างรุ่นแรงจนทำเอาฝูงนกในบริเวณป่า และพวกหย่งทั้งหลายรวมทั้งม้าของพวกเธอนั้นเกิดอาการตื่นตะหนกกันยกใหญ่และอาการสั่นสะเทือนก็ดุเหมือนว่ามันจะรุนแรงขึ้นๆ เสียจนพวกเธอนั้นพากันล้มลงไปกองกันอยู่ที่พื้นอย่างทรงตัวไม่อยู่ แต่ไม่นานนักอาการของพื้นที่สั่นสะเทือนนั้นก็ค่อยๆหยุดลงและค่อยๆกลับมาเป็นปกติอย่างช้าๆ


    “นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน”เป็นเจี๋ยเฟยที่ร้องตะโกนขึ้นมาก่อนที่ชายหนุ่มนั้นจะเป้นคนแรกที่ยันตัวลุกขึ้นเดินมาช่วยพยุงจางฝูที่ฝุบนั่งอยู่ที่พื้นพร้อมกับไม่ลืมที่จะตรวจดูเพื่อหาอาการบาดเจ็บก่อนที่จะผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆเมื่อพบว่าบนร่างของฮูหยินตนนั้นไม่ได้มีบาดแผลหรือรอยฟกช้ำใดๆ


     “เมื่อกี้นี่มันเกิดอะไรขึ้น”จางฝูที่ได้เจี๋ยเฟยกับจู๋เว่ยช่วยพยุงนั้นเอ่ขึ้นมาก่อนที่มองไปรอบที่ตอนนี้กลับมาเป็นปกติแล้ว เว้นก็เเต่ในบึงน้ำที่มีฝูงปลาจำนวนหนึ่งลอยตายขึ้นมาคาดว่าน่าจะเป็นผลจากแรงสั่นสะเทือนเมื่อครู่ทำให้เจ้าปลาพวกนั้นตกใจจนช็อคตาย แต่ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดีนะเพราะอย่างน้อยเธอก็ไม่ต้องมานั่งเสียเวลารอปลามากินเหยื่อ

     “คงไม่ได้เกิดอะไรที่มันร้ายแรงหรอกกระมัง”จู๋เว่ยเอ่ยกล่าวขึ้นพรางหันไปมองดูบึงน้ำที่มาปลาลอยเกลือนอยู่ก่อนที่จะหันไปช่วยพยุงจางฝูนั้นให้ไปนั่งที่ตรงก้อนหิน “แล้วจะเอาอย่างไรกับเจ้าปลาที่ลอยอยู่นั้นละ”


    “ไหนๆก็ตายแล้วเราก็เอามาทำอะไรกินเสีย”จางฝูเป็นผู้ออกความคิดเห็นก่อนที่เจี๋ยเฟยและหยางเกานั้นจะเป็นผู้อาสาลงไปเก็บเอาพวกปลาที่ลอยอยู่นั้นขึ้นมาทำเป็นอาหาร แต่ในขณะที่พวกเขาทั้งสองกำลังเตรียมตัวที่จะลงน้ำไปเก็บเอาซากปลาขึ้นมาเตรียมทำอาหารอยู่นั้นจู่ๆพวกซากปลาที่ลอยอยู่นั้นก็ค่อยๆย่อยและสลายกลายเป็นเศษฝุ่นไปต่อหน้าต่อตาทั้งสี่คน ก่อนที่เศษฝุ่นผงนั้นจะจะค่อยๆไหลไปรวมกันที่กลางน้ำเกาะรวมกันจนสูงใหญ่ราวพายุก่อเกิดกลายเป็นปลาเกล็ดสีดำนิลขนาดยักษ์มาพร้อมกับฟันหรือเขี้ยวที่ยาวโง้งที่โพล่พ้นออกมาจากปากดูราวใบมีดคมๆที่แสนน่ากลัว

     โฮกกกกกกกกกกก!!!!

     เสียงร้องคำรามจากเจ้าปลายักา์ทำเอาพวกจางฝูนั้นถึงกับรู้สึกขนลุกราวกำไอพลังบางอย่างนั้นที่แผ่ออกมาจากเจ้าปลานั้น เจี่ยยเฟยที่ได้สติพลันรีบวิ่งไปหยิบเอาเอาธนูที่มีอยู่ขึ้นง้างและยิงใส่เจ้าปลาปีศาจหากแต่ลูกธนูนั้นกลับไม่แม้แต่จะสร้างรอยขีดข่วนให้แก่เจ้าปลานั้นได้กลับกันกลับเป็นการเรียกให้มันนั้นหันมาสนใจพวกตนที่อยูริมฝั่งแม่น้ำเสียอีก

     “ทำดีมากเลยเจี๋ยเฟย”จางฝูเข็ดเขี้ยวเอ่ยก่อนที่เจี๋ยเฟยนั้นจะทิ้งธนูลงพื้นแล้วหันกลับมาอุ้มเธอแล้วใช้ตัวเบากระโจนหลบออกไปให้ห่างจากบึงน้ำนั้นแทนโดยมีจู๋เว่ยและหยางเกาที่รู้งานวิ่งไปคุมรถม้าเตรียมพร้อมที่จะหนีออกไปจากบริเวณนั้นให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

    “ไปๆๆๆ”เมื่อร่างของเจี๋ยเฟยลอยลงมายืนอยู่บนหลังคารถม้าแล้วนั้นก็เป็นจู๋เว่ยที่ร้องตะโกนพร้อมกับมือของหยางเกาที่กุมสายบังเหียนอยู่กระตุกให้อาชาเทียมรถทั้งสองออกวิ่งไปให้ห่างจากที่นี่อย่างรวดเร็วที่สุดทิ้งให้เจ้าปลายักษ์คำรามร้องออกมาก่อนที่ร่างของมันนั้นจะล่าถอยจมหายลงน้ำไป


@Admin

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +2 ความโหด โพสต์ 2018-12-10 01:26

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -58 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -58 + 5

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตัวเบาขั้นสูง
เคล็ดวิชาวารีสิ้นขั้นสูง
หนามคู่เป่าเหลียน
ชุดวังน้ำทิพย์
ม้าเทพอูซุน
กงจักรไท่หยาง
คัมภีร์ละติน
ปราณคลุมวารี
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x2
x9
x15
x5
x9
x40
x5
x215
x5
x221
x1
x1
x1
x50
x1
x1
x50
x1
x1
x1
x1
x4
x25
x1
x1
x100
x100
x55
x1
x2
x15
x15
x2
x38
x2
x50
x5
x500
x8
x5
x120
x120
x120
x120
x10
x22
x165
x253
x15
x10
x146
x364
x1
x25
x308
x1
x106
x48
x66
x41
x120
x498
x113
x1
x30
x112
x166
x784
x2
x2
x208
x312
x160
x158
x1409
x1176
x150
x185
x27
x30
x17
x29
x16
x114
x801
x5
x1164
x10
x140
x1
x4
x11
x1
x2
x101
x206
x68
x2090
x6
x6
x101
x1
x26
x140
x400
x8
x150
x65
x500
x12
x2
x3
x140
x4
x40
x71
x2
x500
x146
x709
x400
x60
x95
x80
x7
x42
x80
x3
x30
x3
x1
x3
x117
x2
x10
x6
x4
x115
x65
x100
x1
x45
x1085
x4
x118
x14
x35
x2077
x102
x204
x5
x110
x4
x2
x696
x1575
x90
x64
x99
x44
x254
x259
x6
x28
x13
x478
x3
x563
x5
x1468
x121
x514
x279
x530
x580
x659
x54
x34
x129
x352
x975
x209
x92
x81
x279
x310
x8
x60
x1
x3
x165
x141
x669
x503
x900
x660
x131
x2071
x2330
x521
x40
x3
x211
x24
x180
x1210
x20
x50
x444
x4346
x960
x1490
x35
x20
x41
x81
x377
x1
โพสต์ 2018-12-9 23:08:57 | ดูโพสต์ทั้งหมด
โพสต์นี้มีการป้องกันรหัสผ่านไว้ กรุณากรอกรหัสผ่าน 
แปะ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x12
x200
x10
x6
x2
x2
x100
x20
x115
x26
x62
x33
x80
x100
x240
x32
x30
x148
x100
x10
x1
x1
x20
x1
x5
x13
x1
x1
x100
x36
x50
x1
x1
x22
x20
x153
x8
x7
x76
x10
x8
x1
x1
x15
x220
x5
x22
x17
x60
x5
x2
x2
x15
x20
x35
x19
x19
x33
x51
x50
x1

60

กระทู้

308

โพสต์

7หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
45621
เงินตำลึง
9307
ชื่อเสียง
32057
ความหิว
793

ใบรับรองภาษาฮั่นป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV3)

คุณธรรม
585
ความชั่ว
0
ความโหด
234
พิราบขาว
เลเวล 1

ปิงเยว่

"บทกวีของข้าจะนำทางท่าน"
pet
โพสต์ 2019-2-12 12:21:17 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย XingZi เมื่อ 2019-2-12 12:48

ท่วงทำนองที่ 3 เป็นคนดีมันไม่ง่าย
- บทบรรเลงที่ 4 เดินทางกับพี่ชาย -

[คำว่าปกป้อง]
               ซิงจื่อที่เดินทางตาม จาง ชู่เหวิ่นไปเรื่อยๆอย่างไม่ปริปากบ่น เขาไม่รู้จะพูดอะไรนอกจากนี้แล้ว หากวิ่งหนีคงจะโดนใช้กำลังอยู่ดี และต่อให้หนีได้ก็คงไม่พ้นจะก่อปัญหาให้คนอื่น อีกทั้งความจริงใจของคนตรงหน้านั้นมีมากล้นจนบางครั้งเขาก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าความคิดนั้นมันอาจจะเป็นจริงเหมือนกัน

               เด็กหนุ่มรู้สึกผิดกับตัวเองที่น้อยใจกับโชคชะตานี้ ในครั้งก่อนๆเขาทนยอมได้เสมอ แต่ทว่าเขากลับโดนจี้จุดที่ว่าเขาเองก็จะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อเจอน้องๆในความทรงจำของเขาเหมือนกัน  หากชายตรงหน้าเป็นเขา เขาก็คงทำอย่างเต็มที่เหมือนกัน แต่มองในหลักความจริงแล้วมันไม่ใช่..

                ทางข้างหน้านั้นเป็นบึงน้ำขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยกลิ่นไอแปลกๆน่าขนลุก

                "ถงเอ้อห์ บึงนี้นั้นอันตรายมาก เพราะฉนั้นเจ้าต้องมาให้ข้าแบกพาข้ามไปก่อนนะ" ชู่เหวิ่นกล่าวบอกแล้วจึงจับตัวของเด็กหนุ่มขึ้นพาดบ่า

                "ทำไมพวกเราต้องเดินทางอันตรายแบบนี้ด้วยล่ะขอรับท่านพี่ชู่เหวิ่น" เด็กหนุ่มที่ตอนนี้อยู่ในสภาวะเกร็งและกลัวเนื่องจากกลัวความมืดเป็นทุนเดิมอยู่แล้วยิ่งมีบรรยากาศที่น่าพะอืดพะอมเข้าไปอีกก็ไม่ค่อยดีต่อเขาเท่าไร

                "ทางนี้เป็นทางที่ดีและเร็วที่สุดที่เจ้ากับข้าจะไปกันได้ เชื่อใจข้านะข้าจะปกป้องเจ้าไม่ให้เป็นอะไรแน่" ชู่เหวิ่นกล่าวก่อนที่จะกระโดดตัวเบาพุ่งไป

                 ระหว่างทางพวกเขาได้ยินเสียงหวีดร้องของอะไรบางอย่างขนาดใหญ่ใต้บึงนั้นที่ส่องสว่างน่าขนลุกขนพองออกมา ก่อนที่จะตามมาด้วยเสียงร้องของคนจำนวนหนึ่งที่ไม่นานมันก็หยุดไป..

                  "เราจะไม่เป็นอะไรจริงๆใช่ไหมขอรับ?" เด็กหนุ่มได้แต่หลับตาไม่มองไม่สนใจ นอกจากเขาจะอ่อนแอแล้วเวลานี้ยังพ่วงความขี้กลัวเข้าไปด้วยอีกทางนึง

                "ไม่เป็นไรถงเอ้อห์ เดี๋ยวมันก็ผ่านไป.." ชู่เหวิ่นกล่าวแล้วพุ่งผ่านบึงและป่านั้นไปอย่างไม่เกรงกลัว

                  'เดี๋ยวมันก็ผ่านไป.. เหมือนคำที่ข้าให้ไว้กับน้องของข้า..' เด็กหนุ่มค่อยๆลืมตาขึ้นช้าๆปล่อยให้ตัวเองถูกพาผ่านบึงนั้นไป

                 เสียงที่ได้ยินของเหล่าคลื่นลมที่กระทบร่างนั้นไม่ได้มีเพียงแค่เสียงลม แต่เสียงหวีดร้องของอะไรบางอย่างยังคงดังอย่างต่อเนื่อง เขาอยากจะปิดหูของตนเองให้เงียบๆไป แต่ถ้าทำแบบนั้นคนที่แบกเขาอยู่จะแบกได้ลำบาก แล้วยิ่งผ่านสถานที่อันตรายแบบนี้ด้วยยิ่งไม่ควรอย่างยิ่ง

                สักพักหลังจากเสียงนั้นหายไป กลิ่นของเลือดที่ฟุ้งกระจายอยู่ด้านหน้าทำให้ซิงจื่อสะอิดสะเอียนเสียจนต้องยกมือขึ้นมาปิดจมูกเบาๆ เงายักษ์ใต้บึงค่อยๆลดตัวลงต่ำแล้วหายไป เหลือเพียงของเหลวสีชาตที่ไหลกระจายออกมาจากด้านล่าง

                 "พวกเขาเป็นใครกัน? ทำไมถึงเดินทางในที่อันตรายเช่นนี้ล่ะขอรับ?" ซิงจื่ออดที่จะถามไม่ได้ด้วยความสลดใจ

                 "ที่แห่งนี้น่ะ เต็มไปด้วยจอมยุทธและโจรป่าที่ซ่อนตัว แต่พวกที่จะรอดได้น่ะมีเพียงหยิบมือเท่านั้น" ชู่เหวิ่นกล่าวเสียงนิ่งแล้วพุ่งตัวต่อไป

                "ทำไมทุกคนถึงปล่อยเจ้าสัตว์ประหลาดแบบนั้นเอาไว้กันล่ะขอรับ.." ซิงจื่อบ่นเบาถ้าเขาแข็งแกร่งกว่านี้ก็อยากที่จะช่วย แต่ว่านี่มันไม่ใช่.. แม้กระทั่งผู้มีวรยุทธสูงส่งกว่าเขายังไม่ไหว เขาคงเป็นได้แค่อาหารรองท้องของมันเท่านั้น เพียงแค่คิดเขาก็เริ่มเวียนหัวอีกครั้งก่อนที่จะสลบไป

                 

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +2 คุณธรรม +1 ความชั่ว +2 ความโหด โพสต์ 2019-2-12 13:28

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -32 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -32 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ทวนเสี้ยวพระจันทร์
ไหเฟิงจิ่วจ้าน
รถม้าหรูหรา
รูปปั้นเจ้าแม่หนี่วา
เตาถานมู่
หายใจใต้น้ำ
ตาสมุทร
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x2
x8
x6
x14
x100
x2
x10
x18
x40
x30
x35
x12
x10
x40
x40
x40
x40
x40
x5
x6742
x10
x30
x1
x30
x1
x1
x30
x26
x52
x30
x3
x1
x6
x60
x7
x18
x70
x1
x1
x1
x70
x684
x132
x1000
x200
x2280
x1000
x3332
x1379
x269
x300
x70
x394
x12
x102
x130
x298
x29
x57
x4
x20
x40
x90
x111
x1
x1
x30
x105
x3
x29
x1
x7
x7
x50
x1
x4

1034

กระทู้

3771

โพสต์

62หมื่น

เครดิต

( º﹃º ) หิวปลาปิ้ง!! <''Xx&

เงินชั่ง
834908
เงินตำลึง
203506
ชื่อเสียง
220668
ความหิว
1876

ใบรับรองภาษาคาเมล็อตตราสำนักวังน้ำทิพย์ใบรับรองภาษาไต้หวันใบรับรองภาษาฮั่นใบรับรองภาษาละตินป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV3)

คุณธรรม
17901
ความชั่ว
8289
ความโหด
33795
เยว่หมิง ♦ 夜明
เลเวล 1

จวง ถิงซู่

" ระวังตัวบ้างน้องสาว "
pet
โพสต์ 2019-6-12 00:00:05 | ดูโพสต์ทั้งหมด

ไขปริศนาราชันอัคคี
1274
หอยนางรมและปลาปีศาจ
             ราวกับเป็นการสร้างชื่อเสียงให้กองทัพเก้าอัคคี…

             ตลอดการเดินทางจากเมืองเฉินหลิวมายังเซียงหยางหลิงหลานพบว่าจางฉิง หรือก็คือคนที่ท่านจ้าวส่งมาคุ้มครองตนคอยช่วยเหลือชาวบ้านตลอดเส้นทาง ไม่ว่าจะรถเกวียนตกหล่ม โคบ้าวิ่งไล่คน ช่วยคนหาของป่าจากกับดักนายพราน และสถานการณ์ที่มีผู้เดือดร้อนอื่นๆ อีกนับไม่ถ้วน นางพบว่าบุรุษผู้นี้มีความแปลกเค้าโครงใบหน้าก็คล้ายเคยเห็นที่ไหนมาก่อนแต่จำไม่ได้

               เขาพยายามปฎิบัติต่อนางด้วยท่าทีสุภาพ วาจาอ่อนน้อม…
               กลับดูขัดนัยน์ต่อ ความรู้สึกบอกว่ามันไม่ควรจะเป็นแบบนี้!!

               เมื่อใกล้ถึงเมืองเซียงหยางนางก็พบเจ้าม้าเซ็กเธาว์ที่พึ่งกลับจากตระเวณกินหญ้ามาคลอเคลียให้ขึ้นขี่ ด้วยปลอกคอสรรพสัตว์ราวกับอยากสะกิดบอกนายหญิงให้มาสนิทสนมกันมากขึ้น คนบังคับม้าไม่เป็นได้แต่ตามใจเจ้าอาชาของหลิงเฮ่าวันยังค่ำ… ส่วนบุรุษคนคุ้มกันเพียงสอบถามว่าหญิงสาวไปได้อาชาชั้นเลิศนี้มาจากไหน

                ทั้งสองผ่านสุสานแห่งหนึ่งมีป้ายวิญญษณตั้งอยู่เรียงราย พบชายชราผู้ดูแลเก็บกวาดคอยปัดฝุ่นและเช็ดโต๊ะเครื่องเซ่น ‘ซาน’ หรือก็คือจางฉิงกระโดดลงไปอาสาช่วยอย่างไม่ต้องสืบ สายลมฤดูร้อนโชยมาวูบหนึ่งพาให้หลิงหลานหันไปอีกด้าน..หลุมศพไร้นามจำนวนมากมายนักทั้งเก่าใหม่ตั้งเรียงราย

               “...แปลกจริง ข้าไม่ทราบมาก่อนว่าเซียงหยางเกิดโรคระบาดหรือภัยธรรมชาติ”

               เสียงหวานอุทานออกมาด้วยเดาได้ไม่กี่อย่าง ทว่าชายชรากลับส่ายหน้าเบาๆ “มิใช่หรอกแม่หนูน้อย.. ทั้งหมดนี่ล้วนเป็นฝีมือปีศาจปลาที่บึงเจียงเติ้งเมื่อวานก็พึ่งกินไปอีกสาม เหลือแค่มือกับขาอย่างละชิ้นหลุมข้างๆ ที่พ่อหนุ่มยืนนั้นปะไร”

                “ว่ากระไรนะ?? ปีศาจปลาอย่างนั้นหรือเจ้าคะ??” อุทานพลางลูบอก เถ้าแก่สาวไม่ทราบมาก่อนภูตผีปีศาจปรากฎตัวขึ้นมาแล้ว ทั้งยังเป็นภัยต่อผู้คนอีกด้วย

                 ซานกำลังช่วยกวาดรอบบริเวณสุสานไล่เรียงตามข้อมูลที่ตนมีในสมองอย่างไม่แน่ใจนักกล่าวว่า “ใช่ตัวเดียวกับปีศาจหัวปลาที่บึงมรณะหรือเปล่าขอรับ ฟังว่าหลายปีมานี้จับทั้งยาวยุทธ์และนักเดินทางกินไปเป็นจำนวนไม่ต่ำกว่าร้อยคน”

                  พ่อเฒ่ามองควันธูปที่ลอยแผ่วจางสายตายังไม่นับว่าพร่าเลือน ถอนหายใจออกมาเบาๆ

                  “ใช่แล้วล่ะพ่อหนุ่ม..เป็นมันนั่นล่ะ ตั้งแต่เมื่อห้าปีก่อนที่เกิดสายฟ้าสีดำฟาดลงมาจากบึงที่เคยสงบสุขก็กลายเป็นสถานที่อันตราย แม้ท่านเจ้าเมืองส่งมือปราบมาจัดการคนเหล่านั้นก็ไม่พ้นนอนไม่ครบส่วนอยู่ในหลุมนี้เอง” มือของชายชราชี้ไปยังหลุมด้านข้างคาดว่ามีอายุไม่ต่ำกว่าสามปีสีอักษรซีดจางหมดแล้ว “มันร้ายกาจมาก… พวกชาวบ้านทำได้แค่ติดป้ายเตือนภัยไม่ให้คนหลงผ่านไปทางนั้น”

                 เป็นคำบอกเล่าที่เปื้อนไปด้วยความน่าสะพรึงกลัวและกลิ่นคาวเลือด ดรุณีร่างบางไปจุดธูปคำนับหลุมศพของมือปราบผู้เสียสละ นิ่งมองเนินดินไร้นามหลายกองนั้นอยู่นาน ในที่สุดก็ขึ้นหลังอาชาแล้วมุ่งหน้าไปยังทิศทางมีป้ายตอกปิดไว้ว่า

‘บึงน้ำเจียงเติ้ง - มีปลาปีศาจออกอาละวาดโปรดหลีกเลี่ยงเส้นทางนี้!!’
.
.
.
                บรรยากาศสายหมอกและต้นหญาที่ซีดแห้งแตกระแหงปรากฎสู่สายตา แม้เในยามกลางวันรอบบึงน้ำกลับมืดมิดดุจกลางคืน ในความสลัวรางนั้นอานุภาพอันน่าหวาดหวั่นบางอย่างซ่อนตัวอยู่ในห้วงน้ำดำมืด กลิ่นคลื่นเหียนของซางสิ่งมีชีวิตเปื่อยเน่า หลิงหลานขนาดหลับตายังจินตนาการออกได้ว่าเหล่าผู้คนที่ถูกปีศาจตัวนี้ฉีกร่างแล้วกลื่นลงท้องคงมีจำนวนไม่น้อย

                 “เจ้าแน่ใจนะว่าจะเข้าไปด้านใน” ผู้ที่คุ้นชินกับบรรยากาศสยดสยองอย่างซานเอง ยังสัมผัสได้ว่าสิ่งที่รอพวกเขาอยุ่ด้านหน้าหาได้ต่อกรโดยง่าย ทว่าสตรีกระดูกบางนางนี้กลับบอกว่า ‘จะปราบปีศาจ ล้างความอัปยศให้ผู้กล้า ขจัดอันตรายให้ชาวบ้านเมืองเซียงหยาง’

                 ดาบมรกตในกำมือเจ้าของกระพริบแสงเปล่งประกายราวกับกระหายการต่อสู้ ดวงตาสีอำพันคู่หวานกลอกกลับมองเขา ยกรอยยิ้มดังว่ารู้สึกขบขัน “อยากทดสอบข้ามิใช่หรือ? มาถึงตอนนี้ทำไมเกิดห้ามเสียแล้ว”

                 “....เปล่า ข้าได้รับคำสั่งให้คุ้มครองเจ้าจนกว่าจะถึงบ้าน ตอนนี้ยังอยู่ระว่างทาง” ชายหนุ่มหรี่ตาลงทำภารกิจล้มเหลวท่านประมุขให้บทลงโทษไว้แล้วนั่นคือหิ้วหัวตนเองกลับไป

                 “อย่าห่วงเลยหากรู้ว่าไม่ไหวข้าจะรีบถอยออกมา” ดรุณีน้อยถักผมเป็นเปียเพื่อความคล่องตัวก่อนม้วนเก็บไว้ที่ท้ายทอย สูดหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่เรียกความกล้าหาญจากนั้นถือโล่ทะยานเข้าใกล้ขอบบึง ร้องตะโกนว่า

                   “ปลากะโห้ไปมุดหัวอยู่ไหนน!!”

                 ‘ข้าเปล่าห่วงสักนิด!! แค่ถ้านางเกิดเป็นอะไรขึ้นมาจะกลับไปรายงานท่านประมุขอย่างไรดี...’ คล้อยหลังนางจางฉิงขมวดคิ้วอย่างไม่สบอารมณ์ อีกนิดคงสบถออกมาแล้วนางอยุ่ก็ต้องคอยระวัง นางตายหัวตนเองจะรักษาเอาไว้ไม่ได้!!


กร๊าซซซซ!!!

            ในห้วงน้ำกลางบึงขณะที่ไอดำยิ่งหนาทึบ วงน้ำแตกซ่านกระเซ็นออกเสียงคำรามของสัตว์ประหลาดดังขึ้น มันคืออสุรกายครึ่งปลาตัวใหญ่สองเท่าคนที่น่าสยดสยองทั้งตัวเต็มไปด้วยเกล้ดและครีบตะปุมตะป่ำ ส่วนของใบหน้าดุจกรีดผ่านด้วยคราดเหล็กอ้าปากแผดเสียงกลิ่นเหม็นเน่าโชยคละคลุ้ง ‘อาหาร… อาหารของข้า!! เข้ามาาใกล้อีกกกก’

             “อาหารบ้านเจ้าสิ!! ปีศาจปลากะโห้ห้าปีตะกละนักสวาปามคนลงไปทั้งเป็นตั้งเท่าไร วันนี้ข้าจะแล่เนื้อเจ้าออกมาทำปลาดิบ!!” ร่างเล็กอันปราดเปรียวพุ่งไปกลางวงน้ำตวัดโล่ขึ้นรับการโจมตีแรก ตามมาด้วยตวัดดาบในมือฟันเข้าสีข้างเต็มรัก เลือดสีเขียวกระฉูดออกมันกรีดร้องอย่างเกรี้ยวกราด

              กร๊าซซซ!! ‘เจ้ามนุษย์โอหัง!! ข้าจะฉีกเนื้อหนังบดกระดูกเจ้าในคำเดียว!! แกจะต้องกลายเป็นมื้อเย็นข้า’

              ปีศาจปลาพุ่งเข้าจู่โจมด้วยความเร็วที่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน รอยแผลเปิดประเดิมนั้นทำให้มันดุร้ายขึ้น คู่ต่อสู้เป็นปีศาจตนไม่กล้าประมาทแม้เพียงนิด.. เป็นต่อนางทั้งความแข็งแกร่งและน่าสะพรึงกลัวได้แต่วอนขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ช่วยคุ้มครองตนขจัดหมู่มาร!! หลิงหลานเองมีหรือไม่เตรียมพร้อมนางใช้โล่ตั้งรับจนทั้งตัวเปียกโชกไปด้วยน้ำ อสุรกายโผขึ้นกลางอากาศราวกับปลาบิน คิดใช้ร่างอันเทอทะทับให้จมลงก้นบึง ดาบมรกตในมือหญิงสาวเปล่งแสงเขียววูบส่องสะท้อนประกายเย็นชา เสียงครืนครั่นทั้งน้ำและแรงลมจากศาตราเข้าปะทำอานุภาพดุดันเข้าโจมตี เมื่อตรงหน้าเป็นปีศาจไม่ใช่คนวิถีจิตนางมุ่งสังหารอย่างไร้การกริ่งเกรง

               ห้วงน้ำสั่นสะเทือนจางฉิงถอยออกห่างจากการต่อสู้เพื่อไม่ให้กลิ่นเน่าเหม็นนั้นติดชุดเครื่องแบบ จ้องมองการต่อสู้อันดุเดือดชนิดตาไม่กระพริบ

               เสียงคำรามสลับโล่ปะทะเกล็ดดังตึงตัง ดวงตาของมันเป็นสีแดงวาวดั่งไฟ จดจ้องอาหารตรงหน้าพยายามเข้าโถมกัดหมายจะฉีกร่างมนุษย์ตรงหน้า จุดประสงค์ในการกินตามสัญชาติญาณย่อมต่างจากหลิงหลานที่มาเพื่อชำแหละมันโดยเฉพาะ สาวเจ้าเหวี่ยงแหเหล็กที่เตรียมไว้พันปากมันก่อน ทะยานร่างขึ้นไปยืนหลังหัว จากนั้นปักดาบลงนัยน์ตาซ้ายของอสูรร้ายจนทะลุเบ้า มันคำรามอย่างเจ็บปวดสะบัดหัวหนีลงน้ำทันทีทำเอาร่างเล็กเสียการทรงตัวหล่นตูมลงสู่บึงด้วย

                 ‘ชิบหายแล้วอยู่ในน้ำไม่ดีแน่!!’ ใครก็รุ้ว่าจับปลาควรจับจากบนบก!!

                สองมือมีดาบและโล่ทั้งหนักถ่วงตัว นางพยายามหาที่ยึดเกาะเพื่อขึ้นจากน้ำ เจ้าปีศาจปลาเหลือเพียงตาเดียวส่ายหัวสบัดแหเหล็กจนหลุดแหวกว่ายอย่างเร็วจี๋อ้าปากคมเขี้ยวแหลมเรียงเป็นชุด อ้าออกงับลงกลางลำตัวบางเต็มแรง สาวเจ้าการตอบสนองฉับไวยัดโล่กับดาบมรกตต้านไว้ โล่ช่วยกันแรงได้ในระดับหนึ่งทว่าเขี้ยวที่แข็งแกร่งดุจเลื่อยยังสามารถเฉือนแขนนางจนได้เลือด กระนั้นดาบมรกตก็แทงเข้าแนวกรามของสัตว์ประหลาดได้อยู่ดี

              ความเจ็บปวดจากกล้ามเนื้อที่ฉีกขาดยังผลให้ปีศาจปลาสะบัดหัวโดยแรง ร่างหลิงหลานกระเด็นปลิวขึ้นบนฝั่ง จางฉิงคิดพุ่งเข้ามาช่วยเหลือทว่าถูกเสียงปราม “อย่าพึ่ง!! การต่อสู้นี้ยังไม่จบ!!”

               ร่างน้อยพุ่งทะยานด้วยวิชาตัวเบาเข้าใส่ตัวประหลาดที่ตอนนี้เกล็ดร่อนไปหลายยวง มันไม่มอดนางก็ม้วยวันนี้จะขอล้างความอัปยศให้ผู้กล้าที่ล่วงลับ!! หลิงหลานตวัดดาบขึ้นวงแสงสีเขียวเปล่งประกาย ดาบใหญ่ส่งเสียงปะทะเปรี้ยงดุจฟ้าลั่น แทงทะลุมือประหลาดที่เต็มไปด้วยพังผืด มันฝืนความเจ็บปวดกำอาวุธเอาไว้แน่นดึงร่างมนุษย์เข้ามาเพื่อฉีกออกเป็นชิ้นๆ หลิงหลานมีหรือยอมเมื่อเข้าใกล้ได้ระยะก็ใช้เหลี่ยมโล่กระแทกเข้าตาขวาที่ยังเหลืออยู่         





แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +100 คุณธรรม --100 ความชั่ว +35 ความโหด โพสต์ 2019-6-12 00:47
คุณได้รับ +15 คุณธรรม +15 ความชั่ว +15 ความโหด โพสต์ 2019-6-12 00:47
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ ผู้คุมกฎซ้ายพรรคภูติทมิฬลมดำ: จาง ฉีซาน เพิ่มขึ้น 50 โพสต์ 2019-6-12 00:46

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +877 ความหิว -1916 Point +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 877 -1916 + 10

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
รูปปั้นเจ้าแม่หนี่วา