ดู: 346|ตอบกลับ: 7

{ เมืองเซียงหยาง } บ้านสวนซู่เหลียน | หลิงหลาน

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-9-27 21:16:34 |โหมดอ่าน
My Example
   
  
❀ บ้านสวนซู่เหลียน ❀
 


 



✧ ย่านชานเมืองเซียงหยางที่เงียบสงบและไกลจากสิ่งรบกวน ได้มี 'บ้านสวนซู่เหลียน' ที่รวยรื่นไปด้วยพรรณไม้ และแนวไผ่สีเขียวชอุ่มตา ตัวบ้านไม่ใหญ่นักพอให้อาศัยอยู่กันได้เป็นครอบครัวเล็ก หนึ่งห้องใหญ่สองห้องเล็ก และเรือนเก็บของพอใช้สอยได้หนึ่งอัตรา ข้างกันนั้นยังมีสระน้ำปลูกไว้ด้วยดอกซู่เหลียนทั้งสีขาวและชมพู ราวกับว่าเจ้าของบ้านชื่นชอบธรรมชาติและความร่มรื่น รอบทิศล้วนเต็มไปด้วยกลิ่นอายของพืชพันธุ์ในแต่ละฤดูกาล
 

  

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 2

ดูบันทึกคะแนน

17

กระทู้

296

โพสต์

12หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
10003
เงินตำลึง
176728
ชื่อเสียง
56824
ความหิว
368

ใบรับรองภาษาฮั่น

คุณธรรม
0
ความชั่ว
0
ความโหด
0
หรั่นหลัน
เลเวล 1

ติง โหยว

"คนไม่ดีต้องถูกลงโทษ!!"
pet
โพสต์ 2018-9-28 06:29:28 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Lulu เมื่อ 2018-9-28 13:56

สัญญาจ้าง



                   นางควบม้ารอบเมืองเซียงหยางจากโรงเงินตราใช้เวลาเกือบหนึ่งเค่อในการมาถึงจุดหมาย ลู่เอินฝากม้าไว้ที่โรงม้าใกล้กับบ้านของจ้าวถงเซี่ย ระหว่างทางผ่านร้านขายอาหารจึงซื้อข้าวสวยกับน้ำแกงติดมือมาด้วย พอเดินมาตามแผนที่ นางพบบ้านหลังหนึ่งที่ไม่มีรั้วรอบ ซ้ำยังปลูกไผ่ไว้เต็มไปหมด สภาพของตัวบ้านคล้ายกลืนไปกับป่าไผ่ที่ล้อมรอบไว้เหมือนเกราะกำบัง ดวงตาคู่สวยทอดมองสภาเบื้องหน้าด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก
                   ทุกอย่างสรุปได้ว่าจ้าวถงเซี่ยเป็นคนขโมยบันทึก แต่ดูจากเหตุผลแวดล้อมแล้ว เขาไม่มีความจำเป้นต้องใช้บันทึกนั้นเลย มีความเป็นไปได้ว่านี่จะเป็นการถูกจ้างวานอีกที ซึ่งการหาคนที่อยู่เบื้องหลังไม่ใช่หน้าที่ของนาง นางเพียงต้องจับขโมยให้เถ้าแก่ก็พอ ทว่าก่อนที่ลู่เอินจะกลับมาจากเจียงเซี่ย นางได้ส่งจดหมายเรื่องคนร้ายให้กับเจ้าเมืองเซียงหยางแล้ว หากลี่เป่ยกงไม่ใช่คนโง่เขลา พออ่านจบก็คงดูออกว่าเรื่องนี้มีเบื้องหลังแน่ และเรื่องนั้นก็เป็นหน้าที่ของเขา นับว่านางโยนงานได้ดี
                   ลู่เอินเดินตรงไปที่ประตูบ้านก่อนจะเคาะสองสามที ไม่นานก็มีบุรุษผู้หนึ่งมาเปิดประตู เป็นจ้าวถงเซี่ยนั้นเอง
                   "แม่นางที่เป็นแขกของเถ้าแก่เถาซวนใช่ไหมขอรับ"
                   ความจำดีหรือตั้งใจจำข้าเพราะกลัวภัยเข้าตัวกันแน่ "เจ้าค่ะ"
                   "แม่นางมีธุระอะไรกับข้ารึ?"
                   "พอดีตอนคุยธุระกับเถ้าแก่ ข้าถามเรื่องของเจ้ามาบ้าง จึงรู้ว่าเจ้าอยู่กับมารดาเพียงลำพัง เจ้าคงลำบากมากเลย" นางแสร้งยิ้มออกมาด้วยสีหน้าเห็นใจ "ข้าซื้อข้าวสวยและน้ำแกงมาให้"
                   "ขอบคุณแม่นางมากขอรับ เชิญแม่นางเข้ามาด้านใน"
                   นางยื่นห่อผ้าให้จ้าวถงเซี่ยไปจัดการ ส่วนตัวเองก็เดินเข้าไปด้านใน ดวงตากวาดมองเส้นทางเข้าออกทั้งหมดอย่างละเอียด หากเกิดอะไรขึ้นย่อมต้องหาทางหนีทีไล่เอาไว้ หลังจากที่จ้าวถงเซี่ยเดินเข้าไปในครัวได้ไม่นาน เขาก็ยกน้ำชามาให้ลู่เอิน จังหวะนั้นเองที่นางได้ยินเสียงสตรีอีกคนภายในบ้าน
                   "เซี่ยเอ้อร์ ใครมารึ"
                   "ท่านแม่!" เขารีบเดินไปหลังฉากกั้น ก่อนจะพยุงสตรีชราผู้หนึ่งมาทางลู่เอิน "ข้าบอกให้นอนพักอยู่ในห้องไงขอรับ"
                   "ข้ากลัวคนจากบ้านใหญ่จะมาทำร้ายเจ้าอีก.." หญิงชรามองลูกชายด้วยสายตาเป็นห่วง ก่อนจะหันมามองนาง "ดรุณีน้อยผู้นี้เป็นใครรึ--"
                   "เป็นแขกของเถ้าแก่เถาซวนขอรับ"
                   นางไม่รอให้เขาแนะนำอะไรเพิ่มเอ่ยแทรกขึ้นมาก่อน "ข้าเสิ่นลู่เอินเจ้าค่ะ"
                   "โอ้ เจ้าช่างงดงามนัก" หญิงชรามองนางด้วยสีหน้าอ่อนโยน
                   "วันนี้ข้ามาเยี่ยมถงเซี่ยกับท่าน จึงซื้อข้าวสวยและน้ำแกงมาฝากเจ้าค่ะ"
                   "ดีๆ เซี่ยเอ้อร์ นำของมาข้าจะกิน"
                   "ครับท่านแม่"
                   จ้าวถงเซี่ยพาหญิงชรามานั่งที่เก้าอี้ก่อน จากนั้นจึงเดินหลบไปเตรียมอาหารมา ความจริงแล้วเขาตั้งใจจะทิ้งอาหารที่ลู่เอินนำมาให้ เพราะความระแวง แต่มารดาบอกจะกินมันเหนือความคาดหมายของเขาอยู่บ้าง ระหว่างที่หลบไปในครัว เขาลอบมาแอบมองลู่เอินคุยกับมารดาอยู่เป็นระยะ เห็นนางพูดจาดี หัวเราะคิกคักกับมารดาของเขาอย่างสนุกสนานก็คลายความระแวงไปได้บางส่วน
                   "คุยอะไรกันสนุกสนานเชียว" เขายกถาดใส่ถ้วยข้าวและน้ำแกงออกมาวางบนโต๊ะเตี้ย
                   "ล้วนเป็นเรื่องของเจ้า ข้ากับแม่นางลู่เอินคุยกันถูกคอนัก"
                   แท้จริงแล้วลู่เอินเพียงหัวเราะในทุกเรื่องที่สตรีผู้นี้เล่า ท่าทีเหมือนใส่ใจ แต่ในหัวไม่ได้จดจำนัก หญิงที่วันๆได้แต่นอนป่วยในเรือน เรื่องที่พูดก็มีแต่เรื่องของลูกชาย จะมีอะไรน่าสนใจนัก จ้าวถงเซี่ยวางถ้วยข้าวกับน้ำแกงลงบนโต๊ะ ก่อนที่หญิงชราจะเลิกพูดคุยและหันมากินข้าวแทน ระหว่างที่ทานก็หันมาป้อนจ้าวถงเซี่ยบ้าง ส่วนลู่เอินก็นั่งดื่มชากินขนมแกล้มชาทำทีไม่สนใจ แต่ดวงตากลับลอบมองการกระทำอยู่เป็นเนื่องๆ
                   เมื่อทานเสร็จ หญิงชรากลับขอยกถาดไปล้างในครัวแทน แม้จ้าวถงเซี่ยจะท้วงอย่างไรนางก็ไม่สนใจ ตั้งใจจะปล่อยให้บุรุษสตรีอยู่กันลำพัง ไม่รู้ว่าหญิงชราผู้นี้คิดไก้อย่างไร คงหวังจับคู่ลู่เอินกับจ้าวถงเซี่ย.. ไร้สาระสิ้นดี
                   "มารดาของเจ้าดูท่าทางอาการจะดีกว่าที่ได้ยินข่าวลือด้านนอกอีกนะ"
                   "ข้าย่อมต้องซื้ออาหารมาบำรุงมารดา ได้ยินว่าฤดูหนาวปีนี้หนาวกว่าครั้งไหน กลัวนางจะอาการทรุดลง"
                   แล้วเจ้าเอาเงินที่ไหนมาซื้ออาหารบำรุง เงินเดือนน้อยนิดอย่างเจ้ามีปัญญาเหรอ "เป็นเช่นนั้นเอง"
                   "ไม่นึกว่าแม่นางจะนึกสนใจข้าด้วย" เขาจ้องมองนางด้วยสีหน้าคาดหวัง "ได้ยินว่าแม่นางเป็นนักดนตรีที่หอหนิวหลางจือหนี่ ไม่เคยพบกันมาก่อนข้านึกว่าท่านเป็นคุณหนูตระกูลใหญ่เสียอีก"
                   เหอะ ทำสีหน้าเช่นนั้น เจ้าคิดว่าข้าจะสนใจเจ้าในฐานะบุรุษและสตรีผู้หนึ่งรึ นางยิ้มบางเบาก่อนจะหลับตาลง "สมุดบันทึกของเถ้าแก่เถาซวน บัดนี้ก็ยังไม่พบ ไม่รู้เป็นเช่นไรบ้าง"
                   "...." ชายเบื้องหน้ามองนางด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปในทันที
                   "น่าเสียดาย น่าเสียดายจริงๆ ไม่นึกว่าคนที่เถ้าแก่ไว้ใจจะทำแบบนี้ได้"
                   ลู่เอินยกถ้วยชาขึ้นดื่ม แสร้งก้มมองน้ำชาไม่มองสีหน้าของชายผู้นั้น แต่นางก็พอเดาออกว่าคงปั้นหน้าได้ยาก จ้าวถงเซี่ยรีบลุกขึ้นไปปิดประตูทางไปห้องครัวทันที ก่อนจะเดินกลับมานั่งตรงข้ามกับลู่เอิน นางทอดสายตามองไปยังประตูบานนั้น
                   "มารดาของเจ้ายังไม่รู้เรื่องรึ"
                   "เป็นแม่นางมากกว่า ไม่ทราบว่ารู้เรื่องนี้ได้อย่างไร"
                   นางเผยยิ้มขบขัน "เดิมทีเจ้าเองก็รู้ว่าข้าไปพบเถ้าแก่เพราะต้องการช่วยงานในป้ายประกาศ ซึ่งก็คือการหาสมุดบันทึก ก่อนอื่นข้าเลือกที่จะคัดผู้ต้องสงสัยออกมาก่อน ห้องเก็บบันทึกเป็นความลับ และคนที่ไม่ได้เข้าออกโรงเงินเป็นประจำคงไม่อาจรู้ได้ว่ามีห้องนี้อยู่ จึงเหลือเพียงการคัดว่ามีคนงานกี่คนเข้าออกในวันนั้น ข้าจึงได้มาสิบรายชื่อ พอตรวจสอบหน้าที่ของพวกเจ้าในวันนั้น ข้าก็ตัดได้เหลือสองรายชื่อ เป็นเจ้ากับจุนเหรินปา จากนั้นข้าจึงเรียกพวกเจ้ามาถามคำถามสามข้อ"
                   "ข้าไม่คิดว่าคำตอบของข้าน่าสงสัย"
                   "โถ่ จ้าวถงเซี่ย.. หน้าตาของสมุดบันทึกล้วนคล้ายคลึงกัน พวกเจ้าทั้งสองล้วนเป็นบ่าวในโรงเงิน เวลาที่เถ้าแก่เขียนบันทึก คงมีแค่ให้ยกน้ำชาเข้ามาแล้วก็ออกไป ต่อให้มีสมุดบันทึกวางอยู่ ไหนเลยจะจำได้อย่างแม่นยำ หากไม่ใช่เพราะตั้งใจสังเกต หรือได้จดจำรายละเอียดมาก่อน มีหรือจะตอบได้อย่างมั่นใจว่าเป็นสมุดบันทึกของเถ้าแก่"
                   เมื่อนางเอ่ยออกมาจนจบ จ้าวถงเซี่ยจึงถอนหายใจออกมา "เป็นเช่นนั้นเอง นับว่าข้าพลาดท่าเสียแล้ว"
                   ระหว่างที่หญิงสาวไม่ได้สนใจอีกฝ่าย จู่ๆประตูทางห้องครัวก็ถูกเปิดเข้ามา พร้อมกับหญิงชราที่ถลามาบังลู่เอินเอาไว้ เพราะเสียงฝีเท้าตึงตังทำให้นางผุดลุกขึ้นยืน ก่อนจะเห็นว่าจ้าวถงเซี่ยถือมีดเอาไว้ในมือ ลู่เอินมองสีหน้าของหญิงชราที่แดงกล่ำโดยมีน้ำตาไหลอาบแก้มทั้งสอง
                   "จู่ๆเจ้าก็มีเงินมาซื้อยาและอาหารให้ข้า ที่แท้แล้ว ล้วนเป็นเงินที่เจ้าทำชั่วมารึ" หญิงชราตะโกนใส่หน้าลูกชายของตัวเอง "แล้วเจ้าจะทำอะไร พอมีคนรู้เจ้าก็จะปิดปากนางรึ ทำไมเจ้าถึงกลายเป็นแบบนี้ได้ล่ะเซี่ยเอ้อร์!"
                   "ท่านแม่.."
                   "เหตุใดเจ้าถึงเป็นคนเช่นนี้ เจ้ากำลังทำตัวเหมือนฮูหยินใหญ่ที่เจ้าเกลียดนักหนามิใช่รึ!"
                   จ้าวถงเซี่ยหน้าแดงด้วยความโกรธ "ข้ากับยัยแก่นั้นไม่เหมือนกันสักนิด! ข้ากำลังทำเพื่อท่านนะท่านแม่ หากปล่อยนางไป แล้วท่านจะอยู่อย่างไร ข้าต้องโดนส่งเข้าคุกนะท่านแม่"
                   "เจ้า... เจ้า"
                   หญิงชรามองลูกชายด้วยสีหน้าผิดหวัง ยังไม่ทันได้เอ่ยอันได้ต่อ ก็ทรุดลงนั่งกับพื้น จ้าวถงเซี่ยเห็นเช่นนั้นจึงรีบพยุงมารดาด้วยความตกใจ ลู่เอินที่ยืนมองทั้งคู่อยู่เผยยิ้มเบาบางบนใบหน้า ในน้ำแกงที่นางนำมา นางใส่ส่วนผสมบางอย่างเข้าไป เดิมทีไม่มีพิษ แต่ทำปฏิกิริยากับเครื่องเทศในน้ำแกงทำให้เกิดพิษ แน่นอนว่าไม่ได้รุนแรงอะไรนัก เพียงแต่หญิงชราเจ็บป่วยมาก่อน ร่างกายอ่อนแอ พิษน้อยอย่างไรก็มีผล เพียงแต่นางไม่ได้คิดถึงขั้นจะเอาชีวิต
                   "ดูเหมือนเจ้าจะไม่มีเวลามาสนใจข้าแล้วนะ"
                   เขาเงยหน้ามองนาง เมื่อเห็นรอยยิ้มของลู่เอิน จ้าวถงเซี่ยก็รู้ได้ในทันที "เป็นเจ้า เจ้าวางยาแม่ของข้า!"
                   "ข้าเองก็กำลังทำเหมือนเจ้าไงถงเซี่ย.. ที่เจ้าขโมยสมุดบันทึกก็เพื่อหาเงินมาซื้อยาให้แม่เจ้า ส่วนข้าก็แค่วางยาหญิงชราผู้หนึ่ง เพื่อให้โจรชั่วยอมคืนของที่ขโมยไป" หญิงสาวชายตามองหญิงชราที่สลบไปแล้ว "หากเจ้าอยากให้นางรอด ก็นำสมุดบันทึกไปคืนเถ้าแก่ ข้าจึงจะมอบยาถอนพิษให้"
                   จ้าวถงเซี่ยก้มหน้าลง สีหน้าคล้ายกลับยอมแพ้แก่นางแล้ว "ได้" เขารีบเดินที่ห้องของตัวเอง ผ่านไปไม่นานก็ยื่นสมุดบันทึกให้กับลู่เอิน "นี่ของเจ้า ทีนี้ขอยาถอน"
                   นางจับสมุดบันทึกไว้ด้วยมือข้างหนึง่ ส่วนอีกข้างจะถือถุงยาถอนพิษแล้วยื่นให้ เมื่อจ้าวถงเซี่ยเห็นถุงยาถอนพิษจึงปล่อยมือจากสมุดแล้วรับถุงยามาแกะออกทันที เขานั่งลงข้างร่างมารดาก่อนจะป้อนยาถอนพิษให้ ผ่านไปไม่นานนักสีหน้าของหญิงชราก็เริ่มดีขึ้น
                   "ขอบคุณแม่นาง..  แต่อย่างไรข้าก็ไม่อาจอยู่ที่นี่ได้ เงินมัดจำที่รับมาก็ใช้จนหมดแล้ว และท่านผู้นั้นไม่ปราณีแน่"
                   ลู่เอินคาดเดาเรื่องคนเบื้องหลังไว้อยู่แล้ว แต่การจับเขาได้หรือไม่ ไม่ใช่ธุระของนาง แต่มีหรือนางจะปล่อยให้เขาไปง่ายๆ นางต้องอำนวยความสะดวกลี่เป่ยกงเสียหน่อย "เช่นนั้น เอานี่ไป"
                   นางหยิบป้ายหนึ่งมอบให้จ้าวถงเซี่ย เขามองนางด้วยสีหน้าสับสน "นี่คือป้ายรับฝากพาหนะ.."
                   "ข้าเคยนำเกวียนขนส่งไปฝากไว้ เจ้านำไปใช้เถอะ"
                   "ขอบคุณแม่นางที่เมตตา!"
                   สีหน้าของอีกฝ่ายดูซาบซึ่งมาก แต่แท้จริงแล้ว นางจงใจจะมอบให้เขาแต่แรก หากปล่อยให้เขาหนีไป ไม่อาจรู้ได้ว่าจะใช้เส้นทางไหน จำกัดวงให้แคบลงว่าต้องใช้เกวียนขนส่งที่ทั้งช้าทั้งเด่น หากคนของทางการคิดจะตามจับคงทำได้ไม่ยาก
                   "เช่นนั้นขอให้เจ้าเดินทางปลอดภัย ข้าขอตัว"
                   "เดี๋ยวก่อนแม่นาง" จ้าวถงเซี่ยตะโกนเสียงดัง ก่อนจะเดินมาหาลู่เอิน "ข้าขอมอบโฉนดที่ดินบ้านข้าให้เถ้าแก่ ถือเป็นคำขอโทษจากข้า รบกวนแม่นางด้วย"

                   "ได้"
                   เมื่อรับโฉนดมา นางจึงเก็บใส่ในย่ามแล้วเดินออกจากบ้านหลังนั้น ระหว่างทางเห็นคนเข็นผักจำนวนหนึ่งผ่านไป นางพอรู้ว่าจวนเจ้าเมืองจะรับผักจากชาวบ้าน ดูจากจำนวนแล้วคงจะนำไปจวนเจ้าเมือง..
                   "เจ้า" นางเอ่ยเรียกคนเข็นผัก "เจ้ากำลังจะไปจวนเจ้าเมืองใช่ไหม"
                   "ใช่ขอรับ แม่นางมีอะไรรึ?" คนขายผักไล่สายตามองลู่เอินอย่างสังเกต
                   นางยื่นจดหมายให้กับเขา บนนั้นเขียนกลอนที่ลี่เป่ยกงเคยคิดช่วยนางเอาไว้ "ฝากท่านมอบให้ท่านเจ้าเมืองเจ้าค่ะ"
                   "แม่นาง ข้าไหนจะได้พบท่านเจ้าเมือง ข้าแค่คนขนผักคนหนึ่งเท่านั้นเอง" ลู่เอินไม่รอให้เขาบ่นมากมาย หยิบเงินสองสามตำลึงมอบให้ไป "ขอบคุณแม่นาง ข้าจะนำไปส่งให้"
                   นางส่งยิ้มให้เขาก่อนจะเดินแยกไป ใช่ว่านางจะไม่รู้ ปกติหญิงสาวที่แอบชอบลี่เป่ยกงชอบฝากให้คนขนของนำจดหมายหรือของแทนใจไปมอบให้เขา พวกคนขนของถึงได้หาเงินทางอ้อม ด้วยการรับค่าสินน้ำใจจากหญิงสาวพวกนั้น จดหมายที่ลู่เอินส่งไปนั้น ภายในเขียนเอาไว้ว่าจ้าวถงเซี่ยจะเดินทางด้วยพาหนะใด เพื่อป้องกันไม่ให้จดหมายตกถึงมือคนอื่นก่อน นางจึงต้องแสร้งทำเป็นส่งจดหมายรักไปหาเขา
                   ลู่เอินเดินกลับไปที่โรงม้าก่อนจะควบกลับไปที่ย่านการค้า



@Admin



แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับความสัมพันธ์กับ เจิ้ง เลี่ยง เพิ่มขึ้น 600 โพสต์ 2018-9-28 16:52

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +75 ความหิว -22 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 75 -22 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
หลี่ซื่อชุนชิว
ฮั่นเสียทองเทวะ
กราดิอุส
ปิ่นล้ำค่า
ตัวเบาพื้นฐาน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x15
x7
x2
x80
x1
x30
x20
x1000
x1
x20
x1
x3
x15
x1
x9
x4
x1
x20
x45
x7
x35
x1
x3
x1
x2
x1
x3
x2
x1
x1
x30
x1
x2
x300
x45
x16
x757
x30
x50
x25
x1
x10
x2
x6000
x91
x2
x4
x1
x2
x2
x49
x13
x8
x59
x2
x10
x17
x200
x99
x130
x175
x100
x100
x60
x2
x20
x41
x50
x1520
x1
x100
x25
x700
x39
x24
x105
x1
x97
x55
x13
x1
x76
x20
x3086
x3
x9
x66
x30
x75
x150
x150
x108
x33
x2
x25
x41
x40
x32
x200
x100
x100
x212
x22
x4
x1
x62
x1041
x1021
x355
x30
x10
x30
x18
x77
x9
x81
x54
x50
x102
x56
x83
x76
x68
x211
x134
x134
x136
x11
x94
x44
x125
x319
x470
x150
x110
x75
x250
x340
x2
x19
x671
x60
x111
x48
x1

17

กระทู้

296

โพสต์

12หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
10003
เงินตำลึง
176728
ชื่อเสียง
56824
ความหิว
368

ใบรับรองภาษาฮั่น

คุณธรรม
0
ความชั่ว
0
ความโหด
0
หรั่นหลัน
เลเวล 1

ติง โหยว

"คนไม่ดีต้องถูกลงโทษ!!"
pet
โพสต์ 2018-9-28 14:52:33 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ปักป้าย
                   ลู่เอินควบม้ามาหยุดที่หน้าเรือนหลังเล็กสกุลจ้าว ก่อนจะผูกม้าไว้กับต้นไผ่ ส่วนตัวเองก็เลือกที่เหมาะสมในการร่างภาพสำหรับทำป้ายประกาศ ใช้เวลาอยู่หนึ่งชั่วยาม ภาพเหมือนของเรือนหลังเล็กก็ถูกวาดลงบนแผ่นป้าย นางหยิบพู่กันใหม่มาเขียนอักษรลงไป 'ขายเรือนแห่งนี้ ราคา 1500 ชั่ง' พร้อมเขียนมุมป้ายว่าให้ติดต่อเถ้าแก่โรงเงินตรา เหตุผลที่นางไม่เขียนบรรยายลักษณะไป เพราะบ้านหลังนี้ไม่มีรั้ว ใครจะมองเข้าไปข้างในย่อมมองได้ หรือจะแอบเข้าไปทางในย่อมไม่มีใครเฝ้าอยู่แล้ว ตอนนี้เจ้าของเรือนกับมารดาได้พากันย้ายออกไป ไม่รู้ว่าสองแม่ลูกตอนนี้จะเป็นอย่างไร นางเพียงหวังว่าพวกเขาจะไม่มาเหยียบที่นี่อีก ระยะนี้ 'คนผู้นั้น' อาจจะแวะเวียนมาได้ตลอด ใครมาซื้อไปช่วงนี้ก็คงไม่ดีแน่ แต่เรื่องนั้นก็ไม่ใช่เรื่องของนางเสียหน่อย นางแค่มาทำงานให้เถ้าแก่เท่านั้น..
                   หญิงสาวยกป้ายขึ้นมา ก่อนจะนำไปปักไว้ใกล้ถนนหน้าเรือน ชาวบ้านที่เดินผ่านต่างหันมาสนใจนาง ชาวบ้านแถวนี้คงเอาไปลือกันหมดแล้วว่าที่นี่ประกาศขาย เมื่อเสร็จงานนางจึงแกะเชือกที่ผูกม้าออก แล้วควบออกไป






คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +1111 ความหิว -18 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 1111 -18 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
หลี่ซื่อชุนชิว
ฮั่นเสียทองเทวะ
กราดิอุส
ปิ่นล้ำค่า
ตัวเบาพื้นฐาน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x15
x7
x2
x80
x1
x30
x20
x1000
x1
x20
x1
x3
x15
x1
x9
x4
x1
x20
x45
x7
x35
x1
x3
x1
x2
x1
x3
x2
x1
x1
x30
x1
x2
x300
x45
x16
x757
x30
x50
x25
x1
x10
x2
x6000
x91
x2
x4
x1
x2
x2
x49
x13
x8
x59
x2
x10
x17
x200
x99
x130
x175
x100
x100
x60
x2
x20
x41
x50
x1520
x1
x100
x25
x700
x39
x24
x105
x1
x97
x55
x13
x1
x76
x20
x3086
x3
x9
x66
x30
x75
x150
x150
x108
x33
x2
x25
x41
x40
x32
x200
x100
x100
x212
x22
x4
x1
x62
x1041
x1021
x355
x30
x10
x30
x18
x77
x9
x81
x54
x50
x102
x56
x83
x76
x68
x211
x134
x134
x136
x11
x94
x44
x125
x319
x470
x150
x110
x75
x250
x340
x2
x19
x671
x60
x111
x48
x1
โพสต์ 2019-1-18 22:20:19 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Qiangrong เมื่อ 2019-1-22 20:08

สือ เฉียงหรง

[ บทที่ 10 : สมบัติลับตระกูลสือ (1) ]



         “หลงคัง~!”


         เสียงของคนผู้หนึ่งร้องเรียกออกมาจากภายในเรือนไม้ที่แวดล้อมไปด้วยไผ่จำนวนมากซึ่งเคยถูกทิ้งร้างเอาไว้เมื่อประมาณห้าปีก่อน แต่บัดนี้กลับมาผู้จับจองเข้ามาอยู่อาศัยใหม่แล้วและเปลี่ยนชื่อเรือนหลังนี้เป็นเรือนเล็กตระกูลสือ


         แน่นอน เจ้าของคนใหม่ของเรือนหลังนี้ก็คือ สือเฉียงหรง นั่นเอง…


         “หลงคัง! เจ้าอยู่ไหนน่ะ?”


         เฉียงหรงโผล่ออกจากระแวกไม้ไผ่ในมุมหนึ่งของบ้าน สายตาของเธอสาดส่องตามหาลูกของเธอ เมื่อไม่เจอเธอจึงเปลี่ยนจากการใช้ตามองหามาเป็นการดมกลิ่นแทน


         “ทางนั้น...”


         เธอพูดขึ้นมากับตนเองก่อนจะเดินตามกลิ่นที่หลงเหลืออยู่ของเด็กน้อยแทน ไม่นานนักเธอก็ค้นหาเจอ


         “เฮ่อ… นอนแบบนี้เดี๊ยวก็เป็นหวัดหรอก”


         เธอกล่าวพลางมองไปยังเบื้องหน้า ภาพที่เธอเห็นคือภาพของเด็กน้อยผมยาวประคอไว้ทรงหน้าม้า นัยน์ตาของเขาถูกซ่อนเอาไว้ภายใต้เปลือกตาที่ปิดอยู่ ในมือของเขามีขลุ่ยไม้ลำหนึ่งซึ่งตรงปลายมีรอยน้ำลายยืดออกมาอย่างชัดเจน


         ครือ…


         เสียงครางต่ำๆ ของสัตว์ดังขึ้น เมื่อเธอมองจากหลงคังขึ้นมาก็พบกับเสือตัวหนึ่งกำลังจ้องมองมาที่เธอ แท้จริงแล้วหลงคังเองก็นอนพิงเสือตัวนี้อยู่นั่นเอง


         “ขอบใจเหยียนเซี่ย”


         เหยียนเซี่ยคือชื่อของมัน ก่อนหน้านี้มันเป็นเสือที่ดุร้ายในบริเวณเนินนอกเมืองเซียงหยาง ในคราที่พบกันครั้งแรกเธอกำลังเข้าป่าไปเก็บสมุนไพรมาตุนไว้และถูกโจมตีด้วยเสือร้ายตนนี้ แต่ด้วยความที่ว่าเธอเล่นกับเสวี่ยฝูเสือยักษ์ที่ตัวใหญ่กว่ามันหลายเท่า ความเคยชินทำให้เธอสามารถรับมือเจ้าเสือร้ายตัวนี้ได้อย่างอยู่หมัดด้วยการสะกัดจุดแล้วส่งมันลงไปนอนดิ้นแด่วๆ อยู่ที่พื้น เมื่อเธอเก็บสมุนไพรเสร็จจึงลากมันกลับเรือนแล้วคลายจุดให้ หลังจากนั้นมาเธอก็เลี้ยงมันพร้อมตั้งชื่อให้ แม้ช่วงแรกมันจะยังคงดุร้ายดื้อรั้น แต่พอเจอเสวี่ยฝูไปมันก็หงอ สุดท้ายก็สงบลงและเชื่องขึ้นมา ใช้เวลาร่วมปีกว่า


         ในตอนนี้เองมันก็มาเป็นเพื่อนเล่นให้กับหลงคัง มันจะคอยเฝ้าระวังอันตรายให้หลงคังอยู่เสมอคล้ายคลึงกับที่เสวี่ยฝูทำ วันนี้เองก็เช่นกันที่มันคอยกันไม่ให้พวกสัตว์ต่างถิ่นหรือใครเข้ามายุ่งย่ามกับลูดของเธอ เมื่อเห็นว่าทุกอย่างปกติดีเธอจึงเข้าไปปลุกลูกของเธอ


         “หลงคัง ตื่นๆ เดี๊ยวกับเป็นหวัดหรอก”


         “งือ…? ท่านพ่อ?”


         “แม่เฟร่ย! … ช่างมันเถอะ”


         เฉียงหรงกล่าวอย่างหน่ายใจพลางมองไปยังนัยน์ตาสีน้ำทะเลสดใสดั่งอัญมณีที่มองเธอด้วยความงัวเงีย ไม่ว่าเธอจะพูดกี่ครั้งหลงคังก็จะเรียกเธอว่าพ่อเสมอทั้งๆ ที่เธอเป็นแม่บุญธรรมของเขา นี่นับว่าเป็นความผิดของปู่ของหลงคังหรือก็คือพ่อของเธอที่สอนเธอมาดั่งชายชาตรี


         “หลงคัง ได้เวลาเรียนแล้ว”


         “อ๊ะ! ข้าจะรีบไปเดี๊ยวนี้แหล่ะ!”


         พูดจบหลงคังก็รีบรุดขึ้นมาแล้วรีบวิ่งไปยังเรือนไม้ทันที


         “แล้วเจอกันตอนเย็นนะเจ้าเสือ~!”


         ครือ~


         เหยียนเซี่ยร้องตอบรับหลงคังก่อนที่มันจะเดินหายไปเข้าไปในป่าไผ่ข้างบ้าน เฉียงหรงมองมันครู่หนึ่งก่อนที่จะเดินตามหลงคังเข้าไปยังเรือนไม้ เมื่อไปถึงก็พบว่าหลงคังนั้นนั่งลงตรงโต๊ะเตรียมฝนหมึกอย่างเรียบร้อย ตรงหน้านั้นมีสตรีอีกนางหนึ่งนั่งถือตำราอยู่ฝั่งตรงข้าม


         “...เฉียงหรง เจ้าจะไปแล้วรึ?”


         “ช่าย… หลงคัง อยู่เฝ้าบ้านกับน้าจื่อหาวดีๆ ล่ะ”


         “ขอรับท่านพ่อ ถ้ามีอะไรข้าจะปกป้องท่านแม่เอง!”


         “ดี… ข้าไปล่ะ”


         “...ขอให้โชคดีเฉียงหรง”


         สตรีนางนั้นแท้จริงแล้วก็คือเซี่ยเหรินนั่นเอง ด้วยสถานการณ์แล้ว เซี่ยเหรินตกลงกับเฉียงหรงว่าจะใช้ชื่อปลอมว่าสือจื่อหาวโดยมีสถานะเป็นน้องสาวของเธอแม้ว่าจากภายนอกแล้วเธอดูเหมือนพี่สาวมากกว่าก็ตาม ส่วนที่หลงคังเรียกจื่อหาวว่าแม่นั้น… ก็เพราะเหตุผลเดียวกันกับที่เรียกเฉียงหรงว่าพ่อ เซี่ยเหรินดูแลประคบประหงมหลงคังอย่างดีจนเหมือนแม่นั่นเอง


         เฉียงหรงเดินออกจากเรือนไม้มายังหน้าบ้านผ่านกำแพงเล็กๆ ที่ทำขึ้นใหม่จากตอนแรกที่เปิดโล่งใครมองมาก็เห็นหมดว่าทำอะไร หูของเธอนั้นยังคงได้ยินเซี่ยเหรินที่เริ่มสอนหลงคังแล้ว


         “... หลงคัง เจ้ารู้หรือไม่ว่าเหตุใดจึงมีกลางวันและกลางคืน...”


         … ดูเหมือนวันนี้จะเป็นดาราศาสตร์แฮะ


@Admin

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +3 คุณธรรม +2 ความโหด โพสต์ 2019-1-22 20:13

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +35 ความหิว -32 Point +30 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 35 -32 + 30

ดูบันทึกคะแนน

ปั่นนนนน!!
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หมีศึก
ตัวเบาขั้นกลาง
กราดิอุสทมิฬ
กุหลาบสีทอง
คัมภีร์ละติน
ปราณชีพจรกุญแจทอง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x20
x4
x9
x4
x14
x4
x10
x3
x15
x10
x6
x219
x10
x4
x8
x5
x1
x1
x18
x175
x390
x12
x60
x1632
x5
x198
x309
x270
x63
x418
x540
x3
x500
x3
x3
x2000
x100
x15
x115
x100
x100
x100
x300
x8
x25
x2
x4
x2000
x43
x5
x22
x10
x10
x35
x25
x15
x40
x20
x22
x10
x102
x1127
x11
x4
x10
x76
x39
x101
x47
x220
x1
x1
x100
x1
x211
x50
x10
x84
x93
x49
x3
x66
x23
x15
x25
x5
x1
x30
x20
x100
x1
x25
x14
x244
x32
x16
x1
x1
x1
x1
โพสต์ 2019-6-10 18:26:53 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LingHao เมื่อ 2019-6-10 19:34

My Example
   
  
❀ บ้านสวนซู่เหลียน ❀
 


 



✧ ย่านชานเมืองเซียงหยางที่เงียบสงบและไกลจากสิ่งรบกวน ได้มี 'บ้านสวนซู่เหลียน' ที่รวยรื่นไปด้วยพรรณไม้ และแนวไผ่สีเขียวชอุ่มตา ตัวบ้านไม่ใหญ่นักพอให้อาศัยอยู่กันได้เป็นครอบครัวเล็ก หนึ่งห้องใหญ่สองห้องเล็ก และเรือนเก็บของพอใช้สอยได้หนึ่งอัตรา ข้างกันนั้นยังมีสระน้ำปลูกไว้ด้วยดอกซู่เหลียนทั้งสีขาวและชมพู ราวกับว่าเจ้าของบ้านชื่นชอบธรรมชาติและความร่มรื่น รอบทิศล้วนเต็มไปด้วยกลิ่นอายของพืชพันธุ์ในแต่ละฤดูกาล
 

  

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 Point +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 10

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ปราณคลุมวารีขั้นสูง
รูปปั้นเจ้าแม่หนี่วา
หน้ากากยักษ์ม่วง
มุกอัคคี
เพลงกระบี่คู่นก<br>ยวนยางหานเยว่ขั้นสูง
ตัวเบาขั้นสูง
อีโต้ซิวต้าหวาง
อี้ฝงเทียน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x96
x3
x1
x1
x71
x10
x1
x3
x5
x1
x100
x7
x20
x1
x1
x2
x5
x2
x670
x78
x2
x10
x44
x10
x5
x120
x7
x107
x2
x3
x11
x60
x8
x1
x645
x130
x4
x14
x2034
x4
x390
x4
x9
x5
x3
x9
x36
x1
x690
x1
x1
x245
x1
x2
x1
x25
x5
x2
x3
x8
x1150
x70
x5
x15
x66
x26
x2
x6
x5
x880
x13
x1083
x48
x242
x210
x250
x160
x1
x17
x165
x1
x130
x500
x500
x2425
x11
x162
x32
x2460
x9999
x8
x209
x41
x28
x1042
x10
x4
x17
x2
x19
x2
x30
x190
x9
x839
x214
x600
x928
x85
x4910
x6
x680
x952
x118
x2140
x68
x15
x637
x485
x861
x100
x5
x2332
x495
x3999
x636
x51