ดู: 389|ตอบกลับ: 11

{ นอกเมืองฉางอัน - เทือกเขาฉินหลิง } เขาจงหนานซาน

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-9-24 21:38:37 |โหมดอ่าน

เขาจงหนานซาน

{ เทือกเขาฉินหลิง }


เขาจงหนานซาน อยู่ในเทือกเขาฉินหลิงห่างจากเมืองฉางอัน 60 ลี้ 
เป็นเทือกเขาที่งดงามราวแดนสวรรค์ด้วยมีภูเขาสลับซับซ้อนมากมาย หุบเหวสายน้ำ  
ทิวทัศน์งดงามร่มเย็นสงบ ตีนเขามีหลายหมู่บ้านรวมกันอยู่เป็นชุมชน 
 ว่ากันว่ามีตำนวนและเรื่องเล่ามากมายเกิดขึ้นที่นี่ หลายคนยังคิดว่ามีสิ่งลี้ลับหลงเหลืออยู่








คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 Point +4 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 4

ดูบันทึกคะแนน

17

กระทู้

296

โพสต์

12หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
9948
เงินตำลึง
176178
ชื่อเสียง
56824
ความหิว
368

ใบรับรองภาษาฮั่น

คุณธรรม
0
ความชั่ว
0
ความโหด
0
หรั่นหลัน
เลเวล 1

ติง โหยว

"คนไม่ดีต้องถูกลงโทษ!!"
pet
โพสต์ 2018-9-24 21:53:58 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Lulu เมื่อ 2018-9-24 23:21



ร่วมเทศกาล(2)

                   รถม้าเคลื่อนออกจากฉางอัน เมื่อเข้าถึงเทือกเขาฉินหลิง ในเขตนอกเมือง พี่จิ่วจึงพาลู่เอินลงจากรถม้า แล้วเดินทางด้วยการเดินขึ้นไปบนเขาจงหนานซาน นางไม่ได้สวมชุดที่ทำให้คล่องตัวเหมือนเขา ทุกการก้าวเดินจึงลำบากไปเสียหมด เป็นพี่จิ่วที่คอยหันมามองนางเสมอ ตอนนี้ทางขึ้นเขามืดมาก ไม่มีแม้แต่แสงไฟ ทำให้ต้องพกตะเกียงน้ำมันติดมือไปด้วย หลังจากใช้เวลาเกือบสองเค่อ ในที่สุดก็เดินจนถึงยอดเขาสูง
                   นางไม่รู้หรอกว่าอีกฝ่ายรู้จักสถานที่เช่นนี้ได้อย่างไร แต่การมาช่างยากลำบากนัก.. พี่จิ่วกลับขึ้นเขามาโดยไม่กลัวหลง ทั้งที่นางมองไปทางไหนก็เห็นแต่ต้นไม้ แยกทิศทางไม่ออกด้วยซ้ำ พอเดินพ้นเขตป่าจึงเห็นแสงสว่างเรืองรองอยู่เบื้องบน





                   ลู่เอินวางตะเกียงน้ำมันลงบนพื้น ก่อนจะเงยหน้ามองดวงจันทร์ที่ไร้สิ่งบดบัง ความเหน็ดเหนื่อยเมื่อครู่สลายหายไปจนหมด เหลือเพียงความยินดีเท่านั้น ทัศนียภาพเบื้องหน้าทั้งงดงามและน่าจดจำ ดวงตาคู่สวยเหม่อมองแสงสีทองราวกลับตกอยู่ในภวังค์ไปชั่วครู่ รู้สึกตัวอีกที ท่อนแขนของพี่จิ่วก็กักร่างของนางเอาไว้เสียแล้ว
                   "ระวังหน่อยสิ ข้างหน้าเป็นเหวนะ"
                   "เจ้าค่ะ" เมื่อครู่เกิดอะไรขึ้นกับนางกัน..
                   "เจ้าตกหลุมรักพระจันทร์รึอย่างไร เหตุใดถึงมองจนเหม่อลอยเช่นนี้เล่า"
                   "จะเป็นเช่นนั้นได้อย่างกันล่ะเจ้าคะ.." นางตอบกลับเสียงอ่อน สายตาเลื่อนลงบนพื้น อีกไม่กี่ก้าวนางอาจร่วงลงแล้ว ยังดีที่อีกฝ่ายช่วยเอาไว้ กระทั่งนางเองยังไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่..เห็นทีคงต้องระวังตัวให้มากขึ้น ลู่เอินเงยหน้าขึ้นมองพี่จิ่ว แต่กลับเห็นว่าเขากำลังมองนางอยู่เหมือนกัน "พาข้ามาชมจันทร์มิใช่รึเจ้าคะ เหตุใดคุณชายถึงมองหน้าข้า"
                   "小时不识月,呼作白玉盘。又疑瑶台镜,飞在青云端" (วัยเด็กไม่รู้จันทร์ เรียกไปนั่นจานหยกขาว หรือกระจกของเทพท้าว ลอยกลางหาวในเมฆา)
                   นางมองอีกฝ่ายที่เอ่ยบทกลอนท่วงทำนองแห่งจันทร์กระจ่างออกมาหน้าตาเฉย ลู่เอินสบตากับพี่จิ่วด้วยแววตาสงสัย คล้ายต้องการให้เขาเฉลยออกมาว่าต้องการประลองปัญญาอะไรกับนาง
                   "ครั้งที่ยังไร้เดียงสา เห็นดวงจันทร์กลับทักท้วงว่าเป็นจานหยกขาว" เรื่องนั้นนางย่อมตีความออก ใบหน้าของนางจึงไม่หายข้องใจ "แต่พอโตมาข้ากลับรู้สึกว่าดวงจันทร์ยังมองได้หลายแบบ ข้ามองขนมเยว่ปิง ยังมองว่าเป็นดวงจันทร์ มองโคมลอยที่ขึ้นบนท้องฟ้า ยังมองว่าเป็นดวงจันทร์"
                   ลู่เอินคล้ายคาดเดาบางอย่างขึ้นมาได้ นางจึงหลบสายตาของเขา ใบหน้าอ่อนเยาว์สะท้อนความไม่พอใจเล็กๆออกมา "ท่านเป็นใครกัน คายคุณชายออกมาเลยนะเจ้าคะ" นางมั่นใจว่าไม่ได้ใส่อะไรลงในขนมเยว่ปิงแน่ หรือเขาไปดื่มสุราที่ไหนมา
                   "ลู่เอิน.." พอถูกเรียกชื่อ นางรู้สึกราวกลับอากาศรอบตัวหดหายไปจนหมด ความอึดอัดแทรกเข้ามาในร่างกายจนไม่อาจอยู่สุขได้ "เรียกข้าอาจี้ก็ได้ จี้เป็นชื่อทางการของข้าเอง"
                   มันคือความรู้สึกอะไรกัน..
                   ดรุณีน้อยก้มหน้ามองพื้น เสื้อผ้าที่พอดีตัวพลันคับแน่น รู้สึกอึดอัดเป็นที่สุด ร่างกายราวกลับต้องของร้อน แก้มนวลผ่องขึ้นสีอ่อนคล้ายคนเมาสุรา มือที่ทิ้งอยู่ข้างตัว เปลี่ยนมาจับกันอยู่ที่ลำตัวแทน นิ้วเรียวเกี่ยวพันกันคล้ายไม่อาจอยู่นิ่งได้ ริมฝีปากอยากเอื้อนเอ่ยตอบรับ ก็ยากเปล่งวาจา
                   "เจ้าค่ะ.." น้ำเสียงของนางบางเบาเหมือนเสียงกระซิบ แต่เพราะอยู่กันเพียงลำพังท่ามกลางกระแสลม จึงได้ยินอย่างชัดเจน
                   "ไหนลองดูสิ"
                   "..." ริมฝีปากของนางพลันสั่นเทายากจะขยับ น้ำเสียงที่เปล่งออกมาเลยฟังดูประหลาดนัก "อา..จี้"
                   นางพึ่งเข้าใจความรู้สึกที่อยากหลบหนีอะไรสักอย่างก็ตอนนี้แหละ..!
                   ต่างฝ่ายต่างไม่พูดอะไรออกมาเนิ่นนาน จนลู่เอินเงยหน้าขึ้นมาช้าๆ ดวงตาของนางสบสายตากับคนที่กำลังมองอยู่พอดี ใบหน้าที่เคยยิ้มแย้มของนาง กลายเป็นสีหน้าไม่พอใจ คิ้วบางกดลงต่ำ ริมฝีปากคว่ำลง แต่ผิวแก้มกับแดงระเรือ ดูไปก็คล้ายกับผลมะเขือเทศไม่มีผิด พี่จิ่วยิ้มออกมาอย่างขบขัน ทั้งสองละสายตา ท่าทีดูร้อนรนราวกลับไฟลุก
                   ผ่านไปสักพัก เขาจึงเอ่ยคำพูดหนึ่งออกมา "เจ้าเป็นเหมือนดวงจันทร์ที่คอยให้ความอบอุ่นและรู้สึกพึ่งพิงให้กระต่ายหยกตัวนี้รู้สึกอุ่นใจ"
                   ลู่เอินทั้งตกใจทั้งทำอะไรไม่ถูก นางยังไม่เคยถูกใครใช้คำพูดแบบนี้ใส่นางเลย แม้จะเคยเห็นจากในตำรา แต่ก็เทียบไม่ได้ ทั้งบรรยากาศ ความรู้สึก และบุคคลที่เอ่ยคำพูดนั้น.. นางเคยรู้สึกว่าเหตุใดสตรีทั่วหล้าถึงได้แพ้คำเยินยอเช่นนี้ ไม่นึกว่าพอได้ยินเอง เป็นนางที่ไม่รู้จะทำอย่างไร
                   "ข้...ข้......"
                   ก่อนที่เขาจะพูดอะไรออกมา นางพุ่งเข้าไปยกมือขึ้นปิดริมฝีปากอีกฝ่ายเอาไว้อย่างลืมตัว กลายเป็นทั้งสองต่างตกใจจนบรรยากาศเมื่อครู่สลายหายไปเหมือนหมอก
                   ใบหน้าอ่อนเยาว์เขาอย่างแง่งอน "ท..ท่านจะพูดอะไร"
                   พอเห็นเขาทำท่าจะพูดอะไรบางอย่าง นางจึงปล่อยให้พี่จิ่วเป็นอิสระ
                   "เป็นสหายกับข้านะ ลู่เอิน"
                   นางมองเขาก่อนจะถอนหายใจออกมา รู้สึกโล่งอกอย่างบอกไม่ถูก เขาไม่พูดอะไรที่ทำให้นางลำบากใจก็เพียงพอแล้ว.. "เจ้าค่ะ"
                   "เจ้าลองเล่นการละเล่นพื้นบ้านเมืองผิงหยางกับข้าหน่อยไหม?"
                   "ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อน เป็นการละเล่นแบบไหนรึเจ้าคะ"
                   "ให้นำหวีไม้มาคนละเล่ม ตัดผมปอยหนึ่งของตนเองแล้วใช้เชือกสีแดงนี้มัดกับหวีแล้วแลกกันเก็บ"
                   พอได้ยินว่าให้ตัดผมนางก็หน้าซีด ผู้คนต่างกล่าวว่าผมคือชีวิต หากตัดผมก็เหมือนตัดชีวิตตัวเอง การตัดผมแลกกันนั้นหมายถึงคำสัญญา ดวงตาคู่สวยมีประกายบางอย่างพัดผ่าน แต่เพียงครู่เดียวก็จางหายไป
                   ท่านจะแลกปอยผมกับสตรีที่ท่านรู้จักเพียงผิวเผินเช่นข้าน่ะเหรอ?
                   นางสบตากับคนตรงหน้า คนที่เข้าหาสิ่งอันตรายโดยไม่สนชีวิตตัวเอง กำลังให้ความจริงใจกับนางเหรอ? ดวงตาของอีกฝ่ายมีเพียงความจริง ไร้การเสแสร้ง ต่างกับนางมากจริงๆ นางทอดสายตามองไปที่หุบเหวครู่หนึ่ง จึงหลับตาลง
                   "ข้าจะเล่นเจ้าค่ะ"
                   เมื่อเห็นนางตกลง พี่จิ่วจึงยิ้มออกมา ก่อนจะหยิบหวีไม้มอบให้ลู่เอินหนึ่งเล่ม ส่วนตนก็ถือไว้ในมือหนึ่งเล่ม
                   พี่จิ่วตัดผมปอยหนึ่งก่อนจะมัดกับหวี ลู่เอินจึงขอยืมมีดจากอีกฝ่ายมาตัดปอยผมบ้าง นางจับผมที่ยาวถึงกลางหลังของนางขึ้นมา ก่อนจะเลือกส่วนที่ดูยาวที่สุด จากนั้นจึงตัดออก นางนำปอยผมมามัดกับหวีไม้ที่ตนได้ ก่อนจะแลกหวีไม้กับอีกฝ่าย นางเก็บหวีไม้ที่มีผมของเขาพันอยู่ใส่ในย่าม พอเงยหน้าขึ้นเขาก็หวีไม้ที่นางมอบให้เขาก็หายไปแล้ว ลู่เอินจึงไม่รู้ว่าพี่จิ่วนำมันไปไว้ตรงไหน
                   "เราอยู่ที่นี่นานแล้ว กลับไปหอปี้ซูกันไหม"
                   หญิงสาวเผยยิ้มบางเบา บ่งบอกว่าอารมณ์กลับมาสงบดั่งเดิมแล้ว "เจ้าค่ะ"
                   ทั้งสองเดินลงจากเขาจงหนานซาน ไปขึ้นรถม้าเพื่อเดินทางกลับเข้าฉางอัน มุ่งสู่หอปี้ชู

@Admin


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +77 ความหิว -36 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 77 -36 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
หลี่ซื่อชุนชิว
ฮั่นเสียทองเทวะ
กราดิอุส
ปิ่นล้ำค่า
ตัวเบาพื้นฐาน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x15
x7
x2
x80
x1
x30
x20
x1000
x1
x20
x1
x3
x15
x1
x9
x4
x1
x20
x45
x7
x35
x1
x3
x1
x2
x1
x3
x2
x1
x1
x30
x1
x2
x300
x45
x16
x757
x30
x50
x25
x1
x10
x2
x6000
x91
x2
x4
x1
x2
x2
x49
x13
x8
x59
x2
x10
x17
x200
x99
x130
x175
x100
x100
x60
x2
x20
x41
x50
x1520
x1
x100
x25
x700
x39
x24
x105
x1
x97
x55
x13
x1
x76
x20
x3086
x3
x9
x66
x30
x75
x150
x150
x108
x33
x2
x25
x41
x40
x32
x200
x100
x100
x212
x22
x4
x1
x62
x1041
x1021
x355
x30
x10
x30
x18
x77
x9
x81
x54
x50
x102
x56
x83
x76
x68
x211
x134
x134
x136
x11
x94
x44
x125
x319
x470
x150
x110
x75
x250
x340
x2
x19
x671
x60
x111
x48
x1

126

กระทู้

1602

โพสต์

43หมื่น

เครดิต

อิงฮวาในวันเดอร์แลนด์

เงินชั่ง
13248
เงินตำลึง
370702571
ชื่อเสียง
196998
ความหิว
757

ตราเมเปิ้ลพวกเรามาอธิษฐานขอลูกแฝดกับเจ้าแม่ใบรับรองภาษาฮั่นป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV3)ป้ายตลาดมืดตราหนูตราหุบเขาปีศาจ

คุณธรรม
10439
ความชั่ว
7278
ความโหด
15187
ห่านฟ้า
เลเวล 1

สรวงสุรางค์

ข้าอยากผจญภัย!
pet
โพสต์ 2018-9-29 11:34:06 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ShaoTien เมื่อ 2018-9-29 13:35
[ เควสตระกูลซ่ง (11) ]

      หลังจากที่เส้าเทียนได้ฟังคำทำนายจากซินแสคคนนึง เขาและสหายทั้งสองก็ควบฮั่นเสียทองมาที่เขาจงหนานซาน

       หาที่หลบซ่อน(?)

      “เส้าเทียนเจ้าเชื่อในสิ่งที่ซินแสผู้นั้นพูดอย่างงั้นรึ” ไป๋เหยียนเฟยเอ่ยถาม

      “ข้าชอบลองน่ะ..” ใช่แล้ว เส้าเทียนชอบลองในสิ่งที่ตัวเองไม่ปักใจเชื่อ หากเป็นอย่างที่ซินแสคนนั้นพูดจริงหละก็ เขาอาจจะลองเชื่อในเรื่องพวกคำทำนายดูบ้าง เส้าเทียนเชื่อในสิ่งที่ตัวเองพิสูจน์ได้เท่านั้น

      “ชอบลอง…” หวังจวินจื่อที่อยู่ข้างๆเส้าเทียนเอียงคอมองอย่างสงสัย “ลองอะไรรึขอรับ” เด็กหนุ่มที่ไม่ค่อยเข้าใจในสิ่งที่อีกฝ่ายพูด

      “ลอง” ขมวดคิ้ว “หมายถึงลองในสิ่งที่ตัวข้านั้นไม่เชื่อ ยกตัวอย่างเช่นคำทำนายที่ข้าได้รับจากซินแสในวันนี้ไงเหล่า” ร่างสูงพยายามอธิบายให้เด็กหนุ่มเข้าใจในสิ่งที่เขาพูด

      “อ่อ” หวังจวินจื่อพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ

      หลังจากนั้นเขาก็เดินทางมาถึงเขาจงหนานซานอยู่ในเทือกเขาฉินหลิงห่างจากเมืองฉางอัน 60 ลี้
เป็นเทือกเขาที่งดงามราวแดนสวรรค์ด้วยมีภูเขาสลับซับซ้อนมากมาย และแน่นอนกว่าจะมาถึงที่นี่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยด้วยซ้ำ ด้วยความที่เป็นเส้นทางซับซ้อน

      นัยน์ตาสีดำคมกริบมองหาที่หลบซ่อน อืม มีหลายที่ให้เขาหลบซ่อนก็จริง แต่ต้องเลือกที่ที่เหมาะสมเป็นทำเลที่มองเห็นภายนอกได้ และคนภายนอกไม่สามารถมองเห็นได้ ตรงไหนดี…

      “นี่เส้าเทียนหาที่หลบแถวนี้ไหม มีต้นไม้ใบหญ้าให้หลบซ่อนตัวได้แถมยังมีโพร่งอีกต่างหาก ข้ารับรองว่าไม่มีใครเห็นอย่างแน่นอน” ไป๋เหยียนเฟยที่เดินไปหาที่ซ่อน เรียกเส้าเทียนให้ไปดู

       “อืม ตรงนี้ก็ดี” เขาเอ่ยบอกหลังจากที่มอง สถานที่ที่เขาจะหลบซ่อนตัวกัน

       เส้าเทียนซ่อนฮั่นเสียทองไว้ตรงต้นไม้ขนาดใหญ่ที่ขึ้นซ้อนตัวกัน ส่วนเยี่ยอวี่เซิงฝานหมาป่าตระกูลหรั่นก็สั่งให้มันแอบอยู่กับพวกเขา นกพิราบขาวนวลบริสุทธิ์เยี่ยซิวก็ให้มันเกาะอยู่บนต้นไม้เพื่อสอดส่องอยู่ด้านบน ตอนนี้บุรุษทั้งสามหลบซ่อนตัวอย่างมิดชิดและระมัดระวัง
@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -23 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -23 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
รูปปั้นเจ้าแม่หนี่วา
สุราพันตา
ผ้าปิดตา
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x20
x40
x1
x1
x1
x20
x2
x40
x2
x1
x1
x2
x2
x2
x1
x887
x2
x8
x21
x2
x554
x1
x23
x6
x3
x3
x34
x1
x1
x1
x101
x3
x3
x1
x756
x46
x52
x1
x1
x1
x2
x1
x20
x10
x2
x1
x135
x10
x3
x6
x1
x630
x620
x620
x620
x9
x39
x20
x23
x30
x9999
x74
x428
x24
x3
x1
x8
x4
x1
x10
x8
x10
x166
x3
x35
x51
x98
x1
x11
x100
x2
x1
x4
x3
x2608
x2600
x2696
x2245
x2500
x15
x30
x260
x62
x2
x2
x9999
x100
x746
x15
x3
x1319
x310
x1964
x116
x1500
x3
x1916
x3469
x1740
x2966
x2327
x2435
x2703
x300
x2411
x162
x6095
x40
x15
x84
x26
x19
x8
x9999
x3071
x30
x16
x10
x64
x19
x1326
x40
x1880
x2597
x7114
x9999
x739
x885
x9
x430
x4
x376
x52
x81
x7567
x1
x5890
x9999
x730
x129
x7
x1
x3401
x215
x2831
x10
x10
x31
x1
x9999
x2845
x265
x174
x1396
x119
x2
x18
x4
x214
x178
x392
x369
x360
x739
x2
x9999
x9999
x1
x9999
x3
x81
x38
x2355
x10
x500
x16
x34
x385
x12
x115
x190
x11
x10
x7
x2
x1145
x173
x4
x3050
x12
x11
x708
x499
x24
x88
x13
x92
x15
x10
x36
x161
x1231
x13
x4
x547
x514
x4641
x10
x5686
x325
x14
x17
x240
x9999
x472
x10
x15
x37
x15
x2956
x9
x7
x84
x1513
x9999
x211
x2195
x3771
x693
x6325
x9999
x814
x870
x3485
x9999
x6722
x9892
x166
x6221
x7301
x289
x35
x1
x100
x7
x1231
x1600
x1732
x107
x152
x17
x8225
x9999
x7166
x2892
x776
x6171
x98
x9999
x6915
x2486
x8015
x9999
x5566
x9999
x3062
x3386
x9826
x1393
x276
x2296
x2201
x9999
x2638
x2752
x1508
x2680
x986
x4275
x970
x1105
x716
x2057
x72
x664
x4998
x4968
x39
x3125
x8544
x772
x2473
x1126
x9102
x4767
x769
x1

126

กระทู้

1602

โพสต์

43หมื่น

เครดิต

อิงฮวาในวันเดอร์แลนด์

เงินชั่ง
13248
เงินตำลึง
370702571
ชื่อเสียง
196998
ความหิว
757

ตราเมเปิ้ลพวกเรามาอธิษฐานขอลูกแฝดกับเจ้าแม่ใบรับรองภาษาฮั่นป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV3)ป้ายตลาดมืดตราหนูตราหุบเขาปีศาจ

คุณธรรม
10439
ความชั่ว
7278
ความโหด
15187
ห่านฟ้า
เลเวล 1

สรวงสุรางค์

ข้าอยากผจญภัย!
pet
โพสต์ 2018-9-29 13:32:49 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ShaoTien เมื่อ 2018-9-29 23:12
[ คดีตระกูลซ่ง (12) ]
[ ชะตาฟ้าลิขิต ]

      หลังจากที่พวกเส้าเทียนหลบซ่อนตัวอยู่ นกพิราบขาวนวลบริสุทธิ์ก็โบยบินเพื่อจะเตือนให้เจ้านายของมันรู้ว่ามีคนมา เส้าเทียนที่เห็นปฏิกิริยาของเยี่ยซิวก็รู้ได้ทันที นัยน์ตาสีดำคมกริบจ้องมองไปบริเวณข้างหน้า เขาเห็นคนของพรรคภูติทมิฬลมดำรอยสักสีม่วง

      เขามองดูอยู่ห่างๆ เพื่อสังเกตุการสักระยะ ซินแสคนนั้นเชื่อได้จริงๆ…

      “จะเอาไงต่อ” ไป๋เหยียนเฟยที่แอบอยู่ข้างๆเอ่ยถามด้วยความพร้อมที่จะเข้าปะทะเต็มที่

      “ข้าพร้อม..” หวังจวินจื่อก็เอ่ยบอกร่างสูง

      “ดูลาดลาวไปก่อน” เส้าเทียนตอบสหายทั้งสอง หากออกไปตอนนี้จะไม่ได้อะไรเลยสักนิด ต้องรอให้พวกมันตายใจเสีย

      หลังจากนั้นก็มีบุรุษนึงเดินมากับสาวใช้สองคน นั่นคงเป็นเจ้าสัวเสิ่น อย่างที่คาดไว้เสิ่นอวี้เป็นคนของพรรคภูติทมิฬลมดำจริงๆ จากนั้นเสิ่นอวี้ก็สนทนากับคนของพรรคมาร เขาที่นั่งฟังอยู่ก็รีบเขียนจดบันทึกอย่างรวดเร็วแม้จะทุลักทุเลในการเขียนตัวอักษรไปหน่อย ทว่าก็สามารถจดทันที่ทั้งสองคุยกัน ผ่านไปเกือบหนึ่งยามทั้งสองฝ่ายจะแยกทางกันหลังจากที่คุยธุระจบ

       เส้าเทียนที่เห็นว่าตอนนี้เป็นเวลาที่เหมาะสมก็จัดการพยักหน้าส่งซิกให้ไป๋เหยียนเฟยกับหวังจวินจื่อให้ออกไปช่วยกันจับคุ้ม และแน่นอนครั้งมีหมาป่าตระกูลหรั่นที่เขาเลี้ยงเข้ามาร่วมเป็นกำลังเสริม

      เขาถือกราดิอุสทองทั้งสองข้างในมือพุ่งออกมาประดุจลมกรด ถึงตอนนี้จะใช้ตัวเบาไม่ได้แต่เขาก็ไม่ยอมแพ้ เยี่ยอวี่เซิงฝานพุ่งกระโดดกัดที่คนของพรรคภูติทมิฬลมดำคนนึงที่ไม่ได้ทันระวังตัว สถานการณ์ในตอนนี้จำนวนฝั่งของเส้าเทียนเป็นรองอีกฝ่ายอยู่มาก ส่วนอีกฝ่ายมีคนพรรคภูติทมิฬลมดำ 8 คน และ คนตระกูลเสิ่นสาวใช้ใส่หน้ากากกระต่าย 2 คน พวกมันตกใจที่มีคนออกมาจากพุ่งหญ้าแต่ก็เตรียมต่อสู้อย่างชำนาญการ ไป๋เหยียนเฟยใช้ความว่องไวของตัวเองและด้วยกรงเล็บอันน่ากลัวเข้ากระซวกไส้หญิงสาวหน้ากากกระต่ายที่ยืนอยู่หน้าสุด คนพรรคภูติทมิฬลมดำชักทั้งดาบทั้งกระบี่ออกมาพุ่งเข้าปะทะกับเส้าเทียน เขาที่ร่างกายยังบาดเจ็บอยู่ได้เพียงแกว่งกราดิอุสทองทั้งสองปัดป้องอาวุธทั้งหลายที่หมายจะเอาชีวิต หวังจวินจื่อถือดาบใหญ่เพื่อเข้าช่วยร่างสูงที่ต้องต่อกรกับพวกชุดดำที่รุมอยู่

       ระหว่างนั้นเขาพยายามหากลยุทธ์เพื่อที่จะทำให้สหายทั้งสองและตัวเขาเองปลอดภัยได้มากที่สุด เนื่องจากจำนวนคนที่เยอะกว่า เส้าเทียนหลบคมดาบครั้งแล้วครั้งเหล่า ดีที่มีหวังจวินจื่อมาช่วยได้ทันท่วงที ดูท่างานนี้คงจะจับคุมยากแล้วกระมัง เขาต้องทำเยี่ยงไรถึงจะชนะคนเหล่านี้ได้กันนะ ไป๋เหยียนเฟยที่พยายามใช้กรงเล็บอันน่ากลัวที่ทำให้คนที่เห็นขวัญผวา เข้ามาช่วยบุรุษผมสีดำขลับอย่างเต็มกำลัง พรรคภูติทมิฬลมดำร่วมกันล้อมเส้าเทียนเอาไว้

      เขาที่เริ่มจะควบคุมที่ตัวเองไม่อยู่เมื่อได้เห็นพวกมันใกล้ๆขนาดนี้ แต่ต้องพยายามประคองสติเอาไว้ ใช่แล้ว
… ต้องนึกถึงคำสอนของไต้ซือที่ชี้แนะหลักคำสอน

‘พระจริยวัตรของพระพุทธเจ้า ไม่ว่าพิจารณาจากช่วงไหน ก็จะเห็นชัดเหมือนกันว่า พระองค์ทรงมีเมตตา ไม่โกรธใคร ขณะทรงบำเพ็ญบารมีเป็นพระโพธิสัตว์อยู่ก็ทรงเอาความด ีชนะความชั่วตลอดมา แม้จะถูกกลั่นแกล้งโดยผู้ไม่ปรารถนาดี ก็ไม่ถือโทษ ดังเมื่อครั้งเสวยพระชาติเป็นภูริทัต จะถูกศัตรูทรมานอย่างไรก็ไม่โกรธไม่ทำร้ายตอบ ทั้งๆ ที่อยู่ในฐานะจะทำได้ เมื่อพระองค์เป็นพระพุทธเจ้าแล้ว ถูกเทวทัตจองล้างจองผลาญต่างๆ นานา ขนาดกลิ้งก้อนหินหมายประหารชีวิตพระองค์ แต่ก้อนหินปะทะง่อนผา สะเก็ดหินกระเด็นไปต้องพระบาท ได้รับทุกขเวทนาอย่างกล้า อีกครั้งหนึ่งสั่งให้ปล่อยช้างตกมันเพื่อทำร้ายพระพุ ทธองค์ถึงแก่ชีวิต ขณะเสด็จออกโปรดสัตว์ในเมือง พระองค์ก็ไม่ทรงถือสา กลับมีเมตตาต่อเทวทัตผู้มุ่งร้ายพระองค์สารพัด บางครั้งถูกอันธพาลที่ได้รับจ้างจากผู้มุ่งร้ายพระอง ค์ตามด่า ตลอดเจ็ดวัน พระองค์ก็ทรงสงบนิ่ง แผ่เมตตาจิตให้พวกเขา ไม่ทรงโกรธตอบ จนพระอานนท์ทูลให้เสด็จไปที่อื่นที่ไม่มีคนด่า พระองค์ตรัสสอนพระอานนท์ว่า ถ้าจะแก้ปัญหาโดยการหนี ก็คงหนีไปไม่มีที่สุด เพราะคนส่วนมากทุศีล ที่ถูกคือให้อดทนต่อคำล่วงเกิน ด้วยจิตประกอบด้วยเมตตา เมื่อพิจารณาถึงพระจริยวัตรของพระพุทธเจ้าอย่างนี้แล้ว ได้เห็นว่าพระพุทธองค์ทรงเผชิญเรื่องที่เลวร้ายกว่าเรา พระองค์ยังทนได้ เมื่อเราปฏิญาณว่าเป็นสาวกของพระองค์ ไฉนไยไม่ดำเนินตามรอยยุคลบาทเล่า เมื่อคิดได้เช่นนี้แล้ว ความโกรธอาจหายไปได้’

      นัยน์ตาสีดำคมกริบที่สามารถสลัดความโกรธเคืองออกไปได้ ก็ทำให้เขามีสติในการต่อสู้มากยิ่งขึ้น กราดิอุสทองทั้งสองข้างในมือแทงเข้าที่คนของพรรคมารคนนึง ต้องขอบคุณที่มีคนคุ้มกันให้เขา ทำให้เส้าเทียนไม่ค่อยได้รับบาดเจ็บหนักเท่าไหร่ถึงจะมีร่องรอยของดาบที่กรีดมาก็เถอะ

      กระต่ายสาวทั้งสองคนที่เห็นท่าไม่ดีก็รีบพาเสิ่นอวี้เจ้านายของตนหนีไป เขาที่กำลังต่อสู้อยู่มองอย่าง…

      “เส้าเทียนตามพวกมันไป เดี๋ยวทางนี้ข้าจัดการเอง” ไป๋เหยียนเฟยตะโกนขึ้นเมื่อเห็นว่าหญิงสาวหน้ากากกระต่ายพยายามนายของตนหลบหนีการจับคุมของเส้าเทียน มนุษย์ทดลองครุ่นคิดตัดสินใจได้อย่างฉับพลันจึงตะโกนบอกให้สหายของตัวเองตามพวกมันไป

      “แต่...พวกมัน” เขาไม่รู้ว่าสหายของเขาจะจัดการได้นานแค่ไหน ในใจก็กลัว

      “ข้าเป็นถึงแวมไพร์!! ไม่ต้องห่วง” ไป๋เหยียนเฟยเข้าขวางพวกชุดดำ ก่อนจะเอ่ยพูดจากวนประสาท “ทางหนีห้ามผ่านนะเด็กๆ” ก็ด้วยความที่เขามั่นใจในอายุของตัวเองที่มากกว่าคนพวกนี้เสียอีก เอามาร่วมกันยังไม่ถึงครึ่งเลยมั้ง จากนั้นมนุษย์ทดลองก็จัดการบรรเลิงบทเพลงอันดุเดือดต่อสู้กับคนทั้งแปด ถึงแม้ตนจะเสียเปรียบอยู่แต่ก็ช่วยยื้อให้เส้าเทียนไปตามจับเสิ่นอวี้ที่กำลังหลบอยู่ ชีวิตของไป๋เหยียนเฟยมอบให้กับเส้าเทียนตั้งแต่ที่อีกฝ่ายช่วยนำเลือดที่เป็นส่วนผสมสุดท้ายในการใช้สร้างเซรุ่มรักษาอาการที่คลุ้งดีคลุ้มร้ายควรคุมตัวเองไม่อยู่ แน่นอนว่าหลังจากที่เขาได้รับเซรุ่มและเข้ารักษาในแล็บลับก็ทำให้เขาหายจากการคลุ้มคลั่งจนได้ในที่สุด ชีวิตที่ต้องทนต่อความเจ็บปวดที่ไม่มีใคร ในโลกที่มีเพียงแค่มนุษย์หมาป่า บัดนี้เส้าเทียนได้มอบชีวิตให้เขาอีกครั้งบุรุษผู้นั้นมองเขาเป็นเสมือนคนในครอบครัว ไม่นึกรังเกียจตัวประหลาดอย่างเขา หากต้องแลกด้วยชีวิตก็จะแลกให้....

      หลังจากนั้นเส้าเทียนก็วิ่งตามหญิงสาวหน้ากากกระต่ายมา เขาให้หวังจวินจื่อไปเอาฮั่นเสียทองมาด้วย หากตอนนี้ใช้ตัวเบาได้ก็ดี เมื่อหวังจวินจื่อนำหย่งฟางมาให้เขาทั้งสองก็ควบฮั่นเสียทองตามไปอย่างรวดเร็ว ตัวเบาแล้วไง ..มียอดอาชาที่วิ่งเร็วอยู่ก็แล้วกัน แต่หญิงสาวหน้ากากกระต่ายที่พาเสิ่นอวี้หนีก็เร่งฝีเท้าเร็วกว่าเดิม เพราะพวกเขากำลังไล่ตามใกล้จะทันแล้ว

      เขาให้เด็กหนุ่มยิงธนูเข้าไปหาพวกมันที่วิ่งอยู่เบื้องหน้าหลายดอก เพราะด้วยความที่นั่งอยู่บนฮั่นเสียทองแล้วต้องเล็งระยะทิศทางให้ลูกธนูตรงอีกค่อนข้างจะเป็นเรื่องที่ยากเลยมีเดียว

      ฟิ้วววว~

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +7 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +35 ความหิว -256 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 7 + 500 + 35 -256 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
รูปปั้นเจ้าแม่หนี่วา
สุราพันตา
ผ้าปิดตา
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x20
x40
x1
x1
x1
x20
x2
x40
x2
x1
x1
x2
x2
x2
x1
x887
x2
x8
x21
x2
x554
x1
x23
x6
x3
x3
x34
x1
x1
x1
x101
x3
x3
x1
x756
x46
x52
x1
x1
x1
x2
x1
x20
x10
x2
x1
x135
x10
x3
x6
x1
x630
x620
x620
x620
x9
x39
x20
x23
x30
x9999
x74
x428
x24
x3
x1
x8
x4
x1
x10
x8
x10
x166
x3
x35
x51
x98
x1
x11
x100
x2
x1
x4