ดู: 192|ตอบกลับ: 9

{ เมื่องฉางอัน } ร้านข้าวต้มโต้รุ่ง

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-9-22 22:46:39 |โหมดอ่าน


ร้านข้าวต้มโต้รุ่ง
 
【  เ มื อ ง ฉ า ง อั น  




【ร้านข้าวต้มโต้รุ่ง - เมืองฉางอัน


ร้านข้าวต้มประจำเมืองฉางอัน แม้ภายนอกจะหรูหราแต่ขายเพียงไม่กี่เมนูเท่านั้น

ข้าวต้มของที่นี่มีชื่อเสียง เนื่องจากใช้ข้าวจากทุ่งนาที่สกุลเฉินเป็นผู้ดูแลเอง

รสชาติและผิวสัมผัสของเมล็ดข้าวจึงต่างจากที่อื่น ซึ่งเถ้าแก่ไม่ยอมเปิดเผยว่าปลูกข้าวชนิดใด

นอกจากข้าวต้มแล้วยังขายก๋วยจั๊บและน้ำชา มีบริการขายน้ำแกงสร่างเมา

หากลูกค้าพึ่งกลับมาจากการร่ำสุรายามค่ำคืน

ทั้งนอกและในร้านแห่งนี้ล้วนมีจอมยุทธ์รับจ้างคอยดูแลความเรียบร้อยอยู่

ใครคิดจะมาก่อความวุ่นวายคงต้องเจอศึกหนัก





เถ้าแก่ : เฉิน ซื่อหรง (32)

นานๆครั้งจะออกมานั่งอ่านบัญชีอยู่หน้าร้าน เป็นคนหัวการค้า งกเป็นที่หนึ่ง

ใครมีเงินก็ทำดีด้วย ชอบสะสมของมีค่า ดังนั้นภายในร้านจึงตกแต่งหรูหราเกินรายรับ

กรณีที่ทำลายข้าวของภายในร้านเขาจะออกมาเก็บเงินเพิ่มในราคาขูดรีด หากไม่ได้เงินก็จะเรียกทางการมาจับ

พร้อมใส่ความข้อหา 108 ให้เสร็จสรรพ และคนที่โดนแบบนี้นับรวมกันเกือบร้อยหัวได้แล้ว



ชื่อกิจการ: ร้านข้าวต้มโต้รุ่ง

เจ้าของกิจการ: เฉิน ซื่อหรง

ประเภทร้าน: ขายข้าวต้ม,ก๋วยจั๊บ,น้ำชา,แกงสร่างเมา

เวลาเปิด-ปิดร้าน: 16.30 - 05.00 น.

ประทับตราโดย: ผู้ว่าเมืองฉางอัน

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 2

ดูบันทึกคะแนน

17

กระทู้

298

โพสต์

12หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
9768
เงินตำลึง
174380
ชื่อเสียง
56824
ความหิว
358
คุณธรรม
0
ความชั่ว
0
ความโหด
0
หรั่นหลัน
เลเวล 1

ติง โหยว

"คนไม่ดีต้องถูกลงโทษ!!"
pet
โพสต์ 2018-9-22 23:26:19 | ดูโพสต์ทั้งหมด
โรลอิสระ

                   ไป๋หลงและลู่เอินเดินออกมาจากศาลาใจกลางเมือง ก็พูดอะไรกันนิดหน่อย ในใจรู้สึกอึดอัดนัก คงเพราะเพศสภาพของทั้งคู่ ครั้งที่ยังเป็นเด็กไม่เคยคำนึงถึงเรื่องนี้ถึงได้วิ่งเล่นด้วยกันอย่างไม่รู้สึกประหม่าอะไร ตอนนี้เด็กหญิงชายที่เคยหยอกล้อกัน ต่างฝ่ายต่างเติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว บุรุษข้างกายหยุดยืนอยู่ที่หน้าร้านแห่งหนึ่ง ลู่เอินจึงเงยหน้าขึ้นหลังจากที่เดินมองพื้นเสียนาน
                   หญิงสาวมองร้านตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ แม้จะมีป้ายบอกเอาไว้ว่าร้านข้าวต้มแต่สภาพไม่ต่างจากโรงเตี้ยมเลย อีกทั้งลูกค้ายังคับคั่ง ไป๋หลงเดินไปคุยกับเด็กรับใช้คนหนึ่ง เขาดูเกรงใจอีกฝ่ายเอามากๆ ไม่นานไป๋หลงก็พาลู่เอินมานั่งเก้าที่โต๊ะด้านนอก นางรู้สึกแปลกใจที่อีกฝ่ายพานางมานั่งตรงนี้ ในเมื่อลูกค้าส่วนใหญ่ขึ้นไปนั่งที่ชั้นสองกันหมด
                   "ท่านไป๋หลง รับอะไรดีขอรับ" ยังไม่ทันที่นางจะได้เอ่ยถาม ก็มีคนเอ่ยแทรกขึ้นมาก่อน
                   "ข้าวต้มสองถ้วยก็พอ"
                   เด็กรับใช้รับคำก่อนจะรีบเดินขึ้นไปเตรียมอาหาร ลู่เอินลอบสังเกตอีกฝ่าย บางทีหลี่ไป๋หลงคงจะมาที่นี่บ่อย เด็กรับใช้ถึงดูคุ้นเคยกับเขาหลายคนแบบนี้ ดวงตาคู่สวยกวาดไปมาก่อนจะหยุดที่ไป๋หลง สายตาของทั้งคู่ประสานกันโดยบังเอิญ ลู่เอินจึงแทรกยกแขนเสื้อขึ้นปิดหน้า บรรยากาศจึงยิ่งแปลกเข้าไปใหญ่
                   ไม่นานนักหญิงรับใช้คนหนึ่งก็นำข้าวต้มสองถ้วยมาวางบนโต๊ะพร้อมกับช้อนสองคัน ทั้งคู่จึงตั้งหน้าตั้งตากินข้าวต้ม แต่พอกินไปได้หนึ่งเค่อ ไป๋หลงก็ทำลายความเงียบด้วยการถามคำถามขึ้นมา
                   "ที่บ้านเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง"
                   นางนิ่งไปสักพักหนึ่ง จึงเอ่ยตอบ "เหมือนเดิมนั้นแหละ ไม่มีอะไรเปลี่ยนหรอก"
                   "ลู่หลิ่งยังติดเจ้าเจ้าเหมือนเดิมรึเปล่า"
                   "อีกนิดจะสิงข้าอยู่แล้ว" พอนึกถึงคุณชายน้อยสกุลเสิ่น ลู่เอินกลับรู้สึกคิดถึงขึ้นมา พอไม่ได้ยินเสียงบ่นของลู่หลิ่ง รอบตัวก็เงียบเหงาลงไปเยอะเลย
                   ไป๋หลงมองดวงตาของลู่เอินที่กำลังเหม่อลอย ในใจก็อดเป็นห่วงไม่ได้ "แล้วตระกูลเจ้ารอดออกมาจากลู่เจียนยังไง?"
                   "มีจอมยุทธ์ที่อาศัยอยู่บนหุบเขาคนโฉดมาช่วยไว้ ตอนนี้คนในสกุลเสิ่นก็อยู่บนหุบเขากันหมด" ..แต่นางลืมพูดถึงพี่ชายสองคนที่เสียชีวิตไป ภายหลังลู่เอินจึงรู้สึกว่าดีแล้วที่ไม่พูดออกไป ไม่งั้นบรรยากาศคงแย่แน่
                   "เจ้าคงลำบากมากสินะ"
                   "ไม่หรอก เจ้าก็เห็นว่าข้ายังเหมือนเดิม" นางเงยหน้ามองอีกฝ่าย ไป๋หลงเองก็มองนางอยู่เช่นกัน แต่ครั้งนี้สายตาของลู่เอินเจือไปด้วยความสงสัย ทำไมชายคนนี้ถึงรู้เกี่ยวกับนางมากมาย เป็นนางที่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเขาเลย..
                   "แล้วทำไมเจ้ามาอยู่ฉางอันล่ะ หรือว่าย้ายมาอยู่ฉางอันแล้ว?"
                   นางส่ายหน้า "ข้าแค่จะมาร่วมเทศกาลจงชิวเจี๋ย"
                   พอพูดถึงเรื่องเทศกาล คู่สนทนาก็เงียบไป ลู่เอินจึงเงยหน้ามองเขา แต่กลับเห็นไป๋หลงยิ้มให้นางอย่างเอ็นดู "เจ้าชอบบอกว่าอยากมาเทศกาลจงชิวเจี๋ยที่ฉางอันตั้งแต่ตอนนั้นแล้วนี่"
อึก
                   ลำคอของนางคล้ายมีบางอย่างติดอยู่ ทำให้รู้สึกอึดอัดถึงที่สุด ความทรงจำในวัยเด็กหวนกลับมา วันนั้นเป็นวันที่นางนั่งคุยกับเขา จำไม่ผิดก็เป็นตอนที่ใกล้วันงานเทศกาลจงชิวเจี๋ย แต่ท่านพ่อไม่ยอมให้นางไปฉางอัน ปีนั้นคนที่ได้ไปกับท่านพ่อมีฮูหยินใหญ่ ลู่เพ่ย และบุตรชายสกุลเสิ่นทุกคน นางทั้งน้อยใจและเสียใจ จึงได้มานั่งบ่นกับไป๋หลง เขาจึงเล่าเรื่องสนุกเพื่อปลอบนางทั้งวัน ความจริงลู่เอินลืมไปแล้วเสียด้วยซ้ำว่าเคยมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น
                   เมื่อเห็นว่าหญิงสาวตรงหน้านิ่งเงียบไป เขาจึงเลื่อนมือไปเคาะโต๊ะเบาๆสองสามที นางจึงหลุดจากภวังค์..
                   "เจ้าคิดอะไรอยู่?"
                   "ไม่มีอะไรหรอก รีบกินเถอะ" นางก้มลงกินข้าวต้มต่อ
                   ทั้งคู่นั่งกินข้าวต้มจนหมดถ้วย ก่อนที่ไป๋หลงจะเป็นคนจ่ายค่าอาหารให้ลู่เอิน เขาอาสาจะไปส่งนางด้วย อ้างว่าดึกแล้วอันตราย แต่ถนนเมืองฉางอันทั้งสว่างและมีคนเดินไปมาตลอด ลู่เอินไม่เห็นว่ามันจะน่ากลัวสักนิด หากเทียบกับถนนบนหุบเขาแล้ว ที่นี่ยังดูปลอดภัยมากกว่าเสียอีก สุดท้ายไป๋หลงก็ยอมแพ้
                   "ข้าไม่เดินไปส่งเจ้าก็ได้ แต่ข้าจะยืนอยู่ตรงนี้นะ"
                   "เจ้าไม่กลับบ้านรึไง?"
                   "รอข้ามองไม่เห็นเจ้าก่อนค่อยกลับก็ได้ บ้านไม่หนีไปไหนหรอก"
                   "..." ลู่เอินมองอีกฝ่ายนิ่ง ก่อนจะหยิบของสิ่งหนึ่งออกมายื่นให้ "ยื่นมือมาสิ"
                   ไป๋หลงยื่นมือมาให้อีกฝ่ายด้วยความสงสัย ก่อนที่มือของเขาจะมีพู่ประดับวางอยู่บนนั้น ลู่เอินมอบพู่ประดับให้เขานั้นเอง ไป๋หลงมองพู่ประดับในมือนิ่งเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ลู่เอินหมุนตัวเดินจากไปพร้อมกับตะเกียงน้ำมันในมือ พอเขาละสายตาจากพู่ประดับ หญิงสาวก็หายไปในความมืดแล้ว
                   ลู่เอินที่เดินห่างออกมาไกลแล้ว เอาแต่ครุ่นคิดเรื่องของไป๋หลงไม่เลิกลา แต่สิ่งที่นางสงสัยมากที่สุดคือท่าทีของนางที่มีต่อเขา นางรู้สึกไม่อยากยิ้ม ทั้งที่ยิ้มบางเบาออกมาเป็นประจำ นางคิดอะไรก็แสดงออกมาทางสีหน้าไปหมด ราวกลับควบคุมการแสดงออกไม่ได้ ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องดีสำหรับนางเลย...

@Admin

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับความสัมพันธ์กับ หลี่ ไป๋หลง เพิ่มขึ้น 35 โพสต์ 2018-9-23 00:34

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +35 ความหิว -16 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 35 -16 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
หลี่ซื่อชุนชิว
ฮั่นเสียทองเทวะ
กราดิอุส
ปิ่นล้ำค่า
ตัวเบาพื้นฐาน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x15
x7
x2
x80
x1
x30
x20
x1000
x1
x20
x1
x3
x15
x1
x9
x4
x1
x20
x45
x7
x35
x1
x3
x1
x2
x1
x3
x2
x1
x1
x30
x1
x2
x300
x45
x16
x757
x30
x50
x25
x1
x10
x2
x6000
x91
x2
x4
x1
x2
x2
x49
x13
x8
x59
x2
x10
x17
x200
x99
x130
x175
x100
x100
x60
x2
x20
x41
x50
x1520
x1
x100
x25
x700
x39
x24
x105
x1
x97
x55
x13
x1
x76
x20
x3086
x3
x9
x66
x30
x75
x150
x150
x108
x33
x2
x25
x41
x40
x32
x200
x100
x100
x212
x22
x4
x1
x62
x1041
x1021
x355
x30
x10
x30
x18
x77
x9
x81
x54
x50
x102
x56
x83
x76
x68
x211
x134
x134
x136
x11
x94
x44
x125
x319
x470
x150
x110
x75
x250
x340
x2
x19
x671
x60
x111
x48
x1

60

กระทู้

1074

โพสต์

55หมื่น

เครดิต

ก็มาดิครับ

เงินชั่ง
101878
เงินตำลึง
184503332
ชื่อเสียง
211197
ความหิว
912

ตราหนูตราหุบเขาปีศาจ

คุณธรรม
5757
ความชั่ว
7077
ความโหด
9097
ภูตว่านจื่อ
เลเวล 1

สรวงสุรางค์

ข้าอยากผจญภัย!
pet
โพสต์ 2018-9-29 00:04:41 | ดูโพสต์ทั้งหมด



      ตอนนี้เขา หวังจวินจื่อ ไป๋เหยียนเฟย กำลังมานั่งหาอะไร ไป๋เหยียนเฟยเพียงแต่ใส่ผ้าคลุม คลุมตัวชนิดที่ว่าเหมือนกับพวกคนร้ายยังไงอย่างงั้น

      เส้าเทียนคิดว่าเขาควรมาหาอะไรทานยามดึก บาดแผลจากการโดนกระบี่แทงก็เริ่มจะทุเลาลง เขาได้แต่นับวันรออีกห้าวันถึงจะสามารถเดินลมปราณได้ เขาภาวนาให้ช่วงนี้ไม่ต้องเจอเหตุการณ์ที่ต้องทำให้เขาบาดเจ็บ

      “เส้าเทียนข้าพึ่งรู้ว่าเจ้าได้รับแผลบาดเจ็บสาหัส ตอนนี้อาการเป็นเยี่ยงไรบ้าง แล้วเกิดอะไรขึ้นในช่วงนั้น” ไป๋เหยียนเฟยเอ่ยถามหลังจากที่หายตัวไปจากเส้าเทียนนาน แวมไพร์ที่ต้องหาที่หลบๆซ่อนๆยามพระอาทิตย์ขึ้น แสงแดดหากโดนผิวเขาเข้าตรงๆจะทำให้ไป๋เหยียนเฟย ปวดแสบปวดร้อนราวกับโดนไฟเผาไหม้ร่างกาย

      “....” เขาขมวดคิ้วขึ้นก่อนจะเอ่ยพูด “ข้าได้รับภารกิจจากท่านเจ้าเมืองน่ะ เกี่ยวกับคดีตระกูลซ่งที่ถูกฆาตกรรมเมื่อสี่ปีก่อน หลังจากนั้นข้ากับพวกเจ๋อข่ายก็เดินทางไปที่เคหาสน์ร้างตระกูลซ่ง เพื่อเข้าไปสำรวจและหาเบาะแส ในที่สุดพวกข้าก็เจอห้องลับและได้รู้ว่ผู้นำตระกูลซ่งอดีตเคยร่วมมือกับพรรคภูติทมิฬลมดำ..เป็นพรรคมาร ข้าได้นำเอกสารสำคัญออกมา ระหว่างนั้นก็เจอกับหญิงสาวหน้ากากกระต่ายที่เป็นคนของพรรคแอบดู ข้าและเจ๋อข่ายที่ตามกันไปช่วยสกัดไม่ให้นางหนี และถูกนางใช้กระบี่แทงลึกเข้ามาในบาดแผลตามที่เห็นนั้นแหละ” ร่างสูงสง่าเล่าเรื่องราวคร่าวๆให้ไป๋เหยียนเฟยฟัง

      “ถ้าข้าไปอยู่ตรงนั้นด้วยคงสามารถช่วยเจ้าไม่ให้บาดเจ็บได้” มนุษย์ทดลองพูดเสียงเศร้า

      “เรื่องมันผ่านมาแล้วก็ปล่อยมันไปเถอะ” พวกเขาเดินเข้ามาที่ร้านข้าวต้มโต้รุ่งและเลือกหาที่นั่งเป็นมุมอับสายตา

      “เอาก๋วยจั๊บสามชาม กับน้ำชาสามถ้วย” เส้าเทียนเป็นคนสั่งหญิงรับใช้ในร้านที่มารับเมนู บุรุษทั้งสามนั่งรออาหารอย่างสบายใจ

      ไม่ถึงเค่อหญิงรับใช้ก็เดินถือถาดมาพร้อมกับวางก๋วยจั๊บสามชามบนโต๊ะ น้ำชาสามถ้วย เมื่อได้อาหารที่สั่งก็รับประทานกันและจึงเรียกเก็บเงิน

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับความสัมพันธ์กับ โจว เจ๋อข่าย เพิ่มขึ้น 25 โพสต์ 2018-10-1 01:09
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ หวัง จวินจื่อ เพิ่มขึ้น 25 โพสต์ 2018-10-1 01:09

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +25 ความหิว -18 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 25 -18 + 5

ดูบันทึกคะแนน

นี่ลูกหรือนักโทษ..ตามติดชีวิตเปลี่ยน
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เกราะทองเทวะ
ธนูทองคำ
รูปปั้นเจ้าแม่หนี่วา
ปีกผีเสื้อมายา
ปิ่นเหมยกุ้ย
ตัวเบาขั้นสูง
ฝ่ามือพิษงูทวาร
ตาเหยี่ยว
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x30
x477
x9999
x2
x30
x24
x3
x1
x3
x4
x8
x1
x8
x76
x4
x10
x30
x1
x1
x2
x5
x13
x1
x11
x70
x2
x1
x4
x1
x7
x1046
x1100
x1096
x745
x1000
x86
x15
x30
x71
x8
x2
x2
x9999
x100
x390
x5
x3
x1009
x150
x934
x26
x1500
x1
x632
x1668
x1080
x1166
x661
x885
x995
x1
x1
x246
x260
x102
x4995
x20
x15
x100
x20
x15
x15
x5
x9999
x949
x30
x20
x10
x44
x19
x710
x61
x500
x328
x7152
x9999
x263
x191
x1
x300
x2
x279
x32
x174
x6613
x1
x832
x2900
x730
x48
x7
x1
x3
x2261
x207
x2
x1349
x10
x10
x31
x1
x9999
x1435
x221
x146
x1108
x13
x2
x17
x4
x13
x169
x168
x654
x319
x308
x717
x2
x1637
x9999
x1
x9999
x3
x53
x37
x2305
x6
x510
x16
x30
x245
x12
x50
x130
x11
x10
x7
x3
x403
x175
x2
x1685
x8
x8
x672
x301
x24
x88
x13
x10
x15
x7
x35
x138
x581
x13
x4
x47
x464
x4609
x10
x8233
x325
x14
x17
x240
x9999
x472
x9
x15
x38
x15
x2900
x9
x7
x84
x1071
x9999
x190
x1225
x2304
x195
x5739
x9999
x604
x456
x3485
x9999
x6602
x9892
x44
x5221
x7301
x189
x36
x1
x100
x6
x231
x1572
x1728
x96
x150
x17
x8125
x9999
x7756
x5424
x928
x1023
x75
x9999
x2156
x404
x9999
x9999
x5506
x9999
x1204
x1807
x9958
x1439
x255
x1917
x312
x6560
x1145
x616
x1248
x2028
x63
x2025
x507
x275
x766
x2362
x72
x690
x9248
x2581
x141
x3025
x8544
x679
x1005
x1122
x8104
x4055
x726
x1

17

กระทู้

298

โพสต์

12หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
9768
เงินตำลึง
174380
ชื่อเสียง
56824
ความหิว
358
คุณธรรม
0
ความชั่ว
0
ความโหด
0
หรั่นหลัน
เลเวล 1

ติง โหยว

"คนไม่ดีต้องถูกลงโทษ!!"
pet
โพสต์ 2018-10-1 01:06:16 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Lulu เมื่อ 2018-10-1 01:24

โรลอิสระ

                   พี่จิ่วเดินพาลู่เอินชมสองฟากฝั่งยามค่ำคืน คืนนี้ก็เป็นอีกคืนที่ฉางอันคึกครื้นเช่นเคยสมเป็นนครหลวง ดูเหมือนตรงด้านหน้าจะมีกลุ่มชนแออัดดูแปลกๆ
                   “ลู่เอิน เราไปดูตรงนั้นก่อนดีไหม ดูคนคึกครื้นดีจัง” พี่จิ่วหันมากล่าวถามอีกฝ่าย
                   นางหันไปมองตามสายตาของอีกฝ่าย กลุ่มคนอยู่กันเป็นกลุ่มก้อน คงมีเรื่องเกิดขึ้นมากกว่ากระมัง.. แต่เห็นอีกฝ่ายดูสนใจมาก นางจึงยิ้มบางเบา “เจ้าค่ะ”
                   เขาเดินนำหญิงสาวแทรกกายเข้าไปในกลุ่มคนดู ในขณะที่ลู่เอินสนใจสิ่งรอบตัวมากกว่า นางสังเกตเห็นขบวนรถของคณะละครเร่เข้า จากเสียงเชียร์ของคนที่ดูอยู่ เดาได้ไม่ยากว่าอาจจะเกิดการแสดงกายกรรมกลางถนน ที่ลู่เจียนเองก็มีแบบนี้มาเรื่อยๆเหมือนกัน แต่ถ้าจำไม่ผิด พวกเขาจะมีการยื่นหมวกมาให้บริจาคเงินด้วย
                   พอหญิงสาวหันกลับไปทางพี่จิ่วอีกที ก็เห็นเขาแทรกตัวเข้าไปยืนด้านหน้าแล้ว นางจึงรีบเดินตามไป ชาวบ้านหลายคนเห็นดรุณีสวมชุดสีแดงแทรกตัวเข้ามาด้วยสีหน้าอึดอัด พวกเขาจึงคอยขยับให้ ทำให้นางเข้าไปยืนอยู่ข้างพี่จิ่วได้ไม่ยาก





                   ตอนที่นางมาถึงด้านหน้าสุด กลับเห็นสตรีหลายคนกำลังโชว์หมุนจานอยู่ สิ่งนี้เป็นเพียงของพื้นฐาน ไม่นานก็มีคนอีกกลุ่มมาควงของ ต่อตัว ต่อตัวแล้วควงของ ต่อตัวแล้วหมุนจาน ต่อตัวแล้วถือของ สำหรับลู่เอินที่พบเห็นการแสดงแบบนี้บ่อยแล้วจึงไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ แต่พอนางเห็นพี่จิ่วทั้งตบมือเชียร์ และหัวเราะ นางจึงแสร้งทำเหมือนสนุกกับการชมการแสดง ถึงกับตบไม้ตบมือทำตัวเหมือนเด็กสาวยังไม่โตเต็มตัว
                   คนเก็บเงินบริจาคเห็นพี่จิ่วและลู่เอินแต่งตัวดีจึงเดินมายื่นหมวกให้บริจาคด้วยรอยยิ้มที่มองอย่างไรก็เหมือนรอยยิ้มทางธุรกิจ นางตั้งใจจะให้เพียงนิดหน่อย แต่พอเห็นพี่จิ่วเตรียมหยิบถุงเงินออกมา นางก็กลัวว่าเขาจะเอาเงินให้คนพวกนี้หมด
                   “ให้ข้าออกให้นะเจ้าคะ”
                   “ได้อย่างไร เจ้าเป็นสตรี อีกอย่างข้าไม่เคยยืมเงินใคร”
                   นางขยับเข้าไปใกล้เขา ก่อนจะพูดให้ได้ยินเพียงสองคน “ข้ากลัวท่านจะให้เงินพวกเขามากเกินไป ให้ข้าจ่ายให้ก่อนเถอะเจ้าค่ะ”
                   “….” พี่จิ่วใบหน้าแดงกล่ำทันทีที่ถูกหญิงสาวขยับเข้ามาใกล้บวกทั้งคนแน่นทำให้ทั้งสองใกล้ชิดกันมากกว่าปกติ “แบบนั้นก็ได้ ถ้างั้นข้าขอเลี้ยงอาหารลู่เอินมื้อนึงนะ”
                   “ตกลงเจ้าค่ะ” หญิงสาวยิ้มให้เขาก่อนจะหยิบเงินไม่กี่ตำลึงใส่ในหมวก “ของข้ากับคุณชายเจ้าค่ะ” บุรุษถือหมวกไม่รู้ว่าทั้งคู่คุยอะไรกัน แต่ถือว่าได้น้อยกว่าที่คาดไว้มาก เขาจึงเดินสะบัดหน้าออกไป
                   “ตรงด้านนั้นมีร้านข้าวต้มอยู่ เราไปนั่งรอพี่มู่ตรงนั้นแล้วกัน ทางนี้ผ่านไปจวนท่านลุงต้วนยังไงพวกเขาก็ย่อมผ่านทางนี้” พี่จิ่วกล่าวบอกลู่เอินก่อนส่งสายตาบอกให้อีกฝ่ายหันไปมองร้านข้าวต้มโต้รุ่งอีกฟากถนน
                   นางมองตามสายตาอีกฝ่ายจนสะดุดเข้ากับร้านข้าวต้มโต้รุ่ง ลู่เอินพลันนึกถึงครั้งที่ไปที่นั้นกับหลี่ไป๋หลงขึ้นมา จึงแสดงสีหน้าประหลาดออกมาครู่หนึ่ง พอรู้สึกตัวนางจึงเผยยิ้มเหมือนเช่นเคย “เจ้าค่ะ”
                   พี่จิ่วเดินนำลู่เอินไปยังร้านข้าวต้มโต้รุ่งฝั่งตรงข้าม เขาเลือกโต๊ะที่อยู่นอกร้านเพื่อจะได้มองเห็นพวกไป๋หลง เฟยเทียนที่อาจมาใกล้ถึงแล้ว
                   เสี่ยวเอ้อห์ร้านเห็นลูกค้ามาถึงก่อนรีบเดินมาที่โต๊ะด้วยความคล่องแคล่ว “คุณชาย แม่นางสนใจสั่งอะไรดีขอรับ หรือสนใจเมนูแนะนำทางร้าน”
                   “ลู่เอิน เจ้าสั่งให้ข้าหน่อยสิ” พี่จิ่วกล่าวขึ้นก่อนยกยิ้มหวาน
                   ไม่รู้เป็นความบังเอิญหรืออะไร นางได้มานั่งที่โต๊ะด้านนอก ซ้ำยังเป็นตัวเดียวกับที่เคยมากับไป๋หลง หญิงสาวเงยหน้ามองพี่จิ่วเมื่อถูกอีกฝ่ายบอกให้สั่งอาหารให้ นางก็พึ่งเคยมาที่นี่เป็นครั้งที่สอง รอบก่อนไป๋หลงเคยสั่งข้าวต้มสองถ้วย แต่นางรู้สึกไม่ค่อยอยากกินข้าวต้มสักเท่าไหร่ จึงเงยหน้าถาม “ขอทราบเมนูแนะนำหน่อยเจ้าค่ะ”
                   “เมนูแนะนำทางร้านวันนี้มี ข้าวต้มหงส์ฟ้า, ซุปบุพเพฟากฟ้า, จับฉ่ายโบยบินขอรับ” เสี่ยวเอ้อห์กล่าวแนะนำขึ้นทันที
                   นางยิ้มมองหลังจากที่ได้ยินเมนูอาหารแต่ละอย่าง หากตัดข้าวต้มไป.. “จับฉ่ายโบยบินสองที่ก็แล้วกันเจ้าค่ะ”
                   “มิทราบว่าทั้งสองจะสั่งข้าวต้มด้วยไหมขอรับ” เสี่ยวเอ้อห์ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพ
                   เมื่อถูกถามเรื่องข้าวต้ม นางจึงนึกได้ว่า ของเหล่านี้อย่างน้อยก็ต้องกินกับข้าวต้มอยู่ดี “ขอข้าวต้มสองถ้วยด้วยแล้วกันเจ้าค่ะ”
                   “ได้ขอรับ คุณชาย แม่นางรอสักครู่” เสี่ยวเอ้อห์กล่าวบอกก่อนเดินเข้าไปภายในร้านเพื่อแจ้งเมนูลูกค้าให้พ่อครัว
                   “ลู่เอิน ข้าหวังว่าสักวันเราจะได้โบยบินเคียงคู่กันเหมือนจับฉ่ายวันนี้นะ” พี่จิ่วกล่าวพูดขึ้นก่อนก้มหน้าเล็กน้อยด้วยความเขินอาย
                   พอนางละสายตาจากเสี่ยวเอ้อห์ที่เดินจากไปไม่ทันไร คนเบื้องหน้ากลับปล่อยประโยคที่นางไม่ทันตั้งตัวออกมาเสียแล้ว “ท ท ท่าน..” ลู่เอินรู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็นคนหน้าบางไปแล้ว พอโดนอีกฝ่ายพูดหวานใส่หน่อยนางก็หน้าร้อนตัวแดงไปหมด
                   ในขณะทั้งสองรออาหารมาเสิร์ฟนั้นก็มีเสียงคนเรียกเดินเข้ามาที่โต๊ะสองคนด้วยอีกคนยังไม่เดินตามมา0
                   “พี่จิ่วข้ามาแล้วขอรับ สวัสดีขอรับแม่นางลู่เอิน” จี๋เฟยเทียนกล่าวทักทาย
                   “คารวะคุณชายขอรับ” พี่มู่กล่าวก่อนพากันนั่ง
                   นางเงยหน้ามองเฟยเทียน หากจำไม่ผิด คงเป็นคนที่ช่วยนางเอาไว้เมื่อไม่กี่คืนก่อน “สวัสดีเจ้าค่ะ” ลู่เอินหันไปเห็นมู่กงพอดีจึงยิ้มให้เขา “พี่มู่ไม่ได้พบกันนาน ครั้งก่อนพี่หายดีรึยังเจ้าคะ”
                   จี๋เฟยเทียนที่รู้สึกบางอย่างก่อนหันไปมองพี่ไป๋หลงที่ยืนนิ่งไม่เข้ามาด้วย เขาก็เดินไปหาพี่ไป๋หลง ทั้งสองหนุ่มกระซิบกระซาบกันตรงฟากถนน
                   “เฟยเทียน แม่นางท่านนั้นคือ..?” หลี่ไป๋หลงกล่าวถามอย่างไม่มั่นใจ
                   “แม่นางเสิ่นลู่เอินน่ะขอรับ มีอะไรหรือเปล่าขอรับพี่ไป๋หลง หรือพวกพี่รู้จักกันมาก่อน” จี๋เฟยเทียนกล่าวถามด้วยความสงสัย
                   “ไม่มีอะไรหรอกๆ เฟยเทียน ลู่เอินเพื่อนสมัยเด็กข้าเอง” หลี่ไป๋หลงมองอีกฝ่ายเหมือนรู้ทันก่อนรีบตอบปัด
                   “พี่รู้สึกกับนางยังไงกันแน่” จี๋เฟยเทียนกล่าวถามอีกฝ่ายด้วยความสงสัย
                   “ความรู้สึกข้าไม่สำคัญหรอก ข้าจะไม่ขัดขวางพี่จิ่วกับลู่เอิน ข้าจะไม่ผิดคำสาบานทรยศพี่จิ่ว” ไป๋หลงบอกเฟยเทียน ก่อนสูดลมหายใจเดินเข้าไปพร้อมเฟยเทียน
                   “พี่ไป๋หลงกับพี่เฟยเทียนคุยอะไรกันเหรอครับ” พี่จิ่วกล่าวถามขึ้นเมื่อเห็นทั้งสองเดินมาแล้ว “พี่ไป๋หลง นี่แม่นางเสิ่นลู่เอินขอรับ” พร้อมทั้งกล่าวแนะนำ ด้วยเฟยเทียนรู้จักมาก่อนแล้วตอนที่เขาขอให้ไปเจอลู่เอินที่จิงโจว
                   พอได้ยินพี่จิ่วเอ่ยถึงไป๋หลง นางจึงเงยหน้ามองไปทางบุรุษที่ยืนอยู่ข้างเฟยเทียน นางยังไม่ได้บอกพี่จิ่วเลยว่าเป็นเพื่อนสมัยเด็กกับอีกฝ่าย ลู่เอินครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ เมื่อทั้งสองเดินเข้ามาใกล้แล้ว จึงตัดสินใจแสร้งทำเหมือนพึ่งรู้ว่าพี่น้องร่วมสาบานของพี่จิ่วคือหลี่ไป๋หลงคนเดียวกับเพื่อนสมัยเด็กของนาง
                   “ไป๋หลง..?” นางมองเขาด้วยสีหน้าประหลาดใจ “เป็นท่านเองรึ”
                   “ทั้งสองรู้จักกันหรือขอรับ” พี่จิ่วมองทั้งสองสลับไปมา
                   “ใช่ขอรับ ลู่เอินเป็นเพื่อนวัยเด็กพี่เอง พี่จิ่วกับลู่เอินดูเหมาะสมกันดี ตอนแรกที่พี่มองไกลๆ ก็สงสัยอยู่ทำไมใบหน้านางคล้ายๆ เลยยืนนึกอยู่” หลี่ไป๋หลงกล่าวตอบพี่จิ่ว ตอนนี้เขาคิดกับลู่เอินเพียงว่าที่ซ้อเก้าเรียบร้อยแล้ว
                   “ได้ยินคุณชายบอกว่ามีพี่น้องร่วมสาบานชื่อหลี่ไป๋หลง ข้าก็ไม่คิดว่าจะเป็นคนเดียวกับเพื่อนที่ข้ารู้จักจึงไม่ได้บอกท่านก่อน” นางเผยยิ้มบางเบาก่อนจะหันไปมองไป๋หลงครู่หนึ่ง ความรู้สึกประหลาดทำให้นางคิดคำพูดไม่ถูกอยู่ช่วงหายใจหนึ่ง “ไม่ได้พบกันนาน ท่านสบายดีไหม”
                   “ข้าสบายดีขอรับซ้อเก้า” หลี่ไป๋หลงพูดแกล้งอีกฝ่าย ก่อนไปนั่งข้างๆ พี่มู่และเฟยเทียน
                   “ดีแล้วๆ ทุกคนก็เหมือนครอบครัวเดียวกัน” พี่จิ่วกล่าวบอกก่อนหรี่ตามองไป๋หลงที่เหน็บลู่เอินเป็นซ้อแล้ว เขาหน้าแดงขึ้นอย่างบอกไม่ถูก
                   เมื่อได้ยินอีกฝ่ายเรียกนางว่า ‘ซ้อเก้า’ ใบหน้าของลู่เอินก็ขึ้นสีเช่นกัน แต่ไม่ใช่เพราะความเขินอาย กลับเป็นเพราะโมโหที่ถูกอีกฝ่ายพูดหยอกล้อใส่ นางยิ้มบางเบาแต่พยายามหลบเลี่ยงสายตากับไป๋หลงอยู่ตลอด แต่พอหันไปอีกทางกลับเห็นว่าเฟยเทียนกำลังมองนางอยู่ อีกฝ่ายเมื่อโดนจับได้ก็แกล้งมองผ่านไปเรื่อย ทำให้หญิงสาวอดแปลกใจไม่ได้ว่าเฟยเทียนมองนางทำไม..
                   เสี่ยวเอ้อห์นำอาหารมาเสิร์ฟที่โต๊ะพร้อมเสิร์ฟข้าวต้มเพิ่มตามจำนวนคนใหม่ด้วย “มาแล้วๆ จับฉ่ายโบยบินกับข้าวต้มขอรับ”
                   “ข้าไปสั่งเพิ่มมาเองน่ะขอรับคุณชาย” มู่กงกงกล่าวบอกทุกคน
                   “พี่จิ่วกับลู่เอินมาถึงนานหรือยังขอรับ” จี๋เฟยเทียนกล่าวถามทั้งคู่ก่อนมองทั้งสองด้วยรอยยิ้ม
                   “เพิ่งมาก่อนพวกเจ้าไม่นานเอง” พี่จิ่วกล่าวบอกก่อนหันไปมองลู่เอิน “ลู่เอินเจ้าเป็นอะไรหรือเปล่า ทานนี่ก่อนนะ” พี่จิ่วกล่าวจบก่อนยกตะเกียบคีบจับฉ่ายใส่ถ้วยข้าวต้มให้ลู่เอิน
                   “ขอบคุณคุณชายเจ้าค่ะ” ความจริงนางไม่ได้เป็นอะไรหรอก เพียงแต่ไม่ได้สนิทกับคนร่วมโต๊ะอาหารเท่าไหร่จึงอึดอัดบ้างเท่านั้นเอง พออีกฝ่ายคีบจับฉ่ายใส่ถ้วยให้ นางก็ตั้งใจกินทันที อย่างน้อยถ้านางไม่พูดอะไรก็คงพอทำให้ผู้ร่วมโต๊ะไม่อึดอัดเท่าไหร่
                   “แม่นางเสิ่นไม่ต้องเกร็งนะขอรับ ทุกคนบนโต๊ะนี้ก็เหมือนพี่น้องกัน” มู่กงกงกล่าวบอกสาวน้อย เขาดูออกดีว่าอีกฝ่ายคงดูอึดอักที่ต้องนั่งโต๊ะกับคนแปลกหน้ามากมาย
                   นางเคี้ยวและกลืนอาหารในปากก่อนจึงเอ่ยตอบมู่กงด้วยรอยยิ้ม “เจ้าค่ะ” หญิงสาวเห็นว่าพี่จิ่วคีบจับฉ่ายให้นางครั้งหนึ่ง นางจึงคีบคืนให้บ้าง “ขอให้อร่อยนะเจ้าคะ”
                   ทุกคนลงมือทานอาหารกันบ้าง แต่พี่จิ่วยังไม่ตัดสินใจทานอาหาร เขานั่งมองหญิงสาวทานพลางยิ้มออกมาด้วยความอ่อนโยน โดยไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเพียงไหนแล้ว
                   ส่วนใหญ่นางจะเป็นคนนั่งฟังบุรุษร่วมโต๊ะทั้งสี่สนทนากันมากกว่า อาหารในถ้วยของนางจึงหมดเป็นคนแรก แต่นางไม่อยากวางตะเกียบแล้วนั่งมอง จะดูเป็นการกดดันผู้ร่วมโต๊ะอาหารเกินไป หญิงสาวจึงแสร้งคีบอากาศใส่ปาก บ้างก็เคี้ยวลมระหว่างฟังทุกคนคุยกัน
                   พี่จิ่วเห็นว่าข้าวต้มหญิงสาวหมดแล้ว เขายกถ้วยของตนไปวางใกล้ๆ ถ้วยหญิงสาว “เจ้ากินของข้าต่อสิ ข้าไม่ค่อยหิวเท่าไหร่” เขาบอกอีกฝ่ายก่อนยิ้มบอกว่าไม่เป็นไร ข้าไม่หิวจริงๆ
                   ลู่เอินไม่อยากดูเป็นสตรีกินจุในสายตาของบุรุษทั้งสี่ แต่จะปฏิเสธอีกฝ่ายก็ถือว่าไม่ไว้หน้าเกินไป นางจึงแบ่งในถ้วยของอีกฝ่ายใส่ถ้วยของนางครึ่งหนึ่ง “ขอบคุณคุณชายเจ้าค่ะ” ความจริงนางอยากเรียกเขาว่าอาจี้ แต่ก็อายจนไม่กล้าเรียกต่อหน้าคนอื่น..
                   “เจ้ากินเยอะๆ นะ” พี่จิ่วกล่าวบอกอีกฝ่ายก่อนรับถ้วยข้าวต้มที่เหลือครึ่งนึงมาทาน
                   ระหว่างที่กำลังนั่งกินอยู่ ลู่เอินนึกถึงขนมที่อีกฝ่ายฝากมาให้พอดี “ครั้งก่อนที่ท่านฝากคุณชายเฟยเทียนเอาขนมเปี๊ยะมามอบให้ อร่อยมากเลยเจ้าค่ะ ข้าทานกับพี่ที่หอหนิวหลาง ยังรู้สึกเลยว่าไม่เคยกินขนมเปี๊ยะที่อร่อยขนาดนี้มาก่อน”
                   “เจ้าชอบเดี๋ยววันหลังข้าค่อยขอท่านแม่มาให้ทานอีกนะ ฝีมือท่านแม่ข้าทำอาหารอร่อยที่สุดเลย” พี่จิ่วกล่าวบอกลู่เอินก่อนยกมือของตนกุมมืออีกฝ่าย
                   “ใช่ๆ ฝีมือท่านแม่พี่จิ่วทั้งสวยและทำอาหารเก่ง” จี๋เฟยเทียนที่เคยทานขนมครั้งนึงกล่าวสมทบพร้อมกับไป๋หลง
                   นางรู้สึกเหมือนหูของนางไม่รับเสียงใดๆทั้งนั้น เมื่ออีกฝ่ายกุมมือของตนเอาไว้ ลู่เอินได้ยินใครถามอะไรก็พยักหน้าเหมือนตั้งใจฟัง แต่ความรู้สึกตอนนี้จดจ่ออยู่กับสัมผัสที่ฝ่ามือมากกว่า
                   ผ่านไปครึ่งเค่อลู่เอินถึงรู้สึกตัว จึงหาเรื่องเบี่ยงไปสนทนาประเด็นอื่น “ข้าคุ้นหน้าคุณชายเฟยเทียนนัก ไม่ทราบว่าท่านเป็นคุณชายตระกูลไหนรึเจ้าคะ”
                   “ข้าเป็นบุตรชายของผู้ว่าฉางอัน จี๋อันขอรับ” จี๋เฟยเทียนกล่าวตอบลู่เอิน
                   พอได้ยินคำว่าผู้ว่านางกลับนึกถึงผู้ว่าเซียงหยาง ในใจยังนึกกังวลเรื่องคดีสองแม่ลูกอยู่บ้าง “ข้าเคยเดินผ่านจวนผู้ว่าครั้งหนึ่งกระมัง ถึงได้คุ้นหน้าคุณชายขึ้นมา” นางพอจะรู้เรื่องของไป๋หลงแล้วว่าเกี่ยวกับแม่ทัพ แล้วเหตุใดพี่จิ่วถึงมาสนิทกับสองคนนี้ได้ ลู่เอินไม่อยากถามออกไปให้เสียมารยาท จึงเอ่ยถามเรื่องอื่นแทน
                   “จริงสิ เฟยเทียน พี่ติงโหยวไม่มาด้วยเหรอ” พี่จิ่วกล่าวถามเฟยเทียน เขามองออกว่าทั้งสองคนมีความรักชอบคอกัน
                   “พี่ติงโหยวนางอยู่สอนเด็กในค่ายพยัคฆ์น่ะขอรับ” จี๋เฟยเทียนกล่าวตอบเขินๆ
                   “ลู่เอิน เจ้าเดินทางคนเดียวแบบนี้ตลอดเลยหรือ?” พี่จิ่วเหมือนนึกอะไรได้ตามที่เฟยเทียนกลับมาเล่าให้ฟัง ก่อนหันไปถามหญิงสาวด้วยความเป็นห่วง
                   “เจ้าค่ะ ข้าเห็นว่าเดินทางคนเดียวจะสะดวกกว่า จึงไม่ได้ให้คนที่บ้านติดตามมาด้วย” พอพูดถึงคนที่บ้าน นางก็นึกได้ว่าเทศกาลกำลังใกล้เข้ามาแล้ว คงต้องแวะเวียนกลับไปไหว้ศาลบรรพชนบ้าง
                   “จริงสิ พี่ติงโหยวก็บ่นอยากท่องยุทธภพ หากลู่เอินไม่รังเกียจให้พี่ติงโหยวร่วมเดินทางด้วยไหมขอรับ พี่ติงโหยวมีวรยุทธ์พอปกป้องลู่เอินได้” พี่จิ่วกล่าวถามอีกฝ่ายด้วยสายตาห่วงใย
                   นางไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับติงโหยวนอกจากเรื่องที่เป็นสตรีของคุณชายเฟยเทียนเลย แต่เมื่ออีกฝ่ายเอ่ยปาก นางก็ไม่สะดวกที่จะตอบปฏิเสธ “ได้เจ้าค่ะ ข้าเองก็อยากมีเพื่อนร่วมเดินทางสักคนเหมือนกัน”
                   “เช่นนั้นเดี๋ยวเราไปเดินเที่ยวที่อื่นกันนะลู่เอิน ส่วนพี่ไป๋หลงกับพี่เฟยเทียนไปบอกพี่ติงโหยวที่ค่ายพยัคฆ์ อีกหนึ่งถึงสองชั่วยามเจอกันที่จวนท่านลุงต้วน” พี่จิ่วจัดแจงบอกทุกคนก่อนหันไปยิ้มขอความเห็นลู่เอิน
                   แน่นอนว่านางไม่ขัดอีกฝ่ายอยู่แล้ว “เจ้าค่ะ” หญิงสาวเอ่ยรับ ก่อนจะลุกขึ้นพร้อมกับพี่จิ่ว ลู่เอินหันไปทำความเคารพทั้งสามคนก่อนแยกกัน แล้วนึกเรื่องค่าอาหารขึ้นมาได้ หญิงสาวหยิบถุงเงินขึ้นมา “คุณชายค่าอาหารให้ข้าช่วยนะเจ้าคะ”
                   “ไม่ต้องเลย รับปากกันแล้วนะว่าให้ข้าเลี้ยงมื้อนี้” พี่จิ่วกล่าวบอกก่อนรับถุงเงินอีกฝ่ายและยื่นใส่มืออีกฝ่ายกลับ “ลู่เอินเก็บไว้นะ เจ้าท่องยุทธภพต้องใช้จ่ายอีกเยอะ”
                   นางเก็บถุงเงินกลับไป แต่ก็อดแสดงสีหน้าไม่พอใจเล็กๆไม่ได้ “..เจ้าค่ะ”
                   พี่จิ่วสังเกตสีหน้าอีก่ายก่อนยิ้มนึกครู่นึงและพูดบอกอีกฝ่าย “เอางี้ ถุงเงินใบนี้ลู่เอินเก็บไว้เป็นค่าใช้จ่ายจัดการภายในบ้านของเราในอนาคตได้ไหม”
                   พอนางได้ยินคำว่า ‘บ้านของเรา’ หญิงสาวก็อยากหนีหายไปจากตรงนี้เลย “ท ท่าน.. ” นางรีบเดินนำไปก่อนเพราะรู้สึกไม่กล้าสู้หน้าขึ้นมากระทันหัน ท่าทีของลู่เอินคล้ายกำลังแง่งอนอยู่หลายส่วน
                   พี่จิ่วเห็นอีกฝ่ายมีท่าทีแง่งอนก่อนรีบเดินตามไป “ลู่เอินเจ้าเป็นอะไร” เขากล่าวถามก่อนคลี่รอยยิ้มอ่อนโยนง้ออีกฝ่าย
                   ลู่เอินขอยอมรับว่ารอยยิ้มของพี่จิ่วใช้ได้ผลกับนางพอสมควร พอเห็นอีกคนยิ้มแบบนั้น นางจึงหยุดเดินแล้วหันกลับมาหาเขา “ข้ากับท่านยังไม่ได้เป็นอะไรกันเลยนะเจ้าคะ หากใครมาได้ยินจะมองว่าไม่ดีนะ” น้ำเสียงที่นางใช้พูดไม่ได้ดูจริงจังอะไรนัก แต่สีหน้าของหญิงสาวกลับแสดงความตึงเครียดออกมา
                   “ข้าขอโทษ ทุกครั้งที่ข้าอยู่กับเจ้า หัวใจข้าราวกับเรียกร้องอยากอยู่เคียงข้างเจ้า คอยปกป้องเจ้าทุกวี่วัน” พี่จิ่วกล่าวบอกอีกฝ่ายด้วยใบหน้ายิ้มปนเศร้า
                   ไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่พอเห็นอีกฝ่ายทำหน้าแบบนั้น นางก็รู้สึกแย่ตามไปด้วย “ตอนที่ข้ากลับไปซินเอี๋ย ทุกวันไม่ว่าตื่นหรือนอนหลับ ข้าก็นึกถึงท่านเสมอ แต่ตอนนี้เราต่างก็ถือว่ายังไม่แม้แต่จะเป็นคู่หมั้นหมาย ข้ากลัวว่าคนอื่นจะมองเราไม่ดี” ลู่เอินเป็นคนยึดถือแบบแผนเก่าพอสมควร นางจึงค่อนข้างจริงจังเรื่องนี้มาก
                   “ข้าดีใจที่เจ้าคิดแบบนั้น” พี่จิ่วกล่าวบอกอีกฝ่ายก่อนยิ้มด้วยความดีใจ เขามองคนไม่ผิดจริงๆ หากเสด็จแม่เห็นลู่เอินเชื่อว่าพระมารดาจะต้องชอบลู่เอินด้วยเหมือนกัน
                   นางไม่อยากให้อารมณ์ของบทสนทนาแย่ไปมากกว่านี้ จึงตัดสินใจเปลี่ยนเรื่องคุย “ท่านบอกพวกคุณชายเฟยเทียนว่าจะไปเที่ยวที่อื่น ไม่ทราบว่าคุณชายจะพาข้าไปไหนรึเจ้าคะ”
                   “เราไปพายเรือเล่นที่สระบัวดีไหม” พี่จิ่วเอ่ยชวนอีกฝ่าย
                   เนื่องจากนางไม่ใช่คนฉางอัน จึงไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน ใบหน้าของลู่เอินแสดงออกมาคือความไม่เข้าใจ “ที่นี่มีสระบัวด้วยรึเจ้าคะ?”
                   “มีสิ รับรองเจ้าต้องชอบ” พี่จิ่วเอ่ยบอกก่อนจูงมือหญิงสาววิ่งนำไป
                   จู่ๆอีกฝ่ายก็จับมือของนางแล้วดึงให้วิ่งตามไป ลู่เอินอยากเอ่ยปากห้ามให้เขาวิ่งให้ช้าลงหน่อยเพราะกลัวอีกฝ่ายจะเป็นลมไปเหมือนครั้งก่อน แต่พอเห็นใบหน้ายิ้มแย้มของพี่จิ่ว นางจึงระบายยิ้มบางเบาออกมาแทน
                   ช่างเถอะ เกิดอะไรขึ้นค่อยว่ากัน
                   หลังจากที่วิ่งมาสักพัก ลู่เอินกลับคิดว่าสถานที่นั้น ช่างไกลเกินจะใช้เท้าเดิน จึงดึงให้พี่จิ่วหยุดวิ่งก่อน นางตัดสินใจเดินไปเช่ารถม้าหนึ่งคัน แลัวให้เขาบอกคนขับว่าจะไปไหน ขณะที่รถม้าเคลื่อนไปยังจุดหมาย ลู่เอินแสร้งทำเป็นมองซ้ายมองขวาแต่ได้ยินคำพูดที่พี่จิ่วกล่าวกับคนขับชัดเจน
                   เขาบอกให้ไปที่ประตูเสวียนอู่รึ? ทำไมช่างคุ้นหูนัก


@Admin

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับความสัมพันธ์กับ หลี่ ไป๋หลง เพิ่มขึ้น 55 โพสต์ 2018-10-1 01:27
คุณได้รับความสัมพันธ์กับ จี๋ เฟยเทียน เพิ่มขึ้น 55 โพสต์ 2018-10-1 01:27

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +7 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +100 ความหิว -18 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 7 + 500 + 100 -18 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
หลี่ซื่อชุนชิว
ฮั่นเสียทองเทวะ
กราดิอุส
ปิ่นล้ำค่า
ตัวเบาพื้นฐาน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x15
x7
x2
x80
x1
x30
x20
x1000
x1
x20
x1
x3
x15
x1
x9
x4
x1
x20
x45
x7
x35
x1
x3
x1
x2
x1
x3
x2
x1
x1
x30
x1
x2
x300
x45
x16
x757
x30
x50
x25
x1
x10
x2
x6000
x91
x2
x4
x1
x2
x2
x49
x13
x8
x59
x2
x10
x17
x200
x99
x130
x175
x100
x100
x60
x2
x20
x41
x50
x1520
x1
x100
x25
x700
x39
x24
x105
x1
x97
x55
x13
x1
x76
x20
x3086
x3
x9
x66
x30
x75
x150
x150
x108
x33
x2
x25
x41
x40
x32
x200
x100
x100
x212
x22
x4
x1
x62
x1041
x1021
x355
x30
x10
x30
x18
x77
x9
x81
x54
x50
x102
x56
x83
x76
x68
x211
x134