กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบอุปกรณ์พกพา | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์
ดู: 301|ตอบกลับ: 9

{ เมืองอู๋จวิ้น } ศาลาริมน้ำ

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2017-9-26 23:13:10 |โหมดอ่าน


ศาลาแห่งนี้อยู่ชานเมืองติดริมทะเลสาบ สามารถมองออกไปเห็นทะเล
จึงเป็นสถานที่หนึ่งที่มีวิวทิวทัศน์ดีที่สุดของเมือง ทั้งยังใช้เป็นจุดพักผ่อนหย่อนใจของชาวเมือง


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 2

ดูบันทึกคะแนน

24

กระทู้

140

โพสต์

1หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
383
เงินตำลึง
40950
ชื่อเสียง
6909
ความหิว
111
ซูซาคุ
ระดับ 1
โพสต์ 2017-10-2 17:06:18 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย AKIKOMINAMOTO เมื่อ 2017-10-2 17:07

การออกเดินทางของเด็กสาวชุดกิโมโนสีดำและเส้นทางในวันข้างหน้า

หลังจากที่อากิโกะทำงานบ้านของคฤหาสน์ตระกูลฮุ่ยมาสักระยะหนึงเธอก็ได้ตัดสินใจเดินไปบอกลาเจ้าบ้านของตระกูลฮุ่ยเพื่อจะขออนุญาติเพื่อออกเดินทาง
ท่องโลกกว้างและฝึกฝนตัวเองต่อไป

"ถ้า..นั้นเป็นการตัดสินใจของเจ้าข้าเองก็คงไม่คิดจะขัดขวางแต่อย่างใด และดูเหมือนว่า หลังจากที่เจ้าที่ช่วยงานบ้านพร้อมกับซาคุยะแล้วการทำงานของ
พวกคนใช้ก็ดีขึ้นมากเลยละนะ..เอาละไหนๆเจ้าจะออกเดินทางแล้วซาคุยะ มานี้หน่อยสิ"หลังจากพูดจบเจ้าบ้านฮุ่ยเหมยก็หยิบกระดิ่งขึ้นมาสั่นเพื่อเรียก
ซาคุยะสาวใช้คนสนิทของเธอเข้ามา

"มีอะไรถึงเรียกข้างั้นเหรอ..เจ้าคะท่านหญิง"ซาคุยะพูดขึ้นขณะโค้งหัวทักทายเจ้าบ้านตะกูลฮุ่ยด้วยความหนอบน้อมสลับกับมองอากิโกะ

"ช่วยไปเตรียมหมั่นโถวให้เด็กคนนี้ หน่อยสิ เอาแบบอยู่ได้สักหลายๆวันเลยนะ"ฮุ่ยเหมยกล้าวขณะจับที่ปิดตาตัวเองให้เรียบร้อย

"รับทราบเจ้าคะ...อากิโกะมากับข้า..เตรียมไปรอรับของได้เลย"หลังจากพูดจบอากิโกะก็เดินตามซาคุยะออกไปทันที
--------------------------------------------------------
หลังจากที่นั่งรออยู่ถึง10นาทีในที่สุดซาคุยะก็นำห่อผ้าที่เต็มไปด้วยหมั่นโถวมาให้อากิโกะ

"เอานี้..ด้วยหมั่นโถวจำนวนนี้คงทำให้เจ้าอิ่มท้องไปหลายวันเลยละนะ"

"ข..ขอบคุณมากคะ ท่านอาจารย์ซาคุยะ"หลังจากพูดจบอากิโกะก็โคงศรีษะขอบคุณซาคุยะทันทีแบบโค้งสุดๆ

"ม..มิเป็นไรเอาเถอะ ช่วง7เดื่อนที่ผ่านมานี้ข้าก็สนุกมากเลยละนะ..ที่ได้ใช้เวลาร่วมกับเจ้าและได้สอนสิ่งต่างๆมากมาย..ถึงแม้เจ้าจะชอบหลับตอนทำสมาธิก็เถอะ"
ซาคุยะพูดไปขณะมองอากิโกะที่สะดุ้งหลังจากบอกว่าชอบหลับตอนสอนสมาธิประจำ

"ถ้าออกไปแล้วข้าจะพยามๆทำสมาธิให้บ่อยๆเองคะ"อากิโกะตอบด้วยเสียงดังฟังชัดด้วยเสียงจริงจังเพื่อให้อีกฝ่ายสบายใจ

"งั้นก็...เจ้าเองก็ระวังตัวด้วยละอากิโกะ..ไว้วันข้างหน้าถ้าเจ้าพร้อมทั้งกายและใจเมื่อไร..ข้าสัญญาว่าข้าจะถ่ายทอดวิชาของข้าให้เจ้า..เอาละเด็กน้อยของข้า
จงเดินไปตามเส้นทางที่เจ้าเลือกเถอะ เพราะในวันข้างหน้าเจ้าอาจจะได้พบกับทั้งมิตร์สหายและก็ศัตรูในอีกหลายๆครา เพราะฉะนั้น จะสร้างมิตร์กับใครก็จงเลือกให้ดี"
หลังจากพูดจบซาคุยะก็ลูบหัวอากิโกะด้วยความเอ็นดูเล็กน้อยก่อนจะปล่อยออก พร้อมมองหน้าอากิโกะ

"ถ้างั้นท่านอาจารย์ซาคุยะ อาริกาโตะโกไซมัส"หลังจากพูดจบอากิโกะก็โค้งศรีษะขอบคุณซาคุยะ หญิงที่ซึ้งเป็นทั้งผู้มีพระคุณและอาจารย์ในคนเดียวกัน
พร้อมกับแบกถุงที่ใส่หมั่นโถวออกจากคฤหาสน์ตระกูลฮุ่ยออกมา
-------------------------------------------------------------------------------
หลังจากเดินทางออกมาจากคฤหาสน์ตระกูลฮุ่ยของกวงหลินแล้ว อากิโกะก็ใช้เวลาเดินเท้าอยู่นานพอสมควรจนกระทั้งมาถึงตัวเมืองอู๋จวิ้นหลังจากามถึงตัวเมืองแล้วเธอก็เดินเข้ามาถึงจตุรัสกลางเมืองแล้วเธอก็เดินชมความคึกคักของเมืองไปเรื่อยๆจนกระทั้งมาหยุดอยู่ที่ศาลาริมน้ำ"ศาลาริมน้ำงั้นเหรอ?..เข้าไปนั่งพักหน่อยแล้วกัน" หลังจากพูดจบอากิโกะก็เข้าไปนั่งพักในศาลาริมน้ำแล้วพรางนั่งคิดถึงเรื่องต่างๆ"หลังจากที่ข้าพักเสร็จควรไปไหนต่อดีนะ หรือว่าควรไปแถวฉางซาดีนะ?..อื้มแถวนั้นมีน้ำตกด้วยนี้คงได้ไปฝึกสมาธิแถวนั้นละนะ.."อากิโกะคิดและวางแผนการเดินทางไปด้วย จนกระทั้งปิดปากหาว"หาว..ให้ตายสิเดินมาก็ไกลพอตัวขอนอนเอาแรงหน่อยแล้วกัน"หลังจากพูดจบอากิโกะก็เอาถุงที่ใส่หมั่นโถวมาหนุนแทนหมอนแล้วนอนหลับในศาลาริมน้ำทันที




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -8 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -8 + 3

ดูบันทึกคะแนน

ผิดไปข้อ1
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กลยุทธ์ซุนปิน
ง้าวมรกต
ม้าวายุทมิฬ
มีดบิน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x12
x7
x30
x4
x5
x3
x18
x19
x1
x4
x29
x30
x3
x5
x3
x30
x21
x79
x124
x109
x11
x46
x4
x86
x2
x2
x2
x14
x15
x1
ไม่ระบุชื่อ
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2017-12-15 18:34:14
- เควสลับ : ปรึกษาเรื่องความรัก -
สายอาชีพ : นักกวี หรือ นักดนตรี เท่านั้น {* ขั้นสูงสุดในสายอาชีพ *}
เงื่อนไข : จำเป็นต้องมี บุ๋น 200 ขึ้นไป และ เข้าร่วมได้ 1 คนเท่านั้น

- ระยะเวลาเควสหมดอายุ -
31 พฤษภาคม 2561

- วิธีเข้าร่วมเควส -
{ เขียนโรลเพลย์อิสระ โดยให้มีความสอดคล้องกับเหตุการณ์ด้านล่าง }
** เวลาเขียนโรลเพลย์ 18.00 - 20.00 น. เท่านั้น **
** ห้ามก็อบบทบรรยายโรลเพลย์เด็ดขาดนะคะ **
*** ศึกษาข้อมูลนิสัยของเมี่ยวทง ได้ที่นี่นะคะ เมี่ยวทง **



     ณ ศาลาริมน้ำ ยามเย็นของทุกวันมักมีบุรุษน้อยมานั่งทอดถอนหายใจอยู่สม่ำเสมอ ใบหน้าที่บ่งบอกว่ากำลังกลุ้มคิดเรื่องที่เขาคิดไม่ออก แม้เขาจะได้ฉายาเจียงไท่กงน้อยจากชาวบ้านอู๋จวิ้น รอบรู้ในศาสตร์ตำราต่างๆ แต่เมื่อเป็นเรื่องความรักเขาก็ไม่รู้จะเอ่ยปากยังไง มีอีกหนึ่งเรื่องที่เขาไม่มีวันทำคือการข่มเหงสตรี เขาถึงกับดุว่าบ่าวที่เสนอคำแนะนำเช่นนั้นให้ นี่ก็ผ่านไปสี่ปีแล้วที่ซูฮว่าไม่มีแม้จะใจอ่อน แม้เขาจะสรรหาของขวัญล้ำค่ามากมายให้เธอทุกวัน แต่ก็ถูกเธอปฏิเสธทุกครั้ง
   
       "......." { เขียนโรลเพลย์ของท่าน }
       { รอต่อ }
รางวัล (คำปรึกษาที่เลวร้าย) :: 30 ชั่ง, 3500 ตำลึง, -444 ชื่อเสียง, 10 Point, เพชร x30, ไข่มุก x30, กลยุทธ์ซุนจื่อ x1
รางวัล (คุณธรรม) :: 30 ชั่ง, 3500 ตำลึง, 444 ชื่อเสียง, 10 Point, ไข่มุก x30, บันทึกซางยาง x1 และ ไอเท็มพิเศษจากทางเลือกเควส
- เมี่ยว ทง -

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x100
x300
x30
x100
x90
x50
x50
x1
x9999
x2
x1
x1
x1
x3
x9
x1
x1
x922

2

กระทู้

18

โพสต์

1357

เครดิต

เงินชั่ง
122
เงินตำลึง
653
ชื่อเสียง
610
ความหิว
57
โพสต์ 2018-1-22 23:08:02 | ดูโพสต์ทั้งหมด
{โรล อิสระ}

“เฮอ~~~~ กว่าจะได้ปลาก่อนเดินทางคงอีกนานจะไปใหนดีนา”
อู่เพ่อ เดินกลับจากท่าเรือใหญ่มาเดินกลางเมืองเพือจะคิดว่าจะทำอะไรต่อไป

“ เฮ โง้ว พ่าย!!(ภาษาถิ่น)”
มีคุณลุงคนนึงตระโกลเรียกมาจากหน้าร้านค้าแห่งหนึง

“ เอานึกว่าใครที่แท่ เถ้าแก่เซี้ย นี้เองนี้อะไรขอรับเถ้าแก่”
อู่เพ่งสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะมองเถ้าแก่แล้วโค้งคารวะเล็กน้อยในความอาวุโส

เถ้าแก่เซี้ยกวักมือเรียกเข้ามาในร้านอู่เพ่งเดินเข้ามาก็เริ่มพูดคุยกัน

“ข้ามีหนังสือใหม่มาข้าเลยมาถามเจ้า”
เถ้าแก่เซี้ยยิ้มแล้วพูดด้วยน้ำเสียงไพเราะชวนฟังด้วยทักษะพ่อค้าของเขามานานนับ30ปีกว่าปี

“คือ ข้าก็สนใจนะเถ้าแก่เซี้ย แต่ข้ามีเงินแค่  7 ร้อยกว่าตำลึงเองท่าน แถมข้าต้องเตรียมของไปเมืองหลวงอีกข้าคงซื้อไม่ได้จริงๆท่าน”
อู่เพ่งอดเสียดายที่กัดฟันไม่ซื้อหนังสือที่มาใหม่นี้แต่ก็แสดงสีหน้ายิ้มแย้ม

“แต่หนังสือเล่มนี้เขียนเกียวกับเส้นทางที่พวกเขาบุคเบิกทางทิศตะวันตกเลยนะ แถมเขียนรายละเอียดของเผ่าอื่นและ สภาพภูมิประเทศและอารยธรรมที่คุณชายต้องไม่เคยรู้จักและไม่เคยอ่านแน่นอนนะท่าน แถมเป็นหนังสือใหม่สุดๆจัดทำไม่กี่เล่มเองด้วยข้าหามาได้แค่ 3 เล่มเองนะคุณชาย พ่าย”
เถ้าแก่เซี้ยพูดพรรณนาเกียวกับหนังสือเล่มนี้ด้วยอาการสุดจะบรรยายชวนให้

“แต่เถ้าแก่เซีย ท่านก็ได้ยินไปแล้ว ค่ามีแค่ 700 ตำลึง เองนะท่านคงซื้อไม่ได้หรอก”
อู่ เพ่อ อดน้ำลายสอกับหนังสือนี้ไม่ได้ จนแถบจะซื้อในทันทีไม่ได้ แต่ด้วยเหตุผลต่างๆจึงต้องกัดฟันทน

“แฮมคุณชายพ่าย ข้าไม่คิดแพงหรอก ในเมือท่านเป็นลูกค้าประจำของข้ามาหลายปี ข้าคิดท่านแค่ 700 ตำลึงแถมข้าจะให้ แผนที่ไปฟรีๆด้วยนะท่านไม่สนใจหรอคุณชาย”

ปึก!!
“ข้าซื้อ!!!!!!!! “
อู่เพ่อวางเงิน 700 ตำลึงในทันทีที่เถ้าแก่เซี้ยเสนอราคานี้ทำให้เส้นแห่งความอดกลั้นขาดสบั้น

“ขอบคุณที่ใช้บริการคุณชาย พ่าย”
เถ้าแก่เซี้ยแอบยิ้มเล็กน้อยก่อนจะรับเงินของคุณชายและยื่นหนังสือกับแผ่นที่ไปเมืองหลวงให้แก่อู่ เพ่อ

“.... เอาแล้วไงทำไงดี.......ชั้งเถอะใหนๆก็ซื้อมาแล้วค่อยหาทางใหม่ละกัน ส่วนเจ้านี้ ไปอ่านที่ ศาลาริมน้ำละกันที่นั้นสงบแถมสวยงามและผ่อนครายเหมาะแก่การอ่านหนังสือเป็นอย่างยิ่งข้าละชอบจริงๆ”
เมืออู่เพ่อ คิดได้ดังนั้นจึงเริ่มเดินทางไปยัง ศาลาริมน้ำของ อู๋จวิน เพือไปนั่งอ่านหนังสือพร้อมกับดืมดำกับความงามของธรรมชาติ และบ้างครั้งก็มีคนนำดนตรีมาบรรเลงไม่ก็ขับกลอนชั้งเหมือนอ่านตำราในสวรรณก็มิปลาน

@STAFF_Pixiu

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -12 Point +3 ย่อ เหตุผล
STAFF_Pixiu + 5 + 300 -12 + 3

ดูบันทึกคะแนน

งืมๆ
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
พัดคุณชาย
กระบี่
คัมภีร์ขงจื้อ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x5
x10
x4
x25
x14
x10
x15
x4
x1
x30
x2
x30
x4
x1
x19
x10
x10
x1
x6
x44
x47
x1

2

กระทู้

18

โพสต์

1357

เครดิต

เงินชั่ง
122
เงินตำลึง
653
ชื่อเสียง
610
ความหิว
57
โพสต์ 2018-1-23 18:32:25 | ดูโพสต์ทั้งหมด
[โรลอิสระ]
หลังจาก อู๋ เพ่อ เดินเข้ามายังศาลาริมน้ำที่แสนสงบสุข

“เฮอ~~~ จะอ่านหนังสือก็ต้องที่นี้ละนาถึงจะดีที่สุด”
อู่เพ่งเดินสำรวจศาลาริมน้ำอย่างสบายอารมเริ่มเสพความสุนทรียภาพรอบกายทั้งเสียงน้ำไหล เสียงดนตรีเสียงของเหล่าหมู่ปลาแวกว่ายในน้ำ ดนตรีและเสียงขับกลอนกวีช่าง

“น่า เคลิบเคลิ้มยิ่งนัก”
อู่เพ่ง เผลอยิ้มหวานอย่างนานๆ ที่เขาจะยิ้มออกมาจากใจจริงจากใจเขาหมุนตัวตามจังหวะเสียงดนตรีและการขับขารบนกวีการเคลื่อนไหวเหมือนดังสายน้ำแม้ท่าที่ร่ายรำจะไม่เป็นเหมือนการรำแบบมืออาชีพแต่ท่าทางการรำง่ายๆพร้อมรอยยิ้มก็ชวนให้ผู้อื่นหยุดสายตามองมิได้แม้จะอยู่ไกลๆกันมากก็ตาม

“เฮอ วันนี้เป็นวันดีจริงๆหึๆ”
อู่ เพ่งยิ้มหัวเราะเบาๆกับการทำตัวเหมือนเด็กของตนก่อนจะหยุดร่ายลำเมือมาถึงศาลาที่เขามานั่งอ่านที่จุดนี้เป็นที่ประจำเขาย่างเท้าเดินเข้าไปแล้วนั่งริมน้ำก่อนจะเริ่มจับหนังสือเกี่ยวกับเส้นทางสายไหมที่พึงซื้อมา

@STAFF_Pixiu

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -9 Point +3 ย่อ เหตุผล
STAFF_Pixiu + 5 + 300 -9 + 3

ดูบันทึกคะแนน

งืมๆ
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
พัดคุณชาย
กระบี่
คัมภีร์ขงจื้อ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x5
x10
x4
x25
x14
x10
x15
x4
x1
x30
x2
x30
x4
x1
x19
x10
x10
x1
x6
x44
x47
x1

2

กระทู้

18

โพสต์

1357

เครดิต

เงินชั่ง
122
เงินตำลึง
653
ชื่อเสียง
610
ความหิว
57
โพสต์ 2018-1-23 22:55:17 | ดูโพสต์ทั้งหมด
[โรล เควส ชายคนหนึง]

"น้องชาย ที่นี่ใช่ปาสู่ไหม"
ในระหว่างที่ อู๋เพ่ง กำลังอ่านตำราที่ซื้อมาใหม่นั้นก็มีบุรุษผู้หนึ่งเดินเข้ามาถาม ถ้าทางลักษณะและเครื่องแต่งกายดูไม่ใช่คนแถวนี้แถมไม่ใช่คนสามัญธรรมดาอย่างแน่นอนดังนั้น อู๋เพ่งจึงลุกขึ้นชายเสื้อประสานกันยกคลาวะอีกฝ่ายอย่างให้เกียรติ

“ข้าไม่ทราบว่านายท่านมาที่นี้ได้อย่างไรแต่ ที่นี้มณฑลเจียงหนาน เมือง อู๋จวินหาใช่มณฑลปาสู่ ถ้านายท่าน ต้องการเดินทางไปมณฑล ปาสู่นายท่านต้องเดินทางไป ทิศประจิม เพือไปยังเมือง เจียงเยี่ย ลู่เจียน เพือจะเข้าเขต มณฑล จิงโจว ต้องเดินทางต่อไปยังเมือง เจียงเซีย เจียงหลิง หย่งอัน แล้วเข้าเขต มณฑล ปาสู่ ขอรับนายท่าน”
  อู่เพ่ง ก้มศรีษะลงเล็กน้อยชายเสื้อประสานกันอย่างให้เกียรติพร้อมอธิบาย กับคุณชายตรงหน้า เมืออธิบายเสร็จก็เงียบให้อีกฝ่ายตอบแต่อีกฝ่ายเงียบไปนาน ด้วยความสงสัย อู่เพ่งเลยแงนหน้ามองสีหน้าอีกฝ่ายที่เต็มไปด้วยความงุนงงสุดขีด

“........อะไรนะ?”
เขาตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงงุนงงไม่ต่างจากสีหน้าของเขาเลย

“เออ ถ้าท่านไม่เข้าใจข้าจะพาไปหาซื้อแผนที่ดีไมขอรับแค่เดินทางเข้าเมืองไปสัก 20 นาทีถึงตลาดเองขอรับ”
อู่เพ่งเห็นดังนั้นก็เริ่มให้ทางเลือกใหม่กับอีกฝ่าย

“น้องชายพอจะพาข้าไปตลาดได้หรือไม”

“ได้สิขอรับไม่มีปัญหางั้นตามข้าน้อยมาเลยขอรับ”
โค้งให้เล็กน้อยก่อนจะแงนหน้าขึ้นแล้วเดินนำทางไปยังตลาดทั้ง 2 เดินไปยังตลาดทักทายกันเล็กน้อยตามมารยาทเท่านั้นแล้วมาหยุดยืนกับร้าน ของเถ้าแก่ เซี้ย เพือมาซื้อแผนที่

“ยินดีต้อนรับขอรับเอา โง้ว พ่าย เจ้ามาทำไมอีกละ?”
เถ้าแก่เดินออกมาเพือต้อนรับลูกค้าก่อนจะรู้ว่าเป็น อู่ เพ่ง ก็แสดงอาการเป็นกันเอง

“เถ้าแก่ เซี้ย ข้ามารพกวนอีกครั้งนะขอรับ ครั้งนี้ข้ามาซื้อ แผ่นที่ไป ปาสู”
คารวะเถ้าแก่ก่อนที่อู่ เพ่งยิ้มส่งยิ้มให้

“ปาสู? เจ้าไปทำอะไรที่นั้น?”
เถ้าแก่เซี้ย เลิกคิ้วข้างซ้ายอย่างสงสัย

“มิใช่ข้าหรอก เป็นนายท่านผู้ที่ต่างหากขอรับ “
อู่เพ่งประติเสทก่อนจะพายมือไปทาง บุรุษร่างโพงสูงที่เดินดูภายในร้านอย่างงงงวย

“แล้วทำไมเจ้าไม่ไปกับเขา ดูแล้วพ่อหนุ่มคนนั้น เป็นพวกหลงทิศเข้าขั้นวิกิฤษแน่นอน”
เถ้าแก่ เซี้ยพูดเบาเสียงเพือไม่ให้อีกบุรุษคนนั้นได้ยิน

“ข้าก็คิดอย่างนั้นแต่ข้าจะไปทำอะไรที่มณฑล ปาสู่ มณฑล ชายแดนคนเถือนขนาดนั้นข้าไม่ไปให้ตายหรอกขอรับ”

“นี้เจ้าไม่รู้หรือว่าที่นั้นกองคาราวานผ่านเยอะมากๆนะ”

“แล้วยังไงหรือขอรับ?”
อู่เพ่งเลิกคิ้วมองอย่างไม่เข้าใจ

“เอา ที่ใหนมีคาราวานผ่านทางมากๆ สินค้าก็มีมากและสินค้าก็หลากหลายรวมถึง”

“หนังสือใหม่ๆ!!”
อู่เพ่งตาเป็นประกายทันทีเผอตระโกนออกมาอย่างไม่มีมารยาท

“หึๆ เจ้ายังหัวไวไม่เปลี่ยน “
เถ้าแก่หัวเราะในลำคอเบาๆ

อู๋เพ่ง เดินไปหา บุรุษคนนั้นก่อนจะรักษามาดมารยาทที่ดี
“เออ นายท่าน พอดีว่าแผ่นที่หมดแล้ว”

“แล้วทำยังไงดี”
บุรุษเริ่มร้อนรนขึ้นมา

“ฉะนั้น ข้าจึงจะไปกับนายท่านด้วย”

“……..ฮืม?”
บุรุษทำท่างงตามไม่ทัน

“ข้าจะไปส่งท่านที่ ปาสู่ไงขอรับ”
อู๋ เพ่งยิ้ม

“น้องชายจะไปทำไม?”

“พอดีข้าจะไปทำทุระที่นั้นด้วยนะขอรับใหนๆก็ไปทางเดียวกันแล้วก็ไปพร้อมกันเลยไม่ดีกว่ารึขอรับ นายท่าน”

“อืม แต่ข้าไม่มีอะไรตอบแทนน้องชายหรอกนะ”
“ไม่มีปัญหาขอรับ ข้าบอกแล้วว่าไปทำทุระก็ไปด้วยกันขอรับ ข้าใช้ปัญญาท่านใช่ร่างกาย ไม่มีใครเสียผลประโยช ฉนั้นตกลงตามนี้นะขอรับ”

“อืม~~ หึ? อือ”
บุรุษได้แต่สงเสียงเออออไปอย่างตามไม่ทัน

“งั้นเราเตรียมของจะออกเดินทางกันเลยขอรับ”
อู่เพ่งทำการพูดเองเออเอง ยิ้มอย่างเริ่งร่าอดใจไม่ไหวที่จะได้เจอหนังสือใหม่ๆ ปล่อยให้บุรุษเดินตามอย่างงงๆพร้อมครุนคิดตาม

@STAFF_Pixiu

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 2เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +77 ความหิว -7 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 77
STAFF_Pixiu + 5 + 300 -7 + 3

ดูบันทึกคะแนน

งืมๆ
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
พัดคุณชาย
กระบี่
คัมภีร์ขงจื้อ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x5
x10
x4
x25
x14
x10
x15
x4
x1
x30
x2
x30
x4
x1
x19
x10
x10
x1
x6
x44
x47
x1

2

กระทู้

18

โพสต์

1357

เครดิต

เงินชั่ง
122
เงินตำลึง
653
ชื่อเสียง
610
ความหิว
57
โพสต์ 2018-9-8 02:37:40 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย WuPei เมื่อ 2018-9-8 12:49

ร่างชายผู้หนึ่งกำลังอ่านหนังสือที่พึงซื้อมาด้วยจพนวยเงิน 700 ตำลึงเป็นหนังสือที่บันทึกถึงต่างแดน อย่างไม่ค่อยเข้าใจความหมายมากนัก พร้อมกับมีสายลมพัดผ่านร่างกายที่แสนบอบบางนี้จนหนาวสั่นไปทั้งร่าง อู่เพ่อ ค่อยๆเงยหน้าขึ้นอย่างมึนๆหัวเจ้าตัวค่อยๆ มองชม บรรยากาศรอบ จนไปเห็นบทกลอนต่างๆที่เขียนไว้บนเสาแดงเล็กๆ อู่เพ่อจึงค่อยๆเขยิบ ร่างกายนี้ไปไกล้ๆแล้ว ค่อยๆหยิบหมึกแท่ง และพู่กันที่ติดตัวไว้ตลอดๆ ค่อยๆฝนหมึกเล็กน้อยแล้วค่อยๆหยิบผู้กันจิ้มลงไปที่หมึกอย่างช้าๆและแผ่วเบา แล้วเขียนตรงกำแผงไปว่า
"สายลมโฉยเอือยไหลวนเย็นเฉียบ
เกลียวผ่านร่างดังใบหลิวลู่ลม
พินิตดอกบัวตูมในน้ำใสกระจ่าง
กลับชวนสงบใจอย่างประหลาดแท้นอ"

@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1ชื่อเสียง +25 ความหิว -16 ย่อ เหตุผล
Admin + 25 -16

ดูบันทึกคะแนน

งืมๆ
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
พัดคุณชาย
กระบี่
คัมภีร์ขงจื้อ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x5
x10
x4
x25
x14
x10
x15
x4
x1
x30
x2
x30
x4
x1
x19
x10
x10
x1
x6
x44
x47
x1
โพสต์ 2018-11-30 20:47:31 | ดูโพสต์ทั้งหมด

[เรียนรู้จากแม่ทัพเผิง]

[ไช่ฟ่านเหลียน]

บทที่ 5 เรียนผูกได้ย่อมเรียนแก้ได้ : ความวัวไม่ทันหาย (เหนื่อย) ความควายก็เข้ามาแทรก

 

ข้ากลับมาแล้ว...

หลังจากที่โดนแม่ทัพเผิงไล่ไปปราบกองโจรแถบชายแดนเมื่อสองปีก่อนด้วยคำสั่งกะทันหัน

จากขุนพลผอมแห้งในวัยสิบแปดปีหนาว กาลปัจจุบันแม้ใบหน้าข้าจะไม่ได้ดู... อืมก็ยังมีคนเรียกแม่นางอยู่ แต่ข้าว่าหน้าข้าก็มีเค้าความคมและสันกรามที่เด่นชัดมากขึ้น แถมไม่ได้ผอมแห้งเป็นไขมันหุ้มกระดูก หรือเนื้อแขนย้วย ๆ น่าบีบเล่นแล้ว กล้ามเนื้อที่พอจะเด่นชัดขึ้นมาก ยังไงเสียคนที่เคยเรียกข้าว่าแม่นางก็คงต้องคิดใหม่อีกที....

หรือที่ร้ายที่สุดคนอื่นก็อาจจะคิดว่าข้าเป็นพวกต้วนซิ่ว...

เออ.. ข้าก็ปล่อยแล้ว ข้าเหนื่อย

การที่ต้องอยู่กับพวกกองปราบโจรด้วยกัน ถ้าหากข้าไม่มีตำแหน่งขุนพลค้ำหัวอยู่ ผู้คนคงนินทาข้าแหลก ว่าท่านแม่ทัพส่งสตรีมาคุมกองทำไม?

สตรีบ้านเจ้าคุมกองทหารเหรอ! ปากดี!

สรุปคือข้าชินแล้ว

อ่านมาถึงตรงนี้พวกเจ้าคงคิดอยู่ว่าข้าทำอะไรหลังจากกลับมาจากการปราบกองโจร

ทำงานสิ!

ท่านแม่ทัพก็ใช้ข้าซะคุ้มเลย กลับมาได้ไม่ถึงสองสามวันงานก็เข้าใหม่ทันที ข้าหวังว่าหลังเกษียณอายุราชการจะไม่มีใครไปเคาะฝาโลงให้ข้าลุกขึ้นมาทำงานอีกนะ ข้าอยากนอนตายโง่ ๆ คนเป็นก็แก้ปัญหากันเอาเอง ตอนนั้นข้าตายแล้วก็ขอตายไปเลยเถอะ

ว่าแล้วข้าก็หมั่นไส้ท่านแม่ทัพไม่หาย!

 

ย้อนความก่อนหน้านี้

“เจ้ายังดูไม่ทันอะไรซักอย่างเหมือนเดิมเลยนะขุนพล” เสียงท่านแม่ทัพเรียกสติข้าจากภวังค์ คำพูดของเขายังคงทำให้ข้าแข้งขาหรือคิ้วกระตุกอยู่เสมอ

คือ... กล่าวเช่นนี้มา ท่านจะด่าข้าว่าหน้าโง่เลยก็ได้นะขอรับ

“ท่านก็ยังใช้คำพูดคำจาเถรตรงเช่นเดิมเลยนะขอรับท่านแม่ทัพ” ข้าขบกรามเบา ๆ หมั่นไส้ท่านแม่ทัพเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้โกรธเคืองอะไรมากนักเข้าใจว่าบางสิ่งก็ยากจะเยียวยาแล้วเช่นปากของท่านแม่ทัพเป็นต้น

“อืม..”

“ข้าว่าเจ้าพักมาพอสมควรแล้ว กลับไปทำงานเดิมสักทีเถอะ” อะไรนะขอรับข้าขออีกที!

“สามวัน?” นี่คือเยอะแล้วใช่ไหมขอรับ!

“คนหนุ่มมักไฟแรง กลับไปคิดแผนการรบเช่นเดิมไป เจ้าทำให้สงครามล่าช้า”

“....” แล้วข้าให้ท่านรอข้าเหรอ...

 

เหตุการณ์ก็เป็นเช่นนั้นแล..

ข้าขี่เจ้าอาชาสีขาวเฟยหลงเจ้าเพื่อนยาก ไปยังสถานที่หนึ่งซึ่งมีความสงบพอสมควร บรรยายกาศช่างร่มรื่นเหมาะกับการตกอยู่ในสภาวะทิ้งตัวเป็นอย่างยิ่ง

ตุบ!

ข้าโยนกระเป๋าลงแล้วนอนหนุนมัน ตอนนี้อยากทำใจให้สงบที่สุดเพื่อที่จะได้คิดแผนการต่อไป เสียงสายน้ำชั่งขับกล่อม แต่ที่ยิ่งทำให้ข้าอยากนอนต่อคือเสียงบุคคลที่กำลังท่องอะไรสักอย่างอยู่เสียมากว่า คราแรกข้าได้หาสนใจไม่ เพราะเสียงแผ่วนั่นดูฟังไม่ได้ศัพท์ อาจเพราะเสียงธรรมชาติกลบไปจนทุกเสียงผสมปนเปไปหมด

แต่ด้วยความที่ข้าก็แอบอยากรู้..

เออข้าเสือกก็ได้

เอาเป็นว่าข้าอยากใส่ใจอีกฝ่ายว่ากำลังทำอะไรอยู่นั่นล่ะ สุดท้ายข้าจึงลุกขึ้นแล้วย่องเบา ๆ ไปที่ศาลาอีกฝั่ง รูปร่างผอมเล็กกว่าข้าเกือบเท่าตัวปรากฏในสายตาข้า ในมือของเขาเหมือนถือปรัชญาอะไรสักอย่างซึ่งข้าเพ่งไปมาแล้วรู้สึกจะเป็นซุนจื่อ ดูไปดูมาคล้ายบัณฑิต

ยืนฟังไปฟังมา ประโยคนึงก็หลุดออกจากริมฝีปากสีเรื่อนั่น

ซึ่งข้าฟังไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่นัก...

สุดท้ายท้ายเท้าเจ้ากรรมก็พาข้าเดินมาทรุดนั่งข้างเขา พร้อมกับประโยคสิ้นคิดที่ข้าพึ่งเค้นออกมาหัวในการเริ่มต้นสนทนา

“ท่านบัณฑิตกำลังทำอะไรอยู่หรือขอรับ...”


@Admin 

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +5 คุณธรรม โพสต์ 2018-12-1 12:07

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -26 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -26 + 5

ดูบันทึกคะแนน

สวัสดี
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ม้าตี๋หลูทมิฬ
คัมภีร์ละติน
กราดิอุสทอง
กราดิอุสทอง(ซ้าย)
เกราะทองคำ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1000
x3000
x3000
x1
x1
x10
x100
x1
x15
x20
x10
x100
x1
x50
x50
x50
x30
x1
x17
x10
x58
x50
x20
x28
x24
x10
x80
x25
x20
x20
x2
x2
x3
x156
x25
x11
x4
x19
x2
x10
x10
x10
x10
x10
x15
x29
x45
x1
x1
x20
x25
x15
x15
x4
x180
x15
x20
x1
x1
โพสต์ 2018-12-2 00:03:17 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Fanlian เมื่อ 2018-12-2 06:42

[เรียนรู้จากแม่ทัพเผิง]

[ไช่ฟ่านเหลียน]

บทที่ 5 เรียนผูกได้ย่อมเรียนแก้ได้ : ถามจริง...ใครหน้าไหนสอนให้เจ้าขังคนที่ชอบไว้ในบ้าน

เออข้ารู้ เป็นใครหน้าไหนก็ไม่รู้มาทักก็ต้องมีสะดุ้งบ้างแหละ

แต่สะดุ้งจนกระโจนไปนั่งอีกฟากและหนังสือหนังหาล่วงนี่ข้าไม่เคยเห็น

ทั้งยังในสายตาเขายังมองเหมือนข้าเป็นตัวประหลาด ประมาณว่าสตรีบึกบึน...

“ข้าเป็นบุรุษนะขอรับ”

“ท่านรู้!” เออ... ข้าก็โดนมาทั้งชีวิตแล้ว ดูไม่ออกข้าจะไปกินหญ้าแทนเฟยหลงแล้วเอาจริง ๆ

ข้าพยักหน้าเบา ๆ เด็กหนุ่มพ่นลมหายใจแผ่ว ๆ แล้วก้มลงหยิบตำรงตำรา

“ข้าชื่อฟ่านเหลียน แซ่ไช่ขอรับ แล้วท่าน?” ข้าตัดสินใจไม่บอกตำแหน่งออกไป ส่วนหนึ่งก็เพราะแค่แผนการณ์คัดเลือกทหารที่ข้าง่าวคิดไม่ออก การที่จะไปบอกคนอื่นว่า

ออข้าเป็นขุนพลนะขอรับ ประจำอยู่อู๋จวิ้นมาชาติเศษแล้ว แต่ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันได้แค่หยิบมือ

ดูเลวร้ายกว่าโดนเรียกว่าสตรีเป็นเท่าตัว!

“ข้าเมี่ยวทงขอรับ” ข้าพยักหน้า

“สรุปท่านเป็นบุรุษใช่ไหมขอรับ” แล้วข้าเหมือนสตรีตรงไหน... เดี๋ยวก็แกล้งซะเลยดีไหมนะ?

“ข้าโกหกเจ้าค่ะ ความจริงข้าเป็นสตรีคุ้มกันขบวนสินค้า”

“ท่าน...เอ่อเจ้า..เอ้ยแม่นางต้องล้อข้าเล่นแน่ ๆ ใช่ไหมขอรับ”

“ก็ล้อเล่นน่ะสิ สตรีที่ไหนมีกล้ามเนื้อชัดเจนขนาดนี้บ้าง อีกอย่าง...” ข้าก้มลงมองแผ่นอกราบ

“ข้าไม่ได้แบน ข้าแค่ไม่มี”

“ท่านแกล้งข้าหรือขอรับ” เสียงหัวเราะแผ่วเบาดังคลอกับเสียงธรรมชาติ ข้าพยักหน้างึกงัก

“แค่เห็นว่าเจ้าเคร่งเครียดน่ะเลยอยากให้เลิกทำหน้าบึ้งเสียที”

“ว่าแต่ชื่อเจ้าดูคุ้น ๆ อยู่นะ เหมือนข้าเคยได้ยิน เจ้าเป็นบัณฑิต?”

“ไม่ใช่ขอรับ ข้าเป็นเพียงบุตรชายของตระกูลการค้าของอู๋จวิ้นเท่านั้น” เหมือนคำวิเศษณ์ช่วยทำให้ข้ารู้ว่าบุรุษตรงหน้าเป็นใคร... ตระกูลการค้าที่มีบุตรชายฉายแววฉลาดเฉลียวตั้งแต่เยาว์วัยในอู๋จวิ้น

เขาคือเจียงไท่กงน้อย…

“แต่ดูแล้วเจ้าคงจะชอบอ่านพวกปรัชญา แล้วก็กลยุทธด้วย... ใช่หรือไม่” ข้ายิ้มที่มุมปากเล็กน้อย เด็กหนุ่มมองที่ดวงตาของข้าเหมือนค้นหาอะไรบางอย่าง สุดท้ายแล้วรอยยิ้มบางจึงปรากฏขึ้น

“ท่านรู้แล้ว?”

“ใช่” พวกเราต่างเหม่อมองออกไปยังลำธารด้านหน้า กระแสน้ำไหลวนมองไปมองมาทำให้ในใจรู้สึกสงบลงไปมาก ข้าเอ่ยปากขึ้นก่อนเมี่ยวทง แต่สายตาก็ยังจับจ้องที่แม่น้ำอยู่เช่นเดิม

“ข้าโดนท่านแม่ทัพไล่ให้มานอนคิดเรื่องหนึ่ง แต่ข้าไม่เข้าใจเรื่องกลยุทธสงครามได้อย่างลึกซึ้ง นั่นเป็นสาเหตุที่ข้ามาที่นี่ แล้วเจ้าล่ะ”

“ข้ารู้สึกว่าที่นี่สงบขอรับ ข้าชอบมานั่งอ่านตำราที่นี่ มันทำให้ข้ารู้สึก... สบายใจ”

“อืม...”

“ท่านบอกว่าท่านแม่ทัพไล่ให้มาคิด..? ท่านเป็นทหาร?”

“ประมาณนั้นแหละ แต่ข้ารู้สึกว่าตัวเองดูโง่งมน่ะ ไม่ค่อยอยากเรียกตัวเองว่าทหารเท่าไหร่ เพราะข้าดันไม่เก่งเอาเสียเลย”

“ไม่มีใครเก่งมาตั้งแต่เกิดหรอกนะขอรับ”

“ข้ารู้... แต่มันก็อดคิดไม่ได้นี่นา” เมี่ยวทงนิ่งไปสักพัก ส่วนข้าก็ยังนั่งจมกับความคิดจนลืมคำถามก่อนหน้าที่จะมาสนทนากับอีกฝ่ายหมดสิ้น แผ่นหลังแน่นปล่อยราบไปกับพื้นศาลา เปลือกตาปิดสนิท อยากจะนอนสักตื่น… แต่เสียงทุ้มกับทำให้ดวงตาของข้าเปิดขึ้นอีกครั้ง

“ในการเปลี่ยนแปลงเก้าประการ มีอยู่ข้อหนึ่งกล่าวไว้ว่า เมื่อจำเป็นต้องปฎิบัติตามหน้าที่ขอให้ท่านจงปฎิบัติด้วยความกล้าหาญปราศจากความลังเล เพราะท่านได้รับมอบหมายให้เป็นผู้นำกองทัพเพื่อเอาชนะข้าศึก และการปฎิบัติของท่านจะตรงกับคำสั่งทหารได้ก็ต่อเมื่อ ท่านสามารถประเมินสถานการณ์ได้ถูกต้องตามความเป็นจริงที่เผชิญอยู่” เจียงไท่กงแห่งอู๋จวิ้นอดแนะนำถ้อยความในสามสิบหกกลยุทธ์ซุนหวู่ให้ทหารท่านนี้ไม่ได้ ในเมื่ออีกฝ่ายคือทหารหาญพร้อมทำคุณให้แผ่นดิน ตนก็เข้าใจดีว่าบ่อยครั้งทหารใหม่จำต้องใช้ความกล้าเพื่อตัดสินใจเรื่องราวต่างๆ ชายหนุ่มสอบถาม

“สิ่งใดที่ขัดขวางท่านกับอุปสรรคตรงหน้านั่นก็คือความกังวล ท่านทหาร...แล้วเรื่องที่ท่านกังวลคือสิ่งใด”

“ข้า… ไม่รู้สิ ข้าไม่รู้จะตอบเจ้ายังไง แต่นั่นแหละทุกสิ่งทุกอย่างในใจข้ามันก็ถูกเรียกว่าความกังวล อาจจะเพราะข้าเป็นเพียงเด็กใหม่ ข้าไม่มั่นใจในกำลังและฝีมือตนเอง.. ล่ะมั้ง” ข้าลุกขึ้นนั่ง พยายามคิดทบทวนเรื่องราวที่กังวลภายในจิตใจ แต่คิดอย่างไรก็คิดไม่ออกราวกับมีเมฆหมอกมาบดบังวิสัยจนหาทางไม่เจอ

“...นั่นไม่แปลก ลองดูอย่างครั้งที่ฉู่ป้าอ๋องถูกหานซิ่นไล่ต้อนเข้าหุบเขาน้ำเต้า จนถูกปิดล้อม หนนั้นมิใช่เพราะกำลังทหารด้อยกว่า แต่เป็นเพราะขวัญกำลังใจทหารสูญเสียไปจากการได้ยินเพลงแคว้นฉู่ จึงเข้าใจว่ามาถึงทางตัน ท่านทหารอย่าได้กังวลบางครั้งหนทางนั้นยังมีอยู่เพียงแค่เรายังหาไม่เจอ” เมี่ยวทงส่งยิ้มให้อีกฝ่ายพลางเก็บตำราที่นำมาในวันนี้ ทุกคนย่อมมีปัญหาโดยเฉพาะปัญหาของตนเองมักหาทางแก้ไขเองไม่พบ บางทีการได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกันอาจทำให้เขาคิดวิธีดีๆ ได้

“เมี่ยวทง ข้าขอบคุณสำหรับเรื่องนี้ ความจริงแล้วหากข้าไม่พบเจ้า ก็เห็นทีจะคิดไม่ออก” ข้ายิ้มให้อีกฝ่าย พลางเปลี่ยนประเด็นสนทนาเป็นเรื่องอื่น อย่างน้อยที่สุดข้าก็สามารถจัดการความคิดตกค้างภายในใจได้เสี้ยวหนึ่ง ทั้งข้าและเขาต่างแลกเปลี่ยนประเด็นที่น่าสนใจในเรื่องของกลยุทธ์ บางสิ่งที่ข้าไม่เข้าใจเขาก็เสนอแนะ บางสิ่งที่ข้ารู้ไม่ลึกเขาก็ชี้แจงจนชัดเจน จนข้ารู้สึกเหมือนศิษย์เจ้าสงสัยคุยกับอาจารย์ใจเย็นเสียอย่างนั้น บทสนทนาถูกดำเนินมาระยะหนึ่งจนกระทั่งเสียงเอ่ยเริ่มแผ่วเบา ใบหน้าของเมี่ยวทงยังปรากฎรอยยิ้ม หากแต่ในครานี้ที่ข้าสังเกตเห็น

มันคือรอยยิ้มเคลือบความวิตกกังวล

ตัวข้าไม่ได้ซักไซร้มากความในครั้งแรกเพราะยังรู้สึกไม่สนิทสนมถึงขั้นก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของเมี่ยวทงนัก แต่ในตอนนี้เล่า… ข้าสามารถเอ่ยได้บ้างแล้วหรือยังกันนะ

“เมี่ยวทง.. วันนี้เจ้าได้ชี้แนะข้า มีประโยคนึงที่เจ้าเอ่ยกับข้าว่าข้าอย่าได้กังวลเพราะทุกปัญหาย่อมมีทางแก้ไข การที่ข้าเห็นสหายเป็นเช่นเดียวกับข้าในคราแรก มันก็ทำให้ข้ารู้สึกอยากช่วยเจ้าเช่นเดียวกับที่เจ้าช่วยข้า แต่ข้า...ไม่ได้รู้ปัญหาของเจ้าด้วย ฉะนั้นแล้วหากไม่สบายใจอะไรก็เอ่ยขึ้นมาเถิด ข้าจะช่วยเจ้าเฉกเช่นเจ้าที่ช่วยเหลือข้า”

บุรุษในชุดบัณฑิตนิ่งเงียบไปคล้ายกำลังครุ่นคิด อีกฝ่ายพูดจาด้วยทำให้ตนรู้สึกสบายใจขึ้นก็จริง แต่เมื่อนึกถึงปัญหาที่เขาแก้ไม่ตก ‘ปัญหาทางใจ’ ตนก็คล้ายซึมเศร้าลงฉับพลัน

“อันที่จริงตัวข้าถูกยกย่องว่าสติปัญญาเฉลียวฉลาด แต่กลับไม่เคยคิดว่าตนเองเป็นเช่นนั้นเมื่ออยู่ต่อหน้าสตรีที่รัก ดูเอาเถิดยกกี่วิธีการก็ไม่สามารถทำให้นางหันมาพึงใจ ทำตามที่คนสนิทแนะนำทุกอย่าง พาตัวนางมาอยู่ที่จวนไม่ล่วงเกินให้นางมีอาหารกินดีอยู่ดี สุดท้ายแล้วก็ไร้ผลนางไม่ชายตาแลข้าแม้สักน้อย” เมี่ยวทงถอนหายใจอย่างจนแต้ม กับเรื่องหัวใจไม่ว่าฉลาดเพียงใดเหมือนจะไม่ช่วยเหลือนัก

“...” ก็เจ้าไปลักตัวเขามา เขาจะรักเจ้าอยู่หรอก ฉลาดปราดเปรื่องทุกเรื่อง ตกม้าตายเรื่องความรัก

“ข้าขอถามด้วยความสัตย์จริงเจ้าพาเขามาอยู่ด้วย แต่เขาเต็มใจหรือไม่...”

“.................” เมี่ยวทงมิได้ตอบคำ สะอึกไปครั้งนั้นเหมือนนางจะไม่เต็มใจอยู่หน่อยๆ

“แต่ว่า… ข้าจริงใจต่อนาง ทางบ้านนางลำบากมากขนาดข้าวสารยังไม่พอกรอกหม้อ ข้ากับนางสนิทกันมาแต่เล็ก ข้า...แค่อยากให้นางใช้ชีวิตสุขสบาย”

“เจ้ารู้จักคำว่าเกี้ยวหรือไม่? รู้จักคำว่าขั้นตอนหรือเปล่า? ข้าว่าคงต้องเริ่มตั้งแต่แรก...”

“เกี้ยวพา… ข้าใช้เงินจำนวนมากจ่ายให้ผู้เชี่ยวชาญหลายคนมาสอนและบอกเล่าวิธีเอาใจสตรีแล้วแต่ทั้งหมดนั้น ล้วนไม่ได้ผลกับนางเลย ท่านทหารข้าควรทำยังไงดี ข้า..ไม่เข้าใจสตรีนัก”

“ฟังข้านะเมี่ยวทง ข้าคิดว่าเจ้าไม่จำเป็นจะต้องไปจ้างใครมาสอนเจ้าเกี้ยวคนที่เจ้าชอบเลยด้วยซ้ำ สิ่งที่เจ้าพึ่งทำให้นางอันดับแรกเลยคือการมีความพยายามและความจริงใจที่จะชนะใจทางด้วยตัวเจ้าเอง ตัวเจ้าเจ้าย่อมต้องรู้ดีสิว่านางชอบ ไม่ชอบอะไร ข้าจะบอกให้นะการเกี้ยวพาก็เหมือนเครื่องประดับหากใช้งานไม่เหมาะสมอย่างไรเสียก็ต้องเปลี่ยนจริงหรือไม่?”

เมี่ยวทงแปลกใจเล็กน้อยที่จู่ๆ อีกฝ่ายคล้ายจริงจังขึ้นมากับปัญหาของเขา ทั้งได้เปิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับการเกี้ยวพาสตรี

“ที่แท้ตลอดมา ข้าพยายามแล้วแต่ยังขาดความจริงใจ...ขาดความพยายามทำความเข้าใจนางนี่เอง ท่านทหารรบกวนช่วยข้าแนะนำทีเถอะว่าต้องทำอย่างไร ตำราคัมภีร์ข้าเมี่ยวทงล้วนแตกฉานแต่สำหรับจิตใจของนางอันเป็นที่รัก… ข้ารู้สึกมืดแปดด้านเหลือเกิน”

“ความจริงใจเป็นสิ่งสำคัญฉันใด ความใส่ใจก็เป็นสิ่งสำคัญฉันนั้น คิดตามข้านะ หากเจ้าพยายามประเคนทุกสิ่งทุกอย่างให้นางแต่หากสิ่งนั้นนางไม่ได้ปราถนา เจ้าก็ติดลบในสายตานางอยู่ดี ฉะนั้นแล้วเจ้าควรเอาใส่ใจนาง รู้ว่าอะไรที่นางชอบไม่ชอบหัดสังเกตกิจวัตรหรือสิ่งที่นางโปรดปราน เว้นระยะห่างแต่พอดี อีกอย่างสำคัญมากห้ามลืม อย่าลืมแสดงความจริงใจด้วยการขอโอกาสที่จะแสดงให้เห็นและปรับตัวให้เข้ากับนางได้”

บุรุษในชุดบัณฑิตพยายามไตร่ตรองในสิ่งที่ได้รับ บางทีเขาอาจทำผิดตั้งแต่ต้น บางทีตนอาจเชื่อคนสนิทมากเกินไปจนลืมให้คุณค่ากับสิ่งสำคัญนั่นคือ ‘ความรู้สึก’

@Admin 


แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับความสัมพันธ์กับ เมี่ยว ทง เพิ่มขึ้น 50 โพสต์ 2018-12-2 17:11
คุณได้รับ +8 คุณธรรม +2 ความโหด โพสต์ 2018-12-2 17:11
คุณได้รับ +10 คุณธรรม +2 ความโหด โพสต์ 2018-12-2 17:11

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +50 ความหิว -36 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 50 -36 + 5

ดูบันทึกคะแนน

สวัสดี
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ม้าตี๋หลูทมิฬ
คัมภีร์ละติน
กราดิอุสทอง
กราดิอุสทอง(ซ้าย)
เกราะทองคำ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1000
x3000
x3000
x1
x1
x10
x100
x1
x15
x20
x10
x100
x1
x50
x50
x50
x30
x1
x17
x10
x58
x50
x20
x28
x24
x10
x80
x25
x20
x20
x2
x2
x3
x156
x25
x11
x4
x19
x2
x10
x10
x10
x10
x10
x15
x29
x45
x1
x1
x20
x25
x15
x15
x4
x180
x15
x20
x1
x1
โพสต์ 2018-12-7 12:03:23 | ดูโพสต์ทั้งหมด

[ช่วยเจียงไท่กงน้อย]

[ไช่ฟ่านเหลียน]

บทที่ 5 เรียนผูกได้ย่อมเรียนแก้ได้ : น้องชาย...เขาไม่คุยเจ้าก็ด้านไว้สิ

 

สิ้นสุดบทสนทนาสุดท้ายพลัน ฟ่านเหลียนก็ได้ตระหนักถึงบางสิ่ง อันเป็นความเป็นจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้แต่เขาก็ยังอาจหาญไปสอนสั่งคนที่รู้จักคำว่ารักอย่างลึกซึ้งกว่าเขาเสียแล้ว ริมฝีปากเรื่อขบเม้มแล้วถอนหายใจอย่างเชื่องช้า อันความเป็นจริงที่ว่าเขา ไม่มีภรรยา!’ ที่เอ่ยสอนเอ่ยแนะนำเมี่ยวทงนั้น มาจากทัศนคติส่วนตัวของฟ่านเหลียนล้วน ๆ ไม่มีสิ่งใดเจือปน ฟ่านเหลียนไม่ค่อยเข้าใจประเพณีบางอย่างเกี่ยวกับการมีสตรีผู้หนึ่งมาเป็นศรีภรรยาของแว่นแคว้นนัก เขารู้แค่ว่าหาก รู้สึกว่ามีใจชอบพอ ก็ควรที่จะขวนขวายและหาทางที่จะได้รักกับอีกฝ่าย

แต่สายตาอ้อนวอนนี่มันอะไรกันฮะ เมี่ยวทง!’ ตาเฉี่ยวเหลือบมองอีกฝ่ายพลัน เหงื่อที่ขมับไหลซึมเล็กน้อย อยู่ ๆ เขาก็รู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ คับคล้ายคับคราว่าจะต้องมีปัญหาอีกร้อยแปดพันประการพุ่งเข้าชนอีกไม่ช้า ภายในใจขอเขาอยากจะยกนิ้วชี้ ชี้ที่ตัวเองแล้วพูดว่า หว่อ? (ฉัน?) ในสถานการณ์ที่รู้กันดี ฟ่านเหลียนเป็นขุนพลอู๋จวิ้นมาหลายปีหนาว จับและใช้สติปัญญาในเรื่องสมรภูมิ สงครามและกองทัพ ครั้นจะลองเปลี่ยนมาเป็นขุนพลคลั่งรักชั่วคราว...

ไม่... ฟ่านเหลียนขอใช้คำใหม่ ครั้นจะเปลี่ยนมาเป็นพ่อสื่อมันก็แอบรู้สึกขัดเขินไม่ได้อยู่ดี สมัยตอนเขาอายุสิบห้าปีหนาวตอนนั้นเขายังคงปีนกำแพงแล้ววิ่งออกจากบ้านตัก ๆ เป็นว่าเล่น เฮ้อ... เด็กสมัยนี้โตไวเหลือเกิน คิด ๆ ย้อนไปแล้วก็รู้สึกแก่ทันที ทั้งที่อายุเขาเพียงยี่สิบปีหนาวเพียงเท่านั้นเอง

“ท่าน...”

“ข้ารู้แล้ว” มือที่มีความหยาบกร้านเล็กน้อยเพราะจับอาวุธมานาน ยกมือห้ามเสมือนพระพุทธรูปปางค์ห้ามญาติ แค่ดวงตาและทำพูดที่ออกมาเขาก็ย่อมรู้ว่าเมี่ยวทงต้องการสิ่งใด ก็เจ้าตัวเล่นเล่าเรื่องจ้างพ่อสื่อมาสอนถึงที่จวนให้ฟัง และคราวนี้ก็คงไม่พ้นเช่นเดียวกับครั้งที่อีกฝ่ายจ้าง เพียงแต่ครั้งนี้คงเป็นการขอร้องเขาเสียมากกว่า

“ท่านรู้แล้ว!เมี่ยวทงทำหน้าคล้ายตอนที่รู้ว่าข้าเป็นบุรุษ ไม่ผิดจากชั่วเวลาที่แล้วนัก เวลาตกใจเขาเป็นอย่างนี้เสมอหรือ? เป็นคำถามที่อยู่ในใจฟ่านเหลียนหากแต่ไม่ได้ต้องการคำตอบที่จริงจังนัก ใบหน้าของฟ่านเหลียนพยักเป็นเชิงตอบรับ ก่อนจะเอ่ยต่อไป

“มองตาก็เห็นยันคอหอยเจ้า”

“เอ้ะ ข้าว่ารูปประโยคมันแปลก ๆ นะขอรับ มันไม่ใช่เพียงอ้าปากก็เห็นลิ้นไก่หรือ?” ทีอย่างนี้ล่ะฉลาดยิ่งนัก ฟ่านเหลียนพยายามฝืนลูกตาให้ไม่กรอกไปมา เขายังไม่อยากตาเขแค่เพราะเด็กหนุ่มคลั่งรักไม่รู้วิธีจีบข้าวจนต้องขังนางไว้ที่จวน! รู้สึกประสาทจะกินหรอมร่อ แต่ร่างกายก็ยังฮึบบอกว่าตัวข้ายังปลอดภัยดี สติสัมปชัญญะยังเป็นปกติ

“เครือ ๆ กันนั่นแหละ เจ้าช่วยทำเป็นลืมสำนวนไปชั่วครู่จะได้หรือไม่ ยังไงเสียเรื่องที่สำคัญมากที่สุดตอนนี้ก็คือเจ้าอยากให้ข้าช่วยใช่หรือไม่ใช่...” ฟ่านเหลียนเปลี่ยนประเด็น ยังไงเสียเด็กหนุ่มคนนี้ก็ช่วยเขาเรื่องยุทธวิธีรบแล้ว และเขาก็ก้าวเข้ามาใส่ใจเรื่องของอีกฝ่ายเสียครึ่งตัวแล้ว หากไม่ช่วยต่อก็รู้สึกแปลก ๆ อยู่ ประมาณว่าบุญคุณต้องทดแทน... ส่วนหากเมี่ยวทงทำอะไรให้เขาหงุดหงิด เขาจะแกล้งเจ้านั่นทบต้นทบดอกเลย!

เมี่ยวทงพยักหน้า “ไม่ว่าข้าจะทำอย่างไร นางก็แทบไม่ปริปากอันใดกับข้าเสียเลยด้วยซ้ำ ทั้งที่ข้าพยายามทำตามที่คนสนิทเอ่ยบอก ท่าน...”

“ช่วยเอ่ยกับนางแทนข้าได้หรือไม่”

เพ่ย! นั่นว่าที่ภรรยาเจ้านะเว้ย! มาให้คนนอกพูดได้อย่างไรกัน ไม่ได้ ไม่ได้!’

“เมี่ยวทง เรื่องนี้น่ะเจ้าจะต้องเป็นผู้จะ —”

“หากข้าเป็นคนเอ่ยปากนางก็คงไม่มีวันฟังและเชื่อ ฉะนั้นแล้วข้าขอร้องล่ะขอรับ” คำพูดที่เหลือถูกเก็บงำไว้ ฟ่านเหลียนเม้มริมฝีปากคิดไม่ตก ภายในใจก็ได้แต่รั้นเถียงว่ามันไม่ถูกต้อง ไม่ใช่เพราะคำว่าปัญหาใครผู้นั้นก็จัดการเอง แต่เป็นเพราะว่าความรักเป็นเรื่องละเอียดอ่อน การที่ให้คนนอกแบบเขาเข้าไปช่วยมันจะกลายเป็นการเพิ่มรอยร้าวแทนการประสานรอยร้าวแทนหรือไม่ แต่เมื่อก้มหน้าลงไปมองอีกฝ่าย สายตาอ้อนวอนนั่นก็ทำเอาใจเขาแทบอ่อนลง สุดท้ายฟ่านเหลียนจึงพยักหน้างึกงักรับคำว่าจะช่วย

เมี่ยวทงยิ้มร่าพลางเอ่ยขอบคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเขาต้องบอกให้พอ “แต่ข้าไม่รับปากนะว่านางจะพูดกับเจ้าหรือไม่ ข้าจะช่วยให้ถึงที่สุดที่คนอย่างข้าจะพึงทำได้ แล้วก็เจ้าด้วยช่วยพยายามให้ถึงที่สุดอย่างที่ข้าบอกด้วยล่ะ” เมี่ยวทงยิ้มรับ ส่วนฟ่านเหลียนก็ถอนหายใจภายในใจเพียงลำพัง รอยยิ้มหวานรับกับใบหน้าอีกฝ่ายชั่งดูเหมาะสมยิงกว่าใบหน้าที่เต็มไปด้วยร่องรอยขุ่นมัวของความเศร้าหมอง แม้จะมีเพียงเศษเสี้ยวของความหวัง เขาก็ยังยิ้มรับได้ ความรักนี่น่าประหลาดจริงแท้

คนที่ไม่เข้าใจความรัก ไม่เคยมีภรรยา และไม่คิดว่าตนเองจะหาภรรยาได้ ก็เอาแต่ภาวนาให้สิ่งที่อีกฝ่ายมุ่งปรารถนาจะประสบเร็วพลัน เส้นผมสีถ่านปลิวไสวไปตามแรงลมที่โบกสะบัด ความรักครั้งนี้ของเจ้าเด็กหนุ่มจะหลุดลอยหายไปเช่นโคมไฟต้องลมหรือไม่ หรือจะเป็นดอกไม้หนึ่งเดียวที่ยังคงได้หยั่งรากลึก ณ จุดเดิม เขาไม่รู้เลย... ทุกสิ่งขึ้นอยู่กับพวกเขาทั้งคู่เท่านั้น

“แล้วเจ้าจะให้ข้าทำอะไร...”

“ข้าอยากให้ท่านช่วยพูดกับนางประมาณนี้ขอรับ......”

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +8 คุณธรรม +2 ความโหด โพสต์ 7 วันที่แล้ว

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +50 ความหิว -42 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 50 -42 + 5

ดูบันทึกคะแนน

สวัสดี
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ม้าตี๋หลูทมิฬ
คัมภีร์ละติน
กราดิอุสทอง
กราดิอุสทอง(ซ้าย)
เกราะทองคำ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1000
x3000
x3000
x1
x1
x10
x100
x1
x15
x20
x10
x100
x1
x50
x50
x50
x30
x1
x17
x10
x58
x50
x20
x28
x24
x10
x80
x25
x20
x20
x2
x2
x3
x156
x25
x11
x4
x19
x2
x10
x10
x10
x10
x10
x15
x29
x45
x1
x1
x20
x25
x15
x15
x4
x180
x15
x20
x1
x1

ข้อความล้วน|อุปกรณ์พกพา|

Copyright © 2001-2012 | The Legend of Wulin  สงวนลิขสิทธิ์ | GMT+7, 2018-12-18 21:14

ขึ้นไปด้านบน