กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบอุปกรณ์พกพา | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์
ดู: 166|ตอบกลับ: 3

{ เมืองซางหยง } ร้านข้าวหลินจือ

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2017-9-24 14:44:04 |โหมดอ่าน




ร้านข้าวหลินจือ







ร้านข้าวตามสั่งตราบเท่าที่วัตถุดิบของเถ้าแก่จะเอื้ออำนวย

ของขึ้นชื่อของร้านคือผัดผักเจ็ดอย่างที่อุดมไปด้วยวิตามินและประโยชน์มากมายซึ่งแม้แต่เด็กเล็กๆ

ก็ยังนิยมชมชอบในรสชาติที่ยากจะบรรยายนั้นจนกระทั่งเลิกทานเนื้อเข้าสู่หนทางแห่งการกินเจเลยทีเดียว

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 2

ดูบันทึกคะแนน

23

กระทู้

149

โพสต์

1หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
1248
เงินตำลึง
125714
ชื่อเสียง
8682
ความหิว
223
เซ็น
เลเวล 1

ยายะ

pet
 เจ้าของ| โพสต์ 2017-9-24 22:33:32 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Melonpang เมื่อ 2017-10-3 20:57


เรื่องราวที่หก - [ คำสัญญาของเงาดำ(ปลาย) ]





     " ---ขออภัยด้วยเจ้าค่ะ! "

     หลังจากที่เดินมายังโซนการค้าแล้วเลือกเข้ามาในร้านอาหารร้านนึงก่อนที่จะหาที่ว่างๆ --ซึ่งก็ว่างซะส่วนใหญ่เพราะยัง
เป็นยามเช้าอยู่เลยนั้น จู่ๆยาตะการาสึก็ทรุดตัวลงก้มหัวแน่บชิดติดกับพื้น
     " เป็นความผิดของข้าน้อย-- ทั้งๆที่จะต้องอยู่ข้างกายตลอดเวลาแท้ๆ--! "
     " ............ "
     " เป็นความผิดของข้าน้อยเจ้าค่ะ--! โทษนี้สมควรตายนับหมื่นครั้ง--!! "
     " ...อย่าเชียวนะ "
     หมิงเย่เสวียหยุดสาวน้อยด้านหน้าของนางที่ทำท่าจะชักดาบออกมาจริงๆ ก่อนที่จะเอือมมือเข้าไปพยุงให้นางลุกขึ้น
     " ก่อนอื่น--เรามาทานอะไรกันหน่อยเถอะนะ "
     " ต-..แต่ "
     " น่า... "
     พูดแล้วก็ฉุดเธอขึ้นมา แล้วก็จับมานั่งข้างๆกันก่อนที่จะยกมือสั่งอาหารมา
     แม้ว่าจะอิดออดในทีแรก แต่เมื่ออาหารเข้าปาก สาวน้อยร่างเล็กนี้ก็เหมือนกับที่เคยเห็นครั้งล่าสุด นางนั้นยกมือจับอาหาร
จำนวนมากเข้าปากราวกับตายอดตายอยากมาจากไหน
     " อุบ--lll "
     " ....ค่อยๆกินสิ "
     สุดท้ายก็ติดคอเหมือนกับยามที่พบกันเมื่อครั้งแรกจนได้ แต่ดีกว่าที่ยามนี้ดูเหมือนว่าจะหยิบชาที่อยู่ข้างๆไปแทนกระบอก
สมุนไพรของนาง
     " ...! --แอ๊ะ ขมเจ้าค่ะ!! "
     .....ดูเหมือนว่าชาร้อนนั้นจะผสมสมุนไพรลงไปด้วย
     หมิงเย่เสวีย นางนั้นกะจังหวะรออยู่ครู่นึง ก่อนที่จะขยับเก้าอี้เพื่อหันหน้าไปทางยาตะการาสึ
     จากนั้น จึงเอื้อมมือไปกุมกับมือของสาวน้อยที่กำลังสวาปามอาหารข้างๆนาง
     " ...ท่านหมิง? "

     " ---ขอบคุณ "

     หมิงเย่เสวียกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นน้อยๆ
     ยาตะการาสึที่เห็นท่าทางของนางแบบนั้นก็เกิดลนลานขึ้นจนทำอะไรไม่ถูก และหยุดการกินอาหารลง
     " ขอบคุณจริงๆ...ที่มาช่วยข้า "
     นางกล่าวออกมาจากใจจริง... ทว่ายาตะการาสึกลับมีสีหน้าท่าทางที่ลำบากใจกว่าเดิม
     " ม- ไม่ ไม่ นั่นเป็นสิ่งที่ข้าควรทำอยู่แล้วเจ้าค่ะ "
     " ทำไมละ? "
     พอถูกนางถามกลับไป สาวน้อยตรงหน้าที่มีสีหน้าลำบากใจขึ้นมา
     ทว่าหมิงเย่เสวียในตอนนี้ไม่สนใจเรื่องนั้น แล้วก็ถามต่อไป
     " ความจริงแล้ว---เจ้ารู้จักข้าอยู่แล้วใช่ไหม? ...--ตั้งแต่แรก "
     " อะ..คือว่า..เรื่องนั้น "
     ยาตะการาสึนั้นมีสีหน้าลำบากใจเมื่อโดนถามตรงๆ ก่อนที่จะเงียบไปครู่นึงแล้วก็พูดตอบกลับมาว่า
     " ...ทำไมถึงคิดเช่นนั้นละเจ้าคะ "
     " ง่ายมาก.. "
     หมิงเย่เสวีย นางนั้นถอนมือออกจากสาวน้อยตรงหน้านางก่อนจะยกมันขึ้นมาแน่บเหนืออกของตนเอง
แล้วพูดต่อไปว่า

     " เพราะข้ายังมีชีวิตอยู่ยังไงละ "

     นางพูดออกไปด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน ยาตะการาสึที่ได้ยินดังนั้นก็ก้มหน้าลงโดยไม่ได้พูดอะไรออกมา หมิงเย่จึงพูด
สิ่งที่นางคิดต่อไปว่า
     " ข้าอาจจะอ่อนแอและไม่ค่อยรู้ประสาไปบ้าง "หมิงเย่เสวียเว้นจังหวะเล็กน้อย" ...แต่ข้าไม่ได้งี่เง่า......ถึงขนาดไม่รู้
ว่า'มีใครบางคน'กำลังตามปกป้องข้านับตั้งแต่ก้าวแรกที่ข้าออกมาจากบ้านหรอกนะ "
     นางพูดช้าๆด้วยน้ำเสียงเรียบ
     ใช่แล้ว ---การที่เด็กสาวที่ไม่เคยออกจากอาณาเขตป่าซึ่งเป็นบ้านเกิดตั้งแต่จำความได้อย่างนาง จะสามารถเดินทาง
ไปกว่าหลายสิบไมล์จากเมืองสู่เมืองโดยที่ไม่มี 'อันตรายถึงชีวิต' เกิดขึ้นเลยแม้แต่ครั้งเดียวนั้นมัน 'เป็นไปไม่ได้'
     แม้จะไม่ค่อยรู้เรื่องโลกภายนอก แต่หมิงเย่เสวียก็รู้ดีว่า ภายในดินแดนร้างไร้ที่กว้างใหญ่ไพศาลนี้นั่นมีอันตรายกระจาย
อยู่ทั่วทุกพื้นที่นานัปการ
     การที่นางสามารถเดินทางได้อย่างราบรื่นตลอดเส้นทางนั้นถือเป็นเครื่องมือยืนยันอย่างดี
     ทว่ายาตะการาสินั้นกลับส่ายหน้าเป็นเชิงไม่ยอมรับ
     " ด้วยเหตุผลเพียงแค่นั้น--... "

     " ครั้งนึง ตอนที่ข้าตกอยู่ในอันตราย คนที่สำคัญที่สุดในชีวิตข้าก็เคยทำสายตาเช่นนั้น "

     หมิงเย่เสวีย นางนั้นพูดขัดสาวน้อยตรงหน้าขึ้น ก่อนจะยื่นมือทั้งสองข้างขึ้นไปแตะแก้มของยาตะการาสึ
     " สายตาของเจ้าในตอนนั้น .......เหมือนกันกับเขาเลย "
     " .........ข้าน้อย "
     ยาตะการาสึนั้นราวกับอับจนคำพูด สาวน้อยด้านหน้านางนั้นราวกับกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างก่อนจะค่อยๆถอนหายใจ
ออกมา




     " เช่นนั้น....เจ้าก็รู้จักกับท่านพ่ออย่างนั้นหรือ "
     " เจ้าค่ะ "
     สุดท้าย หลังจากที่ถูกนางเซ้าซี้และกดดันด้วยสายตาอยู่ครู่นึง สาวน้อยตรงหน้านางก็ยอมแพ้แล้วก็เล่าเรื่องราวทั้งหมด
     หลังจากที่ฟังเรื่องราวทั้งหมดแล้ว หมิงเย่เสวีย นางก็นึกย้อนกลับไปยังอดีต
     มีบางครั้งจริงๆที่ท่านพ่อของนางต้องออกเดินทางไกลด้วยเหตุผลบางอย่าง แต่ไม่นึกว่าจะมีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นด้วย
     " ถ้างั้น....หลังจากนี้เจ้าจะทำอะไรต่อละ? "
     " เอ๊ะ? "
     หมิงเย่เสวียหันหน้าไปถามเข้ากับยาตะการาสึ ทว่าสาวน้อยตรงหน้านางกลับทำสีหน้าหลอหล๋าออกมา พอเห็นเช่นนั้น
นางจึงพูดต่อไปว่า
     " สัญญาที่ให้ไว้กับพ่อของข้า....ดูเหมือนว่าเจ้าจะรักษามันไว้เป็นอย่างดีและเสร็จสิ้นลงแล้วใช่ไหม.....เช่นนั้นก็ไม่มี
เหตุผลใดที่จะต้องมาคุ้มครองข้าอีกต่อไปแล้ว "
     " ..... "
     ทั้งสองได้เงียบเสียงลง เสียงที่เล็ดลอดออกมาในยามนี้ มีเพียงจำนวนผู้คนที่ค่อยๆเข้ามาในร้านอาหารแห่งนี้มากขึ้น
เท่านั้น
     หลังจากความเงียบที่น่าอึดอัดผ่านไปได้ครู่นึง สาวน้อยร่างเล็กตรงหน้าของนางก็เงยหน้าขึ้นมา
     " ข้าน้อย......มีเรื่องที่จะขอร้องท่านหมิงเย่เสวียเจ้าค่ะ "
     ยาตะการาสึนั้นเว้นจังหวะครู่นึง ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกๆแล้วกล่าวต่อไปว่า
     " ได้โปรดให้ข้า--- "
     " เดี๋ยวก่อน "
     ทว่ากลับโดนหมิงเย่เสวียขัดขึ้นมาก่อน

     " ก่อนหน้านั้น ...ให้ข้าได้กล่าวอะไรก่อน....อย่างนึง "
     นางนั้นพูดออกมาสั้นๆ ...ก่อนจะค่อยๆทำท่าทางลุกลี้ลุกลนหันซ้ายหันขวา
     " ? "
     ยาตะการาสึที่แม้จะลอบติดตามหญิงสาวผู้นี้มาตลอดเป็นระยะเวลายาวนานก็รู้สึกแปลกใจกับท่าทีเช่นนั้นของนาง
     ก่อนอื่น ควรทราบว่าปกติแล้วนั้น ภาพลักษณ์ของหมิ่งเย่เสวียในสายตาของสาวน้อยผู้นี้ก็คือหญิงสาวที่ไม่ค่อยจะพูด
อะไรออกมาสักเท่าไหร่ ขี้กลัวเล็กน้อยและไม่ค่อยแสดงออกทางสีหน้านัก
     หมิงเย่เสวีย นางนั้นเผยให้เห็นสีหน้าที่แดงระเรือขึ้นเล็กๆราวกับว่าสิ่งที่นางจะกล่าวต่อไปนี้เป็นสิ่งที่น่าอายที่สุดในชีวิต
ของนาง
     หลังจากที่เตรียมใจครู่นึง นางก็เริ่มกล่าวว่า
     " ข้านั้นเป็นเพียงแค่สามัญชน..เป็นเพียงแค่คนธรรมดาที่หาได้ดาษดื่นตามท้องถนน "
     แม้ว่าจะมีท่าทางเขินอาย แต่สายตาของนางนั้นกลับมองตรงไปที่ยาตะการาสึตรงๆ
     " .....ข้านั้นไม่ได้มีความสามารถพิเศษใดๆ ไม่ได้มีเรี่ยวแรงเช่นเจ้า...ไม่ได้มีความรู้มากมายเช่นท่านพ่อ "
     จากนั้นก็เอือมมือทั้งสองของตนไปกุมมือของยาตะการาสึอีกครั้ง แล้วก็โน้มตัวเข้าไปใกล้ใบหน้าของนางขึ้นเรื่อยๆ
     " แม้ว่าข้าจะเป็นแบบนั้น....แต่ว่าความรู้สึกที่ข้ามีตอนนี้น่ะ.... "
     " เอ๊ะ..? เหะ?.... ทะ-..ทะ-...ท่านหมิง?? "
     ราวกับสัมผัสได้ถึงความจริงจังและความจริงใจ แม้แต่สาวน้อยด้านหน้าของนางเองหรือกระทั่งผู้คนภายในร้านก็เริ่มหัน
มาสนใจสถานการณ์แปลกๆนี้ในสภาพหน้าขึ้นสีเหมือนกัน
     " ...ยาตะการาสึ "
     " จ-..เจ้าก้ะ!! "
     เพราะว่าตื่นเต้นมาก สาวน้อยด้านหน้าของนางจึงเผลอหลุดลิ้นพันกัน อีกทั้งใบหน้ายังกลายเป็นสีแดง
     จากนั้น หมิงเย่เสวียก็กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจังอย่างถึงที่สุดว่า

     " ได้โปรด........รับข้าเป็นศิษย์ด้วยเถอะค่ะ!! "

     " .......เหะ? " (ยาตะการาสึ)
     " ..หะ? " (ลูกค้าที่กำลังซดบะหมี่)
     " เอ๋?... " (ลูกค้าที่กำลังทานผัดผัก)
     " อาร่า...? " (พนักงานเสริฟ)
     " หืม...? " (เถ้าแก่ที่กำลังผัดข้าวผัด)

     หมิงเย่เสวียนั้นกล่าวออกมาด้วยท่าทีเขินอายพลางหลับตาปี๋ในสภาพกุมมือของสาวน้อยด้านหน้าของนางไว้
     ทว่ารอบข้างนั้น....กลับเงียบสงบราวกับถูกแช่แข็ง




     " ...ไม่เห็นต้องปฏิเสธเสียงแข็งขนาดนั้นเลย "
     " ไม่ได้เจ้าค่ะ! ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ได้เจ้าค่ะ!! ทักษะของข้าน้อยจะเป็นสิ่งสุดท้ายในชีวิตที่ข้าน้อยจะสอนมันให้ท่านเจ้าค่ะ!! "
     " อุ.... "
     ทั้งสองตัดสินใจเดินกลับไปยังโรงหมอ เพื่อตรวจดูเกี่ยวกับบาดแผลของหมิงเย่เสวี่ย แม้ว่านางจะเอ่ยปากบอกว่าไม่เป็นไร
ทว่าสาวน้อยด้านหน้าของนางนั้นกลับยื่นคำขาดออกมา
     หลังจากที่เกิดเหตุการณ์'ระทึกขวัญ(?)'ที่ร้านข้าวเมื่อครู่ ไม่ทราบว่าทำไมทั้งยาตะการาสึและคนอื่นๆในร้านถึงมีท่าทีผิดหวัง
แปลกๆ....
     หลังจากนั้น สาวน้อยที่กำลังเดินนำหน้านางในยามนี้ก็เอาแต่หันหลังให้ แล้วก็ออกปากปฏิเสธตลอดเลย
     เพราะว่าเห็นตัวนางมีสีหน้าหม่นหมองหรือเปล่า ยาตะการาสึจึงลอบหันหน้ากลับมาเล็กๆ ก่อนที่จะเอ่ยเสียงค่อยว่า
     " .............หากว่าเพียงแค่เพื่อป้องกันตัวละก็ "
     " ....!...อื้อ! "
     พอได้ยินแบบนั้น สีหน้าท่าทางของหมิงเย่เสวียก็พลันเปลี่ยนเป็นสดใสขึ้นในทันที พอยาตะการาสึเห็นแบบนั้นแล้วก็ลอบถอน
หายใจออกมาอีกครา
     " เฮ้อ.....นี่ไม่ใช่จุดยืนที่ข้าน้อยต้องการเสียหน่อย... "
     " ....? แล้วเจ้าต้องการแบบไหนหรือ? "
     หมิงเย่เสวียมีสีหน้าฉงนใจเล็กน้อย ทว่าพอ ยาตะการาสึได้ยินดังนั้น นางก็หันหน้ากลับมาหาก่อนที่จะคุกเข่าลงหนึ่งข้างแล้ว
ก่อนที่จะยกมือขวาขึ้นแตะอกซ้ายของนางในสภาพกำมือ
     " ความต้องการของข้าน้อย---ตลอดมามีเพียงแค่อย่างเดียว "
     จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นมาสบตากับหมิงเย่เสวียพร้อมกับกล่าวว่า

     " ได้โปรดให้ข้าน้อย -----ได้เป็น'เงา'ของท่านด้วยเถิดเจ้าค่ะ "

     สาวน้อยคนนั้น....กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงและแววตาที่จริงจัง
     พอได้ยินดังนั้น หมิงเย่เสวียก็ก้มหน้าลงเล็กๆ

     " ...นั่นเป็น....คำสั่งเสียของท่านพ่องั้นหรือ? "
     " ไม่เจ้าค่ะ...นี้ถือเป็นความตั้งใจของข้าน้อยเอง "

     ภายในถนนเส้นเล็กๆที่ยังไม่มีผู้คนสัญจรเดินผ่าน ทั้งสองนั้นกำลังจ้องตากันโดยมีแต่ความเงียบสงบ

     ราวกับว่าช่วงเวลาสั้นๆนั้นได้ผ่านไปอย่างยาวนาน....หมิงเย่เสวียก็กล่าวออกมาต่อว่า

     " .....สัญญา "
     " เจ้าคะ? "
     " กฏของตระกูลข้า.....หากว่ามีเรื่องสำคัญที่ต้องการให้อีกฝ่ายยึดคำมั่นว่าจะต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัดโดยไม่สามารถ
ปฏิเสธได้ละก็....จงทำสัญญากับข้าซะ "
     หมิ่งเย่เสวียจ้องมองยาตะการาสึด้วยสีหน้าและสายตาที่จริงจังเช่นกัน เพราะเหตุนั้น ยาตะการาสึจึงทำสีหน้าเคร่งเครียด
ตามไปด้วย
     " รึว่า...สัญญาที่ท่านกล่าวคือ'สัญญาเลือด' "
     ตัวของยาตะการาสึนั้นเคยได้ยินมันมาอยู่บ้าง เกี่ยวกับการผนึกปรานจิตวิญญาณลงบนเลือด..? ที่หากผิดสัญญา วิญญาณ
จะถูกพันธนาการจนสูญสลายไป
     แม้ว่านางจะไม่เคยเห็นมาก่อน แต่สิ่งที่ไม่เคยเห็นก็ใช่ว่าจะไม่มีอยู่จริง
     ทว่าหมิงเย่เสวียกลับเอียงคอเล็กๆแล้วก็ปฏิเสธกลับมา
     " ..? ไม่ใช่หรอก "
     ขัดกับยาตะการาสึที่เตรียมใจพร้อมแม้หากว่ามันจะเป็นการทำสัญญาเช่นนั้นจริง หมิงเย่เสวียนั้นค่อยๆเดินเข้ามาใกล้ๆแล้ว
ก็ยืนมือเข้ามาหายาตะการาสึที่กำลังคุกเข่าอยู่

     " เพียงแค่.....สัญญากับข้าเท่านั้น "

     แล้วก็เผยให้เห็นรอยยิ้มที่งดงามที่สุด....ที่แม้กระทั่งสาวน้อยร่างเล็กที่ลอบติดตามนางมาอย่างยาวนาน ก็ยังไม่เคยเห็นมา
ก่อนแม้แต่ครั้งเดียว

     " ....สัญญาปากเปล่าหรือเจ้าคะ? "
     " สัญญาปากเปล่าค่ะ "

     หมิงเย่เสวียนั้นตอบด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มสดใสให้กับสาวน้อยร่างเล็กตรงหน้านาง
     ไม่นาน..หลังจากที่สาวน้อยนั้นเข้าใจในความหมายนั้น ---ก็ค่อยๆผุดยิ้มกว้างออกมา

     " สัญญา...สัญญาเจ้าค่ะ!! "

     สาวน้อยนั้นเต็มไปด้วยความดีใจ นางไม่ได้โง่เพราะฉะนั้นจึงเข้าใจความหมายแฝงในคำพูดนั้นได้เป็นอย่างดี
     ---การสัญญาปากเปล่า......คำพูดนั้นหมายความได้ว่า ' ข้านั้นเชื่อใจเจ้า '
     ยาตะการาสึนั้นยื่นมือตอบกลับมาพร้อมๆกับลุกขึ้นมายืนเคียงข้างกับหมิงเย่เสวีย ก่อนที่จะพูดประโยคที่เต็มไปด้วยความ
มุ่งมั่นออกมาว่า

     " ยาตะการาสึผู้นี้...ไม่สิ "

     สาวน้อยด้านหน้านั้นเว้นช่วงเล็กน้อย ก่อนที่จะพูดต่อไปด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเคารพอย่างที่สุดว่า

" ---ยายะผู้นี้ ขอสัญญาด้วยชีวิตและจิตวิญญาณทั้งหมดของข้าน้อย ว่าจะติดตามรับใช้ท่านไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่เจ้าค่ะ! นายท่านของข้า!! "




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +35 เงินตำลึง +2500 ชื่อเสียง +222 ความหิว -6 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 35 + 2500 + 222 -6 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หวยหนานจื่อ
กำหนดลมหายใจ
บันทึกลับ #3
ธนูใหญ่
ม้าวายุทมิฬ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x5
x10
x10
x4
x9
x2
x20
x40
x12
x30
x15
x6
x60
x200
x20
x60
x40
x3
x10
x10
x48
x8
x1
x4020
x10
x20
x28
x15
x38
x10
x30
x20
x1
x1
x1
x50
x20
x50
x100
x4
x8
x30
x115
x120
x8
x110
x160
x1
x38
x1

24

กระทู้

140

โพสต์

1หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
385
เงินตำลึง
40970
ชื่อเสียง
6909
ความหิว
103
ซูซาคุ
เลเวล 1
โพสต์ 2017-10-9 20:04:09 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แวะพักทานข้าวกลางวัน..และการวิ่งไล่จับของอากิโกะ


หลังจากที่ได้เป้าหมายเมืองต่อไปแล้ว อากิโกะก็ได้ตันสินใจที่จะเดินทางไปเมืองซางหยง โดยการติดเกวียนของพ่อค้าคาราวานคนหนึงมาด้วย

และในระหว่างเดินทางนี้เอง อากิโกะก็ได้สนทนากับพ่อค้าเจ้าของเกวียนนั้น ไปด้วย

"นี้พี่ชาย ที่เมืองซางหยงที่พวกเรา2จะไปกันมีอะไรน่าสนใจงั้นรึ"อากิโกะเอียงคอถาม พ่อค้าเจ้าของเกวียนคันนั้นอย่างสงสัย ในจุดหมายปลายทาง

"เมืองซางหยงงั้นรึ?..ก็ข้าจะเอาของไปขายที่ตลาดประจำเมืองซางหยงนั้นละ..ส่วนเจ้าจะไปหาอะไรกินที่เมืองซางหยงสินะ แม่นาง"

"อื้มๆใช้แล้วคะ..ข้าคิดว่าคงจะไปหาอะไรกินแถวๆนั้น หน่อยก่อนจะออกเดินทางไปที่จื่อถงต่อ"อากิโกะบอกจุดหมายปลายทาง หลังจาก ที่คิดว่าทานอาหารจนเสร็จ

"ข้าแนะนำให้เจ้าไปทานที่ร้านข้าวหลินจือ ข้าบอกเลยเถ้าแก่ร้านนั้นพัดข้าวผัดได้อร่อยมากเลยละนะ"พ่อค้าหนุ่มเจ้าของเกวียนพูดให้อากิโกะฟังเรื่องร้านข้าวไปด้วย

"โห..แล้วอาหารขึ้นชื่อของร้านนั้นคืออะไรงั้นเหรอคะพี่ชาย"อากิโกะถามด้วยความสนใจทันที เพราะตอนนี้เธอเรียกว่าหิวมากเลยละนะ

"ของขึ้นชื่อนะรึ..อื้ม..คงจะเป็นข้าวผัดเจ็ดอย่างละนะ"

"ข้าวผัดเจ็ดอย่าง...ต้องไปลองซะแล้วคะ"

------------------------------------------------------------

หลังจากที่เดินทางมาถึงเมืองซางหยงแล้ว อากิโกะก็ก้มโค้งศรีษะขอบคุณพ่อค้าหนุ่มคนนั้นแถวโซนการค้าของตลาดเมือง ซางหยง

ก่อนที่จะเดินผ่านโซนการค้าไปยังโซนร้านอาหาร...จนกระทั้งอากิโกะเดินมาถึง ร้านข้าวหลินจือแล้วเธอก็เดินเข้าไปในร้านทันที

"ยินดีต้อนรับๆเชิญเลยแม่นาง...วันนี้มากี่ท่านเจ้าคะ"พนักงานเสริฟที่ดูแล้วน่าจะเป็นหญิงสาววัย20มาต้อนรับเธอด้วยรอยยิ้ม

"เออ..ข้ามาคนเดียวนะ"อากิโกะเนื่องจากไม่เคยเข้าร้านอาหารมาก่อนก็เลยทำตัวไม่ถูกก็แน่นะสิปกติเธอจะกินข้าวรวมกันอยู่กับพวกเด็กรับใช้ ในห้องครัวละนะ
เลยตอบไปแบบ ไม่คุ้นซะเท่าไรได้เลย

"รับทราบเจ้าคะ..งั้นก็ขอเชิญทางนี้เลยเจ้าคะ"หลังจากพูดจบพนักงานสาวเสริฟวัย20ก็นำอากิโกะไปที่โต๊ะทันที

หลังจากอากิโกะตามพนักงานเสริพคนนั้นไปที่โต๊ะแล้วเธอก็นั่งที่โต๊ะว่าง และพนักงานสาวคนนั้นก็เตรียมจดรายการ

"ขอชาอู่หลงและข้าวผัดเจ็ดอย่างคะ"อากิโกะสั่งอาหารทันที หลังจากได้โต๊ะ ขณะทางพนักงานพยักหน้ารับรายการที่สั่งและหันไปตะโกนบอกเถ้าแก่ของร้านทันที

"เถ้าแก่!..ชาอู่หลง1ที่ข้าวผัด1จานเจ้าคะ!"

"รับทราบแล้วหน่อ!"หลังจากเถ้าแก่รับทราบออเดอร์แอล้วจึงลงมือผัดข้าวทันที

ทางด้านอากิโกะก็นั่งรออาหารขณะพนักงานเสริฟก็เอากาน้ำชากับถ้วยชามาเสริฟให้
อากิโกะเทชาอู่หลง ลงถ้วยแล้วยกซดรอข้าวผัด

------------------------------------------------------------

หลังจากผ่านไปถึง2-3นาทีข้าวผัดจานใหญ่ก็มาเสริฟให้อากิโกะ ทางด้านอากิโกะก้มข้าวผัดเจ็ดอย่างแล้วก็ต้องอึ้งนั้นก็เพราะ

ข้าวผัด7อย่างเต็มไปด้วยผักถึง7ชนิทเรียกว่า ใครที่ชอบกินเจน่าจะชอบข้าวผัดจานนี้พอตัว

"ป..เป็นข้าวผัดสีเขียวงั้นเหรอคะ..."อากิโกะจ้องมองข้าวผัดในจานอยู่นาน จนกระทั้งตัดสินใจใช้ช้อนตักขึ้นมาทานทันที
แล้วพรางทำหน้าว่า อร่อยดีแหะ

"อื้ม..ไม่เลวแหะ..ไม่เหม็อนเขียวด้วย"
หลังจากพูดจบอากิโกะก็นั่งทานข้าวผัดจานนั้นอยู่นาน

--------------------------------------------------------------------------

หลังจากผ่านไป2-3นาที อากิโกะก็ทานหมด และเทกาน้ำชาลงถ้วยหลังทานจนอิ่ม

"คิดเงินด้วยคะ"หลังจากทานจนหมดอากิโกะ ก็เรียกพนักงานเสริฟคนนั้นมาเพื่อคิดเงิน

"ค่ะ น้ำชา20ตำลึง ข้าวผัด50ตำลึง ทั้งหมดรวมกัน70ตำลึงเจ้าคะ"หลังจากพนักงานคนนั้นพูดจบอากิโกะก็จ่ายเงินไป70ตำลึงและลุกขึ้น เพื่อที่จะเตรียมเดินทางต่อ
และในระหว่างที่พนักงานเสริฟคนนั้นกำลังเดินไปคิดเงินโต๊ะถัดไปนี้เอง ก็ได้มีเสียงหนึงดังขึ้นในร้าน

"ใครก็ได้จับตัวมันที!กินแล้วชักดาบ!"เถ้าแก่ของร้านตะโกนขึ้นหลังมีลูกค้าคนหนึงดูแล้วน่าจะเป็นชายหนุ่มรุ่นราว17-18 หลังทานอาหารในร้านเสร็จก็ไม่เรียกพนักงานเสริฟคิดเงิน แต่กับลุกขึ้นวิ่งหนีทันที

"ว่าไงนะ!"(ลูกค้าทีท่านบระหมี่)

"ชักดาบงั้นรึ!?"(ลุกค้าที่ทานข้าวผัด)

"ใครก็ได้ ช่วยไปจับมันที!"(พนักงานเสริฟที่ร้องขอความช่วยเหลือ)

"เฮ้อ...สงสัยต้องเป็นหน้าที่ข้าแล้วสินะ"หลังจากพูดจบอากิโกะถอนหายใจแล้วจึง ก็รีบวิ่งออกจากร้านแล้วรีบวิ่งตามเจ้าคนที่ชักดาบไปทันที

---------------------------------------------------------------------------------------------

"หยุดนะ!เจ้ากินแล้วชักดาบแบบนี้มันไม่ ถูกต้องเลย!"
หลังจากวิ่งออกมานอกร้านแล้ว อากิโกก็กำลังวิ่งไล่เจ้าคนที่กินแล้วชักดาบจนวิ่งผ่านมาถึงโซนการค้า

"หนวกหู!ข้าไม่ได้กินแล้วชักดาบซะหน่อย!ข้าแค่กินแล้วกระจะมาจ่ายทีหลังตังหาก"
ชายหนุ่มผู้นั้นตะโกนบอกอากิโกะ ขณะวิ่งผ่านฝูงชนที่อยู่ในตลาดเพื่อพยามๆหนีอากิโกะ

"มาดูสิว่าเจ้าจะหนีไปได้ไกลแค่ไหนกัน?"อากิโกะ เมื่อเห็นว่าชายคนนั้น กำลังติดฝูงชนอยู่ก็พยามๆเร่งความเร็วขึ้นไปอีก เพราะกิโมโนของเธอช่วงล่างเป็นผ่ากว้างขึ้นมาหน่อยเลยพอจะวิ่งได้ละนะ

หลังจากนั้นอากิโกะก็วิ่งไล่ตามชายคนนั้นไปเรื่อยๆถึงแม้จะโดน ชายคนนั้น ทั้งปาเศษดินใส่ หรือกับดักหมั่นโถวเน่าที่ทำให้เธอเกือบลื่นจนวิ่งช้าไปบ้าง
อากิโกะวิ่งตาม ชายคนนั้นผ่านโซนร้านค้า และวิ่งไล่ไปตามไปเรื่อยๆจนกระทั้ง

------------------------------------------------------------------
ชายคนนั้นวิ่งหนีอากิโกะมานานจนจังหวะช้าลง..ทางด้านอากิโกะ รีบวิ่งแล้วกระโดดเข้าชาร์ตจับตัวชายบคนนั้นจนล้มไปนอนคว่ำกับพื้น จากนั้นอากิโกะก็จับแขนชายคนนั้นล็อกจากด้านหลัง และใช้เข่าข้างหนึงกดลงหลังชายคนนั้นเพื่อกันหนี

"เฮ้!ทำแบบนี้ มันไม่งามนะแม่นาง มาจับข้าล็อกตัวแบบนี้"

"แฮ่กๆเป็นแค่โจร์ที่กินแล้วชักดาบแท้ๆยังมีหน้ามาพูดอีกนะคะ..ความจริงข้าควรจะจับเจ้าส่งให้ทางการแต่ตอนนี้ ข้าขอเหตุผลของเจ้าหน่อยแล้วกันว่า..ทำไมถึงกินอาหารแล้วไม่จ่ายเงิน..ถ้าเหตุผลดี..บางทีข้าอาจจะปล่อยเจ้าก็ได้" อากิโกะพูดไปขณะพยามๆใช้เข่าของเธอกดหลังชายคนนั้น แน่นขึ้นอีกกันหนี

"อ๊าก!!ก็ได้ๆข้าจะบอกก็ได้ ปล่อยข้าก่อนสิ!"หลังจากพูดจบอากิโกะก็เลิกเอาเข่าของเธอกดหลังชายคนนั้นและก็ปล่อยจากการล็อกให้ทันที

"เอาละไหนบอกมาสิคะ..ถ้าไม่บอกดีๆเจ้าได้เจ็บตัวแน่"อากิโกะจ้องมองหน้าชายคนนั้น ด้วยดวงตาสีแดงดังเลือดที่ดูจะคุกคามชายคนนั้น ถ้าชายคนนั้น วิ่งหนี

"ก็ได้ๆข้าแค่....ไม่มีเงินนะ"ชายคนนั้นตอบไปตามตรง

"ห๊ะ?..ไม่มีเงิน?"อากิโกะถึงขั้นยิ้มคิ้วกระตุกและกำลังจะเข้าไปจัดการต่อนี้เอง ชายคนนั้นก็นั่งคุกเข่าลงและโค้งขอขมาทันที

"ยกโทษให้ข้าด้วย...เนื่องจากในยุคนี้เป็นยุคข้าวยากหมากแพงแล้ว แถมท่านแม่ที่บ้านของข้าก็ป่วยหนักมาก เงินที่ข้าจะซื้อยาก็ไม่มีเลย
แถมค่ายาก็แพงกว่าค่าข้าวอีก..เงินก้อนสุดท้ายข้าจะเก็บไว้ ไปซื้อยาให้ท่านแม่ ก็เลยคิดว่า หลังจากกินข้าวเสร็จ ข้าก็ใช้วิธีชักดาบวิ่งออกมาให้เร็ว
จะได้เก็บเงินก้อนสุดท้ายนี้ ไปซื้อยาให้แม่ข้า..ได้โปรดเถอะนะแม่นางอย่าเอาข้าไปส่งกับทางการเลย"


อากิโกะหลังฟังจนก็มองสภาพของชายคนนั้น ดูเหมือนจะเป็นคนยากจนพอตัว..ถึงแม้จะไม่จนเท่าขอทาน แต่รอยประเสื้อผ้าก็เยอะพอตัว
เธอถอนหายใจแล้ว ก็ดึงชายคนนั้นให้ลุกขึ้น

"ก็ได้ ข้าจะช่วยเจ้าเอง ทั้งค่ายาและเรื่องชักดาบนั้นด้วย"

"จ..จริงรึแม่นาง?"ชายคนนั้นมองอากิโกะ อย่างทราบซึ้ง

"แน่นอน..เอาละกลับไปหาเถ้าแก้ร้านข้าวหลินจือกัน"หลังจากพูดจบอากิโกะพาชายคนนั้นกลับไปที่ร้านหลินจือทันที

----------------------------------------------------------------

หลังจากอากิโกะ พาชายคนนั้นที่เป็นลูกค้ากิน แล้วชักดาบได้แล้วก็พามาส่งให้ที่ร้านหลินจือเพื่อให้เก้าแก่จัดการต่อ

"ข้าควรทำไงกับเจ้าดีนะ...ส่งให้ทางการดีไม"เถ้าแก่กอดอกตัวเองมองชายหนุ่มคนที่กินแล้วชักดาบอย่างอารมร์ไม่ดีเท่าไร

"ได้โปรดเถอะ ขอรับเถ้าแก่ ให้ข้าทำอะไรก็ได้ อย่าจับข้าส่งทางการเลยนะ บ้านข้ายากจนแถมมีแม่ที่นอนป่วยหนักที่ข้าต้องดูแลอีก"

"ไม่ได้!กฏก็ต้องเป็นกฏ..ถ้าอยากให้ข้าไม่เอาเรื่องเจ้า ก็จ่ายเงินมาก่อนสิ!"เถ้าแก่คนนั้นตอบเสียงแข็งและทำหน้าดุๆใส่ชายคนนั้น
แบบถ้าไม่ได้เงินก็ไม่จบ..อากิโกะมองอยู่นานจึงถอนหายใจแล้วเดินไปบังหน้าชายคนนั้นแล้วพูดกับเถ้าแก้ว่า

"เอาแบบนี้ เถ้าแก่..ค่าอาหารของชายคนนี้ข้าจะจ่ายแทนให้เขาเอง"

"ห๊ะ?..จริงรึแม่นางข้าขอบคุณและทราบซึ้งน้ำใจจริงๆ"ชายหนุ่มคนนั้นแถบจะก้มหัวขอบคุณอากิโกะ ถ้าอากิโกะไม่หันไปยกมือห้ามไว้ก่อน
แล้วหันหน้าไปทางเถ้าแก่และหยิบเงิน50ตำลึงจ่ายให้เถ้าแก่ไป

"เท่านี้ก็จบแล้วสินะคะ"อากิโกะยิ้มอย่างสบายๆให้เถ้าแก่หลังจ่ายเงินค่าข้าวแทนชายคนนั้น

"ข..ข้ายอมจบก็ได้..ในเมื่อเจ้าจ่ายค่าอาหารแทนชายคนนั้นแบบนี้ แล้วจะให้ข้าทำโทษ..ชายคนนั้นยังไงดีละ"เถ้าแก่ถึงจะรับเงินมาแล้ว แต่ก็ยังจ้องชายคนนั้นด้วยดวงตาเอาเรื่องเล็กน้อย

"ของง่ายๆคะ..เถ้าแก้ก็ให้ชายคนนี้ชดใช้ท่านด้วยร่างกายเขาไงละ"

"ให้ข้ารับชายคนนี้ เข้าทำงานงั้นรึแม่นาง"เถ้าแก่ยังมองชายคนนั้นด้วยความไม่พอใจเล็กน้อย แต่ไม่หนักเท่าตอนแรก

"ใช้แล้ว ตอนนี้ร้านของท่านขาดคนใช้ไมละคะ..ก็แค่รับชายคนนั้นเข้าทำงาน จ่ายเงินค่าแรงให้เขาหลังทำงานเสร็จ..เขาจะได้ไปซื้อยาให้แม่เขาที่ป่วยได้"

"นี้เจ้าต้องดูแล แม่ที่ป่วยงั้นรึ..ถึงจะเป็นคนจนแต่เจ้าก็ยังกตัญญูดูแลแม่ของเจ้าที่ป่วยงั้นรึ" อากิโกะหลบให้เถ้าแก่เดินไปหาชายคนนั้น

"ค..ครับเนื่องจากว่าข้าเป็นลูกคนเดียว และพ่อก็มาจากไปด้วยโรคร้ายหลังข้าอายุ17 ตอนนี้ที่บ้านข้าทำหน้าที่ ต้องดูแลแม่ด้วยตัวคนเดียวขอรับ"
ชายคนนั้นพูดไปขณะโค้งศรีษะให้เถ้าแก้อย่างสำนึกผิดที่ตนทำลง แต่เถ้าแก่ก็จับไหล่ทั้งสองข้างของชายคนนั้นและพูดขึ้นว่า

"ก็ได้ เห็นแก่ความกตัญญูของเจ้าข้าจะรับเข้าทำงานก็ได้ ส่วนเรื่องค่ายารักษาข้าจะช่วยหลังจากเจ้าทำงานเสร็จแล้วกัน เอาละตกลงข้ารับเจ้าทำงาน"
เถ้าแก่พูดจบก็ปล่อยไหล่ชายคนนั้น

"ข..ขอบพระคุณอย่างสูงเลยขอรับ...ทั้งเถ้าแก่..และก็แม่นางที่ดูจากการแต่งตัวแล้วท่านคงเป็นเศรษฐี ชาวนอกด้านจากเมืองไหนงั้นรึ..."

"ฮึฮึฮึๆข้าไม่ใช้เศรษฐีจากเมืองไหนหรอก..ข้าก็แค่..."อากิโกะพูดกับชายคนนั้นแล้วหันหลังกลับ และเตรียมตัวเดินทางต่อ

"เดียวก่อนแม่นาง!..ก่อนที่ท่านจะไปได้โปรด ช่วยบอกนามของท่านให้ข้าผู้นี้ฟังได้รึไม"ชายหนุ่มคนนั้นเรียกและรั่งอากิโกะไว้ก่อนเธอจะเดินออกไป

อากิโกะหันไปมองชายหนุ่มคนนั้นแล้วพูดขึ้นว่า

"นามของข้า..คืออากิโกะ มินาโมโตะ ข้าคือนักเดินทาง ที่ผ่านทางมา จงจำข้าไว้ให้ดี" ผมสีดำราตรีปลิวไสวไปตามแรงลม ดวงตาสีแดงดังเลือดที่ดูคุกคามนั้นกลับมีรอยยิ้ม
ผุดขึ้นมาเล็กน้อย ให้กับชายคนนั้นก่อนที่จะหันหลังจะเดินออกไปอีกรอบ

"ข..ข้ามีชื่อว่า หยาง หลง..จะไม่ลืมบุญคุณของท่านเลยแม่นาง"ชายคนนั้นพูดขึ้นขณะก้มศรีษะของเขาขอบคุณอากิโกะ

"ข้า..จะจำชื่อของเจ้าไว้ หยาง หลง " หลังจากพูดจบอากิโกะก็เดินออกไปจากตรงนั้นเพื่อเตรียมตัวเดินทางต่อทันที



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +50 ความหิว -8 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 50 -8 + 3

ดูบันทึกคะแนน

ผิดไปข้อ1
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กลยุทธ์ซุนปิน
ง้าวมรกต
ม้าวายุทมิฬ
มีดบิน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x12
x7
x30
x4
x5
x3
x18
x19
x1
x4
x29
x30
x3
x5
x3
x30
x21
x79
x124
x109
x11
x46
x4
x86
x2
x2
x2
x14
x15
x1

28

กระทู้

413

โพสต์

21หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
7184
เงินตำลึง
447641
ชื่อเสียง
95883
ความหิว
188

ใบรับรองเหมือง(เหมืองแร่จินไช่เหริน)/รายสามเดือนใบรับรองเหมือง(ซานกั๋วเหริน)/รายสามเดือน

คุณธรรม
226
ความชั่ว
6
ความโหด
68
ภูตอัคคี
เลเวล 1

เฉียน เฟยหมิง

ของขวัญจาก Admin
pet
โพสต์ 2019-1-21 12:07:04 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย arttytack เมื่อ 2019-1-21 12:19

ออกเดินทางสู่เขาสายรุ้งอันสวยงามที่ตั้งอยู่ห่างออกไปแสนไกล

            บรรยากาศยามบ่ายนี้เป็นใจ

           ท้องฟ้าแจ่มใสมีเมฆบังแดดนิดหน่อยพอทำให้ไม่ร้อน

          สองชายหญิงเมิร์กและม่อเซียงออกเดินทางไปตามเส้นทางยาวไกลสู่หุบเขาพระอาทิตย์

           ไม่สิเขาสายรุ้งต่างหากละ ภูเขาสวยงามที่ตั้งอยู่ห่างออกไปไกลแสนไกล

            เขาสายรุ้งที่ล่ำลือกันว่าสวยงามตระกาณตาเป็นอย่างมาก

           แน่นอนว่าเขาจะพาเธอไปที่นั่นเพราะเขาเองก็ไม่มีจุดหมายอะไรเป็นพิเศษตอนนี้

           และนางก็พูดออกมาแล้วอยากจะไป

           แล้วทำไมเขาจะไม่พานางไปกันละ?

           “ซีฟ่านเราเดินทางกันมานานมากแล้วเนอะ”ม่อเซียงกล่าวขณะอุ้มเจ้าจิ้งจอกสองหางไปด้วย

           จิ้งจอกน้อยสีแดงสดที่มีหางสองพู่อันแสนแปลกประหลาดสะบัดหน้ามองไปมาด้วยความสงสัย

           ไยสองบุรุษสตรีถึงรักมันจังเลย

          “ก็นะ”เมิร์กไหว่ไหล่ตอบอย่างไม่สนใจอะไร

          จะนับว่านานก็ใช่

          จะนับว่าไม่นานก็อาจจะใช่

          เวลาอยู่ที่คนไม่ใช่อยู่ที่ไหน

          หากคิดว่านานห้านาทีก็ยาวเหมือนห้าสิบปี

          หากคิดว่าสั้นชั่วชีวิตก็อาจจะเหมือนชั่วพริบตา

     
          “ม่อเซียงเจ้าสนใจร้านนั้นไหม”เมิร์กใช้นิ้วชี้สะกิดไหล่ม่อเซียงพร้อมกับชี้ไปที่ร้านข้าวหน้าตาบ้านๆ

           ภายนอกร้านนั้นดูไร้เดียงสาเหมือนกับร้านข้าวทั่วไป

           แต่มันแทบจะไม่มีกลิ่นของการผัดทอดหรืออะไรลอยออกมาเลย

           นับว่าผิดแปลกจากร้านข้าวหลายๆร้านที่เขาเคยเห็นหรือเดินผ่าน

           นับว่าเป็นร้านที่น่าสนใจควรค่าแก่การทดลอง

           แม้จะเสี่ยงว่าอาหารอาจจะไม่อร่อยก็เถอะ

           แต่ประสบการณ์ล้วนอยู่ที่การริเริ่มหากไม่ลองก็ไม่รู้

           ยิ่งเป็นเรื่องอาหารที่มีคนชอบส่วนบุคคลมาเกี่ยวข้องด้วยแล้ว

           ยิ่งต้องลองด้วยตนเองมากขึ้นไปอีก

           “หืม?ก็ดูธรรมดานี่น่า”ม่อเซียงพูดด้วยใบหน้าฉายแววสงสัย

           ทำไมร้านนั้นถึงเรียกความสนใจของซีฟ่านได้กันนะ?

           “มันไม่ธรรมดาหรอกเชื่อข้าสิ”เมิร์กยิ้มพลางเดินนำม่อเซียงเข้าไปในร้าน

           ภายในร้านมีคนอยู่พอสมควรแต่ไม่ถึงกับเยอะมาก

           "รับอะไรดีขอรับ”เสี่ยวเอ้อห์เพียงหนึ่งเดียวในร้านเดินมาถามด้วยความสุภาพ

           “ขอสิ่งที่เจ้าแนะนำก็แล้วกันพอดีข้าไม่เคยมานะ”เมิร์กกล่าวพลางยิ้มอย่างจริงใจ

           ฟังรูปประโยคเฉยๆอาจจะดูกวนเบื้องล่างคนทั่วไป

           แต่หากเราตอบสนองทางภาษากายดีก็ไม่น่าเป็นห่วงเท่าไหร่

           แถมมันจะเหมือนการละเล่นกันเพิ่มความสนิทไปด้วย

           “รับทราบเดี๋ยวจะแจ้งทางเถ้าแก่ให้จัดชุดดีที่สุดให้ท่านทั้งสองเลยขอรับ”เสี่ยวเอ้อร์หนุ่มยิ้มตอบรับและเดินไปหลังร้าน

           เขาตะโกนบอกเหล่าพ่อครัวก่อนจะหยิบอาหารสำหรับโต๊ะมาเดินแจก

           เมิร์กแค่ดูก็เหนื่อยแทนแล้วต้องทำทั้งร้านด้วยตัวคนเดียว

           บางทีต้องหาลูกมือเพิ่มซะแล้ว

           นั่นสิเรื่องลูกมือเขาน่าจะหาให้เฉียนไว้สักคนแต่จะหาที่ไหนกันละ?

           “นั่งกันเถอะก่อนเจ้านี่จะกระโดดไปไหน”ม่อเซียงกล่าวและก้มลงไปมองเจ้าจิ้งจอกน้อย

            นางกลัวว่ามันจะไปรบกวนคนอื่นก็เลยแนะนำให้หาที่นั่ง

            “แน่นอนอยู่แล้วนั่งกันเถอะ”เมิร์กตกลงและเดินไปยังโต๊ะว่างที่ใกล้มือที่สุด

            เขาบอกให้ม่อเซียงว่าเจ้าจิ้งจอกสองหางไว้ที่อีกเก้าอี้

            และเรื่องน่าเหลือเชื่อก็เกิดขึ้นคือมันไม่ขยับ

            นั่งตัวตรงจ้องหน้าทั้งคู่สลับไปมาราวกับกำลังขอคำชม

            “จ้าๆดีมาก เด็กดี”เมิร์กลูบหัวเจ้าจิ้งจอกสองหางก่อนจะชมมัน

            เจ้าจิ้งจอกเห่าขานรับและนิ่งเงียบตลอดทั้งการกิน

            อาหารไม่นานก็มาส่งมันเป็นข้าวที่เต็มไปด้วยผักมากมาย

            คราแรกที่เขาเห็นเขาก็รู้สึกประหลึกประหลัดในร่างเล็กน้อย

            แต่พอลองชิมก็รับรู้ว่ามันอร่อยเขากินมันจนหมดชามอย่างรวดเร็ว

            ม่อเซียงเองก็เห็นด้วยกับเขา

            เขากินหมดแล้วก็จ่ายตังให้กับเสี่ยวเอ้อห์ เพราะมันเป็นหน้าที่หลังกินเสร็จก็ต้องจ่ายเงินอะ

           หลังกินเสร็จทั้งสองกับอีกหนึ่งตัวก็เดินทางต่อ

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับความสัมพันธ์กับ ม่อเซียง เพิ่มขึ้น 35 โพสต์ 2019-1-21 12:59
( เลี้ยงข้าวม่อเซียง 50 ชั่ง )  โพสต์ 2019-1-21 12:59

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง -50 ชื่อเสียง +75 ความหิว -9 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin -50 + 75 -9 + 5

ดูบันทึกคะแนน

6056
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
โล่ห์ปาร์ม่า(ซ้าย)
สามง่ามไท่ซาน
เกราะทองคำ
ตาเหยี่ยว
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x3
x25
x49
x35
x1
x1
x1
x5
x2
x10
x60
x2
x20
x9
x30
x50
x16
x2
x100
x1
x23
x5
x2
x1
x150
x635
x1700
x18
x20
x20
x50
x10
x20
x50
x10
x51
x120
x10
x27
x6
x60
x40
x20
x80
x400
x100
x200
x130
x200
x400
x100
x40
x1461
x200
x1000
x180
x10
x500
x50
x62
x450
x5
x333
x20
x48
x2900
x89
x8
x10
x5
x2
x25
x101
x10
x88
x200
x160
x81
x164
x36
x60
x100
x160
x113
x138
x4100
x1490
x30
x55
x242
x64
x682
x80
x2060
x1060
x731
x80
x79
x10
x70
x375
x4
x20
x6
x1
x55
x1

ข้อความล้วน|อุปกรณ์พกพา|

Copyright © 2001-2012 | The Legend of Wulin  สงวนลิขสิทธิ์ | GMT+7, 2019-2-24 01:26

ขึ้นไปด้านบน