ดู: 375|ตอบกลับ: 7

{ เมืองเฉิงตู } จวนสกุลจาง | จางฝู

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-8-20 18:32:23 |โหมดอ่าน




จวนสกุลจาง | จางฝู

{ เ มื อ ง เ ฉิ ง ตู }
















【จวนสกุลจาง | จางฝู】
จวนขนาดใหญ่ตั้งอยู่เหนือสระบัวที่ถูกสั่งขุดขึ้นอย่างกว้างขวาง แผ่นหินแกะสลักขึ้นทุกชิ้นแม้แต่ตามทางเดิน
มีเรือนเล็ก ๆ อันเป็นที่อยู่ของอนุภรรยามากมาย ถูกตกแต่งอย่างหรูหราและฟุ่มเฟือย
มีเวรยามหนาแน่น เพราะงานเลี้ยงที่ถูกจัดขึ้นเป็นประจำนั้นเชิญแขกคนสำคัญมา
ทั้งขุนนางเก่าแก่ ผู้ทรงอิทธิพลและคหบดีมั่งมีเงินตราล้วนไปมาหาสู่ตระกูลซุ่นไม่ขาดสาย

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 Point +10 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 10

ดูบันทึกคะแนน

49

กระทู้

661

โพสต์

23หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
388
เงินตำลึง
3879
ชื่อเสียง
114559
ความหิว
-188

ใบรับรองภาษาฮั่น

คุณธรรม
640
ความชั่ว
0
ความโหด
0

ฮว่า เจียวซิน

นี่ไม่ป่วน เขาเรียกสีสัน!
pet
โพสต์ 2018-8-31 18:21:27 | ดูโพสต์ทั้งหมด
{ไป๋ฟางหรง}
บทที่ 99 : เมื่อพลาดก็ต้องยอมรับผลที่ตามมา


            เลยออกมาจากความพลุ่กพล่านของตลาดซังเฉินบ๊วยไปทางทิศตะวันตก เป็นถนนสายหนึ่งที่มีที่ตั้งของสำนักมือปราบเมือง  มีห้องพักของมือปราบสลับกับร้านอาหารและสุราเพื่อรองรับบรรดาคนหนุ่มที่เหนื่อยหน่ายจากการทำงานต้องการมาสังสรรค์  เพิ่งแต่เวลานี้เป็นเวลากลางวันแท้ๆ  กับพบชายฉกรรจ์ในชุดมือปราบนั่งดวลสุราเมามายกันตั้งแต่เที่ยงวัน  

มือเรียวปล่อยม่านรถม้าให้ทิ้งตัวปิดลงด้วยความรู้สึกทอดถอนใจ   มือปราบที่รักษาความสงบให้บ้านเมืองก็กลับเป็นกันเสียแบบนี้
“เห็นวินัยลูกน้องแล้วคาดหวังกับตัวหัวหน้าได้เลย” ชายหนุ่มวางบันทึกที่หญิงสาวจดลง ก่อนจะเปิดม่านดูนอกรถม้าบ้าง ไม่นานก็พบกำแพงจวนทอดยาวประตูหรูหราที่มีป้ายไม้หอมสลักชื่อจวนเป้าหมายของพวกเขาในเวลานี้

‘จวนหัวหน้ามือปราบเฉิงตู’

“เป็นเพียงหัวหน้ามือปราบเล็กๆ  ช่างรู้จักเสพย์สุขจริงๆ” เสียงทุ้มเปรย  รถม้าหยุดอยู่หน้าประตูเพื่อเจรจาแจ้งการมากับเวรยามหน้าจวนที่คุ้มกันแน่นหนายิ่งกว่าจวนขุนนางสำคัญบางคนในฉางอัน

“หัวหน้ามือปราบผู้นี้มีนามว่าซุ่นโม่ตู้  จากที่เราได้ยินมาจะรับมือเขาไม่ใช่ง่ายเลย” ไป๋ฟางหรงถอนหายใจเพราะอีกฝ่ายนอกจากมีนิสัยอันธพาลแล้ว วีรกรรมที่ร่ำลือล้วนต่ำช้าอย่างแท้จริงไม่มีคุณสมบัติที่ดีมาเจอปน “ทำดีเอาหน้า หุนหันพลันแล่น ได้ดีเพราะเล่นเส้นสาย มุทะลุดุดันและชื่นชอบสุรายาเมา การกินสินบาทคาดสินบนเป็นงานอดิเรก  ที่เสวยสุขอยู่ได้ทุกวันนี้เพราะพึ่งพิงไม้ใหญ่… ใต้เท้าคนแบบนี้จะสามารถพูดคุยด้วยได้หรือ?”

“คนไร้หลักการ ตื่นอยู่ก็เหมือนมัวเมาตลอดเวลา...ข้าสงสัยนักว่าจะซื่อสัตย์ภักดีกับผู้ใดได้มากเพียงไร?” หลี่ปาฉียกมุมปาก น้ำเสียงเรียบเรื่อยฟังดูแล้วคล้ายหยันนิดๆ

          รถม้าเคลื่อนตัวต่อ ผ่านประตูเข้าไป สิ่งที่ต้อนรับคือไม่ว่าจะก้อนอิฐ ต้นไม้ หรือสายน้ำในจวนล้วนแต่พร้อมใจกันตะโกนคำว่าหรูหราฟู่ฟ่าออกมา  ตัวจวนก่อสร้างบ่อบัวอย่างโอ่อ่ายิ่งใหญ่กว่าจวนเจ้าเมืองบางแห่ง   แผ่นหินทุกแผ่นล้วนผ่านการสลักลวดลายอย่างปราณีต   มีทางให้รถม้าหลายคันเคลื่อนที่ผ่านเข้ามาได้อย่างไม่ต้องเบียดเสียด  คล้ายจงใจวางผังไว้เพื่อการต้อนรับแขกเหรื่อสำคัญเพื่อจัดงานเลี้ยง   

ซุ้มประตู เสาทุกต้น ล้วนส่งเสริมรับกับการตกแต่งสร้างบรรยากาศชวนรื่นเริงชวนให้ผู้คนมึนเมา  หลงระเริงอยู่กับการตักตวงความสุขราวทั้งปีมีเพิ่งฤดูวสันต์

“บรรยากาศเยี่ยงหอโคมเขียว…” เสียงทุ้มเอ่ยเบาๆ

“หอโคมบางที่ยังสุขุมกว่า…” ไป๋ฟางหรงนึกถึงหอหนิวหลางจือหนี่ของหรั่นซิ่นหลี่จนเผลอพึมพำตาม

คนหูดีหันขวับ “โอะโฮะ? ฟางหรงเคยไป?”

“.......” ไม่ ท่านหูฝาด  ไป๋ฟางหรงทำเป็นสนใจทิวทัศน์ด้านนอกต่อ

             ไม่นานก็ถึงหน้าโถงรับรอง  ทั้งสองลงจากรถม้าโดยมีกลุ่มองครักษ์ตามติดอารักขา  พ่อบ้านของจวนยืนฉีกยิ้มประจบประแจงเชิญใต้เท้าคนใหญ่คนโตจากฉางอันไปรับรองที่ห้องโถง

ภายในห้องโถงมีทั้งม่านประดับมุกลงด้ายทอง ทั้งปะการังแดง ทั้งก้อนอำพัน  และงาช้างสลักลาย  อวดโฉมตัวเองอย่างตระการตาไม่ยอมลงให้กัน  ดูแล้วชวนให้แขกสับสนยิ่งว่าสมควรชื่นชมสิ่งใดก่อนหลัง   

“ผู้น้อยซุ่นโม่ตู้คารวะต้าซือถู” เสียงดังก้องดังขึ้นแทบจะก่อนตัวคนปรากฎ  หัวหน้ามือปราบผู้มั่งคั่งยิ่งกว่าคหบดีใหญ่ก้าวอาดๆเข้ามาในห้องโถงพร้อมรอยยิ้มยิงฟันดูเปิดเผยน่าคบหา   เขาเป็นชายผิวคล้ำแดด รูปร่างหนากำยำสูงใหญ่  มีลักษณะของผู้ฝึกยุทธ์

“ข้าน้อยได้ยินชื่อเสียงของท่าน นับถือใต้เท้ามานาน…” เจ้าของจวนกล่าวพลางปรบมือสองครั้ง  มีบ่าวรับใช้ยกขบวนหาบหีบใหญ่ออกมาหลายหีบ “หากใต้เท้าไม่รังเกียจ  ถือว่านี่เป็นสินน้ำใจเล็กๆน้อยๆแสดงความเคารพ”

ทุกขั้นตอนล้วนทำออกมาอย่างเป็นธรรมชาติราวเป็นเรื่องที่ธรรมดาเสมือนการสีฟันล้างปากหลังตื่นนอน  ไม่มีความรู้สึกละอายหรือผิดบาปอยู่ในใจ

คนถูกเสนอ ‘น้ำใจ’ ให้ยกยิ้มไม่ถึงดวงตา “ท่านนำสิ่งเหล่านี้ไปช่วยเหลือชาวเฉิงตูที่ท่านกดขี่พวกเขาจะดีกว่า”

“สิ่งเหล่านี้ไม่เหมาะสมกับพวกเขาหรอกขอรับ เหมาะสมกับใต้เท้าผู้สูงศักดิ์มากกว่า” มือปราบซุ่นกล่าวก่อนยิ้มอย่างเป็นมิตรปนเจ้าเล่ห์ “นี่ยังเป็นโฉนดที่ดินทางใต้เฉิงตูสามร้อยตารางวา ข้าหวังว่าใต้เท้าจะรับไว้”

“น่าขันยิ่ง...ท่านคิดว่าสิ่งที่ตัวเองมีอยู่เป็นของท่านจริงๆเช่นนั้นหรือ? สมบัติเหล่านี้ ท่านจะรักษาไปได้อีกนานเท่าใด?” เสียงทุ้มกล่าว ให้บรรยากาศกดดันแบบขุนนางใหญ่

“ท่านหมายถึงสิ่งใดหรือ?” มือปราบกล่าวอย่างฉงน มองอีกฝ่าย

“หน้าที่ของมือปราบคือสิ่งใดท่านรู้ดีอยู่แก่ใจ ตัวท่านนอกจากอยู่ใต้การปกครองของเซียวใต้อ๋องแล้ว ยังอยู่ใต้องค์ฮ่องเต้อีก  หน้าที่ที่พึงมีไม่รักษาให้ดี  มีโทษอย่างไรรู้บ้างหรือไม่?” หลี่ปาฉีหัวเราะในลำคอครั้งหนึ่ง “ลำพังเงินเดือนมือปราบ  เดือนหนึ่งจะได้มากเท่าใดกันเชียว”

“ท่านกล่าวเกินไปแล้ว หน้าที่ของข้า ข้าย่อมทำอย่างดีที่สุด สมบัติเหล่านี้ข้าหามิเคยใช้อำนาจแย่งชิงมาไม่ ท่านสามารถตรวจดูได้ ทุกชิ้นล้วนมีการลงชื่อพร้อมประทับนิ้วมือของชาวบ้านเจ้าของทั้งสิ้น ชาวบ้านมอบให้เป็นสินน้ำใจข้าที่ช่วยเหลือพวกเขา หึหึ” มือปราบซุ่นกล่าวตอบเสียงแข็ง

หลี่ปาฉีเหลือบมองร่างบางข้างกายที่กำลังฝนหมึก   ไป๋ฟางหรงลอบสบตาเขาแวบหนึ่ง ก่อนก้มลงไปมองบันทึกแล้วกล่าว “ที่ท่านหัวหน้ามือปราบกล่าวเป็นความจริงเจ้าค่ะใต้เท้า...”

“เป็นสินน้ำใจที่ได้รับมาหลังการกดดัน”

“อ้อ…” หลี่ปาฉีพยักหน้า “เข้าใจแล้ว…”

“เจ้าพูดเกินไปแล้วนังหญิงรับใช้ ข้าไม่ได้กดดันเฟ้ย ลายเช็นต์พวกนั้นล้วนยินยอมทั้งสิ้น หึ” มือปราบซุ่นหันไปมองไป๋ฟางหรง สตรีที่มากับต้าซือถูก่อนพูดขึ้นด้วยความอารมณ์เสีย

“ระวังคำพูดของท่านด้วย  นางมิใช่หญิงรับใช้อย่างที่ท่านว่า…” นัยน์ตาจิ้งจอกตวัดมองคน  ไม่หน้าคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม “ไหน...เจ้ามีบันทึกใดบ้าง?”

“หึ มีสิ” มือปราบซุ่นกล่าวก่อนยื่นม้วนไม้ไผ่ที่เขาบังคับให้ชาวบ้านเขียนยินยอมให้ต้าซือถูตรวจสอบ และม้วนบันทึกยกย่องชมเชยในการทำงานที่ดีของเขาจากชาวบ้านที่เขาบังคับให้เขียนมอบให้อีกฝ่ายไปด้วย

หลี่ปาฉีรับมาดูและยื่นส่วนหนึ่งให้ร่างบางช่วยตรวจสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วน  ผ่านไปสองเค่อ  ชายหนุ่มเงยหน้าจ้องมองอีกฝ่ายนึ่ง   รู้ว่าทั้งหมดเป็นเพียงหลักฐานปลอมเท่านั้น  แต่ชาวบ้านเหล่านั้นคงถูกความหวาดกลัวฝังจนต่อให้เขาเร่ถามยังไม่รู้ว่าจะมีใครกล้าออกมาเปิดโปง

ไป๋ฟางหรงมองสัญญาเหล่านี้  แล้วเลื่อนไปมองใต้เท้าต้าซือถู ...มุขเดียวกับท่านเลยอย่างไรเล่า?

“เรียนถามท่านหัวหน้ามือปราบ คุณความดีที่ถูกสรรเสริญในม้วนบันทึกกล่าวว่าเป็นเพราะท่าน เฉิงตูจึงปลอดภัยไร้โจรผู้ร้าย  ผู้คนสามารถใช้ชีวิตกันต่อไปได้อย่างสงบสุข  นับเป็นความชอบที่ยิ่งใหญ่  ชาวบ้านจึงมอบทองให้ท่านเป็นของตอบแทนพันชั่ง ถูกต้องหรือไม่?”

“ใช่แล้ว พวกเขาอยากตอบแทนข้า ข้าปฏิเสธครั้งแล้วครั้งเล่าแต่พวกเขาตามตื๊ออยากขอให้ข้ารับไว้ไม่งั้นไม่ยอมไปจากหน้าจวน” มือปราบซุ่นกล่าวขึ้น

“แล้วท่านรู้หรือไม่รายได้รายจ่ายในแต่ละวันของชาวบ้านเท่าไหร่?”

“ข้าไม่ใช่เจ้าเมืองและอ๋อง ข้าเป็นแค่มือปราบเรื่องจุกจิกพวกนั้นข้าจะไปรู้ได้ยังไง หน้าที่ข้ามีแค่ดูแลความสงบ จัดการพวกคนชั่วที่ก่อเรื่องในเฉิงตู”

หลี่ปาฉีหัวเราะเบาๆ “รายรับวันหนึ่งของชาวบ้านเพียงวันละไม่กี่ตำลึง  บางคนทั้งชีวิตยังไม่เคยจับเงินมากกว่าสิบชั่ง  เจ้าจะบอกว่าพวกเขายอมสละเงินพันชั่งที่สามารถเลี้ยงปากท้องต่อชีวิตของพวกเขาได้ให้เจ้านำมาซื้อสมบัติแต่งจวนของเจ้าหรือ?”

“แล้วข้าบอกตอนไหนว่าพันชั่งนั่นได้จากคนเดียว นั่นชาวบ้านระดมทุนมอบให้ข้าตอบแทน” มือปราบซุ่นกล่าวตอบต้าซือถู “ท่านจะมาตรวจการหรือมาจับผิดข้ากันแน่ ข้ามีทั้งหลักฐานปากคำชาวบ้านครบถ้วน แค่นี้ยังพิสูจน์ผลงานความชอบข้าไม่ได้อีกเรอะ!!”

“ความจริงเป็นสิ่งที่ไม่อาจปิดบังได้  น้ำขึ้นสูงท่วมหินยังมีวันลด...ท่านไม่อาจเอาฝ่ามือปิดทั้งท้องฟ้าได้”

“ข้าให้ท่านเลือกจะกลับไปรายงานฝ่าบาทตามนี้และรับหีบเหล่านี้ไปแบบเป็นๆ หรือตายอยู่ที่ปาสู่ แดนกันดารชนบท” มือปราบซุ่นกล่าวขึ้นก่อนปล่อยจอกชาในมือลงพื้น ทันใดนั้นก็มีมือปราบกว่าร้อยคนที่ซ่อนอยู่หลังฉากออกมาซักกระบี่ใส่ทั้งสาม

หลี่ปาฉีลุกขึ้นยืน “ไม่ต้องห่วง หลักฐานเหล่านี้ย่อมถึงมือฝ่าบาทอย่างครบถ้วนทั้งสัญญา ทั้งบันทึกสรรเสริญท่าน ไม่ขาดตกบกพร่องสักชิ้น   ส่วนทรัพย์สินของท่าน ท่านเก็บไว้เถอะ ข้าไม่ได้ขาดอันใด”

“เห็นทีข้าไม่อาจปล่อยท่านกลับไปได้แล้ว เรื่องนั้นข้าค่อยเขียนฏีกาส่งไปฉางอันบอกท่านสมคบเตี๋ยนหนีลงแดนใต้” มือปราบซุ่นพูดขึ้นก่อนกระดิกนิ้วให้มือปราบพวกเขาเข้าจับกุมทั้งสาม

           หลี่ปาฉีหันสบตาคนชุดดำบอกว่าไม่ต้องทำอะไร เขารู้ว่าเขาจะถูกจับไม่นานหรอก จะต้องมีคนมาช่วย  ไป๋ฟางหรงเหลือบมองใต้เท้าต้าซือถู  เห็นท่าทางนิ่งสงบของเขาก็ทำให้ไม่ตกใจเกินไปนัก   คนเหลี่ยมจัดอย่างเขาคงไม่ปล่อยให้ตัวเองลำบากนานกระมัง…

นัยน์ตาโศกหลุบลง คำว่าคุกได้ยินครั้งแรกก็ชวนให้ตื่นตระหนก  นางยังอ่อนหัดคาดประเมิณความเหิมเกริมของมือปราบผู้นี้คลาดไปมาก  แต่พลาดแล้วก็ต้องยอมรับผล  

แต่เห็นทีต้องทำให้ทุกท่านที่จวนสกุลกู้เป็นห่วงแล้ว  
และจวนที่ฉางอันคงไม่มีผู้ใดดูแลอีกนานทีเดียว

“เด็กๆ พาพวกมันไปขังคุกของเมือง” มือปราบซุ่นกล่าวก่อนยิ้มส่งทั้งสาม “ขอใต้เท้าเดินทางโดยสวัสดิภาพ”

มือปราบควบคุมหลี่ปาฉี ไป๋ฟางหรง และผู้คุ้มกันออกจากห้องโถงไปออกทางประตูอีกฝั่งไปยังรถม้าโทรมๆ ปิดหน้าต่างมิดชิดเพื่อควบคุมนักโทษ ออกทางประตูหลังของจวนที่ใช้ขนส่งผัก




@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +50 ความหิว -18 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 50 -18 + 5

ดูบันทึกคะแนน

........
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ดมกลิ่น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8000
x100
x14
x9000
x30
x5
x8
x1
x2
x25
x30
x2
x3
x1
x2
x2
x1
x10
x2
x1
x1
x46
x1
x1
x10
x1
x28
x97
x10
x65
x1202
x600
x4
x568
x13
x9
x77
x4
x120
x5
x60
x3
x18
x11
x2
x15
x3
x13
x1
x95
x24
x4
x82
x5
x4
x10
x12
x1
x30
x14
x32
x1

49

กระทู้

661

โพสต์

23หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
388
เงินตำลึง
3879
ชื่อเสียง
114559
ความหิว
-188

ใบรับรองภาษาฮั่น

คุณธรรม
640
ความชั่ว
0
ความโหด
0

ฮว่า เจียวซิน

นี่ไม่ป่วน เขาเรียกสีสัน!
pet
โพสต์ 2018-9-3 18:48:26 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย BaiFangRong เมื่อ 2018-9-3 18:49

{ไป๋ฟางหรง}
บทที่ 100 : ปิดฉากซุ่นโม่ตู้

           การมาจวนมือปราบซุ่นครั้งที่สองมิได้รับการต้อนรับอย่างดีอีกแล้ว  มือปราบซุ่นใช้เวลากว่าชั่วยามในการส่งข่าวมาหน้าประตูจวนว่าให้แขกเข้าพบได้   แต่ทั้งสองที่ถูกกลั่นแกล้งถ่วงเวลาอย่างตั้งใจลบหลู่รออย่างใจเย็น  ใช้เวลานี้นั่งทำสมาธิเตรียมออกสู่สมรภูมิอีกครั้ง

ไป๋ฟางหรงกดดันกว่าเดิม ด้วยประสบการณ์ครั้งแรกสอนว่าผิดพลาดนิดเดียวผลกระทบมากมาย  คนทั้งสามจากฉางอันที่ไม่ได้รับการต้อนรับจากเจ้าของบ้านยืนรอคอยซุ่นโม่ตู้อยู่ที่ห้องโถงอย่างสงบ

“หึ! วันนี้ยังจะมาหาเรื่องอะไรข้าอีกเล่า?!” เสียงคำรามดังมาก่อนตัว  บ่งบอกอารมณ์ไม่รับแขก

“หัวหน้ามือปราบซุ่นโม่ตู้ สาเหตุที่ข้ามาปาสู่ครั้งนี้ได้รับราชโองการแต่งตั้งจากองค์ฮ่องเต้เพื่อตรวจสอบขุนนางคดโกง  แต่ฝ่าบาททรงมีน้ำพระทัยกว้างใหญ่  หากขุนนางที่เคยทำผิดกลับใจ ก็จะทรงอภัยโทษให้” ต้าซือถูก้าวเท้ามาด้านหน้าหนึ่งก้าว สองมือไพล่หลัง เชิดหน้าอย่างสง่า

“จะทรงอภัยโทษสิ่งใดข้ามิได้มีความผิด!” ซุ่นโม่ตู้ยังคงปฏิเสธเสียงแข็ง

“ใต้เท้าซุ่น ความผิดยากจะปิดบัง เวลานี้ยังพอมีทางหันหลังเริ่มต้นใหม่  ขอท่านอย่าดื้อรั้นอีกเลย  โปรดไตร่ตรอง นึกถึงครอบครัวของท่านด้วย” ร่างอรชรก้าวขึ้นมาช่วยพูดอีกแรง

“ฮ่าๆๆๆ พวกเจ้าอย่าเห็นว่าข้าโง่ไปหน่อยเลย” ซุ่นโม่ตู้หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง “อภัยโทษหรือ? เว้นโทษประหาร? อย่าพูดให้ข้าขำหน่อยเลย  หากข้าตกลงทุกสิ่งที่ข้าได้ใช้เวลาทั้งชีวิตสั่งสมมาก็หายไปหมดน่ะสิ!!”

“แต่อย่างน้อยท่านก็ยังรักษาชีวิตคนในครอบครัวของท่านได้นะ” เสียงหวานแย้ง

“พวกนั้นจะเอาไว้ทำไมกัน? หากจ้าสิ้นไร้ไม้ตอก พวกมันก็เป็นเพียงภาระเท่านั้น กลับกัน...หากสมบัติ อำสาจ วาสนาของข้าอยู่ ครอบครัว….จะสร้างอีกเท่าไหร่ก็ได้!” มือปราบใจคดยกมือเป็นสัญญาณให้มือปราบใต้บังคับบัญชาตีวงล้อมรอบทั้งสามอีกครั้ง

หลี่ปาฉีส่งสัญญาณมือให้ผู้ติดตามของเขาเตรียมตัว

ซุ่นโม่ตู้ยืนกางขาสองข้าง มือกอดอก อหังการดั่งพยัคฆ์ดุร้าย  ไม่หวั่นเกรงต่อสิ่งใด ชายหนุ่มยิ้มกว้าง “เด็กๆ! ฆ่าพวกมันให้หมดทุกคน”

“พวกเจ้าคิดให้ดีว่าจะติดตามคนผู้นี้ทำผิด  สังหารข้าที่เป็นผู้ตรวจการจริงหรือ?” แม้มีคมดาบจ่อคออยู่ทั่วทุกทิศ หลี่ปาฉีก็มิได้หวั่นเกรง  ยังคงยืนอย่างสงบราวต้นไผ่ที่หยั่งรากถึงใจกลางโลก  เสียงของขุนนางใหญ่หนึ่งในสามซันกงแม้ไม่ได้ตะโกนเสียงดังก็สะท้อนเข้าไปในใจของคนจนคมกระบี่ชะงักกลางอากาศ

“จะกลัวอะไร?! พวกมันมีแค่สามคน!!!” ซุ่นโม่ตู้คำราม

“แม้แต่ครอบครัวลูกหลานของตนยังสละได้อย่างไม่ลังเลเพื่ออำนาจ….พวกท่านจะทรยศแผ่นดิน ผิดต่อต่อบิดามารดา ภรรยาและบุตร เพื่อติดตามคนผู้นี้คุ้มแล้วหรือ?” เสียงอ่อนหวานไม่ดังไม่เบา ฟังดูสงบไม่เผยอารมณ์ช่วยเสริมให้บรรดามือปราบทั้งหลายยิ่งลังเล  หลายคนก็ลดกระบี่ลง

“พวกเจ้า...พวกเจ้ามันคนไม่ได้เรื่อง!! เลี้ยงเสียข้าวสุก!!!” มือปราบซุ่นเห็นท่าไม่ดีก็ชักดาบใหญ่ของตนออกจากฝัก มุ่งหมายจะเด็ดหัวเป้าหมายด้วยตัวเอง

             “ผู้ไม่เกี่ยวข้องวางอาวุธลงเสีย ถือว่าที่ผ่านมาเป็นเพราะพวกเจ้าโดนหัวหน้าบังคับให้ทำชั่ว!”

             คำพูดสุดท้ายคล้ายเป็นหมากสุดท้ายที่จบกระดาน  มือปราบทุกคนพร้อมใจกันวางอาวุธ หมากดำพลิกกลับเป็นขาวอย่างง่ายดาย  

ต้าซือถูหลี่ปาฉีสะบัดแขนเสื้อผ่าเผย ชูม้วนราชโองการสีทองขึ้นมาเปิดอ่าน “ฮ่องเต้ทรงรับสั่ง  ขุนนางคดโกงที่สามารถกลับใจได้ ได้รับการอภัยโทษ แต่หากพบขุนนางคดโกงที่ยังดื้อรั้นไม่ยอมกลับตัวใหม่ ทั้งยังขัดขวางการทำงาน…”

รู้ตัวอีกทีผู้ติดตามชุดดำที่คอยตามนายของตนเงียบๆก็โผล่ไปด้านหลังของมือปราบซุ่นจับแขนของเขาพลิกมาไพล่หลังให้ไม่อาจขยับเขยื้อน  ทุกท่วงท่ารวดเร็วเด็ดขาด บ่งบอกว่าฝีมือต่างกันหลายขั้น แล้วควบคุมตัวคนมาตรงหน้านายของตน  หลี่ปาฉีสีหน้าเรียบนิ่งไม่เหลือรอยยิ้มบางเบาอย่างที่เคย ดวงตาจิ้งจอกละจากราชโองการ  ประกาศคำตัดสินสุดท้าย

“ประหารก่อนค่อยกราบทูล!”

กล่าวจบก็ชักกระบี่ออกมา  ตวัดไปบั่นคอปิดฉากชีวิตซุ่นโม่ตู้ตรงนั้น  

นัยน์ตากลมโศกหลบหลุบลงเลี่ยงที่จะมอง  ร่างบางเพียงถอนใจ  หนึ่งชีวิตจบลงอย่างง่ายดายเช่นนี้เอง  

          หลังจากนั้นหลี่ปาฉีก็ประกาศยึดทรัพย์สินและที่ดินจวนซุ่นบางส่วนเพื่อส่งแจกจ่ายคืนชาวบ้านที่ถูกแย่งชิงมา   งานนี้เป็นงานใหญ่จำต้องใช้แรงงานมาก  ดีที่ภาพ ‘การประหาร’ หัวหน้ามือปราบซุ่น ก่อให้เกิดความหวาดหวั่นจับขั้วใจบรรดามือปราบเล็กๆทั้งหลาย  เวลานี้จึงพยายามสร้างความชอบกันเต็มที่โดยการช่วยเหลืออำนวยความสะดวกในการให้เบาะแส ช่วยขนย้ายทรัพย์สินเต็มที่

“ใต้เท้า ข้าวของเหล่านี้จะให้กระทำการใดต่อโปรดชี้แนะ” ผู้ติดตามที่ควบคุมการขนย้ายเดินเข้ามาที่ข้างรถม้า รายงานพร้อมรับคำสั่งต่อไป

“บรรดาที่ดินเจ้านำไปส่งคืนชาวบ้านที่เป็นเจ้าของเดิม  ส่วนทรัพย์สินเหล่านี้ขนขึ้นเกวียน ข้าและนางจะนำไปแจกจ่ายให้ชาวบ้านในนามราชสำนักที่ย่านการค้า” หลี่ปาฉีออกคำสั่งจากหน้าต่างรถม้า  

ข้าด้วยหรือ? ไป๋ฟางหรงเลิกคิ้ว  อันที่จริงหลังโดนกระเตงไปมาอยู่หลายวัน  งานแจกจ่ายข้าวของคืนจะรวมนางด้วยก็ไม่น่าประหลาดใจนัก

เห็นคนงามที่มีใบหน้าอิดโรยเลิกคิ้ว  ร่างสูงก็ส่งยิ้มนุ่มนวลให้ “รู้สึกเรามีวาสนากันนะ ดูเราทำงานเข้าขากันดี ข้าว่าที่พวกเขายอม เพราะเจ้าช่วยเตือนสติพวกเขาเรื่องพ่อแม่ ลูกเมีย”

“พวกเขาหวาดกลัวพระราชอำนาจของฝ่าบาทมากกว่าเจ้าค่ะ” นางปฏิเสธ

“ใต้เท้ายังมีอีกเรื่อง…” ผู้ติดตามชุดดำเหลือบสายตามามองนางเหมือนไม่มั่นใจนักว่าสมควรพูดเวลานี้หรือไม่

เห็นท่าทางนั้น ไป๋ฟางหรงก็เข้าใจได้ในทันที “หากมีอะไรที่เป็นเรื่องที่ข้าไม่ควรรู้—“

หลี่ปาฉีโบกมือ หันไปบอกผู้ติดตามสั้นๆ ถึงตอนนี้แล้วยังมีอะไรที่บอกกล้าวกันไม่ได้อีก? “ว่ามาเถอะ”

“ในบรรดาบุตรมากมายของซุ่นโม่ตู้ มีเด็กหญิงอายุแปดขวบปีคนหนึ่ง…”

“พากลับไปด้วย”

“......” ช่างตอบได้รวดเร็วยิ่ง  ไป๋ฟางหรงทำหน้าปุเลี่ยน

“ข้าไม่ไว้ใจให้นางอยู่ที่นี่ ข้าจะพานางไปให้การอบรมที่ดี  กับครอบครัวที่เอาแต่เสพสุข เอาความสบายเช่นนี้ปล่อยให้หนูตัวน้อยอยู่ ข้าเกรงจะโตมาเป็นมือปราบซุ่นคนที่สอง” หลี่ปาฉีคล้ายจะรู้ว่าสตรีที่นั่งอยู่ข้างๆตัวคิดอะไรอยู่จึงอธิบายสีหน้าจริงจัง

“ท่าน….” ร่างอรชรอยากจะค้านก็ไม่รู้ว่าควรจะเริ่มจากสิ่งใดดี  ในเมื่อกรณีนี่ก็ดูจะมีเหตุผลที่ดีอยู่   เพียงแต่...คนผู้นี้….จะแค่อุปการะอย่างดีจริงๆน่ะหรือ?

นัยน์ตากลมซึ้งลอบมองเสี้ยวหน้าของต้าซือถูด้วยความไม่มั่นใจ



@Admin

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับความสัมพันธ์กับ จูอี้กงจู่ 200  โพสต์ 2018-9-3 19:37

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +88 ความหิว -18 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 88 -18 + 5

ดูบันทึกคะแนน

........
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ดมกลิ่น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8000
x100
x14
x9000
x30
x5
x8
x1
x2
x25
x30
x2
x3
x1
x2
x2
x1
x10
x2
x1
x1
x46
x1
x1
x10
x1
x28
x97
x10
x65
x1202
x600
x4
x568
x13
x9
x77
x4
x120
x5
x60
x3
x18
x11
x2
x15
x3
x13
x1
x95
x24
x4
x82
x5
x4
x10
x12
x1
x30
x14
x32
x1

49

กระทู้

661

โพสต์

23หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
388
เงินตำลึง
3879
ชื่อเสียง
114559
ความหิว
-188

ใบรับรองภาษาฮั่น

คุณธรรม
640
ความชั่ว
0
ความโหด
0

ฮว่า เจียวซิน

นี่ไม่ป่วน เขาเรียกสีสัน!
pet
โพสต์ 2018-9-3 20:20:30 | ดูโพสต์ทั้งหมด
{ไป๋ฟางหรง}
บทที่ 100 : ปิดฉากซุ่นโม่ตู้ (ต่อ)


           ทั้งคู่นั่งอยู่บนรถม้าคอยคุมให้คนจัดเรียงสิ่งของ และเนรเทศให้คนในครอบครัวสกุลซุ่นทั้งหมดกลับไปใช้ชีวิดชาวบ้านจนเรียบร้อยในจวนไม่เหลือผู้ใด หรือแม้แต่สิ่งมีชีวิตใดอีก  ผู้คนผ่านไปมา ชาวบ้านที่เห็นคนขนย้ายของกันเอิกเกริกหน้าจวนมือปราบกังฉินนิสัยอันธพาลข่มเหงผู้คนไปทั่วก็ตกใจ  ที่แรกแอบมองห่างๆจนมั่นใจว่าวันนี้เป็นวันล่มจมของคนสกุลนี้ที่ทุกคนสาปแช่งก็ยิ้มอย่างโล่งใจ ทั้งสาแก่ใจ ทั้งขอบคุณสวรรค์ที่มีตา


ขัดกับบรรดาอนุภรรยาและลูกหลานทั้งหลายที่ร้องไห้กระจองอแงปานฟ้าจะถล่ม  แต่ก็ไม่ใช่ทุกคน  บางส่วนจากมาพร้อมสีหน้าไม่ยินดียินร้าย บางส่วนกลับโล่งใจปานนักโทษที่เพิ่งถูกปล่อยตัวจากขุมนรก


ชาวเมืองต่างมองบรรดามือปราบใหญ่น้อยที่เคยกร่างไปไปทั่วเดินขนของขึ้นเกวียนอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยและว่าง่ายราวลูกแกะเพิ่งเกิดใหม่  สลับกับชายชุดดำปริศนาที่ดูเหมือนชาวยุทธ์ทั่วไปไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ  ด้วยสายตาทึ่งและนับถือยิ่ง   ยิ่งเมื่อชายชุดดำที่แสนยิ่งใหญ่เดินไปทำท่าทางคล้ายรายงานนายท่านปริศนาในรถม้าอย่างนอบน้อม  ก็ยิ่งทึ่งไปใหญ่  พยายามคอยืดคอยาวมองว่าภายในรถเป็นผู้ยิ่งใหญ่จากที่ใดกันแน่  คนที่อยู่ใกล้สุดได้ยินเสียงแว่วเพียงเบาๆ


“ปิดประตูทางเข้าออกให้เรียบร้อยอย่าให้มีผู้ใดเข้าไปด้านในได้อีก แล้วติดประกาศขายจวนในราคา 5000 ชั่ง”


เมื่อชายชุดดำโค้งคำนับละออกไปยังได้ยินเสียงหวานของสตรีจากในรถม้า “เงินส่วนนี้จะนำไปรวมกับที่จะแจกจ่ายด้วยหรือไม่เจ้าคะ?”


“ไม่...ส่วนนี้จะนำเข้าท้องพระคลัง”

           แจกจ่าย?


           ชาวบ้านที่แอบฟังอยู่หูผึ่ง  รีบคว้าตัวมือปราบที่ขนย้ายหีบสมบัติขึ้นเกวียนมาถามอย่างลืมความกลัวเกรงอีก “ใต้เท้าๆ ไม่ทราบว่าผู้ยิ่งใหญ่ในรถม้าเป็นผู้ใด เกิดอะไรขึ้น และสมบัติเหล่านี้ไม่ทราบว่าจะขนย้ายไปที่ใด?”


มือปราบผู้นั้นสีหน้าเครียดขรึมด้วยเมื่อชั่วยามที่ผ่านเกิดเรื่องพลิกผันมากมายจนเกินรับ  ในที่สุดก็มีคนมาชวนคุยให้ระบายสิ่งที่อัดอั้นมานานเสียที “อ้อ...ในรถม้านั่นคือใต้เท้าต้าซือถู หลี่ปาฉี เดินทางมาจากฉางอันเพื่อตรวจตราความเรียบร้อยในปาสู่  ตอนนี้ได้ปราบปรามใต้เท้--ซุ่นโม่ตู้ไปเรียบร้อย  และกำลังจะนำทรัพย์ที่ได้จากการขูดรีดชาวเมืองเฉิงตูเหล่านี้ไปแจกจ่ายคืนทุกคนที่ย่านการค้า”

แจกจ่ายทรัพย์สิน?

สิ่งดีดีแบบนี้ก็มีด้วยหรือ?


ชาวบ้านที่ได้ยินสรุปเรื่องราวทั้งหมด ตกตะลึงคล้ายไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะกำลังเมาทั้งยังตื่นอยู่หรือไม่  สุดท้ายก็เฮลั่น  รีบรุดไปที่ย่านการค้า  เหลือคำพูดทิ้งท้ายไม่กี่คำให้คนอื่นที่ส่งเสียงถามตามได้ยิน

‘แจกทรัพย์ที่ย่านการค้า’


ใช้เวลาไม่นานชาวบ้านที่ยืนมุงดูโลกถูกแผดเผาก็หายไปไม่เหลือแม้แต่ฝุ่น   ทั่วทั้งบริเวณเหลือเพียงผู้ติดตามของต้าซือถูและมือปราบไม่กี่คนช่วยกันแปะประกาศหน้าจวน





แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับความสัมพันธ์กับ เติ้ง อวี่ เพิ่มขึ้น 100 โพสต์ 2018-9-3 23:34

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +222 ความหิว -18 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 222 -18 + 5

ดูบันทึกคะแนน

........
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ดมกลิ่น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8000
x100
x14
x9000
x30
x5
x8
x1
x2
x25
x30
x2
x3
x1
x2
x2
x1
x10
x2
x1
x1
x46
x1
x1
x10
x1
x28
x97
x10
x65
x1202
x600
x4
x568
x13
x9
x77
x4
x120
x5
x60
x3
x18
x11
x2
x15
x3
x13
x1
x95
x24
x4
x82
x5
x4
x10
x12
x1
x30
x14
x32
x1

128

กระทู้

1380

โพสต์

21หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
227545
เงินตำลึง
1070299
ชื่อเสียง
65584
ความหิว
-464

ตราสำนักวังน้ำทิพย์ใบรับรองภาษาฮั่นใบรับรองภาษาละตินป้ายวังหลังป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV3)

คุณธรรม
5795
ความชั่ว
333
ความโหด
2041
ภูตปริศนา (วัยทารก)
เลเวล 1

เมิ่ง จื่อเหยา

ข้าไม่ได้เตี้ยบนหัวเจ้า
pet
โพสต์ 2019-6-25 20:40:42 | ดูโพสต์ทั้งหมด
[จวนหลังใหม่]


     ด้วยเพราะเหตุการณ์หลายๆอย่างเกิดขึ้นในช่วงนี้ทำให้จางฝูนั้นตัดสินใจหาซื้อบ้านหลังใหม่ที่ห่างไกลจากหลังเดิมพอสมควรหากว่าเกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้นอย่างน้อยก็จะได้มีบ้านเอาไว้หลบภัยบ้าง เเละเพราะสาเหตุนั้นจึงทำให้จางฝูนั้นต้องเดินทางมายังเมืองเฉิงตูอันเป็นที่ตั้งของบ้านหลังใหม่ของเธอ การซื้อครั้งนี้เธอไม่ได้บอกกล่าวแก่ใครและเเน่นอนว่าเธอจะบอกกับแค่เฉพาะคนในห้องครัวเท่านั้น แต่อีกสาเหตุหนึ่งที่เธอต้องมาด้วยเฉิงตุนี้คือก่อนหน้าหลังที่เธอตกลงซื้อขายกับไต้เท้าหลี่ปาฉีจนเสร็จสรรพก้มีนกพิราบสื่อสารตัวหนึ่งที่บินเอาจดมหายมาส่งให้แก่เธอซึ่งเนื้อความของมันมีว่า


ถึงพี่สาวจาง


ติดต่อหาครั้งนี้หลิงหลานมีเรื่องสำคัญจะแจ้ง ‘ชิว เสวี่ยเหมย’ ผู้คิดค้นเคล็ดวิชาคลุมวารี คล้ายว่ามีความเป็นมาไม่ธรรมดา แม่

บุญธรรมของข้าล่วงรู้ตำนานหนึ่งเกี่ยวข้องกับ ‘สำนักวังน้ำทิพย์’ โบราณสถานในอดีตอาจหลงเหลือบางสิ่งซ่อนอยู่ ยิ่งอาจเป็น
ประโยชน์ต่อศิษย์นอกอย่างเราทั้งสอง หากพี่สาวสนใจร่วมกันค้นหาข้อเท็จจริงโปรดไปพบข้าที่นอกเมืองเฉิงตู


เจี้ยบน้อย




      หลังได้รับจดหมายที่หลิงหลานเเจ้งมาระหว่างเดินทางเพื่อไปดูจวนที่เฉิงตู จางฝูจึงใช้โอกาสนั้นเดิทางไปเจอเเม่เจี๊ยบน้อยนั้นพร้อมกันทีเดียวเลย ตอนเเรกที่อ่านเนื้อความในจดหมายก็รู้สึกแปลกใจเหมื่อนกันนะเนี่ยวังน้ำทิพย์ที่เป็นแหล่งกำเนินวิชาที่เธอมีตอนนี้ ฝึกใช้โดยไม่ได้เป็นศิษย์แบบนี้ เป็นการขโมยวิชาไหมนะเนี่ย ระหว่างทางที่เดินผ่านแม่น้ำสายหนึ่งเมื่อไปยังเฉิงตูพลันสายตาหญิงสาวก็เหลือบไปเห็นเงาดำใต้น้ำก็ชวนให้รู้สึกแปลกใจก่อนที่จะตกใจรอบสองเมื่อไอ้เจ้าเงาดำนั้นดันเป็นเจ้ามีมี่จระเข้ยักษ์ที่เธอทิ้งไว้ที่บ้านรู้ว่ามันหลุดออกมาได้อย่างไร สุดท้ายแล้วนอกจากหมาสองตัวเสือสามตัวก็ยังต้องพ่วงเจ้าจระเข้ยักษ์อีกตัวเดินทางไปด้วยเสียอย่างนั้น


    “เอาละ ก็น่าจะเป็นที่นี่ละนะ เป็นไงพวกเจ้าชอบกันไหม”จางฝูเอ่ยขึ้นพรางหันไปมองเหล่าสัตว์เลี้ยงของเธอที่ติดตามมาแล้วหันไปมองยังจวนขนาดใหญ่ที่โอบล้อมไปด้วยสระบัวงดงาม จวนนี้หากข้อมูลที่ใต้เท้าหลี่ปาฉีให้มามันเป็นจวนของมือปราบผู้หนึ่งเพียงแต่คนผู้นั้นกลับเป็นพวกกังฉิน สุดท้ายก็ต้องอาญาและเวนคืนจวนกลับมา จวนขนาดใหญ่นั้นตั้งอยู่เรียกว่าเกือบๆจะกลางเมืองซ้ำเดินต่อไปอีกไม่นานก็จจะถึงจวนของนอ้งเขยเจี่ยเฟยอย่างเซียวไต้อ๋องด้วย


     “ใหญ่มาก โอ่อ่าสุดๆ”เจ้าชิงซาร้องออกมาอย่างตื่นเต้นขณะที่มันเดินตามหลังจางฝูเข้าไปยังด้านในของจวน


      “บ่อน้ำกว้างๆ สวรรค์”เจ้ามีมี่ร้องเอ่ยออกมาอย่างดีใจพร้อมกับเจ้าจระเข้ตัวใหญ่ที่เลื้อยลงน้ำไปเพื่อสำรวจสถานที่ที่จะกลายมาเป็นบ้านหลังใหม่อย่างตื่นเต้น เช่นเดียวกับจางฝูที่เดินดูสำรวจภายด้านในจวนก่อนจะพบว่าจวนหลังนี้ค่อนข้างที่จะใหญ่มากๆดูเเล้วเธอคนต้องใช้คนงานที่จะมาอยู่ที่นี่เยอะน่าดู

     เมื่อเดินสำรวจจเป็นที่พอใจแล้ว จางฝูก็พาสัตว์เลี้ยงของเธอเดินออกมาจากจวนเนื่องด้วยว่ายังมีที่ที่เธอต้องไปอีกส่วนเรื่องจัดตกแต่งจวนกับหาคนมาช่วยดูแลภายในจวนก็เอาเป้นเขียนติดประกาศรับสมัครคนเอาไว้ก่อน อีกอย่างคือชื่อจวนและชื่อของเธอที่เป็นเจ้าของจวนก็คงต้องปิดเเละเปลี่ยนเพื่อความปลอดภัยในตัวของเธอด้วยนั้นเอง


@Admin


แสดงความคิดเห็น

(( รอตกแต่งจวน ))  โพสต์ 2019-6-25 20:56

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +35 ความหิว -46 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 35 -46 + 5

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตัวเบาขั้นสูง
เคล็ดวิชาวารีสิ้นขั้นสูง
หนามคู่เป่าเหลียน
ม้าเทพอูซุน
ไข่มุกราตรี
คัมภีร์ละติน
ปราณคลุมวารี
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x90
x2
x80
x1
x2
x395
x250
x17
x451
x1
x1
x2
x50
x1
x27
x1
x1
x1
x1
x4
x25
x1
x1
x66
x100
x55
x1
x15
x15
x2
x32
x2
x40
x5
x500
x8
x4
x71
x70
x70
x70
x15
x55
x165
x345
x23
x10
x146
x520
x1
x23
x328
x1
x124
x90
x116
x53
x120
x668
x113
x1
x30
x114
x186
x140
x2
x2
x258
x384
x210
x158
x3858
x1536
x150
x225
x29
x30
x17
x4
x14
x120
x894
x4
x1164
x10
x140
x1
x4
x13
x1
x2
x116
x206
x68
x3725
x6
x6
x127
x1
x26
x140
x400
x8
x150
x60
x500
x14
x2
x3
x200
x4
x40
x121
x2
x500
x146
x704
x430
x60
x105
x78
x7
x40
x80
x3
x30
x3
x1
x3
x117
x2
x10
x7
x4
x125
x63
x100
x1
x45
x1089
x4
x118
x6
x27
x3667
x102
x220
x5
x109
x4
x2
x774
x2056
x90
x64
x19
x29
x254
x259
x6
x28
x13
x478
x3
x563
x5
x1468
x117
x507
x244
x590
x580
x650
x84
x34
x129
x346
x1114
x207
x92
x81
x179
x306
x8
x60
x1
x3
x185
x127
x619
x422
x954
x660
x136
x2071
x2330
x521
x40
x3
x1060
x24
x180
x1210
x20
x48
x444
x5279
x960
x1490
x35
x20
x41
x81
x677
x1

128

กระทู้

1380

โพสต์

21หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
227545
เงินตำลึง
1070299
ชื่อเสียง
65584
ความหิว
-464

ตราสำนักวังน้ำทิพย์ใบรับรองภาษาฮั่นใบรับรองภาษาละตินป้ายวังหลังป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV3)

คุณธรรม
5795
ความชั่ว
333
ความโหด
2041
ภูตปริศนา (วัยทารก)
เลเวล 1

เมิ่ง จื่อเหยา

ข้าไม่ได้เตี้ยบนหัวเจ้า
pet
โพสต์ 2019-8-25 02:25:07 | ดูโพสต์ทั้งหมด
[ป่วยที่เหมือนไม่ป่วย]

      รอนแรมเดินทางมาหลายชั่วยามในที่สุดพวกจางฝูนั้นก็เดินทางมาจนถึงเมืองเฉิงตูเป็นที่เรียบร้อย แม้เมืองเฉิงตูนั้นจะนับว่าเป็นเมืองใหญ่อีกแห่งในเขตป่าสูแต่เมื่อเทียบกับเมืองฉางอันแล้วนั้นนับว่าที่เมืองนี้สงบกว่าอย่างมาก นอกจากที่นี่เมืองนี้ยังเป็นเขตที่ตั้งของสำนักวังน้ำทิพย์ของเธอด้วยคงเป็นการดีที่อย่างน้อยก้จะได้เทียวไปมาหาสู่กับที่สำนักได้บ้างละนะ

      “ที่นี่หรือเมืองเฉิงตู ดูเงียบสงบดีนะ”ซุนเจียงที่เดินลงจากรถม้ามาเป็นคนเเรกเอ่ยก่อนที่จะหันไปรับเอาอี้หรงที่เจี๋ยเฟยอุ้มส่งให้มาอุ้มเอาไอเว้ก่อนที่จะวางบุตรชายลงกับพื้น แล้วหันกลับไปมองดูภายในเมืองที่ดูสงบเหลือเกินทั้งๆที่ก็เป็นเมืองใหญ่เมืองหนึ่ง ก่อนที่จะยื่นมือไปรับจางฝูให้ปีนลงมาจากรถม้า เเละเป็นอีกครั้งที่ท่าทีของหยิงสาวยามลงจากรถม้าแล้วอยู่ในสภาพมิค่อยสู่ดีนัก


    “ไหวรึไม่”ซุนเจียงเอ่ยถามขึ้นมาก่อนหน้านี้เจ้าตัวก็มีอาการเวียนหัวเเล้วก็พะอืดพะอมคล้ายๆกับตอนที่นั่งรถม้าไปยังหอชุมนุมไม่มีผิด แต่ดูท่าอาการในครานี้จะเป็นหนักกว่ามาแม้เจ้าตัวจะฝืนไม่ยอมอ้วกออกมาก็ตาม


     “ไหว แค่เวียนหัวไม่เป็นไรหรอก หาอะไรร้อนดื่มสักหน่อยก็น่าจะดีขึ้น”จางฝูเอ่ยแล้วยกยิ้มแห้งให้แก่สามีตนเอง


     “เช่นนั้นเร่งเข้าเถอะจะได้พักผ่อน”เจี๋ยเฟยเอ่ยเสริมขึ้นก่อนจะเดินไปจูงเอาม้าทั้งสองตัวมาแล้วอุ้มลูกๆขึ้นไปนั่งก่อนจะปีนตามขึ้นไปนั่ง ซุนเจียงเองก็พยักหน้าเป็นเชิงเห็นด้วยแล้วพยุงจางฝูให้ขึ้นไปนั่งบนหลังม้าส่วนตนก็ขึ้นไปนั่งช้อนที่ด้านหลังมือข้างหนึ่งก็จับสายบังเหียนเอาไว้อีกมือทำหน้าที่โอบเอวบางเอาไว้ไม่ให้อีกฝ่ายวูบร่วงตกลงม้าไป


     “อาฝู เจ้าบอกทางข้าบังคับเอง”ซุนเจียงเอ่ยเสียงเรียบพรางก้มมองร่างบางที่ดูเหมือนจะอวบขึ้นมานิดหน่อยในอ้อมแขนตัวเอง ‘จะว่าไปช่วงนี้นางก็ไม่ได้ทานเยอะแล้วเหตุในจึงอวบขึ้นมาได้ถึงขนาดนี้นะ’ แต่นั้นก็เป็นเพียงการเอ่ยคิดขึ้นมาในใจหลังจากที่รอบนั้นนางโกรธเขาไป ตัวเขาเองก็ไม่กล้าเอ่ยเรื่องนี้ขึ้นมาอีก อย่างที่พ่อบุญธรรมเคยบอกเอาไว้จริงๆว่าการพูดคุยกับผ้หญิงอย่าได้ริอาจเริ่มเรื่องรูปร่างและน้ำหนักเด็ดขาด


      “ออกจากนี้ไปจนถึงย่านการค้า แล้วเลี้ยวที่หัวมุมแรกไม่นานก็จะเจอ”จางฝูเอ่ยก่อนที่หลับตาลงพรางเอนหลังพิงอกแกร่งของซุนเจียงเพื่อพักผ่อนสักเล็กน้อย ตอนนี้เธอเวียนหัวมากเหลือเกิน เวียนหัวจนแทบจะไม่มีแรงจะลืมตาแล้ว ซุนเจียงเมื่อเหห็นท่าทีอ่อนแรงของคนในอ้อมแขนก็ผ่อนลมหายใจออกมาแล้วหันไปมองเจี๋ยเฟยแล้วควบม้าออกเดินมุ่งหน้าไปตามทางที่อีกฝ่ายบอก เพียงไม่นานพวกเขาก็มาหยุดกันที่หน้าจวนขนาดใหญ่โตมากหลังหนึ่งซึ่งถูกตกแต่งอย่างโอ่อ่า หรูหรามากนัก จริงๆแล้วตัวจางฝุนั้นไม่ได้ปรับเปลี่ยนจวนหลังนี้เท่าใดนักเพราะมันก็งดงามมากอยู่แล้ว จะเปลี่ยนก็แค่บริเวณลานกว้างทางด้านหลังจวนที่อยู่ติดกับสระบัวขนาดใหญ่ให้มีพื้นที่เพิ่มขึ้นอีกสำหรับไว้ฝึกยุทธ์ นอกจากนี้ก็ยังให้คนสร้างทางลับใต้สระเผื่อไว้เวลาฉุกเฉินนอกนั้นก็ยังคงสภาพเดิมไว้ทุกกระเบียดนิ้ว


     “มาถึงกันเสียทีนะ”จู๋เว่ยที่เดิมเดินทางมารออยู่ก่อนแล้วเอ่ยทั้งน้องเขยทั้งสองกับหลานก่อนจะหันไปขมวดคิ้วมองน้องสาวบุญธรรมตัวเองที่ยามนี้ใบหน้าดูซีดเซ๊ยวกว่าปกติมากนั้น แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยถามสิ่งใดร่างบางนั้นก็พุ่งตัววิ่งหนีเข้าห้องน้ำไปเสียก่อน พร้อมเสียงโอ้กอ้ากที่ดังออกมาพาให้คนอื่นๆที่วิ่งตามมาได้แต่เป็นห่วง


     “อาฝู/ฝูเออร์ เจ้าเป็นเช่นไรบ้าง”เสียงของเจี๋ยเฟยอละซุนเจียงต่างก็ร้องถามหญิงสาวด้านในอย่างเป็นห่วง ก่อนประตูห้องน้ำจะเปิดออกอย่างช้าพร้อมกับร่างบางของจางฝูจะเดินก้าวออกมาก่อนจะทรุดฮวบลง อย่างคนหมดแรง ซุนเจียงที่อยู่ใกล้สุดไม่รอรีบปรี่พุง่เข้าไปรับร่างบางของอีกฝ่ายก่อนจะยกอุ้มขึ้นมาแล้วเดินพาไปนอนที่เตียงโดนทันที บ่าวใช้บางส่วนที่ติดตามมาพร้อมจู่เว่ยและเมิ่งจื่อเหยานั้นต่างพากันวิ่งหัวหมุนเตรียมต้มยา ถังน้ำมาเพื่อเช้ดตัวให้ฮูหยินของบ้านที่จู่ๆก็เกดเป็นลมขึ้นมาเสียอย่างนั้น


     “ไม่ได้มีไข้ อะไรร่างกายก็ปกติดี แต่ว่ามีบางงอย่างแปลกซึ่งข้าก็ไม่เเน่ใจ”จู๋เว่ยที่จับชีพจรให้เอ่ยบอกออกมาก่อนจะหันไปมองสองเขยที่นั่งรอหน้าเครียดอยู่ “เข้าใจว่าเป็นห่วงแต่ไม่ต้องทำหน้าเหมือน น้องข้าจะตายได้ไหมพวกเจ้านี่”


      “ก็จู่ๆนางก็เป็นเช่นนี้ไม่ให้เป็นห่วงได้อย่างไร อีกอย่างนะจู๋เว่ยไอเตี้ยที่นั่งอยู่ข้างๆนั้นมันใครกันน่ะฮ่ะ”เจี๋ยเฟยเอ่ยก่อจะหันไปจ้องเขม็งให้บุรุษร่างเล็กอีกคนที่ไม่รู้ว่าเป็นใครมาจากไหนที่ดันมานั่งหน้าสลอนอยู่ในห้องด้วยท่าทีไม่เป็นมิตรเท่าใดนัก


     “ข้าเมิ่งจื่อเหยา เป็นสหายของจางฝู อาจารย์ข้าให้มาค่อยตามดูแลนางน่ะ”เมิ่งจื่อเหยาแม้ถูกเอ่ยเรียกในถ้อยคำที่ฟังแล้วช่วนเท้ากระตุกไปเสียหน่อย แต่เวลานี้คงไม่ใช่เวลาที่เขาจะมาใส่ใจเรื่องนั้นขณะที่คนมานั่งหน้าดุใใส่หรอก


     “หึ..เช่นนั้นหรือ”


      “เจี๋ยเฟย ใจเย็นเถอะที่อาเมิ่งพูดมาเป็นเรื่องจริงข้าช่วยยืนยันได้ ตอนนี้เจ้าใจเย็นก่อนเถอะ”ซุนเจียงเอ่ยเตือนอีกฝ่ายพรางถอนหายใจออกมา "ข้ารู้เจ้าหวงนาง ข้าเองก็หวง แต่เวลานี้ไม่ใช่”


     “หึ เห็นแก่ท่านเถอะ ข้าจะปล่อยไปก่อน”เจี๋ยเฟยพรางเข็ดเขี้ยวมองคาดโทษไปยังบุรุษอีกคนก่อนจะหหรุบสายตากลับไปมองยังจางฝูที่ยังคงนอนหลับอยู่ด้วยท่าทีเป็นห่วง ช่วงนี้อารมณืนางก็แปรปวน ยังมาเป็นเช่นนี้อีกเขาจะวางใจให้นางเดินทางไปคุ้มกันขบวนได้เช่นไร


@Admin


แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +17 คุณธรรม โพสต์ 2019-9-27 17:05
มองความสองสามีหวงเมิ่ง อย่าหวงพวกเจ้าควรห่วงตนเอง  โพสต์ 2019-9-27 16:45

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -36 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -36 + 5

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตัวเบาขั้นสูง
เคล็ดวิชาวารีสิ้นขั้นสูง
หนามคู่เป่าเหลียน
ม้าเทพอูซุน
ไข่มุกราตรี
คัมภีร์ละติน
ปราณคลุมวารี
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x90
x2
x80
x1
x2
x395
x250
x17
x451
x1
x1
x2
x50
x1
x27
x1
x1
x1
x1
x4
x25
x1
x1
x66
x100
x55
x1
x15
x15
x2
x32
x2
x40
x5
x500
x8
x4
x71
x70
x70
x70
x15
x55
x165
x345
x23
x10
x146
x520
x1
x23
x328
x1
x124
x90
x116
x53
x120
x668
x113
x1
x30
x114
x186
x140
x2
x2
x258
x384
x210
x158
x3858
x1536
x150
x225
x29
x30
x17
x4
x14
x120
x894
x4
x1164
x10
x140
x1