กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบอุปกรณ์พกพา | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์
ดู: 424|ตอบกลับ: 32

{ เมืองฉางอัน } โรงเตี้ยมชางลั่งถิง | 沧浪亭

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-8-16 22:58:54 |โหมดอ่าน




โรงเตี้ยมชางลั่งถิง | 沧浪亭

{ เ มื อ ง ฉ า ง อั น }












【พลับพลาเกลียวคลื่น】
' สุขล้ำดั่งเกลียวคลื่นที่ลอยสูง ลิ้มรสหนึ่งระดับของชีวิตที่เรียกว่า 'เลอค่า'
อาคารไม้แกะสลักทั้งหลังประดับประดาอย่างวิจิตรอลังการพอกับราชวังของจ้าวต่างแคว้น
ภายในตกแต่งอย่างปราณีตบรรจง ความหรูชนิดที่ว่าชาวบ้านธรรมดาไม่กล้าเฉียดกรายเข้าไปใกล้
โรงเตี้ยมแห่งนี้ตั้งอยู่บนที่ดินผืนแพงระยับ สรรสร้างสถาปัตยกรรมบนน้ำตกจำลอง
อุทยานที่ติดกันยังมีสัตว์หายากนานาชนิดผลัดกันมาอวดโฉมแคลายเหงา
นี่คือสถานที่พร้อมจะปรนเปรอแขกสูงศักดิ์ ทรงเกียรติ และร่ำรวยด้วยกำลังทรัพย์ 
เพราะเพียงแค่น้ำชาหนึ่งกายังปรุงจากกลีบบุปผาร้อยแปดชนิดสนนราคาร่วมร้อยชั่ง







เถ้าแก่โรงเตี้ยม 
ชาง เยี่ยนเป่ย (34)
ประวัติ :: ลูกครึ่งชาวต้าหว่าน-ฮั่น ผู้มีอันจะกินด้วยมรดกทางฝ่ายบิดาทำให้เขาแม้ไม่ต้องกระดิกนิ้วก็สุขสบายไปทั้งชาติ ชายหนุ่มชื่นชอบการลิ้มลองรสชาติแปลกใหม่ ไม่ว่าจะเป็นสุรา นารี หรือแม้แต่อาหารเลิศรส เขาถลุงมรดกสามชั่วคนเพื่อสร้างกิจการโรงเตี้ยมสุดหรู แน่นอนว่าใส่ใจทุกรายละเอียดแม้แต่พรมปู่ห้องรับรอง ยังต้องสั่งนำเข้าผ้าไหมจากแคว้นโหรวหราน
อุปนิสัย :: ยิ้มแย้มแจ่มใสเป็นนิจ อากัปกิริยาดูเป็นชาวฮั่นที่ขัดกับเส้นผมสีทองอ่อนดูแปลกตามักสวมชุดม่วงคลี่พัดจีบและแวดล้อมด้วยบริวารคอยทำตามคำสั่ง รักการเข้าสังคมยิ่งกว่าสิ่งใดมีเส้นสายกับหมู่ขุนนางและข้าราชการท้องถิ่น ยิ่งกว่าคุณชายเจ้าสำราญคือเขานี่ล่ะเป็นเสือผู้หญิงตัวยง


ชื่อกิจการ : พลับพลาเกลียวคลื่น
เจ้าของกิจการ : ชาง เยี่ยนเป่ย 
เวลาปิดบริการ : ตลอดวันตลอดคืน 
ประเภทร้าน : บริการห้องพักหรูหรารับจัดงานเลี้ยงรับรอง
ห้องเล็ก (นอนคนเดียว) คืนละ: 50 ชั่ง
ห้องใหญ่ คืนละ: 100 ชั่ง 
จำหน่ายสุราอาหารชั้นเลิศ และค่ำคืนมีบริการฟ้อนรำขับร้องแสดงดนตรี



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 Point +4 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 4

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2018-8-16 23:04:30 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LinJieoya เมื่อ 2018-8-17 04:19


เข้าเมืองหลวง

        หลังจากที่ จิ่ว เยว่ หัวหน้าทหารรักษาการณ์ฉางอันและทหารของเขาอีกห้านายนั้นเดินทางมารับไต้อ๋องและพระชายา ก็มีพวกเขาที่คอยเป็นคนอารักษ์ขาคนสำคัญสองคนนี้แทนเหล่าทหารทั้งหลาย เนื่องจากว่า เป็นเมืองใหญ่จึงต้องลดจำนวนคนคุ้มกัน แต่เพิ่มความสามารถเหล่าผู้คนแทน เพื่อการเดินทางที่สะดวกรวดเร็ว

        พระชายาหลินเฟยนั้นตื่นตาอย่างมากในการออกมา เนื่องจากว่าเธอมักจะอยู่จวนเสมอ รวมถึงเซียวไต้อ๋องด้วย เขานั้นรู้สึกดีที่ได้ขอฎีฏาองค์ฮ่องเต้ ที่สามารถพาคนรักนั้นมาเที่ยวชมดูเมืองในเทศกาลแห่งความรักนี้ได้ด้วย.. พรุ่งนี้เขาคาดว่าจะเป็นคนที่ต้องพาพระชายาของตนนั้นไปเที่ยวเสียหน่อยแล้ว

       “...เป็นอย่างไรเจียวหย่า..เจ้าชอบไหม?” เขาถาม ก่อนที่จะจับมือนางอย่างใจเย็น ส่วนพระชายาหลินเฟยนั้นจากใบหน้าที่ค่อนข้างเย็นชาเล็กน้อยก็กลับเป็นใบหน้าของหญิงสาวที่เขาไม่เคยได้เจอมาถึงห้าปี..นั้นคือใบหน้าของเด็กสาว ที่กำลังตื่นเต้นกับสิ่งที่เห็น..แต่ก็เพียงประเดี๋ยวเท่านั้น…

        “ช่างสวยงามเหลือเกินท่านอ๋อง” เธอกล่าว ก่อนที่รถม้านั้นจะไปหยุดอยู่ที่ โรงเตี้ยมชางลั่งถิง ซึ่งเป็นโรงเตี้ยมที่ใหญ่อย่างที่พระชายาหลินเฟยไม่เคยเห็นมาก่อน..ในฐานะโรงเตี้ยมอะนะ อาคารไม้แกะสลักทั้งหลังประดับประดาอย่างวิจิตรอลังการพอกับวังของอ๋องเสียไม่มีผิด แม้จะเล็กกว่ามาก แต่ก็ทำให้เธอรู้สึกเหมือนกับได้อยู่บ้านอย่างไรก็ไม่รู้..

        “...ที่นี้เป็นโรงเตี้ยมที่ดีที่สุด ณ ฉางอันนี้แล้วละนะ ...ข้าส่งจดหมายมาจองห้องไว้ก่อนหน้าแล้ว เราเข้าไปกันเถอะ พวกท่านทั้งหกคนก็มิต้องเกรงใจ หากมีอะไรก็บอกเราได้เสมอ” ไต้อ๋องกล่าว ดูเหมือนว่าพ่อหนุ่มกระเป๋าหนักคนนี้ทำให้เธอก็หรี่ตาเสียแล้ว ไต้อ๋อง ไม่เป็นอย่างที่ผู้คนเล่าบอกเลยคือ ไม่ได้ร่ำรวยอะไรมากมายนัก แต่ทว่าความจริงใครจะรู้ ว่าทรัพย์สมบัติตั้งแต่บรรพชนนั้นมากมายเหลือนับคณา มิน่าแล้ว ทุกวันนี้ถึงอยู่อย่างสบาย

        แถมงานการไม่ยอมทำเสียอีก..แม้ว่าจะรู้สึกผิด แต่เขาก็ทำอะไรมิได้ แต่เพียงช่วยเล็กๆน้อยๆ กับเหล่าผู้คนที่ยากไร้.. เธอได้รู้เพราะไต้อ๋องเคยพาไปยังห้องเก็บสมบัติประจำตระกูลหลิวซั่นก็รู้ได้ว่าไม่ธรรมดาเลย

       “เจ้าค่ะ” เจียวหย่าตอบ ก่อนที่จะเดินลงไปจากรถม้าอันหรูหรานั้น แล้วเดินตามไต้อ๋องเพื่อเข้าห้องพัก เสี่ยวเอ๋อห์ภายในนั้นก็ตามกรูกันมาเพื่อจะรับของ และที่สำคัญ ชาติก็เดินตามเธอมาพร้อมกับเหล่าองค์รักษ์ทั้ง 6 ที่ฮ่องเต้ให้มาอารักษ์ขา.. เสี่ยวเอ๋อห์นั้นหยุดนิ่งไปเสียเล็กน้อย เมื่อสายลมนั้นพัดพาเอากลิ่นหอมหวานบางอย่างมาลอยตามลม

        พวกเขาหันไปทางหญิงสาวในชุดงามสูงศักดิ์ ที่เยื่อนย่างใกล้กายคนที่เถ้าแก่บอกว่าจะมีแขกวีไอพี(?) นั้นมาเข้าพัก … ชายผู้นั้นคืออ๋องแห่งปาสู่ ส่วนหญิงข้างกายคงมิเว้นใช่พระชายาหลินเฟยเป็นแน่…

        “คารวะเซียวไต้อ๋องแห่งปาสู่และพระชายาขอรับ ข้าชาง เยี่ยนเป่ยเป็นเจ้าของที่นี้ ...ข้าได้เตรียมห้องรับรองท่านและพระชายา รวมถึงผู้ติดตาม ตามที่ท่านสั่งแล้วขอรับ เชิญพักผ่อนทางเรามีจำหน่ายสุราอาหารชั้นเลิศ และค่ำคืนมีบริการฟ้อนรำขับร้องแสดงดนตรี หากท่านต้องการพากลับยังห้องพัก ก็ย่อมได้สำหรับคนกระเป๋าหนักอย่างเซียวไต้อ๋องนะขอรับ” เขากล่าวยิ้มแย้ม แล้วคลีพัดขึ้นมาเพื่อปิดเสียงหัวเราะอย่างเป็นกันเองของตนเอง แต่ทว่าดวงตากับพราวเหล่ไปทางร่างของหญิงด้านหลังของเซียวไต้อ๋อง…

                                  พึ่งเป็นสาวรุ่นร่างกระจ่างดวง                    ดูสองถันนั้นเป็นพวงผกาทิพย์
                           เหมือนโกมุทพึ่งผุดหลังชลา                   พอต้องตาเตือนใจจะให้หยิบ
                           เจ้าพลายแลเล็งเห็นไม่กระพริบ                  พ่อกระซิบห้ามปรามก็ขามใจ
                           สนิทนิ่งเหนือหมอนดังท่อนแก้ว               พระพักตร์แผ้วมิได้มีรอยฝีไฝ
                                   งามขนงก่งค้อมละม่อมละไม                แต่เนตรหลับยังวิไลประหลาดนาง
                           นาสิกตละทรงพระแสงขอ                 โอษฐ์ลออเรี่ยมริมเหมือนจิ้มฝาง
                           สองปรางอย่างผิวผลมะปราง                     ดูทรงศอคอคางอย่างกลึงกลม
                           งามระหงทรงศรีไม่พีผอม                           เพริศพร้อมแต่บาทจนถึงผม
                                   กระหมวดมุ่นเกศาก็น่าชม                         ปักปิ่นทองถมราชาวดี
                           กุณฑลสองข้างพร่างแสงเพชร                       สังวาลประดับเม็ดพลอยต่างสี
                           กำไลกรทองร่อนรูปนาคี                        ธำมรงค์เรือนมณีสีพร่างพราย
                           ผ้านุ่งถุงยกกนกกรอง                            ห่มแพรริ้วทองจำรัสฉาย

        ดวงตาของเขานั้นแวววับไปด้วยความสนใจ.. ได้ข่าวมาเหมือนกับว่าหญิงงามนั้นมักอาพับ แต่ทว่าหญิงงามตรงหน้าเขาดูน่าอาพับเสียจนน่าทะนุทะน่อม ใบหน้างามกลึงนั้นคือสิ่งใดกัน.. แม้รอยยิ้มเศร้าสร้อยนั้นจะยิ่งทำให้ใบหน้าของนางหมอง แต่เมื่อครั้งได้คุยกับพระสวามี กลับทำให้นางเหมือนมีละอองร่องรอยยิ้ม ออกมาอย่างนางสวรรค์ชั้นฟ้าเสียกระนั้น..

       “ข้าขอขอบใจ แต่คงต้องปฏิเสธ ข้ามีนางรำประจำตัวอยู่แล้วฮ่ะๆ..ให้เสี่ยวเอ๋อห์นำของไปไว้ที่ห้องที่เราจองไว้ด้วยนะ ….พระชายาไปกันเถิด” ไต้อ๋องนั้นกล่าว ก่อนที่จะส่งมือไปให้พระชายาหลินเฟยจับเขาไว้ … ไต้อ๋องนั้นรับรู้ถึงดวงตาของชายหนุ่มรอบกายพระชายา … โดยเฉพาะเจ้าของโรงเตี้ยมตรงหน้า ที่นิ่งค้างไปสักประเดี๋ยวเมื่อได้เห็นหน้าพระพักย์ของฮูหยินของเขาแล้วก็อดหวงไม่ได้..

        ต้องแสดงความเป็นเจ้าของเสียหน่อย…..แม้จะเป็นคนที่ไม่อยากมีเรื่อง แต่เรื่องนี้..อยากจะมีก็ว่ามา...เขาจะไม่ยอมปล่อยให้พระชายาของเขาเป็นอะไรเด็ดขาด

@Admin


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +7 เงินตำลึง +500 ความหิว -36 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 7 + 500 -36 + 5

ดูบันทึกคะแนน

ดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กราดิอุสศิลา
โลหิตมาร
วิจารณ์ซางยาง
เกราะทองคำ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x300
x3
x4
x20
x1000
x310
x18
x6
x70
x300
x300
x200
x1
x1
x1140
x2
x512
x2
x50
x1
x2280
x1000
x130
x9999
x5000
x1000
x90
x1
x6
x2
x2485
x2
x4
x330
x2
x50
x1000
x14
x40
x3
x5
x2
x2
x20
x3
x17
x80
x5
x4
x2
x65
x50
x2
x3
x5
x33
x2
x3
x50
x3
x75
x4
x3
x220
x105
x30
x4
x265
x32
x20
x57
x10
x14
x4
x18
x115
x100
x73
x84
x258
x50
x50
x8
x4
x2
x119
x750
x191
x10
x629
x300
x70
x48
x8200
x5020
x2
x6
x40
x1000
x835
x14
x675
x14
x1457
x171
x64
x2180
x52
x1025
x372
x220
x262
x140
x393
x91
x430
x181
x170
x110
x136
x998
x576
x91
x390
x12
x99
x1
โพสต์ 2018-8-17 18:42:09 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LinJieoya เมื่อ 2018-8-17 19:03




แรกพบสบตา

          พระชายาหลินเฟยนั้นเมื่อเข้ามาในห้อง ก็เตรียมที่จะหลับนอน เนื่องจากว่าการเดินทางนั้นสร้างความเหนื่อยให้เธอและไต้อ๋องไม่น้อยเลย แต่ทว่าภายในห้้องแห่งนี้เหมือนเป็นห้องส่วนตัว ที่ทางห้องน้ำจะมีบ่อน้ำร้อนอย่างดี ที่คอยบริการอย่างเป็นส่วนตัว สมแล้วที่เป็นสถานที่แห่งนี้ …

          นางล้มตัวลงบนที่นอนของตนเอง ซึ่งเป็นเตียงขนาดใหญ่มีเสาค่ำทั้งสี่ด้าน ผ้าลายปิดนั้นปักงดงาม เฉกเช่นกับผ้าลายที่จวนเซียวไต้อ๋องไม่มีผิด

          “เจ้าชอบหรือไม่เจียวหย่า?” ไต้อ๋องกล่าวถาม เขาเดินมา ในขณะที่เธอนั้นกำลังล้มตัวลงนอนบนเตียง แล้วกลิ่งเกลือก ไปเรื่อยๆ ..เมื่อพระชายาหลินเฟยได้ยินก็ยิ้มคลีบาง “ชอบสิเจ้าคะ ท่านทำเพื่อข้าเลยนี้หน่า? ข้าจะมิชอบได้เยี่ยงไร??” นางพูดต่อ จากนั้นเซียวไต้อ๋องก็ค่อยๆเดินมาหาพระชายาของตนเอง ก่อนที่จะโอบกอดนางไว้อย่างเงียบๆ ..

          ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านออกมานั้นไม่จำเป็นที่จะต้องใช้วาจาใดๆเอื่อนเอ่ย เพราะว่าสองเรานั้นรู้กันดั่งรักแท้แลมั่นคง เต็มไปด้วยความสุขสมเหนืออื่นใด..

          “ข้าอยากทำอะไรเพื่อเจ้าบ้าง..เหมือนที่เจ้าทำเพื่อข้า” เซียวไต้อ๋องแห่งปาสู่นั้นพูดขึ้น
          “ข้าเองก็เช่นกันท่านหลิวฉุน” เธอกล่าวตอบ

          ก่อนที่คนทั้งสองนั้นจะพร้อมใจกันอาบน้ำล้างร่างกาย ขัดศรีชวีวรรณ ตอนนี้ความร้อนรุ่มนั้นได้เกิดจากใจของไต้อ๋อง แม้ว่าภรรยาตนจะเป็นคุณแม่ลูก 7 แต่นางก็ยังคงสิริโฉมงดงามเฉกเช่นเดิม.. โอ้แม่ เมียข้าอะไรจะน่ากินปานนี้..

          “......คิดอะไรหรือท่านหลิวฉุน...หืม?...” พระชายาหลินเฟยที่กำลังนอนลงอ่างอาบน้ำนั้นจ้องมองท่านหลิวฉุนด้วยสายตาที่เหมือนกับจับผิด จนพระสวามีต้องกระแอม เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หากเขาจู่โจมนาง นางคงงอลเขาไปอีกหลายวัน เพราะร่างกายของนางก็เพลียจากการฝึกมามาก..  เพราะฉะนั้น เขาจึงคิดว่าจะไม่ทำอะไรแบบนั้น..

          ‘แต่มันก็น่าเสียดาย...’

          .
          .
          .

         “ท่านหลิวฉุน ท่านทำอะไรอยู่หรือ?” พระชายาหลินเฟยนั้นกล่าวเมื่อนางอาบน้ำเสร็จ เขาเห็นไต้อ๋องนั้นนั่งเขียนอะไรอยู่ เหมือนกับว่ากำลังคิดหนัก..

          “อ้อ..ข้าแค่กำลังคิดถึงเรื่องที่แม่ทัพวูคุยกับข้าน่ะ..เขาบอกว่าจะเนรเทศตัวเองออกไปอยู่นอกด่านเอง มิกล้าอยู่ต่อด้วยเพราะผิดต่อบรรพชนสกุลวู ข้ากำลังคิดว่าข้าจะช่วยเขาอย่างไรดี แม้ว่าแม่ทัพวูนั้นจะเคยเป็นแม่ทัพที่ไม่ดีในตอนแรก แต่เมื่อเขาได้สติกลับตัวกลับใจ ข้าก็อยากให้เขาอยู่ช่วยราชการบ้านเมือง เพราะเขาเองก็เป็นคนที่มีฝีมืออยู่คนหนึ่ง” ไต้อ๋องหลิวฉุนพูด พลางทำท่าคิด

          “แล้วท่านรู้ได้อย่างไรเล่า? ว่าที่เขาพูดมานั้นจะเป็นความจริง? หาใช่มาทำเพื่อความตายใจแก่ท่านแล้วลอบทำร้ายท่านเสีย?หรือ” พระชายาหลินเฟยกล่าวถามอีก

          “ไม่หรอก..ข้าคิดว่ามันไม่น่าเป็นไปได้ ข้าเห็นแววตาของแม่ทัพผู้นี้แล้ว ข้าเชื่อว่าเขานั้นไม่ได้โกหก ยิ่งเขาบอกอีกว่า เป็นเพราะฮูหยินของตนเอง เขาจึงกลับตัวได้..ข้านั้นก็เหมือนกัน..ตอนแรกข้าจะทิ้งปาสู่..ทิ้งทุกอย่างเพื่อตนเองและเจ้า..แต่เจ้ากลับบอกว่าให้ข้าสู้ เพราะประชาชนก็เหมือนกับลูกของเรา คือครอบครัวของเรา..ข้าถึงคิดได้” ไต้อ๋องพูดอีก แล้วลุกขึ้นมาจับมือพระชายาให้มานั่งตรงบนเตียงที่ใกล้กันกับโต๊ะเขียน..

          “เหมือนองค์ฮ่องเต้และฮองเฮาที่ทรงกำลังพยายาม ณ ตอนนี้เช่นไรเล่า.. ราษฎร์ทุกข์เข็ญ โปรยเม็ดทอง ตรัสขององค์ฮ่องเต้และฮองเฮา..และรักแท้ของท่านทั้งสอง ข้าอยากจะเดินรอยตาม ..แต่ไม่อาจเทียบเคียงบารมี ข้าจะทำให้ดีที่สุด” หลังจากนั้น พระชายาหลินเฟยก็ค่อยๆ ซบไหล่ของไต้อ๋อง เงี่ยหูฟังเสียงของหัวใจที่กำลังประดับให้เธอได้ฟังไว้..

          และเมื่อรู้ถึงอย่างงั้น เธอจำได้ว่ามีการประกวดภาพเขียน.. จึงวาดภาพเขียนนั้นโดยตั้งชื่อ.. ‘แรกพบสบตา’ … เหมือนกับนางและไต้อ๋องมิมีผิด..ความรักที่เอิ่บอิ่ม งดงาม บริสุทธิ์...และจริงใจ
        
          “เดี๋ยวพรุ่งนี้เราค่อยไปส่งกันก็ได้นะเจียวหย่า..ข้าจะพาเจ้าไปเที่ยวด้วยดีไหม?”
         “ดีเจ้าค่ะ..”




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -11 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -11 + 5

ดูบันทึกคะแนน

ดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กราดิอุสศิลา
โลหิตมาร
วิจารณ์ซางยาง
เกราะทองคำ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x300
x3
x4
x20
x1000
x310
x18
x6
x70
x300
x300
x200
x1
x1
x1140
x2
x512
x2
x50
x1
x2280
x1000
x130
x9999
x5000
x1000
x90
x1
x6
x2
x2485
x2
x4
x330
x2
x50
x1000
x14
x40
x3
x5
x2
x2
x20
x3
x17
x80
x5
x4
x2
x65
x50
x2
x3
x5
x33
x2
x3
x50
x3
x75
x4
x3
x220
x105
x30
x4
x265
x32
x20
x57
x10
x14
x4
x18
x115
x100
x73
x84
x258
x50
x50
x8
x4
x2
x119
x750
x191
x10
x629
x300
x70
x48
x8200
x5020
x2
x6
x40
x1000
x835
x14
x675
x14
x1457
x171
x64
x2180
x52
x1025
x372
x220
x262
x140
x393
x91
x430
x181
x170
x110
x136
x998
x576
x91
x390
x12
x99
x1

492

กระทู้

1854

โพสต์

35หมื่น

เครดิต

( º﹃º ) หิวปลาปิ้ง!! <''Xx&

เงินชั่ง
11621
เงินตำลึง
221921
ชื่อเสียง
131220
ความหิว
569
คุณธรรม
211
ความชั่ว
110
ความโหด
228
ฉายหง
ระดับ 1

จวง ถิงซู่

" น้องหลานระวังตัวด้วย "
pet
โพสต์ 2018-9-12 21:48:48 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LingHao เมื่อ 2018-9-13 13:22


หลิงหลานบุปผาพิศดาร
452
{ ท้องย่อมเดินด้วยงาน 1 }
ข้าเป็นสตรีที่ไม่มีวีซ่า

        
        จากแสงแดดที่แยงเข้าตามาตั้งแต่เมื่อครู่ และเสียงกระจิ๊บกระจ๋อยนอกเรือนหลังนี้ทำให้นางคาดเดาได้ว่านี่คือเวลาเช้าตรู่… ในห้องมีคน ทว่าเงียบงัน… สตรีในอาภรณ์หลวมโพรกสีขาวนั่งมึนอยู่เช่นนี้เป็นเวลาหนึ่งชั่วยามแล้ว นางยังคงอ่านทวนกระดาษที่ติ่นมาเจอในมือ กวาดสายตาจิกแต่ละอักษรของความเดิมซ้ำๆ
{ ทำลายทิ้งหลังเจ้าอ่านข้อความนี้จบ }


ข้าตัดสินใจแล้วว่าเจ้าเองก็คงอยากลองใช้ชีวิตดูบ้าง เวลามีไม่มากเจ้าอ่านแล้วจดจำให้ดี

  • ที่เจ้าอยู่ตอนนี้คือจวนยอดกวีเอกนครฉางอัน บ้านพ่อแม่บุญธรรมข้าเอง
  • หากมีใครถามอะไรไม่ต้องพูดมากนำจดหมายบนโต๊ะให้พวกเขาก็พอ
  • เรื่องค่ากินค่าอยู่ เงินในหีบเจ้าหยิบใช้ได้ตามสะดวก
  • หากไม่มีเรื่องด่วนอะไรอย่าปลุกข้าก่อนวันที่ 16
  • นั่นหมายถึงวันที่ 16 เจ้าต้องปลุกข้าออกมา จำไว้!!
  • ขอให้เจ้าโชคดี

หลิงเฮ่า



        บนโต๊ะมีจดหมาย… ในหีบมีเงินชั่ง
        ราวกับคาดเดาได้ว่านางตื่นขึ้นมาในร่างนี้จะต้องสงสัย หรือต้องการสิ่งใด
        หลิงเฮ่าผู้นี้เป็นเทพพยดาหรืออย่างไร ?  ขาดอยู่แค่เรื่องเดียวก็คือ

        “เจ้าบ้าเอ้ย!! ลืมไปรึไงว่าข้าอยู่ในจวนมาตั้งแต่ต้นน่ะ!!” เริ่มต้นมาดีแต่จุดเกิดเหตุดันผิดพลาดไปหน่อย เอาอย่างไรดี… เพราะเจ้าของร่างนี้เป็นบุตรชายบุญธรรมเจ้าบ้าน ใช่ว่านางจะเดินสุ่มสี่สุ่มห้าแล้วบอก ‘ข้าหลงมา’ มันก็ดูไร้เหตุผลเกินไปหน่อย ‘จะให้โอกาสกันทั้งที ช่วยเอาร่างไปไว้นอกบ้านให้หน่อยก็ไม่ได้โธ่!!’

        ปฎิบัติการณ์ลอบออกจากจวนโดยไม่ให้ใครรู้จึงเริ่มขึ้น ก่อนร่างเน่งน้อยจะโผล่มาหน้าจวนซือหม่าอีกครั้งในสภาพมอมแมมเพราะหลังกระแทกพื้นตอนปีนหลังคา… อาจเพราะรุปลักษณ์ของนางมีความคล้าย ‘เสิ่นหลิงเฮ่า’ คนนั้นอยู่มาก เมื่อซือหม่าเซียงหรูและฮูหยินพบเข้าถึงกับตกอกตกใจ นางจึงปฎิบัติตามคำแนะนำของหลิงเฮ่า ‘ข้อ 2 .หากมีใครถามอะไรไม่ต้องพูดมากนำจดหมายบนโต๊ะให้พวกเขาก็พอ’ หลิงหลานฉีกยิ้มอย่างเจิดจ้าที่สุดประคองส่งข้อความแก่ท่านทั้งสองโดยดี

ถึงอี้ฟู่อี้เหนียงและทุกคน

        เมื่อพวกท่านได้รับจดหมายนี้ ตัวข้าคงอยู่ระหว่างออกเดินทางไปทำธุระ ไม่ต้องกังวลวันที่ 16 เราจะไปพบกันที่วัดไป๋หม่า ส่วนผู้ที่นำจดหมายนี้มานางคือ ‘หลิงหลาน’ เป็นญาติห่างๆ ของข้าเอง นางกำพร้าและไร้บิดามารดาสอนสั่งหวังว่าพวกท่านจะเมตตาช่วยดูแลนางเหมือนกับที่ดูแลข้าด้วย ขออภัยที่ไม่ได้อยู่ร่ำลา

หลิงเฮ่า



        “เอ๋… ญาติของเสี่ยวเฮ่าเองหรอกหรือ มิน่าล่ะคล้ายกันขนาดนี้ มาๆ เข้ามาก่อนเถอะ...เจ้าเด็กคนนั้นนี่ล่ะก็จะไปจะมาทำตัวลึกลับขึ้นทุกที” จั๋วเหวินจวินอ่านทวนสองรอบพลันเข้าใจเป็นลายมือของศิษย์รักจริงๆ แต่ในเมื่อเป็นคำขอร้องของบุตรชายบุญธรรม แถมอีกฝ่ายก็ยังเป็นเพียงหญิงสาวไร้ที่ไปนางหรือจะใจดำขับไล่ไสส่ง ฮูหยินแห่งจวนเรียกหลานสาวเข้ามาสั่งความ “ไฉเอ๋อร์… เจ้าก็ช่วยนำแม่นาง….”

        “หลิงหลานเจ้าค่ะฮูหยินคนงาม” ร่างเน่งน้อยพยักหน้าหงึกๆ เสมือนลูกเจี้ยบจิกข้าว
        “นำแม่นางหลิงหลาน ผู้นี้ไปเปลี่ยนชุดเสียก่อนส่วนที่พักก็เรือนใกล้ๆกับเสี่ยวเฮ่าเขานั่นล่ะเผื่อกลับมาจะได้สนทนากัน” ซือหม่าฮูหยินชะงักไปชั่วครู่ บางมุมดูคล้ายเสิ่นหลิงเฮ่ามากจริงๆ หรือต้องบอกว่าบุตรชายนางมีใบหน้าค่อนไปทางอิสตรีกันนะ?

.
.
        เรื่องราวหลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรมากมาย… นางถูกคุณหนูที่ชื่อว่า ‘ไฉเมี่ยน’ จับขัดสีฉวีวรรณ จนแผ่นหนังแทบพลิกกลับก่อนจะโดนสารพัดคำถามยิงใส่ ผลสุดท้ายก็ต้อบไม่ได้มันสักข้ออย่างคำถามที่ว่า ‘เจ้ามาจากไหน’ , ‘บิดามารดาคือใคร’ หรืออย่างข้อที่ว่า ‘ปีนี้เจ้าอายุเท่าไรแล้ว’

        โอ้ยตอบยาก!! ตอบยากเหลือเกิน!!

        หลังโดนซักประวัติจนสมองขาวโพลนเป็นที่เรียบร้อย หลิงหลานคนมึนก็ได้ข้อสรุปแล้วว่าอยุ่จวนซือหม่าต่อไปอีกสักวันหนึ่งนางคงอกแตกตายด้วยความอัดอั้นใจเป็นแน่ จึงออกเดินชมนกชมไม้ไปเรื่อย เผื่อจะหาคำตอบได้ว่าลู่ทางในอนาคตข้างหน้าควรจะทำเช่นไรดี?  

        อาจเพราะเดินได้ดีจนเกินไป ชนถูกอันธพาลเข้าโดนข่มขู่กรรโชกทรัพย์ก้อนสุดท้าย(ที่มีคนให้มา) และจะพาตัวไปส่งทางการโทษฐานหน้าตาผิดระเบียบ เรื่องอะไรจะยอมไปเล่านางไม่มีใบผ่านทาง… หลักฐานยืนยันตัวตนก็ไม่มี ขืนถูกจับล่ะได้เป้นเรื่องใหญ่แน่ให้ตายเถอะ!!

       “มารับเงิน… แล้วพวกเจ้าก็ปล่อยแม่นางผู้นั้นไปดีกว่า” เพราะถ้อยคำนี้ของบุรุษผมสีอ่อนสวมอาภรณ์ม่วงนางจึงรอดตาย ถึงเขายื่นมือช่วยเพราะการวิวาทนี้ไปขวางทางรถม้าตนก็พอดีตาม
       “ท่านเจ้าคะช้าก่อน!! ข้าติดค้างบุญคุณท่านแล้วมีสิ่งใดพอจะตอบแทนได้รึไม่?” หลิงหลานนึกในใจถ้าไม่ใช่เรื่องเงินละก็คงพอไหว
        “หืม.. น่าสนใจนี่ ว่ามาสิเจ้าจะตอบแทนอย่างไรล่ะด้วยทรัพย์สินหรือด้วยร่างกาย?” ชางเยี่ยนเป่ยรั้งสารถีไว้ก่อนเมื่อได้ยินเสียงหวานๆ ก็เลิกม่านรถม้าขึ้น  อุทานอย่างพอใจว่าพบของหายากเข้าซะแล้ว ‘เกศาแสงจันทร์… น่าสะสมจริงๆ’
        “ร่างกายก็ได้นะเจ้าคะ!!” นางคิดว่าตนเองแข็งแรงพอสมควร….
        “.........เจ้าเข้าใจความหมายดีแล้วหรือถึงพูดออกมาเช่นนี้” คุณชายชุดม่วงผงะไป เดิมทีคิดเพียงหยอกล้อสาวน้อยเท่านั้น กวาดสายตาประเมินดูแล้วสตรีผู้นี้… ไร้เดียงสาเกินไปไม่ต้องรสนิยมตน
        “แน่นอนเจ้าค่ะ… ข้าทำได้หลายอย่างนะ สิ่งไหนที่ไม่รู้ก็จะฝึกฝน รับรอบว่าช่วยงานท่านได้แน่!!” แต่แล้วพลันนึกขึ้นได้หลิงเฮ่าคนนั้นย้ำเอาไว้ซะตัวหนา ‘ต้องปลุกข้าในวันที่ 16’ นับดูแล้วเหลืออีกไม่กี่วัน “แต่ว่า.. ข้าคงช่วยงานท่านได้สักสี่ห้าวันเท่านั้นนะเจ้าคะ ส่วนเรื่องค่าแรงไม่ขอรับขอแค่ที่พักก็พอเจ้าค่ะ!!”

        มีแบบนี้ด้วยหรอเสนอตัวช่วยงานแต่กำหนดวันเสียเอง….

       ชางเยี่ยนเป่ยกระตุกมุมปากยิ้ม รวบพัดจีบในมือก่อนแหวกม่านรถม้าให้กว้างขึ้น “ก็ได้… ขึ้นมาสิกิจการของข้ากำลังขาดคนงานพอดี” ที่แท้คุณชายชุดม่วงผู้นี้ก็คือหลงจู้ใหญ่ของพลับพลาเกลียวคลื่นอันลือชื่อแห่งฉางอันนั่นเอง เขารอจนร่างบางเข้ามานั่งลงยังฝั่งตรงข้ามแล้วค่อยเอ่ยสั่งคนรถ “กู่ฟู่ข้าไม่ไปย่านการค้าแล้ววนกลับชางลั่งถิง...”





คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1ชื่อเสียง +100 ความหิว -26 Point +7 ย่อ เหตุผล
Admin + 100 -26 + 7

ดูบันทึกคะแนน

เมื่อได้พบท่านจึงได้ทราบความหมายของชีวิต เมื่อคิดถึงท่านจึงได้รู้ว่าลมหายใจที่มีอยู่คุ้มค่าแล้ว
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ปลอกสรรพสัตว์
ตัวเบาขั้นสูง
โล่ห์สกูตุม
กระบี่ไม้
กำหนดลมหายใจขั้นสูง
คัมภีร์ละติน
เซ็กเธาว์
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x5
x8
x1
x10
x100
x100
x7
x14
x39
x4
x1000
x3
x3
x2
x6
x25
x59
x7
x14
x22
x8
x8000
x100
x185
x175
x6000
x210
x320
x11
x267
x9
x93
x4312
x6
x9
x66
x6
x210
x6
x11
x180
x219
x16
x8
x182
x450
x300
x6
x15
x1
x45
x147
x61
x2
x10
x90
x2
x1
x17
x2
x1
x302
x1
x3
x2
x258
x380
x3
x499
x665
x500
x575
x126
x74
x1
x2
x5
x1
x9
x263
x4312
x2300
x645
x19
x132
x9
x244
x19
x11
x221
x17
x588
x4
x514
x698
x15
x30
x444
x1365
x230
x440
x604
x70
x1540
x5
x1045
x6
x1393
x25
x1040
x109
x51
x1
x8
x541
x513
x731
x132
x86
x1525
x924
x117
x916
x1714
x826
x593
x2868
x565
x1120
x1236
x2047
x402
x11
x1
x37
x906
x355
x33
x1
x8153
x520
x67
x9999
x125
x20
x473
x370
x1756
x60
x440
x969
x300
x40
x9
x169
x157
x10
x50
x30
x2902
x94
x292
x120
x154
x30
x21
x18
x441
x115
x1
x273
x3894
x1630
x95
x10
x20
x10
x85
x371
x10
x142
x905
x20
x70
x1988
x310
x2

492

กระทู้

1854

โพสต์

35หมื่น

เครดิต

( º﹃º ) หิวปลาปิ้ง!! <''Xx&

เงินชั่ง
11621
เงินตำลึง
221921
ชื่อเสียง
131220
ความหิว
569
คุณธรรม
211
ความชั่ว
110
ความโหด
228
ฉายหง
ระดับ 1

จวง ถิงซู่

" น้องหลานระวังตัวด้วย "
pet
โพสต์ 2018-9-12 22:27:54 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LingHao เมื่อ 2018-9-13 21:09



หลิงหลานบุปผาพิศดาร
453
ป่วนงานที่ชางลั่งถิง 1/4
{ ท้องย่อมเดินด้วยงาน 2 }
ชะตาชีวิตข้าหรือน่าอดสู?

       รถม้านำพาผู้โดยสารทั้งสองมาสู่หอหมู่ทรงสูงดูโอ่อ่าแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ริมน้ำตกและสวนอุทยานอันร่มรื่น แสงอาทิตย์ยามเย็นไล้เหลี่ยมเขา กระทบลงยังหลังคากระเบื้องเขียวส่องให้เห็นป้าย ‘ชางลั่งถิงเตี้ยน(พลับพลาเกลียวคลื่น)’ อันสลักจากไม้เนื้อดีดูงดงามมีรสนิยม
        “สามวันหลังจากนี้ฝากเจ้าดูแลนางด้วยแล้วกัน” สั่งความสารถีเสร็จบุรุษอาภรณ์ม่วงรวบพัดจีบในมือพลางก้าวลงจากตัวรถ เห็นร่างเน่งน้อยยังกระพริบดวงตาคู่โตปริบๆ ก็นึกขัน “เอาล่ะแม่นางน้อยอย่ามัวนั่งชมวิวอยู่ที่นี่เลย ตามกู่ฟู่ไปสิ...เข้าจะบอกเจ้าเองว่าต้องทำอะไรบ้างในแต่ละวัน”
        สตรีผมเงินแง้มม่านบังตาออกมา มองซ้ายทีขวาทีทุกมุมอาคารล้วนงดงามด้วยรายละเอียดยิบย่อย นางเข้าใจว่าเขาจะพาไปเป็นบ่าวในจวนเสียอีก “ท...ที่นี่คือ?”
        “กิจการของเถ้าแก่หย่งก็คือโรงเตี้ยมชั้นหนึ่งในนครหลวง เบื้องหน้าเจ้านั่นล่ะแม่นาง… มาเถอะอย่ามัวโอเอ้อยู่เลย” สารถีวัยสามสิบกว่ากระโดดลงจากรถม้า ส่งสายตาแกมบอกให้เจ้าตัวรีบตามมาเขายังมีงานต้องไปทำอีกเยอะ ใครจะว่างดูแลให้ทั้งวัน
        “เช่นนั้น… ข้าก็ขอตัวนะเจ้าคะรับรองว่าจะตั้งใจทำงานตอบแทนท่านอย่างดีที่สุด!!” หลิงหลานหันไปยิ้มแย้มให้เถ้าแก่หย่ง ไม่บอกนางก็คงไม่ทราบว่าเจ้าของกิจการใหญ่โตเช่นนี้ยังเป็นคนหนุ่มแน่นอยู่ ดูไม่ออกเลยจริงๆ
        หย่งชางเป่ยมองตามแผ่นหลังบอบบางที่ออกวิ่งตามสารถีของตนไป พลางยกพัดจีบขึ้นแตะริมฝีปากเบาๆ อย่างครุ่นคิด ความเดียงสาราวกับลูกเจี้ยบพึ่งฟักออกจากไข่ออกมาชมโลกกว้างเช่นนี้ทำให้อดสงสัยไม่ได้จริงๆ “.....จะว่าสตรีไร้หัวนอนปลายเท้า ทั้งตัวนางกลับสวมอาภรณ์ชั้นดี ผ้าผูกผมยังเป็นไหมปักดิ้นเงิน แปลก… หรือจะเป็นคุณหนูสกุลไหนไหนหนีออกจากบ้านกันนะ?”

        นางพึ่งทราบว่าหอทรงสูงที่ตบแต่งอย่างวิจิตรแห่งนี้คือโรงเตี้ยม… แถมมิใช่ระดับธรรมดาเสียด้วย เสาทุกต้นประดับโคมไฟภายใน เวลากลางคืนส่องแสงงดงา ถึงหน้าหนาวยังให้ความอบอุ่นไปทั่วโถงทางเดิน ‘ใช้เชื้อเพลิงเปลืองขนาดนี้เอาทรัพย์มาละลายน้ำจริงๆ’
        หลังกู่ฟู่ไปส่งพนักงานคนใหม่ให้กับผู้ดูแล จัดแจงห้องพักพร้อมกับชุดของพลับพลาเกลียวคลื่นยัดใส่มือหญิงสาวเขาก็จากไป ป้าหวังผู้ดูแลคือหญิงมีครอบครัวแล้วเข้ามาแจกแจงรายละเอียดของการทำงานในแต่ละวัน พร้อมกับพาหลิงหลานตามไปดูโรงครัวและห้องซักล้างด้านหลัง “แม่นางน้อยวันนี้พวกเรามีงานไม่เยอะนัก เห็นผ้าปูที่ราวนั่นไหม? เจ้าเก็บส่วนที่แห้งมาแล้วไปช่วยคนอื่นๆ เปลี่ยนตามห้องพักเถอะ”
        “ได้จิป้าหวัง ถ้าเสร็จแล้วให้เค้าทำอะไรต่อไหมเจ้าคะ?” เห็นผ้าขาวบนราวตากมีจำนวนไม่เท่าไร เห็นทีโรงเตี้ยมนี้จะมีแขกน้อย…
        “ถ้ายังไม่เหนื่อยค่อยลงมาช่วยเก็บกวาดลานด้านหน้าก็แล้วกัน” ผู้ดูแลพูดเสร็จก็ปล่อยนางเรียนรู้งานร่วมกับคนอื่น พร้อมจับจองโต๊ะกลมที่ชั้นสองนั่งแทะเมล็ดแตงสอดส่ายสายตา ส่งเสียงเป็นระยะคอยคุมลูกจ้างไปด้วย

        ไล่ตามเหล่ารุ่นพี่ช่วยเปลี่ยนผ้าม่านและตบฝุ่นออกจากพรมหนังสัตว์ คอยเช็ดโต๊ะไม้ขัดเงาจนสะท้อนวาว สตรีผมเงินแม้จะซุ่มซ่ามแต่กคล้ายมีดวงเปลี่ยนร้ายกลายเป็นดีได้ตลอด… ถึงชนแจกันลายครามมันก็ร่วงลงบนหมอนไร้เสียงเพล้งและรอยแตก มีแต่หัวใจเหล่าลูกจ้างที่สั่นตึกตักไปตามๆ กัน ‘เครื่องกระเบื้องราชวงศ์เก่า… ใบนั้นสามพันชั่งเชียวนะ!!’
        
       “จริงสิแม่นางน้อยเจ้ามาจากไหนหรือ บ้านช่องล่ะอยู่ที่ใด?” ป้าหวังถามขึ้นหลังเห็นร่างอรชรเสร็จงานของวันนี้แล้ว
        หลิงหลานได้ยินแล้วส่ายหน้าด้วยความซื่อเรื่องนั้นนางไม่ทราบเช่นกัน
        “เจ้าไม่มีที่ไปเช่นนั้นหรือ… มิน่าล่ะเถ้าแก่หย่งถึงได้รับเข้ามาทำงาน”
        นางพยักหน้าต่อราวกับลูกเจี้ยบจิกข้าวเปลือก กำลังจะอ้าปากบอกว่าที่จริงตนกลับไปจวนซือหม่าได้แค่ไม่อยากรบกวนพวกเขา
        “หมายความว่าเจ้าเป็นเด็กกำพร้าสินะ… โถ่ๆ เสี่ยวหลานน้อยน่าเวทนานัก ไม่เป็นไรนะป้าหวังคนนี้จะช่วยดูแลไม่ให้ใครมารังแกเจ้าเอง” ผู้ดูแลชิงสรุปเสียแล้ว พลางดึงมือคู่น้อยมาลูบอย่างเห็นใจ มิได้สนริมฝีปากจิ้มลิ้มที่กำลังพะงาบๆ เป็นปลาขาดน้ำอย่างมึนงงเลย

@Admin


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +7 เงินตำลึง +500 ความหิว -26 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 7 + 500 -26 + 5

ดูบันทึกคะแนน

เมื่อได้พบท่านจึงได้ทราบความหมายของชีวิต เมื่อคิดถึงท่านจึงได้รู้ว่าลมหายใจที่มีอยู่คุ้มค่าแล้ว
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ปลอกสรรพสัตว์
ตัวเบาขั้นสูง
โล่ห์สกูตุม
กระบี่ไม้
กำหนดลมหายใจขั้นสูง
คัมภีร์ละติน
เซ็กเธาว์
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x5
x8
x1
x10
x100
x100
x7
x14
x39
x4
x1000
x3
x3
x2
x6
x25
x59
x7
x14
x22
x8
x8000
x100
x185
x175
x6000
x210
x320
x11
x267
x9
x93
x4312
x6
x9
x66
x6
x210
x6
x11
x180
x219
x16
x8
x182
x450
x300
x6
x15
x1
x45
x147
x61
x2
x10
x90
x2
x1
x17
x2
x1
x302
x1
x3
x2
x258
x380
x3
x499
x665
x500
x575
x126
x74
x1
x2
x5
x1
x9
x263