กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบอุปกรณ์พกพา | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์
ดู: 260|ตอบกลับ: 13

{ เมืองจิ่วฉวน } โรงเตี้ยมอิ้นเจ๋อหร่าน

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-8-15 22:34:57 |โหมดอ่าน




โรงเตี้ยมอิ้นเจ๋อหร่าน

{ เ มื อ ง จิ่ ว ฉ ว น }












【โรงเตี๊ยมอิ้นเจ๋อหร่าน】
' เดินทางพันลี้หาที่พักใจ อดีตไม่สามารถหวนย้อนกลับไป ทิ้งดอกไม้โรยราอย่างเงียบงัน '
เรือนที่ร่มรื่นเปิดให้บริการที่พักและอาหารแก่พ่อค้าต่างเมืองและนักเดินทางทุกชาติพันธุ์
โรงเตี้ยมขนาดกลางที่แตกต่างเพราะโอเอซิสอำนวยความชุ่มชื้น เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ดอกไม้งาม
ตอนแรกเรือนอิ้นเจ๋อหร่านเป็นของคหบดีผู้รักธรรมชาติ ต่อมาเกิดเบื่อหน่ายที่ตนอยู้เพียงลำพังเงียบเหงาเปลี่ยวดาย
ผลสุดท้ายเรือนงดงามกว้างใหญ่ที่ไร้ความคึกคักถูกดัดแปลงทำโรงเตี้ยม
เขาเปิดบ้านให้นักเดินทางได้เข้ามาพักและลิ้มรสอาหารโอชา
การตกแต่งโดยรอบนอกจากสวนดอกไม้หลากสีสันแล้วยังเปี่ยมด้วยกลิ่นอายของต่างแดน
เถ้าแก่เซี่ยงเดินทางมาแล้วทั่วทิศพบเห็นสิ่งใดน่าสะสมเขาล้วนประดับไว้ทั่วเป็นที่น่าตื่นตาตื่นใจ
เถ้าแก่
♣ เซี่ยง ซีเจ๋อ (40) ♣
อุปนิสัย :: เถ้าแก่ผู้สุขุมแต่ไม่นุ่มนิ่มร่ำรวยรสนิยม ชื่นชอบพืชพรรณและดอกไม้เขตร้อน มักออกมาต้อนรับแขกอย่างเป็นกันเองและเปิดกว้างกับความคิดทุกชาติพันธุ์ เดิมทีเขาเป็นชาวฮั่นแต่ภายหลังติดตามอาจารย์ขึ้นเหนือล่องใต้ทำการค้าได้พบประสบการณ์ชีวิตมาไม่น้อย จึงเลือกที่จะตั้งโรงเตี้ยมอยู่นอกด่านเพื่อพักผ่อนและเฝ้ารอใครคนหนึ่ง




ชื่อกิจการ : โรงเตี๊ยมอิ้นเจ๋อหร่าน
เจ้าของกิจการ : เซี่ยง ซีเจ๋อ
เวลาปิดบริการ : ตลอด 24 ชั่วโมง
ประเภทร้าน : ให้บริการที่พัก สุราอาหาร ค่ำคืนมีการแสดงจากคณะละครเร่ หรือชาวนอกด่าน

ประทับตราโดย: ผู้ว่าเมืองจิ่วฉวน





คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 Point +4 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 4

ดูบันทึกคะแนน

555

กระทู้

2130

โพสต์

42หมื่น

เครดิต

( º﹃º ) หิวปลาปิ้ง!! <''Xx&

เงินชั่ง
3303174
เงินตำลึง
24638
ชื่อเสียง
193740
ความหิว
1135
คุณธรรม
373
ความชั่ว
133
ความโหด
632
ฉายหง
ระดับ 1

จวง ถิงซู่

" น้องหลานระวังตัวด้วย "
pet
โพสต์ 2018-8-15 22:46:44 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LingHao เมื่อ 2018-8-17 03:31






คณะเดินทางแห่งคฑาฮั่น

373
{ พระสุบินประหลาด 14 }
{ วาดภาพเทศกาลชีซี }
{ สอนลมปราณเหวินเหวินวันที่ 2 }
ดาวเหนือของปวงประชา



        ระหว่างทางจากเมืองจางเย่รอนแรมถึงจิ่วฉวนยังคงคั่นกลางด้วยทะเลทราย ตลอดเส้นทางอาศัยความชำนาญทางของแม่ทัพหญิงแห่งซูเล่อ คอยให้คำปรึกษาเรื่องการหาแหล่งน้ำและเลือกจุดพักม้าที่ปลอดภัย แน่นอนว่าเดินทางกับคนชำนาญพื้นที่ย่อมมีภาษีดีกว่าคลำทางเองในทะเลทราย ด้วยพายุวิปริตของธรรมชาติมักเปลี่ยนแปลงสันทรายอยู่เสมอ พึ่งพาทิศจากตำแหน่งดาวความรู้เช่นนี้ผู้นำทางที่ช่ำชองย่อมมีทักษะติดตัว


         นักกวีหนุ่มหาเรื่องออกมาตรวจตรากองคาราวานเป็นระยะ หมั่นพูดคุยทำความรู้จักกับยอดทหารทั้งสิบผู้คุ้มกัน จนต้องแปลกใจเรื่องความบังเอิญที่พบว่าสองรายในจำนวนนี้ถึงกับเป็นคนบ้านเดียวกัน ‘ชาวเจียงเยี่ย’ นี่เอง อดนำปลาแห้งออกมาแบ่งปันไม่ได้ตามประสาคนติดน้ำ ทว่าเขารำลึกความหลังร่วมบ้านเกิดได้ไม่นานก็มักจะถูกจูหรงเยว่เรียกให้เข้าไปหลบไอร้อนในรถม้า… จนชักจะสงสัยว่าคนขี้ร้อนคือตนหรืออีกฝ่ายกันแน่


@WenWen


        จนเข้าสู่เมืองจิ่วฉวนในเวลารุ่งสาง หลิงเฮ่าคิดว่าแวะแลกเปลี่ยนเส้นทางกับพ่อค้าและนักเดินทางในโรงเตี้ยมก็ไม่เลว เรียกแม่ทัพหญิงกับเหวินเหวินเข้าโรงเตี้ยมไปด้วยกัน หลังจากเจรจากับเถ้าแก่ให้ผานซุ่นขอยืมครัวทำอาหารเลี้ยงคนอื่นแล้วเสร็จ และกกับพันธุ์สมุนไพรที่อาเยว่ติดมาด้วย นักกวีหนุ่มเรียกเหวินเหวินเข้าไปในสวนจำลอง


         “ที่นี่ก็สงบไม่เลว… เมื่อครู่คุยกับเถ้าแก่แล้วว่าจะขอยืมสถานที่ใช้สำหรับฝึก วันนี้นับเป็นวันที่สองมาดูสิว่าเจ้าก้าวหน้าแค่ไหน เวลามีน้อยอาเหวินทบทวนแล้วเริ่มต่อจากเมื่อวานเถอะติดขัดตรงไหนก็อย่าฝืน ข้าจะคอยกำกับดูแลให้” บุรุษผมเงินจับจองที่นั่งบนโขดหินใต้ร่มไม้ใหญ่ จูหรงเยว่นำแผ่นหนังปูรองเตรียมไว้ก่อนแล้ว รอบด้านเต็มไปด้วยไม้ดอกหลากสีสันกลิ่นค่อนข้างหลากหลาย อีกนิดคงจะทำให้เวียนหัวโดยง่าย

@WenWen


        ระหว่างที่รออีกฝ่ายไปถ่ายหนัก จูหรงเยว่นำใบปิดประกาศที่ตนเก็บไว้ออกมาพลางเสนอ “เทศกาลซีซีใกล้เข้ามาแล้วพวกเราคงไม่ได้กลับไปร่วมในปีนี้ คราวก่อนคุณชายออกแบบลายผ้าได้งดงามไม่เป็นสอง หนนี้เองก็มีการประกวดภาพวาดส่งราชสำนักให้ส่งที่จวนเจ้าเมืองฉางอัน ถึงตัวอยู่ไกลก็สามารถทำได้ ลองดูดีไหมขอรับ?”
        “ถ้าเจ้าอยากเที่ยวเทศกาลนัก ข้าให้ยืมซุ่นเจี๋ยนควบกลับไปตอนนี้อาจจะยังทันนะ?” บุรุษผมเงินยิ้มแย้มเอ่ย
        คนชุดครามขมวดคิ้วใส่ “ไม่ใช่แบบนั้นขอรับ!! คุณชายอยู่ไหนอาเยว่ก็อยู่ที่นั่นเรื่องอะไรจะทิ้งท่านไว้แล้วหนีไปเที่ยวงานได้อย่างสบายใจล่ะ!!”
        หลิงเฮ่าพยักหน้าอย่างเอ็นดูรับแผ่นหนังรายละเอียดมาเปิดอ่าน ‘เว่ยฮองเฮากับฝ่าบาท?? หัวข้อนี้จริงสิ...’ หรือท่านทั้งสองเปรียบเสมือนคู่สามีภรรยาตัวอย่างของต้าฮั่นไปแล้ว


ประกวดภาพวาด :: แรกพบจรดใจรัก

          องค์ฮ่องเต้ฮั่นอู่ตี้กับฮองเฮาเว่ยได้ทรงรักใคร่ปรองดองอย่างกลมเกลียว พระองค์ทั้งสองไม่คิดปิดบังเรื่องราวการพบกันของทั้งสองจึงได้ให้ราชเลขาคัดลอกบทความและแจกจ่ายชาวเมืองฉางอันและละแวกใกล้เคียง รู้ถึงความรักของทั้งสอง
   แม้ว่าเราทั้งสองจะเกิดมาต่างสถานะ แต่พรหมลิขิตนำพาเราทั้งสองมาพานพบเจอ จื่อฟูผู้เป็นที่รัก สตรีที่เพียบพร้อมบนความงามทั้ง 4 นั่นคือ รูปโฉมงาม กิริยางาม วาจางาม รู้จักหน้าที่ของตน มีความเฉลียวฉลาด มีเมตตา โอบอ้อมอารี ช่วยเหลือให้คำปรึกษาข้าในหลายฎีกา แม้จื่อฟูจะเป็นเพียงสาวใช้ในจวนของพระพี่นางองค์หญิงผิงหยาง ในอาภรณ์ธรรมดา
          อีกทั้งนึกไม่ถึงจื่อฟูจะเป็นสตรีคนเดียวกับที่ให้หกคำบนฏีกาสุดท้ายของอุปราชโต้วอิงก่อนจากลาด้วยอิทธิพลไทฮองไทเฮา ด้วยหกคำ "ราษฎร์ทุกข์เข็ญ โปรยเม็ดทอง" ตามหาตัวไกลสุดขอบฟ้าแต่กลับใกล้แค่เอื้อม นับเป็นวาสนาที่สวรรค์ประทานฮองเฮาที่ปรีชาต่อต้าฮั่น


        กวาดสายตาอ่านจนจบคำนวนเวลาแล้วสองวันจะถึงเทศกาลชีซี… คาดว่ายังทัน


        “ถ้าอย่างนั้นเจ้าช่วย….” เขากำลังจะเรียกขอเครื่องเขียน มิคาดว่าผู้ติดตามแสนรุ้ใจจะเตรียมไว้ให้ก่อนแล้ว แท่งหมึกฝนไว้รอพู่กันหู่ปี้ถูกประคองส่งพร้อมม้วนผ้าไหมคลี่จนเรียบตึง “อาเยว่… เจ้านี่น้า”
        ดวงตาคู่คมเข้มสีเกาลัดทอประกายจริงจัง “ขอรับ?? หรืออยากได้สีเพิ่มข้าจะรีบไปนำมา”
        “ฮะๆๆ ไม่ต้องๆ แค่จะถามว่าเจ้าแน่ใจได้อย่างไรว่าข้าจะร่วมการประกวดในครั้งนี้??” ดูอีกฝ่ายช่วยเตรียมความพร้อม เหลือแค่ตนลงมือวาดเท่านั้น
        “แค่เผื่อไว้น่ะขอรับ อีกอย่าง.. ตอนนี้คุณชายก็ว่างอยู่พอดีด้วย” บุรุษเผ่าเหมียวจดจำได้อย่างขึ้นใจ ผู้มีพระคุณอาภรณ์ขาวตรงหน้าเขาที่ชอบก็คือศิลปะวรรณกรรม ที่ไม่ชอบก๋คือการใช้เวลาว่างโดยเปล่าประโยชน์ ได้คอยสังเกตุรสนิยมและสิ่งที่คนผู้นี้เลือกที่จะกระทำหรือละเลย ทำให้ตนรู้สึกว่าสามารถเข้าใกล้ ‘เสิ่นหลิงเฮ่า’ และทำความเข้าใจนักกวีเลื่องชื่อผู้นี้ได้มากขึ้นทีละน้อย


        บุรุษผมเงินจินตนาการถึง ‘รักแรกพบข้ามฐานันดร’ พลันนึกไปถึงดาวเหนือและผืนทรายที่ตนรอนแรมผ่านทาง ในการเดินทางข้ามทะเลทรายยากจะแยกแยะและระบุทิศทางไปสู่จุดหมาย ราตรีที่มืดมิดรอบด้านเต็มไปด้วยผืนทราย เงยหน้าขึ้นพบกับจรัสแสงแห่งดาวเหนือช่วยชี้นำผู้หลงทางได้กลับบ้าน เปรียบเสมือนความหวัง...และคือทุกสิ่งที่นักเดินทางผู้หนึ่งต้องการ


        พู่กันตวัดไปมารังสรรค์หมู่ดาวดารดาษทว่าดาวประกายพฤกษที่ส่องแสงเจิดจ้าที่สุด ก็คือดาวเหนือเปรียบเสมือนองค์ฮ่องเต้ฮั่นอู่ตี้ ผู้ชี้นำพสกนิกรไปสู่ความผาสุก และสำหรับเว่ยฮองเฮาสวามีอันเป็นที่รักก็คือท้องฟ้าและทุกสิ่งของพระนาง นักกวีหนุ่มบรรจงเติมแต่งรอยยิ้มและความอบอุ่นลงไปในภาพของทั้งสอง ช่วงเวลาที่มีให้กัน ช่วงชีวิตของคนสองคนผ่านอุปสรรค ร่วมฝ่าฝันจึงจะมีปัจจุบันที่งดงามได้


ชื่อภาพ ‘ธุวดารา ท้องนภาของสองเรา’


        หลังวาดเสร็จแล้วใส่องคืประกอบภาพหกคำลงไป ก่อนจะมอบให้จูหรงเยว่ใช้เฟิ่งเลี่ยง พรานเวหาที่รวดเร็วที่สุดไปส่งยังจวนเจ้าเมืองฉางอัน หลังจากนั้นไม่นานก็พบว่าเหวินเหวินกลับมาแล้ว


@WenWen


        “ไม่เป็นไรข้ารอไม่นานหรอก เอาล่ะ… นี่ก็สายแล้วไปร่วมทานอาหารกับทุกคนกันเถอะ” พูดจบบุรุษผมเงินหยัดขึ้นเต็มความสูง หลังนั่งใต้ต้นไม้มาพักใหญ่ผลคือเกิดอาการขาชาไปวูบหนึ่งที่ซวนเซหวิดจะล้ม


@WenWen


        จังหวะหนึ่งที่มีมือมาช่วยดึงไว้ก่อนจะล้มคว่ำหน้าทิ่ม มือนี้กร้านและหนาทั้งยังจับเสียมั่นคง ใบหน้าหวานหยักยิ้มอย่างขอบใจคิดจะเอ่ยถ้อยคำมงคลสักสองสามประโยค ผู้ติดตามในชุดครามก็เข้ามาแทรกแย่งพยุงตนก่อน “ท่านลุกไวเกินไปนะขอรับ”
         “อา… นั่นสินะไว้คราวหน้าข้าจะระวัง ขอบใจพวกเจ้าทั้งสอง” ดวงตาหงส์กระพริบปริบๆ เพื่อกระตุ้นตัวเองก่อนจะออกเดินนำทั้งสองกลับเข้าไปในห้องโถงของโรงเตี้ยม


@WenWen

@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +7 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +77 ความหิว -16 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 7 + 500 + 77 -16 + 5

ดูบันทึกคะแนน

เมื่อได้พบท่านจึงได้ทราบความหมายของชีวิต เมื่อคิดถึงท่านจึงได้รู้ว่าลมหายใจที่มีอยู่คุ้มค่าแล้ว
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตัวเบาร่มนภา
กระจกหมื่นทิวา
เตาถานมู่
เหล้าพันปี
รูปปั้นเจ้าแม่หนี่วา
กำหนดลมหายใจขั้นสูง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x30
x80
x78
x1
x1
x3
x7
x60
x60
x5270
x3010
x70
x5
x1000
x10
x110
x6
x30
x223
x9999
x2000
x230
x201
x1
x10
x150
x110
x228
x34
x3
x3
x6
x15
x96
x7
x14
x22
x8
x2500
x185
x175
x210
x200
x11
x1267
x9
x76
x3312
x4
x9
x60
x209
x5
x11
x147
x119
x16
x7
x182
x450
x6
x15
x2
x45
x203
x61
x4
x5
x85
x2
x1
x17
x2
x2
x222
x1
x3
x2
x258
x380
x7
x499
x665
x500
x1575
x172
x127
x1
x2
x5
x9
x263
x4312
x2300
x625
x660
x9
x256
x673
x11
x221
x14
x569
x94
x514
x538
x15
x30
x359
x1265
x218
x440
x101
x69
x1540
x5
x1045
x7
x1370
x199
x869
x109
x51
x1
x8
x531
x446
x751
x129
x176
x1427
x272
x67
x3105
x1696
x1044
x589
x2868
x555
x819
x1204
x1991
x401
x11
x1
x38
x906
x355
x33
x1
x8053
x640
x67
x150
x20
x498
x362
x756
x60
x455
x979
x300
x18
x169
x157
x10
x45
x30
x9999
x4
x292
x116
x154
x35
x31
x15
x441
x65
x1
x273
x894
x1730
x125
x10
x20
x10
x85
x365
x10
x142
x905
x7
x30
x1988
x304
x2

555

กระทู้

2130

โพสต์

42หมื่น

เครดิต

( º﹃º ) หิวปลาปิ้ง!! <''Xx&

เงินชั่ง
3303174
เงินตำลึง
24638
ชื่อเสียง
193740
ความหิว
1135
คุณธรรม
373
ความชั่ว
133
ความโหด
632
ฉายหง
ระดับ 1

จวง ถิงซู่

" น้องหลานระวังตัวด้วย "
pet
โพสต์ 2018-8-17 03:40:22 | ดูโพสต์ทั้งหมด
คณะเดินทางแห่งคฑาฮั่น
374
{ พระสุบินประหลาด 15 }
{ โบนัสหานซิ่นแห่งซางหยง }
ขุนพลตัวเป็นเป็น


        โรงเตี้ยมอิ้นเจ๋อหร่านยามกลางวันยังคงคึกคักเช่นเคย ผู้คนมากหน้าหลายตา ทั้งพ่อค้าและนักเดินทางจับจองที่นั่งบ้างก็สั่งอาหาร บางคนติดนัดหมายกับใครสักคนนั่งแกร่วฟังการบรรเลงชมงานแสดงระบำไปเรื่อย จนกระทั่งบรเวทีปรากฎร่างในอาภรณ์ขาวของบุรุษสวมหมวกผ้าโปร่งผู้หนึ่ง แม้พินิจใบหน้าเบื้องหลังม่านแพรได้ไม่ชัดเจนทว่าท่วงท่าและบรรยากาศรอบกาย ยังชวนให้คนใฝ่ฝันได้ว่ามิใช้ผู้สามัญคนหนึ่ง

        เขาขึ้นมามิใช่เพื่อร่ายรำหรือบรรเลงดนตรี แต่คือเสียงนุ่มทุ้มที่ขับลำนำบทกวีของชาวฮั่น

{ หานซินแห่งซางหยง }


ยินคำเล่าลือหรือสู้พานพบ
วีรบุรุษแดนใต้ผู้นำทัพรบ
ชนเถื่อนคร้ามครั่นในหนึ่งนาม
หากหยามกร้ำกรายได้เป็นศพ

กรีฑาแปดพันชีวีสู่เยว่สุ่ยนครา
ปาสู่ไม่แคล้วกรุ่นไอสงคราม
ทัพสามพันล้อมค่ายรักษา
แค้นนักชนเถื่อนมากเล่ห์กล

ผ่านบึงพิษคิดเพื่อพี่น้องฮั่น
กำราบเตี๋ยนสู้พิทักษ์เขตแดน
แม้น้ำน้อยหาได้หวาดหวั่น
เหลือเพียงหนึ่งก็จะต้านจนสุดตัว

สูญร่วมสี่พันทหารกล้าไม่สิ้นแรง
ท้าประลองขุนพล 'ซือฮุ่ยจง'
ชิงชัยอุบายกลมากแอบแฝง
บั่นคอชนเถื่อนเซ่นมาตุภูมิ

นำชิงชัยนำอิสระสู่ผองชน
ขุนศึกหาญสยบทักษินคืนดินแดน
หาคำใดสรรเสริญเกินคำคน
แกร่งดั่งกล้าด้วยจิตาชาติใจเพชร


ประพันธ์โดย :: ปราชญ์แห่งกวีหลิ่งจือ เสิ่นหลิงเฮ่า

        “เจ้ารู้สึกอย่างไรบ้าง? มาได้ยินลำนำที่เกี่ยวกับวีรกรรมของตนเองโดยตรง??” หลังขับลำนำตามอาชีพตนเองเสร้จแล้ว ร่างสูงโปร่งก้าวอย่างสบายๆ มาตบบ่ารุ่นน้องเบาๆ เอ่ยคล้ายกึ่งเล่นกึ่งจริง


        “หึหึ…. เอาเถอะ นี่ยังแค่หนแรกๆ พอได้ฟังสับสิบสักร้อยหนเดี๋ยวก็จะชินไปเอง” มือเรียวยื่นข้ามไหล่ของขุนพลสยบทักษินเจ้าของวีรกรรมในบทกวีไปยังถ้วยชา ยกขึ้นดื่มหลายอึกแก้อาการคอแห้ง
        ตู๋กู่ซินอี้ได้ยินบทสนทนาของทั้งสองก็จับใจความได้บางอย่าง “เห๋!? ขุนพลเหวินเป็นคนเดียวกับหานซิ่นแห่งซางหยงหรอกหรือเนี่ย!!” นางชี้ไปยังบุรุษหน้าซื่ออย่างเหลือเชื่อ ได้ฟังลำนำที่แรกยังเข้าใจว่าเจ้าของเรื่องไม่พ้นเป็นบุรุษบึกบึนกำยำ หน้าตาดุดันจนทัพเตี๋ยนเห็นแล้ววิ่งหางจุกก้น ที่ไหนได้… 'หน้าไม่ให้เลยสักนิด!!'

@WenWen

       “ได้ยินนามมิสู้พานพบ แม่นางตู๋กู่… ความสามารถของคนเรามิใช่ตัดสินที่รูปลักษณ์ภายนอก” เสิ่นหลิงเฮ่าปรายตามองไปโดยรอบ ดีว่าโรงเตี้ยมแห่งนี้ส่วนมากเป็นชาวนอกด่าน ทั้งข่าวในต้าฮั่นยังมาไม่ถึง ผู้ที่หันมาให้ความสนใจสนใจเพราะเสียงของแม่ทัพหญิงยังมีไม่มาก
        ตู๋กู่ซินอี้เข้าใจสายตานั้นพลันลดเสียงลง “คุณชายกล่าวมานั้นถูกต้อง… คนเราดูแค่ภายนอกไม่ได้จริงๆ ถือเป็นเกียรติของข้าที่ได้ร่วมงานกับขุนพลมีชื่อ”
      
@WenWen
        
        ผานซุ่นยอมออกจากครัวในที่สุด อวี้เหวินหยางเตรียมรถม้าและให้หญ้าน้ำค้างพวกม้าเรีนยร้อย เสบียงพร้อมน้ำพร้อมบุรุษผมเงินเดินไปตรวจสอบแล้วค่อยกล่าว “คิดว่าพวกเราคงไม่มีธุระที่นี่แล้ว… ให้แน่ใจว่าทุกคนได้ทานกันจนอิ่มแล้วค่อยออกเดินทางต่อเถอะ” เขาจำได้ว่านอกเมืองตุนหวงมีจุดพักม้าอยุ่แห่งหนึ่ง ครั้งที่พาหนูน้อยชาวหูไปส่งมารดาก็ยังแวะพักถึงสองหน ติดแค่ว่าระยะทางห่างจากตัวเมืองถึงพันลี้ทหารบางคนไม่เคยออกทะเลทราย การปรับสภาพร่างกายของคนเรานั้นต่างกัน เขาต้องการให้ทุกคนอยู่ในสภาพพร้อมที่สุด

@WenWen





คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +170 เงินตำลึง +2500 ชื่อเสียง +333 ความหิว -36 Point +8 ย่อ เหตุผล
Admin + 170 + 2500 + 333 -36 + 8

ดูบันทึกคะแนน

เมื่อได้พบท่านจึงได้ทราบความหมายของชีวิต เมื่อคิดถึงท่านจึงได้รู้ว่าลมหายใจที่มีอยู่คุ้มค่าแล้ว
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตัวเบาร่มนภา
กระจกหมื่นทิวา
เตาถานมู่
เหล้าพันปี
รูปปั้นเจ้าแม่หนี่วา
กำหนดลมหายใจขั้นสูง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x30
x80
x78
x1
x1
x3
x7
x60
x60
x5270
x3010
x70
x5
x1000
x10
x110
x6
x30
x223
x9999
x2000
x230
x201
x1
x10
x150
x110
x228
x34
x3
x3
x6
x15
x96
x7
x14
x22
x8
x2500
x185
x175
x210
x200
x11
x1267
x9
x76
x3312
x4
x9
x60
x209
x5
x11
x147
x119
x16
x7
x182
x450
x6
x15
x2
x45
x203
x61
x4
x5
x85
x2
x1
x17
x2
x2
x222
x1
x3
x2
x258
x380
x7
x499
x665
x500
x1575
x172
x127
x1
x2
x5
x9
x263
x4312
x2300
x625
x660
x9
x256
x673
x11
x221
x14
x569
x94
x514
x538
x15
x30
x359
x1265
x218
x440
x101
x69
x1540
x5
x1045
x7
x1370
x199
x869
x109
x51
x1
x8
x531
x446
x751
x129
x176
x1427
x272
x67
x3105
x1696
x1044
x589
x2868
x555
x819
x1204
x1991
x401
x11
x1
x38
x906
x355
x33
x1
x8053
x640
x67
x150
x20
x498
x362
x756
x60
x455
x979
x300
x18
x169
x157
x10
x45
x30
x9999
x4
x292
x116
x154
x35
x31
x15
x441
x65
x1
x273
x894
x1730
x125
x10
x20
x10
x85
x365
x10
x142
x905
x7
x30
x1988
x304
x2

2

กระทู้

41

โพสต์

8440

เครดิต

เงินชั่ง
4080
เงินตำลึง
21982
ชื่อเสียง
3920
ความหิว
-37
เจ้านก
ระดับ 1
โพสต์ 2018-8-31 23:56:41 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Huiming เมื่อ 2018-9-1 00:52

- การเดินทางของหลี่ ฮุ่ยหมิง -
ณ.โรงเตี๊ยมอิ้นเจ๋อหร่าน

      หลังจากเดินทางฝ่าความร้อนระอุท่ามกลางทะเลทราย แม้จะได้ที่พักพิงอันแสนร่มรื่นมาแล้วที่บ่อน้ำผุดมาแล้ว แต่เมื่อออกเดินทางต่อและต้องเผชิญกับไอร้อนนั่นอีกครั้งก็เล่นเอาจะเป็นลมอยู่หลายครา เมื่ออกจากบริเวณเมืองจางเย่มาแล้ว ทั้งสองก็พากันเดินทางมาถึงเมืองจิ๋วฉวน กว่าจะถึงที่นี่เวลาก็ผ่านไปหลายชั่วยามจนพระอาทิตย์ที่ปล่อยไอร้อนออกมาเริ่มจะลาลับขอบฟ้า ยามราตรีใกล้มาเยือนอีกครั้ง แต่ค่ำคืนนี้เธอตั้งใจว่าจะไม่นอนกลางดินกินกลางทรายอีกแล้ว เงินเก็บที่เธอพกติดตัวมาขอใช้เพื่อความสุขสบายของตน

       เมื่อเข้ามายังเมืองจิ๋วฉวนสิ่งแรกที่เธอมองหาก็คือโรงเตี๊ยมที่จะใช้เป็นที่พักผ่อนสำหรับคืนนี้ เดินวนหาในเมืองไม่นานนักก็พบเข้ากับโรงเตี๊ยมที่ไม่ได้ใหญ่แต่ก็ถือว่าไม่เล็ก ที่นี่ดูชุ่มชื่นและมีชีวิตชีวาเนื่องจากดอกไม้นานาพันธุ์ และยังมีของแปลกตาที่ตนไม่เคยเห็นประดับอยู่มากมาย หญิงสาวจึงใช้เวลาชื่นชมบริเวณรอบนอกอยู่พักใหญ่

     เมื่อชื่นชมจนพอใจแล้วจึงก้าวเข้าไปในโรเตี๊ยม ภายในเองก็ตกแต่งอย่างมีรสนิยม อีกทั้งยังมีแขกมากหน้าหลายชาติพันธุ์ที่มาใช้บริการ

“ยินดีต้อนรับท่านนักเดินทาง”

     บุรุษผู้เป็นเถ้าแก่ออกมาต้อนรับแขกอย่างเป็นกันเอง หญิงสาวที่กำลังมองหาเจ้าของที่นี่อยู่พอดีจึงรีบหยิบถุงเงินใบจิ๋วขึ้นมา
และเอ่ยบอกความต้องการทันที

“ข้าต้องการที่พักสักหนึ่งคืนน่ะท่าน”

      เถ้าแก่โรงเตี๊ยมพยักหน้าก่อนจะนำทางไปยังห้องพัก เมื่อมาถึงห้องพักหญิงสาวก็รีบทิ้งสัมภาระที่แบกมาทั้งวัน ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนบนเตียง แม้จะไม่นุ่มมากมายแต่ก็ดีกว่าการนอนบนพื้นอย่างคืนแรกที่ออกมาจากหุบเขา ฮุ่ยหมิงกลิ้งไปกลิ้งมาบนเตียงสักครู่ ก่อนจะนึกได้ว่าเถ้าแก่ได้บอกไว้ว่าที่โรงเตี๊ยมแห่งนี้จะมีการแสดงของคณะละครเร่ในเวลากลางคืน ไหนๆก็ได้พักผ่อนแล้วเจ้าตัวจึงออกจากห้องพักไปร่วมชมและหาของอย่างอื่นกินที่ไม่ใช่หมั่นโถวเหมือนเดิม

      หลังจากใช้เวลาไปกับการชมการแสดงของคณะละครเร่และอิ่มหนำกับอาหารเลิศรสของโรงเตี๊ยมแล้ว หญิงสาวก็เดินกลับที่พักตนเพื่อนอนเอาแรงไว้เดินทางต่อในวันถัดไป  เมื่อเข้ามาในห้องก็พบกับเจ้าพิราบที่เกาะอยู่บนหน้าต่างและดูเหมือนมันจะหลับไปก่อนแล้ว
เมื่อเห็นเช่นนั้นก็ล้มตัวนอนบนเตียงบ้าง เพราะคืนนี้มีเตียงให้นอนสบายอีกทั้งไม่มีเสียงลมหวีดหวิวมาคอยหลอนหู หญิงสาวที่หัวถึงหมอนไม่นานก็หลับไหลเข้าสู่นิทราอย่างสบายใจ

________________________________________



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -9 Point +5 ย่อ เหตุผล
STAFF_Pixiu + 10 + 500 -9 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ขวานยาว
ตัวเบาพื้นฐาน
กำหนดลมหายใจ
ต้าเสวีย
รถม้าหรูหรา
เกราะทองแดง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8
x1
x1
x15
x15
x10
x25
x5
x20
x20
x100
x25
x25
x50
x35
x50
x100
x25
x25
x1
x20
x50
x8
x6
x7
x90
x54
x2
x10
x50
x2
x29
x15
x14
x57
x200
x1
x90
x71
x50
x150
x120
x558
x500
x40
x39
x1
โพสต์ 2018-9-9 11:09:19 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Yueqing เมื่อ 2018-9-9 11:27

{การเดินทางของชายตาบอดกับม้าสีหมอกใจดี?}



ถัดจากจางเย่ตอนนี้เยว่ชิงก็เดินทางมาถึงเมืองจิ๋วฉวนแล้ว โชคไม่ค่อยดีในทะเลทรายนั้นยามเช้าร้อนมากกลางคืนหนาวมากเมื่อวานเยว่ชิงที่เนื้อตัวเปียกปอนต้องนั่งหนาวสั่นบนหลังม้ายามค่ำคืน ที่สำคัญฝุ่นทรายคละคลุ้งไปทั่วบ้างก็พัดเข้าจมูกของเยว่ชิงจนทำให้เยว่ชิงนั้นแสบจมูกไปหมดจึงต้องอาศัยผ้าบางๆขึ้นมาปิดบังใบหน้า ปิดทั้งตาปิดทั้งปากไม่บ้าสิแปลก เยว่ชิงคิดไปก็ขบขันกับตนเอง เขายังคงควบม้าขึ้นไปนอกด่านอย่างไม่รีบร้อน ใกล้ถึงด้านขึ้นเรื่อยๆจากที่ชาวบ้านแถวนี้บอกกับเยว่ชิง อย่างน้อยเขาก็ไม่หลงทาง เยว่ชิงเงยหน้าขึ้นฟ้าเพื่อหาอากศที่ไม่มีฝุ่นเพื่อหายใจ แต่ที่ไหนๆอากาศก็ล้วนเหมือนกัน



"ข้าเริ่มที่จะหายใจไม่ออกแล้ว"เยว่ชิงพึมพำกับตนเองแล้วดึงผ้าปิดที่ปิดใบหน้าด้านล่างออก



"ค่อยดีขึ้น"เยว่ชิงออกมาอย่างจนใจ



"ทนสักนิดก็ไม่เสียหาย"เยว่ชิงเอ่ยออกมาอย่างไม่ยี่หระ



เยว่ชิงควบม้าต่อไปเรื่อยๆ เขาไม่ควบม้าเร็วนักเพราะอาจทำให้หลงทางในทะเลทรายที่กว่าใหญ่แห่งนี้ได้ง่าย เยว่ชิงจึงพยายามประคองตนและม้าสีหมอกตัวนี้ให้อยู่ในเส้นทาง เยว่ชิงได้ยินเสียงดังมาจากทางข้างหน้าจึงเร่งม้าให้เร็วขึ้นเล็กน้อยเพื่อไปให้ถึงโดยเร็วดูเหมือนว่าที่นี่จะเป็นโรงเตี๊ยมที่อยู่แถวๆเมืองอาจจะพักได้ เยว่ชิงลงจากหลังม้าแล้วใช้การจูงสายบังคับม้าแทนเพื่อไม่ให้ม้าตกใจตื่นผู้คน ผู้คนแม้จะดูเบาบางเพราะเสียงไม่ได้ดังมากมายเช่นในเมืองหลวง หรือในลานชุมชนของหุบเขาคนโฉด แต่ก็ทำให้เยว่ชิงได้รู้ว่าที่นอกด่านก็มีผู้คนอยู่ไม่น้อย พอเอ่ยถูลานชุมชนเขาก็นึกถึงเด็กๆ ท่านป่ายสุ่ยคง และจอมยุทธ์จุนที่คอยอุปการะมาเสมอ ออกมาได้ไม่นานเขาก็คิดถึงที่นั้นอีกแล้ว เยว่ชิงหยุดตรงทางที่คิดว่าหน้าจะเป็นทางเข้าโรงเตี๊ยม นำกู่เจิงขึ้นมาสะพายไว้ด้านหลังแล้วหาที่ผูกม้าที่อยู่ไม่ห่างไกลจากที่นี่นัก



"หาที่พักอยู่อย่างนั้นรึ"เสียงนุ่มทุ้มเอ่ยถาม



"ขอรับ"เยว่ชิงหันกลับไม่ตามเสียง



"เจ้าคงเดินทางมาไกล...ข้ามีห้องพักเชิญตามอัธยาศัย"เสียงนุ่มทุ้มนั้นค่อยแผ่วเบาลงราวกับว่าเจ้าของเสียงกำลังเดินออกไป



"...."เยว่ชิงไม่ได้ตอบอะไรอีก



เยว่ชิงเดินขึ้นไปด้านบนเพื่อเก็บของพระอาทิตย์เริ่มคลอยต่ำลงแสงที่สาดส่องมาเริ่มแผ่วเบาอย่างอบอุ่น จากนั้นเยว่ชิงได้เดินลงมาเพื่อให้อาหารม้าสีหมอกของตนที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลนัก หลังจากม้าอิ่มหนำสำราญถึงคราวที่เจ้าของอย่างเยว่ชิงต้องหาอะไรกินเสียแล้ว เยว่ชิงเดินกลับเข้าไปในโรงเตี๊ยมแห่งนั้นอีกครั้ง แต่ความอับโชคนั้นมันติดตัวเยว่ชิงจึงสะดุดหินห้มหัวโขกกับพื้นต่างระดับตรงประตูทางเข้าพอดิบพอดี ยังดีที่แถวนั้นไม่มีผู้ครไม่เช่นนั้นคงได้ยินเสียงหัวเราะขบขันดังระงมไปทั่วเป็นแน่แท้ เยว่ชิงสั่งอาหารมากินให้หายหิวหลังจากที่กินหมั่นโถวติดต่อกันมาเป็นเวลาถึงสองวันติดๆ หลังจากกินอิ่มเยว่ชิงก็อาบน้ำแล้วนอนบนเตียงไม้ของโรงเตี๊ยมมันดีกว่าการนอนบนหลังม้าเป็นมาก ไม่นานเยว่ชิงก็หลับไป


ยามเช้าวันต่อมา


เยว่ชิงรู้สึกได้ถึงแสงอาทิตย์ที่สาดแสงลอดผ่านทางหน้าต่างโรงเตี๊ยมเข้ามากระทบกับใบหน้าของเยว่ชิงในยามเช้า เยว่ชิงเก็บของแล้วเตรียมลงไปทานข้าวเช้าจ่ายเงินแล้วเตรียมออกจากโรงเตี๊ยมไป ทันทีที่เยว่ชิงลงมาจากห้องพักก็มีเสียงอึกทึกครึกโครมเกิดขึ้นเล็กน้อย แต่เยว่ชิงหาได้ใส่ใจกับมันมากนัก เขารีบทานข้าวแล้วเดินไปเพื่อชำระค่าที่พักของเมื่อวาน



"เจ้าจะไปที่ใดรึพ่อหนุ่ม"เสียงนุ่มทุ้มถามเยว่ชิงอีกครา



"ข้าจะไปที่ด่านอี้เหมินกวนขอรับ"เยว่ชิงตอบกลับไปอย่างยิ้มแย้ม



"หึ่ม?เจ้าจะไปทำอะไรที่นั้นกัน"เสียงนั้นยังคงถาม



"ข้าได้ข่าวว่ามีความเดือดร้อนอยู่ข้าจึงอยากไปช่วย"เยว่ชิงตอบกลับด้วยรอยยิ้มอีกครา



"เช่นนั้นรึ...กลับมาพักได้อีกหากเจ้าต้องการ"เสียงนั้นหายไปเช่นเมื่อวาน



เยว่ชิงออกจากโรงเตี๊ยมแล้วลากม้าไปยังทางที่ได้ถามมา ไปสู่ด่านอี้เหมินกวนได้แล้ว






คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -18 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -18 + 3

ดูบันทึกคะแนน

ข้าเขินง่ายนะ^^
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
คัมภีร์ขงจื้อ
ตัวเบาพื้นฐาน
ม้าสีหมอก
กำหนดลมหายใจ
กู่เจิง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x5
x1
x1
x1
x1000
x40
x20
x10
x100
x1
x10
x1
x8
x8
x2
x4
x4
x6
x100
x20
x78
x100
x1
x52
x50
x48
x5
x10
x8
x40
x10
x120
x50
x58
x1
x1
x8

17

กระทู้

298

โพสต์

12หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
9683
เงินตำลึง
173530
ชื่อเสียง
56824
ความหิว
358
คุณธรรม
8
ความชั่ว
0
ความโหด
0
หรั่นหลัน
ระดับ 1

ติง โหยว

"คนไม่ดีต้องถูกลงโทษ!!"
pet
โพสต์ 2018-9-16 15:29:18 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Lulu เมื่อ 2018-9-16 23:06

โรลเดินทาง

                   ยามเซินเป็นเวลาสุดท้ายก่อนพลบค่ำ ในที่สุดลู่เอินก็เดินทางมาถึงเมืองจิ่วฉวน ตอนนี้นางทั้งเหนื่อยและปวดไปทั้งตัว การนั่งม้าเป็นเวลานานๆไม่ใช่สิ่งที่ทำให้นางคุ้นชินได้เลย กว่าจะมาถึงจิ่วฉวน นางหลงทิศหลงทางไปเรื่อย ถ้าไม่ได้ขบวนพ่อค้าช่วยนำทาง นางอาจจะหลงเข้าไปในป่า กลายเป็นสุนัขในกรงให้โจรป่าดักปล้นเล่น เมื่อถามไถ่จากคนในละแวกนี้ จึงรู้ว่าที่จิ่วฉวน มีโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งอยู่ แต่พอได้มาเห็นจริงๆ กลับพบว่าโรงเตี๊ยมแห่งนี้ประดับด้วยดอกไม้มากมายเหลือเกิน สภาพภายนอกไม่เหมือนโรงเตี๊ยมทั่วไป คล้ายจวนขุนนางเก่ามากกว่า ของประดับหลายอย่างนางก็ไม่เคยเห็นมาก่อนอีกด้วย
                   ลู่เอินฝากม้าไว้กับคนในโรงเตียม เพราะวันนี้นางมีเจตนาจะมาเข้าพักที่นี่ หญิงสาวสวมชุดคล้ายนักเดินทาง ไม่ได้ดูมั่งคั่งนัก แต่ย่ามที่แบกมากลับดูมีน้ำหนัก คล้ายหอบสมบัติเดินมาตลอดทาง พอนางเดินเข้าไปด้านใน กลิ่นหอมจากภายในโรงเตี๊ยมก็ทำเอานางตกตะลึงไปครู่ใหญ่

                   "ยินดีต้อนรับเจ้าค่ะ" หญิงรับใช้คนหนึ่งเดินมาทักทายนางอย่างนอบน้อม
                   "มีห้องว่างไหม ข้าต้องการห้องพักสำหรับหนึ่งคืน"
                   "สักครู่นะเจ้าคะ" เมื่อได้ยินดังนั้น เด็กสาวจึงเดินไปคุยกับเด็กรับใช้คนอื่น
                   "ท่านไม่ใช่คนแถวนี้ใช่ไหม"

                   น้ำเสียงสุขุมแต่แฝงไปด้วยความเป็นมิตรของบุรุษ ทำให้ลู่เอินต้องหันไปสำรวจเขา เมื่อเห็นบุรุษแต่งกายดูดีซ้ำยังมีความกดดันบางอย่างพาดผ่านมาทางสายตา ลู่เอินก็พอเดาได้ว่าฐานะของคนตรงหน้าย่อมไม่ธรรมดา อย่างน้อยอาจจะเป็นเถ้าแก่ของโรงเตี๊ยมแห่งนี้ นางเผยยิ้มบางเบา ทว่าเขากลับใช้สายตาสำรวจนางเหมือนสิ่งของชิ้นหนึ่ง ทำเอาคิ้วงามกดต่ำอย่างไม่พอใจ

                   "แม้เจ้าจะแต่งกายเหมือนชาวบ้าน แต่เนื้อผ้ากลับไม่ธรรมดา เป็นคุณหนูตระกูลไหนที่หนีออกจากบ้านรึ"
                   "..." ลู่เอินมีสีหน้าปั้นยาก จริงอยู่ที่นางยังไม่ได้ทำพิธีปักปิ่น แต่ก็ได้รับการยินยอมให้ออกจากบ้าน!
                   "ท่านอย่าถือสาข้าเลย ข้าแค่สงสัยเท่านั้น"

                   นางเพียงแค่ยิ้มออกมาอย่างบางเบา เมื่อหญิงรับใช้มาเดินมา นางจึงแสร้งทำเป็นเมินเขาไป ลู่เอินเดินตามหญิงรับใช้ไปที่ห้องพัก ก่อนจะวางข้าวของลงบนเตียง ลู่เอินถอนหายใจ รู้สึกปวดไปหมดทั้งตัวไม่พอ เสื้อผ้าวันนี้นางไม่คุ้นชินเลยสักนิด นางลุกขึ้นเพื่อเตรียมน้ำอาบ ระหว่างที่ถอดเสื้อผ้าก็นึกถึงคำพูดของบุรุษที่พบหน้าโรงเตี๊ยม บางทีนางควรสวมเสื้อผ้าที่ดีกว่านี้สักหน่อยก็ยังดี


                   เมื่อหญิงสาวอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อย จึงเดินออกมาจากห้อง ไม่ลืมเอาของมีค่าติดตัวไปด้วย อย่างไรนางก็ไม่ไว้ใจ ถ้าของมีค่าหาย นางก็ไม่รู้จะไปหามาจากไหนอีก ระหว่างที่เดินไปตามทางเดิน บังเอิญพบกับบุรุษผู้นั้นอีกครั้ง จึงอดที่จะส่มยิ้มพอเป็นพิธีไม่ได้

                   "คุณหนูจะไปที่ไหนรึ"
                   "ข้าว่าจะไปย่านการค้าหาซื้อเสื้อผ้าเสียหน่อย"
                   "ให้ข้านำทางไหม?"
                   "..." ไม่มีทาง "ข้าพอจะรู้ทางอยู่เจ้าค่ะ"

                   พวกเขาสนทนากันอยู่สองสามคำ ในที่สุดลู่เอินก็ปลีกตัวออกมา อีกฝ่ายคงไม่ได้อยากเสวนากับนางมาก เช่นเดียวกับที่นางรู้สึกนั้นแหละ ฝืนทำตัวมารยาทดีใส่กันไปก็เท่านั้น ในเมื่อความรู้สึกที่พบกันคราแรก ทำให้ไม่ถูกชะตาไปเสียแล้ว




                   หลังจากที่กลับมาจากย่านการค้า นางก็กลับมาทานอาหารที่โรงเตี้ยม รวมถึงใช้เวลาทั้งวันอยู่ภายในห้องพัก จะฝึกวิชาก็ไม่กล้าเพราะอาจรบกวนห้องอื่นได้ นอกจากนั่งสมาธิกับอ่านตำรา ลู่เอินจึงไม่ได้ทำอะไร จนกระทั่งถึงยามไห้ หญิงสาวจึงค่อยๆออกมาจากห้อง ภายในโรงเตี๊ยมมีการจัดสวนอยู่ภายใน ให้มานั่งเล่นและพูดคุยกันได้ แต่เวลานี้นับว่าดึกมากแล้ว จึงไม่มีใครอยู่ในสวนเลย
                   ดรุณีน้อย ค่อยๆย่างเท้าเข้าไปในสวนดอกไม้ กลิ่นหอมของมันช่างตราตรึงนัก มองไปทางไหนก็รู้สึกเบิกบานใจไปเสียหมด ลู่เอินเงยหน้ามองดวงจันทร์ นางนึกถึงคำกล่าวหนึง่ขึ้นมา แม้เราจะอยู่ห่างกัน แต่ก็ยังอยู่ใต้แสงจันทร์เดียวกัน ยามที่มองแสงสีเหลืองทองบนท้องฟ้า ลู่เอินกลับนึกถึงคนที่หุบเขาขึ้นมา จึงหยิบกระดาษจากแขนเสื้อออกมาวางไว้บนโต๊ะ ลู่เอินค้นที่ฝนหมึกและพู่กันด้านเล็กจากในย่ามมาวางไว้ข้างกัน ตอนที่อยู่หุบเขานั้น รู้สึกอิสระ ทั้งยังรู้สึกปลอดภัย บางสิ่งต้องจากลาก่อนถึงจะรู้ความสำคัญ คำกล่าวนี้ลู่เอินพึ่งเข้าใจได้ไม่นาน

                   "เหตุใดจึงมาอยู่ที่นี่คนเดียวล่ะ"
                   หญิงสาวเงยหน้าขึ้นก่อนจะเห็นว่าเป็นเถ้าแก่โรงเตียมนั้นเอง "ข้ามาคนเดียว ก็ต้องอยู่คนเดียวสิเจ้าคะ"

                   อีกฝ่ายนั่งลงตรงข้ามกับลู่เอิน ในใจของหญิงสาวนึกขอบคุณบริการของที่นี่ ไม่คิดว่าจะดีขนาดนี้ ต้อนรับแขกถึงขนาดมาเป็นเพื่อนคุยให้ หรือว่านางดูเหงาถึงเพียงนั้น? ลู่เอินเงยหน้าสบตากับอีกฝ่าย แต่เห็นเขาจ้องกระดาษบนโต๊ะอยู่ จะว่าไปแล้ว นางว่าจะเขียนจดหมายถึงชิงหลวนเสียหน่อย พอมีบุรุษมานั่งจ้อง กลับคิดไม่ออกเลยว่าควรเขียนอะไรลงไป
                   "ต่อโคลงกันไหม"
                   ลู่เอินมองใบหน้าของอีกฝ่ายครู่หนึ่ง ในใจสับสนนักว่าการเอ่ยชวนนี้มีความนัยแอบแฝงรึเปล่า "ได้เจ้าค่ะ"
                   "เช่นนั้นเจ้าเริ่มก่อนเลย"
                   นางนั่งมองกระดาษ ก่อนจะยกพู่กันขึ้นมาหมุนไปมา ควรเริ่มจากอะไรดี หญิงชายนั่งอยู่ใต้แสงจันทร์ เท้าสัมผัสแผ่นดิน ตัวร่ายล้อมด้วยบุปผา ศีรษะอยูใต้แสงจันทร์เดียวกัน ในที่สุดลู่เอินก็เริ่มโคลงด้วยพระจันทร์ 
                   "เหม่อมองจันทร์แลเห็น ฤทธา"
                   เซี่ยงซีเจ๋อใช้เวลาเพียงไม่นานก็เอ่ยต่อโคลง "ข้าจักจากเจ้ามา แสนไกล"
                   ลู่เอินลอบมองสีหน้าอีกฝ่าย คล้ายท่อนนี้มีความลึกซึ้งบางอย่างแฝงอยู่ หรือเขาเองก็จาก 'เจ้า' มาเช่นเดียวกัน นางไม่อยากถามอะไรมากมาย อย่างไรสุดท้ายแล้ว พวกเขาต่างก็เป็นเพียงคนที่ผ่านมาพบเจอกันเท่านั้น

                   หลังจากที่ต่อโคลงกันตลอดทั้งคืน หญิงสาวก็ขอตัวกลับไปที่ห้อง ในหัวยังนึกถึงคำกล่าวหนึ่ง คู่มือหนึ่งกระดาน เล่นจบยังรู้ใจ เพียงเล่นหมากรุกด้วยกันครั้งหนึ่ง ยังรู้ถึงความคิดของอีกฝ่าย การต่อโคลงในวันนี้ ลู่เอินกับเซี่ยงซีเจ๋อ คล้ายได้เปิดอกคุยกัน เพียงแต่ไม่ได้เอ่ยออกมาตรงๆ

@Admin
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กำหนดลมหายใจขั้นสูง
หลี่ซื่อชุนชิว
ฮั่นเสียทองเทวะ
กราดิอุส
ปิ่นล้ำค่า
ตัวเบาพื้นฐาน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x15
x7
x2
x80
x1
x30
x20
x1000
x1
x20
x1
x3
x15
x1
x9
x4
x1
x20
x45
x7
x35
x1
x3
x1
x2
x1
x3
x2
x1