กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบอุปกรณ์พกพา | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์
ดู: 293|ตอบกลับ: 3

{ เมืองเฉินหลิว } ตลาดใหญ่

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2017-9-21 15:39:45 |โหมดอ่าน



ตลาดใหญ่เมืองเฉินหลิว สถานที่ที่พ่อค้าแม่ค้าทั้งหลายต่างจับจองสถานที่ของตัวเพื่อขายสินค้าต่างๆกัน

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 2

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2017-9-21 23:39:45 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย YutaIzumi เมื่อ 2017-9-22 12:57

เส้นทางป่าวประกาศ 8

     หลังจากที่เขาเดินทางออกมาจากเมืองผู๋หยางแล้วยูตะก็มุ่งตรงมายังที่เมืองเฉินหลิว ตามที่นัดไว้กับผู้จัดการกองคาราวานก่อนที่จะแยกตัวออกมา เมือเขาเดินทางมาถึงเมืองเฉินหลิวด้วยรถม้า เขาก็มุ่งตรงไปที่ตลาดใหญ่ในทันที่ และถึงที่หมายผู้จัดการกองคาราวานเป็นฝ่ายชิงทักทายเขาขึ้นก่อน
     "ไงยูตะ ไม่เจอกันเจ้าสบา---........แขนของเจ้าไปโดนอะไรมาหนะ" ก่อนผู้จัดการกองคาราวานจะพูดประโยคแรกจบเขาก็สะดุดลงเมือแขนซ้ายของยูตะ ที่พันผ้าพันแผลมา
     "ก็ไม่เชงสบายดีหรอกครับ เหอะๆ" อยูตะตอบคำถามที่ยังไม่ทันจะถามจบนั้นก่อนที่จะพูดต่อ "คือเรื่องมันเป็นอย่างงี้ครับ........(ช่วงเล่าเรื่อง).........ก็อย่างที่ว่านั้นและครับ" และเขาก็อธิบายเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นในตลาดเมืองผู๋หยาง
     "นี่ข้า ปล่อยให้เจ้าเดินทางคนเดียวครั้งแรก เจ้าก็ไปหาเรื่องใส่ตัวเลยสินะ ฮะ ฮะ เจ้านี่มันซนจริงๆเลยนะ" ผู้จัดการกองคาราวานตอบหลับไปหลังจากที่ได้ยินเรื่องเล่าทั้งหมดแล้ว
     "จริงๆ ก็ไม่ได้อยากจะหาเรื่องใส่ตัวขนาดนั้นหรอกครับ.......เอาเป็นว่าเราพักเรื่องนี่ไว้ก่อนดีกว่านะครับ ระหว่างที่ผมไม่อยู่การค้าขายเป็นยังไงบ้างครับ" ยูตะถามคำถามเพื่อเปรียนประเด็นเรื่อง
     "ดี! ก็ดีเลยและ เหมือนทุกๆทีนั้นและนะ" ผู้จัดการกองคาราวานตอบกลับมาพร้อมกับยักไหล่เล็กน้อย
     "ได้ยินอย่างงั้นก็ดีครับ อ้อใช้ นี่ครับ" พูดตะพูดออกมาก็ที่จะหยิบแผ่นกระดาษที่จดอะไรบ้างอย่างส่งให้ผู้จัดการกองคาราวาน
     "นี่คือ?" ผู้จัดการกองคาราวานถามก่อนค่อยๆเปิดอ่าน
     "บันทึกตลาดของเมืองผู๋หยางครับ อาจจะมีเขียนผิดๆถูกๆบ้าง ตรงไหนไม่เข้าใจถามเลยนะครับ" ยูตะกลาวต่อ
     "โอ้ ใช้ได้เลยนะเนี้ยอันนี่ อืมๆ อืมๆ "ผู้จัดการกองคาราวานยืนอ่านอยู่สักพักก่อนที่พูดต่อ "เอาละเดียวข้าไปไว้อ่านละเอียดที่หลัง ตอนนี่เรากลับไปทำงานที่กองคาราวานกันก่อยดีกว่า" ผู้จัดการกองคาราวานกล้าวต่อพร้อมกับเดินนำไป
     "ครับผม" ยูตะตอบรับส้นๆ ก่อนที่จะเดินตามไป
     เมือจัดการอะไรลงตัวแล้วยูตะก็ขอตัวแยกออกมาทำหน้าที่ของเขา เขาเริ่มมองหาตำแหน่งเหมาะๆ ที่จะเป็นจุดสนใจมากที่สุดการป่าวประกาศข้อความสำคัญที่ได้รับมา เขาเริ่มสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนที่จะเริ่มพูด

    "สวัสดีครับทุกท่าน ผมเป็นตัวแทนจากเมืองอู๋จวิ้น เนื่องด้วยทางเมืองอู๋จวิ้นนั้นจะมีการจัดงานเทศกาลไหว้พระจันทร์ เราจะขอเชิญชวนพ่อแม่พี่น้องทุกท่านมาร่วมงานให้ได้เลย นอกจากจะมีกิจกรรมแต่งกลอนแล้ว เรายังมีขนมไหว้พระจันทร์แจกจ่ายถึง 1000 ลูก!! ฟรีๆด้วยโอกาศแบบนี่หายากมาก ถ้าหากพ่อแม่พี่น้องท่านใดมีโอกาศละก็ต้องมาให้ได้เลยนะ ขอบคุณทุกท่านที่รับฟังครับผม"     และก็เหมือนทุกครั้ง เขาพูดเหมือนเดิมเปะตามใบที่เขียนไว้ แล้วเขาท่องมันได้อย่างขึ้นใจ เหมือนทุกครั้งก่อนที่จะโค้งตัวลงเล็กน้อยและจะถอยฉากออกมา และกลับไปช่วยงานที่คาราวานต่อ


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1ชื่อเสียง +25 ความหิว -5 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 25 -5 + 3

ดูบันทึกคะแนน

今でもあなたはわたしの光
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หน้าไม้เทียนซุ่น
ปรัมปราศิลาศักดิ์สิทธิ์
กำหนดลมหายใจขั้นสูง
ตัวเบาพื้นฐาน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x68
x5
x1010
x35
x1
x1
x15
x37
x6
x8
x2
x467
x6670
x7
x32
x20
x120
x29
x43
x9999
x2040
x2840
x4940
x403
x800
x760
x2
x2
x8270
x30
x30
x20
x2
x30
x50
x1811
x70
x4
x1
x314
x50
x10
x1050
x2
x900
x18
x162
x115
x338
x148
x5
x4
x4
x2
x284
x2230
x742
x20
x374
x9999
x65
x37
x1
x196
x20
x309
x163
x10
x150
x3749
x1727
x188
x24
x2
x50
x230
x3168
x19
x50
x19
x4
x20
x1
x1
x5
x105
x23
x1

2

กระทู้

15

โพสต์

911

เครดิต

เงินชั่ง
237
เงินตำลึง
4737
ชื่อเสียง
285
ความหิว
157
เสี่ยวหู่
ระดับ 1
โพสต์ 2018-8-26 17:45:07 | ดูโพสต์ทั้งหมด
{เควสเรื่องราวที่2 ภัยสงคราม}
บทที่2 แวะซื้อของ

หมินซือเดินทางต่อจากเมืองเฉียวมายังเมืองเฉินหลิว เขาเดินอุ้มเสี่ยวหู่ไว้แนบอกเข้ามายังบริเวณตลาดใหญ่ของเมือง ที่ชาวบ้านแถวนี้แนะนำมาว่าสามารถหาซื้อของกักตุนเสบียงได้ที่ตลาดแห่งนี้

“คนเยอะ..” หมินซือกอดเจ้าก้อนขนที่เขากำลังอุ้มอยู่ แน่นขึ้นเพื่อลดความประหม่า จากการอยู่ท่ามกลางผู้คนมากหน้าหลายตา แล้วค่อยเดินไปตามเส้นทางของ
ตลาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยสินค้าทั้งสองข้างทาง

ดวงตาตี่เล็กพยายามค้นหาของที่ต้องการ ก่อนที่จะได้ของกินเล็กน้อยติดมือมา แต่มันก็หมดไปอย่างรวดเร็วเพราะเจ้าก้อนขนที่เขากำลังอุ้มอยู่นี่แหละ

เจ้าแมวตะกละ!!

หมินซือถลึงตาใส่เจ้าแมวตะกละก่อนจะไปเดินหาซื้อเสบียงใหม่อีกรอบ จนครบอีกครั้ง

“อาใช่ ข้าควรหาซื้อรองเท้าใหม่ด้วย” หมินซือก้มมองสภาพรองเท้าของตนเมื่อนึกขึ้นได้ ก่อนที่จะพบภาพรองเท้าที่มีสภาพเยินจนไม่เหลือชิ้นดีจากการใข้งานอันหนักหน่วง ของหนุ่มร่างเล็กคนนี้ หมินซือถอนหายใจออกมาเล็กน้อย แล้วมองหาร้านขายรองเท้า และกว่าที่เขาจะพบร้านที่ขายรองเท้าได้ ก็ใช้เวลาไป1เค่อ

หมินซือวางเสี่ยวหู่ลงปล่อยให้มันเดินเองก่อนจะตรงไปยังแผงขาย ดวงตาเรียวเล็กพยายามมองหารองเท้าที่น่าจะใช้เดินทางไกลๆได้ดี แต่เขาก็ต้องถอนหายใจอย่างจนปัญญา เพราะเขาก็ไม่ได้มีความรู้อะไรมากมายและก็ไม่เคยหาซื้อรองเท้ามาใส่เอง แล้วรองเท้าคู่ปัจจุบันที่ใส่อยู่ก็เป็นของที่ท่านแม่หามาให้

“จะซื้อหรือไม่ซื้อยืนจ้องอยู่ได้ มันเกะกะบังหน้าร้านข้ารู้หรือไม่ เจ้าเด็กนี่” เจ้าของร้านเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด จนหมินซือสะดุ้งแล้วมองอีกฝ่ายอย่างหวาดๆ

“ข ขอโทษขอรับ!  ข้าจะรีบเลือก” หมินซือพยายามรีบมองหารองเท้าที่ดูน่าจะแข็งแรงทนทาน พลางลอบมองเจ้าของร้านที่ทำท่าทางจะกินหัวตนอยู่รอมร่อ แล้วสะดุ้งอีกรอบ ก่อนจะรีบชี้คู่ที่ต้องการทันที
หมินซือได้แต่ลอบด่าอีกฝ่ายอยู่ในใจ สงสัยเจ้าพ่อค้าอ้วนนี่คงโดนเมียทิ้ง เลยมาพาลใส่เขานี่!

เจ้าของร้านมองตามนิ้วของหมินซือก่อนจะบอกราคา แล้วจะกรอกตาอย่างเซ็งๆเพราะน่าจะคิดว่าเขาคงไม่มีปัญญาซื้อรองเท้าคู่นี้จากการมองดูสภาพที่ดูคล้ายขอทานของหมินซือ

หมินซือมองท่าทางดูถูกของเจ้าของร้านแล้วกำหมัดแน่นพยายามควบคุมอารมณ์ตนเอง เสี่ยวหู่มองท่าทางของมนุษย์เพื่อนร่วมทาง มันไม่เคยเห็นอีกฝ่ายแผ่รังสีหน้ากลัวแบบนี้มาก่อนจึงได้แต่พยายามทำตัวให้เงียบที่สุด

“เจ้าโกรธงั้นหรือ เจ้าเตี้ย ข้าขอเตือน รีบไสหัวไปเสีย เจ้ากำลังทำข้าหงุดหงิด!”

หมินซือรู้สึกเหมือนฟางเส้นเล็กๆในหัวมันกำลังขาดออก คำพูดของอีกฝ่ายมันช่างเหมือนกับไอสารเลวที่ชอบแกล้งเขาตอนอยู่ที่หมู่บ้านบ้าๆนั่นนัก มือหยาบกร้านที่ผ่านการทำงานหนักของหมินซือล้วงเข้าไปในอกเสื้อก่อนเพื่อนหยิบถุงเงินออกมา เจ้าของร้านเลิกคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นเขาหยิบถุงเงินออกมา ก่อนจะสะดุ้งตกใจ เพราะหมินซือปาเงินค่ารองเท้าใส่หน้าอีกฝ่าย ก่อนจะคว้ารองเท้าออกมาแล้ววิ่งออกจากตลาดใหญ่ไป เขาไม่อยู่รอให้โง่ให้อีกฝ่ายตั้งตัวได้แล้วมาด่าเขาหรอกนะ

“เมี๊ยวว!(รอข้าด้วยมนุษย์)” เสี่ยวหู่รีบวิ่งตามหมินซือไปอย่างรวดเร็วเพราะกลัวจะโดนมนุษย์ผู้มีศักดิ์เป็นทาสทิ้ง




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +25 ความหิว -14 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 25 -14 + 3

ดูบันทึกคะแนน

I\'m come back
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กระบองเหล็ก
บันทึกซางยาง
ลูกดอกยาสลบ
รถม้า
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x20
x30
x28
x10
x9
x9
x1

37

กระทู้

594

โพสต์

23หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
74411
เงินตำลึง
267617
ชื่อเสียง
111035
ความหิว
92
คุณธรรม
464
ความชั่ว
0
ความโหด
9
ชีเชิงเยียน
ระดับ 1

ฮว่า เจียวซิน

นี่ไม่ป่วน เขาเรียกสีสัน!
pet
โพสต์ 7 วันที่แล้ว | ดูโพสต์ทั้งหมด
ไป๋ฟางหรง
บทที่ 122 : หาวัตถุดิบทำเนื้อย่างสูตรใหม่ (3)


          หลังพักกันได้หนึ่งคืน  ทั้งสามก็ตื่นตั้งแต่รุ่งสางช่วงตลาดเปิด เวลาที่จะได้วัตถุดิบอาหารที่สดใหม่ที่สุด   โดยหลังจากรับมื้อเช้าที่โรงเตี๊ยมเรียบร้อย ทั้งสามก็ตัดสินใจออกตามหาวัตุดิบจากร้านค้าต่างๆ และว่าจ้างเด็กลากเกวียนแถวนั้นมาลากเกวียนสินค้าที่พวกนางกำลังซื้อหา

เข้าสู่เขตตลาด ไป๋ฟางหรงถึงได้รู้ว่าตลาดไม่ได้เล็กอย่างที่คิดเอาไว้  เพียงแต่การจัดการแบ่งสัดส่วนอาจไม่สู้เมืองใหญ่อย่างฉางอัน ลั่วหยาง  พ่อค้าตั้งซุ้มแผงขายของแบบคละกันไป  ทางเดินไม่กว้างมาก  เจียวซินยิ่งต้องประคองพี่สาวบุญธรรมที่กำลังตั้งครรภ์อย่างระมัดระวัง   ซูปี้เดินนำหน้าช่วยคุ้มกันระวังอีกแรง

         ช่วงหน้าอากาศหนาว ทำให้ไม่ต้องระวังเรื่องความร้อนจะทำให้เนื้อสดเน่าเสียหรือแมลง  แต่ที่ต้องระวังคือความสดของเนื้อ   เนื้อสัตว์พันชิ้น ขนาดร้านใหญ่ยังไม่น่าจะหาของได้ครบ  ตามปกติพ่อค้ามักจะมีข้อตกลงกับพวกร้านอาหารชั้นหนึ่งในเมืองและจวนขุนนาง  แบ่งสรรวัตถุดิบที่มีคุณภาพที่สุดไว้ขายคนกลุ่มนั้น   

อันที่จริงการที่กลุ่มไป๋ฟางหรงแต่งกายแบบชนชั้นสูงก็สามารถช่วยเรื่องการต่อรองได้มาก  บางทีการที่เถ้าแก่ครัวฟ๋างหรงดูจะโล่งใจที่ไป๋ฟางหรงเป็นผู้รับสัญญาจ้างส่วนหนึ่งก็เพราะแบบนี้  ครัวฟ๋างหรง แม้จะมีพ่อครัวที่โดดเด่นในการทำเนื้อย่าง  แต่ยังไงก็ยังไม่นับเป็นภัตราคารหรูหราชั้นหนึ่ง  เนื้อที่สามารถติดต่อซื้อหาได้ ล้วนเป็นของที่หลงเหลือจากที่พ่อค้ากักเอาไว้ขายให้จวนขุนนางและภัตตาคารชั้นสูง

ที่จริงก็น่าประหลาดใจที่พ่อครัวที่มีความสามารถระดับนี้ยังไม่โดนภัตตาคารใหญ่ดึงตัวไป

คิดในแง่เถ้าแก่ครัวฟ๋างหรง คงตั้งใจว่าจะใช้ฮว่าเจียวปิ้งย่างยกระดับร้านของตัวเองให้ผู้คนจดจำ  ไม่ใช่แค่ร้านที่เพียงขายอาหารทั่วไป

        ทุกครั้งที่ไป๋ฟางหรงไปร้านค้าเนื้อ นางรู้สึกเหมือนจะเป็นลม  ซูปี้และเจียวซินมองหน้ากันพร้อมยิ้มเฝื่อน เจียวซินขยับยกถุงหอมอังจมูกพี่สาวเต้าหู้   เป็นที่รู้กันทั่วในกลุ่มคนคุ้นเคยว่าไป๋ฟางหรงผู้นี้มีปัญหากับภาพที่ชวนให้นึกถึงซากศพและความตาย  ขนาดเห็นซากปลานางยังหน้าซีด  นับประสาอะไรกับร้านค้าเนื้ออันเต็มไปด้วยชิ้นส่วนซากสัตว์และเลือด

ท่านหมอหลวงสือจิ้งหยินเคยวิเคราะห์ไว้ว่าอาการนี้น่าจะเป็นผลกระทบจากบาดแผลทางจิตใจสมัยเด็ก  ตัวท่านหมอเองก็หาทางแก้ไม่ได้เพราะเป็นเรื่องทางใจ

มือนุ่มสั่นเทากุมมือฮว่าเจียวซินน้องสาวบุญธรรมแน่นแบบต้องการหลักยึดเมื่อเห็นหัวหมูและขาวัวแขวนหน้าร้าน  นานมากแล้วที่นางไม่ได้ออกมาจ่ายตลอดเอง  

นัยน์ตาโศกเลื่อนหลบมองหน้าพ่อค้าแทน  หญิงสาวรีบแจ้งรายการเนื้อที่ต้องการ  และช่วยกันกับซูปี้ตรวจคุณภาพของเนื้อสัตว์  ผลที่ได้คือจำนวนเนื้อสัตว์ที่ขายในร้านนี้ไม่เพียงพอตามคาด   กว่าจะครบพันชิ้น เกรงว่าจะต้องเข้าออกอีกหลายร้าน

ไป๋ฟางหรงที่ต้องเผชิญกับร้านขายซากศพอีกหลายร้านหน้าซีด

โอ้...เจ้าแม่หนี่วาช่วยด้วย  

“เนื้อกระต่าย...พวกเจ้าไม่คิดว่ามันโหดร้ายหรือ? ทำไมต้องเป็นกระต่าย??” ไป๋ฟางหรงพึมพำในลำคอ  เห็นได้ชัดว่าไม่ชอบใจ “ใครเป็นคนริเริ่มก็ไม่รู้...ไม่มีอย่างอื่นให้กินกันหรือไง….”

“....คิดในแง่ของการเอาตัวรอด กระต่ายถือว่าเป็นอะไรที่หาง่ายล่าง่ายนะพี่สาว” ฮว่าเจียวซินแย้ง “คนร่อนเร่ยากจนจะมีปัญญาซื้อสัตว์ใหญ่ที่ไหน กระต่ายเป็นสัตว์ที่แพร่พันธุ์เร็ว นับว่าเป็นเนื้อที่เหมาะแก่การประทังชีวิตโดยแท้ แถมเนื้อนุ่มด้---” ปลายเสียงหายไปเพราะดวงตาโศกซึ้งมองแบบเคืองๆ

ซูปี้หัวเราะ “แต่ไม่มีใครคิดจะเอากระต่ายเลี้ยงหน้าตาน่ารักอย่างอันอันกับเมิ่งเอ๋อห์ไปทานหรอกเจ้าค่ะท่านป้า”

“ผู้หญิง….” ฮว่าเจียวซินกลอกตา พูดเหมือนตัวเองไม่ใช้สตรี “ท่านนึกค้านว่าไม่ควรกินเนื้อเจ้าพวกขนฟูตาแป๋วเพราะความน่ารักของมัน ทั้งที่หมู ไก่ วัว ยังทานได้ไม่มีปัญหาเพราะหน้าตาไม่น่าเอ็นดูพอนี่นะ?? เจ้าพวกนั้นร้องไห้แล้ว”

“.....” ไป๋ฟางหรงแย้งไม่ออก เพราะรู้ว่าตัวเองเพียงบ่นอย่างไร้เหตุผล  แต่จากใจคนรักกระต่ายแบบนางอย่างไรก็ทำใจทานเนื้อกระต่ายไม่ได้จริงๆ

เจ้าของนัยน์ตาคู่ซึ้งถอนหายใจ  นึกถึงว่ายังต้องไปซื้อหาเนื้อของเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์อันอันและเมิ่งเอ๋อห์อีกน้ำตาก็แทบไหล  



@Admin

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +25 คุณธรรม +2 ความชั่ว +3 ความโหด โพสต์ 7 วันที่แล้ว

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +35 ความหิว -14 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 35 -14 + 5

ดูบันทึกคะแนน

........
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
คัมภีร์ละติน
ม้าเฟิ่งหวง
ขลุ่ยหยก
กระบี่เจ็ดดาว
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x100
x14
x200
x1000
x10
x10
x1
x2
x7
x18
x34
x30
x30
x10
x8
x1
x99
x2
x50
x25
x3
x500
x30
x1
x2
x100
x1
x3
x330
x20
x80
x1
x2
x9
x8
x1
x2
x10
x198
x160
x20
x5
x50
x2
x85
x50
x1
x640
x47
x1
x46
x97
x110
x1
x1
x24
x24
x10
x43
x48
x111
x1
x410
x28
x126
x97
x10
x600
x65
x110
x95
x66
x127
x118
x530
x172
x165
x569
x400
x1202
x600
x4
x310
x475
x1004
x568
x13
x9
x77
x11
x120
x5
x60
x3
x18
x11
x5
x2
x2
x15
x4
x13
x1
x95
x24
x5
x82
x5
x5
x10
x12
x1
x30
x14
x32
x1

ข้อความล้วน|อุปกรณ์พกพา|

Copyright © 2001-2012 | The Legend of Wulin  สงวนลิขสิทธิ์ | GMT+7, 2019-1-18 05:22

ขึ้นไปด้านบน