ดู: 311|ตอบกลับ: 10

{ เมืองจางเย่ } โรงเตี้ยมเยวี่ยจงเกอ | 传鍾歌

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-8-5 16:14:48 |โหมดอ่าน




โรงเตี้ยมเยวี่ยจงเกอ | 

{ เ มื อ ง จ า ง เ ย่ }












【โรงเตี๊ยมเยวี่ยจงเกอ】

' รักที่เฝ้ารอ เจ็บปวดยิ่งกว่าสิ่งใด'


ให้บริการที่พักและอาหารแก่พ่อค้าต่างเมืองและนักเดินทางทุกชาติพันธุ์
โรงเตี้ยมขนาดเล็กเปิดบริการมาได้ยี่สิบปี นับจากที่แยกทางกับคนที่เธอรัก
ด้วยความทุกข์ระทมในใจที่จากเล่นสนุก จนก่อเกิดความรัก 
แต่เธอตอนนั้นเป็นสนมของสหายพี่จงเกอหม่า เขาไม่อาจผิดต่อสหาย แม้ว่าสหายเขาจะยกเธอให้เขา
แต่เขาก็มิอาจรับ เขาได้อำลาจากสหายก่อนปลีกวิเวก ไม่กลับสำนักอีกเลย
เขาตัดพ้อตัวเองที่ทำผิดต่อสหาย มิกล้ารับรักหญิงสาว ก่อนจะเลิกล้มความคิดที่จะมีรัก
หญิงสาวที่ขอลาจากท่านอ๋องต้วน นางได้เดินทางมาใช้ชีวิตที่เมืองจางเย่ ใช้เงินน้อยนิดเปิดกิจการ

เถ้าแก่เนี้ย
♣ โต้ว ซูเหยา (42) ♣
อุปนิสัย :: สตรีลูกครึ่งฮั่น-ต้าหลี่-เป็นสตรีที่มีรักมั่นต่อบุรุษเพียงผู้เดียว แม้เขาไม่รับรักนาง
แต่นางให้คำมั่นกับตัวเองแล้วว่าจะเฝ้ารอเขาไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี ด้วยจิตใจที่แข็งแกร่งของนางทำให้อดทนได้
และมีนิสัยชื่นชอบฝึกวรยุทธ์ เพราะสาเหตุนี้ที่อยากฝึกยุทธ์ใหม่ๆ ตอนที่จงเกอหม่ากับท่านเจ้าสำนักฉวนเจิน
ไปฝึกวิชากับท่านอ๋องต้วนเมื่อครานั้น ระหว่างรอทั้งสอง นางกับจงเกอหม่าได้เรียนรู้ยุทธ์ด้วยกันจนก่อเกิดความรัก




ชื่อกิจการ : โรงเตี๊ยมเยวี่ยจงเกอ
เจ้าของกิจการ : โต้ว ซูเหยา
เวลาปิดบริการ : ตลอด 24 ชั่วโมง
ประเภทร้าน : ให้บริการที่พัก สุราอาหาร ค่ำคืนมีการแสดงจากคณะละครเร่ หรือชาวนอกด่าน

ประทับตราโดย: ผู้ว่าเมืองจางเย่



โพสต์ 2018-8-14 23:19:56 | ดูโพสต์ทั้งหมด
จอง
@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง -3 ย่อ เหตุผล
Admin -3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
มีดสั้น
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x10
x50
x40
x50
x50
x5
x15
x15
x1
x10
x8
x8
x30
x5
x2
x100
x50
x324
x106
x80
x100
x259
x9999
x64
x384
x10
x19
x27
x50
x28
x8
x1
x5
x30
x1
x100
x100
x50
x30
x35
x13
x13
x3
x8000
x9999
x8000
x42
x42
โพสต์ 2018-8-14 23:25:51 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ซูเม่ย เมื่อ 2018-8-15 01:21

เรื่องราวที่ 3 (พิเศษ) - ลำนำทะเลทราย
พาร์ท 8 - เดินทางกลับฉางอัน


“ เดี๋ยวเจ้าอาบน้ำก่อนแล้วกันนะ ข้าได้สั่งให้เสี่ยวเอ้อเตรียมน้ำเอาไว้แล้ว ” ชวี่ปิ้งเอ่ยขึ้นเมื่อทั้งคู่เข้ามาในห้อง หลังจากที่ทานอาหารกันเรียบร้อยแล้ว

แต่การพักห้องเดียวกันในครั้งนี้มีเหตุผลแตกต่างจากโรงเตี๊ยมที่ผ่านๆ มา โดยเหตุผลที่ต้องนอนห้องเดียวกันในโรงเตี๊ยมที่ผ่านมาเพราะเหลือห้องเพียงห้องเดียว แต่ที่โรงเตี๊ยมเยวี่ยจงเกอนั้นมีห้องพักที่ว่างอยู่อีกมาก แต่ชวี่ปิ้งก็ได้ให้เหตุผลกับซูเม่ยไว้ว่า เขาเป็นห่วงความปลอดภัยของนางกลัวว่าจะมีพวกที่เป็นศัตรูและรู้การเคลื่อนไหวของเรามาทำร้ายนางได้ ถึงแม้ว่าทั้งคู่จะปลอมตัวและใส่หมวปกปิดใบหน้าไว้แล้ว แต่เขาเองที่ไม่ไว้ใจ

ด้วยเหตุผลนั้นทั้งคู่จึงต้องนอนพักห้องเดียวกันเหมือนก่อนหน้านี้ แต่ซูเม่ยก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร เพราะรู้สึกชินซะแล้วที่นอนห้องเดียวกับอีกฝ่าย ส่วนไคว่เล่อนั้นก็ต้องนอนที่คอกม้ากับเจ้าม้าฮั่นเสียนั้น เนื่องจากทางโรงเตี๊ยมไม่ให้นำสัตว์เข้าไปพักด้วย

“ แล้วทำไมท่านไม่อาบก่อนล่ะเจ้าคะ? ” คิ้วเรียวเลิกขึ้นถามอย่างสงสัย

“ ข้าต้องเขียนจดหมายส่งไปให้เสด็จป้าน่ะว่าเราอยู่ที่เมืองจางเย่แล้ว ท่านจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง ”

“ เช่นนี้เอง ถ้าอย่างนั้นข้าไปอาบก่อนก็ได้เจ้าค่ะ ” ซูเม่ยพยักหน้าอย่างเข้าใจแล้วเดินไปที่หลังฉากกั้นเพื่ออาบน้ำ

เมื่อเห็นว่าหญิงสาวเดินไปที่หลังฉากกั้นแล้วชวี่ปิ้งก็นั่งลงที่โต๊ะกลางห้อง แล้วน้ำกระดาษและหมึกออกมาเขียนจดหมายถึงเสด็จป้า โดยเนื้อหาหลักๆ ที่เขียนก็เป็นการบอกถึงการเดินทาง และบอกว่าพวกตนนั้นปลอดภัยดี ขอเสด็จแล้วอย่าได้เป็นกังวล

จดหมายถูกพับม้วนอย่างดี และถูกใส่ในกระบอกเล็กๆ ก่อนที่ชวี่ปิ้งจะนำไปผูกที่เท้าของนกพิราบที่ได้แวะซื้อกลางทางก่อนมาถึงโรงเตี๊ยมแห่งนี้

ซูเม่ยที่ออกมาหลังจากที่ชวี่ปิ้งเพิ่งเขียนจดหมายเสร็จได้ไม่นาน เอ่ยขึ้นให้อีกฝ่ายรีบไปอาบก่อนจะดึกไปมากกว่านี้และน้ำอาจจะหายอุ่นได้

“ อะ จริงสิ เราลืมขอผ้าห่มอีกผืนจากเสี่ยวเอ้อนี่นา ” ซูเม่ยที่กำลังจัดเตรียมปูที่นอนแยกต่างหากให้ชวี่ปิ้งนึกขึ้นมาได้ ก่อนจะหันไปมองที่ฉากกั้นที่ร่างสูงกำลังอาบน้ำอยู่

“ แค่ไปบอกเสี่ยวเอ้อไม่นานคงไม่เป็นอะไรหรอกมั้ง ไม่ต้องบอกก็ได้ ” ด้วยความที่นางไม่อยากรบกวนอีกฝ่ายตอนอาบน้ำ จึงหยิบเสื้อคลุมมาใส่และทำผมให้เรียบร้องก่อนออกจากห้องไปอย่างเงียบเชียบ

“ นี่ๆ เจ้าได้ยินข่าวหรือไม่? ”
“ ข่าวอันใดรึ? ”
“ ก็ที่ว่ามีสตรีคิดจะมาจับท่านขุนชนะชัยน่ะสิ ”
“ ข่าวเจ้าแน่ใจรึ เชื่อถือได้รึเปล่าก็ไม่รู้ ”
“ นี่..พ่อข้าก็เป็นทหารอยู่ในกองทัพนะ เห็นว่าสตรีนางนั้นลงทุนทำเป็นออกตามหาท่านขุนชนะชัย แต่ก็ไม่รู้ได้หาจริงๆ อยากที่ปากพูดหรือไม่ คงอยากจับผู้ชายจนตัวสั่นน่ะสิ ”
“ แล้วหน้าตานางเป็นเยี่ยงไร? คงจะดูไม่ได้เลยสินะ ถึงต้องเข้าหาบุรุษก่อน ”
“ หึ ช่างน่าไม่อายเสียจริงเป็นสตรีประเภทไหนกัน ถึงกล้าทำอะไรแบบนี้ ข้าล่ะอยากเห็นหน้ายิ่งนัก ”
“ นั่นสิ ไม่รู้ว่าที่บ้านสอนมายังไงกัน ใฝ่สูงยิ่งนัก คิดว่าคนอย่างทานขุนชนะชัยจะชายตามองหรือ ช่างเพ้อฝันยิ่งนัก ”

ร่างเล็กที่เดินผ่านโต๊ะของสตรีสองนางที่พักที่โรงเตี๊ยมแห่งนี้เอ่ยขึ้น ในตอนแรกนางไม่ได้สนใจเรื่องที่ทั้งสองพูดเลยสักนิด หากไม่มีชื่อขุนชนะชัยออกมา ทำให้ขาทั้งสองข้างของนางนั้นหยุดนิ่งไม่อาจขยับไปไหนได้ หัวใจดวงน้อยราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นบีบรัดจนเจ็บ

‘ ทำไมกัน นี่เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมถึงเกิดข่าวลือแบบนี้ออกมาได้ ข้ามิได้จะจับเขานะ! ’ ซูเม่ยได้แต่คิดในใจแต่ไม่อาจที่จะพูดออกมาได้

และยิ่งได้ฟังในสิ่งที่สตรีทั้งสองพูดคุยกัน ขอบตาของนางก็ยิ่งร้อนผ่าวขึ้น ราวกับตัวนางนั้นมีความผิด ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้กระทำสิ่งใดเลยแท้ๆ ในหัวของซูเม่ยนั้นข่าวโพลนอย่างคิดอะไรไม่ออก รู้เพียงอย่างเดียวว่าตอนนี้นางไม่กล้าที่จะไปเจอหน้าชายหนุ่มที่อยู่บนห้องเลย ขาเรียวจึงก้าวออกจากโรงเตี๊ยมโดยที่นางเองก็ไม่รู้ตัว

ในขณะเดียวชวี่ปิ้งที่แต่งตัวเสร็จเรียบร้อยไม่เห็นซูเม่ย แต่กลับเจอเสี่ยวเอ้อที่นำผ้าห่มมาให้ก็เอ่ยถาม ถึงได้รู้ว่านางออกไปขอผ้าห่มมา แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่กลับเข้าห้องมา ชายหนุ่มจึงรีบออกจากห้องเพื่อไปดูว่าทำไมซูเม่ยยังไม่กลับอีก ทำให้เห็นจังหวะที่ร่างเล็กคุ้นตาวิ่งออกไปจากโรงเตี๊ยม ร่างสูงจึงใช้วิชาตัวเบาพุ่งทะยานเข้าไปหา แล้วอุ่มคนที่วิ่งออกมาไว้ในอ้อมแขน

“ เม่ยเอ๋อห์เจ้าจะไปไหน? ” เสียงทุ้มเอ่ยถามอย่างตกใจที่เห็นร่างบางวิ่งออกมาแบบนี้

“ ข้าจะไปตามทางของข้า ปล่อยนะเจ้าคะ ” ร่างเล็กที่ถูกโอบอุ้มพยายามดิ้นออกมา จนลงมายืนบนพื้นได้

“ ข้าไม่ได้เดินทางมาเพื่อจับท่านสักหน่อย! ” เสียงใสเอ่ยออกมาด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัว ใบหน้ามุ่ยอย่างไม่พอใจ ยิ่งได้เห็นต้นเหตุมาให้เจอตรงหน้า ก็ยิ่งรู้สึกอยากจะร้องไห้และโวยวายใส่ แต่นางไม่อาจทำแบบนั้นได้ เพราะไม่ใช่นิสัยของนาง

“ เจ้าจะทิ้งข้าไปเหมือนท่านพ่อเหรอ ” ชวี่ปิ้งที่ไม่รู้เรื่องว่าเกิดอะไรขึ้นเอ่ยถามพลางทำหน้าเศร้า

“ ขะ..ข้าเปล่า ข้าแค่..แค่ไม่อยากถูกมองว่าช่วยท่านเพราะหวังผล ” ซูเม่ยชะงักไปเล็กน้อยที่เห็นใบหน้าอันเศร้าหมองนั้น และรู้สึกผิดที่ทำให้อีกฝ่ายต้องเศร้าขึ้นมา จึงเอ่ยเสียงอ่อนลง

“ เจ้ารู้ ข้ารู้ คนอื่นจะมองยังไงก็ช่างสิ ข้าไม่สน ข้าสนเพียงเจ้า

“ แต่..แต่ว่า ” ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นก่อนจะเงยหน้ามองสบตาอีกฝ่าย “ แล้วเสด็จป้าของท่านเล่า? ”

“ เสด็จป้าทรงตามใจข้า หากข้ามีความสุข เสด็จป้าก็มีความสุข ถ้าเสด็จป้าเจอเจ้าสักครั้งท่านต้องชอบเจ้าแน่ ” มุมปากของชวี่ปิ้งยกยิ้มขึ้นอย่างอ่อนโยนเมื่อพูดถึงสตรีผู้มีตำแหน่งสูงสุดที่ดูแลเลี้ยงดูเขามา

“ เจอแล้วเจ้าค่ะ เสด็จป้าใจดี ”

“ เห็นไหมข้าบอกแล้ว....” ร่างสูงพูดจบก่อนแกล้งอาการวูบกำเริบล้มลงใส่หญิงสาว

“ ท่านชวี่ปิ้ง! ” ซูเม่ยรีบรับร่างที่ล้มลงมาอย่างทุลักทุเล “ ข้าจะทำยังไงดีเนี่ย อะ ” ใบหน้าแดงก่ำขึ้นเมื่อใบหน้าของคนที่ล้มใส่เผลอถูกับคอจนขนอ่อนลุกซู่อย่างรู้สึกแปลกๆ นางพยายามเอียงคอหนีสัมผัสนั้น

“ ข้าคงต้องเรียกเสี่ยวเอ้อมาช่วย ” เสียงหวานเอ่ยกับตัวเองอย่างหมดหนทาง ก่อนจะหันไปเรียกเสี่ยวเอ้อที่ยืนรอต้อนรับลูกค้าอยู่หน้าโรงเตี๊ยม

“ เดี๋ยวข้าพาเขาเข้าห้องเองขอบคุณมากเจ้าค่ะ ” เมื่อมาถึงหน้าห้องซูเม่ยที่ไม่อยากรบกวนเสี่ยวเอ้อมากนักจึงจะเป็นฝ่ายพาร่างสูงเข้าห้องเอง

“ ทำไมท่านตัวหนักเยี่ยงนี้นะ หนักกว่าตอนที่ข้าเพิ่งช่วยท่านคราวนั้นเสียอีก ” เสียงหวานบ่นงึมงำ แต่ก็พยายามแบกพาอีกฝ่ายเข้าห้อง ในขณะที่ยืนอยู่ข้างเตียงจู่ๆ ใบหน้าของฃวี่ปิ้งก็ร่วงหล่นจากคอลงใต้คอของซูเม่ยอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว

“ โอ๊ะ ” ร่างเล็กสะดุ้งเฮือกอย่างตื่นตระหนก แล้วรีบปล่อยอีกฝ่ายให้นอนลงบนเตียง แต่แล้วมือหนากลับคว้าเอวบางเอาไว้ตามสัญชาตญาณ

“ ข้า..ข้รู้สึก....ตัวร้อนรุ่ม ” เสียงทุ้มเอ่ยออกมาอย่างคนละเมอ

“ เหวออ ท่าน! ” ซูเม่ยที่ถูกคว้าเอวลงไปจึงล้มลงไปนอนทับแนบชิดกับร่างสูงโดนไม่ได้ตั้งใจ “ เดี๋ยวข้าเอาน้ำมาเช็ดตัวให้ ปล่อยข้าก่อน ” มือพยายามที่จะยันอกอีกฝ่ายออก แต่เหมือนอ้อมแขนนี้จะรัดแน่นขึ้นเหมือนงูรัดก่อนที่ชวี่ปิ้งจะได้สติ

“ เม่ยเอ๋อห์เกิดอะไรขึ้นเหรอ? ”

“ ท่านเป็นลมไปเจ้าค่ะ ข้าเลยพามาที่ห้อง แล้วท่านก็ละเมอ ”

“ แล้วทำไมเจ้ามานอนบนตัวข้าด้วยล่ะ หรือว่า....” ชวี่ปิ้งไม่พูดอะไรออกมาอีกก่อนจะพลิกร่างอีกฝ่ายสลับกัน

“ เพราะท่านละเมอดึงข้าลงมา อ๊ะ ท่านจะทำอะไรเจ้าคะ? ” ซูเม่ยทำหน้าตาตื่นเมื่อถูกพลิกตัวจนกลายมานอนใต้ร่างของชวี่ปิ้งแทน

“ เม่ยเอ๋อห์ ข้ารักเจ้า รักเจ้าตั้งแต่ที่เจอครั้งแรก ” ดวงตาคู่คมมองจ้องเข้าไปในดวงตาของนางอย่างจริงใจและหนักแน่นในคำพูดของตน ก่อนจะก้มลงจุมพิตคออีกฝ่าย

“ ระ..รักข้าหรือเจ้าคะ? ” ดวงตาคู่สวยมองอีกฝ่ายอย่างเหม่อลอย หัวใจดวงน้อยเต้นรัวอย่างตื่นเต้น เพราะไม่นึกว่าจะได้ยินคำนี้จากอีกฝ่าย

“ แต่งงานกับข้านะเม่ยเอ๋อห์ ” ใบหน้าคมเงยหน้าขึ้นมามองใบหน้าหวานที่แดงก่ำของสตรีตรงหน้าอีกครั้ง พร้อมกับเอ่ยประโยคที่เขาไม่เคยมาก่อนว่าจะได้พูดมันออกมา

“ ท่าน..แน่ใจหรือว่าอยากจะใช้ชีวิตอยู่กับข้า ข้าเป็นเพียงสาวนอกด่านที่ไม่มีอะไรสักอย่าง ความรู้ ความสามารถ ชาติตระกูล ก็สู้สตรีคนอื่นไม่ได้ ท่านเป็นถึงหลานฮองเฮา เป็นถึงขุนชนะชัย แต่ข้าเป็นเพียงผู้หญิงบ้านๆ แน่ใจแล้วหรือที่ท่านจะมาแต่งงานกับข้า และอีกอย่างหนึ่งคือ ข้านั้นเป็นสตรีใจแคบ มิอาจ...แบ่งสามีให้สตรีคนอื่นได้นะเจ้าคะ ” ซูเม่ยเอ่ยระบายความคิดที่อยู่ในหัวนางตลอดเวลาออกมา

“ แน่ใจสิ ข้าเองก็เป็นเพียงลูกจากบ่าวไพร่ แม่โดนพ่อที่แอบรักกันทิ้งไปไม่รู้ไปไหน เกิดไม่นานแม่ก็จากไป มีแต่เสด็จป้าและน้าชายดูแล ข้ารักของข้า ข้าไต่เต้าขึ้นมาจุดนี้ด้วยความสามารถของข้าหาใช้เส้นใครไม่ ใครจะว่าอะไรข้าไม่สน และข้านั้นก็บุรุษใจแคบเช้นกัน รักใครก็จะรักสตรีผู้นั้นเพียงนางเดียว และจะไม่แบ่งกับใคร เม่ยเอ๋อห์ เจ้าแต่งงานเป็นฮูหยินให้ข้านะ ” เสียงทุ้มเอ่ยคลายข้อกังขาที่นางเอ่ยออกมาทั้งหมดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโอน แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหนักแน่นและจริงจังจนในที่สุดซูเม่ยก็ยอมใจอ่อน และยอมรับความรู้สึกของตัวเองเสียที

“ เจ้าค่ะ ข้าจะแต่งงานกับท่าน ” เสียงหวานเอ่ยออกมาอย่างสั่นเครือเล็กน้อยด้วยอย่างรู้สึกตื้นตันใจเป็นอย่างมาก หัวใจของนางพองโตอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เพราะทั้งชีวิตนี้ของนางไม่เคยนึกฝันว่าจะได้แต่งงานเลยด้วยซ้ำ

“ จริงนะเม่ยเอ๋อห์? ฮ่าๆ เจ้ายอมแต่งกับข้าแล้ว ” ร่างสูงขยับนอนลงด้านข้างก่อนจะรวบตัวว่าที่ฮูหยินของตนเข้ามากอดอย่างดีใจ

“ อะ..อื่อ จริงเจ้าค่ะ ข้าจะหลอกท่านทำไมกัน อะ กอดเบาๆ สิเจ้าคะ ข้าหายใจจะไม่ออกแล้ว ” ใบหน้าที่ขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย และประดับไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขซบเข้ากับอกแกร่งด้านที่ตรงกับหัวใจของอีกฝ่าย จนได้ยินเสียงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวของร่างสูงอย่างชัดเจน

‘ หัวใจเราสองคนเต้นเป็นจังหวะเดียวกันเลย ’ ซูเม่ยแอบที่จะคิดในใจอย่างดีใจไม่ได้ที่ไม่ได้มีแค่นางคนเดียวที่กำลังตื่นเต้น

“ ถ้ากลับถึงฉางอันเมื่อไหร่ ข้าจะรีบไปบอกเสด็จป้าให้ช่วยหาฤกษ์แต่งให้พวเราทันที เจ้าว่าดีหรือไม่? ”

“ ข้ายังไงก็ได้ แล้วแต่ท่านเลยเจ้าค่ะ แต่ว่าตอนนี้ข้าง่วงแล้ว ท่านปล่อยข้าได้แล้วเจ้าค่ะ ” เพื่อกลบเกลื่อนอาการเขินและยังไม่พร้อมจะคุยรายละเอียดเรื่องแต่งงานตอนนี้นางจึงบอกว่าง่วงเพื่อให้เขาแยกไปนอน

“ ก็เอาสิ ถ้าเจ้าง่วงก็นอนไปได้เลย ”

“ ห๊ะ แต่...จะนอนยังไงล่ะเจ้าค่ะ ก็ท่านยังไม่ออกไปจากเตียงเลย ”

“ ก็นอนแบบนี้แหละ นอนด้วยกัน นะๆๆ เม่ยเอ๋อห์ ข้าไม่อยากนอนบนพื้นคนเดียวแล้ว ไหนๆ เราก็จะแต่งงานกันแล้ว ขอข้านอนกับเจ้านะ ข้าสัญญาว่าจะไม่ทำอะไรเจ้าเด็ดขาด(หากเจ้าไม่ยินยอม) ” ชวี่ปิ้งพยายามใช้น้ำเสียงออดอ้อนเหมือนที้่ใช้กับเสด็จป้าเพื่อให้นางยอมใจอ่อน ซึ่งมันก็ได้ผลเป็นอย่างดี

“ กะ..ก็ได้ แต่ท่านต้องรักษาสัญญานะเจ้าคะ ” นางที่แพ้ทางให้กับการออดอ้อนนี้จึงได้แต่จำใจให้เขาได้นอนด้วย

“ เอาเกียรติขุนชนะชัยของข้าเป็นเดิมพันเลย ”

“ เจ้าค่ะ ข้าเชื่อท่าน ราตรีสวัสดิ์นะเจ้าค่ะ ” ซูเม่ยเงยหน้าขึ้นยิ้มหวานให้กับบุรุษตรงหน้าก่อนพร้อมกับเอ่ยราตรีสวัสดิ์

“ ราตรีสวัสดิ์ ว่าทีฮูหยินของข้า ” มุมปากของชวี่ปิ้งยกยิ้มบางเบากับภาพที่นางกำลังเขินอาย ช่างเป็นภาพที่น่ารักยิ่ง ก่อนจะจุมพิตแผ่วเบาที่หน้าผากมนเพื่อส่งสตรีในอ้อมกอดเข้าสู่นิทรา



@Admin


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +2 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +25 ความหิว -18 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 2 + 300 + 25 -18 + 3

ดูบันทึกคะแนน

เหะ
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ฮั่นเสียหม่า
หวยหนานจื่อ
ขลุ่ย
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x9
x16
x100
x10
x50
x19
x4
x80
x10
x9
x250
x200
x3
x5
x45
x100
x100
x1
x50
x50
x74
x50
x310
x60
x488
x83
x80
x1
x25
x1
x20
x15
x5
x18
x10
x28
x9
x8
x4
x40
x46
x2
x8
x28
x10
x27
x15
x73
x17
x47
x30
x13
x519
x255
x9
x39
x65
x8
x397
x25
x3
x35
x5
x51
x18
x1
x51
x23
x126
x47
x171
x59
x49
x54
x47
x1
x1
โพสต์ 2018-9-15 19:56:01 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย TangXinJian เมื่อ 2018-9-15 19:57

(ถึงเมืองจางเย่)



บทนำ
การหลบหนีของชายบาป (ส่วนที่ 3)

ออกจากอู๋เว่ยมุ่งสู่ทิศตะวันตก ไม่มีจุดหมายแน่นอน
พอรู้ตัวก็เดินทางมาถึงประตูเมืองที่เขียนว่า ‘เมืองจางเย่’


ณ โรงเตี้ยมเยวี่ยจงเกอ


ซึ่นเจี้ยนเหนื่อยล้าและอาหยู่เองก็เช่นกัน เขากันการฝากอาหยู่ไว้ในคอกม้าของโรงเตี้ยม
ให้เจ้าอาชาของเขาได้พักผ่อน จากนั้นซึ่นเจี้ยนจึงแจ้งกับเสี่ยวเอ้อร์ของโรงเตี้ยมเยวี่ยจงเกอแห่งนี้
“ฝากดูแลม้าข้าด้วย แล้วก็..ห้องพักสำหรับหนึ่งคน”

เสี่ยวเอ้อร์พยักหน้ารับ

“ห้องของคุณชายอยู่ชั้นสอง ห้องที่สามจากท้ายสุดทางขวามือ”
“ข้าน้อยจะไปส่ง--”

“ไม่ต้อง ขอแค่อย่าให้มีใครมารบกวนก็พอ”
ซึ่นเจี้ยนกล่าวตัดบทสนทนาด้วยใบหน้าเรียบเฉย
ทว่าแฝงความน่ากลัวที่ไม่เชิญชวนให้ใครเข้าใกล้เขา
ชายหนุ่มเดินมุ่งสู่ห้องพักของตน ด้วยความเหนื่อยล้า
ถัง ซึ่นเจี้ยน ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงแทบจะทันทีที่เข้าห้อง
ในตอนนี้เพราะความเหนื่อยล้าอย่างที่สุด
ชายหนุ่มจึงหลับไหลไปอย่างง่ายได้ภายในไม่กี่ลมหายใจหลังจากได้นอนลง

เวลานี้เป็นช่วงท้ายยามเฉินก็จริง …
แต่ดูจากความเหนื่อยสะสมของชายหนุ่ม
ซึ่นเจี้ยนนั้นกว่าจะตื่นก็คงเป็นยามเหม่าของพรุ่งนี้
ถึงแม้ท้องไส้จะส่งเสียงร้องเพราะความหิวโหย
หากแต่ซึ่นเจี้ยนก็คงจะเลือกที่จะหลับต่อไปอย่างแน่นอน…

ชายหนุ่มยังต้องเดินทางอีกยาวไกลนัก……
ช่วงเวลานี้ขอให้เขาได้หลับสักหน่อยเถิดหนา…


@admin



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง -150 ความหิว -31 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin -150 -31 + 5

ดูบันทึกคะแนน

ต้องการอะไรจากข้า?
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตัวเบาขั้นสูง
ขวานต้วนหยู้ว
เกราะทองคำ
ฮั่นเสียดำเทวะ
คัมภีร์ละติน
ตาเหยี่ยว
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8
x12
x120
x76
x106
x15
x1
x102
x135
x8000
x8000
x8
x1
x10
x10
x1
x7
x4
x23
x90
x40
x30
x28
x900
x21
x150
x75
x4
x125
x4
x140
x29
x3
x4
x9999
x3553
x25
x11
x7
x30
x5
x20
x2000
x45
x20
x1000
x32
x160
x4
x9
x20
x1
x7
x3
x120
x1
x90
x6
x12
x180
x5
x35
x105
x82
x80
x90
x17
x45
x35
x8
x5
x120
x1500
x120
x6
x4
x5
x5
x16
x135
x6
x137
x72
x9
x172
x4
x62
x200
x9999
x46
x18
x146
x57
x108
x4
x9040
x9199
x105
x7
x7
x4020
x91
x100
x65
x115
x415
x910
x450
x383
x1241
x30
x290
x116
x152
x10
x85
x112
x100
x145
x106
x11
x6235
x160
x144
x133
x125
x67
x65
x30
x77
x115
x328
x70
x256
x195
x95
x201
x25
x25
x15
x9999
x12
x178
x9
x1
x54
x350
x6
x134
x200
x41
x185
x289
โพสต์ 2018-10-29 14:17:18 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Baoling เมื่อ 2018-10-29 14:19


ผจญภัยแผนที่หรรษา กับดักแห่งชาติ
“.....เอ่อ..อืม..โอเคจะพยายาม”
ร้านค้าเนื้อกว่างเจา - เหลาสุราหมิงปู้ซวีฉวน - โรงเตี้ยมเยวี่ยจงเกอ

        หลังจากนั้นเมื่อพบเจอเหล่าผู้คนที่คอยแนะนำเรื่องอื่นๆให้กับเป่าหลิงแล้วเธอก็เดินทางเพื่อเข้ามาในเมือง เมื่อเดินมาสิ่งแรกที่เธอเห็นก็คือ ร้านค้าเนื้อกว่างเจา?.. ดูเหมือนว่าที่นี้จะเป็นสถานที่ เพื่อที่จะให้เหล่าผู้คนนั้นมาซื้อของที่ตนเองต้องการล่ะสินะ?

        เป่าหลิงนั้นเดินเข้ามาด้านในร้านค้า สิ่งที่เธอเห็นคือชายร่างสูงที่กำลังสับเนื้อประหนึ่งคนโรคจิต นางเงียบไปสักครู่ก่อนที่จะค้างไปสักนิดสักหน่อย แล้วสติก็กลับคืนมา.. เขาคนนั้นเหลือบมองมาที่เธอก่อนที่จะ.. “เอ๊ะ! ลูกค้าใหม่หรอ?” เขากล่าวขึ้นอย่างสดใส ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่ชาวฮั่น เมื่อเป่าหลิงนั้นเปิดใบหน้าของตนเองออกเขาก็ค้างไปสักนิด..

       “เจ้าเป็นชาวนอกด่านสินะ? ต้องการอะไรหรือปล่าว?” เขากล่าวเช่นนั้นเพราะผมที่สั้นประบ่าของเธอ.. สตรีร่างเล็กส่ายหัว “ข้าแค่จะเข้ามาถามว่าแถวนี้มีอะไรดีนอกจากร้านนี้อีกหรือปล่าว?” นางสอบถามเช่นนั้น… “เอ่อ..ข้าเป็นนักเดินทาง กำลังเดินทางเขียนแผนที่” เป่าหลิงกล่าวต่อ..

        “อ้อ นักเดินทาง แถวนี้ก็มีนะ? มีเหลาสุราหมิงปู้ซวีฉวน เจ้าของร้านแซ่บดีข้าแนะนำ” เขานั้นแนะนำ เมื่อเป่าหลิงได้ยินก็พยักหน้า ก่อนที่จะกระดึบเดินออกไปอย่างเงียบๆ.. โดยที่ไม่ได้ทำอะไรเพิ่มเติมนอกจากการขอบคุณ


        “ขอโทษนะค่า..ที่นี้ใช่เหลาสุราหมิงปู้ซวีฉวนไหมค่า?” เป่าหลิงเดินเข้ามาภายในร้าน สิ่งที่เตะจมูกของเธอก่อนเลยก็คือกลิ่นการหมักของสุราที่น่าจะทั้งได้ที่และไม่ได้ที่เตะจมูกของเธอนั้นวนไปมา เมื่อเป่าหลิงได้กลิ่น ก็ถึงขั้นอยากจะเป็นลม..

        ก่อนที่สตรีนางหนึ่งจะเดินมาหาเธอแล้วก็ต้องตกใจกับใบหน้าซีดของสตรีร่างเล็ก “เอ๊ะ..เด็กๆเข้ามาที่นี้ไม่ได้นะ!!” เธอนั้นกล่าวก่อนที่จะพาเป่าหลิงนั้นออกจากร้านของตนเองอย่างทันที เพราะว่าใบหน้าของเธอดูเหมือนว่าจะรับกับกลิ่นอะไรไม่ได้มากมายเท่าที่ควรนัก เป่าหลิงนั้นเมื่อออกมานอกร้านก็ถึงขั้นต้องสูดลมหายใจเข้าบอด..

        “..ฮ่ะๆ..ไม่ชินสินะ..แต่รสชาติสุราของข้าไม่เป็นสองรองใครหรอกนะ” สตรีผู้นั้นกล่าว เป่าหลิงก็พยักหน้า “เอ่อ..มันก็ดูน่าลิ้มลองดีนะ..คือข้าเป็นนักเดินทาง แถวนี้มีโรงเตี้ยมบ้างไหม?” เป่าหลิงนั้นสอบถาม ก่อนที่จะได้คำตอบว่าแถวนี้นั้นมี โรงเตี๊ยมเยวี่ยจงเกอ อยู่ให้นางไปพักที่นั้นได้ เป็นของคนรู้จักของนางเอง


        และแล้วสุดท้าย สถานที่ ที่หญิงสาวจำต้องเดินทางมานอนกลิ่งเกลือกก็ยังคงเป็นโรงเตี๊ยมเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนแปลง ตอนนี้เธอกำลังนั่งจ้องมองแผนที่ของเมืองจางเย่ที่เธอพึ่งเขียนเสร็จไปเป็นที่เรียบร้อย วันพรุ่งนี้คงต้องเดินทางเพื่อไปยังเมืองตุนหวงสินะ?..เอาเถอะ..

        เป่าหลิงนั้นถอนหายใจเล็กน้อยแล้วทาบใบหน้าลงกับเจ้าแผนที่ของตนเองที่ควรทำ.. เอาว่ะ ทำยังไงก็ได้เพื่อให้งานชิ้นนี้เสร็จอย่างงั้นหรอ? มันก็คือการได้ไปทั่วสถานที่นั้นล่ะ.. T_T งือ..อยากไปแล้วเจออะไรตื่นเต้นๆบ้างอ๊า..

       “.........คงไม่มีอะไรง่ายๆ” เป่าหลิงพูดพึมพำ..
        ‘.....เจ้ามีดวงหลบเรื่องวุ่นวายยุ่งยากดีแฮะ’ ฝ้าเฉี่ยนั้นกล่าว.. ‘แบบ..ดวงหลบมนุษย์แต่ปะวิญญาณอ่ะ’ เขานั้นกล่าวต่อ เมื่อเป่าหลิงได้ยินดังนั้นก็กุมขมับของตนเองน้อยๆ เอ่อ..จริง ปกติเจอแต่วิญญาณ ไม่ได้เจอมนุษย์หรือว่ามารอะไรนั้นเลยสักนิด..

        “นี้ไงเรื่องวุ่นวาย..แบบเหงาๆด้วยนะ” เป่าหลิงนั้นชี้ไปทางแผนที่ ก่อนที่จะเก็บมันเงียบๆ.. เอาเถอะ..สรุปได้เลยว่า..

เมืองจางเย่
                (สถานที่ท่องเที่ยว){ นอกเมืองจางเย่ } โอเอซิสฉิงซวงซวี่ | 晴霜旭 แหล่งต้องห้ามของคนโสด
                (สถานที่ท่องเที่ยว){ เมืองจางเย่ } โรงเตี้ยมเยวี่ยจงเกอ | 传鍾歌 เจ้าของเป็นผู้หญิงมีประวัติงามยังโสดแต่น่าจะไม่ซิง แถมยังมียุทธ์ด้วย
                (สำคัญ){ เมืองจางเย่ } ร้านค้าเนื้อกว่างเจา สถานที่ชายเนื้อ สำหรับผู้เล่นซื้อของ
                (สถานที่ท่องเที่ยว){ นอกเมืองจางเย่ } เขาสายรุ้งตันเซี๋ย
                (สถานที่ท่องเที่ยว){ นอกเมองจางเย่ } บ่อน้ำผุดจิ่งหลิว บ่อน้ำผุดของเหล่าเทพ
                (สถานที่ท่องเที่ยว){ เมืองจางเย่ } เหลาสุราหมิงปู้ซวีฉวน | 名不虚传 โรงเหล้าที่เจ้าของร้านแซ่บมาก เจ้าของร้านเป็นผู้หญิง





แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +1 คุณธรรม โพสต์ 2018-10-29 14:48

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +35 ความหิว -36 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 35 -36 + 5

ดูบันทึกคะแนน

https://xn--12cn8be2ck0h5b.com/source/plugin/levsign/statics/images/e3.jpgดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x60
x15
x22
x36
x20
x10
x775
x500
x13
x104
x2118
x191
x73
x1038
x12
x2
x373
x664
x5
x5
x110
x120
x9999
x15
x82
x260
x624
x85
x395
x3789
x5803
x2700
x1
x1
x1
x48
x98
x6
x192
x143
x78
x4
x835
x2

17

กระทู้

296

โพสต์

12หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
9943
เงินตำลึง
176128
ชื่อเสียง
56824
ความหิว
368

ใบรับรองภาษาฮั่น

คุณธรรม
0
ความชั่ว
0
ความโหด
0
หรั่นหลัน
เลเวล 1

ติง โหยว

"คนไม่ดีต้องถูกลงโทษ!!"
pet
โพสต์ 2018-11-5 19:01:23 | ดูโพสต์ทั้งหมด
จองเดินทางมาจางเย่ @Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง -3 ย่อ เหตุผล
Admin -3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
หลี่ซื่อชุนชิว
ฮั่นเสียทองเทวะ
กราดิอุส
ปิ่นล้ำค่า
ตัวเบาพื้นฐาน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x15
x7
x2
x80
x1
x30
x20
x1000
x1
x20
x1
x3
x15
x1
x9
x4
x1
x20
x45
x7
x35
x1
x3
x1
x2
x1
x3
x2
x1
x1
x30
x1
x2
x300
x45
x16
x757
x30
x50
x25
x1
x10
x2
x6000
x91
x2
x4
x1
x2
x2
x49
x13
x8
x59
x2
x10
x17
x200
x99
x130
x175
x100
x100
x60
x2
x20
x41
x50
x1520
x1
x100
x25
x700
x39
x24
x105
x1
x97
x55
x13
x1
x76
x20
x3086
x3
x9
x66
x30
x75
x150
x150
x108
x33
x2
x25
x41
x40
x32
x200
x100
x100
x212
x22
x4
x1
x62
x1041
x1021
x355
x30
x10
x30
x18
x77
x9
x81
x54
x50
x102
x56
x83
x76
x68
x211
x134
x134
x136
x11
x94
x44
x125
x319
x470
x150
x110
x75
x250
x340
x2
x19
x671
x60
x111
x48
x1

144

กระทู้

878

โพสต์

70หมื่น

เครดิต

ทุกการตัดสินใจครั้งใหญ่ในชีวิต

เงินชั่ง
43285
เงินตำลึง
14845
ชื่อเสียง
86385
ความหิว
1406

ใบรับรองภาษาฮิบรูใบรับรองภาษาเปอร์เชียใบรับรองภาษาฮั่นใบรับรองภาษาละติน

คุณธรรม
1818
ความชั่ว
0
ความโหด
631
ไลก้า
เลเวล 1

เซี่ยง เหมย

ข้าไม่ได้อ่อนแอนะ
pet
โพสต์ 2018-12-10 23:39:31 | ดูโพสต์ทั้งหมด
                                 การเดินทางที่ไม่ยี่หร่ะกับจุดหมายของข้านั้น
                                 ทำเอาข้าเกือบเดินเลยจุดหมายปลายทางที่ข้าต้องการจะไป..
                                 มันก็เรื่อยเปื่อยเกินไปอ่ะนะถ้าหากว่าข้าจริงจังกว่านี้หน่อย
                                 ข้าก็คงจะไม่เดินเลยโรงเตี๊ยมหรือเดินเลยหอสุรานั่นที่ข้านั้น..
                                 ได้ช่วยเถ้าแก่สาวของหอสุรานั้นไว้ บางที่ข้าอาจจะได้เจอนางอีกครั้ง...

                                 ข้าว่ามันรู้สึกเรื่อยเปื่อยเกินไปแล้วนะข้าว่า เมื่อกี้ข้าเกือบจะเดินออกจากเมืองที่ข้าต้องการที่จะมาแล้ว ดีหน่อยที่ข้าได้สติหลังจากที่เดินผ่านหอสุรานั่นไป ข้าจึงได้สติเพราะกลิ่นเหม็นของสุรานั้น เมื่อรู้สึกตัว ข้าก็เห็นว่าตอนนี้ข้าอยู่ในเมืองจางเย่แล้ว ซึ่งมันก็เกือบจะเดินออกไปจากประตูเมืองซะแล้ว เพราะประตูทางออกของเมืองอยู่ตรงหน้าของข้านี่เอง เดินตรงไปทางนั้นก็คือออกจากเมืองไปเลย ซึ่งข้าไม่ได้อยากจะออกจากเมืองนี้ แต่ต้องอยู่เพื่อหาเบาแสะที่เมืองนี้ เพราะพ่อค้าที่เขาพูดถึงน่ะ เจ้าสัวเขาอยู่เมืองนี้ เพราะงั้น ข้าจะไปเมืองอื่นมันจะเจอมั้ยล่ะ มันไม่มีทางเจอหรอก เอาเถอะ ยังก็ต้องขอบใจกลิ่นสุราที่แสนจะฉุนกึกนี้ เพราะทำให้ข้านั้นได้สติขึ้นมา เพราะโดนความเรื่อยเปื่อยครอบงำจนเดินออกนอกเส้นทางไป...


                               ข้าเหนื่อยกับการเดินทางมาพอสมควร เพราะเส้นทางที่ยาวไกล ทำเอาข้ารู้สึกปวดแข้งปวดข้าไปเสียหมด มันคงจะดีถ้าข้าได้เอาขาไปแช่น้ำร้อนซักหน่อย ให้ผ่อนคลาย ซึ่งข้าคิดว่าทางโรงเตี๊ยมหน้าจะสามารเตรียมให้ข้าได้ เผื่อว่าข้าอาจจะชวนสหายชั่วคราวในโรงเตี๊ยมมาร่วมวงสนทนาข้างๆกายข้าได้ เมื่อมาถึง เพราะความที่ข้านั้นเคยมีม้าคู่ใจ ข้าก็เดินเข้าโรงม้าไป โดยที่ข้านั้นก็ชอบลืม ว่าข้ายกม้าให้คนอื่นไปแล้วนี่หว่า ความเลอะเลือนของข้ามันทำผิดข้าเสียแล้วให้ตายสิ เป็นแบบนี้ต่อไป ข้าคงแย่แน่... ก่อนที่จะเดินออกจากโรงเก็บม้าแล้วเดินเข้าโรงเตี๊ยมไป...

                               "ยินดีต้อนรับสู่โรงเตี๊ยมเยวี่ยจงเกอขอรับท่านชาย ต้องการอะไรบอกข้ามาได้เลยขอรับ"
                               "ข้าปวดขามาก เดินทางมาตลอดไม่ได้หยุดเลย จะกรุณาอย่างมากถ้าเถ้าแก่เตรียมบ่อน้ำอุ่นให้ข้าซักบ่อ ไม่ต้องใหญ่มากนะ ข้าไม่ได้จะอาบน้ำตอนนี้หรอก แล้วก็ชาอู่หลง กับขนมอะไรก็ได้ ข้าอยากจะแช่ขาซักหน่อย มันล้าไปหมดเลย"
                               "อ่าห์ เมื่อท่านต้องการเช่นนั้น เดี๋ยวข้าจะให้เสี่ยวเอ๊อร์ไปจัดเตรียมให้นะขอรับ ก่อนอื่นขอให้ท่านพักผ่อนตามสบาย ข้าได้เตรียมห้องพักสุดพิเศษเอาไว้รอท่านอยู่ด้านใน เดี๋ยวข้าจะให้เสี่ยวเอ็อร์พาท่านไปนะขอรับ"
                               "ขอบใจมากเถ้าแก่ แล้วข้าจะจ่ายให้งามๆเลย"
                               "ขอบพระคุณมากขอรับ"


                               แล้วข้าก็เดินตามเสี่ยงเอ๊อร์ไปที่ห้อง ก่อนที่จะวางของเก็บไว้ที่ห้องก่อนที่จะนั่งพักในห้องพัก ก่อนที่เสี่ยงเอ๊อร์จะมาเรียก


                              "บ่อน้ำร้อนเตรียมพร้อมแล้วเจ้าค่ะ"
                              "ขอบใจมากเลย"


                              ที่บ่อน้ำร้อน...
                              ความปวดเมื่อยจากการเดินทางค่อยๆหายไปอย่างช้าๆ จากความร้อนของน้ำในบ่อที่ร้อนได้ที่ กับขนมหวานที่ทางโรงเตี๊ยมจัดไว้ให้ อย่างขนมกุ้ยฮัว และอื่นๆที่ทางโรงเตี๊ยมจัดมาให้พร้อมกับชาอู่หลง... ความสบายแบบนี้ ต่อให้เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอมล่ะ ปวดข้ามาทั้งวัน แบบนี้ ได้ผ่อนคลายสบายๆ ความคิดตอนแรกที่อยากจะหาใครมานั่งสนทนาด้วยคงจะยกเลิกไป และใช้เวลาอยู่กับการนั่งข้างบ่อและแช่เท้าแบบนี้ไปก็ไม่เลวเหมือนกัน...


                              "อุ๊ยตาย! นึกว่าไม่มีใครอยู่ขออภัยด้วย" จู่ก้มีเสียงสตรีคนนึงดังมาจากทางด้านหลัง ข้าไม่รู้หรอกว่าใคร แต่ดูเหมือนนางจะเข้ามาอาบน้ำ แต่ดันมาเจอข้าก่อนซะงั้น ไม่มีใครบอกนางเลยเหรอ ว่ามีคนอยู่ในนี้น่ะ แต่ช่างเถอะ ข้าไม่ได้เปลือยกายอยู่นี่นา


                             "ไม่เห็นไรหรอกแม่นาง ข้าไม่ได้อาบน้ำ" คำพูดข้าทำให้นางยื่นหน้าเข้ามาดูและพบกับข้า ซึ่งดูเหมือนว่านางจะจำข้าได้ แต่ตอนนี้นั้นไม่รู้ว่านางเป็นใครเพราะข้าหันหลังให้นางอยู่ ก่อนที่มือของนางจะเอื้อมมาแตะที่แขนของข้า ซึ่งข้านั้นยังสงสัย ว่านางเป็นใครกันแน่...


                             "สายันต์สวัสดิ์ท่านชาย ไม่สิ ท่านแม่ทัพซีอวี้" แบบนี้ข้าชักไม่แน่ใจล่ะ เพราะถ้านางรู้ถึงชื่อเสียงเรียงนามของข้าแบบนี้ ถ้าข้าทำนางเสียหน้าอย่างจำไม่ได้แบบนี้มันก็ไม่ใช่เรื่อง(ซึ่งข้าออกจะทำบ่อยเสียด้วยสิ) แบบนี้คงต้องนึกแล้วล่ะว่าข้าเคยเจอนางที่ไหน.. ซึ่งเมื่อนางมานั่งข้างๆข้าแล้วทักทายข้าอีกครั้ง


                            "เหมือนกับลิขิตขีดเขียนให้เรามาเจอกันอีกครั้งนึงนะท่าน" เฮ้ย! ใช้เหรอ ไม่มั้ง ข้าไม่คิดอย่างนั้น มันเป้นเรื่องที่ข้าไม่เชื่อเท่าไหร่ กับการที่โชคชะตาจะมาขีดเขียนเส้นทางให้มาเจอกัน แต่มันอาจจะเป้นเพราะข้าที่บอกกับนางมากกว่าว่าข้าไม่ได้อาบน้ำ แล้วนางก็จำข้าได้ นางจึงเดินเข้ามา แบบนี้ดูจะเป้นเหตุเป็นผลมากกว่าอีก


                           "ชะตาชีวิตงั้นเหรอ ข้าไม่ค่อยเชื่อเรื่องแบบนี้เท่าไหร่นักหรอก เรื่องฟ้าขีดเขียนชะตาชีวิตคนน่ะ เป็นตัวเราที่ขีดเขียนชะตาชีวิตตัวเองมากกว่า หรือแม่นางคิดว่าไง"
                           "ตัวข้างั้นเหรอ อืมม เป็นความคิดที่แปลกดี แบบนี้ข้าชอบ มันดูเป้นตัวของตัวเองมากกว่าที่จะให้ใครมายุ่งกับชีวิตของเราเอง เป้นตัวเรา ไม่จำเป็นต้องให้อะไรมาบงการ เป็นอิสระ ไม่สนใจจารีตประเพณีเดิมที่น่าเบื่อ"
                           "เป็นสตรีที่แปลกดีนะแม่นาง มีความเป็นตัวของตัวเองไม่น้อย เหมือนคนที่ข้าเคยเจอ"
                           "สตรีเพศนั้นไม่จำเป็นต้องอยู่ในจารีตประเพณีหรอกท่านแม่ทัพ ทุกคนล้วนเป็นเจ้าชีวิต ไม่ควรจะต้องทำตามใครหรือให้ใครมาเขียนชะตาชีวิตให้"
                           "นั่นสินะท่าน เอ่อนี่ ท่านลองแช่เท้าลงน้ำร้อนดูสิ ถ้าแม่นางรู้สึกล้า หรือยืนมาทั้งวัน ลองแช่ขาลงน้ำร้อนดู มันช่วยให้ผ่อนคลายได้เหมือนกันนะ"
                           "จะดีเหรอท่าน? ปกติถ้าข้าเหนื่อยข้าก็จะแช่ทั้งตัวเลย"
                           "พอดีว่าบ่อนี้มันเล็กเกินไปน่ะ จะลงไปอาบมันก็ไม่ได้ใช่มั้ยล่ะ"
                           "อืมม ดูจากขนาดตัวของท่านแล้วมันก็ใช่..."
                           "ข้าเลยแช่แค่ขายังไงล่ะ ยังเหลือที่วางอยู่ น้ำก็ยังร้อนอยู่ จะลองแช่ดูก็ไม่เสียหายนะ"
                           "งั้นก็ดีเลย ข้าเดินในเหลาสุราทั้งวัน เมื่อยขาจะตายอยู่แล้ว"
                           
                            แล้วนางก็ยืนขึ้นก่อนที่ถกชุกกระโแรงของนางขึ้นให้เลยเข่านางขึ้นไป แล้วก็ค่อยๆนั่งลงก่อนที่จะแหย่เท้าแช่ลงน้ำลง พลันนางทำนางร้องเสียงหลงทำเอาข้าตกใจไม่ทันตั้งตัว
     
                            "อ๊าาห์..."
                            "พรูดดดดด...!!!" น้ำชาที่ข้าจะกินเพื่อกลิ่นขนมสำลักพุ่งออกทันทีที่ได้ยินเสียง เศษขนงเศษขนมเข้าจมูกข้าเต็มไปหมดแล้วตอนนี้ ให้ตายสิ พวกผู้หญิงนี้น่า.. ฮึ่ยยย
                            "ขอโทษที พอดีข้ารู้สึกสบายเกินไปหน่อยเลย..อุปส์ ฮะๆๆๆ" นั่นล่ะ ผลจากเสียงของนางนั่นล่ะ ขนมเลอะปากข้าหมด หน้าอายนะเนี่ยให้ตายสิ...
                            "หัวเราอะไรน่ะ?" ข้าไม่น่าถามคำถามนี้ ทั้งที่รู้ว่านางหัวเราเพราะอะไร จนเมื่อนางหยุดแล้วหันมาแล้วเรียกข้า
                            "นี่ท่านแม่ทัพ มาตรงนี่หน่อยสิ" นางเรียกให้ข้าก้มลงไปหานาง
                            "มีอะไรงั้นเหรอแม่นาง?" ก็ไม่น่าถามซ้ำนะ ไอ้เว่ยฯ เขาจะเช็ดปากให้แกไงเล่า ควายในควายแท้ๆ
     
                             แล้วนางก็เช็ดปากที่มีขนมติดอยู่ที่ขอบพร้อมกับคราบน้ำชาที่สำลักออกมาด้วย... อ่าฮะ นางเป็นคนไม่ถือตัวดีนะ ถ้าจำไม่ผิด ข้าเหมือนเคยช่วยนางไว้ ที่เหลาสุรา เมื่อครู่นางเองก็บอกว่านางทำงานอยู่เหลาสุรา เดินจนเมื่อยขา งั้นนางก็เป็นสตรีคนนั้นสินะเนี่ย(เพิ่งรู้รึไง?) ไหนจะรู้เรื่องของข้าอีก ข้าว่านางเองก็เป็นคนที่ช่างสังเกตไม่ใช่น้อย จากที่ข้าพูดไปคราวก่อน..


                            "ท่านช่างเป็นแม่ทัพที่ หัวอ่อน แล้วก็ใส่สื่อบริสุทธ์กว่าที่ข้าคิดไว้ ทุกครั้งที่มีใครพูดถึงแม่ทัพคนใดคนหนึ่ง ข้ามักจะนึกถึงทหารกล้ามใหญ่ ในชุดเกราะ หน้าตาถมึงทึงเหมือนยักษ์ น่ากลัวๆ แต่พอมาเจอท่าน ความคิดของข้าเปลี่ยนไปหมด.."
                            "บางที สิ่งที่เราคิดก็อาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่เราหวังก็ได้แม่นาง เพราะยังมีเรื่องอะไรมากมายอีกแยะที่แม่นางยังไม่รู้"
                            "เช่นนั้นเองสินะท่านแม่ทัพ ข้าตื่นตาตื่นใจกับครั้งแรกที่เจอท่าน ทั้งร่างกาย หน้าตา อาวุธที่ถือ ความเป็นสุภาพบุรุษ มันเป้นอะไรที่... เข้ากันไม่ได้เลย แต่ก็ดันดูเข้ากันได้เมื่อมารวมกัน.. เป็นท่าน"


                            ข้าไม่แน่ใจว่านางด่าหรือนางชม เอาจริงๆข้าคิดว่านางด่าข้าด้วยซ้ำ ซึ่งไม่ใช่...


                            "แล้ว.. ครั้งนี้ล่ะ รู้สึกยังไงเมื่อได้เห็นแม่ทัพเว่ยเส้าเทียน แห่งซีอวี้ อีกครั้ง"
                            "ข้าคิดว่า... ข้าคงจะชินแล้วล่ะ ความไม่เข้ากันที่สามารถเข้ากันได้ มันก็ดู.. เสน่ห์ไปอีกแบบ.. นึง..."
                            "ว่าแต่ ข้ายังไม่รู้จักนามของแม่นางเลย แม่นางล่ะ.."
                            "ข้าชื่อฉางอิน เป้นเถ้าแก่เนี้ยเหลาสุราที่ท่านเดินผ่านคราวก่อนน่ะ"
                            "อ่า... อย่างนี้นี่เอง กิจการคงจะไปได้สวย ข้าว่านะ"
                            "ก็อย่างที่ท่านเห็น.. ไม่สิ ท่านยังไม่เคยเข้าไปในเหลาสุราของข้าสินะ"
                            "ยังไม่เคย แต่เห็นข้างในร้านแล้ว คิดว่ากิจการคงดีไม่ใช่น้อย แต่อาจจะต้องคลุกคลีกับนักเดินทางเยอะหน่อยสินะ"
                            "ก็ตามที่ท่านว่านั่นล่ะ น่าเสียดายที่ท่านไม่ใช่คอสุรา ข้าอาจจะสั่งสุรามาดื่มข้างๆท่านแล้วล่ะ ฮะๆๆ"
                            "ก็ไม่เชิงว่าไม่หรอกท่าน เขายื่นให้ก็ต้องดื่ม ถึงข้าจะไม่ใช่คนเมาง่าย แต่ถ้าให้เลือก ข้าไม่ขอดื่มดีกว่า"
                            "ท่านนี่ช่างเป็นเหมือนลูกผู้เสียจริงๆ ฮะๆ"
                            "ลูกผู้ดีบางคน ก็หมดตัวกลายเป็นยาจกเพราะสุรามีเยอะแยะไปน่ะ แม่นาง"
                            "สุราไม่ได้ทำให้ใครยากจน"
                            "แต่เศรษฐีบางคนยากจนเพราะดื่มสุราไม่บันยะบันยัง"
                            "งั้นคงจะไม่เสียมารยาทหากข้าจะสั่งสุรามาดื่มข้างๆท่าน ข้าเลี่ยนชา"
                            "ย่อมได้ เชิญเลย"


                             หลังจากนั้นก็นั่นล่ะ ข้ากับแม่นางฉางอินนั่งคุยกันยาว นางเองดื่มเก่งเป็นบ้า หมดไปเป็นไห พอเมาก็พุดเป็นต่อยหอยเลยให้ตายสิ จนท้ายสุด ก็ต้องหอบนางไปส่งที่เหลาสุราของนาง ซึ่งคนใช้ของนางก็มารับนางเข้าที่พักไป เฮ้อออ ให้ตายสิ นี่ข้าจะได้เจอเบาะแสขึ้นมามากน้อยแค่ไหนเนี่ย...

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +2 คุณธรรม +2 ความชั่ว +1 ความโหด โพสต์ 2018-12-10 23:55

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินตำลึง -300 ความหิว -36 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin -300 -36 + 5

ดูบันทึกคะแนน


逢いたいと願う夢は 鳥のように 空へ高く
風と共に どこまで飛んで 波に映る影を追いかけていた
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
คัมภีร์อาร์เมเนีย
ฮั่นเสียดำเทวะ
ตัวเบาขั้นสูง
มีดวูฟเคน
เกราะทองแดง
ดาบแห่งยักษ์
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x275
x315
x30
x1
x890
x5
x17
x2
x2
x2
x106
x35
x3
x1
x10
x3
x1
x2
x30
x1
x2
x49
x1
x53
x10
x30
x112
x7
x180
x180
x180
x230
x1
x3
x168