ดู: 145|ตอบกลับ: 6

{ เส้นทางเชียนเป่ย - เหนือ } ระเบียงผาเจี่ยนตัน | 简单

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-8-1 20:25:57 |โหมดอ่าน


ระเบียงผาเจี่ยนตัน | 简单

{ เส้นทางเชียนเป่ย -:- เหนือ }











 


【ระเบียงผาราบรื่น】
' หนึ่งชุ่น... สองชุ่น... สามชุ่น... ใกล้หรือไกลกว่าจะถึงปลายทาง '
แนวยาวของระเบียงผาอันคับแคบเส้นทางอันตรายที่คนปกติไม่คิดจะผ่านกัน
ด้วยความสูงชันและลึกคอดสลับกันไปตลอดสาย คงจะมีแต่ผู้ที่มั่นใจและชอบความท้าทาย
จึงจะเลือกหนทางเส้นนี้เพื่อลัดเลาะไปยังลานสุสานโดยไม่ต้องอ้อมไกลขึ้นกว่าพันลี้
ระหว่างโตรกแก่งมีช่องผาแทรกตัวอยู่เป็นที่ทำรังของนกแร้งและงูพิษหลากหลายสายพันธุ์
นอกจากนั้นมดของหุบเขานี้ยังมีน้ำลายเป็นกรดที่กัดเจ็บจี๊ดถึงใจอีกด้วย





 

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 Point +4 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 4

ดูบันทึกคะแนน

650

กระทู้

2597

โพสต์

56หมื่น

เครดิต

( º﹃º ) หิวปลาปิ้ง!! <''Xx&

เงินชั่ง
2789588
เงินตำลึง
39617
ชื่อเสียง
249420
ความหิว
1417

ป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV2)

คุณธรรม
3084
ความชั่ว
1146
ความโหด
2590
♦ เหยากวง ♦
เลเวล 1

จวง ถิงซู่

" น้องหลานระวังตัวด้วย "
pet
โพสต์ 2018-8-1 22:06:53 | ดูโพสต์ทั้งหมด



ข้าเป็นกวีที่ชีพจรลงขา
385
{ หินดาวแคระ 10 }
สามอุปสรรค

        พ้นมื้อเช้าที่ธารน้ำใสไปแล้วพวกเขาก็ออกเดินทางต่อเพื่อไปยังลานสุสาน คนทั้งห้าบวกกับอีกหนึ่งที่ไม่เปิดเผยตัว ลัดเลาะไปตามเส้นทางหลักระหว่างนั้นจูหรงเยว่บังคับเยี่ยซาควบเข้าใกล้นักกวีหนุ่ม เสียงแผ่วเบาราวกับกระซิบเอ่ยถามความสงสัยที่เก็บไว้ตั้งแต่ในหุบเขา “คุณชายท่านบอกกล่าวนามจริงออกไปเช่นนั้นจะดีหรือขอรับ”
        “หืม? ไม่เป็นไรหรอกที่นี่อยู่นอกแดนฮั่นมือสังหารคงไม่ตามรังควานขนาดนั้น” อีกทั้งฝ่ายแม่นางตู๋กู่ ยังเปิดเผยฐานะตนเองเสียแจ่มชัดจากหลักการของเขาที่ ‘ดีมาดีตอบ’ หากอีกฝ่ายเชื่อมั่นเช่นนี้ตนจะยังคลางแคลงสงสัยก็เท่ากับใจแคบเต็มที “แต่หากเจ้าไม่สบายใจล่ะก็ เราค่อยย้ำพวกเขาตอนแยกกันก็ได้นี่”

        บุรุษเผ่าเหมียวยังคงย่นหัวคิ้วคล้ายกังวลไม่จบสิ้น หลิงเฮ่าได้แต่เชื่อในสัญชาติญาณว่าอีกฝ่ายเป็นผู้มีคุณธรรมไม่ขายมิตรสหาย

ตึก…

        “หืม… เมื่อครู่เสียงฝีเท้ารึ?” พวกเขาทั้งห้าหากไม่ควบขี่ม้าก็นั่งในรถ จะเกิดเสียงฝีเท้านั้นเป็นไปไม่ได้ หรงเยว่เองก็ให้ยินเพียงแผ่วเบายังไม่ชัดเจนเท่าคุณชายผู้มีวรยุทธ์แฝงในร่างสูงกว่า นัยน์ตาหงส์ตวัดมองยังด้านหลังอย่างสำรวจทางค่อยมีมือคู่เรียวมาบดบังสายตา
        เป็นตู๋กู่ซินอี้ช่วยคลายความสงสัย “นั่นคงเป็นอาซาร่าน้องสาวข้าเอง… คิก!! ท่านได้ยินเสียงเคลื่อนไหวของนางด้วยทักษะก็ไม่แย่นี่นา”
        “ชมเกินไปแล้วข้าเป็นเพียงนักเดินทางเท่านั้น… ที่แท้เพื่อนร่วมทางแสนขวยอายอีกคนก็มีนามว่าอาซาหล่า..ร่า นี่เอง” ลิ้นเขาติดสำเนียงฮั่นเป็นการยากที่จะออกเสียงตามได้ในครั้งเดียว

        เดินทางข้ามโขดหินใหญ่ไปได้อีกไม่ไกลผู้เฒ่าโต้วก็เรียกให้หยุดรถม้า “เราจะไปยังอีกเส้นทาง ตามข้ามาเถอะ… หนทางสายหลักใกล้ที่พำนักของข่านชงหนูมากเกินไป พวกท่านคงไม่อยากเจอทหารทั้งกองทัพหรอกนะ”

        คนทั้งหมดแน่นอนว่าไม่อยากเสี่ยง กลับกลายเป็นว่าท่านโหรพาพวกตนไปยังระเบียงผาที่เสี่ยงตายไม่แพ้กันเลย…

        ระเบียงผา ‘ราบรื่น’ คนตั้งชื่อราวกับประชดหนทางแคบและเล็กคอด ทางเดินไม้เก่าบุโรทังบางส่วนฝังตัวเข้าไปในแนวผา พออาศัยให้รถม้าคันเล็กผ่านไปได้ แน่นอนว่ามิได้มีประกันความปลอดภัยว่าท่านจะไปจนสุดทางแต่อย่างใด “ระวังกันให้ดีล่ะทุกท่าน… แถวนี้มิได้มีแค่พวกเรา”

        เลียบขอบผามาได้ไม่ไกลก็พบว่าสะพานไม้หักกลางไปเสียแล้ว…

        ระดับความกว้างนั้นหลิงเฮ่าผู้สำเร็จวิชาตัวเบากลางกระโดดข้ามได้อย่างเฉียดฉิว ส่วนแม่ทัพซูเล่อนั้นพลิ้วกายผ่านมาสบายๆ “แม่นางตู๋กู่ขอยืมแรงท่านช่วยตรึงเชือกพวกนี้ไว้ก่อน ข้าจะข้ามไปผูกรถม้าและคนอื่นๆ ขึ้นมา” ในมือของเขาคือเชือกก่อนจะใช้หน้าไม้ลั่วอี้ยิงตะขอขึ้นไปเกี่ยวรางไม้ด้านบนต่างรอกยึด
        “ท่านยกไหวหรอ?? ให้ข้าช่วยแบกมาไหมระยะแค่นี้ไม่ลำบากหรอก” นางเสนอตัวด้วยท่าทีกระตือรือร้น พลางโดดไปกลับไม่กี่รอบทั้งคนและม้ากลับมายืนเรียงกันพร้อมคณะ
        บุรุษผมเงินชะงักไป… ตนลืมไปรึว่าสตรีผู้นี้แกะออกมาจากเหล็ก “ขอบคุณ... เช่นนั้นรบกวนแม่นางแล้ว” เขาเอ่ยเสียงนุ่มนวลอย่างปลิดปลง

        ผ่านจากสะพานขาดไปแวะพักข้างชะง่อนหินใหญ่เพื่อทานมื้อกลางวัน มิคาดว่าได้พบกับรังงูจงอางเข้า… อสรพิษดำตัวเท่าขาม้ามันได้กลิ่นผู้บุกรุกมันเลื้อยปราดเข้าจู่โจมทันที  จูหรงเยว่คุ้นชินกับสัตว์ป่าเพียงห้ามปรามแม่ทัพหญิงไม่ให้ลงดาบฟันขาดสองท่อน ตู๋กู่ซินอี้นึกอะไรขึ้นมาได้กล่าวอย่างเบิกบาน “ข้าเคยได้ยินมาว่าชนเผ่าทางใต้… อ่า!! พวกที่บูชาช้างน่ะเอาเนื้องูมาทำเป็นอาหารด้วยล่ะ”

        ชายหนุ่มเผ่าเหมียวเก็บงูจงอางตัวนั้นใส่ถุงย่ามทันที พลางมองสตรีเหล็กด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป

        ถัดจากรังงูที่อาศัยสมุนไพรของจูหรงเยว่และกลิ่นมะนาวขับไล่ตัวมีเกล็ดไปได้ เมื่อเดินทางต่อพวกเขายังเจอกองโครงกระดูกจำนวนมาก ไม่ทราบว่าถูกตัวอะไรกินแล้วคายทิ้งไว้พึงทราบว่าการปีนข้ามผูเขากระดูก โดยไม่ให้ตัวลื่นไถลลงมาตั้งต้นใหม่นั้นยากเย็นเหลือเกิน  ขณะที่ขาซ้ายกำลังก้าวขึ้นเสียงเปรี๊ยะดังลั่น ก็คือส่วนเก่าและเปราะยุบพังครืนลงมาต้องตั้งต้นใหม่แต่แรก สุดท้ายพวกเขาได้วิธีไหม่นั่นคือซัดภูเขาซากคนตายเบื้องหน้าให้เป็นผงแล้วเดินฝ่าออกไป...





คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -64 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -64 + 5

ดูบันทึกคะแนน

เมื่อได้พบท่านจึงได้ทราบความหมายของชีวิต เมื่อคิดถึงท่านจึงได้รู้ว่าลมหายใจที่มีอยู่คุ้มค่าแล้ว
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ช้างเหลาหู่
ผ้าคลุมซู่ฮว่ากวง
กระบี่เง็กเซียน(เก๊)
พัดหวงไจ้
หมัดพื้นฐาน
รูปปั้นเจ้าแม่หนี่วา
ตัวเบาขั้นสูง
กำหนดลมหายใจขั้นสูง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x2
x46
x8
x4160
x12
x1
x64
x1
x2
x130
x110
x105
x6057
x80
x42
x4
x5
x3
x5
x30
x16
x70
x30
x1
x5
x4
x190
x98
x1452
x5
x5
x50
x100
x1
x100
x81
x4
x9999
x144
x1
x1
x12
x259
x338
x9999
x4470
x5
x144
x230
x69
x360
x9999
x899
x12
x237
x1
x100
x224
x5790
x193
x30
x4
x2
x6
x100
x7
x14
x22
x8
x1350
x1012
x174
x940
x200
x11
x9999
x9
x46
x3312
x3
x9
x394
x204
x6
x11
x147
x9999
x16
x6
x192
x715
x6
x15
x2
x51
x290
x61
x3
x70
x2
x15
x2
x3
x212
x1
x3
x2
x513
x560
x11
x619
x556
x340
x1950
x172
x2330
x1
x2
x5
x5
x283
x4312
x3350
x500
x715
x6
x306
x710
x110
x300
x52
x604
x600
x9999
x14
x199
x3229
x2632
x921
x1240
x861
x69
x76
x2
x1480
x31
x2147
x1118
x207
x50
x1
x187
x814
x462
x151
x103
x1692
x1035
x2124
x110
x7617
x1503
x3570
x1164
x2868
x769
x1308
x1689
x1514
x623
x20
x1
x29
x1291
x655
x33
x1
x8034
x3740
x67
x150
x20
x48
x387
x778
x60
x465
x150
x300
x18
x169
x157
x10
x45
x30
x9999
x105
x292
x70
x154
x35
x31
x2
x251
x71
x1
x273
x1099
x1870
x99
x10
x20
x10
x85
x9076
x10
x130
x1008
x7
x28
x758
x183
x2

650

กระทู้

2597

โพสต์

56หมื่น

เครดิต

( º﹃º ) หิวปลาปิ้ง!! <''Xx&

เงินชั่ง
2789588
เงินตำลึง
39617
ชื่อเสียง
249420
ความหิว
1417

ป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV2)

คุณธรรม
3084
ความชั่ว
1146
ความโหด
2590
♦ เหยากวง ♦
เลเวล 1

จวง ถิงซู่

" น้องหลานระวังตัวด้วย "
pet
โพสต์ 2018-8-2 01:57:51 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LingHao เมื่อ 2018-8-2 02:00



ข้าเป็นกวีที่ชีพจรลงขา
386
{ หินดาวแคระ 11 }
อินทรีในดงหนาม

        หลังฝ่าวิบากรังอสรพิษเกล็ดดำ สะพานที่ขาดนั้นยังแก้ไขง่ายยิ่งกว่าภูเขากระดูก คณะเดินทางที่หมายใจจะไปชมหินดาวจักรพรรดิเป็นขวัญตายังคงมุ่งหน้าไปต่อ ลัดเลาะไปตามระเบียงผาทางแคบเสมือนปากแจกันก้นหนาปลายคอดลึก ผานซุ่นนึกสบถในใจว่าตอนท่านปู่ชวนพวกเขามาดูยังไม่เห็นเตือนก่อนเลยว่าต้องวิบากขนาดนี้

         เสมือนหลอกพาเด็กๆ มาทัศนศึกษาอย่างไรอย่างนั้น

         “ท่านคิดว่าเป็นเพราะเหตุใดทหารชงหนูถึงชำนาญการรบนัก?” ด้วยยังเดินลัดเลาะตามแนวผาที่สูงชัน แม่ทัพหญิงจึงเปิดเรื่องสนทนาเพื่อฆ่าเวลา หรืออีกนัยนึงคือได้ฟังความเห็นของบุรุษผมเงินแปลกตาผู้นี้ด้วย “หมู่บ้านไหนก็ตามที่พวกมันผ่านล้วนถูกทำลายย่อยยับทั้งทรัพย์สินและผู้คน ทำไมเป็นอย่างนั้น?”
        หลิงเฮ่ากำลังลูบขนจิ้งจอกเงินที่หลับอิงอานม้าอยู่บนตักเขา ก่อนเงยหน้าขึ้นตอบว่า “ก็คือข้อเท็จจริงด้านสภาพแวดล้อมอย่างหนึ่ง” หัวข้อนี้ตนพึ่งจะเขียนลงบทความสามวีรบุรุษจนได้อาชาที่กำลังควบขี่ตัวนี้มา ย่อมสามารถกล่าวได้อย่างลื่นไหล “ชนเผ่าชงหนูเป็นนักรบที่เหนือชั้นมองด้วยมุมกลางๆ ทุกคนล้วนเกิดมาบนความเสี่ยงสภาพแวดล้อมที่โหดร้าย กันดาร ทั้งหมดต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด การขี่ม้ายิงธนูกลายเป็นทั้งหมดในชีวิตพวกเขา ทุกคนกลายเป็นนักรบอันน่ากลัวผู้อ่อนแอต้องถูกขับออก คงเหลือแต่ผู้เข้มแข็งที่ยังดำรงอยู่”

        “เฮอะ!! ชาวซูเล่อเราเองก็มิได้ห้าวหาญน้อยไปกว่าโจรชงหนู!!” แม่ทัพหญิงตบเกราะอกอย่างขึงขัง เรื่องของความเป็นนักรบตระกูลนางที่ออกสมรภูมิมานับไม่ถ้วนตั้งแต่บรรพบุรุษ หากไม่นับที่จำนวนแตกต่างล่ะก็ความองอาจกล้าหาญไม่มีทางแพ้แน่

        บุรุษผมเงินเพียงยิ้มแย้มไม่กล่าวอันใด จากการสืบค้นประวัติศาสตร์ตระกูลเสิ่นทราบดีว่าชาวฮั่นมิใช่คู่มือของพวกมัน ได้แต่ซ่อนตัวอยู่หลังกำแพง นักรบชงหนูกลายเป็นกองกำลังติดอาวุธที่น่ากลัวที่สุดในท้องทุ่งหญ้า ดีว่าหลังยุคตานหยูผู้แข็งแกร่งจบสิ้นไป พวกนั้นมักวุ่นอยู่กับการแย่งชิงความเป็นใหญ่กัดกันเอง จนเปิดโอกาสให้ฮั่นได้ต่อเวลาสั่งสมกองกำลังและเสบียงมาร่วมหลายรัชสมัย และในที่สุดด้วยวีรบุรุษทั้งสาม..ก็ดึงหนามยอกอกนี้เขวี้ยงทิ้งไปได้เสียที

        ยามลัดเลาะไปอีกหนึ่งชั่วยามระเบียงผาทอดยาวพื้นที่อันตราย พวกตนมิกล้าประมาทจึงสงวนคำพูดออมแรงไว้ อีกครึ่งเค่อค่อยพบหนทางออกจากระเบียงผาในยามบ่ายอ่อนๆ แสงอาทิศลัดเลาะอาบลงปลายนิ้ว ยังไม่ทันที่ความลิงโลดของผานซุ่นจะเอ่ยคำก็มีเสียงกัมปนาทราวกับฟ้ารั่วแผดก้องทั่วผา

แกว้กกก!!! แกว้กกกก!!!

         “บรรลัยล่ะมันปีศาจอะไรฟะนั่น!!” ผานซุ่นร้องลั่นด้วยกระแสลมรอบตัวรุนแรงขึ้นเกือบเสียหลักตกลงไปเบื้องล่าง ได้จูหรงเยว่คว้าแขนไว้ทันดึงเขาหลบไปด้านหลัง ทั้งคณะค่อยเงยมองบนอากาศ แม่ทัพหญิงมีสีหน้าตึงเครียดขึ้นทันที “นกอินทรียักษ์!! ทุกคนระวังตัวด้วย!!”

        ที่อยู่เบื้องหน้าเขาคือเจ้าวายุทั้งห้าตัวรูปลักษณ์ไม่ต่างจากอินทรีปกติแ้แต่น้อย ผิดก็แต่ขนาดที่ทำเอาเฟิ่งเลี่ยงกลายเป็นหนูนาไปเลย…

        “อาเยว่เจ้าพอมีวิธีไล่มันไปไหม?” สัตว์ใหญ่เช่นนี้เขาไม่อยากสังหารทิ้ง หลิงเฮ่ากลับรู้สึกว่าจะเป็นการบั่นทอนบุญกุศลของตนเอง นึกถึงเข็มยาสลบก็ไม่น่าจะรุนแรงพอเทียบกับขนาดตัวแล้วคิดจะหยุดพวกนี้โดยไม่ทำให้มันบาดเจ็บคงจะยาก
        ชายหนุ่มเผ่าเหมียวรื้อค้นสมุนไพรในย่ามกลับไม่มีสักชนิดที่ใช้ไล่นกได้ “คุณชาย… ไม่มีทางอื่นแล้วขอรับ” ใบหน้าคมคายก้มลงอย่างสลดใจ ให้ตนสังหารคนชั่วยังง่ายกว่าลงมือกับสรรพสัตว์ แต่แล้วก็นึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ร่างในชุดดำหยิบขลุ่ยน้ำเต้าขึ้นมาแล้วเป่าเป็นทำนองแหลมสูง นกยักษ์แผดเสียงกลบพลางส่ายหัวคล้ายว่าเสียงขลุ่ยรบกวนประสาทมัน      

        “อาศัยจังหวะนี้ล่ะ!! ยิงเลย!!” แม่ทัพหญิงขอยืมธนูจากอานม้าก่อนระดมยิงติดต่อกันไม่ยั้งมือ ปลายศรหลุดจากแล่งพุ่งฉิวด้วยความไวเหล่านกกร้าวกราดขึ้นกว่าเดิม ตัวหนึ่งโดนยิงเข้าลูกตาจึงถอยทัพก่อนพวก
         เมื่อไม่มีหนทางสู้โดยสันติหน้าไม้ลั่วอี้ถูกยิงออกพร้อมตะขอเกี่ยว มันเข้าพันรวบขานกสองตัวนักกวีหนุ่มกำหนดลมหายใจ รวบรวมกำลังแล้วเหวี่ยงอินทรียักษ์ฟาดเข้ากับผนังผาโดยแรง เสียงหินหล่นกราวพื้นที่ยืนอยู่สะเทือนไปครู่หนึ่งก่อนจงอยปากมึนๆ จะช่วยกันแกะเชือกออกแล้วบินโซซัดโซเซหนีไป
        จูหรงเยว่ละออกจากการเป่าเครื่องดนตรีเห็นเงาตะคุ่มบินเข้ามาใกล้ก็กำหนดภาวะอารมณ์นิ่งสุขุม สาดกำแพงน้ำแข็งเข้าใส่ตะโกนออกว่า “ไปซะ!! ข้าไม่อยากทำร้ายพวกเจ้า!!”

         อินทรียักษ์ทั้งหาบินหนีไปจนสิ้นผานซุ่นค่อยนำท่านโหรลงมาจากรถม้า พวกเขาออกเดินทางกันต่อจึงพบว่าไม่ไกลจากระเบียงผา พบต้นไม้หนามหนาร่วมสิบฉื่อเกาะเกี่ยวพันรัดกันคล้ายเถาวัลย์ยักษ์งอกงามสูงชะลูด กิ่งใบค่อนข้างแข็งและแห้งเสมือนพืชทะเลทรายแม้แต่จูหรงเยว่เองก็ไม่ทราบสายพันธุ์ของมันจึงเด็ดเก็บไว้หลายใบ

        “นี่อาจเป็นทางลัดขึ้นด้านบนก็ได้… ลองดูกันหน่อยไหม??” ตู๋กู่ซินอี้ชี้ไปยังเถาไม้หนาม สีหน้าของผู้ร่วมทางคล้ายไม่อยากจะเชื่อ “แต่ขรุขระขนาดนี้คงใช้วิชาตัวเบาไต่ขึ้นลำบาก คุณชายเสิ่นท่านนำเชือกมาพอไหม?? ขึ้นไปกับข้าก่อนแล้วค่อยดึงคนอื่นๆ ตามมาเถอะ”
        “ข้าไปเองขอรับ… เรื่องอื่นอาจพึ่งพาไม่ได้แต่การปีนป่ายก็พอจะชำนาญอยู่บ้าง” ร่างในชุดดำก้าวออกมาเสนอตัว หันมาขอความเห็นจากคุณชายเป็นการตัดสินใจสุดท้าย
        นักกวีหนุ่มยังหวั่นว่านกพวกนั้นจะย้อนกลับมาอีก พอดีเห็นโคนเถาวัลย์คล้ายจะมีโพรงพอให้คนเบียดกันได้ก็ชี้ไปยังจุดนั้น “ผานซุ่น… เจ้ากับท่านผู้เฒ่าเข้าไปซ่อนในนั้นก่อนพอข้าเรียกค่อยใช้เชือกดึงตัวขึ้นไป” สั่งความเสร็จแล้วสามชีวิตค่อยเริ่มต้นปีนป่ายต้นไม้ขึ้นสู่ด้านบน

        หลังปีนป่ายกันมาได้หนึ่งเค่อ บุรุษผมเงินรู้สึกทรมานสังขารตนเองเป็นอย่างยิ่ง… นัยน์ตาหงส์เหลือบมองสองร่างที่ทะยานนำตนไปไกลแล้วพลันหรี่ลงอย่างอาดูร ‘ใช่ซี่!! ข้ามันบัณฑิตไม่ใช่สายบู๊!!’ นึกรันทดในความเชื่องช้าของตนเองอยุ่ไม่น้อย พอใช้วิชาตัวเบาไม่ได้ตนก็ยังเป็นลูกจิ้งจอกกรุ่นกลิ่นตำราอยู่นั่นเอง
        “คุณชายให้ข้าช่วยไหมมม!! ไม่ต้องฝืนนะพยายามเข้า!!” แม่ทัพหญิงเห็นอาเยว่ไต่ไปได้ไกลแล้วแต่คนผู้นั้นล่ะ?? มองลงไปเห็นจุดสีขาวกระดึ้บขึ้นมาอยุ่ลิบๆ ความมีน้ำใจของนางจึงตะโกนเรียกหา

        กลับยิ่งทำให้เสิ่นหลิงเฮ่ารู้สึกอนาถจิตกว่าเดิม!!

        สามเค่อผ่านไปพวกเขาจึงไต่ขึ้นมาจนถึงยอดเถาวัลย์ พอมีที่ให้ยืนได้อย่างสบายทั้งสองก็ช่วยกันดึงบุรุษผมเงินขึ้นมา เพราะหลิงเฮ่ามักสยายผมอยู่เสมอด้วยรวบกล้าไม่ค่อยจะเป็นพริบตาที่ปอยไหมสีเงินไล้ผ่านหลังมือแม่ทัพซูเล่อ นางรู้สึกสบายอย่างบอกไม่ถูกเอ่ยอย่างชมเชยว่า “คุณชาย… ผมท่านนิ่มมือดีจังขอจับอีกหน่อยได้ไหม??”
        “.....................” กลายเป็นจูหรงเยว่หันมองจ้องนางด้วยสายตาที่อ่านยาก




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +25 ความหิว -48 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 25 -48 + 5

ดูบันทึกคะแนน

เมื่อได้พบท่านจึงได้ทราบความหมายของชีวิต เมื่อคิดถึงท่านจึงได้รู้ว่าลมหายใจที่มีอยู่คุ้มค่าแล้ว
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ช้างเหลาหู่
ผ้าคลุมซู่ฮว่ากวง
กระบี่เง็กเซียน(เก๊)
พัดหวงไจ้
หมัดพื้นฐาน
รูปปั้นเจ้าแม่หนี่วา
ตัวเบาขั้นสูง
กำหนดลมหายใจขั้นสูง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x2
x46
x8
x4160
x12
x1
x64
x1
x2
x130
x110
x105
x6057
x80
x42
x4
x5
x3
x5
x30
x16
x70
x30
x1
x5
x4
x190
x98
x1452
x5
x5
x50
x100
x1
x100
x81
x4
x9999
x144
x1
x1
x12
x259
x338
x9999
x4470
x5
x144
x230
x69
x360
x9999
x899
x12
x237
x1
x100
x224
x5790
x193
x30
x4
x2
x6
x100
x7
x14
x22
x8
x1350
x1012
x174
x940
x200
x11
x9999
x9
x46
x3312
x3
x9
x394
x204
x6
x11
x147
x9999
x16
x6
x192
x715
x6
x15
x2
x51
x290
x61
x3
x70
x2
x15
x2
x3
x212
x1
x3
x2
x513
x560
x11
x619
x556
x340
x1950
x172
x2330
x1
x2
x5
x5
x283
x4312
x3350
x500
x715
x6
x306
x710
x110
x300
x52
x604
x600
x9999
x14
x199
x3229
x2632
x921
x1240
x861
x69
x76
x2
x1480
x31
x2147
x1118
x207
x50
x1
x187
x814
x462
x151
x103
x1692
x1035
x2124
x110
x7617
x1503
x3570
x1164
x2868
x769
x1308
x1689
x1514
x623
x20
x1
x29
x1291
x655
x33
x1
x8034
x3740
x67
x150
x20
x48
x387
x778
x60
x465
x150
x300
x18
x169
x157
x10
x45
x30
x9999
x105
x292
x70
x154
x35
x31
x2
x251
x71
x1
x273
x1099
x1870
x99
x10
x20
x10
x85
x9076
x10
x130
x1008
x7
x28
x758
x183
x2

650

กระทู้

2597

โพสต์

56หมื่น

เครดิต

( º﹃º ) หิวปลาปิ้ง!! <''Xx&

เงินชั่ง
2789588
เงินตำลึง
39617
ชื่อเสียง
249420
ความหิว
1417

ป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV2)

คุณธรรม
3084
ความชั่ว
1146
ความโหด
2590
♦ เหยากวง ♦
เลเวล 1

จวง ถิงซู่

" น้องหลานระวังตัวด้วย "
pet
โพสต์ 2018-8-2 16:05:45 | ดูโพสต์ทั้งหมด

ข้าเป็นกวีที่ชีพจรลงขา
387
{ หินดาวแคระ 12 }
จดหมายในรังร้าง

        บรรยากาศรอบข้างพวกเขาเต็มไปด้วยขนนกและซากโครงกระดูกของมนุษย์และสัตว์ กระโหลกกองเป็นภูเขาเมื่อครู่เห็นที่คือเหยื่อของเหล่านกอินทรียักษ์เป็นแน่ รังหนามเกี่ยวกระหวัดและจับต้นแห้งตายอยุ่โดยรอบ ก็คือสถานที่พำนักของจ้าวเวหาทั้งหาที่พึ่งจะถูกพวกเขาขับไล่ไป…

        เมื่อไม่มีวี่แววของอันตรายทั้งสามร่างค่อยแยกกันสำรวจบริเวณรอบๆ เสิ่นหลิงเฮ่าเดินเข้าไปยังโพรงที่บุด้วยใบไม้แห้งต้องใช้ความระมัดะวังเป็นอย่างยิ่ง เพื่อคอยหลีกเลี่ยงลิ่มหนามแหลมคม และแล้วประกายวาบวาบของอะไรบางอย่างก็สะดุดตาเขา “หืม?? เศษดาบงั้นหรือของพวกนี้นกไม่กินสินะ” ขณะก้มลงเก็บที่ข้างมือกลับมีทวนที่ยังอยู่ในสภาพดี รูปลักษณ์คล้ายเป็นที่นิยมในสมัยเกือบสิบปีก่อนลูบคลำไปสักพัก มันสักด้วยอักษรฮั่นไว้ว่า ‘หยางกุ้ยเฟย และ จินเหมย’ ที่น่าสนใจคือพู่แดงปลายทวนต่างสานเข้าด้วยกันมิได้ปล่อยเป็นพวงอย่างปกติ ลักษณะลวดลายดูคุ้นๆ เมื่อนำเชือกถักรวมใจขึ้นมาเทียบ… ถึงกับเป็นการประสานจงกั่วเจี๋ยสมปรารถนาอย่างหนึ่ง “แปลกดีจริงๆ…”

        “ทุกคนข้าเจออะไรบางอย่างมาดูทางนี้สิ!!” เป็นตู๋กู่ซินอี้ร้องเรียกพวกเขา หลิงเฮ่าหยิบทวนติดมือมาด้วย ส่วนจูหรงเยว่ช้วยเก็บเศษดาบรวมใส่ย่ามเอาไว้ เมื่อเดินมาถึงด้านหน้าของรังก็พบว่าในมือแม่ทัพหญิงแห่งซูเล่อมีม้วนไม้ไผ่ที่ดูค่อนข้างเก่า ก่อนจะคลี่ออกอ่านด้วยเสียงไม่เบาไม่ดัง

เนื้อความในม้วนไม้ไผ่ ::

“ข้าไม่รู้ว่าสติวิปลาสของข้าจะกำเริบขึ้นอีกเมื่อไหร่ บางทีนี่อาจเป็นฉบับสุดท้ายก่อนข้าจะสติวิปลาสถาวรก็ได้ ข้า หยางกุ้ยเฟย ได้รับมอบหมายจากประมุขพรรคกระยาจก ‘เฉียว จวิน’ มากับกองทหารฮั่นหน่วยหนึ่งเพื่อลอบโจมตีทัพชงหนู แต่หลังเราตีกองเสบียงชงหนูสำเร็จและจับพวกมันได้ ผมก็ถูกพวกชงหนูปั่นหัวซึ่งเป็นกลุ่มที่แกล้งผมในวัยเด็กจนทำให้ตัวเองสติวิปลาสและลงมือสังหารทุกคนรวมทั้งพวกเดียวอย่างโหดเหี้ยม”

        เนื้อความจบอารมณ์ไม่จบทั้งสามมองหน้ากันไปมา ก่อนสายตาจะมาหยุดอยู่ที่ทวนในมือนักกวีหนุ่ม “อันนั้นท่านไปเอามาจากไหนน่ะ??” สตรีสวมเกราะถามเพราะเมื่อครู่ปีนขึ้นมาในมือพวกเขาต่างว่างเปล่า
        “ทวนนี้ดูเหมือนจะเป็นอาวุธเจ้าของจดหมาย… มีชื่อเขาสลักไว้น่ะ” พลันนึกย้อนตามเนื้อความรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง “เห็นที ‘หยางกุ้ยเฟย’ ผู้นี้จะมาที่นี่ก่อนพวกเรานานแล้ว ประมุขพรรคกระยาจกคนปัจจุบันเท่าที่ข้าทราบมิได้มีนาม ‘เฉียว จวิน’ แต่เป็น ‘หลิว เหวิน’ ต่างหาก” ส่วนเรื่องที่ว่าเจ้าตัวหายไปที่ใดนั้นตอบยาก บางทีเจ้าของเรื่องอาจเป็นหนึ่งในกองภูเขากระดูกข้างล่างไปแล้วก็ได้ ‘สติวิปลาสจนแยกมิตรแยกศัตรูไม่ออก… ช่างเป็นคนที่น่าสงสารจริงๆ’

        หลิงเฮ่าตั้งใจจะเก็บม้วนไม้ไผ่นี้กับทวนเอาไว้เผื่อว่าวันหนึ่ง ตนได้พบประมุขพรรคกระยาจกจะได้แจ้งเรื่องพร้อมกับจดหมายในกระบอกไม้ไผ่ไปด้วยเลย

        ตอนขึ้นมาว่ายากเย็นและช้าแล้วขาลงกลับง่ายดายกว่ามาก เพราะด้านบนไม่มีสิ่งใดน่าสนใจพวกเขาจึงมิได้เรียกพวกผานูซ่นตามมาด้วยกัน หลังปีนป่ายลงจากรังนกยักษ์พ่อครัวเอกวิ่งมาถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง “นี่ก็เย็นแล้วพวกท่านขึ้นไปนานมากเลย… ข้าอยากตามไปดูก็ติดที่ว่าจะไม่มีคนคอยดูแลท่านปู่ เป็นยังไงบ้างล่ะเจออะไรรึทำไมมีสีหน้าแบบนั้นกัน?”
        แทนคำตอบแม่ทัพหญิงส่งม้วนไม้ไผ่ให้ทั้งสองคนอ่านเอง นอกจากความสลดใจแล้วอารมณ์อื่นก็มิได้ปรากฎ
        “เฮ้อ… ชีวิตไม่มีสิ่งใดแน่นอนจริงๆ พวกเราก็โอ้เอ้มานานมากแล้วออกเดินทางกันต่อเถอะอีกไม่ไกลหรอก” โต้วฟู่เหยียนชี้ไปยังทางเดินด้านข้าง ดีว่าไม่มีระเบียงผาแคบๆ อีกแล้ว เป็นแต่ช่องเขาดูธรรมดา

เก็บหมด




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -48 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -48 + 5

ดูบันทึกคะแนน

เมื่อได้พบท่านจึงได้ทราบความหมายของชีวิต เมื่อคิดถึงท่านจึงได้รู้ว่าลมหายใจที่มีอยู่คุ้มค่าแล้ว
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ช้างเหลาหู่
ผ้าคลุมซู่ฮว่ากวง
กระบี่เง็กเซียน(เก๊)
พัดหวงไจ้
หมัดพื้นฐาน
รูปปั้นเจ้าแม่หนี่วา
ตัวเบาขั้นสูง
กำหนดลมหายใจขั้นสูง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x2
x46
x8
x4160
x12
x1
x64
x1
x2
x130
x110
x105
x6057
x80
x42
x4
x5
x3
x5
x30
x16
x70
x30
x1
x5
x4
x190
x98
x1452
x5
x5
x50
x100
x1
x100
x81
x4
x9999
x144
x1
x1
x12
x259
x338
x9999
x4470
x5
x144
x230
x69
x360
x9999
x899
x12
x237
x1
x100
x224
x5790
x193
x30
x4
x2
x6
x100
x7
x14
x22
x8
x1350
x1012
x174
x940
x200
x11