กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบอุปกรณ์พกพา | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์
ดู: 278|ตอบกลับ: 12

{ เมืองเฉิงตู } โรลละคร-หอโคมเขียว จินหลงซูเซียว (金龍淑霄)

[คัดลอกลิงก์]




        จินหลง คึอมังกรทอง ส่วนคำว่า ซูเซียว คือ สรวงสวรรค์อันสวยงาม รวมแล้วแปลว่า เป็นโรงละครของมังกรทองที่อยู่บนสรวงสวรรค์ นั้นเป็นเพราะ โรงละครแห่งนี้มีหญิงงามที่คอยบริการให้กับผู้ที่เข้ามา เหมือนกับดั่งว่าเป็นแขกชั้นเลิศ ยิ่งถ้าคนไหนมีเงินหนักๆแล้วละก็ จะเหมือนมังกรทองที่เป็นดั่งเจ้าสวรรค์เลยก็ว่าได้ แต่ไม่ใช่ว่าจะมีเพียงหญิงงามเท่านั้น ไม่ว่าความบันเทิงรูปแบบใด เสี่ยวเอ๋อห์หรือนางรำของโรงละครจินหลงซูเซียวก็จะคอยปรนนิบัติให้อย่างเต็มที่ โดยที่จะมีทั้งห้องพัก ห้องอาหารรวมถึงบ่อแช่น้ำร้อน เพื่อให้ความผ่อนคลายแก่ผู้เข้าบริการ

        แต่ที่จะเห็นว่าโด่งดังที่สุดนั้นก็คือการเป็นโรงละครหนึ่งเดียวในเฉิงตู และเป็นโรงละครที่ใหญ่ที่สุดของปาสู่ รวมถึงยังรับแขกได้อย่างมากมาย มีการแสดงที่งดงามทั้งแบบชาวฮั่นและชาวนอกด่านให้ได้รับชม หรือหากใครอยากจะปิดโรงละครเลี้ยงฉลองนั้นก็ย่อมได้

        บริการอื่นๆนอกจากนี้ จะเป็นบริการที่มีการจ่ายค่าทำเนียม นั้นคือ สาวบริการหอโคมเขียว ที่โด่งดังแห่งปาสู่ โดยหญิงสาวที่นี้จะมีการตรวจโรคและฝึกฝนทั้งทางด้านดนตรี ร่ายรำ การละครรวมถึงสิ่งที่ชายทุกท่านพึงใฝ่หา


ชื่อกิจการ: โรงละคร - หอโคมเขียว จินหลงซูเซียว (金龍淑霄)
เจ้าของกิจการ: เซียวไต้อ๋อง (หลิวฉุน)
ประเภทร้าน: โรงละคร - หอโคมเขียว และบริการ ห้องพัก อาหารและบ่อน้ำร้อน
เวลาเปิด-ปิด: ห้องพักและหอโคมเขียว เปิด 24 ชั่วโมง  / โรงละครเปิดบริการ 08.00  - 21.00 น.


ประทับตราโดย: ผู้ว่าเมืองเฉิงตู

แสดงความคิดเห็น

-ค่าขุดบ่อน้ำพุร้อน 1000 ชั่ง  โพสต์ 2018-7-25 01:43
หอเฟยหลง 700 ชั่ง  โพสต์ 2018-7-25 01:43
หอซือหลง 700 ชั่ง  โพสต์ 2018-7-25 01:43
หอหนิงหลง 1000 ชั่ง  โพสต์ 2018-7-25 01:43
หอฮวาหลง 1000 ชั่ง  โพสต์ 2018-7-25 01:43

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง -4400 ย่อ เหตุผล
Admin -4400

ดูบันทึกคะแนน

ดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
โพสต์ 2018-7-25 16:10:18 | ดูโพสต์ทั้งหมด

        เป็นโรลละครขนาดใหญ่ (มี 4 ชั้น) และแยกเป็น 4 หอ โดยจะเชื่อมกันด้วยเส้นทางเท้า ส่วนตรงกลางจะเป็นสวนขนาดใหญ่ โดยจะมีสระน้ำและศาลากลางน้ำเพื่อไว้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ และมียามเฝ้าระวัง พร้อมกับกำแพงทั้งสี่ทิศ เพื่อความปลอดภัยของผู้เข้าใช้บริการ และความเป็นส่วนตัว โดยภายในโรงละครแห่งนี้ จะมีบริการเสริมอยู่ คือ ห้องพัก อาหาร บ่อน้ำร้อน รวมไปถึงการขายศิลปะทางเรือนร่างที่หากต้องการก็สามารถเชยชมได้

        1. หอเฟยหลง เป็นหอโถงต้อนรับ ซึ่งจะมีเสี่ยวเออร์ คอยบริการสอบถามถึงความต้องการของลูกค้า
        2. หอซือหลง เป็นหอห้องอาหาร โดยจะมีบริการสำหรับคนที่เข้าพักหรือว่าทานอาหารเฉยๆก็ย่อมได้
        3. หอหนิงหลง เป็นหอสำหรับการพักผ่อน คือห้องพักในชั้นที่สองและสาม ส่วนชั้นแรกจะเป็นห้องพักสำหรับนักเดินทาง
        4. หอฮวาหลง เป็นหอที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาสี่หอของ โรลละคร จินหลงซูเซียว โดยชั้นแรกจะเป็นโรงละครขนาดใหญ่ (มีการแสดงที่จัดไว้ตามตาราง มีทั้งการแสดงละคร ดนตรี การร่ายรำ) โดยจะมีที่นั่งแบบธรรมดา พิเศษ และห้องวีไอพี โดยจะกินพื้นที่ได้ถึงชั้นที่ 2 ของหอ และชั้นที่สามและสี่ของหอนั้นจะเป็นห้องพักสำหรับเหล่าชายที่ต้องการเชยชมหญิงสายที่ขายศิลปะทางเรือนร่าง แต่จะมีค่าบริการรวมถึงการขึ้นไปนั้นจำต้องจ่ายค่าผ่านทางซึ่งเหมาะสำหรับคนที่มีกำลังทรัพย์


อัตราเข้าบริการสำหรับพื้นที่พิเศษ
ห้องพัก
          ---ห้องปกติ ราคาต่อคน 150 ตำลึง
          ---ห้องพิเศษ (ห้องขนาดใหญ่มี 2 เตียง) 700 ตำลึง
          ---ห้องวีไอพี (ห้องขนาดใหญ่ และมีบ่อน้ำร้อนในตัว) 1000 ตำลึง
บ่อน้ำร้อน
          ---เข้าบริการครั้งละ 50 ตำลึง
ค่าบริการสาวงามโคมเขียว - สำหรับผู้เล่นที่จะมาอิอิ
          ---สาวระดับท็อปของหอ (ต่อ 3 ชั่วโมง) 300 ชั่ง
          ---สาวเกรดดีมาก (ต่อ 3 ชั่วโมง) 150 ชั่ง
          ---สาวเกรดดี (ต่อ 3 ชั่วโมง) 50 ชั่ง
          ---สาวระดับมาตรฐาน (ต่อ 3 ชั่วโมง) 500 ตำลึง
          ---สาวบริสุทธิ์ (ต่อ 3 ชั่วโมง) 1000 ชั่ง
          ---สาววัยเอาะ (วัย 8-10 ปี) 3000 ชั่ง

** หากเป็นการค้างคืนราคาจะ +1000 **
**** ใช้บริการหอโคมเขียวอยู่ภายในเท่านั้น ไม่สามารถพาออกนอกหอได้ ****
****นางรำบางคนอาจไม่สามารถบริการทางร่างกายได้ เนื่องจากโรงละครจินหลงนั้นให้ความสำคัญในเรื่องการสมยอม****

ดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กราดิอุสศิลา
โลหิตมาร
วิจารณ์ซางยาง
ตัวเบาขั้นกลาง
เกราะทองคำ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x15
x100
x15
x10
x20
x5
x100
x300
x3
x4
x20
x1000
x310
x24
x18
x70
x300
x300
x300
x1
x1
x1140
x2
x512
x2
x50
x1
x2280
x1000
x130
x9999
x5000
x1000
x90
x6
x2
x2485
x2
x4
x330
x2
x50
x1000
x14
x40
x3
x5
x2
x2
x20
x3
x17
x80
x5
x4
x2
x65
x50
x2
x3
x5
x33
x2
x3
x50
x3
x75
x4
x3
x220
x105
x30
x4
x265
x32
x19
x51
x10
x14
x4
x18
x115
x100
x73
x84
x258
x50
x50
x8
x4
x2
x101
x750
x191
x10
x629
x300
x70
x48
x8200
x5020
x2
x6
x40
x1000
x835
x14
x675
x1457
x171
x64
x2180
x52
x372
x220
x262
x140
x393
x91
x430
x181
x170
x110
x146
x998
x576
x700
x390
x12
x99
x1
โพสต์ 2018-7-28 23:09:42 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LinJieoya เมื่อ 2018-7-28 23:14

โรงละคร

        พระชายาหลินเฟยนั้นเดินทางมาจนถึงสถานที่แห่งความทรงจำ โรงละครและหอโคมเขียวจินหลงซูเซียว หญิงสาวนั้นจ้องมองภายในของมัน ที่ตอนนี้มีคนอยู่พลุกพลาน ดูเหมือนว่าจะเปิดกิจการมา 5 ปีแล้วสินะ? เพราะตั้งแต่ที่เธอไป …

        หญิงสาวนั้นหันไปทางคนรถม้าและชาติที่มองโรงละคร..

       “รออยู่ที่นี้ล่ะ เรากับชาติจะเข้าไปด้านในดูเสียหน่อยว่าด้านในนั้นเป็นอย่างไรบ้าง?” พระชายาหลินเฟยนั้นกล่าว ส่วนทหารนั้นพวกเขาขอให้ติดตามไปด้วยอีกหนึ่งคนเพื่อที่จะได้บอกคนภายในว่าพระชายาหลินเฟยนั้นเดินทางมาดู แต่ทว่านางกลับไม่อยากให้แตกตื่น จึงเลือกที่จะเดินเข้าไปด้านในกับชาติเอง..

        “ไม่ต้องหรอกน่า...ไปเถอะชาติ..ด้านในน่าสนุกดีออก” เธอนั้นเดินผ่านไปยังหอเฟยหลง ซึ่งเป็นหอโถงสำหรับต้อนรับแขกทั้งหลาย เมื่อเดินมาก็มีเสี่ยวเออร์เดินเข้ามาหาพระชายาหลินเฟย แต่ทว่าเขากลับไม่รู้ว่านางเป็นใคร

       “สวัสดีขอรับคุณหนู มีอะไรให้รับใช้หรือขอรับ” เสี่ยวเอ๋อห์หนุ่มนั้นพูดอย่างนอบน้อม เขากล่าวยิ้มให้กับพระชายาหลินเฟยที่พึ่งเข้าโรงละครมาครั้งแรก..แม้มันจะเป็นของเธอ..เอ่อ..ของสามีเธอก็ตามทีเถอะนะ

       “เราพึ่งมาที่นี้ แนะนำเราทีสิ ว่าเราควรใช้บริการอะไร ณ หอจินหลงซูเซียงแห่งนี้” พระชายาหลินเฟยกล่าว นางยิ้มบางๆ เหมือนกับว่าไม่รู้ว่าหอนี้มีบริการอะไร เพื่อดูปฎิกิริยาของชายตรงหน้า ว่าจะทำอย่างไรกับแขกที่ไม่รู้จักชื่อเสียงของหอจินหลงซูเซียง

        “อ้อ ท่านคงพึ่งเคยเป็นมาสิขอรับ ข้าขอแนะนำ สิ่งที่หอนี้โด่งดังนั้นคือโรงละครหอฮวาหลง ซึ่งอีกไม่กี่ชั่วยามนี้จะมีการแสดงของเหล่าสาวงามขอรับ เป็นเรื่องราวในเรื่อง หานซินแห่งซางหยง ขอรับ คุณหนูอยากจะลองรับชมไหมขอรับ?” ชาวเสี่ยวเอ๋อห์นั้นพูดขึ้น พระชายานั้นพอใจในคำตอบมาก เพราะว่าเธอนั้นอยากให้การบริการเป็นไปได้ด้วยดี..

        เห็นทีท่านพ่อบ้านใหญ่คงจะจัดการอยู่หมัดกันเลยทีเดียว

       “เรากับผู้ติดตามจะเข้าไปดู เตรียมห้องที่ดีที่สุดให้เราด้วย” พระชายาหลินเฟยนั้นกล่าว ก่อนที่จะยิ้มกรุ้มกริ้ม ชายเสี่ยวเอ๋อห์นั้นเริ่มสงสัย หญิงงามในใต้หล่านี้ ควรที่จะเป็นคนใหญ่คนโตเป็นแน่ จากใบหน้าและชุดที่กำลังสวมอยู่ เห็นทีจักต้องถามเสียแล้ว..

        “ไม่ทราบว่าคุณหนูจะกรุณาให้กระผมได้ทราบนามของคุณหนูได้ไหมขอรับ ทางเราจะมีการจดลำดับรายชื่อของผู้ที่เข้าชมว่าพอใจขนาดไหน แต่หากไม่ได้ก็ไม่เป็นไรนะขอรับ” เขาพูด ก่อนที่พระชายาหลินเฟยจะยิ้มกับชาติ ที่ตอนนี้กำลังทำตัวเหมือนกับว่าเขาอยู่ในที่ๆไม่ควรอยู่

       “หลิน เจียวหย่า...เรียกเราพระชายาหลินเฟยก็ได้” พระชายาหลินเฟยพูดยิ้มๆ
       “ขอรับ พระชายา..!!! พระชายา!!!” ชาวเสี่ยวเอ๋อห์มองด้วยความตกใจ อะไรนะ!! พระชายาหลินเฟยที่เป็นชายาของเซียวไต้อ๋องแห่งปาสู่น่ะหรือ!! ดรุนีแรกแย้มนี้น่ะหรือ!! โอ้วไม่นะ!! เขาได้เสียมารยาทไปกับนางหรือนี้ ความจริงนางก็มีศักดิ์ถึงขั้นเป็นเจ้าของโรงละครแห่งนี้เลยก็ว่าได้..

        “ไม่ต้องตกใจไป..เรามาเพียงดูโรงละคร เดี๋ยวต่อจากนี้จะมาบ่อยๆ ไม่ต้องแตกตื่น พาเราไปที่ห้อง แล้วก็ไม่ต้องบอกใครแล้วกัน เราอยากดูการแสดงละครและการร่ายรำของหญิงสาวที่หอนี้ ว่าจะสมกับชื่อของหอจินหลงซูเซียงหรือไม่..”

        หลังจากนั้นไม่นานพระชายาหลินเฟยก็ได้ที่นั่งพิเศษ ที่เป็นห้อง สำหรับดูการแสดง เธอเห็นผู้คนหลายคนนั้นเตรียมที่จะเข้ามาดูโรงละคร เห็นว่าเป็นเรื่องราวที่ได้รับการขับลำนำจากนักกวีราชสำนัก …

"หานซินแห่งซางหยง"

ยินคำเล่าลือหรือสู้พานพบ
วีรบุรุษแดนใต้ผู้นำทัพรบ
ชนเถื่อนคร้ามครั่นในหนึ่งนาม
หากหยามกร้ำกรายได้เป็นศพ
กรีฑาแปดพันชีวีสู่เยว่สุ่ยนครา
ปาสู่ไม่แคล้วกรุ่นไอสงคราม
ทัพสามพันล้อมค่ายรักษา
แค้นนักชนเถื่อนมากเล่ห์กล
ผ่านบึงพิษคิดเพื่อพี่น้องฮั่น
กำราบเตี๋ยนสู้พิทักษ์เขตแดน
แม้น้ำน้อยหาได้หวาดหวั่น
เหลือเพียงหนึ่งก็จะต้านจนสุดตัว
สูญร่วมสี่พันทหารกล้าไม่สิ้นแรง
ท้าประลองขุนพล 'ซือฮุ่ยจง'
ชิงชัยอุบายกลมากแอบแฝง
บั่นคอชนเถื่อนเซ่นมาตุภูมิ
นำชิงชัยนำอิสระสู่ผองชน
ขุนศึกหาญสยบทักษินคืนดินแดน
หาคำใดสรรเสริญเกินคำคน
แกร่งดั่งกล้าด้วยจิตาชาติใจเพชร

        พระชายาหลินเฟยนั้นนั่งดูการแสดงของหญิงสาวบนเวทีโรงละครที่สวยงามตระการตา เห็นว่าแม่ทัพมีชื่อนี้มีใบหน้าคลับคล้ายคลับคลาผู้หญิง จึงสามารถใช้หญิงสาวในการแสดงอย่างสวยงาม ฉากแต่ละฉาก บทประพันธ์ที่รับรู้ได้ว่าผู้แต่งนั้นมีความสามารถมากเพียงใด …

        เธอพึ่งสังเกตุเห็นว่าไม่เพียงชายหรือหญิงเท่านั้น แต่ก็ได้รับความนิยมจากเหล่าครอบครัวที่พาเด็กๆมาดูกันด้วย เพราะเป็นเรื่องราวของขุนศึกผู้สงบทัพเตี๋ยนที่เมืองเยว่สุ่ย 'ขุนสยบทักษิณ' นาม เหวินเหวิน ช่างเป็นชื่อที่เข้ากันเสียเหลือเกิน..

        ดวงตาของพระชายานั้นเอิบอิ่มเต็มไปด้วยความรู้สึกดี...การแสดงอันยอดเยี่ยม สะกดทุกสายตา เสียงบรรเลงไพเราะ คำประพันธ์จากยอดกวีแห่งยุค.. ช่างลงตัวเสียเหลือเกิน ณ โรงละครจินหลงซูเซียง หลังจากการแสดงจบลง พระชายาหลินเฟยนั้นก็ได้ เดินทางเพื่อที่จะกลับไปยังจวนเซียวไต้อ๋อง นางนั้นได้รับการต้อนรับและร่ำราจากเสี่ยวเอ๋อห์คนเดิม

        “เจ้าบริการได้ดีมาก..ข้าหวังให้เจ้าเป็นเช่นนี้ตลอดไปนะ” นางพูด ก่อนที่จะพรายยิ้ม ชายคนนั้นอยู่ๆ ก็เดินมาด้านหน้าแล้วก้มลงคำนับหญิงสาว.. เธอจึงได้แต่เพียงจ้องมองด้วยความตกใจ..อ้าว..เดี๋ยวนะ ทำอะไรเนี้ย!!?

        “กราบขอบพระคุณพระชายาหลินเฟย ที่ช่วยให้เด็กกำพร้าไร้บ้านอย่างข้าได้ทำงานมีอาชีพขอรับ.. ข้าคือเด็กที่ท่านเคยช่วยไว้เมื่อ 5 ปีก่อน อย่างไรก็ตามข้าก็จะตอบแทนบุญคุณของพระชายาหลินเฟยให้ถึงที่สุดขอรับ” เขากล่าวด้วยใจจริง ซึ่งพระชายาหลินเฟยก็ตอบรับเขาด้วยรอยยิ้มอันซึ่งเหมือนนางอัปสรที่กำลังแรกแย้ม คนรอบๆ จึงมองนาง มีหลายคนที่เป็นเด็กที่นางเคยช่วยเอาไว้เมื่อครั้งกาลก่อน

        “....แล้วข้าจะกลับมาอีก...พวกเจ้าทำได้ดีแล้ว”

        พระชายาหลินเฟยนั้นพูดทิ้งท้ายไว้เพียงแค่นี้ แล้วเดินทางจากมา ตอนนี้มีข่าวเกี่ยวกับพระชายาหลินเฟย ว่าใครๆต่างก็บอกว่านางกลับมาแล้ว กลับมาพร้อมกับความสดใสและความงามเฉกเช่นเดิม และความเมตตาที่ไม่มีจุดสิ้นสุด ทำให้ข่าวลือเสียๆหายๆนั้นเริ่มหายไป

        “ปราชญ์แห่งกวีหลิ่งจือ เสิ่นหลิงเฮ่า 'ขุนสยบทักษิณ' นาม เหวินเหวิน...หากเป็นไปได้ก็อยากจะพบสักครั้ง...เจ้าคิดเช่นนั้นไหมชาติ?” พระชายาหลินเฟยกล่าว ก่อนที่ชาตินั้นจะถอนหายใจ..เขารู้ว่าเรื่องที่พึ่งดูนั้นน่าตระการตาขนาดไหน..แต่ก็ทึ่งในความสามารถของบุรุษตามเหวินเหวิน

        “....ดูท่านจะชื่นชมชื่อที่ได้ยินนะขอรับ” ชาติถาม

        “มีน้อยคนที่จะกำจัดเตี๋ยนได้อยู่หมัดจริงไหม..และบทประพันธ์นั้นก็ไพเราะมาก..ข้าอยากให้เขาประพันธ์เรื่องราวของข้าบ้างจัง ให้ต่อไปถึงชนรุ่นหลัง เจ้าคิดว่าเป็นเช่นไร?”

        “....คงมีสักวันที่ได้พบกันขอรับ”


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +15 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +88 ความหิว -23 Point +6 ย่อ เหตุผล
Admin + 15 + 500 + 88 -23 + 6

ดูบันทึกคะแนน

ดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กราดิอุสศิลา
โลหิตมาร
วิจารณ์ซางยาง
ตัวเบาขั้นกลาง
เกราะทองคำ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x15
x100
x15
x10
x20
x5
x100
x300
x3
x4
x20
x1000
x310
x24
x18
x70
x300
x300
x300
x1
x1
x1140
x2
x512
x2
x50
x1
x2280
x1000
x130
x9999
x5000
x1000
x90
x6
x2
x2485
x2
x4
x330
x2
x50
x1000
x14
x40
x3
x5
x2
x2
x20
x3
x17
x80
x5
x4
x2
x65
x50
x2
x3
x5
x33
x2
x3
x50
x3
x75
x4
x3
x220
x105
x30
x4
x265
x32
x19
x51
x10
x14
x4
x18
x115
x100
x73
x84
x258
x50
x50
x8
x4
x2
x101
x750
x191
x10
x629
x300
x70
x48
x8200
x5020
x2
x6
x40
x1000
x835
x14
x675
x1457
x171
x64
x2180
x52
x372
x220
x262
x140
x393
x91
x430
x181
x170
x110
x146
x998
x576
x700
x390
x12
x99
x1
โพสต์ 2018-7-30 14:15:18 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LinJieoya เมื่อ 2018-7-30 19:00


สาวงามทั้งสี่

        พระชายาหลินเฟยนั้นเดินทางด้วยเกี้ยวอันหรูหราเพื่อที่จะมาลงจอด ณ โรงละครจินหลงซูเซียง นางเลือกที่จะเดินเข้ามาด้านในเลี่ยงผู้คน เธอรู้ว่าปกติแล้วการแสดงนั้นมักจะเริ่มในช่วงเย็น เพราะฉะนั้นแล้วเธอจึงมาในช่วงเช้าเพื่อที่จะดูว่าวันนี้จะมีการแสดงอะไรบ้าง และนางอาจจะอยากจะแสดงกันได้บ้าง เมื่อเดินมาจนถึงห้องด้านในซึ่งเป็นห้องสำหรับฝึกซ้อมการร่ายรำโดยเฉพาะเธอก็ได้เห็นว่ามีหญิงสาวที่อยุ่ที่นั้นอยู่ 2 คน…

        “......อะ..คำนับพระชายาหลินเฟย” หญิงทั้งสองคนนั้นพูดพร้อมกับคำนับเธอ ...นี้ล่ะ ที่ไม่อยากจะใส่ชุดแบบนี้มา

        “มีคนบอกพวกเจ้าหรือ ว่าเราจะมาวันนี้?” เจียวหย่ากล่าวถาม
        “เจ้าค่ะ พอดีว่าข้าเห็นว่ามีเกี้ยวออกมาจากทางจวนเซียวไต้อ๋อง ความจริงข้าได้ข่าวลือมากมายมาบ้างแล้ว..ว่าท่านมาดูการแสดงเมื่อวันวานของพวกเราด้วย” หญิงที่ดูเหมือนจะมีความเป็นผู้ใหญ่นั้นพูดขึ้น เสียงของนางนั้นหวานใส ดูทุ่มแต่กลับน่าฟัง…

        “ต่อไปนี้พวกเจ้าก็จะเห็นเราบ่อยมากยิ่งขึ้น เพราะเราจะมาทำงานที่นี้ เพื่อเป็นนางรำ พวกเจ้าคงไม่ว่าอะไรใช่ไหม?” พระชายาหลินเฟยกล่าว ก่อนที่นางจะเดินไปยังที่นั่งสำหรับคนฝึกซ้อมที่เตรียมไว้  ส่วนเด็กสาวทั้งสองเมื่อรู้ว่าพระชายาหลินเฟยจะมาเป็นนางรำ ก็ถึงขั้นอ้าปากค้างกันเลยทีเดียว

        “จะ..จะดีหรือเจ้าคะ?” เด็กหญิงที่ร่างกายเล็กที่สุดนั้นพูดขึ้น นางไม่ค่อยแน่ใจเท่าไร หากทำให้คนใหญ่คนโตนั้นอารมณ์เสีย นางจะโดนบันคอหรือปล่าว

       “ดีสิ พวกเจ้าไม่ต้องกังวนไปหรอกนะ ว่าข้าจะเป็นคนเข้าหายากอะไร ตอนนี้พวกเจ้าเรียกข้าด้วยชื่อ ยามที่ข้าทำงานดีกว่า เรียกข้า เจียวหย่า นั้นคือชื่อของข้า ...ถึงตาที่พวกเจ้าจะบอกชื่อของเจ้าแล้ว ถ้าจะให้ดี บอกด้วยว่าพวกเจ้านั้นถนัดทำอะไรสำหรับงานที่หอแห่งนี้ด้วยก็ดี” เจียวหย่ากล่าวด้วยเสียงที่ดูเหมือนสบายๆ ก่อนที่จะพรายยิ้มหวานให้กับทั้งสองคน..

        “ไม่ต้องเกร็งถึงเพียงนั้นหรอก เล่ามาเถิด ฮ่ะๆ” เธอพยายามทำให้บรรยากาศนั้นดูน่าเป็นใจในการเตรียมตัวที่จะรู้จักกัน ส่วนเด็กสาวอีกสองคนนั้นก็ได้แต่เกาหัว.. เพราะไม่รู้จะเริ่มอย่างไรดี จนแล้วจนรอด แม่นางฉางเฉียงก็เป็นคนที่เริ่มพูดขึ้นมาก่อน

        “ข้ามีนาม กู่ ฉางเฉียงเจ้าค่ะ หลายคนเรียกข้าว่า เซียนจินฉางเฉียง ข้าร่ายรำได้แต่ส่วนมากหลายคนมักจะบอกว่าวาจาของข้านั้นเข้าหูเพราะเสียงของข้าเองเจ้าค่ะ” เธอแนะนำตัวเป็นคนแรก เพื่อเป็นตัวอย่างให้รุ่นน้องของเธออีกคนเป็นคนตาม

       “เอ่อ..ข้ามีนามว่าชิงเซียนเจ้าค่ะ หลายคนเรียกข้าว่ารอยยิ้มแห่งจินหลงซูเซียง เพราะข้าเป็นคนที่ชอบสร้างรอยยิ้มให้กับทุกคนเจ้าค่ะ ฮ่ะๆ ข้าเล่นดนตรีได้ไพเราะนะเจ้าคะ หากอย่างไรก็ช่วยแนะนำข้าด้วยเจ้าค่ะ พระชายา” นางพูดแล้วยิ้มออกมาอย่างสดใส ความงามของทั้งสองคนเรียกว่าจะไปในทางตรงกันข้ามนั้นก็ว่าได้ อีกคนจะเป็นแบบสาวรุ่น ที่ดูเป็นผู้ใหญ่ รู้จักการวางตัว รู้จักการพูดการจา ส่วนอีกคนจะเป็นสาวน้อยสดใส ที่มอบดวงใจให้กับใครหลายคน เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกที่จะบอกว่าสองคนนี้เป็นตัวชูโรงของหอ…

        สอง?..งั้นหรอ?

        “มีเพียงพวกเจ้าสองคนหรอ?? ข้าจำได้ว่าวันนี้น่าจะมีสามคนที่มาซ้อมนี้จริงไหม?” เจียวหย่ากล่าว นางทำหน้าเหมือนกับว่ามีคนยังไม่มาอีกหรือ?

        “โปรดอภัยให้พี่มี่โยด้วยเถอะเจ้าค่ะ พี่มี่โยเมื่อคืนมีคนเรียกตัวเข้าไป คงยังไม่ค่อยได้นอนเท่าใดนัก” ชิงเซียนนั้นกล่าวขึ้นมาเพื่อแก้ตัวให้กับพี่คนสนิทของตนเอง แม้ว่าพี่เขาเหมือนจะไม่อยากสนิทกับเธอก็ตามที

        “โธ่ว..เราก็ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย อีกอย่าง เรียกข้าแบบธรรมดาก็พอ ไม่ต้องทง ต้องท่าน ต้องมากพิธีรีตรองหรอก เราว่ามันลำบากต่อการที่เราจะทำงานกันต่อไปนะ? จริงไหมชิงเซียน ฉางเฉียง??”

        “เจ้าใจแล้ว งั้นตอนนี้เราคือเพื่อนร่วมงานกันนะเจ้าค่ะ” ฉางเฉียงนั้นพูดแล้วยิ้มอย่างมีเล่ย์นัยต์ แต่ก็ไม่ได้อ่านออกว่านางยิ้มแบบนั้นทำไม… ส่วนพระชายาเองก็ยิ้มเช่นกัน นางพอใจกับคำตอบที่ได้รับ จะว่าไปแล้ว..

        “วันนี้มีการแสดงอะไรหรือ?...มีข้าเพิ่มอีกคน?พวกเจ้าคิดว่าเราควรทำการแสดงอะไร?” พระชายาหลินเฟยสอบถาม นางนั้นเดินไปรอบๆห้อง บ้างก็หยิบพัดสำหรับการแสดงมา … บ้างก็หยิบชายผ้าออกมา..

        “ปกติเถ้าแก่หลี่จะเป็นคนเขียนตารางให้พวกเราฝึกซ้อมน่ะค่ะ” ชิงเซียนพูด นางนั้นเดินไปนั่งกินซาลาเปาไส้มันหวานอย่างอร่อยเลย ส่วนพระชายาที่กำลังคิดอยู่ว่าจะทำการแสดงอะไรดี เมื่อคิดว่ามีอยู่สี่คน...สี่หญิง…. หญิงงาม…

        “หญิงงาม ยอดแผ่นดิน?? คิดว่าไงจ๊ะ?”

        “เอ๊ะ?...มะ..มีแบบนั้นด้วยหรือคะ?พี่เจียวหย่า” ชิงเซียนพูดขึ้น ส่วนพระชายาหลินเฟยนั้น อยู่ๆก็เปลี่ยนท่าทีไป นางค่อยๆ จับผ้าขึ้นมาสีเขียวขึ้นมา ค่อยๆร่ายรำไปด้วยผ้านั้น เหมือนกับว่านางกำลังอยู่ท่ามกลางสระของดอกบัว ….ผ้าผืนบางโดนยกขึ้นแล้ว พริ้วไปมา ...ฉากสีเขียวค่อยๆปรากฏ...อยู่ๆก็รู้สึกว่า หญิงสาวตรงหน้านั้นงามเกินกว่าที่จะบอกได้...คนแล้วคนเล่า… เป็นการบอกถึงหญิงสี่คน..ที่งามแม้กระทั่งเหล่าธรรมชาตินั้น เอียงอายเกินกว่าที่จะสู้โฉมของนาง

        “.....โห….”

        หญิงทั้งสองนั้นจ้องมองพระชายาหลินเฟยด้วยดวงตาที่แปลกประหลาดและอึ่งทึ้ง หญิงตรงหน้าไม่เพียงแต่ใช้ร่างกายและใบหน้า ...หากมองดีๆ ….นางเป็นหญิงที่เล่อโฉมงาม สคราดั่งหลุดออกมาจากเทพนิยาย ร่างอดเอวอรชร … หากผู้ใดเห็น เป็นต้องหลงเสน่ย์นางเป็นแน่แท้.. มิน่าเล่า ที่ว่ากษัตริย์เตี๋ยนลักพาตัวนางไป เพราะเหตุนี้นี่เอง…

        งามรูป งามกลิ่น งามรส งามวาจา งามกริยา...งามทุกการกระทำ….

        “คิดว่าพวกเจ้าจะสามารถทำได้ไหม?” สิ้นการสาธิตให้ดูพระชายาหลินเฟยก็หันไปถามเหล่าหญิงสาวที่กำลังจ้องมองเธออยู่ และดูเหมือนจะสติหลุดไปเสียแล้ว… เอาล่ะสิ..

        “มันคงยากไปสักหน่อยสำหรับชิงเซียน..แต่ว่าหากเป็นพี่ฉางเฉียงจะต้องทำได้แน่เลยค่ะ” ชิงเซียนนั้นพูดขึ้น เพราะนางนั้นเป็นประเภทน่ารัก ไม่ใช่สวยเย้ายวนอะไรแบบนั้น จึงไม่มั่นใจในตนเอง… “ไม่เลย...พวกเจ้าทั้งสองเหมาะมากเลยต่างหาก ที่จะเป็น...เพราะความงามในหญิงนั้นมีกันทุกคน แล้วแต่ว่าเจ้าจะแสดงออกมาแบบไหน...”

        เจียวหย่านั้นเดินไปใกล้ๆกับชิงเซียนก่อนที่จะค่อยๆ จ้องมองร่างกายของนาง… “เจ้ามีรอยยิ้มที่ทำให้ชายใดก็ตามเบิกบาน มัดใจชายหาได้รู้ตัว รูปร่างสัดส่วนที่เกินวัย แก้มสีชมพูสดใส ผิวพรรณเปล่งปลั่งดั่งดอกบัวแรกแย้ม..ให้อารมณ์เหมือนดอกเก๊กฮวยหอมหวานอมเปรี้ยวน่าลิ้มลอง”

        และต่อมานางก็เดินไปยังข้างกายฉางเฉียง.. “ส่วนเจ้าใบหน้าหวานจับตรึงจิต รอยยิ้มแยบยลที่คาดเดาไม่ได้ แต่กลับน่าดึงดูดอย่างประหลาด เสียงที่นุ่มนวน ฟังแล้วเคลิบเคลิ้ม...ผิวหายสวยขาวผ่องเหมือนจันทร์เดือนเพ็ญ ร่างกายนั้นอีกเล่า..สมส่วน อย่างลงตัว..”

        “พวกเจ้าเห็นข้อดีของตนเองหรือยังเล่า?...ตอนนี้คงต้องรอให้..เอ่อ...อีกคนหนึ่งชื่ออะไรนะ?”
        “พี่มี่โยเจ้าค่ะ”

        “อ๊า..มี่โยมาแล้วล่ะ..” เสียงของแม่นางฉางเฉียงนั้นพูดขึ้น เมื่อหญิงสาวนามมี่โยนั้นปรากฏขึ้นมา ด้วยท่าทางองอาจเฉกเช่นนางพญา เหมือนกับว่านางเป็นตัวแม่ของหอนี้.. พระชายาหลินเฟยเมื่อเห็นคนที่น่าจะชื่อมี่โย ก็จำได้ทันที ว่าหญิงคนนี้คือคนที่โดดเด่นในการแสดงก่อนหน้านี่

        “....นี้ใครกัน?” แม่นางมี่โยพูดเสียงเรียบ ดูเหมือนว่านางจะเป็นคนเงียบๆ และแฝงไปด้วยร่อยรอยของอะไรบางอย่าง..กลิ่นของน้ำหอมนั้นยินมาอ่อนๆ เพราะฉะนั้นตอนนี้เธอควรที่จะทำอะไรดีนะ? “เอ่อ..นี้คือ..”

        “เราชื่อเจียวหย่า จะมาเป็นนางรำอีกคนที่หอนี้จากนี้จ๊ะ” พระชายาหลินเฟยกล่าวขึ้นมา นางไม่ได้บอกสถานะที่แท้จริง เพราะว่าตอนนี้เธอก็อยู่ในชุดสำหรับนางรำเขาคงไม่อาจรับรู้ได้ว่าเป็นพระชายา เมื่อมี่โยได้ยินดังนั้น หญิงสาวก็ถึงกับเลิกคิ้ว แล้วพิจารณารูปร่างหน้าตาของหญิงแปลกหน้า ที่อยู่ๆก็จะมาเป็นนางรำภายในหอจินหลงซูเซียง..

        ...สายตาของนางนั้นคมกริบดั่งคมมีด ที่ค่อยๆเฉือนดูร่างกายของแม่นางเจียวหย่า แต่หญิงนามเจียวหย่านั้น กลับมองด้วยสายตาเฉยชา ออกแนวไม่กังวนอะไรเลยด้วยซ้ำ จนในที่สุด มี่โยจึงเดินไปนั่งที่ แล้วเริ่มฝึกซ้อมการละครที่ตนเองต้องแสดงในรอบพิเศษของวันนี้

       “เอ่อ...” ชิงเซียนและฉางเฉียงนั้นมองหน้ากัน เหมือนกับว่า เรื่องนี่ต้องบอกไหม?

        “พี่มี่โย วันนี้เราต้องแสดงการแสดงอีกชุดน่ะเจ้าค่ะ เป็นชุดนี้นะ เดี๋ยวข้าอธิบายให้” ชิงเซียงและฉางเฉียงนั้นเดินไปหาคนพึ่งมา ก่อนที่ทั้งสี่จะเริ่มฝึกการแสดงสำหรับช่วงเย็น สำหรับมี่โยแล้วนางรำคนใหม่ก็ดูเฉยๆ แม้จะเป็นหญิงโฉมสคราแค่ไหน แต่การแสดงก็งั้นๆ… แต่เหมือนยังไม่เอาจริง..

        .
        .
        .

        “คนเยอะจังเลยแฮะวันนี้” เสียงของชิงเซียนนั้นดังขึ้นตอนนี้นางนั้นอยู่ในชุดของหญิงงามชุดสีเขียวอ่อน ที่เหมือนดั่งดอกไม้อันแสนสดใส ส่วนฉางเฉียงอยู่ในชุดนางรำหางนกยูงสีม่วงคราม….การแสดงนั้นเริ่มต้นขึ้น จากแม่นางชิงเซียนที่อยู่ริมลำน้ำ ร่ายรำไปตามสายน้ำ และดอกบัว ความงามอันอ่อนเยาว์ของเด็กสาวทำให้ใครหลายคนนั้น จำต้องสะดุ้ง… พวกเขาจ้องกันเป็นตาเดียว การเคลื่อนไหวที่อ่อนช้อย และเต็มไปด้วยความสดใสนั้นอมเปรี้ยวหวาน


       และฉากหลังจากที่เคยเป็นดอกบัวพลันก็กลายเป็นพระจันทร์เดือนแรม พร้อมกับหญิงงามนาม ฉางเฉียงปรากฏร่าง รอยยิ้มคมคาย มือทั้งสองข้างถือรามผ้าแพงเหมือนหางนกยูง ค่อยๆล่องลอยไปตามสายลมที่พัดปริ้วไหว

       เหล่าผู้ชมที่ได้เห็น ก็บอกเป็นเสียงเดียวกัน ว่างดงามเกินจะเอ่ยยิ่ง….

       ต่อไปคือร่างของหญิงผู้ใส่ชุดสีเหลืองทอง คนนี้ช่างน่าแปลกตา … เพราะเป็นนางรำที่ไม่เคยเห็นมาก่อน รูปทรงองค์เอวงดงาม พร้อมกับจริยวัติรย์ รอยยิ้มคมคาย ร่ายรำดั่งดอกเบจมาศที่กำลังพลิบาน นางใช้พัดเป็นอุปกรณ์เสริม

ไม่สูงต่ำดำขาวพีผอม                  พริ้งพร้อมสรรพางค์ดังนางหงส์
อรชรอ้อนแอ้นเอวองค์                                    วงพักตร์โฉมยงดังวงเดือน
พิศพี่ก็ไม่มีเสมอสอง                                      พิศน้องก็ไม่มีเสมอเหมือน
ขนงเนตรเกศแก้มแย้มเยื้อน                      เหมือนจะเตือนให้ต้องตาชาย
พระกรรณเทียบเปรียบกลีบบุษบง              นาสิกทรงวงขอวิเชียรฉาย
ดำเนินเดินทอดระทวยกาย                         กรกรายคล้ายงวงเอราวัณ


       ไหลลื่นไปตามเสียงของดนตรีที่บรรเลงพร้อมกับรอยยิ้ม ดวงตาสีม่วงนั้นสะกดสายตาของผู้คนได้อย่างอยู่หมัดและหนึ่งในผู้คนนั้นก็คือพระสวามีของนางด้วย.. ความรู้สึกสูงส่งและนางพญาที่ดำรงค์ไว้ซึ่งนะแสงสีทองอำไพ ...ทำให้หญิงตรงหน้า เฉกเช่นหญิงงามในวัง อันต้องห้ามแตะต้องเด็ดขาด…. สิ้นสุดการรำพัด ก็เป็นการร่ายรำ ของหญิงสาวในชุดแดง นั้นคือแม่นางมี่โยนั้นเอง… นางเป็นหญิงในชุดแดง ที่ออกมาแสดงท่าทางแห่งความอ่อนช้อย แต่กลับแข็งแกร่ง..

       ไม่อ่อนแอ แต่ก็ไม่ได้แข็งกระด่าง …. หญิงทั้งสี่มารวมตัวกันกลางเวทีสุดท้าย พร้อมกับร่ายรำ เวียงวนอย่างงดงาม เฉกเช่นนางธิดาแห่งสี่ฤดู...

       .
       .
       .

       และแล้วการแสดงก็จบลง พร้อมกับความตกตะลึงในความงามของนางทั้งสี่ที่เห็นมา.. ทำให้วันนั้นหลายคนที่เป็นถึงขุนนางหรือเศรษฐีต่างถามเป็นเสียงเดียวกับ ว่าแม่นางผู้งามเลิศ นัยต์ตาสีม่วงดอกพวงครามนั้นเป็นใคร… ถึงขั้นขอซื้อตัวข้ามวันข้ามคืนกันเลยทีเดียว

       แต่ทว่าเสี่ยวเอ๋อห์ก็เพียงตอบได้แค่ว่า นางนั้นเป็นเพียงนางรำ ขายศิลปะการแสดงหาได้ขายเรือนร่างกายไม่

@STAFF_โรลทำงาน @Admin


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +600 เงินตำลึง +15000 ความหิว -18 Point +6 ย่อ เหตุผล
Admin + 600 + 15000 -18 + 6

ดูบันทึกคะแนน

ดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กราดิอุสศิลา
โลหิตมาร
วิจารณ์ซางยาง
ตัวเบาขั้นกลาง
เกราะทองคำ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x15
x100
x15
x10
x20
x5
x100
x300
x3
x4
x20
x1000
x310
x24
x18
x70
x300
x300
x300
x1
x1
x1140
x2
x512
x2
x50
x1
x2280
x1000
x130
x9999
x5000
x1000
x90
x6
x2
x2485
x2
x4
x330
x2
x50
x1000
x14
x40
x3
x5
x2
x2
x20
x3
x17
x80
x5
x4
x2
x65
x50
x2
x3
x5
x33
x2
x3
x50
x3
x75
x4
x3
x220
x105
x30
x4
x265
x32
x19
x51
x10
x14
x4
x18
x115
x100
x73
x84
x258
x50
x50
x8
x4
x2
x101
x750
x191
x10
x629
x300
x70
x48
x8200
x5020
x2
x6
x40
x1000
x835
x14
x675
x1457
x171
x64
x2180
x52
x372
x220
x262
x140
x393
x91
x430
x181
x170
x110
x146
x998
x576
x700
x390
x12
x99
x1
โพสต์ 2018-7-31 19:27:54 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LinJieoya เมื่อ 2018-7-31 19:31


เจ้าคงอยากมีเรื่องกับข้าใช่ไหม?

        แม่นางเจียวหย่านั้นเป็นนางรำเพียงคนเดียวของหอจินหลงซูเซียงที่เข้าออกหอบ่อย นั้นเป็นเพราะว่านางก็ต้องไปที่จวนเซียวไต้อ๋อง แต่เรื่องนี้เป็นความลับนะ สำหรับคนที่ไม่รู้อาจจะไม่พอใจนางเสียด้วยซ้ำไป นั้นเพราะว่าเหมือนนางจะได้สิทธิ์พิเศษ ...เพราะฉะนั้นวันนี้ คนที่นั่งหน้างออยู่ในห้องฝึกก็คือแม่นางมี่โย

        เนื่องจากว่าเมื่อคืนนั้น เหล่าสาวหอโคม ที่ขายเรือนร่างต่างโดนเรียกตัวกันไป และเธอเองก็เป็นถึงหญิงระดับสูง แต่ทว่าเมื่อเรียกตัวไปก็ได้ยินแต่คำถามที่ว่า นางรำคนใหม่นั้นเป็นใคร มาจากไหน นามอะไรทั่งสิ้น เหมือนว่าเหล่านางรำจะคล้ายๆเหมือนกันหมด

        แต่เหมือนกับว่าหลายคนนั้นพยายามที่จะปกปิดอะไรบางอย่างกับเธอ..

        บางครั้งหญิงคนนี้ อาจจะต้องมีเรื่องกับนางเสียหน่อยแล้ว..

        “พี่มี่โยเป็นอะไรหรือ? ท่านนั่งหน้าหงิกมาตั้งแต่เดินเข้าห้องซ้อมแล้วนะ” หญิงสาวหน้าจิ้มลิ้มนามชูเซียงนั้นถามขึ้น นางเดินไปหาพี่ที่สนิทด้วย ด้วยความเป็นห่วงถึงแม้ว่าพอจะรู้อาการว่าเกิดอะไรขึ้นก็ตามที

        “.....ปล่าว ข้าแค่สงสัยว่าเจียวหย่าเป็นใคร” นางพูดเสียงเรียบ แต่ทว่าคิ้วนั้นกลับผูกกันจนจะเป็นปมอยู่แล้ว เมื่อชูเซียงได้ยินคำถามก็ได้แต่หัวเราะแห้งๆ เนื่องจากว่านางเองก็คงจะไม่บอกความจริงเพราะโดนกำชับมาแล้ว

        “เหตุใดเจ้าถึงสนใจนางเล่า? ปกติเจ้าไม่ค่อยสนใจใครที่ไม่จำเป็นต่อชีวิตเจ้านี้มี่โย” ฉางเฉียงพูดขึ้นมายิ้มๆ เนื่องจากว่านางนั้นรับรู้ได้ถึงอะไรบางอย่างว่าคงจะมีเรื่องปากเสียงขึ้นเป็นแน่หากมิทำให้มี่โยนั้นอารมณ์เย็นกว่านี้

       “...พวกเจ้าจะบอกว่าไม่สนใจนางหรือไง นางโผล่มาก็ขึ้นมาเป็นนางรำทั้งๆที่แทบจะไม่เห็นฝีมือการรำจริงๆเลย มาถึงก็เข้ามาเทียบเคียงเรา ทั้งอยู่ๆ ก็หายไปในช่วงงานเสร็จ ไม่มีการเรียกตัว หรือเล่นดนตรีต่อเหมือนนางรำฝึกหัดคนอื่นๆ...ถ้าแบบนั้นข้าก็ควรที่จะได้บ้างสิ..เหมือนว่าลูกค้าของข้าจะสนใจตัวนางไม่น้อยเลย...หากข้าได้ข้อมูลนางสักนิด ก็คงโดนเรียกตัวพิเศษ..เข้าใจหรือยัง?” มี่โยพูดด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์แต่นางก็ยังคงมีใบหน้าที่เรียบนิ่ง … ตอนนี้คำถามมากมายเกิดขึ้นในหัว พร้อมกับดวงตาที่เหลือบไปเห็นตัวต้นเรื่องนั้นเดินเข้ามาภายในห้องฝึกซ้อม ส่วนด้านหลัง เหมือนจะเห็นแวบๆว่ามีชายคนหนึ่งที่เดินตามมาด้วย แต่กลับหยุดลงหน้าประตู

        “สวัสดีพวกท่านทั้งสาม รอบนี้พวกท่านมากันเร็วจริงๆ” เจียวหย่าพูดทักทายยามสายด้วยรอยยิ้ม ส่วนชูเซียงและฉางเฉียงก็เช่นกัน

        “พอดีว่าเมื่อคืนโดนเรียกตัว แต่ว่าได้กลับออกมาเร็วน่ะเจ้า--..ก็เลยมีเวลาพักผ่อน เตรียมตัวกันมากขึ้น” ชูเซียงตอบ วันนี้นางดูสดใสทั้งยังเหมือนได้หลับนอนเต็มอิ่ม แต่ทว่าเมื่อมองไปใกล้ๆก็เห็นกับมี่โยที่จ้องเธอตาเขียวปั๊ดเหมือนกับว่าไปโกรธอะไรกันมาสักร้อยสองร้อยชาติเช่นนั้นกัน..

        แต่ทว่าพระชายาหลินเฟยของเรานั้นก็ได้แต่ยิ้มให้นาง ก่อนที่จะเดินไปเพื่อฝึกซ้อมท่ารำเห็นว่าวันนี้จะมีการแสดงที่จะแยกเป็นบท ฉางเฉียงจะร้องเพลง ส่วนชูเซียงจะเล่นดนตรี เหลืออีกสองนั้นคือเจียวหย่าและมี่โยวจะต้องร่ายรำ … นั้นล่ะที่เป็นปัญหา เพราะตอนนี้มี่โยนั้นดูจ้องจะจับผิดเธอทุกระเบียบนิ้ว ตั้งแต่การรำ รวมถึงท่าทาง …

        เนื่องจากนางนั้นถือตัวว่าตนเองนั้นเป็นรุ่นพี่และเป็นเหมือนผู้อาวุโสของหอ โดยที่ไม่ได้รู้เลยว่าหญิงสาวด้านหน้าของตนเองนั้นอายุมากกว่านางเสียอีก แถมยังเป็นคุณแม่ลูกเจ็ด ที่อายุ 20 ปี ที่ไม่ดูยี่สิบเลยสักนิด…. อ๊า...บอกว่าอายุเพียงเท่าชูเซียงก็ยังเชื่อเพราะผิวพรรณผุดผ่อง เนียนเต่งตึงเสียขนาดนั้น

        ทั้งสี่นั้นซ้อมการแสดงไปเรื่อยๆ ในขณะที่ชาติและนายทหารที่ตามมาได้แต่นั่งเฝ้า ดูเหมือนว่านายทหารทั่งห้านั้นจะได้อาหารตาเป็นเหล่าหญิงสาวทั้งหลายที่ทำงานอยู่ในหอจินหลงซูเซียง แต่ทว่าชาติกลับนั่งหาว เหมือนกับว่าเป็นเพียงแค่หญิงสาวธรรมดาทั่วไป เพราะเขานั้นไม่ได้รู้สึกอะไรด้วยอยู่แล้ว คนในใจของเขาก็ยังคงมีเพียงหนึ่งเดียว..

        ...แม้นางจะอาจไม่มีชีวิตอยู่แล้วก็ตามที…

        เวลาผ่านไปได้สักชั่วยามหนึ่ง เสียงของแม่นางมี่โยก็ดังขึ้นมาในช่วงที่กำลังพักจากการซ้อมรำกันอยู่ ทำเอาพระชายาหลินเฟยต้องหันไปหาเสียไม่ได้..

        “เจียวหย่า..” เสียงของแม่นางมี่โยนั้นเรียกพระชายาหลินเฟยที่กำลังดื่มชาดอกเหมยกุ้ยที่หอมกรุ่นอยู่
        “หืม??”
        “.......” แม่นางมี่โยเงียบไปสักพักก่อนที่จะจ้องไปที่ใบหน้าของเจียวหย่า ก่อนที่จะพิจารณาใบหน้าของนาง  ใบหน้ารูปไข่ ดวงตาเรียวรีนัยย์ตากลมโตหางตาชี้ขึ้น ริมฝีปากสีชมพูอ่อนอมส้ม ปีกจมูกเล็กเป็นสัน มุมปากโค้งขึ้นเหมือนคนอารมณ์ดีตลอดเวลา...แต่กลับเงียบสงบนิ่ง..

        มี่โยนั้นจ้องนางก่อนที่จะละสายตาไป… ใบหน้าคลับคล้ายคลับคลาเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน แต่นางนั้นก็จำไม่ได้ … การกระทำของมี่โยนั้นทำให้พระชายาหลินเฟยและหญิงสาวอีกสองคนที่อยู่ในห้องมองตามกัน?...

       ‘ประจำเดือนมาไม่ปกติหรือไรนิ?..’ นั้นคือความคิดของพระชายาหลินเฟยล่ะ

        แต่ทว่าสำหรับชีเซียงและฉางเฉียงแล้วนางกลับรู้สึกว่ามี่โยจะทุ่มตัวเองอยู่เหมือนกัน ถึงขั้นไปนั่งจ้องหน้าเลยทีเดียว หากมานั่งรู้ทีหลังว่านั้นคือพระชายาหลินเฟยแล้วจะเป็นอย่างไรกันนะ? ..มันช่างน่าตามดูเสียเหลือเกิน..

        มันก็เป็นวันวันหนึ่งของพระชายาหลินเฟยที่จะต้องเจอความงงเข้าครอบงำ ว่าหญิงสาวนามมี่โยต้องการอะไร

        .
        .
        .

        เวลานั้นหมุนผ่านไปโดยไม่หวนกลับ ขณะนี้โรงละครจินหลงซูเซียงนั้นกำลังจะเปิดให้การแสดงละครเพลงอันหวานหอมขึ้นมาอีกครั้ง….ร่างของเด็กสาวในชุดสีฟ้านั้นปรากฏกายขึ้นมาในมือถือผีผาฉินอยู่ นางนั่งลงที่เก้าอี้พร้อมกับเริ่มบรรเลงเพลงขึ้นมา… เสียงหวานระรื่นหูดังขึ้นมาหลังบรรเลงเพลงท่อนนำไปแล้ว

        ปรากฏร่างของหญิงสาวในชุดสีขาวครีมนั้นคือแม่นางฉางเฉียงที่ขับบทลำนำพร้อมกับการบรรเลงผีผาฉิงของชูเซียง … เมื่อบทเพลงและเสียงบรรเลงดนตรีพร้อมดีแล้ว ร่างของหญิงสาวในชุดแดงก็โผล่ขึ้นมาท่ามกลางเสียงบทเพลง… นางนั้นคือมี่โย นั้นเอง… การร่ายรำของมี่โยนั้นเข้ากับบทบรรเลงเป็นอย่างดี…

        ความเศร้าที่กำลังกัดกินใจของผู้รับชมนั้นช่างซาบซึ้ง..ก่อนที่เสียงของดนตรีที่ไพเราะจับใจจะดังขึ้น นั้นคือร่างของแม่นางเจียวหย่าที่บรรเลงเอ้อร์หูคันงาม เสียงของมันสามารถแสดงถึงอารมณ์และความรู้สึกแห่งความเศร้าและความเดียวดายได้อย่างดีเยี่ยม ความรักที่เป็นดั่งบทบรรเลงเพลงนั้นยากแก่การหยั่งถึง...เหลือเกิน

        ใบหน้าของพระชายาหลินเฟยยามบรรเลงเพลงนั้นช่างเข้าถึงอารมณ์ ใบหน้างามนั้นเศร้าโศกพลานให้ผู้ชมรู้สึกเศร้าไปด้วยกัน จวบจนเมื่อท่อนเพลงถึงท่อนกลาง เสียงของดนตรีนั้นก็เริ่มคีย์เร็วขึ้นทุกขนับจิต … ร่างของชายหนุ่มนั้นปรากฏขึ้นบนเวที.. มี่โยที่ค่อยๆ ร่ายรำโหยหาความรักนั้น เคียงคู่กับชายหนุ่มสตันแมน แค่กๆ….ชายหนุ่มนักแสดงอีกคน..

        ความรักของทั้งกำลังถึงจุดถึงเวลาที่ใกล้เข้ามาแล้ว ที่ทั้งสองจะได้อยู่ด้วยกันอีกครั้ง แม้ว่าจะเป็นเวลาเพียงชั่วพริบตาก็ตามที

ปลดปล่อยข้าจากการรอคอยตามอสงไข
ดวงดาวล่วงหล่นกลางท้องนภาไร้แสง สายลมพัดผ่าน
ในที่สุดข้าก็ได้กอดเจ้าไว้ในอ้อมแขน
ให้สองหัวใจเราเคียงคู่ไปเคียงกัน
โปรดเชื่อข้าว่าหัวใจของข้าจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง
แม้รอคอยเป็นเวลาพันปี ข้าสัญญา
แม้ลมจะเหน็บหนาว และขมขื่นเท่าใดข้าก็จะ ไม่ยอมให้เจ้าจากไป
ความรักที่เราสองมีในจิตใจเป็นเพียงตำนานรักที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง

        เมื่อการแสดงจบลง เหล่านักแสดงทั้งหลายก็ได้เวลาพัก ส่วนผู้เข้าชม ก็ต่างพูดกันอย่างออกรสว่าช่างเป็นการแสดงที่ตราตรึงและจับใจยิ่งนัก เรื่องราวความรัก ยังคงเป็นสิ่งที่ใครหลายคนใฝ่หาอยู่ แล้วถ้ากล่าวถึงพระชายาหลินเฟยของเรา หลังเสร็จงาน นางก็รีบเดินไปเปลี่ยนชุดแล้วกลับจวนกับพวกทหารนอกเครื่องแบบทันที…

        “จะรีบไปไหนเล่า??เจียวหย่า? เจ้าไม่มีบริการแขกเหรื่อหรือ? หรือเจ้าไม่โดนเรียกตัว ข้าว่านั้นเป็นไปไม่ได้นะ” แต่ทว่าคนที่มาปรากฏตัวต่อหน้าเธอนั้นคือแม่นางมี่โย ที่จ้องจะจับผิด ว่านางอาจจะเป็นคนร้ายที่จะมาทำลายโรงละครจินหลงซูเซียงก็เป็นได้

        “แล้วนั้นอะไร พวกคนงานหรือ?” นางพูดขึ้นอีกแล้วหันไปทางทหารนอกเครื่องแบบและชาติที่อยู่ด้านหน้าและหลังพระชายาหลินเฟย ส่วนเจ้าตัวที่โดนกักตัวไว้นั้นก็ขมวดคิ้ว..อ้อ..ลืมไปว่าไม่ได้บอกว่าเธอเป็นใคร เอาไงดีนะ? บอกไปเลยดีไหม ??

        เหล่าทหารนอกเครื่องแบบนั้นเมื่อเห็นหญิงงามตรงหน้าก็สะดุ้งเล็กน้อย แต่นางดันเสียมารยาทกับพระชายาของเซียวไต้อ๋อง เขาจึงกำลังที่จะเอ่ยปากบอก ว่านางนั้นทำอะไรมิดูที่สูงต่ำ แต่ทว่าชาติก็ได้ขึ้นขัดก่อน

        “นางโดนนายของพวกข้าเรียกตัวพิเศษ...ถอยไป” เสียงเข้มของชาตินั้นพูดขึ้น ชายหนุ่มที่มีสำเนียงฮั่นแปลกๆ นั้นทำให้มี่โยแปลกใจไม่น้อย เหมือนกับว่าเป็นชาวนอกด่าน...สำเนียงเหมือนชาวแดนใต้เสียไม่มีผิด.. แต่ว่า.

        “..พวกเรามีกฏว่าใช้บริการหอโคมเขียวอยู่ภายในเท่านั้น ไม่สามารถพาออกนอกหอได้ นายท่านเป็นใครมาจากไหนไม่รู้หรอกนะ แต่พวกท่านก็น่าจะรู้ดี ว่าใครเป็นเจ้าของที่นี้ ที่ข้ากล่าวเพราะอยากจะตักเตือนด้วยความหวังดี….” มี่โยพูดความจริงตามนั้น แต่ทว่าเหล่าทหารและหญิงที่กำลังโดนพาตัว ก็ได้แต่คิดในใจเป็นเสียงเดียวกันว่า..

        ‘ก็เจ้าของนั้นล่ะ!! เรียกตัว!!’

        “แม่นางมี่โย ได้โปรดปล่อยเถอะ เห็นผู้ดูแลบอกว่าเป็นบุคคลระดับสูง ข้าติดว่าท่านควรไปพักผ่อนได้แล้ว..เสี่ยวเอ๋อห์พานางกลับไปที่ห้องพักที่ตอนนี้เลย..ดูเหมือนว่านางจะต้องเตรียมตัวทำงานต่อไปแล้วล่ะ..” เจียวหย่ากล่าว ก่อนที่จะเรียกเสี่ยวเอ๋อห์ที่เดินทางผ่านมา ซึ่งให้บังเอิญว่าเสี่ยวเอ๋อห์ผู้นั้น คือคนแรกที่ทักพระชายาในวันแรกที่มานั้นเอง..

        “อะ..เอ่อ..ขอ..ขอรับ!!” เขากล่าว ก่อนที่จะขออนุญาตพาแม่นางมี่โยไป ทั้งๆที่นางก็ขัดขืนเหมือนกับว่า เจ้าจะทำอะไร ปล่อยข้านะ แบบ(นางเอกละคร--ไท--แค่ก#ผิด) แต่เหมือนว่าก็จบลงไปด้วยดี… พระชายาหลินเฟยจึงสามารถเดินทางกลับจวนได้.. พรุ่งนี้มาแบบพระชายาเลยดีไหมนะ..สงสารแม่นางมี่โยเหลือเกิน…

        .
        .
        .

       “ข้าว่าพระชายาควรแสดงตัว” ชาติพูดในระหว่างการเดินทางกลับจวน
       “ข้าว่านางสวยดี” นายทหารหนึ่งพูด
       “ข้าว่านางเอาแต่ใจ” นายทหารสองพูด
       “ข้าว่าชาติพูดถูก” นายทหารสามพูด
        “ข้าว่านางสวยด้วย” นายทหารสี่พูด
        “ข้าว่าข้าหิวข้าว” นายทหารคนสุดท้ายพูด ก่อนที่เสียงท้องร้องจะดังขึ้น…. จนเพื่อนทั้งห้าหันมามองเป็นตาเดียว.. มันใช่เรื่องจะมาพูดตอนนี้ไหมเนี้ย!!! ส่วนพระชายาหลินเฟยที่อยู่ใกล้ก็ได้แต่ทำหน้าเหมือนกับว่า ก็แล้วทำไมไม่กินข้าว!!! รอทั้งวันเพื่ออัลไล!!!

@Admin @STAFF_โรลทำงาน




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +600 เงินตำลึง +15000 ความหิว -24 Point +6 ย่อ เหตุผล
Admin + 600 + 15000 -24 + 6

ดูบันทึกคะแนน

ดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กราดิอุสศิลา
โลหิตมาร
วิจารณ์ซางยาง
ตัวเบาขั้นกลาง
เกราะทองคำ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x15
x100
x15
x10
x20
x5
x100
x300
x3
x4
x20
x1000
x310
x24
x18
x70
x300
x300
x300
x1
x1
x1140
x2
x512
x2
x50
x1
x2280
x1000
x130
x9999
x5000
x1000
x90
x6
x2
x2485
x2
x4
x330
x2
x50
x1000
x14
x40
x3
x5
x2
x2
x20
x3
x17
x80
x5
x4
x2
x65
x50
x2
x3
x5
x33
x2
x3
x50
x3
x75
x4
x3
x220
x105
x30
x4
x265
x32
x19
x51
x10
x14
x4
x18
x115
x100
x73
x84
x258
x50
x50
x8
x4
x2
x101
x750
x191
x10
x629
x300
x70
x48
x8200
x5020
x2
x6
x40
x1000
x835
x14
x675
x1457
x171
x64
x2180
x52
x372