ดู: 527|ตอบกลับ: 15

{ เมืองเฉิงตู } โรลละคร-หอโคมเขียว จินหลงซูเซียว (金龍淑霄)

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-7-25 01:42:35 |โหมดอ่าน




        จินหลง คึอมังกรทอง ส่วนคำว่า ซูเซียว คือ สรวงสวรรค์อันสวยงาม รวมแล้วแปลว่า เป็นโรงละครของมังกรทองที่อยู่บนสรวงสวรรค์ นั้นเป็นเพราะ โรงละครแห่งนี้มีหญิงงามที่คอยบริการให้กับผู้ที่เข้ามา เหมือนกับดั่งว่าเป็นแขกชั้นเลิศ ยิ่งถ้าคนไหนมีเงินหนักๆแล้วละก็ จะเหมือนมังกรทองที่เป็นดั่งเจ้าสวรรค์เลยก็ว่าได้ แต่ไม่ใช่ว่าจะมีเพียงหญิงงามเท่านั้น ไม่ว่าความบันเทิงรูปแบบใด เสี่ยวเอ๋อห์หรือนางรำของโรงละครจินหลงซูเซียวก็จะคอยปรนนิบัติให้อย่างเต็มที่ โดยที่จะมีทั้งห้องพัก ห้องอาหารรวมถึงบ่อแช่น้ำร้อน เพื่อให้ความผ่อนคลายแก่ผู้เข้าบริการ

        แต่ที่จะเห็นว่าโด่งดังที่สุดนั้นก็คือการเป็นโรงละครหนึ่งเดียวในเฉิงตู และเป็นโรงละครที่ใหญ่ที่สุดของปาสู่ รวมถึงยังรับแขกได้อย่างมากมาย มีการแสดงที่งดงามทั้งแบบชาวฮั่นและชาวนอกด่านให้ได้รับชม หรือหากใครอยากจะปิดโรงละครเลี้ยงฉลองนั้นก็ย่อมได้

        บริการอื่นๆนอกจากนี้ จะเป็นบริการที่มีการจ่ายค่าทำเนียม นั้นคือ สาวบริการหอโคมเขียว ที่โด่งดังแห่งปาสู่ โดยหญิงสาวที่นี้จะมีการตรวจโรคและฝึกฝนทั้งทางด้านดนตรี ร่ายรำ การละครรวมถึงสิ่งที่ชายทุกท่านพึงใฝ่หา


ชื่อกิจการ: โรงละคร - หอโคมเขียว จินหลงซูเซียว (金龍淑霄)
เจ้าของกิจการ: เซียวไต้อ๋อง (หลิวฉุน)
ประเภทร้าน: โรงละคร - หอโคมเขียว และบริการ ห้องพัก อาหารและบ่อน้ำร้อน
เวลาเปิด-ปิด: ห้องพักและหอโคมเขียว เปิด 24 ชั่วโมง  / โรงละครเปิดบริการ 08.00  - 21.00 น.


ประทับตราโดย: ผู้ว่าเมืองเฉิงตู

แสดงความคิดเห็น

-ค่าขุดบ่อน้ำพุร้อน 1000 ชั่ง  โพสต์ 2018-7-25 01:43
หอเฟยหลง 700 ชั่ง  โพสต์ 2018-7-25 01:43
หอซือหลง 700 ชั่ง  โพสต์ 2018-7-25 01:43
หอหนิงหลง 1000 ชั่ง  โพสต์ 2018-7-25 01:43
หอฮวาหลง 1000 ชั่ง  โพสต์ 2018-7-25 01:43

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง -4400 ย่อ เหตุผล
Admin -4400

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2018-7-25 16:10:18 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Baoling เมื่อ 2019-1-15 06:56


        เป็นโรลละครขนาดใหญ่ (มี 4 ชั้น) และแยกเป็น 4 หอ โดยจะเชื่อมกันด้วยเส้นทางเท้า ส่วนตรงกลางจะเป็นสวนขนาดใหญ่ โดยจะมีสระน้ำและศาลากลางน้ำเพื่อไว้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ และมียามเฝ้าระวัง พร้อมกับกำแพงทั้งสี่ทิศ เพื่อความปลอดภัยของผู้เข้าใช้บริการ และความเป็นส่วนตัว โดยภายในโรงละครแห่งนี้ จะมีบริการเสริมอยู่ คือ ห้องพัก อาหาร บ่อน้ำร้อน รวมไปถึงการขายศิลปะทางเรือนร่างที่หากต้องการก็สามารถเชยชมได้

        1. หอเฟยหลง เป็นหอโถงต้อนรับ ซึ่งจะมีเสี่ยวเออร์ คอยบริการสอบถามถึงความต้องการของลูกค้า
        2. หอซือหลง เป็นหอห้องอาหาร โดยจะมีบริการสำหรับคนที่เข้าพักหรือว่าทานอาหารเฉยๆก็ย่อมได้
        3. หอหนิงหลง เป็นหอสำหรับการพักผ่อน คือห้องพักในชั้นที่สองและสาม ส่วนชั้นแรกจะเป็นห้องพักสำหรับนักเดินทาง
        4. หอฮวาหลง เป็นหอที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาสี่หอของ โรลละคร จินหลงซูเซียว โดยชั้นแรกจะเป็นโรงละครขนาดใหญ่ (มีการแสดงที่จัดไว้ตามตาราง มีทั้งการแสดงละคร ดนตรี การร่ายรำ) โดยจะมีที่นั่งแบบธรรมดา พิเศษ และห้องวีไอพี โดยจะกินพื้นที่ได้ถึงชั้นที่ 2 ของหอ และชั้นที่สามและสี่ของหอนั้นจะเป็นห้องพักสำหรับเหล่าชายที่ต้องการเชยชมหญิงสายที่ขายศิลปะทางเรือนร่าง แต่จะมีค่าบริการรวมถึงการขึ้นไปนั้นจำต้องจ่ายค่าผ่านทางซึ่งเหมาะสำหรับคนที่มีกำลังทรัพย์


อัตราเข้าบริการสำหรับพื้นที่พิเศษ
ห้องพัก
          ---ห้องปกติ ราคาต่อคน 150 ตำลึง
          ---ห้องพิเศษ (ห้องขนาดใหญ่มี 2 เตียง) 700 ตำลึง
          ---ห้องวีไอพี (ห้องขนาดใหญ่ และมีบ่อน้ำร้อนในตัว) 1000 ตำลึง
บ่อน้ำร้อน
          ---เข้าบริการครั้งละ 50 ตำลึง
ค่าบริการสาวงามโคมเขียว - สำหรับผู้เล่นที่จะมาอิอิ
          ---สาวระดับท็อปของหอ (ต่อ 3 ชั่วโมง) 300 ชั่ง
          ---สาวเกรดดีมาก (ต่อ 3 ชั่วโมง) 150 ชั่ง
          ---สาวเกรดดี (ต่อ 3 ชั่วโมง) 50 ชั่ง
          ---สาวระดับมาตรฐาน (ต่อ 3 ชั่วโมง) 500 ตำลึง
          ---สาวบริสุทธิ์ (ต่อ 3 ชั่วโมง) 1000 ชั่ง
          ---สาววัยเอาะ (วัย 8-10 ปี) 3000 ชั่ง

** หากเป็นการค้างคืนราคาจะ +1000 **
**** ใช้บริการหอโคมเขียวอยู่ภายในเท่านั้น ไม่สามารถพาออกนอกหอได้ ****
****นางรำบางคนอาจไม่สามารถบริการทางร่างกายได้ เนื่องจากโรงละครจินหลงนั้นให้ความสำคัญในเรื่องการสมยอม****

https://xn--12cn8be2ck0h5b.com/source/plugin/levsign/statics/images/e3.jpgดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x60
x15
x22
x36
x20
x10
x775
x500
x13
x104
x2118
x191
x73
x1038
x12
x2
x373
x664
x5
x5
x110
x120
x9999
x15
x82
x260
x624
x85
x395
x3789
x5803
x2700
x1
x1
x1
x48
x98
x6
x192
x143
x78
x4
x835
x2
โพสต์ 2018-7-28 23:09:42 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LinJieoya เมื่อ 2018-7-28 23:14

โรงละคร

        พระชายาหลินเฟยนั้นเดินทางมาจนถึงสถานที่แห่งความทรงจำ โรงละครและหอโคมเขียวจินหลงซูเซียว หญิงสาวนั้นจ้องมองภายในของมัน ที่ตอนนี้มีคนอยู่พลุกพลาน ดูเหมือนว่าจะเปิดกิจการมา 5 ปีแล้วสินะ? เพราะตั้งแต่ที่เธอไป …

        หญิงสาวนั้นหันไปทางคนรถม้าและชาติที่มองโรงละคร..

       “รออยู่ที่นี้ล่ะ เรากับชาติจะเข้าไปด้านในดูเสียหน่อยว่าด้านในนั้นเป็นอย่างไรบ้าง?” พระชายาหลินเฟยนั้นกล่าว ส่วนทหารนั้นพวกเขาขอให้ติดตามไปด้วยอีกหนึ่งคนเพื่อที่จะได้บอกคนภายในว่าพระชายาหลินเฟยนั้นเดินทางมาดู แต่ทว่านางกลับไม่อยากให้แตกตื่น จึงเลือกที่จะเดินเข้าไปด้านในกับชาติเอง..

        “ไม่ต้องหรอกน่า...ไปเถอะชาติ..ด้านในน่าสนุกดีออก” เธอนั้นเดินผ่านไปยังหอเฟยหลง ซึ่งเป็นหอโถงสำหรับต้อนรับแขกทั้งหลาย เมื่อเดินมาก็มีเสี่ยวเออร์เดินเข้ามาหาพระชายาหลินเฟย แต่ทว่าเขากลับไม่รู้ว่านางเป็นใคร

       “สวัสดีขอรับคุณหนู มีอะไรให้รับใช้หรือขอรับ” เสี่ยวเอ๋อห์หนุ่มนั้นพูดอย่างนอบน้อม เขากล่าวยิ้มให้กับพระชายาหลินเฟยที่พึ่งเข้าโรงละครมาครั้งแรก..แม้มันจะเป็นของเธอ..เอ่อ..ของสามีเธอก็ตามทีเถอะนะ

       “เราพึ่งมาที่นี้ แนะนำเราทีสิ ว่าเราควรใช้บริการอะไร ณ หอจินหลงซูเซียงแห่งนี้” พระชายาหลินเฟยกล่าว นางยิ้มบางๆ เหมือนกับว่าไม่รู้ว่าหอนี้มีบริการอะไร เพื่อดูปฎิกิริยาของชายตรงหน้า ว่าจะทำอย่างไรกับแขกที่ไม่รู้จักชื่อเสียงของหอจินหลงซูเซียง

        “อ้อ ท่านคงพึ่งเคยเป็นมาสิขอรับ ข้าขอแนะนำ สิ่งที่หอนี้โด่งดังนั้นคือโรงละครหอฮวาหลง ซึ่งอีกไม่กี่ชั่วยามนี้จะมีการแสดงของเหล่าสาวงามขอรับ เป็นเรื่องราวในเรื่อง หานซินแห่งซางหยง ขอรับ คุณหนูอยากจะลองรับชมไหมขอรับ?” ชาวเสี่ยวเอ๋อห์นั้นพูดขึ้น พระชายานั้นพอใจในคำตอบมาก เพราะว่าเธอนั้นอยากให้การบริการเป็นไปได้ด้วยดี..

        เห็นทีท่านพ่อบ้านใหญ่คงจะจัดการอยู่หมัดกันเลยทีเดียว

       “เรากับผู้ติดตามจะเข้าไปดู เตรียมห้องที่ดีที่สุดให้เราด้วย” พระชายาหลินเฟยนั้นกล่าว ก่อนที่จะยิ้มกรุ้มกริ้ม ชายเสี่ยวเอ๋อห์นั้นเริ่มสงสัย หญิงงามในใต้หล่านี้ ควรที่จะเป็นคนใหญ่คนโตเป็นแน่ จากใบหน้าและชุดที่กำลังสวมอยู่ เห็นทีจักต้องถามเสียแล้ว..

        “ไม่ทราบว่าคุณหนูจะกรุณาให้กระผมได้ทราบนามของคุณหนูได้ไหมขอรับ ทางเราจะมีการจดลำดับรายชื่อของผู้ที่เข้าชมว่าพอใจขนาดไหน แต่หากไม่ได้ก็ไม่เป็นไรนะขอรับ” เขาพูด ก่อนที่พระชายาหลินเฟยจะยิ้มกับชาติ ที่ตอนนี้กำลังทำตัวเหมือนกับว่าเขาอยู่ในที่ๆไม่ควรอยู่

       “หลิน เจียวหย่า...เรียกเราพระชายาหลินเฟยก็ได้” พระชายาหลินเฟยพูดยิ้มๆ
       “ขอรับ พระชายา..!!! พระชายา!!!” ชาวเสี่ยวเอ๋อห์มองด้วยความตกใจ อะไรนะ!! พระชายาหลินเฟยที่เป็นชายาของเซียวไต้อ๋องแห่งปาสู่น่ะหรือ!! ดรุนีแรกแย้มนี้น่ะหรือ!! โอ้วไม่นะ!! เขาได้เสียมารยาทไปกับนางหรือนี้ ความจริงนางก็มีศักดิ์ถึงขั้นเป็นเจ้าของโรงละครแห่งนี้เลยก็ว่าได้..

        “ไม่ต้องตกใจไป..เรามาเพียงดูโรงละคร เดี๋ยวต่อจากนี้จะมาบ่อยๆ ไม่ต้องแตกตื่น พาเราไปที่ห้อง แล้วก็ไม่ต้องบอกใครแล้วกัน เราอยากดูการแสดงละครและการร่ายรำของหญิงสาวที่หอนี้ ว่าจะสมกับชื่อของหอจินหลงซูเซียงหรือไม่..”

        หลังจากนั้นไม่นานพระชายาหลินเฟยก็ได้ที่นั่งพิเศษ ที่เป็นห้อง สำหรับดูการแสดง เธอเห็นผู้คนหลายคนนั้นเตรียมที่จะเข้ามาดูโรงละคร เห็นว่าเป็นเรื่องราวที่ได้รับการขับลำนำจากนักกวีราชสำนัก …

"หานซินแห่งซางหยง"

ยินคำเล่าลือหรือสู้พานพบ
วีรบุรุษแดนใต้ผู้นำทัพรบ
ชนเถื่อนคร้ามครั่นในหนึ่งนาม
หากหยามกร้ำกรายได้เป็นศพ
กรีฑาแปดพันชีวีสู่เยว่สุ่ยนครา
ปาสู่ไม่แคล้วกรุ่นไอสงคราม
ทัพสามพันล้อมค่ายรักษา
แค้นนักชนเถื่อนมากเล่ห์กล
ผ่านบึงพิษคิดเพื่อพี่น้องฮั่น
กำราบเตี๋ยนสู้พิทักษ์เขตแดน
แม้น้ำน้อยหาได้หวาดหวั่น
เหลือเพียงหนึ่งก็จะต้านจนสุดตัว
สูญร่วมสี่พันทหารกล้าไม่สิ้นแรง
ท้าประลองขุนพล 'ซือฮุ่ยจง'
ชิงชัยอุบายกลมากแอบแฝง
บั่นคอชนเถื่อนเซ่นมาตุภูมิ
นำชิงชัยนำอิสระสู่ผองชน
ขุนศึกหาญสยบทักษินคืนดินแดน
หาคำใดสรรเสริญเกินคำคน
แกร่งดั่งกล้าด้วยจิตาชาติใจเพชร

        พระชายาหลินเฟยนั้นนั่งดูการแสดงของหญิงสาวบนเวทีโรงละครที่สวยงามตระการตา เห็นว่าแม่ทัพมีชื่อนี้มีใบหน้าคลับคล้ายคลับคลาผู้หญิง จึงสามารถใช้หญิงสาวในการแสดงอย่างสวยงาม ฉากแต่ละฉาก บทประพันธ์ที่รับรู้ได้ว่าผู้แต่งนั้นมีความสามารถมากเพียงใด …

        เธอพึ่งสังเกตุเห็นว่าไม่เพียงชายหรือหญิงเท่านั้น แต่ก็ได้รับความนิยมจากเหล่าครอบครัวที่พาเด็กๆมาดูกันด้วย เพราะเป็นเรื่องราวของขุนศึกผู้สงบทัพเตี๋ยนที่เมืองเยว่สุ่ย 'ขุนสยบทักษิณ' นาม เหวินเหวิน ช่างเป็นชื่อที่เข้ากันเสียเหลือเกิน..

        ดวงตาของพระชายานั้นเอิบอิ่มเต็มไปด้วยความรู้สึกดี...การแสดงอันยอดเยี่ยม สะกดทุกสายตา เสียงบรรเลงไพเราะ คำประพันธ์จากยอดกวีแห่งยุค.. ช่างลงตัวเสียเหลือเกิน ณ โรงละครจินหลงซูเซียง หลังจากการแสดงจบลง พระชายาหลินเฟยนั้นก็ได้ เดินทางเพื่อที่จะกลับไปยังจวนเซียวไต้อ๋อง นางนั้นได้รับการต้อนรับและร่ำราจากเสี่ยวเอ๋อห์คนเดิม

        “เจ้าบริการได้ดีมาก..ข้าหวังให้เจ้าเป็นเช่นนี้ตลอดไปนะ” นางพูด ก่อนที่จะพรายยิ้ม ชายคนนั้นอยู่ๆ ก็เดินมาด้านหน้าแล้วก้มลงคำนับหญิงสาว.. เธอจึงได้แต่เพียงจ้องมองด้วยความตกใจ..อ้าว..เดี๋ยวนะ ทำอะไรเนี้ย!!?

        “กราบขอบพระคุณพระชายาหลินเฟย ที่ช่วยให้เด็กกำพร้าไร้บ้านอย่างข้าได้ทำงานมีอาชีพขอรับ.. ข้าคือเด็กที่ท่านเคยช่วยไว้เมื่อ 5 ปีก่อน อย่างไรก็ตามข้าก็จะตอบแทนบุญคุณของพระชายาหลินเฟยให้ถึงที่สุดขอรับ” เขากล่าวด้วยใจจริง ซึ่งพระชายาหลินเฟยก็ตอบรับเขาด้วยรอยยิ้มอันซึ่งเหมือนนางอัปสรที่กำลังแรกแย้ม คนรอบๆ จึงมองนาง มีหลายคนที่เป็นเด็กที่นางเคยช่วยเอาไว้เมื่อครั้งกาลก่อน

        “....แล้วข้าจะกลับมาอีก...พวกเจ้าทำได้ดีแล้ว”

        พระชายาหลินเฟยนั้นพูดทิ้งท้ายไว้เพียงแค่นี้ แล้วเดินทางจากมา ตอนนี้มีข่าวเกี่ยวกับพระชายาหลินเฟย ว่าใครๆต่างก็บอกว่านางกลับมาแล้ว กลับมาพร้อมกับความสดใสและความงามเฉกเช่นเดิม และความเมตตาที่ไม่มีจุดสิ้นสุด ทำให้ข่าวลือเสียๆหายๆนั้นเริ่มหายไป

        “ปราชญ์แห่งกวีหลิ่งจือ เสิ่นหลิงเฮ่า 'ขุนสยบทักษิณ' นาม เหวินเหวิน...หากเป็นไปได้ก็อยากจะพบสักครั้ง...เจ้าคิดเช่นนั้นไหมชาติ?” พระชายาหลินเฟยกล่าว ก่อนที่ชาตินั้นจะถอนหายใจ..เขารู้ว่าเรื่องที่พึ่งดูนั้นน่าตระการตาขนาดไหน..แต่ก็ทึ่งในความสามารถของบุรุษตามเหวินเหวิน

        “....ดูท่านจะชื่นชมชื่อที่ได้ยินนะขอรับ” ชาติถาม

        “มีน้อยคนที่จะกำจัดเตี๋ยนได้อยู่หมัดจริงไหม..และบทประพันธ์นั้นก็ไพเราะมาก..ข้าอยากให้เขาประพันธ์เรื่องราวของข้าบ้างจัง ให้ต่อไปถึงชนรุ่นหลัง เจ้าคิดว่าเป็นเช่นไร?”

        “....คงมีสักวันที่ได้พบกันขอรับ”


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +15 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +88 ความหิว -23 Point +6 ย่อ เหตุผล
Admin + 15 + 500 + 88 -23 + 6

ดูบันทึกคะแนน

https://xn--12cn8be2ck0h5b.com/source/plugin/levsign/statics/images/e3.jpgดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x60
x15
x22
x36
x20
x10
x775
x500
x13
x104
x2118
x191
x73
x1038
x12
x2
x373
x664
x5
x5
x110
x120
x9999
x15
x82
x260
x624
x85
x395
x3789
x5803
x2700
x1
x1
x1
x48
x98
x6
x192
x143
x78
x4
x835
x2
โพสต์ 2018-7-30 14:15:18 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LinJieoya เมื่อ 2018-7-30 19:00


สาวงามทั้งสี่

        พระชายาหลินเฟยนั้นเดินทางด้วยเกี้ยวอันหรูหราเพื่อที่จะมาลงจอด ณ โรงละครจินหลงซูเซียง นางเลือกที่จะเดินเข้ามาด้านในเลี่ยงผู้คน เธอรู้ว่าปกติแล้วการแสดงนั้นมักจะเริ่มในช่วงเย็น เพราะฉะนั้นแล้วเธอจึงมาในช่วงเช้าเพื่อที่จะดูว่าวันนี้จะมีการแสดงอะไรบ้าง และนางอาจจะอยากจะแสดงกันได้บ้าง เมื่อเดินมาจนถึงห้องด้านในซึ่งเป็นห้องสำหรับฝึกซ้อมการร่ายรำโดยเฉพาะเธอก็ได้เห็นว่ามีหญิงสาวที่อยุ่ที่นั้นอยู่ 2 คน…

        “......อะ..คำนับพระชายาหลินเฟย” หญิงทั้งสองคนนั้นพูดพร้อมกับคำนับเธอ ...นี้ล่ะ ที่ไม่อยากจะใส่ชุดแบบนี้มา

        “มีคนบอกพวกเจ้าหรือ ว่าเราจะมาวันนี้?” เจียวหย่ากล่าวถาม
        “เจ้าค่ะ พอดีว่าข้าเห็นว่ามีเกี้ยวออกมาจากทางจวนเซียวไต้อ๋อง ความจริงข้าได้ข่าวลือมากมายมาบ้างแล้ว..ว่าท่านมาดูการแสดงเมื่อวันวานของพวกเราด้วย” หญิงที่ดูเหมือนจะมีความเป็นผู้ใหญ่นั้นพูดขึ้น เสียงของนางนั้นหวานใส ดูทุ่มแต่กลับน่าฟัง…

        “ต่อไปนี้พวกเจ้าก็จะเห็นเราบ่อยมากยิ่งขึ้น เพราะเราจะมาทำงานที่นี้ เพื่อเป็นนางรำ พวกเจ้าคงไม่ว่าอะไรใช่ไหม?” พระชายาหลินเฟยกล่าว ก่อนที่นางจะเดินไปยังที่นั่งสำหรับคนฝึกซ้อมที่เตรียมไว้  ส่วนเด็กสาวทั้งสองเมื่อรู้ว่าพระชายาหลินเฟยจะมาเป็นนางรำ ก็ถึงขั้นอ้าปากค้างกันเลยทีเดียว

        “จะ..จะดีหรือเจ้าคะ?” เด็กหญิงที่ร่างกายเล็กที่สุดนั้นพูดขึ้น นางไม่ค่อยแน่ใจเท่าไร หากทำให้คนใหญ่คนโตนั้นอารมณ์เสีย นางจะโดนบันคอหรือปล่าว

       “ดีสิ พวกเจ้าไม่ต้องกังวนไปหรอกนะ ว่าข้าจะเป็นคนเข้าหายากอะไร ตอนนี้พวกเจ้าเรียกข้าด้วยชื่อ ยามที่ข้าทำงานดีกว่า เรียกข้า เจียวหย่า นั้นคือชื่อของข้า ...ถึงตาที่พวกเจ้าจะบอกชื่อของเจ้าแล้ว ถ้าจะให้ดี บอกด้วยว่าพวกเจ้านั้นถนัดทำอะไรสำหรับงานที่หอแห่งนี้ด้วยก็ดี” เจียวหย่ากล่าวด้วยเสียงที่ดูเหมือนสบายๆ ก่อนที่จะพรายยิ้มหวานให้กับทั้งสองคน..

        “ไม่ต้องเกร็งถึงเพียงนั้นหรอก เล่ามาเถิด ฮ่ะๆ” เธอพยายามทำให้บรรยากาศนั้นดูน่าเป็นใจในการเตรียมตัวที่จะรู้จักกัน ส่วนเด็กสาวอีกสองคนนั้นก็ได้แต่เกาหัว.. เพราะไม่รู้จะเริ่มอย่างไรดี จนแล้วจนรอด แม่นางฉางเฉียงก็เป็นคนที่เริ่มพูดขึ้นมาก่อน

        “ข้ามีนาม กู่ ฉางเฉียงเจ้าค่ะ หลายคนเรียกข้าว่า เซียนจินฉางเฉียง ข้าร่ายรำได้แต่ส่วนมากหลายคนมักจะบอกว่าวาจาของข้านั้นเข้าหูเพราะเสียงของข้าเองเจ้าค่ะ” เธอแนะนำตัวเป็นคนแรก เพื่อเป็นตัวอย่างให้รุ่นน้องของเธออีกคนเป็นคนตาม

       “เอ่อ..ข้ามีนามว่าชิงเซียนเจ้าค่ะ หลายคนเรียกข้าว่ารอยยิ้มแห่งจินหลงซูเซียง เพราะข้าเป็นคนที่ชอบสร้างรอยยิ้มให้กับทุกคนเจ้าค่ะ ฮ่ะๆ ข้าเล่นดนตรีได้ไพเราะนะเจ้าคะ หากอย่างไรก็ช่วยแนะนำข้าด้วยเจ้าค่ะ พระชายา” นางพูดแล้วยิ้มออกมาอย่างสดใส ความงามของทั้งสองคนเรียกว่าจะไปในทางตรงกันข้ามนั้นก็ว่าได้ อีกคนจะเป็นแบบสาวรุ่น ที่ดูเป็นผู้ใหญ่ รู้จักการวางตัว รู้จักการพูดการจา ส่วนอีกคนจะเป็นสาวน้อยสดใส ที่มอบดวงใจให้กับใครหลายคน เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกที่จะบอกว่าสองคนนี้เป็นตัวชูโรงของหอ…

        สอง?..งั้นหรอ?

        “มีเพียงพวกเจ้าสองคนหรอ?? ข้าจำได้ว่าวันนี้น่าจะมีสามคนที่มาซ้อมนี้จริงไหม?” เจียวหย่ากล่าว นางทำหน้าเหมือนกับว่ามีคนยังไม่มาอีกหรือ?

        “โปรดอภัยให้พี่มี่โยด้วยเถอะเจ้าค่ะ พี่มี่โยเมื่อคืนมีคนเรียกตัวเข้าไป คงยังไม่ค่อยได้นอนเท่าใดนัก” ชิงเซียนนั้นกล่าวขึ้นมาเพื่อแก้ตัวให้กับพี่คนสนิทของตนเอง แม้ว่าพี่เขาเหมือนจะไม่อยากสนิทกับเธอก็ตามที

        “โธ่ว..เราก็ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย อีกอย่าง เรียกข้าแบบธรรมดาก็พอ ไม่ต้องทง ต้องท่าน ต้องมากพิธีรีตรองหรอก เราว่ามันลำบากต่อการที่เราจะทำงานกันต่อไปนะ? จริงไหมชิงเซียน ฉางเฉียง??”

        “เจ้าใจแล้ว งั้นตอนนี้เราคือเพื่อนร่วมงานกันนะเจ้าค่ะ” ฉางเฉียงนั้นพูดแล้วยิ้มอย่างมีเล่ย์นัยต์ แต่ก็ไม่ได้อ่านออกว่านางยิ้มแบบนั้นทำไม… ส่วนพระชายาเองก็ยิ้มเช่นกัน นางพอใจกับคำตอบที่ได้รับ จะว่าไปแล้ว..

        “วันนี้มีการแสดงอะไรหรือ?...มีข้าเพิ่มอีกคน?พวกเจ้าคิดว่าเราควรทำการแสดงอะไร?” พระชายาหลินเฟยสอบถาม นางนั้นเดินไปรอบๆห้อง บ้างก็หยิบพัดสำหรับการแสดงมา … บ้างก็หยิบชายผ้าออกมา..

        “ปกติเถ้าแก่หลี่จะเป็นคนเขียนตารางให้พวกเราฝึกซ้อมน่ะค่ะ” ชิงเซียนพูด นางนั้นเดินไปนั่งกินซาลาเปาไส้มันหวานอย่างอร่อยเลย ส่วนพระชายาที่กำลังคิดอยู่ว่าจะทำการแสดงอะไรดี เมื่อคิดว่ามีอยู่สี่คน...สี่หญิง…. หญิงงาม…

        “หญิงงาม ยอดแผ่นดิน?? คิดว่าไงจ๊ะ?”

        “เอ๊ะ?...มะ..มีแบบนั้นด้วยหรือคะ?พี่เจียวหย่า” ชิงเซียนพูดขึ้น ส่วนพระชายาหลินเฟยนั้น อยู่ๆก็เปลี่ยนท่าทีไป นางค่อยๆ จับผ้าขึ้นมาสีเขียวขึ้นมา ค่อยๆร่ายรำไปด้วยผ้านั้น เหมือนกับว่านางกำลังอยู่ท่ามกลางสระของดอกบัว ….ผ้าผืนบางโดนยกขึ้นแล้ว พริ้วไปมา ...ฉากสีเขียวค่อยๆปรากฏ...อยู่ๆก็รู้สึกว่า หญิงสาวตรงหน้านั้นงามเกินกว่าที่จะบอกได้...คนแล้วคนเล่า… เป็นการบอกถึงหญิงสี่คน..ที่งามแม้กระทั่งเหล่าธรรมชาตินั้น เอียงอายเกินกว่าที่จะสู้โฉมของนาง

        “.....โห….”

        หญิงทั้งสองนั้นจ้องมองพระชายาหลินเฟยด้วยดวงตาที่แปลกประหลาดและอึ่งทึ้ง หญิงตรงหน้าไม่เพียงแต่ใช้ร่างกายและใบหน้า ...หากมองดีๆ ….นางเป็นหญิงที่เล่อโฉมงาม สคราดั่งหลุดออกมาจากเทพนิยาย ร่างอดเอวอรชร … หากผู้ใดเห็น เป็นต้องหลงเสน่ย์นางเป็นแน่แท้.. มิน่าเล่า ที่ว่ากษัตริย์เตี๋ยนลักพาตัวนางไป เพราะเหตุนี้นี่เอง…

        งามรูป งามกลิ่น งามรส งามวาจา งามกริยา...งามทุกการกระทำ….

        “คิดว่าพวกเจ้าจะสามารถทำได้ไหม?” สิ้นการสาธิตให้ดูพระชายาหลินเฟยก็หันไปถามเหล่าหญิงสาวที่กำลังจ้องมองเธออยู่ และดูเหมือนจะสติหลุดไปเสียแล้ว… เอาล่ะสิ..

        “มันคงยากไปสักหน่อยสำหรับชิงเซียน..แต่ว่าหากเป็นพี่ฉางเฉียงจะต้องทำได้แน่เลยค่ะ” ชิงเซียนนั้นพูดขึ้น เพราะนางนั้นเป็นประเภทน่ารัก ไม่ใช่สวยเย้ายวนอะไรแบบนั้น จึงไม่มั่นใจในตนเอง… “ไม่เลย...พวกเจ้าทั้งสองเหมาะมากเลยต่างหาก ที่จะเป็น...เพราะความงามในหญิงนั้นมีกันทุกคน แล้วแต่ว่าเจ้าจะแสดงออกมาแบบไหน...”

        เจียวหย่านั้นเดินไปใกล้ๆกับชิงเซียนก่อนที่จะค่อยๆ จ้องมองร่างกายของนาง… “เจ้ามีรอยยิ้มที่ทำให้ชายใดก็ตามเบิกบาน มัดใจชายหาได้รู้ตัว รูปร่างสัดส่วนที่เกินวัย แก้มสีชมพูสดใส ผิวพรรณเปล่งปลั่งดั่งดอกบัวแรกแย้ม..ให้อารมณ์เหมือนดอกเก๊กฮวยหอมหวานอมเปรี้ยวน่าลิ้มลอง”

        และต่อมานางก็เดินไปยังข้างกายฉางเฉียง.. “ส่วนเจ้าใบหน้าหวานจับตรึงจิต รอยยิ้มแยบยลที่คาดเดาไม่ได้ แต่กลับน่าดึงดูดอย่างประหลาด เสียงที่นุ่มนวน ฟังแล้วเคลิบเคลิ้ม...ผิวหายสวยขาวผ่องเหมือนจันทร์เดือนเพ็ญ ร่างกายนั้นอีกเล่า..สมส่วน อย่างลงตัว..”

        “พวกเจ้าเห็นข้อดีของตนเองหรือยังเล่า?...ตอนนี้คงต้องรอให้..เอ่อ...อีกคนหนึ่งชื่ออะไรนะ?”
        “พี่มี่โยเจ้าค่ะ”

        “อ๊า..มี่โยมาแล้วล่ะ..” เสียงของแม่นางฉางเฉียงนั้นพูดขึ้น เมื่อหญิงสาวนามมี่โยนั้นปรากฏขึ้นมา ด้วยท่าทางองอาจเฉกเช่นนางพญา เหมือนกับว่านางเป็นตัวแม่ของหอนี้.. พระชายาหลินเฟยเมื่อเห็นคนที่น่าจะชื่อมี่โย ก็จำได้ทันที ว่าหญิงคนนี้คือคนที่โดดเด่นในการแสดงก่อนหน้านี่

        “....นี้ใครกัน?” แม่นางมี่โยพูดเสียงเรียบ ดูเหมือนว่านางจะเป็นคนเงียบๆ และแฝงไปด้วยร่อยรอยของอะไรบางอย่าง..กลิ่นของน้ำหอมนั้นยินมาอ่อนๆ เพราะฉะนั้นตอนนี้เธอควรที่จะทำอะไรดีนะ? “เอ่อ..นี้คือ..”

        “เราชื่อเจียวหย่า จะมาเป็นนางรำอีกคนที่หอนี้จากนี้จ๊ะ” พระชายาหลินเฟยกล่าวขึ้นมา นางไม่ได้บอกสถานะที่แท้จริง เพราะว่าตอนนี้เธอก็อยู่ในชุดสำหรับนางรำเขาคงไม่อาจรับรู้ได้ว่าเป็นพระชายา เมื่อมี่โยได้ยินดังนั้น หญิงสาวก็ถึงกับเลิกคิ้ว แล้วพิจารณารูปร่างหน้าตาของหญิงแปลกหน้า ที่อยู่ๆก็จะมาเป็นนางรำภายในหอจินหลงซูเซียง..

        ...สายตาของนางนั้นคมกริบดั่งคมมีด ที่ค่อยๆเฉือนดูร่างกายของแม่นางเจียวหย่า แต่หญิงนามเจียวหย่านั้น กลับมองด้วยสายตาเฉยชา ออกแนวไม่กังวนอะไรเลยด้วยซ้ำ จนในที่สุด มี่โยจึงเดินไปนั่งที่ แล้วเริ่มฝึกซ้อมการละครที่ตนเองต้องแสดงในรอบพิเศษของวันนี้

       “เอ่อ...” ชิงเซียนและฉางเฉียงนั้นมองหน้ากัน เหมือนกับว่า เรื่องนี่ต้องบอกไหม?

        “พี่มี่โย วันนี้เราต้องแสดงการแสดงอีกชุดน่ะเจ้าค่ะ เป็นชุดนี้นะ เดี๋ยวข้าอธิบายให้” ชิงเซียงและฉางเฉียงนั้นเดินไปหาคนพึ่งมา ก่อนที่ทั้งสี่จะเริ่มฝึกการแสดงสำหรับช่วงเย็น สำหรับมี่โยแล้วนางรำคนใหม่ก็ดูเฉยๆ แม้จะเป็นหญิงโฉมสคราแค่ไหน แต่การแสดงก็งั้นๆ… แต่เหมือนยังไม่เอาจริง..

        .
        .
        .

        “คนเยอะจังเลยแฮะวันนี้” เสียงของชิงเซียนนั้นดังขึ้นตอนนี้นางนั้นอยู่ในชุดของหญิงงามชุดสีเขียวอ่อน ที่เหมือนดั่งดอกไม้อันแสนสดใส ส่วนฉางเฉียงอยู่ในชุดนางรำหางนกยูงสีม่วงคราม….การแสดงนั้นเริ่มต้นขึ้น จากแม่นางชิงเซียนที่อยู่ริมลำน้ำ ร่ายรำไปตามสายน้ำ และดอกบัว ความงามอันอ่อนเยาว์ของเด็กสาวทำให้ใครหลายคนนั้น จำต้องสะดุ้ง… พวกเขาจ้องกันเป็นตาเดียว การเคลื่อนไหวที่อ่อนช้อย และเต็มไปด้วยความสดใสนั้นอมเปรี้ยวหวาน


       และฉากหลังจากที่เคยเป็นดอกบัวพลันก็กลายเป็นพระจันทร์เดือนแรม พร้อมกับหญิงงามนาม ฉางเฉียงปรากฏร่าง รอยยิ้มคมคาย มือทั้งสองข้างถือรามผ้าแพงเหมือนหางนกยูง ค่อยๆล่องลอยไปตามสายลมที่พัดปริ้วไหว

       เหล่าผู้ชมที่ได้เห็น ก็บอกเป็นเสียงเดียวกัน ว่างดงามเกินจะเอ่ยยิ่ง….

       ต่อไปคือร่างของหญิงผู้ใส่ชุดสีเหลืองทอง คนนี้ช่างน่าแปลกตา … เพราะเป็นนางรำที่ไม่เคยเห็นมาก่อน รูปทรงองค์เอวงดงาม พร้อมกับจริยวัติรย์ รอยยิ้มคมคาย ร่ายรำดั่งดอกเบจมาศที่กำลังพลิบาน นางใช้พัดเป็นอุปกรณ์เสริม

ไม่สูงต่ำดำขาวพีผอม                  พริ้งพร้อมสรรพางค์ดังนางหงส์
อรชรอ้อนแอ้นเอวองค์                                    วงพักตร์โฉมยงดังวงเดือน
พิศพี่ก็ไม่มีเสมอสอง                                      พิศน้องก็ไม่มีเสมอเหมือน
ขนงเนตรเกศแก้มแย้มเยื้อน                      เหมือนจะเตือนให้ต้องตาชาย
พระกรรณเทียบเปรียบกลีบบุษบง              นาสิกทรงวงขอวิเชียรฉาย
ดำเนินเดินทอดระทวยกาย                         กรกรายคล้ายงวงเอราวัณ


       ไหลลื่นไปตามเสียงของดนตรีที่บรรเลงพร้อมกับรอยยิ้ม ดวงตาสีม่วงนั้นสะกดสายตาของผู้คนได้อย่างอยู่หมัดและหนึ่งในผู้คนนั้นก็คือพระสวามีของนางด้วย.. ความรู้สึกสูงส่งและนางพญาที่ดำรงค์ไว้ซึ่งนะแสงสีทองอำไพ ...ทำให้หญิงตรงหน้า เฉกเช่นหญิงงามในวัง อันต้องห้ามแตะต้องเด็ดขาด…. สิ้นสุดการรำพัด ก็เป็นการร่ายรำ ของหญิงสาวในชุดแดง นั้นคือแม่นางมี่โยนั้นเอง… นางเป็นหญิงในชุดแดง ที่ออกมาแสดงท่าทางแห่งความอ่อนช้อย แต่กลับแข็งแกร่ง..

       ไม่อ่อนแอ แต่ก็ไม่ได้แข็งกระด่าง …. หญิงทั้งสี่มารวมตัวกันกลางเวทีสุดท้าย พร้อมกับร่ายรำ เวียงวนอย่างงดงาม เฉกเช่นนางธิดาแห่งสี่ฤดู...

       .
       .
       .

       และแล้วการแสดงก็จบลง พร้อมกับความตกตะลึงในความงามของนางทั้งสี่ที่เห็นมา.. ทำให้วันนั้นหลายคนที่เป็นถึงขุนนางหรือเศรษฐีต่างถามเป็นเสียงเดียวกับ ว่าแม่นางผู้งามเลิศ นัยต์ตาสีม่วงดอกพวงครามนั้นเป็นใคร… ถึงขั้นขอซื้อตัวข้ามวันข้ามคืนกันเลยทีเดียว

       แต่ทว่าเสี่ยวเอ๋อห์ก็เพียงตอบได้แค่ว่า นางนั้นเป็นเพียงนางรำ ขายศิลปะการแสดงหาได้ขายเรือนร่างกายไม่

@STAFF_โรลทำงาน @Admin


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +600 เงินตำลึง +15000 ความหิว -18 Point +6 ย่อ เหตุผล
Admin + 600 + 15000 -18 + 6

ดูบันทึกคะแนน

https://xn--12cn8be2ck0h5b.com/source/plugin/levsign/statics/images/e3.jpgดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x60
x15
x22
x36
x20
x10
x775
x500
x13
x104
x2118
x191
x73
x1038
x12
x2
x373
x664
x5
x5
x110
x120
x9999
x15
x82
x260
x624
x85
x395
x3789
x5803
x2700
x1
x1
x1
x48
x98
x6
x192
x143
x78
x4
x835
x2
โพสต์ 2018-7-31 19:27:54 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LinJieoya เมื่อ 2018-7-31 19:31


เจ้าคงอยากมีเรื่องกับข้าใช่ไหม?

        แม่นางเจียวหย่านั้นเป็นนางรำเพียงคนเดียวของหอจินหลงซูเซียงที่เข้าออกหอบ่อย นั้นเป็นเพราะว่านางก็ต้องไปที่จวนเซียวไต้อ๋อง แต่เรื่องนี้เป็นความลับนะ สำหรับคนที่ไม่รู้อาจจะไม่พอใจนางเสียด้วยซ้ำไป นั้นเพราะว่าเหมือนนางจะได้สิทธิ์พิเศษ ...เพราะฉะนั้นวันนี้ คนที่นั่งหน้างออยู่ในห้องฝึกก็คือแม่นางมี่โย

        เนื่องจากว่าเมื่อคืนนั้น เหล่าสาวหอโคม ที่ขายเรือนร่างต่างโดนเรียกตัวกันไป และเธอเองก็เป็นถึงหญิงระดับสูง แต่ทว่าเมื่อเรียกตัวไปก็ได้ยินแต่คำถามที่ว่า นางรำคนใหม่นั้นเป็นใคร มาจากไหน นามอะไรทั่งสิ้น เหมือนว่าเหล่านางรำจะคล้ายๆเหมือนกันหมด

        แต่เหมือนกับว่าหลายคนนั้นพยายามที่จะปกปิดอะไรบางอย่างกับเธอ..

        บางครั้งหญิงคนนี้ อาจจะต้องมีเรื่องกับนางเสียหน่อยแล้ว..

        “พี่มี่โยเป็นอะไรหรือ? ท่านนั่งหน้าหงิกมาตั้งแต่เดินเข้าห้องซ้อมแล้วนะ” หญิงสาวหน้าจิ้มลิ้มนามชูเซียงนั้นถามขึ้น นางเดินไปหาพี่ที่สนิทด้วย ด้วยความเป็นห่วงถึงแม้ว่าพอจะรู้อาการว่าเกิดอะไรขึ้นก็ตามที

        “.....ปล่าว ข้าแค่สงสัยว่าเจียวหย่าเป็นใคร” นางพูดเสียงเรียบ แต่ทว่าคิ้วนั้นกลับผูกกันจนจะเป็นปมอยู่แล้ว เมื่อชูเซียงได้ยินคำถามก็ได้แต่หัวเราะแห้งๆ เนื่องจากว่านางเองก็คงจะไม่บอกความจริงเพราะโดนกำชับมาแล้ว

        “เหตุใดเจ้าถึงสนใจนางเล่า? ปกติเจ้าไม่ค่อยสนใจใครที่ไม่จำเป็นต่อชีวิตเจ้านี้มี่โย” ฉางเฉียงพูดขึ้นมายิ้มๆ เนื่องจากว่านางนั้นรับรู้ได้ถึงอะไรบางอย่างว่าคงจะมีเรื่องปากเสียงขึ้นเป็นแน่หากมิทำให้มี่โยนั้นอารมณ์เย็นกว่านี้

       “...พวกเจ้าจะบอกว่าไม่สนใจนางหรือไง นางโผล่มาก็ขึ้นมาเป็นนางรำทั้งๆที่แทบจะไม่เห็นฝีมือการรำจริงๆเลย มาถึงก็เข้ามาเทียบเคียงเรา ทั้งอยู่ๆ ก็หายไปในช่วงงานเสร็จ ไม่มีการเรียกตัว หรือเล่นดนตรีต่อเหมือนนางรำฝึกหัดคนอื่นๆ...ถ้าแบบนั้นข้าก็ควรที่จะได้บ้างสิ..เหมือนว่าลูกค้าของข้าจะสนใจตัวนางไม่น้อยเลย...หากข้าได้ข้อมูลนางสักนิด ก็คงโดนเรียกตัวพิเศษ..เข้าใจหรือยัง?” มี่โยพูดด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์แต่นางก็ยังคงมีใบหน้าที่เรียบนิ่ง … ตอนนี้คำถามมากมายเกิดขึ้นในหัว พร้อมกับดวงตาที่เหลือบไปเห็นตัวต้นเรื่องนั้นเดินเข้ามาภายในห้องฝึกซ้อม ส่วนด้านหลัง เหมือนจะเห็นแวบๆว่ามีชายคนหนึ่งที่เดินตามมาด้วย แต่กลับหยุดลงหน้าประตู

        “สวัสดีพวกท่านทั้งสาม รอบนี้พวกท่านมากันเร็วจริงๆ” เจียวหย่าพูดทักทายยามสายด้วยรอยยิ้ม ส่วนชูเซียงและฉางเฉียงก็เช่นกัน

        “พอดีว่าเมื่อคืนโดนเรียกตัว แต่ว่าได้กลับออกมาเร็วน่ะเจ้า--..ก็เลยมีเวลาพักผ่อน เตรียมตัวกันมากขึ้น” ชูเซียงตอบ วันนี้นางดูสดใสทั้งยังเหมือนได้หลับนอนเต็มอิ่ม แต่ทว่าเมื่อมองไปใกล้ๆก็เห็นกับมี่โยที่จ้องเธอตาเขียวปั๊ดเหมือนกับว่าไปโกรธอะไรกันมาสักร้อยสองร้อยชาติเช่นนั้นกัน..

        แต่ทว่าพระชายาหลินเฟยของเรานั้นก็ได้แต่ยิ้มให้นาง ก่อนที่จะเดินไปเพื่อฝึกซ้อมท่ารำเห็นว่าวันนี้จะมีการแสดงที่จะแยกเป็นบท ฉางเฉียงจะร้องเพลง ส่วนชูเซียงจะเล่นดนตรี เหลืออีกสองนั้นคือเจียวหย่าและมี่โยวจะต้องร่ายรำ … นั้นล่ะที่เป็นปัญหา เพราะตอนนี้มี่โยนั้นดูจ้องจะจับผิดเธอทุกระเบียบนิ้ว ตั้งแต่การรำ รวมถึงท่าทาง …

        เนื่องจากนางนั้นถือตัวว่าตนเองนั้นเป็นรุ่นพี่และเป็นเหมือนผู้อาวุโสของหอ โดยที่ไม่ได้รู้เลยว่าหญิงสาวด้านหน้าของตนเองนั้นอายุมากกว่านางเสียอีก แถมยังเป็นคุณแม่ลูกเจ็ด ที่อายุ 20 ปี ที่ไม่ดูยี่สิบเลยสักนิด…. อ๊า...บอกว่าอายุเพียงเท่าชูเซียงก็ยังเชื่อเพราะผิวพรรณผุดผ่อง เนียนเต่งตึงเสียขนาดนั้น

        ทั้งสี่นั้นซ้อมการแสดงไปเรื่อยๆ ในขณะที่ชาติและนายทหารที่ตามมาได้แต่นั่งเฝ้า ดูเหมือนว่านายทหารทั่งห้านั้นจะได้อาหารตาเป็นเหล่าหญิงสาวทั้งหลายที่ทำงานอยู่ในหอจินหลงซูเซียง แต่ทว่าชาติกลับนั่งหาว เหมือนกับว่าเป็นเพียงแค่หญิงสาวธรรมดาทั่วไป เพราะเขานั้นไม่ได้รู้สึกอะไรด้วยอยู่แล้ว คนในใจของเขาก็ยังคงมีเพียงหนึ่งเดียว..

        ...แม้นางจะอาจไม่มีชีวิตอยู่แล้วก็ตามที…

        เวลาผ่านไปได้สักชั่วยามหนึ่ง เสียงของแม่นางมี่โยก็ดังขึ้นมาในช่วงที่กำลังพักจากการซ้อมรำกันอยู่ ทำเอาพระชายาหลินเฟยต้องหันไปหาเสียไม่ได้..

        “เจียวหย่า..” เสียงของแม่นางมี่โยนั้นเรียกพระชายาหลินเฟยที่กำลังดื่มชาดอกเหมยกุ้ยที่หอมกรุ่นอยู่
        “หืม??”
        “.......” แม่นางมี่โยเงียบไปสักพักก่อนที่จะจ้องไปที่ใบหน้าของเจียวหย่า ก่อนที่จะพิจารณาใบหน้าของนาง  ใบหน้ารูปไข่ ดวงตาเรียวรีนัยย์ตากลมโตหางตาชี้ขึ้น ริมฝีปากสีชมพูอ่อนอมส้ม ปีกจมูกเล็กเป็นสัน มุมปากโค้งขึ้นเหมือนคนอารมณ์ดีตลอดเวลา...แต่กลับเงียบสงบนิ่ง..

        มี่โยนั้นจ้องนางก่อนที่จะละสายตาไป… ใบหน้าคลับคล้ายคลับคลาเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน แต่นางนั้นก็จำไม่ได้ … การกระทำของมี่โยนั้นทำให้พระชายาหลินเฟยและหญิงสาวอีกสองคนที่อยู่ในห้องมองตามกัน?...

       ‘ประจำเดือนมาไม่ปกติหรือไรนิ?..’ นั้นคือความคิดของพระชายาหลินเฟยล่ะ

        แต่ทว่าสำหรับชีเซียงและฉางเฉียงแล้วนางกลับรู้สึกว่ามี่โยจะทุ่มตัวเองอยู่เหมือนกัน ถึงขั้นไปนั่งจ้องหน้าเลยทีเดียว หากมานั่งรู้ทีหลังว่านั้นคือพระชายาหลินเฟยแล้วจะเป็นอย่างไรกันนะ? ..มันช่างน่าตามดูเสียเหลือเกิน..

        มันก็เป็นวันวันหนึ่งของพระชายาหลินเฟยที่จะต้องเจอความงงเข้าครอบงำ ว่าหญิงสาวนามมี่โยต้องการอะไร

        .
        .
        .

        เวลานั้นหมุนผ่านไปโดยไม่หวนกลับ ขณะนี้โรงละครจินหลงซูเซียงนั้นกำลังจะเปิดให้การแสดงละครเพลงอันหวานหอมขึ้นมาอีกครั้ง….ร่างของเด็กสาวในชุดสีฟ้านั้นปรากฏกายขึ้นมาในมือถือผีผาฉินอยู่ นางนั่งลงที่เก้าอี้พร้อมกับเริ่มบรรเลงเพลงขึ้นมา… เสียงหวานระรื่นหูดังขึ้นมาหลังบรรเลงเพลงท่อนนำไปแล้ว

        ปรากฏร่างของหญิงสาวในชุดสีขาวครีมนั้นคือแม่นางฉางเฉียงที่ขับบทลำนำพร้อมกับการบรรเลงผีผาฉิงของชูเซียง … เมื่อบทเพลงและเสียงบรรเลงดนตรีพร้อมดีแล้ว ร่างของหญิงสาวในชุดแดงก็โผล่ขึ้นมาท่ามกลางเสียงบทเพลง… นางนั้นคือมี่โย นั้นเอง… การร่ายรำของมี่โยนั้นเข้ากับบทบรรเลงเป็นอย่างดี…

        ความเศร้าที่กำลังกัดกินใจของผู้รับชมนั้นช่างซาบซึ้ง..ก่อนที่เสียงของดนตรีที่ไพเราะจับใจจะดังขึ้น นั้นคือร่างของแม่นางเจียวหย่าที่บรรเลงเอ้อร์หูคันงาม เสียงของมันสามารถแสดงถึงอารมณ์และความรู้สึกแห่งความเศร้าและความเดียวดายได้อย่างดีเยี่ยม ความรักที่เป็นดั่งบทบรรเลงเพลงนั้นยากแก่การหยั่งถึง...เหลือเกิน

        ใบหน้าของพระชายาหลินเฟยยามบรรเลงเพลงนั้นช่างเข้าถึงอารมณ์ ใบหน้างามนั้นเศร้าโศกพลานให้ผู้ชมรู้สึกเศร้าไปด้วยกัน จวบจนเมื่อท่อนเพลงถึงท่อนกลาง เสียงของดนตรีนั้นก็เริ่มคีย์เร็วขึ้นทุกขนับจิต … ร่างของชายหนุ่มนั้นปรากฏขึ้นบนเวที.. มี่โยที่ค่อยๆ ร่ายรำโหยหาความรักนั้น เคียงคู่กับชายหนุ่มสตันแมน แค่กๆ….ชายหนุ่มนักแสดงอีกคน..

        ความรักของทั้งกำลังถึงจุดถึงเวลาที่ใกล้เข้ามาแล้ว ที่ทั้งสองจะได้อยู่ด้วยกันอีกครั้ง แม้ว่าจะเป็นเวลาเพียงชั่วพริบตาก็ตามที

ปลดปล่อยข้าจากการรอคอยตามอสงไข
ดวงดาวล่วงหล่นกลางท้องนภาไร้แสง สายลมพัดผ่าน
ในที่สุดข้าก็ได้กอดเจ้าไว้ในอ้อมแขน
ให้สองหัวใจเราเคียงคู่ไปเคียงกัน
โปรดเชื่อข้าว่าหัวใจของข้าจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง
แม้รอคอยเป็นเวลาพันปี ข้าสัญญา
แม้ลมจะเหน็บหนาว และขมขื่นเท่าใดข้าก็จะ ไม่ยอมให้เจ้าจากไป
ความรักที่เราสองมีในจิตใจเป็นเพียงตำนานรักที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง

        เมื่อการแสดงจบลง เหล่านักแสดงทั้งหลายก็ได้เวลาพัก ส่วนผู้เข้าชม ก็ต่างพูดกันอย่างออกรสว่าช่างเป็นการแสดงที่ตราตรึงและจับใจยิ่งนัก เรื่องราวความรัก ยังคงเป็นสิ่งที่ใครหลายคนใฝ่หาอยู่ แล้วถ้ากล่าวถึงพระชายาหลินเฟยของเรา หลังเสร็จงาน นางก็รีบเดินไปเปลี่ยนชุดแล้วกลับจวนกับพวกทหารนอกเครื่องแบบทันที…

        “จะรีบไปไหนเล่า??เจียวหย่า? เจ้าไม่มีบริการแขกเหรื่อหรือ? หรือเจ้าไม่โดนเรียกตัว ข้าว่านั้นเป็นไปไม่ได้นะ” แต่ทว่าคนที่มาปรากฏตัวต่อหน้าเธอนั้นคือแม่นางมี่โย ที่จ้องจะจับผิด ว่านางอาจจะเป็นคนร้ายที่จะมาทำลายโรงละครจินหลงซูเซียงก็เป็นได้

        “แล้วนั้นอะไร พวกคนงานหรือ?” นางพูดขึ้นอีกแล้วหันไปทางทหารนอกเครื่องแบบและชาติที่อยู่ด้านหน้าและหลังพระชายาหลินเฟย ส่วนเจ้าตัวที่โดนกักตัวไว้นั้นก็ขมวดคิ้ว..อ้อ..ลืมไปว่าไม่ได้บอกว่าเธอเป็นใคร เอาไงดีนะ? บอกไปเลยดีไหม ??

        เหล่าทหารนอกเครื่องแบบนั้นเมื่อเห็นหญิงงามตรงหน้าก็สะดุ้งเล็กน้อย แต่นางดันเสียมารยาทกับพระชายาของเซียวไต้อ๋อง เขาจึงกำลังที่จะเอ่ยปากบอก ว่านางนั้นทำอะไรมิดูที่สูงต่ำ แต่ทว่าชาติก็ได้ขึ้นขัดก่อน

        “นางโดนนายของพวกข้าเรียกตัวพิเศษ...ถอยไป” เสียงเข้มของชาตินั้นพูดขึ้น ชายหนุ่มที่มีสำเนียงฮั่นแปลกๆ นั้นทำให้มี่โยแปลกใจไม่น้อย เหมือนกับว่าเป็นชาวนอกด่าน...สำเนียงเหมือนชาวแดนใต้เสียไม่มีผิด.. แต่ว่า.

        “..พวกเรามีกฏว่าใช้บริการหอโคมเขียวอยู่ภายในเท่านั้น ไม่สามารถพาออกนอกหอได้ นายท่านเป็นใครมาจากไหนไม่รู้หรอกนะ แต่พวกท่านก็น่าจะรู้ดี ว่าใครเป็นเจ้าของที่นี้ ที่ข้ากล่าวเพราะอยากจะตักเตือนด้วยความหวังดี….” มี่โยพูดความจริงตามนั้น แต่ทว่าเหล่าทหารและหญิงที่กำลังโดนพาตัว ก็ได้แต่คิดในใจเป็นเสียงเดียวกันว่า..

        ‘ก็เจ้าของนั้นล่ะ!! เรียกตัว!!’

        “แม่นางมี่โย ได้โปรดปล่อยเถอะ เห็นผู้ดูแลบอกว่าเป็นบุคคลระดับสูง ข้าติดว่าท่านควรไปพักผ่อนได้แล้ว..เสี่ยวเอ๋อห์พานางกลับไปที่ห้องพักที่ตอนนี้เลย..ดูเหมือนว่านางจะต้องเตรียมตัวทำงานต่อไปแล้วล่ะ..” เจียวหย่ากล่าว ก่อนที่จะเรียกเสี่ยวเอ๋อห์ที่เดินทางผ่านมา ซึ่งให้บังเอิญว่าเสี่ยวเอ๋อห์ผู้นั้น คือคนแรกที่ทักพระชายาในวันแรกที่มานั้นเอง..

        “อะ..เอ่อ..ขอ..ขอรับ!!” เขากล่าว ก่อนที่จะขออนุญาตพาแม่นางมี่โยไป ทั้งๆที่นางก็ขัดขืนเหมือนกับว่า เจ้าจะทำอะไร ปล่อยข้านะ แบบ(นางเอกละคร--ไท--แค่ก#ผิด) แต่เหมือนว่าก็จบลงไปด้วยดี… พระชายาหลินเฟยจึงสามารถเดินทางกลับจวนได้.. พรุ่งนี้มาแบบพระชายาเลยดีไหมนะ..สงสารแม่นางมี่โยเหลือเกิน…

        .
        .
        .

       “ข้าว่าพระชายาควรแสดงตัว” ชาติพูดในระหว่างการเดินทางกลับจวน
       “ข้าว่านางสวยดี” นายทหารหนึ่งพูด
       “ข้าว่านางเอาแต่ใจ” นายทหารสองพูด
       “ข้าว่าชาติพูดถูก” นายทหารสามพูด
        “ข้าว่านางสวยด้วย” นายทหารสี่พูด
        “ข้าว่าข้าหิวข้าว” นายทหารคนสุดท้ายพูด ก่อนที่เสียงท้องร้องจะดังขึ้น…. จนเพื่อนทั้งห้าหันมามองเป็นตาเดียว.. มันใช่เรื่องจะมาพูดตอนนี้ไหมเนี้ย!!! ส่วนพระชายาหลินเฟยที่อยู่ใกล้ก็ได้แต่ทำหน้าเหมือนกับว่า ก็แล้วทำไมไม่กินข้าว!!! รอทั้งวันเพื่ออัลไล!!!

@Admin @STAFF_โรลทำงาน




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +600 เงินตำลึง +15000 ความหิว -24 Point +6 ย่อ เหตุผล
Admin + 600 + 15000 -24 + 6

ดูบันทึกคะแนน

https://xn--12cn8be2ck0h5b.com/source/plugin/levsign/statics/images/e3.jpgดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x60
x15
x22
x36
x20
x10
x775
x500
x13
x104
x2118
x191
x73
x1038
x12
x2
x373
x664
x5
x5
x110
x120
x9999
x15
x82
x260
x624
x85
x395
x3789
x5803
x2700
x1
x1
x1
x48
x98
x6
x192
x143
x78
x4
x835
x2
โพสต์ 2018-8-1 22:06:04 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LinJieoya เมื่อ 2018-8-1 23:09


...เรียกตัวพิเศษ…

        ใบหน้าของหญิงสาวผู้ได้ชื่อว่าเป็นพระชายาเซียวไต้อ๋องแห่งปาสู่ นั้นกำลังนั่งทำหน้าเครียดอยู่ในห้องซ้อมรำของหอจินหลงซูเซียง วันนี้เธอนั้นไม่จำเป็นต้องร่ายรำ หรือทำอะไร แต่กลับต้องมานั่งจุมปุ๊ก เพราะกำลังคิดอยู่ว่าจะตอบรับคำชวนของเหล่าคนที่คิดจะจองตัวเธอหรือไม่…

        เห็นได้ชัดว่ามีชายมากหน้าหลายตาที่ถามถึงเธอ สาวนางรำคนใหม่ พวกเขาอยากจะยลโฉมของเธอเสียหน่อย รวมถึงหากเป็นไปได้...เรือนร่างของนางที่อยู่ภายใต้เสื้อผ้านั้นก็น่าสนใจไม่น้อย นั้นคือสิ่งที่เธอได้ยินมาจากชูเซียง แม่สาวน้อย รอยยิ้มน่ารัก ที่ตอนนี้กำลังเดินไปเดินมา เพราะต้องเตรียมชุดสำหรับการแสดงพิเศษ..

       “ท่านหน้าเครียดเชียวพี่เจียวหย่า” ชูเซียงพูดขึ้น ก่อนที่่พระชายาหลินเฟยจะยิ้มแห้งๆ
        “ก็นะจ้ะ...ข้าไม่รู้ว่าควรไปบริการแขกคนไหนดี? ...อีกอย่าง เรียกเป็นการส่วนตัว พี่ว่ามันจะไม่ดีเท่าที่ควรนัก...ถึงแม้ว่าพี่จะปิดสสถานะตัวเอง แต่อย่างน้อย..พี่ก็ซื่อตรงต่อ..เอ่อ..คนที่เจ้าก็รู้ว่าใคร” เจียวหย่าอธิบาย เธอยังรู้สึกโล่งใจ ที่ตอนนี้มี่โยนั้นกำลังโดนเรียกตัว ไปเพื่อที่จะบริการเหล่าแขกที่มาเยี่ยมชม ทานอาหาร ดื่มสุราและต้องการสาวงามให้ไปเสริฟเหล้าเชียร์ของกินให้ชื่นใจ..

        ไม่อย่างงั้นนางคงอึดอัดแย่ เพราะมี่โยคงรุกนางหนัก หากนาางยังไม่รู้ว่าเจียวหย่านั้นแท้จริงเป็นใคร ส่วนฉางเฉียง รายนั้นเห็นว่ามีขุนนางจากต่างเมืองเข้ามาพบเพื่ออยากจะสนทนาและเล่นหมากกระดานเสียหน่อย.. เห็นว่านางเก่งกาจอย่างมาก

        “อืม….น่าเสียดายเลยนะเจ้าคะ มีลูกค้าตั้งหลายคนถามถึงท่านมาตั้งเยอะแนะ...พวกผู้ชายนี้มักจะยอมทุ่มตัวเพื่อหญิงงามเลยน่า..ข้าเคยได้ยินว่า ห้าสิ่งมหัศจรรย์ของชายแล้วนอกจากพวกเงินทอง อะไรงี้ ก็คือการได้ลิ้มลองหญิงงามล่ะเจ้าค่ะ ...แต่ข้าลืมแล้วว่าใครเป็นคนพูด” ชูเซียงพูดพลางเอียงคอขึ้นมาอย่างน่ารัก ดูเหมือนว่าวันนี้เธอจะไม่ต้องทำงานอะไรแล้ว คงต้องกลับแล้วล่ะมั้ง?

        “แอ๊ดดด...”

        หลังจากที่คิดได้แบบนั้น จู่ๆ ประตูของห้องซ้อมใหญ่ก็เปิดขึ้น ปรากฏร่างของชาติที่อยู่ในชุดชาวฮั่นที่ดูดีทีเดียว.. ก่อนที่จะพูด..

        “ทะ...เอ่อ.. หลิน เจียวหย่า.. มีคนเรียกตัวพิเศษที่ห้องพิเศษชั้นบนสุดของหอฮวาหลง ขอให้ทะ..ขอให้เจ้าเตรียมตัวด้วย” ชาติเข้ามาพูดบอกพระชายาหลินเฟย เมื่อได้ยินดังนั้นพระชายาก็ขมวดคิ้ว ...ห้องบนสุดของหอฮวาหลง เป็นสำหรับของสาวหอโคมเขียว และเป็นห้องใหญ่พิเศษสำหรับพวกขุนนางใหญ่หรือพวกมีเงินไว้จองเล่น…

        คนใดเรียกเธอไปเล่านี้..แต่ชาติกลับเป็นคนมาบอกเอง..

        “เอ๊ะ?! เดี๋ยวนะ พี่เจียวหย่าจะไปจริงหรือคะ?” ชูเซียงถามงงๆ เพราะเธอจำได้ว่าชายคนนั้นเป็นคนสนิทของพระชายาหลินเฟย ซึ่งก็คือแม่นางเจียวหย่านั้นล่ะ ชายคนที่กล้าเรียกนางไป แถมยังให้ชาติมาบอกได้ คงไม่อาจธรรมดา..

        “ตอนนี้รับจ๊อบ(--?)เป็นคนส่งข่าวของหอจินหลงแล้วหรือชาติ?” เจียวหย่าถาม ใบหน้าของนางแสดงอาการหน่ายๆ..

       “นายของข้าบอกว่าจะรอเจ้าอยู่ที่นั้น ให้เจ้าเตรียมชุดการแสดง นกยูงรำแพงทองให้เขาชม..” สิ้นเสียงของชาติจบ พระชายาหลินเฟยก็หัวเราะออกมาหน้าแดงๆ ...เอาละสิ นางรู้แล้วว่าใครกันที่เรียกตัวนางพิเศษไป แต่ทว่าสำหรับชูเซียงที่งงเป็นไก่ตาแตกก็ได้แต่งงไปเท่านั้นเอง.. และแล้ว เจียวหย่าก็แต่งกาย สำหรับการแสดงเสร็จเรียบร้อย และเดินทางไปยังห้องนั้น โดยมีชาติและนายทหารอีกสองสามนายติดตามไปด้วย…

        ห้องขนาดใหญ่นั้นไม่รู้ว่าจะเตรียมมาให้ใคร แต่เมื่อเธอเดินเข้าไปก็ต้องพบกับคนที่เธอรู้ว่าเป็นใครอยู่แล้ว อยู่ตรงกลางห้อง โดยที่รอบๆมีอาหารและเครื่องดื่มต่างๆวางอยู่ ข้างๆ นั้นมีหญิงสาวอยู่สามคนที่อยู่ด้านหลังม่านไม้ไผ่ทอละเอียด ที่เหมือนจะเป็นคนที่บรรเลงเพลง..เพื่อให้สาวนางรำผู้นี้ได้มีโอกาศแสดงฝีมือ ต่อหน้าเซียวไต้อ๋องแห่งปาสู่

        บทเพลงนั้นค่อยๆบรรเลงขึ้นมาพร้อมกันกับร่างของพระชายาหลินเฟยที่อยู่ในชุดนางรำนกยูงทองอย่างงดงาม ใบหน้าของนางนั้นยังคงงดงามเหมือนวันวานเช่นเดิม ดวงตาสีม่วงดอกพวงครามนั้นสบตากับดวงตานัยต์ดำสนิทของเซียวไต้อ๋อง เหมือนกับว่าตอนนี้ทั้งสองนั้นมีเพียงสองเรา และเหมือนกับย้อนวันวาน

        ที่แม่นางเจียวหย่า ยังเป็นเพียงนางรำน้อย ที่งามโอดองค์ และครองใจเซียวไต้อ๋องได้ตลอดเวลา เพราะนางคือคนที่ทำให้เขาเปลี่ยนแปลงตนเอง..

        แม่นางนกยูงน้อย นั้นค่อยๆร่ายรำ ด้วยท่าทีที่สนุกสนาน ริมฝีปากนั้นเผยอขึ้นเหมือนกับเด็กสาว ร่างกายเอียงอ้อนไปมาพร้อมกับเสียงเพลง คราก่อนนั้นนางสดใส งดงาม ตอนนี้นางยิ่งมีเสน่ย์ น่าทะนุถนอม...เย้ายวนและรัดรึงใจของเขายิ่งนัก ...เมื่อใกล้จบ จากที่หญิงสาวอยู่สุดปลายห้อง ตอนนี้มาอยู่ตรงหน้าของเซียวไต้อ๋อง…

        ก่อนที่นางนั้นจะก้มหัวคำนับท่านอ๋อง

       “เจ้ายังคงร่ายรำได้สวยงามเฉกเช่นเดิมนะ เจียวหย่า” ไต้อ๋องหลิวฉุนนั้นพูด เขารู้อยู่แล้วเพราะนางก็รำชุดนี้ให้กับเขายามเมื่อเจอกันคราแรก
        “คำนับท่านอ๋องหลิวฉุน ฮ่ะๆ...” เจียวหย่ากล่าวและหัวเราะอย่างเอียงอาย ส่วนไต้อ๋องก็ตบที่นั่งข้างๆของตนเอง เพื่อให้ชายาของเขานั้นมานั่งข้างๆ พระชายาหลินเฟยจึงเดินไปข้างๆ แล้วหยิบจอกแก้วเหล้าชั้นดีขึ้นมาเทให้ไต้อ๋องหลิวฉุนดื่ม..

       “วันนี้ทำงานเป็นไงบ้าง? ข้าเป็นห่วงจึงแวะมาหา” เซียวไต้อ๋องถาม
        “ก็ดีเจ้าค่ะ แต่ข้าก็ไม่ได้ทำอะไรมากมายนัก แค่ซ้อมเหล่านางรำ แล้วก็โดนท่านเรียกตัวนี้ล่ะเจ้าค่ะ ท่านไม่บอกคนอื่นหรือ ..ว่าข้าเป็นใครเจ้าคะ?” เจียวหย่าเล่าและถามต่อ

        “หืม?..ไม่นี่..ตอนนี้ข้าก็..กำลังอยู่กับ นางรำนามเจียวหย่า แห่งหอจินหลงซูเซียง...จริงไหมแต่ข้าก็...จองตัวเจ้ามาแล้วนี้นะ” ไต้อ๋องกล่าว เขานั้นขยับมาโอบกอดพระชายาหลินเฟย แล้วจูบเบาๆที่ข้างแก้ม ซึ่งแน่นอนว่าเธอนั้นไม่ได้ขัดขืนอะไร…

        “เอ๋...งั้นท่านคงต้องซื้อตัวข้าน่าาา..เพราะตอนนี้ข้าเป็นนางรำไง หาใช่พระชายา” เจียวหย่าพูดอย่างเจ้าเล่ย์ นางแกล้งพระสวามีของตนเอง จนไต้อ๋องนั้นเลิกคิ้ว แม้ว่าเขาจะเป็นคนสุภาพอ่อนโยน แต่เมื่อมาอยู่ต่อหน้านางนั้น เขาไม่เคยอดทนความรู้สึกที่เหมือนกับสัตว์ป่าของเขาได้เลย

        “ว้าย!! ท่านทำอะไรน่ะ ท่านอ๋องงง”
       “เจ้าบอกเองนะว่าตอนนี้เป็นนางรำไง”

        ไต้อ๋องหลิวฉุนนั้นอยู่ๆก็อุ้มพระชายาหลินเฟยขึ้นม จนเจ้าตัวนั้นตกใจ … เขาพรายยิ้มอ่อนโยนทั้งๆที่ความจริงฉากต่อไปไม่น่าอ่อนโยนเท่าไรสำหรับเธอเลย .. ตอนนี้พระชายาหลินเฟยนั้นเหมือนกับแกะน้อยที่อยู่ในอ้อมแขนของหมาป่า

        “เดี๋ยว..เดี๋ยวสิเจ้าคะท่านอ๋องงง ข้าพึ่งคลอดลูกนะะะ ท่านคิดจะทำอะไรน่ะหืม!” พระชายาหลินเฟยพูด นางหันมองรอบๆอย่างเลิกลัก แต่ทว่าไม่อยากจะเชื่อว่าผู้คนรอบๆ กลับหายไปไหนหมดก็ไม่รู้ ตอนนี้ภายในห้องมีเพียงไต้อ๋องและพระชายาหลินเฟยเท่านั้น ด้านในนั้นดันมีเตียงหรือว่าจะมีฟอร์นิเจอร์ต่างๆมากมาย ..แถมห้องอาบน้ำก็ยังมี… รอบก่อนนางจำได้ว่านางสลบคาอกของไต้อ๋อง แต่ตอนนี้นางกลับไม่รู้ว่าต่อไปนี้นางจะเป็นอย่างไรบ้าง

        “น่า าา าไม่เป็นไรหรอกเจียวหย่า ข้ายังรักเจ้าคนเดียวเสมอ..” นั้นเป็นคำพูดสุดท้าย ก่อนที่พระชายาหลินเฟยจะโดนวางลงบนเตียงใหญ่ ….

        .
        .
        .

       “ยะ...อะ..แฮ่ก..ท่าน ท่านหลิว..อ๊าา า !!” ร่างกายของหญิงสาวนั้นกำลังนอนผางผ่าย อาภรย์สีทองตัดกับผิวสีขาวนวลนั้นกำลังหลุดรุ้ยลงไปเรื่อยๆ พร้อมกับแรงสัมผัสจากชายอันเป็นที่รัก ที่กำลังมอบให้นาง

        ริมฝีปากของหญิงสาวนั้นอ่อนระโหยโรยริน คอยรองรับความเป็นชายของพระสวามีของตนเองอย่างเสียไม่ได้.. แม้ปากจะบอกว่าไม่ แต่ร่างกายของนางกลับตอบรับการกระทำของเขาเป็นอย่างดี แม้ว่าจะผ่านการคลอดบุตรมาแล้ว แต่นางก็ยังคงเป็นหญิงที่รับรู้และอ่อนไหวอย่างง่าย

        ไต้อ๋องนั้นค่อยๆ กระแทกกายลงไป แม้อาจดูรุนแรงแต่กลับเต็มไปด้วยความรักและโหยหา เขารู้ว่าไม่ควรที่จะทำแรงหรือเบาเกินไป รู้ว่าตรงไหนคือจุดกระทันเสียวของหญิงสาวตรงหน้าที่ได้ชื่อว่าเป็นฮูหยินของเขา ผิวกายที่ละเอียดและกลิ่นของเหงื่อไคลที่ไหลออกมาเพราะการใช้พลังงานมากนั้น ไม่ได้ทำให้เขานั้นเรียวแรงลดลงไปเลย

        ได้แต่เพียงมอบความสุขสมและความรักให้กับพระชายาของเขา..และเขาก็คิดว่าจะไม่ทำสิ่งนี้กับผู้อื่น จะมีเพียงนางคนเดียว ตลอดไป….

        “ข้ารักเจ้า..เจียวหย่า” น้ำเสียงแหบพร่าของไต้อ๋องพูดขึ้น ….และนั้นคือจุดเริ่มต้นสำหรับค่ำคืนของพระชายาหลินเฟย…


        .
        .
        .

        เวลาผ่านไปจนถึงเวลายามค่ำมืด แต่หอจินหลงซูเซียงนั้นกลับไม่ได้มืดดำตาม ได้ยินเสียงของเหล่าผู้คนที่หลังไหลกันเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย… มีทั้งนักเดินทาง ชาวนอกด้าน นักท่องเที่ยวมากมาย ขุนนางและผู้มีอันจะกินทั้งหลาย ที่เข้ามาลิ้มรสอาหารชั้นเลิศ และหญิงงามแห่งแดนสวรรค์มังกรทองแห่งนี้

        ร่างของไต้อ๋องหลิวฉุนเดินออกมาจากห้องที่ใหญ่ที่สุดของหอ พร้อมกับฮูหยินในอ้อมแขนของตนเอง ที่กำลังหลับเพราะความเหนื่อยจากกิจกรรมที่ผ่านมา.. จะว่าไปเขาก็อึดขึ้นเยอะเหมือนกันนะ? เขาไม่สามารถห้ามตัวเอง เมื่อได้อยู่ใกล้นางได้เลย

        นายทหารนั้นเตรียมรถม้าสำหรับไต้อ๋องและพระชายา เพื่อกลับจวน ดูเหมือนว่าวันนี้นางรำของเรา จะบริการแขกพิเศษนี้อย่างพอใจกันเลยล่ะ.. ริมฝีปากของท่านอ๋องนั้นค่อยๆก้มลง..จูบเบาๆที่ข้างแก้มของพระชายาที่กำลังนอนหลับอยู่ในอ้อมกอดของเขายามกำลังเดินทางกลับจวน…

@STAFF_โรลทำงาน @Admin



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +600 เงินตำลึง +15000 ความหิว -86 Point +6 ย่อ เหตุผล
Admin + 600 + 15000 -86 + 6

ดูบันทึกคะแนน

https://xn--12cn8be2ck0h5b.com/source/plugin/levsign/statics/images/e3.jpgดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x60
x15
x22
x36
x20
x10
x775
x500
x13
x104
x2118
x191
x73
x1038
x12
x2
x373
x664
x5
x5
x110
x120
x9999
x15
x82
x260
x624
x85
x395
x3789
x5803
x2700
x1
x1
x1
x48
x98
x6
x192
x143
x78
x4
x835
x2
โพสต์ 2018-8-19 22:59:15 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LinJieoya เมื่อ 2018-8-19 23:06


ทำงาน..เดี๋ยว ทำงานเว้ย


                  หลังจากช่วงเช้าพระชายาหลินเฟยนั้นฝึกวิชาเสร็จเรียบร้อยแล้ว นางก็ยังคงมีเวลาดูแลลูกๆทั้งวัน โดยที่ว่าวันนี้ นางควรที่จะเข้าไปดูหอจินหลงซูเซียงพร้อมกับพ่อบ้านจวนนิดหน่อย เพื่อที่จะสามารถ ทำงานได้เสียที อย่างไรเสียหอนั้นเธอก็ควรทำงาน เพราะเซียวไต้อ๋องก็เป็นผู้สร้างให้เธอ


                  ครั้งเมื่อตกเกือบบ่าย พระชายาหลินเฟยก็เดินทางด้วยรถม้า ไปยังหอจินหลงซูเซียง เพื่อเข้าไปหาเหล่าหญิงสาวที่ได้แสดงละครสำหรับวันนี้ โดยที่นางนั้นไม่จำเป็นต้องปิดบังตัวเอง เพราะว่าตอนนี้ใครๆก็รู้อยู่แล้ว ว่านางนั้นเป็นใคร … เมื่อรถม้าจอดเทียบท่า พระชายาหลินเฟยและพ่อบ้านจวนหลี่ รวมถึงชาติก็เดินออกมา แล้วตรงเข้าไปในหอ


                  เมียเถ้าแก่ก็เหมือนเถ้าแก่อีกคนนั้นล่ะนะ แต่ทว่านางยังคงขออยู่ในสถานะนางรำต่อเฉกเช่นเคยและตรงไปยังหอสำหรับนางรำที่กำลังซ้อมรำในครั้งนี้ เธอนั้นเห็นหญิงสาวทั้งสามคนที่กำลังฝึกเด็กใหม่อยู่กรายๆ แต่ทว่า เมื่อรับรู้ว่ามีใครที่เสด็จลงพบก็ถึงกับต้องหลุดหยุดคำนับกันเป็นว่าเล่น โดยที่พระชายาหลินเฟยก็รีบห้ามไว้ก่อน


                  “ไม่ต้องๆ...พวกเจ้าไม่ต้องมาคำนงคำนับ คารวงคารวะเรา เรามาในฐานะนางรำ เราไม่ได้มาในฐานะพระชายาหลินเฟย ทำตัวตามสบายเถิด” นางพูดขึ้น เมื่อได้ยินดังนั้น ชิงเชียงก็วิ่งเข้ามาหานางแล้วยิ้มรับ รวมถึงถามไถ่ ด้วยความคิดถึงว่าพระนางหายไปไหนมา มีคนตั้งหลายคนเรียกหาเกรงว่านางรำผู้นี้จะมีคนไถ่ตัวไปแล้วเสียอีก..


                  “พวกข้าต้องตอบคำถามโดนเรียกตัวไม่เว้นแต่ละวันเลยเจ้าค่ะ แต่มันก็สนุกดีนะเจ้าคะ ข้าชอบมากเลย ข้าคิดถึงท่านจังเลยอ่ะ นี้ๆ นี้เหล่าเด็กใหม่ค่ะ พอดีว่าตัวแทนเถ้าแก่หลี่นั้นจัดหามาเพื่อให้เราได้พักกันบ้าง ท่าคิดเห็นเป็นเช่นไร?” ชิงเชียงถาม ซึ่งเธอก็หันไปหาเหล่าเด็กสาวอายุคราว 10 กว่า สามสี่คนที่กำลังฝึกซ้อมท่าร่ายรำ โดยที่มีแม่นางมี่โยคอยเป็นครูให้


                  นางคงไม่กัดเด็กใหม่นะ?


                  “งดงามมาก วันนี้พวกเจ้าแสดงอะไรกันหรือรอบนี้?” พระชายาหลินเฟยนั้นเปิดประเด็น นางพูดคุยเรื่องต่างๆ และช่วยฝึกสอนการร่ายรำ กับเหล่าหญิงงามแห่งหอจินหลงซูเชียงทั้งสามคน


                  .
                  .
                  .


                  เวลาผ่านไปจนถึงช่วงที่เป็นช่วงจบการแสดง รอบนี้พวกเธอยังคงทำกันได้ดีเช่นเดิม เพราะฉะนั้นพระชายาหลินเฟยจึงจะไปบริการแขก ที่หอที่เป็นร้านอาหาร นางนั้นปรากฏกายขึ้นพร้อมกับแม่นางหยางเฉียง คนที่เรียกตัวพวกนางทั้งสองนั้นเป็นขุนนางคนหนึ่งในปาสู่ แต่เธอก็ไม่อาจรู้ได้ว่าใคร ใครมันจะไปรู้ปร๊ะ?..


                  “หืม...ข้าคิดมานานแล้ว ว่าเจ้าคือนางรำที่เขาร่ำลือกันสินะ?” ชายผู้สะอาดองค์พูดขึ้น ส่วนพระชายาหลินเฟยนั้น เมื่อได้ยินเช่นนั้น ก็คำนับ ขุนนางน้อย(?????) เพราะเขายังดูเป็นหนุ่มมาก “เจ้าค่ะ ..เรียกข้า เจียวหย่า ก็ได้เจ้าค่ะ..เชิญท่านดื่มเหล้าชั้นดีจากหอเราดีหรือไม่เจ้าคะ ข้าหวังว่ามันจะเป็นสิ่งที่ทำให้ท่านพึงพอใจได้” นางกล่าวยิ้มพราว ความจริงแล้วการทำอะไรแบบนี้นางนั้นไม่ถนัดเลย แต่ก็อยากจะลองทำสักครั้ง ขุนนางผู้นั้นเมื่อเห็นว่าหญิงงามนั้นเป็นคนเชียร์เหล้าสุดแพง..แต่สำหรับเขามันก็แค่เศษเงิน ..


                  จึงสั่งมา เลี้ยงคนทั้งห้อง เหล่าผู้ที่มาด้วยนายทหารหรือองค์รักษ์ส่วนตัว แสดงถึงความกระเป๋าหนักของเขาเอง .. ใบหน้าที่เจ้าสำอางค์นั้นกระตุกยิ้ม ก่อนที่จะ ตบข้างที่นั่งของตนเอง เหมือนกับว่ามาตรงนี้สิจ๊ะแม่สาวน้อย อย่างไรอย่างงั้น พระชายาหลินเฟยที่เห็นดังนั้นก็เข้าไปนั่งข้างกาย แล้วเสริฟอาหาร ให้กับเขา โดยที่มีสายตาของขุนนางหนุ่ม(??) คอยโลมเลีย ใบหน้าร่างกายของนางไปด้วย.. ....แต่แล้วบางสิ่งบางอย่างก็เกิดขึ้นอย่างที่เธอไม่รู้ตัว ชายตรงหน้าเธอค่อยๆใช้มือนั้นเคยคางของนางขึ้นมา..


                  “เจ้างามเหลือเฉกเช่นนี้ ต้องมาเป็นดอกไม้ให้เหล่าชายอื่นได้เชยชม ช่างน่าสงสารนัก...เจ้าไม่อยากลองเป็นดอกไม้ในจวนข้าหน่อยเล่า? ข้าจะดูแลเจ้าอย่างดีเลย...หึหึ..” ชายตรงหน้ากล่าวขึ้นมาอย่างเหมือนกับว่าเขาสามารถไถตัวนางไปตอนไหนก็ได้ กระทำย่ำยีนางตอนไหนก็ได้อย่างไรไม่รู้ เขานั้นติดใจใบหน้างามงดของแม่นาง กริยาที่เรียกได้ว่าต้องตาชายเช่นเขา ที่สำคัญคือดวงเนตรที่งดงามสีม่วงนั้น.. คับคล้ายคับคลา..เหมือนสาวตาโศกเศร้า..แต่กลับมีประกายอะไรบางอย่าง ที่ทำให้เขาได้รู้ว่า นางน่าสนใจมากกว่าหญิงคนใดในหอจินหลงซูเซียงแห่งนี้  

สำหรับพระชายาหลินเฟยเมื่อได้ยินดังนั้น พระชายาหลินเฟยก็พรายยิ้ม ตอนนี้นางอยู่ในสถานะของ เจียวหย่า.. เพราะฉะนั้น


                  “หามิได้เจ้าค่ะ ท่านขุนนาง ข้าคงไม่อาจเป็นดอกไม้ประดับแจกันภายในจวนของท่านได้ ..ข้าเป็นนางรำ หาใช่นางโลม ข้าคิดว่าหากท่านต้องการ ข้าเรียกผู้อื่นให้ท่านได้ หน้าที่ของข้า คือการบริการ ขายศิลปะไม่มิได้ขายร่างกายให้แก่ผู้ใดเจ้าค่ะ แต่ถึงเช่นนั้นข้าก็ดีใจ ที่มีคนต้องตาในสิ่งที่ข้าทำ และยิ่งเป็นท่าน ช่างเป็นเกียตริเหลือเกิน” เจียวหย่าพูด ..นางพรายยิ้ม ก่อนที่ขุนนางใบหน้าใบหน้าเค้าโครงชายงามนั้นจำหัวเราะในลำคอ เพราะโดนหญิงตรงหน้าปฏิเสธ สำหรับเขา นางช่างน่าอร่อยเสียเหลือเกิน..


                  “หึ..แล้วเจ้าจะต้องมากราบขอร้องอ้อนวอนข้า..แม่สาวนางรำนัยน์ตางาม”  เขากล่าว ก่อนที่จะปล่อยมือที่เคยคางของนางลง

                  .
                  .
                  .


                  หลังจากนั้นนานพระชายาหลินเฟยก็โดนเรียกตัวออกมา โดยที่แม้แต่ขุนนางคนนั้นก็ยังคงไม่อาจเรียกตัวกลับคืนมาได้ นางไปยังห้องสำหรับแขกวีไอพี อีกห้องหนึ่ง ซึ่งห้องนั้นเป็นห้องเดียวกับที่เธอเคยอยู่กับเซียวไต้อ๋อง ...คาดว่าไต้อ๋องคงไม่ได้มาหรอกกระมัง...


                  แต่นางคงคิดผิดไป กับความหื่น(?) ของเซียวไต้อ๋องที่มีมากยิ่ง เมื่อเข้าไปแล้ว เธอก็ได้พบเจอชายผู้เป็นที่รักของตนเอง ที่กำลังนอนสบายใจเฉิบอยู่บนเตียง แต่กลับมีใบหน้าที่มีร่อยรอยของการหึงหวงนาง เมื่อพระชายาหลินเฟย เดินเข้าไปใกล้ เขาก็ฉุดนางลงบนเตียงนุ่ม ก่อนที่จะจับมือของฮูหยินของตนเองเหมือนกับคาดโทษ


                  “เจ้าให้คนอื่นแตะต้องตัวเจ้าใช่หรือไม่เจียวหย่า?” เขาถามด้วยน้ำเสียงที่ดูไม่พอใจ ส่วนพระชายาหลินเฟยเมื่อได้ยินดังนั้นก็หัวเราะเบาๆ ออกมา แล้วตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่หวานหยด


                  “เขาแตะตัวข้าเพราะว่ามันเป็นงาน..ท่านจะทำอะไรได้ล่ะ ในเมื่อข้าเป็นนางรำของที่นี้จริงไหมท่านเซียวไต้อ่อง ฮ่ะๆ หากท่านต้องการท่านคงต้องซื้อกายข้าเสียแล้วล่ะ” นางพูดอย่างตลกขบขัน ก่อนที่เซียวไต้อ๋องนั้นจะหรี่ตาแล้วค่อยๆ ใช้มือจี้ไปที่เอวของหญิงสาว ทำให้นางนั้นต้องดิ้นชักดิ้นงอ หัวเราะจนน้ำตาไหล .. หลังจากการแกล้งที่เสร็จจนสะใจ ไต้อ๋องก็พิจารณา ... การดิ้นไปดิ้นมาของพระชายาหลินเฟยนั้นทำให้เครื่องผ้าอาภรย์หลุดลุ้ยไปตามแรงของนาง ...

                  "ให้ข้าซื้อไปทั่งใจเจ้าเลยจะดีกว่า..เจียวหย่า"

                  ส่วนเขา ที่กำลังอยู่บนร่างกายงาม ที่มีร่างโอดองค์อ้อนแอ่นอรชรนั้นก็ได้แต่จ้องมองด้วยความคิด... ทำ ไม่ทำ ทำ ไม่ทำ.. ทำ..ไม่ทำ.... จนสุดท้ายแล้วสิ่งที่ทำให้สติของไต้อ๋องขาดผึ่งก็คือใบหน้ารอยยิ้มหวานของพระชายาที่โอบกอดคอของเขา ก่อนที่จะจุมพิษร้อนแรงเพื่อที่จะให้ความสุขสมแก่ชายผู้ซึ่งเป็นที่รักนี้.. และราตรีนี้ก็ยังอีกยาวไกล... ความเหนื่อยอ่อนนั้น มันก็แล้วแต่ว่าใครเป็นคนทำ..


                  แต่เหมือนว่าครั้งนี้พระชายาหลินเฟยนั้นจะยิ่งขอให้ไต้อ๋องตีตรานาง ว่านางจะเป็นของเขาเพียงผู้เดียว ต่อให้ฟ้าดินแยกนางกับเขา.. นางก็จะขอไม่มีชายอื่นใดนอกจากเขา.. มือทั้งสองประสานกัน พร้อมกับแรงกายที่ถาโถมเข้ามา ร่างของหญิงสาวนั้นพลิกกลับมาเป็นฝ่ายอยู่ด้านบนบ้าง เอวอ่อนของนางค่อยร่อนลงกลืนกินสิ่งความเป็นชาย ที่ยากนักที่นาง จะทำ แรงขยับนั้นช่างทำให้ความจุกเสียดลงไปที่ท้องน้อยของนางได้ แต่ยิ่งเป็นเช่นนั้น ก็ยิ่งแต่มอบความสุขสมให้กันและกัน


                  เสียงหอบหายใจกระเสา เรี่ยวแรงที่โดนใช้อย่างไม่จำกัด เหงื่อกายที่แตกซิก..ทำให้ค่ำคืนนี้ เป็นค่ำคืนที่ร้อนแรงสำหรับคู่รักคู่นี้เสียแล้ว...

@Admin





คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5000 เงินตำลึง +50000 ความหิว -89 Point +6 ย่อ เหตุผล
Admin + 5000 + 50000 -89 + 6

ดูบันทึกคะแนน

https://xn--12cn8be2ck0h5b.com/source/plugin/levsign/statics/images/e3.jpgดั่งนรกชัง หรือสวรรค์แกล้ง??
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x60
x15
x22
x36
x20
x10
x775
x500
x13
x104
x2118
x191
x73
x1038
x12
x2
x373
x664
x5
x5
x110
x120
x9999
x15
x82
x260
x624
x85
x395
x3789
x5803
x2700
x1
x1
x1
x48
x98
x6
x192
x143
x78
x4
x835
x2

17

กระทู้

296

โพสต์

12หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
9998
เงินตำลึง
176678
ชื่อเสียง
56824
ความหิว
368

ใบรับรองภาษาฮั่น

คุณธรรม
0
ความชั่ว
0
ความโหด
0
หรั่นหลัน
เลเวล 1

ติง โหยว

"คนไม่ดีต้องถูกลงโทษ!!"
pet
โพสต์ 2018-10-5 13:57:21 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Lulu เมื่อ 2018-10-5 22:12

โรลอิสระ

                   สตรีทั้งสามเดินทางด้วยรถม้าจนมาถึงหน้าโรงละคร เพียงแต่ลู่เอินแอบได้ยินว่าที่นี้มีอีกชื่อคือ 'หอโคมเขียว' ถึงจะนับว่าไม่ได้มาใช้บริการในเรื่องนั้น แต่ก็อดรู้สึกประหลาดไม่ได้อยู่ดีเมื่อย่างเท้าเข้าไปด้านใน เมื่อเด็กรับใช้เห็นเป็นลูกค้าสตรีจึงเดินเข้ามารับด้วยรอยยิ้มตามมารยาท
                   "แม่นางทั้งสามมาใช้บริการอะไรรึขอรับ"
                   "เป็นโรงละครก็แล้วกัน ได้ยินว่าวันนี้มีละครพิเศษ"
                   "ใช่แล้วขอรับ ตอนนี้มีลูกค้าเข้ามารอชมโรงละครพอสมควร เป็นโต๊ะพิเศษไหมขอรับ"
                   "ติงโหยวเจ้าจ่ายไหวไหม" เก้าจิ่งเหิงหันมามองติงโหยว พอเห็นอีกฝ่ายพยักหน้าจึงหันกลับไปพูดกับเด็กรับใช้ "เป็นโต๊ะพิเศษก็แล้วกัน"
                   "เชิญแม่นางทั้งสามตามข้ามา"
                   ตอนที่เด็กรับใช้เดินนำทางพวกนางไป ลู่เอินหันไปมองลูกค้าชายอีกกลุ่ม เห็นเด็กรับใช้ที่เป็นสตรีสวมชุดผ้าแพรพลิ้วไหว ทั้งยังยิ้มกว้างจนสองแก้มแทบปริแตกเป็นฝ่ายเดินออกมาต้อนรับ ดูจริงใจกว่าเด็กรับใช้ที่มาต้อนรับนางเสียอีก แต่อย่างไรก็เปรียบเทียบกันไม่ได้ อีกอย่างนางเป็นสตรี จะไปใช้ 'บริการ' ราคาแพงของที่นี่ได้อย่างไรเล่า
                   เด็กรับใช้พาพวกนางมานั่งโต๊ะหนึ่งที่หอฮวาหลง ตอนนี้มีการแสดงอยู่บนเวทีไกลออกไปพอสมควร เก้าจิ่งเหิงเป็นคนเลือกสั่งอาหารให้ แต่พอหันมาเห็นลู่เอินมีสีหน้าไม่ดีนัก จึงเอ่ยปลอบใจ
                   "อย่างไรที่นี่อาหารก็อร่อยจริง ข้ากล้าพูดเลยว่าเป็นอันดับหนึ่งของเฉิงตู"
                   "นับว่าเป็นบุญปากข้าแล้ว" ติงโหยวพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
                   "พี่โหยว ท่านช่วยเก็บกิริยาหน่อยเจ้าค่ะ.." ลู่เอินลอบมองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าไม่สบายใจนัก
                   ความจริงนางไม่ได้คิดเล็กน้อยเรื่องเด็กรับใช้ขนาดนั้น แต่สายตาของบุรุษที่มีมากกว่าสตรีเสียมากกว่าครึ่ง มองนางมาตั้งแต่เดินเข้าหอฮวาหลง ทำให้รู้สึกอึดอัดนัก ไม่รู้นางคิดไปเองหรืออย่างไร สายตาพวกเขาดูไม่ปกติ พอนางหันไปสบตาก็ยิ่งจ้องมองอย่างคนไร้มารยาท ลู่เอินกระชับเสื้อคลุมสองสามครั้งจนติงโหยวทนดูไม่ไหว หยิบผ้าแพรจากในถุงย่ามมาคลุมไหล่ให้ลู่เอินอีกผืน
                   "เจ้าก็ไม่ใช่ว่าขี้หนาวเสียหน่อย เป็นอะไรไป"
                   "เปล่าเจ้าค่ะ ไม่มีอะไร"
                   ติงโหยวเก็บความสงสัยเอาไว้ เพราะตอนนั้นมีเด็กรับใช้ยกอาหารมาพอดี ทั้งสามจึงหันมาสนใจทานอาหาร ลู่เอินพบว่ารสชาติของอาหารที่นี่นับว่าดีกว่าสองโรงเตี้ยมที่นางเคยพักมากโข ทำให้ผ่อนคลายจากอารมณ์ตึงเครียดไปได้บ้าง ยิ่งมีการแสดงบนเวทีดึงดูดความสนใจแล้วด้วย สุดท้ายลู่เอินก็เลิกรู้สึกถึงสายตาของคนอื่น หันมาหัวเราะกับพี่ทั้งสองจนกระทั่งอาหารทั้งหมดบนโต๊ะถูกกินจนหมด ด้วยฝีมือของติงโหยว..ระหว่างที่กำลังพูดคุยกันอยู่นั้น ลู่เอินบังเอิญสบตากับชายคนหนึ่งเข้า เห็นท่าทางดูเหมือนคุณชายทั่วไป แต่ใบหน้าดูสะอาดสะอ้านนัก เมื่อเขาสบตากับนางเข้า ลู่เอินจึงเลือกที่หลบสายตา แต่อีกฝ่ายกลับเดินตรงเข้ามาที่โต๊ะของพวกนาง
                   "ขอทักทายแม่นางทั้งสาม"
                   เก้าจิ่งเหิงเป็นคนแรกที่เงยหน้ามองก่อน เห็นเป็นบุรุษท่าทางมีมารยาทจึงยิ้มให้ "สวัสดีคุณชาย"
                   "พอดีข้านัดสหายไปดื่มที่ห้องใหญ่ ห้องก็จ่ายเงินแล้ว อาหารก็สั่งแล้ว แต่ไม่นึกว่าสหายของข้ากลับส่งจดหมายมาบอกว่ามาไม่ได้กันทั้งคู่ จะให้ข้าไปกินอาหารที่นั้นเพียงลำพังก็ดูกระไรอยู่ เห็นแม่นางทั้งสามล้วนเป็นสตรี อีกทั้งบริเวณนี้.." เขาเลื่อนสายตามองบุรุษหลายคนที่จับจ้องแม่นางทั้งสามอยู่ "เชื่อว่าพวกเจ้าคงไม่ค่อยสำราญนัก จึงอยากชวนไปทานอาหารร่วมกันที่ห้องใหญ่"
                   "จริงรึ เช่นนั้นไปกันเถอะ" ติงโหยวเป็นคนเอ่ยแทรกขึ้นมา ก่อนที่ลู่เอินจะดึงชายเสื้ออีกคนเอาไว้ "น่าสงสารเขาออก นัดหมายสหายแล้ว สั่งอาหารไว้พร้อมแต่กลับไม่มีใครมา อาหารเหล่านั้นคิดไปแล้วก็เสียดาย ให้ข้าไปช่วยทานดีกว่า"
                   "เจ้ากินไปเยอะแล้วยังไม่อิ่มอีกรึ" เก้าจิ่งเหิงมองติงโหยวด้วยสีหน้าขบขัน
                   ในใจลู่เอินทั้งอยากปฏิเสธและหาตัวปลีกหนี หากนางมาคนเดียวคงทำแบบนั้นได้ แต่พี่ทั้งสองกลับพร้อมใจกันตกลง ไม่รู้ว่ามองอย่างไรถึงไปคิดว่าคุณชายผู้นี้รู้จักวางตัว ถึงจะดูเป็นจริงอยู่บ้าง แต่นางรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีนัก คล้ายกับว่าบุรุษผู้นี้มองนางอยู่หลายครั้งหลายครา เก้าจิ่งเหิงเห็นลู่เอินมีสีหน้าไม่ดีจึงลุกขึ้นมากล่าวปลอบเสียงเบา
                   "ไม่ต้องห่วง มีข้ากับติงโหยว หากชายผู้นี้คิดไม่ดี ย่อมไม่ปล่อยเขาไว้แน่"
                   พอเห็นว่าไม่มีทางเลี่ยงได้ ลู่เอินจึงจำต้องยิ้มบางเบาเช่นทุกครั้ง เดินตามทั้งสามคนขึ้นไปที่ชั้นสองของหอ ซึ่งมีห้องใหญ่แบบส่วนตัวอยู่ ตลอดทางนางรู้สึกไม่ค่อยดีนัก จึงพยายามตัวติดกับติงโหยวไว้
                   เมื่อสตรีทั้งสามตามคุณชายแปลกหน้าเข้าไปในห้องใหญ่ ก็พบว่ามีอาหารวางเรียงรายอยู่เต็มไปหมด ซ้ำยังมีเด็กรับใช้ยกอาหารเข้ามาเพิ่มอีกจำนวนหนึ่งด้วย ลู่เอินนั่งอยู่ตรงกลาง ด้านซ้ายเป็นติงโหยว ด้านขวาเป็นเก้าจิ่งเหิง แต่ที่ทำให้นางลำบากใจที่สุดคือคุณชายผู้นั้นนั่งอยู่ตรงข้ามกับนางพอดี แม้ติงโหยวแลเก้าจิ่งเหิงจะดูสนุกสนานกับการชมการแสดงที่เวทีด้านล่าง ไปพร้อมกับการดื่มและสนทนาเรื่องต่างๆกับคุณชายแปลกหน้า แต่ลู่เอินไม่ชอบสถานที่แห่งนี้เป็นทุนเดิม อีกทั้งยังอยู่กับบุรุษ นางจึงมีกิริยามารยาทเรียบร้อยกว่าปกติ จากทานอาหารพอดีคำ แทบจะกินข้าวทีละเม็ด แต่กลับยิ้มบางเบาอันเป็นเอกลักษณ์ เพราะไม่อยากให้พี่ทั้งสองรู้สึกลำบากใจ รวมถึงบุรุษแปลกหน้าผู้นี้ด้วย
                   "เจ้า" เสียงทุ้มหนึ่งดังขึ้น "เหตุใดถึงเอาแต่ก้มหน้าเล่า"
                   ลู่เอินที่พึ่งได้สติเพราะเอาแต่เหม่อลอย รีบยิ้มบางเบาตอบกลับไป "ข้าเพียงแค่เพลิดเพลินกับเสียงดนตรีเท่านั้น"
                   "พูดคุยกันมาถึงตอนนี้แล้ว ยังไม่ทราบชื่อแม่นางทั้งสามเลย"
                   "ข้าติงโหยว"สตรีที่กำลังกินอาหารอย่าตั้งใจรีบตอบแทบจะทันที
                   "ส่วนข้าเก้าจิ่งเหิ่ง"
                   "แล้วเจ้าเล่า" เขามองมาทางนางด้วยสายตาคาดหวัง "เจ้าดูไม่เหมือนคนเฉิงตูเลย"
                   "ความจริงแล้วมีเพียงข้าที่เป็นคนเฉิงตู แม่นางทั้งสองมาจากฉางอัน" เก้าจิ่งเหิ่งเป็นคนเอ่ยตอบ
                   "ข้าน่ะคนฉางอัน แต่เสี่ยวเอินไม่ใช่" ติงโหยวเอ่ยแทรกขึ้นมา
                   "เสี่ยวเอิน?" บุรุษเบื้องหน้าแสดงสีหน้าประหลาดใจ
                   พอเห็นแบบนั้นแล้ว คงจะหลีกเลี่ยงยาก ลู่เอินจึงยิ้มกว้างขึ้นเล็กน้อย "ข้าแซ่เสิ่น มีนามว่าลู่เอินเจ้าค่ะ ข้าเป็นคนลู่เจียน"
                   "ลู่เจียนรึ อืม.. เจ้าคงจะลำบากมาไม่ใช่น้อย"
                   "แล้วเจ้ามีคนรักหรือยัง"
                   เมื่อคำถามนี้ถูกถามขึ้นมา ภายในห้องแทบจะตกอยู่ในความเงียบ กระทั่งติงโหยวยังเงยหน้ามอง ลู่เอินมองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าประหลาดใจ หากเป็นคนที่หมายหมั้นปักใจย่อมมีแล้ว แต่หากนางเอ่ยถึง บุรุษตรงหน้าจะถามไหมว่าอีกฝ่ายเป็นใคร นางเองก็ไม่รู้จะตอบอย่างไร ชายผู้นั้นเป็นถึงโอรสสวรรค์ คำให้สัญญาของเขานั้นจริงจัง แต่อย่างไรเขาก็เป็นถึงองค์ชายคนหนึ่ง ท้ายที่สุดแล้วสตรีบ้านนอกเช่นนางจะได้เคียงคู่กับเขาหรือไม่ ยากที่จะหยั่งถึงได้
                   "ย่อมต้องมี..!" ติงโหยวกำลังจะเอ่ยขึ้น ลู่เอินจึงเอื้อมมือไปจับฝ่ามืออีกฝ่ายเอาไว้
                   "ขออภัย เมื่อครู่ข้าถามแม่นางลู่เอิน แม่นางโหยวคงเข้าใจผิด"
                   "ข้ามีชายที่หมายหมั้นปักใจไว้แล้วเจ้าค่ะ"
                   สีหน้าของนางยามที่เอ่ยคำนี้ดูไม่ดีนัก บุรุษตรงหน้าจึงคิดไปเองว่าลู่เอินต้องกำลังตกหลุมรักชายคนหนึ่งข้างเดียวไม่ผิด "ข้ามีนามว่าเต๋อปิ้งเซียน ปัจจุบันเป็นขุนนางคนสำคัญช่วยเหลือเซียวไต้อ๋องดูแลเมืองเฉิงตูอยู่" ดวงตาของเขาสะท้อนบางสิ่งออกมา จนลู่เอินที่เผลอสบสายตาเลือกที่จะเลี่ยงหนี "แม่นางลู่เอิน ข้าปรารถนาอยากหมั้นหมายกับเจ้า ยินดีจะเลี้ยงดูเจ้าอย่างสุขสบาย"
                   คำพูดนี้เหมือนเป็นสายฟ้าฟาดลงกลางโต๊ะอาหาร ติงโหยวที่ได้ยินดังนั้นถึงกับลุกขึ้น กระแทกตะเกียบลงบนโต๊ะ "เจ้านี่ก็กระไร นางบอกอยู่ว่ามีชายที่ปักใจแล้ว คิดอย่างไรมาขอนางหมั้นหมาย!!"
                   "พี่โหยว!" ลู่เอินดึงแขนเสื้ออีกฝ่ายเพื่อให้นั่งลง จู่ๆติงโหยวตะโกนขึ้นมาแบบนี้ คนข้างล่างยังหันขึ้นมามองเลย "โปรดระงับอารมณ์ก่อนเถอะเจ้าค่ะ"
                   "ใช่ เจ้าอย่าพึ่งโวยวายไป" เก้าจิ่งเหิงเห็นเรื่องสนุกสนานก็ไม่อยากให้ติงโหยวทำลายบรรยากาศ อีกอย่างชื่อของเต๋อปิ้งเซียน นางก็คุ้นเคยดี เรื่องเก่าๆนางยังพอจำได้อยู่ ในใจจึงลอบขบขันนัก
                   "แม่นางลู่เอิน ข้าอยากได้ยินคำตอบจากเจ้านะ"
                   นางทอดสายตามองอีกฝ่าย แววตาแสดงออกถึงความทุกข์ใจ การพบหน้ากันเพียงคราเดียว เกิดขึ้นเป็นเรื่องทั่วไปในแผ่นดินฮั่นอยู่แล้ว นางไม่แปลกใจนักหากใครคนหนึ่งจะสามารถรู้สึกจริงจังกับใครได้ เพียงหนึ่งสบตายังสามารถพบรัก อย่างน้อยนางกับเขาก็ได้พูดคุยกันสองสามประโยค ซ้ำยังได้นั่งทานอาหารร่วมกัน จะมีใจเช่นนั้นก็ไม่แปลก..
                   ลู่เอินลุกขึ้นก้มหัวให้ชายตรงหน้าก่อนจะเงยหน้าขึ้นช้าๆ "ลู่เอินได้เอ่ยคำสัญญาว่าจะเป็นภรรยาของผู้อื่นแล้ว ไม่อาจผิดคำสัญญาได้ ลู่เอินต้องขออภัยท่านเต๋อปิ้งเซียนจริงๆ"
                   ตอนที่นางเอ่ยคำนั้นออกไป ในใจกลับนึกถึงเหตุการณ์ที่อุทยานหลวนขึ้นมา

                   'ข้ารับปากท่าน ข้าไม่เคยคิดจะทอดทิ้งท่านเลย ..แม้แต่ครั้งเดียว'
                   'ข้าพร้อมมอบชีวิตทั้งชาตินี้ไว้ในมือของท่าน..'

                   แม้มิอาจได้เคียงคู่ ข้าย่อมรักษาคำพูดที่เคยกล่าวกับท่านแน่นอน เสิ่นลู่เอินชาตินี้.. จะขอเป็นภรรยาของท่านเพียงคนเดียว อาจี้
                   พอเห็นสตรีตรงหน้าเอ่ยตอบอย่างจริงจัง เขาจึงไม่กล้าพูดอะไรต่ออีกเต๋อปิ้งเซียน หันไปชวนทั้งสามร่วมดื่ม และขอให้ลู่เอินไม่คิดมากกับคำขอของเขา นางจึงยิ้มอย่างบางเบาให้ ในใจรู้สึกโล่งอกที่อีกฝ่ายไม่เอ่ยอะไรต่ออีก ติงโหยวเห็นลุ่เอินเอ่ยตอบอย่างหนักแน่นก็ยิ้มมีความสุขนัก ทำให้บรรยากาศในห้องกลับมาครื้นเครงได้เช่นเดิม
                   ผ่านไปหนึ่งชั่วยาม สตรีทั้งสามจึงขอแยกตัวออกมาก่อน พอออกมาจากหอ ลู่เอินและติงโหยวจึงค่อยกล่าวลากับเก้าจิ่งเหิง แล้วกลับไปที่โรงเตี้ยมสีชาด

@Admin



แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับความสัมพันธ์กับ เต๋อ ปิ้งเซียน เพิ่มขึ้น 300 โพสต์ 2018-10-5 22:14

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +7 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +25 ความหิว -8 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 7 + 500 + 25 -8 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
หลี่ซื่อชุนชิว
ฮั่นเสียทองเทวะ
กราดิอุส
ปิ่นล้ำค่า
ตัวเบาพื้นฐาน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x15
x7
x2
x80
x1
x30
x20
x1000
x1
x20
x1
x3
x15
x1
x9
x4
x1
x20
x45
x7
x35
x1
x3
x1
x2
x1
x3
x2
x1
x1
x30
x1
x2
x300
x45
x16
x757
x30
x50
x25
x1
x10
x2
x6000
x91
x2
x4
x1
x2
x2
x49
x13
x8
x59
x2
x10
x17
x200
x99
x130
x175
x100
x100
x60
x2
x20
x41
x50
x1520
x1
x100
x25
x700
x39
x24
x105
x1
x97
x55
x13
x1
x76
x20
x3086
x3
x9
x66
x30
x75
x150
x150
x108
x33
x2
x25
x41
x40
x32
x200
x100
x100
x212
x22
x4
x1
x62
x1041
x1021
x355
x30
x10
x30
x18
x77
x9
x81
x54
x50
x102
x56
x83
x76
x68
x211
x134
x134
x136
x11
x94
x44
x125
x319
x470
x150
x110
x75
x250
x340
x2
x19
x671
x60
x111
x48
x1

131

กระทู้

1661

โพสต์

45หมื่น

เครดิต

อิงฮวาในวันเดอร์แลนด์

เงินชั่ง
11210
เงินตำลึง
1834975
ชื่อเสียง
201766
ความหิว
553

ตราเมเปิ้ลพวกเรามาอธิษฐานขอลูกแฝดกับเจ้าแม่ใบรับรองภาษาฮั่นป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV3)ป้ายตลาดมืดตราหนูตราหุบเขาปีศาจ

คุณธรรม
10577
ความชั่ว
7536
ความโหด
16486
ห่านฟ้า
เลเวล 1

สรวงสุรางค์

ข้าอยากผจญภัย!
pet
โพสต์ 2018-10-18 21:06:32 | ดูโพสต์ทั้งหมด

หอโคมเขียว 1





         หลังจากนั้นชายหนุ่มก็ปลีกตัวแยกจากสหายทั้งสามคน เขาบอกว่าเดี๋ยวขอไปทำธุระส่วนตัวสักหน่อย เจอกันที่ฉางอันและมอบเงินให้จำนวนหนึ่งที่สามารถกินใช้ในโรงเตี๊ยมได้ ตอนนี้เส้าเทียนควบฮั่นเสียทองมาที่เมืองเฉิงตู


         ณ โรงละคร - หอโคมเขียว จินหลงซูเซียว


         ร่างสูงย่างก้าวเข้ามาภายในห้องโถง เมื่อครู่นี้เขานำม้าฮั่นเสียทองไปเข้าคอก เส้าเทียนตอนนี้เขาสวมใส่หน้ากากปกปิดใบหน้าอยู่ จะถอนก็ต่อเมื่อเข้าข้างในห้องพักเท่านั้น


         “สวัสดีเจ้าค่ะคุณชาย ต้องการบริการจากหอของเราแบบใด บอกจุดประสงค์ของท่านได้เลยเจ้าค่ะ ทางเราจะได้จัดเตรียมให้คุณชายได้ตามที่ต้องการ” เสี่ยวเอ้อถามร่างสูงที่สวมใส่หน้ากากปกปิดใบหน้า เห็นเพียงแค่แววตาที่เล็ดลอดผ่านออกมา


         “อืม” เส้าเทียนขมวดคิ้ว “ข้าขอจองห้องวีไอพี”


         “ห้องขนาดใหญ่และมีบ่อน้ำนะเจ้าคะ ต้องการอะไรเพิ่มเติมอีกหรือไม่” เสี่ยวเอ้อถามอีกครั้ง


         “ที่หอนี้มีสาวท็อปกี่คนรึ” เขากล่าวถามด้วยโทนเสียงราบเรียบ เขาคิดว่าจะนำสาวงามเข้ามาเชยชมในห้องสักคนสองคน


         “มีอยู่สามคนเจ้าค่ะ ไม่ทราบว่าคุณชายต้องการคนไหนเป็นพิเศษ”


         “สามคน? งั้นเอามาทั้งสามคนเลยแล้วกัน” เส้าเทียนตอบเสี่ยวเอ้อทันควัน ก็แค่พาเข้ามาคุยกันสามชั่วโมง


          “เอ๊ะ? คนสามคน… ได้ค่ะคุณชาย” เสี่ยวเอ้อสาวพยักหน้ารับ


         จากนั้นเขาก็เดินตามเสี่ยวเอ้อไปที่ห้องพักวีไอพี นางบอกให้เขารออยู่ในห้องพักสักครู่เดี๋ยวจะไปตาม เหล่าสาวงามทั้งสามมาให้ชายหนุ่ม เขาเดินชมบ่อน้ำและรอหญิงสาวทั้งสามคนไปพลางๆ


เส้าเทียนสั่งสุราเข้ามาดื่มในห้องพักก่อนจะลงจอกสุราดื่ม หน้ากากที่เคยสวมใส่ไว้ถูกวางลงบนโต๊ะ


เสียงเลื่อนบานประตูดังขึ้นพร้อมร่างดรุณีทั้งสาม



18/JX002/6 @Admin 

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง -900 เงินตำลึง -1000 ความหิว -14 Point +30 ย่อ เหตุผล
Admin -900 -1000 -14 + 30

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กู่ฉินจันทรา
รูปปั้นเจ้าแม่หนี่วา
หมวกไผ่ผ้าคลุมดำ
ผ้าปิดตา
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x1
x100
x1
x7
x1
x1
x1
x1
x4
x1
x2
x1
x10
x320
x40
x1
x1
x20
x4
x40
x3
x5
x2
x1
x3
x3
x1
x2047
x4
x8
x22
x3
x1154
x2
x44
x6
x4
x5
x35