ดู: 488|ตอบกลับ: 17

{ เมืองเซี่ยพี } โรงเตี๊ยมซุ่นฉั่ว

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2017-9-17 14:50:28 |โหมดอ่าน




 โรงเตี๊ยมซุ่นฉั่ว   


{  เ มื อ ง เ ซี่ ย พี  }






【 โรงเตี๊ยมซุ่นฉั่ว 】

『บรรเลงเสียงเพลงขับขาน


โรงเตี๊ยมซุ่นฉั่ว เป็นสถานที่ ที่ผู้คนและนักเดินทางมากมาย ต่างก็แวะเวียนเข้ามาพักผ่อน และนั่งสังสรรค์กัน เป็นโรงเตี๊ยมขนาดใหญ่ของเมืองเซี่ยพี เพราะฉะนั้นแขกไปใครมาก็จะเห็นว่ามีโรงเตี๊ยมแห่งนี้ที่เป็นจุดขาย


เพราะว่ามีความสวยงาม และทองอร่าม โดยตกแต่งเป็นอย่างดี และช่วงเย็นจะมีดนตรีบรรเลงให้ได้ฟังกันและที่พักอย่างเป็นส่วนตัว ชั้นล่างจะเป็นร้านอาหารที่บริการอย่างจุใจ พร้อมหากสั่งกลับบ้านก็มี




ชื่อกิจการ : โรงเตี๊ยมซุ่นฉั่ว

เจ้าของกิจการ: ซุ่น ฉั่วหลง

ประเภทร้าน: บริการอาหาร-ขนม, สุรา-น้ำชา, เสียงดนตรี และ ที่พัก

เวลาเปิด-ปิดร้าน: 24 ชั่วโมง


#ประทับตรา: ผู้ว่าเมืองเซี่ยพี



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 2

ดูบันทึกคะแนน

61

กระทู้

543

โพสต์

18หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
694
เงินตำลึง
806
ชื่อเสียง
91202
ความหิว
346

ใบรับรองภาษาฮั่นป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV2)

คุณธรรม
168
ความชั่ว
0
ความโหด
121
ทอมโม่
เลเวล 1

กงซุน หลัน

ข้าก็มีบทนะคะ!!
pet
โพสต์ 2017-9-18 01:45:50 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย YutaIzumi เมื่อ 2017-9-18 01:57

เส้นทางป่าวประกาศ 5

     หลังจากที่เขาเดินทางออกมาจากเมืองเซี่ยพี  กับกองพ่อค้าคาราวาน ระหว่างเดินทางขนรถม้านั้นผู้จัดการกองคาราวานก็เดินมาพูดคุยกับยูตะอีกครั้ง แต่ว่ายูตะที่เห็นก็ชิงพูดขึ้นก่อน
     "ไม่ต้องมาถามว่ารอบนี่ ผมไม่ทำอะไรแปลกๆอีกนะ" ยูตะรีบพูดขึ้นพร้อมกับมองที่ผู้จัดการกองคาราวานที่เดินเข้ามา
     "นี่แก ระแวงข้าขนาดนั้นเลยหรอ" ผู้จัดการกองคาราวานพร้อมยิ้มและเกาหน้าเล็กน้อย ก่อนที่จะเริ่มพูดต่อ "รอบนี่เราจะไม่มีแวะขายของที่ตลาดกันนะ แต่เราจะแวะพักที่โรงเตี้ยมของเมืองเซี่ยพีแทน เพราะว่าสินค้าที่เราได้มารอบนี่ ไม่เหมาะที่จะขายให้เมืองงซี่ยพีละนะ" ผู้จัดการกองคาราวานเริ่มอธิบายพร้อมกับทำมือประกอบการอธิบาย
     เมื่อรถม้าเดินทางมาถึงโรงเตี้ยมของเมืองเซี่ยพี คนงานและพ่อค้าทั้งหลายก็ต่างเดินลงจากรถม้า และเข้ามาพักผ่อนในโรงเตี้ยม ทำให้โรงเตี้ยมเล็กๆที่ดูว่างๆนั้นก็แน่นขึ้นมาถนัดตา พนังงานโรงเตี้ยมก็ต่างเตียมของกิน และเครื่องดื่มวุ่นวายกันไปทั่วยูตะที่เห็นดังนั้นจึงคิดว่าโอกาศนั้นมาถึงแล้ว เขาเดินขึ้นไปบนชั้น 2 ของโรงเตียมที่ระเบียงแล้วหาทำเลเหมาะๆ ที่จะเป็นจุดสนใจมากที่สุดการป่าวประกาศข้อความสำคัญที่ได้รับมา เขาเริ่มสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนที่จะเริ่มพูด


    "สวัสดีครับทุกท่าน ผมเป็นตัวแทนจากเมืองอู๋จวิ้น เนื่องด้วยทางเมืองอู๋จวิ้นนั้นจะมีการจัดงานเทศกาลไหว้พระจันทร์ เราจะขอเชิญชวนพ่อแม่พี่น้องทุกท่านมาร่วมงานให้ได้เลย นอกจากจะมีกิจกรรมแต่งกลอนแล้ว เรายังมีขนมไหว้พระจันทร์แจกจ่ายถึง 1000 ลูก!! ฟรีๆด้วยโอกาศแบบนี่หายากมาก ถ้าหากพ่อแม่พี่น้องท่านใดมีโอกาศละก็ต้องมาให้ได้เลยนะ ขอบคุณทุกท่านที่รับฟังครับผม"

     เขาพูดเหมือนเดิมเปะตามใบที่เขียนไว้ แล้วเขาท่องมันได้อย่างขึ้นใจ ก่อนที่จะโค้งตัวลงเล็กน้อยก่อนที่จะถอยฉากออกมาเดินลงจากชั้น 2 แล้วกลับไปนั้งที่โต๊ะของเขาตามปกติ และเริ่มกินอาหารพักผ่อนนั้งคุยกับผู้จัดการกองคาราวานต่อ

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1ชื่อเสียง +20 ความหิว -2 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 20 -2 + 3

ดูบันทึกคะแนน

今でもあなたはわたしの光
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x30
x12
x8
x5
x11
x6
x2
x8
x20
x25
x71
x6
x10
x60
x35
x12
x25
x40
x520
x710
x10
x9999
x107
x375
x2
x5
x8
x7
x20
x120
x30
x30
x2
x4
x1
x50
x90
x1247
x2
x900
x18
x162
x125
x499
x148
x6
x20
x482
x311
x37
x163
x10
x2
x400
x19
x50
x4
x20
x1
x1
x19
x1
โพสต์ 2017-10-17 20:28:36 | ดูโพสต์ทั้งหมด
     หลี่เซี้ยนเจ่อและทหารทั้งหมด 6 นายได้เข้าพักที่โรงเตี๊ยมในเมืองเซี่ยพีหลายวันแล้วเหตุที่ต้องพักนานขนาดนี้ เนื่องด้วยต้องให้ทหารที่บาดเจ็บจากการสู้รบจากการคุ้มกันนักโทษที่กลุ่มคนชุดดำมาชิงตัวไปได้พักฟื้นจากอาการบาดเจ็บ ระหว่างที่รอให้ทหารพักฟื้นจากอาการบาดเจ็บเขาก็ได้ส่งทหารสองนายออกไปตามสืบข่าวของกลุ่มคนชุดดำ
   "พวกเจ้าสองคน ที่ข้าให้ออกไปตามสืบข่าวกลุ่มคนชุดดำได้ข่าวว่าอย่างไรบ้าง" หลี่เซี้ยนเจ่อที่นั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหารด้านล่างของโรงเตี๊ยมเอ่ยสอบถาม เมื่อทหารสองนายกลับมาถึง
   "เรียนใต้เท้า พวกข้าสองคนออกไปสืบข่าวแล้วก็ยังไม่ได้เบาะแสเลยครับ" ทหารสองนายที่กลับจากการหาข่าวต่างก็ส่ายหน้าแล้วก็นั่งลง
   "ข้าก็คิดไว้อยู่แล้วว่าพวกมันคงไม่อยู่ที่เมืองนี้ ไว้พรุ่งนี้พวกเราค่อยไปตามสืบที่เมืองอื่นต่อแล้วกัน" หลี่เซี้ยนเจ่อรินเหล้าให้กับทหารทุกคน แล้วก็ร่วมกันรับประทานอาหารและสุราร่วมกันบนโต๊ะ ซึ่งหลังจากนั้นพวกเขาต่างก็แยกย้ายกันพักผ่อน
@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -6 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -6 + 3

ดูบันทึกคะแนน

...
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กราดิอุสทมิฬ
หลี่ซื่อชุนชิว
เทียนกุย
กำหนดลมหายใจ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x10
x3
x13
x1
x1

24

กระทู้

140

โพสต์

1หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
385
เงินตำลึง
40970
ชื่อเสียง
6909
ความหิว
103

ใบรับรองภาษาฮั่น

ซูซาคุ
เลเวล 1
โพสต์ 2017-10-18 19:47:30 | ดูโพสต์ทั้งหมด
บทที่8:ถึงเวลาพักผ่อนและเส้นทางในวันข้างหน้า ของเด็กสาวชาวยามาไท

หลังจากฝึกฝนตัวเอง เสร็จจากน้ำตกจางหลูลู่แล้ว อากิโกะก็ควบม้าจาก น้ำตหจางหลูลู่เพื่อไปหาที่พัก ในค่ำคืนนี้ที่เมืองเซียพี

"หลังจากข้าได้ม้ามานี้ การเดินทางก็สะดวกขึ้นเยอะในแผ่นดินฮั่นแห่งนี้" อากิโกะพูดไปขณะควบอาชาสีดำขณะ มองวิวข้างทางไปด้วย

"นี้เองสินะ ความรู้สึกของการได้ควบม้าเดินทางข้ามเมือง ประหยัดค่าเดินทางไปได้อีก" อากิโกะพูดไปขณะหัวเราะอย่างมีความสุข
และตอนนี้เธอเอง ก็เรียกว่าอ่อน เพลียเต็มทน เพราะวันนี้เล่นฝึกหนักถึง2-3อย่างไม่เหนื่อยจะทนไหวงั้นเหรอ

"หวังว่าข้าจะไม่หลับกลางทางนะ..เอาละควบไปทัตซึโอะ! ย้าก!" หลังจากพูดจบอากิโกะก็ควบม้าคู่หูใหม่ของเธอ วิ่งผ่านราตรีไปในทันที

---------------------------------------------------------------------------

หลังจากใช้เวลาไม่นาน อากิโกะก็มาถึงเมืองเซียพีจนได้ และได้ลงจากม้าแล้วเอาเชือกมาผูกม้าของตัวเอง ที่ไม่ห่างจากโรงเตียมมากเท่าไร

"ดีจริง แหะ จุดที่ผูกม้า อยู่ใกล้ๆโรงเตี้ยมเลยสินะ" หลังจากพุดจบอากิโกะ ก็เดินเข้าไปในโรงเตี้ยม ในทันที และก็มีเสี่ยวเอ้อสาววัย18ออกมาต้อนรับ
เธอ

"ยินดีต้อนรับคะ คุณหญิง ไม่ทราบว่าจะมาพักผ่อนหรือมาทานอาหาร ในค่ำคืนนี้กันเจ้าคะ" เสี่ยวเอ้อวัย18คนนั้นถามอากิโกะด้วยรอยยิ้ม

"ในคืนนี้ ข้าคงไม่หิวละนะ แต่ตอนนี้ข้าง่วงมากกว่าช่วยเปิดห้องที่แล้วกัน หาว"อากิโกะพูดไปขณะปิดปากหาวตัวเองไปด้วย

"รับทราบเจ้าคะ งั้นก็เชิญทางนี้เลยนะเจ้าคะ" หลังจากพูดจบเสี่ยวเอ้อสาวก็นำทางอากิโกะ ไปที่ห้องพักทันที

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

"งั้นก็คืนนี้ ก็ขอให้คุณหญฺงพักผ่อนตามสบายนะเจ้าคะ" หลังจากเสี่วเอ้อ สาวคนนั้น พาอากิโกะมาถึงห้องพักเรียบร้อยแล้วเธอก็โค้งให้อากิโกะ
เรียบร้อยก็ปิดประตู ห้องพักให้ทันที

"เอาละ..คืนนี้ก็พักที่นี้ก็คงสบายดีกว่านอนที่ศาลาเหมือนเมื่อก่อนละนะ" อากิโกะพูดไปขณะวางสัมภาระลงข้างๆเตียงแล้วทิ้งตัวลงที่เตียงนอน
แล้วพรางคิดเรื่องต่างๆขณะหลับตาลงไปด้วย

"พรุ่งนี้ ข้าจะไปไหนดีนะ..แล้วฝึกวิชาเสร็จ ข้าควรจะเดินบนเส้นทางไหนดีนะ ธรรมมะหรืออธรรมดีนะ" อากิโกะคิดไปขณะหลับตาอยู่
แล้วนึกถึงเรื่องที่ผ่านมา ว่าเธอนั้นได้ ช่วยเหลือคนไว้มากมาย รวมถึงสหาย คนล่าสุดของเธอ ซุน เยาฉาน

"หวังว่าพวกเรา จะได้พบกันอีกนะ ซูน เยาฉาน..ให้ตายสิ..สงสัยข้าต้องเลือกทางที่จะช่วยเหลือผู้คนสินะ" หลังจากพูดจบสติของอากิโกะ ก็ค่อยๆมืดพลงและหลับไปในที่สุด




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -10 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -10 + 3

ดูบันทึกคะแนน

ผิดไปข้อ1
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กลยุทธ์ซุนปิน
ง้าวมรกต
ม้าวายุทมิฬ
มีดบิน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x12
x7
x30
x4
x5
x3
x18
x19
x1
x4
x29
x30
x3
x5
x3
x30
x21
x79
x124
x109
x11
x46
x4
x86
x2
x2
x2
x14
x15
x1

23

กระทู้

147

โพสต์

1หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
1238
เงินตำลึง
126438
ชื่อเสียง
8782
ความหิว
206

ใบรับรองภาษาฮั่น

เซ็น
เลเวล 1

ยายะ

pet
โพสต์ 2017-10-28 01:56:49 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Melonpang เมื่อ 2017-10-29 21:22

เรื่องราวที่สามสิบสี่ - [ เส้นทางอนาคต ]





*มุมมองของยายะ*



     หลายวันมานี่ --นายท่านมักจะอ่านหนังสืออยู่เสมอ

     แม้กระทั่งระหว่างเดินทางก็ไม่ได้ขึ้นขี่ม้า นางนั้นเดินเท้าเปล่าไปอ่านข้อความในคัมภีร์ที่นางได้มาจากตลาด
เมืองเหอไนไปตลอดเส้นทาง
     ตอนนั้นข้าคลาดสายตาจากนางไปเพียงไม่ถึงครึ่งชั่วน้ำชาเดือด หลังจากที่ตามหาจนพบ แทนที่นายท่านจะ
เดินตลาดอยู่ตามที่นางกล่าว กลับกลายเป็นว่ามานั่งแหมะเงียบๆอยู่ที่โรงเตี้ยมอย่างสงบในเวลาต่อมา...
     นายท่านพบอะไรที่ตลาดกันนะ? พอสงสัยแบบนั้นก็เลยเข้าไปถาม --ทว่า


     " ...---หากได้รับการบำรุงเลี้ยง ...ย่อมไม่มีสิ่งใดที่ไม่เจริญเติบใหญ่ ...หากสูญเสียการเลี้ยงบำรุง ก็ย่อมไม่มีสรรพ
สิ่งใดที่ไม่เสื่อมทำลายลง ...หมิ่งจื้อกล่าวว่า “ ที่สถิตอยู่ในตัวมนุษย์ก็ใช่ว่าจะไร้จิตแห่งครรลองมนุษย์ธรรม แต่ทว่าการ
ปล่อยปละละทิ้งมโนธรรมไปจากตัวก็เปรียบได้กับปล่อยให้คมขวานมาลิดรานล้มโค่นต้นไม้ คอยตัดคอยบั่นทุกคืนวัน
...หากเป็นเช่นนั้นแล้วจะยังคงความงามอยู่ได้หรือ ...ด้วยการบำรุงเลี้ยงของวันคืนจนถึงยามรุ่งอรุณเริ่ม ความชังความ
ชอบชั่วดีที่ใกล้เคียงกับความเป็นมนุษย์ก็พอมีอยู่บ้าง แต่ครั้นเมื่อกอปรกรรมบำเพ็ญกิจไปในระหว่างวัน ก็เบียนบ่อน
ทำลายจนบางเบาลง เมื่อบ่อนเบียนเวียนซ้ำอยู่ร่ำไป พลังอันสั่งสมมาแต่ค่ำคืนก็ไม่พอเหลือให้เก็บออมไว้ เมื่อพลังแต่
ค่ำคืนไม่เหลือเก็บไว้ ช่องว่างทางจำแนกจากสัตว์เดรัจฉานก็ไม่ห่างนักแล้ว ผู้คนที่เห็นเดรัจฉานชาติในตัวผู้คนนั้น ก็ย่อม
หลงคิดไปว่าไม่เคยมีคุณสมบัติอยู่มาก่อน ทั้งนี้หรือใช่ว่าเป็นธรรมชาติธาตุแท้ของมนุษย์ผู้นั้น ดังนี้ หากได้รับการบำรุง
เลี้ยง ย่อมไม่มีสิ่งใดที่ไม่เจริญเติบใหญ่ หากสูญเสียการเลี้ยงบำรุง ก็ย่อมไม่มีสรรพสิ่งใดที่ไม่เสื่อมทำลายลง " ครั้นประ
ชาชนล้มตายลง ก็เอ่ยว่าตนมิใช่สาเหตุ กลับอ้างว่าอายุฤดูกาลบันดาลให้เป็นไป เช่นนี้แล้ว จะแตกต่างอย่างไร กับการ
จ้วงแทงผู้คนจนถึงแก่ความตาย แล้วเอ่ยว่าตนมิใช่สาเหตุ กลับอ้างว่าอาวุธต่างหากที่ทำการประหาร....งืมงำงืมงำ "


     .....รู้สึกได้เลยว่าต่อให้ไปเขย่าตัว นางก็คงจะไม่ตอบสนองข้าแน่ๆ
     ตั้งแต่เดินทางร่วมกันมาเป็นเวลาเกือบครึ่งปี ข้าพอจะรู้มาบ้างว่านายท่านเย่เสวียนั้นมีงานอดิเรกในการอ่าน
หนังสือ กับสะสมใบชา แล้วก็ชอบไปยุ่งเรื่องชาวบ้าน...(อันนี้ข้าอยากให้เลิกที่สุด)
     ทว่าทุกครั้ง นายท่านก็ไม่เคยอ่านหนังสือใดๆด้วยท่าทีจริงจังเช่นนี้ ...ยิ่งไปกว่านั้นยังหักโหมอีก
     นายท่านนั้นอ่านด้วยความจริงจังราวกับต้องการจำเนื้อหาทั้งหมดที่เขียนอยู่ในนั้นให้ได้ทุกตัวอักษร และแม้
ว่ามันจะดึกดื่นค่อนคืนแล้ว นางก็ยังไม่หยุดพัก

     " นายท่านเจ้าคะ "
     " ....... "

     ไม่ตอบ....แถมยังรู้สึกว่านางกำลังพึมพำอะไรอยู่ก็ไม่รู้ซ้ำๆ
     พอเดินเข้าไปใกล้ๆก็--

     " ความจริงใจนั้นเทียบเท่ากับวิถีแห่งฟ้า ..การครุ่นคิดถึงความจริงใจนั้นย่อมเท่ากับวิถีของมนุษย์ ..ผู้ที่บรรลุความ
จริงใจแล้ว ไม่อาจสร้างความหวั่นไหวได้นั้น ยังไม่เคยปรากฏมาก่อน แต่หากไม่จริงใจ ย่อมไม่อาจสร้างความหวั่นไหว
แก่ใครได้เลย.. "

     " ..........นายท่านเจ้าคะ "

     " ความสำคัญที่ประมุขของบ้านเมืองพึงมี ...จะต้องทำหน้าที่อุ้มชูประชาราษฏร์ มิให้กดขี่ข่มเหงเอารัดเอาเปรียบ
ให้ทุกคนมีกรุณามโนธรรมสำนึก ตั้งแต่ประมุขเบื้องสูงจนถึงชนเบื้องล่างทุกระดับ ให้ทุกคนค้นหาจิตเดิมแท้แห่งตน
มิให้กระเจิงหายเหมือนเป็ดไก่ที่เตลิดไปจากเล้า ให้เสริมสร้างจิตมหาพลานุภาพเที่ยงธรรมในตน ให้ตรงต่อฟ้าดินด้วย
มโนธรรมสำนึก "

     " เอ่อ...อย่าตอบข้าน้อยด้วยประโยคในหนังสือสิเจ้าคะ.... "

     " ' ฆ่าคนให้ตายโดยใช้ไม้พองหรือใช้มีด แตกต่างกันหรือไม่ ' ตอบว่า ' ไม่แตกต่าง ' ...ที่สุดก็คือตาย ...ถามอีกว่า
' ใช้มีดฆ่าคนให้ตาย กับ ใช้การปกครองฆ่าคนให้ตาย ' ต่างกันหรือไม่...ตอบว่า ' ไม่ต่างกัน ' ...ที่สุดก็คือตาย ในครอบ
ครัวของวังหลวงมีมังสาหารอุดมสมบูรณ์ ในคอกม้าของวังหลวงมีม้าอ้วนพี แต่ประชาชนผอมโซหิวโหย อีกทั้งมีศพผู้คน
ที่อดตายแถบชายป่า เลี้ยงม้าให้อ้วนพีแต่ประชาชีกลับอดอยาก เช่นนี้ จะต่างอะไรกับนำสัตว์มากินคน สัตว์ขย้ำกินกันเอง
คนยังเกลียดชังมัน นับประสาอะไรกับผู้ที่เป็นพ่อแม่ของประชาราษฏร์ "

ปึด

     ราวกับอะไรบางอย่างขาดผึง ยายะค่อยๆวางถ้วยน้ำชาที่ทำจากไม้ไผ่ลงบนโต๊ะช้าๆ ก่อนจะค่อยๆเคลื่อนกาย
ขึ้นไปบนเตียงที่นายท่านของนางกำลังนั่งหมกหมุ่นอยู่คนเดียว

     " แผ่นดินแม้เล็กน้อยเพียงร้อยลี้ ก็อาจปกครองเป็นอ๋องของแผ่นดินได้ หากปกครองประชาราษฏร์โดยธรรม ยกเว้น
การลงทัณฑ์ ทำทารุณกรรม ลดหย่อนภาษี สอนชาวนาคราดไถให้ลึกง่ายแก่การกำจัดวัชพืช คนหนุ่ม วัยแรง ใช้วันว่าง
งาน ศึกษาวิชาเรียนรู้กตัญญู พี่น้องปรองดองซื่อสัตย์จงรักภักดี สัตย์จริง เข้าบ้านให้รับใช้ใกล้ชิดพ่อแม่ ดูแลพี่น้อง ออก
จากบ้านให้เคารพรับใช้ผู้ใหญ่ เคารพผู้สูงวัยให้เกียรติเมธี สอนให้พวกเขาทำไม้พอง ฝึกซ้อมวิทยายุทธ เพื่อเอาไว้รับมือ
ฟาดฟันกับเกราะแข็งอาวุธคมของ...---อ๊ายย!? "

     พอใช้มือหยิกเข้าที่ต้นขาของนายท่าน นางก็ส่งเสียงร้องว้ายออกมา ก่อนจะทำหน้าตาเอือยๆแบบปกติไม่ได้ทำ
สีหน้าเย็นชาแบบเมื่อครู่แล้ว

     " ...?....??... "
     " มืดมากแล้วนะเจ้าคะ กรุณารีบพักผ่อนแล้วเข้านอนด้วยเถอะเจ้าค่ะ "
     " เอ๊ะ..?...อะ...อือ "

     เพราะว่ายังคงสับสนอยู่หรือเปล่า นายท่านนั้นผงกหัวตอบรับอย่างว่าง่ายผิดคาด

     " แล้วก็ ---ข้าน้อยคงต้องขอยึดนี่ไปก่อนนะเจ้าคะ "
     " เอ๊ะ..? ดะ-..เดี๋ยวก่อนสิ ยายะ... "

     พอหยิบคัมภีร์ในมือของนายท่านมา นางก็รู้สึกตัวขึ้นอย่างรวดเร็วแล้วก็รีบยื่นมือมา

     " อีกนิดเดียวก็จะจบแล้ว... "
     " หืม..แต่จากที่ข้าน้อยเฝ้าสังเกตมา ---นี้เป็นรอบที่ห้านะเจ้าคะ "
     " งือ...ก็......จบรอบที่ห้า... "
     " แล้วท่านก็จะอ้าง'รอบที่หก'ใช่ไหมเจ้าคะ เพราะงั้นไม่ได้เจ้าค่ะ "

     พอพูดไปแบบนั้น นายท่านก็มีท่าทีซึมๆไป.....ข้าใจร้ายไปหรือเปล่านะ...ไม่สิ นี่ก็เพื่อนายท่านนั่นแหละ
ข้าจะต้องทำใจแข็งเข้าไว้!
     ขณะที่ข้าตั้งมั่นไว้แบบนั้นในใจ นายท่านเย่เสวียก็หันหลังแล้วก็ทำท่าทีขยุกขยิกเล็กน้อย .......อะ

     " ....นายท่านเจ้าคะ....ช่วยกรุณาส่งเล่มนั้นมาด้วย...-อ๊า! อย่าคลุมโปงนะเจ้าคะ! แบบนั้นก็สายตาเสียกัน
พอดี....เอ้ย ไม่ใช่ รีบๆเก็บหนังสือแล้วเข้านอนเดี๋ยวนี้เลยนะเจ้าคะ!! "
     " กะ-..การกำหนดกลยุทธในการลำเลียงกองพลที่ดีเป็นม่านตาข่าย ถะ-..ถึงแม้การศึกจะไกลถึงหมื่นไมล์ก็สามารถ
ชนะได้... "
     " พยายามจังเลยนะเจ้าคะ! "

     หลังจากที่ปลุกปล้ำกันอยู่พักใหญ่ๆ ในที่สุดข้าก็แย่งหนังสือนั่นมาได้
     ทางด้านของนายท่านนั้น พอหมดแรงแล้วก็หลับปุ๋ยไปในเวลาไม่นานเลยในทันที

     ' ตกลงข้าเป็นแม่ไปแล้วหรือ... '

     ข้ามองไปที่ใบหน้าด้านข้างของนายท่านเย่เสวีย ก่อนจะคลี่ยิ้มออกมาบางๆ
     บ้างคราก็พึ่งพาได้ บางคราก็ทำตัวไม่ต่างจากเด็ก นายท่านนั้นเป็นคนที่แปลกจริงๆ
     พอข้าเอือมมือไปลูบศีรษะของนางเบาๆ ทันใดนั้น นางก็ละเมอเอื้อมมือมาจับมือของข้าเอาไว้แน่น

     ' ....อ่า '

     แบบนี้ข้าก็ปลีกตัวไปไหนไม่ได้เลยสิเนี่ย...
     ดูท่าว่าคืนนี้ข้าคงต้องนอนบนเตียงกับนายท่านด้วยแล้ว......อื๋อ?



หากจะหาประสบการณ์จากหลักการปกครองเหล่านี้ ไม่มีข่าวใดจะง่ายเท่าทำงานในจวนขุนนาง เอกสารทุกม้วนล้วนเป็นประสบการณ์ที่แม่นางเหมาะจะศึกษา ข้าได้ยินข่าวว่า ผู้ว่าเมืองเซี่ยพี หลี่ เหว่ยหวง กำลังเปิดรับสมัครเสมียนคนใหม่ หากแม่นางสนใจประสบการณ์เหล่านี้ลองไปดูได้

     มันเป็นกระดาษม้วนเล็กๆที่ทำมาจากหนังแพะ ซึ่งหล่นลงมาจากหนังสือในมือของนาง

     ' ...นี่คือสาเหตุที่นายท่านเดินทางมาที่เมืองนี้งั้นหรอ '

     ขณะที่ข้าครุ่นคิดเช่นนั้นในใจ นายท่านก็ส่งเสียงคราง"...อือ"ออกมา ข้าจึงม้วนเศษกระดาษแผ่นนั้นแล้วเก็บ
กลับเข้าไปที่เดิม
     ก่อนอื่น --คืนนี้ข้าเองก็รีบเข้านอนก่อนจะดีกว่า
     นายท่านจะมีเป้าหมายอย่างไร ยายะผู้นี้ก็พร้อมที่จะสนับสนุนอยู่แล้ว
     ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดก็ตาม ...หรือจะต้องทำร้ายผู้ใดก็ตาม

     --แต่แน่นอนว่านายท่านคงไม่มีคำสั่งอะไรแบบนั้นหรอก...


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +50 ชื่อเสียง +20 ความหิว -8 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 50 + 20 -8 + 2

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หวยหนานจื่อ
กำหนดลมหายใจ
บันทึกลับ #3
ธนูใหญ่
ม้าวายุทมิฬ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x23
x10
x25
x40
x92
x4
x10
x40
x114
x56
x10
x75
x170
x12
x30
x15
x6
x60
x200
x20
x60
x40
x3
x10
x10
x48
x8
x1
x4020
x10
x20
x28
x15
x38
x10
x30
x20
x1
x1
x1
x90
x20
x50
x100
x4
x8
x30
x115
x120
x8
x110
x160
x1
x38
x1

125

กระทู้

1073

โพสต์

40หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
135497
เงินตำลึง
176514
ชื่อเสียง
139583
ความหิว
902

ป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV2)ใบรับรองภาษาฮิบรูใบรับรองภาษาเปอร์เชียใบรับรองภาษาฮั่น

คุณธรรม
11033
ความชั่ว
3121
ความโหด
4785
หงเฟิง
เลเวล 1

เหอ ซูมี่

สงบใจไว้นะเจ้าคะ...
pet
โพสต์ 2017-11-29 03:25:15 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LuLingNu เมื่อ 2017-11-29 20:29

เวลาต่อมา หลังจากหล่หลิงนูเดินทางออกมาจากเมืองฉางอัน ด้วยม้าฮั่นเสียตัวนั้น ด้วยความเร็วของมันทำให้ถึงเมืองเซียพีในเวลา
ไม่นานนัก
แค่ขี่ผ่านเมืองที่เป็นเส้นทางไปยังเซี่ยพีเท่านั้น ไม่ได้แวะเมืองอะไรแต่อย่างใด
เธอขี่ตลอดคืนจนเช้า ผ่านหลายเมืองแต่เธอก็มาถึงอย่างรวดเร็ว


"สุดยอด...นี่สิม้าของวังหลวง.."


เธอยังคงติดใจม้าตัวนี้เช่นเดิม
ทว่าอาการง่วงของเธอนั้นเริ่มไม่แสดงผลอีกต่อไป เพราะได้ซึมซับเข้าเป็นเวลาหนึ่งแล้ว(?)
เธอลดความเร็วของม้าลงจนเหลือแค่เดิน ผ่านเข้าประตูเมืองเซี่ยพีทางทิศตะวันตก


นานเท่าไหร่แล้วที่จากเมืองบ้านเกิดไป...
เธอมองไปรอบๆ ผู้คน ร้านอาหาร โรงเตี๊ยม ตลาด ยังคงเหมือนเดิมเช่นเคย...
มันไม่ได้เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย..


"คิดถึงจัง..." เธอกล่าวออกมาเบาๆ
หลิงนูขี่ม้าเดินเข้าไปเรื่อยๆ... ก็พบต้นไม้ต้นหนึ่ง ที่เธอเคยมาหลบท่านพี่บ่อยๆที่อยู่หัวมุมตรงทางแยกของถนนต้นนั้น
ก็ยังคงอยู่เหมือนเดิม... ทว่ามีการล้อมรั้วเพิ่มเติมดอกไม้สีสวยรอบๆให้ดูน่าชมมากขึ้น


เธอยิ้มบางๆในระหว่างที่ได้กลับมายังเมืองเซี่ยพีแห่งนี้ รู้สึกถึงวันเก่าๆ หลายปีที่ได้เกิดและโตที่นี่....


ระหว่างนั้นเธอนึกถึงอะไรบางอย่าง ว่าจะกลับไปเยี่ยมที่โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งในเมือง
ที่ๆเธอเคยไปบ่อยๆสมัยยังไม่ได้ออกผจญภัย ก็หลายปีอยู่นะ..
เธอจึงขับม้าไปที่โรงเตี๋ยมแห่งนั้นเพื่อเยี่ยมเยือนคนที่รู้จักคุ้นเคยกัน ก่อนจะจากที่นี่ไป..


สักพักเธอก็มาถึงโรงเตี๊ยมดังกล่าว เมื่อเธอเดินเข้าไปแล้ว เถ้าแก่ในร้านก้ทักทายเธอ เป็นคนที่หลิงนูพบกันบ่อยในสมัยหลายปีก่อน
และชวนเธอคุยถึงเรื่องที่ออกไปจากเมืองไปพบอะไรมาบ้าง
หลิงนูก็คุยกับเถ้าแก่แบบเป็นกันเองพอหอมปากหอมคอ ก่อนจะสั่งอะไรมาทานสักเล็กน้อย
ซึ่งเถ้าแก่ดันให้ของกินนั้นฟรีอีกต่างหาก 1อย่าง ต้องขอบคุณน้ำใจเถ้าแก่จริงๆ คงหมายถึงความที่เถ้าแก่นั้นสนิทกับท่านพ่อ หรือเจ้าเมืองเซี่ยพี
บวกกับคุ้นเคยกับหลิงนูเป็นอย่างดี



หลังจากหลิงนูหมดธุระแล้วในโรงเตี๊ยม ก็กำลังจะเดินออกจากโรงเตี๊ยมกำลังจะไปขึ้นม้าของตัวเองที่พักอยู่หน้าโรงเตี๊ยมแล้วขี่ม้าออกมาเพื่อที่จะไปข้างนอกต่อ
แต่คิดว่าวันนี้จะไม่กลับไปบ้านอย่างแน่นอน

เมื่อขี่ม้าออกมาแล้วจึงเดินม้าอ้อมๆ ไม่กลับไปยังจวนผู้ว่าเมืองเซี่ยพี

ระหว่างทางที่ขี่ม้าผ่านมาตามทาง ก็พบเด็กสาวคนหนึ่งท่าทางเหมือน...กำลังหลงทางในเมืองเซี่ยพี มองซ็ายมองขวา ก้าวไม่ออกไปไม่ถูกอยู่ตรงนั้น
ด้วยความเป็นคนเซี่ยพีแต่เกิดและก้มีจิตใจที่อยากช่วยเหลือผู้คนอยู่แล้ว

เธอจึงลองขี่ม้าเข้าไปใกล้ๆถามเด็กคนนั้น

“เอ่อ… ขอโทษนะ”
”เจ้ากำลังหลงทางงั้นหรือ..?” เธอถามผิงผิง

@ผิงผิง

"เจ้า...เพิ่งจะเคยมางั้นสินะ ข้าไม่คุ้นหน้าเจ้าเลย" หลิงนูบอกกล่าว
พูดราวกับว่ารู้จักแทบทุกคนในเมืองเซี่ยพี

@ผิงผิง

"หืม … เจ้าพาเด็กผู้หญิงลูกสาวของพ่อบ้านจวนมาส่งถึงจวนผู้ว่างั้นเหรอ..."
หลิงนูฟังจากที่ผิงผิงอธิบายแล้วก้พยัก
*เอ ..ลูกสาวพ่อบ้านเหรอ ใครกันนะ ท่านสูหานก้ไม่ใช่ อืม… คงจะเป็นคนนั้นแน่ๆ ลุงเย่ หยานหยูสิ.. อ่าาา เป็นพ่อบ้านที่ไม่ค่อยได้พบเท่าไหร่ มักจะดูแลสวนรอบๆจวนไม่ก้..ไปช่วยท่านพ่อนอกสถานที่บ่อยๆ...* หลิงนูหรี่ตาข้างเดียวที่มีผ้าพันแผลปิดทบตาข้างซ้ายคิดในใจเธอ
"เจ้าดูเป็นคนดีนะ แล้วเดินทางมาไกลแค่ไหนเหรอ...ถึงมาส่งเด็กให้ถึงมือบิดา..." หลิงนูกล่าวถามอีก เมื่อเด็กหญิงที่ถูกช่วยไว้โดยผิงผิงนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องในจวนเซี่ยพี หรือเรียกว่า บ้านของเธอนั่นเอง

@ผิงผิง

"เอ่อ… ไกลเหมือนกันนะ .. แต่เจ้าก็ก็อุส่าห์ช่วยเหลือจนมาถึงเซ๊่ยพีได้ ขอนับถือน้ำใจเจ้าจริงๆ..."
หลิงนูมีท่าทางยิ้มแย้มขึ้น ดวงตาข้างเดียวที่มีผ้าพันแผลบังดวงตาอีกข้างหนึ่งของหลิงนูมองผิงผิงกับรอบๆตัวเธอ

@ผิงผิง

หลิงนูที่เพิ่งจะเปลี่ยนท่าทางเป็นเอาอกเอาใจผิงผิง จนเกือบลืมว่าต้องรักษามารยาทกับคนแปลกหน้าสักหน่อย
"เอ่อ ...ขอโทษนะข้าลืมตัว… เจ้าชื่ออะไรเหรอ ข้าอยากทราบชื่อของเจ้าหน่อย"

@ผิงผิง

"...หลิง ผิงผิง สินะ.. ข้าหลี่หลิงนู เรียกข้าว่าหลิงนูก้ได้..." เธอบอกชื่อกันและกัน แนะนำกันอย่างไม่เป็นทางการนักแต่ก้รู้จักกันไว้ก้ดี
"เจ้าอยากรู้อะไรเกี่ยวกับเซี่ยพีรึไม่...ข้าจะนำทางและแนะนำเจ้าให้เองนะ..." เธอดูใจดีขึ้น และพร้อมแนะนำ

@ผิงผิง

พอผิงผิงถามว่าเหตุใดถึงช่วยเธอ ทั้งๆที่เพิ่งจะพบหน้ากัน
"เอ่อ...ก็เพราะว่าข้านึกออกน่ะสิ ว่าเด็กหญิงที่เจ้าช่วยไว้...เป็นลูกสาวพ่อบ้านจวนผู้ว่าเมืองเซี่ยพีเอง"
"ใช่...พวกเขาเหมือนครอบครัวของข้านั่นแหละ จวนเซี่ยพีคือบ้านข้า..."
หลิงนูอธิบายให้ฟัง
พอจะนึกตามได้ว่าหลิงนูมีส่วนเกี่ยวข้องกับเจ้าเมือง..อาจจะเป็น ลูกเจ้าเมืองรึเปล่านะ?..

@ผิงผิง

ผิงผิงลองนึกๆดูและถามว่าอีกฝ่ายเป็นเชื้อสายเจ้าเมืองรึไม่ หลิงนูก็ยกนิ้วทำปากชู่ว
"อย่าพูดเสียงดังสิ..."
หลิงนูมองรอบๆ ไม่อยากให้เรื่องวู่มวาม และก้ไม่อยากให้ทางบ้านรู้
"เอาเป็นว่า...ข้าจะพาไปตลาดซื้อของกิน เอาไหม..."
หลิงนูเอ่ยชักชวน

@ผิงผิง

ผิงผิงตอบตกลง หลิงนูจึงพาไปยังตลาดเมืองเซ๊่ยพี ถึงแม้มันจะใหญ่สู้ตลาดเมืองหลวงไม่ได้ แต่มันก้เต็มไปด้วยชีวิตชีวาไม่แพ้กัน
หลังจากทั้ง2คนออกมาจากตลาดแล้ว หลิงนูก้ขึ้นม้าสีแดงของตัวเอง กล่าวชักชวนอีกคนขึ้นขี่ด้วย แต่ทว่าผิงๆยังขี่ม้าไม่เป็น ดังนั้น เธอจึงต้องขี่ม้าไปข้างๆผิงๆแทน

ระหว่างเดินไปเรื่อยๆ หลิงนูก้แนะนำที่ต่างๆภายในเซี่ยพีให้ผิงผิงได้รับรู้ไว้ก่อน ถึงแม้อีกคนจะฟังหรือไม่

เมื่อถึงจุดๆหนึ่ง ก็มีเสียงของบุรุษดังขึ้นข้างหลังพวกเธอทั้งสอง
"ช้าก่อน พวกเจ้าทั้งสอง"
เสียงนั้นดังขึ้นทำให้ทั้งคู่หยุดเดินสัตว์ขี่ทันที และเบื้องหน้าก้มี ชายวัยกลางคนสวมชุดดูมีฐานะปานกลาง พร้อมอินทรีบนบ่า กระโดดลงมาปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าทั้ง2
"ข้ากำลังรอพวกเจ้าอยู่พอดี"
ชายคนนั้นเอ่ยขึ้น


"รอเหรอ..? ท่านเป็นใครกัน..หรือว่า.." หลิงนูพูดขึ้น ก่อนจะเริ่มนึกกลายๆว่า ใช่ผู้ที่จะมานำพวกเธอฝึกรึเปล่า

@ผิงผิง

"ใช่แล้ว อย่างที่เจ้าคิดนั้นแหละ" ชายคนนั้นตอบ ก่อนจะยกมือขึ้นไปลูบอินทรีบนบ่าอย่างเอ็นดู

"ข้ามารอพวกเจ้าอยู่แล้ว เพื่อมารับพวกเจ้าเข้าการฝึก เพื่อเข้าสู่เส้นทางชาวยุทธ.." ชายคนนั้นเริ่มอธิบาย
“อย่างแรกพวกเจ้าคือคนที่สนใจจะเดินบนเส้นทางยุทธภพสินะ  พวกเจ้าต้องเข้าใจก่อนนะ...ว่ายุทธภพนั้นโหดร้าย
มีทั้งบุญคุณ ความแค้นที่นับไม่ถ้วน ชีวิตชาวยุทธ์เราแขวงอยู่บนเส้นด้าย”

ชายคนนั้นกล่าวแบบว่า ตนเองนั้นอยู่ใกล้ความเป็นความตายมากเพียงใด มันกดดันทั้งคู่มากทีเดียว

".....ข้าเข้าใจ ท่าน..เข้าเจอเรื่องแบบนี้มาแล้ว ข้าจึงจะต้องเก่งขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดเรื่องแบบนั้นอีก..."
หลิงนูกล่าวความตั้งใจ


@ผิงผิง

ชายคนนั้นพยักหน้า รับรู้ถึงความต้องการที่จะเดินเข้าสู่เส้นทางของชาวยุทธ์
“เอาล่ะในเมื่อพวกเจ้ากล้าเพียงนี้ เราไปหาที่เงียบสงบคุยกันดีกว่า”
จากนั้นชายคนนั้นจึงหันหลัง แล้วเดินออกไป แต่ว่าเขาเดินเร็วมาก...
ทั้งคู่จึงมองหน้ากันแล้วขับสัตว์ขี่ตามบุรุษคนนั้นออกไป จนกระทั่งออกไปนอกเมือง


เข้าสู่พื้นที่สงบที่มีธรรมชาติ...


คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +15 ความหิว -11 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 15 -11 + 3

ดูบันทึกคะแนน

11112222
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
จื่อซิงหม่า
แหวนห้าสี
ชุดนักพรตซือฉง
ไหเฟิงจิ่วจ้าน
ทวนฝงเจียง
ตัวเบาขั้นสูง
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x200
x100
x1
x215
x4
x2
x1
x204
x4
x101
x100
x100
x200
x10
x33
x2
x2
x500
x17
x30
x46
x220
x360
x5
x305
x82
x224
x20
x1
x3280
x7
x286
x308
x22
x313
x552
x12
x1
x120
x124
x14
x7
x85
x48
x12
x90
x354
x562
x1
x28
x1
x300
x45
x312
x1155
x150
x650
x5
x85
x3
x4
x1352
x937
x133
x936
x501
x1
x8999
x1
x10
x89
x138
x143
x24
x91
x3
x40
x336
x1230
x2
x255
x25
x455
x280
x2
x1600
x7
x98
x4
x123
x5750
x78
x48
x74
x5
x3
x25
x13
x42
x12
x1
x450
x5
x1
x175
x447
x1577
x87
x40
x6
x50
x7
x8
x8
x62
x2
x6
x6
x82
x6
x2980
x16
x513
x13
x258
x44
x481
x1050
x39
x130
x221
x236
x246
x418
x339
x96
x207
x209
x1
x190
x7
x2
x183
x7
x9
x3970
x30
x976
x99
x1
x590
x147
x4
x139
x255
x320
x267
x131
x162
x9
x2672
x3739
x138
x17
x1009
x522
x596
x639
x205
x159
x356
x9
x1625
x845
x220
x73
x380
x91
x1
x157
x9
x10
x515
x206
x326
x330
x88
x56
x672
x1070
x93
x595
x212
x511
x51
x136
x17
x28
x470
x7
x102
x38
x354
x147
x19
x35
x45
x39
x1495
x5017
x20
x243
x1
x138
x91
x20
x53
x11
x424
x5
x124
x288
x18
x34
x169
x7
x17
x96
x230
x1
x1
x1457
x1

75

กระทู้

844

โพสต์

3หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
12424
เงินตำลึง
2547
ชื่อเสียง
15782
ความหิว
90

ใบรับรองภาษาฮั่น

คุณธรรม
533
ความชั่ว
0
ความโหด
0
กวนอวี่ | 关羽
เลเวล 1

อวี้ เสี่ยวมี่

คุณชาย! โปรดอย่าก่อเรื่อง
pet
โพสต์ 2017-11-29 20:04:03 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ผิงผิง เมื่อ 2017-11-29 20:19

ลำนำของพี่เฮ่า



     ผิงผิงฝากเจ้า จวี่จื่อ ไว้ที่โรงเก็บหมาของโรงเตี้ยม เธออุ้มเพียงเจ้าหมั่นโถวเข้ามานั่งพัก ก่อนจะสั่งอาหารมาสักเล็กน้อยพร้อมหมั่นโถวให้เจ้าหมั่นโถว เพราะจะให้เอาหนอนสดๆ มาป้อนก็ยังไงอยู่... ตรงเวทียกพื้นมีชายหนุ่มเดินขึ้นมาด้วยท่าทีสุภาพเขาอยู่ในชุดสีขาว คนรอบข้างพลางเงียบเสียงลง คล้ายกำลังมีการเตรียมรับชมการแสดงอะไรสักอย่าง ผิงผิงมองอย่างสนใจ










{ ลำนำผาฮั่นจง }
ร้อยตำนาน เรียงขับขาน พันพันบท
หมื่นเรื่องเล่า เคล้าน้ำตา ต่างสุรา
ดินเหลืองผา นครา ขุนเขาใหญ่
หุบเหวลึก สร้างตำนาน หมู่ผู้กล้า

คือคำขาน คือตำนานจตุชน

ทั้งพ่อค้า คาราวาน เดินทางไกล
ทั้งกู่ฉิน พิณคู่ใจ นักกวี
อีกสตรี ตาเดียว เลิศเกาทัณฑ์
และชาวยุทธ ผู้กล้า ผ้าพันแผล

เหมันต์จาร สายลมเย็น ยะเยือกจิต
คำรามสิทธิ์ พยัคฆา ก้องหุบเหว
สามผู้กล้า บนเนินผา ไม่รั้งรอ
ส่งวิหค นกเสียงทอง ติดต่อไป

แว่วเสียงใส สรวลใจในพณา
เจ้าปักษามรกตถลาลง

มิคาดคิด มีสตรี อยู่ใต้ผา
เวทนา ผู้กล้า ต่างปรึกษา
เพื่อช่วยพา นารี นั้นขึ้นมา
พ่อค้ามี เคล็ดวิชา ใจน้ำแข็ง

โดดลงผาอย่างกล้าหาญไม่กริ่งเกรง

กวีรั้ง โยงไป ด้วยสายเชือก
แล้วจึงเลือก เอาเพลาเกวียน เพียรต่างรอก
บอกสวรรค์ เมตตาเถิด โปรดเห็นใจ
ขออย่าให้ สหายข้า ต้องกล่าวลา

ประสิทธิ์พรขอวิงวอนผู้เบื้องบน
โปรดช่วยคน สหายข้าพ้นบ่วงภัย

พระเพลิงผลาญ ธารหินไฟ ไหลปะทุ
ยมมาดุ คะนองควัน ดั่งจันทร์ดับ
ขอบผาทรุด ผุดนรก ทะเลกาฬ
เคราะห์ประสาน เชือกสะบั้น พลันปลิดปลิว

ละล่องลงดงพระเพลิงอเวจี
ความหวังมีพลันมอดดับลับเลือนไป

ฟ้าเมตตา นภาเปิด เกิดเป็นแสง
ดั่งดลแรง เมตตาจิต ประสิทธิ์ด้วย
เทพผู้ช่วย พ้นธารเหลือง เมืองแดนผี
มีท่านแมว ตัวใหญ่ คือไป๋เหมียว

เมื่อรำลึกตรึกถึงแล้วได้แคล้วคลาด
ศรัทธามาตรความช่วยเหลือจึงจะมา

อัมฤทธิ์ หลั่งรินไหล ล้างไฟผลาญ
ลำแสงสาด ไพรพณา ชีวาหวน
ทวนวิญญา สรรพสัตว์ พัดคืนรัง
ก่อกำเนิด เกิดเป็นธาร วิฬารเทพ

ขุนเขาสูงธารน้ำไหลดั่งแดนฟ้า
งดงามตามัจฉาว่ายสายน้ำใส

ส่วนพ่อค้า ผู้กล้า แม้รอดภัย
เหตุไฉน ไม่ฟื้น คืนกลับมา
พาสหาย ห่วงใย เป็นหนักหนา
หวังเยียวยา หยุดนิทรา พบหน้ากัน
......................
บรรเลงเพลงกู่ฉิน ผินมองฟ้า
โปรดเมตตาวาสนาอย่าแสนสั้น
ขอเขากลับอย่าพรากไกล ไปจากกัน
ฟื้นจากฝันอันยาวนานมาฟังพิณ
....................
เฮ่าเฮ่า

      พอจบลำนำ ผิงผิงกลับรู้สึกคุ้นเคยแปลกๆ ก่อนจะพลางนึกถึงพี่ชายที่ร่วมค่ายเดียวกัน... เสิ่น หลิงเฮ่า พี่เขาเคยบอกว่าจะเป็นนักกวี ลำนำเมื่อกี้ลงชื่อ เฮ่าเฮ่า เป็นผู้ประพันธ์ จะใช่ของพี่เฮ่ารึเปล่า? ผิงผิงคิดอะไรเพลินๆ พลางคิดอะไรออก ก่อนจะเอากระดาษที่ยังเหลือจากการซื้อที่เมืองเจียงโจวขึ้นมาพลางเขียนข้อความลงไป... ก่อนใส่ลงในกระบอกไม้ไผ่ขนาดเล็กแล้วผูกติดกับขาของหมั่นโถว "เจ้าช่วยนำจดหมายนี้ส่งถึงท่านพี่เฮ่าด้วย"

     "กรู๊ววววว"

      "กลับมาข้าจะมีหนอนสดๆ ให้เจ้า"

      "กรู๊ว!" หมั่นโถวร้องส่ายก้นไปมา(?) ผิงผิงจ่ายเงินแล้วอุ้มหมั่นโถวก่อนจะปล่อยเจ้าตัวสีขาวปีนไปในท้องฟ้ายามราตี

- จดหมายที่ส่งให้พี่เฮ่า -
      สวัสดีเจ้าค่ะพี่เฮ่า ตอนนี้ข้าอยู่เมืองเซียพี พี่สบายดีหรือเปล่าเจ้าคะ? เมื่อพี่ได้รับจดหมายแล้ว พี่อย่าลืมหาหนอนสดๆ ให้เจ้าหมั่นโถวด้วยนะเจ้าค่ะ มันชอบกิน แต่ข้ามิรู้สายพันธ์มันจริงๆ ว่าเป็นนกชนิดไหน? หากพี่เฮ่าทราบ โปรดตอบกลับด้วยเจ้าค่ะ


จาก ผิงผิง






แสดงความคิดเห็น

(สร้างตำนาน) ผู้ได้ฟังบทลำนำคนที่ 1  โพสต์ 2017-11-29 20:10

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +30 เงินตำลึง +800 ชื่อเสียง +77 ความหิว -9 Point +6 ย่อ เหตุผล
Admin + 30 + 800 + 77 -9 + 6

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ขลุ่ยบุพเพ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x2
x2
x2
x4
x38
x60
x110
x57
x1
x1
x1
x13
x4
x5
x28
x40
x4
x3
x2
x1
x12
x20
x1
x16
x68
x42
x54
x30
x14
x40
x10
x74
x58
x2
x20
x416
x16
x6
x90
x444
x40
x86
x1
x80
x169
x98
x42
x90
x30
x15
x65
x1
x15
x32
x1
x20
x492
x755
x301
x209
x152
x72
x2
x35
x123
x529
x78
x10
x10
x10
x4
x47
x1
x64
x1
x100
x89
x50
x1612
x12
x6
x2
x69
x456
x2
x2
x398
x145
x386
x365
x20
x38
x86
x3
x120
x1
x8092
x38
x771
x4150
x867
x1301
x12
x17
x25
x171

75

กระทู้

844

โพสต์

3หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
12424
เงินตำลึง
2547
ชื่อเสียง
15782
ความหิว
90

ใบรับรองภาษาฮั่น

คุณธรรม
533
ความชั่ว
0
ความโหด
0
กวนอวี่ | 关羽
เลเวล 1

อวี้ เสี่ยวมี่

คุณชาย! โปรดอย่าก่อเรื่อง
pet
โพสต์ 2017-11-29 21:02:54 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ผิงผิง เมื่อ 2017-11-29 21:04

บุรุษนก?


    ผิงผิงเดินออกมาจากโรงเตี้ยมแต่ยังไม่ทันได้ไปไหนเพราะ... ตนไม่รู้จะไปไหนแล้วยืนเหม่อ

    “เอ่อ… ขอโทษนะ” จู่ๆ ก็มีเสียงหนึ่งทักมาฟังแล้วคงเป็นสตรี ผิงผิงหันไปมองพลางพบว่าเป็นหญิงสาวที่มีผ้าปิดตาอยู่ แต่ดวงตาเธองดงาม สีคราม....
    ”เจ้ากำลังหลงทางงั้นหรือ..?” เธอถามผิงผิง
    "ใช่เจ้าค่ะ ข้าหลงทาง" ผิงผิงเลือกที่จะตอบไปตรงๆ
   "เจ้า...เพิ่งจะเคยมางั้นสินะ ข้าไม่คุ้นหน้าเจ้าเลย" เธอกล่าวราวกับเป็นคนของพื้นที่ แต่ก็อาจจะใช่
    "ข้าเพิ่งมาเจ้าค่ะ ข้าพาเสี่ยวเหมยมาส่งที่จวนผู้ว่าเจ้าค่ะ" ผิงผิงตอบเรียบๆ พลางมองสตรีตรงหน้าอย่างสงสัย... อะไรของเขากัน?
    "หืม … เจ้าพาเด็กผู้หญิงลูกสาวของพ่อบ้านจวนมาส่งถึงจวนผู้ว่างั้นเหรอ..."
    "เจ้าดูเป็นคนดีนะ แล้วเดินทางมาไกลแค่ไหนเหรอ...ถึงมาส่งเด็กให้ถึงมือบิดา..." เธอกล่าว ผิงผิงมองด้วยคิ้วขมวด... เขาคนนี้ พูดกับคนแปลกหน้าเช่นข้าเป็นปกติได้ยังไร? ผิงผิงคิดในใจ
    "ข้ามาจากเจียงโจว ข้ามิใช่คนดีขนาดนั้น ข้าพบว่าเสี่ยวเหมยเดือดร้อนจึงช่วยเท่านั้น อีกอย่างเสี่ยวเหมยน่ารักมากข้าคงไม่ปล่อยให้เธอกลับไปคนเดียวหรอกเจ้าค่ะ" ผิงผิงเลือกที่จะตอบแบบนี้ เธอไม่รู้ว่าคนตรงหน้าเกี่ยวข้องยังไงกับเสี่ยวเหมย
    "เอ่อ… ไกลเหมือนกันนะ .. แต่เจ้าก็ก็อุส่าห์ช่วยเหลือจนมาถึงเซ๊่ยพีได้ ขอนับถือน้ำใจเจ้าจริงๆ..." เธอกล่าวพลางยิ้มทำให้ดวงตาสีครามดูงดงามเข้าไปอีก
    "..." ผิงผิงเลือกที่จะมองนิ่งๆ เพราะรู้สึกแปลกๆ พลางสงสัยอย่างสุดๆ แต่เพราะอยู่กับเสี่ยวเย่มา เธอจะทำอะไรบุ่มบ่ามไม่ได้... เพราะสตรีตรงหน้ามิใช่เสี่ยวเย่ แต่เป็นคนแปลกหน้า
    "เอ่อ ...ขอโทษนะข้าลืมตัว… เจ้าชื่ออะไรเหรอ ข้าอยากทราบชื่อของเจ้าหน่อย"
    "ข้า ผิงผิง แซ่ตัวเดียว หลิง ที่มาจากกระดิ่ง เจ้าค่ะ"
   "...หลิง ผิงผิง สินะ.. ข้าหลี่หลิงนู เรียกข้าว่าหลิงนูก้ได้..." เราสองคนบอกชื่อกันและกัน แนะนำกันอย่างไม่เป็นทางการนักแต่ก้รู้จักกันไว้ก้ดี
    "เจ้าอยากรู้อะไรเกี่ยวกับเซี่ยพีรึไม่...ข้าจะนำทางและแนะนำเจ้าให้เองนะ..." เธอดูใจดีขึ้นและพร้อมแนะนำ ผิงผิงเองก็พับแผ่นที่จะเดินทางไปฉางซาลงก่อนจะยิ้มน้อยๆ
    "ทำไมถึงช่วยข้าเล่า? ข้ากับท่านเป็นคนแปลกหน้า เพิ่งพบหน้ากันนะเจ้าค่ะ" ผิงผิงเอ่ยด้วยรอยยิ้มใสซื่อ
    "เอ่อ...ก็เพราะว่าข้านึกออกน่ะสิ ว่าเด็กหญิงที่เจ้าช่วยไว้...เป็นลูกสาวพ่อบ้านจวนผู้ว่าเมืองเซี่ยพีเอง" หลิงนูกล่าว ผิงผิงเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย
    "ใช่...พวกเขาเหมือนครอบครัวของข้านั่นแหละ จวนเซี่ยพีคือบ้านข้า..." หลิงนูรีบอธิบายให้ฟัง คงเป็นเด็กในจวนผู้ว่ากระมั่ง... ผิงผิงคิดเช่นนั้นเพราะตนมิได้ใคร่สนใจเรื่องของผู้อื่นที่ตนไม่รู้จัก ตนสนแต่เรื่องของสหายเท่านั้น
    "เจ้าคงมิใช่ลูกสาวของท่านผู้ว่าหรอกนะเจ้าคะ?" ผิงผิงถามเสียงดังฟังชัด แค่ดูก็รู้ว่าจงใจแกล้ง ทำให้หลินนูรีบยกนิ้วทำปากชู่ว
    "อย่าพูดเสียงดังสิ..." หลิงนูว่าแล้วหันไปรอบๆ จนผิงผิงอดที่จะยกยิ้มขำไม่ได้ นอกจาก เย่เสวียแล้ว ยังมีสตรีที่น่าสนใจอยู่แต่ดูเหมือนคนคนนี้จะห้าวไปหน่อยนะ
    "เอาเป็นว่า...ข้าจะพาไปตลาดซื้อของกิน เอาไหม..."
    "ตกลง!" ผิงผิงไม่พลาดอยู่แล้วเรื่องของกิน ต่อให้ฟรีหรือไม่ฟรี เธอก็เอาด้วยหมด!
    ผิงผิงตอบตกลง หลิงนูจึงพาไปยังตลาดเมืองเซ๊่ยพี ถึงแม้มันจะใหญ่สู้ตลาดเมืองหลวงไม่ได้ แต่มันก้เต็มไปด้วยชีวิตชีวาไม่แพ้กัน หลังจากทั้งสองคนออกมาจากตลาดแล้ว หลิงนูก็ขึ้นม้าสีแดงของตัวเอง กล่าวชักชวนอีกคนขึ้นขี่ด้วย แต่ทว่าผิงๆ ยังขี่ม้าไม่เป็น ดังนั้น เธอจึงต้องขี่ม้าไปข้างๆ ผิงๆแทน ระหว่างเดินไปเรื่อยๆ หลิงนูก็แนะนำที่ต่างๆ ภายในเซี่ยพีให้ผิงผิงได้รับรู้ไว้ก่อน ผิงผิงฟังบ้างไม่ฟังบ้างเพราะตนเองมัวแต่สนใจสิ่งรอบข้างจนลืมไปว่า ฝากเจ้าจวี่จื่อไว้ที่โรงเตี้ยม---

แต่แล้วก็มีเสียงของบุรุษดังขึ้นข้างหลังพวกเธอทั้งสอง
   "ช้าก่อน พวกเจ้าทั้งสอง"
    เสียงนั้นดังขึ้นทำให้ทั้งคู่หยุดเดินสัตว์ขี่ทันที และเบื้องหน้าก็มี ชายวัยกลางคนสวมชุดดูมีฐานะปานกลาง พร้อมนก (ผิงผิงไม่รู้จักอินทรี สัตว์จะดึงดูดความสนใจของผิงผิงมากกว่าคน) บนบ่า กระโดดลงมาปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าทั้งสอง ผิงผิงสนใจเจ้านกบนบ่ามากกว่า

"ข้ากำลังรอพวกเจ้าอยู่พอดี" ชายคนนั้นเอ่ยขึ้น





   "รอเหรอ..? ท่านเป็นใครกัน..หรือว่า.." หลิงนูพูดขึ้น เหมือนจะรู้จักบุรุษตรงหน้า
    "ใครรึเจ้าคะ?" ผิงผิงถามด้วยความสงสัย
    "ใช่แล้ว อย่างที่เจ้าคิดนั้นแหละ" บุรุษนกตอบ ก่อนจะยกมือขึ้นไปลูบนกบนบ่าอย่างเอ็นดู เดี๋ยวนะ.... คิดอะไร?

    "ข้ามารอพวกเจ้าอยู่แล้ว เพื่อมารับพวกเจ้าเข้าการฝึก เพื่อเข้าสู่เส้นทางชาวยุทธ.." บุรุษนกเริ่มอธิบาย ผิงผิงแม้จะสับสนแต่ก็ตั้งใจฟัง... ตนนั้นมิรู้ว่าเส้นทางข้างหน้าจะเป็นเช่นไร พี่เฮ่าเฮ่าก็เดินเส้นทางนักกวี เย่เสวียเองก็เป็นเสมียน... แต่ตนเองเล่า? จะเป็นอะไร?
    “อย่างแรกพวกเจ้าคือคนที่สนใจจะเดินบนเส้นทางยุทธภพสินะ  พวกเจ้าต้องเข้าใจก่อนนะ...ว่ายุทธภพนั้นโหดร้ายมีทั้งบุญคุณ ความแค้นที่นับไม่ถ้วน ชีวิตชาวยุทธ์เราแขวงอยู่บนเส้นด้าย” บุรุษนกกล่าวแบบว่า ตนเองนั้นอยู่ใกล้ความเป็นความตายมากเพียงใด ผิงผิงหันไปมองหลิงนูที่ดูจะกดดันมากทีเดียว ส่วนตนเองนั้นยังคงเฉยๆ

    ".....ข้าเข้าใจ ท่าน..เข้าเจอเรื่องแบบนี้มาแล้ว ข้าจึงจะต้องเก่งขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดเรื่องแบบนั้นอีก..." หลิงนูกล่าวความตั้งใจ
    "ข้าเข้าใจเจ้าค่ะ" ผิงผิงเข้าใจว่า โลกภายนอกนั้นยังมีเรื่องราวมากมายที่ตนนั้นยังไม่รู้ ตนเหมือนแก้วที่ว่างเปล่าที่พร้อมจะเติมเต็มน้ำที่ไหลเข้ามา หากนี่คือชะตาลิขิตของเธอที่ให้เดินบนเส้นทางของชาวยุทธ์แล้วละก็... เธอพร้อมจะลุย! บุรุษนกพยักหน้า รับรู้ถึงความต้องการที่จะเดินเข้าสู่เส้นทางของชาวยุทธ์
    “เอาล่ะในเมื่อพวกเจ้ากล้าเพียงนี้ เราไปหาที่เงียบสงบคุยกันดีกว่า” จากนั้นบุรุษนกจึงหันหลัง แล้วเดินออกไป แต่ว่าเขาเดินเร็วมาก... ทั้งคู่จึงมองหน้ากันแล้วผิงผิงรีบปีนขึ้นหลังม้าของหลิงนูก่อนจะกอดเอวเธอแน่นเพราะกลัวตกม้า หลิงนูรีบขี่ม้าตามบุรุษนกออกไป จนกระทั่งออกไปนอกเมือง
    "ข้ากลัวม้า!!!!" ผิงผิงร้องโหยโหวนไปตลอดทาง---  เธอลืมเจ้าจวี่จื่อ!!!

    ณ มุมหนึ่งในโรงเก็บม้า ที่โรงเตี้ยม
    เจ้าวัว หรือ จวี่จื่อ นอนหลับสบายพุงกลางเพราะได้รับการดูแลอย่างดีโดยหลงลืมเจ้านายและเพื่อนนกไปเสียสนิท---


@LuLingNu
@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +15 ความหิว -9 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 15 -9 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ขลุ่ยบุพเพ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x2
x2
x2
x4
x38
x60
x110