ดู: 224|ตอบกลับ: 3

{ เมืองอวี้ซาง } เหลาสุราเหอถางเยว่เซ่อ | 荷塘月色

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2018-7-19 00:28:43 |โหมดอ่าน





เหอถางเยว่เซ่อเหลา | 荷塘月色

{ เ มื อ ง อ วี้ ซ า ง }















【เหลาแสงจันทร์ในบึงบัว】
' หวนคิดเวียนวนถึงอดีต ที่แท้ครานั้นเป็นท่านไม่ชัดเจน'
เหลาสุราขนาดกลางแห่งเมืองอวี้ซางเปิดบริการอยู่ข้างบึงบัว
ภายในตกแต่งอย่างปราณีตเป็นสีโทนเย็น เข้ากับแสงจันทราที่โฉบฉายในยามค่ำคืน
ฉากหลังคือบึงบัวห้าสีล้อมรอบหอไม้แกะสลักดูโบราณและเปี่ยมมนต์ขลัง
กิจการแห่งนี้ดำเนินงานโดยสกุลฟาง ที่ขึ้นชื่อในเรื่องรสนิยมการแสดงที่ไม่ซ้ำใคร
ตำรับการหมักสุราของตระกูลฟางขึ้นชื่อในเรื่องกลิ่นหอมรุนแรงและไม่บาดคอ  
เมื่อได้มาเยือนครั้งหนึ่งก็พรั่งพร้อมไปด้วยอาหารตาและสุราชั้นเลิศ นับเป็นสวรรค์ที่ยากจะลืมเลือน

เถ้าแก่เหลาสุรา ฟาง เถิงเป่ย (36)
อุปนิสัย :: ไว้ตัวและยิ้มแย้มแจ่มใสอยู่เสมอ ชื่นชอบศิลปะมีใจรักในงานดนตรี ตั้งกำแพงกับทุกคน
มักร่วมแสดงในเวลาที่ลูกค้าไม่มากนักคล้ายการเปิดกิจการเป็นเพียงงานอดิเรกของเขาอย่างหนึ่ง


ชื่อกิจการ : เหอถางเยว่เซ่อเหลา
เจ้าของกิจการ : ฟาง เถิงเป่ย 
เวลาปิดบริการ : พลบค่ำถึงรุ่งสาง 
ประเภทร้าน : บริการงานเลี้ยงรับรอง สุรา และอาหารกับแกล้ม ค่ำคืนมีบริการฟ้อนรำขำร้องและแสดงดนตรี



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 Point +4 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 4

ดูบันทึกคะแนน

713

กระทู้

2816

โพสต์

40หมื่น

เครดิต

( º﹃º ) หิวปลาปิ้ง!! <''Xx&

เงินชั่ง
2330310
เงินตำลึง
261576
ชื่อเสียง
174279
ความหิว
660

ป้ายหอบูรพาทำเนียบ(LV2)

คุณธรรม
8492
ความชั่ว
7463
ความโหด
8899
ไข่น้ำแข็ง
เลเวล 1

จวง ถิงซู่

" น้องหลานระวังตัวด้วย "
pet
โพสต์ 2018-7-19 04:48:20 | ดูโพสต์ทั้งหมด



ท่องยุทธภพอย่าคบคนพาล
328
เทียบเชิญหรือกับดัก


        เหลาสุราริมบึงบัว.. นับเป็นความร่มรื่นที่ลงตัวเหมาะกับผู้นิยมความสุนทรีย์ขนานหนึ่ง เหนือโต๊ะมุมดีมีบุรุษชุดขาวในหมวกผ้าโปร่งจับจองที่อยู่ รอบข้างคือเด็กหนุ่มสองคนในบุคลิคร่าเริงแจ่มใส และสงบเงียบขรึมดูราวกับดวงตะวันและจันทราที่มีท้องฟ้าสีเงินคั่นกลาง

        “ผานซุ่นไปสั่งอาหารถึงฉางอันหรือยังไงทำไมถึงได้ช้านัก?” จอกน้ำชาบนโต๊ะถูกรินจนเต็มไปหลายหน ตอนนี้เข้าสู่เวลาเย็นแล้วทางหลี่หลิงนูยังไม่ติดต่อมาคาดว่าออกเดินเที่ยวเพลินตามประสาสาวๆ นักกวีหนุ่มไม่อยากเร่งรัดการลงใต้ก็เพื่อเรียนรู้วิถีชีวิตชาวเมือง เก็บเกี่ยวประสบการณ์อยู่แล้วเขาจึงใจเย็นพอที่จะรอ หูเขาแว่วเสียงท้องร้องประท้วงของเด็กชาวชงหนุอีกรอบนึงก็นึกขัน “อาหยางเจ้าไปตามเขาสิ แค่เปลี่ยนรายการจากเนื้อหมีเป็นเนื้อปลาทำไมมัวโอ้เอ้ แล้วก็อย่าเหลวไหลอีกคนล่ะ”
        “อื้อ! ได้ฮะลูกพี่… ว่าแต่ขอสั่งกุ้งแช่บ๊วยเพิ่มด้วยได้ไหมอ่ะเมืองนี้มีแม่น้ำไหลผ่านกุ้งต้องตัวใหญ่มากแน่” ดวงตาลูกลิงวิบวับราวกับอ้อนขออาหาร หลิงเฮ่าอดเอ็นดูไม่ได้จึงพยักหน้าหนหนึ่งแล้วเจ้าวอกน้อยหยางก็วิ่งฉิวไปตามที่ไหว้วาน บนโต๊ะเหลือแค่ตนและจูหรงเยว่เท่านั้น

        เสิ่นหลิงเฮ่ารับจอกน้ำชาที่เด็กหนุ่มเผ่าเหมียวรินให้ก่อนกลัวลงคอแล้วเปลี่ยนเป็นเทสุรา ระหว่างช่วงไม่มีอะไรทำตนได้หยิบเอาจดหมายจากในวังขึ้นมาอ่านทบทวนเป็นรอบที่สองเพิ่มความแน่ใจ ‘แล้วข้าไปรู้จักมักจี่องค์หญิงสามตอนไหนล่ะนั่น?’ คำเรียกขานแม้แต่ในจดหมายที่ผ่านสายพระเนตรฮองเฮายังเป็น ‘อาเฮ่า’ นอกจากไม่เหมาะสมแล้วทั้งไม่คุ้นชินและดูสนิทสนมจนเกินงามไปสักนิด

{ จดหมายจากองค์หญิง }
        อาเฮ่า เป็นเจ้าจริงๆ ครั้นเห็นลำนำบทนี้ข้าก็ว่าคุ้นตาอยู่ พอถามรูปลักษณ์จากพี่ซุ่ยหมิง หากพูดถึงกวีผมเงินก็คงหนีไม่พ้นเจ้า ข้ายอมทานอาหารแล้วนะ ข้าจะรอเจ้า ข้าอยากพบเจ้าอีกสักครั้ง..... เสด็จพ่อไม่ทรงยอมให้ข้าออกไป หลังจากจับได้คราก่อน ข้าคิดว่าเจ้าก็คงรู้แล้วสินะว่าข้าเป็นองค์หญิงสามใช่ไหม ตอนนั้นเจ้ายังบอกข้าเลยว่า บ้านข้าคือวังหลวง ข้านี่ถึงกับตกใจ แต่ไม่มีเวลาถามด้วยเร่งรีบกลับมา

จูอี้กงจู่



        อ่านทวนเป็นหนที่สามค่อยแน่ใจแล้วว่าองค์หญิงสามเห็นทีจะเป็นผู้ที่เขาอำลาในหุบเขาอิงฮวาแน่ล่ะ ‘ชายมิใช่ชาย หญิงมิใช่หญิง...โชคชะตาหนอช่างเล่นตลก’ นึกขบขันอยุ่ในใจกลับหัวร่อไม่ออก ด้วยยังจดจำมาถึงตอนนี้ว่าสหาย ‘หลิวเว่ย’ ปั่นหัวตนไว้อย่างไรบ้าง อาจเพราะสีหน้าของนักกวีหนุ่มเงียบขรึมผิดปกติ ผู้ที่อยุ่ด้านข้างจึงอดถามไม่ได้ “ปกติคุณชายไม่ร่ำสุรา หนนี้แปลกออกไปหรือว่ามีเรื่องที่ต้องคิดหรือขอรับ? หากมิใช่เรื่องสำคัญหรือใช้สมองจนเกินไปให้อาเยว่ช่วยแบ่งเบาท่านได้เสมอ”
        “อาเยว่.. หากเจ้ามีสหายผู้หนึ่งเจ้าไว้ใจเขาและเชื่อว่าเขาจะไม่มีทางหลอกเจ้า แต่แล้ววันหนึ่งกลับพบว่าสิ่งที่ตนเข้าใจมาตลอดนั้นผิด สหายไม่ได้เป็นอย่างที่เจ้าคิดทั้งยังปิดบังเรื่องราวของตนเอาไว้มากมาย เจ้ายังจะให้อภัยสหายผู้นั้นไหม?” หลิงเฮ่ากล่าวขึ้นมาอย่างไม่มีการเกริ่นนำ ผลคือใบหน้าคมคายของผู้ติดตามงุนงงจนเครียดยิ่งกว่าตน
        “อื้ม… ก็ไม่ค่อยเข้าใจเรื่องเพื่อนนักหรอกขอรับ ข้าน่ะ...คนที่รู้จักนอกจากพวกพี่สาวแล้วก็มีแต่ท่านเท่านั้น จนตอนนี้นับรวมอาหยางกับผานซุ่นที่กินข้าวด้วยกันเดินทางเสี่ยงภัยร่วมกันเพิ่มเข้ามาก็พอจะเรียกว่าสหายได้อยู่ ส่วนเรื่องที่ซับซ้อนไปกว่านั้นข้าเองก็ไม่รู้”
        “...............” นั่นสินะเขาไม่ควรถามผิดคน ไม่ควรวางความเชื่อมั่นไว้ผิดคน นักกวีหนุ่มคิดพลางตบบ่าอีกฝ่ายเบาๆ
        จูหรงเยว่คล้ายยังไม่ยอมแพ้ กล่าวเสียงค่อย “ท่านเคยบอกข้าว่าการโกหกเป็นสิ่งที่ไม่ดี… บอกกับข้าว่าสามารถให้อภัยได้ทุกเรื่องเว้นแค่อย่าทรยศหรือโกหกท่าน สหายคนนั้นคงทำผิดข้อนี้สินะขอรับ” ถึงจะช่วยผู้มีพระคุณแก้ไขปัญหาไม่ได้ อย่างน้อยเป้นที่ระบายก็ยังดี
        “นาง… ทำให้ข้ารู้สึกเหมือนเป็นคนโง่ที่โดนปั่นหัว” หลิงเฮ่ากล่าวตามตรง คิดไปคิดมามันก็ติดแค่เรื่องศักดิ์ศรีนี่เอง
        “...แย่จังนะขอรับ” จูหรงเยว่ลอบสลับสุราบนโต๊ะแล้วเปลี่ยนเป็นน้ำชาแทน ให้อีกฝ่ายดื่มมากไม่ใช่ความคิดที่ดีสุขภาพของคุณชายต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง! “แต่ว่า...หากเป็นเพื่อนกันแล้ว ก็อาจมีทะเลาะกันบ้างตีกันบ้างเป็นเรื่องปกติไม่ใช่หรอขอรับ อย่างข้ากับหยางไงต่อยกันจนโดนท่านลงโทษไปหนนึง ตอนนี้ก็ยังเป็นเพื่อนกันได้อยู่”
        
        คำพูดแม้เรียบง่าย.. แต่กลับส่งความหมายที่ทรงพลัง
        นั่นสินะก็พวกเขาเป้นเพื่อนกันแล้ว ทั้งอีกฝ่ายยังเคยช่วยชีวิตตนเอาไว้
        บุญคุณส่วนบุญคุณ… จะอย่างไรก็สมควรตอบกลับไป เสิ่นหลิงเฮ่าหยิบพู่กันออกมาแล้วทยอยบันทึกข้อความลงม้วนหนังที่ละอักษร  


ถวายพระพรจูอี้กงจู่


        ข้าบาททราบจากซุ่ยหมิงกู่กู่แล้วว่าท่านยอมเสวย เช่นนั้นดีแล้วองค์ฮองเฮาจะได้ทรงคลายวิตกลงบ้าง ลำพังตัวข้าเป็นเพียงนักกวีหยาบกระด้างให้ไปพบผู้สูงศักดิ์คงเป็นการระคายพระเนตรเปล่าๆ 'วิหคควรโผผินเหนือเมฆา มัจฉาควรแหวกว่ายในมหาสมุทร' โลกของข้าบาทกับท่านแตกต่างกันเกินไป หวังว่ากงจู่จะทรงเข้าใจความปรารถนาดีของคนรอบข้างและพระราชบิดาในเร็ววัน โลกข้างนอกเต็มไปด้วยภัยอันตรายยิ่งกับผู้มีศักดิ์ฐานะเช่นท่าน กงจู่พึงทราบว่าเกียรติยศของราชวงศ์และความภาคภูมิใจของราษฎรชาวฮั่นรวมอยู่ที่ท่านแล้ว โปรดไตร่ตรองให้ดีก่อนคิดทำสิ่งใดต่อจากนี้

        กงจู่เคยกล่าวว่าบ้านของท่านใหญ่โตที่สุดในฉางอัน... เจ้าของบ้านหลังใหญ่นั้นคือองค์ฮ่องเต้
ยังกล่าวอีกว่าเป็นบุตรของพ่อค้าผ้าในเมืองหลวง... ข้าบาทพึ่งทราบว่าราชสำนักค้าผ้าด้วยนับว่าได้เปิดหูเปิดตาแล้วจริงๆ
ของสิ่งนี้อาจเทียบไม่ได้กับสมบัติที่ท่านมีก็นับว่าเป็นสินน้ำใจจากคนผู้หนึ่งที่ซินเอี๋ยเถิด


กวีหลิ่งจือ


        เจาจวินนกฮูกกลมถูกเรียกออกมาอีกครั้งพร้อมมอบหมายภารกิจให้ส่งของพร้อมข้อความไปยังตำหนักเจียวฝาง เขาเลือกส่งฝ่านเว่ยฮองเฮาก่อนเพื่อเป็นการไม่ล่วงเกินฝ่ายนั้นมากเกินไป ปกติแล้วสตรีมักชื่นชอบเครื่องประดับเสื้อผ้าอาภรณ์ และของสวยๆ งามๆ ผ้าไหมที่ได้รับจากชาวหมู่บ้านเฟยตนเก็บไว้คงไม่ได้ใช้ประโยชน์อันใด หนก่อนก็ลืมกำนัลให้อี้เหนียงเอาไปตัดเย็บชุด มอบต่อกับกงจู่อาจดูไม่คู่ควรไปบ้างแต่อย่างน้อยก็ถือว่าได้ตอบแทนแล้วแม้อีกฝ่ายอาจไม่เห็นคุณค่าก็ตาม

        หลังจากเจ้าลูกชิ้นติดปีกบินไปไม่นานผานซู่นก็กลับมาพร้อมอาหาร แต่สิ่งที่วางบนโต๊ะไม่ได้มีเพียงปลาผัดขิงที่บุรุษผมเงินสั่ง ยังมีเทียบเชิญเข้างานสีแดงเข้มมาอีกด้วยกำลังจะถามว่าคืออะไรพ่อครัวเองก็เกาแก้มตอบเก้อ ๆ ว่า

        “ขอโทษด้วยลูกพี่… ที่มาช้าก็เพราะสิ่งนี้ล่ะ ข้างนอกมีคนคุยกันว่าวันนี้หอหว่านซินฝางจัดงานประมูลสมบัติในรอบสามเดือน ข้าได้ยินมาตั้งแต่ที่ย่านการค้าแล้วว่าหนนี้ขนมาแต่ของล้ำค่าควรเมือง รวมทั้งวัตถุทางศิลปะโบราณอายุหลายร้อยปี ก้…. ข้าเห็นลูกพี่ดูเบื่อๆ เผื่อว่าในงานจะมีของที่ท่านสนใจเลยต่อรองขอเทียบเชิญกับใบรายการมา” พ่อครัวเอกคล้ายภูมิใจนำเสนอ แต่ก็ยังมีท่าทีละเหี่ยใจราวกับเสียดาย “นี่แค่เทียบชั้นกลางราคายังสูงถึงสามร้อยชั่ง… ขูดเลือดกันไปไหน เห็นว่ามีเทียบเชิญแขกพิเศษอีกไม่มีจำหน่ายต้องใช้เส้นสายเท่านั้น เฮ้อ!! คนไร้ญาติขาดมิตรนี่อยู่ยากเนอะ”

        มือเรียวหยิบใบรายการขึ้นมานัยน์ตาหงส์กวาดขึ้นลงสองสามหน เมื่อเจอคำว่า ‘ธนูซุนปิน’ ก็หรี่เปลือกตาลงอย่างพินิจก่อนจะพยักหน้ากล่าวกับเด็กน้อยชงหนู ผู้กำลังเคี้ยวน่องไก่แก้มตุ้ย “มีของที่ข้าสนใจอยู่จริงๆ นั่นล่ะ อาหยางคงต้องรบกวนเจ้าไปบอกพวกหลี่หลิงนูแล้วว่าข้าจะไปเจอที่นัดช้าสักหน่อย ให้พวกเขาหาโรงเตี้ยมพักกันก่อนได้เลย”

        งานประมูลเริ่มตอนกลางคืน… เขายังไม่แน่ใจว่าต้องใช้เวลาและทรัพย์มากเท่าใดคิดเสียว่าหาเรื่องทำฆ่าเวลา

ส่งผ้าไหม 2 พับไปกับจดหมาย



คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +25 ความหิว -14 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 25 -14 + 5

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
หน้ากากพุทธะ
หน้ากากจิ้งจอกหิมะ
ตำราข่านผู้ยิ่งใหญ่
ดาบราชันย์ทุ่งหญ้า
ปิ่นเหมยกุ้ย
ปีกปักษา
เพลงกระบี่คู่นก<br>ยวนยางหานเยว่ขั้นสูง
กำหนดลมหายใจ<br>ขั้นสูง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x1
x15
x4
x100
x4
x17
x160
x10
x25
x18
x115
x14
x3425
x30
x50
x4
x30
x308
x28
x6
x24
x1310
x4
x47
x39
x40
x910
x100
x1
x2
x61
x109
x4022
x32
x14
x7
x1167
x1097
x105
x5507
x93
x116
x364
x231
x3
x5
x30
x32
x70
x95
x1
x5
x4
x320
x81
x570
x20
x280
x120
x1
x95
x4
x9999
x156
x1
x2
x13
x263
x439
x4200
x4447
x5
x419
x230
x80
x386
x9999
x899
x9
x146
x1
x150
x222
x5770
x259
x45
x10
x2
x5
x100
x7
x14
x22
x8
x390
x5441
x174
x1160
x199
x12
x3811
x9
x33
x3312
x2
x9
x484
x203
x5
x9
x147
x16
x5
x196
x715
x6
x16
x54
x326
x61
x3
x71
x7
x13
x2
x3
x142
x1
x3
x2
x513
x410
x16
x544
x456
x339
x1968
x342
x2667
x1
x2
x6
x5
x283
x4312
x4350
x420
x724
x9
x304
x745
x110
x300
x50
x676
x600
x9999
x14
x497
x9999
x5022
x904
x1245
x531
x67
x126
x1
x1468
x31
x2102
x974
x213
x50
x1
x187
x757
x393
x151
x191
x1692
x992
x2059
x109
x7991
x1608
x3449
x1164
x2874
x736
x1266
x1668
x1706
x348
x20
x1
x29
x1259
x715
x33
x1
x7934
x4045
x67
x300
x70
x73
x412
x784
x60
x465
x150
x300
x18
x169
x157
x8
x65
x30
x9999
x105
x260
x282
x164
x35
x31
x2
x251
x334
x1
x273
x3409
x1910
x272
x10
x20
x25
x99
x9529
x10
x120
x1556
x111
x758
x176
x2
โพสต์ 2019-3-23 23:04:06 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Zhangfu เมื่อ 2019-3-23 23:30

[นรกของจางฝูมิใช่พรรคมาร แต่คือเหลาสุรา]

       หลังจากที่เดินทางออกจากเมืองท่าไฉ่ซ่าง จางฝูก็ขี่เจ้าต้าเสวี่ยเดินทางตามรถม้าที่มีจู่ฟู่เยี่ยนเป็นผู้บังคับมุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมืองอวีซางทันทีโดยก่อนจะเข้าไปด้านในเมืองนั้นจางฝูได้หยุดและหยิบเอาหมวกไผ่ผ้าคลุมเอาขึ้นมาสวมใส่เพื่อที่อย่างนั้นก็เพื่อป้องกันพวกสายของเจ้าคนพรรคมารที่ยังมีถิ่นฐานของมันตั้งอยู่ในเมืองนี้พบเจอและนำเอาเรื่องของเธอไปเเจ้งแก่เจ้าชายสวมหน้ากากผมหงอกนั้น เพราะหากเรื่องที่เธอยังอยู่ในเมืองรู้ไปปถึงหูเจ้านั้นคงไม่วายยถูกเจ้าหัวหงอกนั้นส่งคนมารังควานเธอและสหายอีกเป็นแน่


    หนึ่งรถม้าหรึ่งอาชามุ่งเข้าสู่ตัวเมืองของอวี้ซางและมุ่งตรงเข้าสู่อาคารใหญ่แห่งหนึ่งที่เบื้องหน้าติดป้ายเด่นหรา อย่างสวยงามซึ่งเป็นไปด้วยกลิ่นหอมหวลในสายตาใครๆลอยส่งกลิ่นออกมาเพียงแต่มันกลับเป็นสิ่งที่ทำให้จางฝูนั้นรู้สึกเหม็นเหียนอยากอาเจียนออกมาอย่างบอกไม่ถูก ‘เหลาสุราเหอถางเยว่เซ่อ’

     “นี่ล้อเล่นใช่ไหมเนี่ย”จางฝูเอ่ยพึมพัมออกมาพรางจ้องมองไปยังเหลาสุราเบื้องหน้าที่ตัวเธออที่เกลียดเหล้าเข้ากระดูกไม่คิดไม่ฝันว่าจะเฉียดกายเข้ามาใกล้มาก่อนในชีวิต


     “ไม่ได้ล้อเล่นนะ คนที่จะช่วยพวกเจ้าได้เขาอยู่ที่นี่จริงๆ เราเข้าไปด้านในกันเถอะ” จู่ฟู่เยี่ยนเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับบังคับรถม้าให้เดินเข้าไปยังดานในเหลาสุรากก่อนที่จอดรถม้าแล้วมองดูซุนเจียงและถิงเออร์ที่เดินตามลงมาก่อนจะหันไปมองจางฝูที่ยังคงนั่งอิดออดอยู่บนหลังม้าไม่ยอมลงมาเสียที “แม่นางจางฝูเข้าไปเร็วเข้าเถิด”


     “ขะ..เข้าใจแล้ว”จางฝูเอ่ยออกมาก่อนที่จะปีนลงจากม้ามายืนอยู่ที่พื้นก่อนที่จะเดินตามหลังคนอื่นๆเข้าไป ส่วนม้าและรถม้านั้นก็ถูกพวกเสี่ยวเออรในเหลานี่แหละเป็นผู้พาเอาไปเก็บให้รวมถึงสัมภาระและสัตว์เลี้ยงของเธอด้วย จางฝูเดินตามหลังคนอื่นๆเข้ามาภายด้านในของเหลาสุราและเป็นดั่งขาดเมื่อเธอเดินเข้ามาก็ต้องรีบเบือนหน้าหนีกลิ่นสุราภายด้านในที่ตีเข้าใส่ประสาทสัมผัสรับกลิ่นของเธอเต็มๆ จนพาให้รู้สึกแสบจมูกไปหมด


       ทางเสี่ยวเออร์ของเหลาเมื่อเห็นจู่ฟู่เยี่ยนเดินเข้ามาก็รีบวิ่งมาให้การตอนรับเป็นอย่างดีและนอบน้อมที่สุดราวกับว่าเขาเป็นแขกประจำของเหลาสุราแห่งนี้อย่างไรอย่างนั้นและเมื่อลองสังเกตดูดีๆก็ดูท่าจะใช่เพราะชายหนุ่มนั้นแลจะคล่องเเคลวเหลือเกินในการบอกสั่งอาหารนู่นนี่หรือกระทังเตรียมห้อง


     “เรียบร้อยเเล้ว เราขึ้นไปด้านบนกันเถอะ”จู่ฟูเยี่ยนหันกลับมาบอกพวกเธอก่อนที่ตัวเข้าจะเดินนำขึ้นไปด้านบนตามด้วยถิงเออร์ที่เดินตามขึ้นไปเหลือก็เพียงจางฝูี่ยังคงยืนทำหน้ามุ่ยอยู่ และซุนเจียงที่ยังคงยืนมองรอให้เธอเดินนำไป จนสุดท้ายเจ้าตัวก็ทนไม่ไหวแล้วเอ่ยถามออกมา


     “ไม่ไปหรอ”


     “ข้าเหม็นสุรา มันทำข้าเเสบจมูกไปหมดแล้วและข้าอยากออกไปจากที่นี่”จางฝูเอ่ยขึ้นมาแล้วยกมือขึ้นเช็ดและขยี้จมูกจนเริ่มขึ้นสีแดงก่อนที่ตัวเธอจะตัดสินใจเดินตามจู่ฟู่เยี่ยนและถิงเออร์ขึ้นไปด้านบนโดยที่มีซุนเจียงคอยเดินตามอยู่ข้างๆ


      “ทนเอาหน่อยนะ แต่มันเเย่ขนาดนั้นเลยหรอ ข้าไม่เห็นรู้สึกเลย”ซุนเจียงเอ่ยขณะที่กำลังเดินตามหลังจางฝูขึ้นบันไดไป เพราะก่อนหน้านี้ที่ตอนที่นางเอาเหล้าพรมใส่ตัวเขาเพื่อปลอมไปเป็นขี้เมา เเละโดนจับกรอกเหล้าลงไปเขาก้ว่าแม้จะขมไปหน่อยแต่รสชาติมันก็ไม่ได้เเย่


     “เจ้าไม่เข้าใจหรอกว่าคนมันเหม็น ต่อให้สุรานั้นมาจากสรรค์มันก็เหม็นอยู่ดี”จางฝูเอ่ยตัดพ้อก่อนจะเร่งฝีเท้าเดินขึ้นไปยังห้องพิเศษที่ถูกจัดเตรียมไว้ให้เเก่จู่ฟู่เหยียนและพวกเธอ ซึ่งเมื่อเข้ามายังด้านในก็พบว่าภายในห้องนั้นค่อนข้างใหญ่และกว้างขวางอย่างมาก และที่กลางห้องมีโต๊ะกลมตัวใหญ่สำหรับนั่งล้อมวงสังสรรคตั้งอยู่ซึ่งสองที่ในนั้นมีถิงเออร์และจู่ฟู่เยี่ยนจับ


     “พวกเจ้าเดินกันช้าจังนะมาๆ มานั่ง”จู่ฟู่เยี่ยนเอ่ยพร้อมตบบไปที่เก้าอี้ข้างๆตัวซึ่งซุนเจียงเป็นฝ่ายเดินนำไปนั่งก่อนตามด้วยจางฝูที่ยกมือปิดจมูกตามไปติดๆ  “เอาสุราต่งปิง”


     "...!!! " ทันที่จางฝูทรุดตัวนั่งลงจู่ฟู่เยี่ยนก็เอ่ยสั่งสุราไปตามปกติเพียงแต่มีบางอย่างที่จางฝูเหลือบไปเห็นเข้าพอดีคือท่าทางของเสี่ยวเออร์นั้นที่มีท่าทีชะงักไปเล็กน้อยก่อนที่จะรีบเดินออกจากห้องไปทันทีซึ่งเะอก้ไม่เเน่ใจว่าเหตุใดเสี่ยวเออร์ผู้นั้นถึงมีท่าทีเช่นนี้ หรือบางทีอาจเป็นเพราะสุราที่จู่ฟูเยี่ยนเป็นผู้ร้องสั่งอาจเป็นสุราชั้นดีก็ได้


     ผ่านไปกว่าครึ่งเค่อเเต่สุราดั่งกล่าวก็ยังไม่มีท่าทีจะถูกนำมาขึ้นโต๊ะมีเพียงสุราทำธรรมดาที่เอาไวรับรองเเขกที่ถูกนำมา และพวกน้ำชาเเละขนมทานเล่นเพียงเท่านั้นและเเน่นอนว่าน้ำชานั้นคือตัวเลือกเพียงตัวเดียวที่จางฝูจะเหลือหยิบเอาเข้าปากต่างจางซุนเจียงที่ร้องขอลองดื่มสุราที่จู่ฟู่เยี่ยนกำลังดื่มอยู่ด้วยความอยากรู้นั้นเองและรอสหายที่ว่าจะช่วยพวกเขาได้


@Admin

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +2 คุณธรรม +8 ความชั่ว +3 ความโหด โพสต์ 2019-3-24 20:24

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ความหิว -42 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 -42 + 5

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
แส้จิ่วเทียน
คัมภีร์ละติน
ปราณคลุมวารี
ตัวเบาขั้นกลาง
ฮั่นเสียทองเทวะ
กงจักรเฟิ่งหวง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8
x8
x46
x1
x10
x9
x11
x6
x100
x15
x2
x60
x40
x1
x83
x20
x33
x34
x16
x784
x1
x2
x62
x62
x70
x130
x2224
x359
x150
x59
x31
x30
x10
x22
x6
x107
x252
x3
x9264
x10
x110
x1
x3
x4
x1
x9
x131
x1
x66
x62
x1
x1425
x6
x2
x31
x1
x1
x45
x1300
x6
x150
x50
x1000
x7
x8
x3
x3
x40
x4
x40
x71
x2
x1500
x120
x290
x75
x60
x65
x1
x114
x7
x20
x90
x1
x3
x39
x2
x49
x2
x3
x74
x3
x109
x60
x30
x4
x91
x50
x100
x1
x15
x1118
x3
x30
x35
x68
x60
x12
x1527
x102
x172
x5
x117
x4
x2
x168
x343
x77
x139
x64
x99
x44
x320
x204
x259
x6
x40
x13
x348
x4
x563
x5
x1468
x71
x295
x264
x241
x2080
x456
x10
x39
x125
x352
x464
x209
x92
x84
x329
x310
x8
x60
x1
x3
x108
x141
x669
x473
x796
x630
x126
x271
x3198
x521
x30
x3
x1044
x55
x80
x1210
x11
x5
x35
x3444
x1157
x3900
x1990
x20
x16
x40
x20
x41
x81
x347
x1
โพสต์ 2019-3-24 22:13:08 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Zhangfu เมื่อ 2019-3-24 23:59

[แผนการที่วาง]

    ตลอดเส้นทางที่พวกเขาเดินทางเพื่อกลับไปยังเหลาสุราอันเป็นสถานที่ที่กลายเป็นที่ชุมนุมเพื่อวางเเผนเรื่องการจัดการกับหมู่บ้านที่จะทำเช่นไรให้หมู่บ้านนั้น พวกชาวบ้านนั้นจะสามารถอยู่ได้อย่างปลอดภัยไม่มีพวกคนพรรคมารนั้นมายุ่มยามยุ่งเกี่ยวอีก


       “เอาน่า อย่างน้อยๆก็พอรู้ชื่อแล้วนี่”จางฝูเอ่ยขึ้นมาขณะที่เดินทอดน่องไปตามเส้นทางในย่านการค้าแล้วหันไปเอ่ยกับบุรุษผมเขียวที่เดินเงียบมาตั้งแต่ที่ศาลาข้างๆ


       “ข้าเเค่ อยากรู้ว่าที่มาของข้าเป็นอย่างไร ตอนเเรกแม่นางหลิงหลานถึงได้ดูโกรธแล้วก็ระเเวงข้า”ซุนเจียงเอ่ยออกมาพรางก้มลงมองพื้นถนนที่ตนยังคงก้าวเดินอยู่ต่อไป ตอนนั้นที่นางพูดเขาได้ยินแม้ว่าตอนนั้นเขาจะหลับตาอยู่ แต่เขาก็ไม่ได้ปิดหูทุกประโยคนั้นเขาได้ยินอย่างชัดเจน ทุกถ้อยคำ ฟังดูเหมือนตัวเขาในอดีตนั้นเคยไปทำเรื่องร้ายๆอะไรเอาไว้อย่างไรอย่างนั้น


     “นางอาจจะเเค่ระแวงคนแปลกหน้าเช่นๆก็ได้ เจ้าอย่าพึ่งคิดมากเลย ไม่ว่าในอดีตเจ้าจะเคยเป็นใครหรือทำอะไรมาตอนนี้ เจ้าก็เป็นเจ้านะซุนเจียง”จางฝูกล่าวปลอบอีกฝ่ายพร้อมกับมือที่เอื้อมไปจับมืออีกฝ่ายเอาไว้เรียกให้ซุนเจียงนั้นหันกลับไปมอง “แต่ก่อนข้าก็ไม่ใช่คนดีเด่อะไร ข้าฆ่าคน ทิ้งสหายให้ตาย หรือแม้แต่กระทังทิ้งแม่ตัวเองให้ตายในสงคราม เพียงแต่สิ่งเหล่านั้นล้วนเเต่เป็นอดีตที่เราไม่สามารถที่จะกลับไปแก้ไขได้ สิ่งที่ทำได้ต่อจากนี้คือทำในสิ่งที่ดีต่อทุกๆคน ทำในสิ่งที่ตัวเจ้าทำได้ในตอนนี้ให้ดีที่สุด ไม่ใช่หรือ”


      “อื้มม.. ข้าเข้าใจแล้วขอบใจ ที่ปลอบข้า”ซุนเจียงที่ได้ฟังก็เบิกตาขึ้นเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยแล้วยิ้มๆบางๆออกมา ก่อนที่ดวงตาสีอรุณของชายหนุ่มนั้นจะเบนไปมองบางอย่างที่เกาะอยู่บนหลังเพิงร้านค้าข้างๆ เมื่อจางฝูหันมองตามไปก็พบว่ามันเป็นเพียงอีกาตัวหนึ่งที่บินมาเกาะพักเหนื่อยก่อนที่มันจะโผบินออกไปอีกครั้งเท่านั้น


     “มีอะไรรึป่าว”จางฝูเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นวว่าซุนเจียงนั้นยังคงมองตาหลังอีกาตัวนั้นไปจนสุดสายตา


    “ข้า...แค่รู้สึกว่ามันสวยดี”ซุนเจียงเอ่ยขึ้นมาโดยที่ดวงตาสีอรุณนั้นยังคงมองไปยังทิศทางที่อีกาตัวนั้นบินไปก่อนที่จะเลือนสายตากลับมามองยังจางฝูที่ยืนเอียงคอมองมายังเขายิ้มๆอยู่


    “บางที่อีกาอาจเกี่ยวกับเจ้าก็ได้ อย่างเช่นเมื่อก่อนเจ้าชอบมันก็เลยเลี้ยงงมันไว้เป็นฝูงอะไรแบบนั้น”จางฝูเอ่ยพร้อมกับก้าวเท้าออกเดินต่อไปในย่านการค้า ซุนเจียงที่ได้ยินก็เพียงหันไปมองตามทิศที่อีกานั้นบินไปอีกครั้งก่อนที่เขาจะรีบจ้ำอ้าวตามหลังจางฝูไป พร้อมกับคิดเรื่องที่จางฝูพึ่งจะเอ่ยออกมาอีกครั้ง ‘ข้าอาจจะเคยเลี้ยงอีกาหรือ’


      หลังจากที่จางฝูเเละซุนเจียงเดินกลับมาที่เหลาสุราก็ถูกเสี่ยวเออร์ในเหลาสุรานำทางพาขึ้นไปยังห้องพิเศษของจู่ฟูเยี่ยนโดยแทบจะทันที ทำให้เธอพอจะรู้ได้ว่ายามนี้สหายที่ว่าของจู่ฟู่เยี่ยนนั้นได้เดินทางมาถึงแล้วก็เป็นได้ และมันก็เป้นไปตามคาดเมื่อตัวเธอละซุนเจียงเดินผ่านประตูเข้าไปก็พบกับร่างของชายผู้หนึ่งท่าทางอ้อนเเอ้นและท่าจะมีอารมณสุทรีย์ราวพวกนักดนตรีกำลังนั่งจิบสุราพูดคุยอยู่กับจู่ฟู่เยี่ยนและถิงเออร์อยู่นั้นเอง


    “ขออภัยที่ให้รอ”จางฝูเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับเดินเข้าไปในที่เก้าอี้ข้างๆกับถิงเออร์ตามมาด้วยซุนเจียงที่เดินเข้าไปนั่งอยู่ข้างๆ ชายแปลกหน้านั้นเพียงหันมามองก่อนยิ้มสุภาพส่งมาให้กับจางฝูและซุนเจียงน้อยๆ


    “ข้าฟาง เถิงเป่ยเป็นเถ้าแก่ของเหลาสุราแห่งนี้ ท่านคงเป็นท่านจอมยุทธ์หนี่เถี่ยนามจางฝูและเขาคงเป็นคุณชายซุนเจียงที่สหายฟู่เยี่ยนได้เอ่ยออกไปตั้งแต่ต้นใช่หรือ” ชายผู้แนะนำตัวว่าชื่อฟาง เถิงเป่ยเอ่ยออกมาอย่างสุภาพ


     “ใช่พวกข้าเอง”จางฝูเอ่ยตัดพรางหันมองจู่ฟู่เยี่ยนที่กระดกสุราในจอกของตัวเองจนหมดแล้วกลับมาอยู่ในท่าทางจริงจังขึ้นมาเล็กน้อย


     “เอาละเข้าเรื่องกันเถอะก็อย่างที่ข้าเกริ่นไปในตอนแรกนั้นแหละ เถิงเป่ย เรื่องของชาวบ้านที่ถูกคนพรรคมารตามรังควานี่เจ้าพอจะมีวิธีช่วยไหม”


       “ไอ้ว่ามีมันก็มีนะ แต่ก็เป็นเพียงเรื่องความปลอดภัยที่ข้าพอจะช่วยได้นั้นคือข้าพอจะรู้จักและมีเส้นสายกับพวกชาวยุทธ์ที่ฝีมืออยู่กลุ่มหนึ่งจะให้เข้าคอยอยู่คุ้มครองที่หมู่บ้านนั้นย่มไม่มีปัญหา แต่หากต้องการที่จะให้ปลอดภัยมากขึ้นข้าว่าเราคงต้องจัดหาจัดสร้างกำแพงข้นป้องกันเอาไว้อีกชั้นหนึ่ง” ฟางเถิงเป่ยเอ่ยเสนอความคิดเห็นออกมา


     “แต่แบบนั้นเราก็ต้องจำเป็นที่จะต้องใช้ทุนในการสร้างนี่ อีกทั้งชาวยุทธ์ที่จะมานี่จะเชื่อใจได้จริงๆแน่หรือ” เป็นถิงเออร์ที่เอ่ยถามขึ้นมา ไม่ใช่ว่าพวกนางไม่เชื่อในตัวของเถ้าแก่ เพียงแต่รู้หน้าล้วนไม่รู้ใจ ขนาดหอหว่านซนฝ่างที่เป็นเพียงงโรงประมูลยังกลายมาเป็นกิจการค้ามนุษย์ของเจ้าพรรคภูติทมิฬลมดำนั้นได้เลย


     “เรื่องนั้นข้ากล้าเอาหัวยืนยันเลยว่าพวกเขาล้วนแล้วแต่ไว้ใจได้ ส่วนเรื่องการสร้างกำแพงจริงอยู่ว่าต้องใช้ทุนสูงแต่ข้าพอจะรู้จักนายช่างอยู่คนที่สามารถที่จะสร้างกำแพงให้เราได้ในราคาที่ต่ำกว่าปกติ”ฟางเถิงเป่ยเอ่ยขึ้นมาอีกครั้งด้วยความมั่นใจที่ดูท่าว่าจะมีอยู่เต็มร้อย


      “คนไว้ใจได้ แต่ฝีมือเล่า ท่านมั่นใจว่าจะรับมือเจ้าพวกพรรคมารนั้นได้ พวกมันไม่ใช่เพียงแต่ชั่วช้า แต่อำมหิตขนาดที่คาดไม่ถึง อย่างก่อนหน้านี้ที่เมืองลู่เจียนประสบปัญหานั้นก็เพราะพวกมัน”จางฝูเป็นผู้เอ่ยถามขึ้นมาไม่ใช่ว่าดูถูกแต่ก็เพื่อเตือนให้ผู้ว่าไอ้เจ้าพวกนี้มันไม่คิดหรอกว่าจะสูญเสียไปเท่าใด มันคิดว่าให้งานสำเร็จก็เพียงพอเท่านั้น


      “ข้าคิดว่าชาวยุทธ์กลุ่มนี้มีฝีมือมากพอที่จะจัดการ”ฟางเถิงเป่ยยังคงยืนยันคำเดิม จางฝุที่ได้ยินก็เพียงพยักหน้าเป้นเชิงเข้าใจแล้วไม่เอ่ยถามต่อ


    “แต่เรื่องกำแพง ท่านว่าต้องใช้เงินมาก พวกชาวบ้านล้วมแต่ทำประมงทำไร่อีกทั้งก็ถูกปล้นสดมย์อยู่บ่อยครั้งคงไม่มีเงินเก็บมากพอที่จะเอาไปจ้างแม้ว่ามันจะถูกอย่างที่ท่านว่า”ซุนเจียงที่อยู่ในหมู่บ้านและรู้ถึงสภาพของหู่บ้านมาตลอดเอ่ยขึ้นมาใบหน้าล้วนเต็มไปด้วยอารมณ์ที่หลากหลายทั้งหมดหวังและกังวล แต่เเล้วสิ่งที่เขากังวลนั้นก็กลับถูกสตรีข้างเตะโด่งมันทิ้งไปเสียอย่างหน้าตาเฉย


      “เรื่องเงิน ข้าออกเอง ทำกำแพงเถอะ”จางฝูเอ่ยขึ้นมาด้วยสีหน้าคล้ายไม่กังวล เพราะอะไรน่ะหรือก็ไอ้ของพระราชทาน รางวัลต่างๆที่ฝ่าบาทเคยประทานๆมาให้นั้นอย่างไรเล่าเยอะขนาดเอาไปถลุงเท่าใดก็ไม่หมด อีกทั้งที่บ้านเธอก็ยังทำธรุกิจส่งสินค้า เงินมีเหลือไม่ขาดมือกะอีกแค่เงินสร้างกำแพงไม่กี่พันชั่งแลกกับชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนที่จะปลอดภัยขึ้นทำไมเธอจะควักออกมาจ่ายไม่ได้กัน


      “เช่นนั้นเรื่องก็คลี่คลายเเล้ว ทุกคนมีความเห็นอย่างจะเสนออีกหรือไม่”จู่ฟูเยี่ยนเอ่ยกล่าวออกมาพรางรินเหล้าส่งให้แก่ทุกคนบนโต๊ะราวกับว่าแผนการที่วางสามารถลุล่วงไปได้แล้วก็ไม่ปาน “เอาๆ ดื่มม..”

    “ดื่ม.."


     “ดื่ม..”


    “ดื่มม..”


     ได้ยินดังนั้นทุกคนบนโต๊ะก็พร้อมใจก็ยกสุราขึ้นดื่มเว้ยแต่เพียงจางฝูที่ยังคงนั่งนิ่งก้มมองจอกสุราในมืออย่างทำใจ ก่อนที่เธอจะตัดสินใจยกจอกสุรานั้นกรอกใส่ปากตัวเองเสียให้จบๆไป ก่อนที่เธอจะต้องรีบคว้ามเอากาน้ำชาที่วางตั้งอยู่ใกล้มารินใช้ถ้วยอีกตัวเเล้วรีบกรอกใส่ปากล้างกลิ่นและรสขมปร่าจากสุราที่อยู่ในปาทันที‘ทำไมรอบตัวข้ามันถึงมีแต่ไอ้พวขี้เมานะ!!!!’

      ภายด้านในห้องรับรองพิเศษของเถ้าเเก่เหลาสุรายังคงดื่มกินและพูดคุยเรื่องต่างไปกันเรื่อยๆจนเวลาล่วงผ่านไปจนยามเซินฟางเถิงเป่าเจ้าของเหลาสุราเหอถางเยว่เซ่อก็ขอตัวลาไปจัดเตรียมงานและกำลังคนที่ได้บอกกล่าวเอาไว้เมื่อตอนช่วงบ่ายๆ และปล่อยให้พวกจางฝู ถิงเออร์ ซุนเจียงและจู่ฟู่เยี่ยนร่วมดื่นกินสุราและอาหารกันต่อไป จนเมื่อจู่ฟู่เยี่ยนจัดการปิดฉากกระดกเอาสุราไหสุดท้ายจนหมดก็บิดตัวไล่ความเมื่อยล้าออกกไปก่อนจะลุกขึ้นยืนด้วยท่าทางกระปรี้กระเปร่าอีทั้งยังไร้ซึ่งอาการซวนเซของคนเมาอย่างที่ควรจะมีบ่งงบอกถึงภูมิต้านทานที่เขามีอย่างมากถึงสามารถจัดการสุราทั้งหมดสิบกว่าไหได้โดยไม่หลุดเมาแอ้เหมือนพวกขี้เมาที่จางฝูเคยๆพบเจอมาเลยสักนิด

      “เอาละเหนื่อยกันมาทั้งวันแล้ว วันนี้เราก็พักกันที่นี่ก่อนดีไหม”จู่ฟู่เยี่ยนหันกลับมาเอ่ยถามด้วยใบหน้าเเจ่มใสพรางมองดูสภาพคนที่อยู่ในที่ตอนนี้นอกจากตัวเขาแล้วจางฝูที่ไม่แตะสุราเเล้ว อีกสองคนล้วนเเล้วแต่เมาหัวทิ่มโต๊ะกันไปหมดแล้ว “อ่า ข้าว่านอนพักที่นี่แล้วกัน”

      จู่ฟู่เยี่ยนหันไปบอกกว่าแก่เสี่ยวเออร์ที่มาทำความสะอาดห้องเรื่องเตรียมที่พัก ก่อนที่จะเดินกลับมาหาจางฝูและช่วยแบกร่างของซุนเจียงพาไปห้องพัก ส่วนจางฝูก็เเบกเอาถิงเออร์ไปนั้นเอง

     “หลังจากนี้จะเอาอย่างไรต่อ”จางฝูที่แบกร่างปวกเปียกของถิงเออร์ขึ้นบ่าเอ่ยถามขึ้นมาพรางทอดสายตามองไปยังทางระเบียงมุ่งสู่เขตห้องพักที่ดูแล้วก็น่าจะถูกจัดเป็นห้องใหญ่ไว้ให้พวกเธอใช้พักผ่อนกันนั้นเอง

      “พรุ่งนี้ข้าว่าจะเดินทางไปฉางอัน เพียงแค่กำลังชาวยุทธ์ที่เถ้าแก่จ้างมาคงไม่พอหากพวกมายกพลมาบุกเป็นฝูงอย่างที่พวกเจ้าเจอ”จู่ฟู่เยี่ยนเอ่ย “อีกอย่างนะข้าได้ยินมาว่าที่ฉางอันมีสุรารสเลิศมากมายบางทีเอาอาจจะใช้มันเอาไปมอมจนพวกนั้นเมาแล้วจับรวมส่งทางการก็ได้นะ ฮ่าๆๆ”จู่ฟู่เยี่ยนเอ่ยติดตลกก่อนจะหัวเราะออกมาโดยที่มีจางฝูที่เดินแบกหลี่ถิงเออร์เดิมตามไปโดยที่หางคิ้วของเธอนั้นกระตุกขึ้นมาเป็นระยะๆ และยอมรับเลยว่าไอ้เจ้าชายเบื้องหน้าเธอนี่มันช่างมีนิสัยกวนอวัยวะเบื้องล่างงเธอเสียจริง

     “อย่าทำหน้าเครียดเช่นนั้นสิ ข้าแค่ล้อเล่นเเค่นี้เอง”จุ่ฟู่เยี่ยนเอ่ยออกมาพร้อมกับยิ้ม มืออีกข้างก็ผลักประตูให้เปิดออกแล้วพาเอาซุนเจียงเดินไปโยนทิ้งไว้ที่เตียงในห้อง ส่วนจางฝูนั้นก็แบกเอาร่างของถิงเออร์ไปนอนอยู่ที่อีกเตียงซึ่งอยู่ในห้องอีกฝั่งที่ถูกเเบ่งไว้ โดยห้องที่พวกเขาอยู่นั้นจักเป็นห้องขนาดใหญ่มาและแบ่งเป็นห้องเล็กไว้อีกสองห้องและทั้งสองห้องนั้นก้ยังมีห้องน้ำในตัวของมันอีกคนละห้องด้วย ส่วนเตียงนอนนั้นก็เป้นเตียงคู่ขนาดใหญ่ที่สามารถนอนแผ่ได้สบายโดยไม่ต้องเบียดกันเลย

   “ข้าคงเครียดน้อยกว่านี้ หากเจ้าเลยเล่นสักครู่”จางฝูเอ่ยแล้วเดินไปเอาสัมภาระที่ได้พวกเสี่ยวเออร์ยกมาเก็บไว้ให้ที่ห้อง “อ้อ ฝากจัดการเช็ดตัวให้ซุนเจียงด้วยละ”จางฝูหันกลับไปเอ่ยก่อนที่จะเดินเข้าห้องของฝั่งตัวเองไปเเละเตรียมการเช็ดเนื้อล้างตัวให้แก่ถิงเออร์เสียหน่อย เพราะหากตัวนางยังมีกลิ่นสุราหมักหม่มอยู่เช่นนี้เธอคงนอนไม่ได้


@Admin

แสดงความคิดเห็น

คุณได้รับ +15 คุณธรรม +12 ความชั่ว +20 ความโหด โพสต์ 2019-3-24 22:38

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +10 เงินตำลึง +500 ชื่อเสียง +100 ความหิว -36 Point +5 ย่อ เหตุผล
Admin + 10 + 500 + 100 -36 + 5

ดูบันทึกคะแนน

โดนทิ้งในหุบเขา
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
แส้จิ่วเทียน
คัมภีร์ละติน
ปราณคลุมวารี
ตัวเบาขั้นกลาง
ฮั่นเสียทองเทวะ
กงจักรเฟิ่งหวง
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x8
x8
x46
x1
x10
x9
x11
x6
x100
x15
x2
x60
x40
x1
x83
x20
x33
x34
x16
x784
x1
x2
x62
x62
x70
x130
x2224
x359
x150
x59
x31
x30
x10
x22
x6
x107
x252
x3
x9264
x10
x110
x1
x3
x4
x1
x9
x131
x1
x66
x62
x1
x1425
x6
x2
x31
x1
x1
x45
x1300
x6
x150
x50
x1000
x7
x8
x3
x3
x40
x4
x40
x71
x2
x1500
x120
x290
x75
x60
x65
x1
x114
x7
x20
x90
x1
x3
x39
x2
x49
x2
x3
x74
x3
x109
x60