กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบอุปกรณ์พกพา | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์
ดู: 571|ตอบกลับ: 22

{ เมืองเจียงเยี่ย } ตลาดใหญ่

[คัดลอกลิงก์]
ไม่ระบุชื่อ
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2017-9-15 23:20:54 |โหมดอ่าน
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ไม่ระบุชื่อ เมื่อ 2017-9-15 23:32

ตลาดใหญ่

ตลาดใหญ่ของเมืองเจียงเยี่ย สถานที่ที่ผู้คนออกมาจับจ่ายใช้สอย
เงินตรา ที่นี่มีพ่อค้าแม่ค้านำสินค้ามากมายมาขายให้เลือกสรร

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +200 Point +2 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 200 + 2

ดูบันทึกคะแนน

โพสต์ 2017-9-16 11:59:12 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย YutaIzumi เมื่อ 2017-9-16 12:00

เส้นทางป่าวประกาศ 3

     หลังจากที่เขาเดินทางออกมาจากเมืองก่วงหลิน กับกองพ่อค้าคาราวาน ระหว่างเดินทางขนรถม้านั้นยูตะ ก็กำลังนั้งเขียนอะไรบางอย่างอยู่จนผู้จัดการกองคาราวาน ก็อดสงสัยไม่ได้และเดินมาถามในที่สุด
     "นี่เจ้าชอบทำอะไรให้ข้าสงสัยอยู่เรื่อยเลยนะ รอบนี่กำลังเขียนอะไรอยู่ละ?" ผู้จัดการกองคาราวานก็ถามยูตะขึ้น
    "หะ อ้อ ไอ้ที่ผมกำลังเขียนอยู่นี่ นะหรอมันคือ ร่างคำป่าวประกาศที่ผมจะใช้ในเมืองต่อๆไปนะ" ยูตะกล่าวตอบกลับพร้อมส่งให้ ผู้จัดการกองคาราวานได้อ่าน
     "ข้าอ่านภาษาของเจ้าไม่ออกหรอกนะ ไม่ต้องส่งมาก็ได้นะ" แน่นอนสิ่งเขียนอยู่ในนั้นไม่ใช้ภาษาจีนแต่อย่างใด ผู้จัดการกองคาราวานจึงได้แต่สายหน้าและส่งคืนให้ยูตะไป "แล้วเจ้าจะเขียนไปทำไมละ" เขาถามต่อ
     "เพราะว่าผมคิดว่าถ้าผมพูดรอบ2 รอบ3 มันคงจะไม่เหมือนเดิม ผมก็เลยคิดว่าน่าจะเขียนเอาไว้ซะดีกว่า จะได้พูดเหมือนกันทุกเมืองที่ไปยังไงละ" ยูตะกล่าวอธิบายตอบกลับไปให้เหมือนจะดูดี แต่ความจริงเขาก็แค่ขี้เกียจที่จะคิดคำพูดใหม่ทุกเมืองที่ต้องไปพูดเท่านั้นและ
     "อ้อ อย่างงั้นหรอ อืมๆ ก็เป็นความคิดที่ดีนะ" ผู้จัดการกองคาราวาน พยักหน้าตอบกลับไป "เออเราใกล้จะถึงเมืองเจียงเยี่ย แล้วละเจ้าเองก็เตรียมตัวได้แล้วละ" เขากล่าวต่อพร้อมกับไปเตรียมตัว
     เมื่อขบวนคาราวานมาหยุดที่ตลาดใหญ่เมืองเจียงเยี่ย ทั้งคนงานทั้งพ่อค้า ก็ทยอยลงมาจากรถม้าพร้อมขนข้าวของ ของตนเองลงมาแล้วเริ่มจัดแจ้งการทำงานทำการตามหน้าของตัวเองโดยมีผู้จัดการกองคาราวานคอยควบคุมอยู่ ส่วนยูตะนั้นก็ช่วยงานในฐานะผู้ติดตามศึกษางาน
     เมือจัดการอะไรลงตัวแล้วยูตะก็ขอตัวแยกออกมาทำหน้าที่ของเขา เขามองหาตำแหน่งเหมาะๆ ที่จะเป็นจุดสนใจมากที่สุดการป่าวประกาศข้อความสำคัญที่ได้รับมา เขาเริ่มสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนที่จะเริ่มพูด

    "สวัสดีครับทุกท่าน ผมเป็นตัวแทนจากเมืองอู๋จวิ้น เนื่องด้วยทางเมืองอู๋จวิ้นนั้นจะมีการจัดงานเทศกาลไหว้พระจันทร์ เราจะขอเชิญชวนพ่อแม่พี่น้องทุกท่านมาร่วมงานให้ได้เลย นอกจากจะมีกิจกรรมแต่งกลอนแล้ว เรายังมีขนมไหว้พระจันทร์แจกจ่ายถึง 1000 ลูก!! ฟรีๆด้วยโอกาศแบบนี่หายากมาก ถ้าหากพ่อแม่พี่น้องท่านใดมีโอกาศละก็ต้องมาให้ได้เลยนะ ขอบคุณทุกท่านที่รับฟังครับผม"
     เขาพูดเหมือนเดิมเปะตามใบที่เขียนไว้ แล้วเขาท่องมันได้อย่างขึ้นใจ ก่อนที่จะโค้งตัวลงเล็กน้อยก่อนที่จะถอยฉากออกมาเพื่อกลับไปช่วยงานที่กองคาราวานต่อ

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1ชื่อเสียง +20 ความหิว -5 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 20 -5 + 3

ดูบันทึกคะแนน

今でもあなたはわたしの光
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ฮั่นเสียหม่า
แปรรูปไม้
กราดิอุสทอง(ซ้าย)
เกราะทองคำ
ขวานยักษ์
ต้าเสวีย
ตัวเบาพื้นฐาน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x30
x50
x104
x1
x9999
x2060
x7
x373
x6020
x1
x118
x225
x760
x2
x2
x9260
x30
x30
x20
x1
x30
x111
x114
x106
x304
x316
x1
x2020
x1
x45
x4
x10
x4
x1
x195
x50
x10
x1050
x2
x900
x18
x162
x115
x308
x148
x5
x4
x4
x10
x2
x854
x7235
x542
x20
x1
x374
x936
x65
x47
x1
x209
x100
x20
x309
x163
x896
x10
x150
x3749
x967
x46
x24
x2
x50
x230
x3048
x19
x50
x19
x4
x20
x1
x1
x6
x105
x24
x1
x1
โพสต์ 2017-9-16 16:45:31 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย YutaIzumi เมื่อ 2017-9-16 21:40

เส้นทางป่าวประกาศ 3.5

     เมืยูตะเดินกลับมาที่กองคาราวานเพื่อช่วยงานต่อนั้น ผู้จัดการกองคาราวานก็เดินมาเขาพร้อมกับสีหน้าลังเลใจที่ดูออกอย่างเห็นได้ชัด จนยูตะต้องเอ่ยปากถามขึ้นมา
    "เออ....ผู้จัดมีปัญหาอะไรรึเปล่าครับ" ยูตะถามเพราะเขาคิดว่าจะต้องมีปัญหาอะไรสักอย่างเป็นแน่
     "ใช้ตอนก็มีเราปัญหานิดหน่อย ข้าก็ไม่อยากจะพูดแบบนี่ แต่ว่าเจ้าพอจะช่วยอะไรข้าหน่อยได้มั้ย" ผู้จัดการกองคาราวานถามขึ้นด้วยสีหน้าลำบากใจ
     "ได้ครับไม่มีปัญหา ว่าแต่เกิดอะไรขึ้นอย่างงั้นหรอครับ" ยูตะตอบรับกลับไป ก่อนที่จะถามเรื่องว่าเกิดอะไรขึ้น
     "คือหลังจากที่ ข้าเดินตรวจสอบขบวนคาราวานอยู่ ข้าก็พบว่ามีรถม้าของเราคันนึงเสียหายอยู่ ก็เลยอยากจะไหว้วานเจ้าช่วยตาม ช่างที่จะมาซ่อมให้ที่ได้มั้ย" ผู้จัดการกองคาราวานตอบคำตอบ และร้องขอความช่วยเหลือ
     "อ้อ ได้สิครับไม่มีปัญหา แหม่เรื่องแค่นี่เอง คนกันเองช่วยกันได้อยู่แล้วครับ" ยูตะกล่าวออกมาต่อพร้อมกับส่งยิ้มให้
     "จริงรึ ขอบใจเจ้ามาเลยนะ ใจจริงข้าก็อยากจะไปเองอยู่หรอก แต่ว่าทางนี่งานก็ยุ่งมากจนปลีกตัวไปไม่ได้เลย" ผู้จัดการกองคาราวานพร้อมตบไหล่ของยูตะเบาสัก 2-3 ที่แล้วพูดต่อ "ฟากด้วยละ"
     "ถ้าอย่างผมไปเลยนะครับจะได้ไม่เป็นการเสียเวลา" ยูตะกล่าวขึ้นพร้อมกับออกเดินไป
     ถึงแม้เขาจะรับปากมาอย่างนั้น แต่ว่ายูตะเองก็ไม่รู้จะเริ่มที่ไหนดี เพราะว่าเมืองนี่นั้นเขาก็ยังไม่เคยมาที่เมืองเจียงเยี่ยมาก่อน พูดให้ถูกคือเข้ายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทางเข้าออกเมืองนั้นอยู่ตรงไหนเพราะว่าเขานั้นหลับอยู่ตอนที่กองคาราวานเดินทางเข้ามาในเมือง
     "ถึงจะว่าอย่างงั้นก็เถอะ แต่เริ่มจากตรงไหนดีละเนี้ย......." เขาบ่นพึมพัมกับตัวเอง พร้อมกับเกาหัวเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะตัดสินใจได้ว่าควรเริ่มจากถามจากร้านค้าแถวๆนี่ดูก่อนก็แล้วกัน
     "ร้านตีเหล็กอย่างงั้นหรอ ไม่รู้สินะทางนั้นละมั้ง" เสียงจากคุณป้าท่านนึงที่้รานตรงข้ามคาราวาน
     "อะไรนะ รถม้าพังอย่างงั้นหรอลำบากจังเลยนะ" เสียงจากคุณป้าร้านใกล้ๆกัน
     "ร้านตีเหล็กคืออะไรหรือ พี่ชาย" เสียงของเด็กคนนึงที่อยู่แถวๆนั้น
     "หา~ ข้ากำลังยุ่งน่า ไปไหนก็ไป!" เสียงของชายแปลกหน้าที่นั้งอยู่เฉยๆ
     "ทางไปร้านตีเหล็กพี่สาวคนนี่ไม่รู้หรอกนะ แต่ถ้าทางไปอย่างอื่นละก็รู้นะ หุหุ" เสียงของพี่สาวท่าทางน่าสงสัยท่านนึง ที่ถึงกับทำให้ยูตะขนลุกและถอยห่างออกมาอย่างว่องไว
     หลังจากที่เขาเดินสอบถามเส้นทางกับคนแปลกหน้าไปเรื่อยๆ เรียกได้เป็นการเดินทางที่จะไม่เป็นแบบแผนเลยละ เดินไปเดินมาอย่างไร้จุดหมายตามทางที่ได้ยินมาจากคนที่เขาถามไปเรื่อยๆ จนกระทั้งมีคุณลุงหน้าตาน่ากลัวเดินเข้ามา และเริ่มพูดกับยูตะ
     "นี่เจ้าหนู แกตามหาคนซ่อมรถม้าอยู่อย่างงั้นรึ?" ชายแก่คนนั้นถามยูตะขึ้นพร้อมกับจ้องมายังเขา
    "ชะ....ใช้ครับ ระ...รู้ได้อย่างไรครับ" ยูตะเสียงสั่นเล็กน้อย เพราะชายคนนั้นดูน่ากลัวมาก และจ้องเขม็งมาที่เขาด้วย
     "ก็แกเล่นเดินถามคนไปทั่ว ตอนนี่แม้แต่สุนัขก็คงจะรุู้แล้วกะมั้ง ฮะ ฮะ ฮะ" ชายแกคนั้นกล่าวต่อพร้อมกับหัวเราะออกมา
     "อะ...อย่างงั้นหรอครับ...ฮะ ฮะฮะ....." ยูตะก็ไหลตามน้ำไปพร้อมกับหัวเราะแห้งๆ
     "เจ้าหนู เจ้าเดินไปทางแล้วเลียวซ้ายตรงหัวมุมนั้นซะ ที่นั้นมีร้านที่เจ้าต้องการอยู่" ชายแก่คนนั้นเริ่มแนะนำกับยูตะ และชี้นิ้วเพื่อบอกเส้นทาง
     "ขะ...ขอบคุณมากครับ" ยูตะกล่าวขอบคุณพร้อมกับก้มโค้งให้จากใจจริง ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมาแล้วพบว่าชายแก่คนนั้นได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเสียแล้ว "........................." ยูตะได้แต่นิ่งเงียบพูดอะไรไม่ออก และคิดอะไรไม่ออกอีกเช่นกัน ก่อนที่เขาจะคิดได้ว่านี่ไม่ใช้เวลามาตกใจ เขาต้องรีบตามหาคนซ่อมรถม้าให้ได้เสียก่อน
     หลังจากที่ยูตะเดินมาตามทางที่ชายแก่คนนั้นบอกเขาก็พบร้านช่างแห่งนึงที่ดูเหมือนว่าจะเป็นร้านที่เขาตามหาอยู่อย่างแน่นอน ขณะที่ยูตะกำลังดีใจอยู่นั้น ก็มีใครบางคนตบไหล่เขาพร้อมกัยส่งเสียงขึ้น

     "มาช้านะเจ้าหนู แพ้คนแก่อย่างข้าได้อย่างไร" เสียงที่คุ้นๆนั้นดังขึ้นมาจากข้างหลัง และเมือยูตะหันไปก็พบว่าเจ้าของเสียงนั้นคือชายแก่ที่บอกทางให้เขานั้นเอง
     "น้านี่!! ตะ...แต่ผม..... ดะ...ได้ยัง ดะ....เดียวนะ....." ยูตะถึงกับร้องออกมาและงงสุดๆจนพูดอะไรไม่ถูก
     "ใจเย็นๆ นะเจ้าหนู เรื่องหยุมหยิมนะ ไม่ต้องไปสนใจหรอก ตอนนี่เจ้ามีปัญหาใช้มั้ย ไหนลองบอกมาสิ" ชายแก่คนนั้นกล่าวขึ้นพร้อมกับ เอาตบไหล่เรียกสติยูตะกลับมา
     "อ้อ ใช้รถม้า รถม้า คืออย่างงี้นะครับกองคาราวานที่ผมโดยสารมาด้วยนั้นมัน............." ยูตะเริ่มอธิบายอาการที่เกิดขึ้นให้ชายแก่คนนั้นฟัง
     "อืมมมม จากที่ฟังมาข้าคิดว่าน่าจะต้องเปรียนล้อของรถม้าใหม่ละ" ชายแก่คนนั้นลูบค้างพร้อมใช้ความคิดก่อนที่จะเริ่มหาข้อสรุปได้แล้วพูดต่อ "ไปเจ้าหนู ไปยกล้อตรงนั้นมา แล้วพอข้าไปที่กองคาราวานของเจ้าซะ" แล้วเขาก็บอกยูตะพร้อมกับชี้นิ้วไปที่กองล้อของรถม้าแถวๆนั้น
    "หะ ผมหรอ?" ยูตะกล่าวขึ้นอย่าง งงๆพร้อมกับเอานิ้วชี้ที่ตัวเอง
    "ใช้สิ แถวนี่มีใครนอกจากเจ้าอีกอย่างงั้นหรอ ร้านข้าไม่มีคนงานหรอกนะ เอ้า! เร็วเข้าเวลาเป็นเป็นทองนะรู้มั้ย" ชายแก่คนนั้นกล่าวเร่งยูตะขึ้นพร้อมกับหยิบกล้องเครื่องมือแล้วเดินนำออกจากร้านไป
     "คะ ครับ....." ยูตะตอบอย่างไม่เต็มใจนัก ก่อนที่จะแบกล้อของรถม้านั้นแล้วเดินตามออกไป
     และเมือทั้งคู่เดินกลับมาถึงกองคาราวาน ชายแก่คนนั้นก็เริ่มทำการซ่อมรถม้าอย่างรวดจนดูไม่สมกับอายุของเขาเลยแม้แต่น้อย
     "ข้าคิดไม่ผิดจริงๆ ที่ฝากให้เจ้าจัดการเรื่องนี่" ผู้จัดการกองคาราวานพูดขึ้นขณะที่ยืนมองการซ่อมรถม้า
     "ก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ" ยูตะตอบกลับไป
     "เอ้า! เรียบร้อย" ชายแก่คนนั้นกล่าวขึ้นพร้อมกับเดินมาหาทั้ง 2 แล้วเริ่มพูดต่อ "ส่วนล้อที่เสียนั้นข้าขอแล้วกันนะ"
     "ได้เลยครับไม่มีปัญหา ส่วนที่ค่าจ้างครับ ขอบคุณมากนะครับนายช่าง" ผู้จัดการกองคาราวานหันไปกล่าวกับชายแก่คนนั้น พร้อมกับยื่นเงินค่าจ้างให้ไป
     "ได้เสมอ เอาละในเมือหมดหน้าที่ข้าแล้ว ข้าขอตัวละ ฮะฮะฮะ" แล้วชายแก่คนนั้นก็ยกล้อรถม้าขึ้นอย่างสบายๆ แล้วเดินหายไป
     (อ้าว ก็ยกเองได้นี่น่า......) ยูตะคิดในใจอย่างนั้นก่อนที่จะหันกลับไปพูดผู้จัดการกองคาราวาน
     "ถ้าอย่างงั้นผมขอตัวไปงีบสักแปปนะครับ" ยูตะพูดแล้วก็ค่อยปีนขึ้นไปบนรถม้า
     "เออ ตามสบายเลย" ผู้จัดการกองคาราวานตอบกลับมาสั้นๆ

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +15 ความหิว -6 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 15 -6 + 3

ดูบันทึกคะแนน

今でもあなたはわたしの光
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ฮั่นเสียหม่า
แปรรูปไม้
กราดิอุสทอง(ซ้าย)
เกราะทองคำ
ขวานยักษ์
ต้าเสวีย
ตัวเบาพื้นฐาน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x30
x50
x104
x1
x9999
x2060
x7
x373
x6020
x1
x118
x225
x760
x2
x2
x9260
x30
x30
x20
x1
x30
x111
x114
x106
x304
x316
x1
x2020
x1
x45
x4
x10
x4
x1
x195
x50
x10
x1050
x2
x900
x18
x162
x115
x308
x148
x5
x4
x4
x10
x2
x854
x7235
x542
x20
x1
x374
x936
x65
x47
x1
x209
x100
x20
x309
x163
x896
x10
x150
x3749
x967
x46
x24
x2
x50
x230
x3048
x19
x50
x19
x4
x20
x1
x1
x6
x105
x24
x1
x1
โพสต์ 2017-10-10 20:53:37 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Hazan เมื่อ 2017-10-10 21:09

     หลี่เซี้ยนเจ่อเดินนำขบวนนักโทษประหารจำนวนสามสิบนายนำขึ้นไปส่งใช้แรงงานที่ด่านซันไห่ทางเหนือ นักโทษทุกคนล้วนถูกตีตรวนล่ามโซ่ไว้โดยมีทหารสิบห้านายตามคุมขนาบ เขาต้องตรวจนับจำนวนนักโทษทุกครั้งเพื่อกันไม่ให้ตกหล่น ตอนนี้เขานำขบวนนักโทษเดินผ่านตลาดเพื่อออกไปยังนอกเมือง ซึ่งเขายังต้องให้ทหารคอยระวังพวกชาวบ้านตลอดระยะทางผ่าน เขาบอกให้ทหารที่เดินคุมเหล่านักโทษให้เร่งฝีเท้าเพราะเกรงว่าอาจจะมีความวุ่นวายตามมา จนมีทหารที่คุมด่านหน้าเดินมาหาเขา   "เรียนใต้เท้า ข้าน้อยชื่อไท่เหอ มีเรื่องอยากถามใต้เท้า" ไท่เหอเดินมาด้านข้างขนาบขวาหลี่เซี้ยนเจ่อไว้
   "เจ้ามีอะไรที่อยากจะถามข้ารึ?" หลี่เซี้ยนเจ่อพูดเบาราวกระซิบ
   "เหตุใดเราจึงเคลื่อนขบวนผ่านตลาดด้วยครับ"
   "ก็เพราะว่าหากเกิดไม่คาดคิดอย่างน้อยพวกชาวบ้านก็ได้ช่วยกันจับได้ไง" หลี่เซี้ยนเจ่อลูบเครา
   "แล้วไม่ทราบว่าด่านซันไหนี่อยู่ไกลไหมครับ" ไท่เหอพูดถามต่อไป
   "ด่านแห่งนี้อยู่ทางเหนือระยะทางก็คงอีกเก้าวัน แล้วเจ้าก็กลับไปคุมนักโทษได้แล้ว" หลี่เซี้ยนเจ่อโบกมือไล่ให้กลับไป
   "ขอบคุณใต้เท้า ข้าน้อยรับทราบแล้ว" ไท่เหอก้มศีรษะแล้วก็หมุนตัวหลับไปประจำแหน่งเดิมของตน
   "พ่อ แม่ พี่ น้อง ข้าเป็นขุนนางของราชสำนักได้รับคำสั่งให้คุมนักโทษไปชายแดนทางเหนือ ขอให้ทุกท่านอย่าได้ตกใจ ข้าเพียงแต่ผ่านมาเท่านั้น" หลี่เซี้ยนเจ่อเดินบอกชาวเมืองไปตลอดทาง
@Admin




คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +15 ความหิว -6 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 15 -6 + 3

ดูบันทึกคะแนน

...
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
เทียนกุย
กำหนดลมหายใจ
บันทึกซางยาง
ทวนอสรพิษ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x4
x4
x1
x1

24

กระทู้

140

โพสต์

1หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
383
เงินตำลึง
40950
ชื่อเสียง
6909
ความหิว
111
ซูซาคุ
ระดับ 1
โพสต์ 2017-11-3 18:39:50 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย AKIKOMINAMOTO เมื่อ 2017-11-3 18:41

บทที่34:โชคชะตา ช่วยนำพาให้มาพบกันยินดีต้อนรับสหายตัวใหม่ นามของเจ้าคือฟุมิโอะ

หลังจากที่ อากิโกะได้ควบม้าออกจากศูนย์สาขาพรรคกีะยาจกแห่งเมืองเจียงเยี่ย ที่อยู่นอกเมืองแล้ว เธอก็ได้ควบม้าจนเข้ามาในตัวเมือง

หลังจากผ่านประตูเมืองมาแล้ว อากิโกะก็ได้เข้ามาถึงตลาดใหญ่ในตัวเมืองที่มีผู้คนมากมาย ออกมาจับจ่ายใช้สอยกัน

"คนเยอะดี แหะก่อนอื่นข้าคงต้องหาที่ผูกม้าซะก่อน" หลังจากพูดจบอากิโกะ ก็หาที่ผูกม้า ที่เป็นรั่วไม้ใกล้ๆแถวนั้น เนื่องจากว่าที่นี้ไม่มีโรงเตี๊ยมให้รับฝาก หลังจากผูกม้าสีดำทมิฬของเธอเรียบร้อย แล้วอากิโกะ ก็ปลดกระเป๋า สัมภาระที่เธอผูกไว้ออก แล้วพรางอุ้มเจ้าไก่ฟ้าซูซาคุลงมาจากท้ายของเจ้าม้าสีดำด้วย

"รออยู่ตรงนี้ ก่อนนะคัทสึโอะ เดียวข้ากลับมา"

"ฮี่" เจ้าอาชาสีดำทมิฬร้องตอบรับผู้เป็นนายของมันในทันที

หลังจากนั้นอากิโกะ ก็เดินอุ้ม ซูซาคุเดินดูชมของในตลาด แน่นอนว่าเธอเอง ก็ต้องมาดูก่อนว่าตลาดแห่งนี้มีอะไรน่าซื้อบ้างนอกจากของกินและในระหว่าง ที่เธอกำลังอุ้มเจ้าไก่ฟ้าของเธอดูของ นี้เอง ก็มีเสียงหนึงดังขึ้น

"เชิญเลยครับ! สำหลับผู้ที่สนใจจะเลี้ยงนก หรือทำฟามนก ในร้านข้ามีนกขาย หลากหลายชนิทให้ท่านเลือกชมเลยครับ!" พ่อค้าชายวัยกลางคนตะโกนด้วยเสียงคึกคัก
แต่ว่าก็ไม่มีใครที่จะเข้าไปดูนกในร้านของเขาเลย สงสัยคิดว่าจะแพงละมั่ง

"ขายนก งั้นรึ? พวกเราเข้าไปดูกันดีกว่านะซูซาคุ"
อากิโกะพูดกับซูซาคุในอ้อมแขนของเธออย่างอารมณ์ดี

"แกว๊ก!" เจ้าไก่ฟ้าร้องเหมือนตอบรับขอเสนอของเจ้านาย ของมันก่อนที่อากิโกะจะเดินเข้าไปหาพ่อค้าขายนกในทันที

"เอา สวัสดีขอรับคุณหญิงไม่ทราบว่า อยากได้นกแบบไหนงั้นรึขอรับ" พ่อค้านกคนนั้นพูดไปขณะถูมือไปด้วยแล้วยิ้มบริการให้อากิโกะ

"นั้นสินะ..แล้วในร้านขายเร่ของเจ้ามีนกแบบไหนน่าสนใจบ้างละ"
อากิโกะพูดไปขณะมองบรรดานกน่าๆชนิดในร้านเร่ของพ่อค้านก

"ข้ามีนก หลายชนิดเลยขอรับ ตั้งแต่เหยี่ยว ไก่ฟ้า นกแก้วก็มีนะขอรับ..หรือว่านายหญิงจะซื้อไก่ฟ้าสักตัวเป็นแฟนให้เจ้าไก่ฟ้าแสนสวยของท่านนะขอรับ" พ่อค้ายิ้มบริการไปขณะมองอากิโกะที่อุ้มไก่ฟ้าแสนสวย ไว้ในมือ

"หืม..นั้นสินะ หรือว่าข้าควรจะซื้อไก่ฟ้าเพิ่มอีกสักตั....." ก่อนที่อากิโกะจะพูดจบ เธอก็เหลือบไปเห็นนกตัวหนึง ที่เป็นตัวเดียวในร้านที่มีผ้าสีขาวปิดศรีษะของมันไว้อยู่อย่างสนใจ

ทางพ่อค้าขายนกเมื่อเห็นว่าอากิโกะ ทำหน้าสนใจหนึ่งในนกในร้านของเขา จึงพูดขึ้นว่า

"คุณ หญิงสนใจเจ้านกตัวนั้นสินะขอรับ แหมตาถึงจริงๆนะขอรับ"

ไม่ว่าไปร้านไหนพวกเจ้าก็พูดแบบนี้ทุกคน(นั้นคือสิ่งที่อากิโกะคิดอยู่ในใจ)

"แล้วเหตุใดเจ้าถึงเอาผ้าคลุมปิดศรีษะ เจ้านกตัวนี้ไว้ละ" อากิโกะมองอย่างสงสัยขณะชี้ไปยังนกตัวที่ว่า

"อ้อ เจ้านกตัวนี้ ตามันไม่ค่อยถูกกับแสงในช่วงกลางวันนะขอรับ ข้าเลยต้องเอาผ้าคลุมไว้ ไม่ทราบว่าคุณหญิงสนใจอยากดูหน้ามันไมขอรับ"

"ไหนเปิดหน้า ให้ข้าเห็นหน้าเจ้านกตัวนี้สิ"
อากิโกะพูดไปขณะขอให้พ่อค้าขายนกเปิดผ้าออก

"ขอรับกระผม" หลังจากพ่อค้าขายนกคนนั้นเปิด ผ้าออกปรากฏว่า จเา้นกตัวนี้มันหลับตาอยู่

"หลับตาอยู่งั้นรึ" อากิโกะมองอย่างสนใจ เจ้านกตัวนี้ ลำตัวของมันเป็นสีขาวทั้งหมด มีแต่ส่วนปีกเท่านั้นที่เป็นสีอัลม่อน

"เจ้านกตัวนี้ มีชื่อว่านกฮูกขอรับ มันเป็นนกป่าที่หากินตอนกลางคืน แน่นอนว่าเนื่องจากตอนกลางวันตามันมองไม่เห็นเลย มันเลยเลือกจะนอนหลับอยู่แบบนี้นะขอรับ"

"นอฮูก งั้นเหรอ มันน่าสนใจดีนะ งั้นก็เอาตัวนี้แล้วกัน ข้าเอาเจ้านกฮูกตัวนี้หนึ่งตัว"
อากิโกะพุดไปขณะมองหน้าพ่อค้าขายนก

"แหมๆคุณหญิงเนื่องจากมันเป็นนกป่าคิดว่าราคงแพงไปสำหรับท่านละมั่งขอรับ" พ่อค้าขายนกพูดไปขณะถูมือตัวเองอยู่แบบนั้น

"เอาละเจ้าบอกราคามาสิ"

"แน่นอนว่าราคาของมัน122ชั่งขอรับ"

"จัดมาเลย ข้าเอาเจ้าตัวนี้" อากิโกะจ่ายเงินชั่งไป122ชั่งไปทันที จนพ่อค้าเห็นเงินชั่งจนตาโต

"จ..จะรีบจัดให้ตามคำขอเลยขอรับ" หลังจากให้เงินชั่งมาแล้ว พ่อค้าขายนกก็เอาผ้าขาวไปปิดหัวนกฮูกต่อทันที แล้วหยิบมันไปวางบนไหล่ของอากกิโกะทันที

"ยินดีต้อนรับสหายใหม่ของข้า" อากิโกะมองนกฮูกบนไหล่ของเธอแล้วยิ้มอย่างอารมณ์ดีมาก

"เอาละ ที่เหลือคุณหญิงก็ช่วยตั้งชื่อให้เจ้านกฮูกก็เป็นอันสิ้นสุดการขาย ของข้าขอรับ" พ่อค้าขายนกพูดไปขณะมองนกฮูกบนไหล่ของหญิงสาว

"นั้นสินะ นี้ท่านพ่อค้าช่วยเอาผ้าออกจากศรีษะมันหไน่อยสิ"

"ได้เลยขอรับตามคำขอ หลังจากพูดจบ พ่อค้าขายนกก็เอาผ้าขาวออกจากศรีษะของมันทันที ขณะทางอากิโกะหันไปมองนกฮูกบนไหล่ของเธอ เล็กน้อยแล้วมองคิดพินิจอยู่สักพักแล้วพูดขึ้นว่า

"นับแต่ตอนนี้ ไปข้าจะหมอบนามให้กับเจ้านะเจ้านกฮูก นามของเจ้าก็คือ ฟุมิโอะ นั้นคือนามของเจ้า" อากิโกะพูดจบแล้วมองเจ้านกฮูกนั้นอย่างพอใจ แต่สิ่งที่ทำให้หญิงสาวต้องตกใจก็คือ

เจ้านกฮูกที่นอนหลับอยู่นั้นกับพยักหน้าให้เธอ เมื่อเธอหมอบนามให้กับมัน ราวกับว่ามันฟังภาษามนุษย์ออก

("ไม่จริงน่า..เจ้านี้พยักหน้าให้กับชื่อที่ข้ามอบให้มัน เหมือนตอนนั้นเลย เจ้าไก่ฟ้าก็พยักหน้าให้กับชื่อที่มอบให้มันเหมือนกัน")

และในระหว่าง ที่อากิโกะกำลังคิดมากอยู่นั้น พ่อค้าขายนกก็พูดขึ้นว่า

"นั้นคือชื่อที่ท่านมอบให้มันสินะ ขอรับเอาละสิ้นสุดการขาย ขอให้โชคดีกับการเดินทางละขอรับ" พ่อค้าขายนกโค้งหัวขอบคุณให้อากิโกะ แล้วพร้อมหันไปทำท่าจะเก็บร้านต่อ แต่ว่า

"คือนี้ท่านลุง ข้าอยากจะถามวิธีเลี้ยงเจ้านี้หน่อย" อากิโกะลองถามวิธีเลี้ยงนกฮูกจากพ่อค้าขายนกดู

"อ้อ วิธีการเลี้ยงเจ้านกนี้ก็คือ" หลังจากนั้นอากิโกะก็ฟังคำอธิบายวิธีการเลี้ยงนกฮูกจากพ่อค้าขายนก จนเวลาล่วงเลยผ่านไป2ก้านธูป

----------------------------------------------------------------------------

หลังจากที่ฟังพ่อค้าเลี้ยงนก อธิบายวิธีการเลี้ยงนกฮูกราวๆสองก้านธูป เธอก็เดินกลับมาที่จุดที่ เธอผูกเจ้าม้าสีดำทมิฬของเฮะเอาไว้
และกลับมาพร้อมอุ้มเจ้าไก่ฟ้า ซูซาคุ และ สหายวิหกตัวใหม่ หรือฟุมิโอะ นกฮูกที่เธอซื้อมาจากพ่อค้าขายนก เธอวาง เจ้าไก่ฟ้าไว้ที่ท้ายของคัทสึโอะ และหยิบซาลาเปา
ในกระเป๋าสัมภาระออกมาป้อน เจ้าอาชาสีดำของเธอ

"ว่าไงคัทสึโอะ ขอโทษที่ปล่อยให้รอนานนะ" อากิโกะพูดไปขณะเอากระเป๋าสัมภาระผูกไว้กับคัทสึโอะ และลูบหัวเจ้าม้าสีดำทมิฬไปด้วยแล้วพร้อมปลดเชือกออก

"ฮี่!" หลังจากที่มันได้ทั้งซาลาเปา ทั้งลูบหัวจากเจ้านายของมันแล้ว และได้รับการปลดเชือกออกเรียบร้อย มันก็ดูอารมณ์ดีขึ้นมาก

"เอาละ" อากิโกะปีนขึ้นไปบนหลังของเจ้าม้าสีดำขณะบนไหล่ของเธอก็มีฟุมิโอะ หรือเจ้านกฮูกสหายร่วมทางตัวใหม่ของเธอเกาะอยู่บนไหล่ ในสภาพนอนหลับอยู่

"ในเมื่อทุกอย่างเรียบร้อย ไปกันเถอะ" หลังจากพูดจบอากิโกะก็ขี่เจ้าคัทสึโอเดินออกไปทางประตูเมือง จนเรียบร้อยแล้วพูดขึ้นว่า

"และในวันนี้ คัทสึโอะ ซูซาคุ พวกเรามีสหายบร่วมทางตัวใหม่มา แล้ว เพราะฉะนั้นเป็นเพื่อนกันดีๆละเข้าใจไม" อากิโกะถามเจ้าม้าสีดำทมิฬและไก่่ฟ้าของเธอ

"ฮี่!"(คัทสึโอร้องตอบรับแทนคำตอบ)

"แกว๊ด"(เจ้าไก่ฟ้าพยักหน้าอยู่ที่ท้ายของคัทสึโอร้องและร้องไปด้วย)

"..."(ทางด้านฟุมิโอะ ก็นังหลับอยู่บนไหล่ของอากิโกะต่อไป)

"เอาละ ในเมื่อพวกเจ้ารู้แล้ว ก็ขอต้อยรับสมาชิกใหม่ฟุมิโอะ นับแต่นี้เจ้าคือสหายร่วมทางของข้า ในวันนี้และตลอดไป...และก็ควบไปเลยคัทสึโอะ! ย้าก!"
หลังจากพูดจบอากิโกะก็สะบัดบังเหียน จนเจ้าม้าสีดำทมิฬออกจากประตูเมืองเจียงเยี่ยเดินทางไปยังเมืองต่อไปในทันที

@Admin






คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ความหิว -6 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 -6 + 3

ดูบันทึกคะแนน

ผิดไปข้อ1
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
กลยุทธ์ซุนปิน
ง้าวมรกต
ม้าวายุทมิฬ
มีดบิน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x12
x7
x30
x4
x5
x3
x18
x19
x1
x4
x29
x30
x3
x5
x3
x30
x21
x79
x124
x109
x11
x46
x4
x86
x2
x2
x2
x14
x15
x1
ไม่ระบุชื่อ
ไม่ระบุชื่อ  โพสต์ 2017-11-8 13:21:54
- เควสลับ -
* เรื่องราวที่ 3 คู่รักจ้าวอินทรี *
เงื่อนไข : - จำเป็นต้องมี บู๊น้อยกว่าหรือเท่ากับ 100 , ( สำเร็จกำลังภายในพื้นฐานและตัวเบาพื้นฐาน )
- เป็นคนซื่อ ( บุ๋นน้อยกว่าหรือเท่ากับ 15 )
- มีม้าฮั่นเสีย 1 ตัว
- มีอินทรีเป็นคู่หูร่วมเดินทาง 2 ตัว
- ห้ามรับเควส { เรื่องราวที่ 3 บุญคุณ-ความแค้น }
- ควรมีเงินชั่งติดตัว 1000 ชั่ง และ 5000 ตำลึง
- เข้าร่วมได้ 1 คนเท่านั้น และ ผู้เข้าร่วมต้องมีอายุสูงกว่าขอทานน้อย 2 ปีขึ้นไป
** เควสนี้เป็นเควสยาว อาจใช้เวลาหลายเดือนในการทำ **


- รางวัลเควส -
ได้ { Comrade คู่รัก } พร้อมฉายา "คู่รักจ้าวอินทรี"
เข้าไปพัวพันกับคัมภีร์เก้าอิม เคล็ดวิชาที่สาบสูญ
4) 888 ชื่อเสียง, 20 Point

- วิธีเข้าร่วมเควส -
1. เขียนโรลเพลย์ต่อจากด้านล่าง


     ในเมืองใหญ่เขตเจียงหนานที่วุ่นวายนี้ ตลาดก็คึกครื้นไปด้วยผู้คน มีทั้งขอทานคนยากไร้ และ ขอทานศิษย์พรรคกระยาจกนั่งอยู่ตามซอกทุกมุม ผู้คนหลากหลายมากมาย ในระหว่างนั้น จู่ๆ ตลาดก็คึกคักขึ้นมาทันใด ด้วยเสียงบุรุษหนุ่มน้อยหน้าตาอ่อนหวานในชุดขอทาน กำลังวิ่งหนีด้วยเขาขโมยหมั่นโถว ซาลาเปา อาหารพ่อค้าแม่ค้าในตลาดเพื่อประทังชีวิต

     { เขียนโรลเพลย์เข้าไปช่วยขอทานน้อย อาสาจ่ายเงินแทนเขา พ่อค้าจำนวน 10 เจ้า เจ้าละ 20 ชั่ง }

     { เขียนโรลเพลย์สนทนา เขาบอกว่าชื่อ ขอทานน้อย แช่หวง ด้วยใบหน้าอ่อนวัยกว่า ผู้เล่นจึงเรียก น้องหวง }

- ขอทานน้อย แช่หวง วัย 14 -

←ไอเท็มที่มีอยู่→
x2
x1
x1
x1
x1
x32
x1
x1
x3
x9
x1
x1
x922
โพสต์ 2017-11-23 01:00:58 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย LuMifang เมื่อ 2017-11-23 23:08

                 พ้นจากหน้าที่ในโรงหมอมาก็เป็นตลาดใหญ่ที่นัดกันไว้มี่ฟางเดินนำท่านลี่จินหวางไปยังร้านขายของที่จำเป็นแต่ยังลังเลว่าจะไปร้านขายอาหารแห้งสำหรับนักเดินทาง ร้านขายเครื่องประดับ หรือร้านขายเสื้อผ้าก่อน แต่เขาควรลำดับความสำคัญให้ได้ก่อนว่าสิ่งใดจำเป็นหรืออย่างไรมากกว่ากัน แต่เท่าที่ดูแล้วอาหารน่าจะเป็นลำดับท้ายๆ เพราะถ้าหากซื้อแล้วเดินหิ้วไปหิ้วมาเข้าร้านอื่นคงลำบากแย่จึงตัดทิ้งและจัดให้เป็นลำดับสุดท้ายไว้
                 "จะไปไหนก่อนดีนะ..." มี่ฟางนำลิสที่จดมาอ่าน "เสื้อผ้า ของใช้จำเป็น... อาหารค่อยไว้ตอนเขาฟื้นสินะ"
                 "..."
                 "ชูปิง เจ้าอยากจะไปที่ใดเป็นพิเศษไหม"
                 เมี๊ยววววววว~~~~~~~~~!
                 "..."
                 ต่อให้ทำอย่างไรบรรยากาศก็ยังขรึมไม่หาย ทุกๆฝีก้าวช้างน่าอึดอัดเกินคำบรรยาย จากตอนที่เคยได้ดูแลท่านนักพรตเขาได้รู้ขนาดของเขามาคร่าวๆแล้ว ชายหนุ่มไปยังร้านเสื้อผ้าและซื้อชุดขาวที่ดูคล้ายหรือเข้ากันมา
                "ข้าขอซื้อ..."
                ตุบ...!
                "เงินจากคุณชายหยาง"
                "ขอบคุณ... ขอรับ..."
                 หลังจากนั้นก็เดินไปร้านขายของชำเพื่อซื้อของประดับหรือกระเป๋าย่ามอื่นๆ และก็เกิดสถานการณ์แบบเดียวกัน นั่นคือชายหนุ่มจะมีคนจ่ายแทนให้เป็นเงินของคุณชายหยางตลอด เขารู้สึกอยากจะปรามแต่พอมองไปในแววตามุ่งมั่นของจินหวางแล้วจึงล้มเลิกทันที
                 "เราไป... ที่โรงเตี๊ยมกันเถอะ"
                  "ที่พักเจ้ารึ?"
                  "เอ๊ะ... ขะ ขอรับ..." ...รู้สึกประหม่าขึ้นเลยพออีกฝ่ายมาถาม
                  "ก็ดี" แล้วอีกฝ่ายก็ไม่พูดอะไรอีก มี่ฟางลอบถอนหายใจ เพราะหลังจากนี้คงจะหายใจลำบากเสียแล้ว...


@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +15 ความหิว -8 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 15 -8 + 3

ดูบันทึกคะแนน

ตังๆๆๆ
←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ธนูใหญ่
บันทึกซางยาง
กำหนดลมหายใจ
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x50
x100
x1
x50
x50
x2
x50
x4
x10
x60
x50
x58
x7
x1
x9
x125
x20
x25
x2
x27
x15
x40
x13
x1
x90
x120
x3
x1
x42
x15
x19
x8
x25
x199
x447
x1
x14
x65
x20
x20
x333
x1
x1
x11
x9
x3
x2
x87
x24

38

กระทู้

272

โพสต์

1หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
270
เงินตำลึง
21368
ชื่อเสียง
8227
ความหิว
80
เจียวจือ
ระดับ 1
โพสต์ 2017-12-22 02:20:11 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย wenshang เมื่อ 2017-12-22 16:19

เรื่องราวที่ 3 คู่รักจ้าวอินทรี


        หลังจาดเดินทางมาเขาก็เริ่มลงใต้มาจนถึงเจียงหนานมาจนถึงเมืองเจียงเยี่ย ตั้งแต่เดินทางมาเขาก็เริ่มสนิทกับม้าตัวนี้มากขึ้นเลยตั้งชื่อว่าถังหูลู่ ไม่นานนักถังหูลู่ก็ยอมให้ตนขี่ได้เลยย่นระยะทางสั้นขึ้นเยอะ เมื่อมาถึงแล้วเขาก็ให้ถังหูลู่กับพะโล้ไปอยู่เป็นเพื่อนรอกันแถวป่านอกเมืองก่อนแล้วก็ให้หมั่นโถวนอนอยู่ในกระเป๋าม้าข้างตัวจะได้ไม่ถูกแหว่งไปไหนมาไหนเหมือนเมื่อก่อน

        ส่วนที่เหลือนั้นก็ปล่อนให้เสี่ยวหลงเปาบินตามใกล้ๆแล้วเจียวจือกับพุทราก็เดินตามมาก็ได้แต่ถ้าอยากเที่ยวก็ห้ามห่างไปไกล ด้วยเพราะเมืองใหญ่ในเขตเจียงหนานค่อนข้างวุ่นวาย ผู้คนก็จัดว่าเยอะจนกลัวว่าจะถูกขโมยของหรือไม่ ขอทานเองก็มีอยู่เรื่อยๆไม่ต่างจากเมืองจี้โจวที่เหวินซ่างเคยไปเลย ในระหว่างที่หาที่ขายชาอยู่นั้น

        มีเสียงอึกทึกดังขึ้นมาเรื่อยๆ ไม่นานนักเขาก็ได้เสียงพูดคุยแว่วเข้ามาว่ามีโจรขโมยของอีกแล้วล่ะ เหวินซ่างเดินไปวางแผงหาบลง เหมือนว่าโจรจะเริ่มวิ่งมาทางนี้แล้ว และก็เป็นไปตามที่คาดการไว้ ขอทานหนุ่มกำลังวิ่งหนีด้วยถุงใหญ่โตโดยตามหลังด้วยบรรดาพ่อค้าวิ่งตามมาด้วยเสียงก่นด่าตามมาติดๆ จะขโมยยังไงก็ไม่ควรเยอะเกินไป..

        เหวินซ่างใช้วิชาตัวเบาพุ่งตัวเข้าไปยกขอทานน่อยขึ้น ด้วยเรี่ยวแรงที่เขามีเลยอุ้มขึ้นมาได้สบายๆ แต่ที่ไหนได้..ขอทานคนนั้นดันมีวรยุทธใช้วิชาหลบออกไปได้สบายจนกลายเป็นว่าเขากำลังถือของกลางอยู่เสียอย่างนั้น ซึ่งในนั้นมีแต่หมั่นโถวกับซาลาเปาเต็มไปหมดหลังจากที่ตนเปิดออกมา
“นี้มักน้อยในปริมาณมาก หรือยังไงเนี่ย?”

          "นั้นคือสหายข้า! มีอะไรให้จัดการกับคนนั้นแทนเน้อ!" ขอทานหนุ่มหน้าละอ่อนจะโกนไล่หลังก่อนจวิ่งออกไปต่อ ระหว่างเหวินซ่างก็รีบหันไปสั่งคู่หูทันที
          "เสี่ยวหลงเปา!ตามไป!" เมื่อเขาพูดจบก็มีเสียงของบรรดาพ่อค้าไล่หลังตามเขามาอีกที
         
“ไอ้ตัวไหนมันจะเชื่อคนที่ช่วยจับเป็นสหายแกได้ฟะ!!!" หนึ่งในพ่อค้าตะโกนกลับเมื่อเห็นขอทายกำลังโยนแพะมาให้พวกตนอย่างโกรธเคื่อง

          "เฮ้อ! ขอบใจมากนะพ่อหนุ่มเรื่องเอาของคืนมาได้ แต่สินค้าพวกนี้คงเอากลับมาขายไม่ได้แล้วล่ะ” หนึ่งในพ่อค้าที่โดนขโมยมาหันมาขอบคุณก่อนจะทำสีหน้าหงุดหงิดใส่ขอทานที่วิ่งจนตนตามไม่ไหวแล้ว

        
  “อืม… ถ้าอย่างนั้นของที่พวกท่านถูกขโมยไปยังไงก็ขายใหม่ไม่ได้แล้วใช่ไหม? งั้นข้าจะจ่ายแทนเจ้าหนูนั้นให้” เมื่อเห็นว่าคงไม่จบที่ขอทานคนนี้จะแค่ถูกเฆี่ยนแน่ อาจทรมาณหรืออะไรมากกว่านั้นหากถูกจับได้ แถมของที่ถูกขโมยมาก็ถูกกองเอาไว้จนแห้งแล้วถ้าขายอีกก็ราคาตกแน่สู้ซื้อแทนให้แล้วปล่อยให้เด็กคนนี้รอดไปสั่งสอนเองดีกว่า อีกอย่าง..ปกติแล้วขอทานมีวรยุทธเสียที่ไหน คงเป็นศิษย์พรรคยาจกหรืออะไรแบบนั้น ก็ดี เผื่อเขาจะหาทางไปบอกประมุขได้ด้วย

        เมื่อชายหนุ่มพูจบเขาก็หันไปหยิบเงินแบ่งให้พ่อค้าแต่ละเจ้าโดยไม่สนสีหน้าของพ่อค้าที่ทำสีหน้าว่าไม่เชื่อว่าคนหาบเร่จะมีเงินมากขนาดนี้ แต่เมื่อได้ทั้งเงิน ทั้งค่าของและค่าเสียเวลาแล้วก็ยอมแยกย้ายกันไปก่อนที่เหวินซ่างจะกลับไปแบกแผงหาบของตนแล้ววิ่งตามเจียวจือและพุทราที่กำลังวิ่งตามขอทานที่ว่ากันอยู่




@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง -300 ชื่อเสียง +111 ความหิว -34 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin -300 + 111 -34 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตัวเบาขั้นกลาง
บันทึกลับ #2
ทวนเฟิ่งอวิ๋น
กำหนดลมหายใจ
มีดบิน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x10
x10
x100
x100
x1
x12
x10
x11
x20
x10
x10
x15
x5
x49
x49
x5
x9
x20
x5
x5
x15
x8
x49
x1
x1
x19
x1
x5
x7
x10
x9
x30
x1
x1

38

กระทู้

272

โพสต์

1หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
270
เงินตำลึง
21368
ชื่อเสียง
8227
ความหิว
80
เจียวจือ
ระดับ 1
โพสต์ 2017-12-22 20:27:20 | ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย wenshang เมื่อ 2017-12-22 20:58

ด้ายแห่งโชคชะตา



        หลังจากที่เขาตามคู่หูสี่เท้าทั้งสองที่นำเหวินซ่างให้ตามไปติดๆจนมันหยุดลงที่มุมๆนึง เหมือนจะหลบไว้ เหวินซ่างเดินช้าๆแล้วแอบมองเข้าไป ที่ตรงนั้นเขาเจอขอทานที่เป็นหัวขโมยนั้นจริง แต่ก็มีอีกกลุ่มนึงที่อยู่ด้วยพวกเขาใส่ชุดในโทนสีม่วงกันหมดจัดว่าโดดเด่นกว่าที่เคยเห็นมาเลย ที่ศีรษะทุกคนก็มีสัญลักษณ์ดาบไขว้ไหสุราอยู่ 'พ่อค้า? แต่มีดาบเนี่ยนะไม่พ้นพรรคมารแหงเลย'



       “ไอเด็กผี แกกล้าทำร้ายศิษย์น้องข้า รู้ไหมว่าแกต้องชดใช้ด้วยอะไร” หนึ่งในกลุ่มชุดม่วงก็พูดขึ้น ท่าทีจะเอาเรื่องให้เต็มที่กันเลย

       “อะไรเหรอฮับ ก็ศิษย์น้องท่านไปทำร้ายสตรีนางหนึ่งก่อนนี่” ขอทานหัวขโมยนี้ก็ยังทำเป็นไม่รู้ร้อนรู้หนาวต่อ แต่คำที่ตอบมาก็ไม่ใช่การกล่าวหาเลยดูจะมีเหตุผลที่ต้องทำมากกว่า
      
“หน๊อย เตรียมรับมือ” หนึ่งในกลุ่มอีกคนเริ่มทนไม่ไหวแล้วพุ่งตัวจะเข้าไปชก แต่ทว่าขอทายน้อยคนนี้กลับหลบไปหลบมาเหมือนกับเล่นอยู่เสียอย่างนั้น
      
'ดูยังไงก็เอาตัวรอดเองได้นิน่า' เหวินซ่างเลิกคิ้วขึ้นมอง ขอทานคนนี้ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ ในระหว่างนั้นเองเสี่ยวหลงเปาก็ดันบินลงไปเข้าก่อกวนพวกชุดม่วงเข้ามากลางวงจนสุดท้ายชายหนุ่มก็ต้องเข้าไปร่วมวงช่วยด้วยเย่างเสียไม่ได้ ขอทานน้อยมองหน้าชายหนุ่มที่ตนหลอกจ่ายเงินก่อนมองเขากำลังเข้ามาต่อสู้ แต่วรยุทธ์คนนี้ดูไม่ค่อยสูงเท่าไหร่ อาจปะทะโดยตรงกับเจ้านั่นเกรงจะรับมือลำบาก เธอก็เลยเข้าถีบชายชุดม่วงที่ใกล้คนนึงก่อนจะพาถอยออกมา

        “เจ้าพร้อมหนีไหม”
ขอทานน้อยพูดขึ้น
        "พร้อมอยู่แล้ว" เหวินซ่างโดยไม่คิด ยังไงตนก็คินจะอยู่ให้มีปัญหาหรอก
      
“จับมือข้า” เมื่อขอทานพูจบก็คว้ามือของเหวินซ่างก่อนจะพาเหวินซ่างกระโดดไต่กำแพงขึ้นไปจนถึงหลังคา 'นี้มัน..หรือว่าจะเป็นตัวเบาขึ้นกลาง!?'



        ขอทานน้อยพาอีกฝ่ายวิ่งเข้าหลบมุมซอกซอยต่างๆจนไกลพอที่พวกชุดม่วงไม่น่าจะตามทันแล้ว
"เฮ้อ ข้ามาแกะกะเปล่าจริง ขออภัยด้วยข้าชื่อเหวินซ่าง ยินดีที่ได้พบ" เหวินซ่างหันไปยิ้มให้ ขอทานน้อยส่ายหน้าก่อนจะยิ้มตอบ "มิได้ๆ ข้าพึ่งหลอกให้ท่านจ่ายเงินแทนข้าไปนะ อ่อ ทุกคนแถวนี้เรียกข้าว่าขอทานน้อนน่ะไม่มีชื่อหรอก" ขอทานน้อยโค้งให้เหวินซ่าง ดูดีๆแล้วใบหน้าก็ดูละอ่อนดีคงอายุน้อยกว่าตน


       " ว่าแต่ทำไมเจ้าถึงไปขโมยของกินเยอะขนาดนั้นเล่า" เหวินซ่างเอยถาม ปกติแล้วแค่หมั่นโถวสองสามลูกก็อยู่ท้องได้วันนึง ทำไมต้องไปเอาอะไรมากมายขนาดนั้นด้วย "ข้าไม่ได้กินอะไรมาหลายวันแล้ว อาหารที่ขโมยมาก็โดนพวกนักเลงนั้นเอาไปหมดเลย" ขอทานน้อยพูดยิ้มๆก่อนทำท่ากุมท้อง ...สงสัยตอนนั้นที่เขาเผลอเอาของคืนมาได้คงไม่รู้ตัว แถมเมื่อกี้ยังพาหนีมาได้สบายๆอีก ก็เลยโกหกหรือเปล่านะ? เหวินซ่างถอนหายใจออกมา ยังไงเสียเขาก็ว่าจะไปหาข้าวกินอยู่ มาเลี้ยงข้าวให้เด็กไม่ธรรมดาคนนี้ซักมื้อจะเป็นไรไป "เฮ้อ งั้นข้าเลี้ยงซักมื้อแล้วกัน"

  { อาสาเลี้ยงข้าวขอทานน้อย }
@Admin

คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง +5 เงินตำลึง +300 ชื่อเสียง +50 ความหิว -34 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin + 5 + 300 + 50 -34 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตัวเบาขั้นกลาง
บันทึกลับ #2
ทวนเฟิ่งอวิ๋น
กำหนดลมหายใจ
มีดบิน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x10
x10
x100
x100
x1
x12
x10
x11
x20
x10
x10
x15
x5
x49
x49
x5
x9
x20
x5
x5
x15
x8
x49
x1
x1
x19
x1
x5
x7
x10
x9
x30
x1
x1

38

กระทู้

272

โพสต์

1หมื่น

เครดิต

เงินชั่ง
270
เงินตำลึง
21368
ชื่อเสียง
8227
ความหิว
80
เจียวจือ
ระดับ 1
โพสต์ 2017-12-23 01:42:31 | ดูโพสต์ทั้งหมด
ตามหาพ่อค้าซาลาเปา - หมั่นโถว



        เมื่อเดินทางกลับมาถึงตลาดใหญ่ของเมืองเจียงเยี่ยแล้ว เขาก็ให้เจียวจือกับพุทราช่วยกันหาพ่อค้าที่เป็นเหยื่อของหรงหวง ก่อนจะเข้าไปขอโทษแทนแล้วมอบสินน้ำใจนิดหน่อยเพื่อไม่ให้พวกเขาจะไปทำอันตรายกับน้องหวงในอนาคต โดยที่เหวินซ่างไม่รู้เลยว่าระหว่างที่ตามหาแผงพ่อค้าอยู่นั้นก้มีใครบางคนกำลังสะกดรอยตามชายหนุ่มอยู่ด้วย



       "ต้องขอโทษแทนขอทานน้อยในตอนนั้นด้วยนะครับ ยังไงก็ช่วยรับสินน้ำใจเล็กๆน้อยๆนี้ด้วย" เหวินซ่างโค้งตัวให้พ่อค้าแผงซาลาเปาคนนึงก่อนจะมองเงินหนึ่งชั่ง ทางพ่อค้าเองก็ยิ้มหน้าบานรับอย่างเต็มใจ

       "โอ้ย ไม่เป็นไรหรอกพ่อหนุ่ม แถวนี้ทั้งโจรทั้งขอทานมันชุกชุม อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิดล่ะน้า" เมื่อพ่อค้าคนนั้นรับไปแล้วก็ยิ้มตอบก่อนจะโบกมือเป็นเชิงว่าไม่เป็นไรหรอก เมื่อเห้นดังนั้นเหวินซ่างก็โค้งขอบคุณอีกรอบก่อนจะเดินหาแผงพ่อค้าขายซาลาเปากับหมั่นโถวที่ตกเป็นเหยื่อต่อ



       "ต้องขอโทษแทนขอทานน้อยในตอนนั้นด้วยนะครับ ยังไงก็ช่วยรับสินน้ำใจเล็กๆน้อยๆนี้ด้วย" เมื่อเจอแผงหาบในแต่ละที่เหวินซ่างก็เข้ามาโค้งขอโทษพร้อมมองสินน้ำใจเหมือนกันทุกๆร้าน โชคยังดีที่เมื่อทุกร้านรับเงินไปก็ยินดีจะไม่เอาเรื่องกับขอทานคนนั้นต่อทุกราย แต่กว่าที่เหวินซ่างจะตามหาแผงพ่อค้าแล้วยังไปขอโทษพวกเขาให้ครบทุกเจ้าก็กินเวลานานจนเริ่มปวดหลังขึ้นมานิดๆแล้ว



       "เฮ้อ... กว่าจะหมด เท่านั้นน้องหวงก็คงไม่มีปัญหาในอนาคตกับพ่อค้าพวกนี้แล้วมั้ง?" เหวินซ่างเดินไปหลบมุมแล้วนั่งคุยกับพุทราแล้วก็เจียวจือที่ดูจะยังคึกเดินเล่นต่อได้อีก "ถ้าคึกคักแบบพวกเจ้าได้ก็ดีสิ.."





คะแนน

จำนวนผู้เข้าร่วม 1เงินชั่ง -10 ชื่อเสียง +77 ความหิว -16 Point +3 ย่อ เหตุผล
Admin -10 + 77 -16 + 3

ดูบันทึกคะแนน

←อุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่→
ตัวเบาขั้นกลาง
บันทึกลับ #2
ทวนเฟิ่งอวิ๋น
กำหนดลมหายใจ
มีดบิน
←ไอเท็มที่มีอยู่→
x1
x10
x10
x100
x100
x1
x12
x10
x11
x20
x10
x10
x15
x5
x49
x49
x5
x9
x20
x5
x5
x15
x8
x49
x1
x1
x19
x1
x5
x7
x10
x9
x30
x1
x1

ข้อความล้วน|อุปกรณ์พกพา|

Copyright © 2001-2012 | The Legend of Wulin  สงวนลิขสิทธิ์ | GMT+7, 2018-12-14 11:33

ขึ้นไปด้านบน